Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Arts and Humanities Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2024

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 19231 - 19260 of 19443

Full-Text Articles in Arts and Humanities

การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ภวินท์ แย้มกลีบ Jan 2024

การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ภวินท์ แย้มกลีบ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นการสร้างบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยผู้วิจัยเลือกการนำเสนอผ่านรูปแบบละครเพลงและการเล่าเรื่องผ่านหลายตัวละคร ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าผ่านหนังสือ เอกสารวิชาการ และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ร่วมจากนั้นจึงนำมาสกัดเพื่อออกแบบตัวละครและโครงเรื่อง โดยผู้วิจัยเน้นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักที่เป็นคนใกล้ชิดผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสี่คน ที่มีสถานะความสัมพันธ์ต่อผู้ป่วยต่างกัน อาทิ คนรัก พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนำเสนอมิติที่หลากหลายของคนใกล้ชิดผู้ป่วย บทละครในงานวิจัยชิ้นนี้ถูกจัดแสดงในชื่อ Spotlight on sunset โดยมีการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากผู้ชมทั่วไป และการเสวนาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะการละครและด้านจิตเวชศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่าบทละครสามารถทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากขึ้นได้ผ่านการถ่ายทอดโดยตัวละครและการดำเนินเรื่องรวมถึงเนื้อหาในบทเพลง แต่ผู้วิจัยยังไม่สามารถใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักหลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้มุมมองของผู้ชมยังคงอยู่กับตัวผู้ป่วยมากกว่าที่จะติดตามตัวละครคนใกล้ชิดดังที่ผู้วิจัยต้องการ นอกจากนี้การใช้บทเพลงที่มากเกินไปและเล่าใจความเดิมซ้ำ ๆ ก็ทำให้ละครมีความยาวมากจนอาจทำให้ผู้ชมหลุดออกจากเรื่องได้


กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด, อรรถกฤษณ์ พฤกษ์เลิศตระกูล Jan 2024

กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด, อรรถกฤษณ์ พฤกษ์เลิศตระกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เกิดจากผู้วิจัยตีความบทละครแนวสมจริงเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ มีความคิดหลักและประเด็นสำคัญว่าด้วยความไร้แก่นสารของชีวิต ซึ่งเป็นแนวคิดของละครแนวแอบเสิร์ด ทำให้ผู้วิจัยเกิดคำถามว่า จะใช้กระบวนการกำกับการแสดงเพื่อสื่อสารความคิดจากแนวละครแอบเสิร์ดนี้ให้ออกมาในละครสมจริงได้อย่างไร ดังนั้น จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทดลองกระบวนการกำกับการแสดงที่เหมาะสมให้สื่อสารเพื่อตอบข้อคำถามดังกล่าว ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงสร้างสรรค์ วิเคราะห์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สร้างกรอบแนวคิดให้เข้าใจรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวที่ซ่อนในเนื้อหาบทละคร แล้วนำมาวิเคราะห์ตีความตามหลักการสำหรับกำกับการแสดง และกำหนดแนวคิดงานออกแบบของผู้กำกับการแสดง รวบรวมเตรียมเป็นข้อมูลเพื่อกำกับการแสดง ในช่วงการวิเคราะห์ตีความและการฝึกซ้อม ผู้วิจัยใช้หลักแนวคิดของละครแอบเสิร์ดในการวิเคราะห์ตีความพฤติกรรมตัวละคร ประกอบกับหลักวิเคราะห์ตีความของ สตานิสลาฟสกี ใช้แบบฝึกหัดจินตนาการของแอดเลอร์ ใช้วิธีแนะนำการแสดงให้กับนักแสดงด้วยการเทียบเคียงเหตุการณ์ในเรื่องกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป และใช้วิธีการซ้อมดำเนินผ่านฉากตามลำดับต่อเนื่อง เพื่อช่วยตรวจทานสร้างความเข้าใจแกนเงื่อนไขตัวละครให้กับนักแสดง อีกทั้งภาพรวมของจังหวะดำเนินเรื่องร่วมกับองค์ประกอบศิลป์ในการแสดง และทดลองเรียนรู้พัฒนาตลอดช่วงการฝึกซ้อมจนถึงขั้นแสดงผลงานละครต่อสาธารณะชน ผลวิจัยปรากฎว่า เมื่อผู้วิจัยมีกรอบแนวคิดประเด็นเรื่องความไร้แก่นสารของชีวิตมนุษย์ ช่วยเชื่อมโยงประกอบวิเคราะห์ตีความบทละคร ทำให้กระบวนการคิดของผู้วิจัยเข้าใจรายละเอียดในเนื้อหาของบทละครโดยเฉพาะความคิดหลักของเรื่องอย่างกระจ่าง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้วิจัยเมื่อกำกับการแสดง สามารถสื่อสารเนื้อหาของบทละครแก่นักแสดง ตลอดจนผู้ชมละครเวทีให้รู้สึกร่วมไปตามรูปแบบนำเสนอละครสมจริงได้ นอกจากนี้ กระบวนวิธีวิจัยดังกล่าว อาจเป็นแนวทางและวิธีช่วยให้ผู้กำกับการแสดง ได้ฝึกหัดค้นหาความคิดหลักของเรื่องให้เข้าใจแม่นยำ ตระหนักกับสิ่งที่ต้องการสื่อสาร รวมทั้งลำดับความสำคัญโดยใช้ความคิดหลักนั้นนำทางค้นหารูปแบบกลวิธีนำเสนอได้อย่างมีทิศทางชัดเจนขึ้นด้วย


Buddhism And Khwan In The Religious System Of The Tai Khamtis' Villages In Arunachal Pradesh, India, Chow Kensan Tunkhang Jan 2024

Buddhism And Khwan In The Religious System Of The Tai Khamtis' Villages In Arunachal Pradesh, India, Chow Kensan Tunkhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the interaction between Buddhism and Khwan, an indigenous belief in the soul, in three Tai Khamti villages in Arunachal Pradesh, India. The study aims to identify components of the Khwan belief tradition, as well as to investigate the nature of their relationships with Buddhism.Ethnographic cases reveal that Khwan is a distinct and indivisible essence that invigorates all living beings, and without one of which, an individual is susceptible to afflictions. Possessing a complete Khwan symbolises life, whereas its absence signifies death. There are four primary categories of Khwan ritual complexes conducted for an ailing individual: retrieving the …


กระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละคร: กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร "มาช่า"ในละครเวทีเรื่อง วานย่า เเละซอนย่า เเละ มาช่า เเละสไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง, นวฉัตร เสนวิรัช Jan 2024

กระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละคร: กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร "มาช่า"ในละครเวทีเรื่อง วานย่า เเละซอนย่า เเละ มาช่า เเละสไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง, นวฉัตร เสนวิรัช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครและการอยู่ กับความต้องการของตัวละคร : กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร “มาช่า” ในละครเวทีเรื่อง วานย่า และ ซอนย่า และ มาช่า และ สไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะการแสดงในการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละครของนักแสดงและเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการตัวละครของนักแสดงในฐานะตัวละคร “มาช่า (Masha)” ในบทละครเวทีเรื่อง “Vanya and Sonia and Masha and Spike” เนื่องจากผู้วิจัยยังมีประสบการณ์ด้านการแสดงไม่มากพอทำให้ผู้วิจัยประสบปัญหาในการแสดง 2 เรื่อง คือ 1.) การเป็นตัวละครหรือการเข้าถึงบทบาทของตัวละคร และ 2.) การอยู่กับความต้องการของตัวละคร โดยมีคำถามงานวิจัยว่า ผู้วิจัยจะสามารถพัฒนาทักษะการแสดงเรื่องการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละครของนักแสดงในการแสดงบทละครเวทีเรื่อง “Vanya and Sonia and Masha and Spike” ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งในงานวิจัยชิ้นนี้ผู้วิจัยได้ค้นคว้าหาข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี ของนักการละครตะวันตกที่ได้ร่ำเรียนจากศาสตร์ด้านการแสดงของหลักสูตรปริญญาโท ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยตั้งสมมติฐานของงานวิจัยไว้ว่าการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละคร "มาช่า (Masha)" จะช่วยให้ร่างกายของผู้วิจัยในฐานะนักแสดงสามารถตอบสนองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้กระบวนการดำเนินงานวิจัยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 กระบวนการคือ 1.) การทำงานวิเคราะห์บทละครและตัวละคร 2.) กระบวนการฝึกซ้อมการแสดง 3.) ช่วงระยะเวลาการทำงานก่อนวันแสดง (Pre - Production) และ 4.) ช่วงระยะเวลาการแสดงและหลังการแสดง (Production) นอกจากนี้ผู้วิจัยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อประเมินผลการวิจัย 2 แบบดังนี้ คือ 1.) แบบบันทึกวิดิโอการซ้อมการแสดงและการสังเกต (Observation) ผู้วิจัยได้มีการจดบันทึกคำแนะนำจากผู้กำกับหลังการฝึกซ้อมทุกครั้ง พร้อมทั้งบันทึกภาพวิดิโอตอนช่วงฝึกซ้อมบางช่วงกับบันทึกวิดีโอรอบวันแสดงจริง และ 2.) การประเมินผลจากการแสดงจริงของช่วงระยะหลังการแสดง(Post Production) ซึ่งผู้วิจัยได้จัดทำแบบสอบถามจากผู้รับชมการแสดงและคำแนะนำจากผู้กำกับและครูที่ปรึกษาหลักด้านการแสดง ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า การเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละครนั้นต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวละครโดยการที่นักแสดงต้องมีความรู้สึกนึกคิดแบบตัวละคร พร้อมทั้งการปล่อยวางตนเองให้อยู่กับปัจจุบันขณะ(Moment) จะสามารถช่วยให้ผู้วิจัยสามารถสื่อสารการแสดง ถ่ายทอดบทบาท และสามารถตอบสนองปรับเปลี่ยนวิธีการการแสดงที่มีมิติหลากหลายพร้อมทั้งแสดงตามสถานการณ์ในฉากได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้วิจัยได้นำ แนวคิด ทฤษฎี เทคนิคการแสดงของผู้เชี่ยวชาญการแสดงชื่อดังทั้ง 3 ท่านคือ …


การใช้ศิลปะการละครเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย, ชนัตถ์ พงษ์พานิช Jan 2024

การใช้ศิลปะการละครเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย, ชนัตถ์ พงษ์พานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจเป็นหนึ่งในทักษะความเป็นมืออาชีพของแพทย์ที่ควรเสริมสร้างตั้งแต่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ความเห็นอกเห็นใจส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีของแพทย์และคนไข้ ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและเก็บข้อมูลจากคนไข้ได้ดีขึ้น ลดความวิตกกังวลและความเครียดของคนไข้ ศิลปะการละครเป็นศาสตร์ที่มีศักยภาพในการฝึกฝนความเห็นอกเห็นใจ ปัจจุบันมีการใช้ละครด้นสดมาบูรณาการกับการฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจในนักศึกษาแพทย์ แต่ยังขาดการศึกษาที่ใช้ทฤษฎีการแสดงมาประยุกต์ในเชิงปฏิบัติ และยังไม่มีการศึกษารูปแบบนี้ในประเทศไทย วิจัยนี้ศึกษาการออกแบบ ‘หลักสูตรการแสดงเพื่อความเห็นอกเห็นใจ’ สำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเหมาะสม ความพึงพอใจ และทัศนคติของนักศึกษาแพทย์ที่มีต่อหลักสูตร ตลอดจนศึกษาพัฒนาการด้านการสื่อสารและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปหลังเรียน การออกแบบหลักสูตรใช้หลักการแสดงของนักการละครชาวรัสเซีย คอนสแตนติน สตานิสลาฟสกี ประกอบด้วยทักษะ 3 ด้าน ได้แก่ ภาวะสร้างสรรค์ การเชื่อมโยง และจินตนาการ นำมาบูรณาการกับการฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ ได้เป็นหลักสูตรการแสดงความยาว 3 วัน รวมทั้งสิ้น 18 ชั่วโมงที่มุ่งหวังให้นักศึกษาแพทย์เชื่อมโยงกับตนเอง ผู้อื่น และคนไข้อย่างมืออาชีพ หลักสูตรได้นำมาใช้กับนักศึกษาแพทย์กลุ่มนำร่อง 6 ราย เพื่อปรับปรุงหลักสูตรและกลุ่มตัวอย่าง 21 ราย เพื่อวัดผล ตัวอย่าง 19 ราย ได้สื่อสารกับผู้ป่วยจำลองก่อนและหลังเรียนเพื่อประเมินทักษะการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไป ผลวิจัยพบว่ามากกว่า 95% ของกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยว่าหลักสูตรช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ ได้เข้าใจความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาแพทย์ อยากชักชวนเพื่อนให้มาเรียน สนใจเข้าร่วมอีกในอนาคต และเห็นด้วยว่าการละครช่วยให้ฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจได้ดีขึ้น การสื่อสารกับผู้ป่วยจำลองหลังจบหลักสูตรพบว่า ตัวอย่างมีคะแนนการประเมินทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสูงขึ้นในทุกด้าน ทักษะที่พัฒนาเด่นชัดคือด้านความเห็นอกเห็นใจและภาษากาย ตัวอย่างได้สะท้อนถึงคุณลักษณะเด่นของละครในการพัฒนาศักยภาพทั้งในระดับบุคคลไปถึงระดับระหว่างบุคคล การเรียนรู้มนุษย์และอารมณ์ต่าง ๆ ผ่านตัวละครคือจุดเด่นของหลักสูตรนี้ ละครเป็นกิจกรรมแบบบูรณาการที่เหมาะสมและสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจของนักศึกษาแพทย์ได้ สามารถประยุกต์เป็นกิจกรรมเสริมในรายวิชาหรือประยุกต์ใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้


การรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งทางสังคม : การสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงสดจากเรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัว, จุฑาพิชญ์ อุสาหะ Jan 2024

การรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งทางสังคม : การสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงสดจากเรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัว, จุฑาพิชญ์ อุสาหะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยทางศิลปะที่บูรณาการข้ามศาสตร์ระหว่างศิลปะแสดงสด กับศิลปะการละคร โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลงาน “ศิลปะแสดงสด”ด้วยสื่อศิลปะหลายรูปแบบ และประยุกต์ใช้กลวิธีของศิลปะการละคร ได้แก่ การเล่าเรื่อง และ การแสดง เพื่อนำเสนอผลงาน ศิลปะแสดงสด จากเรื่องเล่าส่วนตัวและความทรงจำ โดยกำหนดประเด็นหลักที่จะสื่อสาร ได้แก่ การกลับไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ได้ทำความเข้าใจกับอดีต การเยียวยาและการรับรู้บริบทของ “ครอบครัว” ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อก้าวพ้นผ่านเวลาที่ยากลำบากผู้วิจัยคาดหวังว่าผลงาน “ศิลปะแสดงสด” ที่ใช้หลักของการเล่าเรื่องและการแสดงทางศิลปะการละคร จะสามารถสื่อสารและสร้างประสบการณ์การรับรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นจากการถูกกลั่นแกล้งทางสังคมให้กับผู้ชมแต่ละบุคคลในขณะชมการแสดง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และ จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ชมในการรับรู้เรื่องราวที่เป็นประเด็นทางสังคมนำไปสู่การก้าวผ่านความรู้สึกอันเป็นทุกข์ของตนได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต


การสื่อสารผ่านการสัมผัสสำหรับผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการเห็น:กรณีศึกษาแบรนด์ .Once, จิระ ชนะบริบูรณ์ชัย Jan 2024

การสื่อสารผ่านการสัมผัสสำหรับผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการเห็น:กรณีศึกษาแบรนด์ .Once, จิระ ชนะบริบูรณ์ชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง “การสื่อสารผ่านการสัมผัสสำหรับผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น: กรณีศึกษาแบรนด์ .ONCE” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสัญลักษณ์สัมผัสที่สามารถสื่อสารเรื่องสีให้แก่ผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น โดยใช้แนวคิดจากทฤษฎีการรับรู้ผ่านการสัมผัส (Tactile Perception Theory) ทฤษฎีสัญศาสตร์ (Semiotics) และทฤษฎีการสื่อความหมายของสีผ่านสัมผัสในบริบทของผลิตภัณฑ์แฟชั่นการพัฒนาสัญลักษณ์สัมผัสในวิจัยนี้เริ่มจากการกำหนดความหมายที่ต้องการสื่อ โดยอิงจากทฤษฎีของ Roland Barthes ซึ่งแบรนด์ .ONCE ตั้งเป้าหมายในการสื่อสารเรื่องสีให้เข้าใจได้ทั้งผู้มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น จากนั้นได้เลือกใช้ทฤษฎีของ Charles Sanders Peirce ในการวิเคราะห์และตีความรูปแบบของสัญลักษณ์ เพื่อให้ได้สัญลักษณ์ที่ชัดเจนและสื่อความหมายได้ตรงตามเจตนา ในกระบวนการออกแบบสัญลักษณ์ ได้มีการใช้ทฤษฎีสัญศาสตร์ในการวิเคราะห์และสร้างสัญลักษณ์สัมผัส โดยสัญลักษณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติและสามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากสี จากนั้นได้มีการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้ทางประสาทสัมผัส (Sensory Perception Theory) เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในการสื่อสารสีผ่านสัมผัส หลังจากพัฒนาสัญลักษณ์เสร็จสิ้น ได้มีการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างซึ่งประกอบด้วยผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสัญลักษณ์ที่มีความเรียบง่ายและสัมพันธ์กับธรรมชาติ เช่น ใบไม้สำหรับสีเขียว และดวงอาทิตย์สำหรับสีเหลือง สามารถช่วยให้การสื่อสารเรื่องสีผ่านสัมผัสมีประสิทธิภาพมากขึ้นการวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสัญลักษณ์สัมผัสที่มีความหมายลึกซึ้งและสามารถเชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างผู้ใช้ทุกกลุ่ม นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและสร้างสังคมที่เท่าเทียม ข้อสรุปจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่า สัญลักษณ์สัมผัสที่เรียบง่ายและมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น ใบไม้หรือดวงอาทิตย์ สามารถช่วยให้การสื่อสารเรื่องสีมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้รูปทรงที่มีการจัดกลุ่มเป็นคอลเลกชันเดียวกัน และการลดความซับซ้อนของรูปทรงยังสามารถช่วยลดความสับสนในการแยกแยะสีได้ วิทยานิพนธ์นี้มีส่วนสำคัญในการนำเสนอกระบวนการออกแบบที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมในสังคม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม นำไปสู่ความเข้าใจและความเท่าเทียมในสังคม


สุนทรียแห่งวัสดุ: การสร้างคุณค่าสำหรับกระดาษเหลือใช้ในอุตสาหกรรมด้วยเทคนิคเชิงหัตถกรรม, พีรณัฐ บุญชื่น Jan 2024

สุนทรียแห่งวัสดุ: การสร้างคุณค่าสำหรับกระดาษเหลือใช้ในอุตสาหกรรมด้วยเทคนิคเชิงหัตถกรรม, พีรณัฐ บุญชื่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและสร้างสรรค์สุนทรียะแห่งวัสดุผ่านการนำกระดาษเหลือใช้จากอุตสาหกรรมมาประยุกต์ใช้ด้วยเทคนิคเชิงหัตถกรรม โดยเน้นการเพิ่มคุณค่าเชิงสุนทรียะและเชิงสิ่งแวดล้อมให้กับวัสดุเหลือใช้ที่ถูกมองข้าม โดยในขั้นต้นได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของกระดาษเหลือใช้ที่มีหลากหลายลักษณะทางกายภาพ อาทิ พื้นผิว ความหนา สี และการพิมพ์ จากนั้นได้เลือกและนำเทคนิคเชิงหัตถกรรมต่าง ๆ มาประยุกต์เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสุนทรียภาพ โดยเน้นการควบคุมลักษณะของพื้นผิว ความโปร่งแสง และลวดลายเฉพาะตัวในกระดาษแต่ละชนิดผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความงามที่เกิดจากการใช้เทคนิคหัตถกรรม โดยลักษณะเฉพาะของวัสดุที่ได้รับการดัดแปลงนั้นสะท้อนให้เห็นถึงสุนทรียะแบบเฉพาะตัว การเรียงตัวของเยื่อกระดาษและการปรากฏของลวดลายจากหมึกพิมพ์เดิมทำให้เกิดพื้นผิวและลวดลายที่มีความซับซ้อนและล้ำลึก ความโปร่งแสงและความขุ่นทึบของกระดาษเกิดขึ้นจากการควบคุมระดับความหนาและการเคลื่อนไหวของแม่พิมพ์ระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ความงามที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ด้วยวิธีการเชิงอุตสาหกรรมโดยสรุป งานวิจัยนี้แสดงถึงศักยภาพของการนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่าเชิงสุนทรียะ ผ่านกระบวนการที่ใช้ความพิถีพิถันและการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ผลงานที่ได้ไม่เพียงมีคุณค่าเชิงศิลปะ แต่ยังสะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้ในสังคมถึงความสำคัญของการนำวัสดุเหลือใช้มาปรับเปลี่ยนสู่สุนทรียะใหม่ ที่ผสมผสานความงามในเชิงหัตถกรรมกับคุณค่าในเชิงสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว


การแปลมุกตลกภาษาในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language, ฐาปนี ชลิตาภานุกุล Jan 2024

การแปลมุกตลกภาษาในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language, ฐาปนี ชลิตาภานุกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเรื่องบทบรรยายใต้ภาพ, ความขบขัน, และการเล่นคํา เพื่อทําความเข้าใจการเล่นคําที่ก่อให้เกิดความขบขันในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language แล้วช่วยให้ผู้วิจัยพบแนวทางการแปลที่หลากหลายซึ่งสามารถสร้างอารมณ์ขันให้ผู้ชมในภาษาปลายทางได้ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวทางการแปลบทบรรยายใต้ภาพของเฮนริค ก็อตต์ลีบ (Henrik Gottlieb), การศึกษาความไม่เข้ากัน (Incongruity and Resolution), การศึกษาทฤษฎีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ (Relevance theory) ของแดน สเปอร์เบอร์ (Dan Sperber) และเดร์เดอร์ วิลสัน (Deirdre Wilson), การศึกษาทฤษฎีระบบภาษา (Register theory) ของไมเคิล ฮัลลิเดย์ (Michael Halliday) และแนวทางการแปลการเล่นคําของเดิร์ก ดิลาบาสทิทา (Dirk Delabastita) เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ตัวบท และวิเคราะห์ปัญหาในการถ่ายทอดความขบขันในตัวบทที่เป็นสื่อโสตทัศน์ (Audiovisual work) รวมทั้งวางแผนแก้ปัญหาดังกล่าวผลการศึกษาวิจัยพบว่า ทฤษฎีและแนวทางต่าง ๆ ข้างต้นสามารถช่วยให้ผู้วิจัยเข้าใจกระบวนการสร้างความขบขันของการเล่นคำที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง รวมทั้งประเภทของการเล่นคำที่เกิดในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งทำให้ผู้วิจัยรู้ว่าควรแปลการเล่นคำในภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับการเล่นคำในภาษาไทยอย่างไร และเมื่อพบการเล่นคำที่มีความแตกต่างด้านวัฒนธรรมร่วมด้วย ผู้วิจัยก็พบว่าควรปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและสังคมของผู้ชมในภาษาปลายทางเพื่อให้พวกเขาเข้าใจความไม่เข้ากันที่เกิดขึ้นให้เหตุการณ์นั้น ๆ แล้วรู้สึกขบขันตรงตามจุดมุ่งหมายของละครซิทคอม อย่างไรก็ตาม บางกรณีก็มีข้อจำกัดด้านภาพซึ่งปรากฏมาพร้อมกับบทบรรยายใต้ภาพที่มีการเล่นคำ ส่งผลให้ผู้วิจัยไม่อาจคงลักษณะของการเล่นคำตามตัวบทต้นฉบับไว้ได้


Investigating Interlanguages Of English Gerund And Infinitive Verb Complements By L1 Chinese Learners In Taiwan, Chih Ying Chou Jan 2024

Investigating Interlanguages Of English Gerund And Infinitive Verb Complements By L1 Chinese Learners In Taiwan, Chih Ying Chou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated the challenges faced by L1 Chinese learners in Taiwan in mastering English gerund and infinitive verb complements. Using the Interlanguage Hypothesis (Selinker, 1972) as a theoretical framework, the study explored how interlanguage factors - such as language transfer, overgeneralization, and transfer of training - affected these learners’ use of gerunds and infinitive verb complements. The research examined Taiwanese learners’ production and comprehension of English gerund and infinitive verb complements on Multiple Choice Questions (MCQ) and Grammaticality Judgment Tests (GJT), respectively, by learners of different proficiency levels, i.e., average and high proficiency learners. Results revealed that learners frequently …


กรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา, กรเอก จิตร์กระบุญ Jan 2024

กรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา, กรเอก จิตร์กระบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องกรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษามูลบทที่เกี่ยวข้องกับปิน ศึกษากรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา ประเมินคุณภาพเสียง ปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ วิทยานิพนธ์เรื่องกรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา มูลบทที่เกี่ยวข้องกับปิน ศึกษากรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา และประเมินคุณภาพเสียงปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา ผลการวิจัยพบว่าพ่อครูอินส่วย มูลทา เป็นศิลปินและช่างสร้างเครื่องดนตรีในจังหวัดน่าน มีประสบการณ์สร้างปินผ่านการทดลองและสังเกตปินของศิลปินหลาย ๆ ท่าน จากการศึกษากรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา พบว่ามีความพิถีพิถันและมีความใส่ใจในทุกขั้นตอน พบปัจจัยที่ส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพของปิน 8 ขั้นตอนคือ การคัดเลือกไม้ การร่างแบบตามกระสวนครั้งที่ 1 การร่างแบบตามกระสวนครั้งที่ 2 การผ่าเปิดตาดปิน การเจาะรูลมกระพุ้ง การทำหย่อง การทำก๊อบ และการติดก๊อบ อีกทั้งยังพบปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงของปิน 6 ขั้นตอน คือ การคัดเลือกไม้ การร่างแบบกระสวนครั้งที่ 1 การผ่าเปิดตาดปิน การเจาะกระพุ้งและหัวปิน การเจาะรูลมกระพุ้ง และการตั้งเสียง พบลักษณะเฉพาะที่ปรากฏอยู่ในกรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา คือ 1. การนำลูกบิดกีตาร์มาใช้แทนลูกบิดแบบดั้งเดิมเป็นคนแรกของจังหวัดน่าน 2. การบากร่องส่วนหัวเพื่อใส่เรซิ่นสำหรับรองสายกันสึก 3.ลวดลายของรูลมทรงหยดน้ำคู่ จากการประเมินปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา โดยผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 7 ท่าน พบว่าความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 7 ท่าน มีความพ้องกันว่าทั้งลักษณะทางกายภาพ และคุณภาพเสียงปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา มีมาตรฐานที่ดี คือมีลักษณะทางกายภาพของปินสวยงาม สัดส่วนถูกต้อง รูปทรงดีมาก และลักษณะเสียงของปิน ดังกังวาน เสียงใส ไม่มีเสียงแหบ ไม่มีเสียงเพี้ยน


สารัตถะเพลงครอบจักรวาลกับการแปรทำนองซอสามสายของรองศาสตราจารย์พิชิต ชัยเสรี, สุนทรวินิจ วรสิงห์ Jan 2024

สารัตถะเพลงครอบจักรวาลกับการแปรทำนองซอสามสายของรองศาสตราจารย์พิชิต ชัยเสรี, สุนทรวินิจ วรสิงห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องสารัตถะเพลงครอบจักรวาลกับการสร้างทำนองซอสามสายของ รองศาสตราจารย์พิชิต ชัยเสรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการสร้างทำนองซอสามสาย และ เพื่อศึกษากลวิธีการแปรทำนองซอสามสายจากทำนองทางฆ้องกรณีศึกษาเพลงครอบจักรวาล ผลการวิจัยพบว่า สามารถสร้างทำนองซอสามสายได้โดยวิธีการ 4 ขั้นตอน ดังนี้ (1.) การแปลทำนองฆ้องเป็นทำนองซอสามสาย (Translation) โดยวิธีการถอดทำนองฆ้องเป็นทำนองสารัตถะ จากนั้นพิจารณาทิศทางการดำเนินของทำนองใน 3 รูปแบบคือ วิถีขึ้น (Way Up) วิถีลง (Way Down) และวิถีคงที่ (Stand Still) สามารถแปลทำนองได้เป็น 2 ลักษณะ คือการแปลอย่างจาว (Thin Texture) และการแปลอย่างเก็บ (Thick Texture) (2.) การแปรทำนองซอสามสาย (Variation) ให้เกิดความหลากหลายของทำนองออกไปจากทำนองอย่างเดิม (3.) การผูกสำนวนทำนอง (Combination) เรียงร้อยสำนวนทำนองระหว่างมือฆ้องเข้าไว้ด้วยกันโดยใช้ความรู้จากการแปลและการแปรทำนอง (4.) การสร้างสรรค์ทำนอง (Creativity) ใช้ความรู้จากทั้ง 3 ขั้นตอนที่ได้กล่าวมารวมทั้งประสบการณ์ในการสร้างทำนองใหม่เพื่อให้เกิดทำนองซอสามสายที่ดีและไพเราะน่าฟัง กลวิธีการแปรทำนองซอสามสาย เสนอไว้ 3 ประการ ประการแรก เสียงซ้ำให้หลีกหนีประการที่สอง เพิ่มเสียงตามกลุ่มเสียงและสร้างความถี่ของโน้ต และประการสุดท้าย ทำความผันแปรของทิศทางการดำเนินทำนอง


การแสดงเดี่ยวทูบาระดับมหาบัณฑิตโดย ธีรพัฒน์ เดชะ, ธีรพัฒน์ เดชะ Jan 2024

การแสดงเดี่ยวทูบาระดับมหาบัณฑิตโดย ธีรพัฒน์ เดชะ, ธีรพัฒน์ เดชะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง การตีความและการฝึกซ้อมบทเพลง ทูบาเพลงแสดงเดี่ยวในบันไดเสียงเอฟไมเนอร์ ประพันธ์โดย ราล์ฟ วอห์น วิลเลียมส์ ทูบาโซนาตาและเปียโน ประพันธ์โดย พอลฮินเดมิธ Adagio and Allegro ประพันธ์โดย โรเบิร์ต ชูมันน์ และ Sonata for Arpeggione and Piano ประพันธ์โดยฟรานซ์ ชูเบิร์ต มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิตด้านการแสดงเดี่ยวทูบาของ ธีรพัฒน์ เดชะ เนื้อหาในบทวิเคราะห์ประกอบไปด้วยการศึกษาข้อมูลชีวประวัติผู้ประพันธ์ ความเป็นมาของบทเพลง การวิเคราะห์บทเพลงและเทคนิคในการบรรเลง ผู้วิจัยได้นำเสนอแง่มุมด้านการตีความ บทเพลง การฝึกซ้อมส่วนตัว วิธีการแก้ไขปัญหา และคัดเลือกแบบฝึกหัดที่เหมาะสมกับปัญหา เพื่อปรับใช้ในการวางแผนการซ้อม การเตรียมตัวเพื่อการแสดง และการบรรเลงร่วมกับนักเปียโน ให้ได้ผลลัพธ์การแสดงที่มีมาตรฐานสูงสุด การแสดงเดี่ยวทูบาจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เวลา 10.00 น. ณ ห้องแสดง 301 คณะศิลปกรรมมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยใช้เวลาในการแสดงประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที


การตีบทสอพินยาในละครพันทางเรื่องผู้ชนะสิบทิศ, วุฒิชัย นราแก้ว Jan 2024

การตีบทสอพินยาในละครพันทางเรื่องผู้ชนะสิบทิศ, วุฒิชัย นราแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การตีบทสอพินยาในละครพันทางเรื่องผู้ชนะสิบทิศ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการตีบทสอพินยาในละครพันทางเรื่องผู้ชนะสิบทิศของอาจารย์เสรี หวังในธรรม จำนวน 6 บท ได้แก่ บทโอ้อวด บทข่มขู่ บทโกรธแค้น บทเสียใจ บทฆ่าตัวตาย และบทการต่อสู้ แบบตัวต่อตัวระหว่างสอพินยากับจะเด็ด (อาวุธสั้น) และการต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 ระหว่างสอพินยาและไขลู กับมังตรา (อาวุธยาว) โดยผู้วิจัยศึกษาข้อมูลจากเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมโดยการฝึกซ้อมการแสดง และไม่มีส่วนร่วมโดยการรับชมการแสดงสดและชมวีดิทัศน์ โดยมุ่งศึกษากลวิธีการตีบทสอพินยาจากรูปแบบและวิธีการปฏิบัติของอาจารย์จุลชาติ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย (โขนยักษ์) วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ผลการวิจัยพบว่าอาจารย์จุลชาติ อรัณยะนาค เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความสามารถทางด้านการแสดงนาฏศิลป์ไทยทั้งโขนและละคร เคยได้รับบทบาททั้ง ตัวประกอบ พระเอกและตัวโกง สำหรับบทบาทการแสดงที่มีความโดดเด่นที่สุดคือ สอพินยาในการแสดงละครพันทางเรื่องผู้ชนะสิบทิศของอาจารย์เสรี หวังในธรรม เป็นตัวละครจัดอยู่ในประเภทตัวโกงที่มีความหลากหลายทางด้านอารมณ์ บุคลิก อุปนิสัยและพฤติกรรมต่าง ๆ ทำให้สอพินยาเป็นตัวละครที่โดดเด่นตัวหนึ่งในเรื่องผู้ชนะสิบทิศ โดยคุณลักษณะของผู้แสดงต้องเป็นคนที่ใช้น้ำเสียงดัง ฟังชัด สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าในระหว่างการแสดงได้อย่างเรียบเนียน เป็นผู้มีประสบการณ์การแสดงทั้งโขนและละคร เพื่อให้ได้มาของการสวมบทบาทที่ชวนน่าติดตาม ลักษณะพิเศษของอาจารย์จุลชาติ อรัณยะนาค ในกลวิธีแสดงบทบาทสอพินยา ผู้วิจัยพบอยู่ 3 ลักษณะเด่นด้วยกันที่เป็นปัจจัยทำให้บทบาทสอพินยาที่แสดงโดยอาจารย์จุลชาติเป็นที่กล่าวขาน คือ 1. การให้ความสำคัญในการปรับบุคลิกของตัวละคร 2. การให้ความสำคัญในบทละคร 3. การให้ความสำคัญในอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร นอกจากนี้พบการใช้ท่ารำประกอบในกลวิธีการตีบทสอพินยามี 3 ประเด็นด้วยกัน คือ 1. การใช้ท่ารำเต็ม หรือท่ามาตรฐาน 2. การใช้ท่ารำเลียนแบบธรรมชาติ 3. การใช้ท่ารำเสริมบท ทั้งนี้ผู้แสดงจะต้องศึกษาความเข้าใจในบทละครอย่างถ่องแท้ถึงจะดูสมจริง จึงจะแสดงในบทบาทสอพินยาได้อย่างสมบูรณ์แบบ


ประติมากรรมติดตั้ง : การหวนสู่สุนทรียะวิถีชุมชน, ธนัชชา ไชยรินทร์ Jan 2024

ประติมากรรมติดตั้ง : การหวนสู่สุนทรียะวิถีชุมชน, ธนัชชา ไชยรินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผลกระทบของกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ประการหนึ่ง คือการเปลี่ยนแปลงอาชีพและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมสมัยใหม่ ผลลัพธ์ที่ตามมามากไปกว่านั้นคือการทำให้ภูมิปัญญาเครื่องเขินซึ่งเป็นทักษะและองค์ความรู้ท้องถิ่นที่ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นสูญหายไปตามสภาพการณ์ของการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นโครงการวิจัยสร้างสรรค์ ประติมากรรมติดตั้ง : การหวนสู่สุนทรียะวิถีชุมชน จึงเป็นความพยายามที่จะนำเสนอการอนุรักษ์กรรมวิธีและทำให้องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องเขินได้รับการถ่ายทอดและทำให้ปรากฏผ่านงานศิลปะร่วมสมัย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์การเปลี่ยนอาชีพจากงานหัตถกรรมเครื่องเขินไปสู่อาชีพต่างๆในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องเขินมาพัฒนาต่อ โดยการนำทักษะ เทคนิค และมรรควิธีทางภูมิปัญญาที่ได้เรียนรู้มาผสมผสานกับการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม เพื่อทำหน้าที่เก็บรักษาและสืบทอดองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาเครื่องเขินให้ปรากฏในรูปแบบของงานศิลปะร่วมสมัยโดยไม่เลือนหายไป


บทประพันธ์เพลงระดับมหาบัณฑิต : "ก้าวย่างสู่นิพพาน" สำหรับวงแจ๊ส, อิทธิศักดิ์ ปัญญาใหญ่ Jan 2024

บทประพันธ์เพลงระดับมหาบัณฑิต : "ก้าวย่างสู่นิพพาน" สำหรับวงแจ๊ส, อิทธิศักดิ์ ปัญญาใหญ่

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทประพันธ์เพลงระดับมหาบัณฑิต : “ก้าวย่างสู่นิพพาน” สำหรับวงแจ๊ส เป็นบทประพันธ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรีบลูส์และดนตรีแจ๊สที่ผู้ประพันธ์มีความสนใจ ซึ่งดนตรีบลูส์และดนตรีแจ๊สมีอิทธิพลต่อผู้ประพันธ์ในแง่มุมของความอิสระที่จะแสดงคีตปฏิภาณภายใต้จังหวะต่าง ๆ ซึ่งวางไว้เป็นกรอบหลวม ๆ ที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีสามารถแสดงคีตปฏิภาณโดยมีแบบแผนของดนตรีแจ๊สภายใต้กรอบของเสียงประสานที่วางไว้ บทประพันธ์เพลง : “ก้าวย่างสู่นิพพาน” สำหรับวงแจ๊ส แบ่งออกเป็น 3 ตอน รวมเวลาในการบรรเลง 15 นาที โดยแต่ละตอนมีชื่อเรียกดังนี้ ก้าวแรก ก้าวต่อ และปัจจุบันขณะ ก้าวแรกเปรียบกับดนตรีบลูส์ที่ถือว่าเป็นรากฐานสำคัญสำหรับดนตรีแจ๊ส ก้าวต่อเปรียบกับดนตรีแจ๊สที่ได้รับพัฒนาจากนักดนตรีที่มีความรู้มากขึ้นและปัจจุบันขณะเปรียบกับตัวผู้ประพันธ์ที่ได้ผสมผสาน เปรียบกับตัวผู้ประพันธ์ผสมผสานองค์ความรู้ที่ได้ศึกษามานำมาสร้างสรรค์ในการประพันธ์ โดยผู้ประพันธ์ได้ใช้เทคนิค เช่น การเลียน จังหวะขัด การคัดการดำเนินคอร์ด และเทคนิคอื่น ๆ มาใช้ในการประพันธ์เพลง แรงบันดาลใจจากพุทธศาสนา ก้าวแรกเปรียบกับการประสูติ ก้าวต่อเปรียบกับตรัสรู้ และปัจจุบันขณะเปรียบกับการปริพนิพาน


อัตลักษณ์ทางดนตรีของทำนองจะเข้ในบทเพลงประเภททางพื้นของครูนิภา อภัยวงศ์, ฐิติพงศ์ ราชวงศ์ Jan 2024

อัตลักษณ์ทางดนตรีของทำนองจะเข้ในบทเพลงประเภททางพื้นของครูนิภา อภัยวงศ์, ฐิติพงศ์ ราชวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง อัตลักษณ์ทางดนตรีของทำนองจะเข้ในบทเพลงประเภททางพื้นของ ครูนิภา อภัยวงศ์ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษามูลบทที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดการบรรเลงจะเข้ของ ครูนิภา อภัยวงศ์และศึกษาอัตลักษณ์ของทำนองจะเข้ในบทเพลงประเภททางพื้นของครูนิภา อภัยวงศ์ ผลการวิจัยพบว่า ในด้านการถ่ายทอดการบรรเลงจะเข้ของครูนิภา อภัยวงศ์ ครูมีการถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักศึกษาที่ชมรมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหงและกลุ่มลูกศิษย์ส่วนตัวที่มาศึกษาที่บ้าน โดยครูมีการคัดเลือกลูกศิษย์ทุกคนก่อนทำการถ่ายทอด การถ่ายทอดใช้วิธีการนอยปากและสาธิตการดีดให้ดู ไม่มีการใช้โน้ตเพลง เริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานการพันไม้ดีด การใช้ไม้ดีด โดยเริ่มต่อเพลงตั้งแต่ตับต้นเพลงฉิ่งสามชั้นไปจบด้วยเพลงเดี่ยวขั้นสูง โดยพิจารณาให้เหมาะสมตามความสามารถของผู้เรียน สอนลูกศิษย์ด้วยความเมตตาทำให้เกิดความผูกพันเป็นอย่างมากระหว่างครูและศิษย์ ในด้านอัตลักษณ์ของทำนองจะเข้พบว่าการแปรทำนองจะเข้มี 8 รูปแบบ ได้แก่ 1. การดำเนินทำนองแบบเรียงเสียง 2. การดำเนินทำนองแบบสับทำนองสลับเสียงสูงต่ำ 3. การดำเนินทำนองแบบย้ำเสียงเดิม 4. การดำเนินทำนองโดดเสียงขึ้น 3 และ 4 เสียง 5. การดำเนินทำนองแบบหักเสียงโดยฉับพลัน 6. การดำเนินทำนองแบบยอกย้อนทำนอง 7. การดำเนินทำนองแบบฝากทำนอง และ 8. การดำเนินทำนองโดยการใช้กลวิธีต่าง ๆ ของจะเข้แทรกอยู่ในทำนอง เม็ดพรายของทำนองจะเข้มี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. การสะบัด 2. การใช้สายลวด และ 3. การบรรเลงไม่ซ้ำทำนอง


กลวิธีการเป่าปี่ชวาในบทเพลงเพื่อการแสดงอาวุธของครูปี๊บ คงลายทอง (ศิลปินแห่งชาติ), ธีระรัตน์ คมขำ Jan 2024

กลวิธีการเป่าปี่ชวาในบทเพลงเพื่อการแสดงอาวุธของครูปี๊บ คงลายทอง (ศิลปินแห่งชาติ), ธีระรัตน์ คมขำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องกลวิธีการเป่าปี่ชวาในบทเพลงเพื่อการแสดงอาวุธของครูปี๊บ คงลายทอง (ศิลปินแห่งชาติ) เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทเพลงเพื่อการแสดงอาวุธและกลวิธีการเป่าปี่ชวาในบทเพลงเพื่อการแสดงอาวุธ ผลการวิจัยพบว่า บทเพลงเพื่อการแสดงอาวุธมีจำนวน 6 บทเพลง ได้แก่ เพลงกระบี่ลีลา สองชั้น เพลงโยนดาบ สองชั้น เพลงมอญรำดาบ สองชั้น เพลงโลม สองชั้น และเพลงลงสรง สองชั้น เพลงสองชั้นใช้สำหรับไหว้ครูประจำแต่ละอาวุธ และเพลงโยน-แปลง ใช้สำหรับทุกการแสดงในช่วงเดินแปลงและเข้าต่อสู้ กลวิธีการเป่าปี่ชวาในบทเพลงเพื่อการแสดงอาวุธจะต้องปรับกลุ่มเสียงเพื่อให้ปี่ชวาดำเนินทำนองได้สะดวกทั้งการใช้นิ้วและการใช้ลม อีกทั้งเพื่อให้พบทำนองที่เอื้อต่ออารมณ์ให้มีความฮึกเหิม เพลงที่จะต้องปรับกลุ่มเสียง ได้แก่ เพลงโยนดาบ สองชั้น เพลงมอญรำดาบ สองชั้น เพลงโลม สองชั้น เพลงลงสรง สองชั้น และเพลงที่ไม่ต้องปรับกลุ่มเสียง ได้แก่ เพลงกระบี่ลีลา สองชั้น นอกจากการปรับกลุ่มเสียงเพื่อความสะดวกในการบรรเลงปี่ชวา จะต้องใช้กลวิธีพิเศษเพื่อเพิ่มอรรถรสให้แก่ทำนอง ได้แก่ การตอดลิ้นโดยเป่าลมสั้น การตอดลิ้นตัดลม การตอดลิ้นติดกัน 2 ครั้ง การตอดลมโดยเป่าลมสั้น การปริบ การโปรยเสียง การตีนิ้ว การสะบัด การรวบทำนอง และการกระทบเสียง ซึ่งกลวิธีดังกล่าวในการเป่าปี่ชวาในแต่ละบทเพลงจะต้องศึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้ได้รับองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามแบบแผนเนื่องจากกลวิธีใช้นิ้วและลมในการเป่าปี่ชวามีรายละเอียดที่ซับซ้อน


Orthodoxy In Ukraine: Strategies Of Reconciliation, Tetiana Havryliuk, Yuriy Chornomorets, Vasyl Lozovytskyi Jan 2024

Orthodoxy In Ukraine: Strategies Of Reconciliation, Tetiana Havryliuk, Yuriy Chornomorets, Vasyl Lozovytskyi

Occasional Papers on Religion in Eastern Europe

The article analyzes the inter-Orthodox conflict in Ukraine in the context of the search for ways of reconciliation. The path to reconciliation is shown to be a fundamental Christian principle capable of overcoming serious reasons for enmity and hatred, as has been repeatedly demonstrated in history. The potential of the concept of "open Orthodoxy" in the formation of a new culture of inter-Christian dialogue and coexistence is revealed, the implementation of which can ensure Ukraine not only the unity of Ukrainian Orthodoxy, but also the unity of the Ukrainian people. The role of the All-Ukrainian Council of Churches and Religious …


"The Mission Of The Church In The Post-War Perspective Of Ukraine": International Theological Conference 2024, Vladyslav Fulmes Jan 2024

"The Mission Of The Church In The Post-War Perspective Of Ukraine": International Theological Conference 2024, Vladyslav Fulmes

Occasional Papers on Religion in Eastern Europe

On June 06, 2024 Volyn Orthodox Theological Academy (Lutsk, Ukraine) held an international theological conference “The Mission of the Church in the Post-war Perspective of Ukraine”. Brief information about this international scientific conference is given.


(Non)Ordination Of Women In The Evangelical Lutheran Church Of Latvia: Response Of Partner Churches, Dace Balode, Valdis Tēraudkalns Jan 2024

(Non)Ordination Of Women In The Evangelical Lutheran Church Of Latvia: Response Of Partner Churches, Dace Balode, Valdis Tēraudkalns

Occasional Papers on Religion in Eastern Europe

This article uses archival sources and other materials to analyze opinions in order to reconstruct events and responses, and to reveal theological arguments used by various sides in the debates on the ordination of women within the Evangelical Lutheran Church of Latvia (ELCL). The primary interest of authors has been to provide a comprehensive historical exposition. In studying historical documents, authors employ classical methods like identifying the origin and context of documents, as well as using generic, comparative, and content analysis. Secondly, authors are exploring how the issue of women's ordination has impacted the ELCL's relationships with its partners, and …


The Man From Figueras, Chris Burnside Jan 2024

The Man From Figueras, Chris Burnside

The Man from Figueras

Chris Burnside is an artist/choreographer who was inspired to tell stories on stage after seeing performance artist Spalding Gray at an international theater festival in the early 1980s. After retirement and with the encouragement of a lifelong friend, Mr. Burnside started writing some of those stories down, eventually including others. The stories in The Man from Figueras focus on learning experiences, aha moments, and events that have, over the years, changed his perspective and shaped how he has lived his life. The ninety stories are in chronological order and are grouped by the eight decades of his life.

Burnside attended …


Zine And Collage-Making As An Engine For Queer Self-Making: Cutting, Pasting, And Seeing What Sticks, Robin Lao Jan 2024

Zine And Collage-Making As An Engine For Queer Self-Making: Cutting, Pasting, And Seeing What Sticks, Robin Lao

Postgraduate

The purpose of this project aims to explore the potential of graphic design as a means of discovering and expressing queer identity on both a personal level and as a form of public engagement- to connect the individual to community and discover new knowledge of the self.

This project aims to add to the conversation and representation of queer identity so that both current and future generations can exist comfortably in their bodies and the spaces they occupy in the world. The necessity of more queer, more diverse and nuanced perspectives within studies of queer identity is more important than …


การแสดงเดี่ยวทรอมโบนในระดับมหาบัณฑิตโดย อภิศักดิ์ พรชีวางกูร, อภิศักดิ์ พรชีวางกูร Jan 2024

การแสดงเดี่ยวทรอมโบนในระดับมหาบัณฑิตโดย อภิศักดิ์ พรชีวางกูร, อภิศักดิ์ พรชีวางกูร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวทรอมโบนในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะด้านการบรรเลงทรอมโบน โดย เน้นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกในด้านการวิเคราะห์บทประพันธ์การศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับผู้ประพันธ์และวรรณกรรมทางดนตรีและทักษะการแสดงดนตรีร่วมกัน ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการคัดเลือกบทเพลงสำหรับการแสดงครั้งนี้ไว้ 5 บทเพลงดังนี้ (1) Concerto per Trombone e Orchestra by Nino Rota (2) A Caged Bird by Barbara York (3) Sang Till Lotta by Jan Sandstrom (4) Sonata for Trombone and Piano (Vox Gabrieli) by Stjepan Sulek (5) Kaleidoscope by Steven Verhelst การแสดงในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 เวลา 11.00 น. ณ ห้องแสดง ดนตรีธงสรวง โดยการแสดงแบ่งเป็น 2 ช่วง ระยะเวลาโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที


Tone Mapping Operator Based On Just Noticeable Difference Of Luminance, Kasidet Kanthong Jan 2024

Tone Mapping Operator Based On Just Noticeable Difference Of Luminance, Kasidet Kanthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A Tone Mapping Operator (TMO) is required to display High Dynamic Range (HDR) images on conventional displays. This thesis proposes a TMO that employs a quantization technique integrated with a Just Noticeable Difference (JND) model, which represents the human visual system's capability to discern variations in brightness. The performance of the proposed algorithm is evaluated by comparing it with that of five state-of-the-art TMOs. The evaluation is divided into two manners. First is an objective evaluation with the Tone Mapping Quality Index (TMQI) method, conducted with two HDR datasets: Reinhard including nine scenes, and Funt including 224 scenes. TMQI revealed …


Overview Of Music Interventions For Addressing Emotional Distress Among Stroke Patients: A Scoping Review, Xiuqi Shao Jan 2024

Overview Of Music Interventions For Addressing Emotional Distress Among Stroke Patients: A Scoping Review, Xiuqi Shao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Stroke rehabilitation focuses more on restoring function and physical ability and often overlooks the prevalence of psychological symptoms. The prevalence of depression after stroke has been reported to be between 25 and 79 percent. In addition to depression, anxiety, fatigue and apathy are common symptoms after stroke, with a significant overlap in prevalence and symptoms. Music interventions have been reported to evoke and support emotional processes and facilitate engagement in physical movement, making them valuable for stroke rehabilitation. Many studies have investigated the effects of music interventions on negative emotions in stroke patients, but there is still a need for …


Improving The Writing Ability Of Thai Efl Undergraduate Students By Employing Group Dynamic Assessment, Siyanee Sawetsiri Jan 2024

Improving The Writing Ability Of Thai Efl Undergraduate Students By Employing Group Dynamic Assessment, Siyanee Sawetsiri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to investigate the effect of the group dynamic assessment (G-DA) on students’ writing ability, to examine the extent to which students can maintain their improved writing ability in the transcendence test or the other assessment context, and to identify the types of mediation that were used for the development of students’ writing ability. In this study, the group dynamic assessment (G-DA) was implemented in the genre-based writing instruction for a total of 12 weeks. The participants were an intact group of 15 second-year students from the Faculty of Science, Mahidol University, Kanchanaburi Campus. The results of one-way …


Investigating The Language Challenges And Pedagogical Reasoning Of Thai Medical Teachers In English-Medium Instruction (Emi) Classrooms, Teaka Sowaprux Jan 2024

Investigating The Language Challenges And Pedagogical Reasoning Of Thai Medical Teachers In English-Medium Instruction (Emi) Classrooms, Teaka Sowaprux

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation investigates the language challenges faced by English-medium instruction (EMI) medical teachers in multilingual classrooms and examines how their pedagogical reasoning influences the use of classroom language to convey complex medical content. As EMI continues to expand globally, particularly in higher education, content teachers initially hired to teach in their home language are increasingly being recruited to teach academic subjects through English. While existing research has explored language challenges in EMI science classrooms (Gustafsson, 2020; Pun, Fu, & Cheung, 2023), there is limited understanding of how medical teachers adapt their teaching strategies in response to these challenges. This study …


From Ideal To Cyber Victim: Unveiling The Relationship Between Korean Celebrity Image, Fan Expectations, And Cyberbullying Incidents, Rahma Jaidane Jan 2024

From Ideal To Cyber Victim: Unveiling The Relationship Between Korean Celebrity Image, Fan Expectations, And Cyberbullying Incidents, Rahma Jaidane

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the dynamic realm of the Korean entertainment industry, where glitz and glamour seamlessly intertwine with the personal lives of celebrities, a profound dichotomy unfolds. This research delves into the nuances of this narrative, focusing on how Korean celebrities strive for societal ideals of perfection while navigating the relentless scrutiny of an ever-watchful public eye. This study emerges in response to the evolving landscape where the pursuit of idealized images intersects with the dark side of cyberbullying, an escalating phenomenon with tangible consequences on the mental well-being of these public figures. The primary aim of this study is to explore …


The Study Of Attitude And Values Of The Korean Audience Of Thai Boys’ Love Series, Khattiya Mapha Jan 2024

The Study Of Attitude And Values Of The Korean Audience Of Thai Boys’ Love Series, Khattiya Mapha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to explore the attitudes, values, and behaviors of Korean audience of Thai Boys’ Love (BL) series, utilizing in-depth interviews with fourteen Korean viewers who participated in this study. They are aged between 18-45 years old. Drawing on multi-attribute attitude theory, Schwartz's value theory, and Ajzen's theory of planned behavior, this research provides a nuanced understanding of how Thai BL series influence Korean viewers in cognitive, affective, and behavioral dimensions. Participants expressed appreciation for the affectionate portrayals and open LGBTQ+ representation in Thai BL series, which they perceive as more authentic and emotionally resonant than similar content from …