Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- History (4375)
- Social and Behavioral Sciences (3557)
- Religion (2932)
- English Language and Literature (1909)
- Creative Writing (1875)
-
- United States History (1794)
- Art and Design (1704)
- Education (1627)
- American Studies (1446)
- Music (1097)
- Feminist, Gender, and Sexuality Studies (1072)
- Christianity (1025)
- Race, Ethnicity and Post-Colonial Studies (1017)
- Philosophy (985)
- Sociology (832)
- History of Art, Architecture, and Archaeology (611)
- Fine Arts (610)
- Medicine and Health Sciences (597)
- Communication (590)
- Law (548)
- Women's Studies (548)
- Religious Thought, Theology and Philosophy of Religion (547)
- Film and Media Studies (527)
- Anthropology (525)
- Public History (522)
- Business (520)
- International and Area Studies (482)
- Higher Education (476)
- European History (447)
- Institution
-
- University of Central Florida (845)
- Brigham Young University (828)
- Association of Arab Universities (517)
- City University of New York (CUNY) (512)
- Liberty University (327)
-
- College of the Holy Cross (326)
- University of Mississippi (312)
- University of Nebraska - Lincoln (292)
- Georgia Southern University (285)
- Western Kentucky University (268)
- University of Alabama at Birmingham (245)
- Andrews University (234)
- Morehead State University (228)
- George Fox University (224)
- Ministry of Higher and Secondary Specialized Education of the Republic of Uzbekistan (224)
- Claremont Colleges (218)
- Kutztown University (207)
- Chulalongkorn University (201)
- Rhode Island School of Design (201)
- Gettysburg College (198)
- Stephen F. Austin State University (190)
- University of Montana (181)
- Bridgewater State University (180)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (161)
- Southwestern Oklahoma State University (157)
- Beirut Arab University (153)
- Louisiana Tech University (148)
- Wilfrid Laurier University (145)
- Gonzaga University (141)
- Western Michigan University (141)
- Keyword
-
- Poetry (326)
- History (239)
- Church work with the deaf -- Catholic Church (202)
- Deaf -- Periodicals (202)
- Deaf culture (202)
-
- Hearing impaired (202)
- Pastoral care of people with disabilities (202)
- COVID-19 (198)
- Literature (193)
- Music (190)
- Art (179)
- Archaeology (176)
- Texas (173)
- UAB (171)
- Education (149)
- Gender (147)
- Literary (147)
- Litmag (144)
- Fiction (136)
- Women (134)
- Identity (129)
- Reviews (128)
- Literary journals (127)
- Literary publishing (126)
- American Revolution (1775-1783) (124)
- Foreign Mercenaries (124)
- German Settlers in Early America (124)
- Hessian Auxiliary (124)
- Johannes Schwalm Historical Association (124)
- Kentucky (124)
- Publication
-
- Florida Historical Quarterly (720)
- Theses and Dissertations (347)
- Hebron University Research Journal-B (Humanities) - (مجلة جامعة الخليل للبحوث- ب (العلوم الانسانيه (280)
- Masters Theses (204)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (188)
-
- African American Funeral Programs (180)
- Doctoral Dissertations and Projects (175)
- Index of Texas Archaeology: Open Access Gray Literature from the Lone Star State (164)
- Electronic Theses and Dissertations (151)
- Studies in English (147)
- Publications and Research (137)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (135)
- Journal of International Women's Studies (135)
- Honors Theses (131)
- Theoretical Studies in Literature and Art (131)
- Interpreter: A Journal of Latter-day Saint Faith and Scholarship (128)
- The Review Review (126)
- Schwalm Marburg Files (124)
- Manuscript Collection Finding Aids (118)
- Uruk Journal of Human Sciences (114)
- Architecture and Planning Journal (APJ) (113)
- BYU Studies (108)
- Birmingham Poetry Review (105)
- Manuscript Finding Aids (99)
- Faculty Publications (98)
- The International Journal of Ethical Leadership (98)
- Morehead State University Art Collection (93)
- The Light of Islam (91)
- .RAW Journal of Art and Design (89)
- Occasional Papers on Religion in Eastern Europe (86)
- Publication Type
- File Type
Articles 17941 - 17970 of 18167
Full-Text Articles in Arts and Humanities
มโนอุปลักษณ์เพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือกในวาทกรรมสาธารณะ :กรณีศึกษาบทละครโทรทัศน์และเพลงไทยสากล, ปิยภรณ์ อบแพทย์
มโนอุปลักษณ์เพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือกในวาทกรรมสาธารณะ :กรณีศึกษาบทละครโทรทัศน์และเพลงไทยสากล, ปิยภรณ์ อบแพทย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กิบส์ (Gibbs, 1994) และโคเวคเซส (KÖvecses, 2002, 2010) กล่าวไว้ว่า ไม่ใช่เพียงแค่ถ้อยคำอุปลักษณ์ที่ใช้ในการสนทนาในชีวิตประจำวันเท่านั้นที่สะท้อนมโนทัศน์ของผู้ใช้ภาษาได้ ถ้อยคำอุปลักษณ์ที่มีลักษณะสร้างสรรค์จากแหล่งอื่นๆ เช่น นวนิยาย บทกวี ก็สามารถสะท้อนมโนอุปลักษณ์ (conceptual metaphor) ของผู้ใช้ภาษาในสังคมได้เช่นกัน วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มโนอุปลักษณ์เพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือก และวิเคราะห์ทัศนคติเกี่ยวกับเพศชาย เพศหญิง และเพศทางเลือกที่สะท้อนผ่านถ้อยคำอุปลักษณ์ในบทละครโทรทัศน์และเพลงไทยสากล ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ บทละครโทรทัศน์จำนวน 45 เรื่อง และเพลงไทยสากลจำนวน 1,002 เพลงซึ่งเผยแพร่ระหว่างเดือนมกราคม 2558 ถึงเดือนธันวาคม 2560 ผลการวิจัยพบว่า จากจำนวนถ้อยคำอุปลักษณ์ที่พบทั้งสิ้น 5,736 ถ้อยคำ แบ่งเป็นถ้อยคำอุปลักษณ์เพศชาย 2,474 ถ้อยคำ สะท้อนมโนอุปลักษณ์เพศชาย 5 ลำดับแรกที่มีความถี่สูงสุดได้แก่ [เพศชาย คือ สิ่งของในครอบครอง] [เพศชาย คือ สัตว์] [เพศชาย คือ สิ่งสกปรก/ สิ่งปฏิกูล] [เพศชาย คือ สินค้า] [เพศชาย คือ ตัวละคร] ถ้อยคำอุปลักษณ์เพศหญิง 3,078 ถ้อยคำ สะท้อนมโนอุปลักษณ์เพศหญิง 5 ลำดับแรกที่มีความถี่สูงสุดได้แก่ [เพศหญิง คือ สิ่งของในครอบครอง] [เพศหญิง คือ สัตว์] [เพศหญิง คือ สิ่งสกปรก/ สิ่งปฏิกูล] [เพศหญิง คือ อมนุษย์] [เพศหญิง คือ ตัวละคร] และถ้อยคำอุปลักษณ์เพศทางเลือก 184 ถ้อยคำ สะท้อนมโนอุปลักษณ์เพศทางเลือก 5 ลำดับได้แก่ [เพศทางเลือก คือ สัตว์] [เพศทางเลือก คือ สิ่งของในครอบครอง] [เพศทางเลือก คือ อาหาร] [เพศทางเลือก คือ สิ่งสกปรก/ สิ่งปฏิกูล] …
กระบวนการสร้างความหมายในนิยายเบงคลีของเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป, พิมพ์วิภา พินิจ
กระบวนการสร้างความหมายในนิยายเบงคลีของเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป, พิมพ์วิภา พินิจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่อง กระบวนการสร้างความหมายในนิยายเบงคลีของเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษากระบวนการสร้างความหมายในนิยายเบงคลี ผลการศึกษาพบว่านิยายเบงคลีมีกระบวนการสร้างความหมายที่แสดงการวิพากษ์ประเด็นเกี่ยวกับความคิดความเชื่อ ชนชั้นทางสังคม และเพศสถานะของผู้หญิง ประเด็นแรก นิยายเบงคลีตั้งคำถามกับความคิดความเชื่อของอินเดีย ได้แก่ การตั้งคำถามเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า การตั้งคำถามเกี่ยวกับประโยชน์ของความเชื่อในศาสนาต่อการดำเนินชีวิต และการตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ประเด็นที่สอง นิยายเบงคลีนำเสนอการวิพากษ์ชนชั้นทางสังคมด้วยการตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมของชนชั้นต่าง ๆ ในสังคม ประเด็นที่สาม นิยายเบงคลีตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้หญิงและแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงมีปัญญาทัดเทียมผู้ชาย มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง และมีสิทธิ์ได้รับคู่ครองที่คู่ควร นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมีความเป็นปึกแผ่นและมีพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่ครอบครัวหรือสังคมได้ อีกทั้งผู้หญิงก็มีสถานะเท่าเทียมกับสามี นิยายเบงคลีเป็นงานแปลที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างสารคดีและบันเทิงคดีอย่างกลมกลืน มีคุณค่าในฐานะ “นิยาย” ที่แตกต่างไปจากนิยายแบบเดิมที่มีในวัฒนธรรมวรรณศิลป์ของไทยที่ไม่เพียงให้ความบันเทิง แต่ยังให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอินเดียอย่างหลากหลาย เป็นหนังสือที่ช่วยขยายองค์ความรู้เกี่ยวกับภารตวิทยาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและให้คติแง่คิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน
เรื่องเล่าความทรงจำเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิในประเทศไทย: การศึกษาปริจเฉทเรื่องเล่าและอารมณ์ขัน, วีณา วุฒิจำนงค์
เรื่องเล่าความทรงจำเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิในประเทศไทย: การศึกษาปริจเฉทเรื่องเล่าและอารมณ์ขัน, วีณา วุฒิจำนงค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ตึงเครียดหรือโศกเศร้าเป็นประเด็นที่น่าสนใจศึกษา อีกทั้งในปริบทที่ดูไม่น่าจะมีอารมณ์ขันเกิดขึ้นนั้นก็กลับปรากฏการใช้อารมณ์ขันได้อีกด้วย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้าง ประเด็น และกลวิธีทางภาษาในปริจเฉทเรื่องเล่าความทรงจำเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ เพื่อวิเคราะห์ประเด็นที่ทำให้เกิด อารมณ์ขันและหน้าที่ของอารมณ์ขันในปริจเฉทดังกล่าว และเพื่อเปรียบเทียบลักษณะของปริจเฉทเรื่องเล่าของผู้ที่สูญเสียและผู้ที่ไม่ได้สูญเสียบุคคลใกล้ชิด ข้อมูลมาจากการบันทึกเสียงการเล่าเรื่องการประสบภัยพิบัติของผู้มีประสบการณ์ตรงในเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 บริเวณชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย จำนวน 60 เรื่อง รวมความยาว 15 ชั่วโมง 14 นาที 10 วินาที ผู้เล่าเรื่องประกอบด้วยกลุ่มผู้ที่สูญเสียและกลุ่มผู้ที่ไม่ได้สูญเสียบุคคลใกล้ชิดจำนวนกลุ่มละ 30 คน ผลการวิจัยพบว่าปริจเฉทเรื่องเล่าความทรงจำเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิมีองค์ประกอบโครงสร้างของเรื่องเล่า 5 องค์ประกอบ องค์ประกอบที่พบมากคือส่วนดำเนินเรื่อง ส่วนปูเรื่อง และส่วนประเมินค่า ปริจเฉทเรื่องเล่าส่วนใหญ่ เรียบเรียงความตามลำดับเวลา ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเรื่องเล่าความทรงจำเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิแตกต่างกับเรื่องเล่า อื่น ๆ เนื่องจากมีเหตุการณ์ที่เป็นจุดสูงสุดของเรื่องหลายเหตุการณ์ และมักไม่ค่อยปรากฏส่วนคลายปม ในด้านประเด็นที่เล่า พบ 54 ประเด็น จัดกลุ่มได้เป็น 10 กลุ่ม ประเด็นที่พบมากคือเรื่องการได้รับข้อมูลจากบุคคลอื่น ภูมิหลังของตนเอง และการหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ส่วนกลวิธีทางภาษาที่ใช้ในการเล่าเรื่องมี 18 กลวิธี จัดกลุ่มได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกลวิธีที่นำเสนอภาพให้รู้สึกเสมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์และกลุ่มกลวิธีที่ช่วยให้การเล่าเรื่องดำเนินไปอย่างราบรื่น กลวิธีที่พบมากคือการกล่าวซ้ำตนเองเพื่อเน้นย้ำประเด็นที่กล่าวไปก่อนหน้า การกล่าวซ้ำตนเองเพื่อทอดเวลาเพื่อคิดสิ่งที่จะพูดต่อไป และการใช้ถ้อยคำของผู้อื่นที่ยกมา กล่าวใหม่แบบตรง ลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแม้ผู้เล่าเรื่องจะมิได้เป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพ และแม้ภัยพิบัตินี้จะเกิดขึ้น เมื่อนานมาแล้ว แต่ผู้เล่าเรื่องก็ยังสามารถเล่าเรื่องให้รู้สึกเสมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วยได้ แสดงให้เห็นว่าภัยพิบัตินี้เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ประสบภัยพิบัติ ด้านอารมณ์ขันพบว่าประเด็นที่ทำให้เกิดอารมณ์ขันมี 12 ประเด็น ประเด็นที่พบมากคือเรื่องหายนะของตนเอง หน้าที่ของอารมณ์ขันมี 4 หน้าที่ ได้แก่ การแสดงการมีทัศนคติเชิงบวก การแสดงความสามารถในการจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกด้านลบ การลดน้ำหนักการวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น และการแสดงความกลัว โดยไม่เสียภาพลักษณ์ หน้าที่ที่พบมากคือการแสดงการมีทัศนคติเชิงบวก อันสะท้อนให้เห็นการมองโลกในแง่ดีของคนไทย เมื่อเปรียบเทียบปริจเฉทเรื่องเล่าของผู้ประสบภัยพิบัติทั้ง 2 กลุ่มพบว่าประสบการณ์ความสูญเสียมีผลต่อประเด็นที่เล่า กลวิธี ทางภาษา ประเด็นที่ทำให้เกิดอารมณ์ขัน และหน้าที่ของอารมณ์ขัน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเวลาที่ทอดผ่านมาอย่างยาวนานนั้นทำให้ผู้เล่าเรื่องยอมรับการประสบภัยพิบัติและเล่าถึงเหตุการณ์ภัยพิบัตินี้ได้อย่างมีอารมณ์ขัน สอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง T-Timing ในแนวคิดเรื่อง BET ของบุกซ์แมน (Buxman, 2008)
ความขัดแย้งและการแก้ปัญหาของตัวละครในบทละครโนประเภทเก็นสะอิโน, สุนิศา ธรรมาวิวัฒน์
ความขัดแย้งและการแก้ปัญหาของตัวละครในบทละครโนประเภทเก็นสะอิโน, สุนิศา ธรรมาวิวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความขัดแย้งและการแก้ปัญหาความขัดแย้งของตัวละครในบทละครโนประเภทเก็นสะอิโนและศึกษาความเชื่อที่สะท้อนจากความขัดแย้งหรือจากการแก้ปัญหาความขัดแย้งของตัวละครในบทละครโนประเภทเก็นสะอิโน โดยศึกษาจากบทละครโนจำนวน 16 เรื่อง แบ่งตามลักษณะความสัมพันธ์ของตัวละครเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มนายบ่าว 5 เรื่อง กลุ่มพ่อแม่ลูก 7 เรื่อง กลุ่มสามีภรรยา 2 เรื่อง และกลุ่มพี่น้อง 2 เรื่อง ผลการศึกษา พบความขัดแย้ง 2 ประเภทคือ ความขัดแย้งระหว่างตัวละครและความขัดแย้งภายในใจตัวละคร สำหรับวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งพบการแก้ปัญหาของตัวละครตั้งแต่ 1 วิธีขึ้นไป จำนวน 15 เรื่อง โดยใช้วิธีเผชิญปัญหาและวิธีหลีกหนีปัญหา ไม่พบการแก้ปัญหาความขัดแย้งของตัวละครจำนวน 1 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง นิฌิกิโดะ ส่วนความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและการแก้ปัญหา ความขัดแย้งได้แก่ ความกตัญญู ความจงรักภักดี ความสัมพันธ์ระหว่างนายบ่าว 3 ชาติ ความสัมพันธ์ ระหว่างพ่อแม่ลูก 1 ชาติ นอกจากนี้ยังพบความเชื่อเรื่องเทพเจ้า ความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ ความเชื่อเรื่องอานุภาพของบทกลอน รวมถึงความเชื่อทางพุทธศาสนา ได้แก่ ความเป็นอนิจจัง การออกบวช พระอมิตาภะพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และการบริจาคทาน
ขนบและการสร้างสรรค์บทโขนเรื่องรามเกียรติ์ของเสรี หวังในธรรม, กรกฎ คำแหง
ขนบและการสร้างสรรค์บทโขนเรื่องรามเกียรติ์ของเสรี หวังในธรรม, กรกฎ คำแหง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาขนบและการสร้างสรรค์บทโขนเรื่องรามเกียรติ์ของเสรี หวังในธรรมโดยใช้บทโขนที่กรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่พ.ศ.2507-พ.ศ.2550 และศึกษาคุณค่าของบทโขนดังกล่าวในฐานะวรรณคดีการแสดง ผลการศึกษาพบว่าบทโขนของเสรี หวังในธรรมซึ่งเป็นบทโขนโรงใน แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีการผสมผสานการสืบทอดขนบการประพันธ์บทโขนและการสร้างสรรค์ในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ตั้งแต่พ.ศ.2489-พ.ศ.2503 คือบทโขนยุคแรกที่เสรี หวังในธรรมเป็นผู้แต่งบางองก์หรือบางตอนร่วมกับผู้แต่งท่านอื่นเพื่อจัดแสดง ณ โรงละครศิลปากร บทโขนกลุ่มนี้สืบทอดขนบการประพันธ์ในด้านรูปแบบที่มีลักษณะเป็นบทโขนโรงใน ด้านเนื้อหาตามขนบเรื่องรามเกียรติ์ที่มีมาแต่เดิม และด้านการเรียบเรียงบทที่มีการนำบทเดิมมาปรับใช้และการรักษานาฏการสำคัญของโขนแต่เดิมไว้ ส่วนที่สร้างสรรค์ขึ้นคือการดำเนินเรื่องให้กระชับและการแต่งบทให้มีสัมพันธภาพเพื่อเชื่อมโยงไปยังตอนอื่น ๆ ที่ผู้อื่นเป็นคนแต่ง กลุ่มที่ 2 พ.ศ.2522 คือบทโขนที่เสรี หวังในธรรมเป็นผู้แต่งโดยมีท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนีเป็นที่ปรึกษา บทโขนกลุ่มนี้สืบทอดขนบการประพันธ์บทโขนทั้งในด้านรูปแบบที่มีลักษณะเป็นบทโขนโรงใน ด้านเนื้อหาตามขนบของเรื่องรามเกียรติ์ที่มีมาแต่เดิม และด้านการเรียบเรียงบทที่มีการนำบทเดิมมาปรับใช้ มีการรักษานาฏการสำคัญของโขนแต่เดิมไว้ และมีการให้ความสำคัญกับกระบวนแบบละครใน ส่วนที่สร้างสรรค์ขึ้นคือการดำเนินเรื่องกระชับและการแต่งบทให้เอื้อต่อกระบวนแสดงแบบละครใน กลุ่มที่ 3 ตั้งแต่พ.ศ.2517-พ.ศ.2550 คือบทโขนที่เสรี หวังในธรรมเป็นผู้แต่งทั้งชุด บทโขนกลุ่มนี้มีรูปแบบเป็นบทโขนโรงในตามขนบ จำแนกได้เป็นชุดที่มีเนื้อหาตามขนบของเรื่องรามเกียรติ์ที่มีมาแต่เดิม และชุดที่มีเนื้อหาตามนิทานพระรามฉบับแปลกใหม่ ชุดที่มีเนื้อหาตามขนบประกอบด้วยชุดที่ดำเนินเรื่องตามขนบของบทโขน คือดำเนินเรื่องเฉพาะตอนและดำเนินเรื่องหลายตอนต่อเนื่องกันตามลำดับเวลา และชุดที่ปรับการดำเนินเรื่องแบบใหม่โดยมุ่งนำเสนอประวัติและเรื่องราวของตัวละครตัวใดตัวหนึ่งเป็นหลัก ส่วนชุดที่มีเนื้อหาตามนิทานพระรามฉบับแปลกใหม่ มีทั้งชุดที่นำเนื้อหามาจากรามายณะฉบับต่างชาติและนิทานพระรามฉบับอื่นของไทย ในด้านการเรียบเรียงบทของบทโขนกลุ่มที่ 3 นี้พบว่า มีการนำบทเดิมมาปรับใช้ผสมกับส่วนที่แต่งขึ้นใหม่ นอกจากนี้บทโขนกลุ่มนี้ยังมีทั้งส่วนที่รักษากระบวนแสดงแบบเดิม และมีกระบวนแสดงที่แปลกใหม่เพื่อสร้างความน่าสนใจให้แก่การแสดง เช่น การใช้ตลกเชื่อมเรื่อง การใช้ระบำเป็นสัญลักษณ์ การสืบทอดขนบและการสร้างสรรค์ทำให้บทโขนของเสรี หวังในธรรมมีการรักษาลักษณะที่มีมาแต่เดิมผสมกับลักษณะที่แปลกใหม่ มีคุณค่าอย่างยิ่งในฐานะวรรณคดีการแสดง กล่าวคือ 1.คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ได้แก่ การใช้ภาษาที่มีความไพเราะสละสลวย การใช้ความเปรียบ และการใช้โวหารจินตภาพ 2.คุณค่าด้านเนื้อหา ได้แก่ บทโขนนำเสนอเนื้อหาให้ผู้ชมเข้าใจง่าย บทโขนมีเนื้อหาหลากหลายมีส่วนในการสืบทอดเนื้อหาเรื่องรามเกียรติ์ให้เป็นที่รู้จักในสังคม บทโขนให้ความรู้แก่ผู้ชม และบทโขนให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ชม และ3.คุณค่าด้านการแสดง ได้แก่ บทโขนมีการผสานกระบวนแสดงแบบขนบและความแปลกใหม่ได้อย่างกลมกลืน และบทโขนตอบสนองความบันเทิงแก่ผู้ชมยุคใหม่ บทโขนของเสรี หวังในธรรมจึงเป็นบทโขนที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการสืบทอดเรื่องรามเกียรติ์ในสังคมไทยและสืบทอดสืบทอดศิลปะการแสดงโขนให้สามารถดำรงอยู่ได้ในสังคมไทยร่วมสมัย
ปัญหาเยาวชนร่วมสมัยในวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ปี พ.ศ. 2558 – 2561, วรัชยา เลี่ยวเทียนไชย
ปัญหาเยาวชนร่วมสมัยในวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ปี พ.ศ. 2558 – 2561, วรัชยา เลี่ยวเทียนไชย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีจุดมุ่งหมายในการศึกษาวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ระหว่างปี พ.ศ. 2558 – 2561 ทั้งหมด 12 เรื่อง ได้แก่ ช้างบิน ริมคลองนั้นมีผมกับเป็ด เอกอีเอ้กเอย เด็กชายผู้ระบายสีฟ้าไม่เป็น จิ๋วกับน้อย ม้าน้าสีทอง Color Land ดินแดนสีสัน กล่องตุ๊กตาสีใสกับจดหมายของพ่อ วันเกิดของเค้าโมง น้าตาแม่มด เด็กชายต้นไม้ และ กระรอกแดงแห่งสวนกว้าง โดยศึกษาเกี่ยวกับปัญหาเยาวชนที่ได้รับการนำเสนอ และวิเคราะห์กลวิธีการนำเสนอปัญหาดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่าวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้วกลุ่มตัวบทนำเสนอ 3 ปัญหาสำคัญที่เยาวชนต้องเผชิญในปัจจุบัน คือปัญหาภายในจิตใจของเยาวชน ได้แก่ การสูญเสียบุคคลที่รัก การขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง ปัญหาในครอบครัว ได้แก่ การใช้ความรุนแรง และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาความเหลื่อมล้าและความยากจน ปัญหาการคุกคามธรรมชาติ และปัญหาการถูกกดทับจากรัฐและค่านิยมในสังคม ซึ่งไม่เคยได้รับการนำเสนอมาก่อนในวรรณกรรมกลุ่มนี้ จึงนับว่าวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2561 นำเสนอปัญหาเยาวชนที่ร่วมสมัยกับช่วงปีที่ได้รับการแต่งขึ้น ปัญหาเยาวชนเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านกลวิธีที่สำคัญคือการใช้กลวิธีแบบแฟนตาซีผสมผสาน และการสร้างอารมณ์กระทบใจ กล่าวได้ว่าวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ระหว่างปี พ.ศ. 2558 -2561 มีคุณค่าในฐานะวรรณกรรมเยาวชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการชี้แนะเยาวชนเกี่ยวกับชีวิต และในฐานะวรรณกรรม เพราะมีกลวิธีการแต่งที่สร้างสรรค์ โดยการใช้ลักษณะแฟนตาซีผสมผสานไม่เพียงทำให้เรื่องน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้การนำเสนอปัญหาเยาวชนชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย ในขณะที่การสร้างอารมณ์กระทบใจก็ทำได้อย่างลุ่มลึกและสมจริง ทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ร่วมและคล้อยตาม อันจะช่วยเสริมความสามารถในการเรียนรู้จากเรื่องได้ดียิ่งขึ้นด้วย
อาชญนิยายในฐานะวรรณกรรมวิพากษ์สังคม: กรณีศึกษาเรื่องชุด พุ่มรัก พานสิงห์ ของวินทร์ เลียววาริณ, สุพิชญา ขัตติยะมาน
อาชญนิยายในฐานะวรรณกรรมวิพากษ์สังคม: กรณีศึกษาเรื่องชุด พุ่มรัก พานสิงห์ ของวินทร์ เลียววาริณ, สุพิชญา ขัตติยะมาน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการสร้างอาชญนิยาย ในเรื่องชุด พุ่มรัก พานสิงห์ ของวินทร์ เลียววาริณ และวิเคราะห์การวิพากษ์สังคมในงานดังกล่าว ตัวบทที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยรวมเรื่องสั้น 4 เล่ม ได้แก่ ฆาตกรรมกลางทะเล คดีผีนางตะเคียน คดีล่าคนเจ้าชู้ คดีศพล่องหน และนวนิยาย 5 เล่ม ได้แก่ ฆาตกรรมจักรราศี คดีเจ็ดแพะ คดีหนอนนิยาย คดีสามเงา และ ฆาตกรรมกุหลาบดำ จากการศึกษาพบว่าเรื่องชุด พุ่มรัก พานสิงห์ ของวินทร์ เลียววาริณ เป็นอาชญนิยายที่มีการผสมผสานการประพันธ์ 2 ประเภท ได้แก่ เรื่องสั้นและนวนิยาย รวมอยู่ใน ชุดเดียว และมีโครงเรื่องสืบสวนสอบสวน ทั้งแบบอาชญนิยายคลาสสิก และแบบนักสืบเสี่ยงภัย ที่โครงเรื่องประกอบด้วยโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องรองที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างสมเหตุสมผล มีการประกอบสร้างตัวละครหลักเป็นนักสืบลูกทุ่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและแปลกใหม่ เน้นการบรรยายฉากที่กระชับ ใช้กลวิธีการตั้งชื่อเรื่องที่หลากหลายและเชื่อมโยงกับคดี มีกลวิธี การสืบสวนสอบสวนที่เป็นลำดับขั้นตอนและสมจริง ตลอดจนมีการผสมผสานความขบขัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากอาชญนิยายเรื่องอื่น ๆ กลวิธีการประกอบสร้างอาชญนิยายในเรื่องชุด พุ่มรัก พานสิงห์ นี้ยังเป็นกลวิธีที่ช่วยนำเสนอแนวคิดวิพากษ์สังคมในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์การเมืองการปกครอง การวิพากษ์ความรุนแรงในสังคม เรื่องระบบกฎหมายและกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่ไร้ประสิทธิภาพ เรื่องความตกต่ำของศาสนาและศีลธรรม เรื่องการกีดกันกลุ่มคนชายขอบ เรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำ เรื่องจริยธรรมสื่อมวลชน เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม และเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพในร่างกายของแต่ละบุคคล การศึกษาเรื่องการสร้างอาชญนิยายและการวิพากษ์สังคมในเรื่องชุดดังกล่าว จึงแสดงให้เห็นถึงการใช้อาชญนิยายเป็นพื้นที่ในการนำเสนอประเด็นทางสังคมได้อย่างสร้างสรรค์และแยบยล
พื้นที่ในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะ, ศิริวรรณ ปรีชานฤตย์
พื้นที่ในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะ, ศิริวรรณ ปรีชานฤตย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของพื้นที่ที่มีต่อแก่นเรื่องและพฤติกรรมของตัวละครในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะ จากหนังสือ ผลงานรวมเล่มของโยะฌิโมะโตะบะนะนะ: เรื่องคัดสรรโดยผู้เขียน 『吉本ばなな自選全集 Collected Works of Yoshimoto Banana: an Author’s Selection』ผู้วิจัยเน้นศึกษานวนิยายที่มีแก่นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต ความตาย ความรักและเรื่องลึกลับ โดยมีสมมติฐานการวิจัย คือ พื้นที่ในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะมีบทบาทในการสะท้อนแก่นเรื่อง เช่น ความรัก ความตาย การเยียวยาและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิดจิตใจของตัวละคร ทำให้ตัวละครค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเองและตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิต จากการศึกษาพบว่านวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะมักเริ่มต้นเรื่องด้วยการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักของตัวละครเอกและนำเสนอภาพครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 1. พื้นที่แห่งการสูญเสียและพื้นที่แห่งความเจ็บปวดซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตัวละครเอกสูญเสียตัวตนและมีปมในใจ เป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่าชีวิตและความตายมีความเกี่ยวข้องกัน 2. พื้นที่แห่งการเยียวยาและพื้นที่แห่งความหวังเป็นพื้นที่ที่ทำให้ตัวละครเอกตระหนักว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิต โดยพื้นที่แห่งการเยียวยาช่วยสร้างพฤติกรรมให้ตัวละครเอกกลับมามีชีวิตใหม่และตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิต 3. พื้นที่ลี้ลับและพื้นที่ต้องคำสาปจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ และ 4. พื้นที่ของความรักต้องห้ามสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ถ่ายทอดผ่านพื้นที่หลัก ได้แก่ บ้าน ชนบท ต่างประเทศ และในพื้นที่อื่น ได้แก่ โรงพยาบาล สะพาน ชายหาด เป็นต้น พื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกันและมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนแก่นเรื่องอันสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละครในเรื่อง ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าโยะฌิโมะโตะ บะนะนะมุ่งเน้นความสำคัญของการเยียวยาจิตใจเพื่อมนุษย์จะได้ตระหนักถึงคุณค่าของการมีชิวิตอยู่
ความหมายของ แม่ ในคำประสมภาษาไทยถิ่นใต้, พิมพ์ภัทร ชุมแก้ว
ความหมายของ แม่ ในคำประสมภาษาไทยถิ่นใต้, พิมพ์ภัทร ชุมแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยด้านอรรถศาสตร์ปริชานที่ศึกษาคำหลายความหมายที่ผ่านมามักกล่าวถึงกระบวนการทางปริชานที่เกี่ยวข้องกับการขยายความหมาย งานส่วนใหญ่ศึกษาความหมายของคำที่เป็นคำเดี่ยว งานวิจัยที่ศึกษาคำเรียกญาติในภาษาไทยและภาษาถิ่นให้ข้อสังเกตว่า แม่ มักมีการใช้เชิงเปรียบเทียบ ในงานวิจัยนี้ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาความหมายของ แม่ ในคำประสมภาษาไทยถิ่นใต้ซึ่งเป็นคำหลายความหมาย เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความหมายของ แม่ ในคำประถมกับความหมายของ แม่ ที่เป็นคำมูล และวิเคราะห์กระบวนการทางปริชานที่เกี่ยวข้องกับการขยายความหมาย โดยเก็บข้อมูลคำประสมที่มีคำว่า แม่ เป็นส่วนประกอบจำนวน 180 คำ จากพจนานุกรม จำนวน 4 เล่ม และสัมภาษณ์ผู้บอกภาษาถิ่นใต้จำนวน 6 คน ผลการศึกษาพบว่า แม่ ในคำประสมภาษาไทยถิ่นใต้เป็นคำหลายความหมาย สามารถจัดความหมายที่ใกล้ชิดกันอยู่ในกลุ่มความหมายเดียวกันได้เป็น 12 กลุ่ม และจำแนกความหมายโดยละเอียดได้ 23 ความหมาย จำแนกเป็นความหมายพื้นฐาน 1 ความหมาย คือ ‘ผู้หญิงที่ให้กำเนิดลูก’ และความหมายขยายออกอีก 22 ความหมาย ความหมายขยายออกสามารถจัดกลุ่มตามลักษณะการขยายความหมายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มความหมายที่มีการขยายความหมาย 1 ชั้น และกลุ่มความหมายที่มีการขยายความหมายมากกว่า 1 ชั้น การจำแนกความหมายโดยละเอียดทำให้เห็นรอยต่อที่จะสามารถเชื่อมโยงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความหมายที่ห่างไกลกันได้ กระบวนการทางปริชานที่เกี่ยวข้องกับการขยายความหมายของ แม่ ในคำประสมภาษาไทยถิ่นใต้มี 3 กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการนามนัยซึ่งพบมากที่สุด กระบวนการอุปลักษณ์-นามนัยซึ่งพบมากรองลงมา และกระบวนการอุปลักษณ์ซึ่งพบน้อยที่สุดตามลำดับ
การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของ “ใน” ในภาษาไทย, เอกชิต สุขประสงค์
การกลายเป็นคำไวยากรณ์ของ “ใน” ในภาษาไทย, เอกชิต สุขประสงค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หมวดคำและความหมายเชิงไวยากรณ์ของคำว่า “ใน” ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยปัจจุบัน ตามปริบททางอรรถวากยสัมพันธ์ และวิเคราะห์กระบวนการ กลายเป็นคำไวยากรณ์ของคำว่า “ใน” ตามแนวคิดของไฮเนอและคูเทวา (2007) ผู้วิจัยเก็บข้อมูลคำว่า “ใน” ในสมัยสุโขทัยจากจารึก 37 หลักตามหนังสือ “ประชุมจารึกภาคที่ 8 จารึกสุโขทัย” สมัยอยุธยาจนถึงสมัยปัจจุบัน จากจดหมายเหตุ พงศาวดาร บันทึก กฎหมาย ประชุมประกาศ คำให้การ ตำรา พระบรมราชาธิบาย เรื่องสั้น นวนิยาย พระราชสาส์น และพระราชหัตถเลขา รวม 50 เล่ม ซึ่งผู้วิจัยเลือกศึกษาเฉพาะ 30 หน้าแรกของแต่ละเล่ม และเก็บข้อมูลคำว่า “ใน” ในทุกสมัยที่ปรากฏเป็นคำเดี่ยวเท่านั้น ผลการวิจัย พบว่า คำว่า “ใน” มีทั้งสิ้น 2 หมวดคำ ได้แก่ 1. หมวดคำบุพบท และ 2. หมวดคำเชื่อมนาม นอกจากนี้ คำว่า “ใน” มีทั้งสิ้น 10 ความหมาย ได้แก่ 1. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางพื้นที่แบบปิดล้อม” 2. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางเวลา” 3. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางสังคม” 4. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางความเป็นเจ้าของ” 5. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางเอกสาร หรือข้อความ” 6. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางบุคคล” 7. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางจำนวน” 8. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางความรู้สึกนึกคิด” 9. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางการกระทำ” และ 10. ความหมาย “บอกความสัมพันธ์ทางเรื่อง ประเด็น หรือหัวข้อ” คำว่า “ใน” เกิดการขยายความหมายเชิงไวยากรณ์ ซึ่งเป็นการขยายความหมายภายในหมวดคำเดียวกัน ความหมายใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากความหมายในสมัยก่อนหน้า มี 8 …
การศึกษาเปรียบเทียบอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในนวนิยายจีน “เทียนถางซฺว่านถายจือเกอ” กับฉบับแปลภาษาไทย “ลำนำกระเทียม”, กล้าณรงค์ ไชยแขวง
การศึกษาเปรียบเทียบอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในนวนิยายจีน “เทียนถางซฺว่านถายจือเกอ” กับฉบับแปลภาษาไทย “ลำนำกระเทียม”, กล้าณรงค์ ไชยแขวง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์สองประการ ประการแรกเพื่อศึกษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในนวนิยาย จีนเรื่อง “เทียนถางซฺว่านถายจือเกอ” ประการที่สองเพื่อวิเคราะห์อุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในนวนิยายจีน เรื่อง “เทียนถางซฺว่านถายจือเกอ” เปรียบเทียบกับการแปลเพื่อการสื่อสารในฉบับแปลภาษาไทยเรื่อง “ลำนำกระเทียม” ผลการศึกษาพบว่า อุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในนวนิยายจีน “เทียนถางซฺว่านถายจือเกอ” สามารถ แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ มโนอุปลักษณ์สิ่งมีชีวิตและมโนอุปลักษณ์สิ่งไม่มีชีวิต มโนอุปลักษณ์ส่วนใหญ่ที่พบคือมโนอุปลักษณ์สิ่งมีชีวิต มโนอุปลักษณ์ดังกล่าวที่พบทั้งสองสะท้อนถึง วัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ของชาวจีน เช่น ชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และความคิดและ ความเชื่อ เป็นต้น จากการเปรียบเทียบอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในต้นฉบับกับฉบับแปลดังกล่าวข้างต้น พบการแปล สองประเภทหลัก ได้แก่ 1) การแปลที่พยายามรักษารูปแบบการใช้อุปลักษณ์ของต้นฉบับและ 2) การ แปลแบบเอาความ การแปลที่พยายามรักษารูปแบบการใช้อุปลักษณ์ของต้นฉบับสามารถแบ่งออกเป็น (1) แปลตรงและภาษาไทยใช้ตัวเปรียบเดียวกัน (2) แปลตรงแต่ภาษาไทยไม่ได้ใช้ตัวเปรียบเดียวกันและ (3) แปลตรงบางส่วน ส่วนการแปลแบบเอาความสามารถแบ่งออกเป็น (1) แปลแบบอธิบายความและ (2) แปลด้วยถ้อยคำ ภาษาไทยในลักษณะเดียวกัน จากการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่ผู้แปลใช้การแปลแบบ เอาความ เนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างไทยกับจีนทำให้อุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ของจีนต่างกับ ไทย รองลงมาได้แก่การแปลตรงและภาษาไทยใช้ตัวเปรียบเดียวกัน เพราะแม้วัฒนธรรมส่วนใหญ่ แตกต่างกัน แต่อุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้างหรือการใช้อุปลักษณ์ของต้นฉบับจีน สื่อความหมายได้เห็นภาพตรงไปตรงมาที่ผู้อ่านชาวไทยเข้าใจได้ และยังรวมถึงการที่ผู้แปลต้องการรักษา อรรถรสของเรื่องจึงต้องการคงอุปลักษณ์ในต้นฉบับไว้
วาสันติกสวัปนะ : การดัดแปลง A Midsummer Night's Dream ของเชกสเปียร์เป็นละครสันสกฤต, พิชญาวุฒิ กุมภิโร
วาสันติกสวัปนะ : การดัดแปลง A Midsummer Night's Dream ของเชกสเปียร์เป็นละครสันสกฤต, พิชญาวุฒิ กุมภิโร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่องนี้มุ่งศึกษาวิเคราะห์กลวิธีการดัดแปลงในบทละครเรื่อง วาสันติกสวัปนะของ R. Kṛṣṇamācārya และเปรียบเทียบกับ A Midsummer Night's Dream ของ Shakespeare โดยเฉพาะองก์ที่ 1 และองก์ที่ 2 วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการศึกษาวิเคราะห์กลวิธีการดัดแปลงให้เป็นละครสันสกฤต โดยใช้ตำรานาฏยศาสตร์เป็นหลักในการศึกษา ส่วนที่สองคือการศึกษาเปรียบเทียบเพื่อแสดงความเหมือนและความต่าง ผลการศึกษาพบว่า R.Krsnamacarya ได้ดัดแปลงบทละครเรื่อง A Midsummer Night’s Dream ให้เป็นบทละครสันสกฤตตามตำรานาฏยศาสตร์อย่างสมบูรณ์ คือ เป็นละครประเภทประกรณะ มีจำนวน 5 องก์ ครบถ้วนด้วยองค์ประกอบของละครสันสกฤต ได้แก่ บทนานที บทปรัสตาวนา บทประเวศกะ บทวิษกัมภกะ และบทภรตวากยะ ตัวละครใช้ภาษาตามสถานะของตน ฉันทลักษณ์ที่ปรากฎประกอบด้วยบทร้อยกรองและบทร้อยแก้วที่เปิดเผยให้เห็นความประณีตงดงามและความมีพลังของภาษาสันสกฤตสอดคล้องกับทฤษฎีอลังการ ทฤษฎีภาวะ ทฤษฎีรส ทฤษฎีกาวยคุณ และทฤษฎีวฤตติ ในการศึกษาเปรียบเทียบบทละครทั้ง 2 เรื่อง มีวิธีการดัดแปลงให้เป็นบทละครสันสกฤต 2 วิธีหลัก คือ การแปลตรงตามตัวบทและการแปลแบบอิสระ ซึ่งวิธีที่ 2 จำแนกได้ 3 วิธีได้แก่ การขยายความ การแปลง-ปรับรายละเอียด และการตัดทอน วิธีการทั้งหมดนี้สอดคล้องกับการดัดแปลงตามทฤษฎีการแปลของ Peter Newmark และข้อเสนอการแปลการอ้างถึงชื่อเฉพาะของ Ritva Leppihalme บางส่วนด้วย บทละครเรื่อง วาสันติหสวัปนะ จึงนับเป็นบทละครที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ทั้งในสถานะบทละครสันสกฤตและบทละครดัดแปลง
ประสิทธิผลของการสอนการอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาท ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาสเปน : กรณีศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, เทียมจันทร์ สังขพันธานนท์
ประสิทธิผลของการสอนการอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาท ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาสเปน : กรณีศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, เทียมจันทร์ สังขพันธานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการสอนอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาทในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาสเปนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียนภาษา-สเปน และเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ด้านการสอนอ่านตามแนวคิดการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนแผนการเรียนภาษา-สเปน ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เป็นการสุ่มประชากรตัวอย่างแบบเจาะจง เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนภาษาสเปนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จัดให้มีแผนการเรียนภาษา-สเปนเพียง 1 ห้องต่อปีการศึกษา ทำให้ไม่สามารถแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองเพื่อทำการศึกษาในปีการศึกษาเดียวกันได้ จึงต้องใช้นักเรียนกลุ่มที่ต่างกันด้วยปีการศึกษา กล่าวคือ 1) กลุ่มควบคุม คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 17 คน ได้รับการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้แบบดั้งเดิม รายวิชา ป30204 ภาษาสเปน 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่ 2 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ 2) กลุ่มทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 24 คน ได้รับการสอนตามแผน การจัดการเรียนรู้ด้านการสอนอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ด้านการสอนอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านภาษาสเปนเพื่อความเข้าใจ แบบประเมินตนเองด้านการอ่านภาษาสเปนเพื่อความเข้าใจของนักเรียน และแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนโดยครูเป็นผู้สังเกต สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test ผลการวิจัยจากการศึกษาประสิทธิผลของการสอนอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียนในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาสเปน พบว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้านการสอนอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถด้านการอ่านภาษาสเปนเพื่อความเข้าใจหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ซึ่งสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลองของกลุ่มควบคุม จึงสรุปได้ว่า การสอนอ่านภาษาสเปนเพื่อความเข้าใจโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้านการสอนอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียนมีประสิทธิผลคือ ทำให้ทักษะการอ่านภาษาสเปนเพื่อความเข้าใจของนักเรียนสูงขึ้น
การต่อรองกับแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง : กรณีศึกษานวนิยายร่วมสมัยที่มีสัตว์เป็นผู้เล่าเรื่อง, กิตติกานต์ หะรารักษ์
การต่อรองกับแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง : กรณีศึกษานวนิยายร่วมสมัยที่มีสัตว์เป็นผู้เล่าเรื่อง, กิตติกานต์ หะรารักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์การต่อรองกับแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลางของนวนิยายที่เล่าผ่านมุมมองของสัตว์สามเรื่อง ได้แก่ อะ ด็อกส์ เพอร์โพส โดย ดับเบิลยู. บรูซ แคเมอรอน, เดลตา เดอะ แดนซิง เอลิเฟนท์ : อะ เมมมัวร์ โดย เค. เอ. มอนโร. และ เดอะ ทราเวลลิง แคต ครอนิเคิลส์ โดย ฮิโระ อะริกะวะ ผลการศึกษาพบว่านวนิยายทั้งสามเรื่องเสนอให้สัตว์ต่อรองกับแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลางในมิติเรื่อง ภาษา เหตุผล และจริยธรรม สำหรับในมิติของภาษา นวนิยายทั้งสามเรื่องเสนอให้เห็นว่าสัตว์ต่อรองกับคุณค่าที่มนุษย์กำหนดให้กับพวกมัน เช่น การเป็นสินค้าหรือการเป็นภาพแทนของสิ่งที่มนุษย์ปรารถนา โดยตัวละครสัตว์สามารถวิพากษ์วิจารณ์หรือชี้แจงต่อการถูกกำหนดนิยามดังกล่าว ต่อมาในมิติเรื่องเหตุผล นวนิยายทั้งสามเรื่องเสนอให้เห็นความสามารถในการคิดและการตระหนักรู้ของสัตว์ สิ่งที่ถูกเสนอในมิตินี้นำไปสู่การปลูกฝังให้มนุษย์เกิดความเห็นอกเห็นใจต่อสิ่งมีชีวิตอื่นเพราะมนุษย์เล็งเห็นคุณสมบัติที่สายพันธุ์มนุษย์มีร่วมกับสายพันธุ์เหล่านั้น สำหรับมิติด้านจริยธรรม นวนิยายสะท้อนให้เห็นว่าสัตว์สามารถแสดงออกในเชิงจริยธรรมได้ แม้ว่าการแสดงออกดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณ นอกจากนี้ การพิจารณาสัตว์อย่างใคร่ครวญยังอาจทำให้มนุษย์ตระหนักรู้ถึงแง่มุมด้านจริยธรรมของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่า นวนิยายทั้งสามเรื่องข้างต้นยังไม่สามารถก้าวข้ามแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลางได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากตัวละครสัตว์ยังคงถูกมนุษย์ควบคุมผ่านการทำให้ตัวละครสัตว์เหล่านี้ต้องพึ่งพิงมนุษย์ หรือทำให้มนุษย์ยอมรับ
การนำเสนอความเป็นอื่น: นักแสดงตัวประหลาดในนวนิยายอเมริกันร่วมสมัย, วิริยา ด่านกำแพงแก้ว
การนำเสนอความเป็นอื่น: นักแสดงตัวประหลาดในนวนิยายอเมริกันร่วมสมัย, วิริยา ด่านกำแพงแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์การนำเสนอภาพความเป็นอื่นของนักแสดงตัวประหลาดในนวนิยายอเมริกันร่วมสมัยคัดสรร โดยเรื่องเล่าดังกล่าวเผยให้เห็นอิทธิพลของวาทกรรมกระแสหลักที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอื่นทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวาทกรรมทางการแพทย์และทางเชื้อชาติที่ประกอบสร้างแนวคิดขั้วตรงข้ามเกี่ยวกับความปกติ/ความประหลาด ตลอดจนศึกษาบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของการแสดงตัวประหลาดและนักแสดงตัวประหลาดในช่วงเวลาที่ถูกนำเสนอในนวนิยายคัดสรร เพื่อเปรียบเทียบและวิเคราะห์กระบวนการสร้างความหมายของความปกติ/ความประหลาดซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ผลการศึกษาสรุปได้ว่างานเขียนนวนิยายอเมริกันร่วมสมัยคัดสรรที่นำเสนอภาพนักแสดงตัวประหลาด แสดงให้เห็นถึงการใช้วาทกรรมความพิการประกอบกับวาทกรรมการแสดงตัวประหลาดในการประกอบสร้างความเป็นอื่นของนักแสดงตัวประหลาด ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามกลุ่มหรือประเภทที่ตัวละครนักแสดงตัวประหลาดแต่ละตัวถูกพิจารณาจัดวางให้เป็น เช่น ความเป็นอื่นทางด้านเรือนร่างและความเป็นอื่นทางด้านเชื้อชาติ โดยที่จากการวิเคราะห์การสร้างอัตลักษณ์ของตัวละครนักแสดงตัวประหลาดผ่านความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น ๆ ที่ปรากฏในนวนิยายคัดสรรพบว่า นวนิยายคัดสรรบางเรื่องแสดงให้เห็นถึงการวิพากษ์และโต้กลับของตัวละครเหล่านี้ต่อแนวคิดเรื่องสภาวะความปกติและอคติทางด้านเชื้อชาติผ่านการใช้ร่างกายทั้งบนและภายนอกเวที อย่างไรก็ตาม ในนวนิยายคัดสรรบางเรื่องยังคงแสดงให้เห็นถึงการผลิตซ้ำการสร้างภาพลักษณ์แบบเหมารวมของบุคคลที่มีร่างกายที่ถูกมองว่า “เบี่ยงเบน” จากบรรทัดฐานและตีตราพวกเขาเหล่านั้นอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ
ตุ๊ดทะลุมิติ (พิภพจอมนาง): การยั่วล้อแบบเควียร์ในฐานะบทวิพากษ์บรรทัดฐานของสังคมรักต่างเพศ, คณิน ฉัตรวัฒนา
ตุ๊ดทะลุมิติ (พิภพจอมนาง): การยั่วล้อแบบเควียร์ในฐานะบทวิพากษ์บรรทัดฐานของสังคมรักต่างเพศ, คณิน ฉัตรวัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยการยั่วล้อแบบเควียร์ในฐานะบทวิพากษ์บรรทัดฐานของสังคมรักต่างเพศ มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ เพื่อศึกษาการนำเสนอภาพของกลุ่มเควียร์ในนวนิยายแฟนตาซีชุด ตุ๊ดทะลุมิติ (พิภพจอมนาง) จำนวน 6 เล่ม ของ นปภา จากการศึกษาพบว่าการใช้องค์ประกอบของความเป็นแฟนตาซีในการพากลุ่มตัวละครเอกเควียร์เดินทางทะลุมิติไปยังดินแดนเสมือนจีนโบราณและเข้าไปสวมบทบาทอยู่ในร่างของอิสตรี ไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของกลุ่มเควียร์ในลักษณะที่สยบยอมต่อขนบโดยดุษณี หากแต่เป็นการแสดงให้สมบทบาทเพื่อสร้างการยอมรับในสังคม อีกทั้งการแสดงตัวตนภายนอกโดยสวมใส่เรือนร่างสตรีตามขนบนิยมรักต่างเพศที่สวนทางกับตัวตนภายในของกลุ่มตัวละครเอกเควียร์ สอดคล้องกับการยั่วล้อแบบเควียร์แคมป์ (camp) ซึ่งเป็นการยั่วล้อที่มุ่งวิพากษ์บรรทัดฐานสังคมรักต่างเพศผ่านการแสดง โดยการยั่วล้อบรรทัดฐานสังคมรักต่างเพศที่ปรากฏอยู่ในนวนิยายชุดนี้ ไม่เพียงเผยให้เห็นข้อจำกัด ความคับแคบ และความรุนแรงของบรรทัดฐานรักต่างเพศ แต่ยังนำเสนอให้เห็นถึงการฉวยใช้ช่องโหว่ของกรอบกฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนด เพื่อเอื้อประโยชน์ให้เกิดแก่ตนเองและพวกพ้องเควียร์อีกด้วย
Development Of Out-Of-Class Extensive Reading To Enhance Perceived English Reading Self-Efficacy Of Underserved Students, Chanisara Tangkijmongkol
Development Of Out-Of-Class Extensive Reading To Enhance Perceived English Reading Self-Efficacy Of Underserved Students, Chanisara Tangkijmongkol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Perceived English reading self-efficacy is one of the essential factors that facilitate development of English language ability as it motivates learners to read and learn. The present study aimed to investigate the outcomes of out-of-class extensive reading to enhance perceived reading self-efficacy of underserved student and to explore underserved students' attitudes towards out-of-class extensive reading. In this study, a mixed-method research design, with a particular focus on the use of narrative inquiry, was employed, and the study participants consisted of five lower secondary students in a slum community in Bangkok, Thailand. The purposively selected participants were between 14 and 15 …
"Elite Schools" And French Politics (1945-2021), Manita Lohasuwan
"Elite Schools" And French Politics (1945-2021), Manita Lohasuwan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The core values of the French society comprise of liberty, democracy and equality. However, there seems to be limitation and social inequality when it comes to be "elite training schools". These privileged training and selection systems of French civil service seem to be a unique French practice. The elite training schools, especially L'Ecoles Nationale d' Administration, represents inequality in French society and, therefore, presents a problem for French politics. This study analyzes (1) the relationship between French elite training schools and French state; and (2) the important of the ENA for French politics. The result of this research shows an …
A Comparative Study Of Financial Literacy Between The Eu And Thailand. What Can Thailand Learn From The Eu?, Nutchapat Siripattananuntakul
A Comparative Study Of Financial Literacy Between The Eu And Thailand. What Can Thailand Learn From The Eu?, Nutchapat Siripattananuntakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Financial literacy is a key factor in promoting economic stability. In a situation where the world is changing rapidly, financial literacy is essential in various contexts. Nowadays, many Thai retired individuals face an increase in debt burden, and they do not have enough money for living after retirement. As the researcher is a Thai nationality, the researcher aspires to contribute to Thailand's financial literacy. Pursuing Master of Arts in European Studies have led the researcher to develop an interest in comparing the financial skills of Thais and Europeans. The objective of this study is to compare the financial literacy between …
Films As French Soft Power: The Case Of Thailand, Soisuda Niwon
Films As French Soft Power: The Case Of Thailand, Soisuda Niwon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The film is not simply the most profitable cultural industry, but it is also considered the most powerful tool of "soft power. As "soft power," film is used by the state to promote its culture, civilization, and positiveness of the country as well as forms the positive perception to the public. In the case of France, the Ministry of Europe and Foreign Affairs has appointed Alliance Francaise and French Institute as cultural representative to promote the French language, culture, and civilization to the public in oversea. As a result, people have a positive image of France and maintain a soild …
The End Of Homelessness Through Policies And Implementations : Case Studies Of Finland And Ireland, Rapee Tapta
The End Of Homelessness Through Policies And Implementations : Case Studies Of Finland And Ireland, Rapee Tapta
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this research are 1) To study the homelessness situation in Finland and Ireland 2) To describe what methods Finland and Ireland take into action to reduce homelessness 3) To compare the performance of Finland and Ireland, by collecting data from the documents, government's reports, annual reports, and related research—focusing on public policies, strategies and implementations of both Finland and Ireland from 2018 to 2021, by using thematic analysis method to analyze the date. The results of the research can divide into three topics. First, the number of homelessness in Finland and Ireland reduced satisfactorily, especially in Ireland …
From Aiding To Equal Partnership Between The Eu And African Countries: The Case Of Ethiopia's Tigray Conflict, Yue Zhao
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This article mainly introduces the current situation of the Tigray conflict in Ethiopia and the EU's assistance to Ethiopia as well as the dialectical thinking on the EU's approach. In the first part, the author gives a brief history of Ethiopia to explain the relationship between the Tigray People's Liberation Front(TPLF)and the federal government. In this part, the article also narrates the general situation of Tigray War. At the same time, in order to further explain the reasons for the outbreak of the conflict in Tigray, the second part introduces the economic and ethnic issues behind the outbreak of the …
Communist "Normal" Life: The Criticism Of Daily Life Under A Totalitarian Regime, Rawee Archewa
Communist "Normal" Life: The Criticism Of Daily Life Under A Totalitarian Regime, Rawee Archewa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The communist regime in Eastern Europe came after the end of Second World War by promoting the equality of people. The difference between West and East with two regimes obviously classified the living of people; the Western bloc emphasized on rights and freedom fostering the expansion of consumerist ideology. Consequently, the economic in the West developed, followed by the prosperity and well-being of people. In contrast to the Eastern bloc, it was controlled by the state and the evidences showed that the communist leaders could not serve the people's wants and needs. While the communist state created their enormous and …
Perceptions Of Joe Biden In Europe Since The 2020 Us Presidential Election, Pimchanok Kutchon
Perceptions Of Joe Biden In Europe Since The 2020 Us Presidential Election, Pimchanok Kutchon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The European Union has been a significant partnership of the US for long time but Donald Trump's foreign policy in Europe has crucially impacted the territory and greatly changed perception of America in Europe countries. Therefore, it is a duty for the new US president to revitalize Washington's image. After Biden took then office, many European countries tend to be grateful for Biden's victory; however, each country (France, Belgium, and Germany) expresses delight on different stories about Biden. At first, France appeared to lose faith in the competence of US president but it changed its mind when Biden returned the …
A Corpus-Driven Study Of The English Present Perfect In General And Textbook Corpora, Chanakarn Chareonkul
A Corpus-Driven Study Of The English Present Perfect In General And Textbook Corpora, Chanakarn Chareonkul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Corpus linguistic research has consistently shown that there is an interconnectedness between patterns and meanings in language use (Hunston and Francis, 2000; Römer, 2006). With regard to the present perfect, little attention has been paid to the relationship between verb patterns and meanings expressed through the tense. This may be one of the reasons why second language learners frequently encounter difficulties in mastering the English present perfect. As Yoshimura et al. (2014) argue, language learners are likely to have a problem with the form/pattern-meaning mapping in the use of the present perfect. To fill this gap, the present study takes …
La Rhétorique De La Joute Verbale Dans Les Femmes Savantes De Molière, Passakorn Tongvijid
La Rhétorique De La Joute Verbale Dans Les Femmes Savantes De Molière, Passakorn Tongvijid
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Cette étude vise à étudier les techniques discursives mises en oeuvre par Molière dans les Femmes savantes. Cette pièce présente une joute oratoire où les personnages ont recours aux différents procédés rhétoriques et argumentatifs pour défendre et soutenir leurs points de vue tout en cherchant à discréditer et dévaloriser les arguments adverses. En effet, les protagonistes se scindent en deux camps. Tandis que les uns font, avec ostentation, l’éloge du savoir, les autres plaident pour la cause de l’amour. Ainsi, s’entremêlent les arguments rationnels et les arguments passionnels tout au long de la bataille verbale.
Gesprochenes Deutsch: Untersuchung Von Phonetischen Und Syntaktischen Merkmalen Und Empfehlungen Für Den Deutsch-Als-Fremdspracheunterricht, Ekaphol Suvattanametakul
Gesprochenes Deutsch: Untersuchung Von Phonetischen Und Syntaktischen Merkmalen Und Empfehlungen Für Den Deutsch-Als-Fremdspracheunterricht, Ekaphol Suvattanametakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Die Ziele dieser Masterarbeit bestehen darin, dass die gesprochensprachlichen Besonderheiten in Bereichen Phonetik und Syntax, anhand der 81 authentischen Gesprache im Korpus, Plattform Gesprochenes Deutsch”, erforscht warden. Ein weiteres Ziel ist die daraus resultierenden Befunde als Grundlage der Phanomenauswahl zur Gestaltung der Unterrichtsskizzen zu verwenden. Anschliebend warden die Vorschlage uber den Einsatz des Themas “gesprochenes Deutsch” im DaF-Unterricht gegeben. Aus der Untersuchung geht hervor, dass die Apokipe, die Verkurzung der Endsilbe und die Assimilation die drei haufigsten phonetischen besonderheiten sind. Hingegen sin dim syntaktischen Bereich die Ellipse, der Abbruch und Wiederholung und die Konstruktion weil mit Verbzweitstellung die drei haufigsten …
Representations Of The Body In British Science-Fiction Novels From The Late Nineteenth To The Early Twentieth Century: A Study Of Edward Bulwer-Lytton's The Coming Race, H.G. Wells' The Time Machine And Aldous Huxley's Brave New World, Kornnop Jaroenvong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Many critics have suggested that most of the non-human characters in late-Victorian British science-fiction novels reflect social alienation and the cultural fear of physical, mental and moral degeneration. However, by relying on the concept of critical posthumanism in the twentieth and twenty-first centuries that attempts to debunk anthropocentrism and emphasise the significance of non-human otherness, this thesis studies representations of the body in three British science-fiction novels: Edward Bulwer-Lytton's The Coming Race (1871), H.G. Wells' The Time Machine (1895) and Aldous Huxley's Brave New World (1932), which provide speculative visions of what humans will be in the future. It demonstrates …
Factores Que Afectan La Motivacion En El Aprendizaje De Espanol Por Parte De Los Aumnos De Balac, Kamonchat Jantarat
Factores Que Afectan La Motivacion En El Aprendizaje De Espanol Por Parte De Los Aumnos De Balac, Kamonchat Jantarat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research presents the factors affecting motivation in the learning of Spanish of students in the Bachelor of Arts in Language and Culture (International Program). Having a dual-objective, firstly, it aims to find out and analyze the motivating and demotivating factors that affect international program Bachelor of Arts in Language and Culture (BALAC) students learning Spanish. Secondly, it aims to find strategies to promote student’s motivation in their learning of the Spanish language. A questionnaire on motivation and semi-structured interviews was used as a research instrument to find out the different aspects related to motivation. The questionnaire was distributed to …
The Adaptation Of The Kongtek Ritual In Bangkok's China Town, Jincheng Hu
The Adaptation Of The Kongtek Ritual In Bangkok's China Town, Jincheng Hu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis examines the Kongtek ritual characteristics in Bangkok's Chinatown through fieldwork conducted at several temples. Kongtek rituals in Bangkok's Chinatown retain the core essence of Chinese Kongtek in terms of filial piety and Confucian kinship conception, while adapted in some respects to be compatible with Thai Buddhist beliefs and practices. Those adapted parts include what kind of coffin they use, where the Kongtek rituals take place, the collaboration with Theravada Buddhist funeral chant, the motif design of paper offerings, and so on. Sino-Thai's Chinese ethnic identity is not how orthodox they live their lives in Chinese ways, but rather …