Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Arts and Humanities Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2017

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 19321 - 19350 of 19634

Full-Text Articles in Arts and Humanities

Assessing The Quality Of English-To-Thai Machine Interpreting : Translating Google Translate, Pira Pewnim Jan 2017

Assessing The Quality Of English-To-Thai Machine Interpreting : Translating Google Translate, Pira Pewnim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to assess the quality and potential of Google Translate when used as an English-to-Thai Machine Interpreting (MI) tool. The paper explores MI’s distinct definitions and terminology as well as its relationship to other relevant technologies, i.e. Machine Translation (MT), Automatic Speech Recognition (ASR), and Text-to-Speech (TTS). Four five-minute English-language recordings from the European Commission's Directorate General for Interpretation Speech Repository were selected as samples for the MI to interpret. Human evaluation was used to evaluate the Comprehensibility, Accuracy, and Usability of MI with five final-year interpreting students and six professional interpreters performing as judges. Results show that …


Preference In Hiring Interpreters- An Insight Into Recruiters' Persective A Case Study On Recruiters In A German Internatinal Organisation In Thailand, Nalina Hiranprueck Jan 2017

Preference In Hiring Interpreters- An Insight Into Recruiters' Persective A Case Study On Recruiters In A German Internatinal Organisation In Thailand, Nalina Hiranprueck

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research seeks to build upon the issue of recruiter's expectation toward interpreters, which is the realm less explored. As evident in previous research, criteria and expectations towards interpreters deviate among different stakeholders and user groups with different backgrounds. Though the major findings remained quite similar when it comes to the main criteria, the level of expectations is largely less among users of interpreting services, when compared to the interpreters. Thus, one can expect that recruiters are likely to anticipate differently than other stakeholders. This study is designed to understand the underlying rationality of interpreter recruiters in their choice of …


การศึกษาเปรียบเทียบตัวบทที่มีอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจกับบทแปล : กรณีศึกษาเรื่องIt's Not About You (ยิ่งให้ยิ่งชนะ), ดิษยา สิริกิตติกร Jan 2017

การศึกษาเปรียบเทียบตัวบทที่มีอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจกับบทแปล : กรณีศึกษาเรื่องIt's Not About You (ยิ่งให้ยิ่งชนะ), ดิษยา สิริกิตติกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจที่พบในหนังสือเรื่อง It’s Not About You ของ บ๊อบ เบิร์ก และ จอห์น เดวิด มานน์ โดยรวบรวมรูปคำแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจในต้นฉบับเพื่อทำการศึกษา 50 ตำแหน่งแล้วเปรียบเทียบต้นฉบับภาษาอังกฤษกับบทแปลภาษาไทยในหนังสือ ยิ่งให้ยิ่งชนะ ซึ่งแปลโดย อมรรัตน์ ศรีสุรินทร์ เพื่อพิจารณาว่าในบทแปลยังพบอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์หรือไม่ อย่างไร ผลการวิเคราะห์อุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจที่พบในตัวบทต้นฉบับ พบว่าสะท้อนอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ 4 ประเภทได้แก่ 1) A BUSINESS IS A HUMAN 2) A BUSINESS IS AN OBJECT 3) A BUSINESS IS A JOURNEY และ 4) BUSINESS IS WAR เมื่อเปรียบเทียบต้นฉบับที่มีอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจกับบทแปล พบว่าบทแปลสะท้อนอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ 47 ตำแหน่ง แบ่งเป็นบทแปลซึ่งรักษากรอบมโนทัศน์ของอุปลักษณ์เดียวกันกับต้นฉบับ 46 ตำแหน่ง และบทแปลซึ่งเปลี่ยนกรอบมโนทัศน์ของอุปลักษณ์ไปจากต้นฉบับ 1 ตำแหน่ง ส่วนอีก 3 ตำแหน่งไม่พบอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ใน บทแปล การที่อุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ซึ่งพบในบทแปลส่วนใหญ่ยังคงเป็นประเภทเดียวกันกับต้นฉบับสะท้อนให้เห็นว่าอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เกี่ยวกับธุรกิจค่อนข้างเป็นสากล นอกจากนี้ การที่บทแปลยังคงรักษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์เดียวกันกับต้นฉบับ 46 ตำแหน่งจาก 50 ตำแหน่งอาจเป็นเพราะผู้แปลใช้วิธีการแปลเชิงอรรถศาสตร์ (Semantic Translation) ตามทฤษฎีการแปลของ Newmark (1988) ทำให้ถ่ายทอดความหมายและอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ได้อย่างครบถ้วน ส่วนการที่บทแปลอีก 4 ตำแหน่งจาก 50 ตำแหน่งสะท้อนอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ที่ต่างไปจากต้นฉบับ หรือไม่สะท้อนอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์อาจเป็นเพราะผู้แปลใช้วิธีการแปลเชิงสื่อสาร (Communicative Translation) ตามทฤษฎีการแปลของ Newmark (1988) จากผลการศึกษาประกอบกับสมมติฐานการแปลเชิงปริชาน (Cognitive Translation Hypothesis, CTH) ของ Mandelblit (1995) ผู้วิจัยเสนอแนวทางการแปลตัวบทที่มีอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์สองแบบ ได้แก่ ใช้วิธีการแปลเชิงอรรถศาสตร์ตามทฤษฎีการแปล ของ Newmark (1988) …


การศึกษาแนวทางการทำบทบรรยายใต้ภาพสองภาษาเพื่อการสอนภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซต์ Youtube กรณีศึกษา : รายการ Sacross Peachii รายการ Loukgolf's English Room และรายการ Hello English, ณัฐกุล อินทร์มีสุข Jan 2017

การศึกษาแนวทางการทำบทบรรยายใต้ภาพสองภาษาเพื่อการสอนภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซต์ Youtube กรณีศึกษา : รายการ Sacross Peachii รายการ Loukgolf's English Room และรายการ Hello English, ณัฐกุล อินทร์มีสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการทำบทบรรยายใต้ภาพสองภาษาเพื่อการสอนภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซต์ Youtube และเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อการจัดทำบทบรรยายใต้ภาพในรายการต่าง ๆ ต้นฉบับที่นำมาศึกษาคือรายการ ภายใต้ช่องรายการ Sacross Peachii รายการ Loukgolf’s English Room (ผ่านทางช่อง GMM25) และรายการ Hello English (ผ่านทางช่อง NJ Digital) จำนวน 30 ตอนซึ่งออกอากาศในพ.ศ. 2560 การวิจัยฉบับนี้ได้นำบทบรรยายใต้ภาพของทั้งสามรายการมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์รูปแบบบทบรรยายใต้ภาพซึ่งทำโดยมือสมัครเล่น การใช้บทบรรยายใต้ภาพในการช่วยสอนภาษา และการทำหน้าที่สื่อพลเมืองของรายการ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการจัดทำบทบรรยายใต้ภาพ อันได้แก่ ทัศนคติของผู้ผลิต กลุ่มผู้ชม แนวโน้มและกระแสของสังคม และ ผลตอบรับและข้อเสนอแนะของผู้รับชมรายการ ผลการวิจัยพบว่า ทั้งสามรายการนั้นมีการจัดทำบทบรรยายใต้ภาพในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ โดยทั้งสามรายการมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของบทบรรยายใต้ภาพ สี ขนาด การเพิ่มข้อมูลและการใช้เครื่องหมายต่าง ๆ ภายในบทบรรยายใต้ภาพ โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มบทบาทและหน้าที่ของบทบรรยายใต้ภาพให้เป็นเครื่องมือในการสอนภาษาเพิ่มเติมโดยไม่ยึดตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับปัจจัยอื่นที่มีผลต่ออการจัดทำบทบรรยายใต้ภาพนั้น จากการศึกษาพบว่า ทั้งสามรายการต่างมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของคนทั่วไปในเรื่องการเรียนภาษา รวมทั้งทำให้ภาษาอังกฤษนั้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยมีกลุ่มผู้ชมเป้าหมายเหมือนกัน คือการเข้าถึงคนหมู่มากให้ได้มากที่สุดและหยิบยกประแสสังคมในขณะนั้นขึ้นมาใช้ อีกทั้งยังมีการเปิดรับผลตอบรับและความคิดเห็นของผู้ชมผ่านทางช่องทางต่าง ๆ การศึกษายังค้นพบอีกว่า ทั้งสามรายการมีรายละเอียดของรูปแบบรายการที่แตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขและเจ้าของลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


ประมวลศัพท์เรื่องระบบส่งกำลังรถยนต์, พัชรี มณีเนตร Jan 2017

ประมวลศัพท์เรื่องระบบส่งกำลังรถยนต์, พัชรี มณีเนตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทฤษฎีและกระบวนการทางศัพทวิทยา ตลอดจนระเบียบวิธีการประมวลศัพท์ และนำความรู้ที่ได้รับมาจัดทำประมวลศัพท์เรื่องระบบส่งกำลังรถยนต์ ประมวลศัพท์อันเป็นผลจากการวิจัยนี้มุ่งให้เกิดประโยชน์ในฐานะเครื่องมือสำหรับนักแปลในแวดวงยานยนต์ รวมทั้งเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับผู้ที่สนใจและบุคคลทั่วไป ในการประมวลศัพท์ครั้งนี้ ผู้จัดทำได้นำเอาทฤษฎีและแนวทางในการจัดทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาได้เสนอไว้มาประยุกต์ใช้ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 6 ขั้นตอน คือ (1) กำหนดหัวข้อ วัตถุประสงค์ และขอบเขตในการจัดทำประมวลศัพท์ (2) ศึกษาทฤษฎี และระเบียบวิธีการทำประมวลศัพท์ (3) สร้างคลังข้อมูลภาษา ดึงและคัดเลือกศัพท์จากคลังข้อมูลภาษา (4) กำหนดมโนทัศน์สัมพันธ์ของศัพท์ทั้งหมด (5) จัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น (6) จัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์ ประมวลศัพท์เรื่องระบบส่งกำลังรถยนต์นี้ ประกอบด้วยศัพท์จำนวน 31 คำ โดยนำเสนอศัพท์ตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์ ประกอบด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์เทียบเคียงภาษาไทย ประเภททางไวยากรณ์ หมวดเรื่อง คำนิยาม บริบท หมายเหตุ รูปศัพท์อื่น ๆ และข้อมูลอ้างอิง


การถ่ายทอดความหมายของอวัจนภาษาโดยการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์หลากรูปแบบ (Multimodal Analysis) เพื่อสร้างทางเลือกในการแปลหนังสือการ์ตูน เรื่องอะเวนเจอร์ส : สการ์เลต วิช, เอกเทศ อินทกาญจน์ Jan 2017

การถ่ายทอดความหมายของอวัจนภาษาโดยการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์หลากรูปแบบ (Multimodal Analysis) เพื่อสร้างทางเลือกในการแปลหนังสือการ์ตูน เรื่องอะเวนเจอร์ส : สการ์เลต วิช, เอกเทศ อินทกาญจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแปลตัวบทที่คัดสรรจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง อะเวนเจอร์ส : สการ์ เลต วิช (Avengers: Scarlet Witch) โดยเน้นที่การถอดความหมายของอวัจนภาษาโดยใช้การ วิเคราะห์หลากรูปแบบ (multimodal analysis) ร่วมกับกลวิธีการแปลตัวบทชนิดหนังสือการ์ตูนที่ เสนอโดยมิฮาล โบโรโด (Michał Borodo) 3 แบบ กล่าวคือ กลวิธีการแปลแบบลด (condensation) กลวิธีแบบเพิ่ม (addition) และกลวิธีแบบแปลง (transformation) ทั้งนี้เพื่อสร้างทางเลือกในการแปล สำหรับแก้ปัญหาด้านเทคนิคและการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม ผลการวิจัยพบว่าแนวคิดของการ วิเคราะห์หลากรูปแบบและกลวิธีการแปลดังกล่าวช่วยให้แปลตัวบทที่คัดสรรได้สำเร็จ มีกรอบ ข้อความที่ใช้กลวิธีการแปลแบบลด 92 กรอบ แบบเพิ่ม 49 กรอบ แบบแปลง 104 กรอบ และที่ใช้ กลวิธีแบบตรงตัวหรือตีความ (ไม่ใช่กลวิธีแบบลด เพิ่ม หรือ แปลง) 339 กรอบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในบรรดา 3 กลวิธีการแปลที่เสนอไปนั้น มีการใช้แบบแปลงมากที่สุด เพราะเป็นการผสมผสานกัน ระหว่างกลวิธีแบบลดและแบบเพิ่ม ไม่เน้นไปในทิศทางใดเพียงทิศทางเดียว มีความยืดหยุ่น เอื้อให้ ผู้แปลลดหรือเพิ่มบทแปลได้ตามความประสงค์ แม้ว่าการแปลตัวบทที่คัดสรรนี้จะสำเร็จและ ได้ผลดีเป็นส่วนใหญ่ ทว่ายังมีเนื้อหาในต้นฉบับบางส่วนที่แนวคิดและกลวิธีดังกล่าวยังไม่สามารถ แก้ปัญหาที่พบได้ทั้งหมด เช่นปัญหาทางเทคนิค เพราะยังได้บทแปลที่มีความยาวมาก ยังไม่สามารถ บรรจุลงในกรอบข้อความได้ อีกทั้งการแปลโดยใช้การวิเคราะห์หลากรูปแบบนั้นมีความเป็นอัต วิสัยทำให้การถอดความหมายจากต้นฉบับเดียวกันนั้นมีความเป็นไปได้หลากหลาย


การแปลหนังสือสำหรับเด็กแระเภทหนังสือภาพเปิด-ปิด เรื่อง Stephen Biesty's Giant Vehicles ของ Rod Green และ Stephen Biesty, ช่อแก้ว ดะห์ลัน เช็ค Jan 2017

การแปลหนังสือสำหรับเด็กแระเภทหนังสือภาพเปิด-ปิด เรื่อง Stephen Biesty's Giant Vehicles ของ Rod Green และ Stephen Biesty, ช่อแก้ว ดะห์ลัน เช็ค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาการแปลตัวบทที่เป็นหนังสือสำหรับเด็ก ประเภทหนังสือภาพที่มีแผ่นเปิด-ปิด เรื่อง Stephen Biesty's Giant Vehicle เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและค้นหาแนวทางการแปลที่เหมาะสม และให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร อันเป็นการทำให้ตัวบทแปลมีอรรถรสที่สามารถเทียบเคียงกับตัวบทต้นฉบับได้ ความรู้และทฤษฎีที่นำมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับวรรณกรรมเด็กที่ใช้รูปภาพ ความรู้เกี่ยวกับหนังสือภาพที่มีแผ่นเปิด-ปิด ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย การวิเคราะห์ตัวบทของคริสติอาเน นอร์ด และทฤษฎีหลากรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการแปลสื่อที่เป็นหนังสือภาพ ผลการศึกษาพบว่า ความรู้และทฤษฎีต่าง ๆ ที่นำมาใช้ข้างต้นได้ช่วยให้ผู้วิจัยมีความเข้าใจในตัวบทต้นฉบับ รวมทั้งมองเห็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข ทำให้ผู้วิจัยสามารถแปลหนังสือเล่มนี้ออกมาโดยใช้ภาษาที่เหมาะสม จัดเรียงเนื้อหาบนหน้ากระดาษโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างรูปภาพและตัวหนังสือ เพื่อให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ผู้จัดทำตั้งเอาไว้


การแปลนิยายภาพ : กรณีศึกษาเรื่องการแปล Saga ของ Brian K. Vaughan และ Fiona Staples จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สุทธิณี เทพพันธ์กุลงาม Jan 2017

การแปลนิยายภาพ : กรณีศึกษาเรื่องการแปล Saga ของ Brian K. Vaughan และ Fiona Staples จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สุทธิณี เทพพันธ์กุลงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาหากลวิธีการแปลนิยายภาพเรื่องซากา (Saga) ของ ไบรอัน เค วอว์น (Brian K. Vaughan) และฟิโอนา สเตเปิลส์ (Fiona Staples) เนื่องจากนิยายภาพ แตกต่างจากการแปลหนังสือทั่วไปตรงที่นอกจากการถ่ายทอดความหมายโดยคำนึงถึงความแตกต่างด้านสำนวนภาษาหรือวัฒนธรรมแล้ว ภาพก็เป็นองค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งนักแปล ต้องพิจารณาด้วย จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนคำในบทแปลให้สอดคล้องกับภาพที่ปรากฎเพื่อให้ฟังดูเป็นธรรมชาติในภาษาปลายทาง ไม่ขัดกับสิ่งที่เห็นในภาพหรือสีหน้าของตัวละคร ความท้าทายอีกประการหนึ่งคือการจัดวางจำนวนคำในบทแปลให้พอดีกับกรอบคำพูดซึ่งมีขนาดจำกัดในต้นฉบับ ด้วยเหตุนี้ ผู้แปลจึงสนใจศึกษาประเด็นดังกล่าวโดยอาศัยทฤษฏีการแปลที่เกี่ยวข้องคือกรอบการวิเคราะห์และแปลนิยายภาพของเคลาส์ ไคน์เดิล (Klaus Kaindl) และใช้ทฤษฏีการวิเคราะห์หลากรูปแบบ (Multimodal Theory) ตามหลักการและแนวทางของมิคัล โบโรโด (Michal Borodo) ปรับเปลี่ยนวัจนภาษาจากต้นฉบับให้ได้บทแปลซึ่งเหมาะสมกับอวัจนภาษาที่ปรากฎเพื่อให้ได้บทแปลที่เหมาะสมกับภาพที่ปรากฎ ผลการวิจัยคือเมื่อปรับเปลี่ยนคำที่เป็นประเด็นในภาษาปลายทางตามประเภทการปรับเปลี่ยนที่โบโรโดได้แบ่งไว้ก็ทำให้ได้บทแปลที่เข้ากับทั้งภาพและบริบทในหน้านั้น อีกทั้งได้รับการปรับให้เหมาะสมกับพื้นฐานความรู้และวัฒนธรรมของผู้อ่านชาวไทย


การแปลคำซ้ำในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เล่ม 1, พรชัย เสรีมงคลผล Jan 2017

การแปลคำซ้ำในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เล่ม 1, พรชัย เสรีมงคลผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาปัญหาการแปลคำซ้ำ ที่พบในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เล่ม 1 ประพันธ์โดย ทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ต้นฉบับ 10 บทเป็นกรณีศึกษา ปัญหาการแปลคำซ้ำยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจังเมื่อเทียบกับปัญหาการแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษด้านอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม้ยมกเป็นเครื่องหมายกำกับคำซ้ำที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในภาษาไทยมาอย่างช้านาน นอกจากนี้กระบวนการซ้ำคำเพื่อสร้างคำใหม่ก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ภาษา และทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษก็มีการซ้ำคำเช่นกัน สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขั้นตอนในการแปล วิเคราะห์ปัญหาในการแปล ตลอดจนนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหานั้นเพื่อให้ได้บทแปลที่มีความสละสลวยทางภาษาและได้อรรถรสทัดเทียมกับต้นฉบับ ผู้วิจัยศึกษาทฤษฎีการแปลและแนวคิดต่าง ๆ อันได้แก่ แนวคิดเกี่ยวกับคำซ้ำภาษาไทย แนวคิดเกี่ยวกับคำซ้ำภาษาอังกฤษ ประเภทของความหมายของคำซ้ำภาษาไทย ประเภทของความหมายของคำซ้ำภาษาอังกฤษ แนวคิดเกี่ยวกับการแปลคำซ้ำ ทฤษฎีการแปลแบบยึดความหมาย ทฤษฎีสโคพอส และการวิเคราะห์วาทกรรม เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาที่พบในการแปล และค้นหาแนวการทางแก้ไขการแปลคำซำ หลังจากที่ได้ศึกษาทฤษฎีและแนวคิดข้างต้น ตลอดจนลงมือแปลบทที่เลือกมาศึกษาโดยยึดทฤษฎีการแปลแบบยึดความหมายเป็นสำคัญ ผู้วิจัยพบว่า แนวคิดเกี่ยวกับความหมายของคำซ้ำและแนวทางการแปลคำซ้ำของอาจารย์และผู้รู้หลาย ๆ ท่าน มีประโยชน์อย่างยิ่งในการพิจารณาคำซ้ำในแง่มุมทางโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงทางความหมายต่าง ๆ จนสามารถนำไปสู่การแปลคำซ้ำได้จริง


ข้อดีข้อด้อยจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการล่ามในที่ประชุมของประชาคมอาเซียนเมื่อเปรียบเทียบกับสหภาพยุโรป, ณุพัฒน์ คู่ศรีบรรจง Jan 2017

ข้อดีข้อด้อยจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการล่ามในที่ประชุมของประชาคมอาเซียนเมื่อเปรียบเทียบกับสหภาพยุโรป, ณุพัฒน์ คู่ศรีบรรจง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การประชุมในบริบทของประชาคมอาเซียนทวีจำนวนตามการพัฒนาและกรอบความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ แต่อุปสรรคในการสื่อสารภาษาอังกฤษยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ลดประสิทธิภาพการประชุม งานวิจัยนี้ได้เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในการประชุมในบริบทอาเซียน พบว่าการกำหนดให้ใช้เฉพาะภาษาอังกฤษในที่ประชุม บ่อยครั้งกระทบต่อความเข้าใจเนื้อหาการประชุมและการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมจากแต่ละประเทศ โดยเฉพาะการประชุมในระดับปฏิบัติการมักได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะต้องเผชิญปัจจัยที่ทำให้การสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรค เช่น ปัจจัยด้านงบประมาณจ้างล่ามที่มีจำกัด ความสามารถใช้ภาษาอังกฤษของผู้เข้าร่วมประชุมที่หลากหลาย เป็นต้น ผลการวิเคราะห์บทสัมภาษณ์ยังชี้ว่าการจัดจ้างล่ามเพื่อลดอุปสรรคด้านการสื่อสารในที่ประชุมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประชาคมอาเซียนคือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการล่ามสู่ภาษาอื่นๆ ถึงกระนั้นก็ยังติดประเด็นเรื่องนโยบายของประชาคมอาเซียนเองที่กำหนดให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการภาษาเดียว ไม่สนับสนุนให้มีการจ้างล่าม ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากสหภาพยุโรปที่สนับสนุนหลักพหุภาษานิยมหรือนโยบายภาษาทางการและภาษาปฏิบัติการที่หลากหลาย ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้เกี่ยวข้องในการประชุมในบริบทอาเซียนต้องหาทางออกให้การสื่อสารในที่ประชุมเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีต่างๆ ตามอัตภาพ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้น้อยมากที่ประชาคมอาเซียนจะจัดตั้งหน่วยงานอำนวยการล่ามในที่ประชุมเหมือนที่สหภาพยุโรปมี


ความขัดแย้งในบทบาทและจรรยาบรรณของล่ามในคดีแพ่ง : กรณีคู่ความเป็นผู้ว่าจ้างล่าม, มัตถกา สุดทางธรรม Jan 2017

ความขัดแย้งในบทบาทและจรรยาบรรณของล่ามในคดีแพ่ง : กรณีคู่ความเป็นผู้ว่าจ้างล่าม, มัตถกา สุดทางธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ล่ามคู่ความมีความสำคัญอย่างมากในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการสื่อสารในการดำเนินคดีหรือระงับข้อพิพาทตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันซึ่งการประกอบธุรกิจสามารถทำได้อย่างไรพรมแดนระหว่างผู้ที่ใช้ภาษาแตกต่างกัน เมื่อล่ามคู่ความเป็นผู้ที่ได้รับการว่าจ้างโดยตรงโดยคู่ความฝ่ายหนึ่ง ล่ามคู่ความย่อมต้องคำนึงถึงผลของคดีที่ผู้ว่าจ้างคาดหวังและการรักษาผลประโยชน์ของผู้ว่าจ้างในขณะปฏิบัติหน้าที่ งานวิจัยนี้จึงเป็นการศึกษาบทบาทและการปฏิบัติหน้าที่ของล่ามคู่ความและความจำเป็นในการต้องปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขตเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ว่าจ้าง รวมถึงมุมมองของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายต่อการปฏิบัติหน้าที่ของล่ามคู่ความ โดยการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้างซึ่งกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 13 ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วยล่ามคู่ความและผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายและใช้การวิเคราะห์แก่นสาระ ซึ่งผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทำหน้าที่เป็นล่ามคู่ความโดยไม่ปฏิบัติตนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยและไม่ปฏิบัติหน้าที่เกินขอบเขตนั้นเป็นสิ่งที่ต้องกระทำในทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทั่วไปและจรรยาบรรณของล่ามที่จะต้องสื่อสารความหมายของต้นฉบับเป็นอีกภาษาหนึ่งโดยไม่มีการตัดทอนต่อเติม เปลี่ยนแปลง


การแปลศัพท์ทางจิตเวชศาสตร์ในตำรา Psychodynamic Psychiatry In Clinical Practice, Fifth Edition ของ Glen O. Gabbard, ปิยดิถิ์ เจริญสุข Jan 2017

การแปลศัพท์ทางจิตเวชศาสตร์ในตำรา Psychodynamic Psychiatry In Clinical Practice, Fifth Edition ของ Glen O. Gabbard, ปิยดิถิ์ เจริญสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางการแปลศัพท์ทางจิตเวชศาสตร์ในตำรา Psychodynamic Psychiatry in Clinical Practice, Fifth Edition ของ Glen O. Gabbard จากคำศัพท์ที่คัดสรรทั้งสิ้น 30 คำ โดยมีสมมติฐานของการวิจัยว่า แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทของคริสติอาเน นอร์ด แนวทางการแปลแบบตีความและยึดความหมายของฌอง เดอลิล แนวทางการสร้างคำในภาษาอังกฤษของอิงโก แพลก แนวทางการแปลคำสร้างใหม่ของปีเตอร์ นิวมาร์ก และหลักเกณฑ์การบัญญัติศัพท์ของราชบัณฑิตยสถานของมงคล เดชนครินทร์ จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการแปลคำศัพท์ทางจิตเวชศาสตร์ที่คัดสรร เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความหมายของคำศัพท์ได้อย่างถูกต้อง มีลักษณะของความเป็นศัพท์เฉพาะทาง ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า แนวทางการวิเคราะห์ตัวบท แนวทางการแปลแบบตีความและยึดความหมาย แนวทางการสร้างคำในภาษาอังกฤษ แนวทางการแปลคำสร้างใหม่ และหลักเกณฑ์การบัญญัติศัพท์ สามารถนำมาใช้เพื่อแปลคำศัพท์ทางจิตเวชศาสตร์ได้ตามสมมติฐาน


ข้อบกพร่องด้านภาษาที่พบในการแปลป้ายข้อมูลของพิพิธภัณฑ์และวิธีการแก้ไข : กรณีศึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ), กุลธิดา บุญญวนิช Jan 2017

ข้อบกพร่องด้านภาษาที่พบในการแปลป้ายข้อมูลของพิพิธภัณฑ์และวิธีการแก้ไข : กรณีศึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ), กุลธิดา บุญญวนิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษาข้อบกพร่องที่พบในการแปลป้ายข้อมูลของพิพิธภัณฑ์และวิธีการแก้ไข โดยคัดสรรบทแปลจากป้ายข้อมูลนิทรรศการของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) เพื่อให้ได้บทแปลที่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ มีอรรถสาระและเนื้อหาเหมาะสมกับผู้รับสารปลายทาง ผู้ศึกษาได้ดำเนินการวิจัยโดยค้นคว้าแนวคิดเกี่ยวกับการแปลตัวบทพิพิธภัณฑ์ (Guillot, 2014; Neather, 2005; Sturge, 2007) แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทสารคดีของคริสติอาเน นอร์ด (2005) แนวคิดการจำแนกหมวดหมู่ของข้อบกพร่องในการแปลโดยคริสติอาเน นอร์ด (1997) กลวิธีการแก้ไขงานแปลที่เกี่ยวข้อง (วัลยา วิวัฒน์ศร, 2547; มกุฏ อรฤดี, 2560; Mossop, 2007) ทฤษฎีสโคพอส (Skopostheorie) นำเสนอโดยฮันส์ แฟร์เมียร์ (1996) แนวคิดเรื่อง Scene-and-Frames Semantics นำเสนอโดยชาร์ลส ฟิลล์มอร์ (1977) แนวทางการแปลแบบตีความและยึดความหมาย (Interpretive Approach) นำเสนอโดยฌอง เดอลิลส์ (1988) และความรู้ว่าด้วยไวยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องในการแปลที่พบ ผลการศึกษาพบว่าการนำทฤษฎีและแนวคิดต่างๆ ข้างต้นมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน สามารถระบุข้อบกพร่องในบทแปลและแก้ไขข้อบกพร่องได้


ดนตรีประกอบพิธีทำขวัญนาคของครูชนะ ชำนิราชกิจ, ปราโมทย์ เที่ยงตรง Jan 2017

ดนตรีประกอบพิธีทำขวัญนาคของครูชนะ ชำนิราชกิจ, ปราโมทย์ เที่ยงตรง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเล่มนี้เป็นการทำงานวิจัยเชิงคุณภาพ เรื่องดนตรีประกอบพิธีทำขวัญนาคของครูชนะ ชำนิราชกิจ มุ่งเน้นศึกษาความเป็นมาของการประกอบพิธีทำขวัญนาคของครูชนะ ชำนิราชกิจ ตลอดจนบททำขวัญนาคและดนตรีประกอบพิธีทำขวัญนาค ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาแบบมีส่วนร่วม พบว่าพิธีทำขวัญนาคเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับประเพณีการบวชที่เป็นที่นิยมปฏิบัติสืบต่อกันมา จุดมุ่งหมายของการทำขวัญนาคนั้นประการสำคัญคือการสอนให้นาคได้ระลึกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ครูชนะ ชำนิราชกิจ ได้รับการถ่ายทอดการประกอบพิธีการทำขวัญนาคมาจากคุณตารื่นและพระพร ภิรมย์ ในด้านของการขับร้องเพลงไทยได้รับการถ่ายทอดจากคุณแม่ลูกอินทร์ ชำนิราชกิจ ครูชนะ ชำนิราชกิจได้ยึดหลักการประกอบพิธีทำขวัญนาคแบบโบราณ ใช้กลวิธีการขับร้องตามแบบแผนของการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยตามหลักวิชาการดุริยางคศิลป์ พบบทเพลงสำคัญที่ใช้บรรเลงประกอบพิธีการทำขวัญนาคแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ เพลงหน้าพาทย์จำนวน 8 เพลงประเภทเพลงสองชั้นจำนวน 11 เพลง และเพลงประเภทอื่นๆจำนวน 2 เพลง โดยใช้วงปี่พาทย์ไม้แข็งในการบรรเลงประกอบพิธี


กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของช่างมาโนช ผุดผ่อง, ธีรพงค์ คำโปร่ง Jan 2017

กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของช่างมาโนช ผุดผ่อง, ธีรพงค์ คำโปร่ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของช่างมาโนช ผุดผ่อง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติการสร้างซอด้วงของช่างมาโนช ผุดผ่อง ศึกษากรรมวิธีการสร้างซอด้วงและปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงซอด้วง โดยใช้วิธีในการเก็บข้อมูลลงศึกษาภาคสนามในฐานะลูกมือช่างเป็นเวลา 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่าช่างมาโนช ผุดผ่องได้เริ่มศึกษาการสร้างซอด้วงใจรักดนตรีไทยแต่ไม่มีโอกาสได้เรียน จึงเป็นแรงผลักดันให้ช่างมาโนชค้นคว้าศึกษาด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จในการสร้างซอด้วงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ สถาบันการศึกษาหลายแห่งให้ความสนใจที่จะมาศึกษาดูงานการสร้างซอ พันธุ์ไม้ที่ใช้ทำซอด้วงของช่างมาโนช ผุดผ่อง มีทั้งหมด 5 ชนิด คือ ไม้มะเกลือ ไม้ชิงชัน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้แก้ว และไม้ดำดง การสร้างซอด้วงมีวัสดุและอุปกรณ์ทั้งหมด 45 ชนิด มีกรรมวิธีการสร้างทั้งหมด 8 ขั้นตอนคือ การเตรียมกระบอกซอด้วง การขึ้นหนังซอด้วง การกลึงคันทวนซอด้วง การกลึงลูกบิด การขึ้นหางม้า การกลึงคันชักซอด้วง การประกอบซอด้วง การแต่งเสียงซอด้วง ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงซอด้วงของช่างมาโนช ผุดผ่อง มี 5 ขั้นคือ 1. การกลึงกระบอกซอด้วงจะต้องใช้บุ้งตะไบด้านในให้ผิวไม่เรียบ 2.การใช้หนังงูที่มีขนาดตัวยาว 4 เมตรขึ้นไปและจะใช้เฉพาะช่วงหลังเท่านั้น 3. การขึ้นหางม้าจะให้หางม้ามีลักษณะแบนไม่กลม 4.การคัดเลือกหางม้า ช่างมาโนช ผุดผ่อง ช่างใช้หางม้าที่นำเข้าจากประเทศมองโกเลีย คุณสมบัติของหางม้านั้นมีเส้นขนที่หนากว่าม้าประเทศไทย 5.หย่อง มีขนาด 1 เซนติเมตร ช่างใช้ไม้ไผ่ที่ทำตะเกียบที่ผ่านการอมน้ำมันแล้วเพราะคุณสมบัติของไม้ไผ่ที่อมน้ำมันนั้น ช่วยให้เสียงซอมีความดังกังวาน


ดนตรีสำหรับการแสดงหนังตะลุง คณะครูบุญส่ง ไกรเดช จังหวัดระยอง, กวีทัศน์ อะโสต Jan 2017

ดนตรีสำหรับการแสดงหนังตะลุง คณะครูบุญส่ง ไกรเดช จังหวัดระยอง, กวีทัศน์ อะโสต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องดนตรีสำหรับการแสดงหนังตะลุงของคณะครูบุญส่ง ไกรเดช จังหวัดระยอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามูลบทที่เกี่ยวข้องกับดนตรีสำหรับการแสดงหนังตะลุงในจังหวัดระยอง ศึกษาประวัติและผลงานของนายหนังตะลุง คณะครูบุญส่ง ไกรเดช และวิเคราะห์ดนตรีสำหรับการแสดงหนังตะลุง คณะหนังตะลุงของครูบุญส่ง ไกรเดช พบว่าได้รับอิทธิพลมาจากการแสดงหนังตะลุงแถบภาคใต้ เริ่มก่อตั้งคณะตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2525 ได้รับการสืบทอดจากครูหริ่ง ศิริคำ ผลงานที่โดดเด่น คือได้รับรางวัลเกียรติคุณเป็นศิลปินดีเด่นจังหวัดระยอง ประจำปีพุทธศักราช 2555 จากการวิเคราะห์ทำนองการขับประกาศหน้าบท พบการสร้างสรรค์เครื่องดนตรีด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงในยุคของโลกาภิวัตน์ จึงทำให้เครื่องดนตรีบางชิ้นไม่ได้ถูกนำมาประสมวงด้วยคือ ปี่ หากแต่ว่าเพิ่มเครื่องดนตรีกำกับจังหวะคือ กลองบองโก้ เพื่อทำให้เกิดความชื่นชอบของผู้ชมในการว่าจ้าง มิได้ประสมขึ้นเพื่อทำลายแบบแผนโบราณแต่อย่างใด เครื่องดนตรีประกอบการแสดงหนังตะลุงของคณะครูบุญส่ง ไกรเดช มีการประสมวงคล้ายกับวงปี่พาทย์ชาตรีที่ใช้แสดงประกอบการแสดงโนราห์และหนังตะลงุทางภาคใต้ ซึ่งมีวิวัฒนาการแพร่กระจายวัฒนธรรมเข้ามาสู่จังหวัดระยอง ได้แก่ หนังสด (โขนสด) และละครเท่งกรุ๊ก ที่ใช้วงดนตรีดังกล่าวประสมอยู่ด้วย เครื่องดนตรีสำหรับการแสดงหนังตะลุงประกอบไปด้วย กลองตุ๊ก 1 คู่ โทน 2 ใบ โหน่งเหน่ง 1 ราง ฉิ่ง 1 คู่ ฉาบ 1 คู่ กรับ 1 คู่ และกลองบองโก้ 1 ชุด บทเพลงในขั้นตอนการโหมโรงปรากฏกระสวนจังหวะหน้าทับ 8 จังหวะ และพบกระสวนจังหวะ การบรรเลงหน้าทับประกอบอากัปกริยาของตัวหนังมีทั้งหมด 6 จังหวะได้แก่ ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์ ตัวตลก รัว และเชิด นายหนังยังใช้การขับบทเพลงประเภทเพลงลูกทุ่ง เพลงแหล่และเพลงฉ่อย ทำนองการขับประกาศหน้าบทมีการผันเสียงร้องในกลุ่มคำที่ใช้สำเนียงภาษาถิ่นระยองสอดแทรกอยู่ โดยพบว่ากำหนดทำนองร้องให้ตรงกับเสียงซอล ลา ที โด เร ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ระดับเสียงทางใน การใช้ระดับเสียงนอกกลุ่มเสียงพบเป็นส่วนน้อย ลักษณะเด่นของคณะคือนายหนังประพันธ์บทประกาศหน้าบทขึ้นเอง และเป็นผู้ที่ต้องอาศัยความสามารถพิเศษ ความชำนาญและความแข็งแรงของของเสียง รวมทั้งมีความสามารถพิเศษในการร้องและพากย์เสียงโดยไม่มีเครื่องดนตรีดำเนินทำนองแม้แต่ชิ้นเดียว ตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งจบการแสดง


หลักการแปลทำนองจะเข้เพลงจีนแสเรื่องเล็กของรองศาสตราจารย์ปกรณ์ รอดช้างเผื่อน, ประเสริฐศรี ชื่นพลี Jan 2017

หลักการแปลทำนองจะเข้เพลงจีนแสเรื่องเล็กของรองศาสตราจารย์ปกรณ์ รอดช้างเผื่อน, ประเสริฐศรี ชื่นพลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งเน้นศึกษาหลักการประดิษฐ์ทำนองจะเข้เพลงจีนแสเรื่องเล็กของรองศาสตราจารย์ปกรณ์ รอดช้างเผื่อน โดยวิธีการรวบรวมข้อมูลเอกสาร การสัมภาษณ์ และการปฏิบัติเพื่อวิเคราะห์หาหลักการประดิษฐ์ทำนองจะเข้ด้วยระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่าหลักการประดิษฐ์ทำนองจะเข้ของรองศาสตราจารย์ปกรณ์ รอดช้างเผื่อนเป็นกระบวนการที่สลับซับซ้อนมีทั้งการแปล (Translation) และต่อยอดไปยังการแปร (Variation) เกิดทำนองที่หลากหลายในเพลงจีนแสเรื่องเล็ก มีหลักและวิธีการที่แตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์ของการบรรเลง แสดงความเป็นเอกภาพในศาสตร์แห่งตน อยู่ภายใต้หลักขนบธรรมเนียมและบทบาทหน้าที่ของจะเข้ตามแบบแผนของโบราณาจารย์ เพลงจีนแสเรื่องเล็กประกอบไปด้วย 7 บทเพลง คือ 1.เพลงจีนแส 2.เพลงแป๊ะ 3.เพลงอาเฮีย 4.เพลงชมสวนสวรรค์ 5.เพลงมาลีหวน 6.เพลงเร็วแม่วอนลูก และ7.เพลงลา หลักการประดิษฐ์ทำนองจะเข้เพลงจีนแสเรื่องเล็กของรองศาสตราจารย์ปกรณ์ รอดช้างเผื่อนที่ปรากฏในงานวิจัยเรื่องนี้มี 14 ลักษณะคือ 1.การยึดทำนองหลัก 2.ใช้การเปลี่ยนกระสวนทำนอง 3.การใช้กลวิธีการดีดทิงนอย 4.ใช้เสียงประสานและความปลั่งจำเพาะของจะเข้ 5.สร้างสำเนียงจีนด้วยการจัดจังหวะช่องไฟ 6.สร้างสำเนียงจีนด้วยการใช้เสียงเรียง 7.สร้างสำเนียงจีนด้วยการใช้ทำนองสลับฟันปลา 8.สร้างสำเนียงจีนด้วยการใช้เสียงชิดและข้ามในกลอนเพลง 9.ใช้การเปิดมือของกระจับปี่ 10.การใช้สัมผัสในและสัมผัสนอก 11.เปลี่ยนช่วงเสียงในการดำเนินทำนองภายใน 4 ห้อง 12.คงทำนองลูกล้อลูกขัด 13.ใช้กลวิธีพิเศษ 8 ลักษณะในการประดิษฐ์ทำนองในเพลงเร็วแม่วอนลูก 14.ใช้กลวิธีพิเศษ 7 ลักษณะในการประดิษฐ์ทำนองในเพลงประเภทปรบไก่สำเนียงจีน


พิธีกรรม และความเชื่อดนตรีกาหลอ ครูสมพงศ์ บุญมาเกิด, ปานตา ศรีคง Jan 2017

พิธีกรรม และความเชื่อดนตรีกาหลอ ครูสมพงศ์ บุญมาเกิด, ปานตา ศรีคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติชีวิตของครูสมพงศ์ พิธีกรรม ความเชื่อ บทเพลงที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและความเชื่อ วงดนตรีดนตรีกาหลอคณะครูสมพงศ์ บุญมาเกิด ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผลจากการศึกษาพบว่า คณะกาหลอครูสมพงศ์เป็นคณะที่รับใช้สังคมมาเป็นเวลา 120 ปี สืบทอดมาจากรุ่นบิดาจนถึงรุ่นครูสมพงศ์ คณะได้รับการว่าจ้างไปบรรเลงหลากหลายที่ เช่น จังหวัดกระบี่ จังหวัดพัทลุง พิธีกรรมกาหลอของคณะครูสมพงศ์จะเกิดความสมบูรณ์เมื่อมีองค์ประกอบหลัก ๆ 3 อย่างเกิดขึ้นคือ พิธีกรรม คาถา และบทเพลง สามารถแบ่งพิธีกรรมกาหลอได้ออกเป็น 2 ประเภท คือพิธีกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับศพ และพิธีกรรมที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับศพ มีทั้งหมด 20 เพลง แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือเพลงที่มีคาถากำกับ มีจำนวน 12 เพลง โดยการเป่าปี่พร้อมกับท่องคาถาในใจ และเพลงที่บรรเลงตามช่วงเวลาโดยไม่มีคาถากำกับ มีทั้งหมดจำนวน 8 เพลง การศึกษาบทเพลงชุดไหว้พระ คือเพลงยายแก่ขอไฟ เพลงไหว้พระ เพลงขันธ์เพชร เพลงล่อบัด เพลงลาพระ พบว่ามีการบรรเลงในกลุ่มเสียงปัญจมูลเสียง ร การบรรเลงปี่กาหลอมีการดำเนินทำนองลากเสียงยาว การดำเนินทำนองห่าง ๆ ควบคู่ไปกับการตีกลองและการบรรเลงฆ้อง


ดนตรีกันตรึมในพิธีบวงสรวงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง, วีรวรรณ คชรัตน์ Jan 2017

ดนตรีกันตรึมในพิธีบวงสรวงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง, วีรวรรณ คชรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องดนตรีกันตรึมในพิธีบวงสรวงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพิธีกรรมการบวงสรวงแบบเขมรและดนตรีกันตรึมที่ใช้ในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ผลการวิจัยพบว่า พิธีกรรมของการบวงสรวงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งแบบเขมร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ และส่วนที่ 2 พิธีเชิญชวนให้ร่วมทำบุญบวงสรวง ในส่วนของพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ประกอบด้วยขั้นตอนการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย การอัญเชิญเทพเทวดาตามบทสวด และการรำถวายมือ ในส่วนที่สอง ประกอบด้วยการร้องทักทายผู้ฟัง การเชิญชวนให้มาร่วมทำบุญ การเล่นกลอนสดอุปมาอุปไมย ร้องโต้ตอบกัน และการกล่าวอวยพรผู้มาร่วมพิธี โดยมีอาจารย์เกรียงศักดิ์ ปะรุนรัมย์ เป็นผู้ประกอบพิธีกรรม ในส่วนของดนตรีที่ใช้ในพิธีกรรมของการบวงสรวงแบบเขมรใช้วงกันตรึมมคณะสุริยชัย ส.สไบทอง (เกรียงศักดิ์ ส.สไบทอง) เครื่องดนตรีประกอบด้วย ซอกันตรึม 1 คัน กลองกันตรึม 2 ตัว กรับ 1 คู่ ฉาบเล็ก 1 คู่ และฉิ่ง 1 คู่ บรรเลงด้วยเพลง 9 เพลง ได้แก่ เพลงเปิดวงเพลงที่ 1 เพลงเปิดวงเพลงที่ 2 เพลงแสร็ย สะตือ เพลงรำปี (รำเปย) เพลงปทุมทอง เพลงทานอ เนียงนอ เพลงชะโอละหน่าย เพลงสาวกันตรึม เพลงอายัยเวง เพลงที่ 3-9 เป็นเพลงที่มีการร้องประกอบ นอกนั้นเป็นเพลงบรรเลงแบบไม่มีร้อง


กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของครูประสิทธิ์ ทัศนากร, วัชรพล คงอุดมสิน Jan 2017

กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของครูประสิทธิ์ ทัศนากร, วัชรพล คงอุดมสิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของครูประสิทธิ์ ทัศนากร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติการสร้างซอด้วง ศึกษากรรมวิธีการสร้างซอด้วง และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพเสียงซอด้วงของครูประสิทธิ์ ทัศนากร โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่าครูประสิทธิ์ ทัศนากร ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้การสร้างซอด้วง จากครูบุญมี ฉ่ำบุญรอด นักดนตรีไทยและช่างทำเครื่องดนตรีไทย ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม โดยได้ยึดกรรมวิธีการสร้างแบบของครูบุญมี ฉ่ำบุญรอด จากนั้นในปี พ.ศ. 2532 ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบขึ้นมาจนเป็นรูปแบบที่มีคุณภาพเสียงและรูปทรงเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของตนเอง กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของครูประสิทธิ์ ทัศนากร เป็นกรรมวิธีการสร้างที่ละเอียด ประณีต เน้นคุณภาพเสียง สัดส่วนที่เหมาะสม สมดุล สวยงาม วัสดุที่ใช้สร้างเป็นวัสดุที่คัดสรรมาอย่างดี ส่งผลให้คุณภาพเสียงซอด้วงมีความคมชัด ดัง กังวาน และมีแก้วเสียงที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะ ลวดลายการกลึงมีความงดงาม มีการประดิษฐ์หย่องซอด้วงขึ้นเป็นรูปแบบของตนเอง ปัจจัยที่ส่งผลให้ซอด้วงของครูประสิทธิ์ ทัศนากร มีคุณภาพเสียงที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะนอกเหนือจากความพิถีพิถันดังกล่าวแล้ว คือการกลึงภายในกระบอกซอด้วงซึ่งส่งผลให้เกิดเสียงที่ไพเราะและนุ่มนวลขึ้นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร


การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกโดย เอกบุตร โปสินธุ์, เอกบุตร โปสินธุ์ Jan 2017

การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกโดย เอกบุตร โปสินธุ์, เอกบุตร โปสินธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกเป็นการพัฒนาทักษะทางด้านการบรรเลงกีตาร์ และพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ทางด้านดนตรี โดยผู้แสดงได้คัดเลือกบทเพลงที่ประพันธ์ และเรียบเรียงสำหรับกีตาร์คลาสสิก จากยุคที่สำคัญทางดนตรี ซึ่งแต่ละบทเพลงนั้นประกอบด้วยชีวประวัติผู้ประพันธ์ การวิเคราะห์บทเพลง เทคนิคการเล่น วิธีการฝึกซ้อม ตลอดจนแบบฝึกหัดที่ใช้ประกอบการซ้อมเพื่อให้การเล่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการแสดงเดียวกีตาร์คลาสสิกในครั้งนี้ผู้แสดงได้ทำการคัดเลือกบทเพลงสำหรับใช้ในการแสดงจำนวน 8 บทเพลงได้แก่ (1) Vals No.4 Op.8 ประพันธ์โดย Agustin Barrios Mangore (2) Una Limosna por el Amor de Dios ประพันธ์โดย Agustin Barrios Mangore (3) Fugue BWV 998 in D Major ประพันธ์โดย Johann Sebastian Bach (4) Sonatina Op.52 ท่อนที่ 1 ประพันธ์โดย Lennox Berkeley (5) Sonata in A Major K.208 ประพันธ์โดย Domenico Scarlatti (6) Sonata in D minor K.1 ประพันธ์โดย Domenico Scarlatti (7) Sonata in D Major K.491 ประพันธ์โดย Domenico Scarlatti (8) Introduction & Variations on a Theme by Mozart Op.9 ประพันธ์โดย Fernando Sor


การเเสดงเดี่ยวบาสซูนโดย คชภัค บุญวิภารัตน์, คชภัค บุญวิภารัตน์ Jan 2017

การเเสดงเดี่ยวบาสซูนโดย คชภัค บุญวิภารัตน์, คชภัค บุญวิภารัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวบาสซูนในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับบทเพลงที่ใช้ในการแสดงบาสซูน ประกอบด้วยการศึกษาเกี่ยวกับผู้ประพันธ์ในด้านชีวประวัติด้านการประพันธ์ การตีความบทเพลง ศึกษาแนวคิดและเทคนิคการบรรเลง และวิเคราะห์บทเพลงเพื่อเป็นประโยชน์ในการฝึกซ้อม การเตรียมตัวสำหรับการแสดงรวมถึงการจัดการแสดง การแสดงเดี่ยวบาสซูนในครั้งนี้ ผู้แสดงได้คัดสรรบทเพลงด้วยกันทั้งหมด 4 บทเพลงโดยเป็นบทเพลงที่ทรงคุณค่าจากนักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงในแต่ละยุคสมัย รวมทั้งสิ้น 3 ยุค ดังนี้ (1) Cello Suite No. 2 in D minor, BWV 1008 ประพันธ์โดย Johann Sebastian Bach (2) Concerto in F Major for 2 Bassoons and Orchestra ประพันธ์โดย Johann Baptist Wanhal (3) Andante e Rondo Ongarese, Op. 35 ประพันธ์โดย Carl Maria von Weber (4) Ciranda das Sete Notas, W325 ประพันธ์โดย Heitor Villa-Lobos การแสดงเดี่ยวบาสซูนในครั้งนี้กำหนดจัดการแสดงในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 16.00 น. ณ หอแสดงดนตรียามาฮ่า ชั้น 4 อาคารสยามมอเตอร์ ปทุมวัน รวมเวลาที่ใช้ในการแสดงทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที


ระเบียบวิธีการแสดง ทำนองร้องและรำมะนาลำตัด คณะกำนันสำเริง คนฑา จังหวัดระยอง, สุธินันท์ โสภาภาค Jan 2017

ระเบียบวิธีการแสดง ทำนองร้องและรำมะนาลำตัด คณะกำนันสำเริง คนฑา จังหวัดระยอง, สุธินันท์ โสภาภาค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องระเบียบวิธีการแสดงทำนองร้องและรำมะนาลำตัด คณะกำนันสำเริง คนฑา มีวัตถุประสงค์ศึกษาประวัติของคณะลำตัดและศึกษาระเบียบวิธีการแสดงทำนองร้องและรำมะนาลำตัดผลการศึกษาพบว่าคณะลำตัดกำนันสำเริง คนฑา เริ่มจากบิดาดำเนินกิจการรับงานลิเกและทำขวัญนาค ต่อมาศึกษาลำตัดจากครูสงวน เมตตา จึงชักชวนเพื่อนๆที่ร่วมเรียนออกมารับงานแสดง ใช้ชื่อคณะลำตัดว่าส.เริงศิลป์และเปลี่ยนชื่อคณะเป็นลำตัดคณะกำนันสำเริง คนฑาตามลำดับ ระเบียบวิธีการแสดงทำนองร้องและรำมะนาลำตัดพบว่า ระเบียบวิธีการร้องลำตัดมีทั้งหมด 11 ขั้นตอน ได้แก่ โหมโรง ร้องบันตน ออกแขก ผู้ชายยืนตน ผู้หญิงยืนตน ผู้ชายยืนสอง ผู้หญิงแก้ลำ ผู้ชายผู้หญิงสลับกันร้องแก้ ตัดเพลง ร้องลาและลงกลอง ทำนองร้องใช้กลุ่มเสียงปัญจมูลกลุ่มเสียงเดียวและไม่พบการร้องเสียงนอกบันไดเสียง ทำนองรำมะนาพบ 12 ทำนองและ 1 ทำนองลงกลอง คือ ทำนองเรียบ ทำนองจำปาเทศ ทำนองปรบไก่ ทำนองพม่า ทำนองลาว ทำนองมอญ ทำนองเขมร ทำนองญวน ทำนองจีน ทำนองโยน ทำนองฝรั่ง และทำนองแขก และทำนองลงกลอง คณะลำตัดกำนันสำเริงจะใช้ทำนองรำมะนาทั้งหมด 9 ทำนองและ 1 ทำนองลงกลอง คือ ทำนองเรียบ ทำนองจำปาเทศ ทำนองพม่า ทำนองลาว ทำนองมอญ ทำนองจีน ทำนองโยน ทำนองฝรั่ง และทำนองแขก ทำนองสุดท้ายคือ ทำนองลงกลอง ทำนองที่ใช้มากที่สุดคือทำนองพม่าและทำนองลาว


การแสดงขับร้องเดี่ยวโดย ชัยพร พวงมาลี, ชัยพร พวงมาลี Jan 2017

การแสดงขับร้องเดี่ยวโดย ชัยพร พวงมาลี, ชัยพร พวงมาลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงขับร้องครั้งนี้โดยมีจุดประสงค์ในการถ่ายทอดบทประพันธ์ประเภทคลาสสิกในรูปแบบหลากหลายภาษา และยุคสมัยของคีตกวีชาวตะวันตก ผ่านการประยุกต์เทคนิคการขับร้องของของนักร้องชาวตะวันตกผสมผสานให้เข้ากับกายภาพและลักษณะของนักร้องชาวเอเชียให้สามารถถ่ายทอดศักยภาพในการขับร้องโดยมีแบบฉบับเฉพาะตัวของนิสิต อีกทั้งเป็นการแสดงศักยภาพการจัดเตรียมการแสดงอย่างเป็นมืออาชีพ อาทิ การรังสรรค์บทประพันธ์ให้เชื่อมโยงถักทอเนื้อหาให้เป็นเรื่องเดียวกัน การเตรียมการจัดการสถานที่รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ชม การเตรียมการจัดทำโปสเตอร์และสูจิบัตรการแสดงรวมถึงการวางแผนงานในการฝึกซ้อมกับนักดนตรีผู้ร่วมแสดง บทประพันธ์ที่ใช้ในการแสดงมีทั้งบทประพันธ์ประเภท เพลงร้องศิลป์ ชุดเพลงร้องที่ถูกขับร้องเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และบทประพันธ์ประเภทอาเรีย จากมหาอุปรากรสำคัญ โดยบทประพันธ์ทั้งหมดได้ถูกร้อยเรียงเสมือนเป็นเนื้อเรื่องเดียวกันในแง่มุมของความหมายตั้งแต่เริ่มต้นการแสดงจนกระทั่งสิ้นสุดการแสดง ประกอบด้วย บทประพันธ์เพลงที่ 1 ชุดเพลงร้อง Serenade Op.31 โดย Benjamin Britten 2. Nuit d'étoiles โดย Claude Debussy 3. Erlkönig โดย Franz Schubert 4. Ich bin der Welt abhandengekommen โดย Gustav Mahler 5. Come away, death โดย Roger Quilter 6. Je Crois Entendre Encore โดย Georges Bizet การแสดงขับร้องในครั้งนี้จัดขั้นเมื่อวันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 17:30 น. ณ ห้องแสดงดนตรีธงสรวง 54/1 สุขุมวิทซอย 3 (ซอยนานา) กรุงเทพมหานครฯ โดยมีรวมระยะเวลาในการแสดงประมาณ 1 ชั่วโมง


การแสดงเดี่ยวเฟร็นช์ฮอร์นโดย ณัฐภรณ์ ณ เชียงใหม่, ณัฐภรณ์ ณ เชียงใหม่ Jan 2017

การแสดงเดี่ยวเฟร็นช์ฮอร์นโดย ณัฐภรณ์ ณ เชียงใหม่, ณัฐภรณ์ ณ เชียงใหม่

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวเฟร็นช์ฮอร์นมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์บทเพลง เพื่อใช้ประกอบข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิตด้านการแสดงเดี่ยวเฟร็นช์ฮอร์นของ ณัฐภรณ์ ณ เชียงใหม่ อีกทั้งศึกษาหาข้อมูลชีวประวัติผู้ประพันธ์ ประวัติความเป็นมาของบทเพลง การคิดวิเคราะห์ข้อมูลเพลงในเชิงลึก ตลอดจนวิธีแนวทางการฝึกซ้อมที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้บรรเลงเครื่องดนตรีเฟร็นช์ฮอร์นมากยิ่งขึ้น ผู้แสดงได้คัดเลือกบทเพลงที่มีความไพเราะน่าสนใจและมีเทคนิคต่าง ๆ มากมายซึ่งเป็นบทเพลงในยุคคลาสสิกและยุคโรแมนติก โดยเป็นบทเพลงที่ต้องใช้ความสามารถและทักษะในการเล่นเครื่องดนตรีเฟร็นช์ฮอร์นระดับสูง เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกซ้อมและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ที่สนใจ บทเพลงที่ได้นำมาแสดงมีทั้งสิ้น 2 บทเพลง ได้แก่ (1) Concerto for Horn in Bb Major, Op.91 ประพันธ์โดย ไรน์โฮลด์ กลิแอร์ (2) Concerto for Two Horns in Eb Major ประพันธ์โดย โจเซฟ ไฮเดิน การแสดงเดี่ยวเฟร็นช์ฮอร์นได้จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ.2561 เวลา 16.00 น. ณ ห้องแสดงดนตรี ชั้น 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้เวลาในการแสดงทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง และในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้มีผู้ร่วมแสดงประกอบ ได้แก่นายเอกนก ขอเจริญ นักดนตรีเฟร็นช์ฮอร์น และนายเกริกสกุล จารี นักเปียโน


การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิก โดย ธาณิช แสงวิชัย, ธาณิช แสงวิชัย Jan 2017

การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิก โดย ธาณิช แสงวิชัย, ธาณิช แสงวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมทักษะด้านการบรรเลงกีตาร์คลาสสิกโดยนักแสดงได้ตัดเลือกบทเพลงที่ต่างยุกคต่างสมัยกันเพื่อสาธิตความเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของดนตรีในแต่ละยุคสมัย การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกในครั้งนี้ ผู้แสดงได้คัดเลือกไว้ทั้งหมด 5 บทเพลง ได้แก่ (1) Rondo Op.2 No.3 ประพันธ์โดย Dionisio Aguado (2) Suite Espanola, Op.47 ประพันธ์โดย Isaac Albeniz (3) Theme, Variations and Finale ประพันธ์โดย Manuel Ponce (4) Prelude, Fugue and Allegro, BWV 998 ประพันธ์โดย Johann Sebastian Bach และ (5) Sonata ประพันธ์โดย Antonio Jose การแสดงครั้งนี้ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 15.00 น. ณ ห้องแสดงดนตรี ชั้น 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้เวลาในการแสดงทั้งสิ้นประมาณ 1 ชั่วโมง This guitar recital aims to develop the performer's performance abilities. The performer chose a number of pieces to represent certain periods and characteristics of each era. The program consists of 5 pieces: (1) Rondo Op.2 No.3 by Dionisio …


การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย ทรรศวรรณ ภูริเริงภูมิ, ทรรศวรรณ ภูริเริงภูมิ Jan 2017

การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย ทรรศวรรณ ภูริเริงภูมิ, ทรรศวรรณ ภูริเริงภูมิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวเปียโนในครั้งนี้มีจุดประสงค์ในการพัฒนาด้านทักษะทางด้านการบรรเลงเปียโน ผู้แสดงได้เลือกสรรค์บทประพันธ์ที่มีมาตรฐาน บทประพันธ์ที่ใช้ในการแสดงในครั้งนี้มีความแตกต่างกันของยุคสมัยโดยจะได้ศึกษาด้านประวัติศาสตร์ทางดนตรี ชีวประวัติของผู้ประพันธ์ การวิเคราะห์ การตีความบทประพันธ์ การฝึกซ้อม การสื่ออารมณ์และความหมายของบทประพันธ์ต่อผู้ฟัง การเตรียมตัวก่อนการแสดง และการแสดงต่อหน้าสาธารณชน ในการแสดงครั้งนี้ผู้แสดงได้คัดเลือกบทประพันธ์ทั้งหมด 6 บทเพลง ดังนี้ (1) Piano Sonata in G major, K.13 ประพันธ์โดย Domenico Scarlatti (2) Piano Sonata in E minor, K.98 ประพันธ์โดย Domenico Scarlatti (3) Piano Sonata in E flat major, Op.27 No.1 ประพันธ์โดย Ludwig van Beethoven (4) Kinderszenen, Op.15 ประพันธ์โดย Robert Schumann (5) Love of the Three Oranges Op.33 และ Romeo and Juliet Op.75 ประพันธ์โดย Sergei Prokofiev การแสดงเดี่ยวเปียโนในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 16.00 น. ณ ห้องแสดงดนตรีธงสรวง โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 2 ช่วง ใช้เวลาในการแสดงทั้งหมด 1 ชั่วโมง 15 นาที รวมพักครึ่งการแสดง คำสำคัญ: เปียโน / การแสดงเดี่ยวเปียโน / ทรรศวรรณ ภูริเริงภูมิ


การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย พรพิมล อ้นจู, พรพิมล อ้นจู Jan 2017

การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย พรพิมล อ้นจู, พรพิมล อ้นจู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวเปียโน มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทประพันธ์ เพื่อใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์ในระดับมหาบัณฑิตด้านการแสดงเดี่ยวเปียโนโดย พรพิมล อ้นจู เนื้อหาในการวิเคราะห์บทประพันธ์ประกอบไปด้วย การศึกษาชีวประวัติของผู้ประพันธ์ การวิเคราะห์และตีความบทประพันธ์ วิธีการนำเสนอ รวมไปถึงเทคนิคต่าง ๆ ในการบรรเลงบทเพลง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการฝึกซ้อมและการประกอบการแสดงบทเพลงได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อีกทั้งเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการบรรเลงเปียโนของผู้แสดงและเพื่อเผยแพร่ผลงานการแสดงเดี่ยวเปียโนต่อผู้ที่ความสนใจในงานแสดงดนตรี โดยผู้วิจัยได้คัดเลือกบทประพันธ์โซนาตาที่น่าสนใจจากยุคสมัยที่แตกต่างกัน นอกจากนี้การแสดงเดี่ยวเปียโน ยังเป็นเป้าหมายสำคัญในการถ่ายทอดความไพเราะของดนตรีคลาสสิกและเผยแพร่บทเพลงอันทรงคุณค่าต่อผู้ที่สนใจในดนตรีคลาสสิก เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงคุณค่าของดนตรีคลาสสิกสืบไป


การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกโดย ภูนที ทาคำ, ภูนที ทาคำ Jan 2017

การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกโดย ภูนที ทาคำ, ภูนที ทาคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวกีตาร์คลาสสิกโดย ภูนที ทาคำ มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพทางด้านต่าง ๆ ของผู้แสดงให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ทั้งด้านเทคนิคการบรรเลงกีตาร์ การศึกษาประวัติเพลงและผู้แต่ง การวิเคราะห์และตีความบทเพลง รวมถึงการเตรียมตัวและกระบวนการจัดแสดงผลงาน ทั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่บทเพลงกีตาร์คลาสสิกให้เป็นที่รู้จัก ผู้แสดงได้คัดเลือกบทเพลงที่ใช้ในการแสดงทั้งหมด 6 บทเพลง จากยุคบาโรก ยุคคลาสสิก ยุคดนตรีศตวรรษที่ 20 และดนตรีร่วมสมัย ได้แก่ (1) Fantasie sur deux Motifs de La Norma แต่งโดย Napoleon Coste (2) Violin Sonata No. 1 BWV 1001 แต่งโดย Johann Sebastian Bach (3) La Cathedral แต่งโดย Agustin Barrios (4) Libra Sonatine แต่งโดย Rolands Dyens (5) Aquarelle แต่งโดย Sergio Assad และ (6) Histoire du Tango แต่งโดย Astor Piazzolla การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้องแสดงดนตรี ชั้น 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การแสดงแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ระยะเวลาโดยประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที


การแสดงขับร้องเดี่ยวโดย พันธวิทย์ อัศวเดชเมธากุล, พันธวิทย์ อัศวเดชเมธากุล Jan 2017

การแสดงขับร้องเดี่ยวโดย พันธวิทย์ อัศวเดชเมธากุล, พันธวิทย์ อัศวเดชเมธากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงขับร้องเดี่ยวโดย พันธวิทย์ อัศวเดชเมธากุล มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาและวิเคราะห์บทเพลง เทคนิคการขับร้องและการนำเสนอบทเพลงด้วยการใช้เสียงประเภทเคาน์เตอร์เทเนอร์ ซึ่งเป็นลักษณะเสียงที่ต้องใช้เทคนิคการขับร้องขั้นสูงตามกระบวนแบบยุคบาโรก และใช้วิธีการฝึกซ้อมอย่างมีแบบแผนด้วยความละเอียด โดยได้คัดเลือกบทเพลงชุด Stabat mater ประพันธ์โดย โจวานนี บาทิสตา เปร์โกเลซี (Giovanni Battista Pergolesi : 1710-1736) เป็นเพลงชุดประกอบด้วย 12 บทเพลงจากบทกวีภาษาละตินศตวรรษที่ 14 ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในศาสตร์ของการขับร้องเดี่ยวและคู่ บทเพลงเร็วและช้า และลีลาของทำนองที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ รวมทั้งการถอดความและตีความบทเพลงซึ่งมีหลากหลายกระบวนแบบ จากนั้นนำสู่การฝึกปฏิบัติ การวางแผนการฝึกซ้อมและการจัดแสดง การฝึกซ้อมร่วมกับนักร้องคู่และเปียโนบรรเลงประกอบ เพื่อถ่ายทอดบทเพลงอย่างได้อรรถรส ตามที่ผู้ประพันธ์ได้รังสรรค์ไว้