Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2024

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 3211 - 3240 of 3565

Full-Text Articles in Entire DC Network

การศึกษากระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น, อิงครัต โพธิบัตร Jan 2024

การศึกษากระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น, อิงครัต โพธิบัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น และเพื่ออธิบายกระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จการวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้วิธีการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เจาะลึก และการสัมภาษณ์กลุ่ม ประชากรคือวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมดตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างคือวงที่เดบิวต์ระหว่าง พ.ศ. 2560-2564 และยังดำเนินกิจกรรมอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 8 วง โดยสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรม 6 ท่าน และตัวแทนผู้ติดตามวงไอดอล 9 ท่าน เพื่อวิเคราะห์กระบวนการพัฒนาวงในมุมมองของผู้ผลิตและผู้บริโภคการศึกษาพบว่าคุณลักษณะของวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นประกอบด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ที่โดดเด่น 4 รูปแบบ ได้แก่ ระบบ 48 Group ภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากกระแสหลัก ภาพลักษณ์แบบยืดหยุ่น และภาพลักษณ์แบบมีธีมเฉพาะ รวมทั้งการนำเสนอแนวคิดและค่านิยมความเป็นญี่ปุ่นที่ผสมผสานกับบริบทไทย องค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ ผลงานเพลง สมาชิกวงหรือไอดอล เอกลักษณ์ของวง กิจกรรมของวง และการสนับสนุนจากแฟนคลับ กระบวนการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จประกอบด้วยการผลิตผลงานเพลงที่มีคุณภาพ ซึ่งครอบคลุมกระบวนการสร้างสรรค์ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ การวิจัย การแต่งเพลง การบริหารจัดการการเผยแพร่ผลงาน การจัดการลิขสิทธิ์ การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกม ซึ่งครอบคลุมการสร้างความสัมพันธ์แบบพี่น้องหรือครอบครัวระหว่างทีมงานและศิลปิน การบริหารจัดการสัญญาอย่างเป็นธรรมและปกป้องผลประโยชน์ของศิลปิน การสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ และการวางแผนพัฒนาระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งผลงาน ศิลปิน และองค์กร


ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร Jan 2024

ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยมีจุดมุ่งหมายในการศึกษาความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติและศึกษากระบวนการสร้างสรรค์การแสดงในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติเพื่อนำเสนอความเป็นไทย ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) พิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร และพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และการสัมภาษณ์แบบเชิงลึก (in-dept interview) ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง ผลการวิจัยพบว่า 1. มีการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 จำนวน 9 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) การละเล่นพื้นบ้านแบบไทย 7) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย 8) กีฬาไทย และ 9) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยเพียงหมวดหมู่เดียวคือหมวดหมู่ประเพณีไทย และการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 จำนวน 7 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย และ 7) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยในหมวดหมู่ถึง 3 หมวดหมู่ คือ …


Investors' Response On Movie Distributors' Achievements, Kanathip Bumroongchai Jan 2024

Investors' Response On Movie Distributors' Achievements, Kanathip Bumroongchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research examines the impact of movie-related factors on the abnormal returns of movie distributor stocks in the United States, focusing specifically on gross opening revenues and industry awards. The study analyzes nine firms using monthly data from 1995 to 2024 and applies the Ordinary Least Squares (OLS) model to test the hypotheses. The findings reveal that only awards received by competitors significantly reduce a firm’s abnormal returns, supporting both the Asymmetric Information Theory and Social Comparison Theory. In contrast, the gross opening revenues of a firm’s own movies do not lead to abnormal returns, aligning with the Efficient Market …


การสร้างภาวะพร้อมทางกายจิตด้วยแนวทางไซโคฟิสิคัลและศาสตร์ชี่กง สำหรับนักแสดงเดี่ยวละครแนวสมจริง : กรณีศึกษาบทละครเรื่อง กราวด์ โดย จอร์จ บรานท์, มาเรียน พุ่มอ่อน Jan 2024

การสร้างภาวะพร้อมทางกายจิตด้วยแนวทางไซโคฟิสิคัลและศาสตร์ชี่กง สำหรับนักแสดงเดี่ยวละครแนวสมจริง : กรณีศึกษาบทละครเรื่อง กราวด์ โดย จอร์จ บรานท์, มาเรียน พุ่มอ่อน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างภาวะพร้อมทางกายจิตของนักแสดงเดี่ยวในละครแนวสมจริง โดยใช้บท กราวด์ เป็นกรณีศึกษา ผ่านการฝึกชี่กงควบคู่กับแนวทางไซโคฟิสิคัล ภาวะพร้อมทางกายจิตหมายถึงภาวะที่กายและจิตทำงานสอดประสาน มีพลังงานภายในที่ไหลลื่นและตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างสมดุล สมมติฐานของงานวิจัยคือ การฝึกชี่กงและแนวทางไซโคฟิสิคัลเน้นแนวทางของลาบานและเชคอฟจะช่วยให้นักแสดงมีภาวะพร้อมทางกายจิต ส่งผลให้สามารถถ่ายทอดตัวละครได้อย่างมีพลัง ทำให้สามารถสื่อสารหลักของบทละครได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฝึกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ การเตรียมฐานกายจิตด้วยชี่กง การใช้ Eight Efforts ของลาบาน และการเข้าถึงภาวะภายในผ่าน Psychological Gesture, Archetypes, Image Work ก่อนทำการแสดงจริง 3 รอบ โดยเก็บข้อมูลจากวิดีโอการแสดง แบบสอบถามผู้ชม ความเห็นจากผู้กำกับ ผู้ทรงคุณวุฒิ และบันทึกของผู้วิจัย ผลการวิจัยพบว่า ชี่กงมีบทบาทหลักในการวางฐานกายจิตและเปิดการรับรู้พื้นที่ ส่วนแนวทางของลาบานและเชคอฟช่วยให้นักแสดงแปลงภาวะภายในเป็นการแสดงที่ทรงพลัง ผู้ชมส่วนใหญ่รับรู้พลังงานจากนักแสดงได้แม้ในช่วงไร้บทพูด งานวิจัยจึงเสนอว่า ลำดับการฝึกที่เริ่มจากชี่กงแล้วต่อด้วยไซโคฟิสิคัล เหมาะอย่างยิ่งกับการแสดงเดี่ยวแนวสมจริงที่ต้องการภาวะพร้อมทางกายจิตของนักแสดงที่ส่งพลังถึงผู้ชมได้ทั้งพื้นที่


การพัฒนาทักษะการแสดงออกทางร่างกายเพื่อการแสดงละครตลกประเภทจำอวดด้วยแบบฝึกหัดหน้ากาก : กรณีศึกษาบทบาท เบอร์นาร์ด จากเรื่อง โบอิ้ง-โบอิ้ง ของ มาร์ค คาโมเล็ตติ, รัชชานน วงศ์โกมล Jan 2024

การพัฒนาทักษะการแสดงออกทางร่างกายเพื่อการแสดงละครตลกประเภทจำอวดด้วยแบบฝึกหัดหน้ากาก : กรณีศึกษาบทบาท เบอร์นาร์ด จากเรื่อง โบอิ้ง-โบอิ้ง ของ มาร์ค คาโมเล็ตติ, รัชชานน วงศ์โกมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งวิเคราะห์การประยุกต์ใช้แบบฝึกหัดการแสดงด้วยหน้ากาก ได้แก่ หน้ากากนูทรัล หน้ากากตัวละคร และคอมเมเดีย เดลลาร์เต เพื่อพัฒนาและฝึกฝนทักษะการแสดงตลกจำอวดของนักแสดง กรณีศึกษาบทบาทของเบอร์นาร์ดจากเรื่อง โบอิ้ง-โบอิ้ง ของมาร์ค คาโมเลตติ โดยศึกษาความสัมพันธ์โรแมนติกที่ซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงอารมณ์อย่างรวดเร็วของเบอร์นาร์ดที่ส่งผลต่อการแสดงออกทางกายภาพ กระบวนการฝึกฝนใช้เทคนิคการแสดงหน้ากากของฌาคส์ เลอค็อก เริ่มต้นด้วยการฝึกหน้ากากนูทรัลเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมตนเอง ตามด้วยหน้ากากตัวละครเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร และต่อเนื่องด้วยหน้ากากคอมเมเดีย เดลลาร์เต โดยเฉพาะอาร์เลคคีโน ซานนี และกัปปิตาโน นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้ทดลองใช้หน้ากากกาย ฟอว์คส์ เพื่อสำรวจมุมมองใหม่ในการเข้าถึงบุคลิกภาพที่แตกต่างจากตนเองอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนความรู้สึกภายในและตัวละคร สามารถขจัดบุคลิกภาพเดิม เช่น ความอ่อนโยน นุ่มนวล และสร้างกายภาพใหม่ที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ความเป็นชาย ทั้งในด้านความมั่นใจ ความเจ้าเล่ห์ และการเคลื่อนไหวที่เฉียบคม การทดลองนี้ยังส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนและขยายลักษณะทางกายภาพในฐานะตัวละครและนักแสดง รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหาภาษากายที่เหมาะสมกับตัวละคร จากการฝึกฝน ผู้วิจัยพบว่าตนเองในฐานะนักแสดงมีการพัฒนาการใช้ร่างกายเพื่อการแสดงที่ดีขึ้นและมีอิสระในการใช้ร่างกาย ลดการใช้ความคิด และเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมท่าทางและจังหวะการเคลื่อนไหวที่ราบรื่น ซึ่งนำไปสู่การแสดงเป็นเบอร์นาร์ดในละครตลกจำอวดที่มีจังหวะและสร้างอารมณ์ขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การเขียนบทละครเวทีแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาว่าด้วยเรื่องความโดดเดี่ยวจากการเพิกเฉยทางอารมณ์ในวัยเด็ก, มนสิชา จาคะกุล Jan 2024

การเขียนบทละครเวทีแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาว่าด้วยเรื่องความโดดเดี่ยวจากการเพิกเฉยทางอารมณ์ในวัยเด็ก, มนสิชา จาคะกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและค้นหากลวิธีการเขียนบทละครเวทีแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาว่าด้วยเรื่องความโดดเดี่ยวจากการเพิกเฉยทางอารมณ์ในวัยเด็ก ผู้วิจัยมุ่งศึกษาแนวคิดและองค์ประกอบบทแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่ปรากฏในบทความของ เจสัน เฮเลอร์แมน (2024) และ ไอวี่ ลอฟเบิร์ก (2016) รวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับการใช้องค์ประกอบละครเวทีในการเขียนบทละครเวทีแนวสยองขวัญจากงานวิจัยของ เอมิลี่ โอดันเนิล (2018) เพื่อค้นหากลวิธีในการเขียนบทละครเวทีแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยา โดยผู้วิจัยเลือกศึกษาข้อมูลทางจิตวิทยาเกี่ยวกับความโดดเดี่ยวจากการเพิกเฉยทางอารมณ์ในวัยเด็กเพื่อใช้สภาวะดังกล่าวเป็นประเด็นหลักของเรื่อง (main theme) จากนั้นผู้วิจัยนำองค์ความรู้ที่ได้มาสร้างสรรค์บทละครเวทีแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาเรื่อง ว้าง โดยมุ่งใช้แนวคิดและองค์ประกอบของบทแนวดังกล่าวในการทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจสภาวะดังกล่าวและตระหนักถึงผลเสียของการเพิกเฉยทางอารมณ์ในวัยเด็กได้ ผู้วิจัยจัดแสดงละครเวทีเรื่อง ว้าง ในรูปแบบการอ่านบท (staged reading) เพื่อเก็บความคิดเห็นของผู้ชมผ่านแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า ผู้ชมสามารถเข้าใจและตระหนักถึงผลเสียของการเพิกเฉยทางอารมณ์ในวัยเด็กได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ชมส่วนหนึ่งให้ความเห็นว่าความคลุมเครือของเรื่องและตัวละคร ‘ผี’ ส่งผลให้ประเด็นหลักของเรื่องไม่ชัดเจน โดยจากการวิเคราะห์ผล ผู้วิจัยเห็นว่าเนื่องจากบทแนวดังกล่าวมีความคลุมเครือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ผู้เขียนบทจึงต้องให้ความสำคัญและคำนึงถึงกลวิธีการสร้างความชัดเจนให้กับนัยยะที่ต้องการสื่อผ่านความสยองขวัญในเรื่องเพื่อให้ประเด็นหลักและสารของเรื่องถูกนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ


The Use Of Stella Adler And Michael Chekhov’S Acting Technique And Theory In Developing Acting Skills For Characters With Mental Health Conditions: A Case Study Of Henrik Ibsen's Hedda Gabler, Suhansa Jarurattana Jan 2024

The Use Of Stella Adler And Michael Chekhov’S Acting Technique And Theory In Developing Acting Skills For Characters With Mental Health Conditions: A Case Study Of Henrik Ibsen's Hedda Gabler, Suhansa Jarurattana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research explores the application of Stella Adler’s and Michael Chekhov’s acting techniques in portraying characters with mental health conditions, focusing specifically on Narcissistic Personality Disorder (NPD), Major Depressive Disorder (MDD), and Borderline Personality Disorder (BPD). Recognising the complexity of these conditions, which often involve emotional instability, identity disturbance, and behavioural contradictions, the study examines the challenges actors face in authentically representing both the internal psychological states and external behaviours of such characters. The research analyses Adler’s emphasis on imagination and the character’s given circumstances, alongside Chekhov’s techniques of Psychological Gesture and Imaginary Centre, using Henrik Ibsen’s Hedda Gabler as …


การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแสดงของไมเคิล เชคอฟ เพื่อพัฒนาความสามารถในการเข้าสู่การเป็นตัวละครของนักแสดง : กรณีศึกษาตัวละคร โลมอฟ ในบทละครเรื่อง เดอะ พรอพโพเซิล ของ แอนตัน เชคอฟ, สหัสวรรษ โชติขันธ์ Jan 2024

การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแสดงของไมเคิล เชคอฟ เพื่อพัฒนาความสามารถในการเข้าสู่การเป็นตัวละครของนักแสดง : กรณีศึกษาตัวละคร โลมอฟ ในบทละครเรื่อง เดอะ พรอพโพเซิล ของ แอนตัน เชคอฟ, สหัสวรรษ โชติขันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการแสดงของไมเคิล เชคอฟ (Michael Chekhov) ในการพัฒนาทักษะด้านความเชื่อในตัวละครและสมาธิ ผ่านกระบวนการฝึกซ้อมบทบาท “โลมอฟ” จากละครเรื่อง “The Proposal” ซึ่งเป็นละครแนวฟาร์ซที่มีความซับซ้อนทั้งทางอารมณ์และจังหวะการแสดง การใช้เทคนิคเชคอฟช่วยให้นักแสดงสามารถเข้าถึงสภาวะภายในของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น และเสริมสร้างสมาธิที่มั่นคงระหว่างการแสดง ส่งผลให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์และพลังของบทบาทได้อย่างเต็มที่ ในกระบวนการฝึกซ้อมผู้วิจัยได้เผชิญกับความท้าทายเรื่องการใช้พลังงานทางร่างกายที่ส่งผลต่อการถ่ายทอดอารมณ์และความเข้มข้นของตัวละคร จึงมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการฝึกซ้อมโดยเน้นการปรับสมดุลของพลังงานและการตอบสนองในกลุ่มนักแสดง ผลจากการปรับวิธีฝึกนี้ทำให้เกิดพัฒนาการที่ชัดเจนทั้งในด้านความมั่นใจและการแสดงออกของนักแสดงแม้ว่าในวันแสดงจริงจะมีข้อจำกัดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้การแสดงสามารถจัดขึ้นได้เพียงรอบเดียว และไม่สามารถเก็บข้อมูลจากผู้ชมได้อย่างครบถ้วน แต่ผลการประเมินจากการสะท้อนตนเองของผู้วิจัย รวมถึงความคิดเห็นจากผู้กำกับและผู้ทรงคุณวุฒิ ยังคงยืนยันว่าเทคนิคของไมเคิล เชคอฟเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการแสดงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในด้านการสร้างและรักษาภาวะตัวละครที่มีความซับซ้อนและหลากหลายทางอารมณ์


การระบุคุณลักษณะและความสำคัญทางวัฒนธรรมเพื่อข้อเสนอแนะ การสร้างเครื่องมือประเมินมรดก: กรณีศึกษา อาคารอาร์ตเดโคในย่านเยาวราชและทรงวาด, นันท์ณิตา เฉลยจรรยา Jan 2024

การระบุคุณลักษณะและความสำคัญทางวัฒนธรรมเพื่อข้อเสนอแนะ การสร้างเครื่องมือประเมินมรดก: กรณีศึกษา อาคารอาร์ตเดโคในย่านเยาวราชและทรงวาด, นันท์ณิตา เฉลยจรรยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สถาปัตยกรรมอาร์ตเดโค (Art Deco Architecture) เป็นหนึ่งในความหลากหลายของรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ถือเป็นรอยต่อระหว่างรูปแบบประวัติศาสตร์นิยมและรูปแบบโมเดิร์น ความทันสมัยแบบอาร์ตเดโคเคยได้รับความนิยมอย่างสูงในตะวันตกช่วงคริสต์ทศวรรษ 1920–1930 และแพร่หลายอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียจนถึงช่วงราวคริสต์ทศวรรษ 1950 แต่ปัจจุบันเผชิญกับการปรับเปลี่ยนโดยขาดความเข้าใจถึงคุณค่าความสำคัญทางสถาปัตยกรรมของรูปแบบนี้ ในการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการระบุคุณลักษณะ (Attributes) และความสำคัญทางวัฒนธรรม (Cultural Significance) รวมถึงเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการสร้างเครื่องมือการระบุคุณลักษณะและประเมินความสำคัญ การวิจัยนี้เลือกกรณีศึกษา อาคารอาร์ตเดโคในย่านเยาวราชและทรงวาด โดยใช้กรอบแนวคิดการอนุรักษ์ฐานคุณค่าประกอบกับข้อมูลอาร์ตเดโคในระดับสากล เพื่อนำมาพัฒนาเกณฑ์ระบุคุณลักษณะในการสำรวจพื้นที่และสรุปความสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย บริบทแวดล้อม การจัดพื้นที่ภายใน รูปทรงและรูปด้าน องค์ประกอบการตกแต่ง โครงสร้างและวัสดุ การใช้สอยและความสัมพันธ์ทางสังคมจากรายการอาคารอาร์ตเดโคในพื้นที่ศึกษาจำนวน 35 หลัง ได้คัดเลือกเป็นกรณีศึกษาจำนวน 4 หลัง ศึกษาเชิงลึกด้วยการสำรวจภาคสนาม ผลการศึกษาพบว่า คุณลักษณะด้านสภาพแวดล้อม การใช้สอย และความสัมพันธ์ของอาคารอาร์ตเดโคได้สะท้อนความสำคัญโดดเด่นในด้านการเป็นแหล่งความรู้และหลักฐานของการพัฒนาย่านชุมชนการค้าชาวจีนสมัยใหม่ในกรุงเทพฯ ช่วงราวปี พ.ศ. 2480–พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1930–1950) รวมถึงคุณลักษณะด้านองค์ประกอบทางกายภาพที่มีความสำคัญด้านสถาปัตยกรรมและสังคม แสดงถึงการนำเสนอแนวทางการออกแบบที่แตกต่างจากเดิม ความก้าวหน้าของวัสดุและเทคโนโลยี การก่อสร้าง สะท้อนรสนิยมของผู้คนในท้องถิ่นและการปรับตัวให้เข้ากับบริบท ข้อเสนอแนะจากการศึกษาชี้ว่า การสร้างเครื่องมือควรพิจารณาตั้งแต่รูปทรงและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ครอบคลุมไปถึงประเด็นด้านสภาพแวดล้อม ด้านการใช้สอย ความสัมพันธ์และความหมายที่เชื่อมโยงกัน เปิดกว้างถึงความแตกต่างของบริบทและช่วงเวลาที่ส่งผลให้เกิดรูปแบบอาร์ตเดโคที่มีความหลากหลายในแต่ละพื้นที่


การสร้างสรรค์นาฏกรรม "มรณานุสติของอินทรชิต", อดิศักดิ์ พรหมนอก Jan 2024

การสร้างสรรค์นาฏกรรม "มรณานุสติของอินทรชิต", อดิศักดิ์ พรหมนอก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์นาฏกรรม “มรณานุสติของอินทรชิต” โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และการทดลองสร้างสรรค์ ผลการวิจัยพบว่า อินทรชิตเป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากรามายณะของฮินดู การที่อินทรชิตตระหนักถึงการเข้าสู่ความตายของตนเอง สอดคล้องกับหลักมรณานุสติในพระพุทธศาสนา จึงมีการกำหนดแนวคิดการแสดงเพื่อนำเสนอการระลึกถึงความตายของอินทรชิต ผ่านการแสดงเดี่ยวในรูปแบบนาฏกรรมไทยร่วมสมัย มีองค์ประกอบสำคัญ 7 ประการ ได้แก่ 1) บทบาทตัวละคร 1 ตัวละคร คือ อินทรชิต วิเคราะห์ตามหลักขันธ์ 5 2) เครื่องแต่งกาย จำแนกเป็น 3 ส่วน คือ ศิราภรณ์ พัสตราภรณ์ และถนิมพิมพาภรณ์ 3) บทพากย์และเจรจา ปรับกลอนบทละครเป็นบทพากย์และเจรจา รวม 10 บท 4) ดนตรีประกอบการแสดง เป็นดนตรีไทยร่วมสมัยแทรกคำพากย์และเจรจา ประสานเสียงชาย-หญิง 5) ภาพร่างเรื่องราว มีจำนวน 7 ฉาก ได้แก่ ฉากที่ 1 สนามรบ ฉากที่ 2 นอกกำแพงกรุงลงกา ฉากที่ 3 โถงทางเดิน ฉากที่ 4 ที่ไสยาทศกัณฐ์ ฉากที่ 5 เคลื่อนทัพ ฉากที่ 6 สนามรบ และฉากที่ 7 มรณานุสติ 6) ฉากการแสดง นำเครื่องฉายภาพและวีดิทัศน์ (Projector) ฉายลงบนผ้าขาว 7) ท่ารำและพื้นที่แสดง ท่ารำแบบนาฏยศิลป์ไทยร่วมสมัย เรียงจากท่าเล็ก (ท่าที่ระดับแขนอยู่ล่าง) ไปท่าใหญ่ (ท่าที่ระดับแขนอยู่บน) และกำหนดแรงของการเคลื่อนไหวท่ารำช้า-เร็ว-ช้าตามลำดับ พื้นที่แสดงแบ่งส่วนตามกฎ 3 ส่วน (Rule of Thirds) ทิศทางการเคลื่อนที่เป็น 8 ทิศ การทดลองสร้างสรรค์นี้เป็นการนำมรณานุสติในพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นนามธรรม มาถ่ายทอดผ่านอินทรชิตตัวละครสำคัญในรามเกียรติ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่สามารถสื่อสารให้รับรู้และเข้าใจได้


การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดยชัญญา มณีวรรณ, ชัญญา มณีวรรณ Jan 2024

การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดยชัญญา มณีวรรณ, ชัญญา มณีวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดยชัญญา มณีวรรณ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับใช้เทคนิคการขับร้องจากการขับร้องบทเพลงคลาสสิกไปสู่การขับร้องบทเพลงจากละครเพลง โดย แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย 1) บทเพลงคลาสสิกทั้งหมด 7 บท โดยเริ่มตั้งแต่บทเพลงในลีลา เบล คานโต (Bel canto) หรือการขับร้องเสนาะ (ณัชชา พันธุ์เจริญ, 2552) และบทเพลงสำหรับ โคโรราตูราโซปราโน (Coloratura Soprano) จนถึงเพลงจากจุลอุปรากร (Operetta) และ 2) บทเพลงจากละครเพลง (Musical Theatre) ทั้งหมด 5 บท โดยได้ศึกษาทั้งประวัติความเป็นมาของทั้งบทเพลงและผู้ประพันธ์ และมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์บทประพันธ์และเทคนิคการขับร้องโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพื่อหาข้อมูลในการปรับใช้เทคนิค การขับร้องทั้งสองลีลาและการนำไปใช้ในวิชาชีพของตนให้เกิดประโยชน์ผ่านการวิจัยในครั้งนี้


การสร้างสรรค์ละครรำเรื่องธรรมาธรรมะสงคราม, ธนพล สุขสมรูป Jan 2024

การสร้างสรรค์ละครรำเรื่องธรรมาธรรมะสงคราม, ธนพล สุขสมรูป

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์ละครรำเรื่องธรรมาธรรมะสงครามเป็นวิจัยแบบผสมผสานประกอบด้วยการค้นคว้าเอกสาร การสัมภาษณ์ และการสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ ผลการศึกษาพบว่า ธรรมาธรรมะสงคราม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเป็นบทพากย์ มีความโดดเด่นในเรื่องคุณธรรม เคยนำมาจัดแสดงแนวโขนแต่ไม่ได้รับความนิยมผู้วิจัยสนใจนำบทพระราชนิพนธ์จัดทำในรูปแบบละครรำ การทดลองสร้างงานในครั้งนี้ผู้วิจัยสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่แต่งยังคงยึดรูปแบบจารีตของละครรำ มีกระบวนการสร้างสรรค์ประกอบด้วย 1.บทละคร เป็นการถอดความจากบทพากย์พระราชนิพนธ์เรื่องธรรมาธรรมะสงคราม มาทำเป็นบทละคร โดยคงรูปแบบของคำศัพท์เดิมไว้ให้มากที่สุด 2.การบรรจุเพลง ได้แก่ เพลงช้าประสม เพลงเวสสุกรรม(ประสานเสียง) และสอดแทรกการสวดโอ้เอ้วิหารราย 3.เครื่องแต่งกาย ออกแบบเครื่องแต่งกายตัวละครธรรมะเทวบุตร และอธรรมะเทวบุตร 4.การออกแบบท่ารำ ได้แก่ 1.ท่ารำเฉพาะของตัวละคร 2.ท่ารำกลมบนราชรถ 3.กระบวนท่ารบบนราชรถ โดยผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ในการทดลองสร้างงานในครั้งนี้หากมีแนวคิดที่ดี ความรู้ที่ถูกต้องสามารถนำมาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์การแสดงได้หลากหลายรูปแบบ


การแสดงโขนโรงเรียนสาธิต, พนิดา ปวงบุผา Jan 2024

การแสดงโขนโรงเรียนสาธิต, พนิดา ปวงบุผา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง “การแสดงโขนโรงเรียนสาธิต” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดแสดงโขนของโรงเรียนสาธิตระดับมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งศึกษากระบวนการจัดแสดงโขนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วง พ.ศ. 2562–2567 การวิจัยฉบับนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาจากเอกสาร ได้แก่ หนังสือ วิจัย บทความที่เกี่ยวข้องกับนาฏยศิลป์ โขน การจัดการแสดง เก็บข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนาฏยศิลป์และโขน ผู้ฝึกสอน ผู้เรียน และผู้ปกครอง และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนสาธิตระดับมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครที่มีการจัดแสดงโขนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ถึงปัจจุบัน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ใช้ทฤษฎีพหุปัญญา โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้แนวคิด 1 ศ 5 ส และโรงเรียนดรุณสิกขาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ใช้การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ด้วยปัญญา แต่ละโรงเรียนมีแนวทางการสอนที่แตกต่างกันตามปรัชญาการศึกษา แต่มีพันธกิจร่วมกันในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร อาจารย์ ผู้เรียน และผู้ปกครอง การจัดแสดงโขนในโรงเรียนสาธิตมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เยาวชน ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน เช่น ความมีวินัย ความรับผิดชอบ และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย ควรมีการศึกษาทฤษฎีหรือแนวคิดอื่นเพิ่มเติมเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสอนโขนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต


การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดยกมลพร คงจินดา, กมลพร คงจินดา Jan 2024

การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดยกมลพร คงจินดา, กมลพร คงจินดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดย กมลพร คงจินดา จัดทำขึ้นภายใต้แก่นเรื่อง Moonlit Serenade: A Journey of Love โดยนำเสนอบทเพลงจำนวน 12 บท ซึ่งแบ่งออกเป็น บทเพลงอาเรีย 5 บท บทเพลงร้องศิลป์ 4 บท และบทเพลงจากละครเพลง 3 บท บทเพลงทั้งหมดถูก ร้อยเรียงเป็น 3 ช่วง ถ่ายทอดเส้นทางของความรักตั้งแต่ความสุข ความเศร้า ไปจนถึงการปล่อยวาง การเลือกบทเพลงจากหลากหลายแนวและยุคสมัย ครอบคลุมช่วงเวลาทางดนตรีและแนวทางการขับร้องที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ผู้วิจัยได้ฝึกฝนทักษะทั้งด้านเทคนิค ตลอดจนฝึกการตีความบทเพลงตามบริบท ทางวัฒนธรรมและอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ ฝึกซ้อม และการแสดงจริง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงไม่เพียงเป็นการแสดงออกทางศิลปะ แต่ยังเป็นการเรียนรู้ที่พัฒนาความเข้าใจในบทเพลงหลากหลายประเภท ซึ่งสามารถต่อยอดในเชิงวิชาชีพด้านการขับร้องและการสอนในอนาคต


การสร้างศิลปนิพนธ์นาฏยกรรมไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019, ธัญวุฒิ พยายาม Jan 2024

การสร้างศิลปนิพนธ์นาฏยกรรมไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019, ธัญวุฒิ พยายาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเรียนการสอนและการปรับการดำเนินการสร้างงานนาฏกรรมในรายวิชาศิลปนิพนธ์ของสถาบันอุดมศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 โดยกำหนดขอบเขตการศึกษาเฉพาะช่วงปีการศึกษา 2563–2565 และศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนวิชาศิลปนิพนธ์ด้านนาฏยกรรมไทยจำนวน 7 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร จากการศึกษาพบว่า รายวิชาศิลปนิพนธ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ศิลปนิพนธ์เชิงอนุรักษ์ และศิลปนิพนธ์เชิงสร้างสรรค์ ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาด นิยมจัดแสดงผลงานบนเวทีต่อสาธารณชน แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 พบปัญหาในหลายด้าน ได้แก่ ปัญหาด้านสถานที่ ด้านอุปกรณ์ ด้านความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ต ด้านสมาธิ และสภาพจิตใจของผู้เรียน ปัญหาเฉพาะของศิลปนิพนธ์เชิงอนุรักษ์ ได้แก่ ด้านการต่อท่ารำ ด้านการงบประมาณ ด้านสถานที่ และด้านคุณภาพผลงาน ส่วนศิลปนิพนธ์เชิงสร้างสรรค์พบปัญหาด้านสถานที่ ด้านการฝึกซ้อม การลงพื้นที่เก็บข้อมูล การจำกัดจำนวนผู้แสดง และด้านงบประมาณ การปรับรูปแบบการนำเสนอศิลปนิพนธ์ในช่วงวิกฤตนี้แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) ด๊านซ์ฟิล์ม (Dance Film) ซึ่งใช้เทคนิคภาพยนตร์มาสนับสนุนการแสดงท่านาฏยศิลป์ 2) การบันทึกวีดิทัศน์ เน้นการถ่ายทอดท่ารำ 3) การแสดงสดบนเวทีซึ่งกลับมาใช้เมื่อสถานการณ์คลี่คลายผลการศึกษาสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของทั้งผู้เรียนและผู้สอนภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ การใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารทางไกลมีบทบาทสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนศิลปนิพนธ์ในยุควิกฤต


Effects Of Drama-Based Instruction With Digital Learning Activities On English Oral Communication Ability Of Myanmar Secondary Efl Students, Nang Phong Noan Jan 2024

Effects Of Drama-Based Instruction With Digital Learning Activities On English Oral Communication Ability Of Myanmar Secondary Efl Students, Nang Phong Noan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Despite DBI’s documented benefits globally, few researchers have examined its integration with digital technologies in the Myanmar educational context. This quasi-experimental study aims to 1) investigate how drama-based instruction (DBI) combined with digital learning tools affects English oral communication ability among Myanmar secondary EFL students and 2) explore their perceptions towards the intervention. The study engaged 23 (Grade 5-9) EFL students from a language training school in Shan State, Myanmar. The 20-hour intervention combined systematic dramatic techniques, including drama games, readers’ theater, role-playing, character improvisation, and hot seating, with targeted digital learning tools (Padlet for collaborative discussions and peer feedback …


ศิลปะแสดงสดเชิงจัดวาง : ร่องรอยแห่งการดำรงอยู่, ณัฐพล ชัยวรวัฒน์ Jan 2024

ศิลปะแสดงสดเชิงจัดวาง : ร่องรอยแห่งการดำรงอยู่, ณัฐพล ชัยวรวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ร่องรอยแห่งการดำรงอยู่ เป็นชุดผลงานศิลปะแสดงสดเชิงจัดวาง ที่สื่อถึงการเชื่อมโยงกันของความเป็นปัจเจกและความเป็นกลุ่ม ในแง่ของของความเป็นมนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ โดยอาศัยทฤษฎีศักยภาพที่ถูกทำให้รู้สึก เป็นกรอบแนวคิดหลักในการทำวิจัย กระบวนการทำวิจัยเป็นไปโดยศึกษาค้นคว้ากระบวนการเกิดขึ้นของปฏิกิริยาตอบสนอง เพื่อสร้างชุดข้อความแห่งปฏิกิริยาตอบสนอง ซึ่งอาศัยระยะเวลาเก็บบันทึกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2022 – 2024ชุดข้อความแห่งปฏิกิริยาตอบสนอง ถูกใช้เป็นฐานหลักในการพัฒนาไปสู่การสร้างสรรค์ชุดผลงานศิลปะจำนวน 5 ชิ้น ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ หนังสือรวมเล่ม, ศิลปะจัดวาง ศิลปะซาวน์อาร์ต ศิลปะภาพเคลื่อนไหว และศิลปะแสดงสด ที่มีกระบวนการสร้างสรรค์อันเป็นไปเพื่อสื่อให้เห็นถึงการส่งผลกระทบซึ่งกันและกันของร่างกายมนุษย์ ธรรมชาติ ปัญญาประดิษฐ์ และความเป็นวัตถุ ผ่านการสั่งการและการถูกสั่งการ ทั้งนี้ กระบวนการทดลองและชุดผลงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ ในเทศกาล นิทรรศการ โครงการศิลปินพำนัก ทั้งสิ้น 7 ครั้ง การเผยแพร่ผลงานในวาระที่แตกต่างกัน เผยให้เห็นถึง การเชื่อมโยงกันความเป็นปัจเจกและความเป็นกลุ่ม อันเกิดจากการที่ผู้แสดง ผู้ชม และวัตถุ ที่ปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน มีการสลับบทบาทกันไปมา เกิดเป็นลูกโซ่แห่งปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายที่มีต่อชุดผลงาน ในฐานะสิ่งที่ถูกทำให้กระทำ ซึ่งแผ่ขยายแบบทบทวีคูณเป็นวงกว้างในแนวราบ การเกิดขึ้นของแต่ละการกระทำ การแสดงบทบาท และการตอบสนอง ต่างสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีลำดับขั้นตอน เกิดเป็นการกระทำร่วมกัน ที่แปรเปลี่ยนสิ่งที่ถูกทำให้กระทำ มาสู่สิ่งที่ถูกทำให้กระทำ ตามแต่เหตุปัจจัย ภายใต้ความเป็นไปได้อันหลากหลาย


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงความดั้งเดิมของโนรา, ณปภัช ฐิรภัทรชัย Jan 2024

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงความดั้งเดิมของโนรา, ณปภัช ฐิรภัทรชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์เล่มมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางและรูปแบบของ การสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความดั้งเดิมของโนรา ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ที่กำลังเสื่อมคลายลงตามบริบทของยุคสมัย งานวิจัยนี้ดำเนินการในลักษณะของการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโนรา การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ การสังเกตการณ์ภาคสนาม การวิเคราะห์ข้อมูลจากเกณฑ์มาตรฐานทางศิลปิน ตลอดจนประสบการณ์ตรงของผู้วิจัย เพื่อนำมาวิเคราะห์และออกแบบกระบวนการสร้างสรรค์ผ่านองค์ประกอบทางนาฏยศิลป์ทั้ง 8 องค์ประกอบ ได้แก่ การออกแบบบทการแสดง การคัดเลือกนักแสดง การออกแบบลีลานาฏยศิลป์ การออกแบบเครื่องแต่งกาย การออกแบบดนตรีและเสียงประกอบ การออกแบบอุปกรณ์ประกอบการแสดง การออกแบบพื้นที่การแสดงและการออกแบบแสง ผลจากการสร้างสรรค์ดังกล่าว ผู้วิจัยได้สังเคราะห์แนวคิดหลังการสร้างสรรค์ออกเป็นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การคำนึงถึงประเด็นความดั้งเดิมของโนรา การคำนึงถึงประเด็นทฤษฎี ทางศิลปกรรมศาสตร์ การคำนึงถึงประเด็นการใช้สัญลักษณ์ในงานนาฏยศิลป์ การคำนึงถึงประเด็นหลักพื้นฐานของการสร้างงานนาฏยศิลป์ไทยแบบอนุรักษ์และการคำนึงถึงประเด็นความคิดสร้างสรรค์ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินงานสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำและธำรงไว้ซึ่งรูปแบบอันดั้งเดิมของโนราและยังเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถต่อยอดการประยุกต์ใช้ความเป็นโนราในบริบทของนาฏยศิลป์ร่วมสมัย โดยไม่ละเลยรากเหง้าทางวัฒนธรรมของสายตระกูลโนราในแต่ละภูมิภาค อันจะเป็นคุณูปการ ต่อการสืบสานและพัฒนาศิลปะการแสดงของไทยในระยะยาว


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคม, สกุลยา กรโกวิท Jan 2024

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคม, สกุลยา กรโกวิท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคมเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ แนวคิด และกระบวนการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนภาวะการหลงลืมตัวตนของมนุษย์ในบริบทของสังคมร่วมสมัย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบทละครเรื่อง ด็อกเตอร์ ฟาวสตัส (Doctor Faustus) ของคริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ (Christopher Marlowe) ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการที่มีการศึกษาข้อมูลจากเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ เอกสาร ตำรา หนังสือ บทละคร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ สื่อสารสนเทศ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย และเกณฑ์การสร้างมาตรฐานการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์สังเคราะห์ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่าได้ทั้งรูปแบบ และแนวคิดดังนี้ (1) รูปแบบการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ ผู้วิจัยสามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้ง 8 ประการ ได้แก่ 1) การออกบทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นจากกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการหลงลืมตัวตันทั้ง 6 ประการ ได้แก่ 1) การขาดการสนับสนุนวัยเด็ก (Lack of Childhood Support) 2) ความกดดันจากสังคมและวัฒนธรรม (Social and Cultural Pressure) 3) การไม่สามารถธำรงภาพลักษณ์ในสังคม (Inability to Maintain Social Image) 4) การขาดความมั่นคงในตัวตน (Lack of Identity Stability) 5) การสูญเสียบทบาท หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต (Loss of Role / Life Transition) 6) การเปรียบเทียบตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Comparison) และบทละครทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่ ได้แก่ บทละครเรื่อง บ้านตุ๊กตา (A Doll's House) โดย เฮนริก อิบเซน (Henrik Ibsen) บทละครเรื่อง เดอะ พิลโล แมน (The …


Biomimetic Kinetic Facade Design For Enhanced Daylighting: A Leed V4 Based Approach For A Reading Room Of A Dormitory In Chittagong, Bangladesh, Gourav Dey Jan 2024

Biomimetic Kinetic Facade Design For Enhanced Daylighting: A Leed V4 Based Approach For A Reading Room Of A Dormitory In Chittagong, Bangladesh, Gourav Dey

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the role of biomimetic kinetic façades in improving the daylighting performance of a reading room in Chittagong, Bangladesh. This design is inspired by the thigmonastic behavior of Mimosa pudica plants which adapts to environmental changes. The design focuses on a kinetic façade that adjusts based on sunlight and environmental conditions, maximizing daylight access, while decreasing glare and heat gain to enhance occupant comfort. As the space performance addressed with relative standard, the study explores critical aspects including Spatial Daylight Autonomy (sDA) and Annual Sunlight Exposure (ASE) aligned with other vital parameters via LEED v4 rating system, confirms …


โปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารตามการอบรมโดยใช้ละครเป็นฐาน สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน, ชัญญา วิภารังสี Jan 2024

โปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารตามการอบรมโดยใช้ละครเป็นฐาน สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน, ชัญญา วิภารังสี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาสมรรถนะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนเอกชน 2) ออกแบบโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารโดยใช้ละครเป็นฐานสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน และ 3) วิเคราะห์ผลการใช้โปรแกรมดังกล่าว การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสมรรถนะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสามัญศึกษา 3 ประเภท เก็บข้อมูลจากผู้อำนวยการ 3 คน และครู 9 คน รวม 12 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง 20 ข้อ (IOC = 0.76) พบว่าผู้บริหารต้องการพัฒนาการพูดมากที่สุด รองลงมาคือ การสอนงาน การจัดการทีม และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน ระยะที่ 2 ออกแบบโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารโดยใช้ละครเป็นฐาน ระยะเวลา 180 นาที ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่ 1) อารัมภบท 2) อุ่นเครื่องร่างกาย 3) ฝึกสติและจินตนาการ 4) บทบาทสมมติ 5) การสะท้อนกลับ และ 6) การสรุป โดยอาศัยความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ผ่านการระดมสมองอย่างเป็นระบบ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมด้านโครงสร้าง เนื้อหา กระบวนการ และการประเมินผล ได้โปรแกรมที่สมบูรณ์ชื่อ "ข้ามขีดจำกัดการสื่อสารด้วยโปรแกรมพัฒนาผ่านการใช้ศาสตร์ละครเป็นฐาน" ระยะที่ 3 ทดสอบประสิทธิภาพโปรแกรมกับผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชน 3 คน สัมภาษณ์เชิงลึกก่อนและหลังเข้าร่วม รวมถึงสังเกตพฤติกรรมระหว่างการฝึกอบรม พบว่าผู้บริหารมีการพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารด้านการพูดที่ชัดเจน กระชับ มีความมั่นใจ และการใช้น้ำเสียงอย่างเหมาะสม รวมถึงการควบคุมอารมณ์ได้ดี ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ละครเป็นฐานในการฝึกอบรมสามารถส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการสื่อสารด้านการพูดในการบริหาร และการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับครูของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนได้อย่างมีประสิทธิผล


Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang Jan 2024

Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Shandong Bangzi Opera, a traditional Chinese opera originating from the Shandong region, has received significant attention for its preservation and development in Qufu, the birthplace of Confucian culture. This art form is characterized by its passionate singing, bold performance style, and authentic Southwest Lu dialect. It reflects the character and social life of the Southwest Lu people, and demonstrates the profound influence of Confucian culture on local society and interpersonal relationships. Despite challenges such as an aging audience and limited transmission methods, Shandong Bangzi Opera is being revitalized through innovative practices, including multimedia technology and modern stage techniques. This study …


Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao Jan 2024

Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates how visual communication strategies in fashion exhibitions construct brand identity and mediate audience experience across cultural and digital contexts. Drawing on an integrated theoretical framework, including Hall's encoding/decoding model, Bhabha's theory of cultural translation, and Falk and Dierking's contextual model of learning, the research conceptualizes curators as cultural translators who shape meaning through spatial design, visual symbolism, and platform-sensitive narratives.A comparative case study of MO&Co. Guangzhou-based and VINN PATARARIN Bangkok-based was selected to represent divergent curatorial approaches and cultural positions: MO&Co. leverages Guochao aesthetics, feminist symbolism, and theatrical scenography to appeal to urban Chinese youth on platforms …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the social impact of non-utilitarian art collecting practices on the empowerment of Indonesian women artists. By examining the collection of Indonesian non-utilitarian collector Konfir Kabo and curating the exhibition Bodies in Balance, it analyzes how non-putilitarian art collecting can serve as a mechanism for feminist empowerment. The research argues that collection practices oriented toward non-commercial values offer effective means to address the structural imbalances faced by Indonesian women artists within both art history and the art market. By foregrounding works by Indonesian women artists—whose voices have long been marginalized in contemporary Southeast Asian art discourse—the curatorial practice …


Audience Perceptions Of Social Issues In Contemporary Theatre, Gabrielle Reilly Jan 2024

Audience Perceptions Of Social Issues In Contemporary Theatre, Gabrielle Reilly

Honors College Theses

The following study identified ways in which social issues were present in contemporary theatre and the subsequent productions designed for an audience ranging in identifying demographics through a collegiate production of Marian, or the True Tale of Robin Hood. Participants involved in the show through technical roles or onstage roles (N - 6) were interviewed about their experiences with the social issues presented in the play prior to and as a result of their involvement. Participants that were in attendance of the show over the course of four production dates (N - 67) were anonymously surveyed and answered questions on …


Undergraduate Course Catalog Of The University Of San Diego 2024-2025, University Of San Diego Jan 2024

Undergraduate Course Catalog Of The University Of San Diego 2024-2025, University Of San Diego

Undergraduate Course Catalogs (1973- )

614 pages. Includes information about academics, expenses, campus and the college, the 2024-2025 academic calendar, and school policies.


The Power Of Portrayal: How The U.S. Media Portrayed The Doolittle Raid To The American Public, James Noah Seip Jan 2024

The Power Of Portrayal: How The U.S. Media Portrayed The Doolittle Raid To The American Public, James Noah Seip

Undergraduate Honors Theses

On April 18, 1942, Americans woke up to the thrilling news that American airmen had bombed the enemy capital of Tokyo, Japan. Americans all across the country were made aware of the bombing of Japan by multiple media sources at the time including newspapers, propaganda posters, newsreels, and movies. The ways in which these media outlets portrayed the American bombing of Japan would directly impact the perception of American citizens regarding the event. The bombing, eventually termed the Doolittle Raid after the general who led the mission, James Doolittle, immediately became a source of American propaganda for the U.S. media.


Annual Report Of The Registrar 2023/2024, University Of Northern Iowa Jan 2024

Annual Report Of The Registrar 2023/2024, University Of Northern Iowa

Institutional Effectiveness & Planning Documents

Contents:

--- Definitions
--- Some Comparisons
--- Annual Report Data
--- Summary of Attendance
--- Attendance by Session
--- Full-Time Equivalency Enrollment
--- Degrees Granted 2023/24
--- Degree Summary 2023/24
--- Program Certificates 2023/24
--- Miscellaneous Enrollment Information
--- Degrees Granted by College, Degree and Racial/Ethnic Classification


Hostos Community College Academic Bulletin 2023-2024, Hostos Community College Jan 2024

Hostos Community College Academic Bulletin 2023-2024, Hostos Community College

College Bulletins

This is the official college catalog for 2023-2024. It contains course descriptions as well as information on degree programs, college resources and services, financial aid, admissions, and the academic calendar.


Awards And Prizes, University Of Notre Dame Jan 2024

Awards And Prizes, University Of Notre Dame

Commencement Programs

The University's listing of Awards and Prizes for 2024, including the full descriptions of each award, could not be printed and included in the Commencement Program for 2024. [It was later included in the Official Program posted by the University Archives.]