Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2024

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 27211 - 27240 of 30646

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Influence Of Korean Reality Shows On Tourism Trends In Southeast Asia: Focusing On Vietnam And Thailand, Hoang Doan Trang Nguyen Jan 2024

The Influence Of Korean Reality Shows On Tourism Trends In Southeast Asia: Focusing On Vietnam And Thailand, Hoang Doan Trang Nguyen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the immediate influence of Korean reality shows, which impact has not been thoroughly studied, on tourism trends in Southeast Asia, specifically in Vietnam and Thailand. The research fills the gap in existing literature by investigating the correlation between media studies and tourism, highlighting the role of screening culture in shaping travel behavior, and proposing strategies for Vietnam and Thailand to take advantage of this phenomenon. Employing a nowcasting methodology, the research analyzes online search interest data from Naver Trends for a period of 30 days before and after the broadcast of selected Korean reality show episodes filmed …


การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการขนส่งทางเรือสำหรับกิจการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง, จุมพล สุภาพรูป Jan 2024

การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการขนส่งทางเรือสำหรับกิจการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง, จุมพล สุภาพรูป

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การขนส่งทางเรือมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะในกิจกรรมการสำรวจและผลิตนอกชายฝั่ง ซึ่งการใช้พื้นที่บนเรือขนส่งสินค้า (deck cargo) มีการใช้ประโยชน์เพียง 63.57% ในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าไปยังแท่นผลิตหลายแห่งยังคงใช้เส้นทางตรง ซึ่งต้องพึ่งพาเรือรับส่งพนักงานในการขนย้ายพนักงานและขับเครนยกสินค้าที่แท่นผลิต สำหรับสินค้าในประเภท bulk cargo แม้ว่าจะมีการขนส่งตามความจุของเรือในแต่ละรอบ แต่บางครั้งแท่นขุดเจาะปลายทางไม่สามารถรับสินค้าได้เนื่องจากยังไม่มีการใช้สินค้าและพื้นที่ไม่เพียงพอในการรับสินค้าเพิ่ม งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการปรับปรุงกระบวนการขนส่ง โดยการลดจำนวนรอบการขนส่งจาก 4 รอบเหลือ 3 รอบต่อสัปดาห์ และปรับปรุงเส้นทางการเดินเรือโดยใช้ทฤษฎี spoke-hub distribution ในการรวมสินค้าให้เหมาะสมที่แท่นผลิตที่คัดเลือก พร้อมใช้เรือรับส่งพนักงานในการกระจายสินค้า อีกทั้งยังใช้ระบบการวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP) สำหรับการสั่งซื้อสินค้า bulk cargo เพื่อลดต้นทุนการใช้น้ำมันของเรือขนส่ง ผลลัพธ์จากการจำลองสถานการณ์พบว่าแนวทางนี้สามารถลดต้นทุนการใช้น้ำมันได้ระหว่าง 26.74% ถึง 28.43% การปรับปรุงที่เสนอไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการใช้พื้นที่บนเรือขนส่ง อีกทั้งยังช่วยลดภาระการขนส่งเกินความจำเป็นและเพิ่มความสามารถในการรองรับสินค้าในแต่ละรอบได้มากขึ้น ทำให้กระบวนการขนส่งสินค้าทางเรือมีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


Designing Sars-Cov-2 Main Protease Inhibitors Using Machine Learning In Computer-Aided Drug Design, Borwornlak Toopradab Jan 2024

Designing Sars-Cov-2 Main Protease Inhibitors Using Machine Learning In Computer-Aided Drug Design, Borwornlak Toopradab

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In response to the global impact of the COVID-19 pandemic, many research groups have addressed the urgent need to develop effective interventions against the virus by focusing on the SARS-CoV-2 main protease (Mpro). The Mpro is a conserved viral enzyme essential for antiviral drug development. This study employed an integrated computational strategy combining ligand-binding pathway exploration and machine learning-based QSAR modeling to design potent SARS-CoV-2 Mpro inhibitors based on organoselenium (ebselen) and thioester scaffolds. Parallel Cascade Selection Molecular Dynamics-based Ligand Binding-Path Sampling (LB-PaCS-MD) simulations were utilized to elucidate plausible ligand binding pathways and conformations within the Mpro catalytic site. Ebselen …


การออกแบบภาพประกอบโดยใช้หลักการออกแบบด้วยทฤษฎีประสาทวิทยา เพื่อสื่อสารข้อมูลทางวิชาการสำหรับกลุ่มนักศึกษาในระดับปริญญาตรี, พลอย นิกะดานนท์ Jan 2024

การออกแบบภาพประกอบโดยใช้หลักการออกแบบด้วยทฤษฎีประสาทวิทยา เพื่อสื่อสารข้อมูลทางวิชาการสำหรับกลุ่มนักศึกษาในระดับปริญญาตรี, พลอย นิกะดานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อได้แก่ เพื่อระบุรูปแบบของทัศนธาตุ องค์ประกอบ ระดับความเป็น นามธรรม และวิธีการเล่าเรื่อง สำหรับการออกแบบภาพประกอบเพื่อสื่อสารข้อมูลทางวิชาการ โดยใช้ หลักการออกแบบด้วยทฤษฎีประสาทวิทยา (Neuro Design Principles) และเพื่อสร้างแนวทางในการออกแบบภาพประกอบ สำหรับการสื่อสารข้อมูลทางวิชาการ 4 ประเภท ให้แก่นักศึกษาในระดับปริญญาตรี โดยใช้หลักการการออกแบบด้วยทฤษฎีประสาทวิทยา (Neuro Design Principles) โดยมีคำถามงาน วิจัยว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการออกแบบภาพประกอบเพื่อสื่อสารข้อมูลทางวิชาการกับกลุ่มนักศึกษาในระดับปริญญาตรี โดยใช้หลักการออกแบบด้วยทฤษฎีประสาทวิทยา (Neuro Design Principles) ให้สามารถสื่อสารข้อมูล ทางวิชาการทั้ง 4 ประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถช่วยในการทำ ความเข้าใจ ช่วยให้จดจำ และสามารดึงดูดความสนใจได้จริง ในการตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 การวิจัยนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมผลงานภาพประกอบสำหรับให้ข้อมูลทางวิชาการทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ 1). ข้อมูลประเภทเรื่องเล่าไม่ซับซ้อน 2). ข้อมูลประเภทบันทึก เหตุการณ์ อธิบายเหตุการณ์ หรือปรากฎการณ์ 3). ข้อมูลประเภทที่เป็นลำดับขั้นตอน หรือวิธีการ 4). ข้อมูลประเภทการแสดงความเห็นและการประเมินผล ที่ได้รับรางวัลในระดับนานาชาติมาใช้เป็นกรณีศึกษา เพื่อนำมาระบุความสอดคล้องของวิธีการเล่าเรื่องในงานภาพประกอบ และระดับความเป็นนามธรรม รวมถึงระบุรูปแบบการจัดวางองค์ประกอบ การสร้างลำดับการมอง ดุลยภาพ และการใช้สี ที่มีแนวโน้มจะส่งเสริมให้เกิดความคล่องแคล่วในการเมินผลทางสายตา ตามหลักการออกแบบด้วยทฤษฎีประสาทวิทยา เพื่อมาใช้ในการสร้างผลงานต้นแบบ และเพื่อตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ความสอดคล้องของวิธีการเล่าเรื่องในงานภาพประกอบ และระดับความเป็นนามธรรม รวมถึงระบุรูปแบบการจัดวางองค์ประกอบ การสร้างลำดับการมอง ดุลยภาพ และการใช้สี ที่ระบุได้จากการวิเคราะห์ผลงานกรณีศึกษา จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างผลงานต้นแบบสำหรับให้ ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบ และคัดกรอง ก่อนจะนำไปให้กลุ่มเป้าหมายประเมินผล เพื่อหารูปแบบของความคล่องแคล่วในการเมินผลทางสายตา ตามหลักการออกแบบด้วยทฤษฎีประสาทวิทยา การจัดวางองค์ประกอบ การสร้างลำดับการมอง ดุลยภาพ และการใช้สีที่ได้รับการตอบสนองเชิงบวกจากกลุ่มเป้าหมาย มาสรุปเป็นแนวทางในการออกแบบสำหรับการออกแบบเพื่อสื่อสารข้อมูลทางวิชาการสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นนักศึกษาในระดับปริญญาตรี


Effects Of Fertilizers Usage In Conventional And Organic Cocoa Plantation In Thailand, Rusali Agrawal Jan 2024

Effects Of Fertilizers Usage In Conventional And Organic Cocoa Plantation In Thailand, Rusali Agrawal

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper explores the effects of conventional and organic farming practices on crops with similar cultivation methods, focusing on cocoa plantations in Thailand. Through a comprehensive review of literature and life cycle assessment (LCA) studies, this research investigates the carbon emissions from different agricultural systems and provides insights into sustainable farming practices. The study aims to elucidate the environmental consequences of conventional farming methods, including the heavy reliance on synthetic fertilizers and pesticides, and benefits of transitioning to an organic heavy farming method.The analysis begins with an overview of conventional farming methods, highlighting their historical evolution and widespread adoption in …


Investigation Of Soil Fungal Communities In Agricultural Areas From Northeast Thailand, Chayaporn Lakmuang Jan 2024

Investigation Of Soil Fungal Communities In Agricultural Areas From Northeast Thailand, Chayaporn Lakmuang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Soil fungal communities are important for ecosystem processes and plant health, but their composition in agricultural areas is poorly understood, especially in Thailand nowadays. Furthermore, according to the WHO fungus Pathogen Priority List (WHO FPPL), several fungus species pose significant harm to human health, with some demonstrating high death rates. The aims of this study are to assess the diversity of soil fungi in northeast Thailand and identify potential pathogen reservoirs in response to environmental factors. Samples were collected from rice, cassava, rubber tree, and sugarcane fields across 18 provinces with 8 zones of geological features. We used next-generation sequencing …


Development Of A Forest Fire Detection Device Based On Agent-Based Simulation, Teerapat Tappanom Jan 2024

Development Of A Forest Fire Detection Device Based On Agent-Based Simulation, Teerapat Tappanom

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study had three main objectives: to identify the factors influencing forest fire spread, to design and develop a forest fire spread model, and to design and develop a forest fire detection device. The researcher utilized scatter plots, correlation analysis, and multiple linear regression analysis based on climatic data collected from the Chiang Mai Meteorological Station between 1998 and 2021 to investigate the parameters affecting fire spread. A forest fire spread model was developed using an Agent-Based Model (ABM) in AnyLogic 8.8.3 Personal Learning Edition to estimate the burned area under different scenarios with wind directions set to the north …


ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจีเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ที่มีต่อความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และความตระหนักในสิ่งแวดล้อมของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, ณราดล บุตรโสม Jan 2024

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจีเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ที่มีต่อความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และความตระหนักในสิ่งแวดล้อมของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, ณราดล บุตรโสม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจี 2) เปรียบเทียบความตระหนักในสิ่งแวดล้อมของนักเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจี และ 3) ศึกษาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และความตระหนักในสิ่งแวดล้อมจากผลงานของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจี ประชากรคือนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนขยายโอกาส อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างงานวิจัยคือนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจีเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ มีดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.66 – 1.00 2) แบบวัดความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ ดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 มีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.95 3) แบบสอบถามความตระหนักในสิ่งแวดล้อม ดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.66 – 1.00 มีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.71 ค่าอำนาจจำแนกในช่วง 0.22 – 0.49 และ 4) แบบสัมภาษณ์ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และความตระหนักในสิ่งแวดล้อม ดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 ใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 3 แผนเป็นเวลา 24 คาบ คาบละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2567 ทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มไม่เป็นอิสระต่อกัน ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ 1) นักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์หลังเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจีเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนมีความตระหนักในสิ่งแวดล้อมหลังเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจีเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) หลังเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มบีซีจีเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์นักเรียนแสดงออกถึงความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และความตระหนักในสิ่งแวดล้อมผ่านผลงานที่สร้างขึ้น โดยนักเรียนสามารถเสนอแนวคิดได้อย่างหลากหลาย สามารถให้รายละเอียดพร้อมบอกประโยชน์การใช้งาน และสามารถบอกข้อจำกัดและบอกแนวทางการพัฒนาผลงานของตนเองได้ พร้อมกับใช้วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุเหลือใช้ในการสร้างผลงาน


การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการซินเนคติกส์และการคิดนอกกรอบร่วมกับปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเพื่อส่งเสริมความสามารถสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลอาร์ตของนักศึกษาปริญญาตรี, พงศกร เตชะเสริมวัฒนากุล Jan 2024

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการซินเนคติกส์และการคิดนอกกรอบร่วมกับปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเพื่อส่งเสริมความสามารถสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลอาร์ตของนักศึกษาปริญญาตรี, พงศกร เตชะเสริมวัฒนากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนการบูรณาการใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเพื่อส่งเสริมความสามารถสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลอาร์ตของนักศึกษาปริญญาตรี 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการซินเนคติกส์และการคิดนอกกรอบร่วมกับปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างเพื่อส่งเสริมความสามารถสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลอาร์ตของนักศึกษาปริญญาตรี 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนา ตัวอย่างวิจัยเป็นผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์มหาวิทยาลัยผู้สอนรายวิชาการสร้างสื่อสร้างสรรค์ จำนวน 5 คน และนักศึกษาปริญญาตรี 21 คน จาก 4 มหาวิทยาลัย ที่มีประสบการณ์การใช้ GenAI ในปี พ.ศ. 2565-2567 และตัวอย่างที่ใช้ศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้ฯ คือ นักศึกษาปริญญาตรี ในรายวิชาคอมพิวเตอร์กราฟิก ชั้นปีที่ 1 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์อาจารย์ผู้สอน 2) แบบสัมภาษณ์สนทนากลุ่ม 3) รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการซินเนคติกส์ฯ 4) แบบประเมินคุณภาพรูปแบบการเรียนรู้ฯ 5) แผนการจัดการเรียนรู้ฯ 6) เว็บไซต์เสริมความรู้ 7) แบบสอบความรู้ความชำนาญความสามารถสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลอาร์ต 8) แบบประเมินผลงานดิจิทัลอาร์ต 9) แบบบันทึกร่องรอยกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานฯ การวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย 1) วิเคราะห์คะแนนความสามารถสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลอาร์ตโดยใช้สถิติบรรยายและสถิติทดสอบแบบไม่อิงพารามิเตอร์ Wilcoxon Signed-Rank Test 2) วิเคราะห์พัฒนาการโดยใช้การวัดความเปลี่ยนแปลงสัมพัทธ์ (Relative change score) 3) วิเคราะห์เชิงคุณภาพเกี่ยวกับพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์จากการใช้รูปแบบฯ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1. การศึกษาสภาพการบูรณาการใช้ GenAI พบว่า นักศึกษาตื่นตัวต่อการใช้ GenAI อย่างมาก ใช้เป็นตัวช่วยให้ผลิตผลงานได้เร็วและจำนวนมาก สะท้อนถึงช่องว่างของกระบวนการคิด ผู้เรียนยังขาดทักษะการคิดวิเคราะห์โจทย์ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนการสร้างสรรค์ผลงาน และการใช้ GenAI อย่างเหมาะสม 2. รูปแบบการเรียนรู้ฯ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) โจทย์ท้าทายความคิด 2) กระบวนการซินเนคติกส์และเทคนิคกล่องไอเดีย 3) ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง 4) การบันทึกสะท้อนผล 5) การประเมิน และ 5 ขั้นตอนการเรียนรู้ …


การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับ การเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, จิรัชชา รุ่นประพันธ์ Jan 2024

การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับ การเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, จิรัชชา รุ่นประพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการในการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 3) เพื่อศึกษาผลการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพและความต้องการในการใช้เว็บแอปพลิเคชันฯ คือ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บแอปพลิเคชันฯ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิชาเคมี และผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาผลการใช้เว็บแอปพลิเคชันฯ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โรงเรียนนครนายกวิทยาคม จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) แบบสัมภาษณ์สภาพและความต้องการในการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้ สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 2) เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 3) แบบประเมินความเหมาะสมของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 4) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 5) แบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ 6) แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยายสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (Dependent Samples T-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปว่า 1. แนวทางการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) เนื้อหา (Content) 2) การออกแบบการเรียนรู้ (Instructional design) 3) การออกแบบระบบ (System design) 4) การวัดและประเมินผล (Assessment) 5) การให้ผลป้อนกลับ (Feedback) 2. ผลการประเมินความเหมาะสมของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ ในภาพรวมผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าเว็บแอปพลิเคชันมีความเหมาะสมมากที่สุด (M = 4.86, SD = 0.13) 3. ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการหลังเรียน …


การพัฒนาความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยาด้วยสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฐกันต์ ขันยม Jan 2024

การพัฒนาความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยาด้วยสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฐกันต์ ขันยม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามในวิชาชีววิทยาเรื่อง การแบ่งเซลล์ ที่ส่งเสริมความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยงานวิจัยนี้แบ่งออก 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถาม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 4 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกการสนทนากลุ่มแบบมีโครงสร้างเรื่อง ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับลักษณะของสื่อแอนิเมชัน ขั้นตอนที่ 2 ออกแบบ สร้าง และประเมินสื่อแอนิเมชัน กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และนักเรียนที่มีประสบการณ์เรียนเรื่องการแบ่งเซลล์จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ สื่อแอนิเมชันต้นแบบ และแบบประเมินความเหมาะสมและสอดคล้องของสื่อแอนิเมชันขั้นตอนที่ 3 นำสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามไปทดลองใช้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูชีววิทยา จำนวน 1 ท่าน และนักเรียนที่ไม่มีประสบการณ์เรียนเรื่องการแบ่งเซลล์ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สื่อแอนิเมชันที่ปรับปรุงแก้ไขจากขั้นตอนที่ 1 และ 2 และแบบวัดความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยาเรื่อง การแบ่งเซลล์ จำนวน 11 ข้อ มีค่าความยากอยู่ในช่วง 0.44 - 0.77 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ที่ 0.61 - 0.90 และค่าความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 และขั้นตอนที่ 4 ประเมินและปรับปรุงสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถาม กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มเดียวกับที่ทดลองใช้สื่อแอนิเมชันในขั้นตอนที่ 3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อสื่อแอนิเมชัน และบันทึกการสนทนากลุ่มแบบมีโครงสร้างเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อสื่อแอนิเมชัน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยาย ค่าดัชนีประสิทธิผล การสรุปพรรณา เรียบเรียง และวิเคราะห์สาระ ผลการวิจัยพบว่า ผลการประเมินความเหมาะสมและสอดคล้องของสื่อแอนิเมชัน โดยความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 (S.D. = 0.43) และ 4.80 (S.D. = 0.14) ตามลำดับ โดยมีค่าประสิทธิภาพของสื่อ มีประสิทธิภาพ E1/E2 …


Biomimetic Kinetic Facade Design For Enhanced Daylighting: A Leed V4 Based Approach For A Reading Room Of A Dormitory In Chittagong, Bangladesh, Gourav Dey Jan 2024

Biomimetic Kinetic Facade Design For Enhanced Daylighting: A Leed V4 Based Approach For A Reading Room Of A Dormitory In Chittagong, Bangladesh, Gourav Dey

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the role of biomimetic kinetic façades in improving the daylighting performance of a reading room in Chittagong, Bangladesh. This design is inspired by the thigmonastic behavior of Mimosa pudica plants which adapts to environmental changes. The design focuses on a kinetic façade that adjusts based on sunlight and environmental conditions, maximizing daylight access, while decreasing glare and heat gain to enhance occupant comfort. As the space performance addressed with relative standard, the study explores critical aspects including Spatial Daylight Autonomy (sDA) and Annual Sunlight Exposure (ASE) aligned with other vital parameters via LEED v4 rating system, confirms …


Du Din: Architecture’S Contact With The Ground Through A Theory Of The ‘Scape’, Joshua Beanland Jan 2024

Du Din: Architecture’S Contact With The Ground Through A Theory Of The ‘Scape’, Joshua Beanland

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis is an investigation into architecture’s contact with the ground. What should this relationship enable, what kind of architecture can we make by looking down? This study is a set of questions about the ground discussed around the theory of the ‘scape’, which describes systems through the arrangement of many pieces of knowledge, where their relationship is more important than any individual idea. The scape acts as at theoretical framework, narrowing the problem of this thesis to what we know about the ground – how we perceive and relate to it, instead of mechanical issues related to ecology or …


Design Research Project For Sustainable Campus Travel, Encouraging Active Mobility For Urban Thai University Students, Wanatchai Tassanee Jan 2024

Design Research Project For Sustainable Campus Travel, Encouraging Active Mobility For Urban Thai University Students, Wanatchai Tassanee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Physical Activity and Physical fitness can act as tools to measure one’s health status. With its numerous benefits, such as improved physical and mental health and lower mortality risk, health promotion programs have been extensively devised to aid the young adults. However, only around a quarter of Thailand’s younger generations has sufficient physical activity. Thus, Active Mobility plays an important role in encouraging physical activity and aid in decreasing environmental impacts resulting from motorised means of travel. This study aims to promote physical activity and active mobility, while focusing on the perceived benefits of the students from campus travel experience. …


โปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารตามการอบรมโดยใช้ละครเป็นฐาน สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน, ชัญญา วิภารังสี Jan 2024

โปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารตามการอบรมโดยใช้ละครเป็นฐาน สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน, ชัญญา วิภารังสี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาสมรรถนะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนเอกชน 2) ออกแบบโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารโดยใช้ละครเป็นฐานสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชน และ 3) วิเคราะห์ผลการใช้โปรแกรมดังกล่าว การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสมรรถนะการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสามัญศึกษา 3 ประเภท เก็บข้อมูลจากผู้อำนวยการ 3 คน และครู 9 คน รวม 12 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง 20 ข้อ (IOC = 0.76) พบว่าผู้บริหารต้องการพัฒนาการพูดมากที่สุด รองลงมาคือ การสอนงาน การจัดการทีม และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน ระยะที่ 2 ออกแบบโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารโดยใช้ละครเป็นฐาน ระยะเวลา 180 นาที ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่ 1) อารัมภบท 2) อุ่นเครื่องร่างกาย 3) ฝึกสติและจินตนาการ 4) บทบาทสมมติ 5) การสะท้อนกลับ และ 6) การสรุป โดยอาศัยความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ผ่านการระดมสมองอย่างเป็นระบบ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมด้านโครงสร้าง เนื้อหา กระบวนการ และการประเมินผล ได้โปรแกรมที่สมบูรณ์ชื่อ "ข้ามขีดจำกัดการสื่อสารด้วยโปรแกรมพัฒนาผ่านการใช้ศาสตร์ละครเป็นฐาน" ระยะที่ 3 ทดสอบประสิทธิภาพโปรแกรมกับผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชน 3 คน สัมภาษณ์เชิงลึกก่อนและหลังเข้าร่วม รวมถึงสังเกตพฤติกรรมระหว่างการฝึกอบรม พบว่าผู้บริหารมีการพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารด้านการพูดที่ชัดเจน กระชับ มีความมั่นใจ และการใช้น้ำเสียงอย่างเหมาะสม รวมถึงการควบคุมอารมณ์ได้ดี ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ละครเป็นฐานในการฝึกอบรมสามารถส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการสื่อสารด้านการพูดในการบริหาร และการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับครูของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนได้อย่างมีประสิทธิผล


การพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, สุภลักณ์ สีขาว Jan 2024

การพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, สุภลักณ์ สีขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนและแนวทางเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 3) เพื่อศึกษาผลของ การใช้บทเรียนโมบายเลิร์นนิง ฯ และเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ก่อนและหลังเรียน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 1 คือ ครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะมิติสัมพันธ์ 9 คน นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 15 คน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 2 คือ ผู้เชี่ยวชาญรวมจำนวน 6 คน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 3 คือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 50 คน เครื่องมือในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์ครูและผู้เรียน 2) บทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 3) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 4) แผนการจัดการเรียนรู้ 5) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ 6) แบบประเมินความพึงพอใจในบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ด้วยสถิติบรรยาย 2) การวิเคราะห์คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ (relative growth score) 3) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ การทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. การศึกษาสภาพการเรียนการสอนเกี่ยวกับมิติสัมพันธ์ พบว่าผู้เรียนเคยทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับมิติสัมพันธ์มาบ้าง แต่ไม่ได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม ด้วยเนื้อหาเป็นส่วนย่อยในหลายวิชา อีกทั้งเวลาและแบบฝึกที่มี ผู้เรียนมีความสนใจหากมีบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ และการออกแบบบทเรียนที่มีเนื้อหา วิธีการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบทเรียน โดยใช้สีโทนเย็นเช่น สีฟ้า, สีเขียว หรือขาว ฯลฯ เป็นต้น 2. ผลการพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ ประกอบด้วย 1) บทเรียน 4 บทเรียน 2) กลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศภาพ (Visual Scaffolding) เน้นการใช้การเรียนรู้ด้วยภาพ ได้แก่ เส้นสี, เส้นชี้นำ, ตัวอักษรชี้นำ LTR บอกทิศทางและภาพ 3D ในส่วนเฉลย เพื่อง่ายต่อการจดจำและเรียนรู้ด้วยการดูดซึมข้อมูลรูปแบบภาพ 3) การจัดการเรียนการสอนด้วยบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 3. ผลการเรียนด้วยบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ …


หลับใหลเพื่อหล่อหลอมตัวตน : การนอนหลับกับการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางด้านเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ในนวนิยายเรื่อง My Year Of Rest And Relaxation ของ Ottessa Moshfegh, เปมิกา อนุรักษ์เลขา Jan 2024

หลับใหลเพื่อหล่อหลอมตัวตน : การนอนหลับกับการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางด้านเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ในนวนิยายเรื่อง My Year Of Rest And Relaxation ของ Ottessa Moshfegh, เปมิกา อนุรักษ์เลขา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาบทบาทของ “การนอนหลับ” ในนวนิยายเรื่อง My Year of Rest and Relaxation (2018) ของ Ottessa Moshfegh โดยวิเคราะห์ว่าการนอนหลับในเรื่องดังกล่าวมิได้เป็นเพียงกลไกในการหลีกหนีจากสังคมและเยียวยาบาดแผลทางจิตใจเพื่อนำไปสู่การหล่อหลอมตัวตนแบบใหม่ที่พึงปรารถนาเท่านั้น หากยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการยืนยันสถานะความเป็นอภิสิทธิ์ชน และในการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ซึ่งนำไปสู่การต่อรองทางอัตลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นได้จากการวิเคราะห์ภูมิหลังทางครอบครัว ตลอดจนแนวคิดและการกระทำของตัวละครเอกซึ่งเป็นหญิงผิวขาวชนชั้นสูงในสังคมอเมริกัน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอกกับตัวละครอื่น ๆ ที่แวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของตัวละครเอก ผลการวิเคราะห์ยังแสดงให้เห็นว่าฉากหลังของเรื่อง—ซึ่งเกิดขึ้นในเขตแมนแฮตตันในมหานครนิวยอร์กและครอบคลุมช่วงเวลาก่อนและระหว่างเหตุการณ์ 9/11—อาจสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความเหลื่อมล้ำที่ปรากฏในระดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครกับความเหลื่อมล้ำในสังคมวงกว้าง


การใช้และการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ: การวิเคราะห์ผ่านคลังข้อมูลคู่ขนานจากเรื่อง Harry Potter, เตชินี นาคจำรัสศรี Jan 2024

การใช้และการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ: การวิเคราะห์ผ่านคลังข้อมูลคู่ขนานจากเรื่อง Harry Potter, เตชินี นาคจำรัสศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการใช้และการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ประเด็นเกี่ยวกับสัดส่วนการใช้ จุดร่วมการใช้ ลักษณะการใช้ที่พบเฉพาะในแต่ละภาษา และลักษณะการเลี่ยงใช้ในแต่ละภาษา งานวิจัยนี้วิเคราะห์ผ่านคลังข้อมูลคู่ขนานที่ทำการเก็บข้อมูลจากเรื่อง “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน” ผลการวิจัยพบว่า ภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษมีการใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในสัดส่วนที่มากและใกล้เคียงกัน ในขณะที่ภาษาไทยพบสัดส่วนการใช้ที่น้อยกว่าอีกสองภาษา ส่วนจุดร่วมในการใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกของทั้งสามภาษาคือคำกริยาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประธานของประโยคและมีความเป็นสกรรมสูง โดยมีแนวโน้มเป็นคำกริยาความหมายเชิงลบ และประธานที่ใช้มักเป็นคำนามที่มีชีวิต ส่วนลักษณะการใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกที่พบเฉพาะในแต่ละภาษา กรณีภาษาไทยพบลักษณะการบรรยายผลลัพธ์จากการถูกกระทำร่วมกับหน่วยสร้างกรรมวาจกโดยใช้โครงสร้าง “ถูก+กริยา(กระทำ)+ผลลัพธ์” กรณีภาษาญี่ปุ่นใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกเพื่อรักษาความเป็นประธานต่อเนื่องของประโยค (subject continuity) และกรณีภาษาอังกฤษใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกร่วมกับคำนามที่ไม่มีชีวิต ส่วนลักษณะการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจก กรณีภาษาญี่ปุ่นเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกโดยใช้คำนามมากที่สุด ส่วนภาษาอังกฤษจะเลี่ยงใช้โดยใช้บุรุษสรรพนามร่วมกับหน่วยสร้างกรรตุวาจก ในขณะที่ภาษาไทยพบประเภทของหน่วยสร้างที่นำมาใช้ทดแทนหน่วยสร้างกรรมวาจกได้มากที่สุด เช่น หน่วยสร้าง “มี”, หน่วยสร้างกรรตุวาจก, หน่วยสร้าง “ให้” เป็นต้น โดยหน่วยสร้าง “มี” เป็นหน่วยสร้างที่สามารถใช้ทดแทนหน่วยสร้างกรรมวาจก “ถูก” ได้ในระดับหนึ่ง


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This indepentdent study explores the protection, inheritance, and innovation of traditional skills through curatorial practice, using the "Blossom" exhibition of Shaanxi paper-cutting art, an intangible cultural heritage of Shaanxi Province, China, as its research object. Through literature analysis and case comparison, the study systematically organizes the historical origins, regional characteristics, and inheritance status of Chinese paper-cutting art, with a specific focus on the bold artistic style and cultural connotations of Shaanxi paper-cutting. Drawing on examples like the "Blooming on Paper" European Paper-cutting Exhibition and the Sixth Yunnan Paper-cutting Art Exhibition, the study proposes that curatorial practice should balance historical inheritance …


การศึกษาขนบการตั้งชื่อท่าไม้ตายในมังงะฉบับภาษาญี่ปุ่นและฉบับแปลภาษาไทย, ศุภิสรา สิทธิเวช Jan 2024

การศึกษาขนบการตั้งชื่อท่าไม้ตายในมังงะฉบับภาษาญี่ปุ่นและฉบับแปลภาษาไทย, ศุภิสรา สิทธิเวช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการตั้งชื่อท่าไม้ตายที่พบในหนังสือการ์ตูนหรือมังงะทั้งในฉบับภาษาญี่ปุ่นและฉบับแปลภาษาไทยว่ามีขนบการตั้งชื่ออย่างไร และเมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วจะมีการใช้ขนบหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ผู้วิจัยรวบรวมกับศึกษาท่าไม้ตายในมังงะภาษาญี่ปุ่นจำนวน 16 เรื่อง และศึกษาฉบับแปลภาษาไทยจำนวน 10 เรื่อง รวมทั้งหมด 1,435 ท่าในฉบับภาษาญี่ปุ่น และ 636 ท่าในฉบับภาษาไทย และได้ทำการวิเคราะห์ประเด็นหลักทั้งสองภาษาโดยรวมจำนวน 8 ประเด็นได้แก่ 1) จำนวนคำ 2) วลีชื่อเฉพาะ 3) หน่วยเสียงพยางค์ 4) รูปเขียนตัวอักษร 5) ตัวอักษรรูบิ (ルビ) 6) ภาพพื้นหลังกับเครื่องหมาย 7) การใช้ภาษาบาลี - สันสกฤตในชื่อภาษาไทย 8) กลวิธีการแปลชื่อท่าไม้ตาย นอกจากนี้ผู้วิจัยศึกษาว่าขนบการตั้งชื่อท่าไม้ตายมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาหรือไม่ด้วย ผลการวิจัยพบว่า 1) จำนวนคำในท่าไม้ตายภาษาญี่ปุ่นจะนิยมการใช้ 2 คำ เพื่อความกระชับ ในขณะที่ชื่อภาษาไทยจะมีการใช้จำนวนคำที่ยาวกว่า 2) วลีชื่อเฉพาะในท่าไม้ตายภาษาญี่ปุ่นนิยมใช้คำนามกับคำนาม ในขณะที่ภาษาไทยนิยมใช้คำกริยากับคำนามมากกว่าเพื่อขายความให้คนไทยเข้าใจ 3) หน่วยเสียงพยางค์ของทั้งสองภาษานิยมการใช้ 10 พยางค์ขึ้นไป แต่ฉบับภาษาไทยจะนิยมการใช้ 5-6 พยางค์ในแต่ละเรื่องมากกว่า 4) ชื่อท่าไม้ตายภาษาญี่ปุ่นนิยมตัวอักษรคันจิมากที่สุด รองลงมาคือคาตากานะและฮิรางานะกับคันจิ 5) ตัวอักษรรูบินิยมการใช้ตัวอักษรฮิรางานะเพื่อบอกวิธีอ่านทั่วไปมากกว่า 6) ภาพพื้นหลังกับเครื่องหมายมีความสัมพันธ์กับชื่อท่าไม้ตาย และการใช้เครื่องหมายก็มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาด้วย 7) ภาษาบาลี-สันสกฤตพบการนิยมใช้ในชื่อของท่าไม้ตายฉบับแปล และการเลือกใช้จะขึ้นกับรูปแบบการแปลของผู้แปลแต่ละคนหรือสำนักพิมพ์นั้นๆ 8) กลวิธีการแปลนิยมการแปลแบบตรงตัวมากที่สุด นอกจากนี้ยังพบการแปลที่สร้างคำศัพท์ใหม่โดยอิงจากภาพพื้นหลังหรือบริบทของเนื้อเรื่องด้วย 9) ท่าไม้ตายในช่วงยุคค.ศ. 1980 จะเน้นรูปภาพที่แสดงถึงการตะโกนเสียงดังมากกว่า และท่าไม้ตายที่มีขนาดสั้น อย่างไรก็ตามท่าไม้ตายในยุคค.ศ. 2000 นั้นนิยมการใช้คำบรรยายมากกว่า และชื่อท่าไม้ตายมีความยาวมากขึ้นด้วย


แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ Jan 2024

แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากนิตยสาร National Geographic และกลวิธีการถ่ายทอดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากต้นฉบับอังกฤษไปยังฉบับแปลภาษาไทย ผู้วิจัยศึกษาแนวคิดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ของ Lakoff และ Johnson (2003) แนวทางการระบุรูปภาษาที่แสดงอุปลักษณ์ของกลุ่ม Pragglejaz Group แนวทางการแปลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากงานวิจัยตัวบทประเภทต่าง ๆ ตลอดจนประเภทอุปลักษณ์ที่พบในตัวบทวิทยาศาสตร์และสารคดี และประยุกต์ใช้กรอบการวิเคราะห์กลวิธีการแปลของ Papadoudi (2010) Schäffner (2004) Deignan et al. (1997) และ Toury (1995) ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า จากข้อมูลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ที่เก็บจำนวน 126 ตัวอย่าง มีจำนวนรูปภาษาแสดงอุปลักษณ์ทั้งหมด 114 รูป สามารถจำแนกอุปลักษณ์ที่พบได้ 19 ประเภท เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ได้แก่ อุปลักษณ์สงคราม อุปลักษณ์มนุษย์ อุปลักษณ์การเดินทาง อุปลักษณ์เชิงกายภาพ อุปลักษณ์สิ่งมีชีวิต อุปลักษณ์คอมพิวเตอร์ อุปลักษณ์ศิลปะ อุปลักษณ์ธุรกิจ อุปลักษณ์เครื่องนุ่งห่ม อุปลักษณ์สุขภาพ อุปลักษณ์เกม กีฬา และการแข่งขัน อุปลักษณ์ก่อสร้าง อุปลักษณ์เครื่องจักร อุปลักษณ์พืชและการเพาะปลูก อุปลักษณ์เชิงทิศทาง อุปลักษณ์อาหาร อุปลักษณ์สัตว์ อุปลักษณ์ศาสนา และอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ จากการวิเคราะห์ พบว่าอุปลักษณ์ที่พบในภาษาอังกฤษปรากฏในภาษาไทยทุกประเภท ยกเว้นอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ ผลการวิเคราะห์บทแปลแตกต่างไปจากสมมติฐานเดิมที่ตั้งไว้ว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุดคือการแปลอุปลักษณ์โดยรักษามโนทัศน์เดิม การแปลอุปลักษณ์โดยใช้มโนทัศน์ที่แตกต่างกัน และการแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ ตามลำดับ แต่ผลการวิจัยพบว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุด ได้แก่ 1) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมและใช้รูปภาษาเหมือนเดิม พบร้อยละ 52.34 2) การแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ พบร้อยละ 21.09 3) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมแต่ใช้รูปภาษาที่ต่างไปจากเดิม พบร้อยละ 10.94 4) การแปลโดยใช้มโนทัศน์ที่ต่างกัน พบร้อยละ 10.16 5) การตัดอุปลักษณ์ในภาษาต้นทางทิ้ง พบร้อยละ 3.91 และ 6) การแปลสิ่งที่ไม่ใช่อุปลักษณ์เป็นอุปลักษณ์ พบร้อยละ 1.56 ทั้งนี้ ไม่พบการเพิ่มอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ลงไปในบทแปล โดยสรุป อุปลักษณ์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากภาษาอังกฤษสามารถถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้เป็นส่วนใหญ่โดยไม่มีอุปสรรค โดยอุปลักษณ์แต่ละประเภทสามารถถ่ายทอดได้ผ่านกลวิธีที่แตกต่างกัน …


Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao Jan 2024

Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates how visual communication strategies in fashion exhibitions construct brand identity and mediate audience experience across cultural and digital contexts. Drawing on an integrated theoretical framework, including Hall's encoding/decoding model, Bhabha's theory of cultural translation, and Falk and Dierking's contextual model of learning, the research conceptualizes curators as cultural translators who shape meaning through spatial design, visual symbolism, and platform-sensitive narratives.A comparative case study of MO&Co. Guangzhou-based and VINN PATARARIN Bangkok-based was selected to represent divergent curatorial approaches and cultural positions: MO&Co. leverages Guochao aesthetics, feminist symbolism, and theatrical scenography to appeal to urban Chinese youth on platforms …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past several decades, exhibitions concerning Southeast Asia have tended to operate within a geopolitical framework that emphasizes historical narratives shaped by colonial processes. Within this curatorial paradigm, the human subject is often positioned at the center of meaning-making and perception, reinforcing the dominance of the nation-state as the primary unit of power. At the same time, such frameworks tend to marginalize ecological concerns, particularly the complex interrelations between humans and more-than-human entities. This research critically examines prevailing curatorial practices within this context, investigates the impact of green imperialism in the region, and proposes an alternative curatorial approach through …


Music Therapy Interventions To Improve Communication Skills In Children With Asd : A Scoping Review, Amiah Kwanprayoon Jan 2024

Music Therapy Interventions To Improve Communication Skills In Children With Asd : A Scoping Review, Amiah Kwanprayoon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Children with Autism Spectrum Disorder (ASD) often have difficulties in communication, including expressive and receptive language, social interaction, and nonverbal communication. Music therapy has been found to enhance communicative development in this population. This scoping review aims to summarise music therapy interventions documented in clinical studies that target the improvement of communication skills in children with ASD, and to identify the specific techniques used to address communication-related subskills. A systematic search was conducted across 5 databases and 10 peer-reviewed publications. According to inclusion criteria, fourteen studies published between 2011 and 2025 were included. The data extracted include music therapy methods, …


Living With Pets In Urban Lifestyle : A Case Study Of Bangkok Metropolitan, Minggomutt Jaroenkornburi Jan 2024

Living With Pets In Urban Lifestyle : A Case Study Of Bangkok Metropolitan, Minggomutt Jaroenkornburi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores pet ownership in Singapore and Bangkok, Thailand. Urbanization and its consequences on dwellers’ way of life are principally the key factors influencing new attitudes towards pets. The concept of pet humanization, which regards pets as emotional companions or family members rather than utilitarian animals, is used to explain this phenomenon. By reviewing Singapore pet control regulations, the research found that the restricted pets in public housing policies have gradually loosened due to public pressure and emotional demand. New policies allowed pets in residents’ urban lifestyles. This phenomenon similarly happened in Bangkok. This study conducted documentary analysis and …


Covid-19 Vaccine And Infection And The Relationship To Lichen Planus Flare-Ups: A Self-Reported Survey Study, Sara Kube Jan 2024

Covid-19 Vaccine And Infection And The Relationship To Lichen Planus Flare-Ups: A Self-Reported Survey Study, Sara Kube

Theses and Dissertations

Purpose: The aim of this study was to determine if there is an increased occurrence of oral lichen planus flare-ups after COVID-19 vaccination or infection.

Methods: An 11-item questionnaire was dispersed to patients with a diagnosis of oral lichen planus. The survey contained questions regarding the patient’s history of COVID-19 vaccination and infection as it relates subjective oral lichen planus flare-ups (i.e. oral redness, oral ulcerations, and/or oral pain/discomfort).

Results: Self-reported flares were significantly associated with whether or not vaccine side effects were also reported (p-value=0.0053). For those who reported experiencing side effects (tiredness, headache, muscle pain, chills, fever, nausea), …


Family Rejection And Affirmation Experiences Among Racially And Ethnically Marginalized Youth Who Identify As Transgender And/Or Gender Diverse, Angela Matijczak Jan 2024

Family Rejection And Affirmation Experiences Among Racially And Ethnically Marginalized Youth Who Identify As Transgender And/Or Gender Diverse, Angela Matijczak

Theses and Dissertations

Relationships with family members can be a vital source of support, and significant stressor, that contributes to mental health outcomes among transgender and gender diverse young adults who are racially and ethnically marginalized (TGD REMY). Guided by a life history narrative approach, this qualitative study explored family affirmation and rejection among TGD REMY across three aims: (a) how TGD REMY define their experiences of family rejection and/or affirmation, (b) whether and how experiences of rejection/affirmation change throughout the lifetime, and (c) whether and how experiences of rejection/affirmation differ by each family member. Semi-structured interviews were conducted with 17 TGD REMY …


Identifying Mechanistic Pathways To Rigidity Associated With Obsessive-Compulsive Personality Disorder Traits Using A Novel Decision-Making Paradigm, Hannah L. Heintz Jan 2024

Identifying Mechanistic Pathways To Rigidity Associated With Obsessive-Compulsive Personality Disorder Traits Using A Novel Decision-Making Paradigm, Hannah L. Heintz

Theses and Dissertations

Cognitive and behavioral rigidity is observed across several mental disorders and is a defining characteristic of Obsessive-Compulsive Personality Disorder (OCPD), a highly prevalent and debilitating, yet understudied, disorder. In particular, treatments for OCPD are underdeveloped due to our poor understanding of the mechanisms leading to the disorder’s key feature of rigidity. Two related disorders, anorexia nervosa (AN) and obsessive-compulsive disorder (OCD), have shown distinct mechanistic pathways leading to symptoms of rigidity, indicating that this trait can arise as a result of a number of differentially impaired cognitive processes, each requiring unique interventions. To examine the relationship between symptoms of OCPD …


Equestrian Activities And Health Outcomes: A Multidimensional Analysis Of Physical Activity, Injury Patterns, And Occupational Concerns, Michaela Keener Jan 2024

Equestrian Activities And Health Outcomes: A Multidimensional Analysis Of Physical Activity, Injury Patterns, And Occupational Concerns, Michaela Keener

Theses and Dissertations--Rehabilitation Sciences

Over 6 million participate in equestrian activities each year. However, research focusing on the benefits and risks around equestrian activities is limited to epidemiological research and small sample sizes. Equestrian participation ranges from recreational to occupational, and little research has evaluated how the risks of participation change based on the level of participation. Special consideration needs to be given to the occupational equestrians as equestrian participation is their livelihood. The first two aims of this study were to evaluate the physical activity engagement, perceptions of equestrian as a sport, acute injury history, and chronic pain frequency of equestrians across all …


The Effect Of Adding Perceptual-Cognitive Load To Assessments And Intervention Strategies In Healthy Adults, Ke'la H. Porter Jan 2024

The Effect Of Adding Perceptual-Cognitive Load To Assessments And Intervention Strategies In Healthy Adults, Ke'la H. Porter

Theses and Dissertations--Rehabilitation Sciences

In collegiate athletes, approximately one in four injuries require more than seven days before the athlete can return to full participation. Additionally, there are significant long-term consequences associated with these injuries, such as pain and osteoarthritis. Despite the role that the sensorimotor system and cognitive function play in athletic competition, the interaction between these systems in relation to sport-related injury is commonly overlooked. The sensorimotor system integrates and processes sensory, motor, and central mechanisms to produce a motor response. Further, cognition constructs, such as visual attention or processing speed, allow athletes to navigate the chaotic sporting environment. When there are …