Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (23488)
- Medicine and Health Sciences (20660)
- Arts and Humanities (18167)
- Education (17178)
- Physical Sciences and Mathematics (14796)
-
- Life Sciences (13493)
- Law (12793)
- Engineering (10640)
- Business (6455)
- Higher Education (6438)
- Public Health (4860)
- Medical Specialties (4794)
- Computer Sciences (4524)
- History (4376)
- Psychology (4130)
- Sociology (3294)
- Earth Sciences (3205)
- Library and Information Science (3106)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (2968)
- Religion (2931)
- Plant Sciences (2846)
- Computer Engineering (2675)
- Communication (2638)
- Nursing (2469)
- Economics (2108)
- Agronomy and Crop Sciences (2097)
- Agricultural Science (2067)
- Biology (2058)
- Environmental Sciences (2051)
- Plant Biology (2047)
- Institution
-
- University of Nebraska - Lincoln (3364)
- University of Kentucky (3171)
- Georgia Southern University (3002)
- University of Mississippi (2815)
- Chulalongkorn University (2537)
-
- Brigham Young University (2210)
- Utah State University (2067)
- City University of New York (CUNY) (2056)
- Western Michigan University (1978)
- Yale University (1969)
- Association of Arab Universities (1967)
- Walden University (1914)
- University of Central Florida (1857)
- University of South Florida (1847)
- Louisiana State University (1795)
- Taiwan Food and Drug Administration (1747)
- San Jose State University (1706)
- University of New Hampshire (1618)
- University of Dayton (1585)
- University of Alabama at Birmingham (1569)
- Ministry of Higher and Secondary Specialized Education of the Republic of Uzbekistan (1500)
- China Simulation Federation (1490)
- University of New Mexico (1427)
- Washington University School of Medicine (1404)
- University of Montana (1387)
- New Jersey Institute of Technology (1378)
- TÜBİTAK (1363)
- Sigma Theta Tau International Honor Society of Nursing (1328)
- Singapore Management University (1295)
- East Tennessee State University (1288)
- Keyword
-
- COVID-19 (3752)
- Georgia Southern University (2031)
- Coronavirus (1547)
- Michigan (1206)
- Undergraduate (1192)
-
- United States (1175)
- Education (1128)
- Humans (978)
- Athletics (829)
- COVID-19 Crisis (2020 - Present) (745)
- Covid-19 (693)
- Pandemic (677)
- History (605)
- Female (553)
- Newsletter (545)
- Release (540)
- Market Support Programs (519)
- Higher education (514)
- Market Liquidity Program (508)
- English (505)
- Machine learning (505)
- Genealogy (502)
- Gender (498)
- Leadership (492)
- Local history (478)
- News Releases (466)
- School of medicine (461)
- Male (452)
- Mental health (449)
- Technology (429)
- Publication
-
- Theses and Dissertations (3535)
- Faculty Publications (2115)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (1963)
- IGC Proceedings (1977-2023) (1788)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (1750)
-
- Journal of Food and Drug Analysis (1747)
- Documents (1550)
- Journal of System Simulation (1490)
- Dissertations (1342)
- Open Access Publications (1217)
- Browse All News (1110)
- Electronic Theses and Dissertations (1097)
- Defensive Publications Series (1094)
- 2020 Decisions (1047)
- Library Philosophy and Practice (e-journal) (1025)
- Open Access archive (963)
- Faculty Scholarship (918)
- Honors Theses (826)
- Journal Articles (792)
- Articles (791)
- Athletics: News & Publications (783)
- Mansoura Engineering Journal (782)
- All Forum Articles (751)
- Not Reported (724)
- Florida Historical Quarterly (720)
- Publications and Research (657)
- Research outputs 2014 to 2021 (657)
- Theses (655)
- Master's Theses (592)
- ETSU News (578)
- Publication Type
Articles 167401 - 167430 of 169236
Full-Text Articles in Entire DC Network
รูปแบบการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพของโรงเรียนประถมศึกษาในเขตภาคกลาง, พระครูปลัดชัยวัฒน์ สมาหิโต, วีระวัฒน์ อุทัยรัตน์
รูปแบบการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพของโรงเรียนประถมศึกษาในเขตภาคกลาง, พระครูปลัดชัยวัฒน์ สมาหิโต, วีระวัฒน์ อุทัยรัตน์
Journal of Education Studies
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพของโรงเรียนประถมศึกษาในเขตภาคกลางตอนล่างประชากร คือ โรงเรียนประถม จำนวน 606 โรง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้วิธี principal-component analysis(PA) และวิธีหมุนแกนออโธกอนอลแบบวาริแมกซ์ (varimax rotationl) ผลการศึกษา พบว่า รูปแบบการจัดการศึกษาที่สร้างขึ้น ประกอบด้วย ชุดของการกำหนดวัตถุประสงค์กระบวนการ และวิธีการในการร่วมวางแผน การร่วมปฏิบัติตามแผน และการร่วมประเมินผล องค์ประกอบหลัก คือ บทบาทในการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาใน 3 ภารกิจหลักของโรงเรียน และองค์ประกอบย่อย 19 องค์ประกอบ จุดเด่นของรูปแบบ คือ การเน้นผู้เรียนเป็นรายบุคคล การสำรวจความต้องการและปัญหาของแต่ละคนอย่างเป็นระบบ รูปแบบนี้ได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญว่ามีความถูกต้องใช้งานได้จริงและมีประโยชน์ในระดับสูงสุด
การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาครูคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้วยการเรียนรู้แบบการจัดการความรู้, วิลาวัณย์ จารุอริยานนท์
การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาครูคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้วยการเรียนรู้แบบการจัดการความรู้, วิลาวัณย์ จารุอริยานนท์
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสร้างและศึกษาผลการใช้รูปแบบการเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้วยการเรียนรู้แบบการจัดการความรู้การวิจัยแบ่งเป็นระยะที่1ศึกษาความสามารถในการวิเคราะห์ของนักศึกษาครูกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 320 คน เครื่องมือวิจัยคือแบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ระยะที่ 2 การวิจัยเชิงทดลองใช้แบบแผนการทดลองแบบ posttest-only nonequivalent control groups designกลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เครื่องมือวิจัยคือแบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าทีผลการวิจัย พบว่า ค่าเฉลี่ยความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของกลุ่มตัวอย่างต่ำกว่าเกณฑ์ทั้ง 3 ด้าน (65%) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยส่วนที่ 1 การจัดกิจกรรมเรียนรู้แบบการจัดการความรู้มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดปัญหา/สิ่งที่ต้องเรียนรู้ 2) การวางแผนการเรียนรู้ 3) การสร้างความรู้ร่วมกัน 4) การนำเสนอและการนำความรู้ไปใช้และส่วนที่ 2 การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิเคราะห์มี 2 ขั้นตอน คือ การเตรียมความพร้อม และการเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลังทดลองกลุ่มทดลองมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการออกแบบแบบเรียนเสริมทักษะภาษาไทยโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเชิงประสบการณ์ร่วมกับแนวคิดอัตลักษณ์เชิงพื้นที่และแม่แบบว่าด้วยการแสวงหา เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยสำหรับผู้เรียนบนพื้นที่สูงภาคเหนือ, สิระ สมนาม
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการออกแบบแบบเรียนเสริมทักษะภาษาไทย โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเชิงประสบการณ์ร่วมกับแนวคิดอัตลักษณ์เชิงพื้นที่และแม่แบบว่าด้วยการแสวงหา 2) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดกิจกรรม กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนประถมศึกษา 49 คน ครู 9 คน จากโรงเรียนชาติพันธุ์จังหวัดเชียงใหม่ และนักศึกษา 25 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม แบบประเมินคุณภาพแบบเรียน แบบทดสอบทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยและแบบสอบถามความพึงพอใจวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าทีแบบไม่อิสระ ผลการวิจัย พบว่า 1. รูปแบบการจัดกิจกรรมการออกแบบแบบเรียนประกอบด้วย 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดกิจกรรม 5 ขั้น ได้แก่ สืบประสบการณ์อัตลักษณ์ถิ่น เติมศาสตร์ศิลป์แม่แบบว่าด้วยการแสวงหา ผลิตภาษาตรึกตรอง กลั่นกรองมโนทัศน์และลงมือปฏิบัติสร้างสรรค์และ 4) การวัดและประเมินผล 2. ประสิทธิผลของรูปแบบ พบว่า 1) นักเรียนครูและนักศึกษาร่วมมือจัดกิจกรรมเป็นอย่างดีโดยได้แบบเรียนเสริมทักษะภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาติพันธุ์ 1 เล่ม 2) แบบเรียนมีประสิทธิภาพ 79.81/80.10 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 3) นักเรียนมีทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยสูงกว่าก่อนใช้แบบเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) นักเรียน ครูและนักศึกษาพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมและต่อแบบเรียนที่ระดับมากที่สุด
อนาคตภาพการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในทศวรรษหน้า, สุวัลภา จงพีรเดชานนท์, ไชยยศ ไพวิทยศิริธรรม
อนาคตภาพการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในทศวรรษหน้า, สุวัลภา จงพีรเดชานนท์, ไชยยศ ไพวิทยศิริธรรม
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอนาคตภาพการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในทศวรรษหน้า ใช้วิธีการศึกษาระเบียบวิธี EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) การรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 21 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละค่าเฉลี่ยค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์และจัดสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 6 คน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านหลักสูตร ควรมีการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทสภาวะปัจจุบันมีความทันสมัย เป็นรูปแบบออนไลน์2) ด้านฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์ มีการจัดสรรงบประมาณให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพและจำนวนเพียงพอ มีระบบอินเทอร์เน็ตสัญญาน ความเร็วสูงที่ได้มาตรฐานรูปแบบของซอฟต์แวร์ตลอดจนสื่อที่ใช้สำหรับสอนนักเรียน ควรเป็นแบบออนไลน์ที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษาเนื้อหา ทบทวนบทเรียนด้วยตนเอง 3) ด้านประสิทธิผลและประกันคุณภาพ ควรเป็นระบบออนไลน์สามารถบริหารจัดการคุณภาพ ตรวจสอบ ประเมินผลได้อย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา 4) ด้านรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมครูผลิตสื่อใช้ในการสอนผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนักเรียนสามารถเข้าไปศึกษาเนื้อหาบทเรียนด้วยตนเองผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด 5)ด้านการบริหารจัดการ มีศูนย์กลางบริการข้อมูลทางการศึกษา ที่เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง รวดเร็ว รวมทั้งอบรมครูให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
การพัฒนาจิตสาธารณะของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายด้วยโปรแกรมการฝึกอบรมจิตสาธารณะ, กนกวรรณ วังมณี
การพัฒนาจิตสาธารณะของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายด้วยโปรแกรมการฝึกอบรมจิตสาธารณะ, กนกวรรณ วังมณี
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาระดับจิตสาธารณะ 2) พัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมจิตสาธารณะ และ 3) ศึกษาผลของการใช้โปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะสำหรับนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตัวอย่าง คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1–4 คณะครุศาสตร์ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบวัดจิตสาธารณะ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที
ผลการวิจัย พบว่า
1. นักศึกษาครูมีคะแนนจิตสาธารณะโดยรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.51, SD = 1.26) แต่มีด้านการถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบ อยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.23, SD = 1.36)
2. โปรแกรมฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างจิตสาธารณะ สำหรับนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ประกอบด้วย 4 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ 1) ครูผู้มีจิตสาธารณะ 2) หน้าที่ของครู 3) จิตสาธารณะสานสัมพันธ์และ 4) โครงการจิตสาธารณะสร้างสรรค์สังคม รวมเวลาในการฝึกอบรม 18 ชั่วโมง และผลการประเมินอยู่ในระดับมาก (M = 4.07, SD = 1.9)
3. ผลการใช้โปรแกรมการฝึกอบรม นักศึกษาครูมีคะแนนจิตสาธารณะหลังอบรม (M = 4.60, SD = 0.51) สูงกว่าก่อนอบรม (M = 4.04, SD = 0.31) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดกระบวนการคิดให้เป็นคณิตศาสตร์และการศึกษาคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, กิติโรจน์ ปัณฑรนนทกะ, วิชัย เสวกงาม, อัมพร ม้าคนอง
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดกระบวนการคิดให้เป็นคณิตศาสตร์และการศึกษาคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, กิติโรจน์ ปัณฑรนนทกะ, วิชัย เสวกงาม, อัมพร ม้าคนอง
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพี่อพัฒนาและศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดกระบวนการคิดให้เป็นคณิตศาสตร์และการศึกษาคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสายปัญญารังสิต จังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 ห้องเรียน แบ่งเป็นห้องทดลอง 1 ห้อง และห้องควบคุม 1 ห้อง เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และแบบทดสอบวัดความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ขั้นการเชื่อมโยงสถานการณ์ในชีวิตจริงกับโลกคณิตศาสตร์ ขั้นการออกแบบแนวคิดเชิงคณิตศาสตร์ขั้นการพัฒนาแนวคิดทางคณิตศาสตร์ให้เป็นทางการและขั้นการสะท้อนคิดสู่ชีวิตจริง และความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์หลังเรียนของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการแก้ปัญหาและการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ในทิศทางที่ดีขึ้น
ผลของการใช้ชุดกิจกรรมการฝึกแบบสถานีเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายสำหรับนิสิตในรายวิชากิจกรรมพลศึกษาสำหรับครู, เกรียงไกร อินทรชัย, บัณฑิต เทียบทอง
ผลของการใช้ชุดกิจกรรมการฝึกแบบสถานีเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายสำหรับนิสิตในรายวิชากิจกรรมพลศึกษาสำหรับครู, เกรียงไกร อินทรชัย, บัณฑิต เทียบทอง
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างชุดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายแบบสถานี และ2) ศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมดังกล่าวต่อนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 25 คน ตัวอย่างถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มควบคุมได้รับการจัดการเรียนรู้พลศึกษาแบบปกติ และกลุ่มทดลองได้รับชุดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายแบบสถานีที่สร้างขึ้นเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ 5 รายการ ก่อนและหลังการทดลอง โดยผู้วิจัยพัฒนาชุดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายแบบสถานี และใช้แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคะแนนที
ผลการวิจัย พบว่า 1) ชุดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายแบบสถานี ประกอบด้วย กิจกรรมเสริมสร้างความอ่อนตัว กิจกรรมเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กิจกรรมเสริมสร้างความอดทนของกล้ามเนื้อ และกิจกรรมเสริมสร้างความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนทดสอบสมรรถภาพทางกายรายการลุก-นั่ง 60 วินาทีดันพื้น 30 วินาที นั่งงอตัวไปข้างหน้าและวิ่งระยะไกลของกลุ่มทดลอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้นค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกาย และ 3) ค่าเฉลี่ยคะแนนทดสอบสมรรถภาพทางกายหลังการทดลองทุกรายการ ยกเว้นค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกายของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนารายวิชาเครื่องแต่งกายละครไทย สำหรับนักศึกษานาฏศิลป์ระดับปริญญาบัณฑิต, ฉัตรชัย เคียรประเสริฐ, อินทิรา พรมพันธุ์
การพัฒนารายวิชาเครื่องแต่งกายละครไทย สำหรับนักศึกษานาฏศิลป์ระดับปริญญาบัณฑิต, ฉัตรชัย เคียรประเสริฐ, อินทิรา พรมพันธุ์
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารายวิชาเครื่องแต่งกายละครไทยสำหรับนักศึกษานาฏศิลป์ระดับปริญญาบัณฑิต ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้จาการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญหรือศิลปินในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายละครไทยและผู้เชี่ยวชาญในการสอนการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายละครไทย และนักศึกษานาฏศิลป์ระดับปริญญาบัณฑิต เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์แบบสอบถามความคาดหวัง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษานาฏศิลป์ระดับปริญญาบัณฑิตมีความคาดหวังเกี่ยวกับรายวิชาว่าควรแทรกความรู้ในด้านอื่นเพื่อพัฒนาฝีมือสู่การสร้างสรรค์ในเชิงอนุรักษ์ (M = 5.00) รองลงมาคือชอบการลงมือปฏิบัติงานจริงและนำความรู้หลังการเรียนไปต่อยอดสร้างอาชีพได้ (M = 4.98 ) 2) ผู้เชี่ยวชาญหรือศิลปินในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายละครไทยและผู้เชี่ยวชาญในการสอน ให้คำแนะนำการพัฒนารายวิชาในองค์ประกอบ 6 ด้าน ได้แก่ 1) จุดมุ่งหมายการสอน 2) เนื้อหาสาระ 3) กิจกรรมการเรียนการสอน 4) วิธีการสอน 5) การประเมินผล และ 6) แหล่งอ้างอิง ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า เพื่อให้ผู้เรียนสามารถุนำไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพได้
รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการสอนสำหรับครูทัศนศิลป์ ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา, ณัฐธิดา ภู่จีบ, ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์, เอกชัย กี่สุขพันธ์
รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการสอนสำหรับครูทัศนศิลป์ ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา, ณัฐธิดา ภู่จีบ, ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์, เอกชัย กี่สุขพันธ์
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพอันพึงประสงค์ของการพัฒนาสมรรถนะการสอนสำหรับครูทัศนศิลป์ ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา (2) พัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการสอนสำหรับครูทัศนศิลป์ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ตัวอย่าง คือ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั่วประเทศ จำนวน 400 โรง ผู้ให้ข้อมูล คือ ครูทัศนศิลป์เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนี PNIModified
ผลการวิจัย พบว่า 1) การจัดการความรู้ มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด รองมาคือ การฝึกอบรม การสอนงาน และระบบพี่เลี้ยง ตามลำดับ สมรรถนะที่ควรพัฒนาอันดับแรก คือ ทักษะและการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้และทักษะ ต้องใช้วิธีฝึกอบรมการสอนงาน และการจัดการความรู้ ด้านคุณลักษณะต้องใช้การจัดการความรู้ ในส่วนของการพัฒนาสมรรถนะด้านมาตรฐานจริยธรรมและค่านิยม ต้องใช้การจัดการความรู้และระบบพี่เลี้ยง และสำหรับการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องใช้การจัดการความรู้ ระบบพี่เลี้ยง และการฝึกอบรม 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีส่วนประกอบที่สำคัญ 7 ส่วน โดยองค์ประกอบของรูปแบบ ได้แก่ การสอนงาน ระบบพี่เลี้ยงการฝึกอบรม และการจัดการความรู้ และสมรรถนะหลัก 5 ส่วน คือ ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ จริยธรรมและค่านิยม และการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การพัฒนาโมเดลทำนายแผนการเรียนในการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม: การประยุกต์ใช้เทคนิคเอ็นเซ็มเบิ้ลโหวตร่วมกันระหว่างเครือข่ายใยประสาท ซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีน และต้นไม้ตัดสินใจ, ธนพัฒน์ ทองมา
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพของโมเดลทำนายแผนการเรียนของนักเรียนในการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยเครือข่ายใยประสาท ซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีน ต้นไม้ตัดสินใจ และเอ็นเซ็มเบิ้ลโหวต และ 2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพของโมเดลทำนายแผนการเรียนของนักเรียนในการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยแต่ละเทคนิค ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฝ่ายมัธยม ตัวอย่าง คือ นักเรียนรุ่นที่ 50 ถึง รุ่นที่ 53 จำนวน 787 คน ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการวิจัยสรุปว่า โมเดลทำนายแผนการเรียนที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยแต่ละเทคนิคมีประสิทธิภาพการทำนายไม่แตกต่างกันมากนัก สำหรับโมเดลที่มีประสิทธิภาพการทำนายดีที่สุด คือ โมเดล S-E ซึ่งเป็นโมเดลที่สามารถใช้ทำนายกลุ่มการเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียนใน 2 กลุ่มการเรียนหลัก ได้แก่กลุ่มการเรียนวิทย์ และกลุ่มการเรียนศิลป์ โดยมีประสิทธิภาพของการทำนายด้วยเทคนิคเอ็นเซ็มเบิ้ลโหวตได้ถูกต้องสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 80.05 นอกจากนี้ยังพบว่า ผลการเรียนเฉลี่ยกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อการเลือกแผนการเรียนเป็นอย่างมาก
กลยุทธ์การบริหารองค์กรวิชาชีพครูตามแนวคิดการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและคุณภาพครู, พรทิพย์ ธีรภานนท์, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, วลัยพร ศิริภิรมย์
กลยุทธ์การบริหารองค์กรวิชาชีพครูตามแนวคิดการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและคุณภาพครู, พรทิพย์ ธีรภานนท์, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์, วลัยพร ศิริภิรมย์
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคาม และพัฒนากลยุทธ์การบริหารองค์กรวิชาชีพครูตามแนวคิดการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและคุณภาพครู ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธี เก็บรวบรวมข้อมูลจากคณะกรรมการคุรุสภาและคณบดีคณะครุศาสตร์ จำนวน 118 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนี PNImodified และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม
ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และสภาพที่พึงประสงค์ฯ อยู่ในระดับมากที่สุด 2) จุดแข็ง คือ การบริหารการออกใบอนุญาตฯ จุดอ่อน คือ การบริหารการต่อใบอนุญาตฯ การพักใช้ใบอนุญาตฯ การเพิกถอนใบอนุญาตฯ และการบริหารการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพครู โอกาส คือ นโยบายรัฐบาลและสภาพเทคโนโลยีและภาวะคุกคาม คือ สภาพเศรษฐกิจและสังคม และ 3) กลยุทธ์การบริหารฯ ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ปฏิรูปการบริหารใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และปรับปรุงการบริหารมาตรฐานวิชาชีพครูเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและคุณภาพครู
การใช้ผังความคิดกราฟิกแบบร่วมมือออนไลน์ในการเรียนโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เชิงธุรกิจและจริยธรรมของนักศึกษาปริญญาตรี, พรรณิสรา จั่นแย้ม, ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ
การใช้ผังความคิดกราฟิกแบบร่วมมือออนไลน์ในการเรียนโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เชิงธุรกิจและจริยธรรมของนักศึกษาปริญญาตรี, พรรณิสรา จั่นแย้ม, ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของชุดกิจกรรมที่ใช้ผังความคิดกราฟิกแบบร่วมมือออนไลน์ในการเรียน โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เชิงธุรกิจและจริยธรรมของนักศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มีตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ จำนวน 61 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 27 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ 1) แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เชิงธุรกิจและจริยธรรม 2) ผังความคิดกราฟิกแบบร่วมมือออนไลน์ 3) ระบบจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวน
ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มทดลองที่ใช้ชุดกิจกรรมที่ใช้ผังความคิดกราฟิกแบบร่วมมือออนไลน์ในการเรียนโดยใช้โครงงานเป็นฐานมีคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เชิงธุรกิจและจริยธรรมหลังเรียนแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และกลุ่มทดลองมีคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เชิงธุรกิจและจริยธรรมเฉลี่ยหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05
การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดการสืบสอบและการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยสำหรับนักศึกษาครู, พัชราภรณ์ พิลาสมบัติ, วิชัย เสวกงาม, อัมพร ม้าคนอง
การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดการสืบสอบและการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยสำหรับนักศึกษาครู, พัชราภรณ์ พิลาสมบัติ, วิชัย เสวกงาม, อัมพร ม้าคนอง
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดการสืบสอบและการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยสำหรับนักศึกษาครู และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของกระบวนการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น รูปแบบการวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 พัฒนากระบวนการเรียนการสอน และขั้นตอนที่ 2 ทดลองใช้กระบวนการที่พัฒนาขึ้น ตัวอย่าง คือ นักศึกษาครู จำนวน 55 คน จาก 2 ห้องเรียน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 30 คน และ กลุ่มควบคุม จำนวน 25 คน ใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่ายด้วยการจับสลาก ระยะเวลาในการทดลอง 15 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพงานวิจัย แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการเรียนรู้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัย พบว่า 1) กระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดการสืบสอบและการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยสำหรับนักศึกษาครู ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจโดยใช้ปัญหาในบริบทจริง ขั้นที่ 2 สืบค้นและใช้ความรู้ในสถานการณ์ที่กำหนด ขั้นที่ 3 นำความรู้ไปฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริง ขั้นที่ 4 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ 2) หลังใช้กระบวนการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น กลุ่มทดลองมีความสามารถในการทำวิจัยสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้แนวคิดการคิดเชิงออกแบบเป็นฐานเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ปรากฏอัตลักษณ์ไทยสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต, ภุชงค์ โรจน์แสงรัตน์, ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์, ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ
การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้แนวคิดการคิดเชิงออกแบบเป็นฐานเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ปรากฏอัตลักษณ์ไทยสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต, ภุชงค์ โรจน์แสงรัตน์, ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์, ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของรูปแบบการสอนคิดเชิงออกแบบด้วยฐานอัตลักษณ์ไทยเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน ตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต สาขาออกแบบคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมลาดกระบัง ชั้นปีที่ 2 จำนวน 36 คน เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการสอน แผนจัดการเรียนรู้ แบบประเมินผลงานผู้เรียน แบบสอบถามความคิดเห็น ดำเนินการทดลองแบบกลุ่มเดียวสอบก่อนสอบหลัง โดยทดลองใช้ภาพโจทย์ในการออกแบบ ได้แก่หนุมาน ทศกัณฐ์ และครุฑยุดนาค ผลงานออกแบบอัตลักษณ์ไทยของผู้เรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนทั้งหมด ถูกนำมาตรวจประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน แล้วจึงนำคะแนนมาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที ผลการวิจัย พบว่า วิธีการสอนด้วยวิธีการคิดเชิงออกแบบเป็นฐาน ประกอบด้วย 1) การสร้างประสบการณ์ 2) การวิเคราะห์ และ 3) การสังเคราะห์และออกแบบผลงาน ผลการทดลองรูปแบบการสอนพบว่า คะแนนผลงานออกแบบอัตลักษณ์ไทยของผู้เรียนหลังการทดลอง สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ในทุกแบบฝึกหัด
การสร้างนิทานเพลงพื้นบ้านมัลติมีเดียเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะเพลงพื้นบ้านภาคกลางสำหรับเด็กอนุบาล, รัถยา เชื้อกลาง, สุทธิพรรณ ธีรพงศ์, ฌลาพิชญ์ บุญจิตสิทธิ์ศักดิ์
การสร้างนิทานเพลงพื้นบ้านมัลติมีเดียเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะเพลงพื้นบ้านภาคกลางสำหรับเด็กอนุบาล, รัถยา เชื้อกลาง, สุทธิพรรณ ธีรพงศ์, ฌลาพิชญ์ บุญจิตสิทธิ์ศักดิ์
Journal of Education Studies
วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) สำรวจทัศนคติ ความตระหนัก และการเห็นคุณค่าของศิลปะเพลงพื้นบ้านภาคกลาง 2) สร้างและศึกษาผลการใช้สื่อนิทานเพลงพื้นบ้านมัลติมีเดียเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะเพลงพื้นบ้านภาคกลางสำหรับเด็กอนุบาล กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ เด็กชาย-หญิงที่มีอายุ 5-6 ปี โรงเรียนอนุบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 259 คน งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน ทัศนคติความตระหนัก และการเห็นคุณค่าของศิลปะเพลงพื้นบ้านภาคกลาง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และเด็กอนุบาล ระยะที่ 2 การพัฒนาสื่อนิทานเพลงพื้นบ้านมัลติมีเดีย ระยะที่ 3 ทดลองใช้สื่อจำนวน 7 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที ระยะที่ 4 การนำเสนอสื่อนิทานเพลงพื้นบ้านมัลติมีเดียฉบับสมบูรณ์
ผลการวิจัย พบว่า สื่อที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ นิทานเพลง จำนวน 7 เรื่อง คู่มือการใช้สื่อและแผนการจัดกิจกรรม จำนวน 21 แผน จัดทำในรูปแบบ DVD หลังการใช้สื่อที่พัฒนาขึ้น พบว่า เด็กอนุบาลมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการอนุรักษ์ศิลปะเพลงพื้นบ้านภาคกลางสูงขึ้นที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
เรื่องเล่าบำบัดกับการพัฒนาสุขภาวะ, สุดา เดชพิทักษ์ศิริกุล, กรรณิการ์ สัจกุล, อัควิทย์ เรืองรอง
เรื่องเล่าบำบัดกับการพัฒนาสุขภาวะ, สุดา เดชพิทักษ์ศิริกุล, กรรณิการ์ สัจกุล, อัควิทย์ เรืองรอง
Journal of Education Studies
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของเรื่องเล่าบำบัด การเรียนรู้ของผู้ป่วย และนำเสนอแนวทางการพัฒนาสุขภาวะผู้ป่วย เป็นงานวิจัยเชิงวิเคราะห์บทเรียนจากประสบการณ์ตรงของชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อรังผ่านเรื่องเล่า จำนวน 11 เรื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างเชิงบำบัดใช้ สถิติเชิงบรรยายสำหรับข้อมูลเชิงปริมาณและการวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ < br /> ผลการวิจัย พบว่า 1) เรื่องเล่ามีบทบาทในการพัฒนาสุขภาวะ ประกอบด้วย บทบาทในการเยียวยาการเสริมพลัง การสะท้อนและแก้ไขปัญหา การสื่อสาร การศึกษา การยืนหยัดในอุดมการณ์และอัตลักษณ์แห่งตน 2) การเรียนรู้ของผู้ป่วย คือ การเรียนรู้คุณค่าของชีวิต ได้แก่ เรียนรู้ที่จะเข้าใจยอมรับ เผชิญกับความเปลี่ยนแปลง การรู้สำนึกในการดูแลเอาใจใส่ของบุคคล รวมถึงการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ และ 3) ความรู้จากการศึกษานำไปพัฒนานักศึกษาแพทย์ พยาบาล และผู้บำบัด ผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตรของการศึกษาในระบบ และใช้การเล่าเรื่องหรือเรื่องเล่าต้นแบบจัดการเรียนรู้ตามอัธยาศัยเพื่อพัฒนาบุคคลและองค์กร
ผลการใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เรื่องเพศศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศของนักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่ 2, อุดมชัย มัณยานนท์, จินตนา สรายุทธพิทักษ์
ผลการใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เรื่องเพศศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศของนักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่ 2, อุดมชัย มัณยานนท์, จินตนา สรายุทธพิทักษ์
Journal of Education Studies
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เรื่องเพศศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศของนักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชายที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนขั้นพื้นฐานแห่งหนึ่ง เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ได้กลุ่มทดลอง 1 ห้องเรียน จำนวน 27 คน ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาโดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ และ กลุ่มควบคุม 1 ห้องเรียน จำนวน 27 คน ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาแบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดพฤติกรรมทางเพศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบ
ผลการวิจัย พบว่า 1) ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมทางเพศ ด้านความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมทางเพศ ด้านความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติ หลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่าของกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย การใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ในการสอนเรื่องเพศศึกษา ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ ทำให้เกิดความรู้ในเรื่องที่ศึกษารวมทั้งได้ฝึกการใช้เหตุผล และการสังเคราะห์ สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้
New Chinese Mobility And Religious Enchantment: Case Study In Chiang Mai Province, Lan Xiaoxia
New Chinese Mobility And Religious Enchantment: Case Study In Chiang Mai Province, Lan Xiaoxia
Asian Review
This study examines the religious experiences of new Chinese immigrants in Thailand. In particular, the study explores changes in values and religions during their migration. The new Chinese mobility has been increasing dramatically in Thailand today. Approximately one hundred thousand Chinese migrants have flown to Bangkok and Thai large cities for mainly trans-national businesses, economic ventures and trading activities. Apart from these phenomena, it is interesting that in cultural and religious spheres, not only have Chinese churches been increasing, but also many new Chinese migrants have joined Chinese churches and Christian communities by converting to be Christian members. This article …
Evaluating Current Water Quality Monitoring System On Hau River, Mekong Delta, Vietnam Using Multivariate Statistical Techniques, Giao Thanh Nguyen
Evaluating Current Water Quality Monitoring System On Hau River, Mekong Delta, Vietnam Using Multivariate Statistical Techniques, Giao Thanh Nguyen
Applied Environmental Research
This study aims to assess the sampling sites and frequencies of sampling of the existing surface water quality monitoring on Hau River using multivariate analysis techniques. Principal Component Analysis (PCA) and Cluster Analysis (CA) were used to analyze the water quality monitoring data collected every month in 2018 from 8 sampling stations. Surface water quality parameters including pH, temperature, dissolved oxygen (DO), total suspended solids (TSS), nitrate (N-NO3-), phosphate (P-PO43-), chemical oxygen demand (COD) and coliforms were used in the PCA and CA analyses. The findings indicated that the Hau River water quality was polluted by TSS, COD and coliforms …
Assessment Of Organophosphate And Carbamate Insecticides And Heavy Metal Contamination In Canal-Grown Water Morning Glory (Ipomoea Aquatica Forssk) In Nakhon Nayok Province, Thailand, Sirikul Thummajitsakul, Noramon Thongkerd, Banthitar Pholmeesap, Piyaporn Phankham, Kun Silprasit
Assessment Of Organophosphate And Carbamate Insecticides And Heavy Metal Contamination In Canal-Grown Water Morning Glory (Ipomoea Aquatica Forssk) In Nakhon Nayok Province, Thailand, Sirikul Thummajitsakul, Noramon Thongkerd, Banthitar Pholmeesap, Piyaporn Phankham, Kun Silprasit
Applied Environmental Research
Excessive application of insecticides in agriculture has become an increasing trend in Thailand, where agriculture is common in the area. This problem leads to negative impacts on human health and environment. Therefore, this study focused on monitoring organophosphate and carbamate insecticides, and heavy metals (Cd, Cu, Pb, Ni, Hg, Zn and Mn) in Ipomoea aquaticaForssk, as well as water and soil from different canals in Ongkharak District, Nakhon Nayok Province, Thailand. The powder samples were prepared from roots, stems and leaves of Ipomoea aquaticaForssk, as well as soil. Then, anti-acetylcholinesterase activity of each sample was determined, and heavy metal contents …
Evaluation Of Meskat System Functionality As Water Harvesting At Wadi Hamdoun Watershed (Sousse, Tunisia) Using The Geographic Information System, Asma B. Salem, Soumaia M’Nassri, El A. Asma, Riadh Bouaziz, Rajouene Majdoub
Evaluation Of Meskat System Functionality As Water Harvesting At Wadi Hamdoun Watershed (Sousse, Tunisia) Using The Geographic Information System, Asma B. Salem, Soumaia M’Nassri, El A. Asma, Riadh Bouaziz, Rajouene Majdoub
Applied Environmental Research
In the Sahel of Tunisia, areas were characterized by complex landforms like hills and depression with active and alternation of the geographical processes between bare hilly limestones and fertile soils. These landforms consist of the Meskat system. It represents the commonly used micro-catchment of water harvesting for olive tree groves as traditional soil and water conservation technique. However, in recent years, this system seems to be increasinglyneglected. The present study aims to determine the current functionality of the Meskat systemin the watershed of Wadi Hamdoun through the use of a geographic information system (GIS) as well as field's investigation. Results …
A 177 Years Extended Of Teak Chronology Revealing To The Climate Variability In Phrae Province, Northern Of Thailand, Kanokrat Buareal, Supaporn Buajan, Sineenart Preechamart, Chotika Muangsong, Nathsuda Pumijumnong
A 177 Years Extended Of Teak Chronology Revealing To The Climate Variability In Phrae Province, Northern Of Thailand, Kanokrat Buareal, Supaporn Buajan, Sineenart Preechamart, Chotika Muangsong, Nathsuda Pumijumnong
Applied Environmental Research
Teak ring-width is one of the promising paleoclimate proxies in the tropical region. Tree-ring chronology spanning from 1840 to 2016 (177 years) was derived from 76trees from Phrae Province, northern Thailand. A total of 141 core samples were cross-dated, a standardized master was constructed, and the tree residual master chronology was developed by ARSTAN program. The tree-ring chronology has a significant positivecorrelation with the monthly rainfall and relative humidity during the monsoon season (May - June). In addition, the growth of tree-ring width also significantly inversely correlated with Niño 3, Niño 3.4, and Niño 4 indices during the second half …
Homogenization And Polarization Of The Seasonal Water Discharge Of Global Rivers In Response To Climatic And Anthropogenic Effects, Yuanfang Chai, Yao Yue, Lin Zhang, Chiyuan Miao, Alistair G.L. Borthwick, Boyuan Zhu, Yitian Li, A. J. Dolman
Homogenization And Polarization Of The Seasonal Water Discharge Of Global Rivers In Response To Climatic And Anthropogenic Effects, Yuanfang Chai, Yao Yue, Lin Zhang, Chiyuan Miao, Alistair G.L. Borthwick, Boyuan Zhu, Yitian Li, A. J. Dolman
School of Engineering, Computing and Mathematics
No abstract provided.
Gut Microbiota Composition Is Correlated To Host Hummingbird Protein Requirements, Ryan C. Stanton , '20
Gut Microbiota Composition Is Correlated To Host Hummingbird Protein Requirements, Ryan C. Stanton , '20
Senior Theses, Projects, and Awards
The gut microbiome shapes and is shaped by a host animal’s physiology. Avian taxa hold physiological characteristics unique from mammals and might inform novel pressures experienced by microbial communities. Further, the symbionts’ relative abundance and their abilities to adapt to available resources are of critical importance to a holobiont’s fitness in rapidly changing climates. Therefore, wild populations of hummingbirds Selasphorus rufus and Calypte anna were studied. The two systems differ in S. rufus’s annual migrations from wintering grounds to their breeding grounds in the Pacific Northwest, whereas C. anna are resident in the latter region. Previous findings have indicated …
O'Kei: An American Novel (Annotated), Boris Pilnyak, Ronald D. Leblanc (Translator)
O'Kei: An American Novel (Annotated), Boris Pilnyak, Ronald D. Leblanc (Translator)
Faculty Publications
On January 4, 1931, Boris Pilnyak (1894-1938) wrote a letter to Joseph Stalin, pleading with the Soviet leader to grant him permission to travel to the United States in order to conduct research for an ambitious book project he was undertaking that would compare communist Russia favorably to capitalist America. Pilnyak’s request received official approval, and a few months later the writer set off for the U.S., arriving in New York by steamer on March 12, 1931, and remaining in the country until August 3, 1931. During his nearly five-month stay in America, Pilnyak became acquainted with a number of …
The Future Of Career And Technical Education, Christopher L. Gilchrist
The Future Of Career And Technical Education, Christopher L. Gilchrist
Graduate Student Dissertations, Theses, Capstones, and Portfolios
The purpose of this study was to develop a new model and blueprint of the Southeast School District’s Career and Technical Education (CTE) curriculum which invest more in programs and training, connect education to careers and allow easy access and availability to all students. Career and technical education have the potential to engage students through relevant learning experiences and, when infused with rigorous academic standards, to thoroughly prepare students for college and career success. In one Southeast School District, career and technical education are yet to achieve its full potential for students. Whether partnerships have yet to be formed, updated …
Order Fulfillment Errors And Military Aircraft Readiness, Michael Weber, Daniel Steeneck, William Cunningham
Order Fulfillment Errors And Military Aircraft Readiness, Michael Weber, Daniel Steeneck, William Cunningham
Faculty Publications
This paper aims to measure the effect of supply discrepancy reports (SDRs) on military aircraft readiness metrics, including aircraft availability, not mission capable supply (NMCS) hours, cannibalizations and mission-impaired capability awaiting parts (MICAP) hours.
Monthly SDR, NMCS, aircraft cannibalizations and MICAP data from 2009 to 2018 are analyzed using linear regression and independent samples t-tests to examine whether discrepant shipments negatively impact aircraft readiness.
A Scenario-Based Parametric Analysis Of The Army Personnel-To-Assignment Matching Problem, Matthew D. Ferguson, Raymond R. Hill, Brian J. Lunday
A Scenario-Based Parametric Analysis Of The Army Personnel-To-Assignment Matching Problem, Matthew D. Ferguson, Raymond R. Hill, Brian J. Lunday
Faculty Publications
This study aims to compare linear programming and stable marriage approaches to the personnel assignment problem under conditions of uncertainty. Robust solutions should exhibit reduced variability of solutions in the presence of one or more additional constraints or problem perturbations added to some baseline problems.
Several variations of each approach are compared with respect to solution speed, solution quality as measured by officer-to-assignment preferences and solution robustness as measured by the number of assignment changes required after inducing a set of representative perturbations or constraints to an assignment instance. These side constraints represent the realistic assignment categorical priorities and limitations …
Supporting Undergraduate Underrepresented Minority Students For Success In Stem, Nadia Kennedy, Urmi Ghosh-Dastidar, Sandie Han, Diana Samaroo, Armando Solis
Supporting Undergraduate Underrepresented Minority Students For Success In Stem, Nadia Kennedy, Urmi Ghosh-Dastidar, Sandie Han, Diana Samaroo, Armando Solis
Publications and Research
This presentation reports on a model for engaging, retaining, and supporting undergraduate STEM students, and in particular women and underrepresented minorities (URM), which aims at: recruitment of students in the STEM disciplines and in particular URM students; increased persistence of students; increased graduation rates, and shortened time to graduation. The model has been tested and found to be successful at an urban northeastern university in the USA that has been designated as a Hispanic-serving institution. In this presentation, we describe this model, built from support strategies that include mandatory academic advisement; increased exposure to early research experiences; expanded one-on-one faculty …
The "Other" Market, Cody Jacobs
The "Other" Market, Cody Jacobs
Faculty Scholarship
The hiring market for tenure-track non–legal writing positions is a world unto itself with its own lingo (i.e., “meat market” and “FAR form”), its own unwritten rules (i.e., “Do not have two first-year courses in your preferred teaching package.”), and carefully calibrated expectations for candidates and schools with respect to the process and timing of hiring. These norms and expectations are disseminated to the participants in this market through a relatively well-established set of feeder fellowships, visiting assistant professor programs, elite law schools, blogs, and academic literature on the subject.
But there is another market that goes on every year …