Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2018

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 30901 - 30930 of 31011

Full-Text Articles in Entire DC Network

ปัญหาครอบครองโดยบุคคลหลายฝ่ายในทรัพย์รายเดียวในบริบทของสัญญาเช่าทรัพย์, โรจน์ศักดิ์ สุทธิสน Jan 2018

ปัญหาครอบครองโดยบุคคลหลายฝ่ายในทรัพย์รายเดียวในบริบทของสัญญาเช่าทรัพย์, โรจน์ศักดิ์ สุทธิสน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คำอธิบายทางตำรากฎหมายลักษณะหนี้เห็นว่าสัญญาเช่าก่อเพียงบุคคลสิทธิอาจเรียกร้องเอาจากตัวผู้ให้เช่าที่เป็นคู่สัญญาได้เท่านั้น ในขณะที่มุมมองในเชิงกฎหมายลักษณะทรัพย์มองว่าการที่ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์เหนือทรัพย์สินที่เช่าถือว่าผู้เช่ามีเจตนายึดถือทรัพย์ที่เช่าเพื่อตนจึงมีสิทธิครอบครองซึ่งตามกฎหมายไทยแล้วถือเป็นทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่ง และในขณะเดียวกันผู้เช่าถือเป็นผู้ยึดถือแทนผู้ให้เช่าด้วย อย่างไรก็ตาม บางตำรากฎหมายทรัพย์สินก็อธิบายไว้ว่าผู้ยึดถือแทนไม่อาจมีเจตนาในการยึดถือเพื่อตนได้ นอกจากนี้ ยังปรากฏว่าแนวทางคำวินิจฉัยของศาลยังไม่สอดคล้องกันในเรื่องสิทธิของผู้เช่า ตามหลักกฎหมายโรมัน บุคคลจะต้องยึดถือทรัพย์อย่างเอาเป็นเด็ดขาดแก่ตนเองโดยไม่เคารพสิทธิของบุคคลอื่นจึงจะมีการครอบครอง ผู้เช่าจึงไม่มีการครอบครอง หากผู้เช่าได้รับความเดือดร้อนจากบุคคลภายนอก ผู้เช่าอาจเรียกร้องจากผู้ให้เช่าสัญญา ในขณะที่กฎหมายเยอรมัน บุคคลที่มีการควบคุมที่แท้จริงเหนือทรัพย์ก็มีการครอบครองแล้ว ผู้เช่าจึงเป็นผู้ครอบครอง ผู้เช่ามีสิทธิเรียกร้องได้ทั้งต่อผู้ให้เช่าและบุคคลภายนอก นอกจากนี้ ในหลักการ Direct-indirect Possession กฎหมายเยอรมันยังรองรับให้ผู้ให้เช่ามีการครอบครองด้วยโดยเป็นการครอบครองโดยอ้อม ในขณะที่ในกฎหมายไทยไม่ได้มีหลักการดังกล่าว จะเห็นได้ว่า การปรับใช้กฎหมายของนักกฎหมายไทยต่อกรณีการครอบครองโดยบุคคลหลายฝ่ายในทรัพย์รายเดียวในบริบทของสัญญาเช่าทรัพย์ยังไม่เป็นระบบ ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรนำแนวคิดและทฤษฎีที่ปรากฎอยู่ในกฎหมายโรมันในฐานะที่เป็นต้นแบบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยมาอธิบายการครอบครองตามกฎหมายไทยเพื่อความสอดคล้องกับแนวคิดและทฤษฎีกฎหมายและทำให้การปรับใช้กฎหมายมีความเป็นระบบนั่นเอง


ปัญหาการคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับ, กฤติน พลกรรณ์ Jan 2018

ปัญหาการคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับ, กฤติน พลกรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันมีการใช้ภาพ ชื่อ เสียง และภาพลักษณ์อื่นๆ ของผู้ล่วงลับในการขายหรือโฆษณาสินค้าและบริการ ตลอดจนการแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับเหล่านั้นสามารถช่วยให้สินค้าหรือบริการได้รับความสนใจจากผู้บริโภคได้ ซึ่งกฎหมายในหลายประเทศมีการคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ให้แก่บุคคลตั้งแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ขยายไปจนถึงเมื่อบุคคลนั้นได้ล่วงลับไปแล้ว โดยให้สิทธิแก่ทายาทของผู้ล่วงลับในการควบคุมการใช้ภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับ รวมทั้งมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนและส่วนแบ่งค่าตอบแทนจากผู้ที่นำภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับไปใช้แสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ อาทิเช่น มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาว่ากฎหมายของประเทศไทยที่บังคับใช้ในปัจจุบัน สามารถให้ความคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับได้อย่างชัดเจนและเพียงพอหรือไม่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ในกรณีการใช้ภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับในเชิงพาณิชย์นั้น ยังไม่มีกฎหมายรับรองและคุ้มครองสิทธิในการใช้ภาพลักษณ์และการได้รับค่าตอบแทนไว้ สิทธิเหล่านี้จึงไม่มีสถานะเป็นทรัพย์สินและไม่อาจตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาท โดยผู้เขียนได้เสนอให้มีการบัญญัติกฎหมายเพื่อรับรองและคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับ สำหรับกรณีการนำภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับไปใช้แสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยรับรองให้สิทธินี้เป็นทรัพย์สินอันอาจตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทได้ และให้ทายาทเป็นผู้มีสิทธิควบคุมการใช้ภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับ ตลอดจนมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนและค่าตอบแทนจากผู้ที่นำภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับไปใช้ในเชิงพาณิชย์


ปัญหาผลของการเลิกสัญญาจ้างทำของ : ศึกษาเฉพาะกรณีสัญญารับเหมาก่อสร้าง, ฐณวดี ชาญฤทธิเสน Jan 2018

ปัญหาผลของการเลิกสัญญาจ้างทำของ : ศึกษาเฉพาะกรณีสัญญารับเหมาก่อสร้าง, ฐณวดี ชาญฤทธิเสน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในกรณีที่สัญญารับเหมาก่อสร้างไม่ได้กำหนดเรื่องผลของการเลิกสัญญาเอาไว้ จำเป็นจะต้องนำบทบัญญัติในมาตรา 391 เรื่องผลของการเลิกสัญญาทั่วไปมาบังคับใช้ กล่าวคือ การกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมเสมือนมิได้ทำสัญญาต่อกัน ทั้งนี้ ผลของการเลิกสัญญาตามบทบัญญัติดังกล่าวขัดกับธรรมชาติของสัญญารับเหมาก่อสร้างเนื่องจากสัญญารับเหมาก่อสร้างมีลักษณะเป็นสัญญาที่มีการก่อหนี้ให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายปฏิบัติการชำระหนี้เป็นช่วงๆกันไปตลอดระยะเวลาของสัญญาและในระหว่างที่มีการปฏิบัติการชำระหนี้นั้นผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต่างก็สมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ดังนั้น เมื่อสัญญารับเหมาก่อสร้างเลิกกันจึงควรให้มีผลเป็นการสิ้นสุดสัญญา โดยสิ้นความผูกพันกันไปในอนาคต เมื่อทำการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกฎหมายไทย กฎหมายอังกฤษ กฎหมายเยอรมัน และกฎหมายฝรั่งเศส เรื่องผลของการเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้างพบว่า ผลของการเลิกสัญญาตามกฎหมายเยอรมันนั้นมีทั้งการเลิกสัญญาแบบกลับคืนสู่ฐานะเดิม (Rücktritt) และการสิ้นสุดสัญญาที่มีผลไปในอนาคต(Kündigung) สำหรับการเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นสัญญาจ้างทำของประเภทหนึ่งนั้นอาจส่งผลไปสู่การกลับคืนสู่ฐานะเดิมหรือการสิ้นไปผลในอนาคตได้ แล้วแต่กรณี ส่วนตามกฎหมายฝรั่งเศสนั้น ผลของการเลิกสัญญามี 2 แบบเทียงเคียงกันได้กับกฎหมายเยอรมัน และสำหรับผลของการเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้างในกฎหมายอังกฤษนั้นก็เป็นการเลิกสัญญาที่มีผลไปในอนาคตอันส่งผลให้คู่สัญญาหลุดพ้นจากการชำระหนี้ภายหลังจากการเลิกสัญญาแล้ว แต่หากมีหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนการเลิกสัญญา คู่สัญญายังคงต้องรับผิดชดใช้กันอยู่ ส่วนในกรณีที่คู่สัญญาได้ตกลงเรื่องผลของการเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้างกันไว้ในสัญญา ก็บังคับตามนั้น ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา(Freedom of Contract) ซึ่งคู่สัญญาสามารถตกลงแตกต่างจากบทบัญญัติของกฎหมายมาตรา 391 ได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ เพราะมาตรา 391 นี้มิใช่กฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 151 เมื่อได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายอังกฤษ กฎหมายเยอรมัน และกฎหมายฝรั่งเศสแล้ว พบว่ากฎหมายอังกฤษ กฎหมายเยอรมัน และ กฎหมายฝรั่งเศส ต่างยอมรับหลักเสรีภาพในการทำสัญญา(Freedom of Contract) คู่สัญญาสามารถตกลงกันอย่างไรก็ได้ แต่จะต้องไม่ขัดกับนโยบายสาธารณะ(Public Policy) และไม่ขัดต่อกฎหมาย หากความตกลงที่แตกต่างจากบทบัญญัติของกฎหมายแต่ไปขัดกับนโยบายสาธารณะ หรือขัดต่อกฎหมาย ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ จากที่ได้ศึกษาเรื่อง ผลของการเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้าง ทั้งกฎหมายไทย กฎหมายอังกฤษ กฎหมายเยอรมัน และกฎหมายฝรั่งเศส ผู้เขียนจึงขอเสนอแนะ ดังนี้ 1.กรณีการใช้สิทธิเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้างโดยผู้ว่าจ้างซึ่งไม่จำต้องอ้างเหตุใดๆ ผู้เขียนเสนอแนะให้มีการตีความว่าการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 605 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นผลของการเลิกสัญญา โดยไม่จำต้องนำผลของการเลิกสัญญาทั่วไปตามมาตรา 391 มาใช้บังคับอีก 2.สำหรับกรณีการเลิกสัญญารับเหมาก่อสร้างโดยมีเหตุสำคัญ ผู้เขียนเสนอแนะให้ตีความมาตรา 391 วรรคสาม เพิ่มเติมโดยให้นำแบบอย่างการตีความมาจากมาตรา 346 ของประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมันซึ่งได้บัญญัติในเรื่องการใช้ค่าแห่งการงานสำหรับกรณีที่ไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ไว้อย่างชัดเจน


บทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ภายใต้วัฒนธรรมทางการเมืองไทย : กรณีศึกษา รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน, ชนินทร์ อินทรปัญญา Jan 2018

บทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ภายใต้วัฒนธรรมทางการเมืองไทย : กรณีศึกษา รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน, ชนินทร์ อินทรปัญญา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงความสัมพันธ์และอิทธิพลของวัฒนธรรมทางการเมืองที่มีต่อบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการจัดทำรายงานและการให้ความเห็นของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในต่างประเทศภายใต้วัฒนธรรมทางการเมืองประชาธิปไตยแบบตะวันตก ได้แก่ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ราชอาณาจักรอังกฤษ สาธารณรัฐฝรั่งเศส และราชอาณาจักรสเปน กับการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการให้ความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติภายใต้วัฒนธรรมทางการเมืองไทย จากการศึกษาพบว่า การให้ความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายกรณียังไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงการมีวัฒนธรรมทางการเมืองระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตกที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้ชัดเจนมากนัก และในบางกรณีได้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมทางการเมืองไทยที่มีผลกระทบต่อการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมทางการเมืองระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก เช่น ในหลายกรณีมิได้มีการให้ความเห็นที่กล่าวถึงคำว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมิได้กล่าวว่ามีการกระทำอันเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในบางกรณีมิได้มีการให้ความเห็นที่ยึดถือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในฐานะที่เป็นคุณค่าสูงสุดของรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ดังนั้น ปัญหาของการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการให้ความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ภายใต้วัฒนธรรมทางการเมืองไทยจึงต้องหาทางออกหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งให้การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้


การนำเทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียงมาใช้ในการสอบสวนคดีอาญา, ธีรัช เทพรักษาใจ Jan 2018

การนำเทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียงมาใช้ในการสอบสวนคดีอาญา, ธีรัช เทพรักษาใจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียงมาใช้ในการสอบสวนคดีอาญาเพื่อแก้ไขปัญหาการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมุ่งศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการบันทึกภาพและเสียงการสอบสวนคดีอาญาของต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์หาแนวทางการบังคับใช้เทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียงในการสอบสวนคดีอาญาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันการสอบสวนหรือการสอบปากคำในคดีอาญาของประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการบังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ผู้ต้องหา พยาน หรือผู้เสียหายให้การรับสารภาพ หรือให้ถ้อยคำใด ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์กับตนเอง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากบทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการสอบสวนของประเทศไทยยังไม่ครอบคลุมและขาดประสิทธิภาพในขั้นตอนการพิสูจน์ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการสอบสวนหรือการสอบปากคำ การบันทึกการสอบสวนไม่ปรากฎหลักฐานในลักษณะภาพและเสียงแต่ถูกจัดให้ดำเนินการในรูปแบบเอกสารเท่านั้น เมื่อได้พิจารณาถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวของต่างประเทศพบว่าได้มีการนำเทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียงเข้ามาทำหน้าที่ในการบันทึกการสอบสวนหรือสอบปากคำไว้ตลอดกระบวนการ ทำให้ปรากฏหลักฐานทั้งภาพและเสียงอันแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมทั้งทางกายและทางวาจาที่เกิดขึ้นทั้งหมด กรณีเกิดการโต้แย้งถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายของการสอบสวนจึงสามารถพิสูจน์ตรวจสอบได้อย่างชัดแจ้ง ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนวิทยานิพนธ์จึงขอเสนอให้ประเทศไทยนำเทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียงมาประยุกต์ใช้ในการสอบสวนหรือสอบปากคำในคดีอาญา โดยนำแนวทางและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กฎหมายต่างประเทศได้กำหนดไว้ มาปรับใช้อย่างเหมาะสมแก่บริบทของสังคมไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ลดน้อยลงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


การกำหนดให้การไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นความผิดอาญา, นุสรา แก้วกัลยา Jan 2018

การกำหนดให้การไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นความผิดอาญา, นุสรา แก้วกัลยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการกำหนดให้การไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร บุตรบุญธรรม ผู้อยู่ในปกครองเป็นความผิดอาญาในประเทศไทย โดยศึกษาการกำหนดความผิดทางอาญาของผู้ที่ละเลยไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรในกฎหมายต่างประเทศ รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมในการบัญญัติความผิดดังกล่าวตามแนวคิดในการกำหนดความผิดทางอาญาต่าง ๆ และพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในความผิดฐานไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับเด็กให้เป็นไปตามมาตรฐานของรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กประกอบกันด้วย เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายของประเทศไทยให้มีความเหมาะสมต่อไป จากการศึกษาพบว่า ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการยับยั้งข่มขู่และป้องกันปราบปรามผู้ที่ละเลยไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร บุตรบุญธรรม ผู้อยู่ในปกครองได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการละเลยไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อบุตร บุตรบุญธรรม ผู้อยู่ในปกครองโดยตรง โดยอาจทำให้ได้รับการเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม มีคุณภาพชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกหลายประการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประโยชน์ส่วนรวมของรัฐต่อไป โดยรัฐต้องเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือบุตร บุตรบุญธรรม ผู้อยู่ในปกครองที่ไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากผู้มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามกฎมาย และเมื่อพิจารณากฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐฝรั่งเศส และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ก็ได้มีการกำหนดความผิดทางอาญาของผู้ที่ละเลยไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรไว้โดยเฉพาะ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงเสนอให้ประเทศไทยมีการกำหนดให้การไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร บุตรบุญธรรม ผู้อยู่ในปกครองเป็นความผิดอาญา โดยแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อลงโทษผู้ที่ละเลยไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร บุตรบุญธรรม ผู้อยู่ในปกครองตามกฎหมาย และเพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองบุตร บุตรบุญธรรม ผู้อยู่ในปกครองจากการไม่ได้รับชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูให้มีโอกาสได้รับชำระมากยิ่งขึ้น


สิทธิเลือกตั้งของผู้ถือบวชในประเทศไทย, พลัฏฐ์ ศุภาหาร Jan 2018

สิทธิเลือกตั้งของผู้ถือบวชในประเทศไทย, พลัฏฐ์ ศุภาหาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งหมายจะศึกษาสาเหตุของการกำหนดให้ ภิกษุ สามเณร นักพรต และนักบวช ซึ่งในการศึกษานี้จะเรียกว่า "ผู้ถือบวช" เป็นบุคคลซึ้งต้องด้วยลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง อันนำมาสู่เงื่อนไขที่ถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองประเภทอื่นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ การศึกษาในงานชิ้นนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบสถานะทางกฎหมายของผู้ถือบวชในศาสนาใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม กอปรกับการศึกษาทฤษฎีว่าด้วยการรับรองสิทธิมนุษยชนในระดับสากล การรับรองสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และแนวคิดว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและศาสนาเพื่อพิจารณาอัตลักษณ์ของประเทศไทยที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและศาสนา จากการศึกษาพบว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ผู้ถือบวชเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ในทางข้อเท็จจริงมีผลแต่เพียงผู้ถือบวชในศาสนาพุทธเท่านั้น เนื่องจากศาสนาอิสลามมีบทบัญญัติกำหนดไว้ชัดเจนว่าบรรดาอิหม่าม บิหลั่น และคอเต็บ ไม่ถือเป็นนักพรต หรือนักบวช ส่วนกรณีของศาสนาคริสต์ ก็ไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายที่กำหนดสถานะของบุคคลที่มีความยึดโยงกับศาสนามากกว่าศาสนิกคนอื่น ให้เป็นนักพรตหรือนักบวช อันจะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือใช้สิทธิทางการเมืองประเภทอื่น กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสามประการ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยกับศาสนาพุทธที่ทำให้เกิดเป็นแนวคิดการแบ่งแยกเรื่องทางโลกออกจากทางธรรม และนำมาสู่อัตลักษณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐต้องคุ้มครองศาสนาพุทธมิให้มัวหมองจากการไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ประการที่สอง คือ ปัญหาความไม่ชัดเจนของความเป็นผู้ถือบวชในการตีความว่าบุคคลใดบ้างที่อาจเป็นผู้ถือบวช ซึ่งสะท้อนออกมาได้สามแง่มุม ทั้งระหว่างผู้ถือบวชในศาสนาเดียวกัน ในต่างศาสนา และระหว่างผู้ถือบวชในศาสนาที่รัฐให้การรับรองและในศาสนาที่ไม่ได้รับรอง อันนำมาซึ่งสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองที่แตกต่างกัน ประการสุดท้ายคือ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไม่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วน หรือก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติจากการจำกัดสิทธิและเสรีภาพที่ไม่สมเหตุสมผล ตลอดจนการที่รัฐไม่ปล่อยให้เป็นเจตจำนงของบุคคลในอันที่จะเลือกว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งในฐานะพลเมืองหรือไม่


แนวทางในการพัฒนากระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหา, พิชญาภา เลอวงศ์รัตน์ Jan 2018

แนวทางในการพัฒนากระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหา, พิชญาภา เลอวงศ์รัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและกฎหมายเกี่ยวกับการชี้ตัวผู้ต้องหาของประเทศไทย รวมทั้งศึกษาแนวคิด รูปแบบวิธีการดำเนินกระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหาในต่างประเทศ เพื่อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาบทบัญญัติกฎหมายและกระบวนการที่เกี่ยวกับการชี้ตัวผู้ต้องหาให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันกระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหาในประเทศไทยยังมีข้อบกพร่องและไม่รัดกุม เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำหนดเรื่องการทำความเข้าใจกับพยานก่อนเริ่มกระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหา ในระเบียบการชี้ตัวผู้ต้องหามีการกำหนดห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเข้าเกี่ยวข้องกับการชี้ตัวผู้ต้องหาแต่มิได้ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวพันกับคดี วิธีการนำเสนอผู้ถูกกล่าวหาก่อให้เกิดการชี้นำ การบันทึกกระบวนการไม่สามารถตรวจสอบได้ถึงความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ในการชี้รูปถ่ายผู้ต้องหามิได้มีหลักเกณฑ์เคร่งครัดโดยเฉพาะกำหนดให้ดุลพินิจกับเจ้าหน้าที่มากเป็นเหตุให้ไม่สามารถป้องกันและคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาได้เท่าที่ควร และประการสุดท้ายไม่มีการกำหนดผลของการที่ไม่ได้ปฎิบัติตามกระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหาไว้ อาจก่อให้เกิดความลักลั่นในการพิจารณาคดีได้ เมื่อพิจารณากฎหมายและมาตรการในกระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหาในต่างประเทศพบว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศฟิลิปปินส์ ต่างก็มีกฎหมายที่ชัดเจนครอบคลุม และสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงอันจะก่อให้เกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหาได้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น ผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้มีการแจ้งทำความเข้าใจกับพยานก่อนการชี้ตัวผู้ต้องหา ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการดำเนินการชี้ตัวผู้ต้องหาเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และกำหนดให้นำเสนอผู้ถูกกล่าวให้พยานดูทีละคน รวมถึงให้บันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาเป็นวิดิโอ นอกจากนี้ในการชี้รูปถ่ายผู้ต้องหาให้ดำเนินการผ่านวิดิทัศน์และกำหนดกระบวนการให้เคร่งครัด และกำหนดให้กรณีที่ไม่ปฎิบัติตามกระบวนการชี้ตัวผู้ต้องหาให้ศาลพิจารณาไม่รับฟังเป็นพยานหลักฐาน โดยนำแนวทางของกฎหมายต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย เพื่อให้การระบุตัวผู้กระทำความผิดจากการชี้ตัวผู้ต้องหาเกิดความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม


ที่มาของนายกรัฐมนตรี : ศึกษากรณีการได้มาของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปีพุทธศักราช 2560, มัณฑิตา รัตนวิโรจน์ Jan 2018

ที่มาของนายกรัฐมนตรี : ศึกษากรณีการได้มาของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปีพุทธศักราช 2560, มัณฑิตา รัตนวิโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นายกรัฐมนตรีถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อประเทศและเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐแทนประชาชน การกำหนดวิธีการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีย่อมจะต้องมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นหรือมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับวิธีการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามบทเฉพาะกาลซึ่งใช้บังคับในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ได้กำหนดข้อยกเว้นที่ไม่จำต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ได้ และในรูปแบบนี้ย่อมเป็นการเปิดช่องให้บุคคลที่ไม่มีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าวให้มีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนในทุกกรณี จึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดกลไกและวิธีการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีเพื่อให้สอดคล้องกับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยและบริบทของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดในทางกฎเกณฑ์ทางการเมือง (political norm) เพื่อใช้ในระยะสั้นเพื่อใช้ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ และสำหรับแนวคิดในทางกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย (legal norm) เพื่อใช้ในระยะยาว ควรที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยมากขึ้น โดยกำหนดเป็นหลักการในรัฐธรรมนูญ เช่น กำหนดให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงรายชื่อเดียว รวมทั้งจะต้องกำหนดให้นายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลจะต้องเป็นผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบที่เป็นผลดีต่อประชาชน อันทำให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน และมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนได้อย่างแท้จริง


เสรีภาพในการประกอบกิจการภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, สุกฤตา ฉัตรพรธนดุล Jan 2018

เสรีภาพในการประกอบกิจการภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, สุกฤตา ฉัตรพรธนดุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่มิได้รับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการอย่างชัดแจ้งนั้น เสรีภาพดังกล่าวยังคงได้รับการรับรองและคุ้มครองหรือไม่ จากการศึกษาพบว่า เสรีภาพในการประกอบกิจการถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพในการประกอบอาชีพซึ่งเป็นเสรีภาพที่ได้มีการรับรองไว้ในมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ด้วยเหตุผลสนับสนุนดังนี้ ประการแรก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในอดีตได้เคยบัญญัติรับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการอย่างชัดแจ้งไว้ควบคู่กับเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ประการที่สอง จากการศึกษาแนวคำวินิจฉัยของศาลไทย ทั้งช่วงก่อนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ที่ไม่ได้มีการบัญญัติรับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการอย่างชัดแจ้ง และในช่วงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่มีการบัญญัติรับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการอย่างชัดแจ้ง ทั้งศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลได้คุ้มครองเสรีภาพในการประกอบกิจการผ่านบทบัญญัติที่รับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพ โดยไม่ได้แยกพิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างการประกอบกิจการกับการประกอบอาชีพ ประการที่สาม จากการศึกษาเปรียบเทียบแนวคำวินิจฉัยของศาลเยอรมัน ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้อง ศาลต่างประเทศก็มิได้แยกพิเคราะห์ความแตกต่างของเสรีภาพทั้งสองเช่นกัน อีกทั้งศาลต่างประเทศได้คุ้มครองเสรีภาพในการประกอบกิจการโดยผ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบัญญัติที่รับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคล ประการที่สี่ ในกรณีที่พิจารณาว่า เสรีภาพในการประกอบกิจการได้รับการรับรองผ่านเสรีภาพในการประกอบอาชีพแล้ว เหตุในการจำกัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ตามมาตรา 40 วรรคสองและวรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จะถูกนำมาพิจารณาในการจำกัดเสรีภาพในการประกอบกิจการด้วย ทั้งนี้ข้อดีของการรับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นเสรีภาพที่ได้รับการรับรองโดยปริยายของเสรีภาพในการประกอบอาชีพ คือ ทำให้การรับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการเป็นไปโดยเคร่งครัดกว่าการรับรองในฐานะที่เป็นเสรีภาพทั่วไปในการกระทำตามมาตรา 25 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และประการสุดท้าย ในการพิจารณาเรื่องการคุ้มครองเสรีภาพในการประกอบกิจการ ตามหลักการตีความกฎหมาย ต้องพิจารณาจากบทบัญญัติเฉพาะที่รับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นประโยชน์กับการคุ้มครองเสรีภาพในการประกอบกิจการ ดังนั้น แม้ว่ามาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จะบัญญัติรับรองเพียงแค่เสรีภาพในการประกอบอาชีพ โดยมิได้บัญญัติรับรองเสรีภาพในการประกอบกิจการไว้อย่างชัดแจ้ง แต่เสรีภาพในการประกอบกิจการยังคงได้รับการรับรองโดยปริยายและได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้


Shear Strength Of Reinforced Concrete Beam With Embedded Steel Trusses, Khonesavanh Pormeuanpieng Jan 2018

Shear Strength Of Reinforced Concrete Beam With Embedded Steel Trusses, Khonesavanh Pormeuanpieng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A steel truss might be embedded in reinforced concrete (RC) beam to enhance strength and stiffness of the beam under extremely high force demands within limited space. Shear strength of such beam construction has not yet been well investigated. This research aims to predict shear strength of RC beam with embedded steel trusses. Several approaches were considered: 1) conventional shear formula ; 2) strut-and-tie model (STM) ; and 3) finite element (FE) method. Shear strength formula and STM follow ACI 318 (2014) and AASHTO LRFD (2012). These approaches were implemented, and results were compared with reference to shear strength test …


Physiological Evaluation Of Cantaloupe Fruit Using Near-Infrared Spectroscopy, Theerawat Ruenkam Jan 2018

Physiological Evaluation Of Cantaloupe Fruit Using Near-Infrared Spectroscopy, Theerawat Ruenkam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cantaloupe (Cucumis melo L.) is an important fruit for the economy of Thailand. The major problem is the non-uniformity of fruit quality. The objective of this research was to study the feasibility of using near infrared spectroscopy (NIRS) for the non-destructive evaluation of cantaloupe quality. Total of 130 ‘Sunlady’ cantaloupe samples were collected for NIR spectral data by 4 different instruments including FT-NIR (MPA) (800-2500 nm), FQA-NIRGUN (700-1100 nm), NIR spectrometer (model 1, 800-1200 nm) and NIR spectrometer (model 2, 650-1100 nm) and analyzed for quality values such as total soluble solids, firmness, total antioxidant capacity, ascorbic acid and glutathione …


Preparation Of Coating Materials With Antifungal Property From Hemp Nanocellulose And Clove Essential Oil Nanoemulsions, Papatsorn Rattanapet Jan 2018

Preparation Of Coating Materials With Antifungal Property From Hemp Nanocellulose And Clove Essential Oil Nanoemulsions, Papatsorn Rattanapet

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to offer an alternative solution to solve Black stripe disease in rubber tree which causes by Phytophthora palmivora by preparing antifungal coating materials from hemp nanocellulose and clove essential oil nanoemulsion. Hemp nanocellulose was used as a matrix which prepared by chemi-mechanical method that hemp was treated with alkaline and bleaching solution before being reduced hemp fibers into nanoscale by microfluidization. Antifungal property of coating materials was developed by the addition of clove essential oil nanoemulsion which prepared by spontaneous emulsification. Tween 20, Span 20, and coconut oil were used as main surfactant, co-surfactant, and carrier oil. …


Multifunctional Properties Of Bacillus Cell Autolysate As Antimicrobial And Coloring Agents In Foods, Bekti Wulan Sari Jan 2018

Multifunctional Properties Of Bacillus Cell Autolysate As Antimicrobial And Coloring Agents In Foods, Bekti Wulan Sari

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to evaluate feasibility of pigments from halophilic Bacillus as coloring agent having multi-bioactivity in foods. Those Bacillus were isolated from Thai traditional salty fermented fish (plara) and identified by 16S rDNA sequencing analysis. Five strains including Bacillus sp. 81-2; 13-3; 77-3, Bacillus amyloliquefaciens 34-12, and Bacillus vietnamensis 39-23, with pink-orange, yellow, and yellow-orange pigmentation were selected as representative of each pigment color shade. All of strains were classified as slight halophilic based on salt tolerance determination. Pigment was extracted and subjected to test for antimicrobial (200 mg/ml) and antioxidant activities (50 mg/ml) through disc diffusion and DPPH …


ผลการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเกมมิฟิเคชันที่มีต่อความสามารถในการประยุกต์ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, นครินทร์ สุกใส Jan 2018

ผลการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเกมมิฟิเคชันที่มีต่อความสามารถในการประยุกต์ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, นครินทร์ สุกใส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการประยุกต์ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ก่อนและหลังใช้ห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเกมมิฟิเคชัน 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการประยุกต์ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายระหว่างกลุ่มที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเกมมิฟิเคชันกับกลุ่มที่ใช้การจัดการเรียนการสอนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ได้มาด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจงและดำเนินการสุ่มนักเรียน 2 ห้องเรียนเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม โดยกลุ่มทดลองได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบปกติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยดำเนินการจัดการเรียนการสอนแก่นักเรียนทั้งสองกลุ่มใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 16 คาบเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบวัดความสามารถในการประยุกต์ความรู้ทางคอมพิวเตอร์ ฉบับก่อนเรียนมีค่าความเที่ยง (สัมประสิทธิ์แอลฟา) เท่ากับ 0.89 และฉบับหลังเรียน ค่าความเที่ยง (สัมประสิทธิ์แอลฟา) เท่ากับ 0.84 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) นักเรียนกลุ่มทดลองมีความสามารถในการประยุกต์ความรู้ทางคอมพิวเตอร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนกลุ่มทดลองมีความสามารถในการประยุกต์ความรู้ทางคอมพิวเตอร์สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาคู่มือการบริหารงานสภานักเรียนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา, คเชนเทพ จันทรวงศ์ Jan 2018

การพัฒนาคู่มือการบริหารงานสภานักเรียนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา, คเชนเทพ จันทรวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานสภานักเรียนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา และเพื่อพัฒนาคู่มือการบริหารงานสภานักเรียนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยมีแหล่งข้อมูลประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้ 1) ระเบียบ/ข้อบังคับ/ธรรมนูญว่าด้วยสภานักเรียนของโรงเรียน, 2) เอกสารคู่มือ/แนวทางการดำเนินงานสภานักเรียนของโรงเรียน, 3) แผนงาน/โครงการ/รายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมสภานักเรียน และ 4) เอกสารประกอบการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียนในปีที่ได้รับรางวัล ในส่วนของการมีส่วนร่วมของสภานักเรียนในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน (องค์ประกอบที่ 2) จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 12 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 48 รายการ ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร, แบบประเมินความเหมาะสมของ (ร่าง) แนวทางฯ และแบบประเมินคุณภาพของ (ร่าง) คู่มือการบริหารงานสภานักเรียนฯ และผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ สรุปผลการวิจัยที่สำคัญได้ดังนี้ 1. แนวทางการบริหารงานสภานักเรียนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา มีทั้งหมด 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Planning) ขั้นตอนที่ 2 การนำแผนสู่การปฏิบัติ (Implementation) และขั้นตอนที่ 3 การประเมินผล (Evaluation) ซึ่งการบริหารงานสภานักเรียนแบ่งกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านคารวธรรม (Respect for Individuals), ด้านสามัคคีธรรม (Sharing, Participating, and Co-operating) และด้านปัญญาธรรม (Faith in the Method of Intelligence) 2. คู่มือการบริหารงานสภานักเรียนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย ชื่อคู่มือ (Name), คำชี้แจง (Explanation), ความเป็นมาและความสำคัญ (Background and Signification), วัตถุประสงค์ (Objectives), ขอบเขต (Scope), คำจำกัดความ (Definition), การบริหารงานสภานักเรียนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยประกอบด้วย ขั้นตอนการบริหารงาน 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน …


แนวคิดชาติ ศาสน์ กษัตริย์ : ความเป็นไทยกับการเข้าร่วมสงครามเกาหลี, เกษราภรณ์ หาญแกล้ว Jan 2018

แนวคิดชาติ ศาสน์ กษัตริย์ : ความเป็นไทยกับการเข้าร่วมสงครามเกาหลี, เกษราภรณ์ หาญแกล้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาเหตุผลของรัฐไทยในการเข้าร่วมสงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950-1953) โดยพบว่าการสร้างวาทกรรมชาตินิยมของรัฐไทยหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำปัจจัยบรรยากาศทางการเมืองสมัยใหม่มาเป็นประเด็นหลักสำคัญ เน้นย้ำไปยังความมั่นคงของประเทศที่กำลังถูกลัทธิคอมมิวนิสต์รุกรานโดยเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์โลกการเมืองสมัยใหม่ที่เกิดการปะทะกันระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์และเสรีประชาธิปไตย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก จนกระทั่งคาบสมุทรเกาหลีกลายเป็นพื้นที่การปะทะกันของอุดมการณ์ทางการเมืองจากทั้งสองฝ่าย เมื่อเกิดสงครามเกาหลีขึ้น ไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกาศเข้าร่วมสงคราม ซึ่งถือเป็นการแสดงท่าทีทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า รัฐไทยนั้นสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์และสนับสนุนอเมริกา อีกทั้งได้รัฐไทยนำเอาแนวคิดชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขึ้นมาเป็นวาทกรรมหลักเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐไทยในการเข้าร่วมสงครามเกาหลี ดังนั้นนโยบายการสร้างชาติและต่อต้านคอมมิวนิสต์ของรัฐไทยได้รับอิทธิพลจากบริบททางการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุกคามจากคอมมิวนิสต์จีนและถูกกำหนดโดยเหตุการณ์ในสถานการณ์ทางการเมืองโลกในช่วงสงครามเกาหลี


การอ้างเหตุผลเพื่อสิทธิสัตว์ของทฤษฎีความเป็นพลเมืองในการต่อต้านทฤษฎีการเลิกทาส, จิรพงศ์ ทรัพย์ขุมทอง Jan 2018

การอ้างเหตุผลเพื่อสิทธิสัตว์ของทฤษฎีความเป็นพลเมืองในการต่อต้านทฤษฎีการเลิกทาส, จิรพงศ์ ทรัพย์ขุมทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาและประเมินการอ้างเหตุผลเพื่อสิทธิสัตว์ของทฤษฎีความเป็นพลเมืองสัตว์ของซู โดนัลสัน กับวิล คิมลิคก้าในการต่อต้านทฤษฎีการเลิกทาสสัตว์ของแกรี่ ฟรานซิโอน ในบทแรกผู้วิจัยอภิปรายทฤษฎีการเลิกทาสสัตว์ของฟรานซิโอนที่ยืนยันแนวคิดว่าการปกป้องสัตว์ต้องกระทำโดย สิทธิพื้นฐานที่จะไม่ถูกปฏิบัติเป็นสิ่งของ ฟรานซิโอนอ้างว่าเหตุผลสนับสนุนพื้นฐานที่สุดของแนวคิดนี้คือการที่แนวคิดนี้แสดงออกได้ดีกว่าถึงหลักการการพิจารณาอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นหลักการที่ได้รับการยอมรับอยู่แล้วโดยผู้ที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการปกป้องสัตว์รูปแบบอื่นๆก่อนหน้าทฤษฎีของเขาจำนวนหนึ่ง เช่น นักทฤษฎีสวัสดิการสัตว์สายประโยชน์นิยม ปีเตอร์ ซิงเกอร์ เป็นต้น ทำให้ทฤษฎีของเขามีความได้เปรียบมากกว่าแนวคิดเหล่านั้นที่แสดงออกถึงหลักการดังกล่าวได้ดีน้อยกว่า ผู้วิจัยพบว่าการอ้างหลักการเรื่องนี้ของฟรานซิโอนรับฟังได้ แต่เนื่องจากทฤษฎีความเป็นพลเมืองสัตว์ของโดนัลสันกับคิมลิคก้ามีเนื้อหาครอบคลุมสิทธิเชิงบวกของสัตว์ที่เพิ่มเติมจากสิทธิพื้นฐานที่จะไม่ถูกปฏิบัติเป็นสิ่งของของฟรานซิโอน ผู้วิจัยจึงตั้งเป็นสมมติฐานว่าทฤษฎีอย่างหลังน่าจะมีการแสดงออกถึงการประยุกต์ใช้หลักการการพิจารณาอย่างเท่าเทียมที่ดีกว่าทฤษฎีการเลิกทาสสัตว์ ในบทที่สองผู้วิจัยวิเคราะห์และอภิปรายการอ้างเหตุผลของทฤษฎีความเป็นพลเมืองสัตว์ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ และพบว่าเป็นจริงตามนั้น ทฤษฎีนี้มีแนวคิดเรื่องการแยกสัตว์ออกเป็น 3 กลุ่มคือ สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และสัตว์กึ่งป่า และแนวทางการปฏิบัติต่อสัตว์สามกลุ่มนี้ในแบบที่สอดคล้องกับความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันที่พวกมันมีต่อมนุษย์ โดยอยู่ภายใต้กรอบคิดเรื่องความเป็นพลเมืองอันเดียวกันที่ประยุกต์มาจากแนวคิดเรื่องความเป็นพลเมืองที่ใช้กับมนุษย์ ทำให้มีการแสดงออกถึงการประยุกต์ใช้หลักการดังกล่าวได้ดีกว่าทฤษฎีการเลิกทาสสัตว์ที่ไม่มีการแยกแยะในลักษณะเดียวกันนี้ ในท้ายบทที่สองผู้วิจัยได้ตอบข้อคัดค้านของโคเครน ฮอร์ต้า และแลดวิกที่ชี้ให้เห็นข้อจำกัดของทฤษฎีความเป็นพลเมืองสัตว์ในเรื่องการนำแนวคิดความเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือเขตแดนและความสามารถทางการรู้คิดที่จำเป็นสำหรับการมองตนเองเป็นสมาชิกร่วมชุมชนและการออกระเบียบต่อตนเองไปใช้กับกรณีของสัตว์ป่า การตอบข้อคัดค้านเหล่านี้โดยชี้ว่าเรื่องที่ถูกวิจารณ์นี้ไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนการเทียบเคียงความเหมือนระหว่างสัตว์ป่ากับมนุษย์ตามที่ผู้วิจารณ์เหล่านี้เข้าใจนั้นช่วยให้ได้ความเข้าใจที่หนักแน่นและมีการแยกแยะมากขึ้นเกี่ยวกับทฤษฎีความเป็นพลเมืองสัตว์ ในบทที่สามผู้วิจัยวิเคราะห์และอภิปรายข้อโต้แย้งที่ชี้ว่าทฤษฎีความเป็นพลเมืองสัตว์ยังคงหนีไม่พ้นการละเมิดหลักการการพิจารณาอย่างเท่าเทียมในบางเรื่อง และในบทที่สี่แสดงการประเมินของผู้วิจัยที่ให้ผลว่าแม้ว่าทฤษฎีนี้จะละเมิดหลักการการพิจารณาอย่างเท่าเทียมในบางเรื่องจริงตามข้อโต้แย้งของเซาแธน แต่โดยรวมแล้วยังคงถือว่ามีการแสดงออกถึงการประยุกต์ใช้หลักการพิจารณาอย่างเท่าเทียมได้ดีกว่าทฤษฎีการเลิกทาสสัตว์ของฟรานซิโอน


การโคลนและการแสดงออกของแฟลกเจลลินจาก Bacillus Subtilis N3 ใน Escherichia Coli เพื่อการยับยั้งราก่อโรคในพืช Curvularia Lunata, จุฑากาญจน์ นามสง่า Jan 2018

การโคลนและการแสดงออกของแฟลกเจลลินจาก Bacillus Subtilis N3 ใน Escherichia Coli เพื่อการยับยั้งราก่อโรคในพืช Curvularia Lunata, จุฑากาญจน์ นามสง่า

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Curvularia lunata เป็นราสายใยที่พบทั่วไปในดินซึ่งก่อให้เกิดโรคในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด และส่งผลให้เกิดความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เกษตรกรจึงจำเป็นต้องควบคุมและกำจัดรานี้ ซึ่งแนวทางที่น่าสนใจในการยับยั้งและกำจัดรา คือ การใช้วิธีการทางชีวภาพซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยก่อนหน้าพบว่าสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจาก Bacillus subtilis N3 สามารถยับยั้งการเจริญของ C. lunata ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพดังกล่าว พบว่าเป็นโปรตีนที่มีความคล้ายกับแฟลกเจลลิน เอ ซึ่งเป็นยูนิตโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของแฟลกเจลลาในแบคทีเรีย งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษายีนที่ประมวลรหัสให้โปรตีนแฟลกเจลลินจาก B. subtilis N3 โดยให้แสดงออกใน Escherichia coli BL21 ผลการวิจัยพบว่ายีนแฟกเจลลินที่สมบูรณ์จาก B. subtilis N3 มีขนาด 990 คู่เบส ที่แปลรหัสให้โปรตีนที่มีกรดอะมิโน 330 เรซิดิว โดยมีความใกล้เคียงกับโปรตีนแฟลกเจลลิน เอ ของแบคทีเรียในกลุ่ม Bacillus สูงถึง 100% เมื่อถ่ายโอนรีคอมบิแนนท์พลาสมิดที่มียีนแฟลกเจลลินดังกล่าวเข้าสู่ E. coli BL21 แล้วชักนำให้เกิดการแสดงออกของโปรตีนด้วย IPTG พบว่าส่วนของเซลล์และส่วนของน้ำเลี้ยงเชื้อที่ปราศจากเซลล์มีการแสดงออกโปรตีนขนาด 37 kDa และ 37-40 kDa ตามลำดับ ภาวะที่เหมาะสมในการชักนำให้เกิดการแสดงออกของโปรตีน คือ IPTG ความเข้มข้นสุดท้าย 0.1 มิลลิโมลาร์ เป็นเวลา 8 ชั่วโมงในส่วนของเซลล์ และ 16 ชั่วโมงในส่วนของน้ำเลี้ยงเชื้อ เมื่อนำมาทดสอบประสิทธิภาพในการยับยั้ง C. lunata พบว่าน้ำเลี้ยงเชื้อปราศจากเซลล์สามารถยับยั้ง C. lunata ได้ 21.3 % เมื่อทำบริสุทธิ์โปรตีนพบว่าโปรตีนบริสุทธิ์มีขนาดประมาณ 41 kDa และมีความสามารถในการยับยั้ง C. lunata ได้ โดยทำให้เกิดความผิดปกติของสายใยและยับยั้งการงอกของสปอร์ เมื่อโคลนและแสดงออกโดเมน N และโดเมน C ของแฟลกเจลลินพบว่าไม่เกิดการแสดงออกโปรตีนใน E. coli BL 21 เมื่อใช้วิธีการกลายแบบสุ่มบนยีนแฟลกเจลลินด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสในภาวะที่มีความแม่นยําต่ำและเอื้อต่อความผิดพลาด พบว่าโคลนที่แสดงออกโปรตีนที่เกิดการกลายบริเวณโดเมน C โดยเกิดการเปลี่ยนแปลง A330T …


Characterization Of Craniofacial And Dental Structures Associated With Osteogenesis Imperfecta, Thunyaporn Budsamongkol Jan 2018

Characterization Of Craniofacial And Dental Structures Associated With Osteogenesis Imperfecta, Thunyaporn Budsamongkol

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objectives: To investigate craniofacial and dental characteristics and identify mutations of the patients affected with osteogenesis imperfecta (OI) and dentinogenesis imperfecta (DGI). Methods: Patients included in this study were diagnosed with OI. Physical, oro-dental, and radiographic examinations were performed. Mutation was identified by whole exome sequencing. Tooth characteristics including mineral density, tooth color, surface roughness, hardness, elastic modulus, mineral compositions, and ultrastructure of DGI teeth were studied compared to the controls. Results: The proband and his father were diagnosed with OI type IV and DGI. Physical and oral examinations indicated classic signs of OI including bone deformities, bone fractures, short …


Activated Carbon Derived From Bacterial Cellulose And Applications As Adsorbent And Solid Acid Catalyst, Arnon Khamkeaw Jan 2018

Activated Carbon Derived From Bacterial Cellulose And Applications As Adsorbent And Solid Acid Catalyst, Arnon Khamkeaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The aim of this research was to investigate the synthesis and characterization of activated carbon from bacterial cellulose (BC-AC) and its applications. The research was divided into three parts. The first part was the preparation of BC-AC and application of BC-AC as an adsorbent in methylene blue (MB) adsorption. Bacterial cellulose (BC) was carbonized with a chemical activation using phosphoric acid as an activating agent. It was found that BC-AC possesses mesoporous structures, high pore volume, high surface area, and high thermal stability. In MB adsorption application, BC-AC was a high effective adsorbent with a fast adsorption rate and high …


Probing The Low-X Gluon Helicity Distribution With Dijet Double Spin Asymmetries In Polarized Proton Collisions At √S = 510 Gev, Suvarna Ramachandran Jan 2018

Probing The Low-X Gluon Helicity Distribution With Dijet Double Spin Asymmetries In Polarized Proton Collisions At √S = 510 Gev, Suvarna Ramachandran

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

The proton is a complex subatomic particle consisting of quarks and gluons, and one of the key questions in nuclear physics is how the spin of the proton is distributed amongst its constituents. Polarized deep inelastic scattering experiments with leptons and protons estimate that the quark spin contribution is approximately 30%. The limited kinematic reach of these experiments, combined with the fact that they are only indirectly sensitive to the electrically neutral gluon, means they can provide very little information about the gluon contribution to the spin of the proton. In contrast, hadronic probes, such as polarized proton collisions provide …


Tumor Multicomponent Targeting Polymer-Lipid Hybrid Nanoparticles To Overcome Drug Resistance In Renal Cell Carcinoma, Hashem Obaid Alsaab Jan 2018

Tumor Multicomponent Targeting Polymer-Lipid Hybrid Nanoparticles To Overcome Drug Resistance In Renal Cell Carcinoma, Hashem Obaid Alsaab

Wayne State University Dissertations

Renal Cell Carcinoma (RCC) contributes to more than 90% of the most common form of kidney tumor and remains one of the ten leading causes of cancer death in the United States. Although surgery remains an option for operable tumors, high metastatic index and resistance to radiation and chemotherapies prompted recent development of therapeutics that target the RCC angiogenesis and cell proliferation pathways. Tyrosine kinase inhibitors or TKIs (Cabozantinib, Axitinib, Sorafenib, and Sunitinib) and mammalian target of rapamycin (mTOR) inhibitors (Temsirolimus and Everolimus) have increased the therapeutic options for treating RCC. Although the impact towards decreasing disease progression is encouraging, …


Viewer Disability And Television Accessibility: Closed-Captioning And Video Description Requirements In Today's Television Environment, Kimberlianne Podlas Jan 2018

Viewer Disability And Television Accessibility: Closed-Captioning And Video Description Requirements In Today's Television Environment, Kimberlianne Podlas

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

The article examines the legal and practical challenges of ensuring accessibility for individuals with sensory impairments in the contemporary television landscape, highlighting gaps in current regulations and the role of voluntary industry efforts in advancing accessibility. It argues that while laws like the Twenty-First Century Communications and Video Accessibility Act (CVAA) and the Americans with Disabilities Act (ADA) provide a framework for accessibility, they fail to comprehensively address the complexities of modern streaming platforms and digital services. The analysis emphasizes the importance of both regulatory expansion and industry-led initiatives to achieve equitable access for all viewers.


Joe Mcknight: Friend, Mentor, Scholar & Legend, Brian L. Webb Jan 2018

Joe Mcknight: Friend, Mentor, Scholar & Legend, Brian L. Webb

SMU Law Review

No abstract provided.


Second Amendment: D.C. Circuit Court Creates Split On The Constitutionality Of Good-Reason Laws, Madeleine Giese Jan 2018

Second Amendment: D.C. Circuit Court Creates Split On The Constitutionality Of Good-Reason Laws, Madeleine Giese

SMU Law Review

No abstract provided.


Disgorgement In Insider Trading Cases: Fy2005-Fy2015, Verity Winship Jan 2018

Disgorgement In Insider Trading Cases: Fy2005-Fy2015, Verity Winship

SMU Law Review

For about 50 years—at least since Texas Gulf Sulphur—the SEC has ordered defendants to disgorge their profits from transactions that violated the securities laws. Despite disgorgement’s long history, in its 2017 opinion in Kokesh v. SEC, the U.S. Supreme Court put two aspects of the remedy on the table. It applied a five-year statute of limitations to disgorgement. It also reopened old questions about agencies’ power to seek remedies not specified in statute. This article provides data to inform these debates over the agency’s use of disgorgement and the effects of Kokesh. It reports the results of an empirical study …


A Texas Two-Step In The Right Direction—Looking Beyond Recent Legislation To Improve The Provision Of Special Education Services In Texas, Taylor Michals Jan 2018

A Texas Two-Step In The Right Direction—Looking Beyond Recent Legislation To Improve The Provision Of Special Education Services In Texas, Taylor Michals

SMU Law Review

This article analyzes the current state of the special education system in Texas following the 85th Legislative Session, focusing on the practical and legal implications of the limitation imposed by the Texas Education Agency in 2004 before analyzing Senate Bill 160, which requires Texas to remove the limitation on special education services, and its future impact on special education in Texas. Additionally, this article addresses Senate Bill 927, which outlined a plan to ensure that students who were previously denied services receive an adequate evaluation, why the legislation failed, and potential remedies for students who have been negatively impacted by …


Avoiding The Alien Tort Statute: A Call For Uniformity In State Court Human Rights Litigation, Alicia Pitts Jan 2018

Avoiding The Alien Tort Statute: A Call For Uniformity In State Court Human Rights Litigation, Alicia Pitts

SMU Law Review

For decades, the Alien Tort Statute (ATS) has played a valuable role in human rights litigation in U.S. courts. However, in recent years, the U.S. Supreme Court has limited the ATS’s effectiveness in a number of respects. In response to these decisions, many scholars have predicted that litigants will begin to evade the restrictive ATS jurisprudence by bringing traditional ATS cases in state courts. This comment reveals that this tactic has not become as prevalent as scholars predicted and evaluates the only two state court cases uncovered by the author’s research. This comment then explains why litigating would-be ATS cases …


Saving Grace: The Role Of Religious Organizations In Disaster Recovery And The Constitutionality Of Federal Funding To Rebuild Them, Cheslea Till Jan 2018

Saving Grace: The Role Of Religious Organizations In Disaster Recovery And The Constitutionality Of Federal Funding To Rebuild Them, Cheslea Till

SMU Law Review

Natural disasters are on the rise and religious organizations, the same organizations that came to victims’ rescue in the wake of the last natural disaster, are often left in the path of destruction. Under President Trump’s administration, FEMA recently amended its disaster assistance program to provide funding for religious organizations. Opponents argue this amendment is a violation of the Establishment Clause, while proponents argue the amended plan finally gives religious organizations the fair treatment they deserve. This new aid program needs to be modified and restricted. Though there is clear precedent to support providing some Public Assistance funding to religious …