Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 661 - 690 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การศึกษาคุณลักษณะด้านการออกแบบของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทรงกระบอกชนิด 18650 ที่มีอัตราส่วนกำลังต่อพลังงานต่างกัน, ภูมิวริสส์ วงษ์ถาวร Jan 2024

การศึกษาคุณลักษณะด้านการออกแบบของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทรงกระบอกชนิด 18650 ที่มีอัตราส่วนกำลังต่อพลังงานต่างกัน, ภูมิวริสส์ วงษ์ถาวร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิด 18650 ที่มีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และ วิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ ทางไฟฟ้า และ ทางเคมีของเซลล์แบตเตอรี่ ที่มีอัตราส่วนกำลังต่อพลังงานที่แตกต่างกันรวมไปถึงการเปรียบเทียบพารามิเตอร์ด้านการออกแบบของเซลล์แบตเตอรี่ และ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างพารามิเตอร์ด้านการออกแบบ และ คุณสมบัติด้านต่าง ๆ กับ อัตราส่วนกำลังต่อพลังงาน ตัวอย่างเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีอัตราส่วนของกำลังต่อพลังงานที่แตกต่างกัน 4 ตัวอย่าง ถูกนำมาวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ ได้แก่ ขนาดความกว้าง ความยาว และน้ำหนักของแบตเตอรี่ และวิเคราะห์คุณสมบัติทางไฟฟ้า ได้แก่ ความจุพลังงาน กำลังไฟฟ้า และความต้านทานภายใน ซึ่งวิเคราะห์โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน IEC62660 โดยค่าอัตราส่วนของกำลังต่อพลังงานของเซลล์แบตเตอรี่ สามารถคำนวณได้จากการทดสอบดังกล่าว และมีค่าเรียงลำดับจากน้อยไปหามากดังนี้ 3.23 , 8.00 , 11.70 และ 12.97 W/Wh จากนั้นเซลล์แบตเตอรี่จะถูกแยกส่วนประกอบเพื่อวิเคราะห์ถึงลักษณะทางกายภาพของส่วนประกอบ ได้แก่ ความยาว ความหนาของขั้วอิเล็กโทรดและตัวรับกระแสไฟฟ้า ค่าการนำไฟฟ้าของขั้วอิเล็กโทรด และ โครงสร้างของขั้วอิเล็กโทรด กับ เยื่อเลือกผ่าน ได้แก่ ขนาดอนุภาคของวัสดุทำขั้ว และ ลักษณะสัณฐานวิทยาของเยื่อเลือกผ่าน ซึ่งจะถูกวิเคราะห์โดยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด รวมไปถึงวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมี โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีบนขั้วอิเล็กโทรด ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่า จากการวิเคราะห์คุณสมบัติทางไฟฟ้าของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความสามารถในการให้กำลังไฟฟ้าสูง จะมีอัตราส่วนกำลังต่อพลังงานสูงกว่า มีแนวโน้มค่าความต้านทานภายในที่ต่ำกว่า และมีค่าการนำไฟฟ้าที่สูงกว่า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความสามารถในการเก็บความจุพลังงานสูง จากการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพพบว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความสามารถในการให้กำลังไฟฟ้าสูง จะมีความยาวของขั้วอิเล็กโทรดที่มากกว่า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความสามารถในการเก็บความจุพลังงานสูง แต่จะมีความหนา และขนาดของอนุภาคของขั้วอิเล็กโทรดน้อยกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความสามารถในการเก็บความจุพลังงานสูง และจากการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีบว่าแบตเตอรี่ที่ทำการทดสอบนั้นมีองค์ประกอบทางเคมีของขั้วแคโทด และ แอโนดเดียวกัน คือ NMC811 และ กราไฟต์ กับ ซิลิกอน


Thai-English Supported Automatic Speech Recognition For Endoscopic Reporting, Arpanant Saeng-Xuto Jan 2024

Thai-English Supported Automatic Speech Recognition For Endoscopic Reporting, Arpanant Saeng-Xuto

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis presents the automatic speech recognition (ASR) system for endoscopic reporting that supports Thai-English code-switching. During endoscopic procedures, gastroenterologists are required to use both hands to handle instruments, thereby complicating the real-time documentation of abnormal findings. While recent advances in speech recognition offer promising solutions, existing models face difficulties with Thai-English code-switching and tend to overfit when fine-tuned on limited datasets. To overcome these limitations, we propose an ASR model enhanced with the Mixture of Experts (MoE) technique to improve transcription accuracy. Furthermore, the Named Entity Recognition (NER) model extracts gastrointestinal (GI) terminology from the transcriptions and classifies its …


การพัฒนาเทคนิคการถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด้วยแผ่นรับภาพดิจิทัล, อภิสรา เทศฐา Jan 2024

การพัฒนาเทคนิคการถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด้วยแผ่นรับภาพดิจิทัล, อภิสรา เทศฐา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการสร้างภาพตัดขวางจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ด้วยแผ่นรับภาพดิจิทัล โดยใช้หุ่นจำลองทรวงอกเด็กและท่อ PVC เพื่อประเมินคุณภาพของภาพจากเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์สองชนิด ได้แก่ เครื่องแบบพกพา (XRS3) และเครื่อง Radioflex พร้อมด้วยการประมวลผลภาพโดยใช้โปรแกรม AIRTools Toolbox และ TIGRE Toolbox ซึ่งรองรับอัลกอริทึมแบบ Filter-Back Projection และการสร้างภาพแบบวนซ้ำ (Iterative Reconstruction) กระบวนการทดลองประกอบด้วยการกำหนดพารามิเตอร์การถ่ายภาพ เช่น ค่า exposure และพลังงานรังสี การหมุนถ่ายภาพเพื่อเก็บข้อมูลโปรเจกชัน และการสร้างภาพตัดขวางด้วยอัลกอริทึมต่าง ๆ ได้แก่ Filter-Back Projection, Kaczmarz, Randomised Kaczmarz, Symmetric Kaczmarz, SART, SIRT และ OS-SART จากนั้นประเมินคุณภาพของภาพด้วยตัวชี้วัด SNR, CNR และ MTF ผลการศึกษาพบว่า การคำนวณสร้างภาพตัดขวางที่มีจำนวนโปรเจกชัน ยิ่งมากขึ้นทำให้ค่า SNR และ CNR สูงขึ้น เป็นผลทำให้คุณภาพของภาพตัดขวางดีมากขึ้น และค่าสูงสุดที่การหมุนภาพ 180 องศา และใช้จำนวนโปรเจกชัน 101 ภาพ โดยเฉพาะเมื่อประมวลผลด้วย TIGRE Toolbox และอัลกอริทึม SIRT ซึ่งให้ค่าความเปรียบต่างดีอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มรอบการวนซ้ำถึงระดับที่เหมาะสม (k = 20) ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพ ก่อนลดลงจาก noise ที่มากเกินไป สำหรับค่า MTF เหมาะสมเมื่อใช้วีธีการประมวลผลด้วย SART นอกจากนี้การประมวลผลด้วย TIGRE Toolbox ยังให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงระบบเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทางการแพทย์มากกว่า AIRTools Toolbox ผลการวิจัยนี้สามารถประยุกต์ใช้ในงานด้านการเรียนการสอน วิจัย และการวางแผนถ่ายภาพเอกซเรย์ในงานวิศวกรรม โดยเสนอแนวทางเปรียบเทียบในการเลือกอัลกอริทึมและพารามิเตอร์ที่เหมาะสมอย่างเป็นระบบ


ประเมินความถูกต้องทางตำแหน่งของพอยต์คลาวด์และวิถีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะจากระบบทำแผนที่ชนิดเคลื่อนที่, พลวัต สันติธรรมนนท์ Jan 2024

ประเมินความถูกต้องทางตำแหน่งของพอยต์คลาวด์และวิถีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะจากระบบทำแผนที่ชนิดเคลื่อนที่, พลวัต สันติธรรมนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ประเมินผลลัพธ์การทำแผนที่บนท้องถนนด้วยระบบทำแผนที่ชนิดเคลื่อนที่ด้วยเลเซอร์สแกน (MMS) โดยใช้เกณฑ์ TAICS TR-0016(E) v1.0:2021 และเกณฑ์ Suggested Specification of Mobile Mapping System (MMS) Data v1.0 เป็นหลัก การประเมินทำโดยวิธีต่างๆ ได้แก่ การประเมินความถูกต้องวิถีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะด้วยระยะห่างเฉลี่ยของระยะต่างระหว่างพิกัดจุดต่อจุด การประเมินความถูกต้องเชิงตำแหน่งและความหนาแน่นพอยต์คลาวด์ การประเมินความถูกต้องเชิงตำแหน่งข้อมูลฟีเจอร์ที่ปรากฏบนผิวถนนและข้างถนนออกไป รวมถึงการประเมินความถูกต้องของตำแหน่งฟีเจอร์ด้วยวิธีการเปรียบเทียบความเหมือนของแนวของฟีเจอร์ ผลการศึกษาพบว่าค่าความละเอียดถูกต้อง RMSE2D และค่าความละเอียดถูกต้อง RMSE3D มีแนวโน้มสูงขึ้นตามความยาวเส้นฐานจีเอ็นเอสเอสและความเร็วที่ออกแบบ การตรวจสอบพบว่าระบบ MMS-III ไม่สามารถผ่านดัชนีตามเกณฑ์ที่ต้องการ เช่น ค่าความละเอียดถูกต้อง RMSE3D ไม่เกิน 30 เซนติเมตร แต่อย่างไรก็ตาม ด้านความหนาแน่นพอยต์คลาวด์เฉลี่ยมีมากกว่า 400 จุดต่อตารางเมตร สามารถทำได้ทั้งระบบ MMS-I, MMS-II และ MMS-III นอกจากนี้ งานวิจัยได้นำเสนอวิธีการใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ที่ปรากฏในแผนที่ด้วยกรรมวิธีต่างๆ โดยอ้างอิงเกณฑ์ด้านตำแหน่งจาก TAICS TR-0016(E) v1.0:2021 ซึ่งพบว่าระบบ MMS-III มักไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว งานวิจัยนี้ยังได้ประยุกต์กับมาตรฐานและกฎหมายเพื่อเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนำเสนอวิธีการประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่เป็นแนวของฟีเจอร์ใหม่


Real-Time Occupancy-Based Control Of Hvac Systems In Office Buildings Considering Energy Saving And Thermal Comfort, Emmanuel Agabi Jan 2024

Real-Time Occupancy-Based Control Of Hvac Systems In Office Buildings Considering Energy Saving And Thermal Comfort, Emmanuel Agabi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Traditional heating, ventilation, and air conditioning (HVAC) control systems often waste energy and fail to maintain thermal comfort due to their reliance on static setpoints, manual on/off control, and limited responsiveness to occupancy and weather conditions. With advancements in the Internet of Things (IoT), integrating occupancy data into building energy management systems, including HVAC systems, has progressed beyond conventional sensor-based approaches. This thesis addresses the inefficiency of traditional control of HVAC systems by proposing two strategies for a single-zone office building. The first one is occupancy-based control (OBC), and the second is data-driven supervisory model predictive control (SMPC). By leveraging …


Development Of Regional Severity-Duration-Frequency (Sdf) Curves In Cambodia Using Standardized Precipitation Index (Spi), Sophanny Phan Jan 2024

Development Of Regional Severity-Duration-Frequency (Sdf) Curves In Cambodia Using Standardized Precipitation Index (Spi), Sophanny Phan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Drought is one of the most destructive natural hazards that causes scarcity and lack of water in hydrological basins and impacts economic, social, and environmental system. This study aims to develop Severity-Duration-Frequency (SDF) curves to provide a comprehensive characterization of droughts in the Lower Mekong River Basin in Cambodia from 1985 to 2022. A Bayesian bias correction technique was applied to improve reanalysis rainfall data from ERA-5, resulting in enhanced accuracy which evidenced by an 11% increase in correlation coefficients (R), a 9% improvement in Nash-Sutcliff efficiency (NSE), and a 45% reduction in RMSE. The corrected rainfall data were then …


Enhancing Large Language Models For Thai Legal Chatbots, Supachoke Hanwiboonwat Jan 2024

Enhancing Large Language Models For Thai Legal Chatbots, Supachoke Hanwiboonwat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Currently, developing a Thai legal question-answering system for the general public is highly challenging due to the complex, difficult-to-understand language and the extensive content of legal codes. This research proposes a Thai legal question-answering system designed for the public, aiming to establish best practices for developing effective legal QA systems. To improve performance, we created our own Thai legal QA dataset and incorporated data from various sources. We conducted comparative experiments to identify the most suitable language model for Thai legal contexts, and fine-tuned the models with diverse datasets for enhanced capabilities in legal QA and legal examinations. Additionally, we …


การประยุกต์อุปกรณ์ล็อกยึดต้านแผ่นดินไหวสำหรับทางรถไฟยกระดับในประเทศไทย, ศิริวัฒน์ บุญญาภิสมภาร Jan 2024

การประยุกต์อุปกรณ์ล็อกยึดต้านแผ่นดินไหวสำหรับทางรถไฟยกระดับในประเทศไทย, ศิริวัฒน์ บุญญาภิสมภาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการพัฒนาโครงการทางคมนาคมหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจคือการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ ถึงแม้ว่าไทยจะไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตแผ่นดินไหวโดยตรง แต่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและต้นทุนค่าก่อสร้าง งานวิจัยฉบับนี้มุ่งเน้นการศึกษาอุปกรณ์ล็อกยึด (Lock-Up Device, LUD) ในโครงสร้างทางรถไฟยกระดับแบบต่อเนื่อง 3 ช่วง ช่วงละ 35 เมตร โดยมีความสูงของเสาตอม่อ 20 เมตร และถูกออกแบบให้รองรับรถไฟประเภท U20 สำหรับการทำงานของ LUD คือการล็อกการเคลื่อนที่ของโครงสร้างเมื่อเกิดแรงกระทำที่ทำให้โครงสร้างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เช่น แรงแผ่นดินไหว หรือแรงเบรกของขบวนรถไฟขณะที่ปล่อยให้โครงสร้างเคลื่อนที่อย่างอิสระภายใต้แรงกระทำที่มีความเร็วต่ำ เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิหรือแรงคืบของวัสดุ โดยทำการพิจารณาแผ่นดินไหวตามมาตรฐาน มยผ. (มาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวของประเทศไทย) ผลการศึกษาพบว่าการติดตั้งอุปกรณ์ล็อกยึด สามารถช่วยกระจายแรงแผ่นดินไหวจากเสาตอม่อแบบ Fixed ไปยังเสาตอม่อแบบ Roller ทำให้โครงสร้างมีความสามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ LUD ยังช่วยลดปริมาณเหล็กเสริมในเสาตอม่อส่งผลให้สามารถลดต้นทุนในการก่อสร้างได้ อีกทั้งชี้ให้เห็นว่า LUD มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถในการต้านทานแรงแผ่นดินไหวอย่างมีนัยสำคัญ


การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนกระบวนการบริหารงานเหล็กเสริมในโครงการก่อสร้าง, ภูมิพัฒน์ เดชชัย Jan 2024

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนกระบวนการบริหารงานเหล็กเสริมในโครงการก่อสร้าง, ภูมิพัฒน์ เดชชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริหารจัดการเหล็กเสริมในงานก่อสร้างอย่างแม่นยำเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการและลดการสูญเสียวัสดุที่ไม่จำเป็น งานวิจัยนี้นำเสนอการพัฒนาระบบอัตโนมัติที่ผสานการทำงานของแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (BIM), อัลกอริทึมการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยภาษา Python และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเหล็กเสริมในขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การถอดปริมาณ การวางแผนการตัดเหล็ก การตรวจนับเหล็กก่อนเก็บในคลัง และการตรวจสอบการติดตั้งก่อนเทคอนกรีต โดยใช้โมเดล YOLOv8 และ YOLOv8-seg ในการตรวจจับและจำแนกเหล็กเสริมจากภาพถ่ายภาคสนาม ผลลัพธ์จากการตรวจสอบถูกนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากแบบจำลองโครงสร้าง 3 มิติเพื่อประเมินความสอดคล้อง และวิเคราะห์รูปแบบการตัดเหล็กเพื่อให้เกิดเศษวัสดุน้อยที่สุดภายใต้ข้อจำกัดของความยาวเหล็กที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ระบบที่พัฒนาขึ้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและลดข้อผิดพลาดจากแรงงานคน พร้อมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมจริงของสถานที่ก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ผลของความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเติบโต การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ และองค์ประกอบทางชีวเคมีในจุลสาหร่ายสีเขียว Chlorococcum Humicola, ภัคพล ไตรเสรีกิจ Jan 2024

ผลของความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเติบโต การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ และองค์ประกอบทางชีวเคมีในจุลสาหร่ายสีเขียว Chlorococcum Humicola, ภัคพล ไตรเสรีกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้นำเสนอผลการศึกษาในจุลสาหร่าย Chlorococcum humicola ที่เพาะเลี้ยงในระบบแบตช์เป็นเวลา 10 วัน ภายใต้ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ที่แตกต่างกัน (0.04% ถึง 20%) และก๊าซเสียสังเคราะห์ เปรียบเทียบกับจุลสาหร่าย Chlorella vulgaris โดยเน้นที่ผลผลิตชีวมวล ผลผลิตแคโรทีนอยด์ และศักยภาพในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ในชุดการทดลองที่เพาะเลี้ยงที่ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ 5% นั้นได้รับผลน้ำหนักแห้งเมื่อสิ้นสุดการทดลองสูงสุด (869 ± 133.2 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับ C. humicola และ 1284 ± 132.6 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับ C. vulgaris) พร้อมกับอัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ (154 ± 22.74 มิลลิกรัม/ลิตร·วัน สำหรับ C. humicola และ 214 ± 13.51 มิลลิกรัม/ลิตร·วัน สำหรับ C. vulgaris) จุลสาหร่ายทั้งสองสายพันธุ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงความทนทานต่อก๊าซเสียสังเคราะห์ (CO2 = 15.50%, NOX = 220 พีพีเอ็ม และ SOX = 1.30 พีพีเอ็ม) ทำให้มีความเข้มข้นของชีวมวลเทียบได้กับที่สังเกตได้ภายใต้ความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์ 10% และ 15% รวมถึงอากาศปกติ เมื่อเพาะเลี้ยงด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ความเข้มข้น 5% จุลสาหร่ายทั้งสองสายพันธุ์ยังแสดงปริมาณแคโรทีนอยด์รวมสูงสุดในชุดการทดลองนี้ โดยนีโอแซนทินและวิโอลาแซนทินมีปริมาณมากที่สุดและพบเบต้าแคโรทีนเฉพาะในจุลสาหร่าย C. humicola ในขณะที่ลูทีนมีมากที่สุดใน C. vulgaris ข้อได้เปรียบของจุลสาหร่าย C. humicola ที่แตกต่างจาก C. vulgaris ก็คือ C. humicola มีการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้กระบวนการเก็บเกี่ยวชีวมวลง่ายขึ้นโดยสามารถใช้วิธีการเก็บเกี่ยวที่ใช้พลังงานต่ำและคุ้มทุน เช่น การตกตะกอนโดยแรงโน้มถ่วงและการกรอง อีกทั้งในกระบวนการเก็บเกี่ยว C. humicola นี้มีประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวโดยการตกตะกอนอยู่ที่ 90% โดยประมาณ


Ethanol-Assisted Co2 Hydrogenation To Methanol In A Trickle-Bed Reactor, Pattarapol Akeakkharanusorn Jan 2024

Ethanol-Assisted Co2 Hydrogenation To Methanol In A Trickle-Bed Reactor, Pattarapol Akeakkharanusorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The hydrogenation of carbon dioxide (CO2) to methanol is a promising approach for CO2 utilization. However, conventional methanol synthesis is thermodynamically limited at high temperatures. Alcohol-assisted methanol synthesis has emerged as a novel low-temperature method, using alcohol as a catalytic solvent to alter reaction pathways. Equilibrium analysis using Gibbs free energy minimization in Aspen Plus showed that increasing ethanol enhanced CO2 conversion and methanol yield. At high ethanol concentrations, ethanol remained in the liquid phase. This study investigated ethanol-assisted CO2 hydrogenation in a trickle-bed reactor using a commercial Cu/ZnO/Al2O3 catalyst. CO2 and H2 were introduced in gaseous form, while ethanol …


แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้การจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับวางแผนและดำเนินการโครงการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Leed, เพ็ญกัญญา ไพศาลเกียรติกุล Jan 2024

แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้การจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับวางแผนและดำเนินการโครงการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Leed, เพ็ญกัญญา ไพศาลเกียรติกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อาคารที่มีอยู่มักจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงดำเนินการและบำรุงรักษาอาคาร (operation and maintenance, O&M) ซึ่งมีการปล่อยคาร์บอนและใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงให้เป็นอาคารเขียว (green retrofitting) เป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอาคาร งานวิจัยนี้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งใช้การจำลองสารสนเทศอาคาร (building information modeling, BIM) เพื่อรวบรวมและแสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับวางแผนและดำเนินการโครงการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้เป็นอาคารเขียวตามมาตรฐาน LEED V4.0 O+M แพลตฟอร์มดิจิทัลนี้ประกอบด้วย 4 มอดูลหลัก ได้แก่ 1) มอดูลจัดเตรียมข้อมูลจากแบบจำลอง BIM และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ 2) มอดูลวิเคราะห์เครดิต LEED เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ 3) มอดูลวางแผนและควบคุมโครงการโดยติดตามสถานะเครดิตและเอกสาร และ 4) มอดูลรายงานและแสดงผลเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ แพลตฟอร์มนี้จะสามารถช่วยที่ปรึกษาอาคารเขียว ผู้จัดการโครงการ และเจ้าของโครงการในกระบวนการวางแผนและดำเนินงาน โดยผู้ร่วมโครงการทุกคนจะทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน ทุกฝ่ายจะเข้าใจบทบาทและกิจกรรมที่ต้องดำเนินการในแต่ละช่วงของโครงการอย่างชัดเจน นอกจากนั้นแพลตฟอร์มยังช่วยจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนตามมาตรฐาน LEED V4.0 O+M


การเสริมการจำแนกภูมิประเทศด้วยการวิเคราะห์พืชพรรณ สำหรับหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติภายนอกอาคาร, พัณณ์นิกา มุกด์สุวรรณ์ Jan 2024

การเสริมการจำแนกภูมิประเทศด้วยการวิเคราะห์พืชพรรณ สำหรับหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติภายนอกอาคาร, พัณณ์นิกา มุกด์สุวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยด้านการนำทางของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ การจำแนกภูมิประเทศในสภาพแวดล้อมกลางแจ้งถือเป็นหัวข้อสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อน เช่น พื้นที่ป่าไม้ ซึ่งมักเต็มไปด้วยโครงสร้างแข็ง พื้นที่ขรุขระ หลุมลึก และพืชพรรณที่ขึ้นอย่างหนาแน่น ความแม่นยำในการจำแนกภูมิประเทศจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติสามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมและนำทางผ่านพื้นที่ที่มีความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้นำเสนอวิธีการจำแนกภูมิประเทศแบบเอชแอลดีวี (ความสูง-ระยะทาง-ความหนาแน่น-พืชพรรณ) ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากวิธีเอชแอลดี (ความสูง-ระยะทาง-ความหนาแน่น) แบบดั้งเดิม โดยเพิ่มคุณลักษณะเกี่ยวกับพืชพรรณ (v) เข้าไปในโมเดล จากเดิมที่ใช้เพียง 3 คุณลักษณะ ได้แก่ ความแตกต่างของความสูง (h) ระยะทาง (l) และความหนาแน่น (d) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่อันตรายสำหรับหุ่นยนต์ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ตัวจำแนกเอชแอลดีวีช่วยเพิ่มความสามารถของหุ่นยนต์ในการนำทางผ่านพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยพืชพรรณได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ฟังก์ชันแบบกฎยกกำลังในโมเดลคุณลักษณะด้านพืชพรรณ การพัฒนานี้ส่งผลโดยตรงต่อการปรับปรุงประสิทธิภาพในการวางแผนเส้นทาง ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติสามารถปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมกลางแจ้งที่มีความท้าทายสูง


Simulation Study For Enhancing Thermal Performance Of Cotton Facemasks Through Integration Of Organic Phase Change Materials, Poptham Chaviengpop Jan 2024

Simulation Study For Enhancing Thermal Performance Of Cotton Facemasks Through Integration Of Organic Phase Change Materials, Poptham Chaviengpop

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Climate change has caused temperature extremities around the world. Maintaining body temperature against cold temperatures is important for preventing long term health risks. PCM incorporated facemasks offers the solution to this problem. In this study, computational fluid dynamics utilizing laminar flow of air in a simulated wind chamber is used to model the human breathing cycle in cold environments (0-10°C) through four different types of PCM incorporation facemasks (random, coating, hollow fiber, and lamination) used in the industry and three separate PCM candidates (n-octadecane, capric acid, and PEG-600). The findings indicates that the facemask utilizing the coating PCM incorporation method …


Mg And Ce Doping On Cu/Zno/Al2o3 Catalysts For Methanol Synthesis From Ethanol-Assisted Carbon Dioxide Hydrogenation In Fixed-Bed Reactor, Panisara Kampaeng Jan 2024

Mg And Ce Doping On Cu/Zno/Al2o3 Catalysts For Methanol Synthesis From Ethanol-Assisted Carbon Dioxide Hydrogenation In Fixed-Bed Reactor, Panisara Kampaeng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Currently, the world is facing the problem of global warming causing by excessive carbon dioxide (CO2). According to the WMO report, the global surface temperature is expected to increase if no serious mitigation strategies are implemented. Carbon capture utilization (CCU) of a low value greenhouse gas into high-value chemicals is an approach to reduce emissions and valuable chemical production. Among the various CO2 conversion technologies, thermo-catalytic reaction using hydrogen is the most suitable for industrial applications. Methanol is used as a fuel, solvent, and raw material for high value chemicals. Conventional methanol synthesis has thermodynamic limitations, as the reaction is …


การพัฒนาระบบสารสนเทศของกระบวนการปล่อยผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์, นัยรัตน์ เดชเสงี่ยมศักดิ์ Jan 2024

การพัฒนาระบบสารสนเทศของกระบวนการปล่อยผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์, นัยรัตน์ เดชเสงี่ยมศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับการปล่อยผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ โดยเปลี่ยนจากการใช้ระบบตรวจสอบในรูปแบบเอกสารกระดาษไปสู่กระบวนการประมวลผลข้อมูลผ่านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้า ความไม่ถูกต้อง และความซ้ำซ้อนในกระบวนการปัจจุบัน การดำเนินงานประกอบด้วยการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ เช่น ผังงาน แผนภูมิกระบวนการไหล และแผนภาพการไหลของกระบวนการ เพื่อจำลองและวิเคราะห์ขั้นตอนต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความสูญเปล่า รวมถึงการประยุกต์ใช้เครื่องมือวิเคราะห์คุณภาพ ได้แก่ แผนผังก้างปลา การวิเคราะห์โหมดความล้มเหลวและผลกระทบ (FMEA: Failure Mode and Effects Analysis) และการวิเคราะห์แบบ Why-Why Analysis เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์ของการวิจัยคือการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันออนไลน์ที่รองรับการทำงานแบบอัตโนมัติ และสามารถเชื่อมต่อกับระบบตรวจสอบระยะไกลแบบเรียลไทม์ โดยใช้วงจรชีวิตการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development Life Cycle: SDLC) ภายใต้ Waterfall Model เป็นกรอบการดำเนินงานหลัก มีการวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองข้อมูลผ่าน Data Flow Diagram (DFD) และ Entity-Relationship Diagram (ERD) รวมถึงการออกแบบฐานข้อมูลโดยใช้กระบวนการ Normalization เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล แอปพลิเคชันได้รับการออกแบบตามหลักการของ UX/UI และผ่านการทดสอบการใช้งานด้วยวิธี Usability Testing โดยมีผู้ใช้งานจำนวน 10 คนเข้าร่วมการทดสอบ ผลการทดสอบพบว่าระบบมีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน โดยมีอัตราความสำเร็จในการใช้งาน 100% และได้รับคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 86.23 จาก 100 คะแนน นอกจากนี้ ระบบใหม่ยังสามารถลดระยะเวลารวมของกระบวนการปล่อยผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ได้ถึง 24.62% และช่วยลดต้นทุนแรงงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านกระดาษและการจัดการเอกสารได้มากถึง 75,567 บาทต่อปี


Photocatalytic Activity Of N, S-Cqds/Tio2 Composites For The Degradation Of Methylene Blue Under Light Irradiation, Thanyapak Akkharaamnuay Jan 2024

Photocatalytic Activity Of N, S-Cqds/Tio2 Composites For The Degradation Of Methylene Blue Under Light Irradiation, Thanyapak Akkharaamnuay

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Water pollution from synthetic dyes like methylene blue (MB), especially from textile industries, poses serious environmental challenges due to their resistance to conventional treatment. This study focuses on the develops nitrogen and sulfur co-doped carbon quantum dots (N, S-CQDs) incorporated into titanium dioxide (TiO2) for the degradation of methylene blue under light irradiation. The composites were calcined at 400 °C and 500 °C to investigate the effect of calcination temperature on photocatalytic performance. Characterization was conducted using techniques such as XRD, SEM-EDX, TEM, FT-IR, UV–Vis spectroscopy, Photoluminescence, and BET analysis. The results revealed that increasing the calcination temperature enhanced crystallinity, …


Using Obstacle Trenches For Enhancing Microplastic Trapping In Microwells, Teeraphat Kongsaktrakul Jan 2024

Using Obstacle Trenches For Enhancing Microplastic Trapping In Microwells, Teeraphat Kongsaktrakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The particle trapping efficiency of microwells is influenced by the fluid flow velocity. If the flow velocity is too slow, trapping will take longer. In contrast, if the flow velocity is too fast, the trapping efficiency will decrease. Therefore, deceleration near the microwells is important for increasing trapping efficiency. The aim of this study is to investigate important factors that affect local flow velocity and trapping efficiency. This includes the presence of obstacle trenches, flow rates, particle concentrations, particle sizes, and surface materials. Two models were investigated and compared: one with triangular obstacle trenches placed in front of the microwells …


การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิเคราะห์การสั่นสะเทือนของเครื่องจักร ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง, ทศพล ลัทธปรีชา Jan 2024

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิเคราะห์การสั่นสะเทือนของเครื่องจักร ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง, ทศพล ลัทธปรีชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) มาประยุกต์ใช้ในระบบการผลิตและบำรุงรักษาเครื่องจักรนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยระบบ IoT ช่วยให้เครื่องจักรสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถตรวจสอบสภาพการทำงานของเครื่องจักรได้อย่างต่อเนื่อง การตรวจจับปัญหาก่อนเกิดความเสียหายจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องจักรหมุนรอบเช่น มอเตอร์ ที่มักจะแสดงสัญญาณความผิดปกติในรูปของการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ และโดยทั่วไปมักไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูง งานวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนาแบบจำลอง AI ร่วมกับระบบ IoT ในการตรวจจับและวิเคราะห์การสั่นสะเทือนจากเครื่องจักร โดยใช้ ADXL345 Accelerometer และ ESP32 Microcontroller ซึ่งมีทั้งประสิทธิภาพและราคาที่ย่อมเยาว์ โดยเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลการสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ทดลองและปรับข้อมูลให้เป็นรูปแบบ Frequency Domain ด้วยวิธี Fast Fourier Transform (FFT) ต่อมาใช้ข้อมูลนี้ในการฝึกและทดสอบแบบจำลอง AI เพื่อนำมาใช้งานบนอุปกรณ์ โดยการเชื่อมโยงการรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นระบบ IoT งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบตรวจสอบการสั่นสะเทือนที่มีราคาย่อมเยาว์ โดยใช้เทคโนโลยี AI และ IoT ในการบำรุงรักษาเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม


การลดข้อบกพร่องในกระบวนการประกอบชิ้นส่วนฉนวนซับเสียงหลุดร่วงในตัวถังรถยนต์ โดยแนวทางซิกซ์ซิกม่า, เทวัญ เปี่ยมศักดิ์ Jan 2024

การลดข้อบกพร่องในกระบวนการประกอบชิ้นส่วนฉนวนซับเสียงหลุดร่วงในตัวถังรถยนต์ โดยแนวทางซิกซ์ซิกม่า, เทวัญ เปี่ยมศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดสัดส่วนของเสียและค่าใช้จ่ายอัตราการทำลายชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ จากปัญหาชิ้นส่วนฉนวนดูดซับเสียงหลุดร่วงไปในโลหะของตัวถังรถยนต์ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างชิ้นส่วนฉนวนดูดซับเสียงและชิ้นส่วนปั๊มโลหะของตัวถังรถยนต์โดยใช้ระเบียบวิธีซิกซ์ซิกม่า โดยที่ชิ้นส่วนฉนวนกันเสียงที่ผลิตโดยซัพ-พลายเออร์ระดับหนึ่ง ในประเทศไทย โดยบ่งตามลำดับของผู้ส่งมอบ เป็นชิ้นส่วนประกอบในชิ้นส่วนโลหะของตัวรถที่ช่วยลดเสียงรั่วเข้าไปในห้องโดยสารขณะใช้งานในรถยนต์โดยสาร ผลิตโดยผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) ในประเทศไทย ชิ้นส่วนฉนวนกันเสียงหายไปเมื่อกระบวนการประกอบบางส่วนประมวลผลว่าชิ้นส่วนฉนวนเสียหายจากตำแหน่งปกติของชิ้นส่วนโลหะของตัวรถ และฟังก์ชันการประกอบชิ้นส่วนไม่เป็นไปตามมาตรฐาน บริษัทสังเกตเห็นว่าชิ้นส่วนฉนวนที่เสียหายในปัจจุบันไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เมทริกซ์สาเหตุและผลในขั้นตอนการวัดของแนวทาง Six Sigma และ ขั้นตอนของ DMAIC ถูกนำมาใช้เพื่อระบุสาเหตุหลักของปัญหา สาเหตุปัจจัย ดังกล่าว ได้แก่ ขนาดรูโลหะของตัวถัง ,ขนาดชิ้นส่วนคลิปฉนวน และความหนาของชิ้นงานโลหะแผ่น การทดลองการออกแบบแบบแฟกทอเรียล หลังจากขั้นตอนการปรับปรุง เมื่อพารามิเตอร์ทั้งหมดของปัจจัยต่างๆ ได้รับการกำหนดอย่างถูกต้องตามผลลัพธ์ที่ได้จากขั้นตอนการปรับปรุง โดยชิ้นส่วนฉนวนจากหลุดร่วงจากตัวถังรถยนต์จะลดขนาดชิ้นส่วนที่ต้องส่งทำลายลดลงได้จาก 0.91% เป็นศูนย์ ภายในมาตรฐานของบริษัท ที่สำคัญที่สุดคือ ชิ้นส่วนฉนวนจะถูกแก้ไขปัญหาและถูกปรับปรุงเมื่อนำเข้ากระบวนการผลิตจำนวนมากอย่างถาวร ด้วยต้นทุนของการกำจัดเศษโลหะของตัวรถที่ไม่ได้มาตรฐานที่ลดลงได้ 854,247.89 บาทต่อเดือน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นี้สามารถผลิตและใช้ได้จริงเป็นจำนวนมากกับผู้ผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในโรงงานกรณีศึกษาในประเทศไทย


Regeneration Of Carbon Dioxide-Rich Amines Via Mineralization, Tanasorn Thumpanisakool Jan 2024

Regeneration Of Carbon Dioxide-Rich Amines Via Mineralization, Tanasorn Thumpanisakool

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Carbon dioxide (CO2) a major driver of the increasing greenhouse effect, making the development of CO2 capture and utilization technologies. Although monoethanolamine (MEA) is a highly efficient sorbent, the energy cost of its thermal regeneration remains a significant challenge. This thesis investigates a low-energy regeneration route for MEA based on mineralized CO2. Especially, the study systematically investigates the effects of MEA concentration, calcium source selection, and amine regeneration mechanisms. A 5 M MEA solution achieved a CO2 loading capacity up to 2.9 mol/L. However, mineralization with CaSO4 alone resulted in irreversible MEA protonation and poor reusability. Mechanistic analysis revealed that …


Development Of Spinal Tethering Device For Posterior Lumbar Interbody Fusion: A Finite Element Study, Nuttawut Janwimaluang Jan 2024

Development Of Spinal Tethering Device For Posterior Lumbar Interbody Fusion: A Finite Element Study, Nuttawut Janwimaluang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Adjacent Segment Disease (ASDis) is the complication occurring after Posterior Lumbar Interbody Fusion (PLIF) surgery due to increased mechanical stress at adjacent unfused segments. Tethering techniques have been studied to mitigate the risk of ASDis by adjusting the spinal load distribution. This study investigates the biomechanical effects of tethering with Finite Element Analysis (FEA), using a validated L1-L5 spine finite element model focusing on Intervertebral Disc (IVD) pressure and Range of Motion (ROM). The model was applied in four movement directions (Flexion, Extension, Lateral bending, Axial rotation) with tethering applied at the spinous process under two pretension forces (25 N …


Design And Development Of A Sustainable Ethylene Glycol Production Process Via Electrochemical Co2 Reduction, Nichapat Leelalertwong Jan 2024

Design And Development Of A Sustainable Ethylene Glycol Production Process Via Electrochemical Co2 Reduction, Nichapat Leelalertwong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Addressing the critical issue of rising atmospheric CO2 concentrations and their impact on climate change necessitates innovative technological solutions. This study presents a novel and sustainable method for producing ethylene glycol, commonly used in antifreeze, polyester, and various industrial applications, through electrochemical CO2 reduction, offering a lower environmental impact compared to conventional coal-based or biomass-based processes. This process is known as the "OCEAN" technique, which utilizes oxalic acid as a key intermediate to enhance efficiency and minimize unwanted byproducts. The process was simulated in Aspen Plus to evaluate both technological performance and environmental impact. CO2 is converted to oxalic acid …


Enhancing Energy Efficiency In Kubernetes Cluster Through Energy-Aware Resource Scheduling By Node Labeling Assignment, Soundharya Moorthi Jan 2024

Enhancing Energy Efficiency In Kubernetes Cluster Through Energy-Aware Resource Scheduling By Node Labeling Assignment, Soundharya Moorthi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As the demand for cloud-native infrastructure grows, managing energy becomes increasingly essential for small-scale and large-scale Kubernetes clusters. This research introduces two scheduling strategies to enhance energy usage in Kubernetes clusters: the energy-aware resource scheduler and the adaptive energy-aware resource scheduler. Both approaches aim to reduce energy consumption by dynamically managing node states and workload assignments based on resource utilization. Both schedulers are implemented as extenders on top of the default Kubernetes scheduler. A comparative evaluation against the default Kubernetes scheduler and the bin packing scheduler, using power and energy utilization metrics, demonstrates that while the energy-aware scheduler achieves notable …


การศึกษาวัจนกรรมการปลอบใจของผู้พูดภาษาไทยกับผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน และผู้พูดภาษาจีนกับผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย, กุ้ยหลิง หู Jan 2024

การศึกษาวัจนกรรมการปลอบใจของผู้พูดภาษาไทยกับผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน และผู้พูดภาษาจีนกับผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย, กุ้ยหลิง หู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาที่ปรากฏในการแสดงวัจนกรรมการปลอบใจของผู้พูดภาษาไทย ผู้พูดภาษาจีน ผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน และผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย รวมถึงการถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์จากภาษาแม่ และศึกษาปัจจัยระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่มีผลต่อกลวิธีทางภาษาในวัจนกรรมการปลอบใจของผู้ตอบแบบสอบถามทั้ง 4 กลุ่ม ผู้วิจัยเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามชนิดเติมเต็มบทสนทนา (DCT) จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนิสิตนักศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3-4 ทั้งสิ้น 240 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 60 คน ได้แก่ ผู้พูดภาษาไทย ผู้พูดภาษาจีน ผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน และผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย โดยใช้ทฤษฎีวัจนกรรม วัจนปฏิบัติศาสตร์ข้ามวัฒนธรรม และวัจนปฏิบัติศาสตร์อันตรภาษาเป็นแนวคิดสำคัญ ผลการศึกษาพบว่า ผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนและผู้เรียนภาษาจีนชาวไทยใช้กลวิธีทางภาษาหลากหลายกลวิธีเช่นเดียวกับผู้พูดเจ้าของภาษาในแต่ละกลุ่ม โดยทั้งสองกลุ่มใช้กลวิธีตรงในลักษณะเดียวกับเจ้าของภาษาทั้งจำนวนและลำดับความถี่จากมากไปหาน้อย และนิยมใช้กลวิธีอ้อมการแนะนำให้ปฏิบัติมากที่สุดเช่นเดียวกับเจ้าของภาษาในแต่ละกลุ่ม อย่างไรก็ตาม แต่ละกลุ่มเลือกใช้กลวิธีทางภาษาที่แตกต่างกัน กล่าวคือ กลวิธีการอ้างถึงศาสนา พบในผู้พูดภาษาไทยและผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย กลวิธีการอ้างถึงตำนาน สุภาษิต และเนื้อเพลงพบในผู้พูดภาษาจีน กลวิธีการอวยพรพบในผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาจีน แต่กลวิธีการเตือนไม่พบในผู้พูดภาษาไทย ส่วนกลวิธีเสริมพบการร้องเรียกผู้ฟังให้สนใจถ้อยคำที่จะกล่าวตามมาของผู้พูดภาษาไทย คือ การเกริ่นนำ และยังพบกลวิธีเสริมที่ช่วยแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด ซึ่งมีลักษณะของการใช้คำลงท้าย และการใช้คำสรรพนาม ส่วนผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนพบกลวิธีเสริมในลักษณะของการใช้คำบอกสถานภาพด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่ารูปแบบกลวิธีร่วมมีความแตกต่างกัน คือ ผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนนิยมใช้กลวิธีตรงร่วมกับกลวิธีอ้อมเช่นเดียวกับผู้พูดภาษาจีน แตกต่างจากผู้พูดภาษาไทยนิยมใช้กลวิธีอ้อมร่วมกับกลวิธีอ้อม ส่วนผู้เรียนภาษาจีนชาวไทยนิยมใช้กลวิธีตรงร่วมกับกลวิธีอ้อมเช่นเดียวกับผู้พูดภาษาจีน ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นถึงการถ่ายโอนทาง วัจนปฏิบัติศาสจร์จากภาษาแม่ทั้งด้านบวกและด้านลบ และทั้งการถ่ายโอนด้านทางวัจนปฏิบัติด้านภาษาศาสตร์ (Pragmalinguistic transfer) และการถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ด้านสังคม (Sociopragmatic Transfer) ของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนและผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย ด้านปัจจัยระดับความรุนแรงของเหตุการณ์พบว่าเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้กลวิธีทางภาษาในการแสดงวัจนกรรม การปลอบใจของผู้พูดภาษาไทยกับผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน และผู้พูดภาษาจีนกับผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย โดยพบว่า กลวิธีทางภาษาที่เลือกใช้แตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ กล่าวคือ ทั้ง 4 กลุ่มเลือกใช้ 2 กลวิธีร่วมกันมากที่สุดในทุกระดับ ความรุนแรง แต่พบว่าคนไทย (ผู้พูดภาษาไทยและผู้เรียนภาษาจีนชาวไทย) เลือกใช้กลวิธีหลายกลวิธีร่วมกันมากกว่าคนจีน (ผู้พูดภาษาจีนและผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน) ในทุกระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ ซึ่งผลการศึกษานี้สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้


การจัดการแนวคิดชาตินิยมจีนกรณีพิพาทหมู่เกาะเตียวหยูในสมัยสี จิ้นผิง (2013-2023), จิงยี่ เหริน Jan 2024

การจัดการแนวคิดชาตินิยมจีนกรณีพิพาทหมู่เกาะเตียวหยูในสมัยสี จิ้นผิง (2013-2023), จิงยี่ เหริน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันจีนได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่มีลักษณะเชิงรุกและมั่นใจมากขึ้นในประเด็น อาณาเขต ซึ่งนักวิชาการจำนวนมากมองว่าเป็นผลจากกระแสชาตินิยมที่ทวีความเข้มข้นขึ้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการทำงานของชาตินิยมจีนและผลกระทบที่มีต่อ นโยบายและพฤติกรรมของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในกรณีข้อพิพาทหมู่ เกาะเตียวหยู/เซ็งกากุ ผู้เขียนใช้กรอบแนวคิดสัจนิยมคลาสสิกใหม่ โดยถือชาตินิยมเป็นตัวแปร ภายในประเทศ และนำมาวิเคราะห์นโยบายของจีนภายใต้บริบทที่แตกต่างกัน ผลการศึกษาพบว่า แรงกดดันจากกระแสชาตินิยมมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้จีนดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวมาก ขึ้นต่อประเด็นหมู่เกาะเตียวหยู อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของชาตินิยมยังคงถูกจำกัดโดยปัจจัยเชิง โครงสร้างและบริบทภายในประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลภายใต้การนำของสี จิ้นผิงมิได้ดำเนินนโยบาย ชาตินิยมอย่างสุดโต่ง หากแต่แสดงให้เห็นถึงความพยายามสร้างสมดุลระหว่างการตอบสนองต่อ แรงกดดันจากกระแสชาตินิยมภายในประเทศกับการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิทยานิพนธ์นี้ได้นำเสนอกรอบการวิเคราะห์ที่ช่วยให้เข้าใจพลวัตของปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาตินิยม กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างเป็นระบบ


การพัฒนาเกณฑ์การคัดเลือกเว็บที่มีเนื้อหาด้านความหลากหลายทางเพศสำหรับคลังเก็บเว็บถาวรหอสมุดแห่งชาติ, พัชรีพร ชูศรีทอง Jan 2024

การพัฒนาเกณฑ์การคัดเลือกเว็บที่มีเนื้อหาด้านความหลากหลายทางเพศสำหรับคลังเก็บเว็บถาวรหอสมุดแห่งชาติ, พัชรีพร ชูศรีทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกณฑ์การคัดเลือกสาหรับคลังเก็บเว็บถาวรที่มีเนื้อหาด้านความหลากหลายทางเพศในหอสมุดแห่งชาติต่างประเทศ และเพื่อพัฒนาเกณฑ์การคัดเลือกสาหรับคลังเก็บเว็บถาวรที่มีเนื้อหาด้านความหลากหลายทางเพศสาหรับหอสมุดแห่งชาติไทย ในด้านหัวข้อเนื้อหา (Topics) และประเภทเนื้อหาเว็บ (Web content) การดาเนินงานแบ่งเป็นสองระยะ ได้แก่ (1) การวิเคราะห์นโยบายการพัฒนาทรัพยากรคลังเก็บเว็บถาวรของประเทศสมาชิกภาคีการสงวนรักษาอินเทอร์เน็ตสากล จานวน 7 แห่ง และ (2) การสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้างกับผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย จานวน 5 คน ผลการวิจัยพบว่า หอสมุดแห่งชาติต่างประเทศมีนโยบายจัดเก็บเว็บถาวรอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมประเด็นสาคัญ เช่น ความถี่ในการจัดเก็บ เกณฑ์การคัดเลือก กลุ่มเป้าหมาย วิธีการเก็บเกี่ยวเว็บ ภาษา และซอฟต์แวร์ที่ใช้ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังไม่มีนโยบายเฉพาะสาหรับเว็บที่มีเนื้อหาด้านความหลากหลายทางเพศ ยกเว้นหอสมุดรัฐสภาอเมริกันที่มีคอลเลกชัน LGBTQIA+ Studies มีนโยบายการพัฒนาทรัพยากรโดยเฉพาะสาหรับคอลเลกชันด้านนี้ สาหรับประเทศไทย ซึ่งมีการเคลื่อนไหวด้านความหลากหลายทางเพศอย่างชัดเจนผ่านสื่อออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่าทางสังคมและประวัติศาสตร์ หากไม่ถูกจัดเก็บอาจสูญหาย ผลการวิจัยนี้ยังเสนอเกณฑ์การคัดเลือกเว็บที่มีเนื้อหาด้านความหลากหลายทางเพศสาหรับคลังเก็บเว็บถาวรหอสมุดแห่งชาติ จานวน 7 ข้อ ได้แก่ ความเกี่ยวข้องกับประเด็นความหลากหลายทางเพศ ประเภทเนื้อหาเว็บ (Web content) คุณค่าของเนื้อหา ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ความเสี่ยงต่อการสูญหาย ภาษาและความเป็นไทยของเนื้อหา และรูปแบบเนื้อหา (Content format) ขอบเขตเนื้อหาครอบคลุม 39 หัวข้อ


Section 94 Of The Land Code B.E. 2497: Legal Issues Concerning Illegal Acquisition, Disposal, And Retention Of Land By Foreigners, Methawee Suephithakmongkhon Jan 2024

Section 94 Of The Land Code B.E. 2497: Legal Issues Concerning Illegal Acquisition, Disposal, And Retention Of Land By Foreigners, Methawee Suephithakmongkhon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In practice, many foreigners have managed to acquire land in Thailand through nominee structures or proxy companies, despite legal prohibitions. Even when such unlawful acquisitions are discovered, Section 94 of Thailand’s Land Code B.E. 2497 does not penalize the conduct but instead allows foreigners to dispose of the land and retain both their initial investment and any resulting profit. This Independent Research Paper investigates Section 94 of Thailand’s Land Code B.E. 2497, a provision that permits foreigners who have unlawfully acquired land to dispose of it and retain the proceeds. Despite the formal prohibition on foreign land ownership, Section 94 …


Analysis On Investor Protection In Myanmar Under The Myanmar Investment Law 2016, Ei Ei Htwe Jan 2024

Analysis On Investor Protection In Myanmar Under The Myanmar Investment Law 2016, Ei Ei Htwe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper explores the legal protections offered to foreign investors under the Myanmar Investment Law 2016 (MIL 2016), focusing on how these protections are structured, how they are applied in practice, and how they compare with international and regional standards. The law contains key provisions aimed at creating a stable and transparent investment environment. In particular, Section 47 ensures national treatment for foreign investors, meaning they should be treated no less favorably than local investors in similar situations. Section 48 commits to fair and equitable treatment (FET) and transparency, which are essential for ensuring that government decisions affecting investors are …


Whistleblower Protection In The Private Sector: A Comparative Study Of Laws In Thailand, The Us, And The Uk, Lena Sukprasongphol Jan 2024

Whistleblower Protection In The Private Sector: A Comparative Study Of Laws In Thailand, The Us, And The Uk, Lena Sukprasongphol

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Whistleblower protection plays a vital role in promoting transparency, deterring misconduct, and strengthening regulatory and corporate accountability. Despite its importance, Thailand’s current legal framework for protecting private-sector whistleblowers remains fragmented and underdeveloped. In the absence of a dedicated statute, legal protections are primarily dispersed across general labour and securities laws, leaving significant legal and practical gaps that undermine effective protection. This study adopts a doctrinal legal methodology to examine the scope and effectiveness of existing Thai legal provisions, identifying key areas of ambiguity and weakness in both legislation and enforcement. To inform and strengthen the analysis, a comparative legal approach …