Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (2614)
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Education (1377)
-
- Arts and Humanities (1146)
- Law (897)
- Business (839)
- Medical Sciences (830)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Life Sciences (645)
- Computer Sciences (618)
- Architecture (582)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Nursing (445)
- Economics (441)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Sociology (373)
- Industrial Engineering (372)
- Dentistry (357)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Law and Economics (344)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Political Science (342)
- Operational Research (307)
Articles 5281 - 5310 of 15281
Full-Text Articles in Entire DC Network
แนวทางพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในภาคกลาง ตามแนวคิดสมรรถนะการคาดการณ์อนาคต, ธนเทพ ปลายแก่น
แนวทางพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในภาคกลาง ตามแนวคิดสมรรถนะการคาดการณ์อนาคต, ธนเทพ ปลายแก่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ตามแนวคิดทักษะการทำงานระยะไกล, พงษ์พัฒน์ พร้อมสุขสันต์
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ตามแนวคิดทักษะการทำงานระยะไกล, พงษ์พัฒน์ พร้อมสุขสันต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชน ในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่าน, เมธาวดี ดวงแก้ว
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชน ในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่าน, เมธาวดี ดวงแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรีตามกรอบความคิดทางวิชาการ, วรท ฤทธิ์อินทร์
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรีตามกรอบความคิดทางวิชาการ, วรท ฤทธิ์อินทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรีตามแนวคิดความยืดหยุ่นทางปัญญา, วราภรณ์ แสนพาน
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรีตามแนวคิดความยืดหยุ่นทางปัญญา, วราภรณ์ แสนพาน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 ตามแนวคิดความคล่องตัวในการเรียนรู้, วาทิตยา แต่เจริญ
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 ตามแนวคิดความคล่องตัวในการเรียนรู้, วาทิตยา แต่เจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดชลบุรีตามแนวคิด การเรียนรู้อย่างทั่วถึง, วิมลทิพย์ ชุติมนต์โฆสิต
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดชลบุรีตามแนวคิด การเรียนรู้อย่างทั่วถึง, วิมลทิพย์ ชุติมนต์โฆสิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูโรงเรียน สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตปทุมวัน, วิภาวรรณ ช่างคำ
แนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูโรงเรียน สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตปทุมวัน, วิภาวรรณ ช่างคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในสหวิทยาเขตระยอง 1 ตามแนวคิดผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้, ศุภฤกษ์ วัฒนศรี
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในสหวิทยาเขตระยอง 1 ตามแนวคิดผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้, ศุภฤกษ์ วัฒนศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางการสอนของครูโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, ภานุพงศ์ เพชรรัตน์
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางการสอนของครูโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, ภานุพงศ์ เพชรรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี ตามแนวคิดผู้มีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ศุภษา อังกาบูรณะ
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี ตามแนวคิดผู้มีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ศุภษา อังกาบูรณะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนโพธิสารพิทยากรตามแนวคิดภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน, กเฌอ วรรณประเสริฐ
แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนโพธิสารพิทยากรตามแนวคิดภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน, กเฌอ วรรณประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี ตามแนวคิดความอยู่ดีมีสุขของผู้เรียน, พรพรหม พานิชเจริญ
แนวทางการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี ตามแนวคิดความอยู่ดีมีสุขของผู้เรียน, พรพรหม พานิชเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
การพัฒนาชุดตรวจออกซิไดซ์ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง ด้วยเทคนิค Paper-Based Immunogold-Silver Enhancement Assay, ปิยวดี ประดิษฐ์นวกุล
การพัฒนาชุดตรวจออกซิไดซ์ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง ด้วยเทคนิค Paper-Based Immunogold-Silver Enhancement Assay, ปิยวดี ประดิษฐ์นวกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง (High-density lipoprotein; HDL) มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ต้านการอักเสบของหลอดเลือด และยับยั้งการเกิด LDL-oxidation แต่การทำงานของ HDL จะสูญเสียไปเมื่อ HDL ถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ กลายเป็น oxidized HDL (oxHDL) การวัดระดับ HDL-cholesterol เป็นการประเมินด้านปริมาณแต่ไม่สามารถบอกการทำงานของ HDL ได้ หากสามารถวัดระดับ oxHDL ควบคู่ไปกับระดับ HDL-cholesterol ทำให้การพยากรณ์การเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้แม่นยำขึ้น แต่การวิเคราะห์ระดับ oxHDL ต้องใช้เครื่องมือจำเพาะและน้ำยามีราคาสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดตรวจวิเคราะห์ oxHDL ด้วยหลักการ Paper-based Immunogold silver-enhanced assay โดยออกแบบฐานกระดาษมีลักษณะเดียวกับ microtiter plate ตรึงแอนติบอดีต่อ 4-Hydroxynonenal (anti-HNE) ซึ่งเป็นผลผลิตจากกรดไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ oxHDL ในตัวอย่างจับกับ anti-HNE บนกระดาษ ใช้ anti-APO AI ที่มีความจำเพาะต่อ HDL ที่ติดฉลากกับอนุภาคของทองคำและขยายสัญญาณด้วย silver ion อ่านผลด้วยเครื่องสแกนและวิเคราะห์ความเข้มสีด้วยโปรแกรม Photoshop CS64 ผลการวิเคราะห์ความเป็นเส้นตรงระหว่าง oxHDL กับ ความเข้มสี พบว่า มีความสัมพันธ์เป็นเส้นตรงที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 0-300 ng/mL ( r2 = 0.946) ผลการทดสอบความถูกต้องของชุดทดสอบ ใช้ซีรัมจำนวน 32 ราย วิเคราะห์ปริมาณ oxHDL ด้วยวิธีที่พัฒนาขึ้นและวิธี Sandwich ELISA หาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ oxHDL ที่วิเคราะห์ได้จากทั้งสองวิธีด้วย Pearson correlation coefficient พบว่า ค่า correlation coefficient (r) = 0.527 และมีค่า p-value =0.002 แสดงให้เห็นว่าทั้งสองวิธีมีความสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กันในระดับกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ออกซิไดซ์ไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูงฐานกระดาษเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนา เพื่อประยุกต์ใช้ในการตรวจปริมาณ oxHDL …
Preparation Of Ion-Selective Membrane And Electrode Using Cobalt Porphyrin As Ionophore For Anion Detection, Kawisara Longsakpreecha
Preparation Of Ion-Selective Membrane And Electrode Using Cobalt Porphyrin As Ionophore For Anion Detection, Kawisara Longsakpreecha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this study, the synthesis of the 5,10,15,20-tetrakis(4-dodecyloxyphenyl)porphyrin cobalt(II) complex (CoL) was carried out through a condensation reaction of 4-n-dodecyloxybenzaldehyde and pyrrole, followed by the metalation reaction of cobalt(II) acetate with meso-tetra(4-alkyloxyphenyl) porphyrin (L2) to obtain CoL. Characterization of CoL was conducted using physical methods such as 1H-NMR, 13C-NMR, and MALDI-TOF to confirm CoL structure and purity. CoL was utilized as an ionophore to fabricate the ion selective membrane (ISM) and ion selective electrode (ISE) for the detection of ClO4-. The composition of the ISM, including polymer (PVC), plasticizer (NPOE), cationic additive (TDMACl), and ionophore (CoL), was optimized for ISE …
Characterizing Properties Of Implicit Dependence Copulas And Extreme Copulas, Noppawit Yanpaisan
Characterizing Properties Of Implicit Dependence Copulas And Extreme Copulas, Noppawit Yanpaisan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
Reconstruction Of Vectorcardiogram From Standard 12-Lead Electrocardiogram Using Convolutional Neural Network, Tanawan Tearwattanarattikal
Reconstruction Of Vectorcardiogram From Standard 12-Lead Electrocardiogram Using Convolutional Neural Network, Tanawan Tearwattanarattikal
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
การเตรียมวัสดุเชิงประกอบแมงกานีสไดออกไซด์/คาร์บอนจากแบตเตอรี่แอลคาไลน์ที่ผ่านการใช้งานแล้วสำหรับการประยุกต์ในแบตเตอรี่สังกะสีไอออน, กีรติพร เยาหะรี
การเตรียมวัสดุเชิงประกอบแมงกานีสไดออกไซด์/คาร์บอนจากแบตเตอรี่แอลคาไลน์ที่ผ่านการใช้งานแล้วสำหรับการประยุกต์ในแบตเตอรี่สังกะสีไอออน, กีรติพร เยาหะรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้จะมุ่งเน้นไปที่การกู้คืนแมงกานีสและคาร์บอนในผงขั้วแบตเตอรี่แอลคาไลน์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว เพื่อที่จะนำไปสังเคราะห์เป็นวัสดุเชิงประกอบแมงกานีสไดออกไซด์/คาร์บอน และนำไปใช้งานเป็นวัสดุสำหรับขั้วแคโทดของแบตเตอรี่สังกะสีไอออน โดยขั้นตอนการสังเคราะห์ประกอบด้วยการชะละลายผงขั้วแบตเตอรี่แอลคาไลน์ด้วยกรด ซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นสารละลายที่ประกอบไปด้วย MnSO4 และกากคาร์บอน ซึ่งใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์แมงกานีสไดออกไซด์เฟสแอลฟา, เบตาและแกมมา และวัสดุเชิงประกอบแมงกานีสไดออกไซด์/คาร์บอน ที่มีอัตราส่วนโดยน้ำหนักของ C:MnO2 ที่ 1:75-15:75 (หรือ MnO2/C1-MnO2/C15 ตามลำดับ) ผลการทดลองพบว่าสามารถสังเคราะห์ α-MnO2 และ β-MnO2 ที่มีความบริสุทธิ์ได้ในขณะที่ γα-MnO2 จะพบเฟสแกมมาเป็นเฟสหลักและมีเฟสแอลฟาผสมซึ่งพบเฟสดังกล่าวเช่นเดียวกันใน MnO2/C1- MnO2/C15 เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการกู้คืนแมงกานีสจะพบว่า α-MnO2 > β-MnO2 > γα-MnO2 และเมื่อพิจารณาผลของอัตราส่วนคาร์บอนต่อประสิทธิภาพการกู้คืนแมงกานีสพบว่า MnO2/C1 ของทุกเฟสมีประสิทธิภาพการกู้คืนสูงที่สุด คาดว่าเกิดจากการที่คาร์บอนทำตัวเป็นนิวเคลียสแบบวิวิธพันธ์ของ MnO2 จากนั้นเมื่อนำวัสดุรีไซเคิลที่ได้ไปใช้ในขั้วแคโทดในแบตเตอรี่สังกะสีไอออนแบบเซลล์มาตรฐาน CR2025 พบว่า เฟสและอัตราส่วนของคาร์บอนส่งผลต่อค่าความจุไฟฟ้าจำเพาะที่ได้ อัตราส่วนของกากคาร์บอนที่ให้ค่าความจุจำเพาะสูงที่สุดของแต่ละเฟส คือ α-MnO2/C1, β-MnO2/C5 และ γα-MnO2/C15 โดย β-MnO2/C5 มีค่าความจุไฟฟ้าจำเพาะที่สูงที่สุดที่ 368 mAh/g ที่การดึงกระแส 0.1 A/g และสูงที่สุดในทุกเฟสไปจนถึงประมาณรอบที่ 200
ความคุ้มกันของรัฐจากเขตอำนาจในการบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ, อินทัช ศิริวัลลภ
ความคุ้มกันของรัฐจากเขตอำนาจในการบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ, อินทัช ศิริวัลลภ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แม้ว่าการอนุญาโตตุลาการจะเป็นการระงับข้อพิพาทนอกศาลก็ตามแต่ศาลภายในก็มีบทบาทในการบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวในกรณีที่รัฐต่างประเทศเป็นคู่กรณีในการอนุญาโตตุลาการ รัฐต่างประเทศนั้นอาจกล่าวอ้างความคุ้มกันจากเขตอำนาจศาลในการบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวได้ ในการนี้ กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มกันของรัฐจากเขตอำนาจศาลมีผลผูกพันแต่เพียงในหลักการเท่านั้นและปราศจากความเฉพาะเจาะจง รัฐของศาลที่จะบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการจึงอาจมีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายในรายละเอียดเพื่อให้ผลแก่กฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องดังกล่าว กฎหมายภายในของประเทศที่ศึกษามักถือว่าการที่รัฐต่างประเทศยินยอมให้ระงับข้อพิพาทกับเอกชนโดยการอนุญาโตตุลาการเป็นการสละความคุ้มกันของรัฐโดยปริยายจากเขตอำนาจศาลในการยอมรับและบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ แต่ไม่ถือว่าเป็นการสละความคุ้มกันจากมาตรการบังคับเหนือทรัพย์สินของรัฐตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการนั้น การสละความคุ้มกันของรัฐจากมาตรการบังคับมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เคร่งครัดกว่าการสละความคุ้มกันของรัฐจากเขตอำนาจศาลในการยอมรับและบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการซึ่งอาจกระทำโดยปริยายได้ดังเช่นการทำข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยความคุ้มกันของรัฐ ทำให้ศาลไทยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณาประเด็นเรื่องความคุ้มกันของรัฐต่างประเทศจากเขตอำนาจศาลไทยในการบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาวิเคราะห์แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายต่างประเทศในเรื่องดังกล่าว เพื่อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนากฎหมายไทยและแนวทางในการพิจารณาคดีสำหรับศาลไทยในเรื่องความคุ้มกันของรัฐจากเขตอำนาจศาลในการบังคับตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ
การพัฒนาแบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยประยุกต์ใช้การประเมินแบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์, ณณณ์ วรธนพิมกร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้การประเมินแบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย และ (2) เพื่อเปรียบเทียบการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเพศแตกต่างกันจากการวัดด้วยแบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้การประเมินแบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตัวอย่างวิจัย คือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 257 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยประยุกต์ใช้การประเมินแบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย การตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดรายข้อ การตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดทั้งฉบับ การทดสอบทีที่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้1. แบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณฯ ด้วยคอมพิวเตอร์เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบสองระดับ รวม 20 ข้อ วัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การกำหนดปัญหา (2) การระบุสมมติฐานเพื่อแก้ปัญหาและการปรับใช้ (3) การจำแนกและตัดสินข้อมูล และ (4) การสรุปความ ข้อคำถามทุกข้อและสื่อกลางแบบผสมมีความตรงตามเนื้อหา (ค่าดัชนี IOC อยู่ระหว่าง .8 ถึง 1.0 และ .6 ถึง 1.0 ตามลำดับ) ความยากและอำนาจจำแนกของข้อคำถามในแบบวัดมีค่า .45 ถึง .82 และ .41 ถึง .82 ตามลำดับ และค่าความเที่ยงทั้งฉบับของแบบวัดเท่ากับ .882. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพศกับระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีต่อคะแนนจริง คะแนนจากการได้รับสื่อกลาง และคะแนนศักยภาพการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้ คะแนนเฉลี่ยของคะแนนจริง คะแนนจากการได้รับสื่อกลาง และคะแนนศักยภาพการเรียนรู้ระหว่างกลุ่มสูงและปานกลาง ระหว่างกลุ่มสูงและต่ำ และระหว่างกลุ่มปานกลางและต่ำ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ คะแนนเฉลี่ยของคะแนนจริงและคะแนนจากการได้รับสื่อกลางระหว่างเพศชายและหญิงไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่คะแนนศักยภาพการเรียนรู้ระหว่างเพศชายและหญิงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลของโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ต่อความเมตตากรุณาต่อตนเอง ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และความสามารถในการฟื้นพลัง ในวัยรุ่น, ณัชชานิษฐ์ เงินวิวัฒน์กูล
ผลของโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ต่อความเมตตากรุณาต่อตนเอง ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และความสามารถในการฟื้นพลัง ในวัยรุ่น, ณัชชานิษฐ์ เงินวิวัฒน์กูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ (Self-compassion Journey) ต่อความเมตตากรุณาต่อตนเอง ความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และความสามารถในการฟื้นพลังในวัยรุ่น โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อายุ 15–18 ปี ซึ่งมีคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเองอยู่ในระดับคะแนนที่ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 จำนวน 40 คน แบ่งกลุ่มด้วยวิธีการสุ่มออกเป็นกลุ่มทดลองที่เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ 14 วัน และกลุ่มควบคุมจำนวนกลุ่มละ 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามประกอบโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ซึ่งประกอบไปด้วย มาตรวัดความเมตตากรุณาต่อตนเอง มาตรวัดความรู้สึกขอบคุณ และ มาตรวัดความแข็งแกร่งยืดหยุ่นของชีวิต และโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ มีการทดสอบสามระยะในช่วงก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และช่วงติดตามผล ซึ่งมีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ทางสถิติเชิงพรรณนาและสถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบผสมสองทาง (Two-way mixed ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มทดลองมีคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเอง (p < .001) และคะแนนความสามารถในการฟื้นพลัง (p= .004) เพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม แต่ไม่พบความแตกต่างนี้ในคะแนนความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ นอกจากนี้กลุ่มทดลองยังมีคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุมในช่วงหลังเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) แต่ไม่พบความแตกต่างของคะแนนความสามารถในการฟื้นพลังและคะแนนความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงหลังเข้าร่วมโปรแกรมและระยะติดตามผลไม่พบการเพิ่มขึ้นของคะแนนทั้ง 3 ตัวแปร แต่ในช่วงระยะติดตามผลพบว่าคะแนนความเมตตากรุณาต่อตนเองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .011) ในขณะที่ไม่พบความแตกต่างของคะแนนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในคะแนนความสามารถในการฟื้นพลังและคะแนนความรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณ จะเห็นได้ว่า การเข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาความเมตตากรุณาต่อตนเองรูปแบบเว็บไซต์ช่วยเพิ่มความเมตตากรุณาต่อตนเองในวัยรุ่นได้ นอกจากนี้ผลของโปรแกรมยังสามารถคงอยู่ได้หลังจากโปรแกรมเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 สัปดาห์
วิวัฒนาการความผิดที่กระทำต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อย, นัชชา ช่างเก็บ
วิวัฒนาการความผิดที่กระทำต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อย, นัชชา ช่างเก็บ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การกระทำความผิดต่อทรัพย์ เป็นการกระทำความผิดที่พบมากในสังคมไทย แต่มีลักษณะการกระทำความผิดและสร้างความเสียหายต่อสังคมแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะการกระทำความผิดต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อยกับการกระทำความผิดต่อทรัพย์ที่มีมูลค่าหรือราคาจำนวนมากที่สร้างความเสียหายในระดับร้ายแรงแรง ซึ่งผู้กระทำความผิดมักมีมูลเหตุจูงใจหรือวัตถุที่มุ่งหมายกระทำแตกต่างกัน แต่กลับพบว่าตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย มิได้มีการแบ่งแยกความผิดต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อยไว้โดยเฉพาะ ทำให้ผู้กระทำความผิดต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นความผิดอาญาที่ไม่ร้ายแรง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้ที่กระทำความผิดต่อทรัพย์ในลักษณะอื่น ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนกับความผิดและผู้กระทำความผิด ผลจากการศึกษาวิวัฒนาการความผิดต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของทั้งกฎหมายไทย กฎหมายของจักรวรรดิโรมัน ประเทศอินเดีย อังกฤษ และจีน พบว่า การบัญญัติฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อยควรนำไปใช้กับการลักทรัพย์ เนื่องจากเป็นรูปแบบการกระทำต่อทรัพย์ที่ไม่มีความซับซ้อน ไม่มีการใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้อุบายหลอกลวง อันแสดงให้เห็นว่าผู้กระทำความผิดมีจิตใจที่ชั่วร้าย โดยการกำหนดฐานความผิดต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อยควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าทรัพย์ราคาเท่าใดถือเป็นทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อย เพื่อทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนแน่นอน และยกเลิกเงื่อนไขความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทาน เนื่องจากทำให้เกิดปัญหาการตีความและไม่สอดคล้องกับวิวัฒนาการความผิดต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อยที่ไม่เคยปรากฏเงื่อนไขดังกล่าวมาก่อน โดยการบัญญัติฐานความผิดต่อทรัพย์อันมีราคาเล็กน้อย ผู้ร่างกฎหมายควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งหลักความได้สัดส่วนหรือแนวคิดทางอาชญาวิทยา เป็นต้น
ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติ, จินต์จุฑา บำเพ็ญวัฒนา
ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติ, จินต์จุฑา บำเพ็ญวัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาการกำหนดความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยตามมาตรา 118 และมาตรา 135 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 โดยศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและประเทศสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไขกฎหมายไทย จากการศึกษา พบว่าความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยมีข้อบกพร่องทางกฎหมาย 4 ประการ กล่าวคือ บทบัญญัติไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและการเมือง ขัดกับหลักความชัดเจนแน่นอนของกฎหมายอาญา มีความเป็นอาญาและจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนเกินสมควร เพื่อแก้ไขปัญหาทางกฎหมายทั้ง 4 ประการ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติของประเทศไทยโดยยกเลิกความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติในมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 ซึ่งซ้ำซ้อนกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา กำหนดขอบเขตของการกระทำให้ครอบคลุมเฉพาะการปลด การทำลาย การทำให้เสียหาย การทำให้ไร้ประโยชน์และการทำให้เปรอะเปื้อนซึ่งธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐโดยเปิดเผยหรือในที่ประชุม กำหนดขอบเขตของธงอันมีความหมายถึงรัฐตามมาตรา 118 ให้ครอบคลุมเฉพาะผืนธงชาติไม่ว่าจะมีขนาดใดและทำมาจากวัสดุใด กำหนดขอบเขตของวัตถุแห่งการกระทำของมาตรา 135 ให้ครอบคลุมเฉพาะธงชาติและเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐต่างประเทศที่แสดงไว้เพื่อใช้แทนประเทศนั้นอย่างเป็นทางการ และกำหนดให้คำว่า “เหยียดหยาม” เป็นเจตนาพิเศษเช่นเดิม
Phenotypic And Molecular Characterization Of Streptococcus Agalactiae Causing Bovine Mastitis In Central Region Of Thailand, Sirirat Wataradee
Phenotypic And Molecular Characterization Of Streptococcus Agalactiae Causing Bovine Mastitis In Central Region Of Thailand, Sirirat Wataradee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Streptococcus agalactiae is a highly contagious pathogen with a significant economic impact on bovine mastitis. The research aims to achieve three objectives: 1) identifying and characterizing S. agalactiae strains responsible for bovine mastitis based on their phenotypic and genotypic characteristics, 2) determining susceptibility profiles to antimicrobial agents, and 3) applying molecular epidemiological analysis to explore intramammary infections in Thai dairy herds. We analyzed a collection of one hundred S. agalactiae isolates from clinical and subclinical mastitis cases in thirteen dairy herds in central region of Thailand. We used conventional microbiological procedures, the VITEK® 2 system, and molecular detection of the …
Influence Of Cataract On Electroretinal Responses In Small Dog Breeds, Chayada Noosen
Influence Of Cataract On Electroretinal Responses In Small Dog Breeds, Chayada Noosen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Canine cataract is a condition of lens opacity that if severe, can lead to vision loss. High prevalence of cataract is evident in small dog breeds. To assess retinal function in cataract patients, flash electroretinography is commonly used in practice. This study aimed to compare time- and frequency-domain electroretinal responses between normal and cataract eyes in small dog breeds. Eighty-four eyes from small dog breeds categorized into immature cataract (n=49), mature cataract (n=25) and control (n=10) eyes in this study. Full-field flash intensity series ERG was performed in dogs under scotopic and photopic condition. Data was analyzed and compared among …
Porcine Semen Microbiota Analysis In Relation To Sperm Quality In Semen Extender Coupled With Gentamicin, Cong Bang Ngo
Porcine Semen Microbiota Analysis In Relation To Sperm Quality In Semen Extender Coupled With Gentamicin, Cong Bang Ngo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The present study was carried out to (i) investigate the association between boar semen microbiota and semen qualities and (ii) determine the relationship between boar bacteria contamination and longevity of boar semen preserved for 3 days in BTS with and without gentamicin. A total of 20 Duroc ejaculates were collected from standard quality boars (n=10) and high-quality ones (n= 10). Besides 3 ml of fresh semen of each ejaculate was subjected to 16S rRNA gene sequencing and bioinformatics including alpha diversity, beta diversity, and taxonomic mapping, each ejaculate was diluted in two conditions of Beltsvile Thawing Solution (BTS) extender: CONTROL: …
The Effect Of Platelet-Rich Plasma And Hyaluronic Acid Nanogel On Wound Healing In Rat Skin Models, Pirada Virankabutra
The Effect Of Platelet-Rich Plasma And Hyaluronic Acid Nanogel On Wound Healing In Rat Skin Models, Pirada Virankabutra
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study aimed to validate two-step procedure PRP protocol and assess the effect on skin healing process in rats treated with PRP and/or HA nanogel. A total of 46 Wistar rats were enrolled in the study. PRPwas produced and its hematological parameters were examined. Six skin defects were created and topicals (control, PRP, HA, PRP/HA, PRP/HA cream, and cream) were applied to the wounds. The progression of wound reduction was photographed daily, and calcutated to wound area. Skin samples were collected according to sampling timepoints: day 0, 3, 7,10, and 14, and stained for histological grading. The platelet (2457.15 $ …
Factors Predicting Personal Recovery Among Persons With Schizophrenia Living In Community, Thailand, Jutharat Thongsalab
Factors Predicting Personal Recovery Among Persons With Schizophrenia Living In Community, Thailand, Jutharat Thongsalab
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This cross-sectional study aimed to explore the stages of personal recovery and associated predictive factors among 231 community-dwelling Thai aged 18 years and older with schizophrenia. A multi-stage sampling approach was used to select participants from general and psychiatric hospitals' mental health outpatient departments. Based on the Unity Model of Recovery and a comprehensive literature review, the dependent variable was personal recovery. Several predictive factors were identified, including insight, number of hospitalizations, resilience, family and social support, therapeutic alliance, and the utilization of recovery-oriented nursing services. Data collection took place from March to May 2023, using a combination of screening …
ผลของการรับประทานเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าที่มีต่อสมรรถภาพการวิ่งในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนชาย, ชุตินันท์ สุขสอาด
ผลของการรับประทานเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าที่มีต่อสมรรถภาพการวิ่งในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนชาย, ชุตินันท์ สุขสอาด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กล้วยน้ำว้า เป็นหนึ่งในสายพันธุ์กล้วยที่เก่าแก่และเพาะปลูกมากในประเทศไทย ผลกล้วยนำมาใช้เป็นอาหารและยามาอย่างยาวนาน งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาสูตรเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้า ศึกษาผลของเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าต่อสมรรถภาพความทนทานในการวิ่งและผลของเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้าต่อสมรรถภาพการวิ่งในระยะฮาล์ฟมาราธอน โดยเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้ามีปริมาณของน้ำตาลกลูโคส ซูโครส ฟรักโทส โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม โปรตีน ไขมัน เถ้า และปริมาณคาร์โบไฮเดรต ตามลำดับ ดังนี้ 1.20 ± 0.02 กรัม, 8.77 ± 0.08 กรัม, 1.31 ± 0.01 กรัม, 25.67 ± 0.13 มิลลิกรัม, 184.83 ± 0.54 มิลลิกรัม, 14.07 ± 0.09 มิลลิกรัม, 0.43 ± 0.08 กรัม, 0.14 ± 0.02 เปอร์เซ็นต์, 1.23± 0.19 กรัม, 0.55 ± 0.01 กรัม 15.95 ± 0.21 เปอร์เซ็นต์ ต่อตัวอย่าง 100 กรัม พลังงานรวม 66.75 ± 0.84 แคลอรี ต่อตัวอย่าง 100 กรัม ในการทดสอบสมรรถภาพความทนทาน นักวิ่งชายไทยจำนวน 11 คน อายุระหว่าง 27.36 ± 8.89 ปี มีค่าความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด 69.43 ± 12.69 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/นาที เข้าร่วมงานวิจัยนี้ ผลการทดสอบพบว่า กลุ่มที่ทานเจลให้พลังงานจากกล้วยน้ำว้ามีระยะเวลาในการวิ่งยาวนานกว่าเจลให้พลังงานชนิดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (55.23 ± 10.32 นาที และ 46.13 ± 9.87 นาที) และมีปริมาณโพแทสเซียมในเลือดสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p
ผลของการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ณรงค์เดช ศรีประสาน
ผลของการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, ณรงค์เดช ศรีประสาน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองต่อความดันโลหิตและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงขั้นที่หนึ่ง วิธีดำเนินการวิจัย ในงานวิจัยนี้มีจำนวนผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงขั้นที่หนึ่งที่เข้าร่วมงานวิจัยทั้งหมด 34 คน แบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มควบคุมใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่ได้รับการฝึกใด ๆ 17 คนและ กลุ่มทดลองที่มีการฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลอง 60 นาที/ครั้ง 3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นจำนวน 36 ครั้งใน 12 สัปดาห์ จำนวน 17 คน ประกอบด้วย กลุ่มทดลอง จำนวน 17 คน (ชาย 2 คน และหญิง 15 คน) และ กลุ่มควบคุม จำนวน 17 คน (ชาย 5 คน และหญิง 12 คน) โดยทำการทดสอบผลก่อนและหลังการทดลอง และทำการเปรียบเทียบผลการทดสอบผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงทั้งสองกลุ่ม เมื่อสิ้นสุดการฝึก ผู้วิจัยทำการทดสอบตัวแปรความดันโลหิต การทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ตัวแปรตามด้านสมรรถภาพทางกาย และ องค์ประกอบของร่างกาย จากนั้นนำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้การทดสอบ Independent t-test และเปรียบเทียบข้อมูลแบบรายคู่โดยการใช้ Pair t-testผลการวิจัย หลังการทดลองกลุ่มฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองมีค่าความดันโลหิตลดลงและสมรรถภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้น สมรรถภาพทางกายและองค์ประกอบของร่างกายพัฒนาขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05สรุปผลการวิจัย การฝึกแอโรบิกด้วยเก้าอี้ร่วมกับไม้พลองหลังการฝึกเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ สามารถช่วยลดความดันโลหิตและเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มสมรรถภาพทางกายและพัฒนาองค์ประกอบของร่างกายดีขึ้น