Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 421 - 450 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

Metaphors Of Nature In Zen Buddhism By Thich Nhat Hanh, Usana Larbprasertporn Jan 2024

Metaphors Of Nature In Zen Buddhism By Thich Nhat Hanh, Usana Larbprasertporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the nature metaphors employed by Thich Nhat Hanh, a renowned Vietnamese monk and Zen Buddhist master, in his teachings of various abstract Zen Buddhist concepts. It further examines the conceptual metaphors underlying those expressions by applying the theoretical framework of Lakoff and Johnson’s Conceptual Metaphor Theory. Data were collected from 14 of Thich Nhat Hanh’s best-selling English books. The findings reveal two main groups of nature metaphors—living and non-living entities—comprising ten subgroups: plant, human, and animal metaphors (living); and water/bodies of water, place, fire, light, celestial objects, earth, and wind metaphors (non-living). These metaphors reflect eleven core …


การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์บริการบนบานยุคใหม่จากแนวคิด คราวด์ ทรัสติ้ง และการกระจายศูนย์, อิงกวี ธนสัมปัตติ Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์บริการบนบานยุคใหม่จากแนวคิด คราวด์ ทรัสติ้ง และการกระจายศูนย์, อิงกวี ธนสัมปัตติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคที่สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มแสวงหาวิธีใหม่ในการสร้างความสำเร็จและความมั่นคงในชีวิต แนวคิดเรื่องการบนบานหรือการขอพรซึ่งเคยผูกโยงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว ได้เปลี่ยนไปสู่การสร้างพลังศรัทธาร่วมในสังคม โดยเชื่อว่าทุกสิ่งและทุกคนรอบตัวสามารถเป็นที่พึ่งได้ (Crowd Trusting) ผ่านการมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงพลังจากหลายบุคคล (Decentralization) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์บริการบนบานยุคใหม่ที่สะท้อนแนวคิด Crowd Trusting และ Decentralization โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อ การบนบาน แนวคิด Crowd Trusting และ Decentralization รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันและการสร้างแบรนด์ ร่วมกับการศึกษาเชิงคุณภาพผ่านสัมภาษณ์และแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย Generation Z โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์การบนบานแบบไม่ยึดโยงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยตรง ผลการวิจัยพบว่า แบรนด์ควรสื่อสารผ่านแนวคิด “Together We Shine” เพื่อสะท้อนพลังของการรวมและการสร้างสรรค์ร่วมกัน โดยมีบุคลิกภาพแบรนด์ที่เข้มแข็ง สนุกสนาน และทันสมัย (Forceful, Enjoyable, Cheerful และ Modern) อัตลักษณ์ของแบรนด์สอดคล้องกับ Brand Archetype ประเภท The Creator ที่เน้นการริเริ่มสิ่งใหม่และสร้างนวัตกรรมแตกต่าง แนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม ได้แก่ การสร้างภาพลักษณ์ที่ให้ประสบการณ์สนุกสนาน แปลกใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดภาพลักษณ์ทางศรัทธาแบบดั้งเดิม แต่เน้นการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้ใช้ ผ่านการออกแบบแนว Illustration ที่สะท้อนแนวคิดร่วมสมัยอย่างมีประสิทธิภาพ


การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี Jan 2024

การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันตลาดโมไบล์แอปพลิเคชันมีการแข่งขันสูง นักพัฒนาจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งบ่งบอกถึงความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาฟังก์ชันการทำงานให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันยอดนิยมมักมีบทวิจารณ์จำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัดในการที่นักพัฒนาจะสามารถอ่านและวิเคราะห์บทวิจารณ์ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว งานวิจัยฉบับนี้จึงนำเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องเข้ามาช่วยในการจำแนกประเภทของบทวิจารณ์ โดยพิจารณาจากเนื้อหาในบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัญหา ข้อบกพร่อง หรือข้อเสนอในการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปรับปรุงตามผลกระทบที่มีต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ งานวิจัยนี้ได้กำหนดหมวดหมู่ของบทวิจารณ์ไว้ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ ปัญหาด้านความจำเป็นพื้นฐาน, ปัญหาด้านการปฏิบัติ, ปัญหาด้านความเพลิดเพลิน, ปัญหาด้านความแปลกใหม่ และปัญหาอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนลำดับความสำคัญของปัญหาจากมุมมองของผู้ใช้ ในการพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องพบว่าโมเดลเบิร์ตมีประสิทธิภาพสูงกว่าโมเดลเอสวีเอ็ม แรนดอมฟอเรสต์ และโลจิสติกรีเกรสชัน โดยมีค่าความเที่ยงเป็น 0.72 ค่าเรียกกลับเป็น 0.719 ค่าเอฟวันเป็น 0.719 และค่าความแม่นเป็น 0.722 นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบที่ใช้โมเดลเบิร์ตที่สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำไปใช้วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของงานการบำรุงรักษาโมไบล์แอปพลิเคชัน โดยเว็บแอปพลิเคชันจะช่วยลดภาระในการอ่านบทวิจารณ์จำนวนมาก พร้อมทั้งสกัดข้อมูลที่สำคัญออกมาให้เห็นภาพรวมของความต้องการของผู้ใช้


พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน Jan 2024

พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร และบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept Interview) แฟนคลับของ Butterbear สัญชาติไทย ที่มีลักษณะเป็นมัมหมี จำนวน 12 คน ในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มแฟนคลับมัมหมีของมาสคอต Butterbear ใช้วิธีโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร โดยแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ TikTok, Openchat และการแสดงออกบนพื้นที่ทางกายภาพ เพื่อการแสดงอัตลักษณ์ เพื่อการสื่อสารระหว่างแฟนคลับมัมหมีและ Butterbear และเพื่อสร้างและธำรงวัฒนธรรมแฟนคลับ นอกจากนี้ยังพบว่าความลึกซึ้งในการตีความ Butterbear ของแฟนคลับในแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเปิดรับ Butterbear ในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการส่วนบุคคลที่ยังขาดหายในชีวิตของแต่ละคน แฟนคลับกลุ่มมัมหมีไม่ได้มองคาแรกเตอร์ของ Butterbear เป็นเพียงแค่คาแรกเตอร์ทั่วไป แต่ยังมองลึกไปถึงความเป็นมนุษย์ของบุคคลผู้สวมบทบาท Butterbear


Are Healthcare Stocks A Safe Haven During Covid-19? : An Analysis Of Stock Return And Sector Segmentation Across Developed And Emerging Markets, Attani Tuwatchai Jan 2024

Are Healthcare Stocks A Safe Haven During Covid-19? : An Analysis Of Stock Return And Sector Segmentation Across Developed And Emerging Markets, Attani Tuwatchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines whether the healthcare sector functioned as a safe haven during the COVID-19 pandemic by analyzing its time-varying correlation with major market indices across developed and emerging economies. Utilizing a multi-method approach—centered on the DCC-GARCH model and supported by OLS regression—the research investigates how health crises and public policy responses influenced sector-level market dynamics. The analysis focuses on three main areas: the evolution of correlation structures before and during the pandemic, the influence of pandemic-related factors on correlation strength, and differences between developed and emerging markets. Although a Probit model was initially applied to estimate the likelihood of …


Tuning Selectivity Of Ni/Al2o3 Catalysts In Co2 Hydrogenation By Addition Of N, S-Doped Carbon, Nipitpon Jarumalai Jan 2024

Tuning Selectivity Of Ni/Al2o3 Catalysts In Co2 Hydrogenation By Addition Of N, S-Doped Carbon, Nipitpon Jarumalai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the enhancement of Ni/Al₂O₃ catalysts for CO₂ hydrogenation by incorporating nitrogen and sulfur co-doped carbon (NSC). A series of catalysts Ni/Al2O3 and its NSC-modified counterparts (Ni1NSC/Al2O3, Ni3NSC/Al2O3, Ni7NSC/Al2O3, and Ni15NSC/Al2O3) were synthesized via thermal treatment under a nitrogen atmosphere and systematically characterized. Techniques including TGA, Raman spectroscopy, and XPS confirmed successful NSC incorporation. Further structural and surface analysis using TEM, XRD, CO-IR, CO2-TPD, H2-TPD, and H2-TPR revealed that NSC modification influenced Ni dispersion, surface basicity, hydrogen activation, and the electronic state of Ni species. Catalytic performance was evaluated in a fixed-bed reactor under a CO2:H2 ratio of …


The Roles Of Inward Fdi On Environmental Quality In Asian Countries, Onpreeya Kunthong Jan 2024

The Roles Of Inward Fdi On Environmental Quality In Asian Countries, Onpreeya Kunthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the impact of inward foreign direct investment (FDI) on environmental quality across 31 Asian countries from 1990 to 2020. These countries are categorized into three income groups: 14 lower-middle income, 10 upper-middle income, and 7 high-income countries. Environmental quality is assessed using two key indicators—carbon dioxide (CO₂) and fine particulate matter (PM2.5) emissions. To capture both the short- and long-run dynamics, the research uses the panel Autoregressive Distributed Lag (ARDL) technique within the STIRPAT (Stochastic Impacts by Regression on Population, Affluence, and Technology) model framework. The study is based on two competing hypotheses: the pollution halo hypothesis, …


The Role Of Ferroptosis In Cholangiocarcinoma, Apiwit Sae-Fung Jan 2024

The Role Of Ferroptosis In Cholangiocarcinoma, Apiwit Sae-Fung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cholangiocarcinoma (CCA) is a highly heterogeneous and aggressive malignancy of the bile ducts, characterized by a poor prognosis and high mortality rate. Despite advancements in treatment, effective targeted therapies and reliable prognostic biomarkers remain limited. Ferroptosis, a regulated form of cell death, has emerged as a potential therapeutic target in various cancers. However, its role in CCA remains poorly understood. In this study, we conducted a comprehensive analysis of ferroptosis-related genes (FRGs) to predict the prognosis of CCA and identify potential therapeutic targets. Using the least absolute shrinkage and selection operator (LASSO) Cox regression analysis on a training dataset, followed …


Effects Of Circuit Training Program On Discipline And Futsal Shooting Ability Of Lower Secondary Students, Rapeepong Poolsawat Jan 2024

Effects Of Circuit Training Program On Discipline And Futsal Shooting Ability Of Lower Secondary Students, Rapeepong Poolsawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


มโนทัศน์เรื่องสภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วมในทัศนะของจอร์จ เฮอเบิร์ต มี้ด, ทัตดนัย คมคันสร Jan 2024

มโนทัศน์เรื่องสภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วมในทัศนะของจอร์จ เฮอเบิร์ต มี้ด, ทัตดนัย คมคันสร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วม เป็นมโนทัศน์สำคัญอันหนึ่งในการทำความเข้าใจความเป็นจริงทางสังคมและปรากฏการณ์ของความเป็นกลุ่ม โดยบ่งถึงความสามารถทางจิตของปัจเจกบุคคลที่จะมุ่งหมายหรือสัมพันธ์กับวัตถุ สภาวการณ์ ประพจน์ หรือการกระทำในฐานะ “กลุ่ม” (หรือในฐานะพวกเรา) วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษามโนทัศน์เรื่องความตั้งใจกระทำการร่วม ซึ่งเป็นประเด็นย่อยอันหนึ่งในข้อถกเถียงเรื่องสภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วม และเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่มีการถกเถียงกันในภววิทยาสังคม ปรัชญาจิต และปรัชญาการกระทำ แนวทางและคำอธิบายแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับความเข้าใจที่มีต่อมโนทัศน์ดังกล่าว สามารถแบ่งออกได้เป็นสามแนวทางของนักคิดสามคน ได้แก่ แนวทางแบบมุ่งเน้นเนื้อหา ของไมเคิล แบรทแมน แนวทางแบบมุ่งเน้นองค์ประธาน ของมากาเร็ต กิลเบอร์ต และแนวทางแบบมุ่งเน้นรูปแบบทางจิต ของจอห์น เซิร์ล วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งเสนอข้อถกเถียงว่าทั้งสามแนวทางต่างเผชิญข้อท้าทายเชิงทฤษฎีบางประการ กล่าวคือ สองแนวทางแรกเผชิญปัญหาเรื่องการให้คำอธิบายเป็นวงกลม ส่วนแนวทางที่สามเผชิญปัญหาเรื่องการเข้าใจธรรมชาติของสภาวะจิตเกาะเกี่ยวแบบภายในนิยม ที่ขาดมิติเชิงความสัมพันธ์ จากนั้นจะเสนอทางเลือกคำอธิบายใหม่โดยอาศัยแนวคิดของจอร์จ เฮอเบิร์ต มี้ดเรื่องตัวตนทางสังคม ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาและให้คำอธิบายปรากฏการณ์ความตั้งใจกระทำการร่วมได้ดีกว่าแนวทางที่ผ่านมา


แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ Jan 2024

แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสถานการณ์และคุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ และแนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะดังกล่าวสำหรับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว โดยใช้วิธีการเชิงปฏิบัติการ ด้วยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเพื่อสร้างเครื่องมือสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว จำนวน 6 ท่าน จากนั้นนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ร่วมกับเอกสารและงานวิจัยเพื่อสังเคราะห์เป็นแนวทางกระบวนการฝึกอบรม ผ่านการตรวจสอบความตรงและความเที่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ก่อนนำไปฝึกอบรมจริงกับกลุ่มผู้ประกาศข่าว จำนวน 7 คน ผลการวิจัยสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 ลักษณะสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาสะเทือนใจเกี่ยวกับเด็ก 2) ทราบข่าวร้ายกะทันหัน 3) หยุดหัวเราะไม่ได้ และ 4) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาความรุนแรง ประเด็นที่ 2 คุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) มีสติ 2) สลัดทิ้งสิ่งที่วิตกกังวลได้ทันที 3) มีทีมเวิร์ค 4) เปลี่ยนความสนใจที่รบกวนให้มาอยู่กับตัวเองแทน ประเด็นที่ 3 แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว ในส่วนนี้ผู้วิจัยนำผลของคำถามนำวิจัยข้อที่ 1 และคำถามนำวิจัยข้อที่ 2 มาสังเคราะห์ด้วย “รูปแบบกระบวนการฝึกอบรม” โดยนำ “แนวคิดจิตตปัญญาศึกษา” มาเป็นรากฐานของหลักสูตร ออกแบบการจัดฝึกอบรมด้วย “แนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน” และ “แนวคิดสื่อสารการแสดง” จนนำมาสู่ 9 หัวข้อกิจกรรม โดยผลประเมินการอบรมจากแนวทางดังกล่าวพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ที่ดีขึ้น มีสมาธิ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไหลลื่น สามารถรับรู้บุคลิกภาพการสื่อสารของตนเอง รวมถึงสามารถจัดการอารมณ์ความเครียดที่เกิดจากการเล่าข่าวประจำวัน


ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูล การเสริมสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาทักษะต่อพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินของวัยรุ่นเบาหวานชนิดที่ 1, ศุจิกา คมจักรพันธุ์ Jan 2024

ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูล การเสริมสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาทักษะต่อพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินของวัยรุ่นเบาหวานชนิดที่ 1, ศุจิกา คมจักรพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้ข้อมูล การเสริมสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาทักษะ ต่อพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินของวัยรุ่นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โดยอิงตามกรอบแนวคิดของ Fisher และคณะ (2003) กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นอายุ 12–18 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และได้รับการรักษาที่คลินิกโรคเบาหวาน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี มาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และใช้ปากกาอินซูลิน จำนวน 24 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 12 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือวิจัยคือแบบประเมินพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลิน ซึ่งมีค่าความตรงเชิงเนื้อหา 0.96 และค่าความเที่ยงรวม 0.76 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test และ Mann-Whitney U Test ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังเข้าร่วมโปรแกรม (W = 4.5, p = .01) อย่างไรก็ตาม คะแนนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (U = 83.0, p = .54)


การใช้แสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม คาดการณ์การใช้น้ำประปาของประเทศไทย, เจษฎายุทธ ไกรนรา Jan 2024

การใช้แสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม คาดการณ์การใช้น้ำประปาของประเทศไทย, เจษฎายุทธ ไกรนรา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้นำเสนอการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายแสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม (Night time light) และข้อมูลอื่น ๆ จากดาวเทียม มาเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับการใช้น้ำประปา (ปริมาณน้ำจำหน่าย) ของจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยวิธีการหาความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำจำหน่ายกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม เปรียบเทียบกับ ความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำจำหน่าย กับข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด (GPP) จำนวนประชากรรายจังหวัด (POP) โดยการประยุกต์ใช้โปรแกรม QGIS แปลงข้อมูลจากดาวเทียม ได้แก่ ค่าแสงไฟในเวลากลางคืน (NTL) ค่าพื้นที่เมือง (URBAN) และค่าอุณหภูมิพื้นผิวในเวลากลางวัน (TEMP_DAY) ออกมาเป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยรายจังหวัด เมื่อนำผลลัพธ์ที่ได้มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำจำหน่ายกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม พบว่าข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมสามารถใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลจากภาครัฐได้ค่อนข้างดี คือสามารถใช้เป็นตัวได้จำนวน 3 กลุ่มจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 28 ของทั้งประเทศ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าแสงไฟในเวลากลางคืน และข้อมูลอื่น ๆ จากดาวเทียมสามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดและนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการขยายระบบประปาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำสำคัญ: แสงไฟในเวลากลางคืน (Nighttime Light), การใช้น้ำประปาของประเทศไทย


การพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ : การประยุกต์โมเดลซีเอ็นเอ็นร่วมกับอาร์เอ็นเอ็น, ธีรวิชญ์ คะรานรัมย์ Jan 2024

การพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ : การประยุกต์โมเดลซีเอ็นเอ็นร่วมกับอาร์เอ็นเอ็น, ธีรวิชญ์ คะรานรัมย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ภาษามือไทยที่ครูใช้สื่อสารกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในชั้นเรียน 2) เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก และ 3) เพื่อวิเคราะห์ผลการใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทยเพื่อสนับสนุนการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ตอน ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ภาษามือไทยที่ครูใช้สื่อสารกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในชั้นเรียน ตัวอย่างวิจัยคือครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนสอนคนหนูหนวก เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถามความถี่การใช้งานประโยคภาษามือ และวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามโดยใช้ค่าเฉลี่ยและร้อยละ ตอนที่ 2 การพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก ตัวอย่างวิจัยคืออาสาสมัครที่มีความสามารถในการใช้ภาษามือ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยเลือกใช้โมเดลการเรียนรู้เชิงลึก convolutional neural network (CNN) ร่วมกับ recurrent neural network (RNN) จำนวน 4 โมเดล ในการพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยจำนวน 20 ประโยค โดยใช้ข้อมูลจากวิดีโอที่ถ่ายทำกับอาสาสมัคร จากนั้นเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโมเดลโดยพิจารณาจากความถูกต้อง ขนาดของโมเดล เวลาที่ใช้ในการฝึกสอนโมเดล และเวลาที่ใช้ในการทำนาย เพื่อนำโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไปใช้ประเมินประสิทธิภาพของโมเดลในการจำแนกประโยคภาษามือในภาพรวมและในแต่ละประโยคโดยใช้ค่า accuracy precision recall และ F1-score ตอนที่ 3 การวิเคราะห์ผลการใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทยเพื่อสนับสนุนการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ตัวอย่างวิจัยคือนิสิตครู เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถามการใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทย และวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามโดยใช้ค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาษามือที่ใช้ในชั้นเรียนมักเป็นประโยคที่สั้นและกะทัดรัดมากกว่าภาษาพูด และภาษามือที่ใช้มากที่สุดจัดอยู่ในหมวดการเสริมแรง 2) การพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้โมเดล EfficientNetB0 ร่วมกับ GRU สามารถจำแนกประโยคภาษามือได้มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้านความถูกต้อง ขนาดของโมเดล เวลาที่ใช้ในการฝึกสอนโมเดล และเวลาที่ใช้ในการทำนาย และ 3) การประเมินประสิทธิภาพของโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้ข้อมูลชุดทดสอบ โมเดลมีค่า accuracy เท่ากับ 0.78 ค่าเฉลี่ย precision เท่ากับ 0.79 ค่าเฉลี่ย recall เท่ากับ 0.78 และค่าเฉลี่ย F1-score เท่ากับ 0.78 โดยประโยคที่โมเดลสามารถจำแนกได้ดี ได้แก่ พร้อมยัง เข้าใจ และรู้ไหม และประโยคที่โมเดลจำแนกได้ไม่ดี ได้แก่ งานสวย ทำได้ไหม และถูกหรือผิด 4) การใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทยสามารถช่วยสนับสนุนการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้ในระดับปานกลาง


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง ‘พัทธ์ธีรา เอฟเฟค’ บทเพลงเปียโนแห่งจิตตานุภาพเพื่อจิตและปัญญา, พัทธ์ธีรา สุตัณฑวิบูลย์ Jan 2024

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง ‘พัทธ์ธีรา เอฟเฟค’ บทเพลงเปียโนแห่งจิตตานุภาพเพื่อจิตและปัญญา, พัทธ์ธีรา สุตัณฑวิบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและประพันธ์บทเพลงที่ส่งเสริมการนอนหลับ โดยอ้างอิงจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ได้แก่ แพทย์ นักบำบัด และนักจิตวิทยา ผ่านการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบมีโครงสร้าง ผู้วิจัยนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลและข้อเสนอแนะไปสร้างสรรค์บทเพลง ‘พัทธ์ธีรา เอฟเฟค’ บทเพลงเปียโนแห่งจิตตานุภาพ เพื่อจิตและปัญญา สำหรับบรรเลงโดยเปียโนและเชมเบอร์ออเคสตราซึ่งประกอบด้วยเครื่องลมไม้ (ฟลูต โอโบ คลาริเน็ต บาสซูน) เครื่องลมทองเหลือง (ฮอร์น) เครื่องสาย (ไวโอลิน วิโอลา เชลโล ดับเบิลเบส) และอิเล็กโทน ความยาวประมาณ 30-40 นาที มี 3 ท่อน ได้แก่ 1) นิทราใต้แสงจันทร์ 2) ภาพฝัน และ 3) รุ่งสางเลือนราง


Analysis Of Sediment-Discharge Hysteresis With The Interaction Of Hydrologic And Landscape Factors In The Upper Ping And Nan River Basin, Thailand, Soklin It Jan 2024

Analysis Of Sediment-Discharge Hysteresis With The Interaction Of Hydrologic And Landscape Factors In The Upper Ping And Nan River Basin, Thailand, Soklin It

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Understanding landscape and climate influences on sediment transport is critical for managing river basins sustainably. This study investigates hydrological-sediment dynamics in the upper Ping and Nan River Basins in northern Thailand. The research focuses on three objectives: (1) identifying types and temporal trends of hysteresis between discharge and sediment concentration (Q–SSC); (2) quantifying interactions among hydrological and vegetation variables using Principal Component Analysis (PCA); and (3) analyzing structural relationships among climate, vegetation, and sediment transport through Partial Least Squares Structural Equation Modeling (PLS-SEM). Hysteresis analysis revealed significant spatial and temporal variability in sediment dynamics. The Ping River Basin (stations P.75, …


ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดที่มีต่อพลังกล้ามเนื้อและความสามารถทางกีฬาฟันดาบสากลในนักกีฬาฟันดาบมือสมัครเล่น, นวินทร์ สุนทรเกตุ Jan 2024

ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดที่มีต่อพลังกล้ามเนื้อและความสามารถทางกีฬาฟันดาบสากลในนักกีฬาฟันดาบมือสมัครเล่น, นวินทร์ สุนทรเกตุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการฝึกพลัยโอเมตริก และการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือด ที่มีต่อสมรรถภาพทางกีฬาฟันดาบสากล พลังกล้ามเนื้อ ความสามารถในการใช้พลังงานแบบแอโรบิกและแอนแอโรบิก รวมถึงการทรงตัวในนักกีฬาฟันดาบสากลสมัครเล่น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาฟันดาบสากลอายุเฉลี่ย 21.3 ± 3 ปี จำนวน 46 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มควบคุม (CON) จำนวน 14 คน 2) กลุ่มฝึกพลัยโอเมตริก (PLY) จำนวน 16 คน และ 3) กลุ่มฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือด (PLY+BFR) จำนวน 16 คน ทั้งสามกลุ่มได้รับการฝึกฟันดาบ 3 วันต่อสัปดาห์ โดยมีการควบคุมปริมาณการฝึกฟันดาบแบ่งเป็นการฝึกการเคลื่อนไหว การฝึกทักษะ และการฝึกแข่งขัน รวมระยะเวลาการฝึกฟันดาบ 1.5 - 2 ชั่วโมงต่อวัน กลุ่ม PLY และ PLY+BFR มีการฝึกเสริมด้วยการฝึกพลัยโอเมตริก 2 วันต่อสัปดาห์ ฝึก 4 ท่าในแต่ละวัน ซึ่งเป็นท่าฝึกที่เน้นการเคลื่อนไหวในแนวนอน (horizontal motion) เพื่อจำลองการเคลื่อนไหวในกีฬาฟันดาบ ในขณะฝึกพลัยโอเมตริกกลุ่ม PLY+BFR จะใส่อุปกรณ์เพื่อจำกัดการไหลเวียนเลือดแดงบริเวณส่วนต้นของรยางค์ล่างทั้ง 2 ข้าง และใช้แรงดันในการจำกัดการไหลเวียนเลือดที่ 60 เปอร์เซ็นต์ของแรงดันที่หลอดเลือดแดงถูกปิดกั้น (arterial occlusion pressure) ก่อนและหลังการฝึก ทุกกลุ่มได้รับการประเมินตัวแปรด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ประกอบด้วย ข้อมูลสรีรวิทยาทั่วไปและองค์ประกอบร่างกาย สมรรถภาพทางแอโรบิก สมรรถภาพทางกีฬาฟันดาบ พลังกล้ามเนื้อเชิงทักษะ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบประสาทกล้ามเนื้อ และการทรงตัว การวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบใช้การทดสอบความแปรปรวนแบบผสม 2x3 (กลุ่ม x เวลา) และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มโดยใช้วิธีการทดสอบของแอลเอสดี (LSD) ภายหลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า ทั้งกลุ่ม PLY และ PLY+BFR มีการพัฒนาพลังกล้ามเนื้อเชิงทักษะ ความแข็งแรง …


Structural Modification Of 4'-Aminochalcones As Α-Glucosidase Inhibitors, Emmanuel Sunday Idoko Jan 2024

Structural Modification Of 4'-Aminochalcones As Α-Glucosidase Inhibitors, Emmanuel Sunday Idoko

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Diabetes mellitus, one of the most predominant health problems worldwide, characterized by hyperglycemia, has attracted the attention of medicinal chemists. Although several therapeutic drugs have been developed and used clinically, diabetes continues to pose a growing threat to public health. One of the promising approaches for treating type 2 diabetes involves reducing the rate of carbohydrate hydrolysis by inhibiting the action of α-glucosidase. Over the years, chalcone analogues have been reported for their vast biological properties and as a promising antidiabetic agent. In this research, two series of 4'-aminochalcone derivatives were designed and synthesized as α-glucosidase inhibitors. Twenty-five alkylated 4'-aminochalcone …


Certain Incident Matrices For Lines Intersecting On Plane, Anawin Chongaumklang Jan 2024

Certain Incident Matrices For Lines Intersecting On Plane, Anawin Chongaumklang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This work studies arrangements of lines on the plane, focusing on Fourier’s 17 lines problem, which involves constructing 101 intersection points with 17 lines. We use code notation and incident matrices to classify possible configurations and develop algorithms to determine which codes are drawable. Special attention is given to the role of multiple points and parallel families in these arrangements. Out of 924 possible codes, 658 are confirmed drawable using a combination of theoretical analysis and computer verification. For the remaining cases, new lemmas are proposed to construct additional intersection points. Our findings offer both theoretical insights and practical algorithms …


High Purity Silver Nano- And Micro Particles With Controllable Shapes By Polymeric Stabilizers, Natsuda Muankhajorn Jan 2024

High Purity Silver Nano- And Micro Particles With Controllable Shapes By Polymeric Stabilizers, Natsuda Muankhajorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This work presents a rapid, sustainable, and efficient technique for both recovering silver microstructures from spent button batteries and fabricating flexible conductive materials. In the first phase, a green recovery method was developed using H2O2 as a reducing agent to convert silver sources into high-purity silver microstructures. The morphology of the recovered silver was controlled using polymeric stabilizers (PVP and PVA) whose molecular weights significantly influenced particle shape and aggregation. PVP promoted the formation of uniform silver microplates, while PVA yielded isotropic microspheres. The silver microstructures from the spent button batteries were converted into highly pure silver microstructures (>98%), …


ผลของการฝึกรำไทยสมาธิต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการทำงานของไตในผู้สูงอายุโรคไตจากเบาหวาน, ศุภลักษณ์ จันคำ Jan 2024

ผลของการฝึกรำไทยสมาธิต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการทำงานของไตในผู้สูงอายุโรคไตจากเบาหวาน, ศุภลักษณ์ จันคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกรำไทยสมาธิต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การทำงานของไต สมรรถภาพทางกาย ตัวบ่งชี้ทางชีวเคมีในเลือด และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่เป็นโรคไตจากเบาหวาน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน อายุระหว่าง 60-75 ปี ถูกสุ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึก (CON) จำนวน 19 คน และ 2) กลุ่มฝึกรำไทยสมาธิ (TDM) จำนวน 17 คน ที่ได้รับการฝึกรำไทยสมาธิ ที่ความหนัก 40-60 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวใจสำรอง ครั้งละ 50 นาที จำนวน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ทำการทดสอบตัวแปรด้านสรีรวิทยา สารชีวเคมีในเลือด สมรรถภาพทางกาย การทำงานของหลอดเลือด ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ ความเครียดและคุณภาพชีวิต ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบก่อนและหลังการฝึก และเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มด้วยการทดสอบความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ (2 กลุ่ม x 2 เวลา) และเปรียบเทียบความแตกต่างแบบรายคู่โดยใช้วิธีการทดสอบแอลเอสดี ภายหลังการฝึก 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มรำไทยสมาธิมีน้ำหนักตัว ไขมันในช่องท้อง ความดันโลหิตช่วงหัวใจบีบตัวและคลายตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ระดับไกลโคซิเลทฮีโมโกลบิน ยูเรียไนโตรเจน มาลอนไดอัลดีไฮด์ ทูเมอร์ เนโครซิส แฟกเตอร์-อัลฟา และ อินเตอร์ลิวคิน-6 ลดลง ในขณะที่ค่าอัตราการกรองของไต ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส และไนตริก ออกไซด์ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ ค่าการขยายตัวของหลอดเลือดหลังการปิดกั้นการไหลเวียน ซึ่งเป็นการวัดการขยายตัวของหลอดเลือดที่ขึ้นอยู่กับเอนโดทีเลียมเพิ่มขึ้น ความแข็งของหลอดเลือดแดงและดัชนีความต้านทานของไตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อีกทั้งกลุ่มรำไทยสมาธิยังมีค่าความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจความถี่สูงเพิ่มขึ้น ระดับความเครียดและความวิตกกังวลลดลง และมีคุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่า การฝึกรำไทยสมาธิมีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผู้สูงอายุที่เป็นโรคไตจากเบาหวาน อันได้แก่ส่งเสริมการทำงานของไตและหลอดเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และลดสารอนุมูลอิสระ ความเครียด และความวิตกกังวล


การปรับปรุงรอยต่อสะพานเหล็กด้วยแผ่นพื้นเชื่อมต่อ, พัชรพล บัวทุม Jan 2024

การปรับปรุงรอยต่อสะพานเหล็กด้วยแผ่นพื้นเชื่อมต่อ, พัชรพล บัวทุม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การออกแบบและก่อสร้างสะพานเหล็กในอดีตมักใช้รอยต่อขยายตัว (Expansion Joint) เพื่อรองรับการเคลื่อนที่จากอุณหภูมิ แต่เมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการกัดกร่อนและความเสียหายสะสม เนื่องจากน้ำและสิ่งสกปรกซึมผ่านลงสู่โครงสร้างส่วนล่างได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างบริเวณรอยต่อ เป็นภาระในการบำรุงรักษาและกระทบต่ออายุการใช้งานสะพาน การใช้แผ่นพื้นเชื่อมต่อ (Link Slab) จึงเป็นทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพสะพานเหล็กเดิม โดยมีบริเวณไม่ยึดติด (Debonded Zone) เพื่อลดความเค้นภายใน ร่วมกับการใช้คอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ (UHPC) ที่มีความแข็งแรงทั้งด้านแรงอัดและแรงดึง และทนต่อการยืดตัวหลังแตกร้าว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แผ่นพื้นเชื่อมต่อยิ่งขึ้น การศึกษานี้พิจารณากรณีสะพานเหล็กช่วงพาดเดี่ยวปกติ 25 เมตร พบว่าเมื่อใช้ UHPC กำลังอัด 110 MPa สามารถเปลี่ยนรอยต่อสะพานเป็นแผ่นพื้นเชื่อมต่อได้ต่อเนื่อง 4 ช่วงพาด เพิ่มระยะห่างรอยต่อขยายตัวจาก 25 เมตรเป็น 100 เมตร ผลการวิเคราะห์โครงสร้างพบว่าแผ่นพื้นเชื่อมต่อที่ใช้วัสดุ UHPC ช่วยลดการเสียรูปโดยภาพรวมของสะพานจากน้ำหนักบรรทุกและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ อีกทั้งยังสามารถออกแบบเพื่อลดขนาดและปริมาณเหล็กเสริมลงได้ ดังนั้น การเปลี่ยนรอยต่อสะพานเป็นแผ่นพื้นเชื่อมต่อจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแรง ลดต้นทุนบำรุงรักษาในระยะยาว อย่างไรก็ตามพบว่าอาจทำให้ฐานรองรับสะพานบางตำแหน่งต้องรับแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ออกแบบจึงควรพิจารณาปรับเปลี่ยนฐานรองรับให้เหมาะสมกับภาระที่เพิ่มขึ้นด้วย


ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างในช่างติดตั้งนั่งร้าน จังหวัดระยอง, ณภัทร อภิญญาชน Jan 2024

ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างในช่างติดตั้งนั่งร้าน จังหวัดระยอง, ณภัทร อภิญญาชน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในกลุ่มช่างติดตั้งนั่งร้านจากบริษัทรับติดตั้งนั่งร้านในจังหวัดระยองทั้งหมด 4 บริษัท เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นจำนวน 429 คน ในระหว่างวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2567 โดยใช้แบบสอบถาม Nordic Musculoskeletal Questionnaire (NMQ) และแบบสอบถาม Body Discomfort Questionnaire วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Multiple logistic regression ผลการศึกษาพบความชุกของอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในตำแหน่งใดอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง ในระยะเวลา 7 วัน และ 12 เดือน เท่ากับร้อยละ 60.5 และ 57.5 ตามลำดับ โดยบริเวณที่มีความชุกสูงที่สุดคือหลังส่วนล่างและไหล่ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับอาการเหล่านี้ ได้แก่ ระดับการศึกษา รายได้ สถานภาพสมรส เพศ และชั่วโมงการทำงาน จากผลการศึกษานี้ สะท้อนให้เห็นว่าช่างติดตั้งนั่งร้านมีความชุกของอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างค่อนข้างสูง สถานประกอบการควรดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพ ให้ความรู้เกี่ยวกับท่าทางการทำงานที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ และส่งเสริมการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดอาการผิดปกติ


แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีการค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ทะเลอาณาเขตของประเทศไทย, ฉัตรวรินท์ ภูวัชร์พิบูล Jan 2024

แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีการค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ทะเลอาณาเขตของประเทศไทย, ฉัตรวรินท์ ภูวัชร์พิบูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหา สาเหตุ นโยบาย กฎหมาย และการดำเนินงานของไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อน 2) เสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอาชญากรรมข้ามชาตินี้ และ3) สนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเก็บข้อมูลจากการค้นคว้าเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก 23 ท่าน ซึ่งครอบคลุมผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ผู้ปฏิบัติงานหน่วยงานภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มตัวอย่างภาคธุรกิจเอกชนที่ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ผลการศึกษาพบว่า การค้าน้ำมันเถื่อนในทะเลอาณาเขตไทยเป็นปัญหาต่อเนื่อง มีลักษณะเป็นขบวนการหลีกเลี่ยงภาษี และมักมีนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐให้การสนับสนุน แรงจูงใจหลักมาจากราคาน้ำมันที่สูง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และผลตอบแทนจากการกระทำผิดที่สูง ทำให้เกิดการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนอย่างแพร่หลาย แม้จะมีกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย รวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ที่ทำหน้าที่ประสานงาน แต่ก็ยังคงประสบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อาชญากรรมนี้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ความปลอดภัยของสังคม สุขภาพประชาชน และคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามประสบผลสำเร็จในระยะยาว ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ควรส่งเสริมให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความร่วมมือและบูรณาการ การทำงานระหว่างกัน ทั้งในระดับหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงาน ภาครัฐควร จัดสรรกำลังพลและอุปกรณ์ให้เพียงพอและทันสมัย รวมถึง แก้ไขกฎหมายที่ไม่ทันสมัย นอกจากนี้ ควร สร้างองค์ความรู้และความเข้าใจถึงผลกระทบ ของอาชญากรรมนี้ให้แก่ประชาชน และที่สำคัญคือ ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านความตกลงประชาคมอาเซียนหรือโครงการความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อนในทะเลอาณาเขตไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต


เส้นทางที่ (ไม่) คุ้นชินของน้ำมันในลาวจากกรุงเทพฯสู่สะหวันนะเขตและเวียงจันทน์: พลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ลาว เมื่อน้ำมัน - มนุษย์กลายเป็นแรงปรารถนาในการพัฒนา, สิทธา พสุทันท์ Jan 2024

เส้นทางที่ (ไม่) คุ้นชินของน้ำมันในลาวจากกรุงเทพฯสู่สะหวันนะเขตและเวียงจันทน์: พลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ลาว เมื่อน้ำมัน - มนุษย์กลายเป็นแรงปรารถนาในการพัฒนา, สิทธา พสุทันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของพลังงานน้ำมันในฐานะ “สิ่งกระทำทางประวัติศาสตร์” (Historical Actant) ที่มีส่วนร่วมสำคัญต่อเส้นทางประวัติศาสตร์การพัฒนาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยนำเสนอประวัติศาสตร์ในรูปแบบ “เส้นทางที่ (ไม่) คุ้นชิน” [Path-(Non)-Dependence] เพื่อขยายความเข้าใจจากกรอบประวัติศาสตร์กระแสหลักที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง วิทยานิพนธ์นี้ใช้กรอบแนวคิดจากทฤษฎีวัตถุนิยมใหม่ (New Materialism) และจิตวิเคราะห์ของฌาคส์ ลากอง (Jacques Lacan’s Psychoanalysis) เพื่ออธิบายน้ำมันในฐานะวัตถุแห่งความปรารถนา (Object of Desire) ที่ฝังอยู่ในแนวทางการพัฒนาแบบรัฐสมัยใหม่ของลาว การวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การศึกษาเอกสาร การเก็บข้อมูลภาคสนามเชิงชาติพันธุ์วรรณนาในเมืองสะหวันนะเขตและเวียงจันทน์ การร่วมเดินทางขนส่งน้ำมันจากจังหวัดระยอง และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าน้ำมันจากไทยผ่านโครงสร้างชายแดนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าน้ำมันไม่เพียงเป็นผลผลิตของประวัติศาสตร์ แต่ยังร่วมขีดเขียนประวัติศาสตร์ผ่านการประกอบร่วม (Assemblage) กับหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ โครงสร้างชายแดน อำนาจ และผู้คนที่เกี่ยวข้อง วิทยานิพนธ์นี้จึงเสนอให้การศึกษาพลังงานเป็นการศึกษาสังคม เพื่อเข้าใจความพัวพันระหว่างพลังงาน น้ำมัน และรัฐชาติในฐานะสภาวะร่วมการพัฒนาของสังคม


การพัฒนาชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการกำหนดตนเองและการตัดสินใจเลือกอาชีพเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การมีงานทำของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้, สรญา มุทะธากุล Jan 2024

การพัฒนาชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการกำหนดตนเองและการตัดสินใจเลือกอาชีพเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การมีงานทำของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้, สรญา มุทะธากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการกำหนดตนเองและการตัดสินใจเลือกอาชีพเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การมีงานทำของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 2) วิเคราะห์ผลของการใช้ชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการกำหนดตนเองและการตัดสินใจเลือกอาชีพเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การมีงานทำของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ตัวอย่างวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ที่กำลังศึกษาอยู่ในมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 คน โดยใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง 2) กลุ่มครูของนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างที่ 1 จำนวน 3 คน 3) กลุ่มผู้ปกครองที่ดูแลนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างที่ 1 จำนวน 3 คน การวิจัยครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 พัฒนาชุดกิจกรรมฯ และ ระยะที่ 2 ทดลองใช้ชุดกิจกรรมฯ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ ชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการกำหนดตนเองและการตัดสินใจเลือกอาชีพ และแผนการสอนประกอบชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการกำหนดตนเองและการตัดสินใจเลือกอาชีพเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การมีงานทำของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เครื่องมือรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ชุดแบบประเมินทักษะการกำหนดตนเอง แบบประเมินการตัดสินใจเลือกอาชีพ และแบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นที่มีต่อชุดกิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยายและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดกิจกรรมฯ ประกอบด้วย 7 กิจกรรม แต่ละกิจกรรมประกอบด้วย 5 ขั้นตอน 2. ชุดกิจกรรมฯสามารถสร้างความตระหนักรู้ในตนเองและทำให้นักเรียนมีทักษะการกำหนดตนเองที่สูงขึ้น จนนำไปสู่การตัดสินใจเลือกอาชีพด้วยตนเองได้ 3. นักเรียนสามารถระบุอาชีพที่ตนเองสนใจได้อย่างมีเหตุผลและมีการวางแผนอย่างเป็นระบบมากขึ้น สามารถวางแผนบรรลุเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม 4. กลุ่มผู้ใช้ชุดกิจกรรมทั้ง 3 กลุ่ม มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า กิจกรรมมีความเหมาะสมกับบริบทของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ สามารถประยุกต์ใช้ในรายวิชาหรือกิจกรรมอื่น ๆ ได้


The Impact Of Art Therapy On Empathy Development In Thai Adolescents, Baitoey Charoenpitaya Jan 2024

The Impact Of Art Therapy On Empathy Development In Thai Adolescents, Baitoey Charoenpitaya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This qualitative research aimed to explore how the embodied mandala method, grounded in the Embodiment–Projection–Role (EPR) framework and the concept of the mandala as a dramatic structure of the mind, can support the development of empathy in Thai adolescents. The study involved ten participants aged 13–15 who engaged in expressive arts activities across six sessions. Data were collected through structured written interviews, reflection notes, and artwork, and analyzed thematically. Two key themes emerged: (1) Emotional Echoes: Knowing Through Feeling (affective empathy), and (2) Beyond Distance: Bridging Self and Other (cognitive and affective empathy). Findings indicated that the embodied mandala method …


Barriers To Smart Irrigation Technologies Adoption In The Thailand Agricultural Sector, Mahroo Aghaabbasi Jan 2024

Barriers To Smart Irrigation Technologies Adoption In The Thailand Agricultural Sector, Mahroo Aghaabbasi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study identifies the barriers hindering the adoption of smart irrigation technologies in the Thai agricultural sector. Utilizing three categories: innovation characteristics derived from the Diffusion of Innovation theory, innovation determinants, and the consequences of agricultural digitalization derived from the literature reviews, this research conducts a mixed method, including qualitative and quantitative approaches through surveys of 210 farmers and interviews with 2 non-adopter farmers, 2 adopter farmers, 3 institutional experts, 2 technology providers, and 2 NGO and farmer organization specialists. The quantitative analysis reveals that financial, informational, institutional, and technological barriers, including high installation and maintenance costs, lack of knowledge, …


แบบจำลองการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีสำหรับการจัดลำดับความสำคัญโดยใช้ตรรกะคลุมเครือ, เปรม สุนทรภาส Jan 2024

แบบจำลองการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีสำหรับการจัดลำดับความสำคัญโดยใช้ตรรกะคลุมเครือ, เปรม สุนทรภาส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบแอไจล์ ยูสเซอร์สตอรีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนความต้องการของผู้ใช้ แต่หากยูสเซอร์สตอรีมีคุณภาพไม่เพียงพอ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงนำเสนอแบบจำลองการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีโดยใช้ตรรกะคลุมเครือ เพื่อช่วยให้สามารถจัดการกับความไม่แน่นอนในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการนิยามความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีจำนวน 12 ประเภท พร้อมทั้งกำหนดเกณฑ์การประเมินใน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านความพยายามในการบริหารจัดการ และด้านข้อจำกัดในการบริหารจัดการ จากนั้นจึงประยุกต์ใช้ตรรกะคลุมเครือร่วมกับตัวแปรภาษาและฟังก์ชันความเป็นสมาชิกในการคำนวณค่าคะแนนความเสี่ยง และจัดลำดับความสำคัญผ่านแบบจำลองที่พัฒนาขึ้น ผลการประเมินการใช้งานแบบจำลองกับผู้มีประสบการณ์ในโครงการแอไจล์พบว่า แบบจำลองสามารถช่วยในการจำแนกความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ประเมิน ซึ่งผลการประเมินสะท้อนถึงความสมเหตุสมผลของแบบจำลองและความสามารถในการประยุกต์ใช้จริง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อทีมพัฒนาในการประเมินและจัดลำดับความเสี่ยงของยูสเซอร์สตอรีได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงในโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบแอไจล์ได้ดียิ่งขึ้น


Interdisciplinary Research Collaboration In Digital History: Impact Of Classification On The Evaluation Of Publications, Papatsara Arsa Jan 2024

Interdisciplinary Research Collaboration In Digital History: Impact Of Classification On The Evaluation Of Publications, Papatsara Arsa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The interdisciplinary nature of digital history presents challenges in retrieving and evaluating publications within scholarly communities. This research investigates the impact of classification on the evaluation of digital history research, collaboration patterns, and barriers to interdisciplinary collaboration. The study employs a scoping review of 109 publications from academic online databases and interviews with fifteen experts from eleven countries. Findings reveal that digital history can be identified within the academic landscape through distinct characteristics of scholarly communication, including publication venues, researcher affiliations, natural and controlled vocabularies, information-seeking behaviors, and publication practices. The study employs a pragmatist perspective, analyzing metadata to conceptualize …