Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 3961 - 3990 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Impact Of Financial Advisor Reputation On Ipo Underpricing: Evidence From Thailand, Suparat Kongsompot Jan 2023

The Impact Of Financial Advisor Reputation On Ipo Underpricing: Evidence From Thailand, Suparat Kongsompot

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the role of financial advisors (FAs) in the initial public offering (IPO) process, particularly focusing on how their involvement affects IPO underpricing. IPO underpricing, a well-documented phenomenon where shares are priced below their market value on the first trading day, has been extensively studied, often with an emphasis on the role of underwriters (UWs). However, this research addresses the gap in literature regarding the distinct contributions of FAs, who are crucial yet often conflated with UWs. Drawing on the context of Thailand, where regulatory requirements mandate the involvement of FAs separate from UWs, this study investigates the …


Investor Sentiment Influence On The Preference For Lottery-Like Stocks Among Thai Mutual Fund, Pichayapong Srisawad Jan 2023

Investor Sentiment Influence On The Preference For Lottery-Like Stocks Among Thai Mutual Fund, Pichayapong Srisawad

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research investigates the preferences of Thai mutual funds for lottery-like stocks, characterized by stock skewness. Given that market sentiment fluctuates over time, the study also explores how the preferences of Thai mutual funds for lottery-like stocks vary with market sentiment. The research aims to understand if holding these stocks can generate significant excess returns and to evaluate the impact of fund size and age on these investment preferences during different market sentiment periods. By analyzing data from the first quarter of 2020 to the third quarter of 2023, this study provides a comprehensive view of the strategic decisions made …


Impact Of Morningstar Sustainability Rating On Mutual Fund Flow: Evidence From Thailand, Jiratchaya Thamhaisuk Jan 2023

Impact Of Morningstar Sustainability Rating On Mutual Fund Flow: Evidence From Thailand, Jiratchaya Thamhaisuk

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the impact of Morningstar Sustainability Ratings on Thai mutual fund flows, focusing on three aspects: the impact of the ratings' introduction, the differential effects of varying ESG ratings, and the influence of ESG ratings during the COVID-19 pandemic. The analysis encompasses various methodological approaches, including event studies, propensity score matching, cross-sectional, and panel regression analyses, to provide comprehensive insights into investor behavior to Morningstar Sustainability Ratings. Globally, sustainability ratings have a significant impact on mutual fund flows. This study finds that there is a strong initial impact following the publication of the Morningstar Sustainability Ratings, particularly for …


The Influence Of Interest Rates On Small And Medium Enterprises In Thailand, Minthra Srimanchanda Jan 2023

The Influence Of Interest Rates On Small And Medium Enterprises In Thailand, Minthra Srimanchanda

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Small and medium-sized enterprises (SMEs) are crucial to economic development, significantly contributing to employment and economic activities in Thailand. However, despite their importance, SMEs often face financial challenges that can hinder their operations and growth prospects. This research investigates the determinants of non-performing loans (NPLs) of SMEs in Thailand, with a particular focus on the impact of interest rates and other macroeconomic indicators such as GDP growth, unemployment rates. The study employs three Ordinary Least Squares (OLS) models to analyze the relationship between these variables and NPLs. The findings reveal that higher GDP growth significantly reduces NPLs, suggesting that economic …


Corruption And Informal Economies In Asia, Min Thiha Jan 2023

Corruption And Informal Economies In Asia, Min Thiha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis explores the dynamic interaction between corruption, the informal economy, and the political and economic institutional qualities in 39 Asian countries from 2001 to 2021, using 819 observations and fixed-effect estimation method. The findings indicate that corruption significantly enlarges the shadow economy, supporting the notion that corruption can facilitate business operations in heavily regulated environments. Conversely, higher economic freedom and democratic governance are linked to smaller shadow economies, underscoring the importance of transparent and accountable institutions. Additionally, higher tax burdens and rapid GDP growth are associated with larger informal sectors, while increased FDI inflows and population growth tend to …


Relationship Between Institutional Ownership And Stock Returns: Evidence From Thailand, Warit Chitpaiboon Jan 2023

Relationship Between Institutional Ownership And Stock Returns: Evidence From Thailand, Warit Chitpaiboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Institutional investors play a crucial role in financial markets. Understanding how their ownership affects stock returns can provide valuable insights for both institutional investors and individual investors in making informed investment decisions. In financial markets, the relationship between institutional ownership and stock returns has been a subject of extensive debate. Institutional investors, including mutual funds, pension funds, and hedge funds, wield significant influence over equity markets due to their holdings' sheer magnitude and ability to execute large-scale trades. Understanding how their investment decisions impact stock returns is not only crucial for investors seeking to optimize their portfolios but also for …


การกำหนดกรอบข่าวและปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์, รัชฎาวรรณ รองทอง Jan 2023

การกำหนดกรอบข่าวและปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์, รัชฎาวรรณ รองทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อวิเคราะห์และอธิบายการกำหนดกรอบของข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ของสื่อมวลชนบนออนไลน์และเพจนำเสนอข่าวและเหตุการณ์บนสื่อออนไลน์ 2) เพื่อวิเคราะห์และอธิบายปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่สะท้อนการใช้ภาษาและการร่วมกระทำในการระรานทางไซเบอร์ และ 3) เพื่อสร้างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์บนช่องทางออนไลน์ ใช้วิธีการวิจัยกรณีศึกษาจำนวน 2 กรณี ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาข่าวเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่นำเสนอบนสื่อออนไลน์ จำนวนรวม 61 ชิ้นข่าว วิเคราะห์เนื้อหาการแสดงความคิดเห็น จำนวน 11,968 ความคิดเห็น และการสัมภาษณ์เชิงลึกนักวิชาชีพด้านข่าวและผู้ผลิตเนื้อหาออนไลน์ จำนวน 12 คน ผลการวิจัยพบว่า การกำหนดกรอบของข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ ได้แก่ ความขัดแย้ง ผลกระทบ การสำนึกผิด และการคลี่คลาย ทั้งนี้ไม่พบการนำเสนอกรอบข่าวเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาหรือการนำเสนอทางออกในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และไม่พบการกำหนดกรอบข่าวเกี่ยวกับการให้กำลังใจหรือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลธรรมดา ปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์พบว่า มีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์แต่เกี่ยวกับบุคคลในข่าวมากที่สุดในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลมีชื่อเสียง และมีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่สนับสนุนการระรานทางไซเบอร์มากที่สุดในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลธรรมดา ทั้งนี้ยังพบการกดถูกใจและการกดแบ่งปันข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์มากที่สุดในการเผยแพร่ข่าวช่วงแรกและค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลาการนำเสนอข่าว ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์บนช่องทางออนไลน์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1) กำหนดการควบคุมโดยยึดหลักจริยธรรมของสื่อสารมวลชนที่สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มช่องทางการร้องเรียนให้กับผู้ที่รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าวการระรานทางไซเบอร์ 2) กำหนดเกณฑ์เชิงจริยธรรมการนำเสนอข่าวของผู้ให้บริการสื่อ/ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์เน้นเนื้อหาที่ไม่เพิ่มความหวาดกลัวในการตกเป็นเหยื่อจากการถูกระรานทางไซเบอร์ เฝ้าระวังการนำเสนอเนื้อหาข่าวที่อาจนำไปสู่การระรานทางไซเบอร์ และการเฝ้าระวังปฏิสัมพันธ์ออนไลน์เชิงลบของผู้อ่านข่าวที่นำเสนอ และ 3) กำหนดมาตรการส่งเสริมให้ผู้ใช้สื่อ/ ผู้บริโภค ตระหนักรู้เรื่องการระรานทางไซเบอร์และเพิ่มทักษะความเป็นพลเมืองดิจิทัล


การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ, สมรักษ์ เจียมธีรสกุล Jan 2023

การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ, สมรักษ์ เจียมธีรสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง "การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายในสังคมไทย การให้ความหมายเรื่องความตายของผู้สูงอายุ และพฤติกรรมการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้างเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้สูงอายุกรณีศึกษา 18 คน การเตรียมตัวตายเป็นพฤติกรรมสังคม และพฤติกรรมวัฒนธรรม ผู้สูงอายุคิดวางแผนเตรียมตัวตายโดยใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือ การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายเป็นกระบวนการในการสร้างความหมายร่วมกันระหว่างผู้ร่วมกระทำการสื่อสารซึ่งมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ปฏิสัมพันธ์ในที่นี้มีขอบเขตตั้งแต่ระดับภายในตนเอง ปฏิสัมพันธ์ต่อบุคคลใกล้ชิด ต่อกลุ่ม และต่อสาธารณะ ผู้สูงอายุให้ความหมายความตาย 5 ความหมาย ได้แก่ ความตายคือการไม่มีชีวิตอยู่ ความตายคือการเคลื่อนย้ายของจิต ความตายคือการเปลี่ยนภพตามพระประสงค์ของพระเจ้า ความตายคือการเดินทางครั้งใหม่-การเกิด ความตายคือการพลัดพรากหรือถูกทำให้พลัดพรากจากที่เป็นอยู่ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุมี 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยตัวบุคคล ปัจจัยศาสนา ปัจจัยด้านสังคมวัฒนธรรม และปัจจัยสถานภาพทางสังคมเศรษฐกิจ สื่อและช่องทางการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ ได้แก่ สื่อบุคคล สื่อเฉพาะกิจ สื่อเชิงวัฒนธรรม สื่อวัตถุ และสื่อสังคม


บทบาทหนังสือพิมพ์รายวันต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน, ภัทรเวช ฟุ้งเฟื่อง Jan 2023

บทบาทหนังสือพิมพ์รายวันต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน, ภัทรเวช ฟุ้งเฟื่อง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของหนังสือพิมพ์รายวันและการทำหน้าที่ของหัวหน้าโต๊ะข่าวต่างประเทศต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน เช่นเดียวกับการศึกษาการรับรู้ของผู้รับสารต่อการนำเสนอเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ภายหลังการเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ก่อนที่ประเทศไทยจะเป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียน การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณร่วมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหาหนังสือพิมพ์รายวันที่มีการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน เพื่อรวบรวมการนำเสนอเนื้อหาที่ถูกนำเสนอในหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์เชิงลึก หัวหน้าโต๊ะข่าวต่างประเทศต่อการนำเสนอเนื้อหา และการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษาการรับรู้ของผู้รับสารต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน ผลการศึกษาพบว่า หนังสือพิมพ์แสดงบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนผ่านการนำเสนอเนื้อหารายประเทศสมาชิกมากกว่าการนำเสนอเนื้อหาความร่วมมือระหว่างประเทศและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนโดยตรง โดยให้น้ำหนักไปที่ประเด็นด้านสังคมวัฒนธรรมและรายงานสถานการณ์ของประเทศสมาชิกมากกว่า โดยประเทศที่ถูกนำเสนอมากที่สุด ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และบรูไนตามลำดับ ส่วนเนื้อหาความร่วมมือระหว่างประเทศพบว่ามีการนำเสนอความร่วมมือระดับทวิภาคีโดยเฉพาะประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ สำหรับเนื้อหาที่เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนพบว่ามีการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมเศรษฐกิจมากที่สุดเป็นอันดับแรก การทำหน้าที่ของหัวหน้าโต๊ะข่าวต่างประเทศที่พิจารณาเลือกนำเสนอเนื้อหาจากองค์ประกอบด้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย ความเกี่ยวข้อง ความใกล้ตัว และความสำคัญต่อผู้อ่านมากกว่าการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนที่มีลักษณะอิงเหตุการณ์สำคัญ (event based) มากกว่าอิงประเด็นตามกรอบความร่วมมือของประชาคมอาเซียน ส่วนผู้รับสารมีการรับรู้และความเข้าใจต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนในระดับมาก การรับรู้ต่อประเด็นเกี่ยวกับประเทศสมาชิก และความร่วมมือระหว่างประเทศในประชาคมอาเซียนมีการรับรู้ที่มีความไม่สอดคล้องกับการนำเสนอของหนังสือพิมพ์ ด้านการรับรู้ต่อประชาคมอาเซียนผู้รับสารมีความรู้ความเข้าใจถึงนโยบายและกลไกความร่วมมือทางธุรกิจจองอาเซียนมากกว่าด้านอื่น ๆ


แบบจำลองการทำนายและแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองโดยใช้บิ๊กดาต้า, จุติพร ปริญโญกุล Jan 2023

แบบจำลองการทำนายและแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองโดยใช้บิ๊กดาต้า, จุติพร ปริญโญกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบสมผสานวิธี ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าในการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมือง 2) เพื่อสร้างแบบจำลองการทำนายและแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมือง โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านบิ๊กดาต้า ทั้งวิชาการและวิชาชีพจำนวน 10 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเกณฑ์การวัดระดับความรู้สึก (Sentiment) ด้วยวิธีการตรวจสอบสามเส้า (Triangulation) ประกอบด้วย นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ สื่อมวลชนสายการเมือง ผู้นำทางความคิดประเด็นทางการเมือง และนักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง จำนวน 5 ท่าน นอกจากนี้ยังใช้บิ๊กดาต้าทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ ทวิตเตอร์ (Twitter) เฟซบุ๊ก (Facebook) ยูทูป (Youtube) อินสตาแกรม (Instagram) และเว็บไซต์ (Website) จำนวน 132,660 ข้อมูล เพื่อพัฒนาเป็นแบบจำลองการทำนายภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมือง ผลการศึกษาพบว่า 1) บิ๊กดาต้าสามารถนำมาใช้เพื่อการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองได้ทุกขั้นตอนของการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ ซึ่งข้อมูลและแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการทำนายภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองคือข้อมูลประเภทข้อความจากสื่อสังคมออนไลน์ และแบบจำลองการทำนายที่เหมาะสมคือแบบจำลองการเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning) นอกจากนี้การพัฒนาเกณฑ์การวัดระดับความรู้สึก (Sentiment) สำหรับใช้เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะวิกฤตออนไลน์ที่ละเอียดมากขึ้น แบ่งได้เป็น 7 ระดับ ได้แก่ ความรู้สึกเป็นบวกมากที่สุด ความรู้สึกเป็นบวกมาก ความรู้สึกเป็นบวก ความรู้สึกเป็นกลาง ความรู้สึกเป็นลบ ความรู้สึกเป็นลบมาก และความรู้สึกเป็นลบมากที่สุด 2) แบบจำลองการทำนายวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ แบบจำลองที่พัฒนาด้วย Random Forest Classifier ได้ผลดังนี้ ค่าความถูกต้อง (Accuracy) 0.93 ค่าความระลึก (Recall) Macro avg 0.67 และ Weighted avg 0.93 ค่าความแม่นยำ (Precision) Macro avg 0.85 และ Weighted avg 0.93 และค่าเอฟวัน (F1 Score) Macro …


บทบาทไทยพีบีเอสต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้บริบทการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง, ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา Jan 2023

บทบาทไทยพีบีเอสต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้บริบทการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง, ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) นโยบาย การดำเนินงาน และการนำเสนอประเด็นสาธารณะในการเป็นพื้นที่กลางของไทยพีบีเอสในกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 2) การนำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงลบและสันติภาพเชิงบวกของไทยพีบีเอสในกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนมกราคม 2555-ธันวาคม 2563 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์ตัวบท การศึกษาเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัย พบว่า 1) ไทยพีบีเอสมีนโยบายในด้านการมีส่วนร่วม การใช้ประโยชน์จากสื่อสาธารณะและการเป็นสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่สนับสนุนการเป็นพื้นที่กลางในการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไทยพีบีเอสมีการดำเนินงานเพื่อสร้างพื้นที่กลาง ได้แก่ การเสริมพลังตัวแสดงเพื่อสร้างสมดุลอำนาจในการสื่อสาร การส่งเสริมการเข้าถึงมุมมองที่หลากหลาย การพัฒนาเครื่องมือในการทำงานร่วมกัน และการเชื่อมต่อพื้นที่เชิงกิจกรรม พื้นที่ทางกายภาพ และพื้นที่การสื่อสาร การนำเสนอประเด็นสาธารณะของไทยพีบีเอส ได้แก่ การเมืองนำการทหาร บทบาทของมาเลเซียในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ พื้นที่สาธารณะปลอดภัย รอมฎอนสันติสุข เป็นต้น 2) การนำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงลบอยู่ภายใต้กรอบความขัดแย้ง กรอบความปลอดภัยและความมั่นคงของสังคม และกรอบทหาร เนื้อหาดังกล่าวได้รับการนำเสนอผ่านมุมมองของนักวิชาชีพไทยพีบีเอสและคนในพื้นที่ความขัดแย้ง ตัวแสดงสำคัญที่ปรากฏในข่าวและรายการที่นำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงลบ ได้แก่ ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ส่วนการนำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงบวกอยู่ภายใต้กรอบการยอมรับสิทธิของผู้อื่น กรอบการกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม กรอบการไหลเวียนอย่างอิสระของข้อมูลข่าวสาร กรอบการพัฒนาทุนมนุษย์ และกรอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐที่ดี เนื้อหาดังกล่าวได้รับการนำเสนอผ่านมุมมองของคนในพื้นที่ความขัดแย้ง ตัวแสดงสำคัญที่ปรากฏในข่าวและรายการที่นำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงบวก ได้แก่ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ ประชาชนทั่วไป ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ


การประกอบสร้างวาทกรรมนมแม่และการปะทะสังสรรค์ผ่านเรื่องเล่าในสื่อไทย, ยศพล ชุติปัญญะบุตร Jan 2023

การประกอบสร้างวาทกรรมนมแม่และการปะทะสังสรรค์ผ่านเรื่องเล่าในสื่อไทย, ยศพล ชุติปัญญะบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เพื่อศึกษาความไม่ต่อเนื่องทางวาทกรรม การตีความของมารดา และกลวิธีการประกอบสร้างวาทกรรมในเชิงเรื่องเล่าต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ซึ่งมีอิทธิพลต่อชนชั้นกลางชาวไทย งานวิจัยเชิงคุณภาพชิ้นนี้ศึกษาตัวบทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแม่และเผยแพร่ในปี พ.ศ.2475-2565 อาทิ แบบเรียนภาษาไทย วรรณกรรม ละครโทรทัศน์ นิตยสาร สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงโฆษณา และข่าวในพระราชสำนัก ผลการวิจัยพบวาทกรรมนมแม่ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 ยุค ดังนี้ (1) ยุคก่อนกรอบการวิจัย คติทางพุทธให้ความหมายของนมแม่ว่ากลั่นมาจากเลือดในอกด้วยความรักของแม่ น้ำนมแม่เป็นสัญญะของจิตวิญญาณความเป็นแม่ซึ่งส่งผ่านจากเจ้าของน้ำนมสู่ทารก แม้แต่จากแม่นม กระนั้นไม่พบว่ามารดามีบทบาทสำคัญใด ๆ ในเรื่องเล่า (2) ยุคนมแม่อาหารตามธรรมชาติ นมแม่มีสัญญะของอาหารเชิงโภชนาการมากขึ้นและจิตวิญญาณในน้ำนมแม่ส่งผ่านเฉพาะมารดาทางชีวภาพ ไม่ใช่จากแม่นม มารดามีบทบาทมากขึ้นในเรื่องเล่าในฐานะผู้สร้างชาติและมีบุญคุณ (3) ยุคนมแม่แพ้นมผง ด้วยอิทธิพลของโฆษณาและองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ นมผงเป็นอาหารทดแทนนมแม่ที่สามารถเติมสารอาหารเข้าไปได้ ภาพของมารดายุคใหม่จึงไม่ต้องให้นมแม่ (4) ยุคนมแม่แน่ที่สุด องค์ความรู้วิทยาศาสตร์และคติพุทธให้คุณค่าต่อนมแม่ในสื่อทุกประเภท คู่ตรงข้ามเป็นกลวิธีในการสร้างให้นมผงมีความหมายดุจยาพิษ ส่งผลให้มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เท่านั้นคือแม่ที่ดี (5) ยุคแห่งการกระจัดกระจายของวาทกรรม เริ่มปรากฏการตระหนักถึงระบบคู่ตรงข้ามและการต่อรองวาทกรรมว่านมแม่ดีที่สุดแต่นมผงก็ใช้ได้หากจำเป็น ในอีกพื้นที่วาทกรรมมีการให้คุณค่านมแม่ว่าเป็นน้ำนมคน คือมีความเป็นวัตถุและไม่แฝงจิตวิญญาณของเจ้าของน้ำนม จากปรากฏการณ์บริจาคน้ำนมแม่บนโลกออนไลน์ด้วยการตีความว่านมแม่คนใด ๆ นั้นดีกว่าและปลอดภัยกว่านมโค แสดงให้เห็นอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ที่จัดสรรให้แต่ละกลุ่มวาทกรรมมีพื้นที่อุดมการณ์ของตัวเอง มารดาในยุคออนไลน์มีสถานะเป็นผู้เล่าเรื่องและมีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งด้านหนึ่งช่วยเพิ่มอำนาจให้กับมารดาในการต่อรองกับปิตาธิปไตย แต่อีกด้านหนึ่งกลับพบการผลิตซ้ำบทบาทหน้าที่ของสตรีให้มีจำกัด การตีความด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดามี 2 จังหวะ ครั้งแรกคือช่วงก่อนการคลอดที่สื่อมีบทบาทมาก และอีกครั้งภายหลังคลอดซึ่งประสบการณ์ส่วนบุคคลร่วมกับสื่อที่ใช้มีบทบาทต่อพฤติกรรมการให้นมและความภาคภูมิใจในการเป็นแม่ กรอบความรู้ทางคติพุทธและวิทยาการตะวันตกปะทะสังสรรค์กันตลอดช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ และวาทกรรมหนึ่ง ๆ จะครองอำนาจได้เมื่อกรอบความรู้ทั้งสองทำงานสอดประสานกัน ผู้วิจัยเสนอแนะว่าการสื่อสารเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ควรเน้นความหมายเฉพาะที่ตัวน้ำนมแม่ ไม่จำเป็นต้องชูภาพความสำเร็จของความเป็นแม่จากมารดาที่ให้นมแม่ปริมาณมาก แต่ควรนำเสนอมิติของความสัมพันธ์ให้มากขึ้นและสามารถให้ข้อมูลอาหารทดแทนนมแม่เพื่อเป็นตัวเลือกต่อมารดาหากจำเป็นต้องใช้


การใช้สัญญะทางสายตาในเฟซบุ๊กแฟนเพจภาพล้อการเมือง, ฐิติมา วงศ์ถาวร Jan 2023

การใช้สัญญะทางสายตาในเฟซบุ๊กแฟนเพจภาพล้อการเมือง, ฐิติมา วงศ์ถาวร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการทำงานของสัญญะทางสายตาในการสะท้อนปัญหาทางการเมืองและสังคมไทยในภาพล้อเลียนการเมืองออนไลน์ ศึกษาจากเฟซบุ๊กแฟนเพจภาพล้อการเมืองทั้งหมด 3 เพจ ได้แก่ Uninspired by current events, ไข่แมวX และเฮ้ยนี่มันตัดต่อชัด ๆ V2 โดยเลือกภาพจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาล ตั้งแต่มิถุนายน พ.ศ.2564 ถึงธันวาคม พ.ศ.2565 ทั้งหมด 78 ภาพ พบว่ามีลักษณะของการวิพากษ์ปัญหาทางการเมือง และสังคม 3 ลักษณะ ได้แก่ วิพากษ์ผู้สั่งการหรือผู้รับผิดชอบ, วิพากษ์เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ และวิพากษ์ผลจากเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ อีกทั้งยังปรากฏสัญญะทางสายตาทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ Iconic Sign หรือสัญญะที่แทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, Plastic Sign หรือสัญญะที่แสดงลักษณะทางกายภาพของภาพที่สื่อสาร และ Linguistic sign หรือสัญญะที่แสดงออกทางภาษา โดยลักษณะการมีทั้งความหมายนัยตรง และความหมายโดยนัย และมีการนำแนวคิดเรื่องภาพพจน์มาอธิบายสัญญะทางภาพอันปรากฏ 7 รูปแบบ ได้แก่ อุปลักษณ์ (Metaphor), นามนัย (Metonymy), การประชดประชัน (Irony), การล้อเลียนจากสิ่งที่มีอยู่ (Parody), การกล่าวเกินจริง หรืออติพจน์ (Hyperbole), การปฏิทรรศน์ (Paradox) และการสร้างสถานการณ์เล่าเปรียบเทียบ (Allegory) เรียงตามลำดับ ทั้งยังพบการประกอบสร้างความหมายอันเกิดจากการเปรียบเทียบ 3 ลักษณะ ได้แก่ เปรียบเทียบระหว่างสัญญะกับสิ่งที่ถูกวิพากษ์, เปรียบเทียบระหว่างสัญญะภายในภาพ และเปรียบเทียบระหว่างสัญญะกับผลงานสร้างสรรค์ (Recontextualizing Parody) ซึ่งช่วงเวลาที่ภาพล้อปรากฏก็มีส่วนสำคัญในการประกอบสร้างความหมายเช่นกัน นอกจากนี้การศึกษาภาพล้อการเมืองจากทั้ง 3 เพจยังพบการใช้สัญญะทางสายตาสื่อสารถึงสิ่งที่ละเอียดอ่อนต่อการวิพากษ์อย่างมีชั้นเชิง


แบบจำลองการสื่อสารสำหรับความเสี่ยงด้านชื่อเสียงขององค์กรธุรกิจไทยทางออนไลน์, วรรษยุต คงจันทร์ Jan 2023

แบบจำลองการสื่อสารสำหรับความเสี่ยงด้านชื่อเสียงขององค์กรธุรกิจไทยทางออนไลน์, วรรษยุต คงจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบการปฏิสัมพันธ์ขององค์กรและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ออนไลน์ 2) วิเคราะห์ระดับและรูปแบบของความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กรออนไลน์ 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของความเสี่ยงและระดับความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กร กับรูปแบบการสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์ขององค์กรบนสื่อออนไลน์ และ 4) พัฒนาแบบจำลองการสื่อสารความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กรออนไลน์ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน เก็บข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์โดยวิธีการทำเหมืองข้อมูล จำนวน 181 วัน ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ความรู้สึก เพื่อวิเคราะห์ระดับและรูปแบบความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กร พัฒนาเป็นแบบจำลองการสื่อสารสำหรับความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กรโดยใช้สมการถดถอยโลจิสติกเชิงอันดับและตัวแบบต้นไม้ตัดสินใจ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นสถานการณ์การสื่อสารความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กรออนไลน์ ตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองโดยผู้เชี่ยวชาญด้วยวิธีการวัดความสอดคล้องภายใน จำนวน 3 คน และความเหมาะสมของสถานการณ์ตามแบบจำลองโดยผู้เชี่ยวชาญด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 8 คน ผลการวิจัยพบว่า องค์กรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้สื่อเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน มีรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ที่มีลักษณะเป็นการสื่อสารทางเดียวและมีความรู้สึกที่สอดคล้องกัน เน้นให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมในเชิงควบคุมโดยมีแบบแผน นำไปสู่ระดับความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กรออนไลน์ที่ลดลง โดยพบความเสี่ยงระดับปานกลางถึงสูงมากเพียงร้อยละ 7.18 ปัจจัยที่มีผลต่อความเสี่ยงด้านชื่อเสียงประกอบด้วย 8 ปัจจัย โดยปัจจัยด้านความรู้สึกในการสื่อสารของผู้บริโภค เป็นปัจจัยตั้งต้นในการทำนายความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ตามผลการพัฒนาแบบจำลองการสื่อสารสำหรับความเสี่ยงด้านชื่อเสียงขององค์กรธุรกิจไทยทางออนไลน์ด้วยตัวแบบต้นไม้ตัดสินใจ โดยมีอัตราความแม่นยำที่ร้อยละ 70.11 และยืนยันความสอดคล้องของสถานการณ์การสื่อสารโดยผลการวิจัยเชิงคุณภาพ


การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ พฤติกรรมการชมการแข่งขัน และความภักดีของแฟนบอลสโมสรฟุตบอลไทย, อัทธ์ธนิน ธนินภาณุวิวัฒน์ Jan 2023

การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ พฤติกรรมการชมการแข่งขัน และความภักดีของแฟนบอลสโมสรฟุตบอลไทย, อัทธ์ธนิน ธนินภาณุวิวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ พฤติกรรมการชมการแข่งขัน และความภักดีของแฟนบอลสโมสรฟุตบอลไทย อธิบายความสัมพันธ์ของการเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการและความภักดีของแฟนบอลสโมสรฟุตบอลไทย และอธิบายความแตกต่างตามลักษณะของประชากรด้านเพศ อาชีพ รายได้ พฤติกรรมการชมการแข่งขัน และความภักดีของแฟนบอลสโมสรฟุตบอลไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ชมที่ติดตามการแข่งขันของสโมสรฟุตบอลไทยอย่างต่อเนื่องมานานมากกว่า 1 ปี ที่มีอายุ18 ปีขึ้นไป และเคยซื้อสินค้าที่มีสัญลักษณ์ของสโมสรที่เป็นสมาชิก จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม และแบบสอบถามออนไลน์ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการของสโมสรฟุตบอลไทยโดยรวมในระดับสูง มีพฤติกรรมการชมการแข่งขันฟุตบอลโดยรับชมการแข่งขันในสนามในระดับสูง มีความภักดีต่อสโมสรฟุตบอลไทยโดยรวมอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้มีการติดตามบัญชีออนไลน์และกดถูกใจให้นักฟุตบอลของสโมสรที่ชื่นชอบ รวมทั้งยังคงติดตามเชียร์สโมสรที่ชอบอย่างเหนียวแน่นอยู่ในระดับสูงมาก ผลการทดสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า การเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการชมการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง การเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความภักดีของแฟนบอลต่อสโมสรฟุตบอลไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีความสัมพันธ์ในระดับสูง กลุ่มตัวอย่างที่มีเพศ อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีการเปิดรับการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กลุ่มตัวอย่างที่มีอาชีพ และรายได้แตกต่างกัน มีความภักดีของแฟนบอลสโมสรฟุตบอลไทยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาแนวปฏิบัติจริยธรรมสื่อ จากการวิเคราะห์วาทกรรมอัตลักษณ์ทางเพศของหญิงรักหญิง ด้วยแนวทางวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์, ณหทัย แสนมงคล Jan 2023

การพัฒนาแนวปฏิบัติจริยธรรมสื่อ จากการวิเคราะห์วาทกรรมอัตลักษณ์ทางเพศของหญิงรักหญิง ด้วยแนวทางวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์, ณหทัย แสนมงคล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะและเงื่อนไขในการก่อรูปวาทกรรมอัตลักษณ์ทางเพศของหญิงรักหญิง ในสื่อไทย ระหว่างปี พ.ศ.2539-2563 และ 2) เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติจริยธรรมสื่อจากการวิเคราะห์วาทกรรมอัตลักษณ์ทางเพศของหญิงรักหญิงได้ การศึกษาใช้แนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์แบบวงศาวิทยา ของมิเชล ฟูโกต์ ด้วยการวิเคราะห์ถ้อยแถลงในตัวบทต่าง ๆ ของสื่อไทยที่เผยแพร่ในช่วง ช พ.ศ.2539-2563 เพื่อแกะรอยวาทกรรมที่ระบุถึงอัตลักษณ์ทางเพศของหญิงรักหญิงและวิเคราะห์อำนาจที่อยู่เบื้องหลังวาทกรรม ผลการศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่า ค่านิยมปิตาธิปไตย ระบบเพศทวิลักษณ์ บรรทัดฐานรักต่างเพศ และความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน เป็นเงื่อนไขสำคัญในการก่อรูปวาทกรรมกรรมอัตลักษณ์ทางเพศของหญิงรักหญิงขึ้นมาในสังคมไทย โดยพบว่ามีการหล่อหลอมอัตลักษณ์ทางเพศของหญิงรักหญิงผ่านวาทกรรมเกี่ยวกับความปกติ-ผิดปกติ วาทกรรมเกี่ยวกับสำนึกและเรือนร่าง วาทกรรมเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ทางเพศ และวาทกรรมในพื้นที่สังคมการเมือง งานวิจัยได้เสนอว่าการต่อสู้ในเชิงคุณค่าและความหมายผ่านพื้นที่วาทกรรมยังเป็นสิ่งจำเป็น โดยนักสื่อสารควรมีบทบาทในการถอดรื้อค่านิยมปิตาธิปไตย ระบบเพศทวิลักษณ์ บรรทัดฐานรักต่างเพศ และความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน ขณะเดียวกันก็หนุนเสริมหลักการสตรีนิยมและความหลากหลายทางเพศในพื้นที่การสื่อสารสร้างนิยามบรรทัดฐานใหม่และการรับรู้บทบาททางเพศที่แตกต่างจากภาพเหมารวม ท้ายที่สุดแล้ว การเสริมพลังให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงหญิงรักหญิง ยังทำได้ด้วยการหนุนเสริมพื้นที่การสื่อสารที่ปลอดภัยและโอบล้อมแก่คนทุกกลุ่ม


การสื่อสารของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อเอาชนะอุปสรรคระหว่างกระบวนการทำวิทยานิพนธ์, ธิติ เวียนศิริ Jan 2023

การสื่อสารของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อเอาชนะอุปสรรคระหว่างกระบวนการทำวิทยานิพนธ์, ธิติ เวียนศิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคของผู้ทำวิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อศึกษาลักษณะการสื่อสารเพื่อเอาชนะอุปสรรคของผู้ทำวิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา และเพื่อนำเสนอแนวทางการสื่อสารเพื่อเอาชนะอุปสรรค ของผู้ทำวิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นอย่างไร โดยใช้เครื่องมือสัมภาษณ์ (In-depth Interview) กับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา ผู้ลงเรียนในรายวิชาวิทยานิพนธ์ จำนวน 10 คน โดยปัจจุบันกำลังเจออุปสรรคในการทำวิทยานิพนธ์ การสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผลการศึกษาพบว่าอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาประกอบด้วย 11 อุปสรรค โดยแบ่งอุปสรรคเป็นปัญหาอุปสรรคที่กำหนดได้อย่างชัดเจน (well structured problem) ประกอบด้วย 7 อุปสรรค เริ่มด้วยอุปสรรคเรื่องของเวลา อุปสรรคในเรื่องของความรับผิดชอบในการทำวิทยานิพนธ์ อุปสรรคในเรื่องของความเชื่อมั่นในการทำวิทยานิพนธ์ อุปสรรคในเรื่อของความรู้ความเข้าใจในการทำวิทยานิพนธ์ อุปสรรคเรื่องของการเงินที่ส่งผลต่อการทำวิทยานิพนธ์ อุปสรรคในเรื่องของงานประจำ อุปสรรคในเรื่องของสภาพแวดล้อมในการทำวิทยานิพนธ์ และ ปัญหาอุปสรรคที่กำหนดได้ไม่ชัดเจน (ill structured problems) ประกอบด้วย 4 อุปสรรค อุปสรรคในเรื่องของอาจารย์ที่ปรึกษา อุปสรรคของครอบครัวที่ส่งผลต่อการทำวิทยานิพนธ์ อุปสรรคในเรื่องของกลุ่มตัวอย่าง และอุปสรรคในเรื่องของคณะกรรมการวิทยานิพนธ์ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาคัดแยกโดยเอาอุปสรรคที่พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีปัญหามากกว่าหรือเท่ากับครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา แล้วนำอุปสรรคมาศึกษาในเรื่องของการสื่อสาร โดยพบว่าการสื่อสารภายในตนเองมีบทบาทการพูดทั้งหมด 2 บทบาทประกอบด้วยหนึ่ง บทบาททางปัญญา สองบทบาททางแรงจูงใจและอารมณ์ ซึ่งพบว่ามีวิธีการการพูดคุยกับตนเองประกอบด้วย หนึ่งการพูดคุยภายในตนเอง (พูดในใจ) สองการเขียนเพื่อบอกตนเอง สามการพูดหน้ากระจก สี่การร้องไห้เสียใจกับตนเอง และสุดท้ายการพูดคุยกับตนเอง (เปล่งเสียงพูดออกมา) ต่อมาการสื่อสารระหว่างบุคคลพบว่ามีรูปแบบการพูดคุยประกอบด้วย หนึ่งการฝึกสอนการให้คำปรึกษา สองการสนับสนุนทางด้านอารมณ์ โดยพบว่ามีการพูดคุยกับบุคคลอื่นประกอบด้วยอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อน อาจารย์ประจำภาค ครอบครัว รุ่นพี่ แฟน เจ้าหน้าที่บริการการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ดารา ลูกค้า และกลุ่มตัวอย่าง


Transmedia Storytelling In League Of Legends And The Application To Thai Gaming Industry, Nitchanan Wang Jan 2023

Transmedia Storytelling In League Of Legends And The Application To Thai Gaming Industry, Nitchanan Wang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the concept of transmedia storytelling within the context of League of Legends and explores its potential applications within the Thai gaming industry. Transmedia storytelling refers to the technique of telling a single story or story experience across multiple platforms and formats using digital technology. By analyzing the narrative elements and media platforms to expand the League of Legends universe, this research aims to identify characteristics that contribute to its success. The study utilizes a qualitative approach, including textual analysis of various media associated with League of Legends, such as the animated series “Arcane,” music videos featuring virtual …


การสื่อสารการสอนของครูสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ, บงกชกร มนตรีวิวัฒน์ Jan 2023

การสื่อสารการสอนของครูสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ, บงกชกร มนตรีวิวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง “การสื่อสารการสอนของครูสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะของครูสอนเพลงและเนื้อหาในการสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ และ 2) การสื่อสารการสอนร้องเพลงเพื่อเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองของผู้สูงอายุ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ออกแบบเครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) โดยศึกษาข้อมูลเอกสาร บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทำการสัมภาษณ์ครูสอนร้องเพลงที่มีประสบการณ์การสอนร้องเพลงผู้เรียนหลากหลายช่วงวัยเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และมาจากสถาบันที่แตกต่างกัน เพื่อออกแบบแผนการสอนและแบบคำถามสะท้อนความคิด (reflection) ตรวจสอบเครื่องมือวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีบำบัด การสอน และผู้สูงอายุ ปรับแก้ไขเครื่องมือวิจัย แล้วจึงทำการทดลองด้วยวิธี Transformative learning กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุในชมรมดนตรีในสวน หมู่บ้านปัฐวิกรณ์ ผัง ก เพศหญิงและชาย จำนวน 10 คน อายุระหว่าง 60-90 ปี โดยทำการสอนแบบตัวต่อตัว เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ และวัดผลด้วยการบันทึกข้อมูลสะท้อนความคิด (reflection) ของผู้เรียนที่มีต่อตัวเอง ต่อผู้สอน และต่อเนื้อหา ของตัวผู้สอนที่มีต่อการสอนของตนเอง ต่อผู้เรียน และต่อเนื้อหา และของผู้สังเกตการณ์ที่มีต่อการเรียนในภาพรวม ผลการศึกษาพบว่า ผู้สอนต้องมีคุณลักษณะของครูสอนร้องเพลงครบทั้ง 4 คุณลักษณะ ได้แก่ คุณลักษณะของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านดนตรีและการร้องเพลง คุณลักษณะของผู้ที่เข้าใจธรรมชาติและความต้องการของผู้สูงอายุ คุณลักษณะของผู้ที่มีทักษะการสื่อสารการสอนที่มีประสิทธิภาพ และคุณลักษณะของผู้ที่มีบุคลิกภาพการสื่อสารที่ดี มีการสอนเนื้อหาการสอนร้องเพลงครบทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องการออกเสียง และ เรื่องการสื่อสารเพลงและการแสดง รวมถึงมีการสื่อสารการสอนในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ครบทั้ง 3 ช่วง ได้แก่ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ต้องมีการสื่อสารเพื่อสร้างความผ่อนคลาย และการสื่อสารเพื่อกำหนดเป้าหมายหรือเหตุผลในการเรียน ขั้นจัดการเรียนรู้ ต้องมีการสื่อสารในการเลือกเพลง และต้องมีการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันและการสื่อสารเพื่อให้กำลังใจและ/หรือสร้างแรงจูงใจไปตลอดทั้งขั้นจัดการเรียนรู้และขั้นสรุป จึงจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีความภูมิใจในตนเองเพิ่มขึ้นได้


ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟนกับศิลปินในอุตสาหกรรมวายของดูมันดิทีวี, ณวิริญฉ์ ธนโชติวรพงศ์ Jan 2023

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟนกับศิลปินในอุตสาหกรรมวายของดูมันดิทีวี, ณวิริญฉ์ ธนโชติวรพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบริษัทดูมันดิทีวีกับแฟนคลับ และแฟนคลับกับศิลปิน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ จากข้อมูลข่าวสารที่สื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก แฟนคลับที่มีระดับความสัมพันธ์กับศิลปินสูง ของศิลปิน 3 คู่ 1 "ซี - นุนิว คู่ที่ 2 “เน็ต - เจมส์ และคู่ที่ 3 “ติวเตอร์ และ ยิม จำนวน 9 คน ผลการศึกษาพบ รูปแบบการสื่อสารที่ดูมันดิทีวีใช้ มี 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบ Informative การสื่อสารเพื่อแจ้งข้อมูล ข่าวสาร 2) รูปแบบ Entertaining and Engagement การสื่อสารเพื่อสร้างกระแสนิยม 3) รูปแบบ Communication in Crisis and Conflict solution การสื่อสารเพื่อลดระดับความรุนแรงที่มีต่อภาพลักษณ์ของศิลปิน และบริษัทดูมันดิทีวี และปฏิสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปินของดูมันดิทีวี พบ 2 ลักษณะ คือ ปฏิสัมพันธ์เชิงบวก การสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปินในโอกาสต่าง ๆ และ ปฏิสัมพันธ์เชิงลบ การสื่อสารเพื่อต่อรองหรือเจรจา คลี่คลายปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างแฟนคลับกับศิลปินโดยผ่านดูมันดิทีวี


การนำเสนอกระบวนการสร้างศิลปิน T-Pop ของรายการ 789 Survival, คฑายุทธ์ แสงใส Jan 2023

การนำเสนอกระบวนการสร้างศิลปิน T-Pop ของรายการ 789 Survival, คฑายุทธ์ แสงใส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์การสร้างศิลปินและการนำเสนอกระบวนการสร้างศิลปิน T-POP ที่ปรากฏในรายการ 789 SURVIVAL เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) จากช่อง YouTube ของรายการ โดยวิเคราะห์จากวิดีโอรายการจำนวน 12 Episode และวิเคราะห์บทความหรือบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการคัดเลือกศิลปินก่อนเป็น 24 คนสุดท้าย แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การคัดเลือกจากเทรนนีในสังกัด และการคัดเลือกจากบุคคลภายนอก สำหรับการคัดเลือกศิลปินระหว่างถ่ายทำรายการ เป็นการคัดเลือกแบบกลุ่ม นอกจากนี้ กระบวนการฝึกฝนศิลปินจะเน้นที่การฝึกฝนโดยผู้เชี่ยวชาญ และการฝึกฝนโดยเทรนนี เพื่อเรียนรู้คุณลักษณะสำคัญที่ศิลปินควรมี ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาพรสวรรค์ตัวเอง การฝึกฝนตลอดเวลา การมีความสุขกับสิ่งที่ทำ การมีวินัย และการจัดการความรู้สึก สำหรับการสร้างอัตลักษณ์ตัวตนนั้น จะพบว่าทางรายการมีการสร้างอัตลักษณ์ตัวตนเทรนนีผ่านการให้สัมภาษณ์ และการสร้างความรักใคร่กลมเกลียวกัน อีกทั้งการสร้างอัตลักษณ์ของรายการจะเน้นที่ความโปร่งใสในการตัดสิน การมีส่วนร่วมของผู้ชม และความเป็นครอบครัวของ T-POP


ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ ที่สร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว, ภาณุรัตน อำนวยพล Jan 2023

ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ ที่สร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว, ภาณุรัตน อำนวยพล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซในการสร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว 2) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะที่มีต่อการใช้ภาพยนตร์แอนิเมชันในการสร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว งานวิจัยนี้ใช้วิธีทั้งการวิเคราะห์ตัวบทในภาพยนตร์แอนิเมชัน ทั้งหมด 12 คลิปวิดีโอ และการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งสัมภาษณ์กับบุคลากรในมูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ และนักข่าวด้านสิ่งแวดล้อม ผลการวิจัยพบว่า ภาพยนตร์แอนิเมชันนำเสนอ 2 รูปแบบหลัก คือ ภาพยนตร์สั้นและภาพกราฟิกเคลื่อนไหว โดยต่างนำเสนอเนื้อหา 2 ส่วนคือ 1) การเล่าปัญหาการฟอกเขียวของบริษัท ซึ่งผู้รับชมสามารถตระหนักรู้ถึงที่มา ลักษณะ และผลของปัญหาอันนำไปสู่การตั้งคำถามต่อการจัดการสิ่งแวดล้อม 2) เชิญชวนผู้รับชมให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการฟอกเขียว ด้วยการลงนามหรือแชร์คลิปวิดีโอ ทั้งนี้ประเด็นการฟอกเขียวได้ถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่านองค์ประกอบต่างๆ ในภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ โดยเทคนิคแอนิเมชันช่วยให้การถ่ายทอดดังกล่าวเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซยังมีแนวคิดสื่อเชิงเสนอแนะอีกด้วย


กระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการนำเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที Tedxbangkok, นิติพนธ์ ศิริพรอมาตย์ Jan 2023

กระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการนำเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที Tedxbangkok, นิติพนธ์ ศิริพรอมาตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการออกแบบการนําเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที TEDxBangkok โดยมีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผ่านการศึกษาวีดีโอ บทพูด เอกสาร และงานวิจัย เพื่อสร้างเครื่องมือในการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อให้ได้ข้อมูลในมิติของการทำงานร่วมกันในแบบทีม จากนั้นสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) รายบุคคลกับคิวเรเตอร์ 3 ท่านเดิม เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการของคิวเรเตอร์ในการทำงานแบบปัจเจก จากนั้นสัมภาษณ์ผู้พูดที่มีประสบการณ์ร่วมงานกับคิวเรเตอร์ดังกล่าวที่ได้รับเลือกให้พูดบนเวที TEDxBangkok และเป็นผู้พูดที่มียอดการเช้าชมสูงสุดจากเวปไซต์ YouTube จำนวน 10 ท่าน เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคำตอบ (Cross-check for Reliability) โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 กระบวนการคัดสรรของคิวเรเตอร์ มีกระบวนการ ดังนี้ 1) การกำหนดแนวคิดหลัก 2) การคัดเลือกผู้พูด และ 3) การคัดสรรเรื่องราว การคัดสรรรเรื่องราวมีขั้นตอน ดังนี้ 1) การสัมภาษณ์และการณ์สังเกตทำความเข้าใจและตั้งคำถามกับผู้พูด 2) การระบุปัญหาทางสังคมถึงประเด็นที่ผู้พูดต้องการนำเสนอและผู้พูดสนใจเป็นพิเศษ 3) การระดมสมองและประชุมหารือเพื่อคัดหรือรวบรวมไอเดียที่น่าสนใจจากตัวผู้พูด 4) การสร้างบทพูดสำหรับการฝึกซ้อมและการทดลองพูดเพื่อหาจุดที่ชอบและหาจุดที่ต้องปรับเปลี่ยน 5) การฝึกซ้อมและการทดลองพูดเพื่อประเมินและพัฒนาโครงเรื่อง และ 6) การหาข้อสรุปและออกแบบการนำเสนอบนเวที และทุกขั้นตอนสามารถย้อนกลับไปมาได้ ประเด็นที่ 2 กระบวนการออกแบบเรื่องเล่าของคิวเรเตอร์บนเวที TEDxBangkok มี 3 ลักษณะ ดังนี้ 1) การออกแบบเรื่องเล่าโดยคิวเรเตอร์ใช้ลักษณะเฉพาะตัวของ คิวเรเตอร์แต่ละคน 2) การออกแบบเรื่องเล่าโดยให้ผู้พูดออกแบบเอง และ 3) การออกแบบเรื่องเล่าโดยปรับจากบทพูดของผู้พูด โดยพบว่าแบบที่ 3 นิยมใช้มากที่สุดและโครงเรื่องจะซับซ้อนและมีโครงสร้างเรื่องมากกว่าหนึ่งโครงสร้าง และประเด็นที่ 3 กระบวนการออกแบบการนำเสนอคิวเรเตอร์ TEDxBangkok พบว่ามี 6 ส่วน ดังนี้ 1) การเปิดการพูด 2) การปิดการพูด 3) …


ปัจจัยพยากรณ์ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่รีวิวโดยเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบวิดีโอสั้น, ณัชชา จันทวิมล Jan 2023

ปัจจัยพยากรณ์ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่รีวิวโดยเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบวิดีโอสั้น, ณัชชา จันทวิมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) โดยการเก็บข้อมูลจากวิดีโอสั้นการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ระยะเวลา 3 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ประกอบด้วยช่องชิเอลแมวมึน, ไข่ขาวลูกแมร๊, Japan จอมโหด and friends และ Gluta story จำนวน 110 คลิป และ การวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยศึกษากลุ่มผู้บริโภคที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวอย่างน้อย 1 ตัว ทุกเพศ ช่วงอายุตั้งแต่ 18-34 ปี มีการติดตามและรับชมคลิปวิดีโอสั้นการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 ชุด ผลการวิจัยด้านการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า ปัจจัยด้านคุณลักษณะของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ที่ปรากฏมากที่สุด คือ ด้านความสอดคล้องของเนื้อหา เป็นการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ส่วนปัจจัยด้านเนื้อหาการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่ปรากฏมากที่สุด คือ ด้านการเล่าเรื่อง ด้านความรัก (Love objects) และ ปัจจัยด้านรูปแบบของวิดีโอสั้นที่ปรากฏมากที่สุด คือ มีการนำเสนอผ่านช่องทาง TikTok มากที่สุด โดยมีระยะเวลาเฉลี่ย 1 – 3 นาที มีการนำเสนอภาพผ่านมุมมองเจ้าของสัตว์เลี้ยง และ ใช้เสียงบรรยายภาพ นอกจากนี้ผลการวิจัยเชิงสำรวจ พบว่า มีเพียงปัจจัยด้านรูปแบบของวิดีโอสั้นที่สามารถพยากรณ์ความตั้งใจซื้อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของผู้บริโภคได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


อิทธิพลของแรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในเจเนอเรชันซี, ณัฐวลัย ภาคภากร Jan 2023

อิทธิพลของแรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในเจเนอเรชันซี, ณัฐวลัย ภาคภากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อการรับรู้ความแท้จริงขององค์กรและพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในกลุ่มเจเนอเรชันซี ด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ ในรูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจและใช้แบบสอบถามออนไลน์เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชันซี อายุ 18-29 ปี ในประเทศไทย จำนวน 415 คน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการรับรู้ความแท้จริงขององค์กร การรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กร รวมทั้งการรับรู้ความแท้จริงขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กร โดยรายละเอียดพบว่า การอนุมานแรงจูงใจว่าองค์กรแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมมาจากการยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มีอิทธิพลต่อความแท้จริงขององค์กรและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรมากที่สุด อนึ่ง งานวิจัยนี้ประยุกต์ใช้แนวคิดบรรษัทบริบาลเป็นหลัก เพื่อทำความเข้าใจปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยองค์ความรู้ทางด้านการประชาสัมพันธ์


การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย Jan 2023

การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเด็นทางสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดที่ปรากฎในเทศกาลละครกรุงเทพ และศึกษาวิธีการเล่าเรื่องและวิธีการสื่อสารถึงคุณลักษณะทางการแสดงของละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพ โดยทำการคัดเลือกละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพปีพ.ศ. 2566 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) จำนวน 10 เรื่อง ประกอบด้วย ละครใบ้ ฟิสิคัลเธียเตอร์ การเต้นร่วมสมัย และการแสดงแสง เสียง และเงา ผลการวิจัยพบว่า วิธีการสื่อสารประเด็นสังคมของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ สามารถบอกเล่าเรื่องราวผ่านประเด็นสังคมได้เช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่มีวิธีการสื่อสารการแสดงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ซึ่งการตีความอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบุคคล นับว่าเป็นจุดเด่นของละครไม่มีบทพูดที่ต้องการเปิดกว้างทางความคิดให้ผู้ชมสามารถจินตนาการและตีความเรื่องราวได้หลากหลายทิศทางอย่างไม่มีถูกหรือผิด ประเด็นสังคมที่ถูกเล่าผ่านละครไม่มีบทพูด ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ครอบครัว ความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนา การใช้ชีวิตและความไม่เท่าเทียมในสังคม และเศรษฐกิจ การเมือง ในขณะเดียวกันละครไม่มีบทพูดไม่ใช้วิธีการจัดวางโครงเรื่องเช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่ใช้วิธีการกำหนดแนวคิดหลักของเรื่องผ่านกระบวนการค้นหา การทดลอง และการสร้างงาน อีกทั้งยังนิยมสร้างสัญลักษณ์ในการแสดงเพื่อเป็นส่วนช่วยขยายเรื่องราว โดยมีคุณลักษณะเด่นในการสื่อสารประเด็นทางสังคมแตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ได้แก่ วิธีการสื่อสารผ่านท่วงท่าการเคลื่อนไหว การเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดง การออกแบบเสียงประกอบการแสดง รวมถึงการจัดวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับการแสดง


อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้องต่อการตอบสนองและความภักดีของผู้บริโภค, ธัญญรัตน์ จันทร์คำ Jan 2023

อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้องต่อการตอบสนองและความภักดีของผู้บริโภค, ธัญญรัตน์ จันทร์คำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความต้องการของผู้บริโภค ภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง การตอบสนองของผู้บริโภค (ได้แก่ ความผูกพัน ความพึงพอใจ ความไว้วางใจ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจซื้อ) และความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค 2) อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง ต่อการตอบสนองของผู้บริโภค และ 3) อิทธิพลของการตอบสนองของผู้บริโภค ต่อความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีวิจัยเชิงสํารวจ มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 - 34 ปี จำนวน 435 คน ที่ติดตามศิลปิน ATLAS หรือศิลปิน PROXIE บนช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของศิลปิน ผลการวิจัยพบว่า ความต้องการของผู้บริโภค ในมิติบรรทัดฐานของเพื่อน มีอิทธิพลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด และภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง ในมิติการออกแบบ และความสามารถรอบด้าน มีอิทธิพลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า การตอบสนองของผู้บริโภค ในด้านความผูกพัน และความตั้งใจซื้อ มีอิทธิพลต่อความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาต้นแบบเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงินเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มเรียนรู้ด้านการเงิน, นรวิชญ์ ธารากิจ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาต้นแบบเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงินเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มเรียนรู้ด้านการเงิน, นรวิชญ์ ธารากิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัย เรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาต้นแบบเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงินเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มเรียนรู้ด้านการเงิน มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยและศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน โดยผู้วิจัยมีการพัฒนาแบบจำลองเกมการเรียนรู้ด้านการเงิน เพื่อช่วยสร้างเสริมความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้านการเงิน รวมถึงการลดความเสี่ยงและความล้มเหลวที่อาจเกิดจากการบริหารการเงิน โดยงานวิจัยฉบับนี้ได้มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งาน ช่วงอายุระหว่าง 18-30 ปี คือ นักศึกษาและคนวัยทำงาน จำนวน 330 กลุ่มตัวอย่าง เพื่อนำมาพัฒนาแอปพลิเคชันเกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน พบว่า ปัจจัยต่างที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับนวัตกรรมเกมเพื่อการเรียนรู้ ได้แก่ (1) ความคาดหวังต่อการเรียนรู้ผ่านเกม (2) คาดหวังต่อการเรียนรู้และความเข้าใจในเนื้อหา (3) คาดหวังต่อการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน และ (4) ความคาดหวังของผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ที่ 3.78 ซึ่งอยู่ในระดับที่มาก โดยผู้ใช้งานยังชื่นชอบและพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ และในส่วนของการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 คน ยังพบว่า เกมเพื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน สามารถนำไปใช้เพื่อให้ความรู้ด้านการเงินกับผู้เรียนได้จริง


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปเพื่อแนะนำและจัดองค์ประกอบด้านการถ่ายภาพอัตโนมัติ, ขวัญชัย ว่องพิสุทธิพงศ์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปเพื่อแนะนำและจัดองค์ประกอบด้านการถ่ายภาพอัตโนมัติ, ขวัญชัย ว่องพิสุทธิพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการรับรู้ถึงปัญหาในการถ่ายภาพและการตกแต่งรูปภาพที่เกินจริง ซึ่งส่งผลต่อความไม่มั่นใจในตนเอง ผู้วิจัยจึงได้เสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูปเพื่อแนะนำและจัดองค์ประกอบด้านการถ่ายภาพอัตโนมัติ ที่จะช่วยให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อช่วยให้มีความมั่นใจ สะดวกรวดเร็ว และมีโอกาสได้รูปภาพที่สวยงามมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีและแนวคิดที่ทันสมัย งานศึกษาฉบับนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ และมีกลุ่มตัวอย่างกว่า 400 คน เพื่อศึกษาหาปัจจัยต่างๆในการพัฒนาแอปพลิเคชันกล้องถ่ายรูป และได้รับความอนุเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบ IOC จากผู้ที่เชี่ยวชาญในการจัดองค์ประกอบด้านรูปภาพต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือวิจัยที่ใช้นั้นถูกต้องเหมาะสม ซึ่งพบว่าการแนะนำในการจัดองค์ประกอบภาพของแอปพลิเคชันนั้นสามารถช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการถ่ายภาพ ได้รูปภาพที่สวยงามมากขึ้น รวมถึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสไตล์การถ่ายรูปของแต่ละบุคคลได้ และได้นำข้อมูลการค้นพบปัจจัยต่างๆ รวมถึงข้อกังวลไปพัฒนาต่อและทำการศึกษาในประเด็นสำคัญต่างๆ เพิ่มเติมเพื่อให้แอปพลิเคชันดังกล่าวเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้ดียิ่งขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานวิจัยฉบับนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อวงการการถ่ายภาพและช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถ่ายภาพได้มากขึ้น


การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของแผ่นรองเท้าอัจฉริยะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเท้าจากเท้าเบาหวาน, ศุภณัช งามประภาวัฒน์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของแผ่นรองเท้าอัจฉริยะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเท้าจากเท้าเบาหวาน, ศุภณัช งามประภาวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลเท้าจากโรคเบาหวานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วย ถึงแม้ว่าจะมีนวัตกรรมทางผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันแผลเท้าเบาหวานที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการลดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถลดการสูญเสียอวัยวะและการสูญเสียชีวิต ความชุกของผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาของ IDF Diabetes atlas พยากรณ์ว่าจะมีผู้ป่วยจำนวนมากถึง 782 ล้านคน ภายในปีคริสต์ศักราช 2045 การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของแผ่นรองเท้าอัจฉริยะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเท้าจากเท้าเบาหวานมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการยอมรับผลิตภัณฑ์ผ่านระเบียบการวิจัย โดยอาศัยข้อมูลจากทุติยภูมิจากการศึกษาข้อมูลทางการตลาด การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์เชิงลึก การศึกษาความยอมรับผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันและผลิตภัณฑ์ใหม่ การศึกษาวิจัยได้ทราบถึงแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองและคุณสมบัติรวมทั้งความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์ในเชิงปฎิบัติ ทั้งนี้การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ช่วยทำให้ผู้วิจัยเข้าใจความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาทิ เทคโนโลยีทางการพิมพ์สามมิติ เทคโนโลยีทางวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยีทางเซนเซอร์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีศักยภาพทางธุรกิจและการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องอย่างองค์รวมผ่านการจัดทำแบบจำลองทางธุรกิจ (business model canvas) การวิเคราะห์ข้อมูลจากการเก็บแบบสอบถามด้วยสถิติเชิงพรรณา การหาสหสัมพันธ์และการหาสมการถดถอย บทสรุปของผลิตภัณฑ์โดยการเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านการจัดตั้งบริษัท ฮิวทูนี โพรเทคชั่น เมดดิคอล จำกัด โดยการจัดทำประมาณการทางการเงินในระยะ 5 ปี สามารถคำนวณความน่าสนใจทางการเงินได้ดังนี้ ค่า net present value (NPV) อยู่ที่ 3,679,889.46 บาท ค่า internal rate of return ที่ร้อยละ 32.77 และสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี 6 เดือน เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตระยะยาว ทางบริษัทได้วางกลยุทธ์เชิงองค์กร โดยการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนและปรับโครงสร้างทางธุรกิจสู่กิจการในลักษณะโฮลดิ้งคอมพานี (holding company) เพื่อรองรับการขยายขอบเขตกิจการสู่ต่างประเทศและการพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์อย่างองค์รวม เพื่อให้สามารถบรรลุตามค่านิยมขององค์กรของการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นและสามารถช่วยให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่งสังคมผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนสืบไป