Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (2614)
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Education (1377)
-
- Arts and Humanities (1146)
- Law (897)
- Business (839)
- Medical Sciences (830)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Life Sciences (645)
- Computer Sciences (618)
- Architecture (582)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Nursing (445)
- Economics (441)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Sociology (373)
- Industrial Engineering (372)
- Dentistry (357)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Law and Economics (344)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Political Science (342)
- Operational Research (307)
Articles 3211 - 3240 of 15281
Full-Text Articles in Entire DC Network
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ, อณัฐภรณ์ หล่อหลอม
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ, อณัฐภรณ์ หล่อหลอม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นกระบวนการสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การวิเคราะห์ข้อมูลและทำความเข้าใจในการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้าง จะสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ ส่งเสริมแนวปฏิบัติในด้านความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ปรับปรุงกลยุทธ์การดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ และมีอำนาจต่อรองกับผู้จัดหาสินค้าหรือบริการได้มากขึ้น โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ วิเคราะห์ภาพรวมการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบวิเคราะห์ราคาในการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบวิเคราะห์ผู้จัดหาสินค้าหรือบริการ ระบบวิเคราะห์ประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้าง และระบบวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาจัดซื้อจัดจ้าง โดยระบบพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 และใช้เครื่องมือ Tableau Desktop Version 2021.4 ในการสร้างรายงาน ในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ผู้พัฒนาใช้ Python ในการเขียนโปรแกรมและทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมของ Google Colaboratory ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้สะดวกรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงสำหรับพอร์ตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์, อภิชญา ตรงศิริวิบูลย์
คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงสำหรับพอร์ตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์, อภิชญา ตรงศิริวิบูลย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีการแข่งขันในตลาดธนาคารมากขึ้น จึงส่งผลให้ธนาคารต้องมีการปรับตัวให้มีความเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อการให้บริหารสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารมีประสิทธิภาพมากขึ้น ธนาคารจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญการนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และจัดการกับความเสี่ยง รวมถึงกำหนดกลยุทธ์ให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการ “คลังข้อมูล ธุรกิจอัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงสำหรับพอร์ตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์” ประกอบด้วย 5 ระบบ ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร (2) ระบบการวิเคราะห์การปล่อยผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (3) ระบบวิเคราะห์ยอดหนี้ค้างชำระของผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (4) ระบบวิเคราะห์การ Refinance-in และ Refinance-out (5) ระบบพยากรณ์การเกิดหนี้ค้างชำระของผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล MS SQL Server Version 2019 และใช้เครื่องมือต่างๆ ของชุดโปรแกรม Power BI Desktop ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง สะดวกและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพอันจะสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรโดยรวม และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรได้
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์, วารีพร นิลประเสริฐศักดิ์
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์, วารีพร นิลประเสริฐศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์ เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ของธุรกิจ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการใช้งานของลูกค้าเพื่อนำมาจัดทำรายงานปัญหาโดยตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ส่งออก รวมทั้งการส่งคืนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กิจกรรมนี้จึงสามารถช่วยยกระดับคุณภาพของรถยนต์ให้ตรงความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยการจัดการปัญหาหลังการขายได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว สามารถช่วยระงับปัญหาที่เกิดขึ้นในการผลิต และ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจได้อีกด้วย โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการจัดการปัญหาหลังการขายของธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ภาพรวมรายงานปัญหาหลังการขาย, ระบบวิเคราะห์ระยะเวลาการจัดการรายงานปัญหาหลังการขาย, ระบบวิเคราะห์ผลการจัดการรายงานปัญหาหลังการขาย, ระบบวิเคราะห์การนำเข้าชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหลังการขายจากต่างประเทศ และ ระบบวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายการนำเข้าชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหลังการขายจากต่างประเทศ ระบบทั้งหมดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล SQL Server และ พัฒนารายงานวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือ Power BI Desktop ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ผู้บริหารวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองที่หลากหลาย ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ระบบสารสนเทศของธุรกิจให้บริการดำเนินการยื่นเอกสารขออนุญาตทำงานในประเทศลาว, รักชนก จันทน์แดง
ระบบสารสนเทศของธุรกิจให้บริการดำเนินการยื่นเอกสารขออนุญาตทำงานในประเทศลาว, รักชนก จันทน์แดง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้มีการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 12 เขต และมีการเปิดใช้งานรถไฟความเร็วสูง ทำให้มีอัตราการจ้างงานในประเทศมากขึ้น แต่ทักษะแรงงานภายในประเทศไม่เพียงพอ ทางภาคธุรกิจจึงต้องการแรงงานต่างชาติที่มีทักษะเพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโต ดังนั้น ธุรกิจการเป็นตัวแทนให้บริการยื่นเอกสารที่สำคัญสำหรับแรงงานต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศลาวจึงต้องการรองรับการเพิ่มขึ้นของแรงงานต่างชาติ โครงการพัฒนา “ระบบสารสนเทศของธุรกิจให้บริการดำเนินการยื่นเอกสารขออนุญาตทำงานในประเทศลาว” ประกอบไปด้วย 7 ระบบย่อย มีการทำงานและใช้ข้อมูลร่วมกัน ดังนี้ (1) ระบบจัดการสิทธิ์พนักงาน (2) ระบบการลงทะเบียนลูกค้า (3) ระบบการจัดการการให้บริการ (4) ระบบการเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับการยื่นเอกสาร (5) รับบการแจ้งหนี้และรับชำระเงิน (6) ระบบการออกรายงาน (7) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจการให้บริการยื่นเอกสาร โดยใช้เครื่องมือหลักในการพัฒนาคือ Google AppSheet Application ที่เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ในการสร้าง Web Application โดยทำงานร่วมกับ AppSheet Database และ Looker Studio Application สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจการให้บริการยื่นเอกสารเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ระบบที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้สร้างฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการและการดำเนินธุรกิจการขออนุมัติเอกสารสำคัญในการทำงานในประเทศลาวของแรงงานต่างชาติและสามารถสร้างรายงานที่สามารถใช้พัฒนาคุณภาพการให้บริการขออนุมัติเอกสารสำคัญในการทำงานในประเทศลาวของแรงงานต่างชาติ
ระบบสารสนเทศสำหรับการใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระ, ปพิชญา เงาศรี
ระบบสารสนเทศสำหรับการใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระ, ปพิชญา เงาศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันผู้คนหันมาดูแลสุขภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง รูปร่างดี ป้องกันการเจ็บป่วย และเนื่องจากผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้นทำให้ตระหนักถึงการออกกำลังกายที่ถูกต้อง การใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระที่บ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็ได้รับความนิยมตามมาด้วย เนื่องจากความต้องการที่จะได้รับข้อมูลเพื่อให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ต้องการเดินทางเดินทางไปศูนย์ออกกำลังกาย โครงการ “ระบบสารสนเทศสำหรับการใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระ” ประกอบด้วย 8 ระบบย่อย มีรายละเอียดของแต่ละระบบย่อย ดังนี้ (1) ระบบจัดการบัญชีผู้ใช้ที่เป็นลูกค้า (2) ระบบจัดการบัญชีผู้ใช้สำหรับผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระ (3) ระบบซื้อบริการ (4) ระบบนัดหมายและใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระ (5) ระบบบันทึกการให้บริการ (6) ระบบอนุมัติและรับชำระเงิน (7) ระบบออกรายงานการใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระ (8) ระบบวิเคราะห์การซื้อบริการ โดยเครื่องมือหลักในการพัฒนาระบบคือ Bubble.io ทำงานร่วมกับ Microsoft SQL Server Management Studio 18 และชุดโปรแกรม Microsoft Power BI Desktop Version: 2.120.963.0 สำหรับวิเคราะห์การซื้อบริการ ระบบที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหา ซื้อบริการ และทำนัดหมายเพื่อรับบริการจากผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระได้สะดวกสบายขึ้น ระบบนี้ช่วยให้ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระทำให้มีช่องทางในการนำเสนอบริการ ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นและช่วยให้องค์กรใช้สารสนเทศเพื่อดำเนินธุรกิจการใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลอิสระได้
Perception And Experiences Of Sexual Harassment Among Lgbtq Students In Universities, Bangkok Thailand, Jiratchaya Rungrote
Perception And Experiences Of Sexual Harassment Among Lgbtq Students In Universities, Bangkok Thailand, Jiratchaya Rungrote
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purpose of this research was to study perceptions and experiences of sexual harassment among 355 LGBTQ students in the University. Data was collected by self-administer questionnaire to find perceptions and experiences of sexual harassment. Descriptive, Pearson’s Chi-square and Fisher exact were performed to describe and determine the associations. The research findings indicate that the majority of research participants were perceived to sexual harassment at a moderate level. There was a moderate tolerant attitude towards sexual harassment, and there were experiences of verbal, non-verbal, and physical sexual harassment at a moderate level. Gender, University, part-time job type, the use of …
Effectiveness Of Tendingpets Application On Working Memory Among Adolescent In Phrae Province, Thailand : A Quasi-Experimental Study, Phitchasuda Detboon
Effectiveness Of Tendingpets Application On Working Memory Among Adolescent In Phrae Province, Thailand : A Quasi-Experimental Study, Phitchasuda Detboon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Working memory performance refers to the capacity and ability of the brain to temporarily remember and process incoming information while working or solving problems. This competency is crucial for teenagers and is linked to success in learning mathematics, English language, and health-related behaviors. This quasi-experimental research, conducted with a controlled group, aims to explore the effectiveness of the "TendingPETs" application in enhancing working memory capacity and its impact on educational effectiveness and risky behavior among 99 teenagers in Phrae Province, Thailand. The participants were divided into an experimental group of 50 individuals who used the "TendingPETs" application alongside regular classroom …
Factors Associated With Glycemic Control Level Among Type 2 Diabetes Mellitus Patients At Public Health Centers In Bangkok, Thailand, Uraiwan Thamkhuru
Factors Associated With Glycemic Control Level Among Type 2 Diabetes Mellitus Patients At Public Health Centers In Bangkok, Thailand, Uraiwan Thamkhuru
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Type 2 Diabetes Mellitus becomes a major health problem in many countries. Consequently, Type 2 DM is one of important public health problems in Thailand. In 2019, there are 14,025 registered cases of Type 2 DM that received health care services at 68 Public Health Centers, Bangkok Metropolitans Administration while 7,283(52%) of them were uncontrolled blood sugar; HbA1C ≥ 7% , and 6,742 (48%) were control blood sugar level; HbA1C <7% (BMA, 2019). Objective: This study aims to determine the proportion of uncontrolled and controlled level of glycemic control, to explore levels of self-efficacy, self-care behaviors, and social support, and to identify the influencing factors on Glycemic Control among Type 2 DM patients at Public Health Centers in Bangkok, Thailand. Last, this study aims to describe which social support channels that Type 2 DM patients at Public Health Centers in Bangkok, Thailand acquires. Method: A Cross-sectional Study was used in this study. 411 participants from 5 Public Health Centers, Bangkok Metropolitan Administration (BMA) was conducted in this study by face-to-face interview based on the questionnaire. Sampling technique, this study used purposive sampling and simple random sampling technique. Descriptive statistics were used to describe the characteristics of participants. The bivariate analysis was used to identify factors associated (a crude odds ratio) with glycemic control level (p-value < 0.2). A multivariable model (binary logistic regression analysis) was used to identify factors associated (an adjusted odds ratio) with the dependent variable (glycemic control level). The association was declared significant at p-value < 0.05. Result: 214 (52.1%) of participants were controlled glycemic level (HbA1C<7%), while 197(47.9%) of participants were uncontrolled glycemic level (HbA1C ³ 7%). Most of the Participants had medium self-efficacy 248(60.3), medium self-care behavior 248(60.3), and moderate social support 129(31.4). Adjusted Odds Ratio of uncontrol glycemic control increased with higher level of self-efficacy, self-care behavior, and social support. 110(55.8) of participants who acquired social support from the doctor (secondary social support group) with control glycemic level (HbA1C <7%). 52(44.4) of participants who acquired social support from their family (primary social support group) with control glycemic level (HbA1C <7%). Conclusion: The findings of this study could be used to develop an intervention program for Type 2 DM patients, patient group, family, friends, and public health volunteers at Public Health Centers in Bangkok (BMA)in order to improve the glycemic control level.
Association Between Knowledge, Attitude, Barriers, And Practice Of Parents Regarding Children’S Malocclusion In Yangon, Myanmar, Ye Htet Aung
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
dren and can lead to psychological impacts. Therefore, this study aimed to investigate the association between knowledge, attitude, barriers, and practices of parents toward malocclusion in children. This cross-sectional study was conducted on parents, aged between 20 and 50 years, having children aged between 6 and 12 years, and living in Yangon, Myanmar. Parental socio-demographic characteristics, knowledge, attitudes, barriers, and practices regarding malocclusion in their children were surveyed and collected through an online validated self-administered questionnaire. A total of 388 participants aged from 21 to 50 years completed the survey questionnaire. The average scores of parental knowledge, attitude, and practice …
Livelihoods In Motion : A Case Study Of Housekeepers As Informal Workers In Bangkok, Kittipon Phummisuttikul
Livelihoods In Motion : A Case Study Of Housekeepers As Informal Workers In Bangkok, Kittipon Phummisuttikul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Transportation planning research often overlooks the distinct needs of informal domestic workers. This study focuses on live-out housekeepers in Bangkok and examines how their mobility, work characteristics, and socioeconomic status affect their livelihoods. The study used non-probability sampling methods, including convenience, snowball, and purposive sampling. Data from 61 respondents were collected through surveys and semi-structured in-depth interviews and were analyzed using descriptive statistics, crosstabulation, inferential statistics (ANOVA), and word cloud analysis. The study found that live-out housekeepers in Bangkok face high mobility, adaptability, and uncertainty levels. The research highlights the challenges that housekeepers face as informal workers, emphasizing the impact …
Mode Choice For School Trips : A Case Study In Schools Proximate To Mass Transit Stations In Bangkok, Thailand, Phannarithisen Ong
Mode Choice For School Trips : A Case Study In Schools Proximate To Mass Transit Stations In Bangkok, Thailand, Phannarithisen Ong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Transit-oriented development (TOD) is essential to promote independent travel and encourage mass transit use among students, which has several advantages for their physical well-being and boosts their confidence in society. Despite a decade of mass rail transit development and TOD development in Bangkok City, cars still queue to drop students at schools, even near transit stations. This presents a paradox: Why do students go to school in proximity to the mass transit system but not use the mass transit system? The high reliance on personal cars will inevitably shape children’s transportation habits in adulthood, significantly impacting the city’s air quality …
Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang
Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
การใช้ประติมากรรมในการสร้างสถานที่อย่างสร้างสรรค์และการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณะของผู้คนในพื้นที่สาธารณะ : กรณีศึกษางานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2022, กรวรรณ ประเสริฐศรี
การใช้ประติมากรรมในการสร้างสถานที่อย่างสร้างสรรค์และการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณะของผู้คนในพื้นที่สาธารณะ : กรณีศึกษางานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2022, กรวรรณ ประเสริฐศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แนวคิดการสร้างสถานที่อย่างสร้างสรรค์ คือ การเชื่อมโยงระหว่างผู้คนและพื้นที่ ด้วยการนำงานศิลปะเข้ามาผสมผสานกับพื้นที่สาธารณะ โดยงานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2022 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม 2565 - 23 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นการจัดงานแสดงศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ซึ่งจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะที่สำคัญของกรุงเทพฯ อย่างเช่น วัด ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในบริบทไทยดั้งเดิม วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณภาพพื้นที่ตั้ง โดยเน้นไปที่ด้านกายภาพ และทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้คนในช่วงมีงาน และ ไม่มีงานศิลปะ วิธีวิจัย คือ กรณีศีกษาแบบแบบพหุกรณี ของพื้นที่ติดตั้งงานศิลปะประติมากรรมแบบชั่วคราว โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูล การสังเกตการณ์อย่างเป็นระบบ และการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ แล้วประเมินตามคุณลักษณะของแนวคิดการสร้างสถานที่ จากผลการศึกษา พบว่า การมีงานศิลปะไม่ได้ส่งผลต่อจำนวนผู้คน แต่ส่งผลต่อความหลากหลายและลักษณะของกิจกรรม ปัจจัยทางกายภาพที่ทำให้พฤติกรรมระหว่างผู้คนและงานศิลปะแตกต่างกัน เช่น การมองเห็น และการปิดล้อมเชิงพื้นที่ ดังนั้น การเลือกพื้นที่เพื่อติดตั้งงานศิลปะมีสิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ตำแหน่งติดตั้งงาน ขนาดพื้นที่ใช้งานเป็นขนาดสัดส่วนมนุษย์ การใช้งานอื่นโดยรอบ และขนาดที่พอเหมาะของพื้นที่ปิดล้อมต่อจำนวนผู้ใช้งาน ซึ่งจะเป็นสิ่งกำหนดความเข้มข้นของกิจกรรม
บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ, กฤตชัย ชวนบุญ
บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ, กฤตชัย ชวนบุญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา หน่วยงานภาครัฐเริ่มมีการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) เพื่อลดข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง ประเด็นสำคัญของโครงการลักษณะการจัดจ้างประเภทออกแบบ-ประกวดราคา-ก่อสร้าง คือการส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานผู้ออกแบบไปยังผู้รับจ้างก่อสร้าง ขณะที่การศึกษาอย่างเป็นระบบเรื่องหน้าที่รับผิดชอบต่อ BIM ของฝ่ายที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management Consultant: CMC) ในประเทศไทยยังมีค่อนข้างจำกัด นำมาสู่วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงก่อสร้างอาคารของภาครัฐและขอบเขตหน้าที่ด้าน BIM ของฝ่าย CMC จากกรณีศึกษา 7 โครงการ โดยทำการศึกษาจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (Terms of Reference: TOR) และการสัมภาษณ์ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำงานด้วย BIM กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้าน BIM รวม 21 คน จากการศึกษาพบว่าหน่วยงานภาครัฐได้ใช้ BIM เพื่อลดข้อผิดพลาดจากแบบก่อสร้างและบันทึกข้อมูลการก่อสร้างจริง โดยช่วงปีที่เริ่มการก่อสร้างและมูลค่าของโครงการมีผลต่อวัตถุประสงค์การใช้ BIM ที่มากขึ้น สามารถจำแนกรูปแบบของลำดับการพัฒนาแบบจำลอง BIM ในช่วงก่อสร้างได้ 3 รูปแบบได้แก่ (1) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบ 2 มิติ (2) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบและ (3) การพัฒนาต่อจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบ รูปแบบที่พบโดยส่วนมากคือการสร้างแบบจำลอง BIM ขึ้นใหม่ในช่วงก่อสร้างโดยผู้รับจ้างก่อสร้างซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎี เนื่องจากข้อมูลช่วงออกแบบไม่สอดคล้องกับการนำไปใช้งานต่อ โดยขอบเขตหน้าที่ต่อ BIM ของ CMC ที่เพิ่มเติมขึ้นคือ ด้านข้อกำหนดการปฏิบัติงาน บุคลากร และเครื่องมือบริหารโครงการ สำหรับประโยชน์จาก BIM ของ CMC สามารถเรียงลำดับตามวัตถุประสงค์การใช้ BIM ได้แก่ (1) ลดข้อผิดพลาดจากข้อขัดแย้งในแบบก่อสร้าง (2) บันทึกข้อมูลการก่อสร้างอาคาร (3) กำกับระยะเวลาตามแผนงาน (4) จำลองกระบวนการก่อสร้างจริงและ (5) คาดการณ์ค่าใช้จ่ายระหว่างการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามปัญหาในการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงการก่อสร้าง ของภาครัฐคือ ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน …
แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม
แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หลังคาเป็นส่วนปกคลุมอาคาร มีหน้าที่ป้องกันแดดและฝน รูปแบบหลังคามาจากโครงสร้างและวัสดุมุง สำหรับอาคารโครงสร้างที่มีช่วงกว้าง เช่น อาคารโกดัง โรงงาน และคลังเก็บสินค้า นิยมใช้วัสดุมุงจากแผ่นเหล็กรีดลอน เพราะมีคุณสมบัติ บาง เบา และมีหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นตรงธรรมดา แผ่นตรงแบบสอบ แผ่นโค้งธรรมดา แผ่นโค้งแบบสอบ แผ่นโค้งดัด และแผ่นโค้งสองทิศทาง จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การผลิตแผ่นโค้งมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงมีวัตถุประสงค์ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา เพื่อเสนอแนวทางการออกแบบหลังคาโค้ง การศึกษาครั้งนี้ได้เลือกโครงการกรณีศึกษา จำนวน 13 อาคาร พบว่าการผลิตแผ่นโค้งมีใช้แผ่นโค้งแบบไม่ดัด จำนวน 5 หลัง และแบบดัด จำนวน 8 หลัง โดยนำส่วนโค้งของหลังคาจากแบบสถาปัตยกรรมมาใช้วิเคราะห์การผลิต โดยแปรผันตามรัศมีรุ่นของผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคา ซึ่งระบุความสามารถความโค้งไม่ดัดไว้ในคู่มือผลิตภัณฑ์ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการทดลองโดยการจำลองแบบ 2 มิติและการคำนวณ เพื่อพิจารณาและหาแนวทางการกำหนดความโค้ง โดยทำทดลอง 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทดลองปรับค่าความโค้ง เพื่อใช้วิเคราะห์โค้งโดยไม่ดัดและหาความสัมพันธ์กับหลังคาอาคาร ขั้นตอนที่ 2 ทดลองใช้วิธีต่อแผ่น เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการรับน้ำฝน ระยะพาดแป โดยใช้ข้อคำนึงเรื่องถึงวิธีการขนส่งแผ่น จากการศึกษาทำให้ทราบว่าแผ่นโค้งไม่ดัดทำได้ทุกอาคารที่มีหลังคาโค้ง โดยมีวิธีการกำหนดค่าความโค้งที่มีหน่วยเป็นรัศมีและความลาดเอียงของหลังคาที่มีหน่วยเป็นองศา โดยกำหนดรัศมีและองศาให้เป็นไปตามคำแนะนำของคู่มือตามรุ่นผลิตภัณฑ์ ที่มีค่าแปรผันกับความกว้างของอาคาร และแปรผกผันกับความสูงของหลังคา สำหรับกรณีการใช้หลังคาโค้งยาวต่อเนื่องต้องคำนึงด้านการขนส่งแผ่นหลังคา โดยสามารถยาวได้ตามข้อจำกัดของรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งและการเข้าถึงหน้างานก่อสร้าง ซึ่งหากขนส่งไม่ได้จะส่งผลต่อการนำเครื่องจักรมาผลิตที่หน้างานก่อสร้างสามารถใช้วิธีการต่อแผ่นเพื่อพิจารณาข้อคำนึงดังกล่าว
การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์
การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การนำ BIM มาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างภาคเอกชนของประเทศไทยเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายซึ่งการนำ BIM มาใช้มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในช่วงกระบวนการก่อสร้าง ช่วงพัฒนาโครงการโดยทั่วไปสามารถจำแนกออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ได้แก่ ช่วงออกแบบ (Design phase) ช่วงก่อสร้าง (Construction phase) และช่วงการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility management) ซึ่งแต่ละช่วงก็มีความต้องการในด้านข้อมูลที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงการพัฒนาโครงการถึงแม้จะเป็นช่วงที่มีการดำเนินงานหลักแต่ช่วงของการส่งผ่านข้อมูลระหว่างช่วงออกแบบไปยังช่วงก่อสร้างยังไม่มีความชัดเจน รอยต่อตรงนี้เรียกว่าช่วง Pre-construction การทำงานในช่วงก่อนการก่อสร้างเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถควบคุมความสำเร็จของโครงการได้ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ รูปแบบกระบวนการ และปัจจัยการนํา BIM มาใช้งานในช่วงก่อนการก่อสร้าง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงก่อนการก่อสร้างของอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนของประเทศไทยและศึกษาข้อมูลมาตรฐาน คู่มือ BIM เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสอดคล้อง สถานการณ์ ปัจจัย ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของการนำ BIM มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม จากผลงานวิจัยพบว่ารูปแบบการนำ BIM มาใช้ในกรณีศึกษาเป็นรูปแบบ Design-Bid-Build ซึ่งจำเป็นต้องส่งผ่านข้อมูลต่างองค์กรซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการตกหล่นของข้อมูลแต่การนำ BIM มาใช้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นระบบการทำงานที่เชื่อมข้อมูลต่างๆตลอดช่วงการทำงานของโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมในเรื่อง การส่งผ่านข้อมูล การถอดปริมาณ และประมาณราคา ทำให้เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง ส่วนในด้านปัจจัยพบว่าการนำ BIM มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการทำงาน ด้านปัญหาและอุปสรรคพบว่า เกิดปัญหาด้านระยะเวลาในการทำงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการก่อสร้าง และจากผลงานวิจัยมีข้อเสนอแนะคือ ควรเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะการทำงานด้วย BIM และควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
การนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในอาคารชุดพักอาศัยกรณีศึกษา โครงการอาคารชุดในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เครือนพคุณ
การนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในอาคารชุดพักอาศัยกรณีศึกษา โครงการอาคารชุดในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เครือนพคุณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่จอดรถเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาคารชุดพักอาศัยที่ต้องจัดให้มีจำนวนเพียงพอตามเกณฑ์ข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบัน (พ.ศ. 2565) พบว่า มีการนำที่จอดรถอัตโนมัติเข้ามาใช้ในโครงการอาคารชุดแพร่หลายมากขึ้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด วิธีการเลือกรูปแบบ ลักษณะทางกายภาพ การใช้งาน การบริหารจัดการ และข้อดี ข้อจำกัด ของการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในโครงการอาคารชุด โดยมีกรณีศึกษาเป็นอาคารชุดในเขตวัฒนา 4 โครงการ ด้วยวิธีการสำรวจ การสังเกต และการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ จากการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการโครงการทั้ง 4 โครงการมีแนวคิดในการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติเข้ามาใช้เพื่อประหยัดพื้นที่จอดรถ จัดการพื้นที่ขายให้มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเวลาและพลังงานในการวนหาที่จอดรถ โดยให้ผู้ออกแบบและผู้จัดหาและติดตั้งเป็นผู้นำเสนอข้อมูลและให้คำแนะนำในการเลือกใช้ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่และรูปแบบอาคารในโครงการนั้น ๆ ผู้ประกอบการแต่ละโครงการเป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้รูปแบบของระบบที่จอดรถอัตโนมัติ โดยคำนึงถึงต้นทุนของระบบเป็นหลัก แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ (1) แบบมีถาดรองรับ ซึ่งเป็นระบบที่ต้องจอดรถเทียบบนถาดรองรับรถที่อยู่ในลิฟต์รถ ได้แก่ โครงการเซอเลส อโศก ที่ใช้ระบบถาดรถเลื่อน และโครงการเซอร์เคิล สุขุมวิท 31 ที่ใช้ระบบหอสูง และ(2) แบบไม่มีถาดรองรับ เป็นระบบที่ต้องจอดรถเทียบภายในหรือภายนอกช่องลิฟต์ โดยมีหุ่นยนต์รับส่งรถนำรถไปจอดยังตำแหน่งที่ว่างและใกล้ที่สุด ได้แก่ โครงการไนท์บริดจ์ ไพร์ม อ่อนนุชและมิวนีค สุขุมวิท 23 ใช้ระบบหุ่นยนต์ โดยระบบแบบไม่มีถาดรองรับมีระยะเวลาเฉลี่ยในการนำรถเข้าจอดอยู่ที่ 1.55 นาที ใช้เวลาน้อยว่าระบบแบบมีถาดรับรถซึ่งมีระยะเวลาเฉลี่ย 2.21 นาที ในการบริหารจัดการทุกโครงการมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกันประจำทุกเดือนเหมือนกันตามระยะการประกัน แต่โครงการไนท์บริดจ์ไพร์ม อ่อนนุชมีการจัดจ้างช่างดูแลระบบประจำโครงการเพิ่มเติม จากการสำรวจ ทุกโครงการพบปัญหาและอุปสรรคที่คล้ายกัน คือ ความลำบากในการเข้าจอดเทียบทั้งภายในและภายนอกช่องลิฟต์รถ เนื่องจากระยะการเลี้ยวรถและพื้นที่รอด้านหน้าลิฟต์ไม่เพียงพอ ข้อดีของระบบที่เหมือนกันคือ ช่วยประหยัดการใช้พื้นที่ ที่แตกต่างกันคือ ระบบที่ใช้ถาดรับรถมีการใช้งานและการซ่อมแซมง่ายไม่ซับซ้อน และมีราคาที่จอดรถต่อช่องจอดและค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างถูก ส่วนระบบแบบไม่มีถาดรองรับเป็นระบบที่ทันสมัย การทำงานที่ต่อเนื่องและรวดเร็วกว่า ส่วนข้อจำกัดที่แตกต่าง คือ ระบบที่มีถาดรองรับการทำงานของระบบมีเสียงดังรบกวน ส่วนระบบแบบไม่มีถาดรองรับมีราคาที่จอดรถต่อช่องจอดและค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างแพงกว่า และมีวิธีการซ่อมแซมแก้ไขระบบที่ซับซ้อนกว่า ผลจากการวิเคราะห์พบว่า เนื่องจากที่จอดรถอัตโนมัติไม่ต้องมีทางลาดและมีทางวิ่งรถน้อย ที่จอดรถอัตโนมัติจึงมีการใช้พื้นที่น้อยกว่าที่จอดรถแบบปกติประมาณ 2 เท่า ทำให้ประหยัดพื้นที่จอดรถได้มากถึง 50% และสามารถเพิ่มจำนวนที่จอดรถได้มากเป็น 2 เท่าของที่จอดรถแบบปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้ประกอบการในการนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ จากผลการศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะว่า ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานให้มากขึ้น โดยควรจัดวางตำแหน่งลิฟต์รถแต่ละตัวให้มีระยะห่างที่เหมาะสมและมีพื้นที่วงเลี้ยวที่สัมพันธ์กับระยะวงเลี้ยวรถ และควรจัดพื้นที่รอเข้าจอดรถหน้าลิฟต์ให้เพียงพอ มีระบบป้องกันประตูลิฟต์ปิดเองและมีระบบตรวจสอบการเข้าเกียร์จอดรถหรือมีระบบยึดล้อรถเพื่อป้องกันรถไหลเลื่อนตกจากลิฟต์ยกรถและถาดรับรถ รวมทั้งมีการบริหารจัดการและดูแลบำรุงรักษาระบบที่จอดรถอัตโนมัติอย่างสม่ำเสมอให้เป็นไปตามสัญญาของประกันที่ทำไว้กับบริษัทผู้จัดหาและติดตั้งระบบอย่างเคร่งครัด
พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางราง กรณีศึกษา สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช, ปิยะนันท์ มณีเลิศ
พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางราง กรณีศึกษา สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช, ปิยะนันท์ มณีเลิศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมรอบสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม วิเคราะห์การบริหารจัดการรถรับส่งและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การเสนอแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งรองสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนทางราง การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมรอบสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช จำนวน 100 คน โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ วิธีการทดสอบไคสแควร์และการถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษา พบว่า บทบาทของรถรับส่งคอนโดมิเนียมเป็นการให้บริการเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนทางรางทำหน้าที่เป็น Feeder mode และ Community mode โดยคุณภาพการให้บริการเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญและมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการ นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมทั้ง 3 กลุ่มราคา พบว่า ส่วนใหญ่ใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมในการเดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้าที่สถานีบีทีเอสอ่อนนุชเพื่อเดินทางไปทำงาน ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ซึ่งผู้ใช้บริการในกลุ่มคอนโดมิเนียมราคาแพงมีการใช้บริการรถรับส่งฯ เป็นประจำมากที่สุด ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม ได้แก่ ตัวแปรวัตถุประสงค์การเดินทาง ระดับราคาคอนโดมิเนียม ช่วงเวลาที่ใช้บริการเที่ยวไป-เที่ยวกลับและวัตถุประสงค์การเดินทางเพื่อกลับที่พัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร : กรณีศึกษา โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และ โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า, วิศวรุต เกกินะ
ผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร : กรณีศึกษา โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และ โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า, วิศวรุต เกกินะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการบ้านเอื้ออาทรโดยการเคหะแห่งชาติ ประกอบด้วยที่อยู่อาศัย และองค์ประกอบชุมชนที่ครบครัน โดยมี ลานตลาด เพื่อทั้งให้บริการและเป็นแหล่งงานให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย เสริมสร้างเศรษฐกิจที่ดีและเสริมสร้างสายสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและเป้าหมายในการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร กับผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาด โดยคัดเลือกโครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และโครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า เป็นกรณีศึกษา โดยใช้วิธีการการสังเกตุ การสัมภาษณ์ และแบบสอบถามผู้อยู่อาศัยทั้งผู้อยู่อาศัยทั่วไปและผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้ประกอบการค้าในลานตลาด การศึกษาพบว่า โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 ตั้งอยู่ที่ถนนประชาพัฒนา เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโครงการมีตลาดนัด 1 ตลาด และมินิมาร์ท 1 ร้าน มีผู้อยู่อาศัย 6,390 หน่วย มีลานตลาดภายในโครงการ 3 ลานตลาด ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ 2 ลานตลาด และอยู่ภายในโครงการ อีก 1 ลานตลาด มีร้านค้ารวมกันทั้งสิ้น 44 ร้าน มีผู้อยู่อาศัยในโครงการเป็นผู้ประกอบการค้า 38 ร้าน(ร้อยละ 86 ของจำนวนร้านทั้งหมด) ผู้อยู่อาศัยทั่วไปร้อยละ 64 มาซื้อสินค้าในลานตลาดเป็นประจำ ลานตลาดบริหารงานโดย ผู้อยู่อาศัยในโครงการ 1 ลานตลาด และอดีตผู้อย่าศัยในโครงการ 2 ลานตลาด ผู้อยู่อาศัยมีทัศนคติและความพึงพอใจต่อลานตลาดด้านกายภาพ ในระดับปานกลาง (3.23 เต็ม 5 คะแนน) และ ด้านการบริหารลานตลาด ในระดับปานกลาง (3.31 เต็ม 5 คะแนน) โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า ตั้งอยู่ที่ถนนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยมีตลาด ศูนย์อาหาร และศูนย์การค้า บริเวณด้านหน้าโครงการ มีที่อยู่อาศัย 6,022 หน่วย มีลานตลาดภายในโครงการ 1 ลานตลาด ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าออกด้านหลังโครงการ มีร้านค้าจำนวน 42 โดยทุกร้านค้ามีผู้ประกอบการเป็นผู้อยู่อาศัยในโครงการทั้งหมด ผู้อยู่อาศัยทั่วไปร้อยละ 73.7 มาซื้อสินค้าในลานตลาดเป็นประจำ ลานตลาดบริหารงานโดยบุคคลภายนอกที่สามารถประมูลสิทธิ์ในการบริหารลานตลาดได้ ผู้อยู่มีทัศนคติและความพึงพอใจต่อลานตลาดด้านกายภาพในระดับมาก (3.55 เต็ม 5 คะแนน) และ ด้านการบริหารลานตลาดในระดับมาก …
การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน
การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาในปัจจุบันพบปัญหาการอนุรักษ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการเก็บข้อมูล ทั้งนี้พบว่าการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมยังขาดการประเมินและการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้านก่อนการกำหนดวิธีอนุรักษ์ ปัญหานี้อาจเกิดจากการขาดข้อมูลภาคเอกสารและการบันทึกสภาพอาคารอย่างละเอียดเพียงพอ รวมทั้งอาจจะเกิดจากขาดการนำข้อมูลด้านต่าง ๆ มาวิเคราะห์ประกอบกันเพื่อสรุปแนวทางการอนุรักษ์ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น วิทยานิพนธ์นี้ต้องการที่จะแก้ไขและปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารในการดำเนินงานขั้นต้นของการอนุรักษ์ โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ การเลือกสถาปัตยกรรมประเภทนี้มีที่มาจากการประดับด้วยงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า อย่างไรก็ตา,กระเบื้องที่ประกอบกันขึ้นอย่างสลับซับซ้อน ห่อหุ้มทั้งพื้นผิวและโครงสร้าง ก่อให้เกิดความท้าทายในการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากมีการประเมินผลจากข้อมูลเพียงด้านเดียว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะลดคุณค่าของงานได้ วัตถุประสงค์หลักของวิทยานิพนธ์คือการสร้างชุดเครื่องมือการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์ ในเบื้องต้นผู้วิจัยจะสร้างชุดข้อมูลพื้นฐาน กำหนดวิธีการสร้างแบบสถาปัตยกรรมที่มีความถูกต้อง โดยใช้วิธีโฟโตแกรมเมตรี(Photogrammetry) เพื่อเก็บข้อมูลสภาพปัจจุบันของอาคารโดยละเอียด จากนั้นนําชุดการเก็บข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาทดสอบกับกรณีศึกษา พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ผลจากการใช้เครื่องมือเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์อย่างรอบด้าน เนื่องจากช่วยให้นักอนุรักษ์เลือกวิธีการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม ชุดการเก็บข้อมูลที่นำมาใช้มีข้อดีสองประการ ดังนี้ 1) ชุดการเก็บข้อมูลช่วยให้สามารถบันทึกสภาพและประเด็นปัญหา จึงทําให้เกิดความเข้าใจงานได้อย่างลึกซึ้ง 2) ชุดการเก็บข้อมูลมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์อย่างรอบด้านช่วยให้เกิดความเข้าใจสาเหตุของการเสื่อมสภาพ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ตลอดจนชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่มีคุณค่า โดยเฉพาะคุณค่าอันเนื่องมาจากความเป็นของแท้ ฝีมือช่าง และการใช้วัสดุดั้งเดิม ซึ่งประเด็นเหล่านี้มักถูกมองข้ามไปโดยผู้ปฏิบัติงานที่มักจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเพื่อความสวยงามและความทนทานผ่านการซ่อมแซมและการเปลี่ยนวัสดุ
A Study Of Auditors' Judgement When Taking Management's Perspective On Management Discussion And Analysis, Wattanachai Sangsuwan
A Study Of Auditors' Judgement When Taking Management's Perspective On Management Discussion And Analysis, Wattanachai Sangsuwan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This experimental research examines the effect of management’s perspective on auditors’ judgment when they review management discussion and analysis (MD&A). This study predicts that prompting management’s perspective would benefit auditors by enabling them to more accurately review MD&A whether or not the MD&A is materially misstated. Contrary to our expectations, prompting auditors with a management’s perspective will backfire. The results find that auditors prompted by management's perspective are significantly more likely to accept MD&A that has an abnormally positive tone. In other words, auditors are less likely to ask management to alter MD&A that has such abnormally positive language. Management’s …
การศึกษาแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการพยากรณ์และความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัล, ธนัชชา บุญญะ
การศึกษาแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการพยากรณ์และความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัล, ธนัชชา บุญญะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบจำลองที่เหมาะสมและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัล และนำมาพยากรณ์อัตราผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิทัลที่ทำการศึกษา 10 สกุล ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, Binance coin, Ripple, Carano, Dogecoin, Tron, Litecoin, Monero และ Bitcoin cash และศึกษาปัจจัยภายนอก ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน Dollar to Yen, อัตราแลกเปลี่ยน Dollar to Euro, อัตราแลกเปลี่ยน Dollar to Pound Sterling, S&P500, Nasdaq100, Down Jones Index, Nikkei 225 Index, ราคาทองคำ, ราคาน้ำมันดิบ, ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566 รวมระยะเวลา 2,007 วัน ผลการศึกษาพบว่า แบบจำลองที่เหมาะสมกับ Bitcoin นั่นคือ ARMAX(1,0) – GARCH(1,1) เมื่อตัวแปรภายนอกคือ ค่าผลต่างของอัตราผลตอบแทนของ Nasdaq กับ ดัชนีดอลลาร์ แต่สำหรับสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ที่เหลือ ได้แก่ Ethereum, Binance coin, Ripple, Carano, Dogecoin, Tron, Litecoin, Monero และ Bitcoin cash พบว่า ตัวแปรภายนอกที่เหมาะสมที่สุดคือ อัตราผลตอบแทนของ Bitcoin ซึ่งจะได้แบบจำลองดังนี้ ARMAX(2,2) – GARCH(1,1), ARMAX(2,3) – GARCH(1,1), ARMAX(2,3) …
วิธีการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking สามารถเพิ่มความแม่นยำของการทำนายสัญญาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลได้หรือไม่, ศราวุฒิ ทองเชื้อ
วิธีการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking สามารถเพิ่มความแม่นยำของการทำนายสัญญาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลได้หรือไม่, ศราวุฒิ ทองเชื้อ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันการลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัลได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมากเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่สามารถให้ผลตอบแทนสูง ในทางกลับกันสามารถทำให้เกิดความสูญเสียสูงเช่นกัน การลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัลจึงต้องอาศัยเครื่องมีวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพในการจัดการลงทุน การเรียนรู้ของเครื่องเป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้ดีขึ้น งานวิจัยนี้ได้ศึกษาทำนายสัญญาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลโดยเปรียบเทียบวิธีการใช้ตัวแบบป่าสุ่ม ตัวแบบการถดถอยโลจิสติก และตัวแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking และการวิเคราะห์ทางเทคนิคจาก 50 ตัวบ่งชี้ทางเทคนิค สำหรับสกุลเงินดิจิทัลที่มีเงื่อนไขมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 20 อันดับแรกข้อมูลความถี่ 1 วัน และ 1 สัปดาห์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าตัวแบบป่าสุ่มให้ค่าความถูกต้องระหว่าง 0.4423-0.7115 ตัวแบบการถดถอยโลจิสติกให้ค่าความถูกต้องระหว่าง 0.4615-0.6346 และตัวแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking ให้ค่าความถูกต้องระหว่าง 0.4423-0.6538 โดยภาพรวมตัวแบบการถดถอยโลจิสติกเหมาะสมสำหรับสกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่ อีกทั้งการสร้างตัวแบบด้วยการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยเทคนิค Stacking สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการทำนายของตัวแบบ นอกจากนี้ข้อมูลความถี่ 1 สัปดาห์ให้ผลลัพธ์ดีกว่าข้อมูลความถี่ 1 วัน
ตัวแปรด้านการออกแบบคุกกี้แบนเนอร์ที่มีผลต่อการยินยอมของผู้แวะชมให้เว็บไซต์บันทึกข้อมูลส่วนบุคคล, อัญชิตา หล่อกิตติวณิชย์
ตัวแปรด้านการออกแบบคุกกี้แบนเนอร์ที่มีผลต่อการยินยอมของผู้แวะชมให้เว็บไซต์บันทึกข้อมูลส่วนบุคคล, อัญชิตา หล่อกิตติวณิชย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทำให้ธุรกิจต้องพัฒนาคุกกี้แบนเนอร์เพื่อเก็บการให้ความยินยอม แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบงานวิจัยในประเทศไทยที่สามารถแนะนำลักษณะการออกแบบของคุกกี้แบนเนอร์ที่ผู้แวะชมยินยอมให้บันทึกข้อมูล โดยเฉพาะการบันทึกคุกกี้ที่ไม่จำเป็น งานวิจัยนี้วิเคราะห์ตัวแปรทางการออกแบบของคุกกี้แบนเนอร์ที่มีผลต่อการยินยอมให้บันทึกคุกกี้ไม่จำเป็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการเว็บไซต์ให้สามารถโน้มน้าวผู้แวะชมให้ยินยอมบันทึกคุกกี้ไม่จำเป็น การศึกษานี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลของ (1) ตำแหน่งคุกกี้แบนเนอร์ (2) ความเคลื่อนไหวของโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์ และ (3) การแสดงคำว่าคุกกี้บนปุ่มของแบนเนอร์ ต่อ การยินยอม การศึกษานี้เป็นการทดลองในสภาพตามจริง การวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผลกระทบของ (1) ตำแหน่งคุกกี้แบนเนอร์ (2) ความเคลื่อนไหวของโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์ และ (3) การแสดงคำว่าคุกกี้บนปุ่มของแบนเนอร์ ต่อ การยินยอม ไม่มีนัยสำคัญ ทว่าเมื่อผู้วิจัยลองวิเคราะห์ข้อมูลการยินยอม เมื่อมีและไม่มีความเคลื่อนไหวของโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์ จำแนกตามเพศ ผู้วิจัยพบว่า การยินยอมของหน่วยทดลองเพศชาย เมื่อโลโก้บนคุกกี้แบนเนอร์มีและไม่มีความเคลื่อนไหว แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสรุปจากงานนี้ต่อยอดองค์ความรู้การวิจัยในบริบทของการออกแบบคุกกี้แบนเนอร์โดยผู้ให้บริการเว็บไซต์และผู้ที่เกี่ยวข้องอาจใช้ผลการวิจัยนี้เพื่อออกแบบคุกกี้แบนเนอร์ได้ถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Chanel Brand Equity In The Eyes Of Male Consumers, Alexandra Grace Sheehan
Chanel Brand Equity In The Eyes Of Male Consumers, Alexandra Grace Sheehan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aims to study male consumers' brand equity of Chanel. A qualitative method was used to collect data through 12 in-depth interviews. The respondents are 12 Thai male millennials, who are aged between 23 - 38, living in Bangkok, Thailand, and have purchased a product from Chanel within the last 12 months. The findings of this study indicate that male consumers had a good brand recall of Chanel. Male consumers have a positive brand image of Chanel and view them as a timeless brand, a top-tier luxury brand that is expensive in comparison to other luxury brands on the …
Filipino Consumers' Perception Toward Gentlewoman Thai Fashion Brand, Gabriel Lorenzo Del Carmen
Filipino Consumers' Perception Toward Gentlewoman Thai Fashion Brand, Gabriel Lorenzo Del Carmen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This individual study explores the Filipino Consumer Perceptions of Thai Fashion Brand GENTLEWOMAN and the quality of the brand’s activism messaging through social media. The data was collected using in-depth interviews on 10 respondents, Filipino females, aged between 20 to 35, the average target consumer of GENTLEWOMAN products. The findings suggest that Filipino Consumers have a very positive perception of GENTLEWOMAN. They find the price to be good, regardless of whether it was purchased through the gray market or through official distribution. Quality is also perceived highly as consumers find the products to be well-constructed and very versatile. Lastly, consumers …
Purchase Behavior Toward Luxury Fashion Brands During Thailand's Economic Recovery After The Covid-19 Pandemic Among Generation Y Consumers, Jaruwarin Palarungsri
Purchase Behavior Toward Luxury Fashion Brands During Thailand's Economic Recovery After The Covid-19 Pandemic Among Generation Y Consumers, Jaruwarin Palarungsri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this research is to explore the purchase behavior toward luxury fashion brands among Thai Generation Y consumers during the economic recovery after the COVID-19 pandemic. The research utilized a qualitative approach to gather information from 10 key informants aged 31 to 42, residing in Thailand and spending more than 500,000 Thai baht annually on luxury fashion products. The findings indicate that Thai Gen Y consumers are active followers of economic news and current events, as they consume news on a daily basis and discuss it with their social circle. However, they tend to avoid expressing their opinions …
The Impact Of Brand Image On Customer Loyalty Toward Haidilao Thailand, Liu Xin
The Impact Of Brand Image On Customer Loyalty Toward Haidilao Thailand, Liu Xin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this research are as followed: to explore Brand image and customer loyalty toward Haidilao Thailand and to investigate the relationship between the two variables. The study collected two hundred fifty-eight participants who is living in Bangkok for at least three months, aged between 20 and 50, and who have dined at Haidilao in the past three months. The findings reveal a positive perception of Haidilao's brand image among respondents (M = 3.89). Notably, functional image received the highest mean score (M = 3.91), closely followed by experiential image (M = 3.91), while symbolic image obtained the lowest …
The Influence Of Ai Chatbots On Purchase Intention Of Electric Vehicles Among Consumers In China, Ning Fang
The Influence Of Ai Chatbots On Purchase Intention Of Electric Vehicles Among Consumers In China, Ning Fang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of the paper is to study the effects of perceived usefulness (PU), perceived ease of use (PEU) and perceived enjoyment (PE), perceived cyber risks (PCR) of AI chatbots on the purchase intention (PI) of EVs among consumers in China. The study is conducted in a quantitative approach by using online questionnaires as a tool to collect data from 300 Shanghai based respondents, aged between 31-40, and have intention or experience using AI chatbots or EVs. The results show that overall respondents have a possibilities attitude towards PCR (M=3.36), PEU (M=3.27), PU (M=3.26), and PEU (M=3.26) of AI chatbots. …
Influences Of Millennial Consumers’ Perceived Value And Attitude On Usage Intention Towards Spa, Salisa Sornsaruht
Influences Of Millennial Consumers’ Perceived Value And Attitude On Usage Intention Towards Spa, Salisa Sornsaruht
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This survey research examines the influences of millennial consumers' perceived value and attitude on usage intentions towards spa. An online questionnaire was developed to collect data from 207 male and female respondents, aged between 27 and 39 years, living in Thailand, with prior experience of at least one spa within the last six months. The research findings indicated that, in terms of perceived value, the most dominant dimension among the respondents is social value, followed by functional value, value for money, and emotional value, respectively. In addition, the perceived value and attitude of millennial consumers have a statistically significant influence …