Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (2614)
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Education (1377)
-
- Arts and Humanities (1146)
- Law (897)
- Business (839)
- Medical Sciences (830)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Life Sciences (645)
- Computer Sciences (618)
- Architecture (582)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Nursing (445)
- Economics (441)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Sociology (373)
- Industrial Engineering (372)
- Dentistry (357)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Law and Economics (344)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Political Science (342)
- Operational Research (307)
Articles 2641 - 2670 of 15281
Full-Text Articles in Entire DC Network
การจำลองซีเอฟดีสามมิติของไรเซอร์ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์แบบอุณหภูมิไม่คงที่ที่มีท่อน้ำหล่อเย็น, อลีนา ดำเนินสวัสดิ์
การจำลองซีเอฟดีสามมิติของไรเซอร์ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์แบบอุณหภูมิไม่คงที่ที่มีท่อน้ำหล่อเย็น, อลีนา ดำเนินสวัสดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แก๊สเรือนกระจกที่สำคัญและมีปริมาณมากที่สุดคือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้าถือเป็นแหล่งแก๊สเรือนกระจกที่สำคัญ เทคโนโลยีการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำได้หลายวิธี เช่น การดักจับก่อนการเผาไหม้ การเผาไหม้ด้วยออกซิเจน และการดักจับหลังการเผาไหม้ การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์หลังการเผาไหม้โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์ฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากแก๊สเผาไหม้ แก๊สเผาไหม้ถูกป้อนเข้าไปยังหอดูดซับเพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนที่จะปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ โพแทสเซียมคาร์บอเนตบนตัวรองรับแกมมา-อะลูมินาถูกใช้เป็นตัวดูดซับ การวิจัยนี้เป็นการพัฒนาแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณของเครื่องปฏิกรณ์ ฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนที่มีการติดตั้งท่อน้ำหล่อเย็นในไรเซอร์ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิในเครื่องปฏิกรณ์สามารถเปลี่ยนสมดุลของปฏิกิริยาเพื่อให้สามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้น เครื่องปฏิกรณ์จำลองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 0.05 x 0.05 ม. และสูง 1.1 ม. แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ใช้คือ แบบออยเลอเรียน-ออยเลอเรียน โดยได้เพิ่มสมการการเกิดปฏิกิริยาเคมีของโพแทสเซียมคาร์บอนเนต คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำเข้าไปด้วย จากการทดสอบแบบจำลองพบว่า จำนวนเซลล์ที่เหมาะสมที่ใช้ในการจำลองคือ 500,000 เซลล์ และช่วงเวลาที่ใช้ในการจำลองจะอยู่ที่ 250 - 500 วินาที ตัวแปรที่ใช้ศึกษาประกอบด้วย ความเร็วของแก๊สขาเข้า ความเร็วของน้ำหล่อเย็น และลักษณะการจัดเรียงท่อน้ำหล่อเย็นภายในหอดูดซับ จากการจำลองกระบวนการพบว่า ตัวแปรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในหอดูดซับอย่างมีนัยสำคัญ คือ ความเร็วของแก๊สขาเข้า และ ลักษณะการจัดเรียงท่อน้ำหล่อเย็นภายในหอดูดซับ ส่วนความเร็วของน้ำหล่อเย็นไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีนัยสำคัญ
Impact Of Environment, Social, And Governance On Cost Of Equity: Evidence From Asia Pacific Markets, Panida Uaariyapoonpong
Impact Of Environment, Social, And Governance On Cost Of Equity: Evidence From Asia Pacific Markets, Panida Uaariyapoonpong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines the impact of Environmental, Social, and Governance (ESG) performance, proxied by the ESG Combined Score, on the cost of equity (COE), measured by the CAPM, for companies in the Asia-Pacific region from 2015 to 2022. It also explores how this relationship is influenced by economic crises and market development levels. The findings indicate a negative correlation, where higher ESG performance leads to a lower COE. Specifically, the environmental and governance pillars are negatively associated with COE, similarly reducing equity costs, while the social pillar shows no significant effect. The research also studies the impact of economic conditions …
Marketing Analysis : A Case Study Of Byd In The Chinese Automobile Market, Yilin Wang
Marketing Analysis : A Case Study Of Byd In The Chinese Automobile Market, Yilin Wang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
With the rapid development of the electric vehicle market, the Chinese Automobile industry has ushered in a huge development opportunity. BYD, as the leader of China's electric vehicles, has also achieved remarkable results. However, the fierce market competition and ever-changing consumer demand also brought challenges to BYD. Therefore, to maintain its advantages in the fiercely competitive market environment, BYD needs to formulate marketing strategies that suit its characteristics and further improve its core competitiveness. This study will focus on analyzing BYD's marketing strategy in the Chinese market and explore the reasons for BYD's rapid development in recent years. Firstly, SWOT …
การวิเคราะห์มลพิษทางอากาศและเสียงที่เกิดจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้างที่พักอาศัยโดยเครื่องมือวัดส่วนบุคคลร่วมกับบันทึกวีดีโอ, นพวิชญ์ ลีลานภากาศ
การวิเคราะห์มลพิษทางอากาศและเสียงที่เกิดจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้างที่พักอาศัยโดยเครื่องมือวัดส่วนบุคคลร่วมกับบันทึกวีดีโอ, นพวิชญ์ ลีลานภากาศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื่องมาจากการก่อสร้างที่พักอาศัยที่มีอยู่ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นต้นเหตุของมลพิษทางอากาศและเสียง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ แรงงานก่อสร้าง งานวิจัยนี้จึงต้องการวิเคราะห์มลพิษทางอากาศและเสียง (PM 2.5, PM 10, NO2, CO, dB(A)) ที่เกิดจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้างที่พักอาศัยโดยเครื่องมือวัดส่วนบุคคลร่วมกับบันทึกวีดีโอ ซึ่งนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เซนเซอร์ตรวจวัดมลพิษทางอากาศและเสียง และกล้องบันทึกวีดีโอมาประยุกต์ใช้ ทำให้ทราบค่าความเข้มข้นของมลพิษที่แรงงานได้รับจากกิจกรรมย่อยของงานก่อสร้าง การตรวจวัดมลพิษทางอากาศและเสียงโดยทั่วไปวัดจากค่าเฉลี่ยของปริมาณมลพิษที่แรงงานได้รับตลอดช่วงเวลาทำงาน อีกทั้งเครื่องมือวัดมีขนาดใหญ่ มีราคาสูง และไม่สามารถทราบถึงกิจกรรมย่อยที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อแรงงาน ดังนั้นงานวิจัยนี้ได้ติดเครื่องมือวัดและกล้องบันทึกวีดีโอกับแรงงาน เพื่อให้ทราบถึงปริมาณมลพิษที่แรงงานได้รับจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้าง โดยเมื่อมีปริมาณมลพิษเกินค่ามาตรฐานจะมีการแจ้งเตือนไปยัง Line Notify เพื่อให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยโครงการได้ทราบถึงปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หลังจากนั้นประยุกต์ใช้เครื่องมือตรวจวัดมลพิษทางอากาศและเสียงกับโครงการก่อสร้างกรณีศึกษา 4 โครงการ ผลการทดสอบพบว่า กิจกรรมย่อยที่เกิดมลพิษมากที่สุด คือ เชื่อมโลหะโดยใช้ลวดเชื่อม มีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM 10 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามเครื่องมือยังมีข้อจำกัดในเรื่องขีดจำกัดต่ำสุดและสูงสุดของเซนเซอร์ที่สามารถตรวจวัดมลพิษได้
แนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ, มยุริญ แพงทรัพย์
แนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ, มยุริญ แพงทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่องแนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมาของการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติและศึกษาแนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ โดยเป็นการวิจัยเชิงทดลองประกอบด้วยการค้นคว้าเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และการทดลองสร้างสรรค์ ผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยส่งตัวแทนเข้าประกวดนางงามจักรวาลครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2497 และเข้าร่วมรายการมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการประกวดรอบชุดประจำชาติ ที่ผ่านมาการสร้างสรรค์ท่าทางลีลานาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) นางงามและบุคคลใกล้ชิดเตรียมท่าทางลีลานาฏศิลป์ไทยเพื่อใช้ในการประกวด 2) กองประกวดผู้ถือลิขสิทธิ์ของประเทศไทยส่งนางงามเข้าฝึกหัดท่าทางลีลานาฏศิลป์ไทยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างคลังท่าหรือโครงสร้างของท่าและกระบวนท่าสำหรับให้นางงามเลือกใช้เมื่อถึงการประกวด 3) กองประกวดผู้ถือลิขสิทธิ์ของประเทศไทยจัดหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบท่าทางลีลานาฏศิลป์ไทยสำหรับการนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ ส่วนแนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ ผู้วิจัยพบว่ามีปัจจัยที่เป็นข้อบังคับจากกองประกวดนางงามจักรวาลและผู้ถือลิขสิทธิ์ของประเทศไทยอยู่ 6 ประการ ได้แก่ 1) แนวคิดเครื่องแต่งกาย 2) แนวดนตรีประกอบการประกวดในรอบชุดประจำชาติ 3) ระยะเวลาในการนำเสนอ 30-90 วินาที 4) รูปแบบเวทีการวางตำแหน่งเมื่ออยู่บนเวที และมุมกล้อง 5) คุณสมบัติของนางงาม 6) วิธีการเดินของนางงาม เมื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านี้แล้วจึงดำเนินการสร้างสรรค์ลีลาท่าทางโดยเน้นการเดินของนางงามผสานเข้ากับลีลาท่าทางนาฏศิลป์ไทยและการแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านสีหน้าแววตา โดยคำนึงถึงการส่งเสริมแนวคิดของเครื่องแต่งกายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
A Predictive Factors Of Intention And Behavior Toward Waste Separation Of Waterfront Communities: A Case Study Of Khlong Lat Luang Community Phra Pradaeng District Samut Prakan, Chadalak Samritthinanta
A Predictive Factors Of Intention And Behavior Toward Waste Separation Of Waterfront Communities: A Case Study Of Khlong Lat Luang Community Phra Pradaeng District Samut Prakan, Chadalak Samritthinanta
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aims to study the factors influencing the intention and behavior of waste management among residents living along the Chao Mueang Canal in Phra Pradaeng District, Samut Prakan Province. The study employs quantitative research methods by collecting questionnaires from 114 households along the Chao Mueang Canal. Data analysis utilizes descriptive statistics, including frequency, percentage, mean, and standard deviation, to analyze the socio-economic aspects of the sample group. Inferential statistics, such as the independent t-test, One-way ANOVA, and Structural Equation Modeling (SEM), are used to analyze the factors influencing waste separation behavior and intention, with a statistical significance level set …
Criminal Justice System And The Environmental Views Of Ex-Offenders In Mauritius, Jean Laurent Stephen Lyajoon
Criminal Justice System And The Environmental Views Of Ex-Offenders In Mauritius, Jean Laurent Stephen Lyajoon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The UN Sustainable Development Goals aims to promote environmentally friendly development across every aspect of life to mitigate the effects of climate change. However, the criminal justice system, despite bringing a significant contribution, is often overlooked when talking about this specific topic. Ex-offenders, upon their release from the prison system, are valuable assets who can contribute significantly to sustainable development which sometime are hindered due to harbored stigmas and perceptions from society. Therefore, this study aims to explore the factors, such as environmental, social and organizational, affecting the environmental attitude of ex-offenders in Mauritius and how it has been shaped …
การย้ายถิ่นของนักกีฬาฟุตบอลจากทวีปแอฟริกาสู่ประเทศไทย, พสิษฐ์ วจนะดิษยาวงศ์
การย้ายถิ่นของนักกีฬาฟุตบอลจากทวีปแอฟริกาสู่ประเทศไทย, พสิษฐ์ วจนะดิษยาวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบัน การย้ายถิ่นของกลุ่มแรงงานนักฟุตบอลได้รับความสนใจจากกลุ่มนักวิชาการที่ศึกษาการย้ายถิ่นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การศึกษามักมุ่งเน้นการทำความเข้าใจการย้ายถิ่นฐานของนักฟุตบอลจากภูมิภาคผู้ส่งออกนักฟุตบอล โดยเฉพาะแอฟริกาสู่ภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม ขณะที่ในความเป็นจริง มีนักฟุตบอลจากภูมิภาคแอฟริกาหลั่งไหลเข้ามายังภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย มีนักฟุตบอลชาวแอฟริกาที่ย้ายถิ่นเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมาก และหลายคนได้สร้างคุณูปการแก่วงการฟุตบอลไทย จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า ปัจจัยใดส่งผลให้แรงงานนักฟุตบอลจากทวีปแอฟริกาย้ายถิ่นเข้ามาค้าแข้งในประเทศไทย การศึกษาพบว่า พลวัตของโลกาภิวัตน์ รวมถึงการแปลงฟุตบอลเป็นสินค้า กอปรกับการที่ฟุตบอลกลายเป็นอาชีพที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมองว่านำมาซึ่งรายได้จำนวนมาก ก็นำมาซึ่งการย้ายถิ่นฐานของนักฟุตบอล สำหรับทวีปแอฟริกาซึ่งประสบปัญหาความยากจน อาชีพนักฟุตบอลกลายเป็นความใฝ่ฝันของเยาวชนชายจำนวนมากที่ต้องการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเพื่อตนเองและครอบครัว อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดด้านการพัฒนาฟุตบอลในทวีปแอฟริกา ทำให้นักฟุตบอลชาวแอฟริกันต้องการไปค้าแข้งนอกทวีป โดยเฉพาะทวีปยุโรปที่ให้รายได้สูงสุด อีกทั้งยังมีอิทธิพลเหนือสื่อที่เผยแพร่ฟุตบอลในทวีปแอฟริกา แม้ประเทศไทยที่จะมีลีกฟุตบอลที่ดี แต่ถือเป็นเพียงทางผ่านที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้คนได้เห็นนักฟุตบอลกลุ่มดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี มิใช่นักฟุตบอลทุกคนจะประสบความสำเร็จในการยกระดับตนเองไปค้าแข้งในยุโรป ขณะที่จำนวนหนึ่งตระหนักว่าประเทศไทยมีความเหมาะสมและเลือกที่จะค้าแข้งในประเทศไทยระยะยาว
China's Framing Strategy In Constructing The Socio-Cultural Pillar Of Lancang-Mekong Cooperation (Lmc), Haosheng Duan
China's Framing Strategy In Constructing The Socio-Cultural Pillar Of Lancang-Mekong Cooperation (Lmc), Haosheng Duan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This dissertation explores China's strategic engagement through the Lancang-Mekong Cooperation (LMC), focusing on the construction and effectiveness of the LMC's Third Pillar, Social, Cultural, and People-to-People Exchanges, in fostering an LMC identity. In short, this China-led institutional arrangement aims to build regionalism and regionalization among the riparian countries. This dissertation uses a constructivist framing theory and qualitative research methods to conduct the research. This research discusses the design and implementation of the third-pillar construction. Furthermore, LMC's cultural exchanges and tourism cooperation are adopted as the case analysis to illustrate China's framing strategies in the third-pillar construction. As a result, this …
Perceptions Of Online Harassment: Ethnographical Research Of Myanmar University Students, Khin Yamone Zaw
Perceptions Of Online Harassment: Ethnographical Research Of Myanmar University Students, Khin Yamone Zaw
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The rapid expansion of digital technology and internet connectivity in Myanmar over the past years has immensely transformed how people live, work, and interact, bringing various benefits to society. Despite these benefits, online harassment remains a severe and pervasive problem in the digital age. A few existing literature and studies on the Myanmar context suggest that young people, particularly young women, are subjected to online harassment. There is currently a lack of literature in Myanmar that investigates online harassment against young women through a gender lens. This study aims to fill this literature gap and examine the prevalence of online …
ผลของการผสมผสานการฝึกด้วยแรงต้านข้างเดียวกับการฝึกพลัยโอเมตริกที่มีผลต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาฟุตบอลชาย, เตชะพงษ์ เพชรประภัสสร
ผลของการผสมผสานการฝึกด้วยแรงต้านข้างเดียวกับการฝึกพลัยโอเมตริกที่มีผลต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาฟุตบอลชาย, เตชะพงษ์ เพชรประภัสสร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกด้วยแรงต้านข้างเดียวกับการฝึกพลัยโอมตริกที่ส่งผลต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาฟุตบอลชาย กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาฟุตบอลชาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 21 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จำนวน 11 คน ฝึกแบบผสมผสานการฝึกด้วยแรงต้านข้างเดียวกับการฝึกพลัยโอเมตริก และกลุ่มที่ 2 จำนวน 10 คน ฝึกแบบผสมผสานการฝึกด้วยแรงต้านสองข้างกับการฝึกพลัยโอเมตริก กำหนดความหนักในการฝึกด้วยแรงต้านที่ 85% ของหนึ่งอาร์เอ็ม จำนวน 6 ครั้ง และตามด้วยการฝึกพลัยโอเมตริก จำนวน 12 ครั้ง 3 ชุด ฝึก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ทำการทดสอบความแข็งแรงสูงสุดสองขา ขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด พลังกล้ามเนื้อสองขา ขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด ดัชนีความแข็งแรงแบบปฏิกิริยาตอบสนองสองขา ขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด การทรงตัวขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด ความเร็วระยะ 10 และ 20 เมตร ความสามารถของการเปลี่ยนทิศทางก่อนการฝึกและหลังการฝึก 6 สัปดาห์ วิเคราะห์ความแตกต่างภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่มทดลองโดยใช้สถิติ Paired Samples t-test และ Independent Samples t-test หากข้อมูลมีการกระจายตัวไม่เป็นโค้งปกติวิเคราะห์โดยใช้สถิติ Wilcoxon Sign Rank test และ Man-Whitney U test หนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มที่ 1 ความแข็งแรงสูงสุดสองขา ขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด พลังกล้ามเนื้อสองขา ก่อนการฝึกแตกต่างกับหลังการฝึก 6 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และไม่พบความแตกต่างของพลังกล้ามเนื้อขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด การทรงตัวขาไม่ถนัดและขาถนัด ความเร็ว 20 เมตร ขณะที่กลุ่มที่ 2 ความแข็งแรงสูงสุดสองขา ขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด พลังกล้ามเนื้อขาที่ไม่ถนัดและขาถนัด ก่อนการฝึกแตกต่างกับหลังการฝึก 6 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ …
ผลของการใช้กรดอะมิโนร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้านต่อองค์ประกอบของร่างกายและสมรรถภาพของกล้ามเนื้อในบุคคลสุขภาพดี, กสิวัฒน์ เจียรธนะกานนท์
ผลของการใช้กรดอะมิโนร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้านต่อองค์ประกอบของร่างกายและสมรรถภาพของกล้ามเนื้อในบุคคลสุขภาพดี, กสิวัฒน์ เจียรธนะกานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กรดอะมิโนร่วมกับการออกกําลังกายแบบแรงต้าน ต่อองค์ประกอบของร่างกายและสมรรถภาพของกล้ามเนื้อในบุคคลสุขภาพดีวิธีการดําเนินงานวิจัย กลุ่มตัวอย่างคือบุคคลที่มีสุขภาพดีเพศชายและหญิงที่ไม่ได้ออกกําลังกายเป็นประจํา อายุเฉลี่ย27.33±3.45ปี จํานวน 24 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 12 คน ได้แก่ กลุ่มควบคุม (CON) ที่ได้รับการฝึกออกกําลังกายแบบแรงต้านเพียงอย่างเดียว และกลุ่มทดลอง (AA+RT) ที่ได้รับการเสริมกรดอะมิโนร่วมกับการฝึกออกกําลังกายแบบแรงต้าน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผู้วิจัยทําการทดสอบตัวแปรด้านองค์ประกอบของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ขนาดของกล้ามเนื้อ ความหนาของกล้ามเนื้อก่อนการฝึก สัปดาห์ที่ 6 ของการฝึก และหลังการฝึก ครบ 12 สัปดาห์ แล้วนํามาเปรียบเทียบทางสถิติด้วยโปรแกรมสําเร็จรูป โดยใช้การทดสอบความแปรปรวนแบบผสม และใช้การทดสอบแบบรายคู่ด้วยสถิติ LSD ที่ระดับความมีนัยสําคัญทางสถิติ เมื่อ p< 0.05ผลการวิจัย หลังการจบโปรแกรม 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้รับกรดอะมิโน ร่วมกับการฝึกด้วยแรงต้านมีปริมาณไขมันในร่างกาย มวลไขมัน ลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p0.05) อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ทดสอบด้วยน้ำหนักสูงสุดในออกแรงต้าน (1 Repetition Maximum; 1RM) และเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงความหนาของกล้ามเนื้อเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนการทดลอง และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 12 พบว่ากลุ่มทอลองมีค่ามีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับกุล่มควบคุมที่ได้รับการฝึกด้วยแรงต้านเพียงอย่างเดียวสรุปผลการวิจัย การใช้กรดอะมิโนร่วมกับการฝึกด้วยแรงต้านเป็นเวลา 12 สัปดาห์ สามารถลดปริมาณไขมันใต้ผิวหนังในร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความหนาของกล้ามเนื้อในบุคคลสุขภาพดีได้
Role Of Tele Physical Therapy In Quality Of Life And Satisfaction Among Patients Together With Work Productivity Of Physical Therapists, Munaza Arwa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Despite showing promising results in clinical trials, role of tele physical therapy in improving the quality of life and satisfaction of musculoskeletal disorder patients is ambiguous. Work productivity of therapists is still needed to be calculated to further evaluate efficacy of tele physical therapy sessions.Objective: The study aimed to determine the role of tele physical therapy in quality of life and satisfaction among patients together with work productivity of physical therapists. Method: An observational study comprising of pre-post and longitudinal design was conducted. 327 patients suffering from musculoskeletal disorders and 199 licensed physical therapists were recruited through MARHAM’s platform. …
ความสามารถในการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบด้านกายภาพ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ กรณีศึกษา: อาคารสูงในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กวิน ธนโกเศศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความปลอดภัย คือ หนึ่งในข้อพิจารณาสำคัญที่สุดของการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แต่การวิจัยทดลองทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนั้นมักไม่มีรูปแบบที่ตายตัวและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้การออกแบบฯ เพื่อควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบนั้นกลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อพิจารณาการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการรองรับการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพและเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการฯ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงประจักษ์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบกรณีศึกษา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์แบบก่อสร้างเริ่มแรกของอาคาร ร่วมกับข้อมูลจากรายงานตรวจประเมินด้านความปลอดภัย และข้อมูลจากการสำรวจสภาพปัจจุบันของอาคารกรณีศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 4 อาคาร ซึ่งเป็นอาคารปฏิบัติการฯ อาคารสูง ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผลการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนที่ 1 อธิบายสาเหตุและลักษณะปัญหาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ส่วนที่ 2 อธิบายลักษณะการปรับเปลี่ยนขององค์ประกอบทางกายภาพฯ ที่เกิดขึ้นรวมถึงผลกระทบต่อด้านความปลอดภัยระหว่างช่วงการใช้อาคาร โดยแสดงให้เห็นบทบาทสำคัญและความเกี่ยวข้องกันระหว่างองค์ประกอบทางกายภาพ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ งานระบบอาคาร ที่ว่าง และเฟอร์นิเจอร์ และส่วนที่ 3 อธิบายคุณลักษณะสำคัญขององค์ประกอบทางกายภาพที่สนับสนุนให้อาคารปฏิบัติการฯ สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนขององค์ประกอบทางกายภาพได้ข้อค้นพบของงานวิจัยนี้ นำเสนอกรอบแนวคิดในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพ และความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการฯ ต่อยอดจากทฤษฎีการจำแนกลำดับชั้นขององค์ประกอบทางกายภาพของอาคาร นอกจากนี้ ข้อค้นพบของงานวิจัยยังนำเสนอข้อพิจารณาในการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ และบ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างกลไกในการกำกับควบคุมให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และเกิดความปลอดภัยตลอดช่วงการใช้อาคารปฏิบัติการฯ
ประติมากรรมสื่อผสม: กวีวัตถุ, อรวี บำเพ็ชร
ประติมากรรมสื่อผสม: กวีวัตถุ, อรวี บำเพ็ชร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ประติมากรรมสื่อผสม: กวีวัตถุ เป็นผลงานการผลิตสร้างทางศิลปะที่นำเสนอสภาวะการเป็นอยู่ของวัตถุสภาพและภววิทยาของวัตถุนั้นๆ ภายใต้การถ่ายทอดสภาวะการดำรงอยู่ของวัตถุนี้ กระบวนการสร้างสรรค์ทางศิลปะไม่เพียงแค่จะเน้นที่วัตถุสภาพที่ชำรุดหักพังให้เป็นแกนกลางในการยืนยันถึงการเป็นอยู่ของวัตถุตามที่ปรากฏ หากยังบ่งชี้ว่าการประดิษฐ์ศิลป์ของการซ่อมสร้างได้ฟื้นการเป็นอยู่ของวัตถุกลับมา ให้ดูราวกับว่า ฟื้นคืนชีวิตให้แก่วัตถุสภาพตามสภาวการณ์เชิงภววิทยาของวัตถุเหล่านั้น
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์นอิเล็กทริกอองซอมเบิล, ประทีป เจตนากูล
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์นอิเล็กทริกอองซอมเบิล, ประทีป เจตนากูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บทประพันธ์เพลง “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์น อิเล็กทริกอองซอมเบิล มีความยาว 35 นาที ประกอบด้วยเครื่องดนตรีอะคูสติก ได้แก่ ไวโอลินแนวที่ 1 ไวโอลินแนวที่ 2 เชลโล ดับเบิลเบส ฮอร์น เปียโน คีย์บอร์ด กีตาร์ไฟฟ้า ทิมปานีและ ทรัยแองเกิล ผสมด้วยเสียงจากอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างสรรค์โดยผู้วิจัย รูปแบบการประพันธ์แบบอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์บทประพันธ์เพลงผ่านจินตนาการความฝันเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดและการตีความจากสิ่งที่เป็นนามธรรม โดยนำมาถ่ายทอดในลักษณะศิลปะเกี่ยวกับเสียง รวมถึงการศึกษาค้นคว้ารายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความฝัน เช่น ทฤษฎีของซิกมุนด์ ฟรอยด์ คาร์ล ยุง อัลเฟรด แอดเลอร์ คาร์ล กุสตาฟ และคารุส อีกทั้งการวิเคราะห์บทประพันธ์ของคีตกวีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความฝันและวิธีการเชื่อมโยงจินตนาการไปสู่ทฤษฎีดนตรี ทฤษฎีเสียง ผู้วิจัยได้ทำการจดบันทึกสิ่ง ต่าง ๆ ที่ปรากฏในความฝัน เช่น สถานที่ อารมณ์ความรู้สึก และวัตถุต่าง ๆ แล้วนำมาสร้างสรรค์เสียงจากการตีความสิ่งเหล่านั้น โดยใช้เทคนิควิธีการที่ได้ศึกษาจากการประพันธ์หลากหลายประเภท ได้แก่ อะคูสติกมิวสิก อิเล็กทรอนิกส์มิวสิก อิเล็กโทรอะคูสติกมิวสิก มิวสิกคอนเคร็ต และซาวด์สเคป นำมาผสมผสานเพื่อให้ได้งานสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด
แนวทางการแก้ปัญหาอุปสงค์ด้านที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, พรรณภัทรสรณ์ วิริยกิจจา
แนวทางการแก้ปัญหาอุปสงค์ด้านที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, พรรณภัทรสรณ์ วิริยกิจจา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ภายหลังจากรัฐบาลกำหนดให้พื้นที่แหลมฉบังบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ ส่งผลให้อุตสาหกรรมเกิดการขยายตัว ซึ่งเกิดความต้องการของแรงงานและที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่าสภาพที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้ใช้แรงงานอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม มีความหนาแน่น และแออัด จากปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มผู้ใช้แรงงานและเพื่อคาดการณ์ความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคตผลการศึกษาพบว่าจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 423 คน แบ่งเป็นกลุ่มอุปสงค์ที่มีความต้องการย้ายที่อยู่อาศัยจำนวน 198 คน คิดเป็นอัตราร้อยละ 46.8 และกลุ่มที่ไม่มีความต้องการย้ายที่อยู่อาศัยจำนวน 225 คน คิดเป็นอัตราร้อยละ 53.2 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามที่เช่าที่อยู่อาศัยจำนวน 360 คนคิดเป็นอัตราร้อยละ 85.1 เมื่อศึกษาถึงปัญหาด้านที่อยู่อาศัยพบว่าปัญหาหลักเกิดจากความสามารถในการจ่ายและด้านคุณภาพชีวิต เมื่อนำค่าเฉลี่ยของระดับรายได้ครัวเรือนมาคำนวณความสามารถในการจ่าย พบว่ากลุ่มผู้ใช้แรงงานมีรายได้เฉลี่ย 13,200 บาทต่อเดือน โดยส่วนใหญ่มีระดับค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000-5,000 บาทต่อเดือน เมื่อคำนวณความสามารถในการจ่ายจากร้อยละ 35-40 ของรายได้ พบว่าไม่สอดคล้องกับระดับรายได้ของผู้ใช้แรงงาน นอกจากปัญหาด้านที่อยู่อาศัยแล้วผู้วิจัยยังได้ทำการศึกษาอุปสงค์ความต้องการในอนาคตของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน พบว่าปัจจัยที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญคือปัจจัยด้านระดับราคา และระยะเวลาเดินทางมาแหล่งงาน โดยจะพิจารณาวิธีการเดินทางเข้าถึงแหล่งงาน พบว่ากลุ่มผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่เลือกใช้จักรยานยนต์ และรถสวัสดิการ ดังนั้นผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้ผู้ประกอบการพิจารณาเพิ่มพื้นที่ให้บริการด้านรถสวัสดิการเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานสามารถกระจายตัวไปยังที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องต่อระดับรายได้อันจะเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิต และลดอุปทานส่วนเกินในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
กลยุทธ์การดำเนินงานโรงแรมที่ระดมทุนโดยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการโรงแรมในประเทศไทย, กันตพัฒน์ อร่ามศิริวัฒน์
กลยุทธ์การดำเนินงานโรงแรมที่ระดมทุนโดยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการโรงแรมในประเทศไทย, กันตพัฒน์ อร่ามศิริวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ธุรกิจโรงแรมมีรายได้หลักมาจากการให้เช่าห้องพัก ซึ่งแม้จะเป็นรายได้ที่ต่อเนื่องแต่มีระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนานเมื่อเทียบกับเงินลงทุน การระดมทุนโดยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่สามารถช่วยให้ธุรกิจโรงแรมได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเร็วขึ้นและเพิ่มเสถียรภาพแก่ธุรกิจ โดยการแบ่งปันกำไรจากการดำเนินงานแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ งานวิจัยนี้ศึกษากลยุทธ์การดำเนินการของโรงแรมกรณีศึกษา 7 แห่งที่ระดมทุนใน 3 กองทรัสต์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยรวบรวมข้อมูลจากรายงานประจำปี การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสำรวจภาคสนาม โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการคัดแยกข้อความสำคัญเพื่อเปรียบเทียบและลำดับความสำคัญของเนื้อหา ในประเด็นมุมมองการนำโรงแรมระดมทุนโดย REIT ลักษณะทางกายภาพโรงแรม กลยุทธ์การดำเนินงาน และข้อจำกัดในการดำเนินงานรวมถึงสรุปบทเรียนสำคัญของการนำโรงแรมระดมทุนโดย REITผลการศึกษาพบว่า 1) ผู้ประกอบการโรงแรมมอง REIT เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สามารถปรับโครงสร้างทางการเงินและโครงสร้างสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ 2) โรงแรมที่ได้รับการระดมทุนจาก REITs เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวทั้งหมด ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม มีทำเลที่ได้เปรียบและสามารถพัฒนาเป็นจุดขายสำคัญของโครงการ และสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ 3) กลยุทธ์การดำเนินงานโรงแรมที่ระดมทุนโดยกองทรัสต์ถูกวางกรอบโดยเป้าหมายผลการดำเนินงานที่มีอัตราเติบโตจากกองทรัสต์จึงส่งผลให้ผู้บริหารโรงแรมต้องให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การส่งเสริมกิจกรรมจัดหารายได้ ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็นสำคัญ โดยกลยุทธ์มี 4 ด้านได้แก่ กลยุทธ์ด้านการเงิน (Money) ด้านการบริหารจัดการการ (Management) ด้านวัสดุอุปกรณ์ (Material) และด้านบุคลากร (Man) แบ่งได้ 3 กลุ่ม 15 วิธีการ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยการเลือกใช้กลยุทธ์ด้านการเงินกว่าร้อยละ 35 จากทั้งหมด 4) ข้อจำกัดในการดำเนินงานโรงแรม คือความคล่องตัวในการบริหารงานลดลง อันเนื่องมาจากการเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบจากกองทรัสต์รวมถึงระเบียบการทำงานที่ถูกเพิ่มให้ได้ตามมาตราฐานการทำงานที่โปร่งใส โดยการดำเนินงานต้องคำนึงถึงการสร้างมูลค่าแก่ทรัพย์สินเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้ตัดสินใจลงทุนในกองทรัสต์ที่โรงแรมระดมทุนงานวิจัยฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงมุมมองของผู้ประกอบการในการนำโรงแรมเข้าระดมทุนโดยกองทรัสต์ ลักษณะทางกายภาพสำคัญของโรงแรม กลยุทธ์การดำเนินงานของโรงแรม และข้อจำกัดการดำเนินงานโรงแรมที่ระดมทุนโดยกองทรัสต์ ซึ่งผลการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารโรงแรมในการปรับปรุงกลยุทธ์การบริหารจัดการ ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถนำมุมมองและลักษณะดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาโครงการที่มุ่งระดมทุนโดยกองทรัสต์ และนักลงทุนทั่วไปจะมีความเข้าใจในรูปแบบการระดมทุนโดย REIT มากขึ้น
แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา, ธมณชนก เกตุราทร
แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา, ธมณชนก เกตุราทร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สุขภาพจิตเป็นพื้นฐานของความเป็นอยู่ที่ดีและเกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจของบุคคล โดยโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปีในระดับประเทศและระดับโลก เป็นภัยเงียบของสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศและทุกวัย โดยผู้ที่ป่วยระยะรุนแรงจะนำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้าจำเป็นต้องมีการบำบัดรักษาจึงจะสามารถหายได้ ปัจจุบันการเข้ารับบริการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึงแม้ว่ายังมีการเข้ารับบริการยังไม่ทั่วถึง แต่จำนวนผู้ป่วยสะสมในช่วง พ.ศ. 2559-2565 มีอัตราการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยในปีหนึ่งๆ คิดเป็นร้อยละ 10.17 ของจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสะสมทั้งหมด จากการศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมภายในสถานพยาบาลสามารถเพิ่มหรือลดความเจ็บปวดทางด้านจิตใจได้ จึงนำไปสู่การศึกษาแนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในโรงพยาบาลเฉพาะทางจิตเวช กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบกิจกรรมของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มี ความรุนแรงระยะเล็กน้อยและปานกลางต่อสภาพแวดล้อมเชิงกายภาพ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลศรีธัญญา และเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและการจัดการพื้นที่เชิงกายภาพของโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยทำการเก็บข้อมูลจากการสำรวจและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมในบริเวณพื้นที่บำบัด และพื้นที่กิจกรรมของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนผู้ป่วยนอก รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าภายในโรงพยาบาลศรีธัญญา และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อหาข้อสรุปเชิงเสนอแนะผลการศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาภายในโรงพยาบาลจิตเวช พื้นที่บำบัดโรคซึมเศร้าส่วนผู้ป่วยนอก ประเด็นด้านความปลอดภัยมีความสำคัญมากที่สุด รองลงมาเป็นด้านแสงสว่าง พื้นที่ว่างและความปลอดโปร่ง โดยลักษณะทางกายภาพของพื้นที่บำบัดของโรงพยาบาลศรีธัญญามีข้อจำกัดต่อการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ในประเด็นตำแหน่งการใช้งาน แสงสว่างภายในพื้นที่ เสียงรบกวนและความเป็นส่วนตัวที่มีการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันกับจิตเวชเด็ก โดยสาเหตุมาจากการใช้พื้นที่อาคารเดิมที่ไม่ได้ออกแบบหรือจัดการให้เอื้อต่อการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จึงควรมีการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนตามการใช้งาน และเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลายเพื่อสะดวกต่อการเข้ารับบริการของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น
การศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลก (Comedy Movies), บุญฑิกา รัตนประสิทธิ์กุล
การศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลก (Comedy Movies), บุญฑิกา รัตนประสิทธิ์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลก (Comedy Movies) ในช่วงพ.ศ. 2543-2553 และในช่วงพ.ศ. 2554-2565 เพื่อค้นหาว่าในยุคหลังการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลกมีขนบการแปลอย่างไร และสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคืออะไร นอกจากนี้ผู้วิจัยยังต้องการศึกษาว่าประเภทย่อยของภาพยนตร์นั้นจะมีผลต่อขนบในการแปลภาพยนตร์หรือไม่ โดยผู้วิจัยได้คัดเลือกชื่อภาพยนตร์แนวตลกทั้งหมด จำนวน 250 รายชื่อ และได้จำแนกประเภทย่อยของภาพยนตร์ในทั้งสองช่วงเวลาออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพยนตร์ตลก ภาพยนตร์ตลกโรแมนติก ภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ ภาพยนตร์ตลกแอ็คชั่น และภาพยนตร์ตลกดราม่า จากการศึกษาผู้วิจัยพบว่า ในยุคแรก กลวิธีการแปลชื่อภาพยนตร์ที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ การแปลความ รองลงมาคือการตั้งชื่อใหม่ และการทับศัพท์ตามลำดับ ในขณะที่ช่วงยุคหลังนั้น กลวิธีการแปลชื่อภาพยนตร์ที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ การทับศัพท์ การตั้งชื่อใหม่ และการแปลความ เมื่อเปรียบเทียบขนบการแปลชื่อภาพยนตร์ในสองช่วงเวลาตามประเภทย่อยของภาพยนตร์ พบว่ากลุ่มภาพยนตร์ที่มีแนวโน้มของขนบในการแปลโดยเคลื่อนเข้าหาวัฒนธรรมปลายทาง ได้แก่ กลุ่มภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ โดยสะท้อนผ่านการใช้กลวิธีการแปลแบบตั้งชื่อใหม่ และกลุ่มภาพยนตร์ตลกแอ็คชั่น ภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ และภาพยนตร์ตลกดราม่า โดยสะท้อนผ่านการใช้กลวิธีการแปลความ ทั้งนี้การใช้กลวิธีการแปลความและการตั้งชื่อใหม่อาจทำให้ ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์และอาจทำให้ผู้ชมตัดสินใจชมภาพยนตร์ สำหรับกลุ่มภาพยนตร์ที่มีแนวโน้มของขนบในการแปลแบบเคลื่อนเข้าหาวัฒนธรรมต้นทาง ได้แก่ กลุ่มภาพยนตร์ตลก และภาพยนตร์ตลกโรแมนติก โดยสะท้อนผ่านกลวิธีการแปลแบบทับศัพท์ ซึ่งการทับศัพท์เป็นการรักษาชื่อในภาษาต้นทาง แต่ในบางกรณีชื่อในต้นทางก็เป็นการทับศัพท์คำภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ชมในวัฒนธรรมปลายทางเกิดความเข้าใจและสนใจที่จะชมภาพยนตร์ดังกล่าว
การสร้างแนวคิดใหม่ให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองภาพยนตร์ดิจิทัล : การใช้วิถีนิเวศวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์การเป็นเมืองภาพยนตร์ที่ยั่งยืน, เทพฤทธิ์ มณีกุล
การสร้างแนวคิดใหม่ให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองภาพยนตร์ดิจิทัล : การใช้วิถีนิเวศวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์การเป็นเมืองภาพยนตร์ที่ยั่งยืน, เทพฤทธิ์ มณีกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการในสามส่วนหลัก ๆ ได้แก่ การวิเคราะห์กิจกรรมต่าง ๆ ในการผลิตภาพยนตร์ในจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะระบบนิเวศทางวัฒนธรรม โดยการวิเคราะห์อุตสาหกรรมภาพยนตร์และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะระบบวัฒนธรรมที่พึ่งพาอาศัยกันของผู้คนที่เชื่อมโยงกับองค์กร สถาบัน ธุรกิจ ระบบเทคโนโลยี และปฏิบัติการเชิงสร้างสรรค์ในการผลิตภาพยนตร์ดิจิทัล ส่วนต่อมา คือ การรวบรวมข้อมูลและประเมินทรรศนะของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ปัญหาสำคัญ และความต้องการในอนาคต เพื่อรักษาและเสริมสร้างระบบในงานด้านภาพยนตร์ดิจิทัลของจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนสุดท้าย คือ การออกแบบแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบนิเวศของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดิจิทัลของจังหวัดเชียงใหม่ตามวิถีของความยั่งยืน แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้ได้ระบุถึงโอกาสสำหรับจังหวัดเชียงใหม่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรบุคคลในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดิจิทัลผ่านการดำเนินการสองระยะ ได้แก่ ระยะแรกเป็นการมุ่งเน้นและเสริมจุดแข็งเพื่อการเป็น “เมืองที่เป็นมิตรกับภาพยนตร์” ผ่านการจัดงานและกิจกรรมต่าง ๆ และระยะหลังเป็นการพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะของระบบนิเวศในงานด้านภาพยนตร์ดิจิทัลของจังหวัดเชียงใหม่ไปสู่ความเป็นเมืองภาพยนตร์ที่ยั่งยืนผ่านโครงการและแผนงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นผู้วิจัยได้ใช้วิธีดำเนินการวิจัยแบบผสานวิธี คือใช้ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนในท้องถิ่น การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลจากหนังสือ วารสาร เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องผลการศึกษาพบว่า คุณลักษณะเฉพาะของระบบนิเวศของจังหวัดเชียงใหม่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดิจิทัล และนับเป็นจุดแข็งที่ชัดเจน ได้แก่ ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้และความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะบุคลากรที่มีมากขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ และรองลงมาคือสภาพการณ์ปัจจุบันของพื้นที่ซึ่งมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนจังหวัดอื่น ๆ ทั้งด้านคุณภาพชีวิต โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความพร้อมในธุรกิจภาพยนตร์ดิจิทัล สถานที่ถ่ายทำที่หลากหลาย และเครือข่ายระดับนานาชาติ อีกทั้งประชาชนในท้องถิ่นยังมีความต้องการให้มุ่งเน้นการพัฒนาคนรวมถึงการสร้างเสริมโอกาสงานเป็นอันดับแรก เพื่อให้คนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาในมิติอื่น ๆ ต่อไปส่วนประเด็นสำคัญในการสร้างแผนยุทธศาสตร์นี้มี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การกำหนดแนวทางแผนปฏิบัติการเร่งรัดสำหรับการจัดกิจกรรมทางภาพยนตร์ในพื้นที่เพื่อสร้างความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมภาคประชาชนให้แก่ผู้คนในท้องถิ่นตามวิถีนิเวศวัฒนธรรม 2) การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะ องค์กร หรือเครือข่ายขึ้นเพื่อดูแลรับผิดชอบงานด้านภาพยนตร์ในพื้นที่ ตลอดจนการอัปเดตข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 3) ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดและเชื่อมต่อกับนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยโอกาสในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งสามารถช่วยสร้างเสริมอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ให้มีเสน่ห์และความโดดเด่นยิ่งขึ้นในฐานะ “เมืองที่เป็นมิตรกับภาพยนตร์” ด้วยระบบนิเวศทางวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์สำหรับงานด้านภาพยนตร์ดิจิทัลดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้กำหนดประเด็นพัฒนาในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดิจิทัลจังหวัดเชียงใหม่ตามวิถีนิเวศวัฒนธรรมไว้ 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ด้านศักยภาพของคน ศักยภาพของพื้นที่ การจัดการ และการมีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายในระยะสั้นไปสู่การเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับภาพยนตร์ และปูทางไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการเป็นเมืองภาพยนตร์ที่ยั่งยืนต่อไป
Effect Of Clostridium Butyricum Supplementation On Production Performance, Egg Quality, Gut Microflora, And Intestinal Morphology Of Laying Hens In The Late Phase Of Production, Phuong Truc Le Ho
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This experiment was conducted to evaluate the effects of Clostridium butyricum supplementation on improvement of production performance and egg quality by stimulating the intestinal absorptive function and altering the cecal microbial composition. A total of 216 Hy-Line brown laying hens at 66 weeks of age were allocated randomly into 3 treatments with 6 replicates of 12 hens in a completely randomized design. The dietary treatments included a control group (CT) with a corn-soy basal diet, and the other treatments comprised basal diets supplemented with 250g/ton (CB1) and 500g/ton (CB2) of feed containing C. butyricum strain MIYAIRI 588. The concentration of …
การสำรวจคอลเล็กชันหนังสือส่วนตัวของพระยาอนุมานราชธนในหอสมุดแห่งชาติ, ธนัชชา สุวรรณเวช
การสำรวจคอลเล็กชันหนังสือส่วนตัวของพระยาอนุมานราชธนในหอสมุดแห่งชาติ, ธนัชชา สุวรรณเวช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจหนังสือหายากในคอลเล็กชันหนังสือส่วนตัวของพระยาอนุมานราชธนภายในหอสมุดแห่งชาติด้านจำนวนตัวเล่ม ข้อมูลทางบรรณานุกรม ลักษณะทางกายภาพ และประวัติการครอบครอง รวมทั้งลักษณะสภาพการชำรุดวิธีการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้วิธีวิจัย 2 วิธีในการเก็บข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์เบื้องต้น (Preliminary interview) เพื่อให้ทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดอนุมานราชธนในช่วงเวลาที่ผ่านมา จากนั้นจึงดำเนินการสำรวจ ซึ่งผู้วิจัยแบ่งขั้นตอนการสำรวจออกเป็น 2 ครั้ง ได้แก่ การสำรวจเบื้องต้น (Pilot survey) และการสำรวจแบบเต็มรูปแบบ (Full survey) โดยใช้แบบฟอร์มการบันทึกข้อมูลเป็นเครื่องมือวิจัยในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคอลเล็กชันหนังสือส่วนตัวของพระยาอนุมานราชธนผลการวิจัยพบว่า จำนวนตัวเล่มของหนังสือหายากในคอลเล็กชันหนังสือส่วนตัวของพระยาอนุมานราชธนมีจำนวน 1,226 เล่ม โดยมีจำนวนหนังสือที่ไม่เคยลงรายการบรรณานุกรมในฐานข้อมูลห้องสมุดอัตโนมัติ Aleph จำนวน 215 เล่ม มีลักษณะทางกายภาพส่วนมากไม่มีภาพประกอบหน้าปก และภาพประกอบในเล่มเป็นภาพชีวประวัติบุคคล จำนวนหน้าที่พบโดยส่วนมากคือ 100 หน้าขึ้นไป และขนาดหนังสือเมื่อวัดตามความยาวที่พบมากที่สุด คือ 23 เซนติเมตร ส่วนขนาดที่เหมาะสมของกระดาษไร้กรดต่อขนาดหนังสือ คือ A4 (23*29.2) ส่วนประวัติการครอบครองที่พบสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การแสดงความครอบครองโดยบุคคล และการแสดงความเป็นเจ้าของหรือกรรมสิทธิ์โดยห้องสมุด โดยลักษณะการแสดงความครอบครองโดยบุคคลที่พบมากที่สุดคือ หนังสือฉบับที่ผู้แต่งหรือเจ้าของเดิมลงชื่อกำกับไว้ และลักษณะการแสดงความเป็นเจ้าของหรือกรรมสิทธิ์โดยห้องสมุดที่พบมากที่สุด คือ การประทับตราที่หน้าหลังปกใน และเป็นลักษณะตราประทับแบบที่ต้องกรอกข้อความ สำหรับลักษณะการชำรุดที่พบมากที่สุดของคอลเล็กชันนี้ คือ มีร่องรอยการกัดกินของสัตว์และแมลง
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ชมพูนุช ไชยยะ
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ชมพูนุช ไชยยะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบหาความสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระยะของโรค ภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า กิจกรรมทางกาย ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน ภาวะโรคร่วม การสนับสนุนทางสังคม กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยสูงอายุโรคมะเร็งลำไส้และทวารหนัก กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 94 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินภาวะโรคร่วม แบบสอบถามอาการวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าของผู้ป่วยในโรงพยาบาล แบบสอบถามการมีกิจกรรมทางกายสากล แบบประเมินกิจวัตรประจำวัน แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก แบบสอบถามเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจความตรงเชิงเนื้อหา และเคยนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการศึกษาในผู้ป่วยกลุ่มโรคมะเร็งในประเทศไทยมากก่อน และเหมาะกับบริบทผู้สูงอายุไทย ตรวจสอบความเที่ยงเท่ากับ 0.84, 0.78, 0.83, และ 0.89 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและสเปียร์แมน ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักอยู่ในระดับปานกลาง ( X =2.26; SD= 1.24) 2. ระยะของโรค กิจกรรมทางกาย การสนับสนุนทางสังคม ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ป่วยสูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r= 0.757, 0.323, 0.608, และ 0.222 ตามลำดับ) 3. ภาวะโรคร่วม มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ป่วยสูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r= -0.314) 4. ภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า ไม่ความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ, ศรัณย์พร ศรีใจอินทร์
ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ, ศรัณย์พร ศรีใจอินทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาหาความสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง อายุ เพศ ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ โรคประจำตัว ประวัติการรับวัคซีนป้องกันโควิค-19 ก่อนการติดเชื้อ ความรุนแรงของอาการติดเชื้อโควิด-19 การรักษาที่ได้รับระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ความเครียด และกิจกรรมทางกายกับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปทั้งเพศชายและหญิงที่มีประวัติติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไปโดยนับตั้งแต่วันแรกของการติดเชื้อ และเคยเข้ารับการรักษาทั้งเป็นผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 ในโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 87 คน เลือกการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความรู้สึกเครียด แบบสอบถามกิจกรรมทางกายระดับสากล และแบบสอบถามอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ โดยเครื่องมือมีคุณภาพทั้งความตรงตามเนื้อหาและความเที่ยง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อีต้า สถิติสหสัมพันธ์สเปียร์แมน และสถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่า 1. อาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ พบมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อ่อนเพลีย/เหนื่อยล้า ไอ นอนไม่หลับ มีเสมหะ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ มีน้ำมูก หายใจลำบาก ปวดตามข้อ และปวดหลัง 2. ภาวะอ้วน เพศ ความเครียด โรคประจำตัว มีความสัมพันธ์ทางบวกกับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (rxy=.69, η= .31, rxy=.33, η=.23 ตามลำดับ) 3. อายุ ประวัติการรับวัคซีนป้องกันโควิค-19 ก่อนการติดเชื้อ มีความสัมพันธ์ทางลบกับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (rs= -.23, rxy= -.16 …
The Development Of Adherence To Treatment Scale For Persons With Pulmonary Tuberculosis, Yunus Prasetyo
The Development Of Adherence To Treatment Scale For Persons With Pulmonary Tuberculosis, Yunus Prasetyo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this study was to develop and evaluate the psychometric properties of a novel instrument called adherence to treatment for persons with pulmonary tuberculosis (TB) scale. The process of instrument development consisted of seven steps, which are: 1) clarifying the concept of adherence to TB treatment by synthesizing existing literature and obtaining a Delphi Study, 2) generating an item pool through a literature analysis, 3) selecting the format of measurement by employing a 4-point Likert scale, 4) evaluating the items through content validity testing, 5) conducting a preliminary research, 6) evaluating the psychometric properties of the scale by …
ประสบการณ์การดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซํ้าของผู้ดูแลในครอบครัว, เกียรติศักดิ์ ไร่หินถ่วง
ประสบการณ์การดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซํ้าของผู้ดูแลในครอบครัว, เกียรติศักดิ์ ไร่หินถ่วง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความหมายและประสบการณ์การดูแลของผู้ดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซ้ำ โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยตามแนวปรากฏการณ์วิทยาของฮัซเซิร์ลผู้ให้ข้อมูลคือผู้ดูแลในครอบครัวที่ให้การดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซ้ำจำนวน 15 คนที่มีความสมัครใจในการเป็นกลุ่มตัวอย่างจากโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดหนึ่งเขตภาคกลาง เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตและบันทึกภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการของโคไลซี ผลการวิจัยพบว่าการให้ความหมายของการดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซ้ำของผู้ดูแลในครอบครัว แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) เป็นห่วง เข้าใจ พยายามช่วยให้เลิกยา 2) เป็นที่พึ่งพา และดูแลด้วยหัวใจ และประสบการณ์การดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซ้ำของผู้ดูแลในครอบครัว แบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) การดูแลทั่วไปในชีวิตประจำวัน 2) รับมือกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป 3) การดูแลไม่ให้เสพแอมเฟตามีนซ้ำ 4) ผลของการดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซ้ำ ผลการศึกษาครั้งนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจในการดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนที่เสพซ้ำของผู้ดูแลในครอบครัวและเป็นแนวทางในการให้ความรู้แก่ผู้ดูแลในครอบครัวให้สามารถดูแลผู้ติดแอมเฟตามีนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
อิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีต่อภาวะซึมเศร้าในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ, ปิยาภรณ์ นฤภัย
อิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีต่อภาวะซึมเศร้าในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ, ปิยาภรณ์ นฤภัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ และอิทธิพลของการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการมีภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือประชากรที่มีอายุ 35 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่ตอบแบบสัมภาษณ์ด้วยตนเองจากโครงการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ. 2564 และ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการถดถอยโลจิสติกทวิภาค (Binary logistic regression analysis)ผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนของประชากรไทยวัยกลางคนที่มีภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าวัยสูงอายุ และการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับการมีภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยทั้ง 2 ช่วงวัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยประชากรวัยกลางคนที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีโอกาสที่จะมีภาวะซึมเศร้าสูงกว่าผู้ป่วยวัยสูงอายุ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทั้งในวัยกลางคนและวัยสูงอายุ ได้แก่ สถานภาพการทำงาน จำนวนของโรคเรื้อรังที่เป็น การหยุดกิจวัตรประจำวันเนื่องจากการเจ็บป่วย วิธีการรักษาพยาบาล และค่ารักษาพยาบาล ในขณะที่ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีภาวะซึมเศร้าที่พบเฉพาะในผู้ป่วยวัยกลางคน ประกอบด้วย ศาสนา ระดับการศึกษา เขตที่อยู่อาศัย และค่าพาหนะไป-กลับเพื่อเดินทางไปรักษาพยาบาล และประเภทโรค นอกจากนี้ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการมีภาวะซึมเศร้าที่พบเฉพาะผู้ป่วยวัยสูงอายุ ประกอบด้วย เพศ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และจำนวนสมาชิกในครัวเรือน ดังนั้น การให้ความสำคัญกับจำนวนโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประเภทโรคและการดูแลผู้ป่วยในแต่ละกลุ่มวัยให้เข้าถึงการรักษาและได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงลักษณะทางประชากร เศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน จึงเป็นมาตรการที่สำคัญที่จะช่วยป้องกันและลดปัญหาภาวะซึมเศร้าของประชากรไทยวัยกลางคนและวัยสูงอายุ
The Impact Of Economic Growth And Demographic Factors On Ecological Footprint In South And Southeast Asia Countries: A Panel Data Analysis, Firhandika Ade Santury
The Impact Of Economic Growth And Demographic Factors On Ecological Footprint In South And Southeast Asia Countries: A Panel Data Analysis, Firhandika Ade Santury
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The ecological footprint is a pivotal analytical tool for comprehensively examining environmental degradation. The ecological footprint provides a comprehensive measure of the impact of population consumption and production, serving as a critical benchmark for inter-regional comparisons to inform the development of effective policies. This study endeavors to analyze and compare the effects of demographic factors and economic factors on the ecological footprint in South and Southeast Asia. Additionally, the study aims to formulate policy recommendations to minimize the ecological footprint in these regions. The panel data of fourteen countries in South and Southeast Asia from 1997 to 2020 were analyzed. …
ปัญหาขอบเขตการคุ้มครองผู้บริโภคจากการวางกับดักผู้บริโภค (Dark Pattern) บนแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522, ณัฐวรรธน์ เลิศคารม
ปัญหาขอบเขตการคุ้มครองผู้บริโภคจากการวางกับดักผู้บริโภค (Dark Pattern) บนแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522, ณัฐวรรธน์ เลิศคารม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สถานการณ์ในโลกยุคปัจจุบันที่มีวิวัฒนาการทางด้านการซื้อขายสินค้าหรือบริการอย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบันมีการซื้อขายสินค้าหรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่เรียกกันว่า “อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce)" ที่ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าหรือบริการได้อย่างไร้พรมแดน ผ่านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน การเปลี่ยนแปลงย่อมถือเป็นดาบสองคม เพราะได้มีผู้ให้บริการหรือผู้ขายบางส่วนได้พยายามหาช่องทางที่จะสร้างผลกำไรหรือสร้างผลตอบแทนให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่สร้างความไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการบนโลกอินเทอร์เน็ต ได้มีการใช้กลวิธีผ่านทางออกแบบอินเตอร์เฟส โดยให้บริการหรือผู้ขายจะวางกับดักผู้บริโภคในฐานะผู้ใช้บริการ (User) ให้ซื้อสินค้าหรือบริการในราคาที่สูงขึ้น การวางกลกับดักผู้บริโภค หรือ (Dark pattern) ถือเป็นกลวิธีที่ผู้ขายใช้และผลของการปรับใช้ ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าหรือรับบริการ จากการศึกษาพบว่า การวางกับดักมีอย่างหลากหลายรูปแบบ เช่น การซ่อนไม่ให้เห็น ใช้คำกำกวม การใช้ความผิดพลาดในการตัดสินใจของผู้บริโภค เป็นต้น เอกัตศึกษาเล่มนี้จึงทำการศึกษาว่าการคุ้มครองผู้บริโภคภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ .ศ.2522 มาตรา 3 สามารถครอบคลุมหรือคุ้มครองผู้บริโภคจากการวางกลกับดักผู้บริโภคได้ครอบคลุมหรือไม่ รวมถึงศึกษากฎหมายต่างประเทศ เพื่อให้ทันท่วงทีในการคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกเอารัดเปรียบปรับแนวทางให้เหมาะสมกับประเทศไทย จากการศึกษาผู้เขียนพบว่านิยามของคำว่า “ผู้บริโภค" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 สามารถทำให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองจากการการวางกลกับดักผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตาม การควบคุมกำกับดูแลกลวิธีการวางกับดักผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มดิจิทัล จะต้องอาศัยแนวทางการดำเนินการของต่างประเทศ อันได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา มาเป็นแนวทางเพื่อที่จะให้ได้แนวทางกำกับดูแลให้เหมาะสมกับประเทศไทย เช่น Guidelines 3/2022 on Dark patterns in social media platform interfaces: How to recognize and avoid them ของสหภาพยุโรป กำหนดไว้เกี่ยวกับ การออกแบบ อินเทอร์เฟซโซเชียลมีเดียที่ละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น