Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (2614)
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Education (1377)
-
- Arts and Humanities (1146)
- Law (897)
- Business (839)
- Medical Sciences (830)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Life Sciences (645)
- Computer Sciences (618)
- Architecture (582)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Nursing (445)
- Economics (441)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Sociology (373)
- Industrial Engineering (372)
- Dentistry (357)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Law and Economics (344)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Political Science (342)
- Operational Research (307)
Articles 2341 - 2370 of 15281
Full-Text Articles in Entire DC Network
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การลงทุนทางด้านการศึกษามีความสำคัญและจำเป็นสำหรับทุนมนุษย์ ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำให้เด็กไทยไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาตามที่ควรจะเป็น การวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาที่คาดหวังในอนาคตของเด็กไทยหลังจบการศึกษาภาคบังคับในช่วงอายุ 15 ปี โดยศึกษาปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัว ปัจจัยทางต้านต้นทุนทางสังคมของครอบครัวและโรงเรียน และปัจจัยทางด้านอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคต ผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโปรแกรมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ในปีพ.ศ. 2558 และ 2561 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการทดสอบปีพ.ศ. 2558 จำนวน 8,249 คน จาก 273 โรงเรียน และปีพ.ศ. 2561จำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษา รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 16,882 คน ผู้วิจัยใช้แบบจำลองการไบวาริเอทโพรบิท (Bivariate probit model ) ในการวิเคราะห์ความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัวมีความสัมพันธ์กับความคาดหวังต่อระดับการศึกษาของเด็กในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนั้นปัจจัยทางด้านของโรงเรียนและอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคตก็มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน
แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล : การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ, ยุทธชัย ศิลาแลง
แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล : การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ, ยุทธชัย ศิลาแลง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาลที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน 2) เพื่อวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้างพหุระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาลและตรวจสอบความสอดคล้องข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของตัวแปรในระดับห้องเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาลสำหรับผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ ตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 2864 คน และครูที่สอนนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 53 คน ซึ่งเก็บข้อมูลจากโรงเรียนจำนวน 35 แห่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลนักเรียน แบบสอบถามสำหรับครู การวิเคราะห์สถิติบรรยายด้วยโปรแกรม SPSS และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ ด้วยโปรแกรม Mplus ผลการวิจัยพบว่า 1) เด็กอนุบาลที่มาจากครอบครัวที่มีภูมิหลังด้านเศรษฐานะต่างกันส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มต่างกัน 2) โมเดลสมการเชิงโครงสร้างพหุระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาลที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2 = 258.664, p = .00, χ2/df = 2.694, CFI = 0.847, TLI = 0.751, RMSEA = .024, SRMRw= 0.242, SRMRb= 0.062) โดยระดับนักเรียนพบว่า สภาพแวดล้อมทางด้านภาษาที่บ้านมีอิทธิพลทางตรงเชิงลบและพัฒนาการของเด็กมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาล 3) ตัวแปรในระดับห้องเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล พบว่า การจัดสภาพแวดล้อมทางภาษาในห้องเรียน และสมรรถนะการสอนภาษาของครูมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตัวแปรทำนายทั้งหมดในระดับนักเรียนและระดับห้องเรียนสามารถอธิบายความแปรปรวนของการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาลได้ร้อยละ 24 และ 95 ตามลำดับ 4) ผลการวิเคราะห์จากโมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาในห้องเรียนอนุบาล นำไปสู่ข้อเสนอแนะ 3 แนวทาง ดังนี้ (1) ผู้ปกครองไม่ควรเคร่งครัดด้านวิชาการที่บ้านกับเด็กมากเกินไปแต่ควรตระหนักถึงพัฒนาการที่สมวัยของเด็ก (2) ครูควรตระหนักถึงการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนให้มีความน่าสนใจด้วยการเปิดโอกาสให้มีประสบการณ์ทางภาษาที่หลากหลาย การอ่านหนังสือกับเด็กและการมีแหล่งทรัพยากรทางภาษาในห้องเรียน สำหรับตัวครูผู้สอนควรจะมีพื้นฐานด้านการสอนภาษาสำหรับเด็กอนุบาลและครูควรมีความถนัดและรักในการสอนภาษา (3) ผู้บริหารและต้นสังกัดควรกำหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความเข้าใจให้ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์เข้าใจถึงการจัดการเรียนการสอนภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยให้ตรงกัน
นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ
นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษากรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน และสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ 2. ศึกษาระดับสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพของผู้บริหารโรงเรียน 3. ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ และ 4. พัฒนานวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ แบ่งเป็น 4 ระยะ กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 394 โรงเรียน จากประชากรทั้งหมดจำนวน 25,893 โรงเรียน โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลในการตอบแบบประเมินและแบบสอบถาม คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 330 คน และ 320 คน ตามลำดับ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1. กรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ประกอบด้วย 2 รูปแบบการพัฒนาคือ 1) การพัฒนาระหว่างเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การมอบหมายงาน การหมุนเวียนงาน การทำงานร่วมกับองค์กรหรือชุมชนอื่น ๆ การสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง และ 2) การพัฒนานอกเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนในชั้นเรียนหรือคอร์สเรียนต่าง ๆ การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเข้าร่วมประชุม/ฝึกอบรม/สัมมนา สถานการณ์จำลอง/บทบาทสมมติ การทัศนศึกษา/การเยี่ยมชม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชุมชนแห่งการปฏิบัติ กรอบแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ ประกอบด้วย 1) ความสามารถด้านการส่งเสริมการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย 2) ความสามารถด้านการพัฒนาหลักสูตรและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย 3) ความสามารถด้านการจัดการระบบการสังเกต คัดกรอง การวัดและประเมินผล และการจัดทำสารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย 4) ความสามารถด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และโภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย 5) ความสามารถด้านการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ และการแนะแนวเด็กปฐมวัยและครอบครัว 6) ความสามารถด้านการสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย 7) ความสามารถด้านการมีภาวะผู้นำทางการศึกษาปฐมวัย 8) ความสามารถด้านการพัฒนาทางวิชาชีพปฐมวัย 9) …
The Production Of Encapsulated Holy Basil Oil Powder Via Different Scales Of Spray Drying Process., Chanakarn Chungmarisakul
The Production Of Encapsulated Holy Basil Oil Powder Via Different Scales Of Spray Drying Process., Chanakarn Chungmarisakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The spray drying process is widely utilized in food manufacturing and pharmaceuticals for products like seasoning powder, milk powder, and medicine. This research investigates the scale-up of the spray drying process from laboratory to commercial scale with maintaining the product characteristic. A key aspect of the study is the encapsulation technique applied to prolong the release of essential oils from holy basil, encapsulating the essential substances (liquid, suspension, or emulsion) in nanoparticle form with hot air flow. The study utilizes the Aspen program, incorporating mass and energy balance calculations for simulation. The results, assuming similar particle size, water evaporation per …
Process Design And Evaluation Of Value-Added Chemical Production From Crude Glycerol Obtained From Biodiesel Industry, Piyawan Thanahiranya
Process Design And Evaluation Of Value-Added Chemical Production From Crude Glycerol Obtained From Biodiesel Industry, Piyawan Thanahiranya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Excessive glycerol, a major by-product of biodiesel industry, has been increasingly utilized as a platform chemical feedstock for production of value-added chemicals. Accordingly, this study aims to simulate the productions of propionic acid (PA), succinic acid (SA), and dihydroxyacetone (DHA) from glycerol via fermentation. For PA production, diluents and extractants as well as techniques in the back-extraction are investigated, whereas the techniques of reactive extraction and direct crystallization, as well as the use of dimethyl sulfoxide (DMSO) as an electron acceptor for SA production are investigated. Meanwhile, the effects of carbon source types and glycerol types on the DHA productivity …
Depression Classification On Privacy Protected Facial Features Data, Yanisa Mahayossanunt
Depression Classification On Privacy Protected Facial Features Data, Yanisa Mahayossanunt
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis presents depression classification on privacy protected facial features data. Fast depression classification to help patients receive proper treatment is a method that can prevent the damage of depression. However, fast and effective depression classification is difficult because medical personnel are adequate and the time to analyze depression is long per patient. Applied artificial intelligence in the medical field can help reduce the workload of medical personnel. It is also difficult because of privacy protection. Therefore, we utilize extracted facial features from facial expressions in clinical interview videos to develop a machine learning model. The model utilizes LSTM, attention …
ตัวแบบการวางแผนจัดโปรโมชันลดราคาหลายช่วงเวลา สำหรับสินค้าร้านค้าปลีก, ชนิกานต์ ทั่งทอง
ตัวแบบการวางแผนจัดโปรโมชันลดราคาหลายช่วงเวลา สำหรับสินค้าร้านค้าปลีก, ชนิกานต์ ทั่งทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สำหรับการวางแผนจัดโปรโมชันลดราคาหลายช่วงเวลาสำหรับสินค้าในร้านค้าปลีกกรณีศึกษา ซึ่งปัจจุบันวางแผนการจัดโปรโมชัน โดยใช้ผู้มีประสบการณ์ ทำให้การจัดโปรโมชันแต่ละครั้งใช้เวลานาน ดังนั้นผู้วิจัยจึงนำเสนอแบบจำลองโปรแกรมเชิงเส้นจํานวนเต็มไบนารี ในการแก้ปัญหาภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลกำไรรวมสูงที่สุด งานวิจัยนี้ใช้ตัวแบบการประมาณการยอดขายแบบลอการิทึม ในการประมาณการยอดขายรายเดือนและจำแนกกลุ่มสินค้าตามค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ผลการวิจัยพบว่าการจัดโปรโมชันโดยพิจารณารวมทุกกลุ่มกำไรพร้อมกัน สามารถให้ผลกำไรรวมได้ดีที่สุด โดยพัฒนาผลกำไรรวมเพิ่มขึ้น 1,194,517.75 บาท หรือคิดเป็น 3.94 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการจัดโปรโมชันของร้านค้าปลีกกรณีศึกษาในปัจจุบัน และใช้เวลาประมวลผลได้เหมาะสม นอกจากนั้นผู้วิจัยได้ใช้วิธีจำลองสถานการณ์มอนติคาร์โล เพื่อจำลองสถานการณ์ค่าสัมประสิทธ์ของความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาเพื่อใช้ในการศึกษาผลกระทบของปัจจัยต่างๆ ผลจากการทดลองเชิงคำนวณพบว่าปัจจัยความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ต่อการเลือกประเภทความลึกของการลดราคาที่เหมาะสม นอกจากนั้นผู้วิจัยได้ทำการพัฒนาและสร้างแม่แบบในโปรแกรมเอ็กเซล เพื่อใช้ในการรับข้อมูลเพื่อส่งต่อไปยังโปรแกรม IBM ILOG CPLEX Optimization จากนั้นก็ทำการแปลงข้อมูลผลลัพธ์ของตัวแปรตัดสินใจกลับมาใน Excel ให้อยู่ในรูปแบบตารางที่ง่ายต่อการนำไปใช้งาน
การศึกษาการตรวจหาเชื้อวัณโรคจากภาพย้อมสีทนกรดโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกด้วยเทคนิคการจำแนกและการตรวจจับวัตถุ, ธีริศรา มิคาระเศรษฐ์
การศึกษาการตรวจหาเชื้อวัณโรคจากภาพย้อมสีทนกรดโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกด้วยเทคนิคการจำแนกและการตรวจจับวัตถุ, ธีริศรา มิคาระเศรษฐ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการวิเคราะห์ Deep Learning สำหรับตรวจหาเชื้อวัณโรคด้วยวิธีการ Modified Classification และ Object Detection โดยใช้ Pre-Trained Model คือ Enhanced ResNet50 และ AlexNet ในการวิเคราะห์ ซึ่งวิธี Modified Classification มีการนำ Image Processing มาประยุกต์ใช้กับการทดลอง เมื่อ Training ข้อมูล พบว่า ResNet50 เป็น Model ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ค่า Accuracy เท่ากับ 92.71% และ Precision เท่ากับ 92.7% เมื่อจัดกลุ่มใหม่สำหรับการวิเคราะห์ แบบ Suspected Positive Low Confidence และ Suspected Positive High Confidence ผลการทดลองพบว่า ResNet50 ยังคงมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด มีค่า Accuracy เท่ากับ 98.06% ค่า Precision เท่ากับ 98.59% ส่วน Suspected Positive High Confidence มีค่า Accuracy เท่ากับ 94.38% และค่า Precision เท่ากับ 91.41% และในการวิเคราะห์ Deep Learning วิธี Object Detection ได้ค่า Precision เท่ากับ 82.81% และ Mean AP เท่ากับ 36.79% จากการเปรียบเทียบการวิเคราะห์ทั้ง 2 Models พบว่า วิธีวิเคาระห์แบบ Modified Classification ได้ผลลัพทธ์ดีกว่า จึงนำไปตรวจร่วมกับวิธีการตรวจของแพทย์ (Doctor …
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบต้นทุนตลอดอายุการใช้งานและปริมาณการปล่อยสารคาร์บอนของระบบหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จโดยวิธีมอนติคาร์โลและสัมประสิทธิ์, รัชชานนท์ เอี่ยมรอด
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบต้นทุนตลอดอายุการใช้งานและปริมาณการปล่อยสารคาร์บอนของระบบหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จโดยวิธีมอนติคาร์โลและสัมประสิทธิ์, รัชชานนท์ เอี่ยมรอด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อุตสาหกรรมการก่อสร้างสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ และยังมีแนวโน้มที่จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความต้องการวัสดุ แรงงาน และมลพิษที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อลดปัญหาด้านแรงงาน เจ้าของโครงการได้หันมาใช้วิธีการก่อสร้างใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ระบบหล่อสำเร็จ เป็นต้น โดยมีการประเมินว่าระบบหล่อสำเร็จช่วยลดการใช้แรงงานได้ถึง 50% และลดเวลาก่อสร้างได้ 30% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนก่อสร้างเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ทำให้ผลการประเมินต้นทุนรวมในช่วงก่อสร้างและใช้งานอาจแตกต่างจากที่ได้ประเมินในช่วงก่อนการก่อสร้าง ดังนั้นการประเมินต้นทุนค่าใช้จ่ายตลอดอายุโครงการควรนำปัจจัยเสี่ยงมารวมในการวิเคราะห์ด้วย งานวิจัยนี้ศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนรวมตลอดอายุของระบบคอนกรีตหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จ โดยประเมินต้นทุนที่เกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการทำงาน พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงด้วยวิธีการวิเคราะห์ความอ่อนไหวรวมไปถึงการใช้แบบจำลองมอนติคาร์โลเพื่อจำลองหาช่วงค่าที่เป็นไปได้ของต้นทุนตลอดอายุการงานในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ นอกจากนี้ยังศึกษาถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดขึ้นในกิจกรรมผลิตวัสดุก่อสร้างและการขนส่งเพื่อนำไปใช้เป็นค่าพารามิเตอร์ในการประเมินการปล่อยสารคาร์บอนโดยวิธี Coefficient method ในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ โดยผลลัพธ์ของการศึกษาคือ สัดส่วนของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ที่ประกอบไปด้วย (1) ต้นทุนในช่วงเตรียมการและช่วงก่อสร้าง และ (2) ต้นทุนรวมในช่วงการใช้งานทั้งในมุมมองของระบบหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ ซึ่งพบว่าทุกโครงการตัวอย่างของต้นทุนตลอดอายุการใช้งานทั้งระบบหล่อในที่และหล่อสำเร็จนั้น มีต้นทุนรวมใน 2 ช่วงแรกมีค่ามากกว่าต้นทุนรวมในช่วงการใช้งาน (O&M phase) และยังพบว่าอัตราส่วนของต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานของระบบหล่อในที่ต่อต้นทุนตลอดอายุการใช้งานของระบบหล่อสำเร็จนั้นนในแต่ละโครงการตัวอย่าง อยู่ที่ 0.60 – 0.73 (โดยไม่คำนึงถึงมิติด้านเวลาที่แตกต่างกันในช่วงการก่อสร้าง) ในส่วนของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการขนส่งในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ ที่พบว่า ระบบหล่อในที่นั้นมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการขนส่งน้อยกว่าระบบหล่อสำเร็จ ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษานี้จะช่วยประกอบการตัดสินใจของเจ้าของโครงการในการเลือกวิธีการก่อสร้างที่เหมาะสมในบริบทของต้นทุนรวมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย, นพกฤษฏิ์ ธนพรพัฒนรักษ์
องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย, นพกฤษฏิ์ ธนพรพัฒนรักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลและเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทยวิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทยผู้มีประสบการณ์ในการซื้อรองเท้าฟุตบอล อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม Google Form ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างค่าคำถามกับวัตถุประสงค์ พบว่าค่าที่ได้คือ 0.9 และค่าความเที่ยงของแบบสอบถามเท่ากับ 0.84 ผู้วิจัยเก็บแบบสอบถามออนไลน์จาก กลุ่มของเฟซบุ๊ค โดยคัดเลือกกลุ่มสำหรับแลกเปลี่ยนข่าวสารและซื้อขายรองเท้าฟุตบอล ได้แก่ 1) สตั๊ดของแท้ หายาก ราคาถูก 2) รองเท้าสตั๊ดหายาก - ของแท้ - ราคาถูก ซื้อ-ขาย 3) พวกบ้า Mizuno Nike Adidas Thailand 4) Adidas Football TH 5) Nike Football TH II วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนสถิติในการทดสอบสมติฐาน ใช้ค่าสถิติสมการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ โดยตั้งระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ 0.05ผลการวิจัย เมื่อทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านผลประโยชน์หลัก ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์พื้นฐาน ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนเพิ่มเติม ปัจจัยด้านศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การตลาดผ่านช่องทางการเสิร์ช การตลาดผ่านการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การตลาดแบบพันธมิตร การตลาดโฆษณาด้วยรูปภาพ และการตลาดผ่านสื่อสังคม ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และการตลาดผ่านอีเมล ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทยสรุปผลการวิจัย ปัจจัยด้านผลประโยชน์หลัก ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์พื้นฐาน ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนเพิ่มเติม ปัจจัยด้านศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การตลาดผ่านช่องทางการเสิร์ช การตลาดผ่านการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การตลาดแบบพันธมิตร การตลาดโฆษณาด้วยรูปภาพ และการตลาดผ่านสื่อสังคม ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย
Comparison Of Postural Control, Balance And Fall In Copd Patients With Breathing Pattern Disorder, Irfan Ahmad
Comparison Of Postural Control, Balance And Fall In Copd Patients With Breathing Pattern Disorder, Irfan Ahmad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objective Up to 50% of patients with chronic obstructive pulmonary disease (COPD) experience breathing pattern disorders (BPD). The diaphragmatic dysfunction associated with COPD has been associated with balance impairment, and improved diaphragmatic breathing has been preliminarily associated with improved static balance and marching in place. This study aimed to compare clinical gait and balance measures and the risk of falling between patients with COPD-induced BPD and older adult controls and correlate the severity of BPD to gait and balance measures. Methods Gait and balance of fifty-six patients with COPD and 56 older adult controls were measured using the timed up …
อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย
อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณา (ได้แก่ มิติด้านความเชี่ยวชาญ มิติด้านความน่าไว้วางใจ และมิติด้านความน่าดึงดูดใจ) และพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น (ได้แก่ ทัศนคติต่อโฆษณา ทัศนคติต่อตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค) และ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและใช้งานสินค้าเครื่องปรับอากาศ Daikin ภายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 110 คน และ 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและบริโภคสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin ภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 110 คน รวมทั้งหมด 220 คน ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ ขณะที่คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ นอกจากนั้น คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ และคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ
Self-Medication In Children Population: A Systematic Review And Meta-Analysis, Aye Chan Nyein Thinn
Self-Medication In Children Population: A Systematic Review And Meta-Analysis, Aye Chan Nyein Thinn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Self-medication is defined by the World Health Organization (WHO) as the use of medicines to treat self-recognized symptoms or ailments without consulting a physician. Self-medication practice was found among children either self-practice or with caregiver assistance. This study aimed to assess the prevalence and patterns of self-medication practice in children. This study utilized systematic review and meta-analysis by searching papers published during 2013 to 2022 in PubMed, ScienceDirect, Scopus, and Embase. The two sets of keywords “children” and “self-medication” or “non-prescription” were used. It was found that 4,333 articles were retrieved. After inclusion-exclusion screening, 83 articles were included in the …
การศึกษาวาทกรรมการต่อสู้เพื่ออำนาจในนวนิยายจีนเรื่อง “สามก๊ก”, พันธกานต์ อัศวโชค
การศึกษาวาทกรรมการต่อสู้เพื่ออำนาจในนวนิยายจีนเรื่อง “สามก๊ก”, พันธกานต์ อัศวโชค
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งที่จะศึกษาและวิเคราะห์การต่อสู้เพื่ออำนาจที่ประกอบสร้างขึ้นจากวาทกรรมชนชาติและวาทกรรมชนชั้นตามที่ปรากฏในตัวบทภาษาจีนของนวนิยายเรื่องสามก๊ก โดยใช้แนวทางวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ เพื่อศึกษา กลวิธีทางภาษาที่ใช้ในการประกอบสร้างวาทกรรมทั้งสองชุดนั้น รวมทั้งวิเคราะห์อุดมการณ์ที่สะท้อนผ่านวาทกรรมการต่อสู้เพื่อ อำนาจดังกล่าว ผลการวิจัยพบว่า 1) ในส่วนของวาทกรรมเกี่ยวกับชนชาติเพื่อรักษาอำนาจรัฐในที่ราบภาคกลางจีนโบราณ ตัวบท ในตอนที่ 87-91 ที่ขงเบ้งนำทัพไปพิชิตแดนใต้เพื่อปราบปรามเบ้งเฮ็กซึ่งแสดงพฤติกรรมกระด้างกระเดื่องต่อจ๊กก๊กได้ผลิตซ้าวาทกรรมที่เรียกว่า 华夷之辨 อันสะท้อนถึงอุดมการณ์ 天下 ที่จัดวางให้ 华夏 อยู่ในสถานะตำแหน่งที่เหนือกว่ากลุ่มชนชาติ อื่นๆ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในธำรงรักษาไว้ซึ่งอิทธิพลของอำนาจรัฐในที่ราบภาคกลางจีนโบราณที่มีต่อกลุ่มชนชาติอื่นๆ ที่อยู่ โดยรอบ 2) ในส่วนของวาทกรรมเกี่ยวกับชนชั้นที่มีความแตกต่างทางลำดับชั้นสถานะระหว่างกษัตริย์กับขุนนางและระหว่างบิดา กับบุตรตามหลัก 三纲 นวนิยายสามก๊กได้ผลิตซ้ำการประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับชนชั้นดังกล่าวในประเด็นการส่งมอบและ สืบต่ออำนาจของชนชั้นปกครองภายใต้ระบบ 宗法制 อันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่มีลำดับชั้นภายในชนชั้นปกครองในสังคม ปิตาธิปไตยจีนโบราณที่มีลัทธิขงจื๊อเป็นอุดมการณ์แห่งรัฐ ซึ่งในที่นี้สามารถแยกออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ได้แก่ 1. การสืบทอด ตำแหน่งที่มาจากการช่วงชิงราชบัลลังก์ และ 2. การสืบทอดวงศ์ตระกูลภายใต้ระบบ 宗法制 3) ในส่วนของวาทกรรมเกี่ยวกับ ชนชั้นที่มีความแตกต่างทางลำดับชั้นสถานะระหว่างสามีกับภรรยา (หรือระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงในภาพรวม) ตามหลัก 三纲 นวนิยายสามก๊กได้ผลิตซ้ำชุดความคิด 男尊女卑 ในการประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับชนชั้นดังกล่าวในประเด็นภาพแทน ผู้หญิงในสังคมศักดินาของจีนที่มีลัทธิขงจื๊อเป็นอุดมการณ์แห่งรัฐที่สะท้อนผ่านตัวละครหญิงซึ่งปรากฏอยู่บ้างในบางตัวบท ของนวนิยาย และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาลำดับชั้นสถานะของผู้ชายหรือสามีที่อยู่เหนือกว่าผู้หญิงหรือภรรยา ซึ่งในที่นี้ สามารถแยกออกเป็น 2 กรณีหลักๆ เช่นกัน ได้แก่ 1. การประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับตัวละครหญิงที่เป็นภาพแทนผู้หญิงที่ไม่ ถูกผูกมัดด้วยหลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อ และ 2. การประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับตัวละครหญิงที่เป็นภาพแทนผู้หญิงตาม หลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อ สำหรับกลวิธีทางภาษาที่ใช้ประกอบสร้างวาทกรรมการต่อสู้เพื่ออำนาจในประเด็นต่างๆ ดังกล่าว ข้างต้น พบว่ามีการใช้กลวิธีทางภาษาที่หลากหลาย เช่น การเลือกใช้คำศัพท์ การกล่าวอ้าง การเล่าเรื่อง การใช้ความเปรียบ อุปมา อุปลักษณ์ นามนัย โวหารเกินจริง เป็นต้น
Influencing Factors On Chinese Tourists’ Health Behavior Prevention Toward Post Covid-19 In Beijing, China, Sihang Li
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The global travel and tourism landscape has been profoundly impacted by the COVID-19 pandemic, requiring precautionary measures to keep travelers and local communities safe. In this context, it is of great significance to understand the factors that influence the adoption of healthy behavioral prevention among Chinese tourists. This study delves into the complex connections between risk perceptions, knowledge, attitudes, social norms, accessibility, communication, and cultural factors that influence mask-wearing behavior among tourists in China post-COVID-19. This study aims to identify the prevalence of preventive health behaviors among Chinese tourists during post-COVID-19 and investigate the association between influencing factors and tourists’ …
Entry Assessment Of Salmonella And E. Coli Contamination In Poultry Feed On The Farms, Ilham Ardiansah
Entry Assessment Of Salmonella And E. Coli Contamination In Poultry Feed On The Farms, Ilham Ardiansah
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research was aimed at precisely estimating the probabilities associated with the presence of Salmonella and E .coli contamination in feed at the entry of broiler and broiler breeder farms. The samples were taken from four different farms during six weeks located in Chonburi Province, Thailand. The microbiological analysis was conducted in the Laboratory of Microbiology, Regional Medical Science Center, Saraburi, Thailand. The entry assessment followed the concept of import risk analysis, including determining models for probabilistic prevalence and the probability of entry. The statistical model used a beta distribution followed by Monte Carlo simulation to assess probabilistic prevalence and …
ผลของการฝึกแอโรบิกแบบหนักสลับเบาต่อการลดลงของไขมันและพังผืดในตับในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินและภาวะอ้วนร่วมกับโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์, ปียานิฐ ธนวนิชนาม
ผลของการฝึกแอโรบิกแบบหนักสลับเบาต่อการลดลงของไขมันและพังผืดในตับในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินและภาวะอ้วนร่วมกับโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์, ปียานิฐ ธนวนิชนาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ไม่มียามาตรฐานในประเทศไทยที่ใช้ในการรักษา จึงมักแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเน้นไปที่การออกกำลังกาย และการควบคุมการรับประทานอาหาร การศึกษาครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของการฝึกแอโรบิกแบบหนักสลับเบา (HIIT) ต่อการลดลงของไขมันและพังผืดใน ตับในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินและภาวะอ้วนร่วมกับโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ในอาสาสมัครเพศชายและเพศหญิง จำนวน 29 คน อายุ 18-60 ปี มีดัชนีมวลกาย 23-34.9 กิโลกรัมต่อเมตร2 แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 15 คน (อายุเฉลี่ย 37.87 ± 7.58 ปี) และกลุ่มควบคุม 14 คน (อายุเฉลี่ย 42.29 ± 9.36 ปี) ทั้ง 2 กลุ่มมีข้อมูลพื้นฐานไม่แตกต่าง โดยกลุ่มทดลองฝึกออกกำลังกายแบบ HIIT ด้วยการปั่นจักรยาน 3 วันต่อสัปดาห์ และทั้ง 2 กลุ่มมีการคุมอาหารเหมือนกัน โดยมีนักกำหนดอาหารคอยควบคุม ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มสามารถลดไขมันพอกตับได้ (HIIT; -23.67 ± 31.51 dB/m (p = 0.01) vs. Control; -20.21 ± 32.91 dB/m (p = 0.04)) แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม (p = 0.66) และไม่มีการเปลี่ยนแปลงของพังผืดตับในแต่ละกลุ่มและระหว่างกลุ่ม ( all p>0.05) มีเพียงกลุ่มทดลองที่สามารถลดมวลไขมัน (–0.74 ± 1.22 kg, p = 0.03) เปอร์เซ็นไขมัน (-0.69 ± 1.10 %, p = 0.03) visceral fat area (–4.41 …
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบการตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างผลิต: กรณีศึกษา ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์, เสาวลักษณ์ สระธรรม
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบการตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างผลิต: กรณีศึกษา ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์, เสาวลักษณ์ สระธรรม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าของโครงการระหว่างการผลิตเองกับการจ้างผลิต กรณีศึกษาโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ในการออกแบบติดตั้งจะวิเคราะห์จากโหลดโปรไฟล์ และพื้นที่ติดตั้งของโรงงาน ส่วนความคุ้มค่าของโครงการจะวิเคราะห์จากต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยไฟฟ้าตลอดอายุโครงการของทั้งสองรูปแบบ แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน ผลการวิจัยครั้งนี้ พบว่าโรงงานเหมาะจะติดตั้งระบบขนาด 329.84 กิโลวัตต์ และมีต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อหน่วยแบบผลิตเอง และจ้างผลิต 2.91 บาทต่อหน่วย และ 3.11 บาทต่อหน่วย ตามลำดับ และในกรณีนี้หากต้นทุนแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 21 หรือค่าไฟฟ้าผันแปรลดลงมากกว่าร้อยละ 66 หรืออัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ยอมรับได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ร้อยละ 12 จะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยไฟฟ้าตลอดอายุโครงการของการผลิตเองมากกว่าการจ้างผลิต ดังนั้นจึงควรเลือกดำเนินโครงการแบบจ้างผลิต ข้อเสนอแนะจะเห็นว่าต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยไฟฟ้าตลอดอายุโครงการแบบผลิตเองถูกกว่าแบบจ้างผลิตประมาณ 5,324 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่มากนักเทียบกับเงินลงทุนโครงการ ดังนั้นการเลือกตัดสินใจควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงร่วมด้วย เนื่องจากระบบจำเป็นต้องมีความมั่นคงและความต่อเนื่อง ไม่ควรเกิดเหตุไฟฟ้าตก หรือไฟฟ้าดับ ซึ่งการจ้างผลิตจะได้ผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งและดูแลระบบมากกว่า และในงานวิจัยนี้ยังไม่ได้มีการศึกษาในส่วนนี้ ดังนั้นการศึกษาครั้งถัดไปควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงของระบบ และมูลค่าความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงต่างๆ ร่วมด้วย
ผลของยาเอ็มพากลิโฟลซินต่ออัลบูมินในปัสสาวะในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต, ชัญญานุช รักษ์พิทยานนท์
ผลของยาเอ็มพากลิโฟลซินต่ออัลบูมินในปัสสาวะในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต, ชัญญานุช รักษ์พิทยานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่มา: ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะหลังปลูกถ่ายไตเป็นสาเหตุที่สำคัญของการสูญเสียไตและการเสียชีวิต แม้จะมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของยาเอ็มพากลิโฟลซินในการลดโปรตีนในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังแต่ข้อมูลการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตยังมีไม่เพียงพอ ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นศึกษารูปแบบการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตที่มีโปรตีนรั่วทางปัสสาวะ โดยผู้ป่วยจะได้รับยาเอ็มพากลิโฟลซิน 10 มิลลิกรัมต่อวันเป็นเวลา 6 เดือนเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ได้ยาหลอก ผลของการศึกษาเป็นการเปรียบเทียบระดับโปรตีนในปัสสาวะ อัตราการทำงานของไต ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิตและน้ำหนักตัวระหว่างกลุ่ม ผลการศึกษา: ผู้ป่วยปลูกถ่ายไตที่เข้าเกณฑ์การศึกษามีทั้งหมด 42 รายซึ่งได้รับการแบ่งเป็นสองกลุ่มโดยการสุ่ม กลุ่มที่ได้รับยาเอ็มพากลิโฟลซินมีโปรตีนในปัสสาวะลดลงไม่แตกต่างจากกลุ่มยาหลอกด้วยค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนโปรตีนต่อครีเอตินีน (UPCR) -261.48 มิลลิกรัมต่อกรัมครีเอตินีน (95% CI -991.33 ถึง 468.36, P=0.473) โดยที่ค่าการทำงานของไต (eGFR) ไม่แสดงความแตกต่างทางสถิติ (ค่าเฉลี่ย -1.82 มิลลิลิตร/นาที/1.73m², 95% CI -6.6 ถึง 2.95, P=0.445) ผลข้างเคียงเช่นการติดเชื้อหรือการเกิดภาวะเลือดเป็นกรดนั้นไม่มีความแตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม สรุปผลการศึกษา: ผลของยาเอ็มพากลิโฟลซินในการลดระดับโปรตีนในปัสสาวะไม่แตกต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้การศึกษานี้ยังแสดงให้เห็นว่าไม่เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงจากการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต ซึ่งยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นและต้องการการศึกษาติดตามต่อไปในอนาคต
การศึกษาเปรียบเทียบสรีรวิทยาการกลืนอาหารความหนืดต่างๆกันด้วยการตรวจการบีบตัวของหลอดอาหารชนิดความละเอียดสูง, ณณิชา ศิริวงศ์
การศึกษาเปรียบเทียบสรีรวิทยาการกลืนอาหารความหนืดต่างๆกันด้วยการตรวจการบีบตัวของหลอดอาหารชนิดความละเอียดสูง, ณณิชา ศิริวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่มา: การปรับการหดตัวของหลอดอาหารเพื่อตอบสนองต่ออาหารประเภทต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการกลืนอย่างมีประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาเพื่อศึกษาผลของความหนืดของอาหาร รวมถึง ปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ ท่าทาง ดัชนีมวลกาย และเพศ ต่อสรีรวิทยาการกลืนในอาสาสมัครสุขภาพดี วิธีการวิจัย: อาสาสมัครสุขภาพดีที่ไม่มีภาวะกลืนลำบากจะถูกคัดเลือดเข้าการศึกษา ทำการทดสอบการกลืนโดยการตรวจการบีบตัวของหลอดอาหารชนิดความละเอียดสูง อาสาสมัครที่ตรวจพบความผิดปกติของการบีบตัวหลอดอาหาร อ้างอิงตาม Chicago classification เวอร์ชั่น 4.0 จะถูกคัดออกการวิเคราะห์ อาสาสมัครจะทำการกลืนอาหารความหนืดระดับต่างๆ อ้างอิงตาม International Dysphagia Diet Standardization Initiative (IDDSI) ทั้งหมด 8 ระดับ IDDSI 0 ถึง 7 โดนกลืนอาหาร 3 คำต่อหนึ่งระดับความหนืด การทดสอบทำในทั้งท่านั่งและท่านอน โดยมีการสุ่มลำดับของระดับความหนืดการกลืน หลังการทดสอบการกลืน จะทำการวิเคราะห์ผลโดยใช้โปรแกรม Manoview เวอร์ชั่น 3.0 โดยประเมินพารามิเตอร์การกลืน 6 ประเภท ได้แก่ lower esophageal sphincter (LES), integrated relaxation pressure (IRP), distal latency (DL), contractile front velocity (CFV), distal contractile integral (DCI), bolus transit time (BTT), และ bolus entry time (BET) กำหนดนิยามของ BET คือ เวลาตั้งแต่อาหารเข้าสู่หลอดอาหารจนถึงระดับ 5 เซนติเมตรเหนือหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย ข้อมูลถูกวิเคราะห์โดย โมเดลเชิงเส้นผสมถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ผลของความหนืด อายุ ดัชนีมวลกาย และเพศต่อสรีรวิทยาการกลืนในท่านั่งและท่านอน ผลวิจัย: อาสาสมัครเข้าร่วมการศึกษา 45 คน คน (ชาย:หญิง 19:26 ราย, อายุ …
การศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียดนามในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, จิตรกัญญา กัลยาณมิตร
การศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียดนามในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, จิตรกัญญา กัลยาณมิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากฎหมายของไทยและเวียดนาม ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของกฎหมายของไทยและเวียดนาม ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ศึกษาได้เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 กับกฎหมายการลงทุน ปี พ.ศ. 2563 (The Law on Investment 2020) ของเวียดนาม รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยและเวียดนาม ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรี สัญญาว่าด้วยการเก็บภาษีซ้อน อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เสถียรภาพทางการเมือง ประชากร และภูมิศาสตร์ เพื่อทราบความแตกต่างของกฎหมายของไทยและเวียดนาม ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการลงทุนทางตรงต่างประเทศของไทยในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อได้แนวทางในการส่งเสริมการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยและประเทศเวียดนามในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีความแตกต่างกัน โดยมาตรการส่งเสริมการลงทุนของเวียดนามในบางเรื่องให้สิทธิประโยชน์มากกว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทย นอกจากนี้ เวียดนามยังมีความได้เปรียบในปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย ปัจจัยเหล่านั้นได้แก่ การจัดทำความตกลงการค้าเสรี อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เสถียรภาพทางการเมือง และประชากร
การพัฒนาระบบตรวจวัดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายโดยใช้ชุดอุปกรณ์เพิ่มความเข้มข้นพร้อมการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิ, พรภวิษย์ สินสุขอุดมชัย
การพัฒนาระบบตรวจวัดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายโดยใช้ชุดอุปกรณ์เพิ่มความเข้มข้นพร้อมการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิ, พรภวิษย์ สินสุขอุดมชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบตรวจวัดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile organic compounds : VOCs) โดยใช้ชุดอุปกรณ์เพิ่มความเข้มข้น (Preconcentrator Array) ที่สามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิได้ เพื่อให้สามารถเพิ่มความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (selectivity) ในการตรวจวัดสาร VOCs ตัวอย่างที่มีหลายสารองค์ประกอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ได้นำสารดูดซับชนิดต่าง ๆ เช่น Tenax TA, Carbopack X และ CarboTrap B มาทดสอบใช้ โดยอาศัยรูปแบบของการให้อุณหภูมิและวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดและการแยกแยะสารประกอบ VOCs ในตัวอย่างเป้าหมาย ในงานวิจัยนี้ได้ทำการออกแบบและพัฒนาระบบควบคุมความร้อนโดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ในการควบคุมการให้ความร้อนกับอุปกรณ์เพิ่มความเข้มข้น (Preconcentrator) จากนั้นได้ทำการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้นโดยทำการตรวจวัด VOCs ในสารตัวอย่างชนิดต่าง ๆ ที่ความเข้มข้นต่ำและวิเคราะห์ผลการวัดทดสอบด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis : PCA) จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาจากการใช้ชุดเพิ่มความเข้มข้นนี้สามารถตรวจวัดสาร VOCs ตัวอย่างที่เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่สำคัญของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ระบบที่พัฒนาขึ้นยังสามารถตรวจวัดสารตัวอย่างที่ประกอบด้วย VOCs ชนิดต่าง ๆ กันได้อย่างเหมาะสมเนื่องจากความสามารถในการเพิ่มความจำเพาะในการวัดของชุดอุปกรณ์เพิ่มความเข้มข้น ซึ่งระบบที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้จะมีประโยชน์ในการประยุกต์ใช้ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจคัดกรองโรคแบบไม่รุกล้ำและการตรวจวัดสาร VOCs ในสิ่งแวดล้อม
Optimal Battery Sizing For An Industrial Factory: A Hybrid Approach Using Particle Swarm Optimization And Load Estimation, Muhammad Hammad Hassan
Optimal Battery Sizing For An Industrial Factory: A Hybrid Approach Using Particle Swarm Optimization And Load Estimation, Muhammad Hammad Hassan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Solar photovoltaic (PV) systems are crucial in addressing global energy demands with clean and renewable electricity. However, the intermittent nature of solar energy requires integrating batteries to ensure a reliable power supply. This study focuses on optimizing battery size for solar PV systems to balance energy storage during high irradiance periods and discharge during low sunlight, thereby enhancing system efficiency and cost-effectiveness. Accurate load forecasting and load estimation, essential for effective energy storage management, is achieved using long short-term memory (LSTM) networks, which excel in handling time series data. Particle Swarm Optimization (PSO) is then employed to determine the optimal …
สนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” และความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในประเทศไทย ในศตวรรษที่ 21, ธนา ร่างน้อย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์และข้อถกเถียงเพื่อศึกษาวิเคราะห์การก่อตัวของการเกิดสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” ภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในสังคมไทย โดยมุ่งศึกษาภาคปฏิบัติการของสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” ในศตวรรษที่ 21 ที่เป็นการปะทะกันระหว่างชุดวาทกรรมรักต่างเพศและชุดวาทกรรมรักเพศเดียวกันแบบคู่ตรงข้าม เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์และการเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย ผ่านการวิเคราะห์สื่อทางสังคมในรูปแบบต่าง ๆ และสื่อวัฒนธรรมป๊อป อาทิ ละครชุด ภาพยนตร์ บทเพลง หรือหนังสือ ตลอดจนการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างเทศกาลไพรด์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ชุดวาทกรรมทางการอย่าง “กฎหมาย” ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อการสมรสเท่าเทียม และร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต ที่สังคมไทยยังคงมีปัญหาด้านตัวบทกฎหมายการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการได้รับความคุ้มครองทางสิทธิและเสรีภาพของกลุ่มเกย์ที่มีข้อจำกัด สะท้อนให้เห็นการแย่งชิงพื้นที่ทางวาทกรรมในสนามวาทกรรมความผิดเพศที่นำไปสู่การเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า กลุ่มเกย์เพศชายในสังคมไทย ยังคงได้รับผลกระทบจากสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” โดยเฉพาะเรื่องการได้รับความคุ้มครองด้านสิทธิเสรีภาพและการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย และขาดกฎหมายที่รองรับการแสดงออกและการเข้าถึงสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่นำไปสู่การเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อเกย์เพศชายกลุ่มต่าง ๆ โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้สร้างคุณูปการทางวิชาการด้านการศึกษาวาทกรรมและการวิเคราะห์วาทกรรม และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจด้านอาชญาวิทยาเกี่ยวกับความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
Curatorial Practice Project For Art Exhibition : From The Island To The Woods, Suphavinee Srisopon
Curatorial Practice Project For Art Exhibition : From The Island To The Woods, Suphavinee Srisopon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper presents the artistic research and creation centered on using art to support individuals dealing with personal health issues. The initiative seeks to remind them of a shared journey, offering a platform for self-expression through diverse art forms and workshops. Inspired by the curator's personal experiences, the exhibition aims to transcend superficial trends in addressing personal struggles authentically. Exploring the etymology of "curate" from "curare," meaning "to take care of," the curator sees their role as nurturing and assisting others. Through art, the exhibition strives to foster an environment fostering solace, understanding, and peace for individuals facing challenges. The …
ผลการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ด้วยการทำงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษา, ณัฐพงศ์ เหมนาค
ผลการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ด้วยการทำงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษา, ณัฐพงศ์ เหมนาค
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้มีเพื่อ 1) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษาและทักษะการสร้างนวัตกรรมก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและของนักเรียนกลุ่มควบคุม 2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษาและทักษะการสร้างนวัตกรรมหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 60 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มทดลองได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการทำงาน 30 คน กลุ่มควบคุมได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ด้วยการทำงาน จำนวน 8 แผน มีค่าดัชนีความสอดคล้องรวม 0.99 และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ และทักษะการสร้างนวัตกรรม มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.91, 0.99, 0.95 และ 0.98 มีค่าความเที่ยง (Reliabilities) 0.81, 0.91, 0.86 และ 0.96 ระยะเวลาในการวิจัย 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ และทักษะการสร้างนวัตกรรมด้วยค่าที ผลการวิจัย พบว่า1) ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ และทักษะการสร้างนวัตกรรมของกลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้เจตคติการปฏิบัติและทักษะการสร้างนวัตกรรมของกลุ่มควบคุมหลังการทดลองไม่แตกต่างจากก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ และทักษะการสร้างนวัตกรรมหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน, อธิวัฒน์ สิมบุตร
การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน, อธิวัฒน์ สิมบุตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 (2) เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ที่มีต่อสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ (3) เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ที่ช่วยพัฒนาให้นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม โดยเก็บรวมรวมข้อมูลจากแบบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แบบประเมินสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม แบบบันทึกหลังสอนของครู และแบบบันทึกอนุทินของนักเรียน กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 39 คน สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระต่อกันและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (2) ผลการประเมินสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมเพิ่มขึ้นและ (3) เมื่อจบวงจรปฏิบัติการ พบว่านักเรียนที่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 94.87 และระดับดี คิดเป็นร้อยละ 5.13 สำหรับแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้คือ (3.1) ครูควรใช้คำถามให้นักเรียนทราบถึงความถนัดของตนเองที่มีต่อภาระงานเพื่อเอื้อให้นักเรียนที่มีความถนัดต่างกันได้มีโอกาสเป็นผู้นำในกิจกรรมที่แตกต่างกัน (3.2) ครูใช้สถานการณ์เชิงอุปมาอุปมัยที่น่าสนใจให้นักเรียนเปรียบเทียบและรวมพลังสร้างชิ้นงาน ทำให้นักเรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม (3.3) ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเลือกสมาชิกและเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ในกลุ่มจะช่วยให้นักเรียนมีความเป็นผู้นำและผู้ตามได้ดีขึ้น (3.4) ใช้กระดาษโน้ตในการเขียนระดมความคิด จะช่วยให้นักเรียนกล้าจะแสดงความคิดเห็นและวางแผนร่วมกัน (3.5) ครูควรจัดกิจกรรมให้แต่ละทีมแข่งขันกันโดยมีการเสริมแรงทางบวก และการทดสอบท้ายคาบเป็นทีมและ (3.6) ครูควรให้นักเรียนร่วมกันสร้างชิ้นงานและนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพราะทำให้นักเรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม
ดัชนีน้ำตาลและมวลน้ำตาลของขนมหวานที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดในประเทศไทย, ณัฐพัชร นามจัด
ดัชนีน้ำตาลและมวลน้ำตาลของขนมหวานที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดในประเทศไทย, ณัฐพัชร นามจัด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลองทางคลินิก (Clinical Trial) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาดัชนีน้ำตาลและมวลน้ำตาลในขนมหวานที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดในประเทศไทย โดยรายชื่อขนมหวานได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็นขนมหวานประจำจังหวัด 10 ชนิด ได้แก่ โรตีสายไหม ข้ามหลาม เฉาก๊วย ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ขนมโมจิ กะละแม ขนมหม้อแกง ขนมปังชีสเชคสับปะรด กะหรี่ปั๊บ และขนมสาลี่ จากร้านค้าผู้ผลิตและจำหน่ายที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวประจำจังหวัด 3 อันดับแรก 10 จังหวัด จำนวน 30 ร้านค้า วิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ด้วยวิธี High performance liquid chromatography method วิเคราะห์การปนเปื้อน เพื่อตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของขนมหวานทางกายภาพและจุลชีววิทยา ด้วยวิธี High performance liquid chromatography method, Total plate count และ Yeast and Mold count ตามลำดับ และศึกษาวัดค่าดัชนีน้ำตาลและมวลน้ำตาลในขนมหวาน ด้วยวิธีเก็บตัวอย่างเลือดในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 96 คน สุ่มอาสาสมัครเป็น 8 กลุ่มๆ ล่ะ 12 คน หลังรับประทานขนมหวานที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 50 กรัม (1 หน่วยบริโภค) เปรียบเทียบกับสารละลายน้ำตาลกลูโคสมาตรฐาน (Baseline) เพื่อหาระดับน้ำตาลในเลือดที่เวลา 15, 30, 45, 60, 90 และ 120 นาที ผลการศึกษาพบว่า คุณค่าทางโภชนาการของขนมหวานให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลค่อนข้างสูง มีขนมหวานที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพความปลอดภัย จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ โรตีสายไหม ข้าวหลาม ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ขนมโมจิ ขนมหม้อแกง ขนมปังชีสเชคสับปะรด กะหรี่ปั๊บ และขนมสาลี่ มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index; GI) ในขนมหวาน …
Development Of A Chitosan Nano-Immersion Vaccine Against Aeromonas Veronii Infection In Red Tilapia (Oreochromis Sp.), Pimwarang Sukkarun
Development Of A Chitosan Nano-Immersion Vaccine Against Aeromonas Veronii Infection In Red Tilapia (Oreochromis Sp.), Pimwarang Sukkarun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Red tilapia (Oreochromis sp.) is a prominent freshwater fish in Thai aquaculture. It has long been afflicted by severe bacterial diseases, ulcerative syndrome, and hemorrhagic septicemia, primarily caused by Aeromonas veronii. Vaccination is a key strategy for control and prevention. In this study a chitosan nano-immersion vaccine has been developed using a nanoemulsion technique and surface modification method with chitosan polymers. The physicochemical properties, mucoadhesive properties, immune response assays, and vaccine efficacy were investigated. The results showed that the vaccine is spherical-shaped, nanometer-sized, and having monodispersed positive charge. The mucoadhesive characterization, observed by SEM and fluorescence microscope imaging, demonstrated that …
The Expressions Of Mhc Class I And Class Ii In Biopsy Tissues By Immunohistochemistry And The Effect Of Interferon-Gamma (Ifn-Γ) On In Vitro Established Canine Cutaneous Mast Cell Tumors, Sudchaya Bhanpattanakul
The Expressions Of Mhc Class I And Class Ii In Biopsy Tissues By Immunohistochemistry And The Effect Of Interferon-Gamma (Ifn-Γ) On In Vitro Established Canine Cutaneous Mast Cell Tumors, Sudchaya Bhanpattanakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Canine mast cell tumors (MCT), common skin tumors in dogs, present difficulties in treatment, emphasizing the need for effective therapeutic protocols. The cancer-immunity cycle's complex interactions between cancer and the immune system play a crucial role in tumor growth. Tumors often evade immune response by downregulating MHC expression, hindering T-cell recognition. Cancer immunotherapy is a promising approach that utilizes the patient's immune system for combating cancer. Interferon-gamma (IFN-γ), a potent immune substance, plays a crucial role in enhancing MHC expression and immune functionality, crucial for T-cell recognition and cancer cell elimination. Limited research exists on MHC expression, tumor immune response, …