Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 2251 - 2280 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับ กระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธาดาพนิตสดี ศุกลวิริยะกุล Jan 2023

การพัฒนาระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับ กระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธาดาพนิตสดี ศุกลวิริยะกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยและพัฒนาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นและองค์ประกอบเชิงยืนยันของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนเพื่อศึกษาองค์ประกอบเชิงยืนยันและความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2. – 4. เพื่อพัฒนา - ทดลอง และ รับรองระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยงานวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 การประเมินความต้องการจำเป็นของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 861 คน ระยะที่ 2 การพัฒนาระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ได้แก่ 1) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนการแก้ปัญหา 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ระยะที่ 3 การศึกษาผลการทดลองใช้ระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 28 คน ระยะที่ 4 การนำเสนอระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กล่มตัวอย่างเหมือนกับระยะที่ 2 ผลการวิจัยพบว่า จากการศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและองค์ประกอบเชิงยืนยันจึงได้องค์ประกอบและขั้นตอนของระบบฯ ดังนี้ องค์ประกอบที่สำคัญของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ความสามารถในการประเมินความซับซ้อนของเหตุการณ์ (2) ความสามารถในการระบุปัญหา (3) ความสามารถในการวิเคราะห์ความผิดปกติ (4) ความสามารถในการมองเห็นความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงของแต่ละปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหา และ (5) ความสามารถในการสร้างสรรค์แนวทางจัดการปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหาและผลกระทบ องค์ประกอบของระบบฯ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือ (2) ด้านการปฏิสัมพันธ์ (3) ด้านการตัดสินใจ และ (4) ด้านการเรียนรู้ส่วนบุคคล ผลการทดลองใช้ระบบฯ พบว่า จากการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ได้แก่ ก่อนเรียน ระหว่างเรียนครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และ หลังเรียน พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05


Status Of Drugs Generally Used For Self-Medication In Children, Rizqi Dinni Fauzia Jan 2023

Status Of Drugs Generally Used For Self-Medication In Children, Rizqi Dinni Fauzia

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Given the high prevalence of self-medication among children, drug regulatory agencies should ensure the accessibility of non-prescription drugs for children's safety, as many commonly used drugs are not entirely non-prescription. This study explores the drug classification status of commonly used self-medication drugs for children across 10 countries: the US, the UK, Canada, Japan, Australia, Singapore, Malaysia, Thailand, Indonesia, and the Philippines. Information was sourced from official drug regulatory agency websites and drug index databases. The review focused on 23 commonly used drugs, examining their classification, dosage forms, strength, and age suitability. Content and comparative analyses revealed that most drugs for …


การออกแบบเรขศิลป์เคลื่อนไหวสำหรับสื่อการเรียนรู้วิชาศิลปะและการออกแบบในระดับอุดมศึกษาจากแนวคิดอารมณ์ขัน, เริงฤทธิ์ เอกวงศ์อนันต์ Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์เคลื่อนไหวสำหรับสื่อการเรียนรู้วิชาศิลปะและการออกแบบในระดับอุดมศึกษาจากแนวคิดอารมณ์ขัน, เริงฤทธิ์ เอกวงศ์อนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาแนวคิดอารมณ์ขันที่เหมาะสมกับเรขศิลป์เคลื่อนไหวในสื่อการเรียนรู้ในกลุ่มวิชาศิลปะและการออกแบบที่เหมาะสมในระดับอุดมศึกษา และ 2) เพื่อประยุกต์ใช้แนวคิดอารมณ์ขันในการออกแบบเรขศิลป์เคลื่อนไหวสื่อการเรียนรู้ในกลุ่มวิชาศิลปะและการออกแบบที่เหมาะสมในระดับอุดมศึกษา โดยมีวิธีการดำเนินงานวิจัยคือ ผู้วิจัยใช้กลุ่มตัวอย่างสื่อเรขศิลป์เคลื่อนไหว (Motion Graphic) ซึ่งเป็นผลงานปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จากแพลตฟอร์ม TED-Ed จากเว็บไซด์ https://ed.ted.com/ (TED-Ed., n.d.) ใน 2 หมวดหมู่คือหมวดหมู่ศิลปะ (Visual Arts) และหมวดหมู่การออกแบบ (Design) รวม 187 เรื่อง เก็บข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญชุดที่ 1 และ 2 ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และเก็บข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญชุดที่ 3 ด้วยวิธีเดลฟาย (Delphi) ผลงานวิจัยพบว่า แนวคิดอารมณ์ขันที่เหมาะสมกับเรขศิลป์เคลื่อนไหวในสื่อการเรียนรู้ในกลุ่มวิชาศิลปะและการออกแบบที่เหมาะสมในระดับอุดมศึกษา มากที่สุดคือ 1) การแต่งกายแปลกประหลาด 2) การทำให้เกินจริงและเป็นเรื่องเหลวไหล และ 3) การล้อเลียน ส่วนการประยุกต์ใช้แนวคิดอารมณ์ขัน​พบว่าสามารถใช้ทฤษฎีการเล่าเรื่อง​ (Narrative Theory) ส่วนโครงเรื่อง​ (Plot) ตัวละคร​ (Character) และสัญลักษณ์ (Symbol) โดยอารมณ์ขันที่​ใช้ใน​โครงเรื่อง​คือ​ 1) การแต่งกายแปลกประหลาด​ 2) การทำให้เป็น​เรื่องเกินจริงและเป็นเรื่องเหลวไหล 3) การล้อเลียน​ 4) การเล่นเลอะเทอะแตกหักทำลายและทำให้เจ็บตัว 5)การหักมุมและพลิกความคาดหมาย 6) การเสียดสี และ​7) การทำให้เป็นเรื่องเพศและเรื่องสัปดน​ อารมณ์ขันที่ใช้ในตัวละคร​ คือ​ 1) การแต่งกายแปลกประหลาด 2) การล้อเลียน​ และ​ 3) ​การทำให้เป็นเรื่องเพศและเรื่องสัปดน ส่วนอารมณ์ขันที่ใช้ในสัญลักษณ์​ คือ​ 1) การใช้ตรรกวิทยาผิดๆ และ​ 2) การทำให้เกินจริงหรือเป็นเรื่องเหลวไหล


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงขับร้อง : ชุดเพลงร้องศิลป์ “นิราศทำนองธาร”, ธุรดี อารีรอบ คันธาภัสระ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงขับร้อง : ชุดเพลงร้องศิลป์ “นิราศทำนองธาร”, ธุรดี อารีรอบ คันธาภัสระ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การขับร้องชุดเพลงร้องศิลป์ที่มีคุณค่าของ ฟรานซ์ ชูเบิร์ต กาบริเอล โฟเรและราล์ฟ วอน วิลเลียมส์ และการสร้างสรรค์ชุดเพลงร้องศิลป์ "นิราศทำนองธาร" สำหรับนักร้องเสียงโซปราโนและวงเชมเบอร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสายน้ำที่ไหลล่องไปตามสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งชีวิตและประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ต่างกันของผู้วิจัย ประกอบด้วยเพลงร้องภาษาไทยจำนวน 9 บท เนื้อร้องคัดจากบทกวีร่วมสมัยของก้องภพ รื่นศิริ และประทวน อารีรอบ ผู้เป็นบิดา ที่มีความสละสลวยของภาษาและทรงคุณค่าทางวรรณกรรม และมีเนื้อหาสอดคล้องและเหมาะสมในการประพันธ์ชุดเพลงร้องศิลป์ ในส่วนของดนตรี ผู้วิจัยประพันธ์ร่วมกับ ดร.วานิช โปตะวนิช ตามแบบแผนของดนตรีคลาสสิกที่ผ่านกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบ


การสวมบทบาทนางรจนาในละครเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2, กัณฑ์กรพัชญ์ สุทธิพร Jan 2023

การสวมบทบาทนางรจนาในละครเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2, กัณฑ์กรพัชญ์ สุทธิพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ เรื่อง การสวมบทบาทนางรจนาในละครเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการสวมบทบาทนางเอก (ผู้ชาย) ละครนอกแบบหลวง บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ของรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษาจากเอกสาร การสัมภาษณ์ และการสังเกตการณ์ ผลการวิจัยพบว่า การสวมบทบาทการแสดงเป็นผู้หญิงปรากฏอยู่ในนาฏกรรมไทยหลายประเภท เช่น ละครนอก สันนิษฐานว่าเริ่ม มาจากการละเล่นมหรสพของชาวบ้านในสมัยอยุธยา การสวมบทบาทนางรจนาในละครนอกเรื่องสังข์ทองของรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ได้รับการถ่ายทอดและฝึกหัดบทบาทนางรจนาจากคุณครูเฉลย ศุขะวณิช และได้รับคำแนะนำจากคุณครูจำเรียง พุธประดับ เนื่องจากบุคลิกและอุปนิสัยที่สอดคล้องกับบทบาทนางรจนา ประกอบกับการศึกษาตัวละครนางรจนาในเรื่องสังข์ทอง การฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และประสบการณ์การแสดงมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับตนจนกลายเป็นกลวิธีเฉพาะบุคคล การพิจารณาเลือกผู้ชายมาสวมบทบาทนางเอก คือ รูปร่างเล็กสันทัด ใบหน้ารูปไข่หรือใบหน้ากลม มือและแขนยาวเรียว ปากเรียว และมีปฏิภาณไหวพริบดี รูปแบบกระบวนท่ารำ จำแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การตีความอุปนิสัยของตัวละคร และการตีบทตามอารมณ์ความคิดของตัวละคร โครงสร้างกระบวนท่ารำ ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนศีรษะและใบหน้า ส่วนลำตัวและไหล่ ส่วนแขนและมือ และส่วนเท้า รวมถึงการแสดงสีหน้าอารมณ์ ได้แก่ อารมณ์รัก อารมณ์เศร้า อารมณ์ประชดประชัน และอารมณ์โกรธ ท่ารำที่เป็นอัตลักษณ์ คือ ท่าพลิกเท้า เครื่องมือในการแสดง ประกอบด้วย ภายนอก (สรีระร่างกาย) และภายใน คือ (อารมณ์และความคิด) องค์ประกอบเสริม ได้แก่ การแต่งหน้า การแต่งกาย และการเลือกศิราภรณ์ จากการสังเคราะห์คุณสมบัติของนักแสดงที่ดีพบว่ามี 6 ประการ ได้แก่ ความงดงามของจิตใจ ความพร้อมของร่างกาย ความสามารถในการสังเกต ความจำ ความเข้าใจ และความมีวินัย กล่าวได้ว่าผลการวิจัยจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบทบาทของตัวนางในนาฏกรรมไทยต่อไป


การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: นกชายเลนปากช้อน, ปกป้อง ขำประเสริฐ Jan 2023

การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: นกชายเลนปากช้อน, ปกป้อง ขำประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่องการสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: นกชายเลนปากช้อน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา นกชายเลนปากช้อนและมูลบทที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างองค์ความรู้และสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาข้อมูลเอกสารและสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการวิจัยพบว่า นกชายเลนปากช้อนมีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของสหพันธรัฐรัสเซีย จะอพยพลงทางใต้ในฤดูหนาว ยังแหล่งหากินช่วงฤดูอพยพบริเวณสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศและราชอาณาจักรไทย พฤติกรรมหลักในรอบวันของนกชายเลนปากช้อนได้แก่ การเดินหากิน การนอน การส่งเสียงร้องและการบิน ในแต่ละปีมีนักดูนกให้ความสนใจเดินทางมาดูนกชายเลนปากช้อนเป็นจำนวนมาก ปัจจัยคุกคาม เช่นการถูกล่าโดยศัตรูธรรมชาติทำให้นกชายเลนปากช้อนเสี่ยงต่อภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) ด้านมูลบทที่เกี่ยวข้องพบว่าเพลงไทยที่เกี่ยวข้องกับนก ที่รวบรวมได้มีทั้งหมด 66 เพลง แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ เพลงที่ปรากฏทำนองแสดงพฤติกรรมนก เพลงที่ปรากฏกระสวนจังหวะแสดงพฤติกรรมนก เพลงที่ใช้นกเป็นสัญญะเพื่อแทนสิ่งอื่น และเพลงที่มีชื่อเกี่ยวกับนกแต่ไม่ปรากฏทำนองหรือจังหวะชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับนก นอกจากนั้นยังพบว่าการประสมวงสามขลุ่ยไทยครั้งแรกบรรเลงเพลงที่เกี่ยวข้องกับนก การสร้างองค์ความรู้และสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ มีการออกแบบทำนองที่แสดงพฤติกรรมรวมถึงมูลบทที่เกี่ยวข้องกับนกชายเลนปากช้อน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประพันธ์เพลง แบ่งออกเป็น 6 เพลง เพลงที่ 1 “ชูคอตกา” บรรยายถิ่นอาศัยทำรังวางไข่ของนกชายเลนปากช้อนในเมืองชูคอตกา สหพันธรัฐรัสเซีย เพลงที่ 2 อพยพ บรรยายการอพยพลงทางใต้ เพลงที่ 3 “อ่าวไทย” บรรยายแหล่งอาศัยในประเทศไทย เพลงที่ 4 “นกชายเลนปากช้อน” บรรยายพฤติกรรมของนกชายเลนปากช้อน เพลงที่ 5 “ทัศนาปักษา” บรรยายกิจกรรมดูนก และเพลงที่ 6 “วิถีวิหค” บรรยายภัยคุกคามของนกชายเลนปากช้อนและจบเพลงด้วยการวนกลับไปที่เพลงแรกแสดงถึงวัฏจักรชีวิตของนกชายเลนปากช้อน ทั้ง 6 เพลง เป็นการประพันธ์เพลงแบบอัตโนมัติตามแนวคิดแบบบุกไพรเบิกทาง โดยใช้ผลการวิเคราะห์ Spectrogram เสียงร้องและท่าทีพฤติกรรมต่าง ๆ ของนกชายเลนปากช้อนเป็นฐานในการประพันธ์ นำเสนอในรูปแบบดนตรีร่วมสมัยโดยมีการใช้เครื่องกำกับจังหวะไฟฟ้า เครื่องดนตรีแสดงสำเนียงภาษาต่าง ๆ และเครื่องดนตรีแสดงเสียงธรรมชาติ บรรเลงประกอบกับวงปี่พาทย์ไม้นวมและวงสามขลุ่ย จัดแสดง ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


การแสดงเดี่ยวขับร้องโดย ปฏิทัศน์ จันทนากร : วรรณกรรมเพลงคลาสสิกและละครเพลง, ปฏิทัศน์ จันทนากร Jan 2023

การแสดงเดี่ยวขับร้องโดย ปฏิทัศน์ จันทนากร : วรรณกรรมเพลงคลาสสิกและละครเพลง, ปฏิทัศน์ จันทนากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเดี่ยวขับร้องโดย ปฏิทัศน์ จันทนากร : วรรณกรรมเพลงคลาสสิกและ ละครเพลง มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความแตกต่างเชิงเทคนิคการขับร้องของทั้งสองลีลา (Style) โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ประกอบไปด้วย ช่วงขับร้องบทเพลงคลาสสิกซึ่งเป็นบทเพลงร้องศิลป์ (Art song) ทั้งหมด 5 บทเพลง และช่วงขับร้องบทเพลงจากละครเพลง (Musical Theatre) 7 บทเพลง เป็นจำนวนบทเพลงทั้งสิ้น 12 บทเพลง โดยมีแนวทางการจัดแสดงอย่างสร้างสรรค์เป็นแบบแผน พร้อมทั้งศึกษาประวัติความเป็นมาทั้งผู้ประพันธ์และตัวบทเพลง ไปจนวิเคราะห์ บทประพันธ์และเทคนิคเฉพาะ รวมไปถึงวิธีการออกเสียงให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพื่อหาข้อสรุปเชิงเปรียบเทียบถึงข้อแตกต่างของทั้งสองลีลาที่ผู้วิจัยพบ และการนำไปใช้ในวิชาชีพของตนให้เกิดประโยชน์ผ่านการวิจัยในครั้งนี้


นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อการท่องเที่ยว จากนวัตกรรมสีดิน ณ อุทยานธรณีโลกจังหวัดสตูล ภายใต้แนวคิดการข้ามวัฒนธรรมร่วมสมัย, รพีภัทร สำเร Jan 2023

นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อการท่องเที่ยว จากนวัตกรรมสีดิน ณ อุทยานธรณีโลกจังหวัดสตูล ภายใต้แนวคิดการข้ามวัฒนธรรมร่วมสมัย, รพีภัทร สำเร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายแฟชั่น และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อการท่องเที่ยว จากนวัตกรรมสีดิน ณ อุทยานธรณีโลกจังหวัดสตูล ภายใต้แนวคิดการข้ามวัฒนธรรมร่วมสมัย กรณีศึกษาการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์จากนวัตกรรมสีดินสู่ผลิตภัณฑ์สนับสนุนการท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดสตูลซึ่งมีอุทยานธรณีโลกซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานธรณีโลกโดยยูเนสโก และเป็นแห่งที่ 5 ของเอเชียตะวันออก ว่าเป็นหินเก่าสมัย 500 ล้านปีใต้ท้องทะเลที่ได้เคลื่อนตัวขึ้นมาเนื่องจากการเคลื่อนของเปลือกโลกก่อเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สวยงามมากมาย ได้แต่ ภูเขา เกาะต่าง ๆ และถ้ำ โดยหนึ่งในนั้น ถ้ำภูผาเพชร เป็นถ้ำซึ่งอยู่ที่อำเภอมะนังซึ่งมีหินงอกหินย้อยมีคล้ายกับเกล็ดเพชรจึงจัดได้ว่าเป็นแหละรวมแร่ธาตุมากมายตั้งแต่ 500 ล้านปี ดังนั้นวิจัยนี้จึงได้เลือกนำดินของพื้นที่ธรณีโลกจังหวัดสตูล ที่ถ้ำภูผาเพชร อำเภอมะนัง มาผ่านนวัตกรรมสกัดเป็นสีจากดินมาผ่านเทคนิคการทำผ้าบาติกซึ่งเป็นเทคนิคที่จังหวัดสตูลใช้เป็นหลักในการผลิตภัณฑ์กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย ควบคู่กับการออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรมโมร็อกโก เพราะจังหวัดสตูลมีเอกลักษณ์ในด้านมีผู้ถือศาสนาพุทธและอิสลามมากพอ ๆ กัน เพื่อนำเสนอเป็นผลิตภัณฑ์สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ผลิตโดยชุมชนใน อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล สำหรับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่มีไลฟ์สไตล์ชอบการท่องเที่ยว รักการผจญภัย และชอบผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ผลิตด้วยการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สื่อถึงอุทยานธรณีโลกสตูล


แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ตราสินค้าสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กอบกิจ จำจด Jan 2023

แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ตราสินค้าสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กอบกิจ จำจด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME คือ กิจการส่วนใหญ่ของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 99 ของจำนวนวิสาหกิจทั้งหมดในประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็ง และความสามารถในการแข่งขันให้กับระบบเศรษฐกิจไทย แต่ SME ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และความเข้าใจในการสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้าที่สะท้อนตัวตนและนำเสนอคุณค่าที่แตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่ง รวมถึงการขาดองค์ความรู้และคำแนะนำในการนำกลยุทธ์การสร้างตราสินค้ามาใช้งานให้สอดคล้องกับกิจการ งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ที่มุ่งเน้นถึงความสำคัญของการสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้าให้โดดเด่นและแตกต่าง โดยการแบ่งตราสินค้าออกเป็นประเภทต่างๆ ที่สามารถสื่อสารเจตจำนงและคุณค่าของผู้ประกอบการในการดำเนินกิจการ รวมถึงสอดคล้องกับบริบทการประกอบกิจการของ SME ในประเทศ เพื่อใช้เป็นคู่มือในการกำหนดกลยุทธ์ตราสินค้าและแนวทางการออกแบบสื่อสารด้วยภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างอัตลักษณ์ที่แตกต่าง โดดเด่น และชัดเจนแก่ผู้ประกอบการ SME ไทย ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่ 1 พบว่า ตราสินค้าที่เหมาะสมกับบริบทการดำเนินกิจการของ SME ไทย มีทั้งสิ้น 7 ประเภท ได้แก่ 1. Sustainable Brand: แบรนด์ยั่งยืน 2. Disruptive Brand: แบรนด์เปลี่ยนโลก 3. Culture Brand: แบรนด์วัฒนธรรม 4. Aesthetics Brand: แบรนด์สุนทรียะ 5. Experience Brand: แบรนด์สร้างประสบการณ์ 6. Performance Brand: แบรนด์เปี่ยมประสิทธิภาพ และ 7. Value Brand: แบรนด์คุ้มค่า จากการใช้แบบสอบถามสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการ SME ของไทย จำนวน 2,723 ราย ใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ พบว่าตราสินค้า 7 ประเภทนี้ปรากฏอยู่ใน 4 ภาคธุรกิจ คือ ภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคบริการ และภาคการเกษตร โดย Value Brand มีจำนวนมากที่สุดคิดเป็น 66% ตามด้วย Performance Brand 16.8% Aesthetics Brand 7.3% Culture Brand …


การออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทยกรณีศึกษา สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับเจเนอเรชัน ซี, สุธาดา วาดเขียน Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทยกรณีศึกษา สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับเจเนอเรชัน ซี, สุธาดา วาดเขียน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคที่วัฒนธรรมดั้งเดิมและนวัตกรรมสมัยใหม่กำลังหลอมรวมกัน การผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมและความทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวคิดเกี่ยวกับสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทย ซึ่งมีความลึกซึ้งทางปรัชญาและเป็นแหล่งบันดาลใจทางศิลปะ แต่ยังขาดการศึกษาในบริบทของการออกแบบร่วมสมัย การวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการศึกษาและประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าวในการออกแบบเรขศิลป์บนสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับเจเนอเรชัน ซี การศึกษาวิจัยเรื่องการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทย กรณีศึกษาสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับเจเนอเรชัน ซี ประกอบไปด้วยวัตถุประสงค์ 3 ข้อได้แก่ 1) เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ส่วนประกอบของสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทย 2) เพื่อระบุแนวทางการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทย 3) เพื่อสร้างแนวทางการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทย สำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ กลุ่มเจเนอเรชัน ซี การดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ด้วยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) การดำเนินการวิจัยแบ่งขอบเขตเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกขอบเขตด้านเนื้อหา ใช้การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาปกรณ์โลกศาสตร์ที่กล่าวถึงสวรรค์ฉกามาพรโดยละเอียดจำนวน 4 เรื่อง คือ โลกบัญญัติ ไตรภูมิกถา จกฺกวาฬทีปนี และไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) ตามแนวทางของ Booth, Sutton และ Papaioannou (2016) ส่วนที่สองขอบเขตด้านการออกแบบ ดำเนินการวิจัยโดยใช้วิธีการการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ และวิธีการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ Practice-led Research ของปรีชา เถาทอง (2557) โดยสรุปผลการศึกษาวิจัยตามวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้ดังนี้: 1) ส่วนประกอบ (Elements) ของสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์พุทธศาสนาเถรวาทไทย นอกเหนือจากส่วนประกอบที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เช่น ช้างเอราวัณและต้นปาริฉัตร พบว่ามีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่หลากหลายและควรค่าแก่การศึกษาเพิ่มเติม 2) บุคลิกภาพการสื่อสาร (Mood & Tone) ของสวรรค์ในปกรณ์โลกศาสตร์ทั้ง 4 เรื่อง ปรากฏบุคลิกภาพการสื่อสารร่วมกัน 6 ลักษณะ แบ่งเป็นบุคลิกภาพหลัก 4 ประการ ได้แก่ Casual, Gorgeous, Natural, Elegant และบุคลิกภาพรอง …


การศึกษาพฤกษเคมีและการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสของสารสกัดใบหม่อน,ใบปอสาและชะเอมเทศ, กรภัทร ดุริยพันธุ์ Jan 2023

การศึกษาพฤกษเคมีและการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสของสารสกัดใบหม่อน,ใบปอสาและชะเอมเทศ, กรภัทร ดุริยพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผิวกระจ่างใสนั้นเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของผู้หญิงในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในระดับโลก โดยมีผู้บริโภคจำนวนมากที่เริ่มหันมานิยมใช้ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติมากขึ้น โดยมีรายงานว่ามีพืชบางชนิดเช่น ชะเอมเทศและกลุ่มของเบอร์รี่มีประสิทธิภาพทำให้ผิวขาวขึ้น จุดมุ่งหมายของการศึกษานี้เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากหม่อน สารสกัดจากต้นปอสาและสารสกัดจากชะเอมเทศ ที่มีการเพาะปลูกในประเทศไทยเพื่อนำไปใช้เป็นสารให้ความขาวในเครื่องสำอาง โดยในการศึกษาครั้งนี้เลือกสารสกัดทั้ง 3 ชนิดที่สามารถเพาะปลูกได้ในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยและยังเป็นพืชในอุตสาหกรรมต่างๆแล้วได้นำมาสกัดด้วยการหมักเอทานอล ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบของพฤกษเคมีรวม ปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด ปริมาณแทนนินทั้งหมด และปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด รวมไปถึงฤทธิ์การต้านเอนไซม์ไทโรซิเนสในหลอดทดลองของสารสกัดเดี่ยวและสารสกัดผสม จากผลการศึกษาพบว่าปริมาณฟีนอลิกรวมและปริมาณแทนนินรวมสูงสุดพบได้ในสารสกัดหม่อนความเข้มข้น 5% โดยมีค่าเท่ากับ 0.590 mg GAE/g และ 0.606 mg TAE/g ตามลำดับ และปริมาณฟลาโวนอยด์รวมสูงสุดพบได้ในสารสกัดต้นปอสาความเข้มข้น 5% โดยมีค่าเท่ากับ 0.682 mg QE/g ในบรรดาพืชทั้ง 3 ชนิดพบว่าสารสกัดจากชะเอมเทศที่ความเข้มข้น 5% มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสสูงที่สุดทั้งสารเดี่ยวและสารผสม ตามด้วยใบปอสา และใบหม่อนซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสเท่ากับ 88.84, 87.05 และ 24.41 % ตามลำดับและจากการทดสอบกับสารผสมพบว่าเมื่อนำมาผสมกันในอัตราส่วน 5:0,4:1,3:2,2:3,1:4 และ0:5 พบว่าไม่มีสารใดที่มีประสิทธิภาพเหนือกรดโคจิก(96.83%) และยังพบว่าที่สารเดี่ยวความเข้มข้น 5% มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับกรดโคจิกยกเว้นสารสกัดใบหม่อน จากการทดลองมีแนวโน้มเป็นไปได้ว่ามีการออกฤทธิ์แบบต้านกันอาจเกิดมาจากความคงตัวของสารที่มาจากธรรมชาติส่งผลให้การทดลองอาจจะมีการคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดเหล่านี้มีความสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส


การออกแบบเรขศิลป์ตราสินค้าไลฟ์สไตล์ “แบ็ค ทู ทีน” สำหรับสามกลุ่มประชากร, ณัฐธิดา ทรัพย์สอน Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์ตราสินค้าไลฟ์สไตล์ “แบ็ค ทู ทีน” สำหรับสามกลุ่มประชากร, ณัฐธิดา ทรัพย์สอน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์ ไลฟ์สไตล์แบรนด์ “Back2TEEN” สำหรับกลุ่มเป้าหมายสามกลุ่มประชากร โดยมีขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างของ ไลฟ์สไตล์แบรนด์ “Back2TEEN” 2) แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างเพื่อ พิจารณาการใช้สื่อและความต้องการของกลุ่มตัวอย่างทั้งสามกลุ่มประชากร คือ Baby Boomer, Gen X และ Gen Y ที่มีต่อไลฟ์สไตล์แบรนด์ “Back2TEEN” 3) แบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาแนวทางการออกแบบและสารที่ต้องการสื่อ บุคลิกภาพ ที่เหมาะสม 4) รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการสัมภาษณ์และการสอบถามกลุ่มเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์แบรนด์ “Back2TEEN” 5) วิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด 4Ps, SWOT Analysis, Nostalgia Marketing และ Sensory Marketing จากแบรนด์ตัวอย่าง 6) วิเคราะห์ข้อมูลสรุปแนวทางที่ได้รับความนิยมของแนวทางการออกแบบตราสัญลักษณ์กับแบรนด์ตัวอย่าง 7) วิเคราะห์ข้อมูลสรุปแนวทางที่ได้รับความนิยมของแนวทางการออกแบบภาพประกอบกับแบรนด์ตัวอย่าง เป็นต้น ผลการวิจัยพบว่า สารที่ต้องการสื่อ ได้แก่ Give back my Teenager...เอาชีวิตวัยรุ่นของเราคืนมา! ผ่าน ไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่มีชื่อว่า Back2TEEN เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของความทรงจำ ความสุขของผู้คนที่จะนำพาเอาความสุข ความสบายใจและความทรงจำต่าง ๆ ในอดีตกลับมาให้ทุกเพศทุกวัย ทุกเจเนอเรชั่นได้หวนคิดถึงวันวานกันอีกครั้งในรูปแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงแฝงกลิ่นอายของวันวานที่ทำให้หวนนึกถึง โดยมีบุคลิกภาพ ได้แก่ Casual(สบาย ๆ ไม่มีกฏเกณฑ์) Free (อิสระ ตามใจอยาก) และ Simple (เรียบง่าย) โดยสื่อสารผ่านกลุ่มเป้าหมายสามกลุ่มประชากรหลัก ๆ 3 กลุ่มคือ Baby Boomer, Gen X และ Gen Y ผ่านสารที่ต้องการจะสื่อและบุคลิกภาพที่เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและโดดเด่นในยุคสมัยนั้น ๆ คือ 1. Baby Boomer: สารที่ต้องการสื่อ ได้แก่ SAFE ZONE No.70 โดยมีบุคลิกภาพ ได้แก่ Dynamic (มีการเคลื่อนไหว …


การอภิบาลความร่วมมือเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาบนพื้นที่จังหวัด, ชัชวินธ์ ตันติเวชวาณิชย์ Jan 2023

การอภิบาลความร่วมมือเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาบนพื้นที่จังหวัด, ชัชวินธ์ ตันติเวชวาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการอภิบาลความร่วมมือเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาที่เกิดขึ้นบนพื้นที่สามจังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี พิษณุโลก และสุโขทัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งพื้นที่นำร่อง 20 จังหวัด ในโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2562 -2564 (ระยะที่ 1-2) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตลอดจนการศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัด และเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของพื้นที่กรณีศึกษา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการวิจัยเชิงเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างจากผู้มีส่วนร่วมในระดับนโยบายและพื้นที่ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ และภาคส่วนอื่น ๆ จำนวน 30 คน ผลการศึกษาพบว่า การอภิบาลเครือข่ายในระยะเริ่มต้นของแต่ละพื้นที่กรณีศึกษามีลักษณะที่สอดคล้องกับแนวคิดภายใต้กระบวนทัศน์การอภิบาลแตกต่างกัน สุราษฎร์ธานี สอดคล้องกับแนวคิดการบริการกิจการบ้านเมืองแบบร่วมมือกัน พิษณุโลก สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการปกครองเครือข่ายในรูปแบบเครือข่ายที่มีหน่วยงานนำแห่งเดียว และสุโขทัย มีความสอดคล้องกับการบริหารกิจการบ้านเมืองเชิงพื้นที่ แต่เมื่อขับเคลื่อนงานได้ระยะหนึ่งทุกจังหวัดมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ตัวแบบการบริหารกิจการบ้านเมืองเชิงพื้นที่เหมือนกันทุกจังหวัด ด้านภาวะผู้นำที่คล้ายกันคือ ผู้นำมีอำนาจบารมีที่สั่งสมในแวดวงด้านการศึกษา ด้านแรงจูงใจพบว่า ตัวแสดงภาครัฐเน้นการผสานผลงานเครือข่ายกับผลงานองค์กรและผู้ปฏิบัติ ส่วนภาคประชาสังคมใช้แรงจูงใจที่เป็นตัวเงิน ด้านกระบวนการอภิบาลความร่วมมือพบว่า แต่ละจังหวัดใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีและพิษณุโลกใช้ความสัมพันธ์ในแนวราบ ส่วนจังหวัดสุโขทัยเน้นความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง ด้านโครงสร้างมีลักษณะร่วม คือ การสร้างความชอบธรรมผ่านเอกสารที่รัฐรับรอง มีการแบ่งโครงสร้างภายในแบ่งออกเป็น 3 กลไก ได้แก่ คณะกรรมการระดับจังหวัด คณะกรรมการเชิงภารกิจ และคณะกรรมการเชิงพื้นที่ย่อย (อำเภอ/ตำบล) ด้านระบบบริหารจัดการพบว่า การระดมอาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานหลักที่มีนัยสำคัญต่อความสำเร็จของเครือข่าย และการมีกลไกช่วยเหลือรายกรณีที่ใกล้ชิดกับชุมชนมีนัยสำคัญต่อการบรรลุพันธกิจของเครือข่าย ด้านกลยุทธ์การเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่าย ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่เป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ข้ามจังหวัด การรณรงค์สื่อสารต่อสาธารณชน และการจัดตั้งกองทุนรองรับในระยะยาว ข้อค้นพบสำคัญจากการศึกษาในครั้งนี้ พบว่า ในบริบทสังคมไทยการอภิบาลความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยปราศจากการหน่วยงานภายนอก อิทธิพลของระบบราชการที่ฝังรากลึกส่งผลให้การออกแบบโครงสร้างเครือข่ายต้องอาศัยอำนาจรัฐรับรองความชอบธรรม และหากพื้นที่ใดภาคประชาสังคมไม่เข้มแข้งจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้หน่วยงานของรัฐผูกขาดบทบาทได้ง่าย


การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีนในวิถีวิตามินดีและความเสี่ยงต่อภาวะออทิซึมสเปกตรัมในประชากรไทย, ชาญณรงค์ แซ่ฉั่ว Jan 2023

การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีนในวิถีวิตามินดีและความเสี่ยงต่อภาวะออทิซึมสเปกตรัมในประชากรไทย, ชาญณรงค์ แซ่ฉั่ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม (Autism spectrum disorder; ASD) เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่สำคัญ โดยพบว่ามีความชุกของโรคที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามสาเหตุและกลไกในการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมยังไม่ทราบแน่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมีรายงานถึงบทบาทของวิตามินกับภาวะออทิซึมสเปกตรัม วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือศึกษาการเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีนในวิถีเมทาบอลิกของวิตามินดีและความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและระดับความรุนแรงของโรคในเด็กไทย การศึกษานี้มีจำนวนอาสาสมัคร 276 ราย โดยเป็นกลุ่มเด็กที่มีภาวะออทิซึมสเปกตรัม 169 ราย และกลุ่มควบคุมเป็นเด็กที่ไม่มีโรคทางระบบประสาท 107 ราย ซึ่งได้ทำการตรวจวิเคราะห์ภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน CYP2R1, CYP27B1, GC และ VDR โดยเทคนิค TaqMan-based real-time Polymerase Chain Reaction (PCR) และตรวจวิเคราะห์ระดับวิตามินดีในกระแสเลือดโดยใช้เทคนิค Chemiluminescence Immunoassay (CLIA) โดยเด็กที่พบภาวะออทิซึมสเปกตรัมจะได้รับการตรวจระดับความรุนแรงของภาวะออทิซึมสเปกตรัมด้วย Childhood Autism Rating Scale, 2nd Edition (CARS2) โดยผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน CYP2R1, CYP27B1, VDR และ GC (rs4588) ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัม อย่างไรก็ตามการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน GC (rs7041 (A>C)) มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีการขาดระดับวิตามินดีร่วมด้วย นอกจากนี้ผลศึกษาพบว่าไอโซฟอร์มของ GC1s และ GC1s-GC1s ฟีโนไทป์มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมตลอดจนความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัม โดยสรุปการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน GC (rs7041 (A>C)) และไอโซฟอร์ม GC1s อาจเป็นตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรมที่สามารถช่วยในการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัมในเด็กไทยได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามการศึกษาในอนาคตควรศึกษาในกลุ่มประชากรที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้


มาตรการกำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกม: กลไกเพื่อความสนุกหรือการพนันแฝง, อนันตพันธุ์ ฐิติกุลวาณิช Jan 2023

มาตรการกำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกม: กลไกเพื่อความสนุกหรือการพนันแฝง, อนันตพันธุ์ ฐิติกุลวาณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ มาตรการกำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกม: กลไกเพื่อความสนุกหรือการพนันแฝง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเพื่อศึกษาการทำงานของระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมว่าเป็นกลไกเพื่อความสนุกหรือการพนันแฝง ผลกระทบที่อาจเกิดต่อผู้เล่นและต่อสังคม และเพื่อมาตรการกำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมของประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อเสนอแนวทางที่เหมาะสมในการกำกับควบคุมการใช้ระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมสำหรับประเทศไทย โดยศึกษาเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยเชิงเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญในหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จำนวน 17 คน ผลการศึกษาพบว่า การทำงานของระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกม เป็นทั้งระบบที่เป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอเกมและระบบที่มีลักษณะและการส่งผลทางจิตเหมือนกับการพนัน เสมือนการพนันแฝงภายในวิดีโอเกม แต่ระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมไม่มีสถานะเป็นการพนันตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมส่งผลกระทบทั้งในด้านความไม่เป็นธรรมต่อผู้เล่น ด้านสุขภาพ และด้านเศรฐกิจและสังคม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาอาชญากรรมอื่นตามมา ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายหรือหน่วยงานใดที่กำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมโดยตรง และไม่มีมาตรการของภาคเอกชนไทยในการกำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกม ในส่วนของมาตรการกำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมของต่างประเทศ ในส่วนของภาครัฐมีการใช้มาตรการทางกฎหมายการพนัน กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมโดยตรง ภาคเอกชนมีการทำข้อตกลงในภาคอุตสาหกรรมเกม มีมาตรการของร้านค้าออนไลน์ และมาตรการจัดเรทวิดีโอเกม แนวทางของมาตรการกำกับควบคุมระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย คือ 1) มีการนิยามการพนันไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน 2) ให้มีกฎหมายเกี่ยวกับระบบกล่องสุ่มภายในวิดีโอเกมโดยตรง 3) ให้มีการจัดเรทวิดีโอเกมโดยพิจารณาจากระบบการเล่น 4) ให้มีมาตรการสำหรับผู้ให้บริการเกมจากต่างประเทศ นอกจากนี้ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เพิ่มเติม และส่งเสริมการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง


การนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก, อภิชญา จันทร์ฉลอง Jan 2023

การนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก, อภิชญา จันทร์ฉลอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ต้องการคำตอบคำถามวิจัยที่ว่าการนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กเป็นอย่างไร เกิดภาระทางการบริหารและประโยชน์อย่างไรบ้าง ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก 8 กิจการ ผลการวิจัยพบว่า ประการที่หนึ่ง สามารถแบ่งลักษณะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) กิจการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กแบบดั้งเดิมที่ดำเนินกิจการด้วยการใช้ถ่านหินหรือแก๊สธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า 2) กิจการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีหัวใจสีเขียวที่ดำเนินกิจการด้วยการใช้ลมหรือแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้า 3) กิจการไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ชีวมวลจากกิจการหลักเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ตลาดไฟฟ้าของไทยได้รับการปกป้องโดยรัฐและมีผู้แข่งขันเพียงน้อยราย ทำให้ไม่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากผู้บริโภคหรือตลาดภายนอกประเทศ ประการที่สอง งานวิจัยพบว่า ปัจจุบันนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังขาดความชัดเจน เนื่องจากยังไม่ได้มีการออกข้อกฎหมายที่เป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการใช้เครื่องมือเชิงนโยบายแบบบังคับ (Sticks) แต่เป็นลักษณะการใช้เครื่องมือเชิงนโยบายแบบจูงใจ (Carrots) และแบบการสื่อสาร (Sermons) ซึ่งความไม่สมบูรณ์ของการใช้เครื่องมือเชิงนโยบายนี้อาจมีส่วนทำให้ประเทศไทยไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้ ประการที่สาม ผู้ผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินกิจการแบบดั้งเดิมด้วยเชื้อเพลิงถ่านหินหรือแก๊สธรรมชาติ มีการปรับตัวและแบกรับต้นทุนภาระทางการบริหารมากกว่ากิจการไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ชีวมวลจากกิจการหลัก ในขณะที่ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจด้วยการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดแบกรับภาระทางการบริหารน้อยที่สุด เนื่องจากการดำเนินการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดถือเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการปฏิบัติตามนโยบายของธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็กเกิดจากการความจำเป็นต้องปรับตัวตามกลไกตลาดมากกว่าการกำหนดนโยบายของภาครัฐถึงแม้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กจะมีภาระทางการบริหารจากการนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติ ที่สำคัญได้แก่ ต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ก็ได้รับผลประโยชน์จากการปฏิบัติตามนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การเกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กร โดยผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ คือ ควรใช้เครื่องมือเชิงนโยบายแบบบังคับให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กส่วนใหญ่มีความพร้อมในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว


ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาเชิงรุกตามแนวคิดอุดมการณ์โอลิมปิกที่มีต่อพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนมัธยมศึกษา, รัชดาภรณ์ แจ้งไพร Jan 2023

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาเชิงรุกตามแนวคิดอุดมการณ์โอลิมปิกที่มีต่อพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนมัธยมศึกษา, รัชดาภรณ์ แจ้งไพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลของพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง 2) เปรียบเทียบผลของพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 64 คน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่สำนักการศึกษาเมืองพัทยา กระทรวงมหาดไทย แบ่งออกเป็น กลุ่มทดลอง จำนวน 32 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาเชิงรุกตามแนวคิดอุดมการณ์โอลิมปิกที่มีต่อพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬา จำนวน 8 แผน มีค่าดัชนีความสอดคล้องรวมอยู่ระหว่าง 0.92 – 0.96 แบบวัดพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬามีค่าดัชนีความสอดคล้องรวมอยู่ระหว่าง 0.80 – 1.00 ค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.92 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนน พฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาโดยการทดสอบค่า “ที” ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาของกลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาของกลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลวิจัยได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาเชิงรุกตามแนวคิดอุดมการโอลิมปิกสามารถพัฒนาพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนมัธยมศึกษาได้


ปัญหาการรับรู้รายได้เพื่อการคำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร:ศึกษากรณีรายได้จากการให้บริการของธุรกิจให้บริการคลาวด์ (Cloud), ธีรารัตน์ นิธิสันถวะคุปต์ Jan 2023

ปัญหาการรับรู้รายได้เพื่อการคำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร:ศึกษากรณีรายได้จากการให้บริการของธุรกิจให้บริการคลาวด์ (Cloud), ธีรารัตน์ นิธิสันถวะคุปต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด และหลักการรับรู้รายการรายได้ธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ตามมาตรฐานการบัญชี และตามประมวลรัษฎากรของประเทศไทย และเปรียบเทียบกับกฎหมายภาษีอากรของต่างประเทศ รวมทั้งมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ถูกใช้ในการอ้างอิง และเพื่อการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา หรืออุปสรรคในการรับรู้รายการรายได้ของธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ตามประมวลรัษฎากรในการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย รวมทั้งเพื่อศึกษา และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุง กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือแนวทางในการปฏิบัติการรับรู้รายการรายได้ของธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์เพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลให้สอดคล้องกับแนวคิดการจัดเก็บภาษีอากรที่ดีซึ่งจะช่วยให้กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง และเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี และเพื่อให้สอดคล้องกับการรับรู้รายได้ตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 จากการศึกษาพบว่าการรับรู้รายการรายได้ธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ โดยใช้เกณฑ์สิทธิของธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ตามประมวลรัษฎากรไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และลักษณะภาษีอากรที่ดี ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี และขัดต่อหลักความแน่นอนตามแนวคิดการจัดเก็บภาษีอากรที่ดี จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ดังนั้น บทสรุปของการศึกษานี้ ผู้ศึกษาวิจัยจึงเสนอแนะโดยนำหลักการรับรู้รายการรายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นแนวทางในการแก้ไข โดยให้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์โดยการออกคำสั่งสรรพากรเพื่อแก้ไขแนวปฏิบัติในการรับรู้รายการรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายได้ค่าบริการที่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า ข้อ 2 (1) แห่งคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.73/2541 การให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่น ในส่วนของหลักการรับรู้รายการรายได้ธุรกิจให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป และก่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี และหลักความแน่นอนตามแนวคิดการจัดเก็บภาษีอากรที่ดี รวมทั้งไม่ทำให้เกิดปัญหาความไม่สอดคล้องกันระหว่างการรับรู้รายการรายได้ และรายจ่ายตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 กับการรับรู้รายการรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรอันจะช่วยทำให้ภาครัฐได้รับรายได้ภาษีอากรที่ถูกต้อง ครบถ้วน สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดข้อพิพาทระหว่างรัฐ และผู้เสียภาษีอีกด้วย


แนวทางการกำหนดหลักการเสียภาษีนำเข้าของจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขันตามกฎหมายศุลกากรไทย, สรัช เพิ่มยงค์ Jan 2023

แนวทางการกำหนดหลักการเสียภาษีนำเข้าของจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขันตามกฎหมายศุลกากรไทย, สรัช เพิ่มยงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการนำเข้าจักรยานสองล้อเข้ามาในประเทศไทยมีพิกัดศุลกากรที่ต้องสำแดงแบ่งออกเป็น 4 พิกัด คือ รถจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขัน (8712.00.10) อัตราอากรร้อยละ 1 รถจักรยานสองล้อที่ออกแบบเพื่อให้เด็กขับขี่ (8712.00.20) อัตราอากรร้อยละ 30 รถจักรยานสองล้ออื่นๆ (8712.00.30) อัตราอากรร้อยละ 30 และ อื่นๆ (8712.00.90) อัตราอากรร้อยละ 30 ซึ่งเห็นได้ว่า อัตราอากรของจักรยานชนิดที่ใช้แข่งขันมีอัตราที่ต่ำที่สุด โดยการนำเข้าจักรยานชนิดนี้เป็นที่นิยมมาก แต่ในพิกัดดังกล่าวมีการกำหนดคำนิยามของจักรยานสองล้อดังกล่าวเพียงว่า “ชนิดที่ใช้แข่งขัน" ในกฎหมายศุลกากร แต่เดิมการนำเข้าจักรยานสองล้อในประเทศไทยมีเพียงพิกัดเดียวคือจักรยานสองล้อที่ไม่มีมอเตอร์ขับเคลื่อน (8712.00) อัตราอากรร้อยละ 40 ต่อมาเกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้นำเข้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แล้วมาร้องขอต่อกระทรวงการคลัง ให้มีการพิจารณาปรับลดอากรนำเข้าของจักรยานสองล้อ เพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทาง เพราะนอกจากจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดมลภาวะ รักษาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการจราจรติดขัด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งผลการพิจารณาคือมีการปรับลดอากรนำเข้าจักรยานสองล้อ โดยยังคงพิกัดจักรยานอื่นๆไว้ เนื่องจากต้องการปกป้องอุตสาหกรรมจักรยานสองล้อที่ผลิตในประเทศไว้ และเพิ่มพิกัดจักรยานชนิดที่ใช้แข่งขันขึ้นอีกหนึ่งพิกัด หลังมีการเพิ่มพิกัดจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขัน (8712.00.10) แล้ว ในช่วงแรกยังไม่มีอุปสรรคในการนำเข้า เพราะเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่พิจารณายังเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของการลดอากรดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่ภายหลังความเข้าใจดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ จึงเกิดการใช้ดุลยพินิจพิจารณาความเป็นจักรยานชนิดที่ใช้แข่งขันหรือไม่ จึงเป็นปัญหาขึ้นระหว่างศุลกากรกับผู้นำเข้าเรื่อยมา ต่อมาสำนักพิกัดกรมศุลกากรได้มีแนวทางการแก้ปัญหาการแบ่งแยกระหว่างพิกัดจักรยานทั่วไปกับจักรยานชนิดที่ใช้แข่งขัน โดยการขอให้สมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นผู้พิจารณารับรองรายละเอียดจักรยานชนิดที่ใช้แข่งขัน ดังกล่าว อย่างไรก็ตามการให้สมาคมจักรยานฯ รับรองพิกัดจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขันก็ยังประสบปัญหาในทางปฏิบัติอีก เพราะสมาคมฯจะยึดถือเฉพาะจักรยานชนิดที่ใช้แข่งขันในแบบของ UCIเท่านั้น แท้ที่จริงจักรยานที่มีคุณภาพดี ที่ใช้อะไหล่ อุปกรณ์ ทันสมัย เช่นเดียวกับจักรยานชนิดที่ใช้แข่งขันก็มีอยู่อีกมาก แต่กลับไม่ได้รับการรับรอง และกระบวนการการนำเข้าเกิดความล่าช้า มีความซ้ำซ้อน มีค่าใช้จ่ายสูง และอาจเกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้นำเข้าบางรายที่ต่างก็นำเข้าจักรยานชนิดเดียวกันที่สมาคมฯไม่ยอมรับรอง ดังนั้นการนำเข้าจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขันตามกฎหมายศุลกากรไทย จึงประสบปัญหา ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการตีความและใช้ดุลยพินิจ นำไปสู่การจัดเก็บอากรที่ผิดพลาด อีกทั้งการไม่มีคำนิยาม คำอธิบาย ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดปัญหาการตีความที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของการปรับลดอากรที่แท้จริง เอกัตศึกษาฉบับนี้ได้ใช้วิธีการศึกษาหาแนวทางแก้ปัญหาการไม่มีคำนิยามของจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขัน ซึ่งส่งผลต่อการนำเข้าจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขันตามกฎหมายศุลกากรไทย โดยการวิเคราะห์และเปรียบเทียบระหว่างการนำเข้าจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขันของประเทศไทยกับต่างประเทศ ซึ่งได้แก่ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (ประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศฝรั่งเศส) และประเทศเวียดนาม จากการศึกษาพบว่ากฎหมายศุลกากรของประเทศเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส ซึ่งมีการนำเข้าจักรยานที่มีลักษณะและคุณภาพที่หลากหลายเป็นจำนวนมาก จะมีพิกัดศุลกากรของจักรยานสองล้อเพียงพิกัดเดียว แม้จะมีผู้ผลิตจักรยานคุณภาพสูงภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ขณะที่การนำเข้าจักรยานสองล้อตามกฎหมายศุลกากรประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีการผลิตจักรยานสองล้อทั่วไปเพื่อใช้เป็นพาหนะรวมถึงมีการนำเข้าจักรยานสองล้อจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเริ่มมีการนำเข้าจักรยานคุณภาพสูงตามตลาดที่เติบโตมากขึ้น มีการแยกพิกัดชนิดที่ใช้แข่งขัน โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้ดุลยพินิจพิจารณาในการเสียภาษีนำเข้ารถจักรยานสองล้อชนิดที่ใช้แข่งขัน คือ …


การกำหนดความรับผิดทางอาญากรณีการนำข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นไปเผยแพร่เพื่อให้เกิดความเสียหาย, กวินญา ศิษยศาสตร์ Jan 2023

การกำหนดความรับผิดทางอาญากรณีการนำข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นไปเผยแพร่เพื่อให้เกิดความเสียหาย, กวินญา ศิษยศาสตร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา “การกระทำความผิดฐานเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความเสียหาย หรือ doxing" ผู้วิจัยมุ่งศึกษาปัญหาและความจำเป็นในการกำหนดความผิดอาญาเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความเสียหาย โดยได้ทำการศึกษาความหมายของข้อมูลระบุตัวตน ลักษณะและรูปแบบ มูลเหตุจูงใจ และผลกระทบจากการกระทำ doxing จากนั้นจึงศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลกับการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก และทฤษฎีการกำหนดความรับผิดทางอาญา รวมทั้งสำรวจบทบัญญัติของกฎหมายไทยที่ใกล้เคียง และศึกษาบทบัญญัติของกฎหมายต่างประเทศที่กำนหดให้ความผิด doxing เป็นความผิดเฉพาะ เพื่อวิเคราะห์และแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนากฎหมายไทยให้ตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาพบว่ากฎหมายของประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดให้การกระทำในลักษณะ doxing เป็นความผิดอาญาโดยตรง จึงต้องนำกฎหมายที่ใกล้เคียงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติอื่นมาปรับใช้แก่การกระทำความผิดนี้เพื่อคุ้มครองและเยียวยาผู้ตกเป็นเหยื่อ ในขณะที่กฎหมายของสาธารณรัฐสิงคโปร์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้กำหนดความผิดฐาน doxing ไว้เป็นฐานความผิดเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมถึงลักษณะของการกระทำความผิดดังกล่าวทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนะแนวทางในการคุ้มครองเหยื่อและผู้เสียหาย โดยการกำหนดให้ความผิดฐานเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนของผู้อื่นเพื่อให้ได้รับความเสียหายเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาโดยตรง และนำประเด็นตามกฎหมายต่างประเทศที่กำหนดถึงความผิดดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย


มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง, ฐิติสา มุ่งพาลชล Jan 2023

มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง, ฐิติสา มุ่งพาลชล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน หรือ Strategic Lawsuit Against Public Participation (SLAPP) เป็นการฟ้องคดีโดยที่โจทก์ไม่ได้มุ่งเอาชนะ แต่การดำเนินคดีเป็นไปเพื่อระงับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในประเด็นประโยชน์สาธารณะที่เป็นปรปักษ์กับตน เนื่องด้วยกระบวนพิจารณาคดีของศาลที่ยาวนาน โจทก์จึงใช้กระบวนพิจารณาคดีที่ยาวนานเป็นเครื่องมือ เพราะแม้ท้ายที่สุดศาลจะพิจารณาเนื้อหาของกฎหมายสารบัญญัติแล้วยกฟ้องโจทก์ แต่จำเลยต้องเผชิญกับการต่อสู้คดีที่ยาวนานจนถูกกดดันทางอารมณ์ และท้ายที่สุดจำเลยจะยุติการแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะไปเอง ปัญหาของการฟ้องปิดปากจึงเป็นการทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะคดีแพ่งที่โจทก์มักจะเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการฟ้องปิดปากจำเลยด้วยเงินไปโดยปริยาย เช่นนี้ การฟ้องปิดปากจึงเป็นการละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายลำดับสูงสุดได้บัญญัติรับรองไว้ การกระทำดังกล่าวจึงไม่สมควรได้รับการคุ้มครองจากศาลดังนั้น ผู้เขียนจึงได้เสนอมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง โดยการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยกำหนดมาตรการยุติคดีโดยเร็ว มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้มีการล่วงละเมิดเสรีภาพของบุคคลอื่นในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยใช้ศาลเป็นเครื่องมือให้อีกฝ่ายตกเป็นจำเลยในลักษณะเป็นการฟ้องปิดปากที่บริษัทเอกชนหรือนายทุนมักใช้เพื่อสร้างความยุ่งยากต่อผู้ที่มีความเห็นตรงข้ามกับตน การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากจะเป็นการรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก แก้ปัญหาการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ และแก้ปัญหาคดีล้นศาลเนื่องจากมีการกำหนดกระบวนการที่ทำให้คดีเสร็จไปจากศาลโดยเร็ว


ความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย, มรรยาท บุรมัธนานนท์ Jan 2023

ความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย, มรรยาท บุรมัธนานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย ในขอบเขตความผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยผู้วิจัยมุ่งศึกษาวิวัฒนาการความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ องค์ประกอบความผิด แนวคิดและการตีความกฎหมายในกรณีของการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหายไป เปรียบเทียบกับแนวคิดและมาตรการการลงโทษของกฎหมายต่างประเทศ ที่กำหนดให้การทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นสูญหายเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์จากการศึกษาพบว่าแนวคิดเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอาญาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ของประเทศไทย ในกรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย แบ่งออกเป็น 2 แนวคิด กล่าวคือ แนวคิดแรกเห็นว่า การทำให้ทรัพย์สูญหายถูกตีความว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำลาย อันเป็นลักษณะของการกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่ในอีกแนวคิดหนึ่งเห็นว่า วัตถุประสงค์ของการลงโทษความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ต้องเป็นการกระทำต่อทรัพย์โดยตรงเท่านั้น จึงไม่ครอบคลุมถึงการทำให้ทรัพย์สูญหายด้วย จากปัญหานี้ทำให้การตีความกฎหมายถูกแบ่งเป็น 2 แนวทาง ไม่มีความชัดเจนแน่นอน ขัดต่อหลักประกันทางอาญา และการไม่กำหนดให้การทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหายให้เป็นความผิดอาญาที่ชัดเจน ย่อมเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่ผู้กระทำผิดไม่ได้รับการลงโทษที่ได้สัดส่วนกับการกระทำ และผู้เสียหายไม่ได้รับความยุติธรรมจากการดำเนินคดีดังนั้นผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาความรับผิดในทางอาญากรณีการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมสูญหาย โดยการเสนอให้เพิ่มเติม “ทำให้สูญหาย" ให้เป็นลักษณะการกระทำที่เป็นความผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 อันเป็นการขยายขอบเขตวัตถุประสงค์ที่กฎหมายมุ่งคุ้มครอง


Correlation Between Air-Trapping And Severity Of Dyspnea In Non-Cystic Fibrosis Bronchiectasis, Saharat Yothinnoratham Jan 2023

Correlation Between Air-Trapping And Severity Of Dyspnea In Non-Cystic Fibrosis Bronchiectasis, Saharat Yothinnoratham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

BACKGROUND: Bronchiectasis is an increasing problem worldwide. Most of bronchiectasis are idiopathic, mainly found in elderly. Patients usually suffer from chronic daily cough and phlegm and breathlessness. FEV1 has been used in many airway diseases such as asthma, COPD, in diagnosis and evaluation of dyspnea severity. However, its correlation with dyspnea in bronchiectasis is controversial. METHODS: Bronchiectasis patients with age more than 18 years old, all diagnosed with CT scan were enrolled. Patients who had history of exacerbation or infection within 4 weeks were excluded. The dyspnea was assessed using 4 symptoms score including mMRC, CAT score, VAS score, and …


พลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กําเนิดที่มารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สุธาวี สมบูรณ์ทรัพย์ Jan 2023

พลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กําเนิดที่มารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สุธาวี สมบูรณ์ทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงพรรณาเพื่อศึกษาพลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิดที่มารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อายุ 13-18 ปี จำนวน 73 คน โดยมีครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลแบบประเมินความผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อน แบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็กและแบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดย สถิติเชิงพรรณนา และ สถิติ Chi-square และ Pearson correlation ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีค่าคะแนนเฉลี่ยพลังสุขภาพจิตระดับปานกลาง ช่วงอายุ 13-15 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 81.6 ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีช่วงอายุ 16-18 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 77.1 โดยมีปัจจัยที่สัมพันธ์กับพลังสุขภาพจิต ได้แก่ ด้านสถานภาพสมรสของผู้ปกครอง ความผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อน ซึ่งปัจจัยด้านโรคและภาวะซึมเศร้าไม่มีความสัมพันธ์กับพลังสุขภาพจิต ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถเป็นข้อมูลพื้นฐานระดับพลังสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เพื่อนำเป็นแนวทางในการประเมินสุขภาพจิตและพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะการสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการดูแลวัยรุ่นของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน เพื่อส่งเสริมพลังสุขภาพจิตแก่วัยรุ่นกลุ่มนี้


ความเครียด คุณภาพชีวิต และปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ภัทรียา แก่นกระโทก Jan 2023

ความเครียด คุณภาพชีวิต และปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ภัทรียา แก่นกระโทก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เหตุผลของการทำวิจัย : มีการศึกษาพบว่าจากลักษณะงาน ความรับผิดชอบ ความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ ส่งผลต่อทั้งความเครียดและคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพ การศึกษาถึงระดับความเครียด คุณภาพชีวิต และปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตอาจใช้เป็นแนวทางในการป้องกัน เพื่อช่วยลดระดับความเครียดที่เกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทำงาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้ วิธีการทำวิจัย : การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณาในพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งทั้งแผนกผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 119 คน เก็บข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม -17 สิงหาคม 2566 โดยใช้แบบสอบถามแบบตอบด้วยตนเอง ซึ่งประกอบด้วย 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลด้านการทำงาน 3) แบบสอบถามปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดด้านการทำงาน 4) แบบสอบถามความเครียด 5) แบบสอบถามระดับคุณภาพชีวิต สถิติที่ใช้ได้แก่ สถิติเชิงพรรณาและสถิติเชิงอนุมาน คือ สถิติ Chi-square และ Fisher’s Exact Test ผลการศึกษา : พบว่าร้อยละ 55.5 มีความเครียดในระดับปกติ และพบว่าร้อยละ 59.7 มีคุณภาพชีวิตโดยรวมปานกลาง ร้อยละ 39.5 มีคุณภาพชีวิตโดยรวมสูง คะแนนเฉลี่ย 92.7 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 12.6) โดยปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับความเครียด ได้แก่ อายุ ความเพียงพอในการนอนหลับ โรคประจำตัว แผนกที่ปฏิบัติงานหลัก ประสบการณ์ในการทำงาน ตำแหน่ง ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็ง ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรักษาแบบประคับประคอง และความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน ปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับคุณภาพชีวิตได้แก่ สถานภาพสมรส รายได้ ความเพียงพอของรายได้ จำนวนชั่วโมงการนอนหลับ ความเพียงพอในการนอนหลับ โรคประจำตัว แผนกที่ปฏิบัติงานหลัก ประสบการณ์ในการทำงาน ลักษณะการขึ้นปฏิบัติงาน ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการให้ยาเคมีบำบัด ลักษณะการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการรักษาแบบประคับประคอง และความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน และพบว่าปัจจัยที่ทำนายระดับความเครียดของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้ คือ โรคประจำตัว และประสบการณ์การทำงาน ปัจจัยทำนายระดับคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้ คือ จำนวนชั่วโมงการนอนหลับ และความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน สรุป : ส่วนใหญ่พยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งมีความเครียดระดับปกติ มีคุณภาพชีวิตโดยรวมระดับปานกลาง จากการศึกษาครั้งนี้ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเครียดและคุณภาพชีวิตสามารถใช้เป็นแนวทางในการป้องกัน เพื่อช่วยลดระดับความเครียดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านการทำงาน ส่งเสริมให้พยาบาลวิชาชีพที่ให้การพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ …


Techno-Economic Analysis Of Dimethyl Ether Production Via Direct Hydrogenation Of Co2, Boonyasit Farkham Jan 2023

Techno-Economic Analysis Of Dimethyl Ether Production Via Direct Hydrogenation Of Co2, Boonyasit Farkham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

To achieve carbon neutrality by 2050, alternative and sustainable fuels are receiving significant attention. One of the interesting options is dimethyl ether (DME), which can be synthesized from CO2. This research aimed to simulate DME production from CO2 by comparing indirect synthesis (two-step process) and direct synthesis (one-step process) methods. This study found that the one-step process had negative net CO2 emissions, with values of -1.16 tons CO2 per ton of DME. It also consumed less energy compared to that of the two-step process. This was because the amount of methanol generated in the two-step process was higher than in …


Endoscopic Image Super-Resolution Algorithm Using Edge And Disparity Awareness, Mansoor Hayat Jan 2023

Endoscopic Image Super-Resolution Algorithm Using Edge And Disparity Awareness, Mansoor Hayat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Integrating Stereo Imaging technology into endoscopic procedures marks a significant leap forward in medical imaging. This technology equips surgeons with enhanced depth perception and intricate views of internal structures, improving diagnostic accuracy and surgical precision. However, implementing stereo imaging in endoscopy presents certain challenges, such as low- resolution and blurred images that can compromise the quality of medical diagnoses and interventions. To address these issues, our research has developed a cutting-edge endoscopic image super-resolution model. This model incorporates a feature extraction module and a sophisticated cross-view feature interaction module, specifically designed to tackle the complexities of endoscopic images. It was …


แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว Jan 2023

แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเรียนรู้โดยคำกระตุ้น (Prompt-based learning) ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจำแนกประเภทข้อความในสถานการณ์ที่มีข้อมูลแบบน้อยนัด (Few-shot settings) ซึ่งเหนือกว่าวิธีการการปรับใช้แบบจำลองอย่างเต็มรูปแบบ (Full fine-tune) วิธีการนี้แปลงข้อมูลข้อความด้วยแม่แบบที่กำหนดขึ้น เพื่อให้แบบจำลองพยากรณ์คำที่ถูกปิดบัง (Masked language modeling) จากนั้นใช้ตัวแปลงคำ (Verbalizer) เพื่อจับคู่ผลลัพธ์ของแบบจำลองกับป้ายกำกับที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม วิธีการจำแนกประเภทข้อความด้วยการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นถูกพัฒนาสำหรับชุดข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการใช้งานในภาษาทรัพยากรต่ำ เช่น ภาษาไทย เพื่อแก้ไขปัญหานี้ งานวิจัยนี้ได้แนะนำวิธีการสองแบบ ได้แก่ LAAV สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีป้ายกำกับเดียว และ PLAML สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ โดยทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้โดยคำกระตุ้น สำหรับการจำแนกประเภทข้อความด้วยข้อมูลแบบน้อยนัด LAAV เสริมประสิทธิภาพด้วยการรวมคำ "และ" เข้าไป ทำให้สามารถสร้างคำที่เหมาะสมกว่าสำหรับตัวแปลงคำ และปรับให้ป้ายกำกับเข้ากับผลลัพธ์ของโมเดลภาษาได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน PLAML ก็ได้รับการพัฒนาเพื่อรับมือกับข้อจำกัดของการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ ซึ่งแต่ละป้ายกำกับมักมีความสัมพันธ์กัน โดยเสนอเทคนิคสามอย่าง ได้แก่ ค่าน้ำหนักของคำตัวแทนที่รับรู้ป้ายกำกับ แม่แบบที่รับรู้ป้ายกำกับ และกลไกการกำหนดเกณฑ์แบบเปลี่ยนแปลงได้ จากการทดลองพบว่า เทคนิค LAAV และ PLAML ได้เพิ่มความแม่นยำในการจำแนกประเภททั้งในชุดข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการจำลองสารสนเทศอาคารเป็นพื้นฐานเพื่อการจัดการระบบปรับอากาศ, จิราธิป ตรีทิพยบุตร Jan 2023

แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการจำลองสารสนเทศอาคารเป็นพื้นฐานเพื่อการจัดการระบบปรับอากาศ, จิราธิป ตรีทิพยบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling, BIM) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายตลอดวงจรชีวิตอาคาร โดยเฉพาะการดำเนินการและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance, O&M) BIM สามารถรวบรวมข้อมูลระบบโครงสร้าง ระบบสถาปัตยกรรม และระบบประกอบอาคารต่าง ๆ รวมถึงระบบปรับอากาศซึ่งมีต้นทุน O&M สูง ข้อมูลที่หลากหลายจำเป็นต่อการวิเคราะห์และการตัดสินใจซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูล อย่างไรก็ตามการประยุกต์ใช้ BIM สำหรับการดำเนินการและบำรุงรักษาอาคารยังค่อนข้างจำกัด รวมถึงการวิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของระบบปรับอากาศ งานวิจัยนี้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มี BIM เป็นพื้นฐานเพื่อจัดการระบบปรับอากาศ แพลตฟอร์มนี้บันทึกข้อมูลที่สำคัญของระบบปรับอากาศในช่วง O&M ของอาคารร่วมกับข้อมูลต้นทุนและการใช้งานระบบปรับอากาศเพื่อวิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิต ผลวิเคราะห์นี้ถูกใช้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจการลงทุนว่าควรจะเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่หรือใช้เครื่องปรับอากาศเดิมต่อไป ระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือส่วนจัดการข้อมูลของระบบปรับอากาศจากแบบจำลอง BIM และต้นทุนการใช้งานระบบปรับอากาศ ส่วนที่สองคือการวิเคราะห์ต้นทุนเหล่านี้โดยอาศัยแนวคิดการวิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิต (LCCA) และส่วนสุดท้ายคือการแสดงข้อมูลและผลการวิเคราะห์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้ถูกประยุกต์ใช้วิเคราะห์ต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของระบบปรับอากาศอาคารจามจุรี 5 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถจัดการข้อมูลของเครื่องปรับอากาศของอาคารดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถช่วยตัดสินใจในการลงทุนสำหรับเครื่องปรับอากาศที่มีอยู่อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าของอาคาร


วัสดุผสมขั้นสูงของไบโอชาร์และโครงสร้างโลหะอินทรีย์ (Mofs) สำหรับการเก็บไฮโดรเจน, แซมสัน บามิเดเล อาคินโดเย Jan 2023

วัสดุผสมขั้นสูงของไบโอชาร์และโครงสร้างโลหะอินทรีย์ (Mofs) สำหรับการเก็บไฮโดรเจน, แซมสัน บามิเดเล อาคินโดเย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในยุคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการขนส่ง ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้จำเป็นต้องมีแนวทางแก้ไขที่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงแบบเดิมๆ การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงที่ประกอบด้วยถ่านชีวภาพและกรอบโลหะ-อินทรีย์ (MOF) เพื่อการจัดเก็บไฮโดรเจนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราประเมินวัสดุแต่ละชนิด (ถ่านชีวภาพและ MOF) และส่วนประกอบของวัสดุเหล่านี้เกี่ยวกับความสมบูรณ์ของโครงสร้าง สัณฐานวิทยาของพื้นผิว ความพรุน การกระจายขนาดรูพรุน กลุ่มฟังก์ชันของพื้นผิว และความสามารถในการกักเก็บไฮโดรเจน ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถปูทางไปสู่ความก้าวหน้าใหม่ๆ ในด้านวัสดุคอมโพสิตและกระทรวงการคลังเฉพาะทางสำหรับการจัดเก็บไฮโดรเจน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความยั่งยืนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการขนส่งในอนาคต