Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 2101 - 2130 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน, จินต์สิรี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา Jan 2024

การพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน, จินต์สิรี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน (Customer experience in virtual event marketing communication หรือ CEVEM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างกรอบแนวคิด (Conceptualization) ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน 2) พัฒนาเครื่องมือวัด (Measurement) ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน ที่มีความเที่ยง (Reliability) และความตรง (Validity) และ 3) ทดสอบความไม่แปรเปลี่ยน (Invariance) ของเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนที่พัฒนาขึ้น ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่สื่อสาร โดยงานวิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed methods) เริ่มต้นจากการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary analysis) และสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interviews) กับนักวิชาการ 6 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม 6 ท่าน จากนั้นจึงได้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey research) กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับชมการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนจำนวน 453 คน ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory factor analysis) พบว่า มาตรวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนประกอบไปด้วย 6 มิติ อันได้แก่ 1) ประสบการณ์ความใหม่ 2) ประสบการณ์ความสัมพันธ์ 3) ประสบการณ์ความลื่นไหล 4) ประสบการณ์ปัญญา 5) ประสบการณ์อารมณ์ และ 6) ประสบการณ์กายภาพ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคอยู่ที่ .97 จึงถือได้ว่า มาตรวัดนี้มีความเที่ยง และจากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory factor analysis) พบว่า โมเดลที่พัฒนาขึ้นมีความตรงเชิงโครงสร้าง นอกจากนั้น ผลการทดสอบความไม่แปรเปลี่ยนยังแสดงให้เห็นว่า มาตรวัดที่สร้างขึ้นนั้น ไม่มีความแปรเปลี่ยนตามประเภทผลิตภัณฑ์ โดยสามารถใช้ได้ในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนทั้งประเภทผลิตภัณฑ์และการบริการ (Generalizability) และสุดท้าย การทดสอบอิทธิพลชี้ให้เห็นว่า ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนนั้น ส่งอิทธิพลเชิงบวกต่อทั้งทัศนคติต่อตราสินค้า (Brand attitude) และความพึงพอใจต่องานอีเวนต์ (Event satisfaction) ตามลำดับ


การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทยที่เป็นที่นิยมในช่วงปีพ.ศ.2560-2564, ณัฏฐา รังกระโทก Jan 2024

การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทยที่เป็นที่นิยมในช่วงปีพ.ศ.2560-2564, ณัฏฐา รังกระโทก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย และปัจจัยที่มีผลต่อการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาจากรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล 3ช่องที่มีเรตติ้งสูงที่สุด 10 อันดับแรกในช่วงปี 2560-2564 จำนวน 95 คลิป และการสัมภาษณ์เชิงลึกนักวิชาชีพสื่อและผู้เชี่ยวชาญ 9 คนเกี่ยวกับแนวทางการรายงานข่าว ปัญหาการรายงานข่าว และปัจจัยที่มีผลต่อการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายที่เหมาะสม ผลการวิจัยพบว่าการรายงานข่าวส่วนใหญ่เป็นกรณีการฆ่าตัวตายที่สำเร็จและมักระบุว่าปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการฆ่าตัวตายเป็นปัจจัยด้านสุขภาพจิต โดยเกือบทุกข่าวยังนำเสนอรายละเอียดของการฆ่าตัวตาย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตและผู้ใกล้ชิด และใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ ซึ่งเป็นการรายงานข่าวที่ไม่สอดคล้องกับจริยธรรมวิชาชีพและแนวปฏิบัติในการป้องกันการฆ่าตัวตาย ปัจจัยที่ส่งผลให้การรายงานข่าวมีปัญหา ได้แก่ 1) ความนิยมของผู้รับสารไทยต่อข่าวอาชญากรรม 2) การแข่งขันของสื่อเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับสาร 3) สื่อมวลชนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตาย ในส่วนข้อเสนอแนะเพื่อให้การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายเป็นไปอย่างเหมาะสม คือ การนำเสนอเฉพาะกรณีที่เป็นประโยชน์สาธารณะ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการฆ่าตัวตายให้กับสังคม และการระบุช่องทางป้องกันการฆ่าตัวตายเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้เข้าถึงความช่วยเหลือ โดยควรจัดการอบรมสื่อมวลชนเกี่ยวกับการรายงานข่าวการฆ่าตัวตาย อีกทั้งยังมีข้อเสนอแนะให้สถานีโทรทัศน์ องค์กรวิชาชีพ และองค์กรกำกับดูแลกระตุ้นให้การกำกับดูแลตนเองของสื่อมวลชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสังคมต้องตระหนักเรื่องการป้องกันการฆ่าตัวตาย เพื่อกำกับดูแลให้สื่อมวลชนรายงานข่าวการฆ่าตัวตายอย่างเหมาะสม


ปัจจัยด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายกับการยุติการเป็นแฟน, ชรินรัตน์ องค์เพลาเพลิด Jan 2024

ปัจจัยด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายกับการยุติการเป็นแฟน, ชรินรัตน์ องค์เพลาเพลิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับผลกระทบของพฤติกรรมนักแสดงซีรีส์วายต่อการตัดสินใจยุติการเป็นแฟน และ (2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้แฟนของนักแสดงซีรีส์วายที่มีประเด็นข่าวเชิงลบตัดสินใจยังคงการเป็นแฟนหรือยุติการเป็นแฟน ผ่านการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ จากการสํารวจกลุ่มตัวอย่างแฟนคลับนักแสดงซีรีส์วายไทย ทั้งหมด 401 คน และ การสัมภาษณ์เชิงลึกจากแฟนคลับนักแสดงซีรีส์วายไทย ทั้งหมด 14 คน แบ่งเป็น แฟนที่ยังติดตามนักแสดงซีรีส์วายอยู่ จำนวน 6 คน และแฟนที่เลิกติดตามนักแสดงซีรีส์วายด้วยปัจจัยพฤติกรรมจำนวน 8 คน ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยหลักด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายที่ทำให้แฟนคลับตัดสินใจยุติการเป็นแฟนสูงที่สุด คือ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เยาว์ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืน พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนาจาร ซึ่งหากนักแสดงซีรีส์วายมีพฤติกรรมในกลุ่มนี้ แฟนมีแนวโน้มที่จะยุติการเป็นแฟนในทันที ในขณะที่พฤติกรรมอื่น ๆ อาจจะมีการให้อภัย และยังเป็นแฟนต่อไป โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในคือ เพศ อายุ การศึกษา มุมมองที่มีต่อนักแสดง รูปแบบการเป็นแฟน และปัจจัยภายนอกคือ พฤติกรรมในอดีต การตอบสนองของค่าย/ศิลปิน พฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และคนรอบข้าง/กระแสสังคม ดังนั้นเพื่อป้องกันการยุติการเป็นแฟน นักแสดงซีรีส์วายควรจะสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับแฟน รักษาภาพลักษณ์ที่ดี สื่อสารกับแฟนคลับอย่างสม่ำเสมอ เข้าใจความต้องการของแฟน และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ส่วนค่ายของนักแสดงควรที่จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกนักแสดงที่มีความสามารถและพฤติกรรมที่ดี วางแผนการตลาดให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ และใส่ใจในเรื่องการจัดการวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ


เนื้อหาและอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก, พงศธรณ์ จันทร์แสงกุล Jan 2024

เนื้อหาและอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก, พงศธรณ์ จันทร์แสงกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก และ 2) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก โดยศึกษาวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก นักสร้างสรรค์วิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก 6 ช่อง คือ ช่องฮาโรย ช่องสุนา Channel ช่องฐาว่า ช่องแหวดนภา ช่องแหลงเล่า และช่อง Thomas Tom จํานวนทั้งหมด 80 คลิป ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2566 จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2567 ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกนักสร้างรรค์วิดีโอสั้น จำนวน 6 ท่าน เพื่อศึกษาถึงแรงบันดาลใจและที่มาในการผลิตเนื้อหาวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ผลการศึกษาพบว่า เนื้อหาในวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกนั้น มีทั้งหมด 5 ประเภท โดยเนื้อหาวิดีโอสั้นในชีวิตประจำวัน พบมากที่สุด จำนวน 43 คลิป คิดเป็นร้อยละ 53.75 รองลงมาคือ เนื้อหาวิดีโอสั้นที่มีการรีวิวสินค้าและเนื้อหาวิดีโอสั้นที่เกี่ยวกับครอบครัว มีจำนวนรูปแบบละ 10 คลิป คิดเป็นร้อยละ 12.5 รวมเป็นร้อยละ 25 ของทั้งสองประเภท ถัดมาเป็นเนื้อหาวิดีโอสั้นที่มีการดัดแปลงภาษาอื่นให้เป็นภาษาไทยถิ่นใต้ มีจำนวน 9 คลิป คิดเป็นร้อยละ 11.25 และสุดท้ายเป็นเนื้อหาวิดีโอสั้นประเพณีพิธีกรรมภาคใต้ มีจำนวน 8 คลิป คิดเป็นร้อยละ 10 ส่วนผลการศึกษาอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้น ที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกนั้น มีทั้งหมด 5 ประเภท พบว่า มีรูปแบบอัตลักษณ์ด้านภาษาถิ่นมากที่สุด โดยภาษาไทยถิ่นใต้ในแต่ละพื้นที่ มีรูปแบบสำเนียงและคำพูดที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละพื้นที่ รองลงมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอาหาร โดยอาหารพื้นถิ่นในแต่ละพื้นที่ ได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดีย ทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมการกิน ถัดมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอุปนิสัยชาวใต้ ชาวใต้จะเป็นกลุ่มคนที่รักพวกพ้อง ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นเครือญาติกัน ก็ถือว่านับเป็นพวกพ้องเดียวกัน หรือในกรณีที่ถูกดูถูกเหยียดหยาม จะไม่ยอมจำนนต่อคำพูดหรือการกระทำดังกล่าว ถัดมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านประเพณี ชาวใต้ให้ความสำคัญกับประเพณีสารทเดือนสิบและประเพณีถือศีลกินผัก โดยทั้งสองประเพณีนั้นถือเป็นประเพณีที่สำคัญของทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยเชื้อสายจีน และสุดท้ายรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอาชีพ พบว่า อาชีพหลักของชาวใต้ คือ เกษตรกร ปรากฏพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ คือ …


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มที่ใช้ข้าวกล้องงอกและดอกไม้ของสายพันธุ์ท้องถิ่นเชียงรายเพื่อเสริมสร้างความจำและภาวะอารมณ์ที่มีความสุข”, อัญมณี กาวิชัย Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มที่ใช้ข้าวกล้องงอกและดอกไม้ของสายพันธุ์ท้องถิ่นเชียงรายเพื่อเสริมสร้างความจำและภาวะอารมณ์ที่มีความสุข”, อัญมณี กาวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้เป็นการศึกษาการพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกพันธุ์หอมแม่จันและดอกพุดซ้อนเพื่อลดความเครียดเป็นหลักและเพิ่มความจำในกลุ่มคนอายุน้อย โดยพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกที่เพิ่มสารสกัดกลิ่นจากดอกพุดซ้อนที่ปลูกแบบอินทรีย์ ซึ่งนิยมปลูกในเชียงรายในวัฒนธรรมล้านนา นำมาผ่านกระบวนการ High Pressure Processing (HPP) ผลการวิเคราะห์สารพบว่าสามารถคงสารกาบาไว้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสารกาบาช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยลดความเครียด และสารในดอกพุดซ้อนมีสารหอมระเหยที่ช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ ลดความวิตกกังวล สารที่มีประโยชน์และกลิ่นจึงเป็นสองกลไกที่เสริมกันในเครื่องดื่มต้นแบบนี้ ผลการสำรวจการตลาดด้านความต้องการผู้บริโภคและการยอมรับผลิตภัณฑ์ด้วยแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 312 ราย พบว่าร้อยละ 69.23 มีแนวโน้มซื้อผลิตภัณฑ์ และยินดีจ่ายในราคาสูงกว่าเครื่องดื่มธัญพืชทั่วไปไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มีการประมาณเงินลงทุน 1 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนภายใน 239% มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 3,637,220 บาท และระยะเวลาคืนทุนภายใน 1 ปี 6 เดือน


การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการวางแผนการเดินทาง ทำให้เกิดความต้องการใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความสะดวกสบายและความเฉพาะเจาะจงของผู้ใช้ ความสามารถในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการผ่านแชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี GPT ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสามารถปรับแต่งการเดินทางให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แชทบอทในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจการท่องเที่ยว การนำเทคโนโลยี GPT มาใช้ในการพัฒนาแชทบอททำให้สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และตอบสนองต่อคำถามของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การนิพนธ์นี้มุ่งเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจในการใช้แชทบอทสำหรับการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการ โดยการวิเคราะห์ความต้องการและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว การประเมินความสามารถทางเทคโนโลยี การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และการเสนอแนะเพื่อการบูรณาการเทคโนโลยีนี้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การศึกษานี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญในการนำเทคโนโลยีแชทบอทมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย


The Development Of The Songkran Festival In Thailand: Balancing Tradition, Tourism, And Cultural Identity, Shiyuan Huang Jan 2024

The Development Of The Songkran Festival In Thailand: Balancing Tradition, Tourism, And Cultural Identity, Shiyuan Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research paper examines the development of Thailand’s Songkran Festival over the past decade, with a focus on government policies and the festival's shifting cultural identity. Initially centered on tourism promotion and cultural preservation, Songkran has become part of Thailand’s soft power strategy by 2023, transforming from a local celebration into a global cultural event. The festival's format now features grand, entertainment-driven spectacles, such as the 2024 Maha Songkran World Water Festival, aiming to extend Thailand’s cultural influence internationally. The study further explores the social transformation of Songkran, which, while rooted in traditional values of family and community, has adapted …


Overview Of Music Interventions For Addressing Emotional Distress Among Stroke Patients: A Scoping Review, Xiuqi Shao Jan 2024

Overview Of Music Interventions For Addressing Emotional Distress Among Stroke Patients: A Scoping Review, Xiuqi Shao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Stroke rehabilitation focuses more on restoring function and physical ability and often overlooks the prevalence of psychological symptoms. The prevalence of depression after stroke has been reported to be between 25 and 79 percent. In addition to depression, anxiety, fatigue and apathy are common symptoms after stroke, with a significant overlap in prevalence and symptoms. Music interventions have been reported to evoke and support emotional processes and facilitate engagement in physical movement, making them valuable for stroke rehabilitation. Many studies have investigated the effects of music interventions on negative emotions in stroke patients, but there is still a need for …


Genomic Analysis And Antimicrobial Resistance Of Vibrio Parahaemolyticus Isolated From Seawater At Bang Pu Recreational Center, Samut Prakan Province, Thailand, Chinnawat Assana Jan 2024

Genomic Analysis And Antimicrobial Resistance Of Vibrio Parahaemolyticus Isolated From Seawater At Bang Pu Recreational Center, Samut Prakan Province, Thailand, Chinnawat Assana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vibrio parahaemolyticus is a foodborne bacterium that is widely distributed in worldwide marine environments including seawater, marine animals, and soils. This study aimed to identify genetic and antimicrobial resistance (AMR) of V. parahaemolyticus (n=46) isolated from seawater at Bang Pu recreational center, Samut Prakan province, Thailand. Genetic analysis from multi-locus sequence typing (MLST) classified the seawater isolates into 42 sequence types (STs) in total, with 29 being novel STs and 13 STs matched with previously reported strains in worldwide including clinical strains (ST356, ST303, STST320, and ST1919) and environmental strains (ST222, ST1083, ST1089, ST969, ST2965, ST2249 and ST233). A phylogenetic …


Effect Of Non-Thermal Plasma On Postharvest Quality Of Tomato, Aishwarya Pant Jan 2024

Effect Of Non-Thermal Plasma On Postharvest Quality Of Tomato, Aishwarya Pant

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Microbial attack is a major factor in fruit and vegetable deterioration. One non-thermal method that has shown promise in overcoming these limitations is cold plasma (CP) technology. This study evaluates the impact of dielectric barrier discharge (DBD) cold plasma treatment on the quality, shelf life, and disease incidence of tomatoes. This study was conducted in two stages in this research. Using argon as the working gas, tomatoes were subjected to CP treatment in the first stage for varied power levels (5–20 kV) and times (1–10 minutes). Over a 72-day period, non-destructive studies were conducted to determine disease incidence, marketability, and …


Mass-Ratio-Convex-Combination-Of-Average-Absolute-Deviation-And-Interquartile-Range Based Outlier Factor For Anomaly Scoring, Zehong Fan Jan 2024

Mass-Ratio-Convex-Combination-Of-Average-Absolute-Deviation-And-Interquartile-Range Based Outlier Factor For Anomaly Scoring, Zehong Fan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Anomaly detection is increasingly essential across various sectors, including fraud detection, cybersecurity, and industrial process monitoring, where it serves as an early warning system to identify unusual patterns in data. This research presents a novel, parameter-free anomaly scoring algorithm designed to assign scores to data points without the need for user-defined parameters. The algorithm calculates anomaly scores based on the statistical dispersion of the mass-ratio distribution, utilizing five key measures: variance, range, interquartile range (IQR), average absolute deviation (AAD), and the combination of AAD and IQR. The performance of the proposed Mass-Ratio-Convex-Combination-Of-Average-Absoulte-Deviation-And-Interquartile-Range Based Outlier Factor for anomaly scoring algorithm called …


การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก: กรณีศึกษาโรงงานผลิตยางคอมพาวด์, ปภาวรินท์ ทรงพัฒนาศิลป์ Jan 2024

การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก: กรณีศึกษาโรงงานผลิตยางคอมพาวด์, ปภาวรินท์ ทรงพัฒนาศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันเกิดจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีความรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบที่เพิ่มมากขึ้น ประเทศต่าง ๆ และองค์กรทั่วโลกได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักถึงและแก้ไขผลกระทบที่เห็นได้ชัดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการบรรเทาปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรของโรงงานผลิตยางคอมพาวด์ และประเมินปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในองค์กร ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในปี พ.ศ. 2565 และ 2566 ผลการศึกษาพบว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดมีแนวโน้มลดลงจาก 41,675.07 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ในปี พ.ศ. 2565 สู่ 38,043.30 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีในปี พ.ศ. 2566 โดยขอบเขตที่ 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ มีสัดส่วนที่สูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 78.55 และ 79.81 ตามลำดับ รองลงมา คือ ขอบเขตที่ 2 การปล่อยจากการใช้พลังงาน มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 20.05 และ 18.40 และขอบเขตที่ 1 การปล่อยทางตรงขององค์กร มีสัดส่วนต่ำที่สุด คิดเป็นร้อยละ 1.39 และ 1.80 เมื่อวิเคราะห์ต่อยอดการผลิต พบว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทที่ 1 และ 2 ต่อยอดผลิตในปี พ.ศ. 2565 และ 2566 เท่ากับ 0.1717 และ 0.1699 ตามลำดับ ขณะที่ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 2 และ 3 ต่อยอดผลิต เท่ากับ 0.8005 และ 0.8413 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตัน ผลการศึกษาในการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ. 2565 และ 2566 เท่ากับ 2,255.29 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ในปี พ.ศ. 2565 …


Virtual Reality Of Labless Machining For Next Industrial Training, Ravee Bunduwongse Jan 2024

Virtual Reality Of Labless Machining For Next Industrial Training, Ravee Bunduwongse

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to utilize Virtual Reality (VR) technology to develop an industrial training application with content focusing on Machining operation using lathe machine. The focus of the study is to present the content being taught in manufacturing laboratory classes about lathe machining operations in the virtual world. Development tools include Unity game engine and 3D modeling using Blender. Machining operations demonstrated within this application includes turning, facing, chamfering, grooving, internal and external threading. With 17 out of 18 operations represented in accordance to the actual teaching material, with only external threading deviating from applying threading using the lathe machine …


Virtual Reality Of Labless Welding For Next Industrial Training, Suphakit Anonglekha Jan 2024

Virtual Reality Of Labless Welding For Next Industrial Training, Suphakit Anonglekha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research introduces an innovative Virtual Reality (VR) application designed to educate users on Welding operations. Its main goals include creating a realistic and immersive learning environment that is also safe. The development process involved the integration of multiple technologies, leveraging the Unity engine and 3D sculpting, all based on extensive research. With all of the type of weld works found in the welding laboratory represented, except the workpiece and electrode material, the VR application accuracy rating is calculated to 94%. The study's significance lies in its contribution to virtual education, especially in fields that require hands-on experience. The VR …


Neural Additive Models For Predicting Her2 Status In Breast Cancer From Immunohistochemical Images, Surayuth Pintawong Jan 2024

Neural Additive Models For Predicting Her2 Status In Breast Cancer From Immunohistochemical Images, Surayuth Pintawong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated the application of Conformal Prediction (CP) for uncertainty quantifica- tion in Human Epidermal growth factor receptor 2 (HER2) status classification from immunohistochemistry (IHC) images of breast cancer. Although existing machine learning approaches demonstrate high accuracy in predicting HER2 status, they often struggle with borderline cases that require additional testing. We addressed this challenge by implementing a CP framework that generates prediction sets with controlled error rates. Unlike traditional classifiers that provide single predictions, our CP framework can output either singleton predictions for confident cases or multiple labels for uncertain cases, thereby naturally identifying samples that require additional …


การพัฒนาระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้อยู่อาศัยโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ภานุวัฒน์ โรจน์ณรงค์ Jan 2024

การพัฒนาระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้อยู่อาศัยโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ภานุวัฒน์ โรจน์ณรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการสื่อสารข้อมูลมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยพัฒนาให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้กับระบบต่างๆ มากมาย อาทิเช่น การเกษตร อุสาหกรรมโรงงาน รวมไปถึงที่พักอาศัย แต่เนื่องด้วยอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้ รวมทั้งยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบ อาทิเช่น รูปแบบการส่งที่ต้องสอดคล้องกับปริมาณข้อมูล ระยะทางและสภาพแวดล้อมในการส่งข้อมูล และข้อจำกัดด้านแหล่งพลังงานที่ติดตั้งเข้าไป ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอการเปรียบเทียบคุณสมบัติและประสิทธิภาพชองการสื่อสารข้อมูลจำนวนสามรูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารข้อมูลแบบบรูทูธ (Bluetooth) การสื่อสารข้อมูลแบบวายฟาย (Wi-Fi) และการสื่อสารข้อมูลแบบลอรอ (LoRa) ผ่านอุปกรณ์การสื่อสารชนิด Heltech ESP32 LoRa ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยพิจารณาถึงการใช้พลังงานในการสื่อสารข้อมูล (Energy consumption) และค่าความเข้มของสัญญาณ (Signal Intensity) ในรูปแบบของดัชนีความดังของเสียงที่ได้ยินหรือ Received Signal Strength Indicator (RSSI) รวมไปถึงการพิจารณาระยะทางสูงสุดที่ข้อมูลยังสามารถสื่อสารซึ่งกันและกันได้ โดยผลลัพธ์จากการทดลองพบว่า การสื่อสารข้อมูลแบบบลอราใช้พลังงานในการส่งข้อมูลแต่ละครั้งน้อยที่สุดซึ่งน้อยกว่าการสื่อสารแบบบรูทูธที่มีการใช้พลังงานในการส่งมากที่สุดถึงเกือบ 4 เท่า ทั้งนี้ การพิจารณาค่าความเข้มของสัญญาณพบว่าในระยะทางเท่ากันการสื่อสารแบบบรูทูธมีค่าความเข้มของสัญญาณมากที่สุด ตามมาด้วยการสื่อสารแบบวายฟายและลอราตามลำดับ ในทางกลับกันการสื่อสารแบบบรูทูธมีความสามารถในการส่งข้อมูลระหว่างภาคส่งข้อมูลและภาครับข้อมูลสั้นที่สุดอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับการสื่อสารลอราที่สามารถส่งข้อมูลได้ระยะทางไกลที่สุดอีกด้วย


Cost-Effectiveness Analysis Of Adjuvant Osimertinib In Resected Egfr-Mutated Early-Stage Non-Small Cell Lung Cancer, Supitchaya Changsatja Jan 2024

Cost-Effectiveness Analysis Of Adjuvant Osimertinib In Resected Egfr-Mutated Early-Stage Non-Small Cell Lung Cancer, Supitchaya Changsatja

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lung cancer is the most common cancer and the leading cause of cancer death worldwide. One-third of non-small cell lung cancer (NSCLC) patients are diagnosed in resectable stage, for which curative surgery is the cornerstone of treatment. Adjuvant osimertinib, a third-generation epidermal growth factor receptor tyrosine kinase inhibitor (EGFR TKI), was shown to significantly reduce recurrence and prolong survival for completely resected EGFR-mutated NSCLC. We performed a cost-effectiveness analysis of adjuvant osimertinib compared to placebo in patients with resected stage IB to IIIA EGFR-mutated NSCLC using Thailand’s societal perspective. A Markov model estimated the lifetime costs and health benefits of …


ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมตะกั่วในประเทศไทยโดยใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต, ชวิศา สถิรวิสาลกิจ Jan 2024

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมตะกั่วในประเทศไทยโดยใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต, ชวิศา สถิรวิสาลกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตะกั่วเป็นโลหะนอกกลุ่มเหล็กที่มีการใช้งานมากที่สุดชนิดหนึ่ง ในประเทศไทยนั้นอุตสาหกรรมตะกั่วที่สำคัญประกอบด้วยการหลอมและผลิตตะกั่วบริสุทธิ์และการผลิตแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด ตะกั่วเป็นโลหะหนักที่มีความอันตราย เมื่อแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมจะสามารถสะสมและทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศรวมถึงสุขภาพของมนุษย์ได้ การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมตะกั่วอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก งานวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาปริมาณและเส้นทางการไหลของเสียและการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมตะกั่วในประเทศไทย พ.ศ. 2560 - 2563 และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียโดยใช้หลักการวิเคราะห์การไหลของวัสดุและการประเมินวัฏจักรชีวิตด้วยซอฟต์แวร์ STAN และ SimaPro อีกทั้งยังมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางเลือกการจัดการของเสีย ผลการศึกษาพบว่ากากตะกอนจากการบำบัดน้ำเสียที่มีสารอันตราย (รหัส 19 08) มีปริมาณมากที่สุด ของเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดส่วนใหญ่ถูกนำไปจัดการโดยการฝังกลบอย่างปลอดภัยเมื่อทำการปรับเสถียรหรือทำให้เป็นก้อนแข็งแล้ว (รหัส 073) เมื่อทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการกำจัดของเสีย (รหัส 07) พบว่าผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศทางทะเล ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศระบบนิเวศน้ำจืด ความเป็นพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ และความเป็นพิษที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ จากสถานการณ์ทางเลือกในการจัดการของเสียพบว่าการรีไซเคิลของเสียบางส่วนส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่การเผาทำลายของเสียก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมสูงที่สุด


การประเมินวิธีการหาค่าความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดจากข้อมูลน้ำฝนตรวจวัดรายวันในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน, ชิดสุมน ศศิรัตน์ Jan 2024

การประเมินวิธีการหาค่าความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดจากข้อมูลน้ำฝนตรวจวัดรายวันในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน, ชิดสุมน ศศิรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดจากข้อมูลน้ำฝนตรวจวัดรายวัน 2 วิธี ได้แก่ วิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลองและวิธีความถี่น้ำฝน กับค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดที่ได้จากข้อมูลน้ำท่าตรวจวัดโดยตรง (วิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัด) เนื่องจากการวิเคราะห์ค่าความถี่น้ำท่ามีความสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัยและการออกแบบโครงสร้างทางชลศาสตร์ ในการศึกษานี้ได้ทำการวิเคราะห์ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดจากวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัด, วิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลอง และวิธีความถี่น้ำฝน โดยใช้ข้อมูลตรวจวัดจากสถานีน้ำท่าและสถานีน้ำฝน แล้วทำการวิเคราะห์ความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดและความถี่น้ำฝนรายวันสูงสุดจากฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละสถานีน้ำท่าและสถานีน้ำฝน ที่ผ่านการทดสอบด้วยแผนภาพอัตราส่วนโมเมนต์เชิงเส้น อีกทั้งในการศึกษานี้ได้ประยุกต์ใช้แบบจำลอง HEC-HMS ในการจำลองกระบวนการน้ำฝน-น้ำท่า เพื่อจำลองปริมาณน้ำท่ารายวันสำหรับวิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลอง และจำลองความถี่น้ำท่าสูงสุดสำหรับวิธีความถี่น้ำฝน ซึ่งแบบจำลองนี้ได้ผ่านกระบวนการทดสอบความอ่อนไหว และผ่านการปรับเทียบและสอบทานแบบจำลองสำหรับแต่ละสถานีน้ำท่า ด้วยค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) ของทุกสถานีอยู่ในช่วง 0.71 ถึง 0.99 ค่าเปอร์เซ็นต์ความเอนเอียงของค่าสูงสุด (PpeakBIAS) ของทุกสถานีน้อยกว่า "±25%" ยกเว้นสถานี W.17 ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่างวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัดและวิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลอง พบว่ามีเพียงสถานีเดียว คือ สถานี P.17 ที่ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่าง 2 วิธีการมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ในขณะที่ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่างวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัดและวิธีความถี่น้ำฝน พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ถึง ที่ 8 สถานี ได้แก่คือ สถานี P.21, P.1, P.17, W.4A, W.17, N.1, N.67 และ C.2 ที่ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่าง 2 วิธีการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 นอกจากนี้พบว่า ผลการวิเคราะห์ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดจากวิธีความถี่น้ำฝนทุกสถานีให้ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดสูงกว่าวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัด โดยเฉพาะสถานีที่บริเวณจุดรวมตอนล่างของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน ได้แก่ สถานี P.17, N.67 และ C.2 และเมื่อพิจารณาเพิ่มเติมถึงผลกระทบของโครงสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำ พบว่าการมีโครงสร้างอ่างเก็บน้ำส่งผลให้ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดลดลงแปรผันกับอิทธิพลของสัดส่วนขนาดพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อนกับพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมด ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความรุนแรงและความถี่ของเหตุการณ์สุดขีด การเลือกวิธีประเมินค่าความถี่น้ำท่าที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงในโครงการและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากร วิศวกรผู้ใช้งานจึงควรตระหนักถึงความเสี่ยงและความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกใช้งานวิธีการใดวิธีการหนึ่ง


การจำกัดกำลังป้อนเข้าสำหรับระบบพีวี-แบตเตอรี่บ้านพักอาศัยโดยการพยากรณ์พีวีและการปรับแต่งด้วยการป้อนกลับ, กฤษฏิ์ ฉัตรชัยรุ่งเรือง Jan 2024

การจำกัดกำลังป้อนเข้าสำหรับระบบพีวี-แบตเตอรี่บ้านพักอาศัยโดยการพยากรณ์พีวีและการปรับแต่งด้วยการป้อนกลับ, กฤษฏิ์ ฉัตรชัยรุ่งเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากสถานการณ์การใช้พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ในทุกมิติแล้ว มีความจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้สัดส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะต้องมีความเหมาะสมโดยต้องคำนึงถึงเสถียรภาพและการบริหารจัดการของระบบไฟฟ้าทั้งในระบบส่งและระบบจำหน่าย วิทยานิพนธ์นี้จะนำเสนอวิธีการทำงานของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่มีการพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพีวี มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของกำลังผลิตติดตั้ง (Installation Capacity) ของระบบผลิตไฟฟ้าพีวีในสายป้อนของระบบจำหน่ายภายใต้ข้อกำหนดของการไฟฟ้า และพัฒนาวิธีการตัดยอดกำลังป้อนเข้าของระบบผลิตไฟฟ้าพีวี พร้อมสนับสนุนการบริโภคเอง (Self-Consumption) ของกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้การควบคุมระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ที่เหมาะสมสามารถช่วยตัดค่ายอดกำลังป้อนเข้าได้สูงสุดตามขนาดความจุของแบตเตอรี่ที่ติดตั้ง โดยทำภายใต้แนวคิดการตัดค่ายอดกำลังป้อนเข้าของพีวี ด้วยรูปแบบพลวัต (Dynamic Feed-in Limitation) ซึ่งต้องอาศัยการพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าพีวีเพื่อกำหนดการอัดและคายประจุของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ โดยใช้แนวทางอนุกรมเวลา (Time Series) ด้วยระเบียบวิธี Box-Jenkins และปรับแต่งความถูกต้องโดยอาศัยกระบวนการป้อนกลับ (Feedback-Adjustment Scheme) ซึ่งจะแสดงผลการทำงานผ่านแบบจำลองโดยอ้างอิงข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง


Improved Sequence Embeddings For Peptide-Class I Mhc Binding Prediction, Patiphan Wongklaew Jan 2024

Improved Sequence Embeddings For Peptide-Class I Mhc Binding Prediction, Patiphan Wongklaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The binding of a peptide antigen to a class I major histocompatibility complex (MHC) protein is considered an essential process by which the immune system monitors infected cells. This mechanism has facilitated the development of peptide-based vaccines aimed at stimulating the patient's immune response for cancer treat-ment. Accurate prediction of peptide-MHC binding is therefore crucial for prioritizing optimal peptides tailored to individual patients. Nevertheless, many MHC alleles lack sufficient experimental data on peptide-MHC binding, which potentially constrains the accuracy of existing prediction models. This study introduces an enhanced iteration of MHCSeqNet, an open-source deep learning model which utilizes sequence data …


การประมาณมวลชีวภาพของต้นไม้ด้วยเทคโนโลยีไลดาร์ร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อหาค่าคาร์บอนเครดิต, พสธร ธีระกานตภิรัตน์ Jan 2024

การประมาณมวลชีวภาพของต้นไม้ด้วยเทคโนโลยีไลดาร์ร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อหาค่าคาร์บอนเครดิต, พสธร ธีระกานตภิรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้นำเสนอวิธีการประมาณมวลชีวภาพของต้นไม้และการคำนวณคาร์บอนเครดิตในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้เทคโนโลยีไลดาร์จากโทรศัพท์มือถือ เก็บข้อมูลในรูปแบบแผนที่ความลึก เพื่อมาวิเคราะห์องค์ประกอบและคัดแยกชุดข้อมูลในส่วนของลำต้นในการสร้างชุดข้อมูลพอยต์คลาวด์ในรูปแบบสามมิติ และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อหาพื้นที่สีเขียวร่วมด้วย เพื่อวิเคราะห์เส้นผ่านศูนย์กลางระดับอก (DBH) ของต้นไม้ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง DBH กับความสูงต้นไม้ ผลลัพธ์จะถูกนำไปคำนวณมวลชีวภาพต่อพื้นที่สีเขียว เพื่อคำนวณ การกักเก็บคาร์บอน และคาร์บอนเครดิตทั้งหมดในพื้นที่ศึกษา พร้อมทั้งเปรียบเทียบความแม่นยำระหว่างข้อมูลจากไลดาร์และการวัดจริง งานนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างวิธีการที่สะดวกและมีแบบแผนสำหรับการติดตามพื้นที่สีเขียวและคาร์บอนเครดิตในพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต.


Improving Thai-Dialect Automatic Speech Recognition With Curriculum Learning, Artit Suwanbandit Jan 2024

Improving Thai-Dialect Automatic Speech Recognition With Curriculum Learning, Artit Suwanbandit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Automatic Speech Recognition (ASR) has been the foremost feature and integrated in many real-world usages for decades. The novel deep learning approaches prevail in the ASR field as a model architecture. However, ASR still struggles with low-resource data, especially in the Thai dialectal language. Transfer learning is the conventional approach in the machine learning field for escalating the performance of low-resource settings. In the scenario that additional fine-tuning tasks are not achievable, exerting all efficiency of target data is an accountability. To overcome stagnation, we proposed transfer-based curriculum learning for low-resource dialectal ASR, Phonemetically-induced subword Out-of-vocabulary rate (PhIS-OOV), and Model …


Grammatical Error Correction In Thai Sentences For Deaf Students, Supachan Traitruengsakul Jan 2024

Grammatical Error Correction In Thai Sentences For Deaf Students, Supachan Traitruengsakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Deaf students encounter challenges in written communication due to errors such as insertion, deletion, disorder, misusage, and misspellings. Grammatical error correction (GEC) technology can help mitigate these issues. However, existing GEC models are primarily trained on online resources from second-language hearing learners. In contrast, sentences written by deaf students suffer from a variety of errors not typically found elsewhere. To address this issue, we create the Thai Deaf Corpus (TDC), focusing on identifying and analyzing errors among deaf students in grades 7-12 across four deaf schools. Additionally, we introduce a two-stage system for the Thai-GEC model, automatically detecting and correcting …


การสร้างเทสต์สคริปต์ของโรบอทเฟรมเวิร์คจากยูสเซอร์สตอรีและซีนาริโอ สำหรับการทดสอบเว็บแอปพลิเคชัน, กฤชวัฒน์ เวชสาร Jan 2024

การสร้างเทสต์สคริปต์ของโรบอทเฟรมเวิร์คจากยูสเซอร์สตอรีและซีนาริโอ สำหรับการทดสอบเว็บแอปพลิเคชัน, กฤชวัฒน์ เวชสาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยสกรัมเฟรมเวิร์กและแนวคิดบีเฮฟเวียร์ดริเวนดีเวลลอปเมนต์ (BDD) เป็นกระบวนการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยความต้องการของผู้ใช้จะถูกเก็บรวบรวมและถ่ายทอดผ่านยูสเซอร์สตอรีและซีนาริโอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งตัวอย่างและเกณฑ์การยอมรับ การแบ่งการพัฒนาออกเป็นช่วงเล็ก ๆ ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนา อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่มีการพัฒนาเป็นช่วงสั้น ๆ อย่างต่อเนื่องนี้สร้างความท้าทายสำหรับการทดสอบ โดยเฉพาะการทดสอบเชิงถดถอย แม้ว่าการทดสอบแบบอัตโนมัติจะถูกนำมาใช้เพื่อลดภาระ แต่การเขียนเทสต์สคริปต์ด้วยตนเองยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดและขาดประสิทธิภาพ ส่งผลให้การทดสอบเชิงถดถอยที่สำคัญมักถูกเลื่อนออกไปจนไม่สามารถตรวจพบข้อผิดพลาดได้ทันการณ์ งานวิจัยนี้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการสร้างเทสต์สคริปต์สำหรับโรบอทเฟรมเวิร์กโดยอัตโนมัติจากยูสเซอร์สตอรีและซีนาริโอ โดยใช้ XML เพื่อกำหนดโครงสร้างส่วนต่อประสานผู้ใช้ของหน้าเว็บ ช่วยให้สามารถจัดเตรียมเทสต์สคริปต์ได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ นอกจากตัวอย่างในซีนาริโอแล้ว ยังใช้ XML Schema Definition (XSD) เพื่อสร้างชุดข้อมูลสำหรับการทดสอบเพิ่มเติมโดยอัตโนมัติ การพารามิเตอร์ไรซ์เทสต์สคริปต์ช่วยรวบรวมกรณีทดสอบที่มีขั้นตอนร่วมกัน แต่ใช้ชุดข้อมูลต่างกันไว้ในสคริปต์เดียวกัน ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนและภาระในการบำรุงรักษา เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นตามแนวทางนี้สามารถลดความยุ่งยากในการจัดการเทสต์สคริปต์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทดสอบเชิงถดถอยได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยสนับสนุนการตรวจพบข้อผิดพลาดตั้งแต่ช่วงแรกของกระบวนการพัฒนา


บทบาทของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย, ภาลฎา ฐิตะวชิระ Jan 2024

บทบาทของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย, ภาลฎา ฐิตะวชิระ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความท้าทายของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย และ 2) สร้างข้อเสนอแนะต่ออุตสาหกรรมสื่อที่ช่วยส่งเสริมนักแสดงผู้พิการ โดยมุ่งเน้นไปที่การสะท้อนปัญหาใน 8 ด้าน ได้แก่ ทัศนคติและการรับรู้ ความท้าทายด้านกายภาพ โอกาสที่จำกัด แนวโน้มการจ้างงาน ประเภทความพิการ ค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวก กฎหมายและประกันภัย และ ทักษะและการฝึกอบรม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิเคราะห์ตัวบทจากผลงาน 4 เรื่อง ได้แก่ ผู้ชายชื่อต้น ผู้หญิงชื่อนุช (2535) เอ๋อเหรอ (2548) สงครามนางงาม 2 (2558) และ Sweet Sensory (2566) พร้อมทั้งสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 14 คน ครอบคลุมนักแสดงผู้พิการ ผู้มีส่วนร่วมในการผลิต และ ตัวแทนจากสมาคมวิชาชีพ และ ผู้พิการ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาที่สำคัญได้แก่ ทัศนคติที่ยังมองผู้พิการว่าเป็นภาระ บทบาทที่จำกัดให้สะท้อนความสงสารหรือความสามารถพิเศษเกินจริง การขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ถ่ายทำ และ การขาดโอกาสพัฒนาทักษะของนักแสดงผู้พิการทำให้ทักษะไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุน เช่น ล่ามภาษามือและอุปกรณ์ช่วยเหลือ มักถูกมองว่าเป็นภาระเพิ่มต้นทุนของโปรดักชัน ขณะที่กฎหมายและระบบประกันภัยยังไม่รองรับความต้องการเฉพาะของผู้พิการ ข้อเสนอแนะสำคัญคือการปรับปรุงทัศนคติของทีมงานและสังคมผ่านการอบรมและสร้างบทบาทที่สะท้อนชีวิตจริงของผู้พิการ การปรับปรุงสถานที่ถ่ายทำให้รองรับผู้พิการทุกประเภท การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ครอบคลุมความต้องการเฉพาะทาง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกผ่านกองทุน และการพัฒนากฎหมายและนโยบายที่ส่งเสริมความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ข้อค้นพบเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างและวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้พิการได้รับการยอมรับและสนับสนุนในฐานะบุคคลที่มีศักยภาพและสิทธิเสมอภาคในวงการบันเทิงไทย


Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu Jan 2024

Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines how prior travel experience, demographic factors, and user-generated content (UGC) on Xiaohongshu collectively influence Chinese consumers’ perceptions of Thailand as a tourist destination, with a focus on shopping. Consumer perception is analyzed across four dimensions: cognition, emotion, language, and behavior. The findings reveal that prior travel experience has the most significant impact, with those who have visited Thailand showing more positive perceptions across all dimensions compared to those who have not. Demographic factors, such as age and occupation, also play a role, particularly in influencing language. Exposure to Xiaohongshu UGC primarily affects the behavioral dimension, enhancing purchase …


ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย, รวินท์นิภา ทองสาริ Jan 2024

ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย, รวินท์นิภา ทองสาริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย 3) เพื่อสร้างข้อเสนอแนะในการส่งเสริมภาพสะท้อนเชิงบวกของประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย โดยใช้วิธีศึกษาการวิเคราะห์ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย โดยการศึกษาจากซีรีส์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์เกาหลีใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2566 ระยะเวลา 19 ปี เป็นเรื่องที่ออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ของสถานีเกาหลีใต้ 5 สถานี ได้แก่ KBS, SBS, MBC, JTBC และ TVN โดยศึกษาจากซีรีส์ที่มีฉากในประเทศไทยและเดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 11 เรื่อง ร่วมกับการการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเข้ามาถ่ายทำซีรีส์เกาหลีในประเทศไทยและนักวิชาการเกาหลีศึกษา จากการศึกษาการวิเคราะห์ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงบวก แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว ด้านอาหาร ด้านวัฒนธรรม ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงลบ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคมนาคม ด้านสังคม ด้านความปลอดภัย ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงผสม แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านภูมิอากาศ ด้านศาสนา ปัจจัยที่มีผลต่อภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในไทย ได้แก่ ความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีใต้ที่ดี การสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ความเหมาะสมของบทและเนื้อเรื่อง นโยบายและเป้าหมายของเกาหลีใต้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยที่มีทีมงานเชี่ยวชาญ และสถานที่ถ่ายทำที่หลากหลาย ข้อเสนอแนะเชิงบวกในการส่งเสริมภาพสะท้อนประเทศไทย ได้แก่ ส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรม นำเสนอภาพสะท้อนที่ตรงกับความเป็นจริง เน้นเอกลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม สนับสนุนนโยบายและสิทธิประโยชน์ทางการเงิน โปรโมตจุดเด่นของไทยตลอดปี ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านสื่อ ประสานงานกับชุมชนในพื้นที่ถ่ายทำ โปรโมตในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และใช้กลยุทธ์ Product Placement


Fans Perceptions And Fans Engagement Of “Bed Friend Series”, Fiona Paramatmika Jan 2024

Fans Perceptions And Fans Engagement Of “Bed Friend Series”, Fiona Paramatmika

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of the research is to explore the fan perception and fan engagement of “Bed Friend Series”. The research used In-depth interview method from 20 key informants from the fandom living in different countries. The research examines how fans perceive the series’ themes, characters, and storylines, as well as their interaction with its leading actors, Net Siraphop and James Su. Utilizing qualitative methods, twenty informants from diverse backgrounds were interviewed to understand their emotional connections and participatory behaviors across online and offline platforms. Findings reveal that fans hold the series in high regard for its portrayal of relationships and …


Indian Tourists’ Perceptions Of Inclusive Tourism In Thailand With A Focus On Media Influence And Cultural Differences, Shikha Patwal Jan 2024

Indian Tourists’ Perceptions Of Inclusive Tourism In Thailand With A Focus On Media Influence And Cultural Differences, Shikha Patwal

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examined Indian tourists’ perceptions of LGBTQ+ inclusivity in Thailand, with a focus on the roles of media influence and cultural differences. As Thailand is a prominent destination for LGBTQ+ tourism in Southeast Asia, understanding how cultural nuances impact Indian tourists' experiences offers valuable insights. The research employs a qualitative approach, gathering data through in-depth interviews with 10 Indian tourists who have visited Thailand. The findings suggest that Indian tourists generally perceive Thailand as a welcoming and safe space for LGBTQ+ individuals, contrasting with India’s more conservative social landscape. Media representations, including social media, significantly shape expectations of inclusivity, …