Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 2071 - 2100 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Association Of Mirnas As Biomarkers For Severe Liver Dysfunction In Severe Dengue Infection, Napat Pas-Arj Jan 2024

The Association Of Mirnas As Biomarkers For Severe Liver Dysfunction In Severe Dengue Infection, Napat Pas-Arj

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Identification early biomarkers for severe liver dysfunction in severe dengue patients is essential. Currently, there is no any data on circulating miRNAs to predict this important complication, Therefore, this study aimed to explore the role of circulating miRNAs in severe liver dysfunction in dengue infection. On the initial day of admission, serum samples were gathered from patients with dengue infection. These patients were monitored for 14 days post-admission to ascertain their final diagnosis. Following the WHO 2009 criteria, participants were categorized into severe liver dysfunction and non-severe liver dysfunction group. To conduct a transcriptomic analysis of circulating miRNAs used the …


Gene Expression By Nanostring Rna Profiling Of Monocytic Myeloid-Derived Suppressor Cells In Knee Osteoarthritis, Varote Shotelersuk Jan 2024

Gene Expression By Nanostring Rna Profiling Of Monocytic Myeloid-Derived Suppressor Cells In Knee Osteoarthritis, Varote Shotelersuk

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Osteoarthritis (OA) is a widespread degenerative joint disease marked by cartilage destruction. This study investigates the role of monocytic myeloid-derived suppressor cells (M-MDSCs) in OA, focusing on their gene expression profiles and their relationship with body mass index (BMI) in knee OA patients. Previous research has shown a positive correlation between M-MDSCs and BMI in OA. We explored the role of M-MDSCs derived from the infrapatellar fat pad (IPFP) in OA patients.Using NanoString technology, we examined the transcriptional profile of M-MDSCs from the IPFP of knee OA patients undergoing total knee replacement surgery, categorized into different BMI groups. Flow cytometry …


Association Between Volunteering, Wellbeing, And Homo-Negativity: An Analysis Of World Values Survey, Amirhossein Khanehpaza Jan 2024

Association Between Volunteering, Wellbeing, And Homo-Negativity: An Analysis Of World Values Survey, Amirhossein Khanehpaza

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objectives: Homonegativity adversely affects the health and well-being of homosexuals in society, making it vital to identify factors associated with it. This study investigates whether active membership in voluntary organizations correlates with homonegativity, examining how this varies by gender and age.Methods: Using the World Values Survey data (2017-2022) from 87,777 participants in 63 countries, we performed binary logistic regression to assess relationships between homonegativity and factors including socioeconomic status, demographics, and voluntary activity participation.Results: Our findings suggest that active membership in certain voluntary organizations correlates with homonegativity levels among both men and women across various age groups. Specifically, active participation …


ความชุกของความเครียดจากงาน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในพนักงานของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย, จักรินทร์ อภิสุทธิศิลป์ Jan 2024

ความชุกของความเครียดจากงาน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในพนักงานของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย, จักรินทร์ อภิสุทธิศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยพรรณนาเชิงภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกความเครียดจากงาน และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากงานในพนักงานของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบจำเพาะเจาะจง คือ พนักงานฝ่ายปฏิบัติการของโรงเรียนแพทย์ ที่มีสำนักงานในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเก็บตัวอย่างพนักงานโรงเรียนแพทย์ทั้งหมดโดยไม่สุ่ม จำนวน 401 คน ทำการศึกษาระหว่าง เดือน พฤษภาคม ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2567 แบบสอบถามประกอบด้วย ข้อมูลปัจจัยทั่วไปส่วนบุคคล ข้อมูลปัจจัยด้านการทำงาน ข้อมูลความเครียดจากงาน ประเมิน โดยแบบสอบถามที่เป็นฉบับภาษาไทย Thai Job Content Questionnaire วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ประกอบด้วยการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างตัวแปรสองตัว และวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติกเชิงพหุ โดยกลุ่มตัวอย่างมีอัตราตอบกลับร้อยละ 55.61 ความชุกความเครียดจากงาน เท่ากับ ร้อยละ 18.45 เมื่อควบคุมตัวกวนแล้วพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ได้แก่ ดัชนีมวลกายต่ำกว่าเกณฑ์ (aOR=2.61, 95% CI: 1.19 - 5.76) การมีหนี้สิน (aOR=2.00,95% CI: 1.08 - 3.73) ตำแหน่งอาชีพพนักงานสำนักงาน (aOR = 4.38, 95% CI: 1.10 - 17.44), การทำงานแบ่งกะ (aOR=2.37,95% CI: 1.01 - 5.54) การเรียกร้องจากงานทางกาย (aOR=2.71,95% CI: 1.18 - 6.20) อันตรายภายในงาน (aOR=3.89,95% CI: 2.05 - 7.41) ดังนั้น จึงควรจัดการแก้ไข และส่งเสริมในการป้องกันความเครียดจากงานไปสู่การป้องกันในเชิงนโยบายต่อไป


อาการวัยหมดระดูและความสัมพันธ์กับการสูญเสียผลิตภาพในการทำงานของพยาบาล ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร, ภคณาพร จงจิตรไพศาล Jan 2024

อาการวัยหมดระดูและความสัมพันธ์กับการสูญเสียผลิตภาพในการทำงานของพยาบาล ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร, ภคณาพร จงจิตรไพศาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเข้าสู่วัยหมดระดูเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในชีวิตของเพศหญิง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความสัมพันธ์ของอาการวัยหมดระดูและการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน ความชุกของการประสบอาการวัยหมดระดูในพยาบาลในกรุงเทพมหานครและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษานี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ ศึกษาในพยาบาลอายุ 45 ถึง 60 ปีทั้งหมด ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลสูตินรีเวช ข้อมูลด้านการทำงาน ข้อมูลอาการวัยหมดระดู และข้อมูลการสูญเสียผลิตภาพในการทำงานถูกเก็บในรูปแบบของแบบสอบถาม การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกและการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกเชิงพหุถูกใช้เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการวัยหมดระดู การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณถูกใช้เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของอาการวัยหมดระดูกับการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 182 คน ความชุกของอาการวัยหมดระดูอยู่ที่ 74.2% จำนวนและร้อยละของอาการวัยหมดระดูโดยแบ่งกลุ่มตามความรุนแรง ได้แก่ กลุ่มไม่มีอาการ 47 คน (25.8%) กลุ่มรุนแรงเล็กน้อย 38 คน (20.9%) กลุ่มรุนแรงปานกลาง 65 คน (35.7%) และกลุ่มรุนแรงมาก 32 คน (17.6%) จากการศึกษาพบว่าการมีอาการวัยหมดระดูในระดับรุนแรงมากมีความสัมพันธ์กับร้อยละการมาทำงานแต่ไม่ได้งานและการสูญเสียผลิตภาพในงานโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีผลต่างค่าเฉลี่ยและช่วงค่าความเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ 20.84 (11.10-30.59) และ 20.49 (10.39-30.58) ตามลำดับ พยาบาลที่มีอาการวัยหมดระดูในระดับรุนแรงควรได้รับการวินิจฉัย รักษา หรือช่วยเหลือในด้านต่างๆ จากทั้งแพทย์เฉพาะทาง หัวหน้าแผนก และเพื่อนร่วมงาน เพื่อป้องกันการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการเกษียณอายุงานก่อนเวลา และรักษามาตรฐานการให้บริการของโรงพยาบาลต่อไปในอนาคต


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านสุขภาพทางการเงินของพนักงานในบริษัทเพื่อช่วยให้ พนักงานมีทางเลือกในการจัดการเงินและบริษัทมีระบบสวัสดิการทางการเงินที่ดีเพื่อพนักงาน, ชัฏธน บุญภัทรทวีสุข Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านสุขภาพทางการเงินของพนักงานในบริษัทเพื่อช่วยให้ พนักงานมีทางเลือกในการจัดการเงินและบริษัทมีระบบสวัสดิการทางการเงินที่ดีเพื่อพนักงาน, ชัฏธน บุญภัทรทวีสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านการเงินของพนักงานในบริษัทวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม และปัญหาการกู้ยืม รวมถึงความต้องการในการใช้เครื่องมือของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ บริษัท ,พนักงานกู้, พนักงานให้กู้ ทั้งหมด 15 คน โดย พบว่า ความน่าเชื่อถือ ,การลดความเสี่ยง และระบบช่วยอัตโนมัติ เป็นคุณค่าที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสนใจ จึงได้พัฒนาต้นแบบเครื่องมือ ที่ช่วยให้บริษัท มีสวัสดิการช่วยเหลือ เมื่อพนักงานมีปัญหา ต้องการเงินกู้ฉุกเฉิน ช่วยลดปัญหา ดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้นอกระบบที่ 240%/ปี เหลือเพียง ไม่เกิน 20%/ปี ซึ่งจะช่วยให้ พนักงานยังมีเงินในการแก้ไขปัญหาส่วนบุคคลได้ และพนักงานที่ให้กู้ได้รับเงินยืมคืนและได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าการฝากเงินธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้พนักงานลดความกังวลลดการเข้าสู่วงจรหนี้ได้ โดยจากการประเมินโอกาสและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเครื่องมือนี้ จะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 700,000 บาท ธุรกิจสามารถคืนทุนได้ภายใน 4.13 ปี และมี IRR อยู่ที่ 18.57% โดยเครื่องมือมีความพร้อมในการพัฒนาต่อยอดต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก Durioextract (สารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร), ชัญญา สุขุมเจริญจิต Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก Durioextract (สารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร), ชัญญา สุขุมเจริญจิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการพิเศษนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก DurioExtract ซึ่งเป็นสารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ของโลก มีทุเรียนอ่อนจากการตัดแต่งกลายเป็นขยะถึง 85,000 ตันต่อปี​​​​​​​​​​​​​​​​ การนำผลทุเรียนอ่อนมาสกัดจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณขยะ ตอบสนองต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติที่กำลังเติบโต ทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรชีวภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย และสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ BCG ของประเทศไทย​​​​​​​​​​​​​​​​ จากผลการศึกษาวิจัยก่อนหน้าพบว่าสารสกัดจากทุเรียนอ่อนมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 2 เท่า ลดริ้วรอย เสริมการทำงานของจุลินทรีย์บนผิว ช่วยฟื้นบำรุงผิว และยับยั้งกระบวนการไกลเคชั่นโดยลดการสร้าง AGEs ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยในโครงการพิเศษนี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยต้นแบบที่มี DurioExtract เป็นส่วนผสม และศึกษาความต้องการและการยอมรับของตลาดด้วยการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 100 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากอาสาสมัคร 2 คน ผลปรากฏว่าสูตรที่มีประสิทธิผลสูงสุดมีลักษณะเป็นเจลใสที่เพิ่มความชุ่มชื้นได้ถึง 175.76% ควบคุมความมันของผิวได้ 51.72% และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้ 40% การวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือ เพศหญิง สัญชาติไทยอายุ 45-59 ปี ที่เป็นพนักงานบริษัทหรือผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีรายได้ 25,001-50,000 บาทต่อเดือน อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง กับผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากทุเรียนเป็นส่วนประกอบสำคัญ จากการประเมินทางการเงินแล้ว พบว่าโครงการนี้มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 66,165,779.06 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ 507.44% ในระยะเวลา 5 ปี ที่เงินลงทุนเริ่มต้น 1,500,000 บาท ซึ่งแสดงให้เป็นถึงโอกาศความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์


การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม Chatgpt ผ่านไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ในงานสรรหาบุคลากร: กรณีศึกษาของ Kbtg, ฐิติ วันตลา Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม Chatgpt ผ่านไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ในงานสรรหาบุคลากร: กรณีศึกษาของ Kbtg, ฐิติ วันตลา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความเป็นไปได้และคุณูปการของการนำเทคโนโลยี ChatGPT มาใช้บนไลน์ออฟฟิศเซียลแอคเคาท์ เพื่อประโยชน์ในการสรรหาทรัพยากรบุคคลโดยใช้บริษัท KASIKORN Business-Technology Group (KBTG) เป็นกรณีศึกษา การศึกษามุ่งค้นหากลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพและการปรับใช้ ChatGPT เพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ทางธุรกิจในระยะยาวในการสรรหาบุคลากร รวมถึงการวิเคราะห์จุดแข็งและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การวิจัยนี้รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่ทำงานร่วมกับ KBTG จำนวน 10 คน และการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ให้ข้อมูลจำนวน 70 คน โดยรวมทั้งสิ้น 80 คน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประเมินผล การพัฒนาระบบ ChatGPT ในครั้งนี้ใช้ต้นทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท และคาดหวังผลตอบแทนรวมต่อปีที่สามารถคืนทุนภายใน 1 ปี โดยระบบ ChatGPT สามารถลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ได้ถึง 20% และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในกระบวนการสรรหาบุคลากร การวิเคราะห์ ROI แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในเทคโนโลยี ChatGPT มีความคุ้มค่า โดยการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เช่น การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การตรวจสอบและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง การฝึกอบรมและกำกับดูแลการใช้งาน รวมถึงการวิเคราะห์ข้อร้องเรียนของลูกค้า การนำ ChatGPT มาใช้ในงานสรรหาบุคลากรของ KBTG จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนในระยะยาว ทั้งยังเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย หากมีการจัดการความเสี่ยงและปรับปรุงระบบต่อเนื่อง ChatGPT จะเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการพัฒนากระบวนการทำงานและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับองค์กร


เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันการคลังอิสระ, เกียรติกร อัตรสาร Jan 2024

เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันการคลังอิสระ, เกียรติกร อัตรสาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเมืองและการคลังไทยส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการงบประมาณให้ควรมีการจัดตั้งสถาบันการคลังอิสระเพื่อสนับสนุนการพิจารณาอนุมัติและติดตามการบริหารงบประมาณ รวมถึงการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ งานชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการจัดตั้งด้วยแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมืองที่วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ ระบบสถาบัน ประโยชน์หรือผลกระทบ อุปสรรคหรือความอ่อนไหว รวมถึงวิธีการและรูปแบบในการจัดตั้งขึ้นใหม่หรือพัฒนาสู่สถาบันการคลังอิสระ โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพจากข้อมูลปฐมภูมิที่สัมภาษณ์แบบเจาะลึกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา/ศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี นักวิชาการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 11 คน ร่วมกับข้อมูลทุติยภูมิจากการรวบรวมเอกสาร ผลการศึกษาพบว่า สถาบันการคลังอิสระจะส่งผลดีต่อกระบวนการงบประมาณ โดยเฉพาะการตัดสินใจพิจารณาอนุมัติงบประมาณบนพื้นฐานข้อมูลสารสนเทศจากสถาบันที่มีความเป็นอิสระ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์ด้านการเงิน การคลัง และการงบประมาณ วิเคราะห์ การบริหารงบประมาณ ความคุ้มค่า และผลกระทบ รวมถึงวิเคราะห์ระดับมหภาคและร่างกฎหมายด้านการเงินการคลัง ทั้งนี้ ภายใต้ความเหมาะสมกับบริบททางการเมือง การคลัง เศรษฐกิจและสังคมของไทย ซึ่งมีอิทธิพลต่อการจัดตั้งขึ้นใหม่หรือพัฒนาสำนักงบประมาณของรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สู่สถาบันการคลังอิสระ


ความเป็นเมืองและความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในบริบทของไทย, ศุภสิน อิทธิพัทธ์วงศ์ Jan 2024

ความเป็นเมืองและความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในบริบทของไทย, ศุภสิน อิทธิพัทธ์วงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานศึกษานี้พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นเมืองและความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในระดับจังหวัดของไทย โดยแยกวิเคราะห์ความเป็นเมืองออกเป็นสองมิติ ได้แก่ ประชากรและเศรษฐกิจ รวมถึงพิจารณาอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบระหว่างการพัฒนาเมืองตามกลไกรัฐและกลไกตลาดต่อความเหลื่อมล้ำทางรายได้ การวิเคราะห์ยังใช้ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ประกอบ ซึ่งได้แก่ เซลล์กริดประชากรและแสงสว่างในยามกลางคืน ร่วมกับแบบจำลองเศรษฐมิติเชิงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจพลวัตเชิงพื้นที่ระหว่างจังหวัด ผลการศึกษาพบว่า ความเป็นเมืองในมิติด้านประชากรมีความสัมพันธ์ในรูปแบบตัว N กับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในจังหวัดตนเองและจังหวัดเพื่อนบ้าน ส่วนความเป็นเมืองในมิติด้านเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์ในรูปแบบตัว N กลับด้านกับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในจังหวัดตนเอง และมีความสัมพันธ์ในรูปแบบตัว N กับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในจังหวัดเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังพบว่าการพัฒนาเมืองตามกลไกรัฐช่วยให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของจังหวัดในกลุ่มที่ได้รับการส่งเสริมการพัฒนาลดลงร่วมกัน หากขนาดของกลุ่มจังหวัดไม่ใหญ่เกินไป ดังนั้น นโยบายการส่งเสริมการพัฒนาจึงควรมุ่งเน้นไปที่การกระจายทรัพยากรจากจังหวัดที่มีความเป็นเมืองสูงเกินไปสู่จังหวัดที่มีความเป็นเมืองต่ำเกินไป โดยเฉพาะ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง พร้อมทั้งกำหนดขนาดกลุ่มจังหวัดที่ได้รับการส่งเสริมตามนโยบายไม่เกินประมาณสิบจังหวัด


พลวัตของค่าเช่าทางเศรษฐกิจในห่วงโซ่มูลค่าโลกและการจัดสรรโดยรัฐ: กรณีศึกษาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยระหว่างการเปลี่ยนผ่าน, ดอม กัณฑ์พินิจชา Jan 2024

พลวัตของค่าเช่าทางเศรษฐกิจในห่วงโซ่มูลค่าโลกและการจัดสรรโดยรัฐ: กรณีศึกษาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยระหว่างการเปลี่ยนผ่าน, ดอม กัณฑ์พินิจชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในห่วงโซ่มูลค่าโลก (GVC) ความสามารถของบริษัทในการเก็บรับและสะสมค่าเช่าทางเศรษฐกิจ อันหมายถึงผลกำไรที่เพิ่มเติมพิเศษจากผลตอบแทนขั้นพื้นฐาน มีความสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่ค่าเช่าภายนอกจากการจัดสรรโดยรัฐมีบทบาทในการกำหนดโครงสร้างของอุตสาหกรรมเช่นกัน งานวิจัยนี้สำรวจพลวัตของค่าเช่าในห่วงโซ่มูลค่าโลกผ่านกรณีศึกษาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการมุ่งเน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างค่าเช่าเชิงนโยบายกับค่าเช่าในห่วงโซ่มูลค่าโลก โดยพิจารณาพลวัตดังกล่าวนี้ตลอดเส้นทางที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การก่อตั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมาจนถึงการเปลี่ยนผ่านที่สร้างความพลิกผันสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งขับเน้นภูมิทัศน์ของผลประโยชน์และอำนาจในอุตสาหกรรม ข้อค้นพบของการศึกษาเผยความสัมพันธ์ระหว่างวิถีการจัดสรรค่าเช่าของรัฐกับอำนาจต่อรองของรัฐในฐานะตัวแทนของอุตสาหกรรมท้องถิ่นต่อบริษัทข้ามชาติในห่วงโซ่มูลค่าโลก การศึกษาวิจัยนี้แสดงบทบาทของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนโยบายรัฐกับการลงทุนจากต่างชาติในการสร้างวงจรที่มีอิทธิพลในการประกอบสร้างอุตสาหกรรมที่พัฒนาตามหลัง โดยเสนอมุมมองเกี่ยวกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจในเศรษฐกิจเกิดใหม่


การสะสมทุนของกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ ผลกระทบจากการเติบโตและการกระจายรายได้, บุญวิศษา ไชยรัตนะ Jan 2024

การสะสมทุนของกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ ผลกระทบจากการเติบโตและการกระจายรายได้, บุญวิศษา ไชยรัตนะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะของกระบวนการสะสมทุนของกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ และวิเคราะห์ผลกระทบของการสะสมทุนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ในประเทศไทย โดยศึกษาข้อมูลการประกอบธุรกิจใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมของกลุ่มการเมือง "บ้านใหญ่" ทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ จากฐานข้อมูล Orbis และ CredanData ซึ่งทำให้ทราบถึงข้อมูลการเปลี่ยนแปลง ลักษณะการผลิตของกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ในระหว่างปี พ.ศ. 2491-2566 โดยการวิจัยในครั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลของธุรกิจกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่จำนวน 1,244 แห่ง โดยนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์การเติบโตและการกระจายรายได้ของกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ ซึ่งการวิเคราะห์จะใช้ทฤษฎีการสะสมทุนและเทคโนโลยีถดถอย ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มการเมืองบ้านใหญ่มีการสะสมทุนผ่านการลงทุนในธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี การผลิตมีลักษณะที่ถดถอยไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ทุนเป็นหลักแต่ไม่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ส่งผลกระทบต่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม


ลักษณะการสะสมทุนของกลุ่มทุนค้าปลีกรายใหญ่ของไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545-2565: กรณีศึกษา กลุ่มเซ็นทรัล, กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มทีซีซี, อดิศา ชูดวง Jan 2024

ลักษณะการสะสมทุนของกลุ่มทุนค้าปลีกรายใหญ่ของไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545-2565: กรณีศึกษา กลุ่มเซ็นทรัล, กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มทีซีซี, อดิศา ชูดวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาลักษณะการสะสมทุนของกลุ่มทุนค้าปลีกสมัยใหม่ของไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2545-2565 ผ่านกรณีศึกษา 3 ราย ได้แก่ กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มทีซีซี โดยใช้แนวคิดเกี่ยวกับทุนของปิแอร์ บูดิเออ มาวิเคราะห์ลักษณะของทุนที่สะสม และใช้ Structure Conduct Performance Model มาเป็นส่วนประกอบ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ภาพการสะสมทุนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จากการศึกษาพบว่าลักษณะการสะสมทุนของกลุ่มทุนค้าปลีกสมัยใหม่ของไทยมี 6 รูปแบบ คือ 1) สะสมทุนผ่านขยายสาขาภายในประเทศ 2) สะสมทุนผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี 3) สะสมทุนผ่านการสะสมเครือข่ายทางการเมือง 4) สะสมทุนจากส่วนเกินของซัพพลายเออร์ 5) สะสมทุนผ่านการขูดรีดแรงงาน และ 6) สะสมทุนผ่านการลงทุนในต่างประเทศ


การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ : กรณีศึกษาสามย่านสมาร์ทซิตี้, พรรษวุฒิ พวงสุวรรณ Jan 2024

การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ : กรณีศึกษาสามย่านสมาร์ทซิตี้, พรรษวุฒิ พวงสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในบริบทของการพัฒนาเมืองในศตวรรษที่ 21 แนวคิด "เมืองอัจฉริยะ" (Smart City) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย ผ่านกรณีศึกษาสามย่านสมาร์ทซิตี้ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การบริหารของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานวิจัยชิ้นนี้ใช้กรอบแนวคิด 3RC (Restrictive, Reflective, Rationalistic/Pragmatic และ Critical Schools of Thought) ในการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาเมือง พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาในต่างประเทศ เช่น Songdo (เกาหลีใต้), Amsterdam (เนเธอร์แลนด์) Medellín (โคลอมเบีย) และ Silicon Valley (สหรัฐอเมริกา) เพื่อสังเคราะห์บทเรียนที่สามารถนำมาปรับใช้ในบริบทไทย ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยี การมีส่วนร่วมของชุมชน และ การรักษาความยั่งยืน งานวิจัยชิ้นนี้ยังเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทยที่ถอดบทเรียนจากต่างประเทศ เพื่อให้การพัฒนาสามย่านสมาร์ทซิตี้สามารถเป็นต้นแบบสำหรับโครงการเมืองอัจฉริยะอื่น ๆ ในอนาคต โดยตอบสนองต่อความต้องการของผู้คนอย่างแท้จริงและยั่งยืนในระยะยาว


Structural Analysis Of Thailand's Economy During The “Developmental Era” From 1957 To 1997 Using The Social Structure Of Accumulation Theory, Paworn Kiatyutthachart Jan 2024

Structural Analysis Of Thailand's Economy During The “Developmental Era” From 1957 To 1997 Using The Social Structure Of Accumulation Theory, Paworn Kiatyutthachart

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis tried to describe the progress of growth and recession of the Thai economy during the “developmental era” of the 1950s to 2000s. The main objective of this thesis is to find Thailand’s Social Structure of Accumulation, using it to trace back to the “critical junctures” and then describe the trajectory of Thailand’s economic development. The Social Structure of Accumulation is obtained by calculating the rate of profit to identify “long waves” of changes in the rate of profit, and also through documentary research of both primary and secondary sources to find a “set of structures” related to the …


กระบวนการกำหนดนโยบายจัดการ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ, อิษยา อนิวรรตน์ Jan 2024

กระบวนการกำหนดนโยบายจัดการ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ, อิษยา อนิวรรตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานศึกษาชิ้นนี้ใช้กรอบแนวคิดเศรษฐศาสตร์สถาบันใหม่เป็นกรอบการวิเคราะห์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายถึงแนวคิดของรัฐต่อการกำหนดนโยบายด้านการให้ความคุ้มครองทางสังคมด้านสุขภาพ รวมถึงศึกษากระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านการจัดการ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ผ่านการอธิบายถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนร่วมในตลาดการเมืองของการกำหนดนโยบาย ได้แก่ อุปสงค์ (กลุ่มผลักดันเรียกร้องนโยบาย) และอุปทาน (กลุ่มมีอำนาจที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจ) งานชิ้นนี้ใช้การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมการสัมภาษณ์เชิงลึกกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า ภายใต้กระบวนการกำหนดนโยบาย ตัวแสดงในฝั่งอุปทานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตั้งแต่การก่อตัว การตัดสินใจแบบรวมศูนย์ และนำนโยบายไปบังคับใช้ เนื่องจาก รัฐให้อำนาจและได้ใช้องค์ความรู้เฉพาะทางเป็นตัวชี้นำ ในขณะที่ตัวแสดงฝั่งอุปสงค์ยังต้องอยู่ภายใต้สภาวะพึ่งพิงจากรัฐ ทำให้ไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในตอนต้น แต่กลุ่มดังกล่าวจะเริ่มมีบทบาทนำและพลังการต่อรองกับรัฐเพิ่มขึ้นในช่วงการสะท้อนกลับของนโยบาย จึงส่งผลลบต่อการกระจายทรัพยากร ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ และการเลือกปฏิบัติกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ รวมถึงต้นทุนธุรกรรม ทั้งนี้ การตัดสินใจเลือกนโยบายของกลุ่มอุปทานนโยบายเป็นผลโดยตรงจากโครงสร้างการให้คุณค่าของสถาบันไม่ทางการ (วัฒนธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี) ที่ฝังลึกมีกรอบคิดและการให้คุณค่าที่ไม่สนับสนุนความเท่าเทียมเชิงสุขภาพของสถาบันทางการ ส่งผลให้แม้จะมีกฎ กติกา (สถาบันทางการ) ระบุถึงประเด็นด้านความเท่าเทียม แต่ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประสิทธิภาพของสถาบันในการจัดสรรทรัพยากรและการให้บริการด้านสาธารณสุขจึงสามารถไม่เป็นธรรมและมีความแตกต่างระหว่างแรงงานไทยกับแรงงานข้ามชาติตามการเลือกให้ความสำคัญกับกลุ่มคนซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับได้ ข้อเสนอแนะสำหรับงานคือ เสนอให้ปรับเปลี่ยนกลไกทางสถาบันเพื่อให้เกิดความเสมอหน้าและปรับโครงสร้างให้สามารถรองรับกับวิกฤตทางสุขภาพในอนาคต


การศึกษาผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ต่อแรงงานนอกระบบในตลาดแรงงานไทย, ภัณฑิลา ธนบูรณ์นิพัทธ์ Jan 2024

การศึกษาผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ต่อแรงงานนอกระบบในตลาดแรงงานไทย, ภัณฑิลา ธนบูรณ์นิพัทธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ต่อแรงงานนอกระบบในตลาดแรงงานไทย โดยจะแบ่งผลลัพธ์ของตลาดแรงงานเป็น 2 ตัว คือ ชั่วโมงการทำงานต่อวัน และค่าจ้างต่อวันของแรงงานนอกระบบ และทำการศึกษาผ่านการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Difference-in-Differences (DiD) Regression โดยการศึกษานี้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่มโดยใช้เกณฑ์ระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในระดับจังหวัดเป็นเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่ม คือ กลุ่มทรีตเมนต์และกลุ่มเปรียบเทียบ และศึกษาผ่านตัวแปรควบคุม ประกอบด้วย ภาคที่อยู่อาศัย เขตการปกครอง อายุเพศ ระดับการศึกษา สถานภาพการสมรส สถานะการทำงาน ประเภทอาชีพ และประเภทอุตสาหกรรม การศึกษานี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร (Labor Force Survey: LFS) และการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2561 พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2564 ที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในส่วนของข้อมูลความรุนแรงของสถานการณ์โควิดระดับจังหวัด ใช้ข้อมูลจากประกาศคำสั่งการกำหนดเขตพื้นที่ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อประเมินผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ต่อแรงงานนอกระบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ Difference-in-Differences (DiD) Regression โดยผลการวิจัย พบว่า การแพร่ระบาดของโควิด 19 นั้นส่งผลกระทบเชิงลบต่อค่าจ้างต่อวันและจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อวันของแรงงานนอกระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดย ค่าจ้างต่อวันของแรงงานนอกระบบในกลุ่มทรีตเมนต์ลดลงเฉลี่ย -53.97 บาท และ ชั่วโมงทำงานต่อวันของแรงงานนอกระบบในกลุ่มทรีตเมนต์ลดลงเฉลี่ย 0.09 ชั่วโมง (5.4 นาที) เมื่อเทียบกับแรงงานนอกระบบในกลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับร้อยละ 1 และระดับร้อยละ 10 ตามลำดับ นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อชั่วโมงการทำงานและค่าจ้างของแรงงานนอกระบบ พบว่า แรงงานนอกระบบที่ทำงานในกรุงเทพมหานครนั้นจะมีค่าจ้างต่อวันและชั่วโมงการทำงานต่อวันที่มากกว่าแรงงานนอกระบบในภูมิภาคอื่น ๆ แรงงานเพศหญิงจะมีค่าจ้างต่อวันและชั่วโมงการทำงานต่อวันที่น้อยกว่าแรงงานเพศชาย นอกจากนี้ในส่วนของระดับการศึกษา พบว่า ระดับการศึกษาของแรงงานมีความสัมพันธ์กับงานที่แรงงานทำ หากมีระดับการศึกษาที่สูงย่อมมีทางเลือกในการเลือกงานที่ทำที่มีระดับของค่าจ้างที่มากกว่าแรงงานที่มีการศึกษาต่ำกว่า เพราะแรงงานนอกระบบที่มีระดับการศึกษาไม่สูงมากอาจมีทางเลือกในการเลือกทำงานที่น้อยกว่า และงานอาจไม่ได้มีความมั่นคงมากนัก ซึ่งการศึกษาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการ แผน และนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ


การสะสมทุนและการเลื่อนสถานะทางสังคมของไอดอลเกาหลี, พัทธนันท์ ทรัพย์เจริญ Jan 2024

การสะสมทุนและการเลื่อนสถานะทางสังคมของไอดอลเกาหลี, พัทธนันท์ ทรัพย์เจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานศึกษาชิ้นนี้มุ่งศึกษากระบวนการสะสมทุนและการเลื่อนระดับทางสังคมของไอดอลเกาหลี โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการสะสมทุนของไอดอลเกาหลีที่มีช่วงระยะเวลาเดบิวท์ที่ใกล้เคียงกันจำนวนสองวง ได้แก่ วง EXO ซึ่งเป็นกลุ่มไอดอลที่มีพื้นฐานของทุนทางเศรษฐกิจสูง และวง BTS ซึ่งเป็นกลุ่มไอดอลที่มีพื้นฐานของทุนทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า เพื่อนำมาวิเคราะห์กระบวนการสะสมทุนในมิติต่าง ๆ ที่เป็นผลทำให้ตำแหน่งทางสังคมจากไอดอลในฐานะศิลปินของประเทศเกาหลีใต้เลื่อนระดับ ทางสังคมไปสู่การเป็นไอดอลที่มีชื่อเสียงระดับโลกผ่านการใช้แนวคิดเรื่องทุนของบูดิเยอร์ ผลการศึกษาพบว่าความแตกต่างทางสังคมในช่วงแรกเกิดจากความแตกต่างของทุนทางเศรษฐกิจจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทต้นสังกัด โดยวง EXO เป็นกลุ่มที่มีความได้เปรียบจากการเป็นไอดอลของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งเอื้อต่อการสร้างทุนทางวัฒนธรรมและทุนทางสังคมที่สูงไปด้วย และทำให้วง EXO สามารถสร้างทุนทางสัญลักษณ์ทางด้านชื่อเสียงจนเลื่อนระดับทางสังคมได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนของวง BTS เป็นไอดอลของบริษัทขนาดเล็กที่มีทุนทางวัฒนธรรมและทุนทางสังคมที่ต่ำกว่า แต่นำเอาประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสร้างเครือข่ายทางสังคมจนทำให้วง BTS ได้รับการยอมรับจากสังคมและเกิดการเลื่อนระดับทางสังคมสู่การเป็นไอดอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังได้ในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ชื่อเสียงที่เกิดขึ้นสามารถแปรสภาพจากทุนทางสัญลักษณ์กลับไปสู่ทุนทางเศรษฐกิจได้เช่นกัน


The Impact Of U.S. Monetary Policy Expectations On Emerging Market Sovereign Bonds, Qiaofang Chen Jan 2024

The Impact Of U.S. Monetary Policy Expectations On Emerging Market Sovereign Bonds, Qiaofang Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the spillover effects of U.S. monetary policy on sovereign bonds in emerging market economies (EMEs). It evaluates the influence of various phases of U.S. monetary policy, including quantitative easing (QE) and quantitative tightening (QT), on EME sovereign bond prices and yields. The analysis pays special attention to differences in the impacts on bonds denominated in local currencies versus U.S. dollars. The results indicate that U.S. monetary policy significantly affects the prices of both USD- and local currency-denominated bonds in EMEs, except during the pre-unconventional monetary policy period. The adverse effects of U.S. monetary policy adjustments, particularly during …


The Effects Of Ai On Export Cutoff For High-Tech Industries In China, Baobao Lou Jan 2024

The Effects Of Ai On Export Cutoff For High-Tech Industries In China, Baobao Lou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Given the surge in Chinese high-tech exports from 2016 to 2021, this paper presents the first quantitative estimation of the export cutoff productivity for Chinese firms. It explores the impact of AI on export cutoff productivity at the firm level by applying text mining, the WLP method (2009), and the ROC method to 958 listed high-tech firms in China. The study finds that the export cutoff productivity threshold for Chinese high-tech industries significantly increased following the adoption of AI. This indicates that AI adoption raises the export cutoff. However, this paper also finds that AI’s adoption also improves the chance …


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน, อมร ขันสาลี Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน, อมร ขันสาลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันนวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร แต่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ยังต้องอาศัยพนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ องค์กรจึงควรส่งเสริมและพัฒนาทักษะนี้ให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยพบว่าบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ มักจะมีความอยากรู้อยากเห็น กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ เปิดกว้างรับสิ่งใหม่ ๆ และมีความรู้หลากหลาย ดังนั้นองค์กรควรส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อขยายมุมมอง นำไปสู่การคิดนอกกรอบและคิดเชิงนวัตกรรมแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้ ช่วยให้พนักงานเข้าถึงความรู้และข้อมูลใหม่ ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ยังมีข้อจำกัดด้านแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองและความหลากหลายของรูปแบบเนื้อหาการเรียนรู้ การศึกษาครั้งนี้นำเสนอแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์ที่มีคุณสมบัติดังนี้ 1) เป็นศูนย์กลางรวมความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และองค์ความรู้ใหม่ ๆ 2) นำกลไกเกมบางส่วนจากแนวคิดเกมมิฟิเคชัน (Gamification) มาใช้เพื่อกระตุ้นความสนใจและความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ 3) รองรับรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การดู การอ่าน และการฟัง โดยการออกแบบระบบทั้งหมดผู้ศึกษาได้อ้างอิงและประยุกต์ใช้แนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ เกมมิฟิเคชัน (Gamification) และความต้องการและแรงจูงใจของมนุษย์ ร่วมด้วยผลการศึกษาพบว่าพนักงานทั่วไปจำนวน 100 คน มีความเห็นว่าองค์ประกอบของเกมมิฟิเคชันมีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้ความรู้ออนไลน์ของพนักงานในระดับมากทุกกลุ่มปัจจัย ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยด้าน เพศ ช่วงอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และระดับการปฏิบัติงาน จากนั้นผู้ศึกษาได้นำผลการสำรวจไปออกแบบแพลต์ฟอร์มฯ โดยผู้ศึกษาได้พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและนำไปสาธิตและกลุ่มเป้าหมายซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พัฒนาบุคลากร จาก 5 ธุรกิจที่แตกต่างกัน โดยผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการทดลองนำไปใช้งาน


Development Of Titanate-Based High-Entropy Perovskite Oxides For High-Energy Density Capacitor, Ketkaeo Bunpang Jan 2024

Development Of Titanate-Based High-Entropy Perovskite Oxides For High-Energy Density Capacitor, Ketkaeo Bunpang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The development of dielectric materials with suitable properties for high-energy density capacitors is essential for the advancement of future electronic technologies. This study focuses on the effects of substituting monovalent and trivalent ions at the A and B sites in high-entropy perovskite oxide structures based on titanates. (A'0.2A"0.2Ba0.2Ca0.2Sr0.2)(Ti1-xMex)O3 (A' = Na+, K+, A" = Bi3+, La3+, Me = Zr4+, (Mg1/3Nb2/3)4+, x = 0.00–0.2) compounds were synthesized using the solid-state reaction method. The results revealed that compounds containing Bi3+ exhibited a high dielectric constant (~3000), low dielectric loss (~0.1), and stable relaxor ferroelectric behavior. In contrast, compounds containing La3+ displayed linear …


Salt Tolerance In Rice ‘Jao Khao’: Molecular Marker Development By Bulk Segregant Analysis And Two-State Weighted Gene Co-Expression Network Analysis, Prasit Khunsanit Jan 2024

Salt Tolerance In Rice ‘Jao Khao’: Molecular Marker Development By Bulk Segregant Analysis And Two-State Weighted Gene Co-Expression Network Analysis, Prasit Khunsanit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

We validated a QTL based on our previous QTL-Seq mapping study (bulk segregant analysis combined with high-throughput DNA sequencing) using the salt-tolerant donor line ‘Jao Khao’ in a cross of two different genetic backgrounds. The QTL was related to cell membrane stability (CMS) and tiller number (TN), and located in the same interval region of 38.26-38.95 Mb on chromosome 1, indicating pleiotropy. The results confirmed the co-localization of the qCMS1 and qTN1 traits on chromosome 1. Based on the CMS trait, qCMS1/qTN1 stably expressed 6–18% of the phenotypic variance in the two validation populations, while qCMS1/qTN1 accounted for 16–20% of …


Fuzzy Digital Signature Scheme For Binary Noisy Strings With Respect To Hamming Distance, Ittanee Srikham Jan 2024

Fuzzy Digital Signature Scheme For Binary Noisy Strings With Respect To Hamming Distance, Ittanee Srikham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

One of the risks associated with public key infrastructure (PKI) pertains to the security of the user's private key. Given the imperative for stringent protection of this key, a proposed solution to mitigate this risk involves the utilization of biometric information. Although biometric information is fuzzy, it cannot be used directly as a cryptographic key. Thus, our investigation commenced into the exploration of ``Signature Scheme with a Fuzzy Private Key" by Takahashi et al. They introduced a new concept of digital signature called ``fuzzy signature" for real vectors with $L_{\infty}$ metric. A fuzzy signature is a signature scheme that uses …


Adjustment Of Ridge Estimator For Linear Regression Model With Multicollinearity, Sittinon Pumpuang Jan 2024

Adjustment Of Ridge Estimator For Linear Regression Model With Multicollinearity, Sittinon Pumpuang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Linear regression model is one of important statistical tools applied in many different problems. Therefore, several studies in developing tools for linear regression models have brought interests from statisticians. One such problem is to find an efficient method for parameter estimation. Several different methods have been proposed in literature such as the ordinary least square method which has been widely used in application. However, the least square estimator has high error when there exists a multicollinearity problem. This, statisticians have developed alternative parameter estimation methods for linear regression models with multicollinearity such as the ridge regression. In this thesis, we …


การจำลองอุทกพลศาสตร์ของหอฟื้นฟูสภาพตัวดูดซับสำหรับกระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยตัวดูดซับโพแทสเซียมคาร์บอนเนตบนตัวรองรับอลูมินาในเครื่องปฏิกรณ์ฟลูอิไดซ์เบดหมุนเวียน, ณัฐธิดา ภักดี Jan 2024

การจำลองอุทกพลศาสตร์ของหอฟื้นฟูสภาพตัวดูดซับสำหรับกระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยตัวดูดซับโพแทสเซียมคาร์บอนเนตบนตัวรองรับอลูมินาในเครื่องปฏิกรณ์ฟลูอิไดซ์เบดหมุนเวียน, ณัฐธิดา ภักดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์โลกร้อนจากการปล่อยแก๊สเรือนกระจก โดยเฉพาะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage, CCS) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเพื่อลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์หลังการเผาไหม้ (Post-combustion capture) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาแบบจำลองอุทกพลศาสตร์ของหอฟื้นฟูสภาพตัวดูดซับในระบบฟลูอิไดซ์เบดหมุนเวียน และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับ ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วยการจำลองกระบวนการด้วยแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational Fluid Dynamics, CFD) โดยแบ่งการจำลองออกเป็นสองส่วน ได้แก่ การจำลองแบบไม่มีปฏิกิริยาเคมีเพื่อหาการเลือกแบบจำลอง Drag model ที่เหมาะสมสำหรับการจำลองอุทกพลศาสตร์ในไรเซอร์และดาวเนอร์ และการจำลองแบบมีปฏิกิริยาเคมีเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับ รวมถึงการศึกษาผลของตัวแปรกระบวนการที่สำคัญ เช่น อุณหภูมิผนังดาวเนอร์ ความดันขาออกของดาวเนอร์ ปริมาณเบดเริ่มต้น และอัตราการไหลของตัวดูดซับ ผลการทดลองพบว่า การใช้แบบจำลอง Gidaspow ในไรเซอร์และดาวเนอร์ให้ผลการจำลองการไหลในระบบฟลูอิไดซ์เบดหมุนเวียนที่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงทดลอง การปรับอุณหภูมิผนังดาวเนอร์จาก 473 เคลวินเป็น 573 เคลวิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูตัวดูดซับจาก 24.36% เป็น 31.02% แต่ลดประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จาก 80.93% เป็น 78.11% นอกจากนี้ การลดความดันขาออกจาก 0 ปาสคาลเป็น -2000 ปาสคาล และการเพิ่มอัตราการป้อนกลับตัวดูดซับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาผลร่วมของตัวแปรกระบวนการ พบว่าปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับ ได้แก่ อุณหภูมิผนังดาวเนอร์ ความดันขาออกของดาวเนอร์ ปริมาณเบดเริ่มต้น และอัตราการไหลของตัวดูดซับ การปรับค่าดังกล่าวในช่วงที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Fixed Point And Periodic Cycle Of Sequence Arises From Number Of Factors, Thanapong Jaitrakoon Jan 2024

Fixed Point And Periodic Cycle Of Sequence Arises From Number Of Factors, Thanapong Jaitrakoon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Let. {an} and {bn} be sequences of positive integers. For each positive integer n., define an+1 to be the eube of the number of positive factors of an and define bn+1 to be the forth power of the number of positive factors of bn. This thesis proves that (i) if a1 > 1, then (an) eventually becomes the fixed point, namely 21952 or 64000, or {an}eventually becomes a sequence having periodie cycle of prime period 2, namely (64, 343) or (343, 64); (ii) if b1 > 1, then {bn} is eventually the fixed point, namely 625, 6561 or 4100625.


Evaluating The Binding Modes Of Hepatitis B E-Antigen Inhibitor By In Silico Method, Wigrom Yogboworn Jan 2024

Evaluating The Binding Modes Of Hepatitis B E-Antigen Inhibitor By In Silico Method, Wigrom Yogboworn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Hepatitis B, caused by the hepatitis B virus (HBV), is a significant global health concern, primarily affecting the liver and leading to severe complications, including drug resistance and chronic infection. Numerous studies have linked these conditions to the presence of hepatitis B core antigen (HBcAg) and hepatitis B e antigen (HBeAg). HBeAg, in particular, is known to have the innate immune response, resulting in diminished immunity and delayed disease diagnosis and treatment. Despite this, the molecular structure and interactions between inhibitors and HBeAg remain poorly understood, posing a significant challenge to the development of effective treatments. This work employs molecular …


Some Properties Of S-Multiplication Modules And S-Comultiplication Modules, Kanrop Hukaew Jan 2024

Some Properties Of S-Multiplication Modules And S-Comultiplication Modules, Kanrop Hukaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Let R be an associative ring with identity, and all modules be unitary right R- modules. In 2020, D. D. Anderson et al. introduced the concept of S-multiplication modules, which is a generalization of multiplication modules. Two years later, E. Yildiz et al. introduced the dual notion of S-multiplication modules called S- comultiplication modules. Moreover, S-comultiplication modules are also a gen- eralization of comultiplication modules. In this thesis, we will explore several properties of both S-multiplication modules and S-comultiplication modules. We will provide examples of S-multiplication modules and S-comultiplication modules. Additionally, we demonstrate that the concepts of S-multiplication modules, sim- …


Metallopolymers For Photocatalytic Reduction Of Carbon Dioxide, Wissuta Boonta Jan 2024

Metallopolymers For Photocatalytic Reduction Of Carbon Dioxide, Wissuta Boonta

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

CdS quantum dots (CdS QDs), acting as photosensitizers, or sometimes solo photocatalysts in CO2 reduction, have offered a myriad of advantages including quantum confinement effect, tunable redox potential, and photoreduction selectivity. However, CdS QDs are frequently compromised by thermal and oxidative instability, as well as photocorrosion, which restricts their practical applications. In this research, an effective method endowing CdS QDs by assembling with amphiphilic metallopolymer was developed to enhance their stability and synergistic activity. The thioglycolic acid-capped cadmium sulfide quantum dots (CdS) were successfully prepared using a simple reflux method. The amphiphilic metallopolymers were successfully synthesized via precise radical polymerization …