Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1321 - 1350 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา, ฐาปนวัฒน์ สุขปาละ Jan 2024

การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา, ฐาปนวัฒน์ สุขปาละ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษา 2) พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษาที่พัฒนาขึ้น การศึกษาระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 434 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นสองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบประเมินความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 35 ข้อ ครอบคลุม 6 องค์ประกอบ มีค่าดัชนีความสอดคล้องรวม 0.77 และค่าความเที่ยง 0.86 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ ส่วนการศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 80 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจงและสุ่มแบบแบ่งชั้นตามเพศ แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 40 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 1 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษามีระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2) โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย กิจกรรม 8 กิจกรรม คือ 2.1) รอบรู้บุหรี่ไฟฟ้า 2.2) แยกแยะสื่อและโฆษณา 2.3) รู้ที่มา เข้าใจข้อมูล 2.4) รู้จักคิด รู้จักปฏิเสธ 2.5) คิดก่อนคลิก เลือกก่อนลอง 2.6) ฉลาดรู้…จัดการตน 2.7) สื่อ..สาร ให้โดนใจ และ 2.8) ภารกิจพลังบวก มีค่าดัชนีความสอดคล้องเฉลี่ยเท่ากับ 0.95 3) ประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษากลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) สรุปผลการวิจัย พบว่า โปรแกรมส่งเสริม ความฉลาดรู้ทางสุขภาพที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพของนักศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญ และมี แนวโน้มที่จะนำไปใช้ในการพัฒนากลุ่มเยาวชนในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผล


การพัฒนาโปรแกรมโดยใช้เกมมิฟิเคชันและหลักการฝึกฟังก์ชันนัลเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา, ศักดา สวัสดิ์วร Jan 2024

การพัฒนาโปรแกรมโดยใช้เกมมิฟิเคชันและหลักการฝึกฟังก์ชันนัลเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา, ศักดา สวัสดิ์วร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมโดยใช้เกมมิฟิเคชันและหลักการฝึกฟังก์ชันนัลเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา และ 2) ประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น ตัวอย่างวิจัยเป็นนักเรียนประถมศึกษาจำนวน 30 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายใน 1 โรงเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นและผ่านเกณฑ์คัดเข้า ทำการเก็บข้อมูล 2 ครั้ง คือ ก่อนการทดลองและหลังการทดลอง 8 สัปดาห์นำข้อมูลมาวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยด้วยค่าทีที่ระดับนัยะสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า 1) โปรแกรมโดยใช้เกมมิฟิเคชันและหลักการฝึกฟังก์ชันนัลเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา ประกอบด้วย 8 กิจกรรม ได้แก่ (1) ยืดเส้นยืดสาย (2) ฝ่าฟันไปด้วยกัน (3) ภารกิจพิชิตชัยชนะ (4) รวมพลังสู่ชัยชนะ (5) ขยับสไตล์เรา (6) คู่หูทรงพลัง (7) ลูกบอลหรรษา และ (8) มั่นคงทรงพลัง มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในช่วง 0.80–1.00 และ 2) ประสิทธิผลของโปรแกรมโดยใช้เกมมิฟิเคชันและหลักการฝึกฟังก์ชันนัลที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และการคิดแก้ปัญหาระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมในระยะหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่า การพัฒนาโปรแกรมโดยใช้เกมมิฟิเคชันและหลักการฝึกฟังก์ชันนัลเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษามีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในช่วง 0.80–1.00 และโปรแกรมโดยใช้เกมมิฟิเคชันและหลักการฝึกฟังก์ชันนัลสามารถส่งเสริมความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว และการคิดแก้ปัญหาได้


Academic Management Innovation Based On The Concept Of Meta Skills For Private Higher Education Institutions In Sichuan, China, Chi Che Jan 2024

Academic Management Innovation Based On The Concept Of Meta Skills For Private Higher Education Institutions In Sichuan, China, Chi Che

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to 1) study the conceptual framework of academic management and metaskills, 2) examine the level of meta-skills among students in Sichuan private higher education institutions (HEIs), 3) analyze the priority needs in developing academic management to enhance meta-skills, and 4) develop an academic management innovation to foster meta-skills in private HEIs. This study employed a multi-phase mixed-methods research design, integrating both quantitative and qualitative approaches. The study involved ten private HEIs across Sichuan Province. The instruments used included a meta-skills development questionnaire, academic management evaluation form, expert validation form, and structured interview protocols. Data were analyzed using …


Inclusive Leadership Development Innovation For University Faculty Members In Chongqing, China, Changjiang Tang Jan 2024

Inclusive Leadership Development Innovation For University Faculty Members In Chongqing, China, Changjiang Tang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to 1) study the conceptual framework of inclusive leadership and professional development of university faculty members, 2) study the level of inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China, 3) analyses the priority needs in professional development to enhance the inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China, and 4) develop the professional development innovation to enhance the inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China. This study employed a multi-phase mixed-method design, combining quantitative and qualitative data collection. The sample consisted of 17 universities, 366 university faculty members in Chongqing, China. Informants included …


การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอ สำหรับนักเรียนประถมศึกษา, อุษณา พิมพร Jan 2024

การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอ สำหรับนักเรียนประถมศึกษา, อุษณา พิมพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยที่ส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอสำหรับนักเรียนประถมศึกษา และช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งการวิจัยเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1. ระยะการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และออกแบบชุดกิจกรรม และ 2. ระยะทดลองใช้ชุดกิจกรรม ใช้เครื่องมือวิจัย จำนวน 7 ชุด ได้แก่ 1. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าทอ 2. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนศิลปะในระดับประถมศึกษา 3. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ระหว่างวัย 4. แบบวัดประเมินการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอสำหรับนักเรียนประถมศึกษา 5. แบบสังเกตพฤติกรรม 6. แบบสัมภาษณ์การเห็นคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ และ 7. แบบสำรวจความพึงพอใจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนประถมศึกษา จำนวน 20 คน ผู้สูงอายุ จำนวน 5 คน ศึกษาโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการหาค่าเฉลี่ย การหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับการเรียนรู้ หาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าร้อยละ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนาชุดกิจกรรมประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ 1. การสานความสัมพันธ์ 2. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3. การสร้างความภาคภูมิใจร่วมกัน และ 4. การบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ผลการใช้ชุดกิจกรรม พบว่า 1. นักเรียนประถมศึกษามีการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ผ้าทอหลังใช้ชุดกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกคน และมีค่าเฉลี่ยคะแนนจากการสังเกตพฤติกรรมอยู่ในระดับมาก (M=4.08) นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการเห็นคุณค่าใน 3 ระดับ คือ 1) ขั้นการรับรู้ โดยพบว่า นักเรียนมีส่วนร่วมถามคำถามในกิจกรรม มีความตั้งใจในการทำกิจกรรม รู้จักเลือกเลือกสิ่งที่ชอบในกิจกรรมได้ 2) ขั้นการตอบสนอง โดยพบว่า นักเรียนมีความต้องการตอบคำถามใน ชั้นเรียน ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย สามารถนำเสนอผลงานได้ และ 3) ขั้นการรู้คุณค่า โดยพบว่า นักเรียนสามารถบอกคุณค่าของ อัตลักษณ์ผ้าทอได้ และสร้างสรรค์คลิปวิดีโอเพื่อเชิญชวนให้ผู้อื่นรู้จักอัตลักษณ์ผ้าทอได้ นอกจากนี้ผลการสะท้อนคิดยังพบว่า นักเรียนมีความสุขและชื่นชอบในการทำกิจกรรมศิลปะที่ออกแบบ 2. หลังใช้ชุดกิจกรรมผู้สูงอายุเกิดการเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้น …


Factors Associated With Rabies-Related Behaviors Among Myanmar Migrant Workers In Bangkok Metropolitan Area, Thailand., Amornsit Chavanayarn Jan 2024

Factors Associated With Rabies-Related Behaviors Among Myanmar Migrant Workers In Bangkok Metropolitan Area, Thailand., Amornsit Chavanayarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Rabies is a fatal but preventable viral disease that continues to be a public health concern in Thailand, particularly among vulnerable populations such as migrant workers. Myanmar migrant workers, who often reside in high-risk environments with limited access to healthcare and information, may face increased risk of rabies exposure due to animal bites and inadequate knowledge of prevention measures. This study aimed to determine the proportion of potential rabies exposure and assess the levels of knowledge, attitudes, and practices (KAP) regarding rabies among Myanmar migrant workers in the Bangkok Metropolitan Area. It also examined associations between socio-demographic factors and KAP …


ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์ Jan 2024

ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยสร้างสรรค์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะเชิงหลังมนุษยนิยมผ่านร่างกายมนุษย์ โดยอิงจากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยในการเปลี่ยนแปลงร่างกายในแบบฉบับของผู้วิจัยเอง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสื่อร่วมสมัย เช่น โฆษณา ภาพยนตร์ และโซเชียลมีเดีย ที่มักนำเสนอภาพร่างกายที่แข็งแรง มีกล้ามเนื้อชัดเจน และสื่อถึงความสมบูรณ์แบบตามจินตนาการทางวัฒนธรรม ผู้วิจัยนำแนวคิดและทฤษฎีจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ อาทิ การกลายเป็น (Becoming) อภิมนุษย์ (Übermensch) แฟนตามาสโกรเรีย (Phantasmagoria) และแนวคิดไซบอร์ก (Cyborg) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงร่างกายเป็น A Work of Art ไปสู่ร่างหลังมนุษยนิยมที่ถูกควบคุมและจัดการผ่านการกระทำทางกายภาพและเครื่องจักรดิจิทัลโดยการประมวลผลที่ทำให้ร่างกายถูกทำให้กลายเป็นดิจิไทเซชั่น (Digitization) ในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้วิจัยใช้เทคนิคศิลปะดิจิทัล (Digital Art) ร่วมกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ถ่ายทอดกระบวนการ “ก่อร่างสร้างร่างกาย” ที่สะท้อนทั้งมิติทางกายภาพ อารมณ์ และจิตใจจากฝึกฝนร่างกายของผู้วิจัย ภายใต้บริบทของโลกหลังมนุษย์ (Posthuman World) ที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลง ควบคุม จัดการ และกำหนดความเป็นไปทั้งในโลกกายภาพและดิจิทัล ผลงานศิลปะนี้จึงไม่เพียงแสดงภาพของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นข้อมูลทางดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์ ตัวตน ร่างกายและพรมแดนระหว่างความเป็นมนุษย์กับเครื่องจักรในโลกยุคใหม่


ศิลปะแสดงสดเชิงจัดวาง : ร่องรอยแห่งการดำรงอยู่, ณัฐพล ชัยวรวัฒน์ Jan 2024

ศิลปะแสดงสดเชิงจัดวาง : ร่องรอยแห่งการดำรงอยู่, ณัฐพล ชัยวรวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ร่องรอยแห่งการดำรงอยู่ เป็นชุดผลงานศิลปะแสดงสดเชิงจัดวาง ที่สื่อถึงการเชื่อมโยงกันของความเป็นปัจเจกและความเป็นกลุ่ม ในแง่ของของความเป็นมนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ โดยอาศัยทฤษฎีศักยภาพที่ถูกทำให้รู้สึก เป็นกรอบแนวคิดหลักในการทำวิจัย กระบวนการทำวิจัยเป็นไปโดยศึกษาค้นคว้ากระบวนการเกิดขึ้นของปฏิกิริยาตอบสนอง เพื่อสร้างชุดข้อความแห่งปฏิกิริยาตอบสนอง ซึ่งอาศัยระยะเวลาเก็บบันทึกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2022 – 2024ชุดข้อความแห่งปฏิกิริยาตอบสนอง ถูกใช้เป็นฐานหลักในการพัฒนาไปสู่การสร้างสรรค์ชุดผลงานศิลปะจำนวน 5 ชิ้น ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ หนังสือรวมเล่ม, ศิลปะจัดวาง ศิลปะซาวน์อาร์ต ศิลปะภาพเคลื่อนไหว และศิลปะแสดงสด ที่มีกระบวนการสร้างสรรค์อันเป็นไปเพื่อสื่อให้เห็นถึงการส่งผลกระทบซึ่งกันและกันของร่างกายมนุษย์ ธรรมชาติ ปัญญาประดิษฐ์ และความเป็นวัตถุ ผ่านการสั่งการและการถูกสั่งการ ทั้งนี้ กระบวนการทดลองและชุดผลงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ ในเทศกาล นิทรรศการ โครงการศิลปินพำนัก ทั้งสิ้น 7 ครั้ง การเผยแพร่ผลงานในวาระที่แตกต่างกัน เผยให้เห็นถึง การเชื่อมโยงกันความเป็นปัจเจกและความเป็นกลุ่ม อันเกิดจากการที่ผู้แสดง ผู้ชม และวัตถุ ที่ปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน มีการสลับบทบาทกันไปมา เกิดเป็นลูกโซ่แห่งปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายที่มีต่อชุดผลงาน ในฐานะสิ่งที่ถูกทำให้กระทำ ซึ่งแผ่ขยายแบบทบทวีคูณเป็นวงกว้างในแนวราบ การเกิดขึ้นของแต่ละการกระทำ การแสดงบทบาท และการตอบสนอง ต่างสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีลำดับขั้นตอน เกิดเป็นการกระทำร่วมกัน ที่แปรเปลี่ยนสิ่งที่ถูกทำให้กระทำ มาสู่สิ่งที่ถูกทำให้กระทำ ตามแต่เหตุปัจจัย ภายใต้ความเป็นไปได้อันหลากหลาย


นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ, วีรินทร์ สันติวรรักษ์ Jan 2024

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ, วีรินทร์ สันติวรรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคปัจจุบันที่โลกเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด และอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลสาธารณะซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงจากการลอบทำร้ายและภัยคุกคามทางสังคมจากความขัดแย้ง อุดมการณ์ หรือการก่อการร้าย ในขณะที่เครื่องแต่งกายทั่วไปยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยควบคู่กับภาพลักษณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์สิ่งทอโลหะเทคแวร์ โดยบูรณาการศาสตร์ด้านการออกแบบสร้างสรรค์และเทคโนโลยีวัสดุสมัยใหม่ อาทิ เส้นใยอะรามีดที่มีคุณสมบัติทนความร้อนและแรงกระแทกร่วมกับเส้นใยโลหะที่สามารถต้านเชื้อโรคและขึ้นรูปได้ เพื่อสร้างโครงสร้างผ้าที่สามารถป้องกันวัตถุทำลายล้างและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่ การทดลองใช้เทคนิคการประกอบผ้าแบบสุญญากาศและการทดสอบแรงกระแทกจากกระสุนปืนแสดงให้เห็นว่าสิ่งทอที่ได้สามารถดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้จึงเป็นการขยายขอบเขตของแฟชั่นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยก้าวสู่ตลาดแฟชั่นไลฟ์สไตล์เชิงสร้างสรรค์ระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายระดับสูงที่ให้ความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัยและบุคลิกภาพ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยการวิจัยเรื่อง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ เป็นกระบวนการวิจัยรูปแบบผสมผสานเชิงคุณภาพและปริมาณ (Mix-Methodology) รวมทั้งมีการเก็บข้อมูลในรูปแบบการทดลอง(Experimental research) โดยมีกระบวนการวิจัยและการสรุปข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อหาแนวทางการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอโลหะเทคแวร์ให้สามารถป้องกันอันตรายจากความเสี่ยงทางสภาพแวดล้อมของสังคมได้: การวิจัยในส่วนนี้ได้นำกระบวนการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ ทดลอง และทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุมาใช้อย่างเป็นระบบ โดยพบว่าสามารถพัฒนาสิ่งทอจากวัสดุโลหะ อาทิ ทองแดงและสแตนเลส ร่วมกับเส้นใยสมรรถนะสูงประเภทอะรามิด (Aramid fiber) ผ่านกระบวนการบีบอัดและซ้อนทับในระบบสุญญากาศ (Vacuum Process) พร้อมเติมน้ำยาเรซิ่นชนิดนิ่มเข้าไปในชั้นของเนื้อผ้า เพื่อเพิ่มความยึดเกาะระหว่างวัสดุแต่ละชั้นให้แน่นหนายิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งทอที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก และสามารถต้านทานอาวุธมีคมหรืออาวุธที่ก่อให้เกิดความเสียหายในระดับที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ ยังพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันไวรัส โดยเฉพาะไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านความปลอดภัยในบริบทปัจจุบันได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อระบุรูปแบบสไตล์ของกลุ่มเป้าหมายสำหรับกลุ่มบุคคลสาธารณะที่มีความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคม: กลุ่มเป้าหมายในงานวิจัยนี้ประกอบด้วยบุคคลที่มีบทบาทในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมักตกเป็นเป้าสายตาของประชาชนทั่วไป มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นแบบอย่างในด้านภาพลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว งานวิจัยได้นำเครื่องมือ Paper Doll Data Set มาใช้ในการเก็บข้อมูลจากภาพถ่ายบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการสังเกตการแต่งกายในสถานที่สาธารณะ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบด้านการแต่งกายของบุคคลกลุ่มนี้ในบริบทของ 5 พื้นที่เศรษฐกิจ ได้แก่ ประเทศไทย กลุ่มประเทศในเอเชีย กลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศอาหรับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แม้กลุ่มตัวอย่างจะได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มแฟชั่นร่วมสมัยในช่วงเวลาเดียวกัน แต่รูปแบบการแต่งกายกลับมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัดตามบริบททางวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของแต่ละภูมิภาค ส่งผลให้การออกแบบสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างเหมาะสมและรอบด้าน 3) เพื่อหาแนวทางการออกแบบและสร้างสรรค์แบรนด์เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์สินค้าไลฟ์สไตล์จากนวัตกรรมสิ่งทอโลหะเทคแวร์: จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และ 2 จึงได้นำมาวิเคราะห์และต่อยอดในการออกแบบแนวคิดการสร้างแบรนด์เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ โดยแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แฟชั่น ผลิตภัณฑ์สิ่งทอทั่วไป ผลิตภัณฑ์สำหรับการป้องกัน และผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ พร้อมทั้งกำหนดอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละภูมิภาค จากนั้นจึงพัฒนาคอลเลกชันต้นแบบ โดยอาศัยกระบวนการวิเคราะห์คาแรคเตอร์ของผู้บริโภค เพื่อออกแบบและผลิตชิ้นงานจริงทั้งในรูปแบบผ้าดิบและผ้าสำเร็จ พร้อมจัดทำภาพถ่ายโปรโมทเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระดับสากล กลยุทธ์การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยของกลุ่มบุคคลสาธารณะ …


นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ด้วยวัสดุทางเลือกจากเห็ด ภายใต้แนวคิดการออกแบบหมุนเวียน, ณัฐชยา เปียแก้ว Jan 2024

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ด้วยวัสดุทางเลือกจากเห็ด ภายใต้แนวคิดการออกแบบหมุนเวียน, ณัฐชยา เปียแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ด้วยวัสดุทางเลือกจากเห็ด ภายใต้แนวคิดการออกแบบหมุนเวียน ภายใต้หลักสูตร ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานฤมิตศิลป์ โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ควบคู่กับการทดลองสร้างสรรค์นวัตกรรมวัสดุทางเลือกเพื่อใช้ในงานแฟชั่นไลฟ์สไตล์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้แนวทางการในพัฒนา ออกแบบ และสร้างตราสินค้าแฟชั่น ด้วยนวัตกรรมวัสดุทางเลือกจากเห็ด ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ (Interview) ผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้กระบวนการเทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) สร้างเครื่องมือสัมภาษณ์ และค่าหาเที่ยงตรง (IOC) รวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญ, นักออกแบบ, นักวิชาการ และผู้มีประสบการณ์ 3 กลุ่ม ด้านการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ, ด้านพัฒนานวัตกรรมวัสดุสิ่งทอ และด้านเห็ดเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยมีการสัมภาษณ์ทั้งหมด 2 ระยะ ในการสัมภาษณ์ระยะที่ 1 เพื่อให้ได้แนวทางพัฒนาวัสดุทางเลือกจากเห็ด สำหรับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ เมื่อได้ต้นแบบวัสดุทางเลือก และสัมภาษณ์ในระยะที่ 2 เพื่อประเมินการพัฒนาวัสดุทางเลือกจากเห็ดที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ และตราสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ผลสรุปการสัมภาษณ์ในระยะ 1 พบว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นสิ่งทอเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องการส่งเสริมสนับสนุนวัสดุ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น วัสดุทางเลือกจากเห็ดเป็นวัสดุมีความแปลกใหม่ น่าสนใจ มีความเหมาะสมในการพัฒนาสำหรับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ โดยกระบวนการสร้างวัสดุด้วยนวัตกรรมวัสดุหนัง (Leather) มีความเป็นไปได้ว่าเหมาะสมที่สุด และมีโอกาสที่วิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดในประเทศไทยนำไปต่อยอดธุรกิจได้ รวมทั้งมีแนวโน้มเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคประเภทผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ ผลสรุปการสัมภาษณ์ในระยะ 2 พบว่า ต้นแบบวัสดุทางเลือกจากเห็ด มีลักษณะพื้นผิวสัมผัส หยาบ ลื่น สีสัน คล้ายวัสดุหนัง ขนาด 0.3 – 1 มิลลิเมตร มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ ประเภท เสื้อคลุม (Outerwear) กระเป๋า (Bags) รองเท้า (Shoes) โดยผลจากการทดลองต้นแบบวัสดุทางเลือกจากเห็ดที่ 13, 14, 15 และ 16 ในภาพรวมมีความเหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ และจะเป็นวัสดุหลักในการออกแบบผลิตภัณฑ์ และตราสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์จากนวัตกรรมวัสดุทางเลือกจากเห็ด ด้วยแนวคิดการออกแบบหมุนเวียน


​ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน, อนุรักษ์ โคตรชมภู Jan 2024

​ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน, อนุรักษ์ โคตรชมภู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ในหัวข้อ ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเชื่อเรื่องพญาแถน ในบริบทพิธีกรรมของสังคมชนบทอีสาน ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสมจัดวาง และเพื่อวิเคราะห์สื่อทางวัฒนธรรมอีสาน ที่ถ่ายทอดปรับแปลง และธำรงรักษาไว้ซึ่งความเชื่อเรื่องพญาแถน ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากการสอบถาม และสังเกตการณ์ในพื้นที่ชุมชนอีสาน ที่ยังคงมีการสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อเรื่องพญาแถน รวมถึงข้อมูลเอกสารทางวิชาการ แนวคิดทฤษฎี และผลงานศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วทดลองสร้างสรรค์ผลงานจำนวน 1 ชุด ผลจากการทดลองสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนากรอบความคิดของการสร้างสรรค์ผลงานวิทยานิพนธ์ โดยการนำเสนอด้วยรูปแบบผลงานสื่อผสมจัดวาง จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วยผลงาน 5 ชิ้น ผลงานที่เป็นวิดีโอ จำนวน 1 ชิ้น และสื่อผสม จำนวน 4 ชิ้น จากการวิจัยพบว่า การดำรงอยู่ของความเชื่อเรื่องพญาแถน ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อและวัตถุ แต่แม้ว่าความเชื่อนั้นจะข้ามพ้น (Transcend) การรับรู้ในแบบเดิมไปแล้ว แต่กระบวนการของการกลายมาเป็นวัตถุภาวะ (Materialization) ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่หยิบยืมรูปแบบของการเล่นแร่แปรธาตุ (Alchemy) ในผลงานสื่อผสมจัดวาง ที่มีการผสมผสาน ปรับเปลี่ยน (Transform) วัตถุสิ่งของ ได้ทำให้สภาวะของการดำรงอยู่ ยังคงปรากฏมีผ่านศิลปวัตถุ (Art Objects) ที่ผู้วิจัยได้สร้างสรรค์ขึ้น ท้ายที่สุดแล้วการมีอยู่ของความเชื่อและวัตถุทั้งหมด จึงสามารถถูกผลักให้ก้าวข้ามธรรมชาติและวัฒนธรรม (Beyond Nature and Culture) ปรากฏมองเห็น และสัมพันธ์กับเราในแนวราบผ่านผลงานศิลปะสื่อผสมจัดวาง


การออกแบบลวดลายโดยใช้แนวคิดชีวลอกเลียนจากกลไกการสร้างสีเชิงโครงสร้างของแมลง, ธีรภัทร พันธุ์พิทย์แพทย์ Jan 2024

การออกแบบลวดลายโดยใช้แนวคิดชีวลอกเลียนจากกลไกการสร้างสีเชิงโครงสร้างของแมลง, ธีรภัทร พันธุ์พิทย์แพทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ลวดลายของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติหลากหลายชนิดมีกลไกการสีเชิงโครงสร้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีที่เป็นต้นแบบบในการลอกเลียนเพื่อสร้างสรรค์ลวดลายที่มีเอกลักษณ์หรือสอดคล้องกับแนวความคิดในการออกแบบ โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการออกแบบลวดลายที่ลอกเลียนจากกลไกการสร้างสีเชิงโครงสร้างของแมลง งานวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาเป็นเครื่องมือในการวิจัยและใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจนได้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยนี้ ได้แก่ แบบตรวจสอบข้อมูลสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาจำนวน 2 คน แบบสอบถามสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจำนวน 20 คน ตารางเปรียบเทียบความสอดคล้องของข้อมูลในเรื่องการปฏิสัมพันธ์ของสีในการออกแบบ และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์จำนวน 5 คน โดยเก็บข้อมูลจากการวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหาและจำแนกข้อมูลให้เป็นระบบ พร้อมทั้งหาความเชื่อมโยงของข้อมูลที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้าน เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบลวดลายที่ลอกเลียนจากกลไกการสร้างสีเชิงโครงสร้างของแมลง และประยุกต์ใช้ในกระบวนการวิจัยงานสร้างสรรค์ในการออกแบบผลงานต้นแบบ โดยผลวิจัยพบว่าการลอกเลียนกลไกการสร้างสีเชิงโครงสร้างของผีเสื้อ Papilio nireus ด้านแนวทางการออกแบบคือ รูปทรงเรขาคณิต (Geometric) ความสัมพันธ์ของรูปทรงแบบการสัมผัส (Touching) โครงสร้างมีแบบแผน (Formal Structure) การปฏิสัมพันธ์ของสีรูปแบบการผสมสีในเชิงการรับรู้ (Optical mixture) และโครงสีรูปแบบสีคู่ตรงข้าม (Complementary) ด้านแนวทางการพิมพ์โดยใช้วัสดุพิมพ์กระดาษรูปแบบ Smooth uncoated paper ผ้ารูปแบบ Cotton สำหรับการพิมพ์แบบไม่สัมผัส (Non-Impact Printing) ในส่วนของแมลงปอ Austrolestes annulosus ด้านแนวทางการออกแบบคือ รูปทรงธรรมชาติ (Organic) ความสัมพันธ์ของรูปทรงแบบการสัมผัส (Touching) โครงสร้างกึ่งมีแบบแผน (Semi-formal structure) การปฏิสัมพันธ์ของสีรูปแบบความโปร่งใสและภาพลวงตาทางพื้นที่ (Transparence and space-illusion) และโครงสีรูปแบบสีข้างเคียง (Analogous) ด้านแนวทางการพิมพ์โดยใช้วัสดุพิมพ์กระดาษรูปแบบ Coated paper (Gloss) ผ้ารูปแบบ Duchess สำหรับการพิมพ์แบบไม่สัมผัส (Non-Impact Printing) และผึ้ง Xylocopa violacea ด้านแนวทางการออกแบบที่เหมาะสมคือ รูปทรงธรรมชาติ (Organic) ความสัมพันธ์ของรูปทรงแบบการรวม (Union) โครงสร้างไม่มีแบบแผน (Informal Structure) การปฏิสัมพันธ์ของสีรูปแบบความโปร่งใสและภาพลวงตาทางพื้นที่ (Transparence and space-illusion) และโครงสีรูปแบบสีข้างเคียง (Analogous) ด้านแนวทางการพิมพ์โดยใช้วัสดุพิมพ์กระดาษรูปแบบ Textured uncoated paper ผ้ารูปแบบ Polyester (Satin) สำหรับการพิมพ์แบบไม่สัมผัส (Non-Impact Printing)


Knowledge, Attitude, Utilization Frequency, And Reutilization Of Telehealth Centers For Maternal Care Services Among Pregnant Women And Mothers In Pakistan: A Cross-Sectional Study, Yamna Ghaffar Jan 2024

Knowledge, Attitude, Utilization Frequency, And Reutilization Of Telehealth Centers For Maternal Care Services Among Pregnant Women And Mothers In Pakistan: A Cross-Sectional Study, Yamna Ghaffar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Maternal health in rural Pakistan, especially in Balochistan, faces challenges due to limited access to skilled care and health inequalities. Telehealth offers a promising solution by providing remote antenatal, delivery, and postnatal services. Global and local evidence, including the BRDF Telehealth Center, shows its potential to improve outcomes and bridge service gaps, despite ongoing digital access challenges. The study objective was to evaluate the knowledge, attitudes, and reutilization of the BRDF Telehealth Center in Gandawah among pregnant women and mothers. Methods: A cross-sectional study was conducted at the Balochistan Research and Development Foundation (BRDF) Telehealth Center in Gandawa, Balochistan, …


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง "จากถ่านไฟสู่ทองคำ" นิทานพื้นบ้านล้านนาสำหรับวงเปียโนควินเท็ต, ธภัฎ สังข์วิจิตร Jan 2024

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง "จากถ่านไฟสู่ทองคำ" นิทานพื้นบ้านล้านนาสำหรับวงเปียโนควินเท็ต, ธภัฎ สังข์วิจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง จากถ่านไฟสู่ทองคำ นิทานพื้นบ้านล้านนาสำหรับวงเปียโนควินเท็ต เป็นบทเพลงลักษณะดนตรีพรรณาที่ถ่ายทอดเรื่องเล่าของทางภาคเหนือ ซึ่งผู้วิจัยได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานพื้นบ้านล้านนาเรื่อง “แมงสี่หูห้าตา” โดยใช้แนวคิดและเทคนิคการประพันธ์เพลงที่จะถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและบรรยากาศ รวมถึงบุคลิกของตัวละครจากเหตุการณ์เรื่องราวตามจินตนาการของผู้วิจัย เช่น บันไดเสียงโฮลโทน การใช้โมด การคัดทำนอง การใช้ขั้นคู่ทรัยโทน การใช้กลุ่มเสียงกัด การใช้จังหวะขัด การปรับทำนองหลัก เทคนิคการทดเสียง เทคนิคการดีดคอร์ดของกลุ่มเครื่องสาย เป็นต้น บทเพลงมีความยาวประมาณ 30 นาที ประกอบด้วยบทเพลงย่อยจำนวน 5 บทเพลง ได้แก่ คำสั่งเสียของบิดา สัตว์ประหลาดสี่หูห้าตา ถ่านไฟร้อนและมูลทองคำ รางน้ำทองคำ และพระเจ้าพันธุมัติ


แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน Jan 2024

แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างเกณฑ์และประเมินกรณีศึกษาอีสาน คิวบิสม์ โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาตราสินค้าจากทุนทางวัฒนธรรม 2) ค้นหาภาพลักษณ์ของจุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ 3) วิเคราะห์กลยุทธ์ตราสินค้าไลฟ์สไตล์ เส้นทางประสบการณ์ของผู้บริโภค และจุดสัมผัสของตราสินค้า 4) วิเคราะห์จิตวิทยาของกลุ่มไลฟ์สไตล์ และ 5) กำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม โดยใช้กรณีศึกษา “อีสาน คิวบิสม์” ซึ่งเป็นตราสินค้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เซรามิกบนพื้นฐานทุนวัฒนธรรมของภาคอีสาน กระบวนการวิจัยอาศัยแนวทางการตรวจสอบสามเส้าทางทฤษฎี เพื่อสังเคราะห์แก่นแนวคิดร่วมจาก 3 มุมมอง ได้แก่ ภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ กลยุทธ์ตราสินค้า ไลฟ์สไตล์ และจิตวิทยาของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่งผลให้ได้ชุดข้อมูลที่สอดคล้องกันในเชิงภาพลักษณ์ ไลฟ์สไตล์ และทัศนคติของผู้บริโภคเป้าหมาย ผลจากการสังเคราะห์ดังกล่าวนำไปสู่การกำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งถูกรวบรวมและนำเสนอผ่านกระดานบันดาลใจจำนวน 3 แนวทาง ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะพื้นถิ่นอีสาน ได้แก่ ลวดลายผ้าขิด จิตรกรรมฮูปแต้ม และพระพุทธรูปไม้โบราณ ผู้วิจัยได้นำแก่นแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในกระบวนการออกแบบต้นแบบตัวอักษร ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน 1) การกำหนดตัวแปรการออกแบบ เช่น สไตล์ ความกว้าง น้ำหนัก คอนทราสต์ และพื้นที่ว่างในอักษร 2) การสร้างภาษาภาพของตัวอักษร เพื่อกำหนดส่วนประกอบพื้นฐาน และ 3) การวางโครงสร้างอักษร อย่างมีระบบในด้านสัดส่วน ความสมมาตร และระบบหน่วยประกอบ จากนั้นจึงประยุกต์แบบอักษรดังกล่าวสู่การออกแบบตราสัญลักษณ์และจุดสัมผัสของตราสินค้า ก่อนให้กลุ่มเป้าหมายประเมินความพึงพอใจ เพื่อทดสอบศักยภาพของแนวทางในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การสืบทอดวงปี่พาทย์มอญคณะ ศ.บุตรห่านฟ้า, ศรัณย์ พงษ์สมบูรณ์ Jan 2024

การสืบทอดวงปี่พาทย์มอญคณะ ศ.บุตรห่านฟ้า, ศรัณย์ พงษ์สมบูรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง การสืบทอดวงปี่พาทย์มอญคณะ ศ.บุตรห่านฟ้า มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) มูลบทและประวัติความเป็นมาของวงปี่พาทย์มอญคณะ ศ.บุตรห่านฟ้า 2) บทเพลงสำคัญและ การสืบทอดของวงปี่พาทย์มอญคณะ ศ.บุตรห่านฟ้า จากการศึกษาพบว่า วงปี่พาทย์มอญคณะ ศ.บุตรห่านฟ้า เดิมชื่อ “ห่านฟ้าดนตรีไทย” ก่อตั้งโดยครูสำเริง พงษ์สมบูรณ์ ชาวจังหวัดนครนายก ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านระนาดเอก ต่อมาได้ย้ายมาจัดตั้งวงที่จังหวัดชลบุรี รับแสดงในงานต่าง ๆ เช่น งานศพ งานบวช และงานลิเก โดยถ่ายทอดความรู้ให้ บุตรหลานและลูกศิษย์ จนสามารถประกอบอาชีพนักดนตรี และเกิดการสืบทอดต่อเนื่องถึง 3 ยุค ได้แก่ ยุคของนางพิศ พงษ์สมบูรณ์ นายศุภฤกษ์ พงษ์สมบูรณ์ และนายศรัณย์ พงษ์สมบูรณ์ โดยใช้ชื่อวงว่า “ศ.บุตรห่านฟ้า” ปัจจุบันวงยังคงดำเนินกิจกรรมดนตรีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับยุคสมัย เช่น การเลือกบทเพลงใหม่ การจัดวางเครื่องดนตรีให้มีความสวยงาม และการตกแต่งด้วยไฟ LED รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ด้านการสืบทอด ครูสำเริงใช้วิธีถ่ายทอดแบบมุขปาฐะ ต่อมาในยุคนายศุภฤกษ์ มีการแบ่งผู้เรียนเป็น 2 กลุ่ม คือ ผู้เริ่มต้นใหม่และผู้มีพื้นฐาน โดยทุกคนต้องฝากตัวเป็นศิษย์ เพลงสำคัญที่ใช้ในการเรียนการสอนมี 3 เพลง คือ เพลงมอญแม่ครู เพลงมอญแน และเพลงสาธุการ ซึ่งใช้บันไดเสียงทาง เพียงออบนและเพียงออล่าง มีการดำเนินทำนองที่หลากหลาย และสะท้อนเอกลักษณ์ของวงได้อย่างชัดเจน


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงความดั้งเดิมของโนรา, ณปภัช ฐิรภัทรชัย Jan 2024

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงความดั้งเดิมของโนรา, ณปภัช ฐิรภัทรชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์เล่มมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางและรูปแบบของ การสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความดั้งเดิมของโนรา ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ที่กำลังเสื่อมคลายลงตามบริบทของยุคสมัย งานวิจัยนี้ดำเนินการในลักษณะของการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโนรา การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ การสังเกตการณ์ภาคสนาม การวิเคราะห์ข้อมูลจากเกณฑ์มาตรฐานทางศิลปิน ตลอดจนประสบการณ์ตรงของผู้วิจัย เพื่อนำมาวิเคราะห์และออกแบบกระบวนการสร้างสรรค์ผ่านองค์ประกอบทางนาฏยศิลป์ทั้ง 8 องค์ประกอบ ได้แก่ การออกแบบบทการแสดง การคัดเลือกนักแสดง การออกแบบลีลานาฏยศิลป์ การออกแบบเครื่องแต่งกาย การออกแบบดนตรีและเสียงประกอบ การออกแบบอุปกรณ์ประกอบการแสดง การออกแบบพื้นที่การแสดงและการออกแบบแสง ผลจากการสร้างสรรค์ดังกล่าว ผู้วิจัยได้สังเคราะห์แนวคิดหลังการสร้างสรรค์ออกเป็นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การคำนึงถึงประเด็นความดั้งเดิมของโนรา การคำนึงถึงประเด็นทฤษฎี ทางศิลปกรรมศาสตร์ การคำนึงถึงประเด็นการใช้สัญลักษณ์ในงานนาฏยศิลป์ การคำนึงถึงประเด็นหลักพื้นฐานของการสร้างงานนาฏยศิลป์ไทยแบบอนุรักษ์และการคำนึงถึงประเด็นความคิดสร้างสรรค์ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินงานสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำและธำรงไว้ซึ่งรูปแบบอันดั้งเดิมของโนราและยังเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถต่อยอดการประยุกต์ใช้ความเป็นโนราในบริบทของนาฏยศิลป์ร่วมสมัย โดยไม่ละเลยรากเหง้าทางวัฒนธรรมของสายตระกูลโนราในแต่ละภูมิภาค อันจะเป็นคุณูปการ ต่อการสืบสานและพัฒนาศิลปะการแสดงของไทยในระยะยาว


The Association Between Mental Health, Fear Of Missing Out, And Sleep Quality Among University Students In The Sichuan Chongqing Region, China: A Cross Sectional Study, Yuncheng Jia Jan 2024

The Association Between Mental Health, Fear Of Missing Out, And Sleep Quality Among University Students In The Sichuan Chongqing Region, China: A Cross Sectional Study, Yuncheng Jia

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Sleep quality is a critical determinant of health, with poor sleep linked to adverse physical and mental outcomes. Among university students, excessive screen time, social media engagement, and psychological factors like Fear of Missing Out (FoMO) exacerbate sleep disturbances. Despite growing recognition of FoMO’s role in mental health challenges, its direct relationship with sleep quality remains understudied. This study aim to investigates the associations between mental health, FoMO, and sleep quality among university students in China’s Sichuan-Chongqing region, a population highly immersed in digital culture. And provide insight on how sleep quality is shifting in digital era.Methods: A cross-sectional …


“วินด์ วินด์”: ชุดสิ่งประดิษฐ์แห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมการเล่นเครื่องลมทองเหลือง, ชนากร แป้นเหมือน Jan 2024

“วินด์ วินด์”: ชุดสิ่งประดิษฐ์แห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมการเล่นเครื่องลมทองเหลือง, ชนากร แป้นเหมือน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เครื่องลมทองเหลืองเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงทรงพลังแต่มีข้อจำกัดในระหว่างการฝึกซ้อม เนื่องจากเสียงที่ดังอาจรบกวนผู้อื่นได้ เสียงของเครื่องลมทองเหลืองเกิดจากการ "บัซซิ่ง (Buzzing)" ซึ่งเป็นการสั่นของริมฝีปาก การซ้อมด้วยปากเป่า (Mouthpiece) เพียงอย่างเดียวจะทำให้การบัซซิ่งไม่เกิดแรงต้านและควบคุมเสียงได้ยาก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยได้คิดสิ่งประดิษฐ์ "วินด์ วินด์" และบทฝึกที่มีดนตรีประกอบ (Accompaniment) เป็นนวัตกรรมสำหรับช่วยในการฝึกซ้อมสำหรับนักเล่นเครื่องลมทองเหลือง อุปกรณ์นี้มีขนาดเล็กพกพาสะดวกมีเสียงที่เบาในการซ้อม ใช้ต่อกับปากเป่าของเครื่องลมทองเหลือง 5 เครื่องคือ ทรัมเป็ต ฮอร์น ทรอมโบน ยูโฟเนียม และทูบา "วินด์ วินด์" ออกแบบให้มีนิ้วจำลองสำหรับเครื่องที่เป็นระบบนิ้วกดและสไลด์จำลองสำหรับทรอมโบน เพื่อให้มีความรู้สึกใกล้เคียงกับการเล่นเครื่องดนตรีจริง อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถฝึกซ้อมได้เป็นประจำ โดยให้ความรู้สึกแรงต้านใกล้เคียงกับเครื่องลมทองเหลืองจริง อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ฝึกซ้อมประจำวัน การฝึกลม การตัดลิ้น บันไดเสียง สะดวกในการฝึกซ้อมทุกที่ทุกเวลา ช่วยสร้างกล้ามเนื้อปากให้แข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพของการฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะของผู้เล่น วัสดุที่นำมาใช้ทำ “วินด์ วินด์” ทำมาจากพลาสติกประเภท HDPE (High-Density Polyethylene) ที่หาได้ทั่วไป นำมารีไซเคิล ซึ่งผู้วิจัยได้ทดลองหลอมและทำแม่พิมพ์ด้วยตัวเอง ผู้วิจัยได้ทำการจดบันทึกวิธีการทำเพื่อเผยแพร่ให้คณาอาจารย์ นักเรียนและบุคคลทั่วไปได้ทดลองใช้ นอกจากการคิดค้นอุปกรณ์ “วินด์ วินด์” แล้ว ผู้วิจัยยังได้คิด “บทฝึกที่มีดนตรีประกอบ” ใช้กับอุปกรณ์ดังกล่าวซึ่งสามารถดาวน์โหลดโน้ตและดนตรีประกอบได้ในยูทูป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการฝึกซ้อม


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคม, สกุลยา กรโกวิท Jan 2024

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคม, สกุลยา กรโกวิท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคมเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ แนวคิด และกระบวนการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนภาวะการหลงลืมตัวตนของมนุษย์ในบริบทของสังคมร่วมสมัย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบทละครเรื่อง ด็อกเตอร์ ฟาวสตัส (Doctor Faustus) ของคริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ (Christopher Marlowe) ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการที่มีการศึกษาข้อมูลจากเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ เอกสาร ตำรา หนังสือ บทละคร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ สื่อสารสนเทศ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย และเกณฑ์การสร้างมาตรฐานการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์สังเคราะห์ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่าได้ทั้งรูปแบบ และแนวคิดดังนี้ (1) รูปแบบการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ ผู้วิจัยสามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้ง 8 ประการ ได้แก่ 1) การออกบทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นจากกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการหลงลืมตัวตันทั้ง 6 ประการ ได้แก่ 1) การขาดการสนับสนุนวัยเด็ก (Lack of Childhood Support) 2) ความกดดันจากสังคมและวัฒนธรรม (Social and Cultural Pressure) 3) การไม่สามารถธำรงภาพลักษณ์ในสังคม (Inability to Maintain Social Image) 4) การขาดความมั่นคงในตัวตน (Lack of Identity Stability) 5) การสูญเสียบทบาท หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต (Loss of Role / Life Transition) 6) การเปรียบเทียบตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Comparison) และบทละครทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่ ได้แก่ บทละครเรื่อง บ้านตุ๊กตา (A Doll's House) โดย เฮนริก อิบเซน (Henrik Ibsen) บทละครเรื่อง เดอะ พิลโล แมน (The …


Geopolitical Dynamics And Bilateral Relations: A Comparative Study Of China-Vietnam And China-Philippines Amid The South China Sea Tensions, Liuru Wei Jan 2024

Geopolitical Dynamics And Bilateral Relations: A Comparative Study Of China-Vietnam And China-Philippines Amid The South China Sea Tensions, Liuru Wei

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The South China Sea dispute is a geopolitical issue with complicated characteristics such as territorial dispute, resources contention, and involvement of regional powers and great powers. As disputing states, both Vietnam and the Philippines face maritime disputes with China, but they have different policies and bilateral relations with China. To explore the causes of these differences, this study develops a dual-factor analytical framework based on geopolitical theory and realist theory. Geopolitical theory emphasizes how geographical location, national interests, domestic politics, and historical factors shape state policy choices, while realist theory explains state behavior through the dynamics of power struggles, strategic …


Strengthening Deep Learning Model In Forecasting Of Covid-19 Epidemics In Selected Countries, Warapree Tangseefa Jan 2024

Strengthening Deep Learning Model In Forecasting Of Covid-19 Epidemics In Selected Countries, Warapree Tangseefa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Accurate forecasting of COVID-19 case dynamics is essential for facilitating robust public health strategies and interventions is critical for effective public health planning and response. This study introduced novel deep learning models that integrate autocorrelation (ACF) and partial autocorrelation (PACF) into LSTM and GRU networks to improve forecasts of cumulative confirmed, recovered, and death cases. Six variants—ACF/PACF-enhanced LSTM and GRU models—were compared with standard LSTM, GRU, and ARIMA across eleven countries during non-vaccination, vaccination, and entire study period. The results show that integrating ACF and/or PACF features notably enhances forecasting accuracy. ACF-PACF-GRU outperformed baseline models in predicting confirmed and death …


ดุษฎีนิพนธ์สร้างสรรค์การแสดงดนตรี : วรรณกรรมบทเพลงเปียโนร่วมสมัยเอเชียนในสัญลักษณ์ตรีเอกานุภาพ, กันต์ ล้อมสมบูรณ์ Jan 2024

ดุษฎีนิพนธ์สร้างสรรค์การแสดงดนตรี : วรรณกรรมบทเพลงเปียโนร่วมสมัยเอเชียนในสัญลักษณ์ตรีเอกานุภาพ, กันต์ ล้อมสมบูรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยทางดนตรีนี้มีจุดประสงค์ที่จะเน้นย้ำและถ่ายทอดบทบาททางเปียโนร่วมสมัยในรูปแบบขององค์ประกอบทั้งสามได้แก่ ผู้ตีความ ผู้บรรยายเรื่องราว และผู้สร้างสรรค์ข้ามวัฒนธรรม เพื่อเสนอกรอบแนวคิดใหม่ สำหรับการแสดงดนตรีที่บูรณาการระหว่างขนบดนตรีคลาสสิกตะวันตกกับสุนทรียศาสตร์ทางวัฒนธรรมของไทย โดยมีฐานคิดมาจากเอกสารวิชาการ และพัฒนาแนวทางผ่านการแสดงดนตรีสามคอนเสิร์ต การแสดงแรก จะแสดงถึงบทบาทของผู้ตีความวรรณกรรม ผ่านการเปรียบเทียบโพลีโฟนีในดนตรียุคบาโรกกับแนวคิดการแปรทำนองแบบคู่ขนานในดนตรีไทย การแสดงที่สองเน้นลักษณะของผู้บรรยาย เพื่อถ่ายทอดสัญลักษณ์ของการพรรณนาบรรยากาศและเรื่องราวผ่านวรรณกรรมบทเพลงเปียโน ที่ผสมผสานโครงสร้างแบบตะวันตกเข้ากับความละเมียดละไมแบบไทย และการแสดงสุดท้ายเน้นบทบาทของผู้สร้างสรรค์ข้ามวัฒนธรรม โดยการนำ คาเดนซาที่ใช้การด้นสดขึ้นใหม่ออกแสดงผ่านคอนแชร์โตคลาสสิก ด้วยการแทรกองค์ประกอบลีลาเสียงประสานของไทย งานวิจัยนี้นำเสนอขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบที่บุกเบิกแนวคิดใหม่ ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับนักแสดงดนตรี ที่ประสงค์จะสานต่อมรดกวัฒนธรรมของตน พร้อมชี้ให้เห็นว่าการผสมผสานทางศิลปะอย่างสร้างสรรค์สามารถขยายขอบเขตทางสุนทรียศาสตร์ และเสริมสร้างความร่วมสมัยให้กับสุนทรียะของบทวรรณกรรมเปียโน อย่างมีนัยสำคัญ


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี: นวัตกรรมและบทบาทการบรรเลงบทเพลงสำหรับเปียโนเชมเบอร์ออร์เคสตราร่วมสมัย, กฤติน สุธรรมชัย Jan 2024

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี: นวัตกรรมและบทบาทการบรรเลงบทเพลงสำหรับเปียโนเชมเบอร์ออร์เคสตราร่วมสมัย, กฤติน สุธรรมชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแสดงเปียโนเป็นศิลปะที่มีความสำคัญและมีความหลากหลายในโลกของดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงเปียโนเชมเบอร์ออร์เคสตรา (Piano Chamber Orchestra) งานวิจัยดนตรีสร้างสรรค์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อรวบรวมข้อมูลบทเพลงในการแสดง เช่น ประวัติความเป็นมาของบทเพลงและประวัติของนักประพันธ์เพลง 2) เพื่อพัฒนาศักยภาพในการบรรเลงเปียโนในด้านต่าง ๆ เช่น การตีความบทเพลงและเทคนิคการบรรเลงบทเพลงเปียโนเชมเบอร์ออร์เคสตรา 3) เพื่อเผยแพร่บทประพันธ์เปียโนเชมเบอร์ออร์เคสตราที่สำคัญของยุคต่าง ๆ บนเปียโนสมัยใหม่ ผู้วิจัยได้คัดเลือกบทประพันธ์เปียโนเชมเบอร์ออร์เคสตราที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญต่อวรรณกรรมร่วมสมัย โดยแบ่งออกตามประเภทของเปียโนที่ใช้ในการบรรเลง ทำการวิเคราะห์ ตีความ เพื่อใช้ในลีลาการบรรเลงเปียโนและจัดการแสดง 3 รายการโดยใช้ชื่อว่า ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี ‘นวัตกรรมและบทบาทการบรรเลงบทเพลงสำหรับเปียโนเชมเบอร์ออร์เคสตราร่วมสมัย’ ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอในรูปแบบวิทยานิพนธ์


Bridging The Gap: Understanding Socio-Economic Determinants Of Climate-Smart Agricultural (Csa) Technologies Adoption Among Rice Farmers In Chachoengsao, Thailand, Stephen Maynard Manaoat Jan 2024

Bridging The Gap: Understanding Socio-Economic Determinants Of Climate-Smart Agricultural (Csa) Technologies Adoption Among Rice Farmers In Chachoengsao, Thailand, Stephen Maynard Manaoat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Agriculture both contributes to and suffers from climate change, while climate-smart agriculture (CSA) aims to create environmentally friendly and resilient agri-food systems through enhanced productivity, adaptation, and mitigation. This research, focusing on Chachoengsao province, analyzes the socio-economic factors influencing rice farmers' adoption of CSA technologies, evaluates the effectiveness of current technological solutions in mitigating climate change impacts on agriculture, and identifies strategies for promoting the adoption of CSA technology. By combining the Technology Acceptance Model (TAM) and the Diffusion of Innovation (DOI) theory, this quantitative research collected surveys from 346 rice farmers across 11 districts in Chachoengsao province. Findings revealed …


Abortion Knowledge And Attitudes Among Undergraduate Students In Bangkok, Thailand Post-Legislative Reform, Thanapond Sukonthachart Jan 2024

Abortion Knowledge And Attitudes Among Undergraduate Students In Bangkok, Thailand Post-Legislative Reform, Thanapond Sukonthachart

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Following Thailand's 2021 legislative reforms to expand legal abortion access, informational barriers remain a challenge. Teachers, a key source of reproductive health information, influence youth abortion decisions. However, safe abortion is not formally included in the training of future educators. Method(s): A quantitative, cross-sectional study was conducted in Bangkok among undergraduate students enrolled in degree programs leading to a teaching qualification at 19 tertiary institutions. Data were collected using a self-administered online questionnaire and analyzed using descriptive statistics, Chi-square tests of association, and multiple linear regression. Result(s): Among 401 respondents, the distribution of knowledge among participants varied: 36.7% exhibited …


Experience Of Gender-Based Violence (Gbv) And Gbv Prevention During Disaster Among Women And Gender Diverse People In Japan: A Mixed Methods Study, Iino Sae Jan 2024

Experience Of Gender-Based Violence (Gbv) And Gbv Prevention During Disaster Among Women And Gender Diverse People In Japan: A Mixed Methods Study, Iino Sae

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Gender-based violence (GBV) remains a critical concern during disasters, yet preventive engagement is limited. This mixed-methods study examined GBV prevention among disaster-affected women and gender-diverse individuals in Ishikawa Prefecture, Japan, using a survey (n=424) and in-depth interviews (n=5). Despite high GBV knowledge (63.9%) and positive attitudes (51.7%), only 23.6% engaged in preventive practices. Key quantitative findings show that evacuation experience (OR=1.793, p=0.016) increased engagement, while prior IPV/GBV experience (OR=0.145, p=0.003) and suburban residence (OR=0.631, p=0.044) were associated with lower engagement. Knowledge (OR=1.383, p=0.184) and attitude (OR=1.336, p=0.213) did not significantly predict preventive actions. Qualitative findings revealed that participants had limited …


Effect Of Web-Based Tools On Knowledge And Performance Among Community Nurses On Diabetes Control At Primary Health Care Level In Myanmar: A Cost-Effective Analysis And Quasi Experimental Study, Kyi Thar Jan 2024

Effect Of Web-Based Tools On Knowledge And Performance Among Community Nurses On Diabetes Control At Primary Health Care Level In Myanmar: A Cost-Effective Analysis And Quasi Experimental Study, Kyi Thar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Along with rising prevalence, diabetes has emerged as a global public health problem which triggers economic burden, especially among developing countries. Optimizing knowledge and performance of health care workers at primary health care (PHC) level is pivotal for the success of diabetes control programs. Web-based diabetes tools are one of the innovative solutions to improve knowledge and performance among health care providers. However, evidence-based intervention study indicating the effect of web-based tools on diabetes among community nurses has not been conducted in Myanmar before. Objective: This study aimed to demonstrate the integrated effects of web-based diabetes knowledge and diabetes …


Strategy Analysis Of A Hybrid Japanese-Korean Idol Group, “Jo1” And Its Attempt To Succeed In Korean Music Industry, Pitchaya Taecholarn Jan 2024

Strategy Analysis Of A Hybrid Japanese-Korean Idol Group, “Jo1” And Its Attempt To Succeed In Korean Music Industry, Pitchaya Taecholarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to explore the reason behind the formation of the new hybrid, localized version of K-POP and J-POP, JK-POP groups, the term referring to the group with most Japanese members, locally based in Japan, but releasing K-POP-like genre of music produced by Korean production team and occasionally doing promotional activities in South Korea. This article proposes two main research questions: 1) What are the advantages that can be gained from debuting JK-POP groups and are these considered as strong benefits compared to those J-POP or K-POP group without localization strategy? 2) What are the consequences of being stuck …


Reproductive Health Problems And Factors Associated With Services Used Among Japanese Female Expatriates In Bangkok, Ayaka Nakashima Jan 2024

Reproductive Health Problems And Factors Associated With Services Used Among Japanese Female Expatriates In Bangkok, Ayaka Nakashima

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Reproductive health (RH) refers to a state of complete physical, mental, and social well-being in all aspects of reproductive system. Strengthening health system’s capacity, particularly through improving health service utilization (HSU), is key to enhancing RH outcomes. Despite services availability, access RH care remains limited. Evidence on RH service utilization (RHSU) among Japanese female expatriates is scarce, especially through the lens of Andersen’s Behavioral Model of Health Service Use (BMSU). This study is aimed to find factors associated with RHSU for dysmenorrhea, premenstrual syndrome (PMS), menopausal symptoms, and contraceptive use among Japanese female expatriates in Bangkok, using BMSU framework. A …