Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 11971 - 12000 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด โรงพยาบาลเอกชนเขตกรุงเทพมหานคร, ดวงพร กุลภควา Jan 2018

การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด โรงพยาบาลเอกชนเขตกรุงเทพมหานคร, ดวงพร กุลภควา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบคุณภาพของแบบประเมินสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด โรงพยาบาลเอกชนเขตกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การสร้างแบบประเมินซึ่งมี 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 สังเคราะห์รายการสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัดจากการทบทวนวรรณกรรมและสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญพยาบาลห้องผ่าตัด จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 2 สร้างข้อรายการสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด โดยการกำหนดข้อรายการสมรรถนะและวิเคราะห์หาคุณภาพของข้อรายการสมรรถนะด้วยการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.94 และทดสอบความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของ ครอนบาค ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.96 นำผลที่ได้ไปสร้างเป็นแบบประเมินสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยสมรรถนะ 6 ด้าน ข้อรายการสมรรถนะย่อย 36 ข้อ ระยะที่ 2 การตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมิน ผู้วิจัยนำแบบประเมินที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 50 คน ประกอบด้วยพยาบาลห้องผ่าตัด 44 คนและพยาบาลผู้จัดการแผนกและพยาบาลหัวหน้าหน่วยแผนกห้องผ่าตัด 6 คน โดยใช้รูปแบบการประเมิน 360 องศา วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคและความสอดคล้องของการประเมินระหว่างพยาบาลห้องผ่าตัดประเมินตนเอง ประเมินโดยเพื่อนร่วมงานและประเมินโดยพยาบาลผู้จัดการแผนกและพยาบาลหัวหน้าหน่วยแผนกห้องผ่าตัดด้วยสถิติ Intraclass Correlation Coefficient ได้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในชั้น (r) เท่ากับ 0.98 ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ แบบประเมินสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด โรงพยาบาลเอกชนเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยรายด้านสมรรถนะหลัก 6 รายด้าน ข้อรายการสมรรถนะย่อย 36 ข้อ ดังนี้ 1) ด้านการปฏิบัติการพยาบาลผ่าตัด มีข้อรายการสมรรถนะย่อย 12 ข้อ 2) การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ มีข้อรายการสมรรถนะย่อย 8 ข้อ 3) การใช้และการจัดการเครื่องมือ อุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ มีข้อรายการสมรรถนะย่อย 4 ข้อ 4) การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงและการแก้ปัญหาฉุกเฉิน มีข้อรายการสมรรถนะย่อย 4 ข้อ 5) การสื่อสาร ติดต่อประสานงาน มีข้อรายการสมรรถนะย่อย 4 …


การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, ปาณิสรา สะอาดไหว้ Jan 2018

การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, ปาณิสรา สะอาดไหว้

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะ และกำหนดเกณฑ์ตัดสินผลการประเมินสมรรถนะวิสัญญีพยาบาลโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การสร้างแบบประเมิน มี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 สังเคราะห์องค์ประกอบและรายการสมรรถนะโดยการสนทนากลุ่มและการประชุมสัมมนาอิงผู้ทรงคุณวุฒิและการตรวจสอบยืนยันจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างแบบประเมิน นำรายการพฤติกรรมมาสร้างเกณฑ์การประเมินแบบพฤติกรรมกำหนดระดับโดยใช้เกณฑ์ประเมินแบบรูบริค (Rubric) ซึ่งกำหนดเกณฑ์การประเมินไว้ 5 ระดับ วิเคราะห์ความตรงตามเนื้อหาของแบบประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน วิเคราะห์คุณภาพของแบบประเมินด้านความคงที่โดยวิสัญญีพยาบาลจำนวน 5 คน โดยให้มีผู้ประเมิน 2 คน ทำการประเมินสมรรถนะวิสัญญีพยาบาล โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าโดยเป็นคนๆเดียวกัน จำนวน 1 คน และผู้ที่ถูกประเมินในครั้งนี้ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง และหาค่าความสอดคล้องภายใน โดยนำแบบประเมินไปใช้กับประชากร คือ วิสัญญีพยาบาลโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำนวน 45 คน ประเมินโดยหัวหน้าสายงาน วิสัญญีพยาบาลเพื่อนร่วมงาน และวิสัญญีพยาบาลประเมินตนเอง ระยะที่ 2 การกำหนดเกณฑ์ตัดสินผลการประเมินสมรรถนะ โดยนำผลการประเมินที่ได้มากำหนดคะแนนจุดตัดโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพยาบาลวิสัญญี จำนวน 7 คน ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1. แบบประเมินสมรรถนะวิสัญญีพยาบาล ประกอบด้วยสมรรถนะ 6 ด้าน ข้อรายการสมรรถนะ 43 ข้อ ดังนี้ 1) การดูแลผู้ป่วยก่อนให้การระงับความรู้สึก จำนวน 7 ข้อ 2) การดูแลผู้ป่วยระหว่างให้การระงับความรู้สึกจำนวน 13 ข้อ 3) ด้านการดูแลผู้ป่วยหลังให้การระงับความรู้สึก จำนวน 8 ข้อ 4) ด้านการใช้/บำรุงรักษาอุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี จำนวน 5 ข้อ 5) ด้านการสื่อสารประสานงาน จำนวน 5 ข้อ และ 6) ด้านการพัฒนาคุณภาพ จำนวน 5 ข้อ 2. …


ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการทำหน้าที่ทางเพศของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายหลังได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจ, พรรษา บุญเรือง Jan 2018

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการทำหน้าที่ทางเพศของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายหลังได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจ, พรรษา บุญเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยแบบบรรยายเชิงความสัมพันธ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการทำหน้าที่ทางเพศของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายหลังได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจ (PCI) และปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการทำหน้าที่ทางเพศของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายหลังการทำ PCI ได้แก่ เพศ ความรุนแรงของโรค ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ ความวิตกกังวลทางเพศ การรับรู้สมรรถนะแห่งตนทางเพศ ภาวะซึมเศร้าทางเพศ และการสนับสนุนทางสังคม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายที่ได้รับการรักษาด้วยการทำ PCI เพศชายและหญิงอายุ 18 - 59 ปี ที่เข้ามารับบริการ ณ แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรมทั่วไป และคลินิกโรคหัวใจ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 124 คน ใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบวัดการทำหน้าที่ทางเพศ 3) แบบประเมินความรุนแรงของโรค 4) แบบวัดความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ 5)แบบสอบถามความวิตกกังวลทางเพศ 6) แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะแห่งตนทางเพศ 7) แบบสอบถามภาวะซึมเศร้าทางเพศ 8) แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา ในชุดที่ 2 - 8 เท่ากับ .93, 1.00, .98, .97, .91, 1.00, .98 ตามลำดับ และค่าความเที่ยงชุดที่ 2, 4 - 8 เท่ากับ .82, .77, .91, .91, .85, และ .81 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พอยท์ไบซีเรียล ผลการวิจัย พบว่า 1. การทำหน้าที่ทางเพศอยู่ในระดับปานกลาง ( x = 45.61, SD = 4.38) 2. เพศชาย และความรุนแรงของโรคมาก มีความสัมพันธ์กับการทำหน้าที่ทางเพศในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายหลังการทำ PCI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ …


ผลของโปรแกรมแบบบูรณาการที่เน้นการออกกำลังกายขณะฟอกเลือดต่ออาการเหนื่อยล้าในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม, พัชรินทร์ อินทร์จันทร์ Jan 2018

ผลของโปรแกรมแบบบูรณาการที่เน้นการออกกำลังกายขณะฟอกเลือดต่ออาการเหนื่อยล้าในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม, พัชรินทร์ อินทร์จันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมแบบบูรณาการที่เน้นการออกกำลังกายขณะฟอกเลือดต่ออาการเหนื่อยล้าในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม อายุ 18-60 ปี แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองกลุ่มละ 25 คน กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ในขณะที่กลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมแบบบูรณาการที่เน้นการออกกำลังกายขณะฟอกเลือด โดยออกกำลังกายแบบเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ ภายใน 2 ชั่วโมงแรกของการฟอกเลือด ครั้งละ 20 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นาน 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบประเมินอาการเหนื่อยล้าซึ่งมีค่าความเที่ยง (reliability) เท่ากับ 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณา วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ และการทดสอบที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยอาการเหนื่อยล้าของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหลังเข้าร่วมโปรแกรมแบบบูรณาการที่เน้นการออกกำลังกายขณะฟอกเลือดน้อยกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. คะแนนเฉลี่ยอาการเหนื่อยล้าที่สัปดาห์ที่ 5 และสัปดาห์ที่ 9 ของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์, รุ่งนภา สุดใจ Jan 2018

ประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์, รุ่งนภา สุดใจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ของพยาบาลวิชาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาของ Heidegger โดยผู้ให้ข้อมูลเป็นพยาบาลวิชาชีพที่เป็นผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ จำนวน 10 คน โดยการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต และเอกสารต่างๆข้อมูลทั้งหมดนำมาวิเคราะห์เนื้อหาตามวิธีการของ van Manen ผลการศึกษาประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ สามารถแบ่งเป็น 5 ประเด็นหลักและประเด็นย่อยดังนี้ 1. เหตุผลที่เลือกเป็นผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ประกอบด้วย 5 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1.1) ต้องการรายได้เสริมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว 1.2) เติมเต็มช่องว่างการให้บริการสุขภาพแก่ชุมชน1.3) อยากมีเวลาดูแลครอบครัว 1.4) มีอิสระในการทำงาน และ 1.5) เป็นงานที่รองรับให้มีรายได้หลังเกษียณจากงานราชการ 2. เตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ประกอบด้วย 7 ประเด็นย่อย ได้แก่ 2.1) สอบถามข้อมูลการเปิดสถานพยาบาลจากแหล่งข้อมูล 2.2) เงินทุนเตรียมให้พร้อม 2.3) หาทำเลที่ตั้งสถานพยาบาลในแหล่งชุมชน 2.4) เตรียมอุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์ ในสถานพยาบาล 2.5) เอกสารหลักฐานสำคัญ ต้องเตรียมให้พร้อม 2.6) เตรียมพร้อมรับการตรวจประเมินสถานพยาบาล และ 2.7) ประชาสัมพันธ์สถานพยาบาล 3. ให้บริการตามขอบเขตวิชาชีพ ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย ได้แก่ 3.1) รักษาโรคเบื้องต้น 3.2) วางแผนครอบครัว 3.3) การตรวจและรับฝากครรภ์ และ 3.4) การให้ภูมิคุ้มกันโรค 4. สิ่งที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย ได้แก่ 4.1) บริการดี เข้าถึงและเข้าใจความต้องการของผู้ป่วย 4.2) เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเป็นโอกาสให้ปรับการบริการ 4.3) เปิดให้บริการตรงเวลา หากติดภารกิจอื่นติดป้ายแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร และ 4.4) พัฒนาองค์ความรู้ให้ทันสมัย 5. สิ่งที่ได้รับจากการเป็นผู้ประกอบการคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 5.1) ได้บุญ ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และ …


ผลของโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียดต่อภาวะกดดันด้านจิตใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท, ศิริธนา ยะมะโน Jan 2018

ผลของโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียดต่อภาวะกดดันด้านจิตใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท, ศิริธนา ยะมะโน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดสองครั้งก่อนและหลังการทดลองในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์1) เพื่อเปรียบเทียบภาวะกดดันด้านจิตใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทก่อนและหลังได้รับโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียดและ 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะกดดันด้านจิตใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียดกับกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติ กลุ่มตัวอย่าง คือผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่มารับบริการที่แผนกจิตเวชผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์จำนวน 40 คน ได้รับการจับคู่ให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันในเรื่องเพศและระยะเวลาการเจ็บป่วยของผู้ป่วย แล้วถูกสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน ผู้ดูแลในกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียด ส่วนผู้ดูแลในกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) โปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียด 2) แบบประเมินภาวะกดดันด้านจิตใจของ Kessler 3) แบบวัดการเผชิญความเครียดของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท ซึ่งได้รับการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน เครื่องมือชุดที่ 2 และ 3 มีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .89 และ .80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติทดสอบที (t-test) ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. ภาวะกดดันด้านจิตใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทหลังได้รับโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียดต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ภาวะกดดันด้านจิตใจของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการเผชิญความเครียดต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ผลของโปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัด, สกาว ถิ่นนุช Jan 2018

ผลของโปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัด, สกาว ถิ่นนุช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายต่อพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัด กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัดครั้งแรกอายุ 1-5 ปี และเข้ารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาลตติยภูมิ 2 แห่ง จำนวน 44 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและควบคุม กลุ่มละ 22 ราย โดยการจับคู่ให้มีอายุ ระดับการศึกษา และรายได้ในครอบครัวอยู่ในระดับเดียวกัน และมีจำนวนเท่ากันในทั้ง 2 โรงพยาบาล กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัด เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการวางแผนการจำหน่ายเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัด, สื่อวิดิทัศน์, คู่มือการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัดที่บ้าน แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและแบบวัดความรู้เรื่องการดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัดเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการดูแลที่บ้านของผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัด กลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยให้นวัตกรรมการพยาบาลในการวางแผนการจำหน่าย สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนการจำหน่ายกลับบ้านให้แก่ผู้ดูแลเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลังได้รับการผ่าตัดได้ เพื่อส่งเสริมความสามารถของผู้ดูแลและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นที่บ้าน


Biological Activities Of Phenolic Compounds Extracted From Some Plant Species From East Kalimantan Province, Indonesia, Franxisca Mariani Jan 2018

Biological Activities Of Phenolic Compounds Extracted From Some Plant Species From East Kalimantan Province, Indonesia, Franxisca Mariani

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Ten medicinal plants used in this study are based on the experience of Dayak tribes. The scientific information about these plants are still limited, therefore, the objective of the present study was to analyze their phenolic content and biological activities. A selected species was subjected to successive extraction and compound isolation. The total phenolic content and total antioxidant capacity were analyzed by using Folin-Ciocalteu reagent and the phosphomolybdenum method, respectively. DPPH and ABTS assays were used for analyzing antioxidant activities. The antibacterial activity was performed against six bacterial strains by agar well diffusion and microdilution methods. The anti-tyrosinase activity used …


Taxonomy And Systematics Of Dragon Millipedes Genus Desmoxytes Chamberlin, 1923 In Thailand, Ruttapon Srisonchai Jan 2018

Taxonomy And Systematics Of Dragon Millipedes Genus Desmoxytes Chamberlin, 1923 In Thailand, Ruttapon Srisonchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Taxonomy and systematics of the dragon millipede genus Desmoxytes sensu Golovatch & Enghoff (1994) (= Desmoxytes s.l.) of the family Paradoxosomatidae has been analyzed and implemented based on an integrative approach by morphological revision and molecular phylogeny from three partial genes (COI, 16S rRNA and 28S rRNA). The specimens were collected mainly from Thailand and neighboring countries in mainland Southeast Asia, and were compared with available type material. Taxonomic revision resulted in the subdivision of Desmoxytes s.l. into five genera, viz., Desmoxytes s.s., Hylomus stat. rev., Nagaxytes gen. nov., Gigaxytes gen. nov. and Spinaxytes gen. nov. All five genera showed …


Roles Of Sting In A Lupus Mouse Model Of Fcgr2b-Deficient Mice, Arthid Thim-Uam Jan 2018

Roles Of Sting In A Lupus Mouse Model Of Fcgr2b-Deficient Mice, Arthid Thim-Uam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Systemic Lupus Erythematosus (SLE) is a chronic autoimmune disease causing the immunological abnormalities leads to the production of autoantibodies, immune complex deposition and inflammatory cytokines that affect multiple organs. Type I interferon has been shown as one of the most crucial cytokines involving in the pathogenesis of autoimmune diseases such as SLE. Activation via nucleic acid sensors can induce the production of type I interferon from dendritic cells and promote SLE severity. Stimulator of interferon genes (Sting) is a cytoplasmic DNA sensor that signals downstream to enhance type I interferon production after its activation. Recently, it was shown that a …


Study Of Megakaryocytes And Platelets In Bernard Soulier Syndrome Using Patient Induced Pluripotent Stem Cells, Ponthip Mekchay Jan 2018

Study Of Megakaryocytes And Platelets In Bernard Soulier Syndrome Using Patient Induced Pluripotent Stem Cells, Ponthip Mekchay

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Bernard-Soulier syndrome (BSS) is a hereditary macrothrombocytopenia caused by defects in GPIb-IX-V complex. The mechanism of large platelet formation remains unclear. Currently, megakaryocytes (MKs) can be generated from induced pluripotent stem cells (iPSCs) to study platelet production under pharmacologic or genetic manipulations. In this study, we generated iPSC lines from 2 patients with mutations in different genes (GP1BA and GP1BB: termed BSS-A and BSS-B, respectively), iPSCs were then differentiated into MKs and platelets. In vitro iPSCs-derived platelets were stained for circumferential tubulin and measured the diameters (N = 500 per condition). BSS-iPSCs produced abnormal proplatelets with thick shafts and tips, …


The Role Of Hpv16 E1 In Cervical Carcinogenesis, Fern Baedyananda Jan 2018

The Role Of Hpv16 E1 In Cervical Carcinogenesis, Fern Baedyananda

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objectives: This study aimed to determine the expression profile of HPV-16 E1 in cervical samples and the role of E1 in cervical carcinogenesis. In addition, this work also aimed to determine whether the HPV-16 E1 63bp duplication is present in the Thai population.
Methods: One-hundred and twenty-four HPV16 positive cervical samples ranging from normal, CIN1, CIN2/3, and SCC lesions were studied. E1 mRNA expression was determined by ddPCR. Methylation of promoters p97 and p670 was quantified by pyrosequencing, while PCR and sequencing were used to determine the physical state and variations of HPV16 E1 genome. HEK 293T cells were transfected …


Design Of Plantwide Control Structure Of Double Effect Water/Lithium Bromide Absorption Chiller, Kris Prasopsanti Jan 2018

Design Of Plantwide Control Structure Of Double Effect Water/Lithium Bromide Absorption Chiller, Kris Prasopsanti

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Alternative control structures for a parallel double effect aqueous lithium bromide absorption chiller, operated in two modes of operation, has been designed using Skogastad's plantwide control procedure. In on-demand mode, two complete decentralized control structures with proportional integral (PI) controllers and one structure with a two inputs - two outputs model predictive controller (MPC) were proposed. Their performance was evaluated using MATLAB-Simulink dynamic simulation. The results varied depended on type of disturbance, but overall, the structure with MPC controller provided slightly better results with less liquid holdup changes and faster setting time in average. For on-supply mode, two self-optimizing control …


The Effects Of Tio2 Phase And Sio2 Supports On Methyl Oleate Epoxidation, Nichaphat Sangkanchanavanich Jan 2018

The Effects Of Tio2 Phase And Sio2 Supports On Methyl Oleate Epoxidation, Nichaphat Sangkanchanavanich

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This work studies about the epoxidation reaction of methyl oleate with TiO2 or TiO2/SiO2 catalysts and hydrogen peroxide. Study of TiO2 catalysts interests in catalysts from commercial and sol gel method. The highest catalytic activity and selectivity of TiO2 from commercial is TiO2 commercial type B which gives 46.10% and 79.75%, respectively. For sol gel method, the highest catalytic activity at 75.82% and selectivity at 90.85% is TiO2 calcination temperature at 300OC, due to low crystallinity and high surface area. TiO2/SiO2 with different type of SiO2 support (MCM-41, SBA-15, silicalite, silica gel and fumed silica) shows different catalytic activity and …


ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองผู้เข้าช่วยเหลือจากความรับผิดเพื่อละเมิด, ดุษฎี โสระธิวา Jan 2018

ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองผู้เข้าช่วยเหลือจากความรับผิดเพื่อละเมิด, ดุษฎี โสระธิวา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังไม่อาจให้ความคุ้มครองที่เพียงพอแก่ผู้ที่เข้าช่วยเหลือผู้ตกอยู่ในภยันตรายได้ ดังนั้น ในกรณีที่พลเมืองดีพบเห็นผู้ตกอยู่ในภยันตรายและได้ทำการช่วยเหลือแต่กลับทำให้ผู้ตกอยู่ในภยันตรายได้รับความเสียหายโดยประมาทเลินเล่อนั้น ผู้เข้าช่วยเหลือต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ซึ่งถ้าบุคคลต้องรับผิดเพราะความผิดพลาดธรรมดาที่เกิดจากเจตนาดี ต่อไปสังคมก็จะเกิดความลังเลที่จะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป จากการศึกษากฎหมายต่างประเทศพบว่ารัฐแคลิฟอร์เนียและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะที่จำกัดความรับผิดของผู้ที่เข้าช่วยเหลือผู้อื่นโดยฉุกเฉิน กล่าวคือผู้เข้าช่วยเหลือไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการช่วยเหลือของตน ส่วนบทบัญญัติที่จำกัดความรับผิดของผู้เข้าช่วยเหลือของประเทศเยอรมนีปรากฏอยู่ในกฎหมายจัดการงานนอกสั่ง ถ้าผู้จัดการทำกิจการเพื่อปัดป้องภยันตรายอันมีมาใกล้ตัวการ ผู้เข้าช่วยเหลือไม่ต้องรับผิด เว้นแต่กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองผู้เข้าช่วยเหลือที่มีเจตนาดี ผู้ศึกษาจึงเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย หมวด 3 ว่าด้วยนิรโทษกรรม โดยเพิ่มมาตรา 449/1 เข้าไป ซึ่งมาตรานี้จะวางหลักเกณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองแก่บุคคลใดก็ตามที่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยฉุกเฉินแก่ผู้ที่ตกอยู่ในภยันตราย ไม่ว่าจะเป็นภยันตรายต่อชีวิตหรือต่อทรัพย์สิน ผู้ที่เข้าช่วยเหลือจะไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการช่วยเหลือนั้น เว้นแต่ความเสียหายจะเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง


การจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา, ลำไผ่ ภิรมย์กิจ Jan 2018

การจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา, ลำไผ่ ภิรมย์กิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาถึงปัญหาของบทบัญญัติในการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรณี บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 98 (10) โดยศึกษาแนวคิดของสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และหลักการของการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งภายใต้หลักความได้สัดส่วน เจตนารมณ์ของบทบัญญัติดังกล่าว กฎหมาย คำพิพากษา และคำวินิจฉัยเกี่ยวด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐและองค์กรธุรกิจ โดยการวิเคราะห์เทียบเคียงกับบทบัญญัติการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของต่างประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และตุรกี จากการศึกษาพบว่า บทบัญญัติในการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในลักษณะดังกล่าวปรากฎเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 98 (10) โดยมีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันมิให้บุคคลที่มีประวัติเสื่อมเสียเข้ามาสู่องค์กรผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ เพื่อขจัดโอกาสที่จะทุจริตในหน้าที่ อย่างไรก็ดี เห็นว่า การจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งบุคคลในลักษณะดังกล่าวมีปัญหาในเชิงหลักการ กล่าวคือ เป็นการกำหนดบทบัญญัติโดยมิได้พิจารณาถึงลักษณะพฤติการณ์และฐานความผิด เนื่องจาก ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาในบางฐานความผิดมิได้กำหนดองค์ประกอบความผิด "โดยทุจริต" ไว้ นอกจากนี้ เมื่อเทียบเคียงกับการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในมาตรา 98 (7) ของรัฐธรรมนูญ ฐานความผิดที่ได้รับการลงโทษจำคุกอันเป็นเหตุให้ถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งอาจมีความรุนแรงมากกว่าความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ อาทิ ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่การกลับคืนมาแห่งสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกลับมีลักษณะเป็นคุณมากกว่า ปัญหาประการต่อมา คือ ผลของการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาไว้ ซึ่งหากถือตามบทบัญญัติ ย่อมเท่ากับเป็นการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแบบเด็ดขาดถาวร กรณีเช่นนี้ย่อมขัดต่อหลักความได้สัดส่วน ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย ก็คาดว่าจะพบปัญหา อาทิ กรณีความผิดที่มีเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว เช่น การลักทรัพย์ระหว่างสามีและภรรยา กรณีที่ศาลพิพากษาว่ากระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ และกรณีศาลมีคำพิพากษาให้ใช้วิธีการสำหรับเด็กหรือเยาวชนตามประมวลกฎหมายอาญา กรณีเหล่านี้หากมีการจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแล้วย่อมไม่สอดคล้องต่อนโยบายทางอาญาที่ไม่ต้องการลงโทษผู้กระทำความผิดที่มีลักษณะควรยกโทษให้ และขัดต่อหลักของการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดให้กลับคืนสู่สังคมและใช้สิทธิพลเมืองได้อย่างปกติ


การปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกัน, ศิรประภา ปรีดา Jan 2018

การปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกัน, ศิรประภา ปรีดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการผิดสัญญาและละเมิดสามารถเกิดขึ้นในข้อเท็จจริงเดียวกันได้ อย่างไรก็ดี การจะเลือกปรับใช้ความรับผิดใดความรับผิดหนึ่งต่อข้อเท็จจริงนั้น ยังคงเป็นปัญหาที่จะต้องพิจารณา ดังเห็นได้จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5072/2557 และ 10155/2539 ที่ข้อเท็จจริงเป็นกรณีฝากทรัพย์ โดยจำเลยเคลื่อนย้ายทรัพย์และทำให้ทรัพย์นั้นเสียหาย อันผิดทั้งสัญญาและละเมิด แต่ศาลปรับใช้ความรับผิดในข้อเท็จจริงดังกล่าวแตกต่างกัน โดยคดีแรกปรับใช้ความรับผิดตามสัญญา ส่วนคดีที่สองปรับใช้ความรับผิดเพื่อละเมิด และยังมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8683/2559 ที่ศาลปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดผสมกันในข้อเท็จจริงเดียวกัน โดยตัดสินให้มีอายุความการฟ้องร้องบังคับคดีตามสัญญาและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างละเมิดอีกด้วย ซึ่งปัญหาการปรับใช้ที่ไม่เป็นเอกภาพดังกล่าวมีข้อแตกต่างในเรื่องของหน้าที่นำสืบ อายุความการฟ้องร้องบังคับคดี ค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย ข้อยกเว้นความรับผิด เป็นต้น โดยในเบื้องต้นผู้วิจัยเห็นว่าการปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกันไม่อาจทำได้ จากการศึกษาการปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกันของไทยและต่างประเทศ อันได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ ในประเด็นปัญหาการเลือกปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกัน ปัญหาผู้มีสิทธิเลือกปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกัน และปัญหาการปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดผสมกันในข้อเท็จจริงเดียวกัน พบว่าทฤษฎีและแนวปฏิบัติของศาลเยอรมันปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาหรือละเมิดก็ได้ แต่หากมีการกำหนดอายุความตามสัญญาที่สั้นกว่าหรือกำหนดหลักความผิดตามสัญญา ต้องปรับใช้ความรับผิดตามสัญญา ซึ่งศาลจะเป็นผู้เลือกปรับใช้ความรับผิดโดยอยู่ภายใต้คำบรรยายฟ้องของโจทก์ และตามคำพิพากษาและความเห็นของนักนิติศาสตร์เห็นว่าไม่สามารถปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดผสมกันในข้อเท็จจริงเดียวกันได้ สำหรับการปรับใช้ของฝรั่งเศสเป็นไปตามทฤษฎี non – cumul กล่าวคือ หากมีความสัมพันธ์ตามสัญญาให้ปรับใช้ความรับผิดตามสัญญา ถึงแม้ว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของฝรั่งเศสจะให้อำนาจศาลในการเลือกปรับใช้ความรับผิดโดยพิจารณาตามคำบรรยายฟ้องและข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีก็ตาม และด้วยการยึดถือตามทฤษฎี non – cumul จึงไม่สามารถปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดผสมกันได้ สำหรับการปรับใช้ของอังกฤษ ตามคำพิพากษาของศาล พบว่าสามารถปรับใช้ได้ทั้งความรับผิดตามสัญญาและละเมิดโดยคำนึงถึงความตกลงตามสัญญาเป็นหลัก หากโจทก์เลือกฟ้องร้องบนฐานความรับผิดใด ถือว่าสละสิทธิ์ในการฟ้องร้องบนฐานความรับผิดอีกฐานหนึ่ง แต่หากโจทก์ไม่ได้เลือกฟ้อง ศาลสามารถเลือกปรับใช้ความรับผิดได้ทั้งสองฐาน และเมื่อพิจารณาคำพิพากษาของศาลอังกฤษเห็นว่าไม่สามารถปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดผสมกันในข้อเท็จจริงเดียวกันได้ ดังนั้น เพื่อให้การปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกันมีเอกภาพ สอดคล้องกับโครงสร้างความรับผิดตามสัญญาและละเมิดของไทย และเกิดความเป็นธรรม ผู้วิจัยขอเสนอว่า ควรปรับวิธีคิดในการเลือกปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดในข้อเท็จจริงเดียวกันตามทฤษฎีและในทำนองเดียวกันกับแนวปฏิบัติของศาลเยอรมัน โดยอยู่ภายใต้ข้อเท็จจริงที่มาสู่ศาลและการนำสืบข้อเท็จจริงในคดี และเมื่อพิจารณาโครงสร้างความรับผิดของกฎหมายสัญญาและละเมิดของไทยประกอบกับเหตุผลของการทำสัญญาเพื่อกำหนดขอบเขตในสิทธิทางทรัพย์สินแล้ว เห็นว่า หากเกิดความเสียหายต่อสิทธิทางทรัพย์สินให้ปรับใช้ความรับผิดตามสัญญา แต่หากเกิดความเสียหายต่อสิทธิที่ไม่ใช่ทางทรัพย์สินให้ปรับใช้ความรับผิดเพื่อละเมิด โดยไม่สามารถปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดผสมกันในข้อเท็จจริงเดียวกันได้ สำหรับผู้มีสิทธิเลือกปรับใช้ความรับผิดได้แก่ศาล นอกจากจะปรับใช้โดยพิจารณาถึงคำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีอีกด้วยในทำนองเดียวกันกับวิธีพิจารณาความแพ่งของฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี หากจะเสนอให้แก้ไขมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทยซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไปอาจไม่เหมาะสม จึงขอเสนอให้เพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องการพิจารณาปรับใช้ความรับผิดตามสัญญาและละเมิดโดยตรง


สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หลังจากเจ้าของข้อมูลถึงแก่ความตาย, สิรภัทร ชัยสารเสรี Jan 2018

สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หลังจากเจ้าของข้อมูลถึงแก่ความตาย, สิรภัทร ชัยสารเสรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบัน ลักษณะธุรกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์มักใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ส่งผ่านถึงกันเป็นรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของบุคคลภายนอก เมื่อพิจารณาแนวคิดทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ระบบกฎหมายไทยจะพบว่ายังมีความไม่เป็นระบบและไม่ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาในการปรับใช้กฎหมายสำหรับการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเจ้าของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ถึงแก่ความตาย การรักษาความสมดุลระหว่างสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล รวมถึงประเด็นข้อจำกัดสิทธิต่าง ๆ เมื่อทำการศึกษาเปรียบเทียบประเด็นทางกฎหมายดังกล่าวกับระบบกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ และประเทศฝรั่งเศส จะพบว่า การกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเจ้าของข้อมูลถึงแก่ความตายของประเทศอังกฤษและประเทศฝรั่งเศสยังไม่มีการบัญญัติกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการเฉพาะ การปรับใช้กฎหมายของประเทศอังกฤษจะใช้นิติวิธีทาง Common Law โดยมีฐานการพิจารณาคือแนวคำพิพากษาที่มีอยู่เดิมประกอบกับอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง ส่วนของประเทศฝรั่งเศสจะพิจารณากฎหมายทั่วไปที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายมรดก กฎหมายสัญญา หรือกฎหมายคอมพิวเตอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การปรับใช้กฎหมายที่มีอยู่เดิมของทั้งสองประเทศยังคงมีความไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกับสภาพของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ ในขณะที่กฎหมายของสหรัฐอเมริกา มีการออกกฎหมาย The Uniform Fiduciary Access to Digital Assets Act ซึ่งสร้างความชัดเจนของสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ตาย เนื่องจากมีการกำหนดนิยามและประเภทของบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล มีการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของทั้งฝ่ายผู้รับประโยชน์และผู้ดูแลข้อมูล รวมทั้งสร้างข้อจำกัดในการใช้สิทธิดังกล่าว จากการศึกษาพบว่าบทบัญญัติกฎหมายไทยในปัจจุบันยังไม่ชัดเจนเพียงพอ จึงควรมีกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์การจัดการสิทธิดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผู้เขียนแนะนำให้มีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะที่เป็นเอกเทศแยกต่างหากจากกฎหมายฉบับอื่น เพื่อไม่ให้กระทบกับกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายด้วยการระบุขอบเขตของการใช้สิทธิให้มีความชัดเจน มีแนวทางการคุ้มครองสิทธิ รวมทั้งมีการกำหนดความสอดคล้องของการปรับใช้ข้อจำกัดทั้งทางการแสดงเจตนาและผลบังคับใช้ของกฎหมายอื่น ๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งมีลักษณะเดียวกับการปรับใช้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา


Hydrogen Production From Sorption Enhanced Chemical Looping Steam Ethanol Reforming Using Calcium Oxide/ Copper Oxide/ Nickel Oxide Multifunctional Catalyst, Talita Nimmas Jan 2018

Hydrogen Production From Sorption Enhanced Chemical Looping Steam Ethanol Reforming Using Calcium Oxide/ Copper Oxide/ Nickel Oxide Multifunctional Catalyst, Talita Nimmas

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Multifunctional catalyst was developed for hydrogen production via sorption enhanced chemical looping ethanol steam reforming. Calcium acetate (Ca2Ac) and calcium chloride (CaCl) were used as calcium precursor. Sodium carbonate (Na2CO3) and urea (CO(NH2)2) were used as carbonate precursor. The NiO/CaOAc-Urea-Ca12Al14O33 showed the longest pre-breakthrough period of 60 min and 88% of hydrogen purity at steam to ethanol molar ratio (S/E) of 4:1, temperature 600 ﹾC. Stability of NiO/CaOAc-Urea-Ca12Al14O33 was tested over 10 cycles and the results showed hydrogen purity can be maintained at 90% during pre-breakthrough period. The effect of synthesis method: sol-mixing and sol-gel, on hydrogen production was compared …


The Surface Modification Of Zeolite Y In Composite Selective Layer Of Hollow Fiber Membrane For Separation Of Co2/Ch4 Mixture, Thakorn Wichaidit Jan 2018

The Surface Modification Of Zeolite Y In Composite Selective Layer Of Hollow Fiber Membrane For Separation Of Co2/Ch4 Mixture, Thakorn Wichaidit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This work focused on the fabrication and evaluation of composing hollow fiber mixed matrix membranes (MMMs) incorporated by zeolite Y for CO2/CH4 separation. The effects of surface modification of zeolite Y to improve compatibility of filler and polymer dispersibility of the filler in the polymer matrix on properties and separation performance of the membrane were investigated. A polysulfone (PSF) was used as a support hollow fiber and a selective layer composing of polyether-block-amide (Pebax) and zeolite Y (ZeY) and surface modification of zeolite Y (mo-ZeY) was coated on support. A [3-(2-Aminoethylamino)propyl]trimethoxysilane (AEAPTMS) was used to grafted on surface of pristine …


Physical Properties Of Propylene/Propane Mixtures In Zeolitic Imidazolate Frameworks By Dftb And Molecular Dynamics Simulation, Benjawan Kaewruksa Jan 2018

Physical Properties Of Propylene/Propane Mixtures In Zeolitic Imidazolate Frameworks By Dftb And Molecular Dynamics Simulation, Benjawan Kaewruksa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Zeolitic imidazolate frameworks (ZIFs) are fascinating porous materials which were widely utilized for gas adsorptions, separation and storage due to its high thermal and chemical stability. In this work, adsorptions of propane and propylene in ZIF−8 and ZIF−67 pores were studied under the periodic boundary condition based on the SCC−DFTB method. Six and eleven adsorption configurations of propane and propylene molecules can be observed in the ZIF−8 pore, whereas only four adsorption configurations in the ZIF−67 pore were found. Based on the most stable configurations, the adsorption energies of propane both ZIF−8 pore and ZIF−67 pore are lower than propylene. …


Fluorescent Probes For Detection Of Aldehyde Compounds, Piyanan Pranee Jan 2018

Fluorescent Probes For Detection Of Aldehyde Compounds, Piyanan Pranee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Long-chain aldehyde compounds such as hexanal, heptanal, octanal and nonanal are regarded as potential biomarkers of many lung cancer disease and served as the important quality indicators of fat and oil products. As advantage of the hydrophobic tails of hydrocarbon chain and hydrophilic head of aldehyde, we expected that long-chained aldehydes might act as the induced-fit surfactants to form the completely self-assembling organized nanomicelle. In this research, the nanomicellar probes for specific long-chain aldehyde compounds have been achieved in the challenge concept such that among aldehydes especially long-chain aldehyde compounds, would react with Naph-NH2 to form complete micelle-like particles via …


Styryl-Bodipy Fluorescent Sensors For Reactive Oxygen Species Detection In Cells, Suthikorn Jantra Jan 2018

Styryl-Bodipy Fluorescent Sensors For Reactive Oxygen Species Detection In Cells, Suthikorn Jantra

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Fluorescent probes are great tools for visualization and imaging of reactive oxygen species (ROS) in living cells. Although several probes perform well with green emission, however, to maximize light penetration for tissue imaging and minimize interference from auto-fluorescence, a probe with longer wavelength is desirable. In this study, three new boron dipyrromethene (BODIPY)-based fluorescent probes SB1, SB2 and SB4 have been developed for detection of ROS. Each probe has two styryl groups anchored to the BODIPY pyrrole rings to extend the emission wavelength into the red region (634–662 nm). Among them, we found that SB2 containing electron-rich p-hydroxyl styryl groups …


Oxidized Carbon Particles From Styrene, Titiporn Sansureerungsikul Jan 2018

Oxidized Carbon Particles From Styrene, Titiporn Sansureerungsikul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

It has been reported the spherical shape of oxidized carbon nanoparticulates shows higher ability to penetrate phospholipid bilayer membrane than tubular and sheet shapes. However, the effect of the particle size on this membrane penetration ability have never been investigated. In this work, we synthesized various sizes of oxidized carbon spheres through a four steps process. Firstly, we adjusted the surfactants and styrene concentrations to prepare polystyrene of various sizes. Then, the polystyrene particles of selected sizes were hypercrosslinked via Frieldel-Craft alkylation reaction. After that, hypercrosslinked polystyreneparticles were pyrolyzed under N2 atmosphere to obtain carbon nanospheres of various sizes. The …


Molecular Dynamic Simulations On Inclusion Complexes Of Alpha-Mangostin With Beta-Cyclodextrin And Derivatives In Phospholipid Bilayer, Wiparat Hotarat Jan 2018

Molecular Dynamic Simulations On Inclusion Complexes Of Alpha-Mangostin With Beta-Cyclodextrin And Derivatives In Phospholipid Bilayer, Wiparat Hotarat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Alpha-mangostin (MGS), a traditional Thai medicine, exhibits pharmacological activities such as anti-oxidant, anticancer, antibacterial, and anti-inflammatory properties. However, the low solubility of MGS is the major problem for the use in pharmaceutical industry. To enhance the solubility of this compound, the encapsulation of MGS by the three types of cyclodextrin including beta-cyclodextrin (BCD) 2,6-dimethyl-b-cyclodextrin (DMBCD) as well as 2-hydroxypropyl-b-cyclodextrin (HPBCD) was investigated. Based on molecular dynamic (MD) simulations, the results show the existence of several association complexes where the interaction of MGS on exterior CDs prior to a formation of inclusion complex. The van der Waals interaction (vdW) is the …


Der P 1-Specific Treg And Breg Cells In Allergen Immunotherapy And Mechanism Of Immune Tolerance, Tadech Boonpiyathad Jan 2018

Der P 1-Specific Treg And Breg Cells In Allergen Immunotherapy And Mechanism Of Immune Tolerance, Tadech Boonpiyathad

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Allergen-specific immunotherapy (AIT) involves the repeated administration of allergen products in order to induce clinical and immunologic tolerance to the offending allergen. The generation and maintenance of functional allergen-specific regulatory T (Treg) cells and regulatory B (Breg) cells are known in bee venom immunotherapy. However, in aeroallergen, house dust mite has not to be studied. The aim of the study is to identify the possible roles of Der p 1-specific active Treg (FOXP3+Helios+CD25+CD127-CD4+), ineffective Treg (ILT3-CD25+CD4+) and Breg (IL-10+IL-1RA+CD73-CD25+CD71+) cells changes during AIT and its correlation to treatment outcomes. We studied 25 allergic patients (20 responders and 5 non-responders) undergoing …


Comparison Of The Ocular Microbiome On Ocular Surface Between Chronic Stevens-Johnson Syndrome Patients And Healthy Subjects, Thanachaporn Kittipibul Jan 2018

Comparison Of The Ocular Microbiome On Ocular Surface Between Chronic Stevens-Johnson Syndrome Patients And Healthy Subjects, Thanachaporn Kittipibul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Stevens-Johnson syndrome (SJS) usually causes ocular surface disease. 35% of these patients develop chronic ocular sequelae including symblepharon, limbal stem cell deficiency, etc. The sequelae from SJS may also affect the alteration of ocular microbiome. Subjects: 20 chronic SJS patients and 20 healthy subjects were enrolled for specimen collection from inferior conjunctiva for microbiome analysis by using conventional culture and next-generation sequencing(NGS) methods Methods: Prospective, age and sex matched analytical study Results: A significant higher proportion of culture-positive specimen was demonstrated in SJS group (SJS group 60%, healthy 10%, p-value=0.001). In SJS group, we found significantly higher severity score …


Low Vitamin D And Kidney Function Decline Among Hiv-Infected Adults In Thailand, Win Hlaing Than Jan 2018

Low Vitamin D And Kidney Function Decline Among Hiv-Infected Adults In Thailand, Win Hlaing Than

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Each respective prevalence of hypovitaminosis D and Chronic Kidney Diseases (CKD) is high among Thai HIV-infected adults. Therefore, we examined the factors, including hypovitaminosis D, associated with kidney function decline among chronically treated HIV-infected Thai adults. Methods: We analyzed participants, who were on suppressive combination antiretroviral therapy (ART) from the HIV-NAT long-term cohort, with estimated Glomerular filtration rate(eGFR) measured at least twice a year. Baseline were defined as when participants had a serum 25 (OH)D measured, with eGFR (>60 ml/min/1.73m2 by CKD-EPI equations). The primary outcome was kidney function assessment in terms of eGFR decline. Results: A total …


Roles Of Parent's Preferences And Student's Subjective Beliefs On College Decision, Kansini Sillapawanich Jan 2018

Roles Of Parent's Preferences And Student's Subjective Beliefs On College Decision, Kansini Sillapawanich

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper investigates whether and how children's educational choice is affected by parental preferences and perceived earnings. We assume that individuals choose college major to maximize their own utility which depends on several factors such as personal background, perceived earnings, and importantly parents' preferences. The study employs the "Students Survey about Services of Government in Thailand" data to study two educational choice decisions. First, whether to enroll in college. Second, conditional on college enrollment, which major to choose. Empirically, the logistic model and conditional multinomial logit model are estimated. We find strong evidence that parental preferences significantly correlate with educational …


Genetic Algorithm Based Coding For High Efficiency Video Coding, Ei Ei Tun Jan 2018

Genetic Algorithm Based Coding For High Efficiency Video Coding, Ei Ei Tun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

High efficiency video coding (HEVC) is the newest video coding standard to greatly increase the coding efficiency of its ancestor H.264/AVC with the aids of its new features such as the quadtree-based coding unit (CU) partitioning, a simple deblocking filter, and other advanced coding techniques. However, HEVC delivers a highly increased computation complexity, which is mainly due to the exhaustive rate distortion optimization search of quadtree-based CU partitioning. Firstly, a feature reduction approach is proposed on a fuzzy support vector machine (SVM) based CU size decision method. The proposed feature reduction approach with rate control (RC) can reduce computational complexity …