Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 11791 - 11820 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

ผลฉับพลันของการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืดในท่าแบกน้ำหนักกระโดดที่มีต่อพลังสูงสุดและคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ, นภารัตน์ ดวงจันทร์ Jan 2018

ผลฉับพลันของการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืดในท่าแบกน้ำหนักกระโดดที่มีต่อพลังสูงสุดและคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ, นภารัตน์ ดวงจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลฉับพลันของรูปแบบที่แตกต่างกันของการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืดในท่าแบกน้ำหนักกระโดดที่มีต่อพลังสูงสุดและคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ การวิจัยครั้งนี้ศึกษาใน นิสิตชาย คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อายุเฉลี่ย 23.54 ± 1.71 ปี จำนวน 13 คน โดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ทำการทดสอบแบกน้ำหนักกระโดดที่ความหนัก 30 เปอร์เซ็นต์ของ 1 อาร์เอ็มจากฟรีเวท ด้วยการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืดที่รูปแบบ 90:10 80:20 70:30 60:40 และ 50:50 โดยทำการกระโดด 6 ครั้ง พักระหว่างครั้ง 20 วินาที การทดสอบแต่ละรูปแบบจะห่างกันไม่น้อยกว่า 48 ชม. และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างโดยใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวชนิดวัดซ้ำ กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัย 1. รูปแบบแรงต้านของการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืด 50:50 มีค่าเฉลี่ยของพลังสูงสุด มากกว่า รูปแบบแรงต้านของการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืด 90:10 80:20 70:30 และ 60:40 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. รูปแบบแรงต้านของการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืด 90:10 80:20 70:30 60:40 และ 50:50 มีค่าเฉลี่ยของคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ Rectus femoris กล้ามเนื้อ Vastus medialis กล้ามเนื้อ Gastrocnemius medialis และกล้ามเนื้อ Tibialis anterior ไม่แตกต่างกัน สรุปผลการวิจัย การทดสอบแบกน้ำหนักกระโดดที่ความหนัก 30 เปอร์เซ็นต์ของ 1 อาร์เอ็มจากฟรีเวท ด้วยการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืดที่รูปแบบ 50:50 สามารถพัฒนาพลังสูงสุดได้ดีกว่ารูปแบบการผสมผสานแรงต้านจากฟรีเวทและยางยืด 90:10 80:20 70:30 และ 60:40


การจำแนกโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมด้วยโครงข่ายประสาทคอนโวลูชันเต็มรูป, สิโรดม มงคลธนาภรณ์ Jan 2018

การจำแนกโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมด้วยโครงข่ายประสาทคอนโวลูชันเต็มรูป, สิโรดม มงคลธนาภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีการใช้การเรียนรู้เชิงลึกอย่างแพร่หลายเพื่อจำแนกภาพที่ให้ความแม่นยำสูง การแบ่งส่วนความหมายเป็นประเภทหนึ่งของการเรียนรู้เชิงลึกที่มุ่งเน้นการจำแนกคลาสในแต่ละพิกเซลของภาพ ทางด้านโลหะศาสตร์ ไทเทเนียมและอัลลอยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นสำหรับการใช้งานทางชีวการแพทย์ โดยเฉพาะในการผ่าตัดฝังวัสดุทดแทน การตรวจสอบวัสดุโดยทั่วไปมักกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญในการจำแนกโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียม งานวิจัยนี้เสนอการประยุกต์ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อเป็นแนวทางการจำแนกระดับพิกเซลโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมที่อาจช่วยลดทรัพยากรและความไม่แน่นอนระหว่างการควบคุมคุณภาพ วิธีการที่ใช้คือเทคนิคการแบ่งส่วนความหมายที่เรียกว่า โครงข่ายประสาทคอนโวลูชันเต็มรูปที่ถูกพัฒนาด้วยสถาปัตยกรรมยู-เน็ต งานวิจัยนี้ได้สำรวจการบูรณาการเทคนิคการปรับจูนเข้ากับสถาปัตยกรรมยู-เน็ตเพื่อปรับปรุงสมรรถนะแบบจำลอง โมเดลที่สร้างขึ้นถูกปรับจูนด้วยค่าน้ำหนักที่เรียนรู้มาแล้วก่อนหน้าจากตัวจำแนกวีจีจี-16 นอกจากนี้ ชุดข้อมูลภาพโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมได้ถูกเพิ่มจำนวนตัวอย่างด้วยวิธีความผิดปกติยืดหยุ่น สำหรับการประเมินสมรรถนะแบบจำลองจะใช้ตัววัด 4 ตัว ประกอบด้วย ความแม่นยำพิกเซล ความแม่นยำเฉลี่ย ไอโอยูเฉลี่ย และ ไอโอยูถ่วงน้ำหนักความถี่ ผลลัพธ์การประเมินพบว่าค่าความแม่นยำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่เวลาเรียนรู้เร็วกว่ามากเทียบกับการเรียนรู้ปกติที่ไม่มีการปรับจูนค่าน้ำหนักเริ่มต้น


การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วโดยใช้เครื่องไดอิเล็คทริคแบร์ริเออร์ดิสชาร์ตพลาสมาแบบหัวฉีดละออง, กุลนันทน์ ภูประสิทธิ์ Jan 2018

การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วโดยใช้เครื่องไดอิเล็คทริคแบร์ริเออร์ดิสชาร์ตพลาสมาแบบหัวฉีดละออง, กุลนันทน์ ภูประสิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ได้ศึกษาผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วโดยใช้เครื่องปฏิกรณ์ไดอิเล็คทริคแบร์ริเออร์ดิสชาร์ตพลาสมาแบบหัวฉีดละออง โดยทำการแบ่งการศึกษาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นการสร้างระบบจ่ายไฟเพื่อก่อให้เกิดพลาสมา โดยสามารถจ่ายแรงดันไฟฟ้าได้สูงถึง 15 kV จ่ายกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 100 mA และปรับความถี่ได้ในช่วง 20 - 20,000 Hz โดยระบบประกอบด้วยเครื่องกำเนิดสัญญาณ (Signal generator), เครื่องขยายสัญญาณ (Signal amplifier), หม้อแปลงขึ้น (Step-up transformer) และหม้อแปลงนีออนไลท์ (Neon sign transformer) 5 ตัวต่อขนานกัน ซึ่งระบบจ่ายไฟที่สร้างขึ้นนี้จะสามารถก่อให้เกิดพลาสมาที่ความดันบรรยากาศ และส่วนที่สองเป็นการศึกษาการนำระบบจ่ายไฟที่สร้างขึ้นเพื่อก่อให้เกิดพลาสมาแบบไดอิเล็คทริค โดยนำมาทำปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชัน (Transesterification) โดยปรับอัตราส่วน เมทานอล:น้ำมันพืช ให้อยู่ในช่วง 3:1 - 10:1 โดยโมล ใช้น้ำมันพืช 100 ml ที่อุณหภูมิห้อง ทำการหมุนเวียนระบบด้วยปั๊มรีดท่อ (Peristaltic pump) ระยะห่างระหว่างขั้วแคโทด (Cathode) และแอโนด (Anode) 3 มิลลิเมตร และฉีดพ่นสารผสมโดยใช้หัวฉีดละออง (Atomizing nozzle) เป็นเวลา 2 ชั่วโมงพบว่าค่าผลผลิตไบโอดีเซล (Biodiesel yield) น้อยกว่า 1 % ของทั้ง 3 อัตราส่วน คืออัตราส่วน 3:1, 6:1 และ 10:1 ต่อโมล อีกทั้งไม่เกิดกลีเซอรอลในระบบ เนื่องจากสารผสมเมื่อสัมผัสกับแผ่นขนานระหว่างขั้วจะประพฤติตัวเป็นฉนวนทำให้พลาสมาที่เกิดขึ้นมีปริมาณน้อยลงจึงทำให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นได้น้อย แต่ระบบจ่ายไฟที่สร้างขึ้นนี้สามารถก่อให้เกิดพลาสมาได้จริง


การออกแบบระบบอัตลักษณ์สำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้านอาหาร, กฤตวิทย์ กฤตมโนรถ Jan 2018

การออกแบบระบบอัตลักษณ์สำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้านอาหาร, กฤตวิทย์ กฤตมโนรถ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาอาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของ 4 ภูมิภาค ได้แก่ อาหารภาคเหนือ อาหารภาคกลาง อาหารภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอาหารภาคใต้ 2) เพื่อหาสัญลักษณ์ ตัวอักษร อารมณ์และสี ที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์อาหาร 4 ภูมิภาค 3) เพื่อหาสัญลักษณ์ ตัวอักษร อารมณ์และสี ที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์อาหารไทย ขั้นตอนและวิธีการวิจัย เก็บข้อมูลจากหนังสือ และบทความต่าง ๆ เพื่อสร้างแบบสอบถามสำหรับคนท้องถิ่น 200 ท่านและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร 3 ท่านด้วยเทคนิคเดลฟาย เพื่อให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์ข้อ 1 แบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา มีค่าดัชนีความเที่ยงที่ 0.9921 หลังจากนั้นสร้างแบบสอบถามสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเรขศิลป์ 34 ท่านด้วยเทคนิคเดลฟาย เพื่อให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์ข้อ 2 และ 3 แบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา มีค่าดัชนีความเที่ยงที่ 1.0000 ผลการวิจัยพบว่า อาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคเหนือ ได้แก่ แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม อาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของของภาคกลาง ได้แก่ แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง ห่อหมกปลา แกงเผ็ด พะแนง แกงส้ม อาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ไส้กรอกอีสาน ส้มตำ ลาบ น้ำพริกปลาร้า ปลาร้าบอง อาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของของภาคใต้ ได้แก่ แกงไตปลา ข้าวยำ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง ปลาทอดขมิ้น บูดูทรงเครื่อง ไก่กอ ผัดสะตอ การออกแบบระบบอัตลักษณ์ที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์อาหารภาคเหนือ สัญลักษณ์ ได้แก่ 1. แบบสมมาตรหลายแกน 2. แบบเปิด 3. แบบเส้นโค้ง 4. แบบไม่มีเส้นขวาง ตัวอักษรไทย ได้แก่ Handwriting และ Crossover ตัวอักษรอังกฤษ ได้แก่ Humanist และ …


Effect Of Maternal Blood Heavy Metal Level On Brain-Derived Neurotrophic Factor And Pregnancy Outcomes Among Myanmar Migrants In Samut Sakhon Province, Thailand, Ye Htet Zaw Jan 2018

Effect Of Maternal Blood Heavy Metal Level On Brain-Derived Neurotrophic Factor And Pregnancy Outcomes Among Myanmar Migrants In Samut Sakhon Province, Thailand, Ye Htet Zaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

BACKGROUND: Lead, mercury, cadmium, and arsenic are the priority heavy metals of major public health concern in developing countries. Thailand is a newly industrialized country raising high human workloads of migrant workers form neighbored countries, mostly Myanmar. Exposure to these metals can cause cognitive impairment and depressive disorders through an effect on brain-derived neurotrophic factor (BDNF), which is an important biomarker of pregnancy. Pregnancy outcomes including preeclampsia, preterm birth and low birth weight are major burdens for maternal and child health. Although a number of prior studies have examined the effects of heavy metals on pregnancy, there are few studies …


Folklore Museums And Their Roles In Displaying And Preserving Communal Cultural Heritage : The Case Studies Of Yaowarat Chinatown Heritage Center, Bang Lamphu Museum And Bangkokian Museum, Xie Xiaoran Jan 2018

Folklore Museums And Their Roles In Displaying And Preserving Communal Cultural Heritage : The Case Studies Of Yaowarat Chinatown Heritage Center, Bang Lamphu Museum And Bangkokian Museum, Xie Xiaoran

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Communal cultural heritage as the embodiment of cultural diversity of the nation, plays more significant roles in the contemporary context. Adopted from the definitions of tangible and intangible heritages and their displaying in communities, the idea of preserving communal cultural heritage has extended its instruments to various fields and different forms. Among them, local folklore museum plays irreplaceable roles in the displaying and maintaining the cultural identity of the local community. In this research, three folklore museums in Bangkok, Thailand are chosen as study cases to examine the roles that folklore museum plays in the process of displaying and preserving …


แนวทางการบริหารการสื่อสารองค์การของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพมหานคร, สุชาดา สุมน Jan 2018

แนวทางการบริหารการสื่อสารองค์การของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพมหานคร, สุชาดา สุมน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารการสื่อสารองค์การของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพมหานคร 2) ศึกษาปัญหาในการบริหารการสื่อสารองค์การของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพมหานคร และ 3) นำเสนอแนวทางการบริหารการสื่อสารองค์การของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพมหานคร กรอบแนวคิดของการวิจัยประกอบด้วย การสื่อสารภายในองค์การและการบริหาร ประชากร คือ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร จำนวน 119 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูที่เป็นตัวแทนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย และนักเรียนที่เป็นคณะกรรมการนักเรียน รวม 423 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามแบบมีคำถามปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลโดย ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1) สภาพการบริหารการสื่อสารองค์การของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 1.1) ด้านการวางแผน ผู้บริหาร ครู และนักเรียนมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยผู้บริหารมีค่าเฉลี่ยในการปฏิบัติสูงสุดคิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.19 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.96 1.2) ด้านการปฏิบัติ ผู้บริหาร ครู และนักเรียนมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยผู้บริหารมีค่าเฉลี่ยการปฏิบัติสูงสุดคิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.13 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.09 และ 1.3) ด้านการประเมินผล ผู้บริหาร ครู และนักเรียนมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยผู้บริหารมีค่าเฉลี่ยการปฏิบัติสูงสุดคิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.22 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.99 2) ปัญหาในการการบริหารการสื่อสารองค์การของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 2.1) ด้านการวางแผน ผู้บริหาร ครู และนักเรียนมีความเห็นเกี่ยวกับปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง โดยนักเรียนมีค่าเฉลี่ยเกี่ยวกับปัญหาสูงสุดคิดเป็นค่าเฉลี่ย 3.09 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.10 2.2) ด้านการปฏิบัติ ครูและนักเรียนมีความเห็นเกี่ยวกับปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนผู้บริหารมีความเห็นอยู่ในระดับน้อย โดยนักเรียนมีค่าเฉลี่ยเกี่ยวกับปัญหาสูงสุดคิดเป็นค่าเฉลี่ย 3.10 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.09 และ …


Boundwarden: Thread-Enforced Spatial Memory Safety Through Compile-Time Transformations, Smith Dhumbumroong Jan 2018

Boundwarden: Thread-Enforced Spatial Memory Safety Through Compile-Time Transformations, Smith Dhumbumroong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation presents BoundWarden, a novel runtime spatial memory safety enforcement technique that comprehensively detects and prevents buffer overflow and other out-of-bound errors in buffers on stack, heap, and BSS and data segments of memory. BoundWarden leverages the ubiquity of multi-core processors by offloading most of the works to a dedicated bound checking thread, which performs bound checking and manages metadata, thus reducing the runtime overhead. Since BoundWarden stores base and bound of buffers in a dedicated bound table, the memory layout of programs remains unchanged, thus preserving compatibility with existing libraries and binaries. Experiments showed that the prototype of …


Climate Change Adaptation On Water Resource Management : A Case Study Of Pakokku Township, Magway Region, Myanmary, Khin Maung Soe Jan 2018

Climate Change Adaptation On Water Resource Management : A Case Study Of Pakokku Township, Magway Region, Myanmary, Khin Maung Soe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Earth's temperature has increased in recent decades and the climate has changed. The adverse effects of climate change on natural systems have also become evident since the mid of the twentieth century. Water resources are mainly affected by climate change, particularly in the central part of Myanmar that faced with water shortage. The objective of the research is to study climate change adaptation on water resource management at the Pakokku Township, Magway Region, Myanmar. The four villages, namely Shin Ma Kan, Pan Tine Chone, Paung Laung Kan and Kyee were selected as the study area because of drought and …


Water Resource Efficiency Towards Sustainable Tourism At Patong Municipality, Phuket Province, Thailand, Palida Rattanopas Jan 2018

Water Resource Efficiency Towards Sustainable Tourism At Patong Municipality, Phuket Province, Thailand, Palida Rattanopas

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tourism is one of the main incomes of Thailand that is directly contribute to the national GDP. Tourism affects not only on economic sector but also on the environment society. Sustainable tourism (ST) has become more important in conserving and maintaining natural resources for the next generation. The ST requires an efficient use of natural resources, particularly water resource. The objective of this research is to study water resource efficiency towards sustainable tourism at Patong Municipality, Kathu district of Phuket. Water shortage has taken place in Patong municipality for decades. A set of semi-structure questionnaires was used to in-depth interview …


Investor’S Hindsight Effect And True Timing Ability Of Tax Saving Mutual Funds, Krittapon Chaleoykitti Jan 2018

Investor’S Hindsight Effect And True Timing Ability Of Tax Saving Mutual Funds, Krittapon Chaleoykitti

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper analyze the cash flow timing ability of mutual fund investors both non-tax-saving and tax-saving funds which have constraints such as lock-up period to block investor's ability to make cash flow timing, after controlling for the hindsight effect. We analyze the sample of Thai mutual funds in the period of 2006-2017.
We find that investors have bad timing ability and make return underperformance. The tax-saving funds that have investment constraints to block investor's timing ability have better timing ability and tends to have smart money effect and make return over performance. In addition, volatility affect investors to increase the …


Diagnostic Performance Of The Faas Stroke Screening Tool Faas Stroke Screening Tool In Patients Who Presented To The Emergency Room With Neurological Symptoms, Warongporn Phuenpathom Jan 2018

Diagnostic Performance Of The Faas Stroke Screening Tool Faas Stroke Screening Tool In Patients Who Presented To The Emergency Room With Neurological Symptoms, Warongporn Phuenpathom

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Rapid screening and intervention are the keys to successful early treatment of stroke. In Thailand, the conventional FAST stroke screening tool has generally been used by triage nurses to promptly detect acute stroke. However, the FAST score has a limitation in detecting posterior circulation stroke. Previous studies showed that adding ataxia could increase the sensitivity of posterior circulation stroke detection. Therefore, we studied the performance of a new stroke screening tool, the FAAS score, among acute ischemic stroke patients. Objectives: To evaluate the diagnostic performance of the FAAS score and compare the diagnostic performance between FAAS and the conventional …


การปรับปรุงกระบวนการสกัดและการทำให้บริสุทธิ์สำหรับพอลิ 3-ไฮดรอกซีบิวทิเรตจาก Cupriavidus Necator สายพันธุ์ A-04 โดยใช้ 1,3-ไดออกโซเลน, ชนากานต์ วงศ์มูล Jan 2018

การปรับปรุงกระบวนการสกัดและการทำให้บริสุทธิ์สำหรับพอลิ 3-ไฮดรอกซีบิวทิเรตจาก Cupriavidus Necator สายพันธุ์ A-04 โดยใช้ 1,3-ไดออกโซเลน, ชนากานต์ วงศ์มูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พอลิไฮดรอกซีบิวทิเรต (polyhydroxybutyrate, PHB) เป็นพอลิเอสเทอร์ชีวภาพที่ถูกสร้างและสะสมอยู่ภายในเซลล์แบคทีเรียในรูปแบบแกรนูลภายในเซลล์ เทคนิคหลายประการได้รับการพัฒนาสำหรับขั้นตอนการสกัดและการทำบริสุทธิ์ให้มีประสิทธิภาพ ราคาไม่แพง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการศึกษานี้ใช้ 1,3-ไดออกโซเลน ซึ่งตัวทำละลายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการสกัด PHB ร่วมกับวิธีต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้ 1,3-ไดออกโซเลน เจือจาง การสกัดด้วยเครื่องซอกห์เลต การสกัดด้วยวิธีเชิงกลร่วมกับตัวทำละลาย และการเขย่าต่อเนื่องระหว่างสกัด ผลการทดลองพบว่าการเพิ่มอัตราการเขย่าในระหว่างกระบวนการสกัดอาจเพิ่มเปอร์เซ็นต์การนำกลับและความบริสุทธิ์ การสกัด PHB จากเซลล์แห้งของ Cupriavidus necator สายพันธุ์ A-04 ซึ่งมีการสะสม PHB เท่ากับ 70.23±1.08 เปอร์เซ็นต์ต่อน้ำหนักเซลล์แห้ง ที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส อัตราการเขย่า 150 รอบต่อนาที เป็นเวลา 5 ชั่วโมง เป็นผลให้การนำกลับ PHB เท่ากับ 86.59±2.44 เปอร์เซ็นต์ และความบริสุทธิ์ 99.03±0.22 เปอร์เซ็นต์ การสกัด PHB จากเซลล์เปียกภายใต้ภาวะเดียวกันเป็นผลให้การนำกลับและความบริสุทธิ์เท่ากับ 84.63±2.17 และ 97.92±0.26 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อขยายระดับการสกัด PHB จากเซลล์แห้งที่ระดับการสกัด 1 ลิตร ให้ความบริสุทธิ์สูงถึง 99.33±0.54 เปอร์เซ็นต์ และการนำกลับเท่ากับ 64.05±0.35 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักโมเลกุล สมบัติเชิงความร้อน และสมบัติเชิงกลของ PHB ที่ได้จากการสกัดด้วย 1,3-ไดออกโซเลน ใกล้เคียงกับ PHB ที่ได้จากการสกัดด้วยคลอโรฟอร์ม ดังนั้น การเขย่า อุณหภูมิ และภาวะของเซลล์ที่ใช้ในการสกัด (เซลล์แห้งหรือเซลล์เปียก) เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาวิธีให้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการนำ 1,3-ไดออกโซเลน ที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่นั้นให้เปอร์เซ็นต์การนำกลับและความบริสุทธิ์ต่ำไม่คุ้มค่ากับพลังงานที่เสียไปในกระบวนการแยกสารเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่


การเตรียมฟิล์มวัสดุเชิงประกอบทางชีวภาพระหว่างพอลิไฮดรอกซีบิวทิเรตจาก Cupriavidus Necator สายพันธุ์ A-04 และไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสจากใบสับปะรด, พิชญ์นันท์ สินสุขอุดมชัย Jan 2018

การเตรียมฟิล์มวัสดุเชิงประกอบทางชีวภาพระหว่างพอลิไฮดรอกซีบิวทิเรตจาก Cupriavidus Necator สายพันธุ์ A-04 และไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสจากใบสับปะรด, พิชญ์นันท์ สินสุขอุดมชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พอลิไฮดรอกซีบิวทิเรต (polyhydroxybutyrate, PHB) เป็นพอลิเอสเทอร์ชีวภาพในกลุ่มของพอลิไฮดรอกซีแอลคาโนเอต (polyhydroxyalkanoate, PHAs) ที่ได้รับความสนใจในการศึกษาเพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุชีวภาพทางเลือกเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากพลาสติกจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แม้ว่าจะมีข้อดีที่มากมายแต่ยังมีอุปสรรคในการผลิต PHB ในระดับอุตสาหกรรม เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่มีราคาสูง ในงานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาการเตรียมฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยเริ่มจากการผลิต PHB โดย Cupriavidus necator สายพันธุ์ A-04 ในระดับถังหมัก อัตราส่วนระหว่างคาร์บอนและไนโตรเจนเท่ากับ 200 โดยใช้น้ำตาลฟรักโทสเป็นแหล่งคาร์บอน และใช้แอมโมเนียมซัลเฟตเป็นแหล่งไนโตรเจน ได้ปริมาณ PHB สูงสุด 60.54±5.74 เปอร์เซ็นต์ที่ชั่วโมงที่ 60 จากนั้นนำสกัดเซลล์แห้งและทำบริสุทธิ์จะได้เป็นผง PHB บริสุทธิ์ จากนั้นเตรียมไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสจากใบสับปะรดซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แต่ไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสละลายได้ในคลอโรฟอร์มใช้เป็นตัวทำละลายในการเตรียมฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพร่วมกับ PHB จึงต้องดัดแปรโครงสร้างของไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสด้วยปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันโดยใช้ลอโรอิลคลอไรด์เป็นสารดัดแปร พบว่าเซลลูโลสลอเรตสามารถละลายได้ในคลอโรฟอร์มและมีการเปลี่ยนแปลงของหมู่ฟังก์ชันเมื่อวิเคราะห์โครงสร้างด้วยเครื่อง FTIR จากนั้นนำผง PHB และเซลลูโลสลอเรตมาขึ้นรูปเป็นแผ่นฟิล์มด้วยวิธีการหล่อขึ้นรูปโดยใช้สารละลายคลอโรฟอร์มที่อัตราส่วนต่างๆ ได้แก่ 100:0, 95:5, 90:10, 85:15, 80:20 และ 0:100 พบว่าแผ่นฟิล์มวัสดุเชิงประกบอชีวภาพที่อัตราส่วนต่างๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางความร้อน ในขณะที่ค่ามอดุลัสของยังมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อปริมาณของเซลลูโลสลอเรตเพิ่มขึ้น และเมื่อนำไปศึกษาควาสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพพบว่าอัตราส่วน 95:5 ย่อยสลายได้สูงที่สุดเท่ากับ 23.49 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 35


ผลของเซลลูโลสดัดแปรต่อสมบัติทางกายภาพและความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพของฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพที่เตรียมจากพอลิไฮดรอกซีบิวทิเรตผลิตโดย Cupriavidus Necator สายพันธุ์ A-04 และไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสจากกากมันสำปะหลัง, ภัสราภรณ์ ธีระสีมาธรรม Jan 2018

ผลของเซลลูโลสดัดแปรต่อสมบัติทางกายภาพและความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพของฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพที่เตรียมจากพอลิไฮดรอกซีบิวทิเรตผลิตโดย Cupriavidus Necator สายพันธุ์ A-04 และไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสจากกากมันสำปะหลัง, ภัสราภรณ์ ธีระสีมาธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการเตรียมแผ่นฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพระหว่าง PHB ซึ่งผลิตโดย Cupriavidus necator สายพันธุ์ A-04 และไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสที่เตรียมจากกากมันสำปะหลังเพื่อปรับปรุงเสถียรภาพทางความร้อนและสมบัติเชิงกลของ PHB เริ่มจากการเพาะเลี้ยง C. necator สายพันธุ์ A-04 ในระดับถังหมัก ได้ปริมาณ PHB เท่ากับ 59.66 ± 5.92 เปอร์เซ็นต์ต่อน้ำหนักเซลล์แห้ง จากนั้นสกัดและทำบริสุทธิ์ PHB จากเซลล์แห้ง แล้วนำไปวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชันในโครงสร้างและสมบัติทางความร้อนของ PHB ที่สกัดได้พบว่า PHB มีหมู่ฟังก์ชันและสมบัติความร้อนที่สอดคล้องกับ PHB มาตรฐาน จึงยืนยันได้ว่าเป็นพอลิเมอร์ชนิด PHB ต่อมาเตรียมไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสและดัดแปรโครงสร้างทางเคมีด้วยปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันโดยใช้บิวทิริลคลอไรด์เป็นสารดัดแปรพบว่าไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสบิวทิเรตมีการเปลี่ยนแปลงของหมู่ฟังก์ชันเนื่องจากมีการแทนที่ของสายโซ่อะลิฟาติกในหมู่ไฮดรอกซิล มีขนาดของอนุภาคที่ใหญ่ขึ้นและสามารถละลายได้ในตัวทำละลายคลอโรฟอร์ม จากนั้นเตรียมแผ่นฟิล์มวัสดุเชิงประกอบระหว่าง PHB และไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสบิวทิเรต โดยแปรผันอัตราส่วนของไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลสบิวทิเรตพบว่าแผ่นฟิล์มวัสดุเชิงประกอบมีการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางความร้อนและมีการเพิ่มขึ้นของค่าความทนแรงดึงและการยืดตัว ณ จุดขาดของแผ่นฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพที่อัตราส่วน 95 ต่อ 5 และ 90 ต่อ 10 หลังการทดสอบการย่อยสลายทางชีวภาพในดินของแผ่นฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพพบว่าแผ่นฟิล์มวัสดุเชิงประกอบชีวภาพยังคงมีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพ


ประสิทธิภาพของการใช้ยาต้านการทำงานของเกล็ดเลือดรักษาภาวะลมพิษเรื้อรังที่ยากต่อการรักษา, อมรรัตน์ ประเสริฐเจริญสุข Jan 2018

ประสิทธิภาพของการใช้ยาต้านการทำงานของเกล็ดเลือดรักษาภาวะลมพิษเรื้อรังที่ยากต่อการรักษา, อมรรัตน์ ประเสริฐเจริญสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการรักษาโดยใช้ยาต้านเกล็ดเลือดร่วมกับยาต้านฮีสตามีน ในการรักษาภาวะลมพิษเรื้อรังที่ยากต่อการรักษา เปรียบเทียบกับการใช้ยาต้านฮีสตามีนอย่างเดียว วิธีการวิจัย การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มกลุ่มตัวอย่างและมีการปกปิดในผู้ป่วยและผู้วิจัย ทำการศึกษาผู้ป่วยลมพิษเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาต้านฮีสตามีนตามมาตรฐาน โดยมีคะแนนประเมินอาการลมพิษใน 1 สัปดาห์ (weekly urticaria activity scores,UAS7) ตั้งแต่ 16 คะแนนขึ้นไปและมีค่า D-dimer มากกว่า 500 ng/ml แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มที่ได้ยาต้านเกล็ดเลือด ได้รับยา cilostazol 150 มิลลิกรัม และ dipyridamole 50 มิลลิกรัม ร่วมกับยาต้านฮีสตามีน (desloratadine 20 มิลลิกรัม) และกลุ่มควบคุมได้รับยาต้านฮีสตามีน (desloratadine 20 มิลลิกรัม) อย่างเดียวต่อวัน โดยทำการรักษา 4 สัปดาห์ ผลการศึกษา ผู้ป่วยลมพิษทั้งหมด 14 คน กลุ่มที่ได้รับยาต้านเกล็ดเลือด 5 คน และ กลุ่มที่ได้รับยาต้านฮีสตามีน 9 คน โดยพบว่ากลุ่มที่ได้ยาต้านเกล็ดเลือดมีคะแนนลมพิษ (UAS7) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (24.00±4.00 vs 8.00±7.00, P < 0.05) กลุ่มที่ได้ยาต้านฮีสตามีนลดลงจาก19.00±10.00 เป็น 11.00±22.00 คะแนน (P=0.09) และพบว่าระดับค่า D-dimer ในกลุ่มที่ได้ยาต้านเกล็ดเลือดมีการลดลงจาก 1,036.52±746.68 ng/ml เป็น 549.36±582.56 ng/ml (P=0.08) ส่วนกลุ่มที่ได้ยาต้านฮีสตามีนพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยค่า D-dimer จาก 875.81±539.95 ng/ml เป็น 642.02±661.19 ng/ml (P=0.31) สรุป การศึกษานี้ การใช้ยาต้านเกล็ดเลือด ร่วมกับ ยาต้านฮีสตามีน ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะลมพิษดีขึ้น และพบว่าค่า D-dimer ลดลง อาจจะเป็นไปได้ว่า ภาวะเกาะกันของเกล็ดเลือดมีบทบาทในผู้ป่วยที่เป็นลมพิษเรื้อรังและยากต่อการรักษา


การศึกษาผลของระดับไบคาร์บอเนตในเลือดต่อการลดลงของมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะก่อนการบำบัดทดแทนไตที่มีภาวะเลือดเป็นกรด, โสมรัตน์ ศรีจรูญเรือง Jan 2018

การศึกษาผลของระดับไบคาร์บอเนตในเลือดต่อการลดลงของมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะก่อนการบำบัดทดแทนไตที่มีภาวะเลือดเป็นกรด, โสมรัตน์ ศรีจรูญเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบผลของระดับไบคาร์บอเนตในเลือดที่แตกต่างกันต่อการเปลี่ยนแปลงของมวลและความแข็งแรงกล้ามเนื้อ อัตราการทำงานของไต และภาวะโภชนาการ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะก่อนการบำบัดทดแทนไตที่มีภาวะเลือดเป็นกรด วิธีการวิจัย การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3และ4 ที่มีระดับไบคาร์บอเนตในเลือดน้อยกว่า 22 มิลลิโมลต่อลิตร ทั้งหมด 42 ราย ผู้ป่วยทุกรายจะได้รับประทานยาเม็ดโซเดียมไบคาร์บอเนตตามตารางคำนวณเม็ดยาก่อนแบ่งเป็นกลุ่มที่มีระดับไบคาร์บอเนตเป้าหมาย 26±1 มิลลิโมลต่อลิตร (กลุ่มทดลอง) และกลุ่มที่มีระดับไบคาร์บอเนตเป้าหมาย 22±1 มิลลิโมลต่อลิตร (กลุ่มควบคุม) ทั้งสองกลุ่มได้รับการตรวจติดตามมวลกล้ามเนื้อโดยใช้ multi-frequency bioelectrical impedance analysis (MF-BIA) ตรวจแรงบีบมือ และติดตามค่าการทำงานของไต ระดับพรีอัลบูมินในเลือด ระดับ normalized protein nitrogen appearance (nPNA) รวมถึงผลข้างเคียงทุก 2 เดือนจนครบ 4 ดือน ผลการศึกษา มีผู้ป่วยในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 21 ราย อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ปี มีผู้ป่วยเพศชายร้อยละ 60 และเป็นเบาหวานร้อยละ 60 หลังจากรักษาผ่านไป 4 เดือน ระดับไบคาร์บอเนตเฉลี่ยของทั้งสองกลุ่ม อยู่ที่ 23.1±2.0 และ 21.2±2.7 มิลลิโมล/ลิตร ตามลำดับ พบว่ากลุ่มทดลองมีมวลกล้ามเนื้อทั้งร่างกายเพิ่มขึ้นจาก 26±5.4 เป็น 26.7±5.7 กก. (p=0.046) และกล้ามเนื้อระยางค์เพิ่มขึ้นจาก 19.8±4.1 เป็น 20.6±4.5 กก. (p= 0.03) และพบว่าผู้ป่วยเบาหวานในกลุ่มทดลองมีการเพิ่มขึ้นของมวลกล้ามเนื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลต่อระดับการทำงานของไต พบว่าในกลุ่มทดลองยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในกลุ่มควบคุมมีอัตราการกรองของไตลดลงเฉลี่ย 3.6 มล./นาที/1.73ตร.ม. (-5.4 ถึง -1.9, p<0.001) ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของแรงบีบมือ ระดับพรีอัลบูมิน และ nPNA ของทั้ง สองกลุ่ม โดยทั้งสองกลุ่มเกิดผลข้างเคียงไม่แตกต่างกัน สรุป การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มระดับไบคาร์บอเนตในเลือดด้วยยาโซเดียมไบคาร์บอเนตเพียง ประมาณ 23 มิลลิโมล/ลิตร สามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและสามารถชะลอการลดลงของอัตราการทำงานของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีภาวะเลือดเป็นกรด แต่ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงของแรงกล้ามเนื้อและภาวะโภชนาการ


รูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้องในประเทศไทย, มธุรส วิโรจนวัธน์ Jan 2018

รูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้องในประเทศไทย, มธุรส วิโรจนวัธน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ที่มา: ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องชาวไทยพบปัญหาโพแทสเซียมในเลือดต่ำร้อยละ 46 และภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น มีความเชื่อว่าปริมาณโพแทสเซียมในอาหารน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ ข้อสงสัยนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด เนื่องด้วยยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษารูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยกลุ่มนี้ในประเทศไทย วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษารูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องในประเทศไทย วิธีการศึกษา: การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนา ศึกษารูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล 4 แห่ง โดยแนะนำวิธีการถ่ายภาพอาหารที่รับประทาน ส่งภาพอาหารทางสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชันไลน์ให้นักกำหนดอาหาร เป็นเวลา 3 วัน (วันธรรมดา 2 วัน และ วันหยุด 1 วัน) ข้อมูลปริมาณอาหารจะถูกนำมาบันทึกในโปรแกรมอินมูแคลโดยนักกำหนดอาหาร 1 คน ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด นิยามโพแทสเซียมในเลือดต่ำ คือ ระดับโพแทสเซียมในเลือด


Computational Design Of Levansucrase For Production Of Tailor-Made Length Levan-Type Fructo-Oligosaccharides, Pongsakorn Kanjanatanin Jan 2018

Computational Design Of Levansucrase For Production Of Tailor-Made Length Levan-Type Fructo-Oligosaccharides, Pongsakorn Kanjanatanin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Levansucrase (LS) is an exocellular fructosyltransferase catalyzing the hydrolysis of sucrose and polymerization of levan and levan-type fructo-oligosaccharides (LFOs) that have various potentials in pharmaceutical and biological applications such as prebiotics and anticancer agents. LFOs with the chain length of 5 (LFO5 or GF4) showed inhibition activity against the SW480 colorectal cell lines up to about 83%. Although LFO5 has beneficial properties, the ability to produce LFO5 in large quantity is still limited. This study aimed to explore conformational diversity and elucidate the structural and molecular properties of LFO5, LFO10 and LFO15 as well as to redesign the active site …


Evaluation Of Photosynthesis Process Under Drought-Stress Condition Of Chromosome Segment Substitution Line Populations With ‘Khao Dawk Mali 105’ Rice Genetic Background For Drought-Responsive Gene Identification And Characterization, Kansinee Hungsaprug Jan 2018

Evaluation Of Photosynthesis Process Under Drought-Stress Condition Of Chromosome Segment Substitution Line Populations With ‘Khao Dawk Mali 105’ Rice Genetic Background For Drought-Responsive Gene Identification And Characterization, Kansinee Hungsaprug

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to evaluate the photosynthesis-related parameters in chromosome segment substitution lines (CSSL), containing drought tolerant region from DH212 in a ‘KDML105’ genetic background. Screening at seedling stage indicated that CSSL4 was more tolerant to drought stress than ‘KDML105’ with the higher maximum quantum yield of Photosystem II (Fv/Fm). At vegetative stage, CSSL4 tended to have the higher level of light-saturated net photosynthetic rate (PNmax), stomatal conductance (gs), electron transport rate (ETR) and effective quantum yield of photosystem II photochemistry (FPSII), when compared to the ‘KDML105’ after 9 days of water withholding. Moreover, the flag leaves of CSSL4 and …


Rheology, Morphology And Electronic Properties Of Hybrid Copper Organic Decompose Conductive Ink, Chaiwat Klaewwigkij Jan 2018

Rheology, Morphology And Electronic Properties Of Hybrid Copper Organic Decompose Conductive Ink, Chaiwat Klaewwigkij

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Hybrid Metal-Organic Decomposition (HMOD) inks containing alkanol amines copper complex solution with fine copper particles show high potential for flexible printed electronics application. Conductive patterns are fabricated from HMOD inks by screen printing onto a polyimide substrate. This work studies the effects of co-solvent, copper particles loading, and viscosity of the inks on properties of the conductive patterns obtained. Firstly, the effects of co-solvent related to the stability of the HMOD inks and the impact of preparation time related to the crack of the conductive pattern are examined. The HMOD inks are prepared from copper formate (CuF), and alkanol amines …


Characterization Of Graphene Grown By Direct Liquid Injection Cvd Method With N2 Carrier Gas, Taworn Intaro Jan 2018

Characterization Of Graphene Grown By Direct Liquid Injection Cvd Method With N2 Carrier Gas, Taworn Intaro

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

We have studied the graphene growth on copper (Cu) foil substrate by direct-liquid-injection chemical vapor deposition (DLI-CVD). Cyclohexane (C6H12) and N2 were used as a liquid carbon precursor and carrier gas, respectively. Structural and electrical properties of graphene were characterized various techniques. Before the growth of graphene, optimization of Cu foil surface was performed as follows by: (i) etching by hydrochloric (HCl) acid to eliminate impurities and copper oxide on the Cu foil surface, then, (ii) electro-polishing process was used to remove the rolling lines and improve the surface roughness, and (iii) thermal annealing treatment was done to increase grain …


การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้การบำรุงรักษาเชิงรุก, มธุรส มิ่งมงคล Jan 2018

การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้การบำรุงรักษาเชิงรุก, มธุรส มิ่งมงคล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แม้ว่ามีดำเนินงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกันในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แต่ยังคงมีการขัดข้องของเครื่องจักรต่างๆ โรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นกรณีศึกษานี้ได้กำหนดค่าเป้าหมายความพร้อมของเครื่องจักรไว้สูงกว่า 99.25% เมื่อเวลาผ่านไปพบว่าค่าความพร้อมใช้งานมีแนวโน้มต่ำลง แม้ว่าก่อนการปรับปรุงมีค่าความพร้อมใช้งานเฉลี่ย 99.43% ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าสูงถึง 1.20% แสดงให้เห็นว่า การบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มีอยู่นั้นอาจไม่เพียงพอที่จะจัดการปัญหานี้ได้ งานวิจัยนี้จึงได้นำการบำรุงรักษาเชิงรุกมาเป็นกลยุทธ์ในการปรับปรุงค่าความพร้อมการใช้งานของเครื่องจักร มีการวิเคราะห์ผลกระทบของความเสียหาย โอกาสเกิดและความรุนแรง และมีการหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องจักรเสีย หลังจากนั้นได้ทำการปรับปรุงแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและสร้างแผนการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ หลังจากที่ดำเนินการตามแผนงานพบว่าสามารถทำให้ค่าความพร้อมใช้งานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็น 99.69% ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 0.41% เวลาเฉลี่ยในการขัดข้องของเครื่องจักรลดลง 63.90% จำนวนครั้งที่เกิดการขัดข้องลดลง 40.28% และกำลังการผลิตที่สูญเสียลดลงได้ 28.44%


การวิเคราะห์วอเตอร์ฟุตพรินต์ในกระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีน, เรืองรัตน์ เรืองเดช Jan 2018

การวิเคราะห์วอเตอร์ฟุตพรินต์ในกระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีน, เรืองรัตน์ เรืองเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบจากการใช้น้ำ ของกระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีน ทั้งการใช้น้ำทางตรงและทางอ้อม การใช้น้ำทางตรงประกอบไปด้วยการใช้น้ำในกระบวนการผลิตซึ่งสามารถวัดได้โดยตรงจากข้อมูลของโรงงาน และการใช้น้ำทางอ้อมประกอบไปด้วยการใช้น้ำในส่วนของการได้มาซึ่งวัตถุดิบ การใช้ไฟฟ้า การผลิตไอน้ำ การผลิตไนโตรเจน รวมถึงการใช้น้ำในกระบวนการขนส่ง ซึ่งโรงงานไม่สามารถวัดโดยตรงได้ต้องมีการเก็บข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงอื่นๆที่เชื่อถือได้ วิธีการประเมินผลกระทบการใช้น้ำที่ใช้ในงานวิจัยฉบับนี้ใช้วิธีวอเตอร์ฟุตพรินต์ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ทราบผลกระทบจากการใช้น้ำที่แท้จริงตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยอ้างอิงวิธีการประเมินตามข้อกำหนดและแนวทางของ ISO 14046 ผลลัพธ์จากการประเมินพบว่าผลิตภัณฑ์เบนซีนและพาราไซลีน มีค่าวอเตอร์ฟุตพรินต์ซึ่งวัดผลกระทบในแง่ของการขาดแคลนน้ำ(Water Scarcity Footprint,WSF) ต่อ 1 กิโลกรัมเท่ากับ 0.613 LiterH2Oeq และ 1.432 LiterH2Oeq ตามลำดับ โดยทั้งเบนซีนและพาราไซลีนมีค่า WSF สูงสุดจากการใช้น้ำทางอ้อม ซึ่งมีค่าสูงในการใช้ไฟฟ้าและการได้มาซึ่งคอนเดนเสท และรองลงมาคือ WSF จากการใช้น้ำทางตรงซึ่งมีค่า WSF สูงในส่วนของการระเหยของน้ำในระบบหล่อเย็น แต่เนื่องการลดผลกระทบจากการใช้น้ำจะมีความเป็นไปได้ในการลดจากใช้น้ำทางตรงมากกว่าทางอ้อม เพราะสามารถควบคุมได้โดยตรงจากโรงงานถึงแม้ว่าอาจจะทำให้ผลกระทบลดลงได้ไม่มากก็ตาม จึงเสนอการนำมาตรการในการลดการใช้น้ำทางตรงร่วมด้วย โดยแบ่งมาตรการเป็น 2 ส่วนคือการลดผลกระทบที่เกิดจากการใช้น้ำทางตรง และการลดผลกระทบจากการใช้น้ำทางอ้อม เพื่อให้กระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีนเกิดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


ฤทธิ์ของน้ำคะน้าจีนในการยับยั้งการเจริญของเซลล์ และเหนี่ยวนำการตายแบบอะพอพโทซิสในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยงผ่านการเพิ่มการแสดงออกโปรตีนแคสเปส 3, ศิริพร พึ่งพวก Jan 2018

ฤทธิ์ของน้ำคะน้าจีนในการยับยั้งการเจริญของเซลล์ และเหนี่ยวนำการตายแบบอะพอพโทซิสในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยงผ่านการเพิ่มการแสดงออกโปรตีนแคสเปส 3, ศิริพร พึ่งพวก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผักคะน้าจีนถูกนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเอเชียตะวันออก ผักชนิดนี้จัดอยู่ในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งผักในตระกูลนี้มีองค์ประกอบของสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารกลุ่มกลูโคซิโนเลตและไอโซไธโอซัยยาเนตซึ่งเป็นสารที่พบเฉพาะในผักตระกูลกะหล่ำ การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากพืชตระกูลกะหล่ำมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานผักคะน้าจีนด้วยการปรุงสุก โดยในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินฤทธิ์ของน้ำผักคะน้าจีนต่ออัตราการมีชีวิตรอดและการเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์ U937 ถูกเลี้ยงด้วยน้ำผักคะน้าแบบจีนแบบสดและที่ผ่านความร้อน ซึ่งถูกเตรียมโดยวิธีการนึ่ง (0.625, 1.25, 2.5 และ 5 %v/v) เพื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง อัตราการมีชีวิตรอดมีชีวิตและการเพิ่มจำนวนของเซลล์ถูกทดสอบด้วยการใช้สีย้อมและวิธี XTT ที่ 24, 48 และ 72 ชั่วโมง ผลการวิจัยพบว่าที่ 72 ชม. การบ่มด้วยน้ำผักคะน้าจีนสด 5 %v/v ลดอัตราการมีชีวิตรอดของเซลล์ถึง 13 ± 11.9 % ในขณะที่การรักษาด้วยน้ำผักคะน้าจีนที่ผ่านความร้อน 5 %v/v ลดอัตราการมีชีวิตรอดของเซลล์ได้ 49 ± 8.3 % จำนวนเซลล์และการทดสอบ XTT แสดงให้เห็นว่าน้ำผักคะน้าจีนทั้งแบบสดและที่ผ่านความร้อนสามารถลดการเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ตามระดับความเข้มข้นและเวลา วัฏจักรของเซลล์และการตายของเซลล์ที่เลี้ยงร่วมกับน้ำผักคะน้าจีนถูกวิเคราะห์โดยโฟลซัยโตมิตรี พบว่ามีประชากรของเซลล์เพิ่มขึ้นที่ระยะ sub G1 และเซลล์มีการตายแบบ apoptosis เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้นสูงและระยะเวลาที่มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับตัวควบคุม นอกจากนี้การวิเคราะห์ด้วยวิธี Western blot แสดงให้เห็นว่าการเกิดอะพอพโตซิสที่ถูกเหนี่ยวนำโดยน้ำผักคะน้าจีนนั้นเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของโปรตีน caspase 3 โดยรวมแล้วผลการวิจัยพบว่าน้ำผักคะน้าจีนสดมีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำผักคะน้าจีนที่ผ่านความร้อนในการต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว อย่างไรก็ตามผักคะน้าจีนทั้งสองรูปแบบถูกใช้เป็นอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้


Developing An Automated System For Supporting Strut Arrangement In Deep Excavation, Pisal Nov Jan 2018

Developing An Automated System For Supporting Strut Arrangement In Deep Excavation, Pisal Nov

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In strut arrangement, current software could detect the constructible problems like clashes. However, this software had some limitations including (1) unable to visualize all clash occurrences on each strut, (2) unable to distinguish between occurrence and non-occurrence of the clash, and (3) unable to check tolerance and spacing problems. Thus, the strut arrangement was still an inefficient process. The research objective was to develop an automated system for supporting strut arrangement in deep excavation. In the methodology, an in-depth interview was conducted to collect the information and knowledge of strut arrangement and analyzed with transcription analysis. This information and knowledge …


แนวทางในการนำค่าใช้จ่ายเงินบริจาคที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิเป็นยอดยกไปเพื่อหักค่าใช้จ่ายเงินบริจาคของประเทศไทย, วันวิสาข์ พาบุญ Jan 2018

แนวทางในการนำค่าใช้จ่ายเงินบริจาคที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิเป็นยอดยกไปเพื่อหักค่าใช้จ่ายเงินบริจาคของประเทศไทย, วันวิสาข์ พาบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากการศึกษาการใช้สิทธิประโยชน์เงินบริจาคในประเทศสิงคโปร์ พบว่ามีการให้สิทธิประโยชน์ในการนำเงินบริจาคที่ไม่สามารถใช้สิทธิในปีภาษีปัจจุบัน เนื่องมาจากมียอดเงินบริจาคมากกว่ารายได้ในปีภาษีเดียวกัน โดยสำนักงานสรรพากรสิงคโปร์มีการให้สิทธิประโยชน์โดยการนำเงินบริจาคดังกล่าวยกไปใช้ได้ภายใน 5 ปีภาษีถัดไป เนื่องมาจากประเทศสิงคโปร์มีนโยบายในการกระตุ้นให้ผู้เสียภาษีมีการช่วยเหลือสังคมโดยการบริจาค เมื่อทำการศึกษาการหักเงินบริจาคในประเทศไทยตามประมวลรัษฎากร ที่มีเงื่อนไขในการปฏิบัติตามมาตรา 65 ตรี (3) และพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่เกี่ยวข้องโดยให้สิทธิในการหักเงินบริจาคเป็นจำนวน 2 เท่า แต่หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักค่าใช้จ่ายเงินบริจาคในปีภาษีที่เงินบริจาคเกิดขึ้นสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล และหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่นก่อนหักลดหย่อนเงินบริจาคสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พบว่าการหักเงินบริจาคดังกล่าวไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อผู้เสียภาษี และยังส่งผลให้ไม่สามารถผลักดันให้ผู้เสียภาษีมีการบริจาคเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ขั้นตอนในการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเกี่ยวกับการบริจาคของประเทศไทยนั้นจะเริ่มต้นจากมีมติคณะรัฐมนตรีออกมา โดยจะมีสถานะและผลทางกฎหมาย คือ การใช้อำนาจบริหารของคณะรัฐมนตรี ไม่มีสถานะเป็นกฎหมายตามแบบพิธีและไม่มีผลบังคับต่อประชาชน และในเวลาต่อมาถึงจะมีการออกพระราชกฤษฎีกา และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรตามลำดับ ซึ่งในการจะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเกี่ยวกับการการบริจาคที่ถูกต้องครบถ้วนตามหลักทางภาษีอากรนั้น ผู้เสียภาษีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนดเท่านั้น จากที่กล่าวมาข้างต้น สิทธิในการนำค่าใช้จ่ายเงินบริจาคที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิในปีปัจจุบันเป็นยอดยกไปเพื่อใช้สิทธิในอีก 5 ปีภาษีของประเทศสิงคโปร์นั้นเป็นการยึดตามหลักความแน่นอนและการประหยัดของสิทธิที่ผู้เสียภาษีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาพึงมีจะได้รับสิทธิที่เกิดจากความเสียสละเงินหรือทรัพย์สินต่างๆเพื่อบริจาคให้กับองค์การที่ได้รับการอนุมัติให้เป็นหน่วยงานที่มีการให้ความช่วยเหลือกับสังคม และเพื่อเป็นประโยชน์และลดภาระของรัฐบาลในการที่จะทำให้ประเทศพัฒนาในด้านต่างๆต่อไปได้อย่างต่อเนื่องจึงควรนำมาปรับใช้กับกฎหมายของประเทศไทย


นวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้งของเกษตรกรรายย่อยภายใต้กลุ่มสหกรณ์, ธนภัทร ยีขะเด Jan 2018

นวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้งของเกษตรกรรายย่อยภายใต้กลุ่มสหกรณ์, ธนภัทร ยีขะเด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมด้านสารสนเทศต่อการสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้งของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยภายใต้กลุ่มสหกรณ์ 2) พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดการฟาร์มกุ้ง 3) ศึกษาการยอมรับการใช้งานนวัตกรรม และ 4) การนำนวัตกรรมต้นแบบไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยในการวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม โดยการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาพฤติกรรมด้านสารสนเทศในการจัดการฟาร์มและสนับสนุนการตัดสินใจ และการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจำนวน 90 ตัวอย่าง และการพัฒนาตัวแบบพยากรณ์ราคากุ้งเพื่อใช้สนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจจากชุดข้อมูลราคากุ้งและข้อมูลทุติยภูมิที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง 5 ปี (2557-2561) จำนวน 830 ชุดข้อมูล โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ถดถอย และได้นำโมเดลพยากรณ์ราคากุ้งมาพัฒนาระบบวางแผนและสนับสนุนการตัดสินใจด้านการเงินและจัดการข้อมูลการเลี้ยงกุ้งผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น จากนั้นได้ศึกษาการยอมรับการใช้งานและแนวทางการนำนวัตกรรมต้นแบบสู่เชิงพาณิชย์ ผลการศึกษาพบว่า 1) เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภายใต้กลุ่มสหกรณ์ใช้สารสนเทศในการวางแผนและสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของ 7 งานหลักคือ การเลือกแหล่งที่ตั้งของฟาร์ม การวางแผนธุรกิจเลี้ยงกุ้ง การจัดการบ่อเลี้ยง การจัดการกุ้ง การจัดการด้านการเงิน การจัดการฟาร์ม และการจัดการชุมชน สังคมหรือกลุ่มเกษตรกร และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง พบว่า ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความคาดหวังต่อความพยายาม อิทธิพลจากสังคม การสนับสนุนของทรัพยากร และอำนาจของผู้มีส่วนร่วม มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้เทคโนโลยีที่ระดับ 51.4% 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับโมเดลพยากรณ์ราคากุ้งพบว่า ราคากุ้ง = -1759.426-1.066(ขนาดของกุ้ง)+9.881(อัตราเงินเฟ้อ)+11.135(ดัชนีราคาผู้ผลิต)-1.835(ดัชนีราคาผู้ผลิตภาคเกษตรกรรม) +1.863(อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา)+0.002(อัตราผลิตกุ้งขาวแวนนาไมรวม)-1.864(ราคาน้ำมันดีเซล)+42.448(ถ้าเป็นเดือนมกราคม)+53.286 (ถ้าเป็นเดือนกุมภาพันธ์)+30.325(ถ้าเป็นเดือนมีนาคม)+2.057(ถ้าเป็นเดือนเมษายน)-20.070(ถ้าเป็นพฤษภาคม)-10.085(ถ้าเป็นเดือนมิถุนายน)-3.180(ถ้าเป็นเดือนกรกฎาคม)-3.320 (ถ้าเป็นเดือนสิงหาคม)-11.835(ถ้าเป็นเดือนกันยายน)-30.390(ถ้าเป็นเดือนตุลาคม)-11.835(ถ้าเป็นเดือนพฤศจิกายน) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมีอิทธิพลต่อราคากุ้งร้อยละ 89.7 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 โดย โมเดลพยากรณ์ราคากุ้งนี้ได้นำมาพัฒนาเป็นโมบายแอพพลิเคชั่นเพื่อวางแผนและสนับสนุนการตัดสินใจทางด้านการเงินของผู้เลี้ยงกุ้งภายใต้ชื่อ Smart Aqua 3) จากการสอบถามทัศนคติจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานนวัตกรรมต้นแบบจำนวน 30 ตัวอย่าง พบว่ามีความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบในด้านความสามารถของระบบ ด้านเนื้อหา ด้านการออกแบบ ด้านความปลอดภัย ด้านการรับรู้ประโยชน์ของระบบ ด้านการสนับสนุนทรัพยากรและข้อมูล ทัศนคติต่อการใช้ และการยอมรับการใช้ในระดับพอใจมากและ 4) การให้ใช้สิทธิโดยไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียวเป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดในการนำนวัตกรรมต้นแบบสู่เชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาคืนทุน 3.5 ปี


การสร้างตัวละครที่มีลักษณะเฉพาะและการเล่าเรื่องของละครโทรทัศน์ชุด โปรเจกต์ เอส เดอะ ซีรีส์ ตอน Side By Side พี่น้องลูกขนไก่ และ Sos Skate ซึม ซ่าส์, จุฑามาศ สาคร Jan 2018

การสร้างตัวละครที่มีลักษณะเฉพาะและการเล่าเรื่องของละครโทรทัศน์ชุด โปรเจกต์ เอส เดอะ ซีรีส์ ตอน Side By Side พี่น้องลูกขนไก่ และ Sos Skate ซึม ซ่าส์, จุฑามาศ สาคร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสร้างตัวละครที่มีลักษณะเฉพาะ และการเล่าเรื่อง ของละครโทรทัศน์ชุด Project S The Series ตอน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ และ SOS Skate ซึม ซ่าส์ ซึ่งแพร่ภาพผ่านทางช่อง GMM25 และมีตัวละครหลักในเรื่องเป็นผู้มีภาวะ ออทิสติกและผู้ป่วยโรคซึมเศร้า งานวิจัยชิ้นนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหาจากละคร สัมภาษณ์โดยตรงกับผู้กำกับ ผู้เขียนบทและแอคติ้งโค้ช รวมถึงข้อมูลบทสัมภาษณ์จากผู้กำกับและนักแสดง ผลการวิจัยพบว่า การเล่าเรื่องของละครทั้งสองเรื่องนั้นมีโครงสร้างการเล่าเรื่องใกล้เคียงกับละครโทรทัศน์ทั่วไป คือ มีการเล่าเรื่องชีวิตประจำวัน ปัญหาของตัวละคร และมีข้อมูลเรื่องอาการของโรคที่เป็น การรักษาจากแพทย์หรือเสริมสร้างพัฒนาการแทรกในเนื้อเรื่อง แต่จะเน้นหนักที่การก้าวข้ามผ่านอุปสรรคของตัวละคร โดยแกนหลักของเรื่องคือกีฬาที่เชื่อมโยงกับโรคที่ตัวละครเป็น การสร้างตัวละครที่มีลักษณะเฉพาะ 2 ลักษณะ ได้แก่ 1. การสร้างตัวละครจากบุคคลต้นแบบและการเก็บข้อมูล โดยพบว่าผู้กำกับได้นำบุคลิกหรือพฤติกรรมบางส่วนของบุคคลต้นแบบทางกีฬาและบุคคลต้นแบบทางลักษณะของโรคที่ตัวละครเป็น ผสมผสานกับการเก็บข้อมูลจากแพทย์ หนังสือ บทความ และการสัมภาษณ์ผู้ป่วยหรือบุคคลใกล้ชิด มาหลอมรวมเพื่อสร้างตัวละคร พี่ยิม และ บู ที่มีลักษณะเฉพาะขึ้นมา 2. การสร้างตัวละครที่เกิดจากการที่ผู้กำกับ ผู้เขียนบท แอคติ้งโค้ช และนักแสดงพัฒนาร่วมกัน ผู้กำกับและผู้เขียนบทได้เขียนบทละครและสร้างตัวละครก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงปรึกษากับแอคติ้งโค้ชเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมในการทำเวิร์คชอปให้นักแสดง และนักแสดงได้ศึกษาทำความเข้าใจกับตัวละคร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและออกแบบการแสดงและการเข้าถึงบทบาทตัวละครของตนเองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ละครโทรทัศน์ชุด Project S The Series ตอน Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ และ SOS Skate ซึม ซ่าส์ จึงไม่ได้เป็นละครโทรทัศน์ที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมเท่านั้น แต่ยังเป็นละครโทรทัศน์ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของคนในสังคมต่อผู้มีภาวะออทิสติกและผู้ป่วยโรคซึมเศร้าผ่านทางตัวละครทั้งสองอีกด้วย


การพัฒนานักแสดงเพื่อสร้างอัตลักษณ์ตัวละครท้องถิ่นในละครโทรทัศน์ยอดนิยม, ฐิตา ทิพย์รัตน์ Jan 2018

การพัฒนานักแสดงเพื่อสร้างอัตลักษณ์ตัวละครท้องถิ่นในละครโทรทัศน์ยอดนิยม, ฐิตา ทิพย์รัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนานักแสดงเพื่อสร้างอัตลักษณ์ตัวละครท้องถิ่นในละครโทรทัศน์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกระบวนการและเทคนิคที่ใช้ในการพัฒนานักแสดงต่อไป งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนานักแสดงจำนวน 12 คน และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) ของผู้วิจัยเองโดยผู้วิจัยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกสอนนักแสดงพูดภาษาถิ่นใต้ในละครเรื่อง "สัมปทานหัวใจ" ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์ตัวละครท้องถิ่นที่ปรากฏในละครโทรทัศน์ ประกอบด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้ 5 ประเภท ที่ ได้แก่ (1) รูปร่าง หน้าตาของนักแสดง, (2) การแต่งกาย, (3) วิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น, (4) ภาษาถิ่น และ (5) ศิลปะการแสดงท้องถิ่น โดยสามารถอธิบายได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1) อัตลักษณ์ตัวละครท้องถิ่นที่ถูกสร้างสรรค์จากทีมผู้ผลิตละครโทรทัศน์ ได้แก่ รูปร่าง หน้าตาของนักแสดง (จากการคัดเลือก), การแต่งกาย และวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม 2) อัตลักษณ์ตัวละครท้องถิ่นที่ต้องฝึกฝนในการพัฒนานักแสดง ได้แก่ ภาษาถิ่น, ศิลปะการแสดงท้องถิ่น ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มอัตลักษณ์ทำงานร่วมกันภายใต้กระบวนการทำงานของฝ่ายผลิตละครโทรทัศน์ และการเรียนรู้ของนักแสดง