Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (865)
- Chemical Engineering (656)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Computer Sciences (463)
-
- Social and Behavioral Sciences (410)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Industrial Engineering (372)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Medicine and Health Sciences (354)
- Operational Research (307)
- Civil Engineering (274)
- Construction Engineering and Management (274)
- Electrical and Electronics (264)
- Chemistry (251)
- Computer Engineering (242)
- Education (182)
- Business (169)
- Environmental Engineering (161)
- Life Sciences (143)
- Architecture (142)
- Materials Science and Engineering (118)
- Polymer Chemistry (117)
- Communication (105)
- Communication Technology and New Media (105)
- Mass Communication (105)
- Mechanical Engineering (102)
- Applied Mechanics (101)
- Economics (101)
- Engineering Mechanics (100)
Articles 61 - 90 of 4697
Full-Text Articles in Entire DC Network
Effect Of Single Screw Extrusion Process Parameters On Gel Formation And Properties In Polycaprolactone Films, Kitthanya Ritthichai
Effect Of Single Screw Extrusion Process Parameters On Gel Formation And Properties In Polycaprolactone Films, Kitthanya Ritthichai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research focuses on the production of polycaprolactone (PCL) films using the commercial grade CAPA 6800 through a continuous single-screw extrusion process. This method serves as an alternative to conventional solution-based film fabrication that requires solvents and chemical reagents. The effects of processing temperature (80–120 °C), screw design (mixing screw and plain screw), and extruder-barrel cooling system (water-cooled and air-cooled) on film quality, gel formation, thermal properties, and mechanical properties of PCL films were investigated. Based on the processing of high-purity PCL pellets, the results indicate that the processing temperature, screw design, and barrel-cooling system did not affect the chemical …
Improving Chinese Hate Speech Detection With Bert-Fasttext Fusion And Bert-Bilstm Fusion, Methini Ma
Improving Chinese Hate Speech Detection With Bert-Fasttext Fusion And Bert-Bilstm Fusion, Methini Ma
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Hate speech detection is an essential technique in the online environment, especially on social media platforms. This technique helps to create a safer space and reduce the risk of real-world harm. In Chinese, this task is particularly challenging because of unique linguistic structures and the frequent use of indirect expressions, sarcasm, homophones, character variants, and abbreviations. This study investigates how to improve Chinese hate speech detection by combining BERT with FastText and BERT with BiLSTM. There are six model variants that are configured: frozen BERT and fine-tuned BERT, each further extended with either FastText sentence embeddings or a clause-level BiLSTM. …
Evaluation Of Soil Erosion In The Middle Yom River Basin, Passapong Paentong
Evaluation Of Soil Erosion In The Middle Yom River Basin, Passapong Paentong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to assess soil erosion in the Middle Yom River Basin and analyze the spatial relationships between erosion and its influencing factors using the Revised Universal Soil Loss Equation (RUSLE) in combination with Ordinary Least Squares (OLS) regression analysis. The analysis considers five principal RUSLE factors: rainfall erosivity (R), soil erodibility (K), topography (LS), cover management (C), and support practices (P), under both normal and heavy rainfall scenarios for the years 2010, 2015, and 2020. The results indicate that under normal rainfall conditions, most areas experienced low to moderate soil loss (0–5 tons/rai/year). Under heavy rainfall conditions, the …
Interaction Between Extreme Temperature Events And Air Pollution On Mortality In Thailand : A Nationwide Time Series Study, Phichet Khunthong
Interaction Between Extreme Temperature Events And Air Pollution On Mortality In Thailand : A Nationwide Time Series Study, Phichet Khunthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Climate change has increased the frequency and intensity of extreme temperature events (ETEs; heat and cold waves), concomitantly affecting PM2.5 fluctuation. However, limited research has investigated the interaction of ETEs and PM2.5 on mortality, particularly in tropical regions where the interaction could influence differently from cold countries. A two-stage time-series using distributed lag non-linear models was employed to estimate region-specific relative risks and 95% confidence intervals (RRs and 95% CIs) of ETEs and PM2.5 on daily cardiovascular and respiratory mortality. The relative excess risk due to interaction (RERI) was examined to quantify additive effects. Cold waves had the greatest effect …
การศึกษาแบบแผนการเต้นของหัวใจระหว่างการวิ่ง โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องแบบไม่มีผู้สอนเพื่อการตรวจจับความผิดปกติ, ชวิน หังสสูต
การศึกษาแบบแผนการเต้นของหัวใจระหว่างการวิ่ง โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องแบบไม่มีผู้สอนเพื่อการตรวจจับความผิดปกติ, ชวิน หังสสูต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเต้นของหัวใจระหว่างการวิ่ง โดยใช้เทคนิคการตรวจจับความผิดปกติแบบไม่มีผู้สอน (Unsupervised Anomaly Detection - UAD) เพื่อการตรวจจับความผิดปกติ ปัญหาหลักในงานวิจัยนี้คือข้อจำกัดทางจริยธรรมในการรวบรวมข้อมูลภาวะวิกฤตเพื่อใช้สอนแบบจำลอง และความแปรปรวนของข้อมูลสรีรวิทยาที่สูงมากระหว่างบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหานี้ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาระบบเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการรวบรวมและกำกับข้อมูล โดยผู้เชี่ยวชาญ และได้สร้างชุดข้อมูลอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างนักวิ่ง 5 ท่าน จากนั้น ได้ดำเนินการศึกษาเชิงเปรียบเทียบแบบจำลอง UAD จำนวน 7 แบบจำลอง โดยใช้กลยุทธ์การเรียนรู้แบบจำเพาะบุคคล ภายใต้เงื่อนไข การกำหนดค่าไฮเปอร์พารามิเตอร์แบบคงที่ เพื่อจำลองสถานการณ์การใช้งานจริงแบบเริ่มต้น โดยปราศจากการปรับแต่งค่าล่วงหน้า และประเมินผลด้วยค่า F0.5-Score เพื่อเน้นความแม่นยำและลดการแจ้งเตือนที่ผิดพลาดผลการทดลองพบว่า เมื่อไม่มีการปรับจูนพารามิเตอร์ ประสิทธิภาพโดยรวมของทุกแบบจำลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างแบบจำลองสากล อย่างไรก็ตาม แบบจำลอง Matrix Profile (MP) ในกลุ่มคลาสสิก พิสูจน์ให้เห็นถึงความทนทานสูงที่สุด โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยสูงสุด (F0.5-Score 2.71%) และสามารถตรวจจับความผิดปกติได้ดีในรายบุคคล ในขณะที่แบบจำลองพื้นฐานล้มเหลวโดยสิ้นเชิง (0.00%) สำหรับกลุ่มการเรียนรู้เชิงลึก (USAD, LSTM-AE) พบว่ามีข้อจำกัดในการใช้งานแบบเริ่มต้น (Cold-start) โดยไม่สามารถตรวจจับความผิดปกติได้แม้จะมีปริมาณข้อมูลมาก หากปราศจากการปรับแต่งค่าพารามิเตอร์ ผลลัพธ์นี้ยืนยันว่าระบบเฝ้าระวังสุขภาพในอนาคตจำเป็นต้องมีกลไกการเรียนรู้แบบปรับตัว ร่วมด้วยเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการแปลงพลังงานไฟฟ้าของโซลาร์อินเวอร์เตอร์, ณัฐพิมล ณ ลำพูน
การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการแปลงพลังงานไฟฟ้าของโซลาร์อินเวอร์เตอร์, ณัฐพิมล ณ ลำพูน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความสนใจอย่างมากจากประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2567 (PDP2024) กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 51% โดยพลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นหัวใจสำคัญด้วยกำลังการผลิตเป้าหมาย 27,093 เมกะวัตต์ อินเวอร์เตอร์มีบทบาทสำคัญในการแปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซลาร์เซลล์เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ แต่ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้นของประเทศไทยยังเผชิญกับความท้าทายจากอุณหภูมิสูง (35-40°C) และความชื้นสูง (70-90%) ตลอดทั้งปี ส่งผลให้เกิดปัญหา Power Derating, การลดอายุการใช้งาน และการกัดกร่อนภายในอุปกรณ์การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้สภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น โดยเน้นการศึกษา 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การกระจายภาระโหลดระหว่างอินเวอร์เตอร์ (Load Power Balancing), ระบบติดตามจุดกำลังสูงสุด (MPPT), อัตราส่วน DC/AC และอุณหภูมิ เพื่อพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์หลายตัวแปรและเสนอแนวทางที่เหมาะสมสำหรับระบบขนาดใหญ่ รวมถึงการเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง Central Inverter และ String Inverterวิธีการวิจัยใช้การผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์ทางทฤษฎี การจำลองระบบ และการวิเคราะห์ข้อมูลจริง โดยสร้างแบบจำลองการทำงานของอินเวอร์เตอร์ภายใต้สภาวะโหลด 100% แบบเชื่อมต่อกริด และดำเนินการทดลอง ณ จังหวัดชลบุรี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม 2025 โดยศึกษาอุณหภูมิแวดล้อม 25-50°C อัตราส่วน DC/AC 1.0-1.8 การกระจายภาระโหลด 0-50% และจำนวน MPPT 2-12 จุด การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบเชิงเดี่ยวด้วย Simple Linear Regression, การวิเคราะห์ความไว (Sensitivity Analysis) และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบหลายตัวแปรด้วย Multiple Linear และ Non-linear Regression Analysisผลการวิจัยที่คาดว่าจะได้รับ ได้แก่ แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ใหม่สำหรับการคำนวณประสิทธิภาพอินเวอร์เตอร์ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับการเลือกประเภทอินเวอร์เตอร์ และการปรับขนาดอัตราส่วน DC/AC ที่เหมาะสม เครื่องมือประเมินประสิทธิภาพอินเวอร์เตอร์ในสภาวะการทำงานจริง รวมถึงข้อมูลสนับสนุนนโยบายพลังงานของประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายใน PDP2024 การวิจัยนี้จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงขึ้น ลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การคาดการณ์ค่าดัชนีความแตกต่างของพืชและความชื้น โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องอย่างชาญฉลาด เพื่อการติดตามด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม, ณุทยา เข็มเจริญ
การคาดการณ์ค่าดัชนีความแตกต่างของพืชและความชื้น โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องอย่างชาญฉลาด เพื่อการติดตามด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม, ณุทยา เข็มเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบัน ภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจของไทยอย่างทุเรียน ซึ่งต้องอาศัยการติดตามสุขภาพพืชและการจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ดัชนีความแตกต่างของพืชและความชื้น จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์สภาพพื้นที่เพาะปลูก โครงงานนี้พัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อพยากรณ์ทั้งสองดัชนีรายสัปดาห์ โดยใช้การเฉลี่ยและเติมค่าข้อมูลที่ขาดหายด้วยการถดถอยเชิงเส้น ก่อนนำไปฝึกแบบจำลองผสมระหว่างโครงข่ายคอนโวลูชัน และหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว ระบบถูกออกแบบให้ทำงานอัตโนมัติภายใต้แนวคิดการปฏิบัติการด้านการเรียนรู้ของเครื่อง แสดงผลผ่านเว็บแอปพลิเคชัน ติดตั้งและทดสอบบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์
นวัตกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรเพื่อการทำนาอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม, ธัญธร โกวิทยะวงศ์
นวัตกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรเพื่อการทำนาอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม, ธัญธร โกวิทยะวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มุ่งพัฒนาแนวทางการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรเพื่อการทำนาข้าวแบบยั่งยืน ภายใต้บริบทที่มาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมของนานาประเทศมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การศึกษานี้อาศัยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ และเกษตรกรทั่วไป เพื่อทำความเข้าใจปัญหา อุปสรรค และพฤติกรรมการรับรู้ของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งพบว่าเกษตรกรมักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีเมื่อมีโอกาสเห็นผลจริงในแปลงนา เข้าใจขั้นตอนแบบง่าย ไม่ซับซ้อน และมองเห็นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจอย่างเด่นชัด ทั้งในมิติการลดต้นทุน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงโอกาสในการขายผลผลิตในตลาดที่ให้ราคาที่สูงขึ้น จากผลดังกล่าว จึงพัฒนาแนวทางการถ่ายทอดความรู้ที่เน้นการสาธิตในพื้นที่จริง การใช้ผู้นำเกษตรกรเป็นต้นแบบ การสื่อสารด้วยภาษาที่ตรงประเด็น และการนำเสนอคุณค่าทางเศรษฐกิจของการทำนาแบบยั่งยืนควบคู่กับทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แนวทางนี้ช่วยให้การถ่ายทอดองค์ความรู้เข้าถึงเกษตรกรได้มากขึ้น เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับความพร้อมของประเทศไทยในการรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงเสริมความสามารถในการแข่งขันการค้าข้าวไทยในระยะยาว
สำรวจจิตสำนึกความยั่งยืนของบุคลากรทางเภสัชกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ในฐานะผู้บริโภค, นันทิชา เตชชินสิริ
สำรวจจิตสำนึกความยั่งยืนของบุคลากรทางเภสัชกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ในฐานะผู้บริโภค, นันทิชา เตชชินสิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์การวิจัยมีดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาระดับจิตสำนึกด้านความยั่งยืนของบุคลากรทางเภสัชกรรมของโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ในฐานะผู้บริโภค 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาของการปลูกฝังแนวคิดความยั่งยืนในองค์กรกับจิตสำนึกด้านการบริโภคอย่างยั่งยืน 3) เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ยั่งยืนในบุคลากรทางเภสัชกรรม การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี (mixed method) เลือกใช้แบบแผนเชิงอธิบาย (the explanatory design) ประกอบด้วย 2 ระยะ ระยะที่ 1 การสำรวจจิตสำนึกความยั่งยืนของบุคลากรทางเภสัชกรรมในฐานะผู้บริโภค โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลได้แก่ แบบวัดจิตสำนึกด้านความยั่งยืนในฐานะผู้บริโภค ของ Carvalho, Salgueiro, Rita, (2015) ร่วมกับแนวคิดทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior: TPB) ซึ่งสร้างตามแนวคิดของ Rossiter (2002) มาตราส่วนประมาณค่าแบบ Likert 7 ระดับ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1ุ60 คน ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ผลการประเมินคุณภาพของเครื่องมือ พบว่า แบบสอบถามมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) อยู่ระหว่าง 0.66–1.00 อยู่ในเกณฑ์ดีมาก และมีค่าความเที่ยงภายใน (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.89 แสดงถึงความเที่ยงสูง ผลการวิเคราะห์ระดับจิตสำนึกด้านความยั่งยืนของบุคลากรทางเภสัชกรรมของโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ในฐานะผู้บริโภค พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับค่อนข้างมาก ระยะที่ 2 การสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ยั่งยืนในบุคลากรทางเภสัชกรรม คัดเลือกจาก แผนกที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนจิตสำนึกด้านการบริโภคของบุคลากรทางเภสัชกรรมสูงสุด 4 อันดับแรก จำนวน 20 คน พบว่า ภาพรวมระดับจิตสำนึกด้านความยั่งยืนทั้งสองกลุ่มมีจิตสำนึกด้านความยั่งยืนอยู่ในระดับ ค่อนข้างมาก แต่ลักษณะเชิงคุณภาพสะท้อนของเภสัชกรมอง ความยั่งยืน ในระดับยุทธศาสตร์และระบบ ส่วนผู้ช่วยเภสัชกรเน้น ความยั่งยืน ผ่านพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมจริง แนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ยั่งยืนในบุคลากรทางเภสัชกรรม 1. มิติด้านนโยบายและวัฒนธรรมองค์กร บุคลพบว่า การสร้าง วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว เป็นรากฐานสำคัญของการส่งเสริมพฤติกรรมยั่งยืนภายในองค์กร 2. มิติด้านการเรียนรู้และการพัฒนาองค์ความรู้ โรงพยาบาลควรจัดให้มีการเรียนรู้เชิงระบบเกี่ยวกับ การบริโภคอย่างยั่งยืนในงานเภสัชกรรม ผ่านหลักสูตรอบรมและการเรียนรู้ด้วยตนเอง 3. มิติด้านกิจกรรมและการมีส่วนร่วม …
แนวทางการจัดงานอีเวนต์อย่างยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของธุรกิจ : กรณีศึกษาอิมแพค เมืองทองธานี, พรศักดิ์ พูลพล
แนวทางการจัดงานอีเวนต์อย่างยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของธุรกิจ : กรณีศึกษาอิมแพค เมืองทองธานี, พรศักดิ์ พูลพล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหา และความต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (MICE) เกี่ยวกับการจัดงานในแนวทางที่ยั่งยืน รวมถึงการศึกษานโยบายที่เป็นแนวทางในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของธุรกิจ โดยอาศัยกรณีศึกษา THAIFEX–ANUGA ASIA และวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวทางการจัดงานกับมาตรฐานสากล เพื่อประเมินขีดความสามารถของศูนย์อิมแพค เมืองทองธานีในบริบทการแข่งขันระดับภูมิภาค งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มผู้ประกอบการจำนวน 100 ราย และข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้บริหารและผู้จัดงานมืออาชีพ เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้ด้านความยั่งยืนและความสามารถในการปรับตัวขององค์กรไมซ์ในประเทศไทย ผลการวิจัยพบว่า ผู้ประกอบการมีระดับความตระหนักรู้ต่อการจัดงานอย่างยั่งยืนในระดับสูง แต่ยังเผชิญกับข้อจำกัดด้านทรัพยากร การบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 20121 การจัดการพลังงาน น้ำ ของเสีย และการติดตามผลอย่างเป็นระบบ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ข้อมูลเชิงคุณภาพยังระบุว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จสำคัญ ได้แก่ ภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง การร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการนำแนวทางการบริหารจัดการแบบองค์รวมมาใช้ กรณีศึกษา THAIFEX–ANUGA ASIA 2025 แสดงให้เห็นว่า การนำมาตรฐานสากลมาใช้สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของศูนย์จัดงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะสำคัญจากการวิจัย คือ อุตสาหกรรมไมซ์ควรพัฒนาโครงสร้างการบริหารจัดงานอย่างยั่งยืนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เสริมสร้างระบบติดตามผลและฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนาทักษะบุคลากร และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงาน นอกจากนี้ควรจัดทำโมเดลประเมินความยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับบริบทไทย พร้อมทั้งสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อผลักดันการจัดงานอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย
แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกระบวนการรีเคลมสารทำความเย็น : กรณีศึกษาโรงงานรีเคลมสารทำความเย็น ด้วยวิธีการกลั่นอย่างง่าย, มุทิตา วิเลปสุวรรณ
แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกระบวนการรีเคลมสารทำความเย็น : กรณีศึกษาโรงงานรีเคลมสารทำความเย็น ด้วยวิธีการกลั่นอย่างง่าย, มุทิตา วิเลปสุวรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารทำความเย็นเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบทำความเย็นและปรับอากาศ ซึ่งในประเทศไทยเมื่ออุปกรณ์หมดอายุการใช้งานมักมีการปล่อยทิ้งสารทำความเย็นสู่บรรยากาศ โดยเฉพาะสารทำความเย็นกลุ่มไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) ที่มีค่าศักยภาพในการทำให้ โลกร้อน (GWP) สูง เช่น R32 และ R410A ซึ่งมีค่า GWP เท่ากับ 677 และ 1,923.50 ตามลำดับ ทำให้การรีเคลมสารทำความเย็น (Refrigerant reclamation) ซึ่งเป็นกระบวนการปรับปรุง สารทำความเย็นที่ผ่านการใช้งานแล้วให้มีคุณภาพเทียบเท่าสารใหม่ เป็นมาตรการสำคัญในการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจก งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกระบวนการรีเคลมสารทำความเย็นด้วยกระบวนการกลั่นอย่างง่าย (Simple distillation) ในประเทศไทย โดยใช้สาร R32 และ R410A ซึ่งมีการใช้งานแพร่หลายในเครื่องปรับอากาศเป็นกรณีศึกษา และอาศัยข้อมูลการดำเนินการจากโรงงานรีเคลม 1 แห่ง ผลการประเมินพบว่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์เฉพาะส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้ามีค่าเท่ากับ 0.4378 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อสารรีเคลม 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ งานวิจัยเสนอให้มีการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของ การจัดการของเสียและการรั่วไหลระหว่างกระบวนการ เพื่อเพิ่มความครบถ้วนของการประเมินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ การประเมินคาร์บอน-ฟุตพริ้นท์ของกระบวนการรีเคลมสารทำความเย็นช่วยสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการรีเคลมสารทำความเย็นในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศและช่วยลดผลกระทบจากการจำกัดโควตาการใช้สาร HFCs ภายใต้ข้อตกลงคิกาลี โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งสำรองสารทำความเย็นที่ยั่งยืนต่อภาคการบำรุงรักษาและบริการในอนาคต
แนวทางการบูรณาการโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม กรณีศึกษากองทัพอากาศไทย, ศิริกัญญารัตน์ สวนสีดา
แนวทางการบูรณาการโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม กรณีศึกษากองทัพอากาศไทย, ศิริกัญญารัตน์ สวนสีดา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการบูรณาการโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR Integration) ของกองทัพอากาศให้เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ภารกิจหลักด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยการทบทวนวรรณกรรมร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลการศึกษาพบว่า กองทัพอากาศมีศักยภาพอย่างมากในการดําเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือ สร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีกับประชาชน แต่มีข้อจํากัดสําคัญ ได้แก่ การขาดความต่อเนื่องของโครงการจากการโยกย้ายกําลังพล ขาดระบบส่งต่องาน การประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึง ซึ่งแนวทางบูรณาการโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของกองทัพอากาศทั้งหมด 5 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต (2) โครงการพัฒนาศักยภาพคนและการศึกษา (3) โครงการสังคมปลอดภัยและวัฒนธรรมรับผิดชอบร่วม (4) โครงการชุมชนสีเขียว และ (5) โครงการพลังงานสีเขียวและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะช่วยให้กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของกองทัพอากาศที่มีอยู่ได้รับการต่อยอดและเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) จากเดิม 6 ด้านเป็น 13 ด้าน อีกทั้งขยายผลกรอบแนวคิด The “5 Ps” เพิ่มเติมใน 4 ด้าน ได้แก่ Planet People Prosperity และPartnership ที่ครอบคลุม ESG ได้ทุกด้าน รวมถึงเสนอการพัฒนาเชิงนโยบาย 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ องค์กร บุคลากร และสังคม เพื่อขับเคลื่อนกองทัพอากาศไปสู่การบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์และการสร้างคุณค่าร่วม (CSV) สามารถพัฒนาเป็น “กองทัพเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนแห่งชาติ” ได้อย่างเป็นรูปธรรม
Thyroid Carcinoma Recurrence Prediction Using Artificial Intelligence On Prognosis Parameter, Supawat Suntornlimsiri
Thyroid Carcinoma Recurrence Prediction Using Artificial Intelligence On Prognosis Parameter, Supawat Suntornlimsiri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Papillary thyroid carcinoma (PTC) is the most common subtype of thyroid malignancy and is increasingly diagnosed worldwide. Although typically localised, PTC exhibits a notable risk of bilateral involvement, with contralateral disease occurring in up to 44 percent of cases. While completion thyroidectomy is recommended in selected high-risk scenarios, it carries potential complications, making accurate prediction of contralateral involvement essential. This study investigates the utility of classical statistical methods and machine learning (ML) algorithms—Support Vector Machines (SVM), Extreme Gradient Boosting (XGBoost), and Random Forest (RF)—in predicting contralateral PTC using a retrospective dataset of 122 lobectomy patients. ML models, especially RF with …
Design And Evaluation Of A Thai Speech Emotion Recognition Corpus With Ambiguous Annotations, Chompakorn Chaksangchaichot
Design And Evaluation Of A Thai Speech Emotion Recognition Corpus With Ambiguous Annotations, Chompakorn Chaksangchaichot
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
THAI-SER is the first large-scale Thai speech emotion recognition corpus, comprising 41.6 hours (27,854 utterances) from 100 recordings across diverse environments (Zoom and studio). The data includes both scripted and improvised speech by 200 professional actors (112 females, 88 males, aged 18–55), covering five emotions: neutral, angry, happy, sad, and frustrated. Utterances were labeled via crowdsourcing, with rigorous quality control ensuring a majority agreement score above 0.71. Annotation reliability, measured by Krippendorff’s alpha, reached 0.692 (above the 0.667 threshold), and human emotion recognition accuracy reached 0.772 after filtering. We also report benchmark results from models trained and evaluated on both …
The Information Spillover Effects Of Earnings Announcements: Evidence From Thailand, Panatakorn Piyawannasuth
The Information Spillover Effects Of Earnings Announcements: Evidence From Thailand, Panatakorn Piyawannasuth
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
AbstractThis research investigates spillover effects during announcement days in the Thai stock market, covering the period from 2015 to 2024, covering all publicly traded companies on the Stock Exchange of Thailand. The paper aims to determine whether limited spillover effects in developed markets persist in emerging markets whose institutional features are quite different.The empirical evidence strongly confirms that Thai earnings announcements are made up predominantly of firm-specific information, as compared with industry-level information, consistent with developed-market profiles. The conditional spillover study, however, reveals characteristic Thai capital market characteristics. Firms reporting significant earnings surprises demonstrate no systematic evidence in precipitating larger …
The Influence Of Seventeen As A Celebrity Endorser On Brand Attitude And Purchase Intention Toward Indomilk Products In Indonesia, Francesca Diva Rachmaputri
The Influence Of Seventeen As A Celebrity Endorser On Brand Attitude And Purchase Intention Toward Indomilk Products In Indonesia, Francesca Diva Rachmaputri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to examine the influence of the K-pop group SEVENTEEN as celebrity endorsers on consumers’ brand attitudes and purchase intentions toward Indomilk among Indonesian consumers. A quantitative survey was conducted with 266 respondents who were familiar with both SEVENTEEN and the campaign. The results indicate that the credibility of SEVENTEEN significantly affects consumers’ brand attitudes, with trustworthiness and attractiveness being the most influential dimensions. Moreover, consumers’ brand attitudes significantly impact their purchase intentions. The findings demonstrate the effectiveness of using K-pop artists to influence consumer behavior and highlight the importance of selecting highly credible endorsers to enhance the …
Vietnamese Gen Z'S Perception Of National Brand Identity Through Cộng Cà Phê Packaging Design, Ngoc Thao Chi Nguyen
Vietnamese Gen Z'S Perception Of National Brand Identity Through Cộng Cà Phê Packaging Design, Ngoc Thao Chi Nguyen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examined how Vietnamese Gen Z perceive national brand identity expressed through Cộng Cà Phê's packaging design. Through online questionnaires, 247 Gen Z respondents aged 18-27 evaluated the packaging design across four dimensions: cognition, emotion, language, and action. Results showed strong recognition of cultural design elements, particularly the color palette and retro typography that reference Vietnam's subsidy era. Emotionally, the packaging evoked national pride in Vietnamese identity among respondents. Linguistically, participants rated the design as highly authentic in conveying national character. Behaviorally, many respondents indicated they would choose Cộng Cà Phê to introduce Vietnamese coffee culture to international friends. …
Enhancing Community Value Through Cultural Product : A Case Study Of Sud Siam Beer, Chonthicha Rungjaroensin
Enhancing Community Value Through Cultural Product : A Case Study Of Sud Siam Beer, Chonthicha Rungjaroensin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This independent study investigates how Sud Siam beer functions as a cultural product that enhances community value and communicates the cultural identity of Yala Province to outsiders. The study pursues three objectives: to examine the role of local craft beer in strengthening Yala’s community value and identity, particularly in external perceptions; to analyze the cultural product development strategies applied by Sud Siam beer; and to explore how Sud Siam beer serves as a medium for Yala community promotion and cultural representation. A mixed-methods approach was employed to the research study, combining a single in-depth interview with the brand owner and …
Curating Difficult Heritage : Interpreting The Thai-Burma Railway In The Museum Context, Eriko Kawaguchi
Curating Difficult Heritage : Interpreting The Thai-Burma Railway In The Museum Context, Eriko Kawaguchi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines how the difficult heritage of the Thai–Burma Railway is curated and interpreted in Kanchanaburi, Thailand. As debates in contemporary museology evolve, museums are increasingly expected to function as inclusive platforms with social responsibility. Although the railway was constructed in Thailand, its traumatic memories are shared transnationally among Allied prisoners of war (POWs), Asian laborers, Japanese imperial military, and local Thai communities, making its representation complex.The research aims to understand how difficult heritage is curated through a case study of the Thailand–Burma Railway Centre (TBRC), focusing on its curatorial approach, challenges, and representation of transnational narratives. Qualitative methods …
Exploring Social Issues In And The Reception Of The Thai Television Series The Gifted, Siyu Liang
Exploring Social Issues In And The Reception Of The Thai Television Series The Gifted, Siyu Liang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research explores the Thai television series The Gifted (GMMTV, 2018) as a cultural text that reflects the power dynamics and social inequalities embedded in Thailand’s educational system. Drawing on Michel Foucault’s concept of disciplinary power, the research examines how the series portrays mechanisms of control, compliance, and resistance within a hierarchical school environment. Textual analysis is complemented by a reception study of audience responses collected from YouTube, IMDb, and MyDramaList, revealing how viewers interpret and emotionally engage with the drama’s social implications. The findings suggest that The Gifted functions not only as youth entertainment but also as a critique …
Managing Independence : Diy Practices, Authenticity, And Cultural Sustainability In Bangkok’S Indie Music Scene, Xinyi Wang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Based on the changing context of “DIY”, the study further explores the perspectives of independent artists and independent labels in Bangkok, with the aim of mapping the current value chain and business model of Bangkok’s indie music scene. The study is qualitative research. Semi-structured interviews are selected as the primary data collection method, and the secondary data collection is retrieved from academic journals and on-site observations. The key informants are 3 musicians from indie music scene of Bangkok, and 2 managerial staff from indie music organizations of Bangkok. Findings show that DIY is now treated more as one of the …
The Integration Of Intangible Cultural Heritage And Cultural Tourism : A Case Study Of Traditional Thai Massage, Yuhan He
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines how intangible cultural heritage (ICH) integrates into cultural tourism through the case of traditional Thai massage. Employing qualitative methods in using interviews and field observations, it delves into Chinese tourists' motivations, perceptions, and authenticity evaluations. Findings reveal tourists are driven by multiple factors—psychological escape, physical recovery, health consciousness—while strongly attracted by UNESCO heritage status and ritualized spaces. Results indicate tourists often transition from seeking relaxation to experiencing cultural immersion and embodied learning, highlighting Thai massage's dual function as both a health practice and cultural expression. Despite prioritizing authenticity, participants accept moderate modern adaptations. Concerns over commercialization and …
บทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ผ่านข่าวออนไลน์และการสนทนาออนไลน์, ชนนิกานต์ พันธกานกุล
บทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ผ่านข่าวออนไลน์และการสนทนาออนไลน์, ชนนิกานต์ พันธกานกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของการสื่อสารในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับซีรีส์วายในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ ผ่านข่าวสารออนไลน์และการสนทนาออนไลน์ของกลุ่มแฟน งานวิจัยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) ตามรูปแบบ Convergent Design โดยเก็บข้อมูลข่าวจำนวน 966 บทความจาก 15 แพลตฟอร์มข่าวออนไลน์ ระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 และเก็บข้อมูลจาก Pantip, Reddit, X และ Facebook พร้อมใช้วิธีการทางวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงสังคมศาสตร์ในการวิเคราะห์ผล ผลการวิจัยพบว่าแพลตฟอร์มข่าวออนไลน์มักนำเสนอซีรีส์วายไทยในรูปแบบข่าวทั่วไปและข่าวประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของข่าวที่เชื่อมโยงซีรีส์วายกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซอฟต์พาวเวอร์ และภาพลักษณ์ประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนบทบาทของสื่อกระแสหลักในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แบบบนลงล่าง (Top-down) ในขณะเดียวกัน กลุ่มแฟนคลับมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แบบล่างขึ้นบน (Bottom-up) ผ่านการพูดคุยเกี่ยวกับนักแสดง บทวิจารณ์ โปรเจกต์ของแฟน ๆ การท่องเที่ยวตามรอย รวมถึงการแปลและอธิบายวัฒนธรรมไทยเป็นภาษาต่าง ๆ ทำให้แฟนคลับทำหน้าที่เป็นทั้งผู้บริโภค ผู้สนับสนุนเศรษฐกิจ และผู้ร่วมผลิตเนื้อหาทางวัฒนธรรมในเวลาเดียวกัน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงซีรีส์วายกับการท่องเที่ยว การบริโภคสินค้าไทย และภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศ ข้อค้นพบทั้งหมดนำไปสู่ข้อสรุปว่า ซีรีส์วายไทยมีศักยภาพในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม การบูรณาการเชิงนโยบายและโครงสร้างสนับสนุนจากภาครัฐยังมีข้อจำกัด และจากการสื่อสารของทั้งสองสื่อดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังขาดการพัฒนากลวิธีการสื่อสารและการพูดถึงยุทธศาสตร์การสื่อสารอย่างเป็นระบบ
ลักษณะและผลทางกฎหมายของเหตุสุดวิสัยในสัญญาก่อสร้างของรัฐ, กอเตย แก้วนิล
ลักษณะและผลทางกฎหมายของเหตุสุดวิสัยในสัญญาก่อสร้างของรัฐ, กอเตย แก้วนิล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานก่อสร้างของหน่วยงานรัฐภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ถูกกำหนดให้ใช้แบบสัญญาก่อสร้างมาตรฐาน (แบบสัญญาก่อสร้างของรัฐ) เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันในการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา อย่างไรก็ดีปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือการบังคับใช้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับ “เหตุสุดวิสัย” ยังขาดความชัดเจนและครอบคลุมทั้งในแง่ของลักษณะของเหตุสุดวิสัย และผลทางกฎหมายของเหตุสุดวิสัย อันประกอบด้วยกรณี 1) เหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ตามสัญญาก่อสร้างได้ชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความล่าช้าและค่าใช้จ่ายในระหว่างการเกิดเหตุสุดวิสัย 2) เหตุสุดวิสัยทำให้การชำระหนี้ตามสัญญาก่อสร้างกลายเป็นพ้นวิสัย 3) เหตุที่ไม่อาจคาดหมายทำให้การชำระหนี้ในสัญญาก่อสร้างไม่ถึงกับพ้นวิสัยแต่เป็นภาระหนักขึ้น และ 4) เหตุสุดวิสัยทำให้งานก่อสร้างของรัฐได้รับความเสียหาย ก่อให้เกิดปัญหาการความไม่ชัดเจนและครอบคลุมในการปรับใช้ข้อสัญญา การวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้อง และภาระความเสี่ยงที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบงานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาลักษณะและผลทางกฎหมายของเหตุสุดวิสัยในแบบสัญญาก่อสร้างของรัฐ รวมถึงบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำพิพากษาศาลฎีกา คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด แนวทางการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาเปรียบเทียบกับแบบสัญญาก่อสร้างมาตรฐานของต่างประเทศ โดยเสนอให้มี (1) การแก้ไขผลทางกฎหมายกรณีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ในสัญญาก่อสร้างได้ชั่วคราว (2) การกำหนดผลทางกฎหมายกรณีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน (3) การกำหนดผลทางกฎหมายกรณีเหตุสุดวิสัยทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย (4) การกำหนดผลทางกฎหมายกรณีเหตุที่ไม่อาจคาดหมายได้ทำให้การชำระหนี้ในสัญญาก่อสร้างไม่ถึงกับพ้นวิสัยแต่เป็นภาระหนักขึ้น และ (5) การกำหนดหน้าที่ของผู้รับจ้างเพิ่มเติมเพื่อให้มีความครอบคลุม ชัดเจนและเป็นธรรมต่อคู่สัญญา
ความรับผิดทางอาญาอันเกิดจากการใช้รถยนต์อัตโนมัติ, อังสุดา ตั้งใจ
ความรับผิดทางอาญาอันเกิดจากการใช้รถยนต์อัตโนมัติ, อังสุดา ตั้งใจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางในการกำหนดความรับผิดทางอาญาแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ผู้วิจัยมุ่งศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเปรียบเทียบแนวความเห็นของนักวิชาการของต่างประเทศ รวมถึงมาตรการทางกฎหมายในต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอแนวทางในการกำหนดความรับผิดทางอาญาแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มาใช้ในระบบการขับเคลื่อนรถยนต์อัตโนมัติเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันอาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ประเภทดังกล่าว โดยยังคงมีข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น หากมีความเสียหายอันเกิดจากการใช้งานรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในประเทศไทยสามารถนำประมวลกฎหมายอาญามาปรับใช้ได้อยู่บ้าง แต่อาจยังไม่เพียงพอเนื่องจากการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมีเทคโนโลยีซับซ้อนกว่ารถยนต์ทั่วไป ดังนั้น วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงเสนอให้ผู้ขับขี่และผู้ประกอบการรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมีความรับผิดทางอาญาสำหรับกรณีดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะโดยกำหนดให้ผู้ขับขี่มีหน้าที่ดูแลรักษารถยนต์ก่อนนำมาใช้งานและหน้าที่ในการควบคุมหรือแทรกแซงรถยนต์ขณะใช้งาน ส่วนผู้ประกอบการมีหน้าที่ผลิตรถยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะที่ 6/1 อันเป็นลักษณะความผิดเกี่ยวกับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ เพื่อทำให้เกิดความชัดเจน แน่นอน และสามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับสังคมได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี, จิรพาวีร์ จำปาทอง
ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี, จิรพาวีร์ จำปาทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยแบบกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เพศชายและเพศหญิง อายุ 20 - 75 ปี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด โดยจับคู่ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกันในเรื่องเพศ อายุ ระดับการศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหารหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี และแบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ .94, 1 และ 1 และค่าความเชื่อมั่นโดยแบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหารหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี และแบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพพฤติกรรมการบริโภคอาหารหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี .744 และ .719 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติทดสอบที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. พฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีในกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. พฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคในผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยวัณโรค, นงนภัส เกษรทอง
ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคในผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยวัณโรค, นงนภัส เกษรทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบบรรยายเชิงทำนาย เพื่อศึกษาความสามารถของปัจจัยคัดสรรในการทำนายพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคในผู้สัมผัสวัณโรคร่วมบ้าน โดยปัจจัย ประกอบด้วย 1) ความรู้เกี่ยวกับวัณโรค 2) ทัศนคติต่อวัณโรค 3) แรงจูงใจในการป้องกันวัณโรค 4) การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันวัณโรค และ 5) การรับรู้อุปสรรคเกี่ยวกับการป้องกันวัณโรค กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สัมผัสวัณโรคร่วมบ้าน จำนวน 111 คน ซึ่งเลือกอย่างเจาะจงจากโรงพยาบาล 3 แห่งในเขตกรุงเทพมหานคร เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดตอบด้วยตนเอง วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมการป้องกันวัณโรคในผู้สัมผัสวัณโรคร่วมบ้านโดยรวม อยู่ในระดับดี (Mean = 44.2, SD = 6.5) ปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ทัศนคติต่อวัณโรค (b = .374, p<.05) การรับรู ้ความสามารถของตนเอง ในการป้องกันวัณโรค (b = .244, p <.05) และ การรับรู ้อุปสรรคเกี ่ยวกับการป้องกันวัณโรค (b = .166, p <.05) ปัจจัยดังกล่าวสามารถร่วมทำนายพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคได้ร้อยละ 32.8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (R2 = .328, p <.05) อย่างไรก็ตามในการศึกษานี้ ความรู ้เกี ่ยวกับวัณโรค และแรงจูงใจในการป้องกันวัณโรค ไม่สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคในผู ้สัมผัสวัณ โรคร่วมบ้าน
การเปรียบเทียบการทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกจากการผสานข้อมูลทางสถิติและแผนที่ความร้อนของผู้เล่น, ภานุพันธุ์ พันธุ์พฤกษ์
การเปรียบเทียบการทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกจากการผสานข้อมูลทางสถิติและแผนที่ความร้อนของผู้เล่น, ภานุพันธุ์ พันธุ์พฤกษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจำลอง Multilayer Perceptron (MLP), Convolutional Neural Networks (CNN) และ Multimodal Neural Network (MMNN) ในการทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยใช้ข้อมูลทางสถิติ ข้อมูลแผนที่ความร้อนของผู้เล่น และการผสานข้อมูลทั้งสองรูปแบบ ผ่านแนวทาง Early Fusion, Late Fusion และการแปลง Heatmap เป็นข้อมูลเชิงตัวเลขแบบแบ่งพื้นที่สนาม ผลการวิจัยพบว่า แบบจำลอง MMNN ที่ใช้แนวทาง Late Fusion ให้ค่าความแม่นยำที่ 55.68% ซึ่งสูงกว่า Early Fusion ที่ได้ความแม่นยำ 53.45% และ CNN ที่ใช้ข้อมูลทางสถิติร่วมกับข้อมูลตำแหน่งเชิงพื้นที่จากแผนที่ความร้อนที่แบ่งสนามออกเป็น 4 ส่วน มีค่าความแม่นยำสูงสุดที่ 63.50% และให้คะแนน Precision, Recall และ F1 Score สูงกว่าแบบจำลองอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังได้วิเคราะห์ความสำคัญของฟีเจอร์ด้วยเทคนิค SHAP ซึ่งชี้ให้เห็นว่าฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับเกมรับของทีมเหย้า เช่น การบล็อก การเคลียร์บอล และการดวลลูกกลางอากาศ มีผลต่อการทำนายมากที่สุด ขณะที่ตำแหน่งของผู้เล่นทีมเยือนมีอิทธิพลน้อยที่สุด
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้งานโมไบล์แบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่อง, รตน รัตนพรเจริญ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้งานโมไบล์แบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่อง, รตน รัตนพรเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การใช้บริการโมไบล์แบงก์กิ้ง ในประเทศไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากลับพบว่าผู้ใช้จำนวนมากยังคงใช้งานเพียงบางฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น การโอน-จ่าย-รับเงิน เท่านั้น (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2567) และประสบการณ์กับมิจฉาชีพและความเชื่อมั่นในระบบก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมหลังการยอมรับและใช้งานโมไบล์แบงกิ้งกับการเปิดใจใช้บริการการเงินดิจิทัลอื่น ๆ ของผู้ใช้บริการบริโภค ซึ่งยังขาดการศึกษาในเชิงลึกโดยเฉพาะด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้งานอย่างต่อเนื่อง และการเปิดรับฟังก์ชันใหม่ทั้งจากผู้ให้บริการโมไบล์แบงกิ้งและผู้ให้บริการอื่น ๆ ภายใต้ บริบทของการรับรู้ประโยชน์, และคุณภาพการบริการงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้งานโมไบล์แบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่อง ความตั้งใจใช้ฟังก์ชันที่ไม่เคยใช้งานและความตั้งใจใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันทางการเงินอื่น โดยอิงกรอบแนวคิดจากทฤษฎีความตั้งใจใช้งานต่อเนื่อง (Continuance Intention Model) รวมถึงการวิเคราะห์ผลจากประสบการณ์กับมิจฉาชีพต่างกัน กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 434 คนถูกรวบรวมโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้ใช้โมไบล์แบงก์กิ้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ข้อมูลถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis)โดยผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยด้านการรับรู้ประโยชน์ ความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นในผู้ให้บริการ ส่งผลเชิงบวกต่อความตั้งใจในการใช้งานต่อเนื่องและการเปิดรับฟังก์ชันใหม่ทั้งจากธนาคารและผู้ให้บริการภายนอก ในขณะที่ประสบการณ์กับมิจฉาชีพมีแนวโน้มส่งผลให้ความตั้งใจใช้งาน แต่ไม่ส่งผลต่อการเปิดรับฟังก์ชันใหม่ การศึกษาปัจจัยด้านคุณภาพสารสนเทศทั้งสามมิติพบผลกระทบเชิงบวกต่อความพึงพอใจของผู้ใช้ และการศึกษาด้านความเชื่อมั่นพบผลกระทบเชิงบวกจากความสามารถ ความหวังดี และความซื่อสัตย์ของผู้ให้บริการ ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาแนวทางในการส่งเสริมการใช้งานฟังก์ชันของแอปพลิเคชันทางการเงินให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งในมิติการออกแบบระบบและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การสร้างความเชื่อมั่น และการออกนโยบายจัดการความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ อีกทั้งยังสามารถขยายผลเชิงวิชาการในด้านการประยุกต์ใช้โมเดลพฤติกรรมผู้บริโภคในบริบทเทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งยังเป็นพื้นที่วิจัยที่เปิดกว้างและท้าทายในประเทศไทย
Production Of Graphene From Graphite Via Flash Joule Heating Process, Siranut Sirathanutworakan
Production Of Graphene From Graphite Via Flash Joule Heating Process, Siranut Sirathanutworakan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Graphene is a material with unique properties and high potential. Due to its outstanding characteristics in strength, electrical and thermal conductivity, and flexibility, graphene is considered one of the materials of the future that can be used to enhance the efficiency of various emerging technologies. This research focuses on the synthesis of graphene using the Flash Joule Heating (FJH) process, during which an extremely high temperature occurs within milliseconds. The carbon precursor is rapidly exposed to intense heat, resulting in the dissociation of all chemical bonds in its structure and the reorganization of carbon atoms into a new graphene structure. …