Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 571 - 600 of 2655

Full-Text Articles in Entire DC Network

Criminal Justice System And The Environmental Views Of Ex-Offenders In Mauritius, Jean Laurent Stephen Lyajoon Jan 2023

Criminal Justice System And The Environmental Views Of Ex-Offenders In Mauritius, Jean Laurent Stephen Lyajoon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The UN Sustainable Development Goals aims to promote environmentally friendly development across every aspect of life to mitigate the effects of climate change. However, the criminal justice system, despite bringing a significant contribution, is often overlooked when talking about this specific topic. Ex-offenders, upon their release from the prison system, are valuable assets who can contribute significantly to sustainable development which sometime are hindered due to harbored stigmas and perceptions from society. Therefore, this study aims to explore the factors, such as environmental, social and organizational, affecting the environmental attitude of ex-offenders in Mauritius and how it has been shaped …


การย้ายถิ่นของนักกีฬาฟุตบอลจากทวีปแอฟริกาสู่ประเทศไทย, พสิษฐ์ วจนะดิษยาวงศ์ Jan 2023

การย้ายถิ่นของนักกีฬาฟุตบอลจากทวีปแอฟริกาสู่ประเทศไทย, พสิษฐ์ วจนะดิษยาวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบัน การย้ายถิ่นของกลุ่มแรงงานนักฟุตบอลได้รับความสนใจจากกลุ่มนักวิชาการที่ศึกษาการย้ายถิ่นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การศึกษามักมุ่งเน้นการทำความเข้าใจการย้ายถิ่นฐานของนักฟุตบอลจากภูมิภาคผู้ส่งออกนักฟุตบอล โดยเฉพาะแอฟริกาสู่ภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม ขณะที่ในความเป็นจริง มีนักฟุตบอลจากภูมิภาคแอฟริกาหลั่งไหลเข้ามายังภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย มีนักฟุตบอลชาวแอฟริกาที่ย้ายถิ่นเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมาก และหลายคนได้สร้างคุณูปการแก่วงการฟุตบอลไทย จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า ปัจจัยใดส่งผลให้แรงงานนักฟุตบอลจากทวีปแอฟริกาย้ายถิ่นเข้ามาค้าแข้งในประเทศไทย การศึกษาพบว่า พลวัตของโลกาภิวัตน์ รวมถึงการแปลงฟุตบอลเป็นสินค้า กอปรกับการที่ฟุตบอลกลายเป็นอาชีพที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมองว่านำมาซึ่งรายได้จำนวนมาก ก็นำมาซึ่งการย้ายถิ่นฐานของนักฟุตบอล สำหรับทวีปแอฟริกาซึ่งประสบปัญหาความยากจน อาชีพนักฟุตบอลกลายเป็นความใฝ่ฝันของเยาวชนชายจำนวนมากที่ต้องการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเพื่อตนเองและครอบครัว อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดด้านการพัฒนาฟุตบอลในทวีปแอฟริกา ทำให้นักฟุตบอลชาวแอฟริกันต้องการไปค้าแข้งนอกทวีป โดยเฉพาะทวีปยุโรปที่ให้รายได้สูงสุด อีกทั้งยังมีอิทธิพลเหนือสื่อที่เผยแพร่ฟุตบอลในทวีปแอฟริกา แม้ประเทศไทยที่จะมีลีกฟุตบอลที่ดี แต่ถือเป็นเพียงทางผ่านที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้คนได้เห็นนักฟุตบอลกลุ่มดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี มิใช่นักฟุตบอลทุกคนจะประสบความสำเร็จในการยกระดับตนเองไปค้าแข้งในยุโรป ขณะที่จำนวนหนึ่งตระหนักว่าประเทศไทยมีความเหมาะสมและเลือกที่จะค้าแข้งในประเทศไทยระยะยาว


Perceptions Of Online Harassment: Ethnographical Research Of Myanmar University Students, Khin Yamone Zaw Jan 2023

Perceptions Of Online Harassment: Ethnographical Research Of Myanmar University Students, Khin Yamone Zaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The rapid expansion of digital technology and internet connectivity in Myanmar over the past years has immensely transformed how people live, work, and interact, bringing various benefits to society. Despite these benefits, online harassment remains a severe and pervasive problem in the digital age. A few existing literature and studies on the Myanmar context suggest that young people, particularly young women, are subjected to online harassment. There is currently a lack of literature in Myanmar that investigates online harassment against young women through a gender lens. This study aims to fill this literature gap and examine the prevalence of online …


Role Of Tele Physical Therapy In Quality Of Life And Satisfaction Among Patients Together With Work Productivity Of Physical Therapists, Munaza Arwa Jan 2023

Role Of Tele Physical Therapy In Quality Of Life And Satisfaction Among Patients Together With Work Productivity Of Physical Therapists, Munaza Arwa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Despite showing promising results in clinical trials, role of tele physical therapy in improving the quality of life and satisfaction of musculoskeletal disorder patients is ambiguous. Work productivity of therapists is still needed to be calculated to further evaluate efficacy of tele physical therapy sessions.Objective: The study aimed to determine the role of tele physical therapy in quality of life and satisfaction among patients together with work productivity of physical therapists. Method: An observational study comprising of pre-post and longitudinal design was conducted. 327 patients suffering from musculoskeletal disorders and 199 licensed physical therapists were recruited through MARHAM’s platform. …


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์นอิเล็กทริกอองซอมเบิล, ประทีป เจตนากูล Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์นอิเล็กทริกอองซอมเบิล, ประทีป เจตนากูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทประพันธ์เพลง “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์น อิเล็กทริกอองซอมเบิล มีความยาว 35 นาที ประกอบด้วยเครื่องดนตรีอะคูสติก ได้แก่ ไวโอลินแนวที่ 1 ไวโอลินแนวที่ 2 เชลโล ดับเบิลเบส ฮอร์น เปียโน คีย์บอร์ด กีตาร์ไฟฟ้า ทิมปานีและ ทรัยแองเกิล ผสมด้วยเสียงจากอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างสรรค์โดยผู้วิจัย รูปแบบการประพันธ์แบบอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์บทประพันธ์เพลงผ่านจินตนาการความฝันเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดและการตีความจากสิ่งที่เป็นนามธรรม โดยนำมาถ่ายทอดในลักษณะศิลปะเกี่ยวกับเสียง รวมถึงการศึกษาค้นคว้ารายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความฝัน เช่น ทฤษฎีของซิกมุนด์ ฟรอยด์ คาร์ล ยุง อัลเฟรด แอดเลอร์ คาร์ล กุสตาฟ และคารุส อีกทั้งการวิเคราะห์บทประพันธ์ของคีตกวีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความฝันและวิธีการเชื่อมโยงจินตนาการไปสู่ทฤษฎีดนตรี ทฤษฎีเสียง ผู้วิจัยได้ทำการจดบันทึกสิ่ง ต่าง ๆ ที่ปรากฏในความฝัน เช่น สถานที่ อารมณ์ความรู้สึก และวัตถุต่าง ๆ แล้วนำมาสร้างสรรค์เสียงจากการตีความสิ่งเหล่านั้น โดยใช้เทคนิควิธีการที่ได้ศึกษาจากการประพันธ์หลากหลายประเภท ได้แก่ อะคูสติกมิวสิก อิเล็กทรอนิกส์มิวสิก อิเล็กโทรอะคูสติกมิวสิก มิวสิกคอนเคร็ต และซาวด์สเคป นำมาผสมผสานเพื่อให้ได้งานสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด


แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา, ธมณชนก เกตุราทร Jan 2023

แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา, ธมณชนก เกตุราทร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สุขภาพจิตเป็นพื้นฐานของความเป็นอยู่ที่ดีและเกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจของบุคคล โดยโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปีในระดับประเทศและระดับโลก เป็นภัยเงียบของสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศและทุกวัย โดยผู้ที่ป่วยระยะรุนแรงจะนำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้าจำเป็นต้องมีการบำบัดรักษาจึงจะสามารถหายได้ ปัจจุบันการเข้ารับบริการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึงแม้ว่ายังมีการเข้ารับบริการยังไม่ทั่วถึง แต่จำนวนผู้ป่วยสะสมในช่วง พ.ศ. 2559-2565 มีอัตราการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยในปีหนึ่งๆ คิดเป็นร้อยละ 10.17 ของจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสะสมทั้งหมด จากการศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมภายในสถานพยาบาลสามารถเพิ่มหรือลดความเจ็บปวดทางด้านจิตใจได้ จึงนำไปสู่การศึกษาแนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในโรงพยาบาลเฉพาะทางจิตเวช กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบกิจกรรมของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มี ความรุนแรงระยะเล็กน้อยและปานกลางต่อสภาพแวดล้อมเชิงกายภาพ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลศรีธัญญา และเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและการจัดการพื้นที่เชิงกายภาพของโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยทำการเก็บข้อมูลจากการสำรวจและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมในบริเวณพื้นที่บำบัด และพื้นที่กิจกรรมของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนผู้ป่วยนอก รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าภายในโรงพยาบาลศรีธัญญา และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อหาข้อสรุปเชิงเสนอแนะผลการศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาภายในโรงพยาบาลจิตเวช พื้นที่บำบัดโรคซึมเศร้าส่วนผู้ป่วยนอก ประเด็นด้านความปลอดภัยมีความสำคัญมากที่สุด รองลงมาเป็นด้านแสงสว่าง พื้นที่ว่างและความปลอดโปร่ง โดยลักษณะทางกายภาพของพื้นที่บำบัดของโรงพยาบาลศรีธัญญามีข้อจำกัดต่อการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ในประเด็นตำแหน่งการใช้งาน แสงสว่างภายในพื้นที่ เสียงรบกวนและความเป็นส่วนตัวที่มีการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันกับจิตเวชเด็ก โดยสาเหตุมาจากการใช้พื้นที่อาคารเดิมที่ไม่ได้ออกแบบหรือจัดการให้เอื้อต่อการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จึงควรมีการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนตามการใช้งาน และเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลายเพื่อสะดวกต่อการเข้ารับบริการของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น


Effect Of Clostridium Butyricum Supplementation On Production Performance, Egg Quality, Gut Microflora, And Intestinal Morphology Of Laying Hens In The Late Phase Of Production, Phuong Truc Le Ho Jan 2023

Effect Of Clostridium Butyricum Supplementation On Production Performance, Egg Quality, Gut Microflora, And Intestinal Morphology Of Laying Hens In The Late Phase Of Production, Phuong Truc Le Ho

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This experiment was conducted to evaluate the effects of Clostridium butyricum supplementation on improvement of production performance and egg quality by stimulating the intestinal absorptive function and altering the cecal microbial composition. A total of 216 Hy-Line brown laying hens at 66 weeks of age were allocated randomly into 3 treatments with 6 replicates of 12 hens in a completely randomized design. The dietary treatments included a control group (CT) with a corn-soy basal diet, and the other treatments comprised basal diets supplemented with 250g/ton (CB1) and 500g/ton (CB2) of feed containing C. butyricum strain MIYAIRI 588. The concentration of …


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ชมพูนุช ไชยยะ Jan 2023

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ชมพูนุช ไชยยะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบหาความสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระยะของโรค ภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า กิจกรรมทางกาย ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน ภาวะโรคร่วม การสนับสนุนทางสังคม กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยสูงอายุโรคมะเร็งลำไส้และทวารหนัก กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 94 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินภาวะโรคร่วม แบบสอบถามอาการวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าของผู้ป่วยในโรงพยาบาล แบบสอบถามการมีกิจกรรมทางกายสากล แบบประเมินกิจวัตรประจำวัน แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก แบบสอบถามเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจความตรงเชิงเนื้อหา และเคยนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการศึกษาในผู้ป่วยกลุ่มโรคมะเร็งในประเทศไทยมากก่อน และเหมาะกับบริบทผู้สูงอายุไทย ตรวจสอบความเที่ยงเท่ากับ 0.84, 0.78, 0.83, และ 0.89 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและสเปียร์แมน ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักอยู่ในระดับปานกลาง ( X =2.26; SD= 1.24) 2. ระยะของโรค กิจกรรมทางกาย การสนับสนุนทางสังคม ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ป่วยสูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r= 0.757, 0.323, 0.608, และ 0.222 ตามลำดับ) 3. ภาวะโรคร่วม มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ป่วยสูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r= -0.314) 4. ภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า ไม่ความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ, ศรัณย์พร ศรีใจอินทร์ Jan 2023

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ, ศรัณย์พร ศรีใจอินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาหาความสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง อายุ เพศ ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ โรคประจำตัว ประวัติการรับวัคซีนป้องกันโควิค-19 ก่อนการติดเชื้อ ความรุนแรงของอาการติดเชื้อโควิด-19 การรักษาที่ได้รับระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ความเครียด และกิจกรรมทางกายกับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปทั้งเพศชายและหญิงที่มีประวัติติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไปโดยนับตั้งแต่วันแรกของการติดเชื้อ และเคยเข้ารับการรักษาทั้งเป็นผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 ในโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 87 คน เลือกการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความรู้สึกเครียด แบบสอบถามกิจกรรมทางกายระดับสากล และแบบสอบถามอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ โดยเครื่องมือมีคุณภาพทั้งความตรงตามเนื้อหาและความเที่ยง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อีต้า สถิติสหสัมพันธ์สเปียร์แมน และสถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่า 1. อาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ พบมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อ่อนเพลีย/เหนื่อยล้า ไอ นอนไม่หลับ มีเสมหะ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ มีน้ำมูก หายใจลำบาก ปวดตามข้อ และปวดหลัง 2. ภาวะอ้วน เพศ ความเครียด โรคประจำตัว มีความสัมพันธ์ทางบวกกับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (rxy=.69, η= .31, rxy=.33, η=.23 ตามลำดับ) 3. อายุ ประวัติการรับวัคซีนป้องกันโควิค-19 ก่อนการติดเชื้อ มีความสัมพันธ์ทางลบกับอาการหลงเหลือภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ในผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (rs= -.23, rxy= -.16 …


ประสบการณ์ทางจิตใจของวัยรุ่นหญิงที่เคยถูกกระทำความรุนแรงในคู่รัก, ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ Jan 2023

ประสบการณ์ทางจิตใจของวัยรุ่นหญิงที่เคยถูกกระทำความรุนแรงในคู่รัก, ชนิศา วุฒิโชติวรกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแนวปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางจิตใจของวัยรุ่นหญิงท่ี่เคยถูกกระทำความรุนแรงจากคู่รัก ซึ่งมีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง ผู้ให้ข้อมูลคือวัยรุ่นเพศหญิงที่เคยถูกกระทำความรุนแรงจากคู่รักเพศชาย และปัจจุบันได้มีการยุติความสัมพันธ์แล้ว จำนวน 6 คน โดยมีช่วงอายุ 20 - 24 ปี ผลการวิจัยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเด็นหลักคือ 1) ประสบการณ์ความรุนแรงที่เผชิญในความสัมพันธ์ ประกอบด้วย ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรง และรูปแบบของความรุนแรง 2) การตัดสินใจเมื่อเจอความรุนแรงในความสัมพันธ์ ประกอบด้วย ตัดสินใจอยู่ต่อในความสัมพันธ์ และตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ 3) ผลกระทบจากการได้รับความรุนแรงในความสัมพันธ์ ประกอบด้วย ผลกระทบขณะอยู่ในความสัมพันธ์ และผลกระทบหลังจากยุติความสัมพันธ์ และ 4) สิ่งที่ได้เรียนรู้หลังจากยุติความสัมพันธ์ ประกอบด้วย แนวทางการข้ามผ่านประสบการณ์ที่เกิดขึ้น และการป้องกันตัวเองจากความสัมพันธ์ที่มีการใช้ความรุนแรง โดยการวิจัยนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์ทางจิตใจของวัยรุ่นหญิงที่เคยถูกกระทำความรุนแรงจากคู่รัก ทั้งระหว่างที่อยู่ในความสัมพันธ์ ขณะยุติความสัมพันธ์ และหลังจากยุติความสัมพันธ์แล้ว โดยสามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาการสนับสนุนและช่วยเหลือทางจิตใจให้แก่วัยรุ่นในกลุ่มนี้ เพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ


อิทธิพลของการจินตนาการถึงการมีปฏิสัมพันธ์ทางบวกกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต่อเจตคติรังเกียจกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, เบญญารัศม์ จันทร์เปล่ง Jan 2023

อิทธิพลของการจินตนาการถึงการมีปฏิสัมพันธ์ทางบวกกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต่อเจตคติรังเกียจกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, เบญญารัศม์ จันทร์เปล่ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันโรคซึมเศร้ากลายเป็นที่สนใจของคนในสังคมและถูกกล่าวถึงเป็นวงกว้าง คนในสังคมมีการยอมรับเข้าใจ และให้โอกาสผู้ป่วยซึมเศร้ามากขึ้นเมื่อเทียบจากอดีต ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสามารถใช้ชีวิตและทำงานกับคนอื่นได้ปกติ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีบางคนในสังคมที่ยังคงมีมุมมองด้านลบหรือมีเจตคติที่ไม่ดีกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอยู่ ทำให้เกิดความรู้สึกกลัว ไม่ต้อนรับ ไม่ยอมรับ ไม่เป็นมิตร ไม่จ้างงาน ไม่ให้ความช่วยเหลือและไม่พูดคุยด้วย ส่งผลกระทบทางลบต่อผู้ป่วยโดยตรง ผู้วิจัยจึงออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาการลดเจตคติรังเกียจกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าผ่านการจินตนาการถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนไทยที่มีงานประจำและไม่มีประวัติเป็นโรคซึมเศร้าจำนวน 141 คนเข้าร่วมการทดลองออนไลน์ โดยถูกสุ่มแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ เงื่อนไขควบคุม (n = 68) ซึ่งถูกกระตุ้นให้จินตนาการว่าได้ร่วมงานกับผู้ที่ไม่ใช่ผู้ป่วยซึมเศร้า และเงื่อนไขทดลอง (n = 73) ซึ่งถูกกระตุ้นให้จินตนาการว่าได้ร่วมงานกับผู้ป่วยซึมเศร้า จากนั้นตอบมาตรวัดผลการจัดกระทำ มาตรความวิตกกังวลในการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยซึมเศร้า มาตรวัดเจตคติรังเกียจกลุ่มผู้ป่วยซึมเศร้า ความถี่ของการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คุณภาพของการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในชีวิตจริงและความรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ผลการศึกษาสนับสนุนและไม่สนับสนุนสมมติฐานที่ตั้งไว้ คือพบความแตกต่างของความวิตกกังวลในการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าระหว่างเงื่อนไข ไม่พบความแตกต่างของเจตคติรังเกียจกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าระหว่างเงื่อนไข พบอิทธิพลของการจินตนาการถึงการมีปฏิสัมพันธ์ทางบวกกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในการลดความวิตกกังวลในการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและเจตคติรังเกียจกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และไม่พบว่าความวิตกกังวลในการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีอิทธิพลส่งผ่านต่อเจตคติรังเกียจกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า การวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่าปัจจัยทีมีอิทธิพลในการลดความวิตกกังวลในการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คือคุณภาพของปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในชีวิตจริง งานวิจัยนี้จึงให้ข้อค้นพบเชิงประยุกต์ คือ สามารถนำการจินตนาการถึงการมีปฏิสัมพันธ์ทางบวกไปประยุกต์ใช้ในบริบทต่างๆและผู้เกี่ยวข้องควรส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ทางบวกระหว่างผู้ที่ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เป็นธรรมชาติ งานวิจัยนี้ยังมีประโยชน์ทางวิชาการคือเป็นงานวิจัยแรกที่ทดลองใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคมในการลดอคติที่คนในสังคมไทยมีตอ่ผู้ป่วยจิตเวช


Interlanguage Of Functional Usages Of L2 English Present Continuous Tense By L1 Thai Learners, Pajaree Buasomboon Jan 2023

Interlanguage Of Functional Usages Of L2 English Present Continuous Tense By L1 Thai Learners, Pajaree Buasomboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed at examining the functional use of English present continuous tense by L1 Thai learners, under the theoretical framework of the Interlanguage Hypothesis (Selinker 1974; Tarone 2006). The functions investigated included instant, continuing, temporary, habitual, and future (Eastwood, 1994). A Grammaticality Judgement Test (GJT), aiming for perception, a Fill-in-the-Blank Test, focusing on production, and interviews were employed to elicit data from the subjects, i.e. 30 L1 Thai learners of the intermediate proficiency level. The results revealed the learners’ low accuracy rates in some functions, from both perception and production tasks. The accuracy rate in the production task was …


การพัฒนาโปรแกรมลดความเครียดตามแนวคิดส่งเสริมสติและการสร้างความเป็นชุมชนสำหรับนักเรียนในบริบทการเรียนออนไลน์, วัชรวิช แปลงศรี Jan 2023

การพัฒนาโปรแกรมลดความเครียดตามแนวคิดส่งเสริมสติและการสร้างความเป็นชุมชนสำหรับนักเรียนในบริบทการเรียนออนไลน์, วัชรวิช แปลงศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เป็นงานวิจัยเชิงทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมลดความเครียดตามแนวคิดส่งเสริมสติและการสร้างความเป็นชุมชนสำหรับนักเรียนในบริบทการเรียนออนไลน์ 2) เปรียบเทียบคะแนนความเครียดก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มตัวอย่าง 3) เปรียบเทียบคะแนนความเครียดของตัวอย่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 41 คน โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงและแบ่งตัวอย่างลงกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมผ่านการสุ่มอย่างง่าย กิจกรรมใช้ในโปรแกรมประกอบด้วย การทำสมาธิ การคิดอย่างมีสติ การทำโยคะส่งเสริมสติ ฯลฯ โดยมีการจัดโปรแกรมทั้งสิ้นจำนวน 8 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที รวมทั้งสิ้น 240 นาที ผู้วิจัยใช้การทดสอบทีเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความเครียดในการทดลอง ผลการวิจัยพบว่าหลังจากตัวอย่างกลุ่มทดลองได้เข้าร่วมโปรแกรม ตัวอย่างมีระดับคะแนนความเครียดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 (ก่อนการทดลอง x̄=2.165 และ SD=.437 หลังการทดลอง x̄=1.850 และ SD=.411) โดยตัวอย่างมีความเครียดลดลงในด้านร่างกาย ด้านความสัมพันธ์ และด้านการเรียน อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ระหว่างตัวอย่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังจากการทดลอง (กลุ่มทดลอง x̄=1.850 และ SD=.411 และกลุ่มควบคุม x̄=1.992 และ SD=.360)


Predicting Newcomer’S Turnover Using Predictive Analytics : A Case Study Of Thai Financial Firm In Bangkok, Thailand, Meena Kittikunsiri Jan 2023

Predicting Newcomer’S Turnover Using Predictive Analytics : A Case Study Of Thai Financial Firm In Bangkok, Thailand, Meena Kittikunsiri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Employee turnover, a critical issue impacting workplace productivity, has prompted organizations to leverage machine learning techniques for predictive analysis. This study specifically targets the prediction of turnover among new employees, utilizing data obtained from a survey conducted at a Thai financial firm in Bangkok, Thailand. Through an evaluation of various machine learning models, the results indicate that the Random Forest model surpasses others. Furthermore, this research highlights crucial factors influencing newcomer turnover, such as comfort with workplace culture, work-from-home policies, onboarding programs, and satisfaction with the recruitment process. These findings offer actionable insights for HR professionals to focus on these …


ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาความเป็นเลิศของนักกีฬากอล์ฟอาชีพไทย, กฤตณัฐ วายุโชติ Jan 2023

ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาความเป็นเลิศของนักกีฬากอล์ฟอาชีพไทย, กฤตณัฐ วายุโชติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนานักกีฬากอล์ฟอาชีพในประเทศไทยให้มีความเป็นเลิศในการแข่งขันระดับทวีป งานวิจัยชิ้นนี้เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน ประกอบไปด้วย ผู้ที่ปฏิบัติงานหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมกีฬากอล์ฟ (อาทิ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี) จำนวน 5 คน และนักกีฬากอล์ฟอาชีพ จำนวน 2 คน ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาความเป็นเลิศของนักกีฬากอล์ฟอาชีพไทยนั้น มีอยู่ด้วยกัน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ปัจจัยส่วนบุคคลด้านวินัยส่วนบุคคล แรงจูงใจในการเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพ และการเพิ่มพูนความรู้เทคนิคการเล่น 2) ปัจจัยด้านผู้ฝึกสอนนักกีฬากอล์ฟในประเด็นมาตรฐานการสอบใบรับรอง และหลักสูตรการสร้างผู้ฝึกสอนนักกีฬากอล์ฟอาชีพ และ 3) ปัจจัยด้านการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ สมาคมกีฬากอล์ฟ ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงการบูรณาการร่วมกับองค์กรอื่นและปัจจัยด้านการสนับสนุนอื่น ๆ ปัจจัยทั้งสามล้วนมีความเชื่อมโยงกับอุปสรรคของนักกอล์ฟอาชีพที่สำคัญด้านหลักสูตรและการรับรองนักกอล์ฟอาชีพที่มีมาตรฐาน ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มพูนทักษะ การซ้อม การเดินทางไปแข่งขันที่สูง และปัญหาการเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์การกีฬาได้ยาก ทั้งนี้ผู้วิจัยได้อภิปรายผลและเสนอแนะแนวทางในการปิดช่องว่างปัจจัยที่ส่งผลให้นักกีฬากอล์ฟอาชีพไทยมีความเป็นเลิศในระดับทวีปได้ไว้ข้างท้ายของงานวิจัยชิ้นนี้ด้วย


ผลของโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรมของเด็กวัยอนุบาล, อริสรา แก้วม่วง Jan 2023

ผลของโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรมของเด็กวัยอนุบาล, อริสรา แก้วม่วง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ที่มีต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) ของเด็กวัยอนุบาล กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็ก ชั้นอนุบาล 2 ทั้งหมด 60 คน สุ่มกลุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมด้วยวิธีการจับคู่เด็ก ที่มีคะแนนความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) โดยรวม จากการประเมิน หัว-เท้า-เข่า-ไหล่ ในช่วงก่อนการเข้าร่วมโปรแกรมใกล้เคียงกัน เข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ทีละคู่ โดยให้เด็กกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง ในขณะที่เด็กกลุ่มควบคุมทำกิจกรรมตามปกติในชั้นเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติความแปรปรวนสองทางแบบผสม ผลการทดลองพบว่า โปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ส่งผลต่อคะแนนความสามารถ ทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) โดยรวม จากการประเมิน หัว-เท้า-ไหล่-เข่า ของเด็กกลุ่มทดลอง สูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ .05 แต่ไม่ส่งต่อคะแนนความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) แยกองค์ประกอบ การยับยั้งพฤติกรรม ความจำเพื่อใช้งาน และการยืดหยุ่นทางความคิด จากการประเมิน Early Years Toolbox (EYT)


Challenges Of An Implementation And Enforcement Of Child Safety Seat Law In Thailand, Narisara Pan-Ngam Jan 2023

Challenges Of An Implementation And Enforcement Of Child Safety Seat Law In Thailand, Narisara Pan-Ngam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In Thailand, car accidents are the second leading cause of death among children. According to the Child Safety Promotion and Injury Prevention Research Center (CSIP), in 2019, automobile accidents killed approximately 2500 children aged 1 to 14 years old per year, or 250 children each month on average. Most of the children who died in auto accidents were not wearing seat belts at the time of the crash.Generally, essential safety devices in the car are seatbelts and airbags, which will protect the passengers from fatal injuries when the car crashes. Unfortunately, seatbelt only grants the appropriate protection for adult passengers …


แนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสัตว์บำบัดในประเทศไทย, ฏุฬาณัฏ วันดี Jan 2023

แนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสัตว์บำบัดในประเทศไทย, ฏุฬาณัฏ วันดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ธุรกิจสัตว์บำบัดมีความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย มีแนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นและถือเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มได้รับความนิยม เหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประเภทนี้เจริญเติบโตคือประชากรของไทยบางส่วนประสบปัญหาทางด้านจิตใจ และอารมณ์ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีการนำสัตว์เลี้ยงมาฝึกฝนให้เกิดทักษะในการดูแลผู้ที่มีความ ซึมเศร้า ผู้สูงอายุ หรือเด็ก เพื่อให้จิตใจหรืออารมณ์ดีขึ้น หรือกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากธุรกิจสัตว์บำบัดมีความเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพสัตว์จึงต้องมีแนวทางหรือมาตรการทางกฎหมายที่มีความชัดเจนในการกำกับควบคุมดูแลธุรกิจสัตว์บำบัด และในทางกลับกันควรมีมาตรการในการส่งเสริมให้ธุรกิจสัตว์บำบัดมีมาตรฐาน เพื่อให้ไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางกายและจิตใจ จากการศึกษากฎหมายของประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสัตว์บำบัดพบว่าประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายที่เข้ามากำกับควบคุมดูแลธุรกิจสัตว์บำบัดโดยตรงแต่เป็นการใช้กฎหมายทั่วไปควบคุมดูแลกิจการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ในทุกกรณี เช่น พระราชบัญญัติการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เป็นต้น เมื่อพิจารณาแนวทางในการปฏิบัติพบว่าไม่มีแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับธุรกิจสัตว์บำบัดที่มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพในการควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัดนี้ ทำให้เกิดช่องโหว่ให้ผู้ประกอบธุรกิจมีการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางจิตใจ จะเห็นได้ชัดเจนว่ากฎหมายของประเทศไทยยังไม่สามารถควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัดได้ รวมถึงการกำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิดยังไม่มีผลในภาคบังคับทั้งในส่วนของการใช้บังคับกฎหมายและการลงโทษทางกฎหมายยังไม่ชัดเจน เมื่อพิจารณาในส่วนของกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ากฎหมายของสหรัฐอเมริกามีมาตรฐานในการคุ้มครองสวัสดิการและสวัสดิภาพสัตว์ที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้เป็นแนวทางในประเทศไทย โดยได้ทำการศึกษากฎหมายของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากความเป็นหลักสากลและประเทศไทยได้นำหลักกฎหมายมาปรับใช้ ดังนั้นผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่าให้มีแนวทางในการควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัด มีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ จากหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตั้งแต่กระบวนการขอใบอนุญาตเปิดกิจการ ต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการ และต้องมีผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาดูแล รัฐควรจัดหน่วยงานโดยเฉพาะเจาะจงในการกำหนดหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลสวัสดิภาพสัตว์และควรกำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานหรือองค์กรในท้องถิ่นต้องมีความรู้เฉพาะด้านที่เปิดธุรกิจสัตว์บำบัด เพื่อเป็นการสอดส่องดูแลกิจการสัตว์บำบัด ตรวจสอบใบอนุญาตให้ตรงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เป็นการควบคุมไม่ให้เกิดการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งอาจเป็นไปในลักษณะการส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์ให้ตรงตามมาตรฐานอันจะส่งผลดีต่อผู้รับบริการและสัตว์บำบัดอย่างดีที่สุด


เหตุฉกรรจ์ฐานความผิดมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์, นภัสสร อยู่สำราญ Jan 2023

เหตุฉกรรจ์ฐานความผิดมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์, นภัสสร อยู่สำราญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางปรับปรุงเหตุฉกรรจ์สำหรับความผิดฐานมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ให้สอดคล้องกับหลักการลงโทษที่ได้สัดส่วน โดยผู้วิจัยมุ่งศึกษาทั้งแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง พัฒนาการของกฎหมายยาเสพติดไทยและแนวทางการตีความของศาลฎีกา ตลอดจนศึกษาในเชิงเปรียบเทียบกับพันธกรณีระหว่างประเทศและบทบัญญัติในกฎหมายยาเสพติดของต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอแนะแนวทางปรับปรุงเหตุฉกรรจ์สำหรับฐานความผิดดังกล่าวให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นจากการศึกษาพบว่า แม้ประมวลกฎหมายยาเสพติดมีเจตนารมณ์ในการลงโทษผู้กระทำความผิดให้เหมาะสมกับบทบาทของผู้กระทำและความร้ายแรงของความผิด รวมถึงกำหนดให้ผู้บังคับใช้กฎหมายคำนึงถึงพฤติการณ์ประกอบการกระทำความผิดอื่น ๆ นอกเหนือจากปริมาณยาเสพติดในคดีด้วยก็ตาม อย่างไรก็ดี บทบัญญัติเหตุฉกรรจ์หลายกรณีตามประมวลกฎหมายยาเสพติดได้ใช้ถ้อยคำที่กว้างขวางและมิได้มีนิยามกำหนดไว้อย่างชัดเจน กล่าวคือ เหตุฉกรรจ์กรณีการกระทำเพื่อการค้า, เหตุฉกรรจ์กรณีการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเหตุฉกรรจ์กรณีการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ซึ่งเมื่อนำมาปรับใช้กับความผิดฐานมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติด ย่อมก่อให้เกิดปัญหาในการตีความและบังคับใช้อย่างมาก เนื่องจากลักษณะของความผิดฐานมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดนั้นมิได้มีพฤติการณ์ประกอบการกระทำความผิดที่บ่งชี้ถึงเจตนาตามเหตุฉกรรจ์ได้ชัดเจนเท่ากับความผิดฐานอื่น ๆ จนในท้ายที่สุด ผู้บังคับใช้กฎหมายมักจะตีความเหตุฉกรรจ์ดังกล่าวตามอัตวิสัย ซึ่งก่อให้เกิดผลลักลั่นกันในแต่ละคดี และทำให้การลงโทษผู้กระทำความผิดไม่สอดคล้องกับหลักการลงโทษที่ได้สัดส่วนอย่างแท้จริง ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเสนอแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างบทบัญญัติและเหตุฉกรรจ์สำหรับความผิดฐานมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติด เพื่อให้การบังคับใช้เหตุฉกรรจ์สำหรับความผิดฐานดังกล่าว มีขอบเขตที่ชัดเจนเป็นธรรม และสอดคล้องหลักการลงโทษที่ได้ส่วนมากยิ่งขึ้น


การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ของขวัญสำหรับ เจเนอเรชั่น วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน, ญาณิศา แท่นนิล Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ของขวัญสำหรับ เจเนอเรชั่น วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน, ญาณิศา แท่นนิล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์ของขวัญสำหรับเจเนอเรชัน วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบแบรนด์ของขวัญสำหรับเจเนอเรชัน วาย โดยใช้คำมงคลภาษาจีน ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการวิจัย โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลคำภาษาจีนที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และรวบรวมแบบสอบถามเกี่ยวกับรูปแบบของเรขศิลป์ที่เหมาะสม ซึ่งผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของเจเนอเรชัน วาย ออกเป็น 6 กลุ่ม โดยอ้างอิงจากวิจัยเรื่อง “รูปแบบการดำเนินชีวิต การบริโภคสินค้าออนไลน์ การบริโภคสื่อดิจิทัล และการรับรู้ความเสี่ยงออนไลน์ของผู้บริโภคเจเนอเรชันวายบนโลกออนไลน์” ของอาจารย์ ดร.ปภาภรณ์ ไชยหาญชาญชัย อาจารย์ประจำภาควิชาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตัวกำหนดรูปแบบของงานเรขศิลป์ว่าในแต่ละกลุ่มมีลักษณะและจุดเด่นที่สามารถบ่งบอกถึงตัวตนของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม สรุปผลวิจัยพบว่าจากการทำแบบสอบถาม สรุปได้ว่าสารที่ต้องการสื่อคือ ความสุขของเธอคือความสุขของฉัน ในส่วนของบุคลิกภาพและอารมณ์ คือ Cheerful, Smart, Pure and Simple และแนวทางการออกแบบจะใช้คำมงคลภาษาจีนและรูปแบบของงานแตกต่างกันไปตามกลุ่มที่ได้จากการวิเคราะห์และทำแบบสอบถามจากกลุ่มเป้าหมาย โดยจะมีทั้งหมด 3 รูปแแบคือแพทเทิร์น ภาพประกอบ และตัวอักษร


เรขศิลป์จากแนวคิดโรควิตกกังวล, รวิวรรณ ฟักอ่อน Jan 2023

เรขศิลป์จากแนวคิดโรควิตกกังวล, รวิวรรณ ฟักอ่อน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรขศิลป์เพื่อการออกแบบแบรนด์จากแนวคิดโรควิตกกังวล มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากแนวคิดโรควิตกกังวล โดยการศึกษาโรควิตกกังวลทั้งหมด 11 โรคผ่านคู่มือวินิจฉัยอาการผิดปกติทางจิตฉบับที่ 5 หรือ DSM-5 เพื่อค้นหานิยามของโรค และทำการคัดเลือกโรควิตกกังวลที่เหมาะสมกับการออกแบบผ่านการวิเคราะห์ลักษณะเด่นและลักษณะร่วมต่าง ๆ ของโรควิตกกังวล ด้วย 9 ปัจจัยของโรค คือ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ (ชาย, หญิง, และทุกเพศ), อายุของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่, อาการทางพฤติกรรม, อาการทางสติปัญญาและจิตใจ, อาการทางกายภาพ, ระยะเวลา, สิ่งเร้าที่จับต้องได้, สถานการณ์กระตุ้น, และผลกระทบ จนได้ผลลัพธ์เป็นโรควิตกกังวลที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับโรคอื่นทั้งหมด 6 โรค คือ โรคกลัวการแยกจาก (Separation Anxiety Disorder), โรคไม่พูดบางสถานะการณ์ (Selective Mutism Specific Disorder), โรคกลัวแบบเฉพาะเจาะจง (Specific Phobia), โรคกลัวสังคม (Social Anxiety Disorder), โรคแพนิก (Panic Disorder), และ โรควิตกกังวลที่เกิดจากสารเสพติด (Substance Medication-Induced) ผลการวิจัยแนวทางการออกแบบจากจากแนวคิดโรควิตกกังวล ได้พบ องค์ประกอบการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสมกับออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากแนวคิดโรควิตกกังวลคือ รูปทรงที่เป็นระนาบ (Forms), เส้นอารมณ์ (Mood lines), ระบบสีเชิงจิตวิทยาสีกับความรู้สึก (Hues and Tones), การจับคู่สี (Color Schemes), รูปแบบตัวอักษร (Fonts) และอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Architypes) ทั้งหมด 6 รูปแบบ จากการวิเคราะห์โรควิตกกังวล 6 ชนิด คือ คือ ผู้ต้องการ (The Needy) จากโรคกลัวการแยกจาก, นักละครใบ้ (The Mime), ผู้เฝ้าระวัง (The Lookout), ผู้ปลีกวิเวท (The Isolator), ผู้กระวนกระวาย (The Anxious), ผู้ครอบงำ …


Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral Jan 2023

Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study aims to explore and examine how community arts and cultural events are shaped by boundaries and binds. Boundaries, drawn by partition and geopolitics, and binds set by religion, economic, elitist (traditionalist/conservative), or social hierarchy, create new subcultures (minorities) in their areas of settlement. Centuries of colonialism and turmoil at borderlines have given birth to dispersed and displaced communities. Diasporic communities, such as the Thai-Indian community, echo the sounds of their past but also constantly strive for inclusivity to enable a sense of cultural belonging in their new home. After cocooning, learning language, food, customs, and traditions, what …


Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The "BOOTLEG SHOW" by MRKREME is a curatorial project for an art exhibition that delves into the interplay between mass production, aesthetic values, and originality within the realm of contemporary art toys. Curated with a focus on examining the impact of distortion in art, the exhibition explores the nuances of value formation and how societal influences shape our perception of worth. The first part of this study is an exploration into the concept of art toys through the meanings of the words "art" and "toys" to better understand their roots. It examines the differentiation between a toy and an art …


Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Where Emotions Take Form: Outsider Art by Everyday Individuals, is an exhibition that celebrates the captivating world of outsider art created by individuals who are not traditionally trained artists but, rather, ordinary people from our everyday lives. This exhibition brings to light the raw, unfiltered expressions of ordinary people, transcending conventional artistic boundaries and offering a glimpse into the richness of human creativity. Outsider art is art made by self-taught or supposedly naïve artists with typically little or no contact with the conventions of the art world. Under this concept, in most cases, when people speak of outsider art, they …


บทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติภายใต้ระบบประกันสังคม: ศึกษากรณีแพปลาในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ณัฐมน แก้วเรือง Jan 2023

บทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติภายใต้ระบบประกันสังคม: ศึกษากรณีแพปลาในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ณัฐมน แก้วเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การคุ้มครองทางสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติในไทยนับเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ โดยภาครัฐได้มีการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและตามมาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่อง ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ผู้วิจัยต้องการศึกษากระบวนการและบทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคมต่อกลุ่มแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมประมงไทยภายใต้ระบบประกันสังคม เพื่อให้ทราบถึง บทบาทของนายจ้าง ลักษณะการคุ้มครองทางสังคมที่นายจ้างจัดให้แก่ลูกจ้าง รวมถึงภาระต้นทุนและผลประโยชน์ที่นายจ้างจะได้รับจากการคุ้มครองทางสังคมภายใต้ระบบประกันสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีกลุ่มตัวอย่างเป็นแพปลาขนาดเล็ก แพปลาขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ด้วยการสัมภาษณ์การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) จากผลการศึกษาพบว่านายจ้างมีภาระทางการบริหารเพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทดแทน แต่ในส่วนของระบบประกันสังคมนายจ้างสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ซึ่งการไม่เข้าร่วมมีผลต่อต้นทุนที่แรงงานต้องรับผิดชอบในการซื้อประกันสุขภาพให้แก่ตนเอง ข้อจำกัดของงานวิจัยชิ้นนี้คือไม่ได้มีการศึกษามุมของลูกจ้างเท่าไหรนัก ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะให้มีการศึกษามุมมองของลูกจ้างต่อบทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคม การปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดการเกิดช่องว่างที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวแรงงานและนายจ้าง เพิ่มการรับรู้และความเข้าใจในสิทธิและผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายพึงจะได้รับจากการปฏิบัติตามนโยบาย รวมถึงการรวบรวมข้อมูลทางสถิติเพื่อใช้ในการพัฒนากฎหมายให้มีความสอดคล้องกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง


ประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของผู้ต้องขังหญิงและแนวทางการดูแล, ยศวดี ทิพยมงคลอุดม Jan 2023

ประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของผู้ต้องขังหญิงและแนวทางการดูแล, ยศวดี ทิพยมงคลอุดม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การได้รับความรุนแรงของผู้ต้องขังหญิง และศึกษาผลกระทบของการถูกใช้ความรุนแรงต่อผู้ต้องขังหญิง พร้อมศึกษาแนวทางของเรือนจำในการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรง การวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานระหว่างเชิงปริมาณและเชิงโดยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านการสำรวจแบบสอบถามกับผู้ต้องขังหญิง จำนวน 150 คน และการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ต้องขังหญิง 15 คนและเจ้าหน้าที่เรือนจำ จำนวน 11 คน ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 48 ของผู้ต้องขังหญิงเคยถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกาย ร้อยละ 12.7 เคยถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ และร้อยละ 43.3 เคยถูกกระทำความรุนแรงด้านจิตใจ ความรุนแรงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย เช่น นอนไม่หลับ รับประทานอาหารได้น้อยลง ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการ และส่งผลต่อสุขภาพจิต เช่น เครียด วิตกกังวลคิดวนเวียนซ้ำๆ เรื่องเดิม ความรุนแรงนี้ยังส่งผลให้ผู้ต้องขังหญิงบางคนมีปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรง เป็นระยะเวลานานถึงขั้นเป็นบาดแผลในใจจนถึงปัจจุบัน ผลการประเมินผลกระทบทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ พบว่า ร้อยละ 47.3 ของผู้ต้องขังหญิงได้รับผลกระทบทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญอยู่ในระดับทุกข์ทรมานทางจิตใจเล็กน้อยถึงรุนแรง โดยมีผู้ต้องขังหญิงกว่า 1 ใน 5 มีระดับผลกระทบทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญอยู่ในระดับทุกข์ทรมานทางจิตใจมากและระดับทุกข์ทรมานทางจิตใจรุนแรง ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้ควรที่จะได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้คำปรึกษา แนวทางของเรือนจำในการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรง ประกอบด้วยแนวทางที่เรือนจำปฏิบัติเป็นหลัก จะมุ่งที่การจำแนกผู้ต้องขังเข้าใหม่เพื่อคัดกรองผู้ต้องขังและการดูแลเบื้องต้นด้านสภาพจิตใจ นอกจากนี้ ในเรือนจำยังมีอาสาสมัครเรือนจำเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ต้องขัง ทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต หากแต่เรือนจำไม่ได้มีโปรแกรมเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังที่มีประสบการณ์ที่ได้รับความรุนแรง โดยข้อจำกัดในการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงก่อนเข้าเรือนจำ ได้แก่ การไม่เปิดใจหรือความไม่ไว้วางใจของผู้ต้องขัง การขาดแคลนเจ้าหน้าที่ส่งผลต่อภาระงานที่มากเกินไป ข้อจำกัดด้านงบประมาณ สถานที่ การส่งต่อข้อมูลผู้ต้องขัง และทัศนคติของผู้ต้องขังอื่นในเรือนจำข้อเสนอแนะสำคัญจากการวิจัยนี้ ได้แก่ ควรมีการพัฒนานโยบายด้านการดูแลปัญหาสุขภาพจิตและการฟื้นฟูผู้ต้องขังหญิงที่มีประวัติความรุนแรงอย่างเป็นระบบ การปรับปรุงพื้นที่เรือนจำให้เอื้อต่อการบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรง รวมถึงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่เรือนจำให้มีความรู้ความเข้าใจในการให้คำปรึกษาและการดูแลผู้ต้องขังหญิง ควรจัดโปรแกรมฝึกอบรมผู้ต้องขังที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นใจและการเยียวยาด้านจิตใจ ควรสนับสนุนการบูรณาการบริการด้านสุขภาพจิตในเรือนจำให้ครอบคลุมและเทียบเท่ากับบริการในชุมชน รวมถึงใช้เทคโนโลยีในการให้บริการและการดำเนินงาน ควรพัฒนาระบบการสอบประวัติและแบบสอบถามคัดกรองอาการทางสุขภาพจิต การให้คำปรึกษาและการดูแลทางจิตวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดโปรแกรมเสริมทักษะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและเยียวยาตนเองสำหรับผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรงเพื่อให้สามารถคืนคนดีกลับสู่สังคมได้อย่างแท้จริง


ปัญหาและการปฏิบัติต่อพนักงานสอบสวนเกย์ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล, อู่ธนา สุระดะนัย Jan 2023

ปัญหาและการปฏิบัติต่อพนักงานสอบสวนเกย์ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล, อู่ธนา สุระดะนัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้การมีอยู่และการเลือกปฏิบัติต่อพนักงานสอบสวนเกย์ อีกทั้งศึกษาสภาพปัญหาและผลกระทบของการเลือกปฏิบัติ ตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 31 คน ผลการวิจัยพบว่าคนในสังคมไทยรับรู้ถึงการมีอยู่ตัวตนพนักงานสอบสวนเกย์ พวกเขาต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความคาดหวังเกี่ยวกับบทบาทและลักษณะการแสดงออกของเพศชายตามค่านิยมสังคมไทยและต้องปกปิดรสนิยมทางเพศที่ถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทที่เข้าใจและยอมรับ ปัญหาที่พบมี 4 ประการ ได้แก่ 1) การใช้สรรพนามที่ไม่เหมาะสม 2) การล้อเลียนและคุกคามทางเพศ 3) การมอบหมายงานที่ไม่สำคัญ และ 4) การเลื่อนขั้นที่ไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อพนักงานสอบสวนเกย์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เกิดความอับอายและความเครียด 2) ถูกจำกัดโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ และ 3) ขาดความมั่นใจในตนเอง แนวทางการแก้ไขปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเน้นการสร้างความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายทางเพศ โดยคำนึงถึงสิทธิในการไม่ถูกเลือกปฏิบัติ สิทธิในการแสดงออกและความคิดเห็นอย่างเสรี และสิทธิในความเป็นส่วนตัวตามหลักยอกยาการ์ตา อีกทั้งควรนำแนวทางขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสหประชาชาติ (UN) มาปรับใช้เพื่อลดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมความเท่าเทียมในที่ทำงาน


การศึกษาปัจจัยทำนายของการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์, ฉัฐจุฑา นกจันทร์ Jan 2023

การศึกษาปัจจัยทำนายของการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์, ฉัฐจุฑา นกจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ โดยการศึกษาระยะที่ 1 จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนามาตรวัดเชิงสถานการณ์ของการรังแกบนโลกไซเบอร์ เพื่อนำมาใช้พิจารณาวิเคราะห์ผลร่วมกับการศึกษาในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการศึกษาปัจจัยทำนายที่เป็นสาเหตุของการรังแกบนโลกไซเบอร์และ การตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ 1) เพื่อพัฒนามาตรวัดการเชิงสถานการณ์รังแกบนโลกไซเบอร์ และ 2 ) เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยี การหลงตัวเองแบบให้ค่าสูง การเห็นคุณค่าในตนเอง ความเห็นอกเห็นใจ ต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แบ่งเป็นการศึกษาระยะที่ 1 จำนวน 95 คน และการศึกษาระยะที่ 1 จำนวน 395 คน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก และเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ผ่าน Google Form ผลของการพัฒนามาตรวัดการเชิงสถานการณ์รังแกบนโลกไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมการวิจัยแสดงความคิดเห็นในแต่ละสถานการณ์ของการรังแกบนโลกไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมการวิจัยจะได้อ่านเนื้อหาจากสถานการณ์ในมาตรวัดเชิงสถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ โดยสมมติว่าตนเองเป็นผู้ใช้งานโดยที่ไม่ระบุชื่อและรูปจริงของตนเองในการเล่นเฟสบุ๊คที่ถูกสร้างขึ้น จำนวน 4 สถานการณ์ ได้แก่ 1) นินทา ด่าทอ ล้อเลียน 2) การเผยแพร่ความลับ 3) การใส่ร้าย และ 4) การแอบอ้างชื่อ หรือตัวตน และเขียนบรรยายเสนอความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ในแต่ละสถานการณ์ เพื่อนำมาพัฒนาพัฒนาข้อกระทง การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ พบว่า มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าแบบครอนบาคของมาตรวัดโดยรวม เท่ากับ .98 และมีค่าความสัมพันธ์รายข้อกับข้อคำถามรวม พบว่า ข้อคำถามจำนวน 29 ข้อ ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด และมีค่าสหสัมพนธ์แบบเพียร์สัน ซึ่งผลจากการศึกษา พบว่า สถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ มีค่าสหสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความก้าวร้าว (r = .87 , p < .01 , สองหาง) และ มีค่าสหสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความเห็นอกเห็นใจ (r = -.87 , p < .01 , สองหาง) ส่วนผลการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง พบว่า การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยี มีอิทธิพลทางตรงต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 การหลงตัวเองแบบให้ค่าสูงมีอิทธิพลทางตรงต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์ผ่านความเห็นอกเห็นใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 ในขณะที่การเห็นคุณค่าในตนเองไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ ส่วนความเห็นอกเห็นใจไม่มีอิทธิพลกำกับความสัมพันธ์ระหว่างการรังแกบนโลกไซเบอร์และการรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยีและการเห็นคุณค่าในตนเอง


ประสบการณ์ทางจิตใจในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในบุคคลวัยทำงาน, กิตินัดดา อิทธิวิทย์ Jan 2023

ประสบการณ์ทางจิตใจในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในบุคคลวัยทำงาน, กิตินัดดา อิทธิวิทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางจิตใจในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในบุคคลวัยทำงาน ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแนวปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis : IPA) และเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) โดยผู้เข้าร่วมวิจัยคือ บุคคลวัยทำงานที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และเคยมีประสบการณ์ในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ อย่างน้อย 2 sessions ขึ้นไป และสิ้นสุดการรับบริการแล้ว อีกทั้งยังเคยเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยารายบุคคลแบบพบหน้า จำนวนทั้งสิ้น 7 ราย ซึ่งมีอายุระหว่าง 28-42 ปี ผลการศึกษาสามารถแบ่งได้ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) สิ่งที่คำนึงก่อนเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย ความพร้อมของผู้รับบริการในการเข้าสู่บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา และเกณฑ์ที่ใช้ประกอบการพิจารณาบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล 2) การรับรู้อารมณ์และความพยายามในการสื่อสารผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย ความรู้สึกแรกในการเข้ารับบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล และการปรับตัวให้เข้ากับระบบโดย ‘ไม่ให้วิดีโอคอลมาเป็นอุปสรรค’ 3) การรับรู้ถึงอรรถประโยชน์ของบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย การปรึกษาผ่านวิดีโอคอลสามารถทดแทนแบบพบหน้าได้ การรับรู้ความสัมพันธ์ผ่านวิดีโอคอลในมุมผู้รับบริการ ‘ความสะดวก รวดเร็ว ทันต่อเวลา’ ในบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล การปรึกษาทางวิดีโอคอลตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนวัยทำงาน การปรึกษาผ่านวิดีโอคอลเป็น ‘ตัวช่วย’ ในการลดการตีตราทางสังคม ตลอดจนความสบายใจในการเปิดเผยตัวตนผ่านบริการปรึกษาทางวิดีโอคอล 4) การรับรู้การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกหลังเข้ารับบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงภายในตน และการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น 5) ความมุ่งหวังของผู้รับบริการต่อบริการปรึกษาทางวิดีโอคอล ประกอบด้วย การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล การออกแบบบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอลที่ยึดหัวใจของผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง การขยายบริการปรึกษาทางวิดีโอคอลขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง สรุปผลการวิจัยช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์ทางจิตใจของบุคคลวัยทำงานที่เคยเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในหลากหลายมิติ โดยผู้รับบริการสามารถนำผลการวิจัยดังกล่าวนี้ไปพัฒนาการมีส่วนร่วมของตนในบริบทออนไลน์ ในขณะที่นักจิตวิทยาการปรึกษา และบุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพจิตสามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาแนวทางการให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป


บทบาทของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและการระบุตัวตนในระดับกลุ่ม ต่อการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ในประเทศไทย, จำเริญลักษณ์ ทองล้วน Jan 2023

บทบาทของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและการระบุตัวตนในระดับกลุ่ม ต่อการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ในประเทศไทย, จำเริญลักษณ์ ทองล้วน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์โดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนเป็นกรอบแนวคิดการวิจัย โดยมุ่งเน้นศึกษาอิทธิพลของเจตคติและการคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงต่อความตั้งใจในการทำพฤติกรรมโดยมีการระบุตัวตนระดับกลุ่มเป็นตัวแปรกำกับ ผู้วิจัยทำการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้มีความหลากหลายทางเพศ 103 คน ผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์และเก็บข้อมูลพฤติกรรมในอีก 2 สัปดาห์ถัดไป ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเจตคติต่อการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ (β = .30, p < .05 หนึ่งหาง) และการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์สามารถทำนายพฤติกรรมโดยมีตัวแปรความตั้งใจที่จะเข้าร่วมเป็นตัวแปรส่งผ่าน (β = .25, p < .05) อย่างไรก็ตามการระบุตัวตนในระดับกลุ่มไม่มีอิทธิพลกำกับ การวิเคราะห์รายข้อยังชี้ให้เห็นว่าเพศกำหนดชายมองว่าการเมืองและกฏหมายไม่เอื้อ และกลุ่มแนวคิดอนุรักษ์นิยมเป็นปัจจัยต่อต้านเด่นชัด เพศกำหนดหญิงมีความเชื่อว่าการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์จะสามารถแก้ปัญหาและทำให้มีผู้สนับสนุนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ