Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 31 - 60 of 1042

Full-Text Articles in Entire DC Network

การศึกษาความหนาแน่นและขนาดของเส้นผมในแต่ละบริเวณของศีรษะในผู้หญิงไทยอายุ 20-69 ปีที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรมเปรียบเทียบกับผู้ที่มีผมปกติ,การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง, ปัณณิกา ปฐมพาณิชย์พงศ์ Jan 2024

การศึกษาความหนาแน่นและขนาดของเส้นผมในแต่ละบริเวณของศีรษะในผู้หญิงไทยอายุ 20-69 ปีที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรมเปรียบเทียบกับผู้ที่มีผมปกติ,การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง, ปัณณิกา ปฐมพาณิชย์พงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาความแตกต่างของความหนาแน่นและขนาดเส้นผมในบริเวณต่างๆ ของศีรษะในหญิงไทยอายุ 20-69 ปี ระหว่างผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม และผู้ที่มีผมปกติ รวมถึงศึกษาความหนาแน่นของเส้นผมในแต่ละบริเวณของศีรษะในผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม และปัจจัยที่มีผลต่อความหนาแน่นของเส้นผมในหญิงไทยอายุ 20-69 ปี วิธีการวิจัย: การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง ผู้เข้าร่วมวิจัยประกอบด้วยหญิงไทยอายุ 20-69 ปี จำนวน 382 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคผมร่วงจากพันธุกรรมในเพศหญิงจำนวน 191 คน ซึ่งยังไม่ได้รับการรักษาแบบ Ludwig และ Olsen และกลุ่มผู้หญิงที่มีผมปกติจำนวน 191 คน โดยมีการซักประวัติ ตอบแบบสอบถาม และใช้อุปกรณ์ส่องดูสภาพผิวหนังขยายสูงเพื่อประเมินพารามิเตอร์ของเส้นผมในแต่ละบริเวณของศีรษะ ผลการศึกษา: การศึกษาในแต่ละบริเวณของศีรษะพบว่า ความหนาแน่นของเส้นผมในกลุ่มผู้ที่มีผมปกติและผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) โดยพบการลดลงของความหนาแน่นมากที่สุดในบริเวณฟรอนทัล พาไรทัล และเวอร์เท็กซ์ ตามลำดับ ส่วนขนาดของเส้นผมในกลุ่มผู้หญิงที่มีผมปกติและผมบางจากพันธุกรรมมีความแตกต่าง กันในบริเวณฟรอนทัล (p 0.001), พาไรทัล (p 0.007) และเวอร์เท็กซ์(p 0.002) การศึกษาในด้าน จำนวนเส้นผมต่อรูเปิดและสัดส่วนของผมเส้นอ่อนพบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ในทุกบริเวณที่ศึกษา ส่วนการศึกษาในกลุ่มผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรมพบว่าความ หนาแน่นของเส้นผมในแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแต่ขนาดของเส้น ผมในแต่ละบริเวณส่วนใหญ่ไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติและปัจจัยที่มีผลต่อความ หนาแน่นของเส้นผมที่ลดลง ได้แก่อายุและค่าดัชนีมวลกายที่สูงขึ้น (R=0.77,p=0.01)


Neutrophil-To-Lymphocyte Ratio At Admission And Development Of Epilepsy After Ischemic Stroke, Pannaporn Imemkamon Jan 2024

Neutrophil-To-Lymphocyte Ratio At Admission And Development Of Epilepsy After Ischemic Stroke, Pannaporn Imemkamon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ABSTRACTBackground: Post-stroke epilepsy (PSE) is associated with increased morbidity and mortality, yet reliable predictors for its occurrence remain undefined. The systemic immune-inflammation index (SII), an inflammatory marker, has shown promise in other inflammatory diseases, but its association with PSE is not well established.Objective: This study aimed to investigate the relationship between the SII, measured during hospitalization, and the development of PSE in patients who suffered from ischemic stroke.Methods: This retrospective cohort study included the patients aged 18 and above, who were hospitalized for ischemic stroke at our center between 1 Jan 2014 to 31 Dec 2017 and followed until the …


ความวิตกกังวล และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยก่อนผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก ที่รับไว้ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ณัฐธิดา รัชตารมย์ Jan 2024

ความวิตกกังวล และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยก่อนผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก ที่รับไว้ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ณัฐธิดา รัชตารมย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความวิตกกังวลของผู้ป่วยสูงอายุที่รับไว้ในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก และเพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลในผู้ป่วยก่อนได้รับการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย วิธีการศึกษา: เก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ป่วยผู้สูงอายุเพศชาย และเพศหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้ป่วยก่อนได้รับการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกฝ่ายออร์โธปิดิกส์ ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งรับไว้ในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน จำนวน 85 ราย โดยใช้แบบสอบถามรวมทั้งหมด 5 ชุด ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความวิตกกังวลแฝงและบบประเมินความวิตกกังวลขณะเผชิญ แบบประเมินระดับความวิตกกังวล (Visual Analog Scale-Anxiety: VASA) แบบประเมินความปวด และแบบวัดการสนับสนุนทางสังคม และใช้สถิติเชิงพรรณนา Mann-Whitney U Test Kruskal-Wallis Test และ Spearman’s rank correlation โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่น้อยกว่า 0.05 ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ย (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ของความวิตกกังวลขณะเผชิญ ในผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักเท่ากับ 48.15 คะแนน (11.06) ค่ามัธยฐาน (ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์) เท่ากับ 47 (40.0–57.5) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 49.4 จากคะแนนเต็ม 80 คะแนน ส่วนความวิตกกังวลในผู้ป่วยก่อนผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก มีค่าเฉลี่ย (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เท่ากับ 3.15 คะแนน (1.95) ค่ามัธยฐาน (ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์) เท่ากับ 3.0 (1.43–4.43) และพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันหลังผ่าตัด ส่วนปัจจัยที่มีเกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลในผู้ป่วยก่อนได้รับการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพก ได้แก่ ประสบการณ์ที่ผู้ป่วยเคยได้รับการผ่าตัด ระดับความเจ็บปวด ความวิตกกังวลแฝง และการสนับสนุนทางสังคมด้านความพึงพอใจ มีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลขณะเผชิญ และความวิตกกังวลก่อนผ่าตัด สรุปผลการศึกษา: ความวิตกกังวลในผู้ป่วยก่อนผ่าตัดกระดูกสะโพกหักส่วนใหญ่พบว่ามีความวิตกกังวลในระดับปานกลาง และพบปัจจัยที่สัมพันธ์กับความวิตกกังวลขณะเผชิญ และความวิตกกังวลก่อนผ่าตัด ซึ่งผลการศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถช่วยดูแลผู้ป่วยและจัดการกับความวิตกกังวลได้อย่างเหมาะสม และพัฒนาคุณภาพในการดูแลผู้ป่วยก่อนผ่าตัดกระดูกสะโพกหักทั้งในช่วงก่อนและหลังการผ่าตัด


Effects Of High-Intensity Inspiratory Muscle Training In Patients With Heart Failure With Mildly Reduced And Preserved Ejection Fraction: A Randomized Controlled Trial, Tran Huu Dat Jan 2024

Effects Of High-Intensity Inspiratory Muscle Training In Patients With Heart Failure With Mildly Reduced And Preserved Ejection Fraction: A Randomized Controlled Trial, Tran Huu Dat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Inspiratory muscle weakness (IMW) associates with exercise intolerance and poor prognosis in heart failure with preserved (HF-pEF) and mildly reduced ejection fraction (HF-mrEF). Inspiratory muscle training (IMT) has shown promise in improving IMW and functional capacity, but evidence for high-intensity IMT (HI-IMT) remains limited, particularly in HF-pEF and HF-mrEF.Objective: This study aimed to assess the effects of an home-based 8-week HI-IMT program on inspiratory muscle strength, exercise capacity, echocardiographic parameters, and quality of life in patients with HF-pEF and HF-mrEF.Methods: A randomized, double-blind, controlled trial with a prospective design was performed with 40 patients. Participants were randomly allocated to …


การเปลี่ยนแปลงของระดับ Gdf-15 และ Fgf-21 ในผู้ป่วยโรคอ้วนรุนแรงที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก, กนกวรรณ เกษรปทุมานันท์ Jan 2024

การเปลี่ยนแปลงของระดับ Gdf-15 และ Fgf-21 ในผู้ป่วยโรคอ้วนรุนแรงที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก, กนกวรรณ เกษรปทุมานันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background : ภาวะอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญและมีความสัมพันธ์กับโรคทางเมตาบอลิกรวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักในกรณีที่ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ด้วยการปรับพฤติกรรม และการใช้ยาลดน้ำหนักโดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคอ้วนรุนแรง โกรทดิฟเฟอเรนชิเอชันแฟกเตอร์ 15 (GDF-15) และไฟโบรบลาสต์โกรทแฟกเตอร์ 21 (FGF-21) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมความอยากอาหารและเมตาบอลิซึม โดยมีระดับสูงขึ้นในภาวะอ้วน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของระดับ GDF-15 และ FGF-21 ที่ 1, 3 และ 6 เดือนหลังการผ่าตัดกระเพาะอาหาร และความสัมพันธ์กับการลดน้ำหนัก การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการหายของโรคเบาหวาน Method : การศึกษานี้เป็นการศึกษาติดตามไปข้างหน้าในผู้ป่วยโรคอ้วนรุนแรงอายุ 18–70 ปี (ดัชนีมวลกาย ≥ 30 กิโลกรัม/ตร.ม.) ที่เข้ารับการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ถึงมิถุนายน พ.ศ. 2567 ได้รับการเจาะเก็บเลือดเพื่อตรวจระดับพลาสมาของ GDF-15 และ FGF-21 ร่วมกับพารามิเตอร์เมตาบอลิกอื่นๆ รวมไปถึงน้ำหนักและดัชนีมวลกายเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมตาบอลิกและน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงระหว่างก่อนการผ่าตัด และที่ 1, 3 และ 6 เดือนหลังการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก Result: ในผู้ป่วย 47 รายที่เข้ารับการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ระดับ GDF-15 ที่หลังผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนักที่ 6 เดือนไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับก้อนผ่าตัด แต่มีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 1 และ 3 เดือนเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนผ่าตัด ส่วนระดับ FGF-21 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 1 และ 3 เดือน โดยไม่มีความแตกต่างที่ 6 เดือน การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหารแบบรู-เอ็น-วายผ่านกล้อง (RYGB) พบมีการเปลี่ยนแปลงของ GDF-15 และ FGF-21 มากกว่าการผ่าตัดกระเพาะอาหารแบบสลีฟผ่านกล้อง (LSG) โดยระดับ GDF-15 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 1 และ 3 เดือน และระดับ FGF-21 เพิ่มขึ้นที่ 3 เดือนอย่างมีนัยสำคัญ …


The Study On Elderly Hip Fracture, An Initial Management And Effect Of Sarcopenia In Elderly Hip Fracture, Sanzhar Artykbay Jan 2024

The Study On Elderly Hip Fracture, An Initial Management And Effect Of Sarcopenia In Elderly Hip Fracture, Sanzhar Artykbay

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทนำ: ภาวะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุถือเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการเจ็บป่วย อัตราการเสียชีวิต และภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อย่างมหาศาล วิธีการตรึงกระดูกก่อนผ่าตัดและภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ซึ่งเป็นภาวะที่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง ส่งผลกระทบสำคัญต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัดและการฟื้นฟู การศึกษานี้จึงมุ่งเน้นการประเมิน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประสิทธิภาพของรองเท้าบูทรักษาการหมุนเมื่อเทียบกับการดึงผิวหนังเพื่อลดความเจ็บปวด และความสัมพันธ์ระหว่างภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยกับการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการผ่าตัดกระดูกสะโพก วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินความไม่ด้อยกว่าของรองเท้าบูทรักษาการหมุนเมื่อเทียบกับการดึงผิวหนังในการลดความเจ็บปวดและเพิ่มความสบายของผู้ป่วย เพื่อศึกษาผลกระทบของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยต่อผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการผ่าตัดในผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักสูงอายุ วิธีการ: การศึกษาที่ 1 ใช้การทดลองแบบสุ่มที่ควบคุมหลายศูนย์ในผู้ป่วย 97 รายเพื่อเปรียบเทียบรองเท้าบูทรักษาการหมุนกับการดึงผิวหนังในผู้ป่วยที่มีกระดูกสะโพกหักแบบอินเตอร์โทรแคนเทอริก การศึกษาที่ 2 ศึกษาผู้ป่วยสูงอายุ 60 รายที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบ Bipolar Hemiarthroplasty โดยประเมินภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยตามเกณฑ์ของกลุ่มทำงานในเอเชีย (AWGS) ผลลัพธ์การฟื้นฟูสมรรถภาพถูกประเมินด้วยดัชนี Barthel, การทดสอบ SPPB, คะแนน HHS และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกภายหลัง 3 เดือน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ใช้ Structural Equation Modeling (SEM) ผลการศึกษา: รองเท้าบูทรักษาการหมุนมีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่าการดึงผิวหนังในการลดความเจ็บปวดภายใน 24 ชั่วโมง และเพิ่มความสบายได้ดีกว่า (คะแนน ICQ: 82.0 เทียบกับ 76.8, p=0.0015) ในขณะที่ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลลัพธ์ทุกด้าน ได้แก่ ดัชนี Barthel (β=−17.53 ...


Depletion Of Oxalate In High-Oxalate Beverages By Positively Charged Particles, Sukrita Aungsuthan Jan 2024

Depletion Of Oxalate In High-Oxalate Beverages By Positively Charged Particles, Sukrita Aungsuthan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Excessive dietary intake of oxalate is a key risk factor of calcium oxalate (CaOx) nephrolithiasis. Therefore, limiting daily oxalate intake is recommended to prevent CaOx stone formation. Black tea and coffee are commonly consumed beverages that are rich in oxalate, and avoidance of tea and coffee consumption is relatively hard. In this study, therefore, we aimed to develop a novel tool for depleting oxalate in black tea and coffee. Since oxalate is negatively charged, we hypothesized that positively charged particles would be an effective tool for capturing and removing oxalate. Hydroxyapatite (HA) and calcium alginate (Ca-Alg) beads were fabricated and …


Antibacterial And Anti-Inflammatory Activities Of Herbal Formulas And Its Components: Ya-Kao Formula And The Formula Of Propolis Extract And Hemp Extract, Naruemon Perstwong Jan 2024

Antibacterial And Anti-Inflammatory Activities Of Herbal Formulas And Its Components: Ya-Kao Formula And The Formula Of Propolis Extract And Hemp Extract, Naruemon Perstwong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The COVID-19 pandemic has prompted the Thai government to explore herbal medicines grounded in Traditional Thai Medicine (TTM) knowledge and review literature. Highlighted herbs formula, including Ya-Kao formula and propolis extract, have been recommended as supportive treatments for non-symptomatic COVID-19 patients. Additionally, Cannabis sativa (C. sativa) has gained recognition for its pharmacological properties, such as analgesic effects, pain relief, and anti-SARS-CoV-2 activity. One formula, Ya-Kao, traditionally used for fever relief, is documented in TTM textbook. The second formula is propolis extract (PE) was combined with C. sativa extract (CS). However, the efficacy and effectiveness require further scientific investigation. This study …


The Struggle For Educationamong Somali Refugees In Bangkok, Kochaporn Tohsa Jan 2024

The Struggle For Educationamong Somali Refugees In Bangkok, Kochaporn Tohsa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The study investigates the multifaceted barriers – legal, institution, social and cultural – hindering Somali refugee children in accessing education in Bangkok, Thailand. Rooted in prolonged political instability and economic constraints in Somalia, which has forced thousands of families to flee their homes throughout Southeast Asia, the study situates the struggles of Somali refugee children within the context of Bangkok’s urban refugee setting. Thailand is home to a large number of undocumented migrants, including a small but growing number of Somali refugee families, despite not being a signatory state to the 1951 Refugee Convention and its 1967 Protocol. These refugee …


Bioactive Extracts Of The Roots Of Cannabis Sativa L. Against Dental Pathogens, Pattarapol Udomlarp Jan 2024

Bioactive Extracts Of The Roots Of Cannabis Sativa L. Against Dental Pathogens, Pattarapol Udomlarp

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The roots of Cannabis sativa L. are often underutilized and regarded as agricultural waste, despite reports of bioactive compounds with potential pharmaceutical applications. This study focused on developing an ecofriendly method for extracting triterpenoids and investigating the oral antimicrobial activity of cannabis root extracts. The primary objectives were to optimize an extraction process yielding high triterpenoid content and evaluate the potential of extracts to inhibit dental pathogens, thereby promoting the value of cannabis roots for future applications.The efficiency of Soxhlet solvent extraction, ultrasonic-assisted extraction (UAE), subcritical water extraction, and subcritical dimethyl ether extraction (SDMEE) was compared for yielding triterpenoids, particularly …


Probiotics-Encapsulated Hydrogel Beadsfor Functional Food Applications, Korlid Thinkohkaew Jan 2024

Probiotics-Encapsulated Hydrogel Beadsfor Functional Food Applications, Korlid Thinkohkaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The growing application of probiotics in functional food products has highlighted the need to preserve their viability and stability throughout gastrointestinal transit and storage. This study aims to address these issues by developing and optimizing biopolymer-based hydrogel beads using a vibrational nozzle-assisted ionic gelation method. Initially, probiotics were encapsulated in chitosan-coated alginate/gellan gum microcapsules using a vibrational nozzle-assisted ionic gelation method. The encapsulation process was optimized via response surface methodology, achieving high encapsulation efficiency (97.35%) under optimal conditions (0.6% gellan gum, 1.61% CaCl2, and a flow rate of 9.84 mL/min). The optimized microcapsules demonstrated strong tolerance to simulated gastric fluid …


ผลของอาหารเม็ดสำเร็จรูปเสริมด้วยจุลินทรีย์ Aurantiochytrium Limacinum ต่อความสมบูรณ์พันธุ์ของแม่พันธุ์ปูขาว Scylla Paramamosain, ปฏิภาณ จันทรมณี Jan 2024

ผลของอาหารเม็ดสำเร็จรูปเสริมด้วยจุลินทรีย์ Aurantiochytrium Limacinum ต่อความสมบูรณ์พันธุ์ของแม่พันธุ์ปูขาว Scylla Paramamosain, ปฏิภาณ จันทรมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมจุลินทรีย์ Aurantiochytium limacinum ในอาหารเม็ดสำเร็จรูปต่อความสมบูรณ์พันธุ์ของแม่พันธุ์ปูขาว Scylla paramamosain จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี (proximate composition) ในอาหารเม็ดสำเร็จรูปพบว่า ปริมาณโปรตีนของอาหารแต่ละชุดการทดลองอยู่ในช่วง 43.58-48.22% ไขมัน 12.46-14.44% และคาร์โบไอเดรต 12.62-13.90% โดยชุดควบคุมมีปริมาณโปรตีนและไขมันสูงกว่าชุดที่เสริมจุลินทรีย์อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) แต่เมื่อวิเคราะห์ปริมาณกรดไขมันในอาหารทั้ง 3 ชุดการทดลอง พบว่าอาหารเม็ดสำเร็จรูปเสริมด้วยจุลินทรีย์ A (imacinum 2% มีปริมาณรวมของกรดไขมันชนิด PUFA สูงกว่าชุดที่เสริมด้วย จุลินทรีย์ A. limacinum 1% และชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) เมื่อเปรียบเทียบระยะพัฒนาการของรังไข่ของแม่พันธุ์ปูที่ได้รับอาหารเป็นระยะเวลา 60 วัน พบว่าแม่พันธุ์ปูที่ได้รับอาหารเม็ดเสริมด้วยจุลินทรีย์ A. Pimacinum 2% มีรังไข่ระยะสมบูรณ์ (OV4) มากที่สุด (75%) รองลงมาเป็นแม่พันธุ์ปู่ที่ได้รับอาหาร A limacinum 1% มีรังไข่ส่วนใหญ่เป็นระยะ OV3 คิดเป็น 75% และ OV4 คิดเป็น 25% ในขณะที่ชุดควบคุมพบว่ารังไข่อยู่ในระยะที่ 1-2 (75%) เมื่อ วิเคราะห์ปริมาณกรดไขมันในรังไข่ของแม่พันธุ์ปูแต่ละชุดการทดลอง พบว่า รังไข่ของแม่พันธุ์ปู่ี่ได้รับอาหาร A (imacinum 2% มีปริมาณกรดไขมันอิ่มตัว (SFA) เป็น 67.29 me/s Dw สูงกว่าชุดที่ได้รับอาหาร A. (imacinum 1%และชุดควบคุมที่มีค่า 65.52, 53.74 mg/g DW ตามลำดับ ในขณะที่รังไข่ของแม่พันธุ์ปู่ี่ได้รับอาหารชุด A. (imacinum 1% มีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัว MUFA และ PUFA มีค่า 55.24 และ 19.82 mg/g DW ตามลำดับ และสูงกว่าชุดที่ได้รับอาหารA. (imacinum 2% มีค่า 52.2 และ 17.17 mg/g DW ตามลำดับ และชุดควบคุมที่มีค่า 46.06 และ 15.75 me/e DW ตามลำดับ จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่าปริมาณจุลินทรีย์ A. (imacinum ที่เหมาะสมในการเสริมพัฒนาการของรังไข่ของแม่พันธุ์ปูทะเลอยู่ในช่วง 1% และให้จำนวนแม่พันธุ์ปูออกไข่นอกกระดองมากที่สุด


Induced Thermotolerance In Metarhizium Spp. Using Gamma Irradiation And Mass Spore Production Using Various Substrates To Control Brown Planthopper Nilaparvata Lugens (Stål), Suleiman Abba Muazu Jan 2024

Induced Thermotolerance In Metarhizium Spp. Using Gamma Irradiation And Mass Spore Production Using Various Substrates To Control Brown Planthopper Nilaparvata Lugens (Stål), Suleiman Abba Muazu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The brown planthopper (BPH), Nilaparvata lugens (Stål), is a major rice pest in Southeast Asia and is developing increased resistance to chemical insecticides. Fungi from the genus Metarhizium offers a promising alternative for biological control, but their efficacy is constrained by slow infectivity and environmental sensitivity. In this study, two Metarhizium isolates, MLUBN038 and MNMHN031, were identified as M. koreanum by multilocus phylogenetic analysis. Improving thermotolerance of the fungus using gamma irradiation generated 79 thermotolerant mutants. Among them, ML038-Mt 71 and MN031-Mt 46 showed improved vegetative heat tolerance at 39 °C and conidial resistance at 45 °C, along with enhanced …


ผลของการดื่มนมถั่วลูกไก่ที่มีต่อสมรรถภาพความอดทนในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง, ภารวี หิรัญเจริญ Jan 2024

ผลของการดื่มนมถั่วลูกไก่ที่มีต่อสมรรถภาพความอดทนในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง, ภารวี หิรัญเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของนมถั่วลูกไก่ที่มีผลต่อสมรรถภาพความอดทนในการวิ่งของนักวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอนหญิง และเปรียบเทียบผลของการดื่มนมถั่วลูกไก่และนมถั่วเหลืองที่ส่งผลต่อการตอบสนองสารชีวเคมีในร่างกายและสมรรถภาพความอดทนของนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง อายุระหว่าง 25 – 35 ปี จำนวน 14 คน ทำการทดลองในลักษณะแบบไขว้ สุ่มลำดับ และอำพรางสองฝ่าย เพื่อสุ่มลำดับการรับประทานเครื่องดื่ม ได้แก่ ครั้งที่ 1 นมถั่วลูกไก่ ครั้งที่ 2 นมถั่วเหลือง และครั้งที่ 3 สารหลอก ตัวแปรที่ทำการศึกษา ได้แก่ น้ำตาลในเลือด แลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระ และครีเอทีนไคเนส อาสาสมัครดื่มเครื่องดื่มและพัก 30 นาที แล้วขึ้นวิ่งบนลู่วิ่งกล อาสาสมัครได้รับการทดสอบอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกาย (VO2max) เพื่อกำหนดความเร็ว 60% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (VT1) วิ่งเป็นเวลา 60 นาที และปรับความเร็วเป็น 80% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (VT2) วิ่งจนเหนื่อยหมดแรง ระหว่างการวิ่ง มีการเก็บผลน้ำตาลในเลือด แลคเตทในเลือด ระดับอัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซ ระดับความรับรู้ต่อความเหนื่อยล้า และ อัตราการเต้นของหัวใจ เมื่ออาสาสมัครวิ่งจนเหนื่อยหมดแรง ทำการคลายความหนัก 5 นาทีและพัก 5 นาที ก่อนเก็บตัวอย่างเลือด หลังการทดสอบนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทดสอบความแปรปรวนแบบเกี่ยวข้องกันสองทาง ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05ผลการวิจัย ผลของการดื่มเครื่องดื่มทั้ง 3 ชนิด ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในตัวแปรแลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระ ครีเอทีนไคเนส ระดับอัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซ ระดับความรับรู้ต่อความเหนื่อยล้า และระยะเวลาของการออกกำลังกายจนเหนื่อยหมดแรง แต่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในน้ำตาลในเลือด ระหว่างกลุ่มนมถั่วลูกไก่ นมถั่วเหลือง และสารหลอกสรุปผลการวิจัย ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในตัวแปรแลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระ ครีเอทีนไคเนส ระดับอัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซ ระดับความรับรู้ต่อความเหนื่อยล้า และระยะเวลาของการออกกำลังกายจนเหนื่อยหมดแรง ในระหว่างกลุ่มนมถั่วลูกไก่ นมถั่วเหลืองและสารหลอก แต่ภายในกลุ่มนมถั่วลูกไก่ มีแนวโน้มที่ดีในระดับน้ำตาลในเลือด แลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระและครีเอทีนไคเนส ดังนั้น …


ผลของการผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบแอนแอโรบิกในนักกีฬาแฮนด์บอลเยาวชนเพศหญิง, สราลี วุฒิพิทยาธร Jan 2024

ผลของการผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบแอนแอโรบิกในนักกีฬาแฮนด์บอลเยาวชนเพศหญิง, สราลี วุฒิพิทยาธร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research design) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบแอนแอโรบิกในนักกีฬาแฮนด์บอลเยาวชนเพศหญิง เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นนักกีฬาแฮนด์บอลระดับเยาวชนเพศหญิง อายุระหว่าง 15 - 18 ปี จากทีมแฮนด์บอลโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ จำนวน 16 คน แบ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน ด้วยวิธีการจับคู่ (Matched pair) จากผลการทดสอบความคล่องแคล่วว่องไวของอิลลินอยส์ อยู่ในช่วง 17 - 19 วินาที กลุ่มทดลองทำการฝึกผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทาง และกลุ่มควบคุมทำการฝึกพลัยโอเมตริกและการฝึกเปลี่ยนทิศทาง ทั้งสองกลุ่มฝึก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ทำการทดสอบด้านสรีรวิทยา ได้แก่ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก และมวลกล้ามเนื้อ และทดสอบทางด้านสมรรถภาพทางกาย ได้แก่ พลังสูงสุด เวลาในการสปริ๊นท์ระยะ 5 เมตร และ 10 เมตร ความคล่องแคล่วว่องไว และความสามารถแบบแอนแอโรบิก ก่อนการฝึก หลังการฝึก 4 สัปดาห์ และหลังการฝึก 8 สัปดาห์ หลังจากนั้นวิเคราะห์ความแตกต่างภายในกลุ่มด้วยสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวชนิดวัดซ้ำ (One-way ANOVA with repeated measures) และเมื่อพบความแตกต่างจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ Bonferroni และวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างกลุ่มด้วยการวิเคราะห์สถิติ Independent Sample t-test กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า หลังการฝึก 4 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความคล่องแคล่วว่องไวแตกต่างกับกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเวลาสปริ๊นท์ระยะ 5 เมตร และ 10 เมตร ความสามารถแบบแอนแอโรบิกและดัชนีความล้าแตกต่างกับกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และไม่พบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยพลังสูงสุดและพลังแบบแอนแอโรบิกระหว่างกลุ่ม หลังการฝึก 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ยพลังสูงสุด …


การพัฒนาผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงต่อการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ, ณฐมน เปียแก้ว Jan 2024

การพัฒนาผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงต่อการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ, ณฐมน เปียแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมล็ดกัญชงอุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถช่วยลดการอักเสบและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ การวิจัยในครั้งนี้จึงต้องการพัฒนาผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงและศึกษาผลการนำไปใช้ในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนาการในผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และความชื่นชอบผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ พบว่าผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงที่พัฒนาได้ปริมาณ 1 หน่วยบริโภค (40 กรัม) ประกอบด้วยโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ร้อยละ 83 – 93 มอลโทเด็กซ์ทริน ร้อยละ 5 – 15 ซูคราโลส น้อยกว่าร้อยละ 1 และวัตถุเจือปนอาหาร (สารแต่งกลิ่นรส, สารแต่งสี) น้อยกว่าร้อยละ 1 และนำส่งตรวจคุณค่าทางโภชนาการพบว่ามีโปรตีน 20.03 กรัม กรดอะมิโนแบบโซ่กิ่ง 3.26 กรัม และไขมันทั้งหมด 5.16 กรัม จากนั้นให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ อายุระหว่าง 20 - 30 ปี ที่รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทโปรตีนเป็นปกติ จำนวน 30 คน ให้คะแนนความชอบแบบ 9-Point Hedonic Scale พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยระหว่าง 5.00-7.99 แปลผลได้ว่ากลุ่มตัวอย่างรู้สึกเฉยๆ สามารถยอมรับผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงได้ ขั้นตอนที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลฉับพลันของผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงที่มีต่อการอักเสบของกล้ามเนื้อ และเพื่อเปรียบเทียบผลในช่วง 8 สัปดาห์ ระหว่างผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ผงชงดื่มโปรตีนจากถั่วเหลือง และผงชงดื่มจากเวย์โปรตีนที่มีต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ประกอบไปด้วย 3 ระยะ แบ่งกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน ได้แก่ กลุ่ม A บริโภคผงชงบริโภคโปรตีนจากเมล็ดกัญชง กลุ่ม B บริโภคผงชงดื่มโปรตีนจากถั่วเหลือง และ กลุ่ม C บริโภคผงชงดื่มโปรตีนจากเวย์โปรตีน ทดสอบผลฉับพลันของผงชงดื่มโปรตีน (ระยะที่ 1) ที่มีต่อสารชีวเคมีในเลือดและแรงหดตัวสูงสุดของกล้ามเนื้อ โดยทดสอบก่อนการทดลอง หลังการทดลองทันที หลังการทดลอง 24 และ 48 …


ผลของความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเติบโต การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ และองค์ประกอบทางชีวเคมีในจุลสาหร่ายสีเขียว Chlorococcum Humicola, ภัคพล ไตรเสรีกิจ Jan 2024

ผลของความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการเติบโต การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ และองค์ประกอบทางชีวเคมีในจุลสาหร่ายสีเขียว Chlorococcum Humicola, ภัคพล ไตรเสรีกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้นำเสนอผลการศึกษาในจุลสาหร่าย Chlorococcum humicola ที่เพาะเลี้ยงในระบบแบตช์เป็นเวลา 10 วัน ภายใต้ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ที่แตกต่างกัน (0.04% ถึง 20%) และก๊าซเสียสังเคราะห์ เปรียบเทียบกับจุลสาหร่าย Chlorella vulgaris โดยเน้นที่ผลผลิตชีวมวล ผลผลิตแคโรทีนอยด์ และศักยภาพในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ในชุดการทดลองที่เพาะเลี้ยงที่ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ 5% นั้นได้รับผลน้ำหนักแห้งเมื่อสิ้นสุดการทดลองสูงสุด (869 ± 133.2 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับ C. humicola และ 1284 ± 132.6 มิลลิกรัม/ลิตร สำหรับ C. vulgaris) พร้อมกับอัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ (154 ± 22.74 มิลลิกรัม/ลิตร·วัน สำหรับ C. humicola และ 214 ± 13.51 มิลลิกรัม/ลิตร·วัน สำหรับ C. vulgaris) จุลสาหร่ายทั้งสองสายพันธุ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงความทนทานต่อก๊าซเสียสังเคราะห์ (CO2 = 15.50%, NOX = 220 พีพีเอ็ม และ SOX = 1.30 พีพีเอ็ม) ทำให้มีความเข้มข้นของชีวมวลเทียบได้กับที่สังเกตได้ภายใต้ความเข้มข้นคาร์บอนไดออกไซด์ 10% และ 15% รวมถึงอากาศปกติ เมื่อเพาะเลี้ยงด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ความเข้มข้น 5% จุลสาหร่ายทั้งสองสายพันธุ์ยังแสดงปริมาณแคโรทีนอยด์รวมสูงสุดในชุดการทดลองนี้ โดยนีโอแซนทินและวิโอลาแซนทินมีปริมาณมากที่สุดและพบเบต้าแคโรทีนเฉพาะในจุลสาหร่าย C. humicola ในขณะที่ลูทีนมีมากที่สุดใน C. vulgaris ข้อได้เปรียบของจุลสาหร่าย C. humicola ที่แตกต่างจาก C. vulgaris ก็คือ C. humicola มีการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้กระบวนการเก็บเกี่ยวชีวมวลง่ายขึ้นโดยสามารถใช้วิธีการเก็บเกี่ยวที่ใช้พลังงานต่ำและคุ้มทุน เช่น การตกตะกอนโดยแรงโน้มถ่วงและการกรอง อีกทั้งในกระบวนการเก็บเกี่ยว C. humicola นี้มีประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวโดยการตกตะกอนอยู่ที่ 90% โดยประมาณ


รูปแบบการสืบสานคุณค่าวัฒนธรรมการกินเจสู่ความยั่งยืน, ยงเหมย จาว Jan 2024

รูปแบบการสืบสานคุณค่าวัฒนธรรมการกินเจสู่ความยั่งยืน, ยงเหมย จาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของวัฒนธรรมการกินเจ 2) เพื่อวิเคราะห์คุณค่าของวัฒนธรรมการกินเจ 3) นำเสนอรูปแบบการสืบสานคุณค่าวัฒนธรรมการกินเจสู่ความยั่งยืน โดยผู้วิจัยได้ศึกษาจากวัดจีน ศาลเจ้า และโรงเจ รวมจำนวนทั้งสิ้น 11 แห่ง ซึ่งมีการจัดกิจกรรมกินเจอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ซึ่งมีบทบาทในการสืบสานวัฒนธรรมการกินเจในเขตกรุงเทพมหานคร และสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกินเจในประเทศไทย จำนวน 41 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แบบการสื่อสารส่วนบุคคล 2) แบบบันทึกการสังเกต 3) แบบบันทึกภาคสนาม 4)แบบสนทนากลุ่ม โดยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง การวิจัยภาคสนาม และการจัดสนทนากลุ่มผลการศึกษาพบว่า ในส่วนขององค์ประกอบ 1) องค์มติ สะท้อนความเชื่อในพุทธมหายานและลัทธิเต๋า โดยมีการบูชากลุ่มดาวและเทพเจ้าต่าง ๆ ในพิธีกินเจเดือนเก้า 2) องค์การทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมมีบทบาทสำคัญในการวางแผน จัดงบประมาณ และควบคุมการดำเนินงานเทศกาลกินเจให้เป็นไปตามเป้าหมาย 3) องค์พิธีการ การกินเจประจำวันมักไม่ประกอบพิธี ส่วนในเทศกาลกินเจจะมีพิธีกรรมใหญ่และพิธีประจำวัน 4) องค์วัตถุ ได้แก่ สถานที่สำคัญ อาหารเจ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการประกอบพิธีและสื่อถึงวัฒนธรรมการกินเจ ซึ่งล้วนมีความหมายเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความบริสุทธิ์และการปฏิบัติตนตามหลักการกินเจอย่างครบถ้วน ผู้วิจัยวิเคราะห์คุณค่าของวัฒนธรรมการกินเจผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1) ด้านประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนการถ่ายทอดวัฒนธรรมของชาวจีนอพยพซึ่งหลอมรวมเข้ากับสังคมไทยผ่านศาสนาและวิถีชีวิตจนกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมที่ยั่งยืน 2) ด้านสุนทรียศาสตร์ ที่ปรากฏในศิลปะ สถาปัตยกรรม การตกแต่ง การแสดง และอาหารเจซึ่งสร้างความงดงามและความรู้สึกร่วมในชุมชน 3) ด้านจริยศาสตร์ ที่ส่งเสริมคุณธรรม เช่น ความเมตตา การไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเข้าใจผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นที่พึ่งทางใจในการฝึกจิตและรักษาศีลธรรม และ 4) ด้านภูมิปัญญา ซึ่งสะท้อนผ่านการปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย การสร้างสรรค์เมนูเจที่หลากหลาย ตลอดจนความรู้ด้านโภชนาการที่ส่งเสริมสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การนำเสนอรูปแบบการสืบสานคุณค่าของวัฒนธรรมการกินเจสู่ความยั่งยืน โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1) รูปแบบการสืบสานคุณค่าของวัฒนธรรมการกินเจที่เป็นแนวคิดเชิงระบบที่เน้นการประพฤติปฏิบัติจริง และ 2) รูปแบบเชิงแนวคิด (Concept) …


Effect Of Ball Mill On Physical Properties Of Cocoa Powder, Maurizio Asfalto Jan 2024

Effect Of Ball Mill On Physical Properties Of Cocoa Powder, Maurizio Asfalto

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cocoa powder is one of the most used ingredient in food products, especially beverage and bakery product since it gives the unique and favoured taste. However, cocoa powder is limited water dispersibility. Therefore, ball milling (BM) has been explored its effect of cocoa powder on its size reduction and physicochemical properties in this study. The cocoa powders with two different fat contents (H = 16.67% fat, L = 8.95% fat) and their defatted one were selected. Different combinations of BM treatment at 450/550 rpm and 10/20/30 min were applied to assess the role of speed and milling time in the …


Effect Of Chitosan And Nano-Tio2 Coating On Postharvest Qualities Of ‘Nam Dok Mai Si Thong’ Mango, Simona Dangelo Jan 2024

Effect Of Chitosan And Nano-Tio2 Coating On Postharvest Qualities Of ‘Nam Dok Mai Si Thong’ Mango, Simona Dangelo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated the individual and combined effects of chitosan (CH) and titanium dioxide (TiO₂), both with and without UV exposure, on delaying ripening, minimizing weight loss, and preserving the postharvest quality of mangoes stored at 25 ± 2 °C for up to 12 days. Key parameters assessed included physicochemical attributes, antioxidant content, in vitro antioxidant capacity, and microbial deterioration. The treatments applied were: (1) control (C), (2) chitosan (CH), (3) CH–TiO₂ composite (CT), (4) control with UV treatment (C-UV), (5) CH with UV (CH-UV), (6) CT with repeated UV exposure (CT-UV), and (7) CT with a single UV exposure …


Characterization Of Mannanase From Bacillus Subtilis Hm7 And Prebiotic Production, Kornwarin Chumnankul Jan 2024

Characterization Of Mannanase From Bacillus Subtilis Hm7 And Prebiotic Production, Kornwarin Chumnankul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Mannan oligosaccharides (MOS) have been utilized as food and feed additives due to their various advantages, including modulation and regulation of gut microbiota. Moreover, MOS can enhance tight junction activity by activating the AMPK signaling pathway. MOS can be produced by β-mannanase, a widely used enzyme in various industries. This study aims to clone, express, purify, and biochemically characterize the β-mannanase (MAN26HM7/A), and determine substrate specificity and hydrolytic products from konjac, copra meal, and coffee bean. Man26HM7/A was successfully cloned into pET-21b, resulting in pETMan26HM7/A. pETMan26HM7/A was expressed in E. coli BL21, induced by 0.4 mM IPTG at 37 °C …


Extraction Of Cannabidiol From Hemp Leaf Using Supercritical Fluid Technique And Production Of Cannabidiol Emulsion Microencapsule By Freeze Drying, Saranya Jansamutr Jan 2024

Extraction Of Cannabidiol From Hemp Leaf Using Supercritical Fluid Technique And Production Of Cannabidiol Emulsion Microencapsule By Freeze Drying, Saranya Jansamutr

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to extract, purify, formulate, and evaluate the bioactivities of cannabidiol (CBD) derived from hemp (Cannabis sativa L.) leaves. Supercritical carbon dioxide (SC-CO2) extraction at pressures of 1,600–1,800 psi, combined with flash chromatography, was employed to obtain CBD-rich extracts. Higher extraction pressure significantly increased both yield and CBD concentration (p ≤ 0.05), with 1,800 psi selected for further formulation. The extracts were developed into emulsions and microcapsules using freeze-drying and ß-cyclodextrin as an encapsulating agent to enhance chemical stability. Emulsions were formulated using MCT oil, Tween 20, and lecithin in various ratios including 9:5:5 (formula 1), 8:4:4 (formula …


การสังเคราะห์และหาลักษณะเฉพาะของซีโอไลต์-ไทเทเนียมไดออกไซด์ในสารเคลือบบรรจุภัณฑ์สำหรับดูดซับและกำจัดเอทิลีน, รัฐชัย เสียงใหญ่ Jan 2024

การสังเคราะห์และหาลักษณะเฉพาะของซีโอไลต์-ไทเทเนียมไดออกไซด์ในสารเคลือบบรรจุภัณฑ์สำหรับดูดซับและกำจัดเอทิลีน, รัฐชัย เสียงใหญ่

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสุกของผลิตผลทางการเกษตรเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเช่น ปัจจัยเชิงกายภาพ ปัจจัยเชิงชีวภาพ และปัจจัยเชิงเคมี โดยการผลิตและปลดปล่อยเอทิลีนถือเป็นปัจจัยทางเคมีที่ความสำคัญที่ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรเกิดการสุก โดยเฉพาะในกลุ่มของผลไม้ที่บ่มให้สุกได้ การปลดปล่อยเอทิลีนในระดับที่มากขึ้นจะเร่งให้เกิดการสุก นำไปสู่การสูญเสียน้ำ คุณค่าทางโภชนาการ และทำให้เกิดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์นำไปสู่การเน่าเสียของผลิตผลทางการเกษตรในที่สุด การวิจัยในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสังเคราะห์ ศึกษาสมบัติในการกำจัดเอทิลีน รวมถึงสมบัติด้านอื่น ๆ ของกระดาษที่ผ่านการเคลือบด้วยสารเคลือบฐานน้ำที่มีซีโอไลต์ ไทเทเนียมไดออกไซด์ และวัสดุเชิงประกอบซีโอไลต์-ไทเทเนียมไดออกไซด์เป็นองค์ประกอบที่ความเข้มข้นต่าง ๆ (ร้อยละ 5 10 และ 15 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร) ผลการวิจัยพบว่ากระดาษที่เคลือบด้วยสารเคลือบที่มีวัสดุเชิงประกอบซีโอไลต์-ไทเทเนียมไดออกไซด์จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าทั้งในด้านของการดูดซับและกำจัดเอทิลีน โดยสามารถลดระดับเอทิลีนได้มากถึงร้อยละ 85.46 เมื่อเทียบกับกระดาษที่มีสารเคลือบซีโอไลต์ (ร้อยละ 65.96) ไทเทเนียมไดออกไซด์ (ร้อยละ 59.59) และกระดาษคราฟท์ที่ไม่ผ่านการเคลือบสารเคลือบ (ร้อยละ 27.89) และเมื่อนำไปทดสอบกับผลิตผลทางการเกษตรจริงคือ มะเขือเทศราชินี พบว่ากระดาษที่มีสารเคลือบซีโอไลต์-ไทเทเนียมไดออกไซด์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 15 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการดูดซับและกำจัดเอทิลีนทำให้มะเขือเทศราชินีที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์มีการสุกช้าที่สุดโดยดูได้จากผลการทดสอบการเปลี่ยนแปลงสี ความแน่นเนื้อ และร้อยละของน้ำหนักที่หายไปซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกรณีอื่น ๆ นอกจากนี้กระดาษเคลือบยังมีสมบัติการต้านทานการขัดถูหรือการเสียดสีได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่พบความแตกต่างที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าหลังจากการขัดถู 1,000 ครั้ง สุดท้ายผลการวิจัยแสดงให้ถึงประสิทธิภาพของสารเคลือบในการประยุกต์ใช้เป็นสารเคลือบสำหรับบรรจุภัณฑ์แบบแอกทีฟ สำหรับการบรรจุผลิตผลทางการเกษตรเพื่อช่วยในการรักษาคุณภาพและยืดอายุในการเก็บรักษาให้นานยิ่งขึ้น


Association Among Visual Attention, Anger Reactivity, And Emerging Executive Function: A Multi-Time Point Study In 2-Year-Old Children, Supattra Sittiwang Jan 2024

Association Among Visual Attention, Anger Reactivity, And Emerging Executive Function: A Multi-Time Point Study In 2-Year-Old Children, Supattra Sittiwang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Infant attention serves as a crucial foundation for learning; however, studies examining attention from birth to two years of age have been limited. This research aimed to conduct a multi-time point study to investigate the relationship between visual attention in three attention networks (alerting, orienting, and executive control networks) at ages 5 weeks, 4 months, 7 months, and 12 months, and emerging executive function (emerging EF) at 24 months, with anger reactivity at 12 months as a moderating variable. The study involved 322 mothers engaged in agriculture and their infants in Chiang Mai Province. Data were gathered through observations of …


Effect Of Video Game Playing On Character Strengths, Natdanai Iamwattanaseree Jan 2024

Effect Of Video Game Playing On Character Strengths, Natdanai Iamwattanaseree

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Character strengths have been widely studied in areas such as the workplace, education, and relationships. However, little research has explored the relationship between video games and character strengths, particularly from a causal perspective. This research aims to examine how playing action and adventure video games may influence character strengths, drawing on game and behavior change theories. The study includes two parts: a correlational study and a field experiment. The first study surveyed 597 participants using snowball sampling to explore the effects of different game genres on character strengths. Results showed that game genre significantly had a main effect on character …


Rheological Study Of Plant-Based High Proteintexture-Modified Supplement For Dysphagia, Varanya Techasukthavorn Jan 2024

Rheological Study Of Plant-Based High Proteintexture-Modified Supplement For Dysphagia, Varanya Techasukthavorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis contains 5 chapters: an introduction, three study sections, and a conclusion. Chapter 1 highlights the rationale and significance of studying dysphagic drinks through rheology. It introduces new high-protein, plant-based formulations and literature review of hydrocolloid studies for dysphagia management, utilizing both shear and extensional rheology to explore fluid behavior during swallowing. Chapter 2 presents the first study, which developed six high-protein soy-based supplement formulations for dysphagia management with varying caloric densities. Formulations with higher caloric densities than 1.5 kcal/mL showed increased viscosity and visual cohesiveness, making them suitable for extensional flow analysis. Increasing caloric density is an effective …


Efficacy Of Cell-Free Supernatants Based Nano-Application From Thai Probiotic Bacteria As An Alternative Preservative In Meat Against Foodborne Pathogens, Thin Zar Soe Jan 2024

Efficacy Of Cell-Free Supernatants Based Nano-Application From Thai Probiotic Bacteria As An Alternative Preservative In Meat Against Foodborne Pathogens, Thin Zar Soe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study evaluates whether the use of cell-free supernatants (CFS) derived from Thai probiotic bacteria as natural preservatives in meat products, provides a safer alternative to chemical preservatives. The objectives include developing a nano-encapsulation technique to enhance the stability and efficacy of CFS, and assessing the effectiveness of nano-encapsulated CFS (Nano-CFS) in maintaining meat safety and quality during storage and evaluating the antibacterial efficacy of CFS and (Nano-CFS) against common foodborne pathogens, determining the minimal inhibitory and bactericidal concentrations (MIC and MBC). The CFS was prepared from the Thai probiotic strains. Antibacterial activity was determined using agar well diffusion and …


Machine Learning To Predict Outcome Of Inulin Supplementation In Children And Adolescent Obesity From Gut Microbiome Profile And Clinical Factors, Vitavat Aksornkitti Jan 2024

Machine Learning To Predict Outcome Of Inulin Supplementation In Children And Adolescent Obesity From Gut Microbiome Profile And Clinical Factors, Vitavat Aksornkitti

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Obesity is a non-communicable disease that arises from multiple factors, including lifestyle behaviors, dietary habits, and genetics. Despite the growing prevalence of obesity, traditional interventions such as increased physical activity and changes in diet and lifestyle often fail to achieve sustainable, long-term weight loss. Therefore, more effective strategies are needed to address this condition. Recent studies have highlighted the role of gut microbiota in obesity, illustrating that the obesogenic effects are transferable via fecal microbiota transplantation. However, research in this area has been limited, particularly among children in developing countries such as Thailand. Early studies have shown that variations in …


การศึกษาผลของสารสกัดกระเจี๊ยบแดงด้วยน้ำ (ส่วนกลีบเลี้ยง) ต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินของอาสาสมัครที่มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรม, กัญชพร ชัยสูงเนิน Jan 2024

การศึกษาผลของสารสกัดกระเจี๊ยบแดงด้วยน้ำ (ส่วนกลีบเลี้ยง) ต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินของอาสาสมัครที่มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรม, กัญชพร ชัยสูงเนิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa L.) ถูกนำมาเป็นทางเลือกในการรักษากลุ่มอาการภาวะเมแทบอลิกซินโดรม แต่ผลการศึกษาทางคลินิกด้านประสิทธิผลยังคงมีความไม่สอดคล้องกัน งานวิจัยนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ และส่วนที่ 2 งานวิจัยทางคลินิกชนิดสุ่ม ปกปิดสองทางและมีกลุ่มควบคุม โดยส่วนที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของระเบียบวิธีวิจัยและข้อมูลผลิตภัณฑ์กระเจี๊ยบแดง ระหว่างงานวิจัยที่มีผลการศึกษาเป็นบวกกับลบ ส่วนที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสารสกัดกระเจี๊ยบแดงด้วยน้ำ (ส่วนกลีบเลี้ยง) ต่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน ตัวชี้วัดระดับน้ำตาล ระดับไขมัน การอักเสบ ความดันโลหิต น้ำหนักตัวและความปลอดภัย ได้แก่ ค่าการทำงานของตับ ไตและระบบโลหิต วิธีการวิจัย ส่วนที่ 1 สืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูล PubMed, MEDLINE และ Scopus ประเมินคุณภาพของแต่ละบทความตามแนวทางของ CONSORT ส่วนที่ 2 อาสาสมัครที่มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (88 คน) ถูกแบ่งกลุ่มอย่างสุ่ม ให้กินสารสกัดกระเจี๊ยบแดงด้วยน้ำ (ส่วนกลีบเลี้ยง) 1000 mg/day ซึ่งประกอบด้วยสารโพลีฟีนอล เท่ากับ 45.04 mg/day หรือยาหลอก เป็นเวลา 12 สัปดาห์ วิเคราะห์ตัวชี้วัดต่างๆ ณ ที่เริ่มต้น สัปดาห์ที่ 6 และ 12 ผลการศึกษา ส่วนที่ 1 งานวิจัยที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือก 23 เรื่อง พบความแตกต่างระหว่างงานวิจัยที่ให้ผลการศึกษาเป็นบวกและลบ และคุณภาพระเบียบวิธีวิจัยและข้อมูลของผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องปรับปรุง ส่วนที่ 2 พบว่ากลุ่มที่กินสารสกัดกระเจี๊ยบแดงมีระดับ LDL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ณ สัปดาห์ที่ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนกิน แต่ไม่มีผลต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและตัวชี้วัดอื่นตลอดการศึกษาเมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก โดยสรุปจากการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบชี้แนะให้งานวิจัยควรปรับปรุงคุณภาพระเบียบวิธีวิจัยและข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น และการวิจัยทางคลินิกพบว่าการกินสารสกัดกระเจี๊ยบแดงด้วยน้ำ (ส่วนกลีบเลี้ยง) มีความปลอดภัยและอาจช่วยลดระดับ LDL ได้


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการผ่าตัดของผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกสมอง, บุญสิตา ทิงาเครือ Jan 2024

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการผ่าตัดของผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกสมอง, บุญสิตา ทิงาเครือ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอาการไม่พึงประสงค์และปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการผ่าตัดของผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกสมอง ได้แก่ เพศ อายุ ตำแหน่งของเนื้องอกสมอง ภาวะโรคร่วม กิจกรรมทางกาย ภาวะโภชนาการ ความเข้มแข็งทางใจ และแรงสนับสนุนทางสังคม กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกสมองที่ได้รับการผ่าตัดไม่เกิน 6 เดือน ทั้งเพศชายและหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่เข้ารับการรักษาแผนกผู้ป่วยนอก จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันประสาทวิทยา จำนวน 120 คน ที่ได้มาจากการคัดเลือกตามคุณสมบัติที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกข้อมูลการเจ็บป่วย แบบประเมินอาการไม่พึงประสงค์ แบบประเมินภาวะโรคร่วม แบบประเมินกิจกรรมทางกาย แบบประเมินภาวะโภชนาการ แบบประเมินความเข้มแข็งทางใจ แบบประเมินแรงสนับสนุนทางสังคม ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน หาค่าความเที่ยงของแบบประเมินดังกล่าว เท่ากับ .86 - .99 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และอีต้า ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยของความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์โดยรวม เท่ากับ 2.54 (S.D. = 1.47) โดยอาการที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อาการปวดศีรษะ อาการนอนไม่หลับ และอาการเหนื่อยล้า ตามลำดับ และพบว่า ภาวะโรคร่วม ภาวะโภชนาการ ความเข้มแข็งทางใจ และกิจกรรมทางกาย มีความสัมพันธ์กับอาการไม่พึงประสงค์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .47, r = -.44, r = -.36 และ r = -.24 ตามลำดับ) ขณะที่ เพศ อายุ ตำแหน่งเนื้องอกสมอง และแรงสนับสนุนทางสังคม ไม่มีความสัมพันธ์กับอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการผ่าตัดของผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกสมอง