Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 451 - 480 of 4029

Full-Text Articles in Entire DC Network

โครงการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดย แนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ, ธีรัจฉรา จัดหงษา Jan 2024

โครงการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดย แนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ, ธีรัจฉรา จัดหงษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดยแนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ โดยการทำแบบสอบถามและการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดโมโน โนะ อาวาเระ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์เครื่องสำอาง เทรนด์ความงามต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ในการออกแบบต่อไป หลังจากเสร็จสิ้นขบวนการวิจัยทั้งหมด ผลสรุปได้ว่า แนวคิดโมโน โนะ อาวาเระนั้น เป็นแนวคิดที่เน้นการยอมรับและเข้าใจในความสวยงามของธรรมชาติและสิ่งรอบตัวที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โดยผู้วิจัยได้นำแนวคิดนี้มาส่งเสริมกับเทรนด์ความงามแบบ Aging Gracefully หรือเทรนด์ความงามที่ปฏิเสธการชะลอวัย ของกลุ่มเป้าหมายเจน Y หรือ Millennials ที่ส่งเสริมให้ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงและภูมิใจในความสวยของตนเองไม่ว่าจะในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ตาม โดยการเอาแนวคิดทั้งสองแบบนี้มาสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง ที่ส่งเสริมความมั่นใจ และความสบายใจในการออกไปใช้ชีวิตให้กับผู้ใช้สินค้าทุกคน โดยผลวิจัยทั้งหมดสรุปได้ว่า การออกแบบแบรนด์เครื่องสำอางนี้ ได้สารที่ต้องการจะสื่อคือ ความงดงามอันไร้กาลเวลา และบุคลิกภาพที่เหมาะสมของงานคือ DREAMY (งดงามเหมือนฝัน) , CHARMING (มีเสน่ห์ ดูน่าหลงใหล) และ FREE (อิสระ) ชื่อแบรนด์ คือYugure (夕暮れ) หรือยูกุเระ ที่แปลว่าช่วงเวลายามเย็น โดยตัวสินค้าจะแบ่งเป็นเซตเครื่องสำอางแบบกลางวันและกลางคือเพื่อให้สอดคล้องกับสารที่ต้องการจะสื่อและชื่อของแบรนด์ โดยจะใช้การออกแบบภาพประกอบที่เน้นไปที่ลายของปีกผีเสื้อและพืชพรรณต่าง ๆ ใช้โทนสีทั้งโทนสีร้อนและเย็น ที่มีทั้งความหรูหรา โดดเด่น ช่วยส่งเสริมแบรนด์เครื่องสำอางให้มีความสวยงามและสร้างความประทับใจให้กลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น


การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบข้อมูลเชิงภาพ (Data Visualization) สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์กราฟิกให้เหมาะสมกับกลุ่มนักออกแบบกราฟิก Generation Z โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้จากอดีตสู่อนาคต ผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและรูปแบบการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเนื้อหาถูกสังเคราะห์จากข้อมูลของ Graphic Movements จำนวน 20 ยุค วิเคราะห์ครอบคลุมทั้งลักษณะเด่น แนวคิดหลัก และตัวอย่างงานออกแบบ เพื่อนำไปพัฒนาการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ วิธีดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม เอกสารทางวิชาการ และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างนักออกแบบกราฟิก Generation Z จำนวน 9 คน ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มความคิด พฤติกรรมการเรียนรู้ และมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูลด้วยภาพ ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบข้อมูลเชิงภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายควรสะท้อนบุคลิกภาพของงานที่มีลักษณะ NEAT (เนี้ยบ เรียบร้อยไร้ที่ติ), PRECISE (พิถีพิถัน เฉียบขาด) และ LIVELY (มีชีวิตชีวา) ควบคู่กับแนวคิด “เรียนรู้จากอดีตเพื่ออนาคต” โดยการผสานความงามทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีและความร่วมสมัย ผ่านกระบวนการออกแบบที่ใช้ Customer Journey เป็นแนวทางในการกำหนดการนำเสนอ เพื่อให้เกิดการรับรู้ มีส่วนร่วม และสามารถจดจำและประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน


การออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี, ยอดชีวัน งามสมบัติ Jan 2024

การออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี, ยอดชีวัน งามสมบัติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเรื่องการออกเเบบเรขศิลป์สำหรับการออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยมีดังนี้ 1).ข้อมูลการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์เเละสอบถามเรื่องความเชื่อมูเตลู 2).ข้อมูลบุคลิกภาพเเละอารมณ์ที่ต้องการจะสื่อ 3).ข้อมูลเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์เเบรนด์ทั่วไปเเละข้อมูลการใช้สื่อ 4). ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์ 5). สัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างเรื่องความสนใจเรื่องมูเตลู 6). สัมภาษณ์ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์ สรุปผลวิจัยพบว่าสารที่ต้องการสื่อ คือ เทศกาลความโชคดีไม่มีที่สิ้นสุด เเละมีบุคลิกภาพเเละอารมณ์ของงานออกเเบบในลักษณะ Vigorous (ดูมีพลัง กระฉับกระเฉง), Cozy (สบายอบอุ่น พลังบวก), และ Colorful (สีสัน น่าตื่นเต้น)


โครงการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดเอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้งเพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น, ศุภกร กันยานุชรัตน์ Jan 2024

โครงการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดเอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้งเพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น, ศุภกร กันยานุชรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง เพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง เพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัย โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นไม้มงคล เครื่องรางมงคลและแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง ศึกษาธุรกิจผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยและคุณสมบัติของต้นไม้มงคลและเครื่องรางมงคลที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถาม เพื่อสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านต้นไม้มงคลและหินมงคล ทำให้ได้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการออกแบบต่อไป สรุปผลวิจัยพบว่า 1.) สารที่ต้องการจะสื่อ คือ เพื่อนนำโชคร่วมสุข และบุคลิกภาพของงานที่เหมาะสม คือ มีชีวิตชีวา น่ารักและดูสมเหตุสมผล 2.) แนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม ใช้การออกแบบคาแรคเตอร์รูปแบบ Modern Style, ลักษณะของคาแรคเตอร์ตามหลักการ Shape Language และใช้โทนสีของงานโดยอิงจากลักษณะสีของต้นไม้มงคลและหินมงคล


โครงการการออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินของกลุ่มเกย์ชายสถานะโสด, ชยุตม์ คชโกศัย Jan 2024

โครงการการออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินของกลุ่มเกย์ชายสถานะโสด, ชยุตม์ คชโกศัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินแก่กลุ่มเกย์ชายไทยที่มีสถานะโสดวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรย่อยที่มีพฤติกรรมทางการเงินเฉพาะและยังไม่ได้รับความสนใจอย่างเพียงพอในเชิงนโยบายและการสื่อสารสาธารณะ แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในด้านการยอมรับความหลากหลายทางเพศ แต่สิทธิทางการเงินโดยเฉพาะในบริบทของการสมรสยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้กลุ่มเกย์ชายโสดต้องวางแผนการเงินด้วยตนเองโดยขาดโครงสร้างสนับสนุน เช่น สิทธิกู้ร่วม หรือสวัสดิการคู่ชีวิตงานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารวิชาการ แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างเกย์ชายโสดจำนวน 30 คน และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเพศวิถี ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มเกย์ชายโสดวัยทำงาน (25–45 ปี) ใช้จ่ายเพื่อภาพลักษณ์และคุณภาพชีวิต ขาดการออมและแผนเกษียณ จำแนกออกเป็น 4 ไลฟ์สไตล์หลัก ได้แก่ Urban Luxe, Asset Architects, Smart Budgeters และ Experience Explorers ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และนิทรรศการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้เครื่องมือ Infographic และ Calculator ด้วยการ ด้ายการออกแบบด้วยสไตล์ Queer Aesthetics ใช้สีรุ้งและภาพประกอบที่ไม่เหมารวม สื่อถึงอารมณ์ "มั่นใจ – อบอุ่น – เข้าถึงง่าย" พร้อมจัดวางข้อมูลตาม Customer Journey เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้และการวางแผนการเงินอย่างยั่งยืน


การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน Jan 2024

การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ของการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการเชิงสำรวจ (Survey Research) ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 210 คน ผลการศึกษาพบว่า (1) นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 47.6 รองลงมาเป็นเพศชาย ร้อยละ 46.7 และกลุ่ม LGBTQ+ ร้อยละ 5.7 มีอายุ 26-35 ปี ร้อยละ 59.0 และมีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ร้อยละ 94.3 (2) นักลงทุนใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ร้อยละ 80.0 รองลงมาคือเว็บไซต์ข่าวการเงิน ร้อยละ 66.7 และ YouTube ร้อยละ 55.2 (3) นักลงทุนสนใจข้อมูลนวัตกรรมด้าน Artificial Intelligence มากที่สุด ร้อยละ 76.2 รองลงมาคือ Data Center ร้อยละ 59.0 และ Cloud Computing ร้อยละ 53.3 (4) ระดับการรับรู้เกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลนวัตกรรมองค์กรอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.03) (5) ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (6) ระดับความตั้งใจลงทุนในองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (7) ระดับการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมต่อการความตั้งใจลงทุนอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 3.98) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมขององค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (r = 0.729, p<0.01) (2) ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจในการลงทุน (r = 0.785, p < 0.01) (3) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจลงทุน (r=0.672, p< 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานการวิจัยทั้งสามข้อ


The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu Jan 2024

The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to: 1) examine how electric vehicle (EV) entrepreneurs’ personal branding on social media (PBS) affects Generation Z consumers in China; 2) analyze how this branding influences three components of the Theory of Planned Behavior—Attitude toward the behavior (A), Subjective Norms (SN), and Perceived Behavioral Control (PB); 3) study how these components affect behavioral responses (BR); and 4) test a structural equation model (SEM) based on these relationships. A quantitative method was used, with data collected via an online questionnaire from 200 Gen Z consumers (aged 18–27) in mainland China in May 2025. Data analysis utilized the SEM. …


The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin Jan 2024

The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study adopts a strategic communication perspective to examine the strategic influence of opinion leaders in Chinese fandom culture of Thai Boys’ Love (BL) series. The research focuses on “Da-fen,” a fandom-specific term referring to influential fan figures who play key leadership roles within online fan communities. By using a qualitative research design, the study combines semi-structured interviews with textual analysis of high-engagement social media posts. Three research questions guide the inquiry: (1) How do fan opinion leaders build and maintain leadership roles within Chinese fandom of Thai BL series? (2) What strategic communication practices do opinion leaders use to …


การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา Jan 2024

การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก กลยุทธ์ในสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก และภาพยนตร์หอแต๋วแตกช่วยผลักดันการต่อสู้ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือไม่อย่างไร โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) จากกลุ่มตัวอย่างภาพยนตร์หอแต๋วแตกจำนวน 4 ภาค ได้แก่ ภาคที่ 1 หอแต๋วแตก (พ.ศ. 2550) ภาคที่ 3 หอแต๋วแตก แหวกชิมิ (พ.ศ. 2554) ภาคที่ 6 หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ (พ.ศ. 2561) และภาคที่ 9 หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด (พ.ศ. 2567) โดยคัดเลือกด้วยเกณฑ์ด้านพื้นที่ของหอที่ต่างกันในแต่ละภาค ผลการวิจัยพบว่าภาพยนตร์ชุดนี้ได้สร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ขึ้นตามแนวคิดของมิคาอิล บัคติน (Mikhail Bakhtin) ด้วยกลไกคาร์นิวัล 3 ประการ ได้แก่ การกลับหัวกลับหางสถานะ (Turning Upside Down), การแสดงความรื่นรมย์ผ่านร่างกาย (Bodily Pleasure) และการสร้างความขบขันเกินขอบเขต (Laughter by Excession) ในพื้นที่กึ่งสาธารณะอย่างหอพัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศมีอำนาจควบคุม พลิกสถานะจากผู้ถูกกดทับในชีวิตจริงสู่ผู้มีอำนาจในโลกของภาพยนตร์ ผ่านการแสดงออกอันเกินจริง การแต่งกายหลุดกรอบ และการใช้อารมณ์ขันท่ามกลางบรรยากาศสยองขวัญ ทั้งยังสลับบทบาทกับเพศชายหญิงที่มักเป็นชนชั้นนำในสังคมจริง เพื่อวิพากษ์และลดทอนอำนาจแบบดั้งเดิม ทั้งจากรัฐ สังคม ศาสนา และวาทกรรมชายเป็นใหญ่ โดยทุกภาคจบลงด้วยชัยชนะของตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำว่า “ธรรมะชนะอธรรม” ภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตกนี้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการต่อต้านในการต่อสู้ทางจินตนาการของผู้มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว (temporary liberation) เพื่อปลอดปล่อยความเจ็บปวดและหล่อเลี้ยงความหวังของผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย


อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ Jan 2024

อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ทัศนคติต่อตราสินค้า อิทธิพลของกลุ่มอ้างอิง (ได้แก่ อิทธิพลด้านข้อมูล อิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ และอิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม) การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค ในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า และ 2) อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-44 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และต้องเคยซื้อและใช้ยาดมตราหงส์ไทยมาอย่างน้อย 1 เดือน จำนวนทั้งสิ้น 264 คน แบ่งเป็น 1) อายุ 18-28 ปี (Generation Z) จำนวน 132 คน และ 2) อายุ 29-44 ปี (Generation Y) จำนวน 132 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุดคือ ทัศนคติต่อตราสินค้า นอกจากนั้น ทัศนคติต่อตราสินค้าและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า ในขณะที่อิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำเท่านั้น และสุดท้าย อิทธิพลด้านข้อมูลและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบของกลุ่มอายุ Generation Z และ Generation Y แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


การพัฒนาส่วนฟรอนต์เอนด์ของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้เฟรมเวิร์กนักซ์แบบอิงแบบจำลอง, สุรชาติ คงกำเหนิด Jan 2024

การพัฒนาส่วนฟรอนต์เอนด์ของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้เฟรมเวิร์กนักซ์แบบอิงแบบจำลอง, สุรชาติ คงกำเหนิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ได้นำเสนอวิธีการพัฒนาแบบอิงแบบจำลองเข้าเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาส่วนฟรอนต์เอนด์ของเว็บแอปพลิเคชันผู้ใช้เฟรมเวิร์กนักซ์ โดยนำเสนอยูเอ็มแอลโพรไฟล์ของนักซ์เฟรมเวิร์กสำหรับการสร้างแบบจำลองของส่วนฟรอนต์เอนด์และนำเสนอกฎการแปลงในรูปแบบของแผ่นแบบสำหรับการแปลงแบบจำลองสู่โค้ดและจากโค้ดสู่แบบจำลอง โดยการแปลงจากแบบจำลองสู่โค้ดนั้นนักพัฒนาจำเป็นต้องเติมโค้ดตรรกะบางส่วนลงไปในโค้ดที่ได้จากการแปลงเพื่อทำให้ส่วนฟรอนต์เอนด์สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้งานวิจัยฉบับนี้ได้นำเสนอเครื่องมือการแปลงทั้งในส่วนของการแปลงแบบจำลองสู่โค้ดและโค้ดสู่แบบจำลอง รวมถึงการสร้างเว็บแอปพลิเคชันกรณีศึกษาเพื่อใช้ในการตรวจสอบการแปลง โดยการแปลงจากแบบจำลองสู่โค้ดได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโค้ดโดยใช้โซนาร์คิวบ์ การเปรียบเทียบระหว่างการแปลงด้วยเครื่องมือจากแบบจำลองสู่โค้ดกับการเขียนโค้ดโดยดูจากแบบจำลองโดยนักพัฒนา ได้ผลว่าโค้ดสอดคล้องกันเฉลี่ย 89.23% เนื่องจากโค้ดของนักพัฒนาไม่ครบถ้วนตามแบบจำลองหรือไม่เป็นไปตามคู่มือของนักซ์ การวัดอัตราการแปลงเมื่อเทียบกับโค้ดที่เพิ่มตรรกะจนสมบูรณ์แล้วมีค่าเฉลี่ย 83.03% แสดงว่าโค้ดส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติ การแปลงจากโค้ดสู่แบบจำลองใช้การเปรียบเทียบแบบจำลองต้นฉบับกับแบบจำลองที่ถูกแปลงกลับจากโค้ด ผลลัพธ์ คือ แบบจำลองที่แปลงกลับจากโค้ดมีความถูกต้องโดยรวมเฉลี่ย 100%


From Ritual To Festival: The Commodification And Transformation Of Nyepi Day In Bali, Yu-Ru Chang Jan 2024

From Ritual To Festival: The Commodification And Transformation Of Nyepi Day In Bali, Yu-Ru Chang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the transformation of Bali’s Nyepi Day practices through the lens of cultural commodification. Nyepi, as the Balinese Day of Silence, is rooted in four core prohibitions—no fire (Amati Geni), no travel (Amati Lelungan), no work (Amati Karya), and no entertainment (Amati Lelanguan)—and is traditionally observed as a day of spiritual purification. However, its increasing commodification through tourism packages and hotel promotions has raised concerns from religious councils and local authorities regarding the erosion of its sacred meaning. Among the related rituals, the Ogoh-Ogoh parade, held on the eve of Nyepi, has undergone significant transformation: demon-like effigies once …


อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช Jan 2024

อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความไว้วางใจในสินค้าไทย และศึกษาอิทธิพลของความไว้วางใจในสินค้าไทยที่ใช้พรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการสำรวจความคิดเห็น (Survey Research) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการซื้อและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคไทย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-35 ปี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 272 คน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .852, p < 0.01) (2) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมักมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .874, p < 0.01) (3) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .907, p < 0.01) (4) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .903, p < 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งรับสมมติฐานทุกข้อ ความไว้วางใจสามารถไกล่เกลี่ยอิทธิพลของพรีเซนเตอร์ได้ 87.7% ในผลิตภัณฑ์ชาหมัก และ 94.0% ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า


การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์ Jan 2024

การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี ด้วยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 ชุด ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีโดยรวมอยู่ในระดับมากโดยเฉพาะประเด็นที่สามารถจดจำการใช้ดนตรีเพื่อเชื่อมโยงศิลปินกับกลุ่มเป้าหมายของตราสินค้าได้ (M= 3.93), มีทัศนคติเชิงบวกต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ใช้ศิลปินเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (M = 4.29) และมีระดับการตอบสนองต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (M = 4.05) ทั้งนี้ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า 1. การรับรู้มีความสัมพันธ์กับทัศนคติในระดับปานกลาง โดยเฉพาะกลยุทธ์การร่วมมือระหว่างศิลปินและตราสินค้าในการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก (r = 0.47) และ 2. ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับการตอบสนองในระดับปานกลาง โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (r = 0.52) สะท้อนให้เห็นว่า การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีมีบทบาทในการกระตุ้นอารมณ์ สร้างประสบการณ์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในทุกมิติ


Lead-Free Perovskite/Metal Oxide Heterojunction Photocatalyst For Sustainable Toluene Oxidation, Zakarya Hazaea Jan 2024

Lead-Free Perovskite/Metal Oxide Heterojunction Photocatalyst For Sustainable Toluene Oxidation, Zakarya Hazaea

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

An important field of study is the ecologically benign synthesis of useful compounds such as benzaldehyde and benzyl alcohol from the organic contaminant toluene. Lead-free halide perovskites are excellent options for photocatalysis due to their exceptional photoelectric properties. Nonetheless, they have notable challenges, such as fast charge recombination and ineffective charge separation. In this work, we present a simple anti-solvent technique to create a heterojunction between lead-free halide perovskite Cs2AgBiBr6 (CABB) with Cu2O and Cu-Cu2O. This combination facilitates the photocatalytic activation of C(sp3)−H bonds, which in turn increases the oxidation of toluene. The Cu2O and Cu-Cu2O creating a Z-scheme heterojunction …


Key Determinants Of Under-Five For Policy Focus : Economic Status, Healthcare Access, Or Maternal Education?, Wai Yan Htun Jan 2024

Key Determinants Of Under-Five For Policy Focus : Economic Status, Healthcare Access, Or Maternal Education?, Wai Yan Htun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Despite Myanmar initiatives to improve maternal and child healthcare, the Under-Five Mortality Rate (U5MR) in Myanmar remains critically high, ranking 44th globally in 2023 according to the World Bank. This reflects persistent socioeconomic inequalities and disparities in healthcare access. Objective: This study aims to analyze the influence of maternal education level, household wealth, and access to healthcare services on U5MR in Myanmar, and to propose relevant policy recommendations. Methods: This research utilized secondary data from the 2015-2016 Myanmar Demographic and Health Survey (MDHS). The sample included 4,809 children under five years of age, derived from interviews with 3,862 mothers. …


Living With Pets In Urban Lifestyle : A Case Study Of Bangkok Metropolitan, Minggomutt Jaroenkornburi Jan 2024

Living With Pets In Urban Lifestyle : A Case Study Of Bangkok Metropolitan, Minggomutt Jaroenkornburi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores pet ownership in Singapore and Bangkok, Thailand. Urbanization and its consequences on dwellers’ way of life are principally the key factors influencing new attitudes towards pets. The concept of pet humanization, which regards pets as emotional companions or family members rather than utilitarian animals, is used to explain this phenomenon. By reviewing Singapore pet control regulations, the research found that the restricted pets in public housing policies have gradually loosened due to public pressure and emotional demand. New policies allowed pets in residents’ urban lifestyles. This phenomenon similarly happened in Bangkok. This study conducted documentary analysis and …


Key Drivers Of Ev Market Growth : Insight From Asean Countries, Yuan Su Jan 2024

Key Drivers Of Ev Market Growth : Insight From Asean Countries, Yuan Su

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to analyse the key drivers influencing electric vehicle (EV) market development in ASEAN, by applying the PESTEL framework to analyze political, economic, social, technological, environmental, and legal factors. The case studies of Thailand and Indonesia are used to examine their different EV development trajectories. Field observations in Bangkok, Thailand, and Bali and Jakarta, Indonesia, supplement secondary data analysis by providing detailed insights on infrastructure deployment, consumer behavior, and operational challenges. The findings reveal that political and economic factors dominate early-stage EV market growth, while technological and social factors play an increasing role in long-term market expansion. Southeast …


Planning And Production Improvement In Original Equipment Manufacturer Company Using Odoo Erp, Pharadon Suwannatara Jan 2024

Planning And Production Improvement In Original Equipment Manufacturer Company Using Odoo Erp, Pharadon Suwannatara

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Original Equipment Manufacturer (OEM) is one solution for starting a new business in this era due to the difficulties of managing the supply chain, manufacturing processes, and high startup costs. However, the majority of Thai industries operate relying on human labor and basic mechanization, leading to inefficiencies. This paper presents the implementation of Enterprise Resource Planning (ERP) systems using Odoo, an open-source ERP software, to address these inefficiencies. This research focuses on implementing the Odoo ERP system on the shop floor of an OEM company, addressing challenges in the planning and production departments. The current business process (As-is process) …


The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan Jan 2024

The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the context of China's e-commerce live-streaming industry, this study explores the influence of consumer ethnocentrism (CET) and cosmopolitanism (COS) on perceptions of virtual anchors, using the Technology Acceptance Model (TAM) to examine the effects on perceived usefulness (PU), perceived ease of use (PEOU), and perceived enjoyment (PE), which ultimately shape consumer behavioral responses (CBR). A quantitative survey was conducted with 204 participants who had prior experience watching live streams on Chinese e-commerce platforms. Using structural equation modeling (SEM), the study found that CET positively impacts PU (β=0.766), PEOU (β=0.899), and PE (β=0.511), while COS positively influences PU (β=0.593), PEOU …


การต่อรองอัตลักษณ์และสิทธิของกลุ่มชายขอบในอินเดียร่วมสมัย กรณีศึกษา Gangubai Kathiawadi และกลุ่มฮิจรา, นภัสสร ณ นคร Jan 2024

การต่อรองอัตลักษณ์และสิทธิของกลุ่มชายขอบในอินเดียร่วมสมัย กรณีศึกษา Gangubai Kathiawadi และกลุ่มฮิจรา, นภัสสร ณ นคร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบการนำเสนอภาพลักษณ์ของกลุ่มฮิจราในภาพยนตร์ Gangubai Kathiawadi กับความเป็นจริงทางสังคมของอินเดียร่วมสมัย โดยอธิบายผ่านกรอบแนวคิด Constructivism ที่มองว่าอัตลักษณ์ไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่ถูกสร้างและปรับเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างทางสังคม สารนิพนธ์ฉบับนี้พบว่า แม้ในภาพยนตร์ตัวละครฮิจรามีอำนาจทางสังคมและการเมือง แต่อัตลักษณ์ดังกล่าวเป็นเพียงสัญลักษณ์ “ภาพแทนเชิงอุดมคติ” ที่ตอกย้ำภาพจำที่สังคมคุ้นเคย ตรงข้ามกับความเป็นจริงที่กลุ่มฮิจราถูกกดทับจากโครงสร้างอำนาจที่ไม่เท่าเทียม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน การศึกษา และการเข้าถึงสวัสดิการ แม้รัฐอินเดียจะประกาศรับรองสถานะ “เพศที่สาม” อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 สื่อบันเทิง Bollywood มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมทัศนคติของสังคมและสร้าง soft power ผ่านแพลตฟอร์ม Netflix ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ของกลุ่มฮิจราได้รับความสนใจในระดับสากล แต่สื่อกระแสหลักไม่สามารถก้าวข้ามอคติเดิมได้ เนื่องจากฮิจรามักถูกนำเสนอในฐานะ “ตัวละครเสริม” ดังนั้น การต่อสู้ของกลุ่มชายขอบในอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นโสเภณีในอดีตหรือกลุ่มฮิจราในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย แต่เป็นการต่อสู้กับค่านิยมและโครงสร้างสังคมที่หยั่งรากลึกที่ต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมอย่างยั่งยืน


การออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลู, อริยา ตัณฑสุทธิ์ Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลู, อริยา ตัณฑสุทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลูมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหากลยุทธ์และแนวการออกแบบเรขศิลป์ไลฟ์สไตล์แบรนด์สำหรับหนุ่มออฟฟิศสายมูเตลูขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัยนั้นประกอบด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเทพเจ้าที่นิยมมูเตลู ในช่วงปี 2566 รวมถึงรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด SWOT Analysis, 4Ps Marketing และ Brand Onions เทียบกับแบรนด์ประเภทมูเตลูตัวอย่างเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม จากบทความ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม งานวิจัย และสื่ออินเทอร์เน็ต โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านมูเตลู และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสรุปผลการวิจัยพบว่า สารที่ต้องการสื่อคือ “Light up your way” เนื่องจากหนุ่มออฟฟิศหลายคนต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในการทำงาน แม้จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ตามหลักเหตุผล แต่ยังคงรู้สึกไม่มั่นใจและรู้สึกไม่ค่อยมีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน การมูเตลูเทพเจ้าจึงเปรียบเสมือนแสงที่ส่องนำทาง ที่ช่วยสร้างความมั่นใจและเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังใจและพลังแห่งความศรัทธานั้นมอบความสบายใจและเพิ่มความมั่นใจให้กับหนุ่มออฟฟิศสายมูช่วยให้ก้าวผ่านปัญหาและความท้าทายในการทำงานไปได้


การกํากับการแสดงละครเวทีประเภทละครโศกนาฏกรรมจำอวด เพื่อนำเสนอปัญหาการหลีกหนีความเป็นจริง : กรณีศึกษา เรื่อง เดอะ เมดส์ ของ ฌอง เฌอเนต์, เมธาวุฒิ นวลฉวี Jan 2024

การกํากับการแสดงละครเวทีประเภทละครโศกนาฏกรรมจำอวด เพื่อนำเสนอปัญหาการหลีกหนีความเป็นจริง : กรณีศึกษา เรื่อง เดอะ เมดส์ ของ ฌอง เฌอเนต์, เมธาวุฒิ นวลฉวี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีตามแนวทางของละครประเภทโศกนาฏกรรมจำอวด (Tragic Farce) ผ่านกรณีศึกษาการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เดอะ เมดส์ (The Maids) ของ ฌอง เฌอเนต์ โดยมุ่งหมายในการถ่ายทอดประเด็น “การหลีกหนีความเป็นจริง” (Escapism) อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบแนวคิดเชิงจิตวิทยาที่อ้างอิงจากทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมันด์ ฟรอยด์ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องกลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) ผู้วิจัยในฐานะผู้กำกับการแสดงได้ออกแบบและดำเนินกระบวนการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วยการตีความบทละคร การพัฒนาแนวทางการกำกับการแสดงที่บูรณาการองค์ประกอบของโศกนาฏกรรมกับลักษณะตลกร้ายของละครจำอวด การฝึกซ้อมกับนักแสดง การออกแบบองค์ประกอบศิลป์ และการจัดการแสดงต่อผู้ชมจริง รวมถึงการเก็บข้อมูลปฏิกิริยาของผู้ชมจำนวน 325 คน โดยอาศัยทั้งวิธีการเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้ชมส่วนใหญ่สามารถรับรู้และเข้าใจสาระสำคัญของประเด็น “การหลีกหนีความเป็นจริง” ได้อย่างชัดเจน และมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่สะท้อนถึงการเข้าถึงแก่นสารของบทละคร การกำกับการแสดงตามแนวทางโศกนาฏกรรมจำอวดช่วยลดทอนภาวะตึงเครียดของผู้ชมลง ขณะเดียวกันยังสามารถคงไว้ซึ่งความเข้มข้นทางความหมายและพลังของสารที่ต้องการสื่อ ผลการวิจัยยืนยันว่าการกำกับการแสดงละครเวทีโดยผสานแนวคิดทางจิตวิทยาเข้ากับรูปแบบโศกนาฏกรรมจำอวดสามารถเป็นแนวทางที่ทรงประสิทธิภาพในการสื่อสารประเด็นทางจิตใจที่ซับซ้อนในบริบทร่วมสมัย และส่งเสริมให้เกิดการใคร่ครวญตนเองในหมู่ผู้ชมได้อย่างลุ่มลึก


การแปรของวัจนลีลากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย: กรณีศึกษาไพรวัลย์ วรรณบุตร, กันตวัฒน์ ก้องวิญญู Jan 2024

การแปรของวัจนลีลากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทย: กรณีศึกษาไพรวัลย์ วรรณบุตร, กันตวัฒน์ ก้องวิญญู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปรของวัจนลีลาที่ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือแพรรี่ อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยใช้ ซึ่งในอดีตเป็นพระภิกษุ ต่อมาได้ลาสิกขา แสดงออกว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และมีชื่อเสียงต่อไปบนสื่อสังคม โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการถ่ายทอดสดบนเฟซบุ๊กในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผ่านด้านเพศสภาวะจากการแสดงออกเป็นชายไปสู่การแสดงออกเป็นหญิง คือ ปี 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปรทางศัพท์และเสียงที่ไพรวัลย์ วรรณบุตรใช้ในช่วงเวลาที่มีการแสดงตัวตนที่แตกต่างกัน และเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างลักษณะทางภาษากับการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของไพรวัลย์ วรรณบุตร ผลการศึกษา ด้านการแปรทางศัพท์ 4 ตัวแปร ได้แก่ คำอ้างถึงตนเอง คำเรียกขาน อนุภาคลงท้าย และวงศัพท์ พบว่าแพรรี่ใช้ตัวแปรศัพท์แตกต่างกัน โดยมีการแปรที่เป็นไปตามเพศสภาวะ คือ คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้าย ในช่วงที่ 1 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองแสดงความเป็นชายสูงสุด ทว่าพบการใช้อนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นชายพอ ๆ กับที่ไม่ระบุเพศ ในช่วงที่ 3 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นหญิงสูงสุด ในช่วงที่ 2 พบการใช้คำอ้างถึงตนเองและอนุภาคลงท้ายแสดงความเป็นชายลดลงจากช่วงที่ 1 ส่วนคำเรียกขานและวงศัพท์ ไม่มีการแปรที่เป็นไปตามเพศสภาวะ มีแต่การแปรที่เป็นไปตามสถานการณ์การสื่อสาร โดยคำเรียกขานที่แพรรี่ใช้มากที่สุดในแต่ละช่วงนั้นเป็นคำที่ต่างกัน คือ “พี่” ในช่วงที่ 1 “คุณ” ในช่วงที่ 2 “มึง” ในช่วงที่ 3 ขณะที่วงศัพท์นั้น ศัพท์ทางพุทธศาสนาถูกใช้เพื่อแสดงทีท่าเชิงความรู้โดยตลอด ไม่เพียงเท่านั้น ยังแสดงทีท่าเชิงอำนาจ ทีท่าเชิงความหนักแน่น และทีท่าเชิงความรู้สึก ด้านการแปรทางเสียง 3 ตัวแปร ได้แก่ ระดับเสียงโดยรวม ความแปรปรวนระดับเสียง และพิสัยระดับเสียง ก็พบว่าแพรรี่ใช้ตัวแปรเสียงแตกต่างกัน แต่ไม่มีทิศทางที่เป็นไปตามเพศสภาวะ คือ ตัวแปรทางเสียงข้างต้นมีค่าสูงที่สุดเมื่อแพรรี่แสดงความเป็นชาย ในจำนวนนี้ มีเพียงระดับเสียงโดยรวมเท่านั้นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ภายหลังจากการเปลี่ยนผ่านสภาวะทางเพศกระทั่งแสดงความเป็นหญิง ส่วนความแปรปรวนและพิสัยระดับเสียงนั้น สูงและกว้างขึ้นแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ มิเพียงแต่ทีท่าข้างต้น การแปรทางศัพท์และเสียงยังแสดงให้เห็นทีท่าอื่น ๆ อีก คือ ทีท่าความสนิทสนม และทีท่าความอ่อนน้อม รวมเป็น 6 ทีท่า โดยที่ทีท่ารวมกันบ่งชี้บุคลิกได้ 2 บุคลิก คือ บุคลิกของผู้มีการศึกษา และบุคลิกของผู้ขายสินค้า ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า อัตลักษณ์ของแพรรี่ไม่ได้เป็นสิ่งตายตัว ยากที่จะสรุปได้ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถประกอบสร้างได้อย่างต่อเนื่องผ่านการใช้คำและเสียงพูด โดยขึ้นอยู่กับช่วงเวลา เพศสภาวะ …


ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย, นพดล บุญกัน Jan 2024

ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย, นพดล บุญกัน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย เนื่องจากผู้วิจัยเล็งเห็นว่าแรงงานต่างด้าวเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีอยู่จำนวนมากและเป็นกำลังแรงงานสำคัญที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย แต่ทว่าแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยกลับตกอยู่ในสถานะคนอื่น เป็นคนชายขอบที่ไม่ได้รับการยอมรับ แรงงานต่างด้าวไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกปฏิบัติด้วยอย่างไม่เป็นธรรมไร้ความเท่าเทียม และมักถูกเข้าใจผิดหรือเชื่ออย่างเหมารวมว่าพวกเขาเหล่านี้คือกลุ่มคนไม่พึงประสงค์ ผู้วิจัยเชื่อว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการนำเสนอภาพตัวแทนของวาทกรรมข่าว งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในวาทกรรมข่าวภาษาไทย โดยผู้วิจัยเลือกวิเคราะห์ตัวบทรายงานข่าว 3 สื่อ ซึ่งเป็นสื่อหลักที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ได้แก่ ตัวบทสื่อหนังสือพิมพ์ ตัวบทสื่อภาครัฐ และตัวบทสื่อกลุ่มแรงงาน โดยผู้วิจัยเลือกเก็บข้อมูลรายงานข่าวแรงงานต่างด้าวในช่วงปีพ.ศ. 2557 – 2563 เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ผู้วิจัยใช้กรอบแนวคิดหลักในการศึกษาคือวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวพบว่า รายงานข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในสื่อทั้งสามตัวบท ประกอบสร้างหรือสื่อภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวหลายแง่มุม มีทั้งใกล้เคียงและแตกต่างหรือตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง และที่สำคัญภาพตัวแทนที่นำเสนอในสื่อทั้งสามตัวบทมีลักษณะของความเด่นชัดแตกต่างกัน กลวิธีทางภาษาสำคัญที่พบ อาทิ 1. การอ้างถึงแรงงานต่างด้าว 2. การอ้างถึงภาครัฐและเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายไทย 3. การใช้ชนิดกระบวนการเกี่ยวกับการกระทำ 4. การใช้ชนิดกระบวนการเกี่ยวกับการพูด 5.การใช้ชนิดกระบวนการเกี่ยวกับสภาพ 6. การใช้สหบท 7. การใช้ทัศนภาวะ 8. การใช้รูปภาษานำเสนอเนื้อหาแสดงสาเหตุและผลของการกระทำที่เกิดขึ้น 9. การใช้มูลบท 10.การปฏิเสธมูลบท 11.การเลือกใช้ชุดคำศัพท์ร่วมกันจำนวนมาก และ 12. การใช้อุปลักษณ์ ภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวที่ปรากฏ ได้แก่ สื่อหนังสือพิมพ์ นำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวเป็น “กลุ่มคนลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย กลุ่มคนโหดเหี้ยมฯ ปัญหา โรคระบาด และคนนอื่น” สื่อภาครัฐนำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวเป็น “ปัญหา คนอื่น กลุ่มคนที่ได้รับการดูแลคุ้มครองสิทธิอย่างดี และเป็นกลุ่มคนผิดกฎหมาย” ในขณะเดียวกัน สื่อกลุ่มแรงงานนำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวด้วยแง่มุมที่แตกต่างและตรงกันข้ามจากสื่อทั้งสองก่อนหน้าอย่างชัดเจน คือ นำเสนอภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวเป็น “กลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อน แรงงานสำคัญ กลุ่มคนหาเลี้ยงชีพ และกลุ่มคนถูกกฎหมาย” ภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวที่ปรากฏจากทั้งสามสื่อชี้ให้เห็นว่าสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อภาครัฐเลือกเน้นนำเสนอแง่มุมเชิงลบเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ในขณะที่สื่อกลุ่มแรงงานให้ความสำคัญต่อการนำแง่มุมเชิงบวกและด้านที่น่าสงสารของแรงงานต่างด้าว ผลการวิเคราะห์วิถีปฏิบัติทางวาทกรรมพบว่าภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวที่นำเสนอนั้นมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตตัวบทที่แตกต่างกัน ได้แก่ สื่อหนังสือพิมพ์ผลิตตัวบทรายงานข่าวเพื่อมุ่งเร้าความสนใจของคนในสังคมเพื่อขายข่าวและเป็นเหตุผลเชิงธุรกิจ สื่อภาครัฐมุ่งนำเสนอข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์ภาพการทำงานของตน ต้องการสร้างเสริมภาพลักษณ์เชิงบวก และสร้างความชอบธรรมให้แก่การดำเนินงานของรัฐ ส่วนสื่อกลุ่มแรงงานมีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอข่าวเพื่อรณรงค์เรียกร้องให้เกิดการช่วยเหลือ คุ้มครองสิทธิแรงงานต่างด้าว การนำเสนอข่าวด้วยวัตถุประสงค์ประสงค์ที่แตกต่างกัน ประกอบกับการตัดสินคุณค่าเชิงข่าวที่แต่ละสื่อของประเมินค่า ตัดสินคุณค่าของประเด็นข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวด้วยแง่มุมที่ต่างกัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีผลอย่างยิ่งต่อการประกอบสร้างภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าวในตัวบทรายงานข่าวทั้งสามสื่อ อย่างไรก็ตามตัวบทสื่อกลุ่มแรงงานที่ดูเหมือนจะนำเสนอข่าวเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มแรงงานต่างด้าวมากที่สุด แต่กลับเป็นสื่อมวลชนที่มีอิทธิพลน้อยสุดเพราะไม่สามารถแพร่กระจายสู่ผู้อ่านซึ่งเป็นคนในสังคมไทยได้เป็นวงกว้าง ผลการวิเคราะห์วิถีปฏิบัติทางสังคมวัฒนธรรมพบว่าปัจจัยทางสังคมมีอิทธิพลต่อการผลิตตัวบทและมีผลต่อการประกอบสร้างความหมายหรือภาพตัวแทนแรงงานต่างด้าว ได้แก่ นโยบายการบริหารจัดการของรัฐบาล การมีอยู่ของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยจำนวนมาก อุดมการณ์ชาตินิยม แนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชน และการพยายามขายข่าวของสื่อหนังสือพิมพ์เพื่อเอาตัวรอดในยุคดิจิทัล นอกจากนี้การผลิตนำเสนอวาทกรรมและภาพตัวแทนยังส่งผลกระทบต่อสังคมด้วย ได้แก่ …


Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake Jan 2024

Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The dominance of high-rise architecture in globalized urban landscapes has arguably raised concerns about the homogenization of cities and the decline of local identity. As vertical structures become essential components of contemporary metropolises, they pose unique challenges in negotiating cultural and contextual relevance. While often critiqued for their perceived detachment from place, some high-rises attempt to assert localized identities without reverting to superficial mimicry. This research engages with these tensions by analyzing five high-rise buildings in Bangkok—a vibrant, cosmopolitan, and non-Western urban setting—through the lens of Critical Regionalism, despite its known limitations when applied to large-scale architecture. The study examines …


The Dynamics Of The Chana Community Network Movement: Strategic Shifts, Impacts, And Reflections On Thailand's Political Landscape, Abdullah Yuhannan Jan 2024

The Dynamics Of The Chana Community Network Movement: Strategic Shifts, Impacts, And Reflections On Thailand's Political Landscape, Abdullah Yuhannan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation examines the dynamics of the Chana Community Movement, one of Thailand’s most enduring grassroots movements. Originating in the early 1990s with opposition to illegal commercial fishing, the movement has evolved to resist the Chana Industrial Estate Project. The research addresses key questions concerning factors sustaining the movement, tactical adaptations, societal impacts, and its reflection of Thailand’s contemporary political landscape. The study employs a qualitative research methodology, combining document analysis, in-depth interviews, and participant observation, alongside analytical frameworks derived from political struggle studies and social movement theories for comprehensive analysis. The findings reveal that the Chana Community Movement succeeded …


การตกเป็นเหยื่อของการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย, โชติกา ชุมศรี Jan 2024

การตกเป็นเหยื่อของการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย, โชติกา ชุมศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง “การตกเป็นเหยื่อของการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้กระทำผิดและผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ ศึกษาสภาพปัญหาของการตกเป็นเหยื่อและเสนอแนะแนวทางในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ในสังคมไทย เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ จำนวน 4 คน และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางและผู้ที่มีส่วนในการช่วยเหลือเหยื่อ จำนวน 8 คน ผลการศึกษา พบว่ารูปแบบพฤติกรรมของผู้กระทำผิด มี 3 ประการ ดังนี้ 1) การพยายามติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องและส่งข้อความที่ไม่พึงประสงค์ทางออนไลน์ 2) การนำข้อมูลของเหยื่อไปใช้ในทางที่มิชอบ และ 3) การนำข้อมูลที่เฝ้าติดตามทางออนไลน์ไปสะกดรอยในทางกายภาพ สาเหตุหรือแรงจูงใจที่นำไปสู่การกระทำความผิด ดังนี้ 1) ความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการติดต่อเหยื่อได้โดยตรง 2) ความต้องการสร้างความสัมพันธ์บางประการ และ 3) ความโกรธแค้นเมื่อถูกปฏิเสธหรือความต้องการควบคุม พฤติกรรมของบุคคลที่นำไปสู่การตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ มี 2 ประการ ดังนี้ 1) การขาดความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ และ 2) ลักษณะทางกายภาพของเหยื่อ นอกจากนี้ผลการศึกษา สภาพปัญหาของการตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ มี 4 ประการ ดังนี้ 1) การขาดความตระหนักรู้ 2) สภาพของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต 3) การขาดกฎหมายหรือมาตรการเฉพาะที่ใช้กับการกระทำความผิด และ 4) ขาดบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะทาง สำหรับแนวทางในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อการสะกดรอยออนไลน์ ได้แก่ 1) การสอนมารยาทการใช้งานอินเทอร์เน็ต และสร้างความตระหนักรู้ในอันตรายจากการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลแก่คนในสังคม 2) การเริ่มป้องกันจากตนเอง 3) การพัฒนาระบบกฎหมายและการบังคับใช้ และ 4) การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความชำนาญ และพัฒนาเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ช่วยสืบสวนการกระทำความผิดทางออนไลน์


Understanding Pluriversal Ontology: The Cases Of Three Alternative Agriculture Communities In Sisaket Province, Northeastern, Thailand, Thita Ornin Jan 2024

Understanding Pluriversal Ontology: The Cases Of Three Alternative Agriculture Communities In Sisaket Province, Northeastern, Thailand, Thita Ornin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In reaction to the global development paradigm, the concept of Pluriverse has played a pivotal role in exploring alternatives to development, aiming to foster a world that accommodates multiple worlding with the goals to facilitate various approaches to collective well-being, moving away from anthropocentric, linear growth within the modern capitalist development. This thesis seeks to understand alternative agriculture cases in the Northeast of Thailand through the Pluriversal ontology conceptual framework and to determine its usefulness through the following proposed framework; (1) alternative agricultural development discourse analysis, (2) friction and assimilation with modernity and (3) post-development values. Taken an inspiration from …


ปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, วันจักร น้อยจันทร์ Jan 2024

ปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, วันจักร น้อยจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและสาเหตุการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากเด็กและเยาวชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่เล่นพนันคาสิโนออนไลน์ จำนวน 15 คน ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก รวมถึงการศึกษาจากเอกสาร และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์สรุปอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1.สภาพปัญหาการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำแนกได้เป็น 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่สาเหตุเรื่องของความล้าหลังและไม่ชัดเจนของกฎหมายที่ไม่ทันกับเทคโนโลยี รวมถึงการโฆษณาที่เข้าถึงเยาวชนได้ง่าย ทำให้ปัญหานี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริบทและสภาวะที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความซับซ้อนทางวัฒนธรรม การทุจริตในระบบราชการ การพัฒนาเทคโนโลยี และวิถีชีวิตยุคใหม่ ล้วนส่งเสริมการเล่นพนัน และผลกระทบของปัญหานี้สร้างความเสียหายทั้งด้านการศึกษา จิตใจ สังคม และการเงินของเยาวชน การแก้ไขต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว โรงเรียน และสังคมในระยะยาว 2.สาเหตุการเล่นพนันคาสิโนออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานครสามารถแบ่งเป็น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจเจกบุคคล จิตวิทยา และสังคม พบว่าเยาวชนมักตัดสินใจเล่นพนันโดยประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ โดยอาจได้รับอิทธิพลจากการเลียนแบบพฤติกรรมในสื่อออนไลน์หรือกลุ่มเพื่อน การโฆษณาที่ดึงดูด และการเสริมกำลังทั้งทางบวกและลบ นอกจากนี้ ปัจจัยทางสังคม เช่น ความสัมพันธ์ที่ไม่แข็งแรงกับครอบครัว การขาดกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือความรู้สึกว่างเปล่าทางจิตใจ ล้วนมีส่วนผลักดันให้เยาวชนเข้าสู่วงจรการพนันออนไลน์มากขึ้น