Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 421 - 450 of 4029

Full-Text Articles in Entire DC Network

แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก, ณัฐณิชา หวังดี Jan 2024

แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก, ณัฐณิชา หวังดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ตัวอย่างที่ศึกษา คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 240 แห่ง จากผู้ตอบแบบสอบถาม 460 คน สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีค่าความเที่ยงระดับสูงมาก (α ≥ .90) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ผลการศึกษาความต้องการจำเป็น พบว่า การส่งเสริมภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ผ่านการบริหารวิชาการภาพรวม ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ การดูแลตนเองทางร่างกาย (PNIModified = 0.194) รองลงมาเท่ากันสองอันดับ คือ ความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามด้านภาพลักษณ์ทางร่างกายและการมีมโนทัศน์ความงามที่หลากหลาย (PNIModified = 0.193) เมื่อพิจารณาการพัฒนางานบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษารายด้าน พบว่า ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (PNIModified = 0.212) รองลงมา คือ การจัดการเรียนรู้ (PNIModified = 0.190) เมื่อพิจารณารายข้อด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ พบว่า ประเด็นที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากการประเมินไปใช้ในการตัดสินใจและพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ (PNIModified = 0.219) โดยภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุดในประเด็นนี้ คือ ความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามด้านภาพลักษณ์ทางร่างกาย (PNIModified = 0.230) ผลการศึกษา แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดภาพลักษณ์ทางร่างกายเชิงบวก ได้แนวทางที่ประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก 8 แนวทางย่อย 22 วิธีดำเนินการ ได้แก่ แนวทางหลักที่ 1 ส่งเสริมการนำผลการประเมินไปใช้ในการตัดสินใจและพัฒนาผู้เรียน ด้านความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามด้านภาพลักษณ์ทางร่างกาย และการมีมโนทัศน์ความงามที่หลากหลาย แนวทางหลักที่ 2 สนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมการตระหนักถึงการมีมโนทัศน์ความงามที่หลากหลาย และการเห็นคุณค่าและยอมรับร่างกาย …


การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับ การเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, จิรัชชา รุ่นประพันธ์ Jan 2024

การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับ การเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, จิรัชชา รุ่นประพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการในการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 3) เพื่อศึกษาผลการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพและความต้องการในการใช้เว็บแอปพลิเคชันฯ คือ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บแอปพลิเคชันฯ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิชาเคมี และผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาผลการใช้เว็บแอปพลิเคชันฯ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โรงเรียนนครนายกวิทยาคม จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) แบบสัมภาษณ์สภาพและความต้องการในการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้ สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 2) เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 3) แบบประเมินความเหมาะสมของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 4) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ 5) แบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ 6) แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการใช้เว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยายสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (Dependent Samples T-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปว่า 1. แนวทางการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบสอบ 5 ขั้น เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) เนื้อหา (Content) 2) การออกแบบการเรียนรู้ (Instructional design) 3) การออกแบบระบบ (System design) 4) การวัดและประเมินผล (Assessment) 5) การให้ผลป้อนกลับ (Feedback) 2. ผลการประเมินความเหมาะสมของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ฯ ในภาพรวมผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าเว็บแอปพลิเคชันมีความเหมาะสมมากที่สุด (M = 4.86, SD = 0.13) 3. ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการหลังเรียน …


การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย, จันทนา ชัยโอภานนท์ Jan 2024

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย, จันทนา ชัยโอภานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์ เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย และเพื่อศึกษาคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์ที่พัฒนาขึ้น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษารวบรวมข้อมูลและการออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยเก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 ด้าน จำนวน 8 ท่าน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดลูสพารตส์สำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางด้านศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 5 ท่าน ระยะที่ 2 ระยะทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ เด็กอนุบาลชั้นปีที่ 3 หรืออายุระหว่าง 5-6 ปี จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสังเกตพฤติกรรมสะท้อนความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย แบบประเมินทักษะการคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย แบบสํารวจความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวติดลูสพารตส์ แบบบันทึกการสัมภาษณ์ผลงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย ตารางแผนการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชุดกิจกรรมศิลปะตามตามแนวคิดลูสพารตส์​ ประกอบไปด้วย วัสดุธรรมชาติที่แตกต่างกัน 7 ชนิด สื่อการสอน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการ วิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดลูสพารตส์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย มีหลักการ คือ มีวัสดุธรรมชาติที่แตกต่างกันอย่างน้อย 7 ชนิดขึ้นไป มีวิธีการสอนและเนื้อหาการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นได้ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยวัสดุธรรมชาติที่มีความแตกต่างกันทั้ง รูป กลิ่น ขนาด และผิวสัมผัส พัฒนาทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์จากกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ส่งเสริมการคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ชุดกิจกรรมยังสามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้เพื่อสอนแก่โรงเรียนตามบริบทต่าง ๆ ได้อยากหลากหลาย โดยแนวทางในการนำชุดกิจกรรมไปปรับใช้ คือ 1) ปรับเปลี่ยนวัสดุ อุปกรณ์ให้สอดคล้องกับบริบทโรงเรียน หรือหัวข้อการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง 2) ลักษณะการจัดการเรียนมีวิธีการสอนที่ยืดหยุ่นโดยครูผู้สอนอาจกำกับการสอนและดูแลในช่วงครั้งแรก และเมื่อสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนว่ามีความรู้ความเข้าใจเพียงพอแล้วสามารถปล่อยให้เด็กได้ทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ โดยครูเป็นเพียงผู้สังเกตการและให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น 3) สามารถปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการทำกิจกรรมได้ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนและหัวข้อการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง 4) การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง ประเมินจากกระบวนการขณะเด็กทำกิจกรรมและสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ระหว่างการทำกิจกรรม เมื่อวิเคราะห์ด้วยการใช้สถิติ Wilcoxon Signed …


แนวทางการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถเชิงตัวเลขของนักเรียนประถมศึกษา, จิตติมา จันทรายุวัฒน์ Jan 2024

แนวทางการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถเชิงตัวเลขของนักเรียนประถมศึกษา, จิตติมา จันทรายุวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถเชิงตัวเลขของนักเรียนประถมศึกษา 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถเชิงตัวเลขของนักเรียนประถมศึกษา กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษาตอนปลาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตการสอน สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1. สภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถเชิงตัวเลขของนักเรียนประถมศึกษา โดยภาพรวมพบว่า สภาพการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถเชิงตัวเลขของนักเรียนประถมศึกษาทั้ง 4 ด้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.40, S.D. = 1.17) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านมีรายละเอียดดังนี้ ด้านการเตรียมการเรียนการสอน ครูมีการปฏิบัติในการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนการสอนที่เน้นความสามารถเชิงตัวเลขในระดับน้อยที่สุด (x̅ = 4.33, S.D. = 1.27) ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูมีการปฏิบัติในการให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านเกมที่ได้ทำตามกฎและอัลกอริทึม วางแผนกลยุทธ์ ใช้การแก้ปัญหาและความน่าจะเป็นในระดับน้อยที่สุด (x̅ = 3.85, S.D. = 1.48) ด้านสื่อการเรียนการสอน ครูมีการปฏิบัติในการเลือกใช้สื่อสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนหรือโรงเรียนในระดับน้อยที่สุด (x̅ = 3.83, S.D. = 1.68) ด้านการวัดและประเมินผล ครูมีการปฏิบัติในการวัดและประเมินนักเรียนจากการแสดงการตัดสินใจเลือกประยุกต์ใช้แนวทาง วิธีการและกลยุทธ์ทางคณิตศาสตร์ในระดับน้อยที่สุด (x̅ = 4.11, S.D. = 1.28) ส่วนปัญหามีดังนี้ 1) ด้านการเตรียมการเรียนการสอน พบว่า ครูขาดการเตรียมสถานการณ์และเนื้อหาคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริง 2) ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่า นักเรียนขาดความรู้คณิตศาสตร์ที่สำคัญในการจัดการสถานการณ์ปัญหา 3) ด้านสื่อการเรียนการสอน พบว่า ครูขาดความชำนาญในการใช้สื่อที่เชื่อมโยงกับความสามารถเชิงตัวเลข 4) ด้านการวัดและประเมินผล พบว่า ปัญหาในทักษะด้านการอ่านของนักเรียนส่งผลให้นักเรียนอ่านและตีความข้อมูลทางคณิตศาสตร์ไม่ได้ การวัดและประเมินผลจึงมีความคลาดเคลื่อน 2. แนวทางการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถเชิงตัวเลขของนักเรียนประถมศึกษา ได้แก่ 1) ด้านการเตรียมการเรียนการสอน ครูควรกำหนดสถานการณ์ที่สอดคล้องกับประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ในชีวิตจริงของนักเรียน จากนั้นกำหนดวัตถุประสงค์และเนื้อหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำหนด 2) ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูควรจัดกิจกรรมที่กระตุ้นให้นักเรียนได้ใช้ความสามารถเชิงตัวเลขในการปฏิบัติระหว่างกิจกรรมการเรียนการสอนที่ครูจัดขึ้น …


แนวทางการสืบทอดคุณค่าภูมิปัญญาเพลงซอล้านนา, พิชญุตม์ พชรธรรมโรจน์ Jan 2024

แนวทางการสืบทอดคุณค่าภูมิปัญญาเพลงซอล้านนา, พิชญุตม์ พชรธรรมโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์คุณค่าภูมิปัญญาเพลงซอล้านนา 2) เพื่อวิเคราะห์การสืบทอดคุณค่าภูมิปัญญาเพลงซอล้านนา 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการสืบทอดคุณค่าภูมิปัญญาเพลงซอล้านนา ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีวิจัยเอกสาร การศึกษาภาคสนาม การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง และการจัดสนทนากลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า 1. คุณค่าจริยศาสตร์และสุนทรียศาสตร์ที่ปรากฏในบทประพันธ์เพลงซอล้านนา งสะท้อนถึงการนำเอาหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนามาในในการนำเสนอ สำหรับสร้างความตระหนักและนำไปปรับใช้ในชีวิต ในด้านคุณค่าทางภูมิปัญญาครอบคลุมทั้งรูปธรรม (ภาษา ดนตรี การแสดง หัตถกรรม) และนามธรรม (คติความเชื่อ วิถีชีวิต) ในด้านบทบาทหน้าที่ของเพลงซอล้านนา คือ 1) การบันทึกเรื่องราวของสังคม 2) การสร้างความบันเทิง 3) การสืบทอดจารีตประเพณี 4) การส่งเสริมการศึกษา และ 5) การรักษาระเบียบทางสังคม 2. การสืบทอดคุณค่าภูมิปัญญาเพลงซอล้านนา คือ การถ่ายทอดความรู้จากครูสู่ศิษย์ โดยผสมผสานแนวคิดดั้งเดิมกับแนวทางใหม่ ผ่านการฝึกฝนทั้งในรูปแบบดั้งเดิม (เรียนรู้จากครูโดยตรง) และแบบประยุกต์ (ใช้สื่อและเทคโนโลยี) ศิษย์ต้องมีคุณสมบัติด้านเสียง ความจำ และความกตัญญู ทั้งนี้การเรียนรู้เน้นประสบการณ์ตรงผ่านชุมชนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและสืบทอดมรดกวัฒนธรรม 3. แนวทางการสืบทอดคุณค่าภูมิปัญญาเพลงซอล้านนา สะท้อนภาพรวมจากการศึกษาคุณค่าทางจริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ และภูมิปัญญาที่ปรากฏในบทซอ ตลอดจนกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านความสัมพันธ์แบบครูกับศิษย์ การฝึกฝนภาคปฏิบัติ และการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน เสนอให้พัฒนากลไกการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ สนับสนุนบทบาทของชุมชน เยาวชน และภาคีเครือข่าย เพื่อธำรงรักษาอัตลักษณ์ของเพลงซอในบริบทร่วมสมัยอย่างมีพลวัตและยั่งยืน


การพัฒนาชุดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธนาวิทย์ คงประเสริฐผล Jan 2024

การพัฒนาชุดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธนาวิทย์ คงประเสริฐผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้เชิงสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) ศึกษาประสิทธิผลของการใช้ชุดการเรียนการสอน ที่พัฒนาขึ้น โดยเปรียบเทียบความสามารถทางการเงินของผู้เรียนก่อนและหลังจากการใช้ชุดการเรียนการสอน และศึกษา การเปลี่ยนแปลงของความสามารถทางการเงินของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาจำนวน 10 คน โดยใช้การเลือกแบบสมัครใจ ใช้ระยะเวลา ทดลอง 10 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวัดความสามารถทางการเงินและแบบันทึกข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติทดสอบวิลคอกซัน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1. ชุดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย มีหลักการ คือ 1) การวิเคราะห์บริบทของผู้เรียนเพื่อออกแบบสถานการณ์การเรียนการสอน 2) การส่งเสริมการเรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริงผ่านชุมชนแห่งการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจากระดับเริ่มต้นไปสู่ระดับชำนาญ 3) การออกแบบองค์ประกอบของชุมชนแห่งการปฏิบัติให้สามารถเชื่อมโยงกับบริบททางการเงินของผู้เรียน และ 4) การกำหนดบทบาทของผู้สอนให้ตอบสนองต่อการพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล มีสาระครอบคลุมขอบเขตทางการเงิน ได้แก่ ความรู้พื้นฐาน สิทธิ การวางแผนจัดการเงิน การออม การลงทุน ความเสี่ยง และประกันภัย ชุดการเรียนการสอนนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมการเรียน การสอน 8 กิจกรรมที่ออกแบบให้เรียงลำดับจากประเด็นการเงินใกล้ตัวไปสู่ประเด็นซับซ้อนและไกลตัว มีขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนในแต่ละกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเพื่อออกแบบสถานการณ์ (ระยะเตรียม) และระยะที่ 2 ระยะการจัดการเรียนการสอนผ่านสถานการณ์ (ระยะสอน) มีขั้นตอน ได้แก่ 2.1) การให้ผู้เรียนกำหนดเป้าหมายและแนวทางจัดการ 2.2) การเผชิญสถานการณ์ตามแนวทางที่กำหนด 2.3) การสะท้อนการเรียนรู้จากสถานการณ์และ 2.4) ประเมินและให้ข้อมูลสะท้อนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ประเมินผลโดยใช้แบบวัด ประกอบกับการสังเกต สัมภาษณ์และการตรวจบันทึกสะท้อนคิด 2. ผลการศึกษาประสิทธิผลของชุดการเรียนการสอน ปรากฏว่า หลังการใช้ชุดการเรียนการสอน นักเรียนมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถทางการเงินสูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาตามองค์ประกอบ พบว่า ความสามารถในการตัดสินใจและกำกับการดำเนินการทางการเงินมีการเปลี่ยนแปลงสูงสุด รองลงมาเป็นความสามารถใน การกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเงิน และความสามารถในการประเมินขีดความสามารถทางการเงินของตนตามลำดับ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพยังชี้ว่าความสามารถทางการเงินมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


การพัฒนาความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยาด้วยสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฐกันต์ ขันยม Jan 2024

การพัฒนาความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยาด้วยสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฐกันต์ ขันยม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามในวิชาชีววิทยาเรื่อง การแบ่งเซลล์ ที่ส่งเสริมความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยงานวิจัยนี้แบ่งออก 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถาม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 4 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกการสนทนากลุ่มแบบมีโครงสร้างเรื่อง ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับลักษณะของสื่อแอนิเมชัน ขั้นตอนที่ 2 ออกแบบ สร้าง และประเมินสื่อแอนิเมชัน กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และนักเรียนที่มีประสบการณ์เรียนเรื่องการแบ่งเซลล์จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ สื่อแอนิเมชันต้นแบบ และแบบประเมินความเหมาะสมและสอดคล้องของสื่อแอนิเมชันขั้นตอนที่ 3 นำสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถามไปทดลองใช้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูชีววิทยา จำนวน 1 ท่าน และนักเรียนที่ไม่มีประสบการณ์เรียนเรื่องการแบ่งเซลล์ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สื่อแอนิเมชันที่ปรับปรุงแก้ไขจากขั้นตอนที่ 1 และ 2 และแบบวัดความเข้าใจมโนทัศน์ทางชีววิทยาเรื่อง การแบ่งเซลล์ จำนวน 11 ข้อ มีค่าความยากอยู่ในช่วง 0.44 - 0.77 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ที่ 0.61 - 0.90 และค่าความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 และขั้นตอนที่ 4 ประเมินและปรับปรุงสื่อแอนิเมชันแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยคำถาม กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มเดียวกับที่ทดลองใช้สื่อแอนิเมชันในขั้นตอนที่ 3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อสื่อแอนิเมชัน และบันทึกการสนทนากลุ่มแบบมีโครงสร้างเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อสื่อแอนิเมชัน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยาย ค่าดัชนีประสิทธิผล การสรุปพรรณา เรียบเรียง และวิเคราะห์สาระ ผลการวิจัยพบว่า ผลการประเมินความเหมาะสมและสอดคล้องของสื่อแอนิเมชัน โดยความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 (S.D. = 0.43) และ 4.80 (S.D. = 0.14) ตามลำดับ โดยมีค่าประสิทธิภาพของสื่อ มีประสิทธิภาพ E1/E2 …


ความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีทางภาษากับภาพตัวแทนที่แข่งขันกันของครูไทยในข่าวออนไลน์กับหนังสือครูดีในดวงใจ, กฤษณะ ชมภูวง Jan 2024

ความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีทางภาษากับภาพตัวแทนที่แข่งขันกันของครูไทยในข่าวออนไลน์กับหนังสือครูดีในดวงใจ, กฤษณะ ชมภูวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลวิธีทางภาษากับภาพตัวแทนครูในวาทกรรมข่าวออนไลน์ในช่วงปี พ.ศ. 2561-2565 และวาทกรรมหนังสือครูดีในดวงใจ ผู้วิจัยใช้วิธีการสุ่มอย่างมีระบบ ในการเลือกตัวอย่าง ประกอบด้วยตัวบทจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ 3 สำนักพิมพ์ ได้แก่ ไทยรัฐ ผู้จัดการ และข่าวสด ปี 2561-2565 จำนวน 100 ตัวบท และตัวบทจากหนังสือครูดีในดวงใจปี 2561-2562 จำนวน 100 ตัวบท การวิเคราะห์ใช้แนวคิด Textually Oriented Critical Discourse Analysis (TODA) หรือวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์แบบเน้นตัวบทของ Sunderland (2002,2006) และประยุกต์ใช้แนวการวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาตามแนวคิด van Dijk (2006, 2009, 2015) และแนวคิดภาพตัวแทน (Representation) ของ Hall (2013)ผลการศึกษา พบภาพตัวแทนครูไทยในข่าวออนไลน์ 6 ประเภท ได้แก่ 1.ครูเป็นมากกว่าอาชีพและยึดมั่นในอุดมการณ์ความเป็นครู 2.ครูเป็นผู้เพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติทางการศึกษาและคุณธรรม 3. ครูเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สร้างศิษย์โดยสมบูรณ์ 4.ครูเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศต่อนักเรียน 5.ครูเป็นผู้มีคุณสมบัติและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ 6. ครูเป็นผู้ที่ควรได้รับความเห็นใจ โดยใช้กลวิธีทางภาษา 10 กลวิธี ดังนี้ 1) การใช้กระบวนการที่เกี่ยวกับการกระทำ 2) การใช้คำอ้างถึง 3) การใช้กระบวนการที่เกี่ยวกับการพูด 4) การใช้ถ้อยคำที่ยกมากล่าวใหม่แบบตรงของครูและบุคคลอื่น 5) การอ้างอิง 6) ประโยคที่สัมพันธ์กันแบบเหตุ-ผล 7) ประโยคกรรม 8) การใช้กระบวนการที่เกี่ยวกับสภาพ 9) การใช้กระบวนการที่เกี่ยวกับความคิดความรู้สึก 10) ประโยคที่แสดงความสัมพันธ์แบบขัดแย้ง พบภาพตัวแทนครูไทยในหนังสือครูดีในดวงใจ 3 ประเภท ได้แก่ 1.ครูเป็นมากกว่าอาชีพและยึดมั่นในอุดมการณ์ความเป็นครู 2.ครูเป็นผู้เพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติทางการศึกษาและคุณธรรม 3. ครูเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สร้างศิษย์โดยสมบูรณ์ ซึ่งแม้ว่าภาพดังกล่าวจะมีคำอธิบายและลักษณะที่คล้ายกับภาพในข่าวออนไลน์ แต่มีจุดเน้นและรายละเอียดที่แตกต่างกัน โดยใช้กลวิธีทางภาษาหลัก ได้แก่ การใช้เรื่องเล่า และใช้กลวิธีทางภาษาย่อย 8 กลวิธี ได้แก่ 1) กระบวนการที่เกี่ยวกับการกระทำและความคิดความรู้สึก 2) …


“พงศาวดารจีนพากย์ไทย” ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค): การศึกษาการแปลและแนวคิดสำคัญ, จรณินท์ ติ๋วโวหาร Jan 2024

“พงศาวดารจีนพากย์ไทย” ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค): การศึกษาการแปลและแนวคิดสำคัญ, จรณินท์ ติ๋วโวหาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาแนวทางการแปลพงศาวดารจีนพากย์ไทยของสมเด็จเจ้าพระยา บรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ที่แปลในสมัยรัชกาลที่ 4-5 (พ.ศ. 2401-2421) จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง ไซจิ้น เรื่องตั้งจิ้น เรื่องน่ำซ้อง เรื่องชั่นถังหงอโต้ เรื่องเม่งเฉียว และเรื่องเม่งมวดเซงฌ้อ รวมถึงวิเคราะห์แนวคิดที่ปรากฏและวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวทางการแปลและแนวคิดดังกล่าวผลการศึกษาพบว่าพงศาวดารจีนพากย์ไทยของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ แปลเรียบเรียงจากนิยายจีนที่แต่งสมัยราชวงศ์หมิงและชิง (ค.ศ. 1368-1912) โดยเลือกเฉพาะเรื่องแนวพงศาวดารที่กล่าวถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในรัชสมัยต่าง ๆ และการเปลี่ยนราชวงศ์ของจีน กระบวนการแปลยังรักษาโครงเรื่องหลักไว้ แต่มีการปรับรูปแบบคือไม่มีการแบ่งบท ตัดการแทรกบทประพันธ์ และการเล่าเรื่อง ชวนติดตามในฉบับจีนออก ลดการใช้ความเปรียบและบทพรรณนา ทำให้ฉบับแปลไทยมีลักษณะเป็นร้อยแก้วขนาดยาวที่เน้นให้ความรู้เรื่องพงศาวดารจีนมากขึ้น และปรับเปลี่ยนเนื้อหาเพื่อเสนอแนวคิดเกี่ยวกับผู้ปกครองเด่นชัดกว่าต้นฉบับซึ่งเป็นนิยายเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะมีการปรับคติกษัตริย์ให้เข้ากับวัฒนธรรมไทยทำให้ตัวบทผสมผสานทั้งแนวคิดการปกครองบ้านเมืองแบบจีนกับแนวคิดผู้ปกครองแบบไทย แนวคิดผู้ปกครองที่ปรากฏในฉบับไทย ได้แก่ กษัตริย์ผู้ทรงธรรมและปัญญาทำให้บ้านเมืองเจริญและสงบสุข ในทางกลับกันหากกษัตริย์ไม่ตั้งอยู่ในธรรมก็เป็นเหตุแห่งความเสื่อมของบ้านเมืองเช่นกัน ความสำคัญและบทบาทหน้าที่ของขุนนางและคุณสมบัติของผู้ปกครอง การปรับรูปแบบ เนื้อหา และแนวคิดเหล่านี้เกิดจากปัจจัยสองประการ คือ ปัจจัยทางวรรณกรรมและปัจจัยทางสังคม ในแง่ปัจจัยทางวรรณกรรม ขนบการแปลแต่งในวรรณคดีไทยซึ่งส่งผลต่อแนวทางการแปล เรียบเรียงพงศาวดารจีนพากย์ไทยตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีอิทธิพลต่อมายังการแปลพงศาวดารจีนพากย์ไทยของสมเด็จเจ้าพระยาฯ ซึ่งมีการเพิ่มเนื้อหาเพื่อให้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์จีนและการเพิ่มแนวคิดเกี่ยวกับกษัตริย์และขุนนาง ส่วนปัจจัยทางสังคม ได้แก่ บริบททางสังคมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3-5 เมื่อชาติตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลในสยามมากขึ้น เกิดกระแสการสร้างหนังสือที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองแทนนิยายประโลมโลก ราชสำนักจึงเริ่มสร้างหนังสือที่เน้นให้ความรู้แบบสมัยใหม่ สมเด็จเจ้าพระยาฯ ในฐานะขุนนางคนสำคัญของบ้านเมือง จึงเลือกสืบทอดการแปลงานชุดพงศาวดารจีนพากย์ไทยช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ให้เป็นชุดหนังสือความรู้เรื่องพงศาวดารจีน โดยกำกับการแปลให้งานชุดนี้ซึ่งต้นฉบับเป็นนิยายเพื่อความบันเทิง ให้เน้นเนื้อหาความรู้เพื่อเป็นประโยชน์มากขึ้น ได้แก่ การปรับรายละเอียดให้เน้นนำเสนอความรู้เรื่องลำดับกษัตริย์และ ราชวงศ์จีน และนำเสนอแนวคิดคำสอนเกี่ยวกับการปกครองบ้านเมืองให้ข้าราชการในราชสำนัก และถวายโอวาทแด่ยุวกษัตริย์เพื่อเป็นแบบอย่างในการศึกษาการปกครองแผ่นดิน


Development Of Nanomaterial-Based Electrochemical Detection Devices For Point-Of-Care Testing, Khageephun Permpoka Jan 2024

Development Of Nanomaterial-Based Electrochemical Detection Devices For Point-Of-Care Testing, Khageephun Permpoka

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Electrochemical detection aligns with the REASSURED criteria established by the World Health Organization. Nanomaterials also play a crucial role in enhancing detection performance. Therefore, this research integrates nanomaterials into the development of pointof-care testing (POCT) devices for detecting prostate cancer biomarkers and monitoring wound infection status. Timely diagnosis can significantly reduce the physical burden of illness, ease pressure on healthcare systems, and lessen the broader socioeconomic impact. The first part of the research involves the development of a paper-based analytical device for detecting the enzyme myeloperoxidase (MPO). Glucose oxidase (GOx) was immobilized on paper to produce hydrogen peroxide (H2O2 ), …


การยกระดับระบบบ้านอัจฉริยะด้วยการมีส่วนร่วมของสถาปนิก, ปฏิพล บุญสุขโชติ Jan 2024

การยกระดับระบบบ้านอัจฉริยะด้วยการมีส่วนร่วมของสถาปนิก, ปฏิพล บุญสุขโชติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมหัต (Big Data) ได้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบในด้านที่อยู่อาศัย แนวคิดบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการใช้อาคารผ่านการผสานเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ในบริบทของประเทศไทย การประยุกต์ใช้ระบบบ้านอัจฉริยะยังเผชิญกับข้อจำกัดด้านการบูรณาการระบบ การจัดการข้อมูล และความเข้าใจเชิงพื้นที่ ส่งผลให้การใช้งานจริงไม่สามารถบรรลุศักยภาพได้อย่างแท้จริง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาช่องว่างดังกล่าว วิเคราะห์บทบาทของสถาปนิกในการแก้ปัญหา และนำเสนอแนวทางในการยกระดับระบบบ้านอัจฉริยะให้ตอบสนองการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะจำนวน 10 ราย และการวิเคราะห์เชิงกรอบ (Framework Analysis) เพื่อสังเคราะห์ปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้น รวมถึงออกแบบส่วนต่อประสานผู้ใช้ (UI) เพื่อพัฒนาแบบจำลองเชิงแนวคิด (Conceptual Modeling) บนพื้นฐานระเบียบวิธีแบบจำลองสถานการณ์ (Simulation-Based Approach) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันการพัฒนาระบบบ้านอัจฉริยะในไทยส่วนใหญ่ผู้ให้บริการเทคโนโลยี (IoT Vendors) มีบทบาทสำคัญมากที่สุดผ่านการเลือกใช้ระบบบ้านอัจฉริยะซึ่งมีลักษณะเป็นระบบปิดและขาดความสามารถในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน (Integration Performance) ขณะเดียวกันสถาปนิกในปัจจุบันที่มีศักยภาพของข้อมูลอาคาร (BIM) แต่ก็ไม่ได้นำไปใช้เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับระบบ อีกทั้งยังขาดความเข้าใจในการนำองค์ความรู้เข้าร่วมในกระบวนการออกแบบระบบบ้านอัจฉริยะ ส่งผลให้ระบบบ้านอัจฉริยะกลายเป็นเพียง Gadget Home ซึ่งไม่สามารถตอบสนองชีวิตอัจฉริยะได้อย่างแท้จริง (Pseudo-Smart) การผสานความรู้ทางสถาปัตยกรรมเข้าไปยังระบบอัจฉริยะบนพื้นฐานของข้อมูลอาคาร (BIM) จะนำไปสู่การควบคุมอุปกรณ์ให้ทำงานอย่างสอดคล้องและอัตโนมัติ (Smart Controlling) การบูรณาการดังกล่าวยังช่วยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงพื้นที่บนระบบเวลาจริง (Real-time) สถาปนิกจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับสู่ Smart Architect ที่เข้าใจทั้งระบบและกระบวนการของการสร้างบ้านอัจฉริยะตั้งแต่ในระดับของการกำหนดเป้าหมายของระบบบ้านอัจฉริยะ (IoT Objective) ระดับของอุปกรณ์ (Physical) ระดับของการจัดการชุดข้อมูล (Database) ระดับของการจัดการฐานข้อมูลอาคาร (BIM) และระดับของกระบวนการทำงานของระบบ (Flowchart) ผ่านการเลือกใช้เครื่องมือในการออกแบบและความเข้าใจด้าน BIM ในฐานะของข้อมูลอาคาร อย่างไรก็ตามการยกระดับนี้ไม่ได้จำกัดเพียงสถาปนิก แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 3 ฝ่าย คือ สถาปนิก เจ้าของบ้าน และผู้ให้บริการ จะต้องมีความเข้าใจร่วมกันถึงความสำคัญของข้อมูล เพื่อกำหนดเป้าหมายเดียวกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาบ้านอัจฉริยะในบริบทไทยที่สามารถบูรณาการข้อมูลและตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างยั่งยืน


การวิจัยเพื่อการออกแบบและพัฒนาระบบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลฟิล์มพลาสติกอย่างยั่งยืน, สุพิชฌาย์ ศาศวัตวิบูลย์ Jan 2024

การวิจัยเพื่อการออกแบบและพัฒนาระบบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลฟิล์มพลาสติกอย่างยั่งยืน, สุพิชฌาย์ ศาศวัตวิบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและข้อจำกัดของการจัดการขยะฟิล์มพลาสติกในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งสร้างแนวทางการออกแบบระบบจัดการขยะที่สามารถนำฟิล์มพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริโภค (End Consumer) ธุรกิจการจัดการขยะ และโรงงานผู้ผลิต/โรงงานรีไซเคิล ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2567 งานวิจัยพบช่องว่างหลักในปัจจุบัน ได้แก่ ความยุ่งยากในการทำความสะอาดขยะฟิล์ม ขาดมาตรฐานในการแยกขยะ และการเข้าถึงระบบรองรับที่มีอยู่ยังทำได้ยาก อีกทั้งผู้บริโภคยังขาดแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่แม้มีความตั้งใจแต่ยังรู้สึกว่าการคัดแยกเป็นภาระ และการสนับสนุนจากภาครัฐยังอยู่ในระดับขอความร่วมมือ ไม่ได้ผลักดันเชิงนโยบายหรือกฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังพบข้อกังวลด้านบทบาทของสมาคมผู้ผลิตพลาสติกที่อาจเกิดความทับซ้อนกับบทบาทของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตามหลักการ EPR หากสมาคมฯ เป็นเจ้าภาพหลักเพียงฝ่ายเดียวจึงอาจต้องออกแบบระบบการประสานงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันกลางให้มีความครอบคลุมและสมดุล การวิจัยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์สถานการณ์ขยะพลาสติกในปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภค การทำงานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผ่านกระบวนการวิจัยที่ประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ การสัมภาษณ์เชิงลึก รวมถึงกิจกรรม focus group และการออกแบบร่วม (co-creation) เพื่อระบุปัญหาและโอกาสในการพัฒนาระบบจัดการขยะฟิล์มพลาสติก โดยอาศัยแนวคิดการออกแบบระบบผลิตภัณฑ์และบริการ (Product-Service System Design) มาเป็นแนวทางหลักในการออกแบบ ผลลัพธ์ของการวิจัยคือการออกแบบระบบการจัดการขยะฟิล์มพลาสติกที่มีจุดสัมผัส (Touchpoint) กับผู้ใช้งานในหลายรูปแบบ ได้แก่ แอปพลิเคชันสำหรับสะสมขยะฟิล์มพลาสติก, เครื่องปั่นขยะฟิล์มพลาสติกเพื่อเตรียมสำหรับการรีไซเคิล, แบดจ์ติดหน้าร้านสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพื่อสื่อสารการมีส่วนร่วม และจุดรับขยะ (Drop Point) อัจฉริยะที่สามารถแสดงสถานะการใช้งานได้ โดยทั้งหมดถูกพัฒนาเพื่อตอบ pain point ที่พบจากผู้ใช้งาน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าขยะฟิล์มพลาสติกแม้จะมีปริมาณมากในชีวิตประจำวัน แต่ยังขาดระบบจัดการที่เหมาะสม เนื่องจากข้อจำกัดด้านมูลค่าที่ต่ำ ความยุ่งยากในการทำความสะอาด และน้ำหนักเบาซึ่งส่งผลต่อความยากในการขนส่ง ระบบที่ออกแบบขึ้นนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกและรวบรวมขยะฟิล์มพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบการจัดการขยะที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคต จากการทดสอบแนวคิดกับผู้ใช้งาน พบว่าผู้ใช้งานต้องการระบบที่เข้าใจง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะระบบการแบ่งระดับผู้ใช้ตามความสามารถในการแยกขยะ ระบบสะสมแต้ม และการติดตามเส้นทางขยะ ล้วนสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ฟีเจอร์เชิงเทคโนโลยี เช่น ระบบ AI และการเลือกถุงขยะล่วงหน้า ช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานจริง และสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้วิจัยในการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทการใช้งานในชีวิตประจำวัน


พระพุทธสิหิงค์-พระสิงห์: การสืบทอดและการสร้างสรรค์ตำนานเรื่องเล่าและประเพณีพิธีกรรมในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย, กรกฎา บุญวิชัย Jan 2024

พระพุทธสิหิงค์-พระสิงห์: การสืบทอดและการสร้างสรรค์ตำนานเรื่องเล่าและประเพณีพิธีกรรมในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย, กรกฎา บุญวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาตำนานเรื่องเล่าและประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับพระพุทธสิหิงค์-พระสิงห์ในสังคมไทย เพื่อนำมาวิเคราะห์วิธีคิดในการสืบทอดและการสร้างสรรค์ รวมถึงวิเคราะห์บทบาทของตำนานเรื่องเล่าและประเพณีพิธีกรรมดังกล่าวในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย ผู้วิจัยเก็บข้อมูลภาคสนาม พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2564 ในพื้นที่ที่พระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่และมีตำนานเรื่องเล่ารวมทั้งประเพณีพิธีกรรม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ตรัง แม่ฮ่องสอน และสมุทรสาคร ผลการศึกษาพบว่า ตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระพุทธสิหิงค์ในสังคมไทยที่รวบรวมได้มี 43 สำนวน อยู่ภายใต้แบบเรื่องเดียวกัน คือ แบบเรื่องพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสิหิงคนิทาน และกลุ่มนางเลือดขาว ตำนานเรื่องเล่าเหล่านี้ได้รับการสืบทอดในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ วัตถุมงคลและความเชื่อ บทเพลง สื่อกระจายเสียง จิตรกรรม กวีนิพนธ์ บทเทศน์ และประติมากรรม ส่วนการสร้างสรรค์พบในรูปแบบวรรณกรรม ตำนานเรื่องเล่าที่ได้รับการสืบทอดและสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ล้วนมีวิธีคิดมาจากการนำสิหิงคนิทาน ประวัติศาสตร์ และเรื่องเล่าในท้องถิ่นมาปรับใช้ประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับพระพุทธสิหิงค์ในปัจจุบันมี 14 ประเพณีพิธีกรรม จำแนกได้เป็น 2 กลุ่มคือ ประเพณีหลวง อันเป็นประเพณีใหญ่ที่มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ปัจจุบันมีร่องรอยจากความเชื่อและพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ราชสำนักเคยจัดขึ้น มาเป็นหน่วยงานรัฐเป็นผู้จัด ส่วนประเพณีราษฎร์อันเป็นประเพณีที่มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ และชาวบ้านเป็นผู้จัดประเพณี ทั้ง 2 กลุ่ม มีทั้งที่เป็นประเพณีสืบสานที่ได้รับการสืบทอดมาในวัฒนธรรม และประเพณีที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยมีวิธีคิดในการสืบทอดอยู่ 2 วิธีคิด ได้แก่ การจำลองเส้นทางการเสด็จของพระพุทธสิหิงค์จากตำนานเรื่องเล่า และการผสมผสานหลายประเพณีพิธีกรรมที่มีมาแต่อดีตเข้าด้วยกัน และมีวิธีคิดหลักในการสร้างสรรค์ คือ การสร้างประเพณีพิธีกรรมใหม่ผนวกเข้ากับประเพณีเดิม คติชนพระพุทธสิหิงค์ในปัจจุบันมีบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ได้แก่ บทบาทในการสร้างความชอบธรรมและความมั่นคงในด้านการเมืองการปกครอง บทบาทในการสร้างขวัญและกำลังใจเรื่องความอุดมสมบูรณ์ในวิถีเกษตรกรรม บทบาทในการแสดงอัตลักษณ์เพื่อธำรงสำนึกทางชาติพันธุ์ และบทบาทในการเป็นทุนทางวัฒนธรรมมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในบริบทเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การวิจัยนี้ ทำให้เกิดการรวบรวมตำนานเรื่องเล่าและประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับพระพุทธสิหิงค์-พระสิงห์ในสังคมไทย ทำให้เข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญของพระพุทธสิหิงค์ในการสร้างเสถียรภาพให้แก่สังคมไทย และจะเป็นแนวทางในการศึกษาคติชนเกี่ยวกับพระพุทธรูปในสังคมไทยในเชิงคติชนวิทยาและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องได้ต่อไป


การประยุกต์ใช้กลยุทธ์ความยั่งยืนแบบ Esg ในโครงการมิกซ์ยูสด้านค้าปลีก สำนักงาน และโรงแรม: กรณีศึกษา บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), พรพักตร์ ลีลาสุวรรณกุล Jan 2024

การประยุกต์ใช้กลยุทธ์ความยั่งยืนแบบ Esg ในโครงการมิกซ์ยูสด้านค้าปลีก สำนักงาน และโรงแรม: กรณีศึกษา บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), พรพักตร์ ลีลาสุวรรณกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภายใต้แรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลยุทธ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในโครงการมิกซ์ยูสที่มีความหลากหลายของประเภทการใช้งาน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการกำหนดและถ่ายทอดกลยุทธ์ ESG ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) สู่การปฏิบัติในโครงการเซ็นทรัลเวิลด์ ผ่านการวิเคราะห์รายงานความยั่งยืน พ.ศ. 2562–2566 และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ โดยใช้ Content Analysis และ Thematic Analysis ผลการศึกษาพบว่า การนำกลยุทธ์ ESG มาใช้ในโครงการมิกซ์ยูสที่ประกอบด้วยศูนย์การค้า สำนักงาน และโรงแรม จำเป็นต้องออกแบบกระบวนการถ่ายทอดกลยุทธ์จากระดับองค์กรสู่ระดับโครงการอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุม 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดแนวคิดและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (formulate the strategy) 2) การบูรณาการแนวคิด ESG เข้ากับ กลยุทธ์องค์กรและแผนปฏิบัติการ (integration) 3) การแปลงเป้าหมายสู่แผนปฏิบัติการและการปรับให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ของแต่ละยูส (cascade) 4) การดำเนินงานผ่านการบริหารโครงการและการมีส่วนร่วมในระดับปฏิบัติการ (execute) และ 5) การติดตามและประเมินผลผ่านตัวชี้วัดที่สามารถวัดผลได้จริง (tracking) โดยจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านอย่าง ESD (Excellence & Sustainable Development) เป็นกลไกสนับสนุนตลอดกระบวนการ ซึ่งการดำเนินกลยุทธ์ ESG ในโครงการเน้นการปรับใช้งานที่แตกต่างกันตามกิจกรรมของยูส ในกรณีศึกษาใช้ศูนย์การค้าเป็นตัวเชื่อมโยงกิจกรรม ESG ด้านสังคม (S) เนื่องจากมีลักษณะพื้นที่เปิดที่ผู้ใช้งานเข้าถึงได้หลากหลายกลุ่ม โรงแรมเน้นการลงทุนในระบบพลังงานสะอาดและวัสดุรักษ์โลก (E) และสำนักงานมุ่งเน้นการบริหารจัดการพลังงานและขยะ (E) พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เช่าและพนักงาน (S) ผลจากกำหนดกลยุทธ์ ESG เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ และโครงการเซ็นทรัลเวิลด์ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนหลายรายการ โดย 56% ผู้ร่วมกิจกรรมแสดงความพึงพอใจต่อแนวทาง ESG ของโครงการ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อจำกัดด้านการ ปรับปรุงโครงสร้างอาคาร งบประมาณ การมีส่วนร่วมของผู้เช่าบางราย และการประสานงานภายในองค์กร ทั้งนี้ 3 ปัจจัยที่ทำให้การดำเนิน ESG ในโครงการมิกซ์ยูสเกิดผลสัมฤทธิ์ คือ …


Design Research Project For Sustainable Campus Travel, Encouraging Active Mobility For Urban Thai University Students, Wanatchai Tassanee Jan 2024

Design Research Project For Sustainable Campus Travel, Encouraging Active Mobility For Urban Thai University Students, Wanatchai Tassanee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Physical Activity and Physical fitness can act as tools to measure one’s health status. With its numerous benefits, such as improved physical and mental health and lower mortality risk, health promotion programs have been extensively devised to aid the young adults. However, only around a quarter of Thailand’s younger generations has sufficient physical activity. Thus, Active Mobility plays an important role in encouraging physical activity and aid in decreasing environmental impacts resulting from motorised means of travel. This study aims to promote physical activity and active mobility, while focusing on the perceived benefits of the students from campus travel experience. …


การพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, สุภลักณ์ สีขาว Jan 2024

การพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, สุภลักณ์ สีขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนและแนวทางเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 3) เพื่อศึกษาผลของ การใช้บทเรียนโมบายเลิร์นนิง ฯ และเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ก่อนและหลังเรียน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 1 คือ ครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะมิติสัมพันธ์ 9 คน นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 15 คน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 2 คือ ผู้เชี่ยวชาญรวมจำนวน 6 คน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 3 คือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 50 คน เครื่องมือในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์ครูและผู้เรียน 2) บทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 3) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 4) แผนการจัดการเรียนรู้ 5) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ 6) แบบประเมินความพึงพอใจในบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ด้วยสถิติบรรยาย 2) การวิเคราะห์คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ (relative growth score) 3) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ การทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. การศึกษาสภาพการเรียนการสอนเกี่ยวกับมิติสัมพันธ์ พบว่าผู้เรียนเคยทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับมิติสัมพันธ์มาบ้าง แต่ไม่ได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม ด้วยเนื้อหาเป็นส่วนย่อยในหลายวิชา อีกทั้งเวลาและแบบฝึกที่มี ผู้เรียนมีความสนใจหากมีบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ และการออกแบบบทเรียนที่มีเนื้อหา วิธีการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบทเรียน โดยใช้สีโทนเย็นเช่น สีฟ้า, สีเขียว หรือขาว ฯลฯ เป็นต้น 2. ผลการพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ ประกอบด้วย 1) บทเรียน 4 บทเรียน 2) กลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศภาพ (Visual Scaffolding) เน้นการใช้การเรียนรู้ด้วยภาพ ได้แก่ เส้นสี, เส้นชี้นำ, ตัวอักษรชี้นำ LTR บอกทิศทางและภาพ 3D ในส่วนเฉลย เพื่อง่ายต่อการจดจำและเรียนรู้ด้วยการดูดซึมข้อมูลรูปแบบภาพ 3) การจัดการเรียนการสอนด้วยบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 3. ผลการเรียนด้วยบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ …


การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว Jan 2024

การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา และ 2) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา ตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 จำนวน 33 นาย โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบวัดการรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเองและการอ่านเพื่อความเข้าใจ 2) แบบวัดความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเอง 3) แบบประเมินพฤติกรรมความรับผิดชอบต่อตนเอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาที่พัฒนาขึ้น มี 4 องค์ประกอบ คือ (1) วัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้ (2) เนื้อหาสาระและสื่อ (3) ขั้นการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ ขั้นเตรียม : การเลือกวรรณกรรมที่เสริมสร้างความรับผิดชอบ ขั้นสร้างความตระหนักรู้เรื่องความรับผิดชอบ และขั้นสร้างความเข้าใจในการอ่านวรรณกรรมเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบ และ (4) การวัดและประเมินผล และ 2) ผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาโดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นพบว่า หลังการจัดการเรียนรู้ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหารสูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา, รัฐศาสตร์ คำผุย Jan 2024

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา, รัฐศาสตร์ คำผุย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยที่มีต่อความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยเปรียบเทียบความสามารถด้านศัพท์ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และศึกษาความสามารถด้านศัพท์ของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้จากความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 ห้องเรียน ทั้งหมด 35 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด คือ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา 2) แบบวัดความสามารถด้านศัพท์ 3) แบบบันทึกการเรียนรู้ศัพท์ และ 4) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การทดสอบค่าที (Dependent t-test) การลงรหัสเชิงอนุมาน (Deductive coding) และการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นเพื่อบูรณาการคำศัพท์ภาษาอังกฤษกับการละเล่นพื้นบ้านไทย ประกอบด้วย 5 ชุดกิจกรรม ซึ่งครอบคลุมคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน ดำเนินการสอนตามแผน 6 ขั้นตอน โดยมีเพลงภาษาอังกฤษที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อใช้ประกอบการละเล่น พร้อมด้วยคู่มือครู สื่อการเรียนรู้ และแบบประเมินผล 2. คะแนนความสามารถด้านศัพท์หลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนมีความสามารถด้านศัพท์ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยสามารถก้าวข้ามความท้าทายในระยะแรก ทั้งการสะกดคำ ระบุประเภทของศัพท์ที่ผิด และการไม่มั่นใจที่จะพูด ไปสู่ความแม่นยำและความคล่องแคล่วในการใช้ศัพท์ทั้งด้านการฟังและการพูดในระยะหลัง 4. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงบวก ที่กระตุ้น การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ซึ่งส่งเสริมความมั่นใจในการสื่อสารและทัศนคติที่ดีของนักเรียน นอกจากนี้ กิจกรรมที่เน้นการเล่นเป็นกลุ่มยังเอื้อต่อการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน และทำให้การจดจำคำศัพท์ยั่งยืน ผ่านการทบทวนซ้ำในรูปแบบที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพ


Border Brides From Southeast Asia To China : Is The Hidden Trafficking Crime Being Rationalized, Xi Chen Jan 2024

Border Brides From Southeast Asia To China : Is The Hidden Trafficking Crime Being Rationalized, Xi Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Along the border between China and the Peninsula of Southeast Asia, Myanmar, Laos and Vietnam are the three countries most closely linked to China, not only for geopolitical relations, but also for the similarities between different economies, societies and ethnic cultures. With the wave of globalization comes a huge number of economic opportunities and the mobility of people from other countries and ethnicities to pursue economic benefits first and foremost. There are limited opportunities for legitimate and recognized jobs through official procedures, especially in a country where the demographic dividend is a major advantage, and where human capital is not …


Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang Jan 2024

Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Shandong Bangzi Opera, a traditional Chinese opera originating from the Shandong region, has received significant attention for its preservation and development in Qufu, the birthplace of Confucian culture. This art form is characterized by its passionate singing, bold performance style, and authentic Southwest Lu dialect. It reflects the character and social life of the Southwest Lu people, and demonstrates the profound influence of Confucian culture on local society and interpersonal relationships. Despite challenges such as an aging audience and limited transmission methods, Shandong Bangzi Opera is being revitalized through innovative practices, including multimedia technology and modern stage techniques. This study …


Semiotic Resources And Ideological Construction In Southeast Asian Femvertising, Qian Zhang Jan 2024

Semiotic Resources And Ideological Construction In Southeast Asian Femvertising, Qian Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Femvertising, the practice of integrating feminist messaging into advertising, has emerged as a powerful strategy for challenging gender stereotypes and promoting women's empowerment. However, its adaptation in Southeast Asia poses unique challenges due to the region's diverse cultural and religious norms. This research investigates how semiotic resources in Femvertising campaigns from Thailand, Malaysia, and Singapore construct empowerment narratives while addressing local cultural contexts. Combining a systematic literature review with social semiotic analysis, this study explores the visual and linguistic elements in Femvertising campaigns, highlighting their dual role in challenging stereotypes and reinforcing consumerist ideologies. Findings reveal that while these campaigns …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This indepentdent study explores the protection, inheritance, and innovation of traditional skills through curatorial practice, using the "Blossom" exhibition of Shaanxi paper-cutting art, an intangible cultural heritage of Shaanxi Province, China, as its research object. Through literature analysis and case comparison, the study systematically organizes the historical origins, regional characteristics, and inheritance status of Chinese paper-cutting art, with a specific focus on the bold artistic style and cultural connotations of Shaanxi paper-cutting. Drawing on examples like the "Blooming on Paper" European Paper-cutting Exhibition and the Sixth Yunnan Paper-cutting Art Exhibition, the study proposes that curatorial practice should balance historical inheritance …


การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล Jan 2024

การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาศึกษากลวิธีการแปลประโยคอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan (2513) และฉบับแปลภาษาไทย เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์ (2559) รวมถึงปัจจัยทางวัฒนธรรมบางประการที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้คัดเลือกประโยคที่ปรากฏการใช้อติพจน์จำนวน 60 ประโยค ตามแนวทางการจำแนกประเภทอติพจน์ของ Claudia Claridge (2011) และใช้กรอบการวิเคราะห์แนวทางการแปลความเปรียบและสำนวนภาษา (Trope Change) ของ Andrew Chesterman (2001) จากการจำแนกประเภทอติพจน์ที่ปรากฏในประโยคต้นฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ประโยค พบอติพจน์ในตัวบทต้นฉบับ 6 ประเภท ได้แก่ อติพจน์แบบคำเดียว อติพจน์ระดับวลี อติพจน์ระดับอนุประโยค อติพจน์ที่แสดงจำนวน การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด และการใช้การเปรียบเทียบ โดยแบ่งเป็นอติพจน์ประเภทเดียวประโยคจำนวน 53 ประโยค และใช้อติพจน์มากกว่าหนึ่งประเภทร่วมกัน จำนวน 7 ประโยค จากการวิเคราะห์พบว่ากลวิธีที่ผู้แปลเลือกใช้ในการแปลประโยคอติพจน์ที่คัดสรรจำนวน 67 แห่ง มีทั้งหมด 3 กลวิธี ได้แก่ การรักษาอติพจน์หรือใช้สำนวนภาษาประเภทเดิม (55 แห่ง) เปลี่ยนไปใช้อติพจน์หรือสำนวนภาษาประเภทอื่น (3 ครั้ง) และแปลโดยไม่เก็บอติพจน์หรือสำนวนภาษา (9 แห่ง) โดยกลวิธีที่พบมากที่สุดคือ คงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม นอกจากนี้ยังพบว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เป็นปัจจัยทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งผู้แปลเลือกใช้กลวิธีการกรองทางวัฒนธรรม (cultural filtering) ควบคู่กับการคงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม โดยใช้คำที่มีความหมายต่างกัน หากแต่ยังมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของการสื่อความ จึงทำให้เห็นภาพการเปรียบเทียบไปในทำนองเดียวกันกับต้นฉบับโดยหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่สื่อความทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมไทย


Curatorial Practice Project For Education Program: Analog Expression – Emotional Language Through Camera-Less Photography, Swita Uancharoenkul Jan 2024

Curatorial Practice Project For Education Program: Analog Expression – Emotional Language Through Camera-Less Photography, Swita Uancharoenkul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study examines curatorial practice in developing educational programs that utilize camera-less photography as a medium for emotional expression. Building upon the theoretical framework of light as both physical phenomenon and metaphorical concept, this research investigates how photograms and cyanotypes function as accessible tools for translating emotional states into visual language through hands-on workshops.The study focuses on analog photographic processes that emphasize direct physical engagement with light-sensitive materials. Unlike digital photography's emphasis on precision and control, analog processes embrace materiality, unpredictability, and temporal engagement, creating opportunities for contemplative practice and authentic emotional expression while requiring minimal technical expertise.Through collaborative …


Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang Jan 2024

Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores how multisensory exhibition design can promote inclusion and participation for neurodiverse children, particularly those on the autism spectrum, within art spaces. It focuses on two representative case studies from Australia, namely the Children's Program of the Asia Pacific Triennial and the curatorial practices of Erica Tandori. The research analyzes how sensory elements such as touch, sound, smell, and spatial arrangement can enhance accessibility and interaction in exhibition environments. Building on this analysis, the study proposes a conceptual exhibition layout model that emphasizes participatory interaction, emotional support, and sensory exploration. Informed by literature review and public survey findings, …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the application of curatorial spatial narrative in the 5th Changchun International Ice Sculpture Exhibition. The exhibition is not merely an artistic presentation but a curatorial practice that deepens audience immersion and environmental awareness through spatial narrative. It uniquely combines ephemeral ice sculptures with permanent sculptures in the Changchun World Sculpture Park, enhancing the dialogue between time and material.Through literature reviews, case comparisons, and spatial analyses, the study contrasts international and Chinese domestic cases such as Harbin Ice and Snow World and the World Ice Sculpture Championship, highlighting the uniqueness of curatorial spatial narratives. This research positions curators …


Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao Jan 2024

Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates how visual communication strategies in fashion exhibitions construct brand identity and mediate audience experience across cultural and digital contexts. Drawing on an integrated theoretical framework, including Hall's encoding/decoding model, Bhabha's theory of cultural translation, and Falk and Dierking's contextual model of learning, the research conceptualizes curators as cultural translators who shape meaning through spatial design, visual symbolism, and platform-sensitive narratives.A comparative case study of MO&Co. Guangzhou-based and VINN PATARARIN Bangkok-based was selected to represent divergent curatorial approaches and cultural positions: MO&Co. leverages Guochao aesthetics, feminist symbolism, and theatrical scenography to appeal to urban Chinese youth on platforms …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past several decades, exhibitions concerning Southeast Asia have tended to operate within a geopolitical framework that emphasizes historical narratives shaped by colonial processes. Within this curatorial paradigm, the human subject is often positioned at the center of meaning-making and perception, reinforcing the dominance of the nation-state as the primary unit of power. At the same time, such frameworks tend to marginalize ecological concerns, particularly the complex interrelations between humans and more-than-human entities. This research critically examines prevailing curatorial practices within this context, investigates the impact of green imperialism in the region, and proposes an alternative curatorial approach through …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As digital life increasingly shapes how we engage with culture, Check-in Culture has emerged as a powerful lens through which identity, space, and symbolic value are negotiated. Far from mere location tags, Check-ins on platforms like Instagram and Xiaohongshu are performative acts—blending personal branding, viral humor, and algorithmic visibility. This study examines how ordinary places, such as the now-iconic “Chengdu Disney,” are transformed into cultural landmarks through participatory remixing and meme-driven attention.To explore these dynamics, the “CHECK IN Planet Colonization Plan” online exhibition serves as both a case study and a curatorial experiment, merging artistic interpretation, social media interaction, and …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the social impact of non-utilitarian art collecting practices on the empowerment of Indonesian women artists. By examining the collection of Indonesian non-utilitarian collector Konfir Kabo and curating the exhibition Bodies in Balance, it analyzes how non-putilitarian art collecting can serve as a mechanism for feminist empowerment. The research argues that collection practices oriented toward non-commercial values offer effective means to address the structural imbalances faced by Indonesian women artists within both art history and the art market. By foregrounding works by Indonesian women artists—whose voices have long been marginalized in contemporary Southeast Asian art discourse—the curatorial practice …