Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1124)
- Medicine and Health Sciences (770)
- Education (485)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
-
- Mass Communication (468)
- Arts and Humanities (436)
- Physical Sciences and Mathematics (395)
- Engineering (343)
- Medical Sciences (173)
- Chemistry (165)
- Life Sciences (165)
- Business (161)
- Sociology (150)
- Law (132)
- Computer Sciences (127)
- Economics (127)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (119)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (112)
- Political Science (109)
- Fine Arts (103)
- Veterinary Medicine (100)
- Public Health (99)
- Chemical Engineering (97)
- Educational Technology (91)
- International Relations (90)
- Educational Administration and Supervision (87)
- Art and Design (85)
- Dentistry (84)
- Technology and Innovation (76)
Articles 2281 - 2310 of 4029
Full-Text Articles in Entire DC Network
การปรับตัวขององค์การ : กรณีศึกษา บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, ภูริษรา แต้สวัสดิ์
การปรับตัวขององค์การ : กรณีศึกษา บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, ภูริษรา แต้สวัสดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปรับตัวขององค์การภาครัฐประเภทรัฐวิสาหกิจ โดยเลือกกรณีศึกษา บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่กำลังได้รับผลกระทบในการดำเนินภารกิจในการให้บริการสาธารณะ จากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จำเป็นต้องมีการปรับตัวองค์การตลอดเวลา ซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ที่มีความท้าทายมากต่อองค์การภาครัฐ เนื่องจากองค์การภาครัฐมีข้อจำกัดหลายประการ ส่งผลให้การดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์การเพื่อการปรับตัวเกิดขึ้นได้ช้า ปรับตัวได้ไม่ทันการณ์ โดยผู้วิจัยจะมุ่งศึกษาถึงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์การ ที่ส่งอิทธิพลต่อบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้จำเป็นต้องปรับตัวมีลักษณะเป็นอย่างไร รวมไปถึงปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดประสบผลสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงองค์การและปรับตัวได้ทันตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยยังสามารถสร้างสมดุลระหว่างการยังคงสร้างผลประกอบการจำนวนมหาศาลจากการดำเนินงานให้กับภาครัฐ แม้จะมีการเก็บค่าบริการได้ต่ำ การสร้างความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้ แต่ก็ยังสามารถยึดหลักการให้บริการประชาชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยมีวัตถุประสงค์ในการ ศึกษาสภาพแวดล้อมองค์การของที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวขององค์การและถอดบทเรียนจากวิธีการในการปรับตัวของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นองค์การประเภทรัฐวิสาหกิจให้สามารถ อยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปและทันต่อสภาวะการณ์ปัจจุบัน เพื่อนำไปเป็นแนวทางต่อยอดในการปรับปรุงรัฐวิสาหกิจประเภทอื่นต่อไป โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการวิจัยเชิงเอกสารในเบื้องต้นแล้ว ผู้วิจัยจะเลือกใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) เพื่อให้เสริมข้อมูลให้มีความรอบด้านและครอบคลุม จากการศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการดำเนินงานขององค์การ ได้แก่ ปัจจัยภายนอกที่เป็นสภาพแวดล้อมแบบทั่วไปและเฉพาะงาน และปัจจัยภายในองค์การ จากสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้องค์การต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การเพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับบริบทของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ โดยการเปลี่ยนแปลงองค์การนั้นจะต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ และเป็นขั้นเป็นตอน โดยต้องปฏิบัติแต่ละขั้นตอนให้สำเร็จ ก่อนที่จะเดินหน้าไปยังขั้นตอนต่อไป โดยไม่สามารถลัดขั้นตอนได้ จนสิ้นสุดกระบวนการในการเปลี่ยนแปลงที่องค์การตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งการที่จะทำให้แต่ละขั้นตอนสำเร็จได้นั้น จะประกอบไปด้วยปัจจัยความสำเร็จที่แตกต่างกัน ได้แก่ ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก ปัจจัยในด้านความพร้อมของทรัพยากร ที่องค์การปรับใช้ให้กลายเป็นโอกาสและเป็นจุดแข็งในการสนับสนุนการปรับตัวขององค์การ ปัจจัยทางด้านการบริหารที่ส่งผลให้องค์การสามารถเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จได้แก่ ภาวะความเป็นผู้นำ การจูงใจ ความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ ทักษะในการวางแผนและการกำหนดตัวชี้วัด และการสื่อสารในองค์การที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการเปลี่ยนแปลงองค์การและกระตุ้นให้ผู้คนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงองค์การ
ความคุ้มค่าของการจ้างงานผู้สูงอายุในองค์กรรัฐวิสาหกิจ: ศึกษากรณีโครงการนำร่องการจัดจ้างผู้สูงอายุช่วยปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Senior Ambassador - Asa), กล่าวขวัญ อดทน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งศึกษาความคุ้มค่าของโครงการจ้างงานผู้สูงอายุในองค์กรรัฐวิสาหกิจ โดยใช้โครงการนำร่องการจัดจ้างผู้สูงอายุช่วยปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Senior Ambassador - ASA) ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นกรณีศึกษา งานวิจัยเสนอว่า ผู้ที่สนใจประเด็นความคุ้มค่าของโครงการจ้างงานผู้สูงอายุแบ่งการศึกษาเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ความคุ้มค่าต่อองค์กรและความคุ้มค่าต่อผู้สูงอายุ โดยผู้วิจัยใช้แนวคิดมูลค่าเพิ่ม (value added) และความคุ้มค่าด้านงบประมาณ ในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าต่อองค์กร และแนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าต่อผู้สูงอายุ งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานร่วมกับผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ ข้อค้นพบจากงานวิจัยชิ้นนี้คือ การจ้างงานผู้สูงอายุในด้านองค์กรนั้นมีความคุ้มค่าเนื่องจากสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่งานบริการจากความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้สูงอายุ แต่ก็มีความไม่คุ้มค่าต่อองค์กรด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย ด้านการเรียนรู้ และด้านความอาวุโส ซึ่งความไม่คุ้มค่าเหล่านี้อาจบรรเทาได้ด้วยการวางคนให้เหมาะสมกับประเภทของงาน ในด้านของความคุ้มค่าของผู้สูงอายุ พบว่าการปฏิบัติงานของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการสร้างความคุ้มค่าทางด้านจิตใจจากการใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์แก่สังคม และยังได้รับค่าตอบแทนเป็นรายได้และสวัสดิการ แต่อย่างไรก็ดีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ได้รับอาจไม่ถือได้ว่ามีความคุ้มค่าต่อสุขภาพของผู้สูงอายุเท่าที่ควร ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในการจ้างงานผู้สูงอายุควรจัดสรรหน้าที่ให้เหมาะสมความสามารถและสมรรถภาพของผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อองค์กรและผู้สูงอายุ และเพื่อพัฒนาการจ้างงานผู้สูงอายุในระยะยาวองค์กรควรมีการพัฒนาระบบการจ้างงานและจัดสรรสวัสดิการให้เหมาะสมเพื่อรองรับการจ้างงานผู้สูงอายุที่จะมีมากขึ้นในปัจจุบัน
What Is The Impact Of Digital Disruption On Bec World’S Advertising Revenues During 2014 – 2019?, Karnmanee Pongtiyapaiboon
What Is The Impact Of Digital Disruption On Bec World’S Advertising Revenues During 2014 – 2019?, Karnmanee Pongtiyapaiboon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recent digital disruption has negatively affected BEC World’s annual advertising revenues, especially the past six years. The company has implemented several strategies in order to maintain its business. However, it has been unclear which strategies are successful in terms of boosting up the company’s annual advertising revenues. This paper has adopted a piecewise regression model in order to see if there is a relationship between BEC World’s annual advertising revenues and digital disruption along with SWOT and Five-Force analysis so as to see if there are any relevant factors affecting the company’s annual advertising revenues. The study has revealed that …
What Is The Impact Of Tourism Infrastructure Development On The International Tourism Inflow In Thailand During 2008 To 2019?, Wucaihong Huang
What Is The Impact Of Tourism Infrastructure Development On The International Tourism Inflow In Thailand During 2008 To 2019?, Wucaihong Huang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Tourism has become a main income factor of national revenue in Thailand. Tourism infrastructure is the important foundation for Thailand to improve its attractiveness around the world. This study firstly employed a SWOT analysis to show the current insight of tourism infrastructure in Thailand. The key findings of this study showed that transport infrastructure, ICT infrastructure and medical infrastructure have positive impacts on international tourism inflows in Thailand during 2008 to 2019 by employing an extending gravity model. Thus, the tourism planners should generate ICT promote, transport development and medical tourism into policies planning. Tourism policy makers in Thailand should …
การศึกษาวิเคราะห์ความเป็นผู้นำของตัวละครดอน วิโต้ คอร์ลีโอเน ในบริบทขององค์การอาชญากรรมในประเทศสหรัฐอเมริกา (ค.ศ.1945-1955) ผ่านภาพยนตร์เรื่อง “เดอะก็อตฟาเธอร์”, เดชาพล อ้วนภักดี
การศึกษาวิเคราะห์ความเป็นผู้นำของตัวละครดอน วิโต้ คอร์ลีโอเน ในบริบทขององค์การอาชญากรรมในประเทศสหรัฐอเมริกา (ค.ศ.1945-1955) ผ่านภาพยนตร์เรื่อง “เดอะก็อตฟาเธอร์”, เดชาพล อ้วนภักดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของสหรัฐอเมริกาในช่วง ค.ศ.1945-1955 ในภาพยนตร์เรื่องเดอะ ก็อตฟาเธอร์และ 2) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นผู้นำของดอน วิโต้ คอร์ลีโอเนในบริบทขององค์การอาชญากรรมในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วง ค.ศ.1945-1955 จากภาพยนตร์เรื่องเดอะ ก็อตฟาเธอร์ การศึกษาเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิจัยผ่านสื่อร่วมสมัยโดยการวิเคราะห์ภาพยนตร์ การศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เจาะลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ผลการวิจัยพบว่า สภาพการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของสหรัฐอเมริกาในช่วง ค.ศ.1945-1955 โดย“สภาพทางการเมือง” สมัยนั้นเน้นการให้ความเสมอภาคและเสรีภาพตามหลักสิทธิมนุษยชนแก่ทั้งคนผิวขาวและผิวดำ การสืบทอดอุดมการณ์ การตรากฎหมายว่าด้วยสิทธิของพลมือง (สิทธิมนุษยชน) การยกเลิกรัฐบัญญัติแรงงานทั้งนี้สภาพการเมืองขึ้นอยู่กับนโยบายทางการเมืองของผู้หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีอิทธิพลเป็นอย่างมาต่อระบบการเมืองของสหรัฐอเมริกาโดยมีพรรคที่สำคัญ 2 พรรคคือ พรรคริพับลิกันและพรรคเดโมแครต ส่วน “สภาพทางเศรษฐกิจ” คือ การเร่งจัดงบประมาณการเงินให้สมดุล การยกเลิกกฎหมายการควบคุมค่าเช่า ค่าจ้างและราคาสินค้า ปรับปรุงแบบแผนการทำงานของรัฐบาลกลางให้ประหยัด ยกเลิกธุรกิจของรัฐที่ต้องแข่งขันกับเอกชน การลดงบประมาณด้านการป้องกันประเทศและที่สำคัญคือ การลดภาษีรายได้ให้ประชาชนและ “สภาพสังคมและวัฒนธรรม” สืบเนื่องจากมาจากระบบเศรษฐกิจที่ดีทำให้สหรัฐอเมริกาในในสมัยนั้นได้สมยานามที่ว่า “สังคมที่มั่งคั่งจนเหลือกินเหลือใช้ (The Affluent Society)” และความเป็นผู้นำของดอนวิโต้ คอร์ลีโอเน ในบริบทขององค์การอาชญากรรมในภาพยนตร์เรื่องเดอะ ก็อตฟาเธอร์ พบว่า ความเป็นผู้นำของ ดอน วิโต้ คอร์ลีโอเน มีภาวะความเป็นผู้นำหลากหลายด้านประกอบด้วย ความกล้าหาญ ความเด็ดขาดและความรอบคอบในการตัดสินใจ วิสัยทัศน์ในเชิงธุรกิจ วิธีการเจรจาอย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาคำพูดและการบริหารคน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมกิจกรรมของนิสิตระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กิตติธัช ทองจีน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมกิจกรรมของนิสิตระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กิตติธัช ทองจีน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ มุ่งศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมตามประเภทกิจกรรมนิสิตระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนา ส่งเสริม ปรับปรุงการจัดกิจกรรมนิสิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มวลนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง จากการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ศึกษาอยู่ชั้นปี 3 ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีการเข้าร่วมกิจกรรมระหว่าง 1-3 ครั้งต่อภาคการศึกษา มีเกรดเฉลี่ยระหว่าง 3.01-3.50 และเป็นผู้มีรายได้เพียงพอต่อสิ่งที่มีราคาแพงบางครั้ง ปัจจัยด้านแรงจูงใจที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมกิจกรรมนิสิต ด้านการมีส่วนร่วมในสังคม ด้านการยอมรับจากสังคม ด้านความรับผิดชอบ และด้านมิตรภาพจากเพื่อนนิสิต พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมกิจกรรมนิสิต พบว่า สื่อประเภทสื่อบุคคลอยู่ในระดับปานกลาง และสื่อที่ไม่ใช่บุคคล อยู่ในระดับปานกลางเช่นกัน
การวางตำแหน่งที่เหมาะที่สุดของตัวขยายแสงเอสโอเอสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลอีเทอร์เน็ต 100 กิกะบิต, พิชชากรณ์ สวัสดี
การวางตำแหน่งที่เหมาะที่สุดของตัวขยายแสงเอสโอเอสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลอีเทอร์เน็ต 100 กิกะบิต, พิชชากรณ์ สวัสดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของตัวขยายแสงเอสโอเอเพื่อขยายระยะทางของการสื่อสารทางแสงในการเชื่อมต่อโครงข่ายศูนย์ข้อมูล 100 กิกะบิต โดยใช้ดับเบิ้ลยูดีเอ็ม 4 ช่องสัญญาณในช่วงความยาวคลื่นในแถบความถี่โอ (1295 nm, 1300 nm, 1305 nm, และ 1310 nm) ด้วยอัตราการส่งข้อมูลช่องสัญญาณละ 25.78125 กิกะบิตต่อวินาทีตามมาตรฐาน 100GBASE-LR4 คุณภาพสัญญาณภายหลังการแทรกตัวขยายแสงเอสโอเอจะได้รับผลกระทบจาก (1) การเสื่อมโอเอสเอ็นอาร์เมื่อกำลังขาเข้าตัวขยายแสงเอสโอเอมีค่าต่ำ, (2) ผลกระทบรูปแบบบิตเมื่อกำลังขาเข้าตัวขยายแสงเอสโอเอมีค่าสูง, และ (3) เอ็กซ์จีเอ็มเมื่อใช้ขยายหลายช่องดับเบิ้ลยูดีเอ็ม เพื่อระบุการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของตัวขยายแสงเอสโอเอ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ประเมินคุณภาพสัญญาณจากแผนภาพรูปตาและรูปคลื่นของสัญญาณแสงรวมทั้งกราฟอัตราความผิดพลาดบิตและกราฟช่วงไดนามิก ซึ่งวัดจากการทดลองสองชุดคือ (1) ชุดแรกใช้อุปกรณ์วิจัยเพื่อเปรียบเทียบผลการทดลองกับการคำนวณผ่านโปรแกรม MATLAB ได้ และ (2) ชุดสองใช้อุปกรณ์เชิงพาณิชย์เพื่อบ่งบอกความรุนแรงของผลกระทบทั้งสามในลิงก์ดับเบิ้ลยูดีเอ็มที่ใช้จริง ผลการทดลองชุดแรกสรุปได้ว่า (1) ผลการทดลองใกล้เคียงกับผลการคำนวณอัตราความผิดพลาดบิตภายใต้ผลกระทบหลักของการเสื่อมโอเอสเอ็นอาร์ (2) ผลกระทบรูปแบบบิตไม่สามารถถูกคำนวณได้เนื่องจากเป็นผลกระทบแบบไม่เชิงเส้น โดยขึ้นอยู่กับเวลาฟื้นฟูของตัวขยายแสงเอสโอเอและลำดับไบนารี่การสุ่มแบบเทียมที่ใช้งาน, และ (3) การวางตำแหน่งที่เหมาะของตัวขยายแสงเอสโอเอคือ 40 กิโลเมตรจากภาคส่ง อีกทั้งผลการทดลองชุดสองสรุปได้ดังนี้ผลกระทบทั้งสามก่อให้เกิดโทษกำลังที่ต่างกันในการส่งข้อมูลอย่างไรก็ตามการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของตัวขยายแสงเอสโอเอในการทดลองนี้คือระยะทาง 40 กิโลเมตรเช่นเดียวกับการทดลองแรก ท้ายสุดเมื่อส่งข้อมูลทั้งสี่ช่องสัญญาณผ่านเส้นใยแก้วนำแสงระยะทางดังกล่าวและตัวขยายแสงเอสโอเอ พบว่าอัตราความผิดพลาดบิตมีค่าต่ำกว่า 10-12 พิสูจน์การรับส่งข้อมูลตามมาตรฐาน 100GBASE-LR4 ได้
อัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า, วรยุทธ วงศ์นิล
อัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า, วรยุทธ วงศ์นิล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เซลลูลาร์ออโตมาตาถือเป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่สามารถทำงานแบบระบบพลวัต ซึ่งประกอบไปด้วยสถานะจำกัดที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระบบเรียกเซลล์ แต่ละเซลล์จะเปลี่ยนสถานะไปยังสถานะใหม่พร้อมกันด้วยการอาศัยกฎการส่งผ่านที่ขึ้นอยู่กับเซลล์รอบ ๆ ด้วยเวลาแบบเต็มหน่วย แม้ว่าเซลลูลาร์ออโตมาตามีโครงสร้างและนิยามในแบบพื้นฐาน แต่สามารถสร้างระบบที่พฤติกรรมมีความซับซ้อนได้ สมบัติในการผันกลับได้ของเซลลูลาร์ออโตมาตาถือเป็นสมบัติสำคัญที่ได้รับความสนใจในหลายงานวิจัยและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในงานหลาย ๆ ด้านในทางวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่ายังถือมีข้อจำกัดของจำนวนกฎที่มีไม่มากที่มีสมบัติดังกล่าว ในงานวิจัยนี้ศึกษาและเสนออัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่านิยามเซลล์เพื่อนบ้านด้วยเวกเตอร์ ด้วยการแทนเซลลูลาร์ออโตมาตาด้วยกราฟสับเซตย่อยเราเสนอวิธีในการระบุสมบัติการผันกลับได้ในกราฟโดยการพิจารณาเส้นเชื่อมและจุดยอดที่เชื่อมถึงกัน นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังเสนอวิธีในการคำนวณสถานะก่อนหน้าสำหรับสถานะใด ๆ ของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติที่มีสมบัติผันกลับได้ภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า ซึ่งวิธีที่ได้เสนออยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาลักษณะของเซลล์เพื่อนบ้านด้วยการคำนวณทางเดินบนกราฟด้วยการดำเนินการของเมตริกซ์
การพัฒนากิจกรรมศิลปะแบบบูรณาการระหว่างทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงแบบสตรีทเพื่อส่งเสริมการรับรู้ทางสุนทรียภาพในกลุ่มคนวัยทำงาน, สมพงษ์ เลิศวิมลเกษม
การพัฒนากิจกรรมศิลปะแบบบูรณาการระหว่างทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงแบบสตรีทเพื่อส่งเสริมการรับรู้ทางสุนทรียภาพในกลุ่มคนวัยทำงาน, สมพงษ์ เลิศวิมลเกษม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการเกิดสุนทรียภาพจากกิจกรรมศิลปะแบบบูรณาการระหว่างทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงแบบสตรีทเพื่อส่งเสริมการรับรู้ทางสุนทรียภาพในกลุ่มคนวัยทำงาน 2) เพื่อพัฒนากิจกรรมศิลปะแบบบูรณาการระหว่างทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงแบบสตรีทที่มีผลต่อการรับรู้ทางสุนทรียะ กลุ่มตัวอย่างสำหรับเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนากิจกรรมประกอบด้วย กลุ่มคนวัยทำงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดงและ นักแสดงมืออาชีพ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง แบบวิเคราะห์ระดับพัฒนาการสุนทรียภาพ และแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการแสดงออกของกลุ่มตัวอย่างคนวัยทำงานขณะร่วมกิจกรรมศิลปะบูรณาการระหว่างทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงแบบสตรีท ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์แบบอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1) ลักษณะการเกิดสุนทรียภาพจากกิจกรรมศิลปะแบบบูรณาการที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมสุนทรียภาพสำหรับคนวัยทำงาน มีวิธีการสร้าง และลักษณะการเกิดสุนทรียภาพที่คล้ายคลึงกัน โดยมีองค์ประกอบหลักคือ เส้น สี รูปร่าง ช่องว่าง การทำซ้ำ ความกลมกลืน การตัดกัน การใช้ลวดลาย 2) การพัฒนากิจกรรมศิลปะบูรณาการระหว่างทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงแบบสตรีทส่งเสริมการรับรู้ทางสุนทรียภาพ มี 4 องค์ประกอบหลัก 1) เนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจเช่น เนื้อหาที่เข้าถึงได้ง่ายหรือใกล้กับชีวิตประจำวัน เรื่องตลกขบขัน 2) รูปแบบการแสดง ที่มีรูปแบบเฉพาะ โดยการสร้างภาพเชิงทัศน์บูรณาการผ่านการเคลื่อนไหวร่างกายของศิลปะการแสดงแบบสตรีท 3) การแต่งกาย ที่สอดคล้องกับเนื้อหา 4) การออกแบบการเกิดสุนทรียภาพ 5 ระดับ ใช้เวลาในการจัดกิจกรรม 15 นาที นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ยืดหยุ่นสามารถจัดได้ในสถานที่ปิด เช่นในห้อง หรืออาคาร และสถานที่เปิดเช่น บนถนน หรือในสวนสาธารณะ
สุขภาพจิต ทักษะทางสังคมและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), ธัญรดี กองมณี
สุขภาพจิต ทักษะทางสังคมและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), ธัญรดี กองมณี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสุขภาพจิต ทักษะทางสังคม และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วิธีการศึกษา การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 408 ราย ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบตามเกณฑ์หรือแบบเจาะจง โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาตอบแบบสอบถามทั้งหมดด้วยตนเอง ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลด้านการทำงาน 2) แบบสอบสุขภาพทั่วไป 3) แบบสอบถามทักษะทางสังคม 4) แบบสอบถามความสุขในการทำงาน 5) แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และ 6) แบบสอบถามเหตุการณ์ความเครียดใน 1 ปีที่ผ่านมา ทำการวิเคราะห์ปัจจัยระหว่างสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยใช้สถิติทดสอบไคสแควร์ และอาศัยการวิเคราะห์ความถดถอยโลจิสติกเพื่อระบุปัจจัยทำนายสุขภาพจิตปกติของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่น้อยกว่า 0.05 ผลการศึกษา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินส่วนใหญ่ (ร้อยละ 76.2) มีสุขภาพจิตปกติ โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยของสุขภาพจิตเท่ากับ 2.52±3.43 พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินส่วนใหญ่ (ร้อยละ 46.8) มีทักษะทางสังคมอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยของทักษะทางสังคมเท่ากับ 78.84±27.64 ปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตปกติ ได้แก่ อายุที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 ปี ทักษะทางสังคมระดับต่ำมากถึงต่ำ ความสุขในการทำงานระดับปานกลางถึงสูง การสนับสนุนทางสังคมด้านทรัพยากรหรือวัตถุสูง และเหตุการณ์ความเครียดใน 1 ปีที่ผ่านมาในระดับต่ำ (p<0.05) ปัจจัยทำนายสุขภาพจิตปกติของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ได้แก่ อายุที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 ปี และการสนับสนุนทางสังคมด้านทรัพยากรหรือวัตถุสูง (p<0.05) สรุปผลการศึกษา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ส่วนใหญ่ มีสุขภาพจิตปกติและมีทักษะทางสังคมอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง อายุที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 ปี และการสนับสนุนทางสังคมด้านทรัพยากรหรือวัตถุสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตปกติชองพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
ผลของการฝึกออกกำลังกายแบบแอโรบิกสลับช่วงประกอบน้ำหนักต่อองค์ประกอบของร่างกายและการทำงานของหลอดเลือดในผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรง, ธันยากานต์ วรเศรษฐวัฒน์
ผลของการฝึกออกกำลังกายแบบแอโรบิกสลับช่วงประกอบน้ำหนักต่อองค์ประกอบของร่างกายและการทำงานของหลอดเลือดในผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรง, ธันยากานต์ วรเศรษฐวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลฉับพลันและผลของการฝึกออกกำลังกายแบบสลับช่วงต่อการตอบสนองทางสรีรวิทยา การใช้พลังงาน การทำงานของหลอดเลือด และสมรรถภาพทางกายในผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรง สำหรับการศึกษาผลฉับพลัน กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายและหญิง มีอายุตั้งแต่ 18-50 ปี แบ่งเป็น ผู้ที่มีน้ำหนักปกติ ค่าดัชนีมวลกาย 18.5-22.9 กิโลกรัม/เมตร2 จำนวน 12 คน และผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรง ค่าดัชนีมวลกาย ≥ 37.5 กิโลกรัม/เมตร จำนวน 12 คน ก่อนและหลังการออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง และแบบสลับช่วง ทำการทดสอบตัวแปรด้านสรีรวิทยา การทำงานของหลอดเลือด การใช้พลังงาน และคะแนนความสนุกสนาน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยการการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ (2x3) และเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มด้วยวิธี LSD ที่ระดับ .05 จากนั้นนำผลที่ได้จากการศึกษาที่ 1 มาใช้ในการศึกษาผลของการฝึกออกกำลังกายในการศึกษาที่ 2 สำหรับการศึกษาผลของการฝึกออกกำลังกายกลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายและหญิง อายุ 18-50 ปี จำนวน 26 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักปกติ ค่าดัชนีมวลกาย 18.5-22.9 กิโลกรัม/เมตร2 จำนวน 14 คน และ กลุ่มผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรง ค่าดัชนีมวลกาย ≥ 37.5 กิโลกรัม/เมตร จำนวน 12 คน ทำการฝึกออกกำลังกายแบบสลับช่วงโดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วง 1-6 สัปดาห์ ออกกำลังกายระดับความหนักสูงที่ 75-85 % อัตราการเต้นหัวใจสำรอง (HRR) เป็นเวลา 1 นาที สลับกับช่วงออกกำลังกายระดับเบาที่ 45-55 % HRR เป็นเวลา 4 นาที จำนวน 6 รอบ ระยะที่ 2 ช่วง 7-12 สัปดาห์ …
ผลของการฝึกแบบสลับช่วงที่ความหนักสูงร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนโลหิต ที่มีต่อสมรรถภาพทางแอโรบิก ความทนต่อการเมื่อยล้า และความสามารถทางกีฬา ในนักกีฬาจักรยานประเภทถนนรุ่นมาสเตอร์, พัชรินทร์ ตั้งชัยสุริยา
ผลของการฝึกแบบสลับช่วงที่ความหนักสูงร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนโลหิต ที่มีต่อสมรรถภาพทางแอโรบิก ความทนต่อการเมื่อยล้า และความสามารถทางกีฬา ในนักกีฬาจักรยานประเภทถนนรุ่นมาสเตอร์, พัชรินทร์ ตั้งชัยสุริยา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการฝึกแบบปกติ การฝึกแบบสลับช่วงที่ความหนักสูง และการฝึกแบบสลับช่วงที่ความหนักสูงร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนโลหิตเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ที่มีต่อสมรรถภาพทางแอโรบิก ความทนต่อการเมื่อยล้า และความสามารถทางกีฬาในนักกีฬาจักรยานประเภทถนนรุ่นมาสเตอร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาจักรยานประเภทถนนรุ่นมาสเตอร์อายุระหว่าง 35 ถึง 49 ปี จำนวน 50 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มฝึกแบบปกติ (UST) จำนวน 16 คน ฝึกปั่นจักรยานแบบต่อเนื่อง 75 นาทีที่ความหนัก 65-70 เปอร์เซ็นต์ของกำลังสูงสุด 2) กลุ่มฝึกปั่นจักรยานแบบสลับช่วงที่ความหนักสูง (HIIT) จำนวน 17 คน ฝึกปั่นจักรยานแบบสลับช่วงที่ความหนักสูง 4 นาทีที่ความหนัก 80 เปอร์เซ็นต์ของกำลังสูงสุดสลับกับการฝึกที่ความหนักเบา 2 นาทีที่ความหนัก 30 เปอร์เซ็นต์ของกำลังสูงสุด จำนวน 4 รอบ 3) กลุ่มการฝึกแบบสลับช่วงที่ความหนักสูงร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนโลหิต (HIIT+BFR) จำนวน 17 คน ฝึกเหมือนกลุ่ม HIIT ยกเว้น รอบที่ 2 และ 4 ลดความหนักเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของกำลังสูงสุดร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนโลหิต 30 เปอร์เซ็นต์ของความดันการปิดกั้นหลอดโลหิตแดงอย่างสมบูรณ์ในขณะพัก ทุกกลุ่มได้รับการฝึกปั่นจักรยาน 6 วันต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นฝึกรูปแบบเฉพาะกลุ่ม 2 วันต่อวันสัปดาห์ ฝึกแบบต่อเนื่อง 120 นาทีที่ความหนัก ~55-60 เปอร์เซ็นต์ของกำลังสูงสุด 2 วันต่อวันสัปดาห์ และ 75 นาทีที่ความหนัก ~65-70 เปอร์เซ็นต์ของกำลังสูงสุด 2 วันต่อวันสัปดาห์ รวมเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ก่อนและหลังการฝึก ทำการทดสอบตัวแปรด้านสรีรวิทยา สมรรถภาพทางแอโรบิก สมรรถภาพทางกล้ามเนื้อ โครงสร้างและการทำงานของหลอดเลือด โครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อ สารชีวเคมีในเลือด และความสามารถทางกีฬาจักรยาน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบก่อนและหลังการฝึก และเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มด้วยการทดสอบความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ …
Development Of English Instructional Model To Reduce Learning Anxiety And Enhance Productive Skills Of Graduate Students In Thai Higher Education Institutes, Apirat Akaraphattanawong
Development Of English Instructional Model To Reduce Learning Anxiety And Enhance Productive Skills Of Graduate Students In Thai Higher Education Institutes, Apirat Akaraphattanawong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to (1) study English language anxiety of Thai graduate students based on different age groups, field of study, and type of higher education institution, (2) analyse the relationship between English language classroom anxiety and English language proficiency of Thai graduate students, (3) develop an instructional model to reduce English language anxiety and improve productive skills in English, and (4) propose practical guidelines for reducing English language classroom anxiety. The participants comprised of 270 graduate students from public higher education institutions, private higher education institutions, Rajabhat universities and Rajamangala universities of technology. The research instruments were the Foreign …
Youths' Participation In Agriculture For Enhancing Sustainable Livelihoods: A Case Study Of Pa-O Self-Administered Zone In Southern Shan State, Myanmar, Khine Zin Yu Aung
Youths' Participation In Agriculture For Enhancing Sustainable Livelihoods: A Case Study Of Pa-O Self-Administered Zone In Southern Shan State, Myanmar, Khine Zin Yu Aung
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Myanmar in which 70 percent of the population is rural people relies on agricultural sector for its economy. It contributes about 37.8 percent of the country's GDP and employs about 50 percent of the labors (FAO, 2020). However, Myanmar's agricultural sector is not well developed and does not stand as reliable livelihood for the people, especially for the youths, in rural areas. Hence, the people in rural areas have to seek more livelihood opportunities like leaving their farmlands and moving to other places for work. This situation has impact both on youths and on the agricultural sector which needs youths' …
Development And Dosimetric Verification Of 3d Customized Bolus In Radiotherapy, Nichakan Chatchumnan
Development And Dosimetric Verification Of 3d Customized Bolus In Radiotherapy, Nichakan Chatchumnan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Bolus is a tissue equivalent material that is commonly used to reduce the skin-sparing effect in radiotherapy. The commercial flat bolus cannot form perfect contact with the irregular surface of the patient's skin, resulting in an air gap, especially in irregular surface shape. The purpose of this study was to evaluate the feasibility of two types of silicone rubber bolus, RA-00AB, and RA-05AB that were made as to the fabricated flat and 3D customized bolus using 3D printing technology. The 1 cm thick boluses were made from two types of silicone rubber solutions. The point dose and planar dose differences …
กลยุทธ์การบริหารวิชาการตามแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์, เทพสุดา เมฆวิลัย
กลยุทธ์การบริหารวิชาการตามแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์, เทพสุดา เมฆวิลัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการและสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ 2) วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารวิชาการตามแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ และ 3) พัฒนา กลยุทธ์การบริหารวิชาการตามแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ ใช้ระเบียบวิธีผสมวิธีพหุระยะ (Multiphase Mixed Method Design) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data Collection) ร่วมกับการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data Collection) กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 42 เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 342 โรงเรียน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1. แบบประเมินความเหมาะสมของกรอบแนวคิดการบริหารวิชาการและแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ 2. แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการพัฒนาการบริหารวิชาการตามแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ 3. แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างกลยุทธ์การบริหารวิชาการตามแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการใช้สถิติเชิงบรรยายคือ ร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการ ประกอบด้วย การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การส่งเสริมและพัฒนาให้มีแหล่งเรียนรู้ และการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา กรอบแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ ประกอบด้วย การพัฒนานักเรียนในด้านดังต่อไปนี้ 1) ความสงสัยใคร่รู้ (Curiosity) 2) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) 3) การวิพากษ์ (Criticism) 4) การสื่อสาร (Communication) 5) การร่วมมือ (Collaboration) 6) ความเห็นอกเห็นใจ (Compassion) 7) การตั้งสติ (Composure) 8) ความเป็นพลเมือง (Citizenship) 2. ความต้องการจำเป็นสูงสุดของการพัฒนาการบริหารวิชาการตามแนวคิดสมรรถนะหลักของนักเรียนโรงเรียนสร้างสรรค์ คือ ด้านการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รองลงมาคือ ด้านการพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน …
เหยื่อจากศัลยกรรมความงามและกระบวนการเยียวยาเหยื่อในประเทศไทย, ศิริรัตน์ พรหมหิตาธร
เหยื่อจากศัลยกรรมความงามและกระบวนการเยียวยาเหยื่อในประเทศไทย, ศิริรัตน์ พรหมหิตาธร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่อง "เหยื่อจากศัลยกรรมความงามและกระบวนการเยียวยาเหยื่อในประเทศไทย" นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์การตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเกี่ยวกับศัลยกรรมความงาม 2) ศึกษากระบวนการเยียวยาผู้ตกเป็นเหยื่อการทำศัลยกรรมที่เกิดความผิดพลาด และ 3) ศึกษาแนวทางป้องกันและเยียวยาการตกเป็นเหยื่อศัลยกรรมความงาม งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลจากเอกสารวิชาการและข่าวที่นำเสนอในปี 2558-2562 ที่ปรากฏในสื่อ เก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากการทำศัลยกรรมความงาม ซึ่งผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้ที่ได้รับความเสียหาย ญาติและผู้ใกล้ชิดกับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการศัลยกรรมความงามจากหมอกระเป๋าและคลินิกศัลยกรรมความงาม จำนวน 5 คน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการเยียวยาผู้เสียหายจากการทำศัลยกรรมที่มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมทั้งหมด 9 คน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลการศึกษาพบว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่ผู้ตกเป็นเหยื่อได้รับผลกระทบที่ปรากฏให้เห็นภายนอกทั้งทางร่างกายและจิตใจตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย เสียโฉม พิการและเสียชีวิต อีกทั้งพบว่ารูปแบบการทำศัลยกรรมกับหมอกระเป๋าได้รับความนิยมในกลุ่มสาวประเภทสอง เพราะความต้องการตอบสนองด้านความงาม ต้องการเหมือนผู้หญิง เป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ทำศัลยกรรมความงาม ปัจจุบันความนิยมเหล่านี้ขยายวงกว้างในกลุ่มผู้หญิง เกือบทุกช่วงอายุ เนื่องจากอิทธิพลของกระบวนการสร้างอัตลักษณ์โดยใช้สื่อทางสังคม การโฆษณา การรีวิว และการบอกกันแบบปากต่อปาก การเยียวยาผู้ตกเป็นเหยื่อจากการศัลยกรรมความงามพบว่ามีการเยียวยาโดยสังคมผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย องค์กรต่างๆที่ไม่หวังผลกำไร, การเยียวยาโดยคู่กรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ย และการบังคับตามคำพิพากษาของศาล ประกอบกับการเยียวยาโดยภาครัฐผ่านพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และ การเยียวยาตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ พ.ศ.2545 ในมาตรา 41 ที่นำหลักการชดเชยความเสียหายโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดมาใช้ แต่ยังไม่ครอบคลุมความเสียหายจากการทำศัลยกรรมความงาม ข้อเสนอแนะจากงานวิจัยเพื่อเป็นแนวทางป้องกันการตกเป็นเหยื่อศัลยกรรมความงาม คือ ควรเพิ่มช่องทางตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานเสริมความงาม, การมีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะของแพทย์ที่จะทำศัลยกรรมความงาม, การทำความเข้าใจระหว่างแพทย์และผู้รับบริการถึงขั้นตอนและวิธีการรักษา การผ่าตัด และผลกระทบ, มีการควบคุมข้อความที่ใช้โฆษณาของคลินิกศัลยกรรมให้มีความเหมาะสม, การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนถึงผลดีและผลเสียที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการทำศัลยกรรมความงาม และการตรวจสอบแพทย์และคลินิกศัลยกรรมความงาม รวมทั้งการผสานการทำงานเชิงรุกของหน่วยงานภาครัฐและมีหน่วยงานกลางกำกับดูแลเฉพาะเรื่องศัลยกรรมความงาม และแนวทางการเยียวยาความเสียหายจากการทำศัลยกรรมความงาม คือ เพิ่มเติมข้อกำหนดในพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ พ.ศ.2545 ในมาตรา 41 ให้มีการชดเชยที่ครอบคลุมความเสียหายจากการทำศัลยกรรมความงาม, จัดให้มีการประกันภัยความรับผิดทางการแพทย์ หรือกองทุนเพื่อเยียวยากรณีเกิดความผิดพลาดจากการทำศัลยกรรมความงาม
บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรม: กรณีศึกษาการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี, ปาลพิมพ์ลดา สุสุรเสริมภูมิ
บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรม: กรณีศึกษาการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี, ปาลพิมพ์ลดา สุสุรเสริมภูมิ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่อง “บทบาทภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรม : กรณีศึกษาการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี” มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่ออธิบายแนวนโยบายและกลยุทธ์ของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีในการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และวิเคราะห์ผลกระทบจากการดำเนินนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี เพื่อเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้กับการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลไทย ซึ่งใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก และการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีมีแนวนโยบายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีคือ “จัดหา ส่งเสริม แต่ไม่ก้าวก่าย” โดยเห็นได้ชัดจากการยกเลิกระบบควบคุมเนื้อหาภาพยนตร์ การอุดหนุนงบประมาณในกระบวนการผลิต และการสนับสนุนในเรื่องการจัดจำหน่าย โดยกลไกสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีคือ การจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยเฉพาะ นั่นคือ Korean Film Council (KOFIC ) โดย KOFIC ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในหลายด้าน ได้แก่ การสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์เกาหลี การสนับสนุนธุรกิจในต่างประเทศ และการวิจัยและการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากบทบาทของภาครัฐที่ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีเติบโตแล้ว ยังมีปัจจัยบริบทแวดล้อมอื่น ๆ คือ ภาคเอกชนและลักษณะนิสัยของคนเกาหลี จากการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลเกาหลี ส่งผลให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีเติบโตขึ้นอย่างมาก
Evaluation Of Rational Drug Use Project, Under The Support Of National Health Security Office, On Drug Utilization And Drug Management In Community Care Clinics In Bangkok, Dararat Samretwit
Evaluation Of Rational Drug Use Project, Under The Support Of National Health Security Office, On Drug Utilization And Drug Management In Community Care Clinics In Bangkok, Dararat Samretwit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: "The Network of Rational Drug Use Clinic (RDU Clinic)" campaign implemented in August 2015 to promote rational drug use in community caring clinic operated under National Health Security Office (NHSO) in Bangkok. The intervention composed of various measures such as education, managerial intervention, regulatory, and financial incentive. The purpose of the project is to evaluate and monitor the program effectiveness. Objectives: The purpose of the study is to evaluate the impact of RDU project on the quality of drug use in community care clinics in Bangkok using an interrupted time-series intervention analysis Methods: Quasi-experimental study using interrupted time series …
Association Between Pm2.5 Concentrations And Hospitalization Cases For Schizophrenia And Mood Disorders In Ho Chi Minh City, Vietnam From 2019 To 2020, Do Thi Hoai Thuong
Association Between Pm2.5 Concentrations And Hospitalization Cases For Schizophrenia And Mood Disorders In Ho Chi Minh City, Vietnam From 2019 To 2020, Do Thi Hoai Thuong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The evidence for adverse effects of ambient particulate matter pollution on mental and behavioral disorders (MBDs) is limited. Until now, few epidemiological studies have focused on this field, especially in developing countries. With the changes in concentrations and sources of air pollution over the past decade in Vietnam lead to high levels of air pollutants, especially particulate matters including PM2.5. Therefore, it is worthwhile to investigate the acute effects of outdoor air pollution on MBDs. However, no Vietnamese study has looked into the short-term effect of PM2.5 on hospitalization for MBDs. To examine the association between PM2.5 and the cases …
The Antiviral Activity Of Lichen Metabolites Against Dengue Virus, Naphat Loeanurit
The Antiviral Activity Of Lichen Metabolites Against Dengue Virus, Naphat Loeanurit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Dengue fever is one of the mosquito-borne infectious diseases globally. Currently, no specific treatment was established. Depsidones and depsides are one of the most common lichen secondary metabolites produced for the organism’s survival in extreme environments. These compounds have been reported as antivirals against the other virus in Flaviviridae family, hepatitis C virus. In this study, depsidones and depsides were explored for anti-dengue efficacy and cellular toxicity. One depsidone, VK-0014, and two depsides, TT-031 and TT-032, exhibited an anti-DENV2 with effective concentration (EC50) of 17.42 ± 3.21, 2.43 ± 0.19, and 0.91 ± 0.15 µM, respectively. Cytotoxicity concentration (CC50) in …
Determination Of Herbicides In Water Samples By Spectroscopic Techniques, Anna Prukjareonchook
Determination Of Herbicides In Water Samples By Spectroscopic Techniques, Anna Prukjareonchook
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Atrazine and paraquat are widely used to control weeds in the agricultural areas. The residue of herbicides can harm the environment and living things. In this research, nanoporous carbon derived from melamine based polybenzoxazine or NPC-PBZ-m was used as an adsorbent for atrazine and paraquat analysis. NPC-PBZ-m was synthesized by sol-gel and pyrolysis processes. The characteristics of sorbent were investigated by FTIR, BET, XPS, and FE-SEM. For atrazine determination, NPC-PBZ-m pre-concentration column combined with a colorimetric detection based on a Konig’s reaction and HPLC-UV at 222 nm were developed. The parameters affecting the adsorption performance were optimized. The reusability of …
The Magnet Effect Of Price Limits: Evidence From High-Frequency Data On The Stock Exchange Of Thailand, Wongwarit Boonyasitphawee
The Magnet Effect Of Price Limits: Evidence From High-Frequency Data On The Stock Exchange Of Thailand, Wongwarit Boonyasitphawee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Commonly, daily prices limits are widely used for stabilizing stock markets and decrease volatility during overreaction period. However, regulators may not notice that instead of stopping panic sell or overbought, the daily price limits generate a magnet effect, which cause the price to accelerate to the price limits and increase the overall volatility. This research investigates the magnet effect of price limits using high frequency from the Stock Exchange of Thailand. Using AR(2)-GARCH(2,2) as a base model for each stock’s 5-mins returns to capture the effect. The empirical results present evidence of the strong ceiling magnet effect at all conditions, …
กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการ, อิฏฐิรา ทรงกิติพิศาล
กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการ, อิฏฐิรา ทรงกิติพิศาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาและแนวคิดสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการ 2) ศึกษาระดับสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา 3) วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและภาวะคุกคามของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการ และ 4) พัฒนากลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยผสมวิธีพหุระยะ (Multi – phase Mixed Method Design Research) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณร่วมกับการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวม 341 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างานหลักสูตร ครูผู้สอน และนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนี PNImodified และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 4 งาน ได้แก่ (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร (3) การวัดและประเมินผล และ (4) การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ กรอบแนวคิดสมรรถนะภาวะผู้นำเชิงผู้ประกอบการ ประกอบด้วย 3 สมรรถนะหลัก 11 สมรรถนะย่อย ได้แก่ (1) สมรรถนะเชิงความสัมพันธ์ ประกอบด้วย 4 สมรรถนะย่อย ได้แก่ การมีจริยธรรมและความซื่อสัตย์ การมีความฉลาดทางอารมณ์และความรอบรู้ในตนเอง การยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม และการเป็นนักต่อรองที่มีประสิทธิภาพ (2) สมรรถนะเชิงงาน ประกอบด้วย 4 สมรรถนะย่อย ได้แก่ การสร้างนวัตกรรม การมีความสามารถทางสติปัญญา การมุ่งเน้นการปรับปรุง และการบริหารองค์การ และ (3) สมรรถนะการกำหนดภาพอนาคตที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย 3 สมรรถนะย่อย ได้แก่ การกำหนดวิสัยทัศน์ …
การสื่อสารการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนอินสตาแกรมของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ไทย, ณัชชา จริยธรรมานุกูล
การสื่อสารการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนอินสตาแกรมของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ไทย, ณัชชา จริยธรรมานุกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิเคราะห์เอกสาร จากโพสต์บนอินสตาแกรมของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ไทย จำนวน 1,210 ชิ้น และการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าของตราสินค้าจำนวน 3 คน เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์และรูปแบบการสื่อสารการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนอินสตาแกรม และใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์กับกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18 - 30 ปี จำนวน 400 คน เพื่อสำรวจและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับการสื่อสาร ทัศนคติต่อผู้มีอิทธิพลทางความคิด และการตัดสินใจซื้อสินค้า ผลการวิจัยพบว่า ตราสินค้าผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ไทย มีการสื่อสารการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนอินสตาแกรม โดยใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีรูปลักษณ์แบบคนเอเชีย มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับตัวตนตราสินค้า ใช้รูปแบบชุดรูปภาพ (Carousels) ที่เสนอภาพบุคคลครึ่งตัว เห็นใบหน้าชัดเจน และแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ มีพื้นหลังของภาพเป็นบรรยากาศธรรมชาติ และโทนสีสว่างสดใส มีเนื้อหาสาระแบบให้ข้อมูลทั่วไปของผลิตภัณฑ์ และใช้คำที่เป็นกระแสนิยมบรรยายใต้ภาพ ทั้งนี้พบว่า รูปแบบวิดีโอสั้นความยาวไม่เกิน 15 วินาที ได้รับการตอบสนองในการรับชม และมีการแสดงความรู้สึกด้วยการกดไลก์ (Like) แสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหาแบบชุดรูปภาพ กดสัญลักษณ์อารมณ์ (Emoji) และใช้คำพูดเชิงบวก นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อผู้มีอิทธิพลทางความคิดเชิงบวกมาก โดยมองว่าการใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตตรงกับตราสินค้า จะทำให้สินค้ามีความน่าสนใจ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การเปิดรับการสื่อสารการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนอินสตาแกรมของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ไทย มีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อผู้มีอิทธิพลทางความคิด และทัศนคติต่อผู้มีอิทธิพลทางความคิดมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อสินค้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเป็นความสัมพันธ์เชิงบวก
แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วมในเมือง กรณีศึกษา สวนสาธารณะและพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 กรุงเทพมหานคร, อรทัย คุณะดิลก
แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วมในเมือง กรณีศึกษา สวนสาธารณะและพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 กรุงเทพมหานคร, อรทัย คุณะดิลก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในเมืองเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ปัญหาต่าง ๆ ของสวนสาธารณะที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะที่ยังขาดกลไกของกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างมีศักยภาพ งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะที่มุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะในเมือง กรณีศึกษา สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร และ 3) เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างแนวทางการจัดการพื้นที่สาธารณะที่มีศักยภาพและพื้นที่สาธารณะกรณีศึกษา และเพื่อนำไปสู่การเสนอแนะแนวทางการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเอกสารเพื่อสร้างตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วม โดยวิเคราะห์ผ่านแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะและทฤษฎีกระบวนการมีส่วนร่วม และวิจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วย การสังเกตการณ์อย่างไม่มีส่วนร่วมในการใช้พื้นที่สวนสาธารณะพระราม 8 และการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ซึ่งใช้การสุ่มกลุ่มประชากรแบบเจาะจง ที่ทำกิจกรรมในสวนทั้งหมด 6 ประเภทๆละ 2 คน รวม 12 คน และสัมภาษณ์ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ อีก 2 คน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อกระบวนการมีสวนร่วมในสวนหลวงพระราม 8 ประกอบด้วยปัจจัยที่สำคัญ 3 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยด้านกายภาพ 2) ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ และ 3) ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นปัจจัยทางกายภายที่ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะได้ชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้นการสร้างตัวอย่างการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วมต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้ 1) การจัดหาพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วม 2) การออกแบบพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วม 3) การระดมทุนและจัดสร้างพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วม 4) การบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วม 5) การดูแลและฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วม ทั้งนี้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะของประเทศไทย มีดังนี้ 1) ปรับแก้ข้อกฎหมายที่ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ 2) จัดตั้งองค์กรเอกชนเพื่อการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและเป็นตัวแทนในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ 3) กำหนดต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วมที่ระบุถึงขั้นตอนในการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ 4) สร้างจิตสำนึกการเป็นเจ้าของพื้นที่สาธารณะเพื่อให้เกิดการตระหนักในการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะ และ 5) ผลักดันโครงการ Green Bangkok 2030 ให้สอดคล้องกับต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วมและกำหนดเข้าสู่กรอบการออกกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
การออกแบบเรขศิลป์สำหรับกีฬาแอ็คชั่นสปอร์ตทางน้ำช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวพื้นที่อันดามันสำหรับกลุ่มเน้นภาพลักษณ์, ไชยสิทธิ์ ชาญอาวุธ
การออกแบบเรขศิลป์สำหรับกีฬาแอ็คชั่นสปอร์ตทางน้ำช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวพื้นที่อันดามันสำหรับกลุ่มเน้นภาพลักษณ์, ไชยสิทธิ์ ชาญอาวุธ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่องการออกแบบเรขศิลป์สำหรับกีฬาแอ็คชั่นสปอร์ตทางน้ำช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวพื้นที่อันดามันสำหรับกลุ่มเน้นภาพลักษณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การออกแบบเรขศิลป์สำหรับกีฬาแอ็คชั่นสปอร์ตทางน้ำสำหรับจังหวัดในพื้นที่อันดามันในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว 2.เพื่อนำผลที่ได้จากการวิจัยทดลองสร้างต้นแบบเรขศิลป์สำหรับนำไปใช้ในกีฬาแอ็คชั่นสปอร์ตทางน้ำสำหรับกลุ่มเน้นภาพลักษณ์ โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) โดยทำการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการแจกแบบสอบถาม (Questionnaire) กับกลุ่มนักท่องเที่ยว 400 คน และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ 400 คน โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้มากที่สุด Facebook, Instagram และ Line มีความสนใจในรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) เรื่องการท่องเที่ยว กีฬาและอาหาร กีฬาที่เหมาะสมนำมาใช้โฆษณากระตุ้นการท่องเที่ยวนอกฤดูกาล คือ กระดานโต้คลื่น เรือยืนพาย ในส่วนของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่มีความเห็นว่ารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงกีฬามีความเหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นการท่องเที่ยวนอกฤดูกาลที่สุด ในส่วนของการดำเนินการวิจัยใช้วิธีการเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเน้นภาพลักษณ์ 11 คน ผู้ประกอบการในพื้นที่ 14 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ 9 คน ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่อันดามัน 7 คน ผู้วิจัยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ในการเก็บข้อมูล เพื่อหาแนวทางการสร้างสื่อโฆษณา ผลการวิจัยได้ค้นพบ 3 ประเด็นในการนำเสนอโฆษณา ได้แก่ 1.มิติด้านสังคมและวัฒนธรรม 2.มิติด้านกีฬาและการท่องเที่ยว 3.มิติด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ในด้านการสื่อสารกับกลุ่มเน้นภาพลักษณ์ ได้แก่ มิติด้านกีฬาและการท่องเที่ยวที่ให้คุณค่าทางด้านจิตใจ ค้นหาตัวตน พบกับความสุขสงบกับธรรมชาติ เกิดภาพลักษณ์ที่ดีกับตนเองและกิจกรรมที่ทำ เชื่อมโยงสู่การกระตุ้นการท่องเที่ยว ความสนุกสนาน สร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในการใช้ชีวิต ด้านการคัดสรรค์จากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) 5 ด้านดังนี้ 1. เพอนารากัน บาบ๋า 2. ช้าง 3. ปาล์ม ยางพารา 4. ชิโน โปรตุกีส 5. ทะเล หมู่เกาะน้อยใหญ่ 6.เทศกาลถือศีลกินเจ และรูปแบบด้านองค์ประกอบดังนี้ 1. ลักษณะตัวอักษร San …
Development Of Authentication-Based Captcha Mechanism On Touch Screen Environment, Nilobon Nanglae
Development Of Authentication-Based Captcha Mechanism On Touch Screen Environment, Nilobon Nanglae
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
CAPTCHA is a simple security test that was introduced to distinguish among humans and bots for decades. CAPTCHAs have been widely used on commercial sites, such as email service, and social networking sites, for protecting the system from automated software attackers. However, various techniques have been invented to break CAPTCHA, and one of these techniques is the 3rd party attacks. So, the design of CAPTCHA is unable to distinguish between human users and illegitimate human attackers. Thus, this research proposed a new type of CAPTCHA that is individually generated for an individual user. The proposed technique merges between biometrics and …
Microplastics In Industrial Wastewater Treatment Plant: Quantification, Identification And Ecological Risk Assessment, Sujarat Saiwaree
Microplastics In Industrial Wastewater Treatment Plant: Quantification, Identification And Ecological Risk Assessment, Sujarat Saiwaree
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Wastewater treatment plants (WWTPs) are one of the significant pathways of microplastics (MPs) entering the environment. Thus, information regarding this issue is still requisite in Thailand. In this study, wastewater and sludge samples were collected from various treatment units of industrial WWTP in dry season (February 2020) and wet season (July 2020). The MP particles were identified by size, shape, and polymer types. From the wastewater, MPs were detected in the highest amounts after the aeration unit (134.35 ± 20.79 particles/L) in dry season sample. In addition, sludge contained relatively low MPs. The size fraction in wastewater varied, but in …
Factors Affecting Sports Sponsorship Alliance Formation, Supalux Suvathi
Factors Affecting Sports Sponsorship Alliance Formation, Supalux Suvathi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purposes of this study were four substances. First, to examine the effect of five variables, namely; value maximization, level of business network, risk of potential negative outcomes from scandal, congruence, and process manageability on sponsors' intention to end sports sponsorship alliance formation. Second, to examine the effect of five variables on properties' intention. Third, to compare the degree of the factors' effect on intention between sponsor and property. Fourth, to compare the degree of the factors' effect on intention between sponsor and property with direct experience in sporting industry and those without direct experience in sporting industry. This research …