Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 151 - 180 of 662

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบ, ศรัญญา กสิพร้อง Jan 2024

การพัฒนาฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบ, ศรัญญา กสิพร้อง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสอนวิชาเคมีให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของครูในการอธิบายความเป็นนามธรรมของวิชาเคมีให้นักเรียนสามารถเข้าใจแนวคิดทางเคมีได้ ดังนั้น เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจวิชาเคมีมากขึ้นจึงจำเป็นต้องมีสื่อการเรียนรู้เพื่อช่วยอธิบายความเป็นนามธรรมของวิชาเคมี เมื่อสำรวจสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีของไทยในปัจจุบัน ยังไม่มีแหล่งหรือฐานข้อมูลใดที่รวบรวมสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีทั้งของไทยและของต่างประเทศไว้ด้วยกันและรวบรวมจัดทำเป็นข้อมูลอภิพันธุ์ (metadata) ไว้เพื่อให้สะดวกต่อการสืบค้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาฐานข้อมูลที่รวบรวมสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล ผู้วิจัยพัฒนาฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับวิชาเคมีโดยนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากคัดเลือกสื่อที่เป็นไปตามเกณฑ์ แล้ววิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายรูปแบบที่ได้จำแนกประเภท ลักษณะของการใช้รูปแบบที่หลากหลายและประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ของไทยและต่างประเทศ คัดเลือกสื่อมารวบรวมเพื่อนำไปสร้างต้นแบบฐานข้อมูลสื่อการดิจิทัลวิชาเคมี (prototypes) โดยใช้ AppSheet ผลการวิจัยพบว่า 1. เมื่อใช้การวิเคราะห์หลากหลายรูปแบบ พบว่า การใช้รูปแบบที่หลากหลายภายในสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมี โดยแบ่งเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่ ข้อความ ภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และสัญศาสตร์ทางเคมี 2. เมื่อนำสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีมาประเมินคุณภาพสื่อโดยเทียบกับเกณฑ์ของไทยและเกณฑ์ของต่างประเทศ พบว่า สื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีของไทยที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 49 สื่อจากเดิมที่คัดเลือกมา 57 สื่อ และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาเคมีของต่างประเทศที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 68 สื่อ จากเดิมที่คัดเลือกมา 75 สื่อ 3. ฐานข้อมูลสื่อการเรียนรู้วิชาเคมีที่พัฒนาขึ้น มีรายการแสดงจุดประสงค์ฐานข้อมูล ข้อมูลเบื้องต้นของสื่อ วิธีการใช้ฐานข้อมูล รายละเอียดของประเภทสื่อและหัวข้อเคมี 4. ผลการประเมินคุณภาพฐานข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิโดยภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมากและเห็นด้วยมากที่สุด และผลการสอบถามประสบการณ์ผู้ใช้งานจากครูและนิสิตครูเคมีพบว่าภาพรวมอยู่ในระดับเห็นมากที่สุดและเห็นด้วยมาก


Support Guidelines To Promote Growth Mindsets In Public Speaking For Upper Secondary Efl Students, Chawisa Inyai Jan 2024

Support Guidelines To Promote Growth Mindsets In Public Speaking For Upper Secondary Efl Students, Chawisa Inyai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to (1) explore the relationship between support and mindset in public speaking and (2) propose support guidelines to promote growth mindsets in public speaking among upper secondary EFL students. A two-phase sequential explanatory design of mixed methods was employed. In Phase 1, data were collected through the Mindset and Support in Public Speaking Questionnaire and semi-structured interviews. In Phase 2, data were collected through semi-structured interviews and an evaluation form designed to assess the support guidelines developed from the findings. Participants comprised three groups: (1) 250 Grade 12 students from five extra-large public schools in Bangkok, six …


ผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์: ภาพจำของอนุสาวรีย์แห่งความตาย, อธิภัทร แสวงผล Jan 2024

ผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์: ภาพจำของอนุสาวรีย์แห่งความตาย, อธิภัทร แสวงผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบและมีความสัมพันธ์กับการสิ้นสุดพระชนม์ชีพของพระบรมวงศานุวงศ์สยามอย่างไม่จำกัดรูปแบบ, ขนาด, วัสดุ หรือความคงทน จึงใช้คำว่า "อนุสาวรีย์แห่งความตาย" แทนสิ่งที่ศึกษา ซึ่งผลงานเหล่านี้กลายเป็นภาพจำ และเป็นแบบแผนให้กับสถาปนิกตลอดจนนายช่างยุคต่อมาดำเนินรอยตามผู้วิจัยตั้งคำถามถึงภาพจำของผลงานฝีพระหัตถ์ และภาพจำที่เกิดขึ้นภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ในพ.ศ. 2490 ทำให้ใช้วิธีการเรียบเรียงหลักฐานในอดีตที่พบด้วยภาษาและมุมมองปัจจุบัน หรือ ประวัติศาสตร์นิพนธ์ ประกอบกับแนวความคิดว่าด้วยภาพจำอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญะ 3 แนวคิด ได้แก่ ภาพจำร่วมกันของสังคม, ภาพจำเชิงภาษาศาสตร์ และ มายาคติ หรือภาพจำภายใต้วัฒนธรรมร่วมสมัย แม้ทั้งสามแนวคิดจะเกิดขึ้นจากนักคิดชาวตะวันตก แต่สามารถใช้วิเคราะห์ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมโดยไร้ข้อจำกัดของชาติพันธุ์และเวลานอกจากนี้ ผู้ที่เคยศึกษาผลงานฝีพระหัตถ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์มาก่อนมักกล่าวถึงภาพจำเชิงกายภาพในรูปแบบสัญลักษณ์ ที่แท้จริงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัญญะ ที่มนุษย์รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสและเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ได้หลายระดับ ทำให้ผู้วิจัยใช้หลักฐานชั้นต้นที่หน่วยงานราชการและเอกชนเก็บรักษามาวิเคราะห์เตลอดจนบทสัมภาษณ์สถาปนิกและนายช่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพระเมรุมาศ เพื่อค้นหาความหมายภายใต้ผลงานฝีพระหัตถ์ต่อไปจากการศึกษาพบว่าสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงได้รับอิทธิพลจากความนิยมของสังคม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาภาพจำของผู้สิ้นสุดพระชนม์ชีพในผลงานฝีพระหัตถ์ ที่พบสัญญะอันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญของชีวิตอันเป็นผลจากค่านิยมของยุคสมัย ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางใหม่ภายหลังแบบแผนอันเคร่งครัดที่มีอยู่เดิมได้เปลี่ยนรูปแบบไป ทำให้ผลงานฝีพระหัตถ์มีสถานะเป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์อนุสาวรีย์แห่งความตายของนายช่างร่วมสมัยปัจจุบัน


การแปลมุกตลกภาษาในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language, ฐาปนี ชลิตาภานุกุล Jan 2024

การแปลมุกตลกภาษาในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language, ฐาปนี ชลิตาภานุกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเรื่องบทบรรยายใต้ภาพ, ความขบขัน, และการเล่นคํา เพื่อทําความเข้าใจการเล่นคําที่ก่อให้เกิดความขบขันในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language แล้วช่วยให้ผู้วิจัยพบแนวทางการแปลที่หลากหลายซึ่งสามารถสร้างอารมณ์ขันให้ผู้ชมในภาษาปลายทางได้ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวทางการแปลบทบรรยายใต้ภาพของเฮนริค ก็อตต์ลีบ (Henrik Gottlieb), การศึกษาความไม่เข้ากัน (Incongruity and Resolution), การศึกษาทฤษฎีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ (Relevance theory) ของแดน สเปอร์เบอร์ (Dan Sperber) และเดร์เดอร์ วิลสัน (Deirdre Wilson), การศึกษาทฤษฎีระบบภาษา (Register theory) ของไมเคิล ฮัลลิเดย์ (Michael Halliday) และแนวทางการแปลการเล่นคําของเดิร์ก ดิลาบาสทิทา (Dirk Delabastita) เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ตัวบท และวิเคราะห์ปัญหาในการถ่ายทอดความขบขันในตัวบทที่เป็นสื่อโสตทัศน์ (Audiovisual work) รวมทั้งวางแผนแก้ปัญหาดังกล่าวผลการศึกษาวิจัยพบว่า ทฤษฎีและแนวทางต่าง ๆ ข้างต้นสามารถช่วยให้ผู้วิจัยเข้าใจกระบวนการสร้างความขบขันของการเล่นคำที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง รวมทั้งประเภทของการเล่นคำที่เกิดในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งทำให้ผู้วิจัยรู้ว่าควรแปลการเล่นคำในภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับการเล่นคำในภาษาไทยอย่างไร และเมื่อพบการเล่นคำที่มีความแตกต่างด้านวัฒนธรรมร่วมด้วย ผู้วิจัยก็พบว่าควรปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและสังคมของผู้ชมในภาษาปลายทางเพื่อให้พวกเขาเข้าใจความไม่เข้ากันที่เกิดขึ้นให้เหตุการณ์นั้น ๆ แล้วรู้สึกขบขันตรงตามจุดมุ่งหมายของละครซิทคอม อย่างไรก็ตาม บางกรณีก็มีข้อจำกัดด้านภาพซึ่งปรากฏมาพร้อมกับบทบรรยายใต้ภาพที่มีการเล่นคำ ส่งผลให้ผู้วิจัยไม่อาจคงลักษณะของการเล่นคำตามตัวบทต้นฉบับไว้ได้


การแปรทางกลสัทศาสตร์ของการขึ้นจมูกของเสียงสระในพยางค์ที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะเสียดแทรก-เส้นเสียง /H/ ในภาษาไทยถิ่นอีสานจังหวัดร้อยเอ็ด, พิมพ์ทิพย์ โก้ชัยภูมิ Jan 2024

การแปรทางกลสัทศาสตร์ของการขึ้นจมูกของเสียงสระในพยางค์ที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะเสียดแทรก-เส้นเสียง /H/ ในภาษาไทยถิ่นอีสานจังหวัดร้อยเอ็ด, พิมพ์ทิพย์ โก้ชัยภูมิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของการขึ้นจมูกของเสียงสระที่ตามหลังพยัญชนะเสียดแทรก-เส้นเสียง /h/ คือ 1) สัดส่วนค่าระยะเวลาช่วงการขึ้นจมูกของเสียงสระต่อค่าระยะเวลาเสียงสระทั้งหมด และ 2) ค่าความต่างแอมพลิจูดของฟอร์เมินท์ที่หนึ่งกับจุดยอดนาสิกเทียบกับสระที่มีโครงสร้างพยางค์แบบอื่น ๆ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างค่าทางกลสัทศาสตร์ดังกล่าวกับปัจจัยทางภาษาศาสตร์สังคม ได้แก่ รุ่นอายุ วัจนลีลาตามความเป็นทางการ และวัจนลีลาตามผู้ฟัง เพื่อระบุสถานภาพและความหมายทางสังคมของการขึ้นจมูกของเสียงสระในภาษาไทยถิ่นอีสานจังหวัดร้อยเอ็ด เก็บข้อมูลจากการบันทึกเสียงของผู้พูดในการศึกษาการแปรตามวัจนลีลาตามความเป็นทางการและการแปรตามวัจนลีลาตามผู้ฟัง นอกจากนี้ เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้พูดภาษาไทยถิ่นอีสานต่อการขึ้นจมูกของเสียงสระเพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการวิเคราะห์และอภิปรายผลผลการศึกษาพบว่าโครงสร้างพยางค์ที่มีพยัญชนะต้นเป็นพยัญชนะเสียดแทรก-เส้นเสียง /h/ มีอิทธิพลต่อสัดส่วนค่าระยะเวลาฯ และค่าความต่างแอมพลิจูดฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่รุ่นอายุเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้พูดมีค่าทางกลสัทศาสตร์ดังกล่าวแตกต่างกัน โดยที่ผู้พูดในรุ่นอายุมากมีสัดส่วนค่าระยะเวลาฯ มากกว่า และมีค่าความต่างแอมพลิจูดฯ น้อยกว่าผู้พูดในรุ่นอายุน้อย นอกจากนี้ วัจนลีลาตามความเป็นทางการมีอิทธิพลต่อค่าทางกลสัทศาสตร์ทั้งสองค่า คือ ในวัจนลีลาที่มีความเป็นทางการมากกว่า ผู้พูดมีสัดส่วนค่าระยะเวลาฯ น้อยกว่าและค่าความต่างแอมพลิจูดฯ มากกว่า สำหรับวัจนลีลาตามผู้ฟัง พบว่า ผู้รับฟังโดยตรงมีอิทธิพลต่อสัดส่วนค่าระยะเวลาฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือ ผู้รับฟังโดยตรงที่เป็นผู้พูดภาษาไทยถิ่นอีสานที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับผู้พูดส่งผลให้ผู้พูดมีสัดส่วนค่าระยะเวลาฯ น้อยกว่าผู้รับฟังโดยตรงที่เป็นผู้พูดภาษาไทยถิ่นอีสานที่อยู่นอกกลุ่มผลจากการศึกษาของงานวิจัยนี้ พบว่าผู้พูดรุ่นอายุน้อยและรุ่นอายุกลางมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนการพูดของตนตามระดับความเป็นทางการและลักษณะของผู้ฟัง ในขณะที่ผู้พูดรุ่นอายุมากแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในการรักษารูปแบบการพูดของตน สำหรับผู้พูดรุ่นอายุน้อยและรุ่นอายุกลางการขึ้นจมูกของเสียงสระมีสถานภาพเป็นตัวบ่งชี้ที่แปรตามบริบทและผู้ฟัง ส่วนผู้พูดรุ่นอายุมากมีสถานภาพเป็นตัวชี้บอกที่มีการแปรตามตัวแปรทางสังคมเท่านั้น


การประมวลสแลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก “Into The Borderland” ด้วยวิธีการทางศาสตร์การทำพจนานุกรม, ธรรมพร คำเคน Jan 2024

การประมวลสแลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก “Into The Borderland” ด้วยวิธีการทางศาสตร์การทำพจนานุกรม, ธรรมพร คำเคน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาสแลงในปัจจุบันเมื่อเทียบกับอดีตพบว่ามีจำนวนการศึกษาลดลง เนื่องจากข้อจำกัดด้านการบันทึก และปัญหาในการนิยามสแลง นอกจากนี้ การศึกษาสแลงที่มีอยู่ในภาษาไทยมักไม่ยึดระเบียบวิธีของพจนานุกรมศาสตร์ งานวิจัยนี้มุ่งประมวลสแลงที่ใช้ในกลุ่ม “INTO THE BORDERLAN” ซึ่งเป็นกลุ่มในเฟซบุ๊กที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัวในปริภูมิดิจิทัล โดยใช้ระเบียบวิธีของพจนานุกรมศาสตร์ ประกอบด้วย การนิยามสแลง การเก็บข้อมูลผ่านการสังเกต การสร้างรายการคำ และการจัดเรียงตามลำดับตัวอักษร เพื่อศึกษาความท้าทายในการประมวลสแลงที่ใช้ในกลุ่ม ผลการศึกษาพบว่าความท้าทายที่เกิดขึ้นในการประมวลสแลงในกลุ่มประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติของสแลง การสร้างรายการคำของสแลง และการจัดการจริยธรรมในการเก็บข้อมูลและการเขียนรายการคำ


Investigating Interlanguages Of English Gerund And Infinitive Verb Complements By L1 Chinese Learners In Taiwan, Chih Ying Chou Jan 2024

Investigating Interlanguages Of English Gerund And Infinitive Verb Complements By L1 Chinese Learners In Taiwan, Chih Ying Chou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated the challenges faced by L1 Chinese learners in Taiwan in mastering English gerund and infinitive verb complements. Using the Interlanguage Hypothesis (Selinker, 1972) as a theoretical framework, the study explored how interlanguage factors - such as language transfer, overgeneralization, and transfer of training - affected these learners’ use of gerunds and infinitive verb complements. The research examined Taiwanese learners’ production and comprehension of English gerund and infinitive verb complements on Multiple Choice Questions (MCQ) and Grammaticality Judgment Tests (GJT), respectively, by learners of different proficiency levels, i.e., average and high proficiency learners. Results revealed that learners frequently …


The Effect Of A Culture Based Breast Health Education Program On Breast Self-Examination Practice Among High-Risk Adult Pakistani Women, Sumaira Naz Jan 2024

The Effect Of A Culture Based Breast Health Education Program On Breast Self-Examination Practice Among High-Risk Adult Pakistani Women, Sumaira Naz

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to determine the effect of a culture-based breast health education program on breast self-examination practice (BSEP) in high-risk women through a randomized controlled trail (RCT). The participants of 72 high -risk women, aged 20-50 years from POF hospital, Taxila was taken on matched pairs with age and educational level and randomly assigned into an experimental and a control group. The program was developed on social cognitive theory (SCT) (Bandura, 1977, 1989), and the cultural identity concept of PEN-3 model (Airhihenbuwa,1989). The intervention group received the culture-based breast health education program, while control group received usual care. BSEP …


การพัฒนาเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี, จิรภิญญา ศิริกุล Jan 2024

การพัฒนาเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี, จิรภิญญา ศิริกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิจัยเชิงวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสัมภาษณ์นำร่อง 2) แบบประเมินคุณภาพเกม 3) แบบบันทึกหลังสอน 4) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนระหว่างทำกิจกรรม และ 5) แบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจผู้เรียนที่มีต่อสื่อการสอน กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 ท่าน 2) กลุ่มผู้ประเมินคุณภาพเกม จำนวน 3 ท่าน และ 3) นักเรียนขับร้องที่ผู้วิจัยสอน จำนวน 1 คน ทำการเก็บข้อมูล โดยการศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์ และนำมาพัฒนาเป็นต้นแบบเกม จากนั้นนำเกมไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน และนำไปทดลองใช้ วิเคราะห์ผลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และการวิเคราะห์เชิงสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย คือ ต้นแบบเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1) อุปกรณ์เกม ได้แก่ 1.1) ชุดการ์ดจำนวน 6 ชุด ได้แก่ ชุดการ์ดระยะช่วงเสียงจำนวน 4 ใบ, ชุดการ์ดระดับความดังเบาเสียง จำนวน 8 ใบ ชุดการ์ดอารมณ์เพลงจำนวน 9 ใบ, ชุดการ์ดคาแรคเตอร์ จำนวน 12 ใบ, ชุดการ์ดภารกิจจำนวน 13 ใบ, ชุดการ์ดรางวัล จำนวน 12 ใบ 1.2) แบบวิเคราะห์ท่อนเพลง 1.3) บอร์ดเกม 1.4) หมากเดินเกม 1.5) ลูกเต๋า 1.6) คู่มือประกอบการสอนและเล่น และ 2) กิจกรรม แบ่งออกเป็น 4 ขั้น คือ …


Affinity-Based Multi-Character Storyboard Generation Using Rewrite Rules, Ram Sukkirtkijpibul Jan 2024

Affinity-Based Multi-Character Storyboard Generation Using Rewrite Rules, Ram Sukkirtkijpibul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A game story contains interactions between characters as well as the game world. Certain genres of games such as Visual Novels and Role-Playing Games rely on their stories to attract players. There were several proposed algorithms for story generation. They focused mainly on story generation for one main character. To our knowledge, there has not been a generator with support for multiple main characters, where each main character has their own storyline that could overlap with other main characters’ stories. With multiple main characters, players can see the game world through different viewpoints, thus getting more immersed into the game's …


Improving Thai-Dialect Automatic Speech Recognition With Curriculum Learning, Artit Suwanbandit Jan 2024

Improving Thai-Dialect Automatic Speech Recognition With Curriculum Learning, Artit Suwanbandit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Automatic Speech Recognition (ASR) has been the foremost feature and integrated in many real-world usages for decades. The novel deep learning approaches prevail in the ASR field as a model architecture. However, ASR still struggles with low-resource data, especially in the Thai dialectal language. Transfer learning is the conventional approach in the machine learning field for escalating the performance of low-resource settings. In the scenario that additional fine-tuning tasks are not achievable, exerting all efficiency of target data is an accountability. To overcome stagnation, we proposed transfer-based curriculum learning for low-resource dialectal ASR, Phonemetically-induced subword Out-of-vocabulary rate (PhIS-OOV), and Model …


Grammatical Error Correction In Thai Sentences For Deaf Students, Supachan Traitruengsakul Jan 2024

Grammatical Error Correction In Thai Sentences For Deaf Students, Supachan Traitruengsakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Deaf students encounter challenges in written communication due to errors such as insertion, deletion, disorder, misusage, and misspellings. Grammatical error correction (GEC) technology can help mitigate these issues. However, existing GEC models are primarily trained on online resources from second-language hearing learners. In contrast, sentences written by deaf students suffer from a variety of errors not typically found elsewhere. To address this issue, we create the Thai Deaf Corpus (TDC), focusing on identifying and analyzing errors among deaf students in grades 7-12 across four deaf schools. Additionally, we introduce a two-stage system for the Thai-GEC model, automatically detecting and correcting …


Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu Jan 2024

Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines how prior travel experience, demographic factors, and user-generated content (UGC) on Xiaohongshu collectively influence Chinese consumers’ perceptions of Thailand as a tourist destination, with a focus on shopping. Consumer perception is analyzed across four dimensions: cognition, emotion, language, and behavior. The findings reveal that prior travel experience has the most significant impact, with those who have visited Thailand showing more positive perceptions across all dimensions compared to those who have not. Demographic factors, such as age and occupation, also play a role, particularly in influencing language. Exposure to Xiaohongshu UGC primarily affects the behavioral dimension, enhancing purchase …


Cross-Lingual Speech Emotion Recognition Using English And Mandarin On Thai Data, Kantapong Wonghirunruch Jan 2024

Cross-Lingual Speech Emotion Recognition Using English And Mandarin On Thai Data, Kantapong Wonghirunruch

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the efficacy of cross-lingual Speech Emotion Recognition (SER) using Thai as a target language with training sets in English and Mandarin. The study evaluates the adaptability of SER models across linguistic boundaries, emphasizing the challenges and potential of leveraging well-resourced languages to enhance emotion recognition capabilities in a language with fewer resources. Through a series of experiments, the research investigates three primary aspects: the performance of same-corpus training within Thai, cross-lingual model application from English and Mandarin to Thai, and the effectiveness of transfer learning techniques in improving model accuracy. The findings indicate that Mandarin facilitates more …


Investigating The Language Challenges And Pedagogical Reasoning Of Thai Medical Teachers In English-Medium Instruction (Emi) Classrooms, Teaka Sowaprux Jan 2024

Investigating The Language Challenges And Pedagogical Reasoning Of Thai Medical Teachers In English-Medium Instruction (Emi) Classrooms, Teaka Sowaprux

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation investigates the language challenges faced by English-medium instruction (EMI) medical teachers in multilingual classrooms and examines how their pedagogical reasoning influences the use of classroom language to convey complex medical content. As EMI continues to expand globally, particularly in higher education, content teachers initially hired to teach in their home language are increasingly being recruited to teach academic subjects through English. While existing research has explored language challenges in EMI science classrooms (Gustafsson, 2020; Pun, Fu, & Cheung, 2023), there is limited understanding of how medical teachers adapt their teaching strategies in response to these challenges. This study …


The Integration Of Chinese Cuisine In Contemporary Thai Society As Reflected In The Names Of Food: A Case Study Of Salapao, Yating Shen Jan 2024

The Integration Of Chinese Cuisine In Contemporary Thai Society As Reflected In The Names Of Food: A Case Study Of Salapao, Yating Shen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis aims to study the integration of Chinese cuisine in contemporary Thai society as reflected in the names of food by using the Chinese steamed bun or salapao as a case study. Objectives of the thesis include 1) to analyze the form and meaning of the names of salapao consumed in Thai society and 2) to examine the integration of salapao in contemporary Thai society as reflected in its names. 200 names of salapao with savory and sweet fillings consumed in Thailand between 2022 and 2024 are collected from the products of salapao brands in Bangkok and 24 provinces. …


The Motivations Of Chinese Digital Nomads In Moving To Chiang Mai, Thailand, Yifan Zhai Jan 2024

The Motivations Of Chinese Digital Nomads In Moving To Chiang Mai, Thailand, Yifan Zhai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Digital nomadism, fueled by the rise of remote work opportunities and a desire for location independence, has become a prominent lifestyle choice for many individuals globally. Within this landscape, Chiang Mai, Thailand, has emerged as a favored destination for Chinese digital nomads, offering a unique blend of affordability, cultural richness, and conducive work environments. This paper presents an exploration into the motivations driving Chinese digital nomads to select Chiang Mai as their destination. Through a mixed-methods approach combining interviews and observation, this study seeks to uncover the underlying factors influencing their decision-making processes. Grounded in the theory of motivation and …


The Role Of Traditional Skirt (Sinh) In The Formation Of Lao National Identity In Post-1975 Lao Society, Aoi Takayama Jan 2024

The Role Of Traditional Skirt (Sinh) In The Formation Of Lao National Identity In Post-1975 Lao Society, Aoi Takayama

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lao People’s Democratic Republic was founded in 1975, and since then the government has tried to reinforce Lao national identity among its citizens. This research aims to study what kind of role the Lao female traditional skirt called the “Sinh” has played out in forming Lao national identity among the Lao people since the country’s establishment, and what kind of factors have affected the perspectives towards Sinh-wearing in Lao society. This research relies on both qualitative and quantitative methodology. The findings indicate that the Sinh has played an important role in constructing Lao women’s identity, and has had crucial role …


English Plosive Consonants Produced By Young Thai Speakers: An Analysis Of Voice Onset Time And Intelligibility Using Speech-To-Text Technology, Thanachporn Varapongsittikul Jan 2024

English Plosive Consonants Produced By Young Thai Speakers: An Analysis Of Voice Onset Time And Intelligibility Using Speech-To-Text Technology, Thanachporn Varapongsittikul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

One challenge Thai learners of English as a second language face is pronouncing plosive consonants due to differences in phonological systems and phonotactics. This study aims to (1) analyze the VOT values of English plosive consonants produced by young Thai speakers and (2) investigate how variations in VOT impact the intelligibility of their English speech, as assessed by Speech-to-Text (STT) technology. This research analyzed speech samples from 49 seventh-grade students with A2-level English proficiency. Each student produced 24 target words embedded in a carrier sentence, featuring all six English plosive sounds. The acoustic measurements were conducted using Praat software, while …


รูปแบบโมชันกราฟิกที่บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู, จุฑามาศ คูฮุด Jan 2023

รูปแบบโมชันกราฟิกที่บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู, จุฑามาศ คูฮุด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพความเป็นจริง สภาพที่คาดหวังและความต้องการจำเป็นในการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครูจากนักศึกษาวิชาชีพครู จำนวน 446 คน 2) พัฒนารูปแบบโมชันกราฟิกที่บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู โดยสัมภาษณ์ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบโมชันกราฟิกที่บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู จากนักศึกษาวิชาชีพครู จำนวน 58 คน 4) นำเสนอรูปแบบโมชันกราฟิกที่ บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู โดยศึกษาความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพความเป็นจริงการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ฉันสืบค้นข้อมูลได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของตนเองที่ต้องการได้ (M=3.31, SD=0.91) และสภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.98, SD=0.02) ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ฉันออกแบบและสร้างสรรค์สื่อในลักษณะต่าง ๆ เพื่อนำเสนอความรู้และความคิดเห็นของตนได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ (M=5.00, SD=0.01) ผลการจัดลำดับความต้องการจำเป็นการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู ลำดับที่ 1 คือ ด้านสร้างสรรค์ (PNImodified=1.79) 2) รูปแบบโมชันกราฟิกที่บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ สื่อการเรียนรู้ ภาระงานแบบร่วมมือ บทบาทผู้สอนและผู้เรียน โมชันกราฟิก การวัดและประเมินโดยมีขั้นตอน 3 ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียมภาระงานร่วมมือ ขั้นร่วมมือปฏิบัติภาระงาน ขั้นหลังภาระงานร่วมมือ 3) ผลการใช้รูปแบบโมชันกราฟิกที่บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู พบว่า ค่าเฉลี่ยของการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครูหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ผลการประเมินรูปแบบโมชันกราฟิกที่บูรณาการภาระงานแบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของนักศึกษาวิชาชีพครู โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า รูปแบบฯ อยู่ในระดับดี


ประสบการณ์ทางจิตใจของผู้ใหญ่ที่มีความงอกงามภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจซึ่งเป็นผลมาจากการถูกข่มเหงรังแกในช่วงวัยรุ่น, ศุภวรรณ ใหญ่เสมอ Jan 2023

ประสบการณ์ทางจิตใจของผู้ใหญ่ที่มีความงอกงามภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจซึ่งเป็นผลมาจากการถูกข่มเหงรังแกในช่วงวัยรุ่น, ศุภวรรณ ใหญ่เสมอ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแนวปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางจิตใจของผู้ใหญ่ที่มีความงอกงามภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจซึ่งเป็นผลจากการถูกข่มเหงรังแกในช่วงวัยรุ่น โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลัก 6 ราย ผลการวิเคราะห์พบ 4 แก่นสาระหลัก ได้แก่ (1) โลกที่ถูกสั่นคลอนจากการถูกข่มเหงรังแก สะท้อนการรับรู้ตนเองและผู้อื่นที่ถูกท้าทายจากการข่มเหงรังแก ตลอดจนการพยายามเอาตัวรอดจากสถานการณ์และใช้ชีวิตอยู่กับผลกระทบที่เกิดจากการถูกข่มเหงรังแก (2) การบ่มเพาะสู่ความงอกงามทางจิตใจภายหลังเผชิญการถูกข่มเหงรังแก เป็นกระบวนการเรียนรู้และทำความเข้าใจตนเอง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมุมมองทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และต่อประสบการณ์ถูกข่มเหงรังแก นำไปสู่การยอมรับในตนเอง ยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย และปล่อยวางเรื่องราวในอดีตได้มากขึ้น (3) ความงอกงามทางจิตใจภายหลังเผชิญการถูกข่มเหงรังแก โดยพบทั้งหมด 4 ประเด็น ได้แก่ ความมั่นคงจากภายในตนเอง ความรู้สึกวางใจในความสัมพันธ์ แรงผลักดันที่นำไปสู่การพัฒนาตนเอง และความรู้สึกซาบซึ้งยินดีในชีวิต (4) สิ่งที่พัฒนาขึ้นจากการผ่านประสบการณ์ถูกข่มเหงรังแก เป็นทักษะในการดูแลใจตนเองในสถานการณ์ต่างๆ ที่มีมากขึ้น การวางขอบเขตความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ชัดเจนมากขึ้น และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและอยากช่วยเหลือผู้อื่น ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากการเรียนรู้และปรับตัวกับผลกระทบจากการถูกข่มเหงรังแก โดยประสบการณ์ทางจิตใจเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจความคิด ความรู้สึก ของบุคคลที่มีประสบการณ์ถูกข่มเหงรังแกในช่วงวัยรุ่น และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวทางในการป้องกันผลกระทบจากการถูกข่มเหงรังแกในกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงแนวทางในการให้การสนับสนุนและเยียวยาผู้ที่มีประสบการณ์ถูกข่มเหงรังแกด้วยเช่นกัน


Economic Convergence In The Baltic Sea Region: Migration, Institutions, And Socio-Cultural Drivers Of Labor Productivity, Elias Orbon Jan 2023

Economic Convergence In The Baltic Sea Region: Migration, Institutions, And Socio-Cultural Drivers Of Labor Productivity, Elias Orbon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the potential facilitation of economic convergence through policy across the Baltic Sea Region from two critical perspectives: (1) an analysis of the impacts of human capital flight and forced pendular migration from Ukraine on the economies included in the study, and (2) the impact of cultural dimensions and institutional arrangements on labor productivity in firms across the region. The study uniquely contributes to understanding how economic convergence can be facilitated in the Baltic Sea Region by considering both firm-level productivity factors and the current geopolitical context. The study utilizes World Bank Enterprise Survey data from 2019 and …


การศึกษาคำพูดติดปาก ช่างมัน และ แล้วแต่ ตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ชาติพันธุ์และวัจนปฏิบัติศาสตร์แนวปลดปล่อย, นภสร ตั้งวิบูลยกิจ Jan 2023

การศึกษาคำพูดติดปาก ช่างมัน และ แล้วแต่ ตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ชาติพันธุ์และวัจนปฏิบัติศาสตร์แนวปลดปล่อย, นภสร ตั้งวิบูลยกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ช่างมัน และ แล้วแต่ เป็นถ้อยคำที่ชาวไทยนิยมใช้จนติดปาก ปรากฏในหลายสถานการณ์เพื่อสื่อความหมายและเจตนาที่แตกต่างกัน และน่าจะสะท้อนวิธีการมองโลกบางประการของชาวไทย งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความหมายตามปริบทและหน้าที่ทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ของ ช่างมัน และ แล้วแต่ รวมทั้งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ ช่างมัน และ แล้วแต่ กับปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรม โดยใช้แนวทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ชาติพันธุ์ (Ethnopragmatics) และวัจนปฏิบัติศาสตร์แนวปลดปล่อย (Emancipatory Pragmatics) ข้อมูลทั้งสิ้น 290 ตัวอย่างมาจากบทสนทนาในชีวิตประจำวัน บทสนทนาในสื่อ แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า ช่างมัน มีความหมายตามปริบท 7 ความหมาย ได้แก่ 1) ผู้พูดให้ผู้ฟังและ/หรือตนเองปล่อยวาง 2) ผู้พูดให้อภัยผู้ฟัง 3) ผู้พูดต้องการปล่อยเรื่องนั้นไป 4) ผู้พูดปล่อยไป เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรได้ แม้จะไม่พอใจเรื่องนั้น 5) ผู้พูดไม่สนใจสิ่งนั้น 6) ผู้พูดยังไม่อยากคิดหรือทำเรื่องที่เอ่ยถึงในขณะนั้น และ 7) ผู้พูดไม่อยากวุ่นวายกับเรื่องนั้น และมีหน้าที่ทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ 7 หน้าที่ ได้แก่ 1) เพื่อปลอบให้ผู้ฟังและ/หรือตนเองคลายกังวล 2) เพื่อตอบรับคำขอโทษ 3) เพื่อยุติการสนทนาที่มีความขัดแย้ง 4) เพื่อแสดงว่าผู้พูดไม่พอใจ 5) เพื่อแสดงว่าผู้พูดไม่สนใจ 6) เพื่อแสดงว่าผู้พูดต้องการเลื่อนหรือหยุดเรื่องนั้นไปก่อน และ 7) เพื่อแสดงว่าผู้พูดไม่ต้องการวุ่นวาย ความหมายแกนและหน้าที่หลักของ ช่างมัน คือ ผู้พูดและ/หรือผู้ฟังจะไม่นำเรื่องนั้นมากังวล ด้วยการปล่อยเรื่องเหล่านั้นไป ส่วน แล้วแต่ มีความหมายตามปริบท 4 ความหมาย ได้แก่ 1) ผู้พูดให้ผู้ฟังตัดสินใจ 2) ผู้พูดให้ผู้ฟังพิจารณาด้วยตนเอง 3) ผู้พูดปล่อยไปตามใจผู้ฟัง แม้บางกรณีจะรู้สึกไม่พอใจ และ 4) ผู้พูดไม่พอใจ เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรได้ จึงไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น และมีหน้าที่ทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ 4 หน้าที่ ได้แก่ 1) เพื่อแสดงว่าผู้พูดคำนึงถึงผู้ฟัง 2) เพื่อกันตนเองออกจากความรับผิดชอบต่อเรื่องนั้น 3) …


Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng Jan 2023

Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Development of Chinese language Education in Thailand is highly typical, not only leading in global Chinese language education but also pioneering numerous firsts. Thailand was the first country to incorporate Chinese into its national education system, the first to invite Chinese language teacher volunteers from China, and the first to establish Confucius Classrooms. Over a century, Thai Chinese language education has experienced both prosperous "springs" and challenging "winters." In recent years, with the warming of Sino-Thai relations and the increased attention from the Thai Ministry of Education, the number of Mandarin learners has surged, marking a period of significant development …


ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์ Jan 2023

ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยคุณภาพแนววิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis: IPA) เก็บข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์การทำงานเกิน 5 ปี จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นักเขียนนวนิยาย นักเขียนบทโทรทัศน์ และนักเขียนการ์ตูน ประเภทละ 3 ราย ผลการวิจัยพบ 2 ประเด็นหลักคือ สาเหตุของความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ประเด็นสาเหตุของความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ได้แก่ 1) การผูกตัวตนเข้ากับงาน ประกอบด้วย การถูกวิจารณ์และการถูกเกลียด ความต้องการเขียนงานที่เป็นตัวเอง และความคิดว่า “ฉันห่วยแตก ฉันไร้ค่า” 2) ความรู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้ ประกอบด้วย การเขียนไม่ออก การทำนายยอดขายไม่ได้ และความไม่แน่นอนของการจ้างงาน 3) การทำงานหนัก ประกอบด้วย ความยากในการจัดการเวลา การใช้อารมณ์ความรู้สึกในการทำงาน และปัญหาสุขภาพจากการทำงานหนัก 4) การขาดโอกาสในการเติบโตทางอาชีพ ประกอบด้วย รัฐบาลไม่สนับสนุน ค่าตอบแทนที่จำกัด และการถูกเอาเปรียบ ประเด็นการจัดการความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ประกอบด้วย 1) การบริหารการเงิน ประกอบด้วย การทำงานเสริม และการเตรียมเงินสำรอง 2) การบริหารจัดการเวลา 3) การจัดการอารมณ์ด้านลบ ประกอบด้วย การเบี่ยงเบนความสนใจ การระบายให้คนรอบข้างฟัง การให้กำลังใจตนเอง การเขียนเพื่อการเยียวยา และการศึกษาจิตวิทยา 4) ทัศนคติที่เปลี่ยนไป ประกอบด้วย การอยู่ร่วมกับความเกลียดชัง การปล่อยวางอุดมคติ และการลดความคาดหวังด้านยอดขาย ผู้วิจัยได้อภิปรายผลวิจัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว การวิจัยนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์การเผชิญความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศาสตร์การให้บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยาต่อไป


นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ Jan 2023

นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษากรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน และสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ 2. ศึกษาระดับสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพของผู้บริหารโรงเรียน 3. ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ และ 4. พัฒนานวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ แบ่งเป็น 4 ระยะ กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 394 โรงเรียน จากประชากรทั้งหมดจำนวน 25,893 โรงเรียน โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลในการตอบแบบประเมินและแบบสอบถาม คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 330 คน และ 320 คน ตามลำดับ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1. กรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ประกอบด้วย 2 รูปแบบการพัฒนาคือ 1) การพัฒนาระหว่างเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การมอบหมายงาน การหมุนเวียนงาน การทำงานร่วมกับองค์กรหรือชุมชนอื่น ๆ การสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง และ 2) การพัฒนานอกเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนในชั้นเรียนหรือคอร์สเรียนต่าง ๆ การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเข้าร่วมประชุม/ฝึกอบรม/สัมมนา สถานการณ์จำลอง/บทบาทสมมติ การทัศนศึกษา/การเยี่ยมชม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชุมชนแห่งการปฏิบัติ กรอบแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ ประกอบด้วย 1) ความสามารถด้านการส่งเสริมการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย 2) ความสามารถด้านการพัฒนาหลักสูตรและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย 3) ความสามารถด้านการจัดการระบบการสังเกต คัดกรอง การวัดและประเมินผล และการจัดทำสารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย 4) ความสามารถด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และโภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย 5) ความสามารถด้านการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ และการแนะแนวเด็กปฐมวัยและครอบครัว 6) ความสามารถด้านการสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย 7) ความสามารถด้านการมีภาวะผู้นำทางการศึกษาปฐมวัย 8) ความสามารถด้านการพัฒนาทางวิชาชีพปฐมวัย 9) …


สนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” และความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในประเทศไทย ในศตวรรษที่ 21, ธนา ร่างน้อย Jan 2023

สนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” และความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในประเทศไทย ในศตวรรษที่ 21, ธนา ร่างน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์และข้อถกเถียงเพื่อศึกษาวิเคราะห์การก่อตัวของการเกิดสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” ภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในสังคมไทย โดยมุ่งศึกษาภาคปฏิบัติการของสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” ในศตวรรษที่ 21 ที่เป็นการปะทะกันระหว่างชุดวาทกรรมรักต่างเพศและชุดวาทกรรมรักเพศเดียวกันแบบคู่ตรงข้าม เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์และการเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย ผ่านการวิเคราะห์สื่อทางสังคมในรูปแบบต่าง ๆ และสื่อวัฒนธรรมป๊อป อาทิ ละครชุด ภาพยนตร์ บทเพลง หรือหนังสือ ตลอดจนการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างเทศกาลไพรด์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ชุดวาทกรรมทางการอย่าง “กฎหมาย” ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อการสมรสเท่าเทียม และร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต ที่สังคมไทยยังคงมีปัญหาด้านตัวบทกฎหมายการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการได้รับความคุ้มครองทางสิทธิและเสรีภาพของกลุ่มเกย์ที่มีข้อจำกัด สะท้อนให้เห็นการแย่งชิงพื้นที่ทางวาทกรรมในสนามวาทกรรมความผิดเพศที่นำไปสู่การเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า กลุ่มเกย์เพศชายในสังคมไทย ยังคงได้รับผลกระทบจากสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” โดยเฉพาะเรื่องการได้รับความคุ้มครองด้านสิทธิเสรีภาพและการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย และขาดกฎหมายที่รองรับการแสดงออกและการเข้าถึงสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่นำไปสู่การเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อเกย์เพศชายกลุ่มต่าง ๆ โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้สร้างคุณูปการทางวิชาการด้านการศึกษาวาทกรรมและการวิเคราะห์วาทกรรม และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจด้านอาชญาวิทยาเกี่ยวกับความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น


Genetic Heterogeneity Of Glucose 6-Phosphate Dehydrogenase (G6pd) Regulatory Region In G6pd Deficient Patients, Lawrence Billy Vasco Djama Jan 2023

Genetic Heterogeneity Of Glucose 6-Phosphate Dehydrogenase (G6pd) Regulatory Region In G6pd Deficient Patients, Lawrence Billy Vasco Djama

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

G6PD deficiency is a genetic disorder caused by either suboptimal function of the G6PD enzyme or instability of the G6PD gene, resulting in insufficient production of the G6PD protein. This study investigates mutations in the regulatory regions of the G6PD gene using Nanopore MinION sequencing, as mutations outside the coding region can also affect G6PD activity. Blood samples from 89 individuals (73 adults and 16 newborns) with G6PD deficiency or intermediate levels but unidentified coding sequence mutations were analyzed. Genomic DNA was screened for mutations, enriched using degenerate oligonucleotide-primed PCR (DOP-PCR), and sequenced using the Oxford MinION platform. Bioinformatic analyzes …


Thai Language Sentiment Analysis With A Hybrid Method On Wangchanberta-Cnn-Bilstm, Kasidhit Suraratchai Jan 2023

Thai Language Sentiment Analysis With A Hybrid Method On Wangchanberta-Cnn-Bilstm, Kasidhit Suraratchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Understanding emotions conveyed in text, especially in non-global languages such as Thai, sentiment analysis is particularly important in Thailand. However, this endeavor faces challenges due to variations in text length, which significantly impact sentiment analysis outcomes. Previous research has employed neural network and machine learning models in the process from research [2] and [7], yet each model specializes in different aspects, making comprehensive sentiment analysis coverage unattainable. Recent research [13], has delved into hybrid models like CNN-BiLSTM and BiLSTM-CNN. Although they demonstrate efficacy, their performance still varies across different datasets. For instance, CNN-BiLSTM excels with short sentences by considering surrounding …


ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโตเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับประถมศึกษา, เปรมพล วิบูลย์เจริญสุข Jan 2023

ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโตเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับประถมศึกษา, เปรมพล วิบูลย์เจริญสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะการอ่านของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโตระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุม 2) เปรียบเทียบทักษะการอ่านก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโตของนักเรียนกลุ่มทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตสังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 67 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง 31 คน และกลุ่มควบคุม 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบวัดความสามารถการอ่าน แผนการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโต ผู้วิจัยสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วยแผนการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับการพัฒนากรอบความคิดเติบโต สำหรับตัวอย่างวิจัยกลุ่มทดลอง และแผนการเรียนรู้แบบปกติสำหรับกลุ่มควบคุมเพื่อใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ และสร้างแบบวัดความสามารถในทักษะการอ่านภาษาอังกฤษซึ่งมีจำนวน 2 ชุด ได้แก่ แบบวัดทักษะการอ่านภาษาอังกฤษฉบับก่อนเรียนและหลังเรียน ที่มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ จำนวนชุดละ 30 ข้อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมด้วยการวเคราะห์ค่าสถิติทีสำหรับสองกลุ่มที่เป็นอิสระจากกัน (Independent t-test) และเปรียบเทียบทักษะการอ่านของกลุ่มทดลองก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการวิเคราะห์ค่าสถิติทีสำหรับสองกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระจากกัน (Dependent t-test) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโตนักเรียนกลุ่มทดลองมีทักษะการอ่านหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโตสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2)นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แนวคิดเกมิฟิเคชันร่วมกับกรอบความคิดเติบโต มีทักษะการอ่านสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05