Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1621 - 1650 of 6481

Full-Text Articles in Entire DC Network

A Study On The Effects Of Historical Meteorological Data Set On Simulated Radioactive Dispersion From A Nuclear Power Plant Accident By Nacac Code, Narakhan Khunsrimek Jan 2023

A Study On The Effects Of Historical Meteorological Data Set On Simulated Radioactive Dispersion From A Nuclear Power Plant Accident By Nacac Code, Narakhan Khunsrimek

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Quantifying the variability in the prediction of atmospheric dispersion code from the Influences of variations in meteorological data is investigated in this study. Historical meteorological data from 2016 to 2020 by the National Centers for Environmental Prediction (NCEP) and the overlap hypothetical accident Loss Of Offsite Power (LOOP) and Large-Break Loss Of Coolant Accident (LBLOCA) are used as initial and boundary conditions. The Fangchenggang nuclear power plant in China, close to Thailand, is considered a study location. The Nuclear Accident Consequence Assessment Code (NACAC) is used as a simulation tool for the investigation process. The NACAC prediction performance is verified …


Prediction Models For Beauty Products Monthly Sales With Price Promotion, Nichakan Phupaichitkun Jan 2023

Prediction Models For Beauty Products Monthly Sales With Price Promotion, Nichakan Phupaichitkun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Promotional pricing strategy is a major marketing tool for most retails. However, predicting sales when discount is offered can be difficult since there are other factors causing demand to be uncertain or highly fluctuating. The objective of this research is to identify the most suitable prediction models for beauty product unit sales in retail and capture the effects of factors impacting sales. The dataset provided by the case study retail company was available from January 2020 to December 2022 (36 months). The prediction models, including linear regression, random forest, XGBoost, artificial neural networks (ANN), and hybrid models, are constructed and …


Activity And Stability Of Tio2-Encapsulated Cspbbr3/Cs4pbbr6 For Photocatalytic Degradation Of Rhodamine B, Nutzeya Plainoen Jan 2023

Activity And Stability Of Tio2-Encapsulated Cspbbr3/Cs4pbbr6 For Photocatalytic Degradation Of Rhodamine B, Nutzeya Plainoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Due to the excellent optoelectronic performance of cesium lead bromide(CsPbBr3), it has shown promising potential as a photocatalyst for the degradation of organic compounds under sunlight. During the synthesis of CsPbBr3, Cs4PbBr6, another formation of CsPbBr3, is also produced, which exhibits desirable properties such as strong and narrow photoluminescence (PL) and enhanced thermal stability. In this study, we successfully synthesized a mixture of CsPbBr3/Cs4PbBr6 nanoparticles using a simple precipitation method. However, the stability of CsPbBr3/Cs4PbBr6 was found to be sensitive to high temperatures, moisture, and oxygen, which could affect its photocatalytic degradation performance. To enhance both stability and activity, we …


A Communication System To Support Evacuation Route In The Building Construction Project, Somjintana Kanangkaew Jan 2023

A Communication System To Support Evacuation Route In The Building Construction Project, Somjintana Kanangkaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the past decade, emergencies have occurred in construction projects, directly influencing injuries and casualties due to the dynamic nature of construction. Currently, the practice of developing evacuation routes for most construction projects is presented in a static and non-interactive manner. This involves a two-dimensional evacuation plan that cannot provide a real-time evacuation route. Furthermore, some emergency signs are unclear and do not provide the correct evacuation routedue to construction activities not aligning with the construction progress. Therefore, conventional evacuation plans have limitations and require improvement. Building Information Modeling (BIM) and Augmented Reality (AR) can present the evacuation route position …


การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดขยะหน้ากากอนามัย, ชัญญานุช วชิราศรีศิริกุล Jan 2023

การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดขยะหน้ากากอนามัย, ชัญญานุช วชิราศรีศิริกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาปัญหาโรคระบาดที่ติดต่อทางสารคัดหลั่งส่งผลให้เกิดขยะติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งจะต้องถูกจัดการอย่างถูกวิธี ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบทางลบทั้งในด้านสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณการปริมาณขยะหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งที่เกิดขึ้นของกรุงเทพมหานคร และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดขยะหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งในรูปแบบต่าง ๆ โดยกลุ่มตัวอย่างระบุเป็นบุคคลทั่วไป ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศไทย ทำการเก็บข้อมูลแบบสอบถามจำนวน 3 รอบ จำนวน 413 คน (ปี 2564) 238 คน (ปี 2565) และ 112 คน (ปี 2566) ตามลำดับ โดยกำหนดการเก็บข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลทางออนไลน์โดยใช้ Google Forms และวิเคราะห์ผลทางสถิติ จากผลการศึกษาพบว่า ในช่วงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 มีปริมาณการใช้งานหน้ากากอนามัยเฉลี่ย 5,795,752 - 7,389,590 ชิ้นต่อวัน ซึ่งจำนวนการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นสอดคล้องกับจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่เพิ่มสูงขึ้น และมีหน้ากากอนามัยมากกว่าร้อยละ 75.6-78.6 ที่ถูกทิ้งปนไปกับขยะทั่วไป ส่งผลให้ถูกกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี อีกทั้งยังพบว่าส่วนใหญ่ประชาชนมีความรู้ในการจัดการที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อย และมีระดับการศึกษาที่ต่ำกว่าชั้นมัธยมศึกษาเป็นต้นไป จึงควรมีการมุ่งเน้นให้ความรู้เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการหน้ากากอนามัยได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น ในส่วนของการประเมินผลกระทบทาสิ่งแวดล้อม จะใช้การวิเคราะห์การไหลของวัสดุ (MFA) ร่วมกับการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) พบว่าในสถานการณ์ที่มีสัดส่วนการฝังกลบของหน้ากากอนามัยมากที่สุด จะมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และในสถานการณ์ที่มีการเผาด้วยเตาเผาทั้งหมด จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด แต่ในระยะสั้นยังจำเป็นต้องใช้การกำจัดด้วยวิธีการเผา เนื่องจากจะต้องควบคุมเชื้อโรค และการเผายังง่ายต่อการปฏิบัติ อีกทั้งการฝังกลบยังมีการการปลดปล่อยไมโครพลาสติกที่เป็นประเด็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในปัจจุบัน


การเรียนรู้เชิงลึกสำหรับเข้ารหัสบัญชีการจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ไอซีดี) จากบันทึกเวชระเบียนโดยใช้คลังข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, ณัฐชา ซาซุม Jan 2023

การเรียนรู้เชิงลึกสำหรับเข้ารหัสบัญชีการจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ไอซีดี) จากบันทึกเวชระเบียนโดยใช้คลังข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, ณัฐชา ซาซุม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เสนอแบบจำลองสำหรับจำแนกรหัสไอซีดีแบบหลายฉลากเพื่อเป็นตัวช่วยจำแนกรหัสไอซีดี การให้รหัสไอซีดีไม่ครบส่งผลให้โรงพยาบาลไม่ได้รับเงินค่าชดเชยอย่างเหมาะสม เราจึงมุ่งเน้นที่จะช่วยโรงพยาบาลให้รหัสไอซีดีอย่างครบถ้วนในขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการสนับสนุนทางการเงินแก่โรงพยาบาล โดยปกติแล้วปัญหาการให้รหัสไอซีดีแบบหลายฉลากเป็นชุดข้อมูลบันทึกเวชระเบียนที่มีการกระจายตัวแบบหางยาวซึ่งไม่ควรละทิ้งข้อมูลใด ๆ ดังนั้น การจำแนกแบบหลายฉลากของเราจึงเป็นการรวมกันของวิธีการรวมแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกทั้งสาม (Bidirectional Long-short term memory, Convolutional neural network and Transformer encoder) ด้วยการเลือกค่าทำนายสูงสุดและแบบจำลองทางสถิติคือ Multinomial Naïve Bayes ร่วมกับวิธี Binary Relevance ในส่วนของแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกจะรับผิดชอบกลุ่มรหัสไอซีดีทั่วไป (โรคที่พบบ่อย) ในขณะที่แบบจำลองทางสถิติจะจัดการกับกลุ่มรหัสไอซีดีพบยาก (โรคที่ผู้ป่วยไม่ค่อยเป็น) ผลการทำนายรหัสไอซีดี-10 จากบันทึกการรักษาด้วยแบบจำลองนี้ให้ค่า Jaccard index ที่ 0.792 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีทั่วไปและที่ 0.205 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีพบยาก ส่วนของผลการทำนายรหัสไอซีดี-9 จากบันทึกการให้ยา (หัตถการรักษา) ให้ค่า Jaccard index ที่ 0.963 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีทั่วไปและที่ 0.201 สำหรับกลุ่มรหัสไอซีดีพบยาก ซึ่งแบบจำลองนี้มีความสามารถในการแนะนำรหัสไอซีดีที่ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล


การจัดตารางพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการฮิวริสติก : กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย, นลธวัช สุคนธ์ภัทร Jan 2023

การจัดตารางพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการฮิวริสติก : กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย, นลธวัช สุคนธ์ภัทร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาการจัดตารางการทำงานของพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ (Multi-objective Nurse Scheduling Problem : NSP) ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ควบคู่ไปกับวิธีการฮิวริสติก ปัญหาการจัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์นี้ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน อันเป็นผลเนื่องมาจากความหลากหลายของข้อจำกัด และวัตถุประสงค์หลักของปัญหาต่างๆ ที่มีความขัดแย้งกัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังขาดระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดตารางการทำงาน ส่งผลทำให้ผู้จัดตารางการทำงานจำเป็นต้องดำเนินการจัดตารางการทำงานด้วยตนเอง ซึ่งมักใช้เวลาในการจัดที่ยาวนาน และผิดพลาดได้ง่าย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สะท้อนภาพการทำงานของผู้จัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่แผนกฉุกเฉิน เนื่องจากแผนกดังกล่าวมีความซับซ้อนในการปฎิบัติงานมากกว่าแผนกอื่นๆ อย่างไรก็ดี ผู้วิจัยพบว่า เมื่อปัญหาดังกล่าวมีขนาดใหญ่ขึ้น ประสิทธิภาพของแบบจำลองทางคณิตศาสตร์มีแนวโน้มที่ลดถอยลง ทั้งในเชิงคุณภาพของคำตอบ และเวลาที่ใช้ในการหาคำตอบ อันเป็นผลเนื่องมาจากความซับซ้อนของปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ทำการพัฒนาฮิวริสติกขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดเวลาการหาคำตอบของปัญหาการจัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ โดยอ้างอิงจาก Adaptive Large Neighborhood Search (ALNS) ควบคู่ไปกับ Non-dominated Sorting Genetic Algorithm III (NSGA-III) จากผลการทดลอง ผู้วิจัยพบว่า วิธีการฮิวริสติกที่ถูกพัฒนาขึ้นมีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีแม่นตรงในปัญหาขนาดเล็ก โดยชุดคำตอบที่ได้จากวิธีการฮิวริสติกมีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีแม่นตรง หากแต่ใช้เวลาในการหาคำตอบที่สั้นกว่ามาก สำหรับปัญหาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น วิธีการฮิวริสติกที่ถูกพัฒนาขึ้นก็สามารถสร้างชุดคำตอบที่มีความหลากหลายในระยะเวลาที่สั้นกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมเป็นอย่างมาก


การวิเคราะห์ดัชนีชี้วัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทกรณีศึกษา : Aaa, นครินทร์ ทรัพย์อำนวยโชค Jan 2023

การวิเคราะห์ดัชนีชี้วัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทกรณีศึกษา : Aaa, นครินทร์ ทรัพย์อำนวยโชค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้เป็นการศึกษาการปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาออก ของบริษัทกรณีศึกษา AAA ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนนำเข้า และส่งออกสินค้า (Freight Fward Company) หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ การบันทึกค่าใช้จ่ายลงระบบให้ทันเวลา เนื่องจาก การรับรู้รายได้ รายจ่ายและกำไรให้เร็วที่สุดนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกองค์กรต้องการ ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหาสาเหตุที่ทำให้กระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษามีปัญหา ตลอดจนนำแนวคิด ทฤษฏี และเครื่องมือ ไม่ว่าเป็นแนวคิดลีน 5M+Q+S PDCA และ 5WHY เข้ามาช่วยในการดำเนินหาทางแก้ไขปัญหาที่บริษัทกรณีศึกษากำลังเผชิญ ตลอดจนการประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาแนวทางการทำงานใหม่ เพื่อให้ทุกคนทราบถึงปัญหาที่แท้จริง และช่วยกันหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาซึ่งหลังจากปรับปรุงกระบวนการนั้น พบว่าคะแนน KPI เฉลี่ยในการบันทึกค่าใช้จ่ายทันเวลาของพนักงานนั้นเพิ่มขึ้น และพนักงานได้ใช้เครื่องมือที่ทางองค์กรได้พัฒนาไว้อย่างมีประโยชน์ โดยมีคะแนน KPI เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67.67 เป็นร้อยละ 86.70


The Influence Of Therapeutic Body Positions On Hemodynamics And Respiration In Adults With And Without Obesity, Ruchada Sriamad Jan 2023

The Influence Of Therapeutic Body Positions On Hemodynamics And Respiration In Adults With And Without Obesity, Ruchada Sriamad

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The primary objective of this research was to investigate the impact of therapeutic body positions on hemodynamic and respiratory responses in adults with and without abdominal obesity. This research comprises three studies: 1) a systematic review and meta-analyses to investigate the influence of various body positions on hemodynamic and respiratory variables in healthy adults; 2) a study on hemodynamic responses during therapeutic body positions in adults with and without abdominal obesity; 3) a study on respiratory responses during therapeutic body positions, comparing obese and non-obese adults. The results from the systematic review revealed that different positions elicit distinct hemodynamic and …


New Approaches For Classical Theatre Performance Through The Application Of The Principles Of No.60 :A Case Study Of August Strinderg’S Miss Julie (1888), Sarinya Inger Olsson Jan 2023

New Approaches For Classical Theatre Performance Through The Application Of The Principles Of No.60 :A Case Study Of August Strinderg’S Miss Julie (1888), Sarinya Inger Olsson

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this study is to examine the practical application of the principle of No.60 in acting techniques to effectively embody and portray the intricate nature of the character Miss Julie. The researcher's identified issue in their acting practice is the lack of freedom in utilizing their body to convey the character's emotions during performances, leading to a sense of internal conflict that hinders their expressive abilities. Consequently, the researcher tends to rely more on their upper body rather than fully utilizing their entire physique while performing. The researcher believes that the principles of No.60 can significantly enhance their …


มโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐ, ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนท์ Jan 2023

มโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐ, ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐ และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบมโนอุปลักษณ์และหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ในประเทศไทยในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐโดยใช้แนวคิดมโนอุปลักษณ์ตามมุมมองภาษาศาสตร์ปริชานและหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ เก็บข้อมูลจากวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์และวาทกรรมสื่อภาครัฐในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคโควิด-19 รวม 803 ตัวบท ผลการศึกษาพบมโนอุปลักษณ์เกี่ยวกับภาวะโรคระบาดใหญ่ 10 มโนอุปลักษณ์ ได้แก่ [การแพร่ระบาดของโรค คือ สงคราม] [การแพร่ระบาดของโรค คือ ภัยพิบัติ] [การแพร่ระบาดของโรค คือ กีฬาชกมวย] [โรคระบาด คือ คนร้าย] [โรคระบาด คือ บุคคล] [โรคระบาด คือ สัตว์ร้าย] [โรคระบาด คือ วิญญาณร้าย] [โรคระบาด คือ พืช] [โรคระบาด คือ มะเร็ง] และ [การแพร่ระบาดของโรค คือ การเรียน] มโนอุปลักษณ์ที่พบสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับโรคระบาดได้ 6 มุมมอง ได้แก่ 1) โรคระบาดเป็นภัยคุกคาม จึงต้องควบคุมป้องกันให้สิ้นสุดลงโดยเร็ว 2) โรคระบาดไม่สามารถควบคุมให้สิ้นสุดลงโดยง่ายและสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ 3) โรคระบาดเป็นสิ่งน่ากลัว สามารถทำอันตรายแก่มนุษย์ 4) โรคระบาดเป็นการคุกคามสุขภาพที่ร้ายแรงถึงชีวิตและรักษาได้ยาก 5) โรคระบาดคือการแข่งขันกีฬา ผู้เข้าแข่งขันต้องทำคะแนนเพื่อป้องกันการถูกโจมตีตลอดเวลาและสามารถเอาชนะได้ในที่สุด และ 6) โรคระบาดเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องทำความรู้จักและปรับตัวเพื่อให้อาศัยอยู่ร่วมด้วยได้ เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบการสื่อสาร องค์ประกอบที่น่าจะมีผลต่อหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ ได้แก่ ฉาก ผู้ร่วมเหตุการณ์ จุดมุ่งหมาย ลำดับวัจนกรรม เครื่องมือ บรรทัดฐานการปฏิสัมพันธ์และการตีความ และประเภทของข้อความ ทำให้หน้าที่ของมโนอุปลักษณ์ที่พบมีหน้าที่ทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ หน้าที่ด้านถ่ายทอดความคิด หน้าที่ด้านถ่ายทอดความคิดและบุคคลสัมพันธ์ และหน้าที่ด้านเรียบเรียงความ เมื่อเปรียบเทียบมโนอุปลักษณ์ตามโรคพบว่าด้วยระยะเวลาการแพร่ระบาดที่ยาวนานไม่เท่ากันและความรุนแรงที่ต่างกันทำให้พบมโนอุปลักษณ์ต่างกัน มโนอุปลักษณ์ที่พบต่างกันในการแพร่ระบาดทั้งสองครั้ง ได้แก่ [การแพร่ระบาดของโรค คือ กีฬาชกมวย] และ [โรคระบาด คือ มะเร็ง] เมื่อเปรียบเทียบมโนอุปลักษณ์ตามวาทกรรมพบมโนอุปลักษณ์ในวาทกรรมสื่อหนังสือพิมพ์มากกว่าวาทกรรมสื่อภาครัฐซึ่งสัมพันธ์กับบทบาทการรายงานข่าวสาร ขณะที่มโนอุปลักษณ์ในวาทกรรมสื่อภาครัฐแม้ว่าจะพบน้อยกว่าแต่ก็มีบทบาทสำคัญในการชี้แนะให้ผู้รับสารปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติบางอย่างรวมไปถึงกำหนดบทบาทหน้าที่และควบคุมสังคมในยามวิกฤต สำหรับหน้าที่ของมโนอุปลักษณ์เมื่อพิจารณาตามประเภทวาทกรรมมีความต่างกันที่หน้าที่ถ่ายทอดความคิดและบุคคลสัมพันธ์ที่เด่นชัดกว่าในวาทกรรมสื่อภาครัฐจากบทบาทในการผลิต เผยแพร่ ผลิตซ้ำ และตอกย้ำอุดมการณ์บางอย่างเพื่อชักจูงโน้มน้าวผู้รับสาร ผลการศึกษาแสดงให้เห็นบทบาทของภาษาในการถ่ายทอดความคิดด้วยการนำสิ่งที่เป็นรูปธรรมกว่าและประสบการณ์ที่ใกล้ตัวกว่ามาเปรียบเทียบกับโรคระบาดให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นบทบาทของภาษาในภาวะวิกฤตที่นอกจากจะมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นยังมีหน้าที่กำหนดความคิดของคนในสังคมเพื่อทำให้ภาวะโรคระบาดที่เกิดขึ้นกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว


การพัฒนาทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการของนักแสดง: กรณีศึกษา แมรี่ แอนน์ ในบทละครเรื่อง ฤกษ์รัก ของ นิค เพย์น, ธัญวรัตน์ แสงสุวรรณ์ Jan 2023

การพัฒนาทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการของนักแสดง: กรณีศึกษา แมรี่ แอนน์ ในบทละครเรื่อง ฤกษ์รัก ของ นิค เพย์น, ธัญวรัตน์ แสงสุวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษา “การพัฒนาทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการของนักแสดง: กรณีศึกษา แมรี่แอนน์ ในบทละคร เรื่อง ฤกษ์รัก ของ นิค เพย์น” เป็นการศึกษาหลักการแสดงที่ใช้พัฒนาทักษะการแสดงทางด้านความเชื่อ และจินตนาการแก่นักแสดง เพื่อเข้าถึงบทบาทการแสดงมากขึ้น ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานว่า การฝึกทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแสดง ทำให้นักแสดงเข้าถึงบทบาทของตัวละคร แมรี่แอนน์ ในบทละครเรื่อง ฤกษ์รัก ได้อย่างลึกซึ้ง ผู้วิจัยวิเคราะห์และตีความบทบาทของตัวละคร โดยฝึกซ้อมผ่านแบบฝึกหัดการแสดง ได้แก่ มนต์สมมติ ของคอนสแตนตินสตานิสลาฟสกี เทคนิคการแสดงของไมเคิล เชคอฟ และการด้นสด ผู้วิจัยใช้วิธีสังเกตพัฒนาการแสดงของตนเองผ่านการบันทึกวีดิทัศน์ทั้งช่วงซ้อม และช่วงแสดง ประกอบกับจดบันทึกในตารางฝึกซ้อม และเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม สำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญสาขาการแสดงละคร รวมถึงประสบการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวผู้วิจัยเมื่อได้ทดลองแบบฝึกหัดดังกล่าว ผลการวิจัยจากแบบสอบถามของผู้ชมการแสดง จำนวน 65 คน พบว่า ผู้ชมเข้าใจตัวละคร ผู้วิจัยเข้าถึงเงื่อนไขของตัวละคร สามารถส่งความเชื่อและจินตนาการไปถึงผู้ชม ผู้ชมให้ค่าเฉลี่ยที่ 3.98 แสดงให้เห็นว่าแบบฝึกหัดหลักที่นำมาใช้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักแสดงเกิดความเชื่อและจินตนาการ ผลจากการฝึกทักษะเชิงปฏิบัติการ พบว่า มนต์สมมติ เป็นกลวิธีที่สามารถช่วยให้นักแสดงเข้าถึงบทบาทของตัวละครมากที่สุด เมื่อใช้ร่วมกับการด้นสด และเทคนิคของการแสดงของเชคอฟ ช่วยให้นักแสดงถ่ายทอดการแสดงออกมาได้อย่างลึกซึ้ง


การพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระกับการเสริมสร้างทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่น, พิชญ์ไกร ไชยเดช Jan 2023

การพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระกับการเสริมสร้างทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่น, พิชญ์ไกร ไชยเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ: (1) เพื่อพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระโดยผสมผสานศาสตร์ศิลปะการละคร ศิลปะการแสดงเข้ากับศาสตร์การสอนเชิงบรรยาย และ (2) เพื่อเสริมสร้างทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่น ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 จังหวัดราชบุรี ผู้เข้าร่วมจำนวน 46 คน ประเมินผลการเปลี่ยนแปลงทักษะพลังแห่งการฟื้นตัว ตามกระบวนการวิจัยกึ่งทดลอง แบบ Single-Group Pretest-Posttest Design ด้วยแบบประเมินความเข้มแข็งทางจิตใจในเด็ก Resilience Scale (RS - 48, 13 - 18 years) การพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระฯ ครั้งนี้ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ (1) วิเคราะห์บริบทของกลุ่มเป้าหมาย (2) พัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระในฐานะเครื่องมือ (3) ทดสอบรูปแบบการแสดงสื่อสาระ (4) พัฒนาบทแสดงสื่อสาระฉบับสมบูรณ์ และ (5) กำหนดแผนงานและนำสู่การปฏิบัติ บทการแสดงออกแบบด้วยแนวทางบูรณาการโครงสร้างละครแบบ 3 องก์ ดำเนินเรื่องด้วยแนวคิดละครโศกนาฎกรรมร่วมกับการตั้งคำถามและสร้างบทสนทนาเพื่อการสืบค้นตามทฤษฎีพัฒนาการจิตสังคมและวิกฤตแห่งตัวตน ผนวกแนวคิดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง กำหนดเป็นโปรแกรมการแสดงสื่อสาระ 4 ครั้ง (ครั้งละ 3 ชั่วโมง) รวม 12 ชั่วโมง ผลการวิจัย พบว่า หลังโปรแกรมการแสดงเสร็จสิ้นลงทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (คะแนนมาตรฐาน 7.73) เมื่อประเมินด้วยแบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็ก (Resilience Scale – RS-48) และเมื่อวิเคราะห์ตามองค์ประกอบ พบว่า ความสามารถทางสังคม ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และความสามารถในการตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิต มีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้น ความสามารถในการดูแลและความคุมตัวเอง ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นเพียงเล็นน้อย แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ การแสดงสื่อสาระฯ สามารถลดสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีทักษะแห่งการฟื้นตัวในระดับต่ำจาก ร้อยละ 13.04 เป็นร้อยละ 4.35 และลดสัดส่วนระดับปานกลางจากร้อยละ 86.96 เป็น ร้อยละ 71.74 ขณะเดียวกัน การแสดงสื่อสาระฯสามารถเพิ่มสัดส่วนของกลุ่มตัวอย่างที่มีทักษะแห่งการฟื้นตัวในระดับสูง จากที่ไม่ปรากฏในการประเมินก่อนแสดง เป็นร้อยละ 23.91% …


Covid-19 Infodemic And Social Media Platforms In Thailand, Abhibhu Kitikamdhorn Jan 2023

Covid-19 Infodemic And Social Media Platforms In Thailand, Abhibhu Kitikamdhorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to fill a knowledge void on disinformation in a non-western context by examining the infodemic phenomenon in Thailand covering an extensive period from 31 December 2019 to 31 July 2021. The research examines how disinformation about COVID-19 spreads on Facebook and Twitter in Thailand, as well as the effectiveness of counter-disinformation approaches, and policy gaps in addressing the infodemic. Data collection relies on these methodologies—content analysis, sentiment analysis, social network analysis, in-depth interviews, and document analysis. Content analysis of sampled data shows that herbal medicine claims, and politicized COVID-19 information, especially about censorship, are prevalent. Contextual factors …


การศึกษาผลกระทบของประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่มีต่อผู้ประกอบการคาเฟ่กัญชาเชิงสันทนาการรายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, โชติอนันต์ หาญคุณตุละ Jan 2023

การศึกษาผลกระทบของประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่มีต่อผู้ประกอบการคาเฟ่กัญชาเชิงสันทนาการรายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, โชติอนันต์ หาญคุณตุละ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาผลกระทบของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2565 ต่อผู้ประกอบการคาเฟ่กัญชาเชิงสันทนาการรายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อคาเฟ่กัญชาเชิงสันทนาการรายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนานโยบาย ข้อกฎหมายเพื่อควบคุมกำกับดูแลกิจการคาเฟ่กัญชาเชิงสันทนาการ โดยรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากเอกสาร กฎหมาย รวมถึงบทสัมภาษณ์ของผู้กำหนดนโยบายจากสื่อออนไลน์ และสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบการคาเฟ่กัญชาเชิงสันทนาการรายย่อย จำนวน 5 ราย ผลการวิจัยพบว่าผลกระทบของประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระต้นทุนที่สูงจากข้อกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ส่งผลให้เกิดการหลีกเลี่ยงการดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมายและรูปแบบการเป็นคาเฟ่เพื่อสันทนาการ อย่างไรก็ดี ผู้วิจัยได้ศึกษาหาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนานโยบายและข้อกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีข้อเสนอแนะ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์กับภาคประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ การออกกฎหมายกำกับดูแลและควบคุมกิจการที่ให้บริการกัญชาเป็นการเฉพาะด้านสันทนาการ การจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบคอยส่งเสริมและควบคุมดูแลการใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ และการจัดตั้งสถาบันที่น่าเชื่อถือในการฝึกอบรมและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ


ประเด็นด้านทรัพยากรและวัตถุประสงค์ของนโยบายที่ส่งผลต่อการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ศึกษากรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, ณัฐวัฒน์ จารุวัฒน์ Jan 2023

ประเด็นด้านทรัพยากรและวัตถุประสงค์ของนโยบายที่ส่งผลต่อการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ศึกษากรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, ณัฐวัฒน์ จารุวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นด้านทรัพยากรและวัตถุประสงค์ของนโยบายที่ส่งผลต่อการตัดสินใจถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้กรณีศึกษาจากกรณีการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยวิเคราะห์เชื่อมโยงกับทฤษฎีปัจจัยการนำนโยบายไปปฏิบัติของ Van Meter และ Van Horn ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เน้นเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการถ่ายโอน ผลการศึกษา พบว่า การสื่อสารเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการถ่ายโอน มีการทำผ่านหลายช่องทาง ทั้งคู่มือที่มีรายละเอียด การประชุม และสื่อสารระหว่างหน่วยงาน บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในทิศทางเดียวกันในวัตถุประสงค์ของนโยบาย คือเพื่อกระจายอำนาจด้านการบริหารงานด้านสาธารณสุขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ขณะที่การถ่ายโอนยังมีปัญหาในเรื่องความไม่ชัดเจนของกฎระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณและความกังวลต่ออิทธิพลทางการเมือง สำหรับปัจจัยทรัพยากร กลุ่มตัวอย่างคาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนที่เพิ่มมากขึ้นทั้งด้านบุคลากรและงบประมาณ โดยต้องการเห็นความชัดเจนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด การค้นพบได้สะท้อนไปสู่ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกถ่ายโอนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ประกอบด้วย 4 ปัจจัย คือ (1) บุคลากร (2) งบประมาณและวัสดุครุภัณฑ์ (3) กฎหมายและระเบียบ (4) การปฏิบัติงาน สำหรับกรณีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี มีความพร้อมในด้านทรัพยากร แต่เนื่องจากปัจจัยด้านกฎหมายและระเบียบและการสื่อสารในเรื่องแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงยังทำให้มีความกังวลอยู่ในกลุ่มโรงพยาบาลที่ยังไม่ได้ถ่ายโอน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งต้องการความชัดเจนที่มากขึ้น


มาตรการทางกฎหมายกับการโน้มน้าวภาครัฐขององค์กรธุรกิจ, กันตพิชญ์ วังมี Jan 2023

มาตรการทางกฎหมายกับการโน้มน้าวภาครัฐขององค์กรธุรกิจ, กันตพิชญ์ วังมี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนวทางในการควบคุมดูแลกระบวนการโน้มน้าวในประเทศไทย สืบเนื่องจากความโปร่งใสและตรวจสอบได้ของกระบวนการออกนโยบายสาธารณะของภาครัฐอาจถูกบิดเบือนไปโดยปราศจากการรับรู้ของสาธารณชนผ่านการโน้มน้าว ขณะที่กฎหมายในประเทศไทยยังไม่มีมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการโน้มน้าวที่ชัดเจน กรณีจึงจะมุ่งศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อนํามาวิเคราะห์เปรียบเทียบและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายในประเทศไทยที่เกี่ยวกับการโน้มน้าว จากการศึกษาพบว่า มาตรการทางกฎหมายในประเทศไทยที่เกี่ยวกับนักโน้มน้าวและการโน้มน้าว อาทิ ประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ในส่วนความรับผิดอาญาว่าด้วยการให้สินบนเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่กำกับการจัดตั้งองค์กรและการรวมกลุ่มของเอกชนยังคงไม่ครอบคลุมธรรมชาติของกระบวนการโน้มน้าวและลักษณะของนักโน้มน้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ ไม่มีการบัญญัตินิยามของนักโน้มน้าวหรือการโน้มน้าวอย่างชัดเจน ไม่มีการบัญญัติหน้าที่ตามกฎหมายให้นักโน้มน้าวดำเนินการ ไม่มีการกำหนดมาตรการบังคับและมาตรเสริมอื่นสำหรับนักโน้มน้าว รวมถึงไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนของมาตรการทางกฎหมายที่มุ่งหมายกำกับดูแลกระบวนการโน้มน้าวและขาดองค์กรในการกำกับดูแล ด้วยเหตุนี้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอแนะให้มีการจัดทำมาตรการทางกฎหมายในรูปแบบของการตราพระราชบัญญัติขึ้นมาเป็นกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการโน้มน้าวภาครัฐขององค์กรธุรกิจเพื่อกำหนดบทนิยามของการโน้มน้าวและนักโน้มน้าว โดยมีบทบัญญัติที่กำหนดหน้าที่ให้นักโน้มน้าวปฏิบัติตามเพื่อความโปร่งใสของกระบวนการโน้มน้าวและกำหนดมาตรการบังคับและมาตรการเสริมอื่นเพื่อเป็นกลไกในการบังคับและกำกับดูแลนักโน้มน้าวอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมอบอำนาจหน้าที่ให้หน่วยงานอิสระกำกับดูแลกระบวนการโน้มน้าว ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะทั่วไปและหลักการทางกฎหมายของการโน้มน้าวและนักโน้มน้าว


ศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วมโดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562, ปลายฟ้า โตศักดิ์สิทธิ์ Jan 2023

ศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วมโดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562, ปลายฟ้า โตศักดิ์สิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วม โดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ หลักการสำคัญของพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 และเพื่อศึกษาความสอดคล้องกันระหว่าง หลักการจัดการร่วมที่มีชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Co-Management) กับพระราชบัญญัติ ป่าชุมชน พ.ศ.2562 รวมทั้งเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนากฎหมายป่าชุมชนเพื่อให้เกิดความ สอดคล้องกับหลักการจัดการร่วมที่มีชุมชนเป็นฐาน ทั้งนี้ การตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 เป็นการสอดรับบทบัญญัติมาตรา 43 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในเรื่องสิทธิของชุมชนในอันที่จะจัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างสมดุลและยั่งยืน จากการศึกษาการจัดการทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในศึกษา กรณีพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พบว่ามีประเด็นทางข้อกฎหมายดังต่อไปนี้ 1) ประเด็นเรื่องสิทธิในจัดการทรัพยากรป่าไม้ในป่าชุมชน 2) ประเด็นเรื่องความหมายของป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 4 พื้นที่ที่จะนำไปจัดตั้งเป็นป่าชุมชนได้นั้น ต้องเป็นป่าที่อยู่นอกเขตป่าอนุรักษ์หรือพื้นที่อื่นของรัฐนอกเขตป่าอนุรักษ์ เป็นการให้อำนาจแก่กรมป่าไม้เข้ามาจัดการและควบคุมกำกับการจัดการป่าชุมชน 3) ประเด็นเรื่องการจัดตั้งป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ในการขออนุญาตเพื่อจัดตั้งป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 นั้น ชุมชนจะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารมากมาย ตามมาตรา 33 รวมไปถึงการตรวจสอบจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่อย่างเข้มงวด และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดในการพิจารณาคำขอจัดตั้งป่าชุมชน แผนจัดการป่าชุมชน และรายงานผลการตรวจสอบซึ่ง แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบจากรัฐและยังคงไว้ซึ่งการรวมอำนาจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติไว้ที่รัฐ ซึ่งขัดแย้งต่อการรับรองสิทธิของชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในมาตรา 43 (2) 4) ประเด็นเรื่องการขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนในป่าชุมชน ตามมาตรา 16 ผู้ที่มีอำนาจควบคุมกำกับการจัดการป่าชุมชนไม่ใช่ตัวแทนจากภาคประชาชนที่อยู่ภายในพื้นที่เขตป่าชุมชน แต่เป็นตัวแทนของรัฐจากส่วนกลาง ทำให้ขาดความใกล้ชิดกับสภาพปัญหา สภาพภูมิศาสตร์ และเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงวัฒนธรรมความเชื่อ ส่งผลให้ภาคประชาชนไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกันในการจัดการควบคุมการใช้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5) ประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจ (Decentralization) ให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ในมาตรา 16 (24) บัญญัติให้กระจายอำนาจให้ อบต.หรือเทศบาล มีอำนาจ จัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ …


Measurement Of Precipitated Calcium Citrate In Urine By Murexide-Based Indicator Displacement Assay And Its Clinical Utility In Calcium Oxalate Urolithiasis, Chaiyadol Tantasith Jan 2023

Measurement Of Precipitated Calcium Citrate In Urine By Murexide-Based Indicator Displacement Assay And Its Clinical Utility In Calcium Oxalate Urolithiasis, Chaiyadol Tantasith

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Urinary stone, mainly composed of calcium oxalate (CaOx), is a longstanding urologic condition with high prevalence and recurrence rates. Dietary habits, specifically increased consumption of high oxalate diet and low intake of citrate-containing foods, lead to hyperoxaluria and hypocitraturia that directly contribute to CaOx stone formation. Measurements of urinary oxalate and citrate are essential to estimate the risk of CaOx stone formation. Currently, high-performance liquid chromatography is used for urinary citrate measurement, but it is complicated and requires well-trained technicians. We hypothesized that instead of directly measuring citrate in urine, measurement of calcium citrate (CalCit) precipitated in urine challenging with …


Development Of Raman Spectroscopy-Integrated Calcium Oxalate Crystallization Index (Rcoci) Test And Its Clinical Validation For Diagnosing Calcium Oxalate Urolithiasis, Kamonchat Boonkam Jan 2023

Development Of Raman Spectroscopy-Integrated Calcium Oxalate Crystallization Index (Rcoci) Test And Its Clinical Validation For Diagnosing Calcium Oxalate Urolithiasis, Kamonchat Boonkam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Urinary stone disease is mostly formed in the kidney and is highly recurrent. The most common type of urinary stones is calcium oxalate (CaOx). The development of urinary screening tests for estimating risk of CaOx stone formation is still challenging. Recently, we developed a urinary test, called indole-reacted calcium oxalate crystallization index (iCOCI) test, that provided a high diagnostic accuracy for CaOx urolithiasis. However, the iCOCI test is time-consuming and highly acidic chemicals are required for quantifying amount of CaOx. In this study, we proposed to develop a new method, called Raman spectroscopy-integrated calcium oxalate crystallization index (rCOCI) test, that …


The Combination Effect Of Lapatinib And Palbociclib In Endocrine-Resistant Breast Cancer Cells, Kantasorn Horpratraporn Jan 2023

The Combination Effect Of Lapatinib And Palbociclib In Endocrine-Resistant Breast Cancer Cells, Kantasorn Horpratraporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Hormonal therapy is necessary in hormone receptor-positive breast cancer patients. It is used in both early and advanced-stage patients. Unfortunately, many patients developed endocrine resistance later on after the treatment was initiated and this could progress the disease. Endocrine resistance results from many mechanisms, including HER2 signaling pathway. These resistant breast cancer cells exhibit more HER2 signaling proteins such as AKT and ERK, compared to wild-type hormone receptor-positive breast cancer cells. Palbociclib is a CDK4/6 inhibitor and is indicated in patients who developed tamoxifen resistance. Lapatinib is a dual tyrosine kinase inhibitor- HER1 and HER2 and is used in HER2-overexpressed …


Epigenetic Regulation Of Leucine Rich Repeat Containing G Protein Coupled Receptor 5 (Lgr5) In Corneal Endothelial Cells, Kulsiri Prakanrattana Jan 2023

Epigenetic Regulation Of Leucine Rich Repeat Containing G Protein Coupled Receptor 5 (Lgr5) In Corneal Endothelial Cells, Kulsiri Prakanrattana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Human corneal endothelial cells (hCECs) are vital for maintaining corneal transparency. However, their limited capacity for proliferation can result in vision loss, requiring corneal transplantation. The Leucine-rich repeat-containing G protein-coupled receptor 5 (LGR5) plays a critical role in maintaining various fetal and adult stem cell types by promoting the Wnt/β-catenin signaling. Although LGR5 is present in corneal endothelial progenitors, its expression decreases as these cells mature, coinciding with the loss of replicative properties. In this study, we explore strategies to reactivate LGR5 expression in cultured hCECs through epigenetic modulation. We found low levels of DNA methylation and hydroxymethylation at LGR5 …


Crispr-Cas12a-Based Detection And Differentiation Of Mycobacterium Spp., Peeraphan Compiro Jan 2023

Crispr-Cas12a-Based Detection And Differentiation Of Mycobacterium Spp., Peeraphan Compiro

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Mycobacterium species cause several vital human diseases, including tuberculosis (TB) and non-tuberculous mycobacterial (NTM) infections. TB is a chronic infectious disease caused by the Mycobacterium tuberculosis complex (MTBC). Additionally, non-tuberculous mycobacteria infections are caused by major NTM species, including Mycobacterium abscessus, Mycobacterium avium, Mycobacterium fortuitum, Mycobacterium kansasii, Mycobacterium gordonae, and Mycobacterium intracelulare, are medically necessary. Both groups of infections can lead to outbreaks in immunocompromised individuals and AIDS patients. It is crucial to differentiate between these two groups of mycobacterial infections, as they require distinct treatment approaches. However, initial diagnosis poses limitations in terms of time and diagnostic tools. Therefore, …


Functional Studies Of P.N258k And P.G279d Variants In The Kcnq2 Gene, Suphalak Chokvithaya Jan 2023

Functional Studies Of P.N258k And P.G279d Variants In The Kcnq2 Gene, Suphalak Chokvithaya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Mutations in the KCNQ2 gene encoding for voltage-gated K channel subunits underlying the neuronal M-current, have been associated with infantile-onset epileptic disorders. The clinical spectrum ranges from self-limited neonatal seizures to epileptic encephalopathy and delayed development. Although gain- and loss-of-function mutations of KCNQ2 leads to indistinguishable phenotypes, different therapeutic approaches are required. To better understand genotype-phenotype correlation, more reports of patients and their mutations with elucidated molecular mechanism are needed. Here, we report nine unrelated patients with KCNQ2-related epilepsy carrying de novo heterozygous KCNQ2 p.N258K or p.G279D identified via Trio exome sequencing that has never been previously reported. To investigates …


The Effect Of Water Temperature And Carbohydrate Drink On Intestinal Epithelial Injury, Endotoxemia, Splanchnic Perfusion, And Core Temperature, During Running In The Heat, Warot Rangsimahariwong Jan 2023

The Effect Of Water Temperature And Carbohydrate Drink On Intestinal Epithelial Injury, Endotoxemia, Splanchnic Perfusion, And Core Temperature, During Running In The Heat, Warot Rangsimahariwong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Prolonged exercise can result in splanchnic hypoperfusion and elevated core body temperature (Tcore), which can contribute to gastrointestinal injury and endotoxemia. The effects of fluid temperature and carbohydrate consumption during exercise on these variables are less clear. Objectives: The study aimed to determine the effects of the temperature of water and carbohydrate drinks on intestinal epithelial injury, endotoxemia, splanchnic perfusion, and Tcore during 60-minute of moderate-intensity running. Methods: Ten participants completed four 60-minute running trials at 70% VO2max with different types of hydration: no water (NW), ambient temperature water (ATW), cold water (CW), and cold carbohydrate water (CW+CHO). Doppler …


กิจกรรมและนโยบายการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ติดต่อในสถานประกอบการของงานทรัพยากรบุคคล ประเทศไทย, เตชิต เตชะมโนดม Jan 2023

กิจกรรมและนโยบายการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ติดต่อในสถานประกอบการของงานทรัพยากรบุคคล ประเทศไทย, เตชิต เตชะมโนดม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สถานประกอบการมีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพ วิถีชีวิต และเป็นสถานที่ที่มีโอกาสจะโน้มน้าวพฤติกรรม รวมทั้งสร้างเสริมสุขภาพของพนักงาน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินการ และนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพในที่ทำงานของสถานประกอบการเอกชน งานวิจัยนี้เป็นการการศึกษาแบบภาคตัดขวาง โดยดำเนินการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถาม จากผู้บริหาร และบุคลากรฝ่ายทรัพยากรบุคคลในบริษัท 814 แห่งในประเทศไทย ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม พ.ศ. 2566 พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ได้แก่ ระยะเวลาดำเนินงานของสถานประกอบการ ขนาดสถานประกอบการ และการจัดสรรงบประมาณ เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบสองตัวแปรระหว่างข้อมูลทั่วไปของสถานประกอบการ และนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพในที่ทำงานของสถานประกอบการ พบว่าปัจจัยเรื่องการจัดสรรงบประมาณ มีความสัมพันธ์กับการกำหนดนโยบายในทุกหัวข้อ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าระยะเวลาการดำเนินงานของสถานประกอบการ ขนาดสถานประกอบการ และการจัดสรรงบประมาณมีบทบาทสำคัญในความสำเร็จในการดำเนินการและความเป็นไปได้ของนโยบายสร้างเสริมสุขภาพของพนักงานภายในสถานประกอบการ


คุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันต่อการต้านการเจริญและการสร้างเมลานินของนีโอสีทตาลิเดียม ไดมิเดียเอตุม ที่ทำให้เกิดโรคเชื้อราที่เล็บ, กัญญานัฐ ครองบุญ Jan 2023

คุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันต่อการต้านการเจริญและการสร้างเมลานินของนีโอสีทตาลิเดียม ไดมิเดียเอตุม ที่ทำให้เกิดโรคเชื้อราที่เล็บ, กัญญานัฐ ครองบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นีโอสีทตาลิเดียม ไดมิเดียเอตุม (N. dimidiatum) เป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคเชื้อราที่เล็บและที่เท้า ตัวเชื้อสามารถสร้างเมลานินซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคมีความรุนแรง จึงนำมาสู่วัตถุประสงค์ของการศึกษาที่ต้องการศึกษาประสิทธิภาพของน้ำมันหอมระเหยขมิ้นชัน (TEO) ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อและการสร้างเมลานิน โดยทำการศึกษาในห้องปฏิบัติการด้วยเชื้อ นีโอสีทตาลิเดียม ไดมิเดียเอตุม จำนวน 10 ตัวอย่าง ทดสอบการยับยั้งการเจริญเชื้อใน 7 วัน โดย 2-20% TEO ด้วยวิธี agar dilution method และทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งการสร้างเมลานินด้วยการเปรียบเทียบปริมาณเมลานินก่อนและหลังสัมผัส 4% และ10% TEO โดยเมลานินถูกจับอย่างจำเพาะด้วย melanin-specific monoclonal antibody (MAb) 8D6 จากนั้นวัดค่า immunofluorescence intensity (IF) โดยใช้ กล้องจุลทรรศน์อิมมูโนฟูออเรสเซนต์กำลังขยาย 1,000 เท่า จากการศึกษาพบว่า 20% TEO สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ นีโอสีทตาลิเดียม ไดมิเดียเอตุม ได้อย่างมีนัยสำคัญ และผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย immunofluorescence intensity ในเชื้อที่สัมผัส 4% และ10% TEO (1.592 (p=0.001) และ 1.705 (p=0.003) พบว่ามีค่า IF ที่ต่ำกว่าเชื้อที่ไม่ได้สัมผัส TEO (7.575) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงสรุปได้ว่า TEO มีประสิทธิภาพที่นำมาใช้ในการรักษาการติดเชื้อจาก นีโอสีทตาลิเดียม ไดมิเดียเอตุม แต่อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษากลไกการทำงานของ TEO ในการเป็นยาต้านเชื้อราว่าสามารถนำมาใช้ในร่างกายเพื่อรักษาการติดเชื้อเหล่านี้ได้หรือไม่


ความเครียดจากการทำงานและภาวะสุขภาพจิตของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางในองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, ชยุตม์ ต่างวิวัฒน์ Jan 2023

ความเครียดจากการทำงานและภาวะสุขภาพจิตของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางในองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, ชยุตม์ ต่างวิวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาความเครียดจากการทำงานและภาวะสุขภาพจิตของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางในองค์การ กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง จำนวน 329 คน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน พ.ศ.2566 โดยการใช้แบบประเมินความเครียดจากการทำงาน (Thai JCQ-45) และแบบประเมินภาวะสุขภาพจิต (Thai GHQ-12) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ระหว่างสองตัวแปรและวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบโลจิสติก ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่าง มีความเครียดจากการทำงานสูง ร้อยละ 30.4 และมีความเสี่ยงในการมีปัญหาสุขภาพจิต ร้อยละ 19.5 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับความเครียดจากการทำงาน ได้แก่ เพศหญิง (aOR= 2.37, 95%CI: 1.17-4.80) การทำอาชีพเสริม (aOR= 4.04, 95%CI: 1.03-15.80) ผู้ที่มีการเรียกร้องจากงานด้านกายภาพสูง (aOR= 7.49, 95%CI: 3.98-14.10) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับความเครียดจากการทำงาน ได้แก่ การออกกำลังกาย (aOR= 0.35, 95%CI: 0.12-0.98) ความมั่นคงของงานสูง (aOR= 0.27, 95%CI: 0.08-0.97) และการสนับสนุนทั้งสังคมสูง (aOR= 0.09, 95%CI: 0.03-0.32) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับความเสี่ยงในการมีปัญหาสุขภาพจิต ได้แก่ ชั่วโมงการทำงาน (aOR= 2.08, 95%CI: 1.06-4.07 ) อันตรายในงานสูง (aOR=, 95%CI: 1.90-7.66) และผู้ที่มีความเครียดจากการทำงานสูงมีความเสี่ยงในการมีปัญหาสุขภาพจิตเป็น 1.77 เท่า (95%CI: 1.01-3.11) ดังนั้นหน่วยงานควรส่งเสริมมาตรการในการป้องกันความเครียดจากการทำงานและปัญหาสุขภาพจิต


ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานกะกับอัตราอุบัติการณ์ของค่าเอนไซม์ตับผิดปกติและโรคตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ ในบุคลากร 2 องค์กรขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร, นภัส เตชะสาน Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานกะกับอัตราอุบัติการณ์ของค่าเอนไซม์ตับผิดปกติและโรคตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ ในบุคลากร 2 องค์กรขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร, นภัส เตชะสาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษารูปแบบตามรุ่นย้อนหลัง (retrospective cohort study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานกะทั้งสถานะการทำงาน ความถี่และระยะเวลาการทำงานกะกับอัตราอุบัติการณ์ของเอนไซม์ตับผิดปกติและโรคตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ ในบุคลากร 2 องค์กรขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่เป็นบุคลากรในสังกัดสภากาชาดไทยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลการตรวจสุขภาพประจำปี และมีข้อมูลส่วนสูง น้ำหนัก เส้นรอบเอว ค่าเอนไซม์ตับและระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดอย่างน้อย 2 ครั้งระหว่างปีพ.ศ. 2552-2559 ผ่านเกณฑ์การคัดเข้าสู่การศึกษาทั้งหมด 6,459 คน และมีกลุ่มตัวอย่างบางส่วนถูกคัดออกเนื่องจากมีค่าตัวแปรตามที่สนใจ ได้แก่ ค่าเอนไซม์ตับและ/หรือคะแนนวินิจฉัยโรคตับคั่งไขมันผิดปกติ ณ จุดเริ่มต้นของการศึกษา ข้อมูลประเมินการสัมผัสกับงานกะใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลแบบสอบถามซึ่งรวบรวม ณ ปี พ.ศ. 2559 และใช้ผลการตรวจสุขภาพประจำปี ได้แก่ ค่าตัวชี้วัดทางร่างกาย (ดัชนีมวลกาย หรือเส้นรอบเอว) ค่าเอนไซม์ตับ และระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดในการคำนวณคะแนนวินิจฉัยโรคตับคั่งไขมันที่ไมได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (lipid accumulation product: LAP; hepatic steatosis index: HSI) ใช้สถิติ Cox’s proportional hazard ในการประมาณค่าความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของตับ (Hazard ratios: HR) และ 95% CI การศึกษาพบว่า เมื่อควบคุมปัจจัยกวนทั้งหมด สถานะการทำงานกะไม่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดความผิดปกติของตับ ทั้งค่าเอนไซม์ตับและคะแนนวินิจฉัยโรคตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ เมื่อพิจารณาในกลุ่มคนทำงานกะไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างขนาดการสัมผัสของความถี่ในการทำงานกะและผลกระทบต่อความผิดปกติของตับ แต่เมื่อพิจารณาเวลาในการทำงานกะ พบว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกะเป็นระยะเวลาไม่เกิน 16 ปี เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ซึ่งวินิจฉัยด้วยคะแนน LAP เป็น 2 เท่าของบุคลากรที่ไม่ได้ทำงานกะ (adjusted HR: 2.00, 95% CI: 1.34, 2.97) ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานกะมากกว่า 25 ปี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติดังกล่าว (adjusted HR: 0.60, 95% CI: 0.40, 0.89) การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าระยะเวลาการทำงานกะมีความสัมพันธ์กับการเกิดความผิดปกติโรคตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์


ความชุกและปัจจัยของการเกิดภาวะกระดูกตายจากความดันที่ผิดปกติของผู้ปฏิบัติงานในห้องปรับความดันบรรยากาศสูงในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ, นภิสรีย์ ทรัพย์สุขอำนวย Jan 2023

ความชุกและปัจจัยของการเกิดภาวะกระดูกตายจากความดันที่ผิดปกติของผู้ปฏิบัติงานในห้องปรับความดันบรรยากาศสูงในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ, นภิสรีย์ ทรัพย์สุขอำนวย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Dysbaric Osteonecrosis (DON) is a condition found in Hyperbaric chamber inside attendants, but research on this issue is still limited. This research aims to study the prevalence and factors related to the disease by using Magnetic Resonance Imaging (MRI) to examine the hip joint, lower part of femur bone, and upper part of tibia bone on both sides. There are seven out of thirty-seven Hyperbaric chamber inside attendants who were diagnosed with Dysbaric Osteonecrosis based on MRI result. The prevalence rate is 18.92. All cases were grade 1 according to the Ficat and Arlet classification, and the affected area is …