Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1284)
- Medicine and Health Sciences (835)
- Education (695)
- Engineering (506)
- Communication (468)
-
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Arts and Humanities (465)
- Physical Sciences and Mathematics (391)
- Business (241)
- Computer Sciences (231)
- Economics (199)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (196)
- Nursing (186)
- Public Health (183)
- Sociology (162)
- Educational Technology (144)
- Electrical and Computer Engineering (126)
- Medical Sciences (123)
- Educational Administration and Supervision (122)
- Law (117)
- Architecture (110)
- Electrical and Electronics (110)
- Dentistry (100)
- Technology and Innovation (100)
- Computer Engineering (96)
- Political Science (92)
- English Language and Literature (88)
- Fine Arts (85)
- Life Sciences (85)
Articles 601 - 630 of 4613
Full-Text Articles in Entire DC Network
Negotiating Identities: A Transformation Of Thai-Muslim In The Baan Somdej Mosque Community (Bangkok), Vinissa Kattiya-Aree
Negotiating Identities: A Transformation Of Thai-Muslim In The Baan Somdej Mosque Community (Bangkok), Vinissa Kattiya-Aree
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Thailand is home to more than 6 million Muslims, making Thai-Muslim the largest religious minority group. Thai – Muslim communities have long been a part of Thai society, participating in all levels of society, from economics to politics. Despite much research written on the Thai Muslim population and communities, the Bangkok Muslim communities remain understudied. This research hopes to expand the existing research on Muslims in Thailand and offer an interdisciplinary explanation focusing on international development and anthropological aspects of the transformation of a Thai Muslim community. This thesis presents a case study of the Muslims of the Baan Somdej …
กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย, พรทิภา หัสดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่อง กระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ของศาลเยาวชนและครอบครัวภายใต้บริบทสังคมไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงทัศนะ มุมมอง ความเชื่อ ค่านิยม ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ต่อสถาบันครอบครัว และความรุนแรงในครอบครัว และศึกษาถึงทัศนะ มุมมอง ความเชื่อ ค่านิยม ของ บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้กระทำความรุนแรง และผู้ถูกกระทำความรุนแรงที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ที่เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัว ตลอดจนศึกษาบทบาทการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคของกระบวนการยุติธรรมของศาลเยาวชนและครอบครัวในการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เพื่อความเข้าใจและพัฒนาแนวทางแก้ไขป้องกันความรุนแรงในครอบครัว โดยวิธีการในการดำเนินการวิจัยเป็นแบบผสมผสาน คือการวิจัยเชิงปริมาณผ่านการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย 400 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวซึ่งเป็นบิดามารดาหรือผู้ปกครอง และ ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) ซึ่งเป็นบุตรหรือผู้อยู่ภายใต้การปกครอง ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในการใช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัวผลการศึกษาพบว่าทัศนะของกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen-Z ส่วนใหญ่มีพื้นฐานความเชื่อ ค่านิยมต่าง ๆ เกี่ยวกับครอบครัวคล้ายกับคนในยุคก่อน โดยยังเห็นว่าครอบครัวมีความสำคัญ แต่มีการรับรู้ถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในครอบครัวที่ไม่ควรมีการละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจเด่นชัดขึ้น และส่วนหนึ่งมีมุมมองสะท้อนให้เห็นภาพสถาบันครอบครัวที่แตกต่างออกไป เช่น บ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังให้ลูกมาดูแลในวัยชรา เป็นต้น ซึ่งเป็นมุมมองไปทางเดียวกันกับผู้ถูกกระทำความรุนแรงที่เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพของศาลเยาวชนและครอบครัวได้แสดงมุมมองต่อศาลหรือบุคคลในกระบวนการยุติธรรม สำหรับผู้กระทำความรุนแรงนั้น ส่วนใหญ่จะคิดว่าการกระทำของตนเองไม่เป็นความรุนแรง แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการและปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ออกเพื่อช่วยยับยั้งไม่ให้กระทำความรุนแรง และเพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูแล้ว ก็ยอมรับว่าช่วยให้สถานการณ์ในครอบครัวดีขึ้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ สะท้อนว่าบริบทของความรุนแรง ในครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไปตามแนวคิดใหม่ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในเรื่องนี้ต้องทบทวนและตระหนักถึงบริบทที่แปรเปลี่ยนไปดังกล่าวเพื่อสร้างสมดุลและสันติภาพภายในบ้าน อีกทั้งในระดับ มหภาคเพื่อช่วยกันรณรงค์ หรือกำหนดนโยบาย หรือกฎหมาย เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่สงบสุขไร้ความรุนแรงอย่างยั่งยืน
บทบาทพระธรรมทูตในการทูตวัฒนธรรมของไทยต่ออินเดีย, ณัฐสิชฌ์ พินยะสิน
บทบาทพระธรรมทูตในการทูตวัฒนธรรมของไทยต่ออินเดีย, ณัฐสิชฌ์ พินยะสิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาบทบาทพระธรรมทูตไทยสายอินเดียซึ่งนับเป็นตัวแสดงสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและสังคมสงเคราะห์ร่วมกับตัวแสดงในระดับต่าง ๆ ประกอบด้วย หน่วยงานด้านการต่างประเทศไทย รัฐบาลท้องถิ่นอินเดีย และสาธารณชนอินเดีย ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความร่วมมือและปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและอินเดีย งานวิจัยฉบับนี้ใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพและวิเคราะห์ผลการศึกษาตามกรอบแนวคิดว่าด้วยการทูตวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงกลไกการทำงานของพระธรรมทูตและการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มาจากการสื่อสารสองทาง โดยพิจารณาขอบเขตด้านเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ในการก่อตั้งวัดไทยพุทธคยา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ บทบาทพระธรรมทูตไทยสายอินเดียต้องเผชิญกับความท้าทายในด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษา ศาสนา และวิถีชีวิต เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสาธารณชนอินเดียและสามารถดำรงบทบาทในฐานะผู้แทนทางพระพุทธศาสนาในต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถนำมาซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจของสาธารณชนอินเดียที่มีต่อไทย จากการศึกษาพบว่าพระธรรมทูตไทยไม่ได้มีเพียงบทบาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์รวมจิตใจต่อสาธารณชนในพื้นที่และผู้ที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญในพื้นที่สังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบล และมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อสาธารณชนอินเดียจากการส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและสังคมสงเคราะห์ ทำให้การขับเคลื่อนการทูตวัฒนธรรมไทยดำเนินไปอย่างยั่งยืนจากความศรัทธาและร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียอย่างแน่นแฟ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาเถรวาทไทยให้กลายเป็นจุดเด่นในสังคมอินเดีย ในขณะเดียวกัน พระธรรมทูตไทยได้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นต่อการเจริญสัมพันธ์ไมตรีในต่างประเทศและได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากสาธารณชนและรัฐบาลท้องถิ่นของอินเดีย โดยวัดไทยในอินเดียได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญ บทบาทพระธรรมทูตไทยได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทในการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม คุณภาพชีวิต และการท่องเที่ยว ทำให้การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืนภายใต้พื้นฐานของความเข้าใจอันดี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการทูตวัฒนธรรมไม่สามารถสำเร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องถูกสั่งสมจนเกิดความไว้เนื้อเชื้อใจที่แสดงออกผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ ความร่วมมือ และนโยบายต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ การศึกษาประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสามารถพิจารณาถึงการทูตวัฒนธรรมที่เป็นอีกหนึ่งหนทางในการแสวงหาซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติ โดยมีพระธรรมทูตไทยเป็นตัวแสดงทางการทูตที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเป็นส่วนหนึ่งในการตอบสนองเจตนารมณ์ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่างประเทศ
แนวทางการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองตื่นรู้บนฐานการเรียนรู้ด้วยการบริการสังคม, บุญญาภา ปานลักษณ์
แนวทางการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองตื่นรู้บนฐานการเรียนรู้ด้วยการบริการสังคม, บุญญาภา ปานลักษณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 3 ข้อ คือ 1) ศึกษาและพัฒนาเครื่องมือวัดความเป็นพลเมือง ตื่นรู้ 2) ศึกษารูปแบบการจัดการศึกษาที่ส่งผลให้ผู้เรียนมีความเป็นพลเมืองตื่นรู้ และ 3) นำเสนอแนวทางการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองตื่นรู้บนฐานการเรียนรู้ด้วยการบริการสังคมโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (mixed method research) ประเภท การวิจัยแบบขั้นตอนเชิงอธิบายตามลำดับ (explanatory sequential design) ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 กลุ่มตัวอย่างได้จากการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 456 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informants) ประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) ผู้บริหารสถานศึกษา (2) ครู (3) นักเรียน และ (4) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดโครงการสร้างสำนึกพลเมือง (project citizens) จำนวน 3 แห่ง และ ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาร่างแนวทางการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองตื่นรู้บนฐานการเรียนรู้ด้วยการบริการสังคม จำนวน 10 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบประเมินร่างแนวทาง สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ตลอดจนการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) ผลการวิจัยพบว่า1) เครื่องมือวัดความเป็นพลเมืองตื่นรู้ที่สร้างขึ้นตามตัวชี้วัดความเป็นพลเมืองตื่นรู้ ประกอบด้วย 14 ตัวชี้วัด จากองค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านความรู้ จำนวน 4 ตัวชี้วัด (2) ด้านทักษะ จำนวน 6 ตัวชี้วัด และ (3) ด้านเจตคติ และค่านิยม จำนวน 4 ตัวชี้วัด เป็นแบบวัดชนิดมาตราส่วนประเมินค่า (rating scale) 5 ระดับ จำนวน 66 ข้อ ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง …
การนำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, คณณัฏฐ์ คริสส์ เกษทอง
การนำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, คณณัฏฐ์ คริสส์ เกษทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขของสถานภาพการเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ (2) วิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ และ (3) นำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ เจาะจงเฉพาะสายงานสถานที่ทำงานและสถานประกอบการ (workplace) ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยศึกษาวิจัยเอกสารออนไลน์เกี่ยวกับองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ในประเทศไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกที่คนวัยทำงานมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอันก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเป็นประเทศที่มีนโยบายส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ผ่านการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ประกอบด้วยประเทศคัดสรรจำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย (1) ประเทศสหรัฐอเมริกา (2) ประเทศแคนาดา (3) ประเทศอังกฤษ (4) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (5) ประเทศออสเตรเลีย (6) ประเทศสิงคโปร์ (7) ประเทศอินเดีย (8) ประเทศญี่ปุ่น และทำการเก็บข้อมูลภาคสนามในพื้นที่ประเทศไทย จำนวน 4 แห่ง จากเกณฑ์การคัดสรรจาก 2 แหล่ง คือ (1) องค์กรที่ได้รับโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ องค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ ประจำปี พ.ศ. 2561 จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย (2) องค์กรที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนวัยทำงานติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย ข้อมูลการสำรวจจากบริษัท จัดหางาน จ๊อบดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำปี พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย (1) สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ภายใต้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2) บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (3) บริษัท ปตท. จำกัด …
การพัฒนากลยุทธ์การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาพนักงานขายในธุรกิจค้าปลีก, ธนกร ศิริกันต์
การพัฒนากลยุทธ์การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาพนักงานขายในธุรกิจค้าปลีก, ธนกร ศิริกันต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสังเคราะห์คุณลักษณะผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตของพนักงานขายในธุรกิจค้าปลีก และ 2) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาพนักงานขายในธุรกิจค้าปลีก มีการวิจัยเป็น 2 ระยะ ระยะที่หนึ่ง ผู้วิจัยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมกลุ่ม จากกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง จำนวน 1 ท่าน ผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จำนวน 5 ท่าน และพนักงานขายจำนวน 14 ท่าน จากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง และลูกค้าจำนวน 23 ท่าน จากการสุ่มแบบสะดวก วิเคราะห์ข้อมูลโดยกระบวนการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่สอง ผู้วิจัยนำผลจากระยะที่ 1 มาเป็นเป้าหมายในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกขององค์กร ใช้เครื่องมือการวิคราะห์ SWOT ในการระบุจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ผู้วิจัยและผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ได้ร่วมกันพัฒนากลยุทธ์ เชิงรุก เชิงแก้ไข เชิงป้องกัน และ เชิงรับ โดยใช้เครื่องมือ TOWS Matrix และนำกลยุทธ์มายืนยันกับพนักงานขาย ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะที่สำคัญของการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตของพนักงานขายในธุรกิจค้าปลีก ได้แก่ การพัฒนาความรู้ด้านการขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความรู้ด้านการขายที่พบว่าพนักงานขายจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องประกอบด้วย 1) ความรู้เกี่ยวกับตัวเองในฐานะนักขาย 2) ความรู้เกี่ยวกับลูกค้า 3) ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการขาย และ 4) ความรู้เกี่ยวกับสินค้า และกลยุทธ์การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาพนักงานขายในธุรกิจค้าปลีก 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลยุทธ์เชิงรุก ได้แก่ 1) พัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของพนักงานขายเพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืน 2) พัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานขายและสามารถนำไปใช้ทำงานได้จริง 3) สร้างระบบประเมินและติดตามทักษะการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ 4) ปรับปรุงระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่สามารถแสดงผลแบบเรียลไทม์ 5) สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อการเข้าถึงของพนักงานขายตลอดเวลา 6) ใช้รูปแบบการเรียนรู้ 70-20-10 โดยผสมผสานการเรียนรู้ผ่านเกมส์เพื่อความสนุกสนานและการเข้าถึง กลยุทธ์เชิงแก้ไข ได้แก่ 1) พัฒนาภาวะผู้นำของหัวหน้างานเพื่อสร้างความเข้าใจและมีทักษะในการส่งเสริมการเรียนรู้ของพนักงานขาย 2) นำระบบพี่เลี้ยงมาใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งหัวหน้างานและพนักงานขาย 3) สร้างสถานที่ทำงานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของพนักงานขาย 4) พัฒนาระบบรางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจและสนับสนุนให้พนักงานเป็นต้นแบบการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์เชิงป้องกัน ได้แก่ 1) จัดสรรทรัพยากรและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการเรียนรู้ของพนักงานขาย 2) พัฒนาทักษะการตัดสินใจเชิงจริยธรรมสำหรับพนักงานขาย …
แนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัชญากร สิงห์สาธร
แนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัชญากร สิงห์สาธร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้การวิจัยเชิงบรรยาย เก็บข้อมูลเชิงสํารวจ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 312 คน และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้เชี่ยวชาญการสอนเนื้อหาวิชาภูมิศาสตร์ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยายและการวิเคราะห์เนื้อหาผลวิจัยพบว่า 1) สภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ผลการวิจัยพบว่า ด้านการเตรียมความพร้อมของครู ครูขาดความรู้และทักษะที่ทันสมัยในการสอนภูมิศาสตร์และขาดการสนับสนุนในการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง ด้านการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ครูขาดความเข้าใจองค์ประกอบการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ ทำให้ขาดการเชื่อมโยงวัตถุประสงค์การเรียนรู้กับมาตรฐานการเรียนรู้และองค์ประกอบการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การออกภาคสนามและการเน้นกระบวนการทำได้ยาก การสอนขาดความหลากหลายและความน่าสนใจ และขาดการใช้เทคโนโลยีในกิจกรรมการสอน ด้านการใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ แผนที่คือสื่อที่ใช้มากที่สุด แต่ครูยังขาดสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่ทันสมัย และเกิดความไม่สะดวกในการใช้สื่อ ขาดสถานที่ที่เอื้อต่อการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ห้องปฏิบัติการทางภูมิศาสตร์ ด้านการวัดและประเมินผลขาดวิธีการวัดและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ การออกแบบการประเมินตามสภาพจริงทำได้ยาก 2) แนวทางการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย คือ ครูต้องพัฒนาความรู้และทักษะในการสอนภูมิศาสตร์ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและการเรียนรู้ต่อเนื่อง วิเคราะห์หลักสูตรเพื่อออกแบบการสอนที่สอดคล้องกับการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ ครูต้องกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ชัดเจนและครอบคลุมองค์ประกอบของการรู้เรื่องภูมิศาสตร์เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและการให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง การใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ การเรียนรู้จากปัญหา โครงงานและการออกภาคสนาม การใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง การวัดและประเมินผลออกแบบให้เชื่อมโยงกับองค์ประกอบการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ ประเมินตามสภาพจริงโดยกำหนดเกณฑ์ให้คะแนนแบบรูบริก (scoring rubrics)
Mixed-Reality Learning Environment In Studio-Based Learning To Enhance Creative Problem-Solving For Architecture, Thadharphut Limapornvanitr
Mixed-Reality Learning Environment In Studio-Based Learning To Enhance Creative Problem-Solving For Architecture, Thadharphut Limapornvanitr
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research and development aim to 1) address the factor structure of creative problem-solving skills for undergraduate architecture students in Thailand. 2) identify what technology-fostered, mixed-reality learning environment for studio-based design learning could enhance the creative problem-solving of undergraduate architecture students in Thailand. 3) design and develop a mixed-reality learning environment in studio-based learning to enhance creative problem-solving for architecture. 4) define mixed-reality learning environments in studio-based learning to enhance creative problem-solving for architecture. Samples are a multistage random sampling of 655 undergraduate architecture students in Thailand. Three experts in the first phase validated the self-evaluation form. Nineteen undergraduate students …
เทคนิคการจัดกลุ่ม K-Means แบบการคำนวณควอนตัม, ภานุวัฒน์ ธนาภรณ์ชินพงษ์
เทคนิคการจัดกลุ่ม K-Means แบบการคำนวณควอนตัม, ภานุวัฒน์ ธนาภรณ์ชินพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาอัลกอริธึม K-Means แบบผสมระหว่างควอนตัมและคลาสสิก สำหรับการจัดกลุ่มข้อมูลผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยใช้วงจร swap-test ของควอนตัมในการคำนวณระยะทาง และได้ทำการทดสอบบนควอนตัมคอมพิวเตอร์จำลองใน 2 แนวทาง คือแบบที่มีสัญญาณรบกวน และแบบอุดมคติ ด้วยชุดข้อมูลจริงที่มีมากกว่า 1,000 รายการ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า วิธีควอนตัมทั้งสองสามารถทำความแม่นยำได้สูงถึง 0.83 และให้ค่า F1-score ใกล้เคียงกับ K-Means แบบคลาสสิก (0.82–0.83) แม้ในกรณีค่าจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีสัญญาณรบกวน ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการใช้งานจริงของวิธีจัดกลุ่มที่ได้รับการเสริมด้วยควอนตัม
การเปรียบเทียบวิธีการปรับแต่งไฮเปอร์พารามิเตอร์ในโมเดลจำแนกทางการศึกษาด้วยการจำลองแบบมอนติคาร์โล, โยธิน หมายมั่น
การเปรียบเทียบวิธีการปรับแต่งไฮเปอร์พารามิเตอร์ในโมเดลจำแนกทางการศึกษาด้วยการจำลองแบบมอนติคาร์โล, โยธิน หมายมั่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปรับแต่งไฮเปอร์พารามิเตอร์ของโมเดลจำแนกประเภท โดยใช้อัลกอริทึม Random Forest (RF) และ Support Vector Machine (SVM) และ (2) นำเสนอแนวทางในการเลือกใช้อัลกอริทึมและกำหนดขอบเขตพื้นที่การค้นหาไฮเปอร์พารามิเตอร์ที่เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูล โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นการจำลองข้อมูลด้วยวิธีมอนติคาร์โล (Monte Carlo Simulation) เพื่อสร้างชุดข้อมูลที่แตกต่างกันตามปัจจัยต่อไปนี้ (1) ขนาดตัวอย่าง (50, 200, 500) (2) จำนวนตัวแปรต่อเนื่อง (3, 5, 7) (3) ขนาดอิทธิพลของตัวแปร (ระดับสูง, ระดับกลาง) (4) ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร (เชิงเส้น, ไม่เชิงเส้น) และ (5) พื้นที่การค้นหาค่าไฮเปอร์พารามิเตอร์ (all, importance) แล้วทำการปรับแต่งไฮเปอร์พารามิเตอร์ด้วย 4 วิธี ได้แก่ Bayesian Optimization (BO), Genetic Algorithm (GA), Hyperband (HPB) และ Particle Swarm Optimization (PSO) จากนั้นประเมินประสิทธิภาพของโมเดลด้วย 3 องค์ประกอบได้แก่ ได้แก่ (1) ประสิทธิภาพของการจำแนก โดยจะนำเสนอค่าความถูกต้อง (accuracy) (2) ความเสถียรของประสิทธิภาพ โดยพิจารณาจากสัมประสิทธิ์การแปรผัน (coefficient of variation: CV) และ (3) ดัชนีวัดประสิทธิภาพเชิงเวลา (time-efficiency index) โดยใช้เทคนิค XAI (feature permutation mean dropout loss) ผลการวิเคราะห์พบว่า ในด้านประสิทธิภาพในการจำแนก จำนวนตัวแปรต่อเนื่องมีความสำคัญสูงสุด (mean dropout loss = …
กระบวนการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการสร้างสรรค์ร่วมกันและการเรียนรู้จากการปฏิบัติสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, อรนิภา ไทยแท้ พันธุ์สมุทร
กระบวนการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการสร้างสรรค์ร่วมกันและการเรียนรู้จากการปฏิบัติสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, อรนิภา ไทยแท้ พันธุ์สมุทร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการใช้กระบวนการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการสร้างสรรค์ร่วมกันและการเรียนรู้จากการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย มีการดำเนินการวิจัย เป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเพื่อออกแบบกระบวนการ ระยะที่ 2 การออกแบบกระบวนการ เสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้กระบวนการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ โดยนำไปทดลองใช้กับ กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 25 คน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบศึกษากลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง ระยะเวลาในการทดลองทั้งสิ้น 12 สัปดาห์ และระยะที่ 4 การปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ฉบับ สมบูรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) แบบประเมินภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ เป็นการประเมินโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนน แบบรูบริกจากการสังเกตการปฏิบัติของนักเรียน ทั้งในสถานการณ์ที่กระตุ้นให้แสดงออกและในบริบทการเรียนการสอนตามปกติ และ 2) แบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ เป็นการให้นักเรียนประเมินตนเองและเพื่อน โดยใช้มาตรประมาณค่าของลิเคิร์ท 4 ระดับ สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเปรียบเทียบ Wilcoxon signed-rank test และสถิติทดสอบ Friedman Test ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. กระบวนการที่พัฒนาขึ้นเป็นกระบวนการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายที่เน้นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกันกับกลุ่มที่หลากหลาย และมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ของ ตนเองในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและท้าทาย พร้อมฝึกสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาตนเองและกลุ่ม โดยมีหลักการที่สำคัญ 5 ประการ คือ 1) การจัดกลุ่มผู้เรียนที่หลากหลายเอื้อต่อการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน 2) การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ 3) การ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ร่วมกัน 4) การกำหนดกรอบงานที่ท้าทาย และ 5) การให้ผู้เรียนสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาการทำงาน และกระบวนการเรียนรู้ โดยกระบวนการที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ขั้นที่ 1 ร่วมกันสร้าง ขั้นที่ 2 ร่วมกันออกแบบ ขั้นที่ 3 ร่วมกันทำ …
Acute Toxicity Study Of Canine Mesenchymal Stem Cell (Msc)-Derived Exosome Preparation For Drug Registration, Anatcha Thongsit
Acute Toxicity Study Of Canine Mesenchymal Stem Cell (Msc)-Derived Exosome Preparation For Drug Registration, Anatcha Thongsit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Exosomes, spherical vesicles secreted by cells containing diverse biomolecules, are gaining attention in veterinary medicine. Mesenchymal stem cell (MSC)-derived exosomes show promise for treating animal diseases. However, their safety profile, particularly the acute toxicity of canine MSC-derived exosomes, has yet to be adequately explored. This study evaluates the acute toxicity of canine MSC-derived exosomes on rat systemic health, adhering to ISO 10993-11 guidelines for systemic toxicity testing to support veterinary drug registration and development. The study tested acute toxicity in five female Sprague Dawley rats by administering exosomes at a concentration of 1×109 particles/mL via intravenous injection into the tail …
Factors Contributing To Self-Medication And Quality Of Life Of Myanmar Immigrants In The Covid-19 Pandemic Situation, Su Myat Thin
Factors Contributing To Self-Medication And Quality Of Life Of Myanmar Immigrants In The Covid-19 Pandemic Situation, Su Myat Thin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Due to numerous difficulties in accessing necessary healthcare and standard medication, immigrants might be more likely to rely on self-medication to solve health problems they suffered. Although it might provide immediate relief, it could also bring some risks such as adverse drug reactions, antimicrobial resistance progression, drug side effects, and toxicity. This study aimed to identify the healthcare service accessibility and self-medication of immigrants in Thailand for COVID-19. Additionally, this study also aimed to evaluate the effect of immigrants’ COVID-19 perception on their self-medication uses and quality of life. This study had two phases in which the first phase …
The Effect Of Artogomezianone On Apoptosis Induction In Non-Small-Cell Lung Cancer, Worawich Somboonvoravong
The Effect Of Artogomezianone On Apoptosis Induction In Non-Small-Cell Lung Cancer, Worawich Somboonvoravong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
NSCLC severity is driven by dysregulation of the EGFR/PI3K/Akt pathway, promoting tumor growth and drug resistance. Hyperactive EGFR/PI3K/Akt signaling results in aggressive tumors and poor outcomes, further worsened by resistance to EGFR inhibitors. Targeting this pathway could inhibit tumor growth and resistance. artogomezianone, a compound derived from Artocarpus gomezianus, has shown considerable anti-cancer efficacy, mainly by inducing apoptosis and decreasing the proliferation of several cancers. This study investigated artogomezianone’s effects on the EGFR/PI3K/Akt pathway. Cytotoxic and apoptotic effects were assessed using MTT assay and Hoechst 33342/PI double staining, with confirmation by Western blot analysis. Protein levels and binding affinity were …
Effect Of An Mrna Vaccine On Liver-Associated Macrophages And The Immunogenicity Of Ag85b-Mrna Vaccine Against Tuberculosis, Chitsuda Pongma
Effect Of An Mrna Vaccine On Liver-Associated Macrophages And The Immunogenicity Of Ag85b-Mrna Vaccine Against Tuberculosis, Chitsuda Pongma
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A new vaccine technology based on the delivery of mRNA has gained widespread acceptance due to the COVID-19 pandemic. The delivery of mRNA formulated with lipid nanoparticles (LNPs) elicits a robust immune response, activating both humoral and cell-mediated response. Depending on the LNP formula, mRNA encoding proteins can be detected in the liver upon intramuscular (IM) administration in mice. Thus, an mRNA vaccine present novel platform for new vaccines for infection diseases, including tuberculosis (TB). This study proposed two major goals to investigate the impact of an mRNA vaccine on innate immune cells in the liver and the use of …
Constacyclic Codes Of Length With Three Prime Factors And Primitive Idempotents, Supakarn Rakphon
Constacyclic Codes Of Length With Three Prime Factors And Primitive Idempotents, Supakarn Rakphon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Let Fq be a finite field of order q and t be a prime such that q t − 1 = l v1 1 l v2 2 l v3 3 c where l1, l2, l3 are distinct odd primes with gcd(l1l2l3, q(q−1)) = 1 and c is a positive integer with gcd(l1l2l3, c) = 1. In this thesis, we find all irreducible divisors of x l m1 1 l m2 2 l m3 3 −a over Fq and all generator polynomials for constructing a-constacyclic codes of length l m1 1 l m2 2 l m3 3 . In addition, we …
L1 Thai Learners’ Sensitivity To The Form-Meaning Link Between English Negative Word Pairs Containing Un- And Dis- Prefix Variation, Natcha Limpapattana
L1 Thai Learners’ Sensitivity To The Form-Meaning Link Between English Negative Word Pairs Containing Un- And Dis- Prefix Variation, Natcha Limpapattana
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
English negative prefix variation occurs when different negative prefixes get paired with the same base, hence deriving word pairs (e.g. un/dis-armed). Amidst the blurry consensus on their meaning difference, cognitive semantics (CS), the approach to studying meaning that highlights the mind-context interaction, provides a systematic explanation. Each word is born from its own context-based conceptualization. Different prefixes highlight different facets of the same base, resulting in different meanings (Hamawand, 2009). However, due to their similar appearance (negative prefix + same base), one interesting question arises: Will L2 English learners recognize these nuanced differences? Therefore, the present study investigated L1 Thai …
Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup
Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explores Bhutanese youth's perceptions, communication preferences, and engagement with waste separation and management, focusing on students at Yangchenphu Higher Secondary School (YHSS) in Thimphu. Using a mixed-methods approach, it combines surveys of 185 students with interviews from teachers and administrators to examine knowledge, attitudes, behaviors, and systemic challenges. Findings reveal high awareness and positive attitudes among students, with social media and video content preferred for communication. However, barriers such as time constraints, inadequate infrastructure, and reliance on extrinsic motivators limit effectiveness. Key themes include Shared Responsibility, Challenges in Sustaining Engagement, System Effectiveness, Civic Education, and Policy Support. The …
Effective Data Augmentation Techniques For Time Series Classification: An Empirical Evaluation, Pongpanod Sankosik
Effective Data Augmentation Techniques For Time Series Classification: An Empirical Evaluation, Pongpanod Sankosik
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Time series classification is crucial in fields such as healthcare, finance, and industrial processes, but it faces challenges like temporal data ordering, class im-balance, noise, and limited data. This research explores data augmentation techniques to improve classification performance, focusing on the MiniRocket classifier across 85 UCR datasets. The study identifies conditions under which augmentation techniques, like wDBA, enhance accuracy, though overall performance may vary. A dataset-specific approach is essential for effective augmentation. The research also examines the impact of augmentation on datasets with different characteristics, providing insights into when specific strategies are most benefi-cial. Future work includes optimizing augmentation methods …
การพัฒนาลักษณะความเป็นนวัตกรของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโดยใช้การบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน, ภุชงค์ ในพิมาย
การพัฒนาลักษณะความเป็นนวัตกรของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโดยใช้การบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน, ภุชงค์ ในพิมาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะความเป็นนวัตกรของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโดยใช้การเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน 2) เพื่อศึกษาแนวทางในการจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานในการพัฒนาลักษณะความเป็นนวัตกรของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 39 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบประเมินลักษณะความเป็นนวัตกร 3) แบบประเมินผลงาน 4) แบบสังเกตลักษณะความเป็นนวัตกร 5) แบบบันทึกหลังสอนของครู และ 6) แบบบันทึกการเขียนอนุทินสะท้อนความคิดของนักเรียน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติคือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต คะแนนเฉลี่ยร้อยละ และทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์แบบอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า (1) นักเรียนมีลักษณะความเป็นนวัตกร เมื่อได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานโดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (2) แนวทางในการจัดการเรียนรู้ คือ (2.1) ให้นักเรียนสร้างเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนความรู้ (2.2) ให้นักเรียนสร้างข้อตกลงร่วมกันในการถามคำถาม (2.3) การเพิ่มเวลาในการทำกิจกรรมกลุ่มและการนำเสนอผลงานทำให้นักเรียนคิดค้นนวัตกรรมและนำเสนอผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2.4) ครูควรมีบทบาทเป็นผู้นำกระบวนการเรียนรู้ในการดำเนินกิจกรรมอย่างมีส่วนร่วม (2.5) กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความคิดที่สร้างสรรค์และบูรณาการความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ มาประยุกต์ในการสร้างผลงานที่เป็นนวัตกรรมจากการยกตัวอย่างสถานการณ์ปัญหาแนวทาง การแก้ปัญหาที่เคยมีผู้คิดไว้ก่อนหน้า และใช้คำถามที่ล้วงประสบการณ์เดิมของนักเรียน
Preliminary Remote Identification Of Unstable Zone On Large-Scale Waste Dump At Mae Moh Mine Using Insar Technique, Chitra Buth
Preliminary Remote Identification Of Unstable Zone On Large-Scale Waste Dump At Mae Moh Mine Using Insar Technique, Chitra Buth
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Mae Moh Mine is one of the largest lignite mine in Southeast Asia, operated by the Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT). It is located in the northern part of Thailand, in Mae Moh district, Lampang province. In March 2018, a significant sliding incidence occurred at a waste dump site with sliding area of 1.56 km2 approximately, highlighting the pressing issue of instability within this large-scale waste dump area. This study aims to address this concern in the future and demonstrate an innovative method for investigating the failure by employing Interferometric Synthetic Aperture Radar (InSAR) technology. The methodology involves the …
ปัญหาทางกฎหมายในการคุ้มครองแรงงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพในประเทศไทย, วุฒิภัทร คำพิทักษ์
ปัญหาทางกฎหมายในการคุ้มครองแรงงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพในประเทศไทย, วุฒิภัทร คำพิทักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กีฬาอีสปอร์ต เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่นำเกมหรือเกมคอมพิวเตอร์มาใช้ในการแข่งขัน ซึ่งมีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา และถือเป็นจุดกำเนิดของอาชีพรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ที่หลาย ๆ ประเทศให้การรับรองว่าเป็นกีฬาอาชีพ ทำให้นักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพเป็นอาชีพที่ควรได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสมเฉกเช่นเดี่ยวกับกีฬาอาชีพประเภทอื่นและอาชีพปกติทั่วไป จากการศึกษาพบว่า กฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการให้ความคุ้มครองนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดหลักเกณฑ์ทั่วไปในการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพ ซึ่งไม่อาจนำมาปรับใช้กับการจ้างงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นเหตุให้ต้องนำความในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานมาบังคับใช้เท่าที่ไม่ขัด อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวอาจไม่สนองต่อลักษณะเฉพาะของการทำงานของนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะ 4 ประการสำหรับการจ้างงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ ประกอบด้วย ระยะเวลาการจ้าง การกำหนดวันเวลาทำงาน ค่าตอบแทนการทำงาน และมาตรการด้านความปลอดภัยและชีวอนามัย ที่สอดคล้องกับลักษณะของงานนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพต่อไป
Research On The Soft Power Of Thai Traditional Food Culture Under The Process Of Globalization, Lu Han
Research On The Soft Power Of Thai Traditional Food Culture Under The Process Of Globalization, Lu Han
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research explores the role of Thai traditional food culture as a form of soft power in the context of globalization. According to Joseph S. Nye, Soft power operates through the resources of culture, political ideals, and foreign policies. Influenced by factors such as history, geography, climate, and social development, Thai traditional food culture has integrated the characteristics of multiple cultures with its inclusive and innovative ideas to form a unique culture. Through globalization, Thai food culture has gained widespread popularity. This research analyzes the mechanisms by which Thai food culture promotes Thailand’s soft power, including nation branding, gastro-diplomacy, tourism, …
ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านไลน์แอพพลิเคชั่นต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน, ปทุมวดี พัฒนเรืองกุล
ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านไลน์แอพพลิเคชั่นต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน, ปทุมวดี พัฒนเรืองกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบ 1) พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชัน 2) พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชันกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 46 ครอบครัว ของครอบครัวผู้ผู้ป่วยโรคจิตเภทที่เข้ารับการรักษาแผนกผู้ป่วยนอก จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเข้า โดยจับคู่ผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน ด้วยอายุและระดับของพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาใกล้เคียงกัน สุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 23 ครอบครัว กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชัน ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลปกติ เครื่องมือวิจัย คือ 1) โปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชัน 2) แบบประเมินพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษา 3) แบบประเมินการจัดการตนเองเพื่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทชุมชน และ4) แบบประเมินการมีส่วนร่วมของครอบครัวเพื่อการจัดการตนเองของผู้ป่วยจิตเภทชุมชน ได้รับการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน มีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ .85, .80 และ .80 ตามลำดับ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนหลังได้รับโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชันสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชันสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลของโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลต่ออาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียน, พีรวิทย์ พันธ์ฤทธิ์ดำ
ผลของโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลต่ออาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียน, พีรวิทย์ พันธ์ฤทธิ์ดำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแล และเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนที่ได้รับโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลเด็กออทิสติกวัยเรียนที่มีอายุ 6-12 ปี ได้แก่ บิดา มารดา จำนวน 40 คน มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และเข้ารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก สถาบันราชานุกูล โดยได้รับการจับคู่ระยะเวลาการดูแลและระดับอาการออทิสติก แล้วสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวน 20 คู่ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมฯ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินอาการออทิสติกของโรคออทิสซึม โปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแล และแบบประเมินความรู้สึกถูกตีตราร่วม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติทดสอบที (t-test) ผลการวิจัยสรุปดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนที่ได้รับโปรแกรมฯ น้อยกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
Sales Forecasting For Retail Business Using Xgboost Algorithm And Timesfm, Prathana Dankorpho
Sales Forecasting For Retail Business Using Xgboost Algorithm And Timesfm, Prathana Dankorpho
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The retail industry is continuously evolving with the expansion of sales channels and the diversification of product assortments. However, current forecasting methods, relying on simplistic statistical models, frequently encounter difficulties in adjusting to the dynamic environment. This limitation leads to challenges in accurately predicting sales. Consequently, there is a critical need to improve the accuracy and frequency of sales predictions to enable timely decision-making for business strategies. Through a comprehensive analysis of datasets from 2019 to 2023, this study illustrates the advantages of integrating XGBoost and TimesFM to gain deeper insights into sales patterns. Results demonstrate a significant enhancement in …
การศึกษารูปแบบการจ้างงานภายนอก (Outsource) ที่เหมาะสมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ: กรณีศึกษา ฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่, ณัฐกานต์ ลิ้มรุ่งโรจน์
การศึกษารูปแบบการจ้างงานภายนอก (Outsource) ที่เหมาะสมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ: กรณีศึกษา ฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่, ณัฐกานต์ ลิ้มรุ่งโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ รายละเอียดการดำเนิน รวมถึงปัญหา และอุปสรรคในกระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับการจ้างงานภายนอก (Outsource) ของฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ พร้อมทั้งสามารถนำผลการศึกษาไปเป็นแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพในการจ้างงานภายนอก (Outsource) ของฝ่ายการพัสดุ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ในอนาคตต่อไป โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) อาศัยวิธีการสัมภาษณ์ แบบเจาะลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินงาน และการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การจ้างบริหารจัดการคลังพัสดุมีรูปแบบวิธีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก ตามมาตรา 56 (1) (ข) ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นการให้บริการ โดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือเฉพาะ มีความชำนาญ หรือมีทักษะสูง และผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด รวมทั้งคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกใช้เกณฑ์ราคาประกอบการพิจารณา ซึ่งเป็นการเปิดให้กลไกตลาดเข้าทำงาน โดยบริษัทเอกชนผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ให้บริการด้าน Warehouse for e-commerce หรือคลังสินค้าสำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับปัญหาและอุปสรรคของการจ้างบริหารจัดการคลังพัสดุ ประกอบด้วยสาเหตุหลัก 1) การออกแบบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ของหน่วยงานไม่รัดกุมเพียงพอ 2) โครงสร้างองค์กรและระบบรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ ของธนาคารมีลำดับขั้นบังคับบัญชาและมีชั้นความลับสูง รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลและการจัดการข้อมูลต้องจัดเก็บที่ Server และต้องติดตั้งภายในธนาคารออมสินเท่านั้น 3) การสูญเสียทรัพยากร เนื่องจากมีพนักงานของบริษัทเอกชนผู้ได้รับการคัดเลือกทุกจริต ลักขโมยทรัพย์สินของธนาคาร
The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn
The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this research was to explore the brand image of Pomelo among Generation Y and Generation Z consumers in Thailand and to study the generational differences and similarities in the brand image of Pomelo. The study is based on Keller’s (1993) Brand Image, which is a perception of a brand as reflected by the brand associations, including 3 dimensions, which are attributes composed of product-related attributes, and non-product-related attributes, benefits composed of experiential benefits, symbolic benefits, and functional benefits, and attitudes consisted of cognitive, affective, and conative. The research instrument of this study is an in-depth interview. The …
Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai
Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this study were: 1) to explore the levels and bases of interpersonal trust among employees in the organizational gossip process, and 2) to explore the role of organizational gossip in fostering certain communication climates (i.e., defensive and supportive climates). Adopting an inductive, qualitative approach, 12 semi-structured in-depth interviews were conducted with four participants from small enterprises, four participants from medium-sized enterprises, and four participants from large enterprises in the creative industries in Thailand. Findings revealed that a high level of interpersonal trust among colleagues concerning work-related matters does not necessarily equate to the same level of trust …
Analyzing Business Model Components For Solar Pv Adoption In Mexican Organizations, Erick Ruben Rascon Zapien
Analyzing Business Model Components For Solar Pv Adoption In Mexican Organizations, Erick Ruben Rascon Zapien
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The decarbonization of the energy sector is essential in the fight against climate change, making it important to analyze how to facilitate this transition towards renewable energy in society. This research focuses on Mexico, a country whose policies and initiatives demonstrate an interest in the deployment of solar energy, but with a scarcity of literature regarding its use in commercial organizations. This study aims to explore the relationship between Business Model Canvas (BMC) components and the adoption of solar photovoltaic (PV) rooftops by 45 private organizations in Mexico. The study focuses on zero generation or customer-owned PV system, where the …