Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 361 - 390 of 4613

Full-Text Articles in Entire DC Network

Exploring The Skin Microbiome Of Alopecic Cynomolgus Macaques (Macaca Fascicularis) Based On Oxford Nanopore Technologies, Natthanit Phokkhasub Jan 2024

Exploring The Skin Microbiome Of Alopecic Cynomolgus Macaques (Macaca Fascicularis) Based On Oxford Nanopore Technologies, Natthanit Phokkhasub

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Alopecia or hair loss in captive non-human primates (NHPs) such as cynomolgus macaques is a major concern of animal welfare in many primate facilities. The purpose of this study is to investigate the association between alopecic and healthy skin microbiome in cynomolgus macaques. This study included skin swab samples (head, arm, leg, ventral, and dorsal areas) collected from 33 healthy and 50 alopecic macaques housed at the NPRCT-CU. LEfSe analysis revealed the significant bacteria found in multiple areas of the alopecic group, including P. copri and L. animalis. The significant fungi found in double areas (arm-dorsal, dorsal-head, and leg-ventral) of …


Thai Version Of The Brief Assessment Of Social Skills-Dementia (Bass-D Th): A Validation And Functional Near-Infrared Spectroscopy Study, Pornsinee Laisathit Jan 2024

Thai Version Of The Brief Assessment Of Social Skills-Dementia (Bass-D Th): A Validation And Functional Near-Infrared Spectroscopy Study, Pornsinee Laisathit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Brief Assessment of Social Skills – Dementia (BASS-D) was developed to provide a concise and effective measure of social cognition across four domains. This study aimed to validate the Thai version of BASS-D (BASS-D TH), examining its psychometric properties and factors associated with BASS-D TH, as well as anatomical correlates using functional Near-Infrared Spectroscopy (fNIRS). BASS-D was forward and back -translated between Thai and English language. Minor modifications were made to enhance cultural replicability. The BASS-D TH was administered to 28 elderly controls and 13 dementia patients. Age and number of years in formal education were statistically different (t=-3.67, …


การบริหารลิ้นสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับการรักษาทางศัลยกรรมช่องปากเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของลิ้นและประสิทธิภาพในการกลืน, ธันย์ชนก สุพพัตพงศ์ Jan 2024

การบริหารลิ้นสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับการรักษาทางศัลยกรรมช่องปากเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของลิ้นและประสิทธิภาพในการกลืน, ธันย์ชนก สุพพัตพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ที่มาและความสำคัญ: ภาวะกล้ามเนื้อลีบจากอายุที่เพิ่มขึ้น (Age-related sarcopenia) ส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของลิ้นในผู้สูงอายุลดลง ซึ่งนำไปสู่ความบกพร่องในการกลืน (dysphagia) และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ การสำลักปอดอักเสบ และการเสื่อมถอยของสมอง การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของลิ้น (Tongue-strengthening exercises - TSEs) สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความหนาของลิ้น และการทำงานของการกลืนในผู้สูงอายุที่สุขภาพดีได้ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของการออกกำลังกายลิ้นรูปแบบต่างๆ ต่อการเพิ่มความแข็งแรง ความทนทานของลิ้นและการกลืนในผู้สูงอายุวิธีการ: ทำการสุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุสุขภาพดีจำนวน 36 คน ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเข้ารับการถอนฟันแบบง่ายเพียงซี่เดียวที่ภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นสุ่มแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลิ้นห่อ (Tongue wrap) กลุ่มลิ้นมุมปาก (Tongue corner) และกลุ่มทาสีลิ้น (Tongue paint) โดยประเมินความแข็งแรงของลิ้น (Tongue strength) ความทนทานของลิ้น (Tongue endurance) และทดสอบความสามารถในการกลืนโดยการกลืนด้วยวิธี Repetitive Saliva Swallowing Test (RSST) ใน 2 ช่วงเวลา คือก่อนเริ่มฝึก (T0) และสัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึก (T1) ผลการศึกษา: ในกลุ่มลิ้นทาสีพบว่าความแข็งแรงของลิ้นส่วนหน้า (Anterior Tongue Strength - ATS) และความแข็งแรงของลิ้นส่วนหลัง (Posterior Tongue Strength - PTS) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการฝึก 4 สัปดาห์ (p < 0.05) โดยความแข็งแรงของลิ้นทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังในเพศชายของกลุ่มทาสีลิ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ส่วนความแข็งแรงของลิ้นทั้งส่วนหน้า ส่วนหลัง และความทนทานของลิ้นส่วนหน้าในกลุ่มลิ้นห่อและกลุ่มลิ้นมุมปากเพิ่มขึ้นจากค่าเริ่มต้น แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สรุป: การออกกำลังกายลิ้นด้วยการทาสีลิ้นอาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสำหรับการเพิ่มความแข็งแรงของลิ้น


ระบบบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรม, ธนเศรษฐ์ โอชาญสิริ Jan 2024

ระบบบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรม, ธนเศรษฐ์ โอชาญสิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างระบบบำรุงรักษาสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรมในประเทศไทย ผ่านการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทดสอบต้นแบบ ประเมินการยอมรับจากผู้ใช้งาน และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงพัฒนาผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากวรรณกรรมและข้อมูลปฐมภูมิจากการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เริ่มต้นจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 15 คน และเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม 455 ชุด ร่วมกับการวิเคราะห์สายคุณค่าและการหารากสาเหตุของปัญหา ปัจจัยสำคัญที่พบ ได้แก่ การออกแบบระบบ คุณลักษณะของใบสั่งงาน การจัดสรรงาน การวางแผนงาน คุณภาพบุคลากร และความพร้อมของเครื่องมือ ส่วนตัวชี้วัดประสิทธิภาพ ได้แก่ ระยะเวลา ต้นทุน การจัดการข้อมูล และคุณภาพบริการ ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาพัฒนาต้นแบบระบบบำรุงรักษา โดยใช้หลักการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดแบบหลายวัตถุประสงค์และการเรียนรู้ด้วยเครื่อง เพื่อช่วยจัดกลุ่มข้อมูลให้สอดคล้องกับบริบทของโรงแรม จากนั้นนำไปทดสอบในโรงแรมต้นแบบ 5 แห่ง และปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้ใช้งาน 15 คน เมื่อทดลองใช้งานจริง ผู้ใช้งาน 36 คนให้การยอมรับระบบสูงถึงร้อยละ 94.44 การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่าระบบมีศักยภาพในตลาด โดยมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2 ปี 1 เดือน


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร, พิตตินันท์ สายดำ Jan 2024

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร, พิตตินันท์ สายดำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความผาสุก และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีอิสระแห่งตน ภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ผู้ปฏิบัติงาน และบรรยากาศความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างคือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 1 ปีขึ้นไป 3 โรงพยาบาล โดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จำนวน 163 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามความผาสุกของพยาบาล แบบสอบถามการมีอิสระแห่งตน แบบสอบถามพฤติกรรมภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ผู้ปฏิบัติงานของหัวหน้างาน และแบบสอบถามบรรยากาศความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่า CVI เท่ากับ .97, .88, .96 และ .99 ตามลำดับ และทดสอบค่าความเที่ยง โดยคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า ได้ค่าความเที่ยง เท่ากับ .93, .80, .97 และ .93 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า พยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร มีความผาสุกโดยรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.79, S.D. = .41) โดยบรรยากาศความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การมีอิสระแห่งตน และภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ผู้ปฏิบัติงานของหัวหน้างาน มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลางกับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .504, .493 และ .426 ตามลำดับ) ผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัจจัยที่สัมพันธ์กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพ ดังนั้นผู้บริหารทางการพยาบาลควรส่งเสริมความผาสุกกับพยาบาลวิชาชีพให้สอดคล้องกับปัจจัยที่สัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมและธำรงรักษาให้พยาบาลวิชาชีพมีความผาสุกที่ดี อันจะส่งผลถึงคุณภาพการบริการพยาบาลที่ดี


ความสัมพันธ์ของผลผลิตการประมงจับในอ่าวไทยกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ, วิธวินท์ พลลาภานันท์ Jan 2024

ความสัมพันธ์ของผลผลิตการประมงจับในอ่าวไทยกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ, วิธวินท์ พลลาภานันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริหารจัดการทรัพยากรประมงในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย แม้จะมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด ทว่าผลผลิตทางการประมงยังคงแสดงความแปรปรวนสูงในแต่ละปี ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลของปัจจัยแวดล้อมที่ซับซ้อนเหนือกว่าการควบคุมโดยมนุษย์ ปรากฏการณ์สมุทรศาสตร์ขนาดใหญ่ เช่น Pacific Decadal Oscillation (PDO), Indian Ocean Dipole (IOD), เอลนีโญ และลานีญา มีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างของระบบนิเวศทางทะเล อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติแล้ว กิจกรรมของมนุษย์ถือเป็นองค์ประกอบที่อาจส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์น้ำในระยะยาว เช่นกัน งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์ความแปรปรวนของผลผลิตประมงโดยใช้ ค่าปริมาณการจับสัตว์น้ำต่อหน่วยการลงแรงประมง (CPUE) และปริมาณการจับขึ้นท่า (Landing Catch) ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและความชุกชุมของประชากรปลา โดยใช้ Non-Metric Multi-Dimensional Scaling (NMDS) ผลการศึกษาพบว่า PDO มีความสัมพันธ์เชิงสถิติที่มีนัยสำคัญ (P = 0.004) กับปริมาณการจับปลาผิวน้ำในอ่าวไทยตอนบน นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสหสัมพันธ์ระหว่างดัชนี Oceanic Niño Index (ONI) และผลผลิตปลาทูเผยให้เห็นแนวโน้มเชิงลบที่มีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าเฉลี่ยและค่ามัธยฐานของ Demersal CPUE ในอ่าวไทยตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงของวงจร PDO ที่มีอุณหภูมิต่ำและในช่วงลานีญา (P < 0.001) ข้อค้นพบเหล่านี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อผลผลิตประมง และชี้ถึงความจำเป็นในการบูรณาการข้อมูลสมุทรศาสตร์และภูมิอากาศในการวางแผนบริหารจัดการ เพื่อประเมินแนวโน้มผลผลิตได้แม่นยำและกำหนดนโยบายที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทะเล โดยงานวิจัยนี้ช่วยเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อการประมงในประเทศไทย สนับสนุนการวางแผนใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการออกแบบมาตรการปรับตัวในระยะยาว


Factors Affecting Securitization In United States Climate Policy Under The Biden Administration, Gordon Spahr Jan 2024

Factors Affecting Securitization In United States Climate Policy Under The Biden Administration, Gordon Spahr

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study articulates the importance of the audience in Buzan’s securitization framework by analyzing the case of climate securitization in the United States under the Biden Administration between 2021 and 2025. The role of the audience is demonstrated as a coequal piece of the securitization framework through a new process of analysis in which securitizing speech acts are examined and paired with an analysis of audience acceptance to determine the extent to which those acts were successful. A qualitative analysis of securitizing speech acts was conducted on executive orders and multiple policy documents produced by the Administration and was then …


The Management Of Khon Performance For Foreign Audiences : A Case Study Of The Khon Performance At Sala Chalermkrung Royal Theatre, Haruna Suzuki Jan 2024

The Management Of Khon Performance For Foreign Audiences : A Case Study Of The Khon Performance At Sala Chalermkrung Royal Theatre, Haruna Suzuki

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study explores the management strategies implemented at Sala Chalermkrung Royal Theatre to adapt the traditional Thai masked dance drama, Khon, for foreign audiences. Khon, recognized as a UNESCO Intangible Cultural Heritage, faces challenges in maintaining relevance amidst globalization and changing audience preferences. The primary objectives of this research were 1) To identify the methods and approaches used in Khon performances at Sala Chalermkrung for foreign audiences; 2) To investigate the management strategies implemented to balance cultural authenticity with accessibility; and 3) To explore the perceptions of theatre producers, performers, and artists regarding the effectiveness and cultural importance of …


โครงการอาหารโลกกับความไม่มั่นคงทางอาหารในซูดาน (ค.ศ. 2019 - 2024), ไอริณ เลาห์ภูติ Jan 2024

โครงการอาหารโลกกับความไม่มั่นคงทางอาหารในซูดาน (ค.ศ. 2019 - 2024), ไอริณ เลาห์ภูติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวทางของโครงการอาหารโลก (World Food Programme: WFP) ในการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในซูดานระหว่างปี ค.ศ. 2019 - 2024 รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบจากการดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าว โดยผู้วิจัยใช้กรอบความคิดที่มององค์การระหว่างประเทศเป็นหน่วยที่มีอำนาจใช้บังคับ (International Organizations as Bureaucracies) เพื่อวิเคราะห์การดำเนินงานของ WFP ภายใต้เงื่อนไขที่ซับซ้อนของซูดาน อันได้แก่ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่มีการใช้ความรุนแรง เศรษฐกิจที่ตกต่ำ สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)จากการศึกษาพบว่า แม้ WFP จะสามารถบรรเทาวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหารได้ในเฉพาะหน้า แต่ในความเป็นจริงไม่อาจสร้างผลกระทบในเชิงบวกที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในซูดานได้ และย่อมหมายถึง WFP ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2 ยุติความหิวโหย (SDG 2 Zero Hunger) ได้เช่นกัน เนื่องจากแนวทางที่กำหนดมาเพื่อใช้แก้ปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในซูดานไม่ได้มุ่งแก้ไขที่ต้นเหตุแท้จริง อันเป็นผลมาจากความเป็นหน่วยที่มีอำนาจใช้บังคับซึ่งสร้างข้อจำกัดให้กับ WFP ในการดำเนินงานดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ


ปัจจัยภายในของอาเซียนที่ส่งผลต่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของจีนในภูมิภาค, ตปนีทัศไนย์ หาญพูนวิทยา Jan 2024

ปัจจัยภายในของอาเซียนที่ส่งผลต่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของจีนในภูมิภาค, ตปนีทัศไนย์ หาญพูนวิทยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาปัจจัยการเมืองภายในประเทศในอาเซียน ที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าหรือความล่าช้าในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของจีนในภูมิภาค ภายใต้บริบทของโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) โดยวิเคราะห์ผ่านกรอบแนวคิด Neoclassical Realism ซึ่งนอกจากปัจจัยภายนอกของรัฐแล้ว ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยภายในของรัฐ เช่น เสถียรภาพทางการเมือง วิธีการตัดสินใจของผู้นำ ความสามารถในการบริหารจัดการ และแรงสนับสนุนจากภายในประเทศในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ จากการศึกษากรณีตัวอย่างจำนวน 4 โครงการ ในความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบรางระหว่างประเทศในอาเซียนกับจีน ทั้งที่แล้วเสร็จและยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ พบว่าระดับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของโครงการต่าง ๆ มีผลมาจากปัจจัยทางการเมืองภายในของแต่ละประเทศ โครงการความร่วมมือกับจีนผ่านระบบรางจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยเสถียรภาพทางการเมือง ความชัดเจนทางนโยบาย และการสนับสนุนในระดับผู้นำอย่างต่อเนื่อง หากขาดปัจจัยเหล่านี้ ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดความล่าช้า แม้จะมีเจตนาดีที่จะร่วมลงทุนหรือมีความร่วมมือในระดับระหว่างประเทศแล้วก็ตาม


The Problem Of Copyright Infringement In Text And Data Mining (Tdm) Under The Copyright Act B.E. 2537: A Comparative Study Between Thailand, The United States, The United Kingdom, Japan And China, Pornpepat Suwannachairob Jan 2024

The Problem Of Copyright Infringement In Text And Data Mining (Tdm) Under The Copyright Act B.E. 2537: A Comparative Study Between Thailand, The United States, The United Kingdom, Japan And China, Pornpepat Suwannachairob

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This article examines the problem of copyright infringement in the context of Text and Data Mining (TDM) under Thailand’s Copyright Act B.E. 2537 (1994), comparing it with the legal frameworks of the United States, the United Kingdom, Japan, and China. TDM, a key process in extracting insights from large datasets, often requires reproducing copyrighted materials, raising copyright infringement concerns. While countries like Japan and the U.S. have adopted flexible or specific exceptions facilitating TDM, Thailand’s current legal structure, particularly Section 32 and its interpretation by the Supreme Court, offers limited scope for such activities. This restrictiveness hinders innovation and places …


Legal Issues Of Consumer Rights Protection In China’S Cross-Border E-Commerce Under The Rcep Framework, Peilin Zhang Jan 2024

Legal Issues Of Consumer Rights Protection In China’S Cross-Border E-Commerce Under The Rcep Framework, Peilin Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research examines legal shortcomings in China’s cross-border e-commerce consumer protection regime under the RCEP framework. It identifies key issues including fragmented jurisdiction, inadequate Online Dispute Resolution (ODR) mechanisms, insufficient personal information safeguards, and weak regulatory coordination. Although China’s E-Commerce Law and related statutes have established a foundation, they fall short in addressing cross-border complexities. Drawing on RCEP’s consumer protection provisions, the study proposes targeted reforms: improving jurisdictional clarity through party autonomy and denationalization principles; clarifying the legal status of ODR and unifying procedural standards; strengthening personal information protection through tiered consent and clear withdrawal mechanisms; and enhancing inter-agency coordination …


การคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางด้านการโฆษณา, วิทิต แทบทาม Jan 2024

การคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางด้านการโฆษณา, วิทิต แทบทาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยเกณฑ์ (benchmarks) จากการกระทำที่เป็นการหลอกลวงให้เข้าใจผิดตามกฎเกณฑ์กลางของสหภาพยุโรป Unfair Commercial Practices Directive (DIRECTIVE 2005/29/EC) และการประยุกต์ใช้ของประเทศที่อนุวัติการกฎเกณฑ์กลางของสหภาพยุโรปดังกล่าว โดยใช้วิธีวิจัยเชิงเอกสารศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลจากเอกสารภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เช่น กฎหมายของประเทศไทย กฎหมายของต่างประเทศ คำพิพากษาของศาล ตำราทางกฎหมาย บทความทางกฎหมาย รวมทั้งข้อมูลเอกสารทางกฎหมายที่ปรากฏอยู่ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์หาแนวทางของข้อพิจารณาเรื่องทัศนคติของผู้บริโภคและข้อพิจารณาเพิ่มเติมเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางจากการโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมหรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผลการวิจัยพบว่าประเทศไทยควรมีการกำหนดทัศนคติของผู้บริโภคในการให้ความคุ้มครองด้านการโฆษณา เพื่อเป็นจุดอ้างอิงในการพิจารณาการโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม แต่ไม่จำเป็นต้องมีมาตรฐานทัศนคติสูงเทียบเท่าสหภาพยุโรปและการนิยามผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางแบบสหภาพยุโรปไม่มีความจำเป็นสำหรับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ในการให้ความคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางด้านการโฆษณา เนื่องจากท้ายที่สุดนำมาซึ่งการคุ้มครองความเสียหายที่จะเกิดกับผู้บริโภคได้เช่นเดียวกันกับแนวทางที่ประเทศไทยปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน แต่สามารถนำมาเสริมเป็นหลักการเบื้องหลังในการพิจารณาช่วยคัดกรองประเภทของข้อความที่ควรควบคุมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางได้ผลการวิจัยพบว่าประเทศไทยควรมีการกำหนดทัศนคติของผู้บริโภคในการให้ความคุ้มครองด้านการโฆษณา เพื่อเป็นจุดอ้างอิงในการพิจารณาการโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม แต่ไม่จำเป็นต้องมีมาตรฐานทัศนคติสูงเทียบเท่าสหภาพยุโรปและการนิยามผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางไม่มีความจำเป็นสำหรับการให้ความคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางด้านการโฆษณาในบริบทของประเทศไทย เนื่องจากท้ายที่สุดนำมาซึ่งการคุ้มครองความเสียหายที่จะเกิดกับผู้บริโภคได้เช่นเดียวกันกับแนวทางที่ประเทศไทยปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน แต่สามารถนำมาเสริมเป็นหลักการเบื้องหลังในการพิจารณาช่วยคัดกรองประเภทของข้อความที่ควรควบคุมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางได้ ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการเพิ่มเติมเรื่องทัศนคติของผู้บริโภคโดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงซึ่งเป็นกลไกที่กฎหมายได้บัญญัติรองรับไว้แล้วและในการให้ความคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางด้านการโฆษณา ให้นำกระบวนการตาม Article 5(3) ของ UCPD ใช้เป็นหลักการเบื้องหลังในการพิจารณาข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ “อาจ” เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เพื่อช่วยคัดกรองประเภทของข้อความที่ควรควบคุม ในกรณีที่ข้อความนั้นอาจกระทบต่อการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภค 3 ประเภท ได้แก่ ผู้ที่มีข้อจำกัดอายุ ผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายหรือจิตใจ ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านวิจารณญาณ พร้อมข้อพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางด้วยแนวทางที่ยึดตามกลุ่ม (Class based approach) และแนวทางที่ยึดตามสภาวะ (State based approach)


มาตรการทางกฎหมายกรณีคู่สัญญาไม่ได้กำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการในทางพาณิชย์ระหว่างประเทศ, ธมนวรรณ พันธุ์สาย Jan 2024

มาตรการทางกฎหมายกรณีคู่สัญญาไม่ได้กำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการในทางพาณิชย์ระหว่างประเทศ, ธมนวรรณ พันธุ์สาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ไม่ได้บัญญัติเรื่องหลักเกณฑ์ในการเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการไว้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดคำถามและปัญหาในการตีความว่าอนุญาโตตุลาการจะมีวิธีเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการในทางพาณิชย์ระหว่างประเทศอย่างไร บทความนี้กล่าวถึงปัญหาบางประการของการพิจารณาเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการในทางพาณิชย์ระหว่างประเทศ ได้แก่ ปัญหาความไม่ชัดเจนในบทบัญญัติว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการในพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 และปัญหาการเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอังกฤษ ประเทศสิงคโปร์ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อวิเคราะห์ประเด็นกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาอนุญาโตตุลาการในประเทศไทยกับต่างประเทศ อันจะเป็นแนวทางในการแก้ไขพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ต่อไป


ประเด็นปัญหาวัคซีนโควิด-19 ภายใต้พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551, สุขัณ ถิรวรานันท์ Jan 2024

ประเด็นปัญหาวัคซีนโควิด-19 ภายใต้พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551, สุขัณ ถิรวรานันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้วัคซีนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อสาธารณสุข แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดของผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัคซีน ในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงหรือความเสียหายต่อผู้รับวัคซีน งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเด็นปัญหาทางกฎหมายของวัคซีนโควิด-19 ภายใต้พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 รวมทั้งเปรียบเทียบกับแนวทางของกฎหมายต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และญี่ปุ่น จากการศึกษา พบว่า แม้พระราชบัญญัติฯ ของไทยจะกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้ามีความรับผิดโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด (strict liability) แต่ยังขาดข้อยกเว้นที่สำคัญ เช่น หลัก “สถานะความรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการ” (State of the Art Defense) และระบบการชดเชยความเสียหายแบบไม่ต้องพิสูจน์ความผิด (No-Fault Compensation System) ที่มีในกฎหมายของประเทศเปรียบเทียบ การขาดข้อยกเว้นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคและการส่งเสริมนโยบายสาธารณสุข โดยเฉพาะในกรณีที่วัคซีนมีความเสี่ยงโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้วิจัยเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฯ โดยบัญญัติข้อยกเว้น “สถานะความรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการ” (State of the Art Defense) ให้ชัดเจน จัดตั้งกองทุนเยียวยาความเสียหายจากวัคซีนแบบ No-Fault และพัฒนาระบบการแจ้งเตือนและการยินยอมโดยชัดเจน (Informed Consent) เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนสูงและมีผลกระทบในระดับสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง


การปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน, ดรินรัก การธราชว์ Jan 2024

การปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน, ดรินรัก การธราชว์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และเปรียบเทียบปัญหาความรับผิดทางอาญากรณีปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของประเทศไทยกับกฎหมายต่างประเทศ เนื่องจาก การดำเนินคดีอาญาส่วนใหญ่กระทบสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น ในประเทศไทย มีเพียงโทษทางอาญาที่นำมาใช้กับผู้ต้องหาที่ปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ดังนั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิของผู้ต้องหาในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจนเกินสมควรแก่เหตุ จึงเห็นสมควรให้บัญญัติมาตรการบังคับทางปกครอง นอกเหนือจากการลงโทษทางอาญาเพิ่มเติมไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย


สิทธิของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์, วรรณกานต์ สิทธิสุข Jan 2024

สิทธิของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์, วรรณกานต์ สิทธิสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ลิขสิทธิ์ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิอนุญาตให้บุคคลซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธินำงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ อย่างไรก็ดี เมื่อมีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในประเทศไทย ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดมักจะต้องประสบปัญหาการถูกละเมิดลิขสิทธิ์และได้รับความเสียหาย เนื่องจากต้องลงทุนและเสียค่าตอบแทนจำนวนมากเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิแบบเด็ดขาดภายใต้ขอบเขตที่จำกัด แต่กฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติคุ้มครอง อีกทั้งแนวคำพิพากษาเกี่ยวกับสิทธิของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงมีความไม่ชัดเจน จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นที่มาของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ที่มุ่งศึกษากฎหมายลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้กับกฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า กฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทยยังขาดบทบัญญัติกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดและการอนุญาตให้ใช้สิทธิในลิขสิทธิ์ อาทิ การกำหนดบทนิยามของการอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาด การกำหนดอำนาจฟ้องของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ การกำหนดสิทธิประการต่าง ๆ ของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาด การกำหนดแบบของการอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาด ในขณะที่กฎหมายลิขสิทธิ์ของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกานั้นมีบทบัญญัติกฎหมายที่กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน เช่น การกำหนดบทนิยามของการอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาด การกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดมีอำนาจดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ในนามของตนเอง มีสิทธิในการได้รับค่าเสียหายที่ศาลสั่งให้ชดใช้ และมีสิทธิในการขอให้ศาลสั่งให้ระงับหรือละเว้นการกระทำละเมิด การกำหนดให้การอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อ เป็นต้น ผลการศึกษาดังกล่าวข้างต้นสอดรับกับสมมติฐานของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ซึ่งกำหนดไว้ว่า ประเทศไทยยังขาดบทบัญญัติกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาด ทำให้เกิดปัญหาการตีความเรื่องสิทธิของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ จึงควรมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ผู้เขียนจึงเห็นควรให้มีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิทธิของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งสามารถดำเนินการได้สองแนวทาง ได้แก่ แนวทางแรก คือ การนำหลักการของกฎหมายต่างประเทศในเรื่องการอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบเด็ดขาดและสิทธิในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์มาพัฒนาและปรับปรุงพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และอีกแนวทางหนึ่ง คือ การจัดทำต้นแบบสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิที่มีข้อกำหนดเรื่องสิทธิในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิประการอื่น ๆ ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันมิให้เกิดข้อพิพาทหรือความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคู่สัญญาในภายหลัง


ข้อพิจารณาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของการใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล, อวัสดา วุฒิชนม์ Jan 2024

ข้อพิจารณาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของการใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล, อวัสดา วุฒิชนม์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในความเป็นจริงมีหลากหลายกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหลายรายได้แบ่งปันและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกัน เนื่องจากการนำส่ง การใช้ และการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างองค์กรเป็นการดำเนินการตามปกติธุระเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อยู่แล้ว เช่น การจัดกิจกรรม สัมมนา และแคมเปญ (Campaign) เป็นต้น ซึ่งการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้องค์กรที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมดังกล่าวมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วมได้ ขณะที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ยังไม่ได้กำหนดหลักการและหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม และหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงศึกษาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของการใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลว่า ข้อพิจารณาสำคัญของการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันอันได้แก่ การจัดทำข้อตกลงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการระบุวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และการระบุสถานะของแต่ละฝ่าย รวมถึงการจัดทำแผนงานของการใช้ข้อมูลร่วมกันหรือแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน (Data Sharing) นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจากการศึกษาด้วยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างหน่วยงานที่มีการใช้ข้อมูลร่วมกันหรือแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันกับองค์กรอื่นพบว่า การจัดทำข้อตกลงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกัน และการจัดทำแผนการดำเนินงาน มีส่วนช่วยในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละรายที่เกี่ยวข้องทราบถึงบทบาทและความรับผิดชอบของตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะมีผลให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละรายที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมดังกล่าวสามารถพิจารณาถึงความรับผิดที่เกี่ยวข้องได้


การยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า, วิทวัส จรุงจิตต์ Jan 2024

การยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า, วิทวัส จรุงจิตต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “การยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า” ใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน ในรูปแบบเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษากลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า 2) ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในการสื่อสารตราสินค้า 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงในกลุ่มผู้บริโภค โดยมีการเก็บข้อมูลใน 2 รูปแบบได้แก่การสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง ทั้งหมด 6 คน ได้แก่ นักการตลาด นักการวางแผนกลยุทธ์ และครีเอเทีฟ ในส่วนของเชิงปริมาณใช้วิธีเชิงสำรวจด้วยการใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล จากผู้ที่รู้จักอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 400 คน จากการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า องค์กรมองว่าอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงสามารถสร้างความแตกต่างทางการตลาด ควบคุมได้ง่าย ยืดหยุ่นในการออกแบบคาแรคเตอร์และเนื้อหา คุ้มค่าในระยะยาว และควบคุมภาพลักษณ์ได้ดีกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชั่นซีและอัลฟา อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเรื่องต้นทุน ความสมจริง และความน่าเชื่อถือ โดยมีแนวโน้มการใช้งานในอนาคตเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่น ความงาม เทคโนโลยี และความบันเทิง จากการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า ผู้บริโภครับรู้ถึงประโยชน์ ความง่ายในการใช้งาน ความน่าเชื่อถือ ความบันเทิงในระดับมาก ขณะที่การรับรู้ความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง ทัศนคติโดยรวมอยู่ในเชิงบวก โดยมองว่าอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงเป็นนวัตกรรมทางการตลาดที่น่าสนใจและสร้างภาพลักษณ์ทันสมัยในตราสินค้า ส่วนการยอมรับอยู่ในระดับสูง ที่มาจากสมมติฐานที่ว่า ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับการยอมรับ (ค่าเพียร์สัน = 0.73) แต่พฤติกรรมการใช้งานยังอยู่ในระดับต่ำ โดยจากการสมมติฐานพบว่า การยอมรับและพฤติกรรมการใช้มีความสัมพันธ์กันแต่อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเพียร์สัน = 0.52) สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างการยอมรับในเชิงความคิดและการปฏิบัติจริงของผู้บริโภค


อิทธิพลของปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญ ความไว้วางใจและความน่าดึงดูดใจของ Micro-Influencers ในสายความงามต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค, เสกพร สุพรรณธนพงษ์ Jan 2024

อิทธิพลของปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญ ความไว้วางใจและความน่าดึงดูดใจของ Micro-Influencers ในสายความงามต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค, เสกพร สุพรรณธนพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ในยุคดิจิทัลส่งผลให้รูปแบบการตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวใจผู้บริโภค งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญ ความไว้วางใจ และความน่าดึงดูดใจของ Micro-Influencers สายความงาม ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจว่าจ้าง Micro-Influencers จากแบรนด์และเอเจนซี่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งประกอบด้วย การวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาวิธีการที่ Micro-Influencers สื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ของตนและศึกษาการว่าจ้าง Micro-Influencers ของแบรนด์และเอเจนซี่ (จำนวน 6 ราย) และการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อสำรวจระดับคะแนนของผู้บริโภคที่ติดตาม Micro-Influencers ต่อปัจจัยดังกล่าว ตลอดจนวิเคราะห์ความแตกต่างตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ เช่น เพศ อายุ การศึกษา และรายได้ จำนวน 402 คนผลวิจัยเชิงคุณภาพชี้ว่า Micro-Influencers ที่แสดงถึงความรู้จริง ความจริงใจ และบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ มักได้รับความไว้วางใจจากผู้ติดตาม และสามารถจูงใจให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผลเชิงปริมาณพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความน่าดึงดูดใจมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.33) รองลงมาคือความเชี่ยวชาญ (3.70) และความไว้วางใจ (3.68) โดยผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณยืนยันว่าความน่าดึงดูดใจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสูงที่สุด นอกจากนี้ ยังพบความแตกต่างในการรับรู้ของผู้บริโภคบางกลุ่มตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ ผลการวิจัยสอดคล้องกับแนวคิด Source Credibility Theory และ Source Attractiveness Model ซึ่งเน้นว่า บุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย และความรู้ที่น่าเชื่อถือ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างอิทธิพลทางการตลาด ข้อค้นพบนี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล การคัดเลือก Influencers ที่มีคุณลักษณะเหมาะสม ตลอดจนการออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมความงามได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าในกิจการโทรคมนาคม : กรณีศึกษาเชิงรูปแบบความไม่เป็นระบบของกระบวนการตรวจสอบการรวมธุรกิจ, นิติกุล พิจารณ์สรรค์ Jan 2024

การกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าในกิจการโทรคมนาคม : กรณีศึกษาเชิงรูปแบบความไม่เป็นระบบของกระบวนการตรวจสอบการรวมธุรกิจ, นิติกุล พิจารณ์สรรค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงจากการเปิดเสรีทางธุรกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การรวมธุรกิจจึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของผู้ให้บริการในกิจการโทรคมนาคมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ดี การรวมธุรกิจอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันในตลาด ด้วยเหตุนี้หน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันจึงกำหนดมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับงานเขียนฉบับนี้ได้ศึกษากรณีการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยในช่วงปีพ.ศ. 2564 ถึง 2566 โดยมุ่งเน้นการพิจารณาตรวจสอบการรวมธุรกิจที่ดำเนินการโดย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 5 กรณี เพื่อเปรียบเทียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ตลอดจนกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันในต่างประเทศ ได้แก่ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยมีการพิจารณากระบวนการตรวจสอบการรวมธุรกิจ ทั้งในกรณีที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบและไม่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน เพื่อประเมินว่ากระบวนการพิจารณาของ กสทช. มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ตลอดจนมาตรฐานสากลหรือไม่ผลการศึกษาพบว่า มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยเป็นมาตรการป้องกันเชิงรูปแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดียังมีประเด็นความไม่คงเส้นคงวาหรือความไม่เป็นระบบของกระบวนการตรวจสอบการรวมธุรกิจ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของการกำกับดูแล


การศึกษากระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น, อิงครัต โพธิบัตร Jan 2024

การศึกษากระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น, อิงครัต โพธิบัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่น และเพื่ออธิบายกระบวนการพัฒนาวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จการวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้วิธีการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เจาะลึก และการสัมภาษณ์กลุ่ม ประชากรคือวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมดตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างคือวงที่เดบิวต์ระหว่าง พ.ศ. 2560-2564 และยังดำเนินกิจกรรมอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 8 วง โดยสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรม 6 ท่าน และตัวแทนผู้ติดตามวงไอดอล 9 ท่าน เพื่อวิเคราะห์กระบวนการพัฒนาวงในมุมมองของผู้ผลิตและผู้บริโภคการศึกษาพบว่าคุณลักษณะของวงไอดอลไทยสไตล์ญี่ปุ่นประกอบด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ที่โดดเด่น 4 รูปแบบ ได้แก่ ระบบ 48 Group ภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากกระแสหลัก ภาพลักษณ์แบบยืดหยุ่น และภาพลักษณ์แบบมีธีมเฉพาะ รวมทั้งการนำเสนอแนวคิดและค่านิยมความเป็นญี่ปุ่นที่ผสมผสานกับบริบทไทย องค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ ผลงานเพลง สมาชิกวงหรือไอดอล เอกลักษณ์ของวง กิจกรรมของวง และการสนับสนุนจากแฟนคลับ กระบวนการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จประกอบด้วยการผลิตผลงานเพลงที่มีคุณภาพ ซึ่งครอบคลุมกระบวนการสร้างสรรค์ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ การวิจัย การแต่งเพลง การบริหารจัดการการเผยแพร่ผลงาน การจัดการลิขสิทธิ์ การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกม ซึ่งครอบคลุมการสร้างความสัมพันธ์แบบพี่น้องหรือครอบครัวระหว่างทีมงานและศิลปิน การบริหารจัดการสัญญาอย่างเป็นธรรมและปกป้องผลประโยชน์ของศิลปิน การสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ และการวางแผนพัฒนาระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งผลงาน ศิลปิน และองค์กร


การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี, พิรัลพัชร ลีลาเทพินทร์ Jan 2024

การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี, พิรัลพัชร ลีลาเทพินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับและทัศนคติต่อแบรนด์ ทัศนคติต่อส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกระเป๋า Goyard และ Dior ของผู้บริโภคเจเนอเรชันซี โดยการเลือกกระเป๋าสองแบรนด์นี้เพราะมีจุดร่วมในด้านราคา ภาพลักษณ์และความนิยมในกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกันแต่ใช้กลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน แบรนด์ Goyard เป็นแบรนด์ที่ใช้ กลยุทธ์การตลาดแบบ Silence Marketing ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ต่างจากแบรนด์ Dior ที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเชิงรุก ผู้วิจัยจึงได้นำทั้งสองแบรนด์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกันเพื่อทำความเข้าใจถึง ผลลัพธ์และแนวโน้มที่แตกต่างกัน รวมไปถึงหาแนวทางในการสร้างคุณค่าตราสินค้า และพัฒนากลยุทธ์การตลาดสำหรับแบรนด์หรูในอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไปการวิจัยใช้วิธีเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มและสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยแบ่งผู้ให้สัมภาษณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Goyard, ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋า Dior, และ ผู้บริโภค Gen Z ที่ใช้กระเป๋าทั้งสองแบรนด์ ผลการวิจัยพบว่า การเปิดรับและทัศนคติต่อตราสินค้าและส่วนประสมทางการตลาดต่อแบรนด์ทั้งสอง แม้ว่าจะอยู่ในระดับแบรนด์หรูเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะของกลุ่มผู้บริโภคที่เฉพาะและแตกต่างกัน โดยแบรนด์ Goyard มีภาพลักษณ์ที่ลึกลับและเข้าถึงยาก และสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ในเชิงเรียบหรู จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Authentic Self ส่วนของแบรนด์ Dior มีภาพลักษณ์ที่เรียบหรูเหมือนกัน แต่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากการโฆษณาหรือการเลือกพรีเซ็นเตอร์ อีกทั้งยังมีการสร้างทัศนคติต่อแบรนด์ให้มีความอ่อนหวาน คลาสสิก จึงตอบโจทย์แฟชั่นของผู้หญิงยุคใหม่ จึงถูกเลือกใช้เป็น Brand as Performance เพราะฉะนั้น ทั้ง Goyard และ Dior แสดงให้เห็นถึง “ความแตกต่างที่สมดุล”


อิทธิพลของแรงจูงใจด้านเนื้อหาและด้านแหล่งสารในการรับชมวล็อกวีคต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, พัณวา เตชณาวิทย์ Jan 2024

อิทธิพลของแรงจูงใจด้านเนื้อหาและด้านแหล่งสารในการรับชมวล็อกวีคต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, พัณวา เตชณาวิทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) แรงจูงใจด้านเนื้อหา (ประกอบด้วย มิติของการแสวงหาข้อมูล การเข้าสังคม การให้ความเพลิดเพลิน และการแสวงหาสถานะทางสังคม) แรงจูงใจด้านแหล่งสาร (ประกอบด้วย คุณลักษณะของความคล้ายคลึงกัน ความนิยม ความมีอิทธิพล ความนำสมัย และความใกล้ชิดกับผู้อื่น) ในการรับชม Vlog Week และพฤติกรรมผู้บริโภค (ประกอบด้วย ตัวแปรย่อยในเรื่องของการตระหนักรู้ ทัศนคติต่อสินค้าและบริการ ความผูกพันของผู้บริโภค ความตั้งใจซื้อ และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง) 2) อิทธิพลของแรงจูงใจด้านเนื้อหาต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และ 3) อิทธิพลของแรงจูงใจด้านแหล่งสารต่อพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 – 28 ปี จำนวน 450 คน ซึ่งเคยรับชม Vlog Week ภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา จากช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดและเผยแพร่ Vlog Week ในปี พ.ศ. 2566 – 2567 จำนวน 10 วิดีโอขึ้นไป 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง @Bowkanyaratp, @Flukkaron และ @PONGKOOL24 ผลการวิจัยพบว่า แรงจูงใจด้านเนื้อหา ในมิติการแสวงหาข้อมูล มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคทุกตัวแปรย่อย มิติการเข้าสังคม มีอิทธิพลต่อความผูกพันของผู้บริโภค มิติการให้ความเพลิดเพลิน มีอิทธิพลต่อการตระหนักรู้ ทัศนคติต่อสินค้าและบริการ ความผูกพันของผู้บริโภค และความตั้งใจซื้อ และมิติการแสวงหาสถานะทางสังคม มีอิทธิพลต่อความผูกพันของผู้บริโภค และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของแรงจูงใจด้านแหล่งสาร ในคุณลักษณะความคล้ายคลึงกัน และความใกล้ชิดกับผู้อื่น มีอิทธิพลต่อทัศนคติต่อสินค้าและบริการ ความผูกพันของผู้บริโภค ความตั้งใจซื้อ และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง คุณลักษณะความนิยม มีอิทธิพลต่อการตระหนักรู้ และทัศนคติต่อสินค้าและบริการ และคุณลักษณะความนำสมัย มีอิทธิพลต่อการตระหนักรู้ ความผูกพันของผู้บริโภค และความตั้งใจรับชมอย่างต่อเนื่อง


อิทธิพลของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรมและความเป็นสากลนิยมที่มีต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์”, พีรวิชญ์ เสนประดิษฐ์ Jan 2024

อิทธิพลของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรมและความเป็นสากลนิยมที่มีต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์”, พีรวิชญ์ เสนประดิษฐ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรม ความเป็นสากลนิยม ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” 2) ศึกษาอิทธิพลของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า อัตนิยมเชิงวัฒนธรรม ความเป็นสากลนิยม และภาพลักษณ์ตราสินค้าที่มีต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” รวมถึง 3) พัฒนาแบบจำลองปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อ “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” และตรวจสอบความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยใช้การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชันวาย 400 คน และวิเคราะห์ด้วย SEM พบว่าแบบจำลองสมการโครงสร้างมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Relative Chi-Square = 1.24, CFI = 0.98, NFI = 0.91, NNFI = 0.98, IFI = 0.98, RMSEA = 0.02) ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึก 3 คนถูกใช้เพื่อขยายความผลการวิจัยเชิงปริมาณ ผลพบว่า ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า มีอิทธิพลโดยรวมต่อความตั้งใจซื้อสูงที่สุด (β = 0.45, p < 0.001) ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสินค้า และการผสานมุมมองท้องถิ่นกับแนวคิดสากลของผู้บริโภค ผลวิจัยเสนอแนวทางการสื่อสารตราสินค้า “ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์” ผ่านการออกแบบประสบการณ์รอบด้าน โดยเฉพาะด้านอารมณ์ การผสานความเป็นสากลกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น และภาพลักษณ์ที่สะท้อนความน่าเชื่อถือ เพื่อเสริมแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อ


อิทธิพลของการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติ และบรรทัดฐานส่วนบุคคลต่อความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยของผู้บริโภค, ชญานิศ สาลีผล Jan 2024

อิทธิพลของการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติ และบรรทัดฐานส่วนบุคคลต่อความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยของผู้บริโภค, ชญานิศ สาลีผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย บรรทัดฐานส่วนบุคคล และความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยของผู้บริโภค และ 2) วิเคราะห์อิทธิพลของการเปิดรับสื่อ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย บรรทัดฐานส่วนบุคคลต่อความตั้งใจซื้อ อาร์ตทอยของผู้บริโภค โดยใช้วิธีวิจัยเป็นเชิงปริมาณ ด้วยการวิจัยเชิงสำรวจและ ใช้แบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 400 ชุด ซึ่งมีเกณฑ์การคัดเลือก ได้แก่ 1) ผู้บริโภคอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2) ผู้บริโภคมีอายุระหว่าง 18-40 ปี 3) รู้จักและเคยซื้ออาร์ตทอยอย่างน้อย 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเปิดรับสื่ออยู่ในระดับปานกลางการรับรู้คุณค่า ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย บรรทัดฐานส่วนบุคคล และความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยอยู่ในระดับเห็นด้วยมาก สำหรับการทดสอบสมมติฐานพบว่า การเปิดรับสื่อ (β = 0.166) การรับรู้คุณค่า (β = 0.441) ทัศนคติต่อการซื้ออาร์ตทอย (β = 0.509) และบรรทัดฐานส่วนบุคคล (β = 0.281) มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาร์ตทอยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาการรับรู้คุณค่าอาร์ตทอยพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณค่าการใช้งานในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.34) ศิลปินและนักออกแบบอาร์ตทอยควรให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สร้างสรรค์ ประณีต และมีฟังก์ชันหลากหลาย เพื่อเพิ่มคุณค่าการใช้งานที่หมาะสมที่จะนำไปสู่ความตั้งใจซื้อในที่สุด


กลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี (Rov) ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย, ภัทรภร เสือม่วง Jan 2024

กลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี (Rov) ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย, ภัทรภร เสือม่วง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบ และเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีของสตรีมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้วิธีการ การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ผ่านวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมอาร์โอวีบนยูทูบ จากสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี จำนวน 3 ช่อง ได้แก่ 1. กาย หงิด 2. กิต งายย 3. Doyser ผ่านการวิเคราะห์เนื้อหาและการจัดประเภทของเนื้อหา (Genre categorization) โดยใช้เครื่องมือลงรหัส (Coding Sheet) เพื่อเก็บข้อมูลจากวิดีโอที่มียอดเข้าชมมากที่สุดในปี พ.ศ. 2566 จำนวนช่องละ 20 คลิป รวมทั้งสิ้น 60 คลิป อีกทั้ง 2) เพื่อศึกษากลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวีที่ประสบความสำเร็จ ด้วยวิธีการวิเคราะห์ตัวบท (Textual analysis) ผ่านวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมอาร์โอวีในช่องยูทูบของสตรีมเมอร์ กาย หงิด โดยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) จากวิดีโอที่มีผู้ชม 5 แสนคนขึ้นไป และอยู่ในระหว่างปี พ.ศ. 2562 - 2567 จำนวน 10 คลิป ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบ และเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีเป็นประเภทรายการ (Genre) ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยมีรูปแบบและเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การเล่นเกมกับผู้อื่น (Reaction videos) คิดเป็นร้อยละ 75 และร้อยละ 90 ของคลิปวิดีโอในช่องกายหงิดและกิตงายตามลำดับ และมีลักษณะเนื้อหาแบบการแข่งขันเกม (Game tournaments and competitions) ร่วมกับสตรีมเมอร์ช่องอื่น (Collaboration) ในขณะเดียวกันก็มีรูปแบบเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีที่ได้รับความนิยมรองลงมาและเป็นกระแสรอง คือ การสอนเทคนิคการเล่น (Walk-throughs and tutorials) คิดเป็นร้อยละ 85 ของคลิปวิดีโอในช่อง Doyser และมีลักษณะเนื้อหาแบบการวิเคราะห์เกมอย่างละเอียดลึกซึ้ง (Game Analysis) นอกจากนี้ ยังพบว่า 2) …


แนวทางการพัฒนาซีรีส์วายเพื่อขยายฐานผู้รับชม, ยงค์ยุทธ เติมต่อ Jan 2024

แนวทางการพัฒนาซีรีส์วายเพื่อขยายฐานผู้รับชม, ยงค์ยุทธ เติมต่อ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาทัศนคติ การใช้ประโยชน์ และความพึงพอใจของผู้รับชมกลุ่มใหม่ที่มีต่อซีรีส์วาย และ (2) เพื่อศึกษาแนวทางในการขยายฐานผู้รับชมไปยังกลุ่มผู้รับชมซีรีส์วายกลุ่มใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มผู้ชมซีรีส์วายจำนวน 400 คน และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับนักวิชาการ ผู้จัด ผู้กำกับ นักสิทธิมนุษยชน และผู้ชมซีรีส์วาย รวมจำนวน 8 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ชมซีรีส์วายให้ความสำคัญกับเคมีของนักแสดง ความสมจริงของเนื้อหา และการสะท้อนประเด็นทางสังคม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศและบทบาททางเพศที่ไม่ตายตัว นอกจากนี้ยังพบว่าอุตสาหกรรมซีรีส์วายมีแนวโน้มปรับตัวเพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงจริยธรรม ความเหมาะสมกับผู้ชมเยาวชน และการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่หลากหลายของกลุ่ม LGBTQIA+ ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาเชิงคุณภาพยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการพัฒนาซีรีส์วายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งในด้านบท การแสดง และกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถขยายฐานผู้ชมสู่กลุ่มใหม่ได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้กับตัวละครที่มีภูมิหลังหลากหลาย ทั้งในด้านอายุ พื้นที่ทางสังคม และวัฒนธรรม เพื่อหลุดพ้นจากภาพจำแบบเหมารวมของกลุ่มเพศหลากหลาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้ขยายแนวเรื่องในลักษณะ Mix Genre เช่น แนวสืบสวน แฟนตาซี หรือดราม่าสะท้อนสังคม เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหา และตอบสนองความสนใจของผู้ชมยุคใหม่ที่แสวงหาความสดใหม่และความลึกซึ้งในประเด็นที่นำเสนอ


กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์ Jan 2024

กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารเมื่อเผชิญการวิจารณ์ ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม และเพื่อศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายในสื่อสังคมของตนเอง การศึกษาได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ในกลุ่มความสวยความงามและแฟชั่น จำนวน 6 กรณีศึกษา ที่มีผู้ติดตามอย่างน้อย 10,800 คน รวมถึงวิเคราะห์เนื้อหา ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อความ รูปภาพ และวิดีโอในสื่อสังคม ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกจากความอับอายเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ไม่มีการตระหนักถึงความอับอายแต่มีการสื่อสาร เพื่อสร้างความปกติใหม่ และ เพื่อการรักษาและการใช้เครือข่ายการสื่อสาร 2) การตระหนักถึงความอับอาย เพื่อสร้างความปกติใหม่ เพื่อรักษาและใช้เครือข่าย การสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 3) การรับรู้เชิงวิเคราะห์ เพื่อสร้างตรรกะทางเลือก และเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ 4) การเข้าถึง เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 5) การพูดถึงความอับอาย เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และเพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก นอกจากนี้ผลการศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเชิงบวกของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกาย (รวม 2,881 เนื้อหา) สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ (1) การแสดงอารมณ์ (39.5%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ (2) การแสดงตัวอย่าง (36.3%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึง (3) การให้คำแนะนำและข้อเท็จจริงทั่วไป (23.9%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอาย และ (4) การรณรงค์ (0.3%) ที่ส่งเสริมการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์


ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง Jan 2024

ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและเนื้อหาการสื่อสารสุขภาพที่ผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีดให้ความสนใจ โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก 20 ราย และการสนทนากลุ่ม 4 กลุ่ม ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วิเคราะห์ด้วยวิธีวิเคราะห์แก่นสาร (Thematic Analysis) เพื่อสกัดรหัสและประเด็นที่สะท้อนความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้สารเสพติดให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ และสอดคล้องกับชีวิตจริง โดยนิยมการพูดคุยตัวต่อตัว การสนทนากลุ่มย่อย และการสื่อสารผ่านเพื่อนร่วมประสบการณ์ ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์และวิดีโอมักถูกมองว่าไม่ดึงดูดหรือไม่ตรงกับพฤติกรรมจริง ด้านเนื้อหา ผู้ใช้สารสนใจประเด็นในชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลแผล อาการถอนยา การป้องกันการใช้ยาเกินขนาด การเจรจากับตำรวจ และประสบการณ์เลิกยา มากกว่าเนื้อหาเรื่องเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี หรือวัณโรค ซึ่งมักถูกมองว่าไกลตัวและซ้ำซาก แม้ยังคงเข้ารับบริการด้านสุขภาพเหล่านี้ นอกจากนี้ยังพบความสนใจในเนื้อหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคเรื้อรัง สุขภาพช่องปาก และการนอนหลับ ซึ่งเกี่ยวข้องทางอ้อมกับพฤติกรรมการใช้สาร ข้อค้นพบสะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมที่ยึดบริบทชีวิตของผู้ใช้สารเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยง ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย