Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1284)
- Medicine and Health Sciences (835)
- Education (695)
- Engineering (506)
- Communication (468)
-
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Arts and Humanities (465)
- Physical Sciences and Mathematics (391)
- Business (241)
- Computer Sciences (231)
- Economics (199)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (196)
- Nursing (186)
- Public Health (183)
- Sociology (162)
- Educational Technology (144)
- Electrical and Computer Engineering (126)
- Medical Sciences (123)
- Educational Administration and Supervision (122)
- Law (117)
- Architecture (110)
- Electrical and Electronics (110)
- Dentistry (100)
- Technology and Innovation (100)
- Computer Engineering (96)
- Political Science (92)
- English Language and Literature (88)
- Fine Arts (85)
- Life Sciences (85)
Articles 3211 - 3240 of 4613
Full-Text Articles in Entire DC Network
ผลของโปรแกรมการเปิดเผยตนเองที่มีต่อสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและทักษะการทำงานแบบร่วมมือของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3, ธัญรดา แก้วกันหา
ผลของโปรแกรมการเปิดเผยตนเองที่มีต่อสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและทักษะการทำงานแบบร่วมมือของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3, ธัญรดา แก้วกันหา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลองเพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเปิดเผยตนเองที่มีต่อสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและทักษะการทำงานแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นนักเรียนที่ผ่านการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายลำดับขั้นจากโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 20 คน กลุ่มทดลองจะได้รับการฝึกการเปิดเผยตนเองที่พัฒนาขึ้นตามโมเดลการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมเพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคม จำนวน 10 ครั้ง ครั้งละ 50 นาที เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบด้วย แบบวัดสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและแบบวัดทักษะการทำงานแบบร่วมมือดำเนินการก่อนและหลังการทดลอง รวมถึงในระยะติดตามผล ข้อมูลทางสถิติพื้นฐานที่ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนของตัวแปรพหุนาม (MANOVA) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนของตัวแปรพหุนามแบบวัดซ้ำ (repeated MANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยของคะแนนสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและทักษะการทำงานแบบร่วมมือของกลุ่มทดลองในระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผลสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและทักษะการทำงานแบบร่วมมือของกลุ่มทดลองในระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผลสูงกว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ต้นแบบนวัตกรรมระบบแนะนำแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์สำหรับธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศไทย, ต่อบุญ พ่วงมหา
ต้นแบบนวัตกรรมระบบแนะนำแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์สำหรับธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศไทย, ต่อบุญ พ่วงมหา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยมีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อศึกษาลักษณะของข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค และการวางแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของโรงแรมขนาดกลางและเล็กในประเทศไทย (2) เพื่อพัฒนาแนวคิดการออกแบบนวัตกรรมกระบวนการวางแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับโรงแรมขนาดกลางและเล็กในประเทศไทย (3) เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการแนะนำการวางแผนสื่อสังคมออนไลน์ และทดสอบการยอมรับนวัตกรรมจากโรงแรมขนาดกลางและเล็กในประเทศไทย และ (4) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ สำหรับบริการระบบแนะนำแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่พัฒนาขึ้น วิธีการศึกษาเป็นงานวิจัยแบบเชิงพัฒนา โดยมีขั้นตอนการศึกษาคือ การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิจากการทบทวนวรรณกรรมและงานที่เกี่ยวข้อง การศึกษาลักษณะของข้อมูลสังคมออนไลน์กว่า 27,023 ข้อความด้วยการวิเคราะห์เหมืองข้อมูลโดยใช้ระบบประมวลภาษาไทย การศึกษาข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง จากผู้เชี่ยวชาญสื่อสังคมออนไลน์ และนักสื่อสารการตลาดของโรงแรมจำนวนทั้งหมด 10 ราย เพื่อจัดหมวดหมู่ข้อมูลอัตโนมัติ เทรนด์ โอกาส และความสนใจที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล โอกาส อุปสรรค และความคาดหวังของการวางแผนสื่อสารการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อได้มาซึ่งแนวคิดของโอกาสในการสร้างนวัตกรรม ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยขั้นต้น นำมาสังเคราะห์เพื่อพัฒนาแนวคิดการออกแบบนวัตกรรม กำหนดคุณลักษณะของบริการ และทำการทดสอบความเที่ยงและความน่าเชื่อถือได้ของแนวคิดการออกแบบด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งโครงสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล เทคโนโลยี การออกแบบ สื่อสังคมออนไลน์ และนักการตลาดโรงแรม จำนวน 6 ราย ผลการศึกษานำมาพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นต้นแบบนวัตกรรมระบบแนะนำที่ได้มาจากแนวคิดการออกแบบ แล้วนำมาทดสอบการยอมรับโดยการใช้แบบสอบถามสำรวจการยอมรับต้นแบบนวัตกรรมกับนักการตลาดของโรงแรมขนาดกลางและเล็กจำนวน 40 ราย พบว่ากิจการส่วนใหญ่ร้อยละ 97.5% ยอมรับต้นแบบนวัตกรรมระบบแนะนำในทุก ๆ ด้านของการทดสอบ เช่น ด้านประโยชน์เชิงเปรียบเทียบ ด้านความสอดคล้องกับการใช้งาน ด้านความซับซ้อนในการใช้งาน ด้านการลองใช้งานของระบบ ด้านการสังเกตเห็นได้จากการใช้งาน และศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของต้นแบบนวัตกรรมระบบแนะนำในเชิงพาณิชย์ ทางด้านการตลาดและการเงิน ซึ่งสรุปได้ว่ามีความเป็นไปได้สูงในการนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์
ผลของเพศของเกมสตรีมเมอร์และวิธีการนำเสนอต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภค, ปพิสชา พาทีทิน
ผลของเพศของเกมสตรีมเมอร์และวิธีการนำเสนอต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภค, ปพิสชา พาทีทิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2x2 แฟคทอเรียล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบทางตรงและผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากเพศของเกมสตรีมเมอร์ และวิธีการนำเสนอทั้ง 2 แบบ (นำเสนอแบบแนวคิดคุณค่าเชิงอรรถประโยชน์ และนำเสนอแนวคิดคุณค่าเชิงสุนทรียรส) ที่ส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภค ได้แก่ ทัศนคติต่อรายการเกมสตรีมมิ่ง ทัศนคติต่อตราสินค้า และความตั้งใจซื้อ โดยทำการวิจัยในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 กับนิสิตปริญญาตรี เพศหญิง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 128 คน ผลการวิจัยพบว่า เพศของเกมสตรีมเมอร์ส่งผลกระทบทางตรงต่อทัศนคติต่อรายการเกมสตรีมมิ่ง และส่งผลกระทบต่อทัศนคติต่อตราสินค้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนวิธีการนำเสนอในรายการเกมสตรีมมิ่งส่งผลกระทบต่อทัศนคติต่อรายการเกมสตรีมมิ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน นอกจากนั้น ผลของเพศของเกมสตรีมเมอร์และวิธีการนำเสนอในรายการเกมสตรีมมิ่งยังส่งผลกระทบร่วมต่อทัศนคติต่อรายการเกมสตรีมมิ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้คือ เมื่อกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้บริโภคเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 18-23 ปี หากต้องการนำเสนอรายการเกมสตรีมมิ่ง บนเฟซบุ๊ก ควรใช้วิธีการนำเสนอด้วยเกมสตรีมเมอร์เพศหญิงที่ใช้วิธีการนำเสนอแบบอรรถประโยชน์ มากกว่าการใช้วิธีการนำเสนอด้วยเพศและวิธีการนำเสนอด้วยกลุ่มทรีตเมนต์แบบกลุ่มอื่น ๆ
การพัฒนาต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย, พิมพ์พจี เย็นอุรา
การพัฒนาต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย, พิมพ์พจี เย็นอุรา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการสร้างความเข้าใจเรื่องการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศ ศึกษาการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศ และนำมาออกแบบต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย รวมทั้งเพื่อประเมินผลต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย ใช้ระเบียนวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) ได้แก่ การวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า สถานการณ์เกี่ยวกับการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยมีความเข้าใจเพียงผิวเผิน ไม่ได้ตระหนักในความสำคัญของการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศสอดคล้องกับข้อค้นพบเกี่ยวปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการสร้างความเข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจทางเพศ ได้แก่ ระบบวิธีคิดเรื่องเพศที่กำกับโดยระบบคิดแบบชายเป็นใหญ่ และวัฒนธรรมอำนาจนิยม มายาคติของความยินยอมพร้อมใจทางเพศ แบบฉบับทางเพศแบบดั้งเดิม รูปแบบการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจที่ขัดกับธรรมชาติของการมีเพศสัมพันธ์ และการขาดแคลนพื้นที่การสื่อสารเรื่องเพศเชิงบวก ต้นแบบบอร์ดเกมที่พัฒนาขึ้นจากการวิจัยครั้งนี้ เรียกว่า Consentopia เป็นบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศ ผลการประเมินต้นแบบบอร์ดเกม พบว่าเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างพื้นที่การสื่อสารเรื่องเพศเชิงบวกที่ครอบคลุมหลายมิติ ตลอดจนสามารถนำไปใช้ในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารความยินยอมพร้อมใจทางเพศ
ความทรงจำร่วมในละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ของไทย, สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ความทรงจำร่วมในละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ของไทย, สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยเรื่อง “ความทรงจำร่วมในบทละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ของไทย” เป็นการศึกษาเนื้อหาความทรงจำร่วมและกลวิธีการนำเสนอความทรงจำร่วมในละครอิงประวัติศาสตร์ของไทย ตลอดจนการรับรู้ความทรงจำร่วมของผู้ชมละครโทรทัศน์ ภายใต้กรอบแนวคิดความทรงจำร่วมในละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ของไทยจำนวน 22 เรื่อง 31 เวอร์ชัน และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้สร้างสรรค์ละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ด้านต่าง ๆ ตลอดจนผู้ชมที่ชื่นชอบละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ รวมทั้งสิ้น 31 คน จากการศึกษาพบว่าละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ของไทยมีการนำสนอเนื้อหาความทรงจำร่วมด้วยการผลิตซ้ำ ต่อรอง ลบเลือน สร้างหรือรื้อฟื้นความทรงจำอยู่เสมอแบ่งได้ 7 ยุคสมัย ได้แก่ ยุคประกาศอิสรภาพ ยุคทองของกรุงศรีอยุธยา ยุคกรุงแตก ยุคสร้างบ้านแปงเมือง ยุคสยามยามเปลี่ยนผ่าน ยุคอภิวัฒน์สยามถึงสงครามมหาเอเชียบูรพา และยุคเรียกร้องประชาธิปไตย มีกลวิธีการเล่าเรื่อง 5 แนว ได้แก่ แนวยอพระเกียรติ แนวบ้านเมืองร่มเย็น แนวเสียเลือดเสียเนื้อ แนวอุดมการณ์เหนือความรัก และแนวข้ามภพข้ามชาติ อีกทั้งใช้การประกอบสร้างและการสื่อความหมายผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ขั้นตอนต่าง ๆ โดยมากมักแฝงด้วยอุดมการณ์ชาตินิยมหรือราชาชาตินิยมและใช้มุมมองแบบเมืองหลวงเป็นศูนย์กลาง ความทรงจำร่วมในละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ของไทยนิยมผลิตซ้ำภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ในสถานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปี่ยมด้วยบุญญาธิการ และปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขร่มเย็นภายใต้กรอบประวัติศาสตร์แห่งชาติหรือเรื่องเล่าแม่บท ตลอดจนมโนทัศน์หลักและคุณค่าต่าง ๆ ซึ่งถูกควบคุมโดยรัฐให้ทำหน้าที่ตอกย้ำอุดมการณ์ว่าด้วยลัทธิความภักดีและค้ำจุนอำนาจของชนชั้นนำในสังคม
Exploring And Analysing Thailand’S Potential New Legislation On Mandatory Human Rights Due Diligence For Private Sectors, Kritsakorn Masee
Exploring And Analysing Thailand’S Potential New Legislation On Mandatory Human Rights Due Diligence For Private Sectors, Kritsakorn Masee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This Thesis focuses on a study of potential enforcement of the Legislation on mandatory Human Rights Due Diligence (HRDD) for private sectors operating a business in Thailand in order to safeguard human rights, as recognised in the international human rights laws and national laws, in their value chain within the consideration of the United Nations on Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) as well as Thailand’s National Action Plan on Business and Human Rights Phase I (2019-2022). With new corporate governance regime and under emerging concept of due diligence requirements, private sectors subject to this mandatory HRDD Legislation …
การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาตนเองในองค์กรเอกชน, ธนาวัฒน์ เอี่ยมอำไพ
การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาตนเองในองค์กรเอกชน, ธนาวัฒน์ เอี่ยมอำไพ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาตนเองสำหรับพนักงานองค์กรเอกชน 2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาตนเองสำหรับพนักงานองค์กรเอกชนและนำเสนอปัจจัยเงื่อนไขการนำไปใช้ การวิจัยใช้ระเบียบวิจัยเชิงปฎิบัติการ โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการสายการผลิตในองค์กรเอกชน จำนวน 5 คนที่ยินดีเข้าร่วมโปรแกรม ผู้วิจัยใช้แนวคิดกระบวนการพัฒนาตนเอง การเรียนรู้ในสถานประกอบการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ เป็นกรอบในการในการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานประกอบการเพื่อพัฒนาตนเองในองค์กรเอกชน ผลการวิจัยพบว่า 1. กระบวนการเรียนรู้ในสถานประกอบการ มีแนวคิดการเรียนรู้คือ 1) เป้าหมายและประเด็นในการเรียนรู้ต้องเริ่มมาจากตัวพนักงาน 2) การเรียนรู้สามารถยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ 3) การเรียนรู้จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อต้องการใช้ประโยชน์ 4) การเรียนรู้ต้องมีความสำคัญกับสถานประกอบการ และ 5) การเรียนรู้ต้องมีความหมายกับพนักงาน ซึ่งกระบวนการการเรียนรู้ประกอบด้วยขั้นตอน การวิเคราะห์ตนเอง การตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ ดำเนินการเรียนรู้ตามที่ออกแบบ และสะท้อนผลการเรียนรู้ โดยสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ในสถานประกอบการ คือ ผ่อนคลายไม่กดดัน มีเครื่องมือที่ช่วยสำหรับการเรียนรู้ และทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ซึ่งพบว่าเงื่อนไขที่ต้องมีสำหรับการเรียนรู้ในสถานประกอบการคือ 1) สนับสนุนงานที่ทำอยู่ปัจจุบัน 2) มีความเกี่ยวข้องกับการเติบโต 3) การให้ความสำคัญของผู้บังคับบัญชา และปัจจัยแห่งความสำเร็จที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานประกอบการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพคือ 1) วิธีการเรียนรู้ที่รวดเร็ว 2) ไม่เป็นงานเพิ่ม 3) การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 4) มุมมองที่มีต่อปัญหาตรงกัน ซึ่งบุคคลสำคัญที่มีบทบาทสนับสนุนการเรียนรู้ในสถานประกอบการคือ ผู้บังคับบัญชา ผู้มีส่วนรับผิดชอบด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเพื่อนร่วมงาน โดยการเรียนรู้ในสถานประกอบการต้องเกิดขึ้นภายใต้ความเชื่อพื้นฐานที่ว่า พนักงานทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้ หากแต่ขาดความรู้ ทักษะ หรือพฤติกรรมการแสดงออกบางอย่างที่ยังไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานที่วางไว้ได้ 2. รูปแบบการส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานประกอบการ ประกอบด้วย 1) การส่งเสริมความเชื่อพื้นฐาน โดยให้เห็นว่าการเรียนรู้เริ่มที่ตัวพนักงาน และสนับสนุนงานที่ทำอยู่เดิม ให้การเรียนรู้ของพนักงานและสถานประกอบการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 2) การส่งเสริมแนวคิดการเรียนรู้ โดยให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ การตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกัน ทัศนคติการมองปัญหาเชิงบวก มีเครื่องมือและช่องทางการเรียนรู้ 3) การส่งเสริมกระบวนการการเรียนรู้ โดยให้มีทักษะสะท้อนคิด มีการสื่อสารความคาดหวัง มีวินัยในการเรียนรู้ 4) การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยฝ่ายบริหารให้การสนับสนุน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการเรียนรู้ 5) การส่งเสริมเงื่อนไขที่ต้องมี โดยให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้บังคับบัญชา และติดตามการเรียนรู้เป็นระยะ มีระบบการวัดผลที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ 6) การส่งเสริมปัจจัยแห่งความสำเร็จ โดยส่งเสริมความต่อเนื่องของการเรียนรู้และความไวในการปรับตัว และ7) การส่งเสริมบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง ต้องมีทักษะเป็นผู้เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ และทักษะการเป็นที่ปรึกษา
ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์ที่มีต่อความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปรารถนา เสือกลั่น
ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์ที่มีต่อความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปรารถนา เสือกลั่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองศึกษาความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ และผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์ที่มีต่อความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมีของนักเรียน ดำเนินการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนใช้วิธีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบวัดความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ที่มีค่าความเที่ยง 0.89 การวิจัยระยะที่ 2 เป็นการทดลองเบื้องต้นมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระหว่างก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์ และ (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมีของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์กับเกณฑ์ กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ (1) แบบวัดความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ที่มีค่าความเที่ยง 0.89 และ(2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมี เรื่อง กฎของแก๊ส ที่มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน สถิติทดสอบที (t-test) และกำหนดเกณฑ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมีโดยใช้คะแนนจุดตัด (Cut-off score) ซึ่งพิจารณาจากสัมประสิทธิ์ฟี (Phi coefficient) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ร้อยละ 27.34 นักเรียนที่มีความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับซับซ้อนบางส่วนสามารถระบุตัวแปรอิสระได้ถูกต้องแต่ยังตั้งคำถามเชิงสาเหตุและตั้งสมมติฐานได้แบบไม่สมบูรณ์ ในขณะที่นักเรียนที่มีความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับซับซ้อนน้อยระบุตัวแปรอิสระไม่ได้ ตั้งคำถามเชิงสาเหตุแบบไม่สมบูรณ์ และตั้งสมมติฐานด้วยประโยคคำถาม 2. หลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์ส่งผลให้นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์สูงกว่าคะแนนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. หลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงประวัติศาสตร์ส่งผลให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเคมีหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนาความสามารถในการเขียนสื่อสารวิทยาศาสตร์ของนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบสอบ ร่วมกับการเขียนแบบร่วมมือรวมพลัง, ปณาลี สติคราม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถในการเขียนสื่อสารวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกับการเขียนแบบร่วมมือรวมพลัง และ 2) เปรียบเทียบความสามารถในการเขียนสื่อสารวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกับการเขียนแบบร่วมมือรวมพลัง กลุ่มที่ศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้นโดยมีรูปแบบการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดสองครั้ง เก็บรวบรวมข้อมูลความสามารถในการ การสื่อสารวิทยาศาสตร์ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบวัดความสามารถในการเขียนสื่อสารวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าเฉลี่ยร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบที (t-test) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยรวมของความสามารถในการเขียนสื่อสารวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับดี 2. คะแนนความสามารถในการเขียนสื่อสารวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนด้วยการจัด การเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกับการเขียนแบบร่วมมือรวมพลังสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์ และความซึมเศร้าในนิสิตนักศึกษา โดยมีการรับรู้ความรักของพ่อแม่ การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านการเรียนและด้านสังคมเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ณัฐธัญ ชวนชัยรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลุ่มนิสิตนักศึกษาในเรื่องความสัมพันธ์ของการรับรู้การเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์ที่ส่งผลให้เกิดความซึมเศร้า โดยมีการรับรู้ความรักของพ่อแม่ การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านการเรียนและด้านสังคมเป็นตัวแปรส่งผ่าน โดยผู้เข้าร่วมงานวิจัย คือ นิสิตนักศึกษาทุกชั้นปีในระดับปริญญาตรี มีอายุระหว่าง 18-24 ปี การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 290 คน ผู้วิจัยตรวจสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์การทดสอบตัวแปรส่งผ่าน (Mediation analysis) ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า 1. การรับรู้การเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับ ความซึมเศร้า เมื่อควบคุมอิทธิพลของตัวแปรส่งผ่านทั้ง 3 ตัวแปร พบว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .22, p < .01) 2. การรับรู้ความรักของพ่อแม่ เป็นตัวแปรส่งผ่านระหว่าง การรับรู้การเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์ และความซึมเศร้า (β = .09, p < .05) 3. การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านการเรียน ไม่ได้เป็นตัวแปรส่งผ่านระหว่าง การรับรู้การเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์ และความซึมเศร้า เนื่องจากช่วงของความเชื่อมั่นมีค่าคลุม 0 (β = .03, 95% ของช่วงชั้นความเชื่อมั่น [-.0019, .06]) 4. การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านสังคม เป็นตัวแปรส่งผ่านระหว่าง การรับรู้การเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์ และความซึมเศร้า (β = .03, p < .01)
Occupational Hazard Identification And Health Risk Assessment Of Volatile Organic Compounds Exposure In Plastic Recycling Plants In Thailand: Case Studies Of Polypropylene And Polyethylene, Muhammed Ayaj Ansar
Occupational Hazard Identification And Health Risk Assessment Of Volatile Organic Compounds Exposure In Plastic Recycling Plants In Thailand: Case Studies Of Polypropylene And Polyethylene, Muhammed Ayaj Ansar
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Mechanical recycling in small scale plastic recycling plants in Thailand with mechanical and thermal driven stages may lead to various occupational hazards. This study aimed to improve occupational safety and health (OSH) by reducing these risks to acceptable levels from hazard identification and risk assessments which were mainly associated with indoor volatile organic compounds (VOCs) exposure. Accordingly, heat, noise, and VOCs were identified as potential hazards in the hazard identification from four selected small-scale plastic recycling plants in Thailand with polypropylene (PP) and polyethylene (PE) recycling practices. In exposure assessment, almost all the exposure levels of heat stress exceeded the …
Comparison The Accuracy Of Implant Position Among Mental, Static And Dynamic Computer-Assisted Implant Surgery In Totally Edentulous Patients, Svas Jaemsuwan
Comparison The Accuracy Of Implant Position Among Mental, Static And Dynamic Computer-Assisted Implant Surgery In Totally Edentulous Patients, Svas Jaemsuwan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objective: To evaluate the accuracy of placed implants using three different CAIS systems in totally edentulous patients Materials and Methods: Totally edentulous patients requiring implants for full-mouth restoration were eligible for this study. All implants (n=60) were classified into three groups of CAIS systems equally. In mental and static CAIS groups, coDiagnostiXTM software (Dental Wings Inc, Canada) was selected for implant planning. All virtual images were used to facilitate the surgeon placing implant by conventional manner in mental CAIS group, and fabricate the surgical template for guided implant surgery in static CAIS group. On the other hand, the Iris–100 software …
พฤติกรรมผู้ปกครองต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยผ่านยูทูบ, ณัฐนรี ทินนโชติ
พฤติกรรมผู้ปกครองต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยผ่านยูทูบ, ณัฐนรี ทินนโชติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้ปกครองต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยผ่าน YouTube รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ปกครองต่อการรับชม YouTube ของเด็ก โดยเก็บข้อมูลกับผู้ปกครอง อายุระหว่าง 26 ถึง 56 ปี และมีบุตรหลานที่กำลังศึกษาในชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึง 3 จำนวน 217 คน ผลการวิจัยพบว่า โดยรวมผู้ปกครองมีทัศนคติเชิงบวกต่อการรับชม YouTube ของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทัศนคติด้านการรับชม YouTube ทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ พัฒนาการด้านภาษา และพัฒนาการจากความรู้ต่างประเทศ และผู้ปกครองส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเชิงบวกต่อการรับชม YouTube โดยเน้นไปที่ด้านการให้ความรู้กับเด็กเกี่ยวกับสื่อ นอกจากนี้ยังพบว่า ทัศนคติรวมและพฤติกรรมของผู้ปกครองต่อการรับชม YouTube ของเด็กมีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
สมรรถนะและการพัฒนาบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลในยุค Digital Hr ของพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง, พัณณิน อินทรภักดี
สมรรถนะและการพัฒนาบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลในยุค Digital Hr ของพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง, พัณณิน อินทรภักดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยเรื่อง “สมรรถนะและการพัฒนาบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลในยุค Digital HR ของพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง” เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามในการศึกษาระดับสมรรถนะด้านดิจิทัลในปัจจุบัน และระดับสมรรถนะที่คาดหวังในการทำงานยุค Digital HR และการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้สัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง ในการศึกษาแนวทางการพัฒนาบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญสายงานทรัพยากรบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะด้านดิจิทัลของบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลในปัจจุบัน ศึกษาช่องว่างของสมรรถนะด้านดิจิทัลของบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลในปัจจุบันกับระดับของสมรรถนะที่คาดหวังเพื่อรองรับการทำงานในยุค Digital HR และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคล เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการทำงานในยุค Digital HR ผลการศึกษาพบว่า ระดับสมรรถนะด้านดิจิทัลของบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลในปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง และระดับสมรรถนะที่คาดหวังด้านดิจิทัลอยู่ในระดับสูง ดังนั้นจากความแตกต่างของสมรรถนะในแต่ละด้าน จึงต้องมีการนำวิธีที่เหมาะสมมาปรับใช้เพื่อพัฒนาบุคลากร โดยมีสมรรถนะด้านดิจิทัลที่เหมาะสมในการนำมาใช้พัฒนาบุคลากรสายงานทรัพยากรบุคคลด้านความรู้ คือ เทคนิคการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ สมรรถนะด้านทักษะ คือ การประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการทำงาน และสมรรถนะด้านคุณลักษณะ คือ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
Thai Scene Text Recognition, Thananop Kobchaisawat
Thai Scene Text Recognition, Thananop Kobchaisawat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Automatic scene text detection and recognition can benefit a large number of daily life applications such as reading signs and labels, and helping visually impaired persons. Reading scene text images becomes more challenging than reading scanned documents in many aspects due to many factors such as variations of font styles and unpredictable lighting conditions. The problem can be decomposed into two sub-problems: text localization and text recognition. The proposed scene text localization works at the pixel level combined with a new text representation and a fully-convolutional neural network. This method is capable of detecting arbitrary shape texts without language limitations. …
Path Exploration With Random Network Distillation On Multi-Agent Reinforcement Learning, Korawat Charoenpitaks
Path Exploration With Random Network Distillation On Multi-Agent Reinforcement Learning, Korawat Charoenpitaks
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Intrinsic motivation is one of the potential candidates to help improve performance of reinforcement learning algorithm in complex environments. The method enhances exploration capability without explicitly told by the creator and works on any environment. This is suitable in the case of multi-agent reinforcement learning where the environment complexity is more than usual. The research presents an exploration model using intrinsic motivation built from the random network distillation algorithm to improve the performance of multi-agent reinforcement learning and compare with the benchmark in different scenarios. The concept of clipping ratio is introduced to enforces the limit on optimization magnitude. Based …
Citation Network Analysis For Journal Selection Of University Library, Nopanan Pongitthidej
Citation Network Analysis For Journal Selection Of University Library, Nopanan Pongitthidej
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Every academic year, a university library must subscribe tons of journals to provide the best resource for the students and researchers. However, subscribed journals have been used unequally and some relevant journals are not subscribed. Therefore, the library needs supporting information about usedness and demand of journals for efficient collection management. In this paper, citation network analysis is applied to analyze the articles published by university researchers and their references. The result is two overlapping lists of journals that are recommended for the library collection i.e. (a) journals that the university researchers have published in and (b) journals that the …
Access To Higher Education, Job Mismatch, And Wage Penalties In Thailand, Palita Saripan
Access To Higher Education, Job Mismatch, And Wage Penalties In Thailand, Palita Saripan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study considers whether close proximity to higher education institutions increases the probability of earning a bachelor’s degree, overeducation, and horizontal mismatch between degree and occupation. Using data from the 2015 and 2016 Labor Force Survey of the National Statistical Office of Thailand, and jobs data from the Ministry of Labor, we find that individuals living in provinces with research or Rajabhat universities are more likely to earn a bachelor’s degree, but does not increase the probability of being overeducated for their job. In addition, we find larger overeducation penalties in provinces with universities. Finally, qualitative analysis shows that demand …
Quality Function Deployment For Service Quality Improvement In Co-Working Space Design, Patcharin Tanuphol
Quality Function Deployment For Service Quality Improvement In Co-Working Space Design, Patcharin Tanuphol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Service is defined as the integration of the study, design and execution of service systems. Furthermore, the service-related activities are significant drivers in encouraging organization’s expertise as well as bringing together the mesh of organization, people, technologies and information in order to create value both to and with customers and stakeholders. Therefore, it is necessary for any organizations to understand the needs and provide satisfaction. This research aims to describe the application of quality function deployment for service quality improvement in co-working space design in an organization. The expected outcome of the research is the design framework which strategically specifies …
Conceptual Metaphors Of Womanhood In English Literary Works By Indian Authors, Atula Ahuja
Conceptual Metaphors Of Womanhood In English Literary Works By Indian Authors, Atula Ahuja
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The Conceptual Metaphor Theory (CMT) established the pervasiveness of metaphor in thought and language and provided evidence that metaphor is, in fact, deeply embedded in our conceptual system. Contrary to the original claim that conceptual metaphors are largely universal, in almost four decades after its inception, the CMT researchers including George Lakoff and Mark Johnson have advanced the idea of cultural influence on metaphorical conceptualisation. In recent years, the trend in metaphor research has been to study how metaphor behaves in naturally occurring discourse. It is in this context that the current study explores conceptual metaphors in India’s rich cultural …
Affecting Factors On Perceived Usefulness Of Area-Business Continuity Management For Flood Case At Industrial Areas In Thailand, Kunruthai Meechang
Affecting Factors On Perceived Usefulness Of Area-Business Continuity Management For Flood Case At Industrial Areas In Thailand, Kunruthai Meechang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The 2011 Thailand floods widely affected many parts in Thailand such as households, industry and agriculture. Especially, industrial areas were massively damaged by floods. Many factories had to stop their operations. Therefore, it severely impacted economic losses. Area-Business Continuity Management (Area-BCM) is a useful system supporting company mitigate flood effectively. Before the system is implemented, opinion survey of related people in an area is important. Therefore, this research aims to investigate factors affecting Perceived Usefulness (PU) of the Area-BCM. The model is proposed based on Technology Acceptance Model and flood mitigation behavior. The analysis results categorized the respondents into four …
Feminization, Vulnerability, And Empowerment Of Laotian Migrant Women In Thailand, Cai Ling Koh
Feminization, Vulnerability, And Empowerment Of Laotian Migrant Women In Thailand, Cai Ling Koh
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis examines the feminization of large-scale, cross-border labour migration of Laotian women who migrate to Thailand for work, and aims to effect useful labour migration policy changes for all migrant women working in Thailand, using Laotian migrant women as a case study. This thesis explicates the feminization process and its gendered implications on Laotian migrant women’s vulnerability working in feminized work sectors in Thailand, using the main concepts of feminization of migration, vulnerability, and gender empowerment. This thesis focuses on qualitative research design, using structured qualitative interviews with 11 Laotian migrant women in domestic work, agricultural work, services work, …
Utilization Of Modified Mrna Encoding Bone Morphogenetic Protein-2 For Periodontal Regeneration: An In Vitro Study, Promphakkon Kulthanaamondhita
Utilization Of Modified Mrna Encoding Bone Morphogenetic Protein-2 For Periodontal Regeneration: An In Vitro Study, Promphakkon Kulthanaamondhita
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Current modalities for periodontal regeneration provide modest success, however complete periodontal regeneration is still not achievable. Recently in vitro synthesized nucleoside-modified messenger RNA (mRNA) has emerged as a novel platform in regenerative medicine. The aims of this study are to investigate the ability of human periodontal ligament cells (PDLCs), clinically relevant target cells, to produce bone morphogenetic protein-2 (BMP-2), a significant protein for bone formation after transfected with modified mRNA that encode this protein. We investigated the ability of translated protein for enhancing PDLC proliferation and promotes endothelial cell tube formation, marker of angiogenesis. Isolated PDLCs from healthy periodontal tissue …
Factors Influencing Decision Making Of Consuming All Cafe Beverages Of Working Age In Bangkok, Kant Chaengchadchai
Factors Influencing Decision Making Of Consuming All Cafe Beverages Of Working Age In Bangkok, Kant Chaengchadchai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
During the past 5 years, the coffee shop business in Thailand has grown rapidly. According to the coffee business analysis report of Department of Business Development, The Ministry of Commerce found that In 2018, the coffee business grew by 37.71% from 2017, in line with the continuously increasing domestic consumption of coffee because of innovation and technology in coffee production and the trend of coffee consumption was increasing. During that period, CP All Co., Ltd. Lunch coffee business. All café which is fresh coffee corner in 7-11 convenience stores. All café has been growing significantly because of the wide expansion …
The Acquisition Of English Reported Questions By L1 Thai Learners: Interlingual And Intralingual Factors, Chutima Jantarit
The Acquisition Of English Reported Questions By L1 Thai Learners: Interlingual And Intralingual Factors, Chutima Jantarit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study investigated Thai students’ errors in using L2 English reported questions based on Error Analysis. Thirty L1 Thai students of L2 English of the intermediate and advanced English proficiency levels did a written test on English reported questions covering four aspects: time reference, pronouns, spatial and temporal deixis, and the reported question structure. It was hypothesized that both groups of students would have problems with spatial and temporal deixis, and the intermediate students would have problems with time reference and object pronouns. Moreover, interlingual and intralingual factors were assumed to be possible causes of errors. The findings partially confirmed …
Intangible Capital, Q Theory Of Investment And Measurement Of Profitability, Kunyamas Nithipaisal
Intangible Capital, Q Theory Of Investment And Measurement Of Profitability, Kunyamas Nithipaisal
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Contribution of intangible capital has been a notable factor of today’s economy. However, previous literatures mainly focus on outcomes of physical investment through classical theory of investment and financial ratios, so this paper aims to explain effects of intangible capital in two major points. Firstly, new Tobin’s q proxy, which includes intangible capital, is reexamined regarding its explanation of total investment; new Tobin’s q, thus, explains investment opportunities better in firms and years with greater intangible capital. Secondly, financial ratios are rearranged by taking intangible capital into consideration. As a result, firms with more intangible capital do not generate higher …
The Influence Of Jacksonian Tradition Toward Trump's Trade War Against China., Putdhikorn Kasemphaibulsuk
The Influence Of Jacksonian Tradition Toward Trump's Trade War Against China., Putdhikorn Kasemphaibulsuk
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This Individual Study examines how the Jacksonian tradition influences Trump’s trade war against China between 2018 to 2020. The Jacksonian tradition emphasizes the importance of the government and its role as a protector of people, culture, and identity of the United States. This research argues that the US foreign policy and the US domestic affairs are intertwined and influenced by the Jacksonian tradition. The domestic source that is responsible for the upsurge of Jacksonian tradition and the Trade War can be linked to the resentment of the political elitists and their upper-class bubbles who Jacksonian supporters are suspicious of. Jacksonian …
The Impact Of Playful Ironic Branded Entertainment On Consumer Behavior, Phubest Phirakulwanich
The Impact Of Playful Ironic Branded Entertainment On Consumer Behavior, Phubest Phirakulwanich
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this study was to investigate the impact of playful ironic branded entertainment on consumer behavior, including understanding, attitude toward the brand, attitude toward the branded entertainment, source characteristics, and purchase intention, on a low-involvement product, Milo, a chocolate malt beverage. Pre-experimental setting, with static group design, was employed to collect data from 120 undergraduate students at the Faculty of Economics, Thammasat University, during April 2020. The result indicated that both playful ironic branded entertainment and non-playful ironic branded entertainment gave similar impacts on consumer behavior. Attitude toward the brand was the only sub-variable that the playful ironic …
การประเมินค่าพารามิเตอร์ทางจลนศาสตร์สำหรับการออกซิไดซ์โทลูอีนบนตัวเร่งปฏิกิริยา Moo3/Tio2 ที่ได้รับการปรับสภาพด้วยกรดซัลฟิวริกและออกแบบมาเพื่อใช้ในปฏิกิริยา Scr ในการรีดิวซ์ Nox ด้วย Nh3, นภสร นารอด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ทำการศึกษาตัวเร่งปฏิกิริยา MoO3/TiO2 บนตัวรองรับ TiO2 ที่ได้รับการปรับสภาพด้วยสารละลาย H2SO4 เข้มข้น 0, 0.2 และ 0.5 M ในการทำปฏิกิริยาโทลูอีนออกซิเดชัน เตรียมตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยวิธีการเคลือบฝังแบบเปียก ทำการการวิเคราะห์คุณลักษณะของตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยเทคนิค Nitrogen Physisorption, XRD, NH3-TPD และ SEM-EDX การทดสอบความสามารถของตัวเร่งปฏิกิริยาทำในช่วงอุณหภูมิ 120 ถึง 400oC โดยใช้แก๊สผสมที่ประกอบด้วยโทลูอีนเข้มข้น 300 ถึง 400 ppm, O2 เข้มข้น 3, 12 และ 21 %vol ในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่งอุณหภูมิคงที่ จากการศึกษาพบว่าเมื่อพิจารณาผลของ O2 พบว่าเมื่อเพิ่มความเข้มข้นจาก 3 ถึง 12 % ค่า %Toluene conversion เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเพิ่ม O2 ความเข้มข้น 12 ถึง 21 % กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงแรกที่ความเข้มข้นของ O2 ต่ำ พฤติกรรมนี้อาจบ่งชี้ได้ว่า เกิดปฏิกิริยาผ่านกลไกของแบบจำลอง REDOX และแม้ว่า %Toluene conversion จะสูง แต่กลับพบ CO2 ในปริมาณที่ต่ำจนไม่สามารถคำนวณหาปริมาณพื้นที่ที่แน่นอนได้ แสดงว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการออกซิไดซ์โทลูอีนนั้น อาจกลายเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีจุดเดือดสูง เมื่อพิจารณาผลของค่าทางจลศาสตร์ ในกรณีของตัวเร่งปฏิกิริยาที่ไม่ได้รับการปรับสภาพด้วยกรด H2SO4 ในทุกความเข้มข้นของ O2 ปฏิกิริยาเกิดขึ้นด้วยกัน 2 ปฏิกิริยา คือปฏิกิริยาแรกมีค่า Ea ต่ำที่อยู่ในช่วง 21 ถึง 27 kJ/mol ซึ่งตรวจพบได้ในช่วงอุณหภูมิ 150 ถึง 275oC และปฏิกิริยาที่ 2 มีค่า Ea ที่สูงที่อยู่ในช่วง 56 ถึง 68 kJ/mol ซึ่งเห็นได้ในช่วงอุณหภูมิ …
ความสัมพันธ์ระหว่างภาษาและภาพตัวแทนบุคคลพ้นโทษในวาทกรรมสนับสนุนบุคคลพ้นโทษในสื่อสาธารณะ, นครินทร์ สำเภาพล
ความสัมพันธ์ระหว่างภาษาและภาพตัวแทนบุคคลพ้นโทษในวาทกรรมสนับสนุนบุคคลพ้นโทษในสื่อสาธารณะ, นครินทร์ สำเภาพล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนของบุคคลพ้นโทษในวาทกรรมสนับสนุนบุคคลพ้นโทษในสื่อสาธารณะ ด้วยแนววาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ตามแนวภาษาศาสตร์ เก็บข้อมูลวาทกรรมที่มีเนื้อหากล่าวถึงบุคคลพ้นโทษในเชิงสนับสนุนจากสื่อที่เผยแพร่สู่สาธารณชนในวงกว้าง ได้แก่ หนังสือพิมพ์รายวัน 6 ชื่อฉบับ เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง วารสารราชทัณฑ์ และวีดิทัศน์รายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง โดยศึกษาข้อมูลที่เผยแพร่ในระหว่างปี พ.ศ. 2553 – 2560 ปี พ.ศ. 2553 เป็นปีที่กระทรวงยุติธรรมเริ่มนำแนวคิด “คืนคนดีสู่สังคม” มาใช้ในงานราชทัณฑ์ ผลการวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาในการนำเสนอภาพตัวแทน พบกลวิธีทางภาษาได้แก่ การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การใช้ประโยคที่สัมพันธ์กันแบบเหตุ – ผล การใช้ประโยคที่สัมพันธ์กันแบบขัดแย้ง การใช้ประโยคที่สัมพันธ์กันแบบเงื่อนไข การใช้อุปลักษณ์ การใช้สำนวน การใช้มูลบท การใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ การใช้สหบท การใช้เสียงของบุคคลพ้นโทษ และ การให้รายละเอียด ภาพตัวแทนที่ประกอบสร้างจากกลวิธีทางภาษาเหล่านี้มีทั้งภาพตัวแทนด้านบวก ได้แก่ บุคคลพ้นโทษบางส่วนเป็นคนดีและไม่ได้กระทำผิดโดยสันดาน บุคคลพ้นโทษเป็นผู้ผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างดี บุคคลพ้นโทษเป็นผู้ที่ กลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้ว และบุคคลพ้นโทษบางส่วนเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ภาพตัวแทนด้านลบ ได้แก่ บุคคลพ้นโทษเป็นผู้มีประวัติการกระทำความผิดติดตัว บุคคลพ้นโทษคือคนที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและมีแนวโน้มจะ กระทำผิดซ้ำ และบุคคลพ้นโทษเป็นบุคคลที่น่าหวาดกลัวและมักสร้างความเดือดร้อนแก่สังคม และภาพตัวแทนที่มีหลายแง่มุม คือ บุคคลพ้นโทษเป็นผู้ด้อยโอกาสที่สังคมไม่ยอมรับและประสบปัญหาการดำเนินชีวิต เมื่อพิจารณาปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรม พบว่างานราชทัณฑ์ไทย นโยบาย "คืนคนดีสู่สังคม" ปัญหาในกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขังและวาทกรรมข่าวเกี่ยวกับความล้มเหลวในการจัดการเรือนจำ ข้อจำกัดในด้านการประกอบอาชีพ อคติเดิมในสังคม วาทกรรมอื่นที่แข่งขันกับวาทกรรมสนับสนุนบุคคลพ้นโทษ แนวคิดเรื่องกฎแห่งกรรมในพระพุทธศาสนา และแนวคิดเรื่อง ความเมตตากรุณา น่าจะมีอิทธิพลในการประกอบสร้างภาพตัวแทนบุคคลพ้นโทษ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารกับสังคมเพื่อสนับสนุนบุคคลพ้นโทษยังพบรูปภาษาหลายลักษณะที่ประกอบสร้างภาพตัวแทนด้านลบไปพร้อมกันด้วยโดยที่ผู้ผลิตวาทกรรมอาจไม่รู้ตัวซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการตอกย้ำอคติเดิมในสังคม และอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบาย “คืนคนดีสู่สังคม” ความตระหนักรู้ถึงผลกระทบของรูปภาษาเหล่านี้อาจนำไปสู่ การปรับปรุงวิธีการเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอประเด็นการสนับสนุนบุคคลพ้นโทษ การสื่อสารอย่างรอบคอบและระมัดระวังน่าจะช่วยลดอคติที่มีต่อบุคคลพ้นโทษและสร้างการยอมรับบุคคลพ้นโทษได้มากขึ้น