Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1021 - 1050 of 4613

Full-Text Articles in Entire DC Network

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล, ณัฎฐ์กฤตา ศรีกาหลง Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล, ณัฎฐ์กฤตา ศรีกาหลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิลโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิลที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มคนเจนซี (Gen Z) โดยมีขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์แบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิลกลุ่มตัวอย่าง 2) แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างเพื่อพิจารณาการใช้สื่อและความต้องการของกลุ่มตัวอย่างกลุ่มคนเจนซี (Gen Z) ที่มีต่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล 3) แบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาแนวทางการออกแบบและสารที่ต้องการสื่อ บุคลิกภาพ ที่เหมาะสม 4) รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการสัมภาษณ์เจ้าของกิจการแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล 5) วิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด 4Ps และ SWOT Analysis แบรนด์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ธุรกิจรีฟิล 6) วิเคราะห์ข้อมูลสรุปแนวทางที่ได้รับความนิยมของแนวทางการออกแบบตราสัญลักษณ์กับแบรนด์ตัวอย่าง 7) วิเคราะห์ข้อมูลสรุปแนวทางที่ได้รับความนิยมของแนวทางการออกแบบภาพประกอบกับแบรนด์ตัวอย่าง เป็นต้น ผลการวิจัยพบว่า สารที่ต้องการสื่อ ได้แก่ Everyday Sustainability ร้านรักษ์โลกแบบ ที่มีนโยบายการลดปริมาณการใช้ บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว เพื่อลดการสร้างขยะบรรจุภัณฑ์ที่มาพร้อมกับการบริโภคในชีวิตประจำวันเหมือนเป็นร้านแห่งชีวิตประจำวันของทุกคนที่เข้ามาเติมผลิตภัณฑ์รีฟิลและเป็นความยั่งยืนในทุก ๆ วัน โดยมีบุคลิกภาพ ได้แก่ Natural ดูเป็นธรรมชาติ Free อิสระ ตามใจอยาก และ Simple เรียบง่าย สรุปผลเป็นแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์รีฟิล


Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral Jan 2023

Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study aims to explore and examine how community arts and cultural events are shaped by boundaries and binds. Boundaries, drawn by partition and geopolitics, and binds set by religion, economic, elitist (traditionalist/conservative), or social hierarchy, create new subcultures (minorities) in their areas of settlement. Centuries of colonialism and turmoil at borderlines have given birth to dispersed and displaced communities. Diasporic communities, such as the Thai-Indian community, echo the sounds of their past but also constantly strive for inclusivity to enable a sense of cultural belonging in their new home. After cocooning, learning language, food, customs, and traditions, what …


การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาล, วิรชา พยาน้อย Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาล, วิรชา พยาน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาลมีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางในการออกแบบเรขศิลป์แบรนด์เครื่องหอมโดยใช้แนวคิดกฎจักรวาล ขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัย โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของกลิ่นจาก Fragrance Wheel ของ Michael Edwards และความต้องการของมนุษย์ที่เหมาะสมกับแนวคิดกฎจักรวาล 12 ข้อ รวมถึงรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด Business Model Canvas, SWOT Analysis, 4Ps Marketing และ Brand Position เทียบกับแบรนด์เครื่องหอมตัวอย่างเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม จากบทความ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม งานวิจัย และสื่ออินเทอร์เน็ต โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ทำให้ได้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการออกแบบต่อไป สรุปผลวิจัยพบว่า สารที่ต้องการจะสื่อ คือ Scent Scenario เพราะกลิ่นนั้นเชื่อมโยงกับความคิดและความทรงจำ และบุคลิกภาพของงานที่เหมาะสม คือ AROMATIC (ดูมีกลิ่นหอม), CHIC (เก๋, เท่, ทันสมัยแบบผู้ดี) และ CHARMING (มีเสน่ห์, ดูน่าหลงใหล) และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม คือ การออกแบบตราสัญลักษณ์แบบ Abstract Logo Mark, ตัวอักษรแบบ Serif และการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ Maximalist Design


Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The "BOOTLEG SHOW" by MRKREME is a curatorial project for an art exhibition that delves into the interplay between mass production, aesthetic values, and originality within the realm of contemporary art toys. Curated with a focus on examining the impact of distortion in art, the exhibition explores the nuances of value formation and how societal influences shape our perception of worth. The first part of this study is an exploration into the concept of art toys through the meanings of the words "art" and "toys" to better understand their roots. It examines the differentiation between a toy and an art …


Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Where Emotions Take Form: Outsider Art by Everyday Individuals, is an exhibition that celebrates the captivating world of outsider art created by individuals who are not traditionally trained artists but, rather, ordinary people from our everyday lives. This exhibition brings to light the raw, unfiltered expressions of ordinary people, transcending conventional artistic boundaries and offering a glimpse into the richness of human creativity. Outsider art is art made by self-taught or supposedly naïve artists with typically little or no contact with the conventions of the art world. Under this concept, in most cases, when people speak of outsider art, they …


บทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติภายใต้ระบบประกันสังคม: ศึกษากรณีแพปลาในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ณัฐมน แก้วเรือง Jan 2023

บทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติภายใต้ระบบประกันสังคม: ศึกษากรณีแพปลาในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ณัฐมน แก้วเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การคุ้มครองทางสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติในไทยนับเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ โดยภาครัฐได้มีการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและตามมาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่อง ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ผู้วิจัยต้องการศึกษากระบวนการและบทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคมต่อกลุ่มแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมประมงไทยภายใต้ระบบประกันสังคม เพื่อให้ทราบถึง บทบาทของนายจ้าง ลักษณะการคุ้มครองทางสังคมที่นายจ้างจัดให้แก่ลูกจ้าง รวมถึงภาระต้นทุนและผลประโยชน์ที่นายจ้างจะได้รับจากการคุ้มครองทางสังคมภายใต้ระบบประกันสังคมต่อแรงงานประมงข้ามชาติ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีกลุ่มตัวอย่างเป็นแพปลาขนาดเล็ก แพปลาขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ด้วยการสัมภาษณ์การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) จากผลการศึกษาพบว่านายจ้างมีภาระทางการบริหารเพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทดแทน แต่ในส่วนของระบบประกันสังคมนายจ้างสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ซึ่งการไม่เข้าร่วมมีผลต่อต้นทุนที่แรงงานต้องรับผิดชอบในการซื้อประกันสุขภาพให้แก่ตนเอง ข้อจำกัดของงานวิจัยชิ้นนี้คือไม่ได้มีการศึกษามุมของลูกจ้างเท่าไหรนัก ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะให้มีการศึกษามุมมองของลูกจ้างต่อบทบาทของนายจ้างในการคุ้มครองทางสังคม การปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดการเกิดช่องว่างที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวแรงงานและนายจ้าง เพิ่มการรับรู้และความเข้าใจในสิทธิและผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายพึงจะได้รับจากการปฏิบัติตามนโยบาย รวมถึงการรวบรวมข้อมูลทางสถิติเพื่อใช้ในการพัฒนากฎหมายให้มีความสอดคล้องกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง


The Ontological Politics Of Waters In Northern Thailand: A Hydrosocial Analysis Of The Ing River Basin, Thianchai Surimas Jan 2023

The Ontological Politics Of Waters In Northern Thailand: A Hydrosocial Analysis Of The Ing River Basin, Thianchai Surimas

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Through a hydrosocial perspective, this research illustrates how political contestation between different networks of actors in the Ing River Basin produces different versions of water, which reflect divergent interests, different meanings and water ontologies that underpin the tensions and conflicts. This research employs ethnography to study networks of actors involved in water controversies and tensions over the hydraulic infrastructure project in the Ing River Basin. The network of project proponents, including a state-led hydraulic institution, experts, farmers, and other actors, see water as a source of economic activities due to its close association with modern irrigation schemes for rice-intensive and …


ประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของผู้ต้องขังหญิงและแนวทางการดูแล, ยศวดี ทิพยมงคลอุดม Jan 2023

ประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของผู้ต้องขังหญิงและแนวทางการดูแล, ยศวดี ทิพยมงคลอุดม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การได้รับความรุนแรงของผู้ต้องขังหญิง และศึกษาผลกระทบของการถูกใช้ความรุนแรงต่อผู้ต้องขังหญิง พร้อมศึกษาแนวทางของเรือนจำในการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรง การวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานระหว่างเชิงปริมาณและเชิงโดยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านการสำรวจแบบสอบถามกับผู้ต้องขังหญิง จำนวน 150 คน และการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ต้องขังหญิง 15 คนและเจ้าหน้าที่เรือนจำ จำนวน 11 คน ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 48 ของผู้ต้องขังหญิงเคยถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกาย ร้อยละ 12.7 เคยถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ และร้อยละ 43.3 เคยถูกกระทำความรุนแรงด้านจิตใจ ความรุนแรงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย เช่น นอนไม่หลับ รับประทานอาหารได้น้อยลง ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการ และส่งผลต่อสุขภาพจิต เช่น เครียด วิตกกังวลคิดวนเวียนซ้ำๆ เรื่องเดิม ความรุนแรงนี้ยังส่งผลให้ผู้ต้องขังหญิงบางคนมีปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรง เป็นระยะเวลานานถึงขั้นเป็นบาดแผลในใจจนถึงปัจจุบัน ผลการประเมินผลกระทบทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ พบว่า ร้อยละ 47.3 ของผู้ต้องขังหญิงได้รับผลกระทบทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญอยู่ในระดับทุกข์ทรมานทางจิตใจเล็กน้อยถึงรุนแรง โดยมีผู้ต้องขังหญิงกว่า 1 ใน 5 มีระดับผลกระทบทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญอยู่ในระดับทุกข์ทรมานทางจิตใจมากและระดับทุกข์ทรมานทางจิตใจรุนแรง ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้ควรที่จะได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้คำปรึกษา แนวทางของเรือนจำในการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรง ประกอบด้วยแนวทางที่เรือนจำปฏิบัติเป็นหลัก จะมุ่งที่การจำแนกผู้ต้องขังเข้าใหม่เพื่อคัดกรองผู้ต้องขังและการดูแลเบื้องต้นด้านสภาพจิตใจ นอกจากนี้ ในเรือนจำยังมีอาสาสมัครเรือนจำเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ต้องขัง ทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต หากแต่เรือนจำไม่ได้มีโปรแกรมเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังที่มีประสบการณ์ที่ได้รับความรุนแรง โดยข้อจำกัดในการดูแลผู้ต้องขังหญิงที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงก่อนเข้าเรือนจำ ได้แก่ การไม่เปิดใจหรือความไม่ไว้วางใจของผู้ต้องขัง การขาดแคลนเจ้าหน้าที่ส่งผลต่อภาระงานที่มากเกินไป ข้อจำกัดด้านงบประมาณ สถานที่ การส่งต่อข้อมูลผู้ต้องขัง และทัศนคติของผู้ต้องขังอื่นในเรือนจำข้อเสนอแนะสำคัญจากการวิจัยนี้ ได้แก่ ควรมีการพัฒนานโยบายด้านการดูแลปัญหาสุขภาพจิตและการฟื้นฟูผู้ต้องขังหญิงที่มีประวัติความรุนแรงอย่างเป็นระบบ การปรับปรุงพื้นที่เรือนจำให้เอื้อต่อการบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรง รวมถึงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่เรือนจำให้มีความรู้ความเข้าใจในการให้คำปรึกษาและการดูแลผู้ต้องขังหญิง ควรจัดโปรแกรมฝึกอบรมผู้ต้องขังที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นใจและการเยียวยาด้านจิตใจ ควรสนับสนุนการบูรณาการบริการด้านสุขภาพจิตในเรือนจำให้ครอบคลุมและเทียบเท่ากับบริการในชุมชน รวมถึงใช้เทคโนโลยีในการให้บริการและการดำเนินงาน ควรพัฒนาระบบการสอบประวัติและแบบสอบถามคัดกรองอาการทางสุขภาพจิต การให้คำปรึกษาและการดูแลทางจิตวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดโปรแกรมเสริมทักษะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและเยียวยาตนเองสำหรับผู้ต้องขังหญิงที่มีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรงเพื่อให้สามารถคืนคนดีกลับสู่สังคมได้อย่างแท้จริง


การทำนายอาชญากรรมผ่านการวิเคราะห์ร่วมกันของข้อมูลสถานีตำรวจใกล้เคียง, ศิรัสวยา หงษ์ยนต์ Jan 2023

การทำนายอาชญากรรมผ่านการวิเคราะห์ร่วมกันของข้อมูลสถานีตำรวจใกล้เคียง, ศิรัสวยา หงษ์ยนต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การทำนายอาชญากรรมผ่านการวิเคราะห์ร่วมกันของข้อมูลสถานีตำรวจใกล้เคียงจะช่วยทำให้ข้อมูลมีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสถานีตำรวจแต่ละแห่งที่จะนำผลลัพธ์ที่ได้ไปประกอบการปรับกลยุทธ์การป้องกันอาชญากรรมรวมถึงการจัดสรรกำลังพลให้กับหน่วยงานของตนเองได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเรียนรู้ด้วยเครื่องกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำนายอาชญากรรมซึ่งช่วยให้มีความแม่นยำมากขึ้น ในการศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่การทำนายจำนวนอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในสถานีตำรวจปทุมวัน ด้วยการใช้ข้อมูลประวัติอาชญากรรมจากสถานีตำรวจทั่วประเทศตั้งแต่มกราคมปี 2554 ถึงกุมภาพันธ์ปี 2565 โดยใช้แบบจำลองการ K-Means เพื่อจัดกลุ่มสถานีตำรวจที่มีรูปแบบอาชญากรรมคล้ายคลึงกับสถานีตำรวจปทุมวัน ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดกลุ่มพบว่าสถานีตำรวจวังทองหลาง, นางเลิ้ง, ดุสิต, บางซื่อ, ทุ่งมหาเมฆ, สำเหร่, สุทธิสาร, ปากคลองสาน, บางกอกใหญ่, บางกอกน้อย, มักกะสัน, บางยี่เรือและตลาดพลูถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกับสถานีตำรวจปทุมวัน จากนั้นจึงใช้แบบจำลอง LSTM ในการรทำนายอาชญากรรมของสถานีตำรวจปทุมวันผ่านการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลสถานีตำรวจใกล้เคียง ชุดข้อมูลการฝึกใช้ข้อมูลสถานีตำรวจปทุมวันจับคู่กับสถานีตำรวจภายในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งผลการวิจัยพบว่าการวิเคราะห์ร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจปทุมวันและสถานีตำรวจวังทองหลาง, นางเลิ้ง, ดุสิต, บางซื่อ, ปากคลองสาน, บางกอกน้อย, มักกะสันและตลาดพลูส่งผลให้ RMSE และ MAE ลดลง เมื่อเทียบกับการใช้ข้อมูลสถานีตำรวจจปทุมวันเพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่าการวิเคราะห์ร่วมกันของข้อมูลสถานีตำรวจใกล้เคียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำของการทำนายอาชญากรรมและจะส่งผลให้เป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อปรับกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิผลมากขึ้น


การศึกษาปัจจัยทำนายของการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์, ฉัฐจุฑา นกจันทร์ Jan 2023

การศึกษาปัจจัยทำนายของการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์, ฉัฐจุฑา นกจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ โดยการศึกษาระยะที่ 1 จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนามาตรวัดเชิงสถานการณ์ของการรังแกบนโลกไซเบอร์ เพื่อนำมาใช้พิจารณาวิเคราะห์ผลร่วมกับการศึกษาในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการศึกษาปัจจัยทำนายที่เป็นสาเหตุของการรังแกบนโลกไซเบอร์และ การตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ 1) เพื่อพัฒนามาตรวัดการเชิงสถานการณ์รังแกบนโลกไซเบอร์ และ 2 ) เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยี การหลงตัวเองแบบให้ค่าสูง การเห็นคุณค่าในตนเอง ความเห็นอกเห็นใจ ต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แบ่งเป็นการศึกษาระยะที่ 1 จำนวน 95 คน และการศึกษาระยะที่ 1 จำนวน 395 คน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก และเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ผ่าน Google Form ผลของการพัฒนามาตรวัดการเชิงสถานการณ์รังแกบนโลกไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมการวิจัยแสดงความคิดเห็นในแต่ละสถานการณ์ของการรังแกบนโลกไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมการวิจัยจะได้อ่านเนื้อหาจากสถานการณ์ในมาตรวัดเชิงสถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ โดยสมมติว่าตนเองเป็นผู้ใช้งานโดยที่ไม่ระบุชื่อและรูปจริงของตนเองในการเล่นเฟสบุ๊คที่ถูกสร้างขึ้น จำนวน 4 สถานการณ์ ได้แก่ 1) นินทา ด่าทอ ล้อเลียน 2) การเผยแพร่ความลับ 3) การใส่ร้าย และ 4) การแอบอ้างชื่อ หรือตัวตน และเขียนบรรยายเสนอความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ในแต่ละสถานการณ์ เพื่อนำมาพัฒนาพัฒนาข้อกระทง การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ พบว่า มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าแบบครอนบาคของมาตรวัดโดยรวม เท่ากับ .98 และมีค่าความสัมพันธ์รายข้อกับข้อคำถามรวม พบว่า ข้อคำถามจำนวน 29 ข้อ ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด และมีค่าสหสัมพนธ์แบบเพียร์สัน ซึ่งผลจากการศึกษา พบว่า สถานการณ์การรังแกบนโลกไซเบอร์ มีค่าสหสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความก้าวร้าว (r = .87 , p < .01 , สองหาง) และ มีค่าสหสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความเห็นอกเห็นใจ (r = -.87 , p < .01 , สองหาง) ส่วนผลการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง พบว่า การรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยี มีอิทธิพลทางตรงต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 การหลงตัวเองแบบให้ค่าสูงมีอิทธิพลทางตรงต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์ผ่านความเห็นอกเห็นใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 ในขณะที่การเห็นคุณค่าในตนเองไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อการรังแกบนโลกไซเบอร์และการตกเป็นเหยื่อบนโลกไซเบอร์ ส่วนความเห็นอกเห็นใจไม่มีอิทธิพลกำกับความสัมพันธ์ระหว่างการรังแกบนโลกไซเบอร์และการรับรู้ความสามารถของตนเองด้านเทคโนโลยีและการเห็นคุณค่าในตนเอง


ประสบการณ์ทางจิตใจในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในบุคคลวัยทำงาน, กิตินัดดา อิทธิวิทย์ Jan 2023

ประสบการณ์ทางจิตใจในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา ผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในบุคคลวัยทำงาน, กิตินัดดา อิทธิวิทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางจิตใจในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในบุคคลวัยทำงาน ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแนวปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis : IPA) และเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) โดยผู้เข้าร่วมวิจัยคือ บุคคลวัยทำงานที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และเคยมีประสบการณ์ในการเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ อย่างน้อย 2 sessions ขึ้นไป และสิ้นสุดการรับบริการแล้ว อีกทั้งยังเคยเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยารายบุคคลแบบพบหน้า จำนวนทั้งสิ้น 7 ราย ซึ่งมีอายุระหว่าง 28-42 ปี ผลการศึกษาสามารถแบ่งได้ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) สิ่งที่คำนึงก่อนเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย ความพร้อมของผู้รับบริการในการเข้าสู่บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา และเกณฑ์ที่ใช้ประกอบการพิจารณาบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล 2) การรับรู้อารมณ์และความพยายามในการสื่อสารผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย ความรู้สึกแรกในการเข้ารับบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล และการปรับตัวให้เข้ากับระบบโดย ‘ไม่ให้วิดีโอคอลมาเป็นอุปสรรค’ 3) การรับรู้ถึงอรรถประโยชน์ของบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย การปรึกษาผ่านวิดีโอคอลสามารถทดแทนแบบพบหน้าได้ การรับรู้ความสัมพันธ์ผ่านวิดีโอคอลในมุมผู้รับบริการ ‘ความสะดวก รวดเร็ว ทันต่อเวลา’ ในบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล การปรึกษาทางวิดีโอคอลตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนวัยทำงาน การปรึกษาผ่านวิดีโอคอลเป็น ‘ตัวช่วย’ ในการลดการตีตราทางสังคม ตลอดจนความสบายใจในการเปิดเผยตัวตนผ่านบริการปรึกษาทางวิดีโอคอล 4) การรับรู้การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกหลังเข้ารับบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงภายในตน และการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น 5) ความมุ่งหวังของผู้รับบริการต่อบริการปรึกษาทางวิดีโอคอล ประกอบด้วย การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล การออกแบบบริการปรึกษาผ่านวิดีโอคอลที่ยึดหัวใจของผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง การขยายบริการปรึกษาทางวิดีโอคอลขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง สรุปผลการวิจัยช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์ทางจิตใจของบุคคลวัยทำงานที่เคยเข้ารับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในหลากหลายมิติ โดยผู้รับบริการสามารถนำผลการวิจัยดังกล่าวนี้ไปพัฒนาการมีส่วนร่วมของตนในบริบทออนไลน์ ในขณะที่นักจิตวิทยาการปรึกษา และบุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพจิตสามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาแนวทางการให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาผ่านวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป


บทบาทของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและการระบุตัวตนในระดับกลุ่ม ต่อการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ในประเทศไทย, จำเริญลักษณ์ ทองล้วน Jan 2023

บทบาทของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและการระบุตัวตนในระดับกลุ่ม ต่อการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ในประเทศไทย, จำเริญลักษณ์ ทองล้วน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์โดยใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนเป็นกรอบแนวคิดการวิจัย โดยมุ่งเน้นศึกษาอิทธิพลของเจตคติและการคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงต่อความตั้งใจในการทำพฤติกรรมโดยมีการระบุตัวตนระดับกลุ่มเป็นตัวแปรกำกับ ผู้วิจัยทำการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้มีความหลากหลายทางเพศ 103 คน ผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์และเก็บข้อมูลพฤติกรรมในอีก 2 สัปดาห์ถัดไป ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเจตคติต่อการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์ (β = .30, p < .05 หนึ่งหาง) และการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์สามารถทำนายพฤติกรรมโดยมีตัวแปรความตั้งใจที่จะเข้าร่วมเป็นตัวแปรส่งผ่าน (β = .25, p < .05) อย่างไรก็ตามการระบุตัวตนในระดับกลุ่มไม่มีอิทธิพลกำกับ การวิเคราะห์รายข้อยังชี้ให้เห็นว่าเพศกำหนดชายมองว่าการเมืองและกฏหมายไม่เอื้อ และกลุ่มแนวคิดอนุรักษ์นิยมเป็นปัจจัยต่อต้านเด่นชัด เพศกำหนดหญิงมีความเชื่อว่าการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านการลงนามทางออนไลน์จะสามารถแก้ปัญหาและทำให้มีผู้สนับสนุนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


Effects Of Music-Activity Intervention On Stress And Social Skills In Children With Autism Spectrum Disorder: A Multiple Baseline Study, Phollawat Rangkhaphuti Jan 2023

Effects Of Music-Activity Intervention On Stress And Social Skills In Children With Autism Spectrum Disorder: A Multiple Baseline Study, Phollawat Rangkhaphuti

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research investigated the effects of music-activity intervention on stress reduction and the enhancement of social skills in autistic children. Utilizing a multiple baseline research design to systematically assess the intervention's impact, the investigation focused on three autistic children aged 7-9 years who exhibited no impairments in vision, hearing, mobility, or endocrine gland disorders. These participants scored in the mild to moderate range on the Autistic Treatment Evaluation Checklist (ATEC-Thai version). Each child participated in 30-minute musical activity sessions, totaling 10 sessions. Salivary cortisol levels served as indicators of stress, while social skills were evaluated using the parent-report Social Skills …


ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การและพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ โดยมีคุณภาพชีวิตการทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ปวีณรัตน์ กิตติพิชญอัมพร Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การและพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ โดยมีคุณภาพชีวิตการทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ปวีณรัตน์ กิตติพิชญอัมพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การที่มีต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การโดยมีคุณภาพชีวิตการทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ พนักงานบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมบริการที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 156 คน ได้ทำการตอบคำถามผ่านแบบสอบถามออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ มาตรวัดการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การ, มาตรวัดพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ และมาตรวัดการคุณภาพชีวิตการทำงาน เมื่อทำการวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปSPSS ชุดคำสั่ง PROCESS (Model 4) เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน รวมทั้งการวิเคราะห์สถิติการทดสอบตัวแปรส่งผ่าน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ความยุติธรรมในองค์การไม่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .09, p = .175), การรับรู้ความยุติธรรมในองค์การมีความ สัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .68, p


Can Too Much Job Crafting Lead To Burnout? Curvilinear And Moderation Analyses, Panod Srisinsuphya Jan 2023

Can Too Much Job Crafting Lead To Burnout? Curvilinear And Moderation Analyses, Panod Srisinsuphya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Job Crafting involves individuals reshaping their work to align with their values and strengths, making work life more meaningful. While it reduces stress, studies also note drawbacks like increased stress and work disruption. This research uses polynomial hierarchical multiple regression to exhibit where job crafting shifts from positive to negative effects. Drawing on the conservation of resources theory and the too-much-of-a-good-thing effect, this research includes two studies. The first, with hotel group employees in Thailand (N = 405), examines job crafting's four dimensions and their impact on burnout. Results reveal that only 'increasing challenging job demands' has a curvilinear relationship …


อิทธิพลของความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีต่อภาวะหมดไฟในการทำงาน: การวิเคราะห์อิทธิพลกำกับของความปลอดภัยด้านจิตใจ, ระพีพร ม่วงศรี Jan 2023

อิทธิพลของความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีต่อภาวะหมดไฟในการทำงาน: การวิเคราะห์อิทธิพลกำกับของความปลอดภัยด้านจิตใจ, ระพีพร ม่วงศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

รูปแบบการทำงานในสังคมปัจจุบันมีการพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น การปรับตัวของพนักงานอาจส่งผลให้เกิดความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีในการทำงานที่นำไปสู่ความเครียด ความกังวล และความเหนื่อยล้าที่เชื่อมโยงทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน เห็นได้จากในปัจจุบันที่พบว่าอัตราการเกิดภาวะหมดไฟในการยังคงสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น การศึกษาในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาว่าความปลอดภัยด้านจิตใจ จะสามารถเป็นตัวแปรกำกับที่ช่วยลดความสัมพันธ์ของความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงานของพนักงานได้หรือไม่ ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างพนักงานในองค์การภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และสตาร์ทอัพ ในกรุงเทพและปริมณฑล ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้นภายหลังจากการเกิดสถานการณ์โรคระบาด จำนวน 175 คน จากการตอบแบบสอบถามออนไลน์ โดยประกอบด้วยแบบวัดความเครียดจากการใช้เทคโนโลยี แบบวัดภาวะหมดไฟในการทำงาน และแบบวัดความปลอดภัยด้านจิตใจ ใช้มาตรวัดความรู้สึกจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ผลการวิจัยพบว่าความเครียดจากการใช้เทคโนโลยี มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน และพบว่าความปลอดภัยด้านจิตใจ มีอิทธิพลกำกับที่ช่วยลดความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากการใช้เทคโนโลยี เฉพาะมิติของความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงานของพนักงานได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นำไปสู่ข้อเสนอแนะของการวิจัยต่อองค์การที่ควรให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยด้านจิตใจในที่ทำงาน ทั้งในระดับบรรยากาศการทำงานและระดับบุคคล


Dentists’ Perspective On Using Text And Video Consultation To Improve Self-Study For The Modified Complete Denture Technique, Nutnicha Punyakornwong Jan 2023

Dentists’ Perspective On Using Text And Video Consultation To Improve Self-Study For The Modified Complete Denture Technique, Nutnicha Punyakornwong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Complete edentulism has an adverse effect on the health and quality of life of older adults. However, patients frequently waited for years to receive treatment by prosthodontists. Simplified method could enable general dentists to treat edentulism efficiently. Tele-dentistry provides an approach for coaching general dentists in remote regions. In order to assist general dentists practicing the modified complete denture method, this study evaluated the learning outcomes of non-interactive and interactive self-study that used text and videoconferences. Participants were general dentists who had fewer than five years of experience. They were divided into non-interactive or interactive self-study group and received a …


Effect Of Simvastatin On Stem Cell Isolated From Apical Papilla (Scap) In Vitro, Paak Rewthamrongsris Jan 2023

Effect Of Simvastatin On Stem Cell Isolated From Apical Papilla (Scap) In Vitro, Paak Rewthamrongsris

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background and Objective: Simvastatin, known for lipid-lowering, shows promise in modulating stem cell behavior. This research investigates simvastatin's impact on apical papilla stem cells (SCAPs) in vitro. Methods: SCAPs were isolated, characterized, and exposed to varying simvastatin doses. Viability and proliferation were assessed with LIVE/DEAD and MTT assays. Cell cycle and apoptosis were examined via flow cytometry, and migration capacity was evaluated through scratch tests. Alizarin Red S staining and qPCR were used for odonto/osteogenic differentiation analysis. Results: Simvastatin reduced SCAP proliferation on days 3 and 7 and decreased colony size and density. Enhanced apoptosis and increased G0 subpopulation were …


การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาภายใต้มาตรา 54(1) พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560, ศรุตา พุมดวง Jan 2023

การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาภายใต้มาตรา 54(1) พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560, ศรุตา พุมดวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่ง เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้ในตลาดที่มีการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นคู่แข่งกันกลับใช้การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความต้องการในการกำหนดราคาหรือเงื่อนไขทางการค้าที่ส่งผลต่อราคาระหว่างกัน จนก่อให้เกิดการร่วมกันจำกัดการแข่งขันด้านราคาในตลาด การจะวินิจฉัยว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งลักษณะใดผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาในบริบทของตลาดหนึ่งอาจมีผลเป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพ แต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาในลักษณะเดียวกันในอีกตลาดหนึ่งอาจส่งผลเป็นการจำกัดการแข่งขันได้ ด้วยเหตุนี้ บทบัญญัติแห่งกฎหมายจึงไม่สามารถบัญญัติห้ามการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งไว้โดยเฉพาะเจาะจง แต่เป็นหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งในแต่ละกรณีเข้ากับองค์ประกอบของบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการร่วมกันจำกัดการแข่งขันหรือไม่ อย่างไร ดังนั้น วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงทำการศึกษาเกี่ยวกับแนวคิด วิธีการใช้ การตีความบทบัญญัติว่าด้วยการควบคุมการร่วมกันจำกัดการแข่งขัน ตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าสหภาพยุโรปและกฎหมายต่อต้านทรัสต์ของสหรัฐอเมริกา ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่ง เพื่อที่จะหาวิถีทางในการใช้บทบัญญัติว่าด้วยการห้ามการร่วมกันจำกัดการแข่งขันด้านราคา ตามมาตรา 54(1) พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 กับการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งอย่างเหมาะสมต่อไป


ปัญหาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงาน, กิตติธัช ณรงค์ชัย Jan 2023

ปัญหาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงาน, กิตติธัช ณรงค์ชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นเครื่องมือสำคัญในการยุติข้อพิพาททางด้านแรงงาน ที่ต้องการให้ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นสามารถระงับลงโดยคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถกลับไปทำงานร่วมกันได้อย่าปกติสุขอีกครั้ง อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อพิจารณาถึงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแรงงานทั้งในศาลแรงงานและนอกศาลแรงงานในปัจจุบันกลับพบว่า การไกล่เกลี่ยที่ปรากฏอยู่ในบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแรงงาน และแนวปฏิบัติของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน รวมถึงคณะกรรมการที่เกี่ยวกับการแรงงานนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายฉบับ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน และไม่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน รวมทั้งยังมีประเด็นอีกหลายประเด็นที่เป็นการโต้แย้งสิทธิอันเป็นการพิพาททางด้านแรงงานแต่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงเครื่องมือการไกล่เกลี่ยได้ ดังนั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงทำการศึกษาหลักการที่สำคัญของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท บทบัญญัติในพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในส่วนของการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ตลอดจนบทบัญญัติของกฎหมาย และแนวปฏิบัติในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแรงงานของสหราชอาณาจักร และประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อปรับปรุงวิธีการ แนวทาง และแนวปฏิบัติของเจ้าพนักงานและศาลแรงงานในการใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยเข้ามาระงับข้อพิพาททางแรงงาน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบกับหลักการทางด้านการไกล่เกลี่ยและหลักการทางด้านแรงงาน และทำให้เมื่อมีการโต้แย้งสิทธิ หรือมีข้อพิพาททางแรงงานเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทแรงงานประเภทใดก็สามารถเข้าถึงเครื่องมือการไกล่เกลี่ยเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแรงงานได้ในทุกประเภท


การเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในเหตุภาวะฉุกเฉินสาธารณะ : ศึกษากรณีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในประเทศไทย, นัยน์ปพร อินทธรรมรักษ์ Jan 2023

การเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในเหตุภาวะฉุกเฉินสาธารณะ : ศึกษากรณีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในประเทศไทย, นัยน์ปพร อินทธรรมรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแพร่ระบาดของ Covid-19 ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขของโลก Covid-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมวลมนุษยชาติ และสาธารณสุขโลก อย่างไม่เคยมีมาก่อน รัฐต่าง ๆ พยายามหาวิธีควบคุมป้องกันจนก่อให้เกิดปัญหาใหม่อันเกิดจากการพยายามป้องกันและควบคุมโรคนี้ จนมีผู้กล่าวว่า “ภายในไม่กี่เดือนแรกของการแพร่ระบาดของ Covid -19 เป็นที่ชัดเจนว่ามีภัย 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพส่วนบุคคลและสาธารณะที่เกิดจากไวรัสร้ายแรงที่สามารถแพร่เชื้อได้ค่อนข้างง่าย ผ่านกิจกรรมทางสังคมหรือในผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ประการที่สอง เป็นภัยที่เกิดจากความพยายามในการปกป้องและควบคุม การแพร่ระบาดของ Covid-19 ของรัฐบาล ซึ่งกระทบทั้งต่อสิทธิส่วนบุคคล เศรษฐกิจและสังคม รัฐทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการเว้นระยะห่าง จำกัดการเดินทาง กักกัน รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิว โดยอาศัยหลักการเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามพันธกรณี (Derogation clauses) ภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มาใช้เพื่อควบคุมโรค ซึ่งเป็นการยกเว้นกฎหมายที่ใช้ในภาวะปกตินี้ วิทยานิพนธ์นี้พบว่าเป็น “การหลอกกฎหมาย” (pseudo-democratic or pseudo-legalist masquerade)” เช่นเดียวกับประเทศไทยก็ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของ Covid-19 ไปพร้อมกับประชาคมโลก และได้ใช้มาตรการควบคุมโรคโดยใช้อาศัยอำนาจภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการควบคุมความมั่นคง และภัยพิบัติ โดยมีมาตรการหลายรูปแบบ อาทิ ห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง กักบริเวณ ห้ามออกนอกบ้าน มีการสั่งปิดสถานที่ต่าง ๆ ห้ามให้ข่าวหรือทำให้แพร่หลายทางสื่อต่าง ๆ ซึ่งมีข้อความ หรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ Covid-19 อันไม่เป็นความจริง หรือเจตนาบิดเบือน มีการกำหนดเวลาออกนอกเคหะสถาน หรือช่วงเวลาเคอร์ฟิวทั่วประเทศ มีการบังคับให้สวมหน้ากาก สิ่งเหล่านี้ได้สร้างปัญหาใหม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ทั้งเศรษฐกิจและสังคม การกระทำเหล่านี้ยังส่อไปทางที่ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน วิทยานิพนธ์นี้จึงมุ่งศึกษาว่า หลักการ Derogation clauses ที่มีอยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศ มีความเป็นมาและมีอยู่อย่างไร การกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมโรค ของรัฐต่าง ๆ และโดยเฉาะของประเทศไทย สอดคล้องกับหลัก Derogation clauses หรือไม่ โดยในบทที่ 2 จะศึกษา หลักการ ทฤษฎี รวมทั้งกฎหมาย ตราสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ความเห็น คำแนะนำ รายงาน ขององค์กรตามสนธิสัญญา ความเห็นของนักกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งการปรับใช้กฎหมายของรัฐต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย และบทที่ …


สิทธิเสมอภาคของครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทย, เนตรนภา ปรีชา Jan 2023

สิทธิเสมอภาคของครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทย, เนตรนภา ปรีชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สิทธิความเสมอภาคนับเป็นว่าเป็นสิทธิที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของบุคคลทุกคนในสังคม สิทธิความเสมอภาคมีการบัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการตราพระราชบัญญัติเพื่อมีการบังคับใช้ในประเทศ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสิทธิความเสมอภาคเป็นเรื่องที่สำคัญ การศึกษาในส่วนของการคุ้มครองและการรับรองสิทธิครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวภายใต้หลักความเสมอภาคจึงเป็นสิ่งที่รัฐจำเป็นจะต้องคุ้มครองและรับรองสิทธิ ปัญหากลุ่มเปราะบางอย่างครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวให้ได้รับการปฏิบัติทัดเทียมกับกลุ่มเปราะบางอื่นๆอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผู้เขียนจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายใดบ้างรองรับการรับรองสิทธิและครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว รวมไปถึงรัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิไว้อย่างไรและทำการศึกษาบทกฎหมายต่างประเทศที่มีความเกี่ยวข้องอีกทั้งได้ทำการสัมภาษณ์แม่เลี้ยงเดี่ยวในต่างประเทศ จากการศึกษาพบว่าทุกประเทศที่ทำการศึกษาให้ความสำคัญกับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวโดยมีทั้งกฎหมายและสวัสดิการต่างๆมอบให้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยจึงมีความแตกต่างทั้งด้านกฎหมายและสวัสดิการ ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการนำกฎหมายและรัฐสวัสดิการในต่างประเทศมาปรับใช้ในประเทศไทย โดยการปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพกฎหมายและสังคมของประเทศไทย ด้วยการบัญญัติและวิธีการต่างๆไว้ในกฎหมาย โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการที่เหมาะสม รวมไปถึงการตรากฎหมายและพระราชบัญญัติมาบังคับใช้เพื่อให้สอดคล้องกับการรับรองและคุ้มครองสิทธิครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทย


มาตรการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็ก: กรณีศึกษาการโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลในประเทศไทย (Targeted Advertisement), เจนจิรา ดาวเรือง Jan 2023

มาตรการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็ก: กรณีศึกษาการโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลในประเทศไทย (Targeted Advertisement), เจนจิรา ดาวเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลส่งผลกระทบต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กทั้งในรูปแบบของการเฝ้ามองพฤติกรรมทางออนไลน์ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ การทำโปรไฟล์ หรือการนำเสนอโฆษณาที่ตอบสนองต่อความต้องการหรือลักษณะเฉพาะของตัวเด็ก สามารถชักจูงความคิดหรือกระตุ้นความต้องการของผู้รับโฆษณาได้โดยเฉพาะเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือวัตถุประสงค์อื่นใด การที่เด็กซึ่งเป็นบุคคลกลุ่มเปราะบางของสังคมอาจมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลและเครือข่ายออนไลน์และมีวิจารณญาณในการรับสื่อโฆษณาที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงจากการตกเป็นเป้าหมายของการแทรกแซงสิทธิในความเป็นส่วนตัวและการแสวงหาประโยชน์อันไม่ชอบจากการกระทำดังกล่าวได้โดยง่าย จากการศึกษาพิจารณาได้ว่า กฎหมายภายในของไทยในปัจจุบันอาจมีไม่เพียงพอสำหรับการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กจากการโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลตามมาตรฐานระหว่างประเทศ ดังนั้น วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาแนวทางการพัฒนามาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กให้สอดคล้องกับพันธกรณีของประเทศไทยที่มีอยู่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ


ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะ, ภคพร ลาวัณย์ประเสริฐ Jan 2023

ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะ, ภคพร ลาวัณย์ประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบัน มีการใช้ข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะอย่างแพร่หลาย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาแนวคิด ทฤษฎี กฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเข้าถึงและการใช้ข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะทั้งโดยภาครัฐและภาคเอกชน โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในกรอบนโยบายด้านการเกษตร ผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่ายังไม่ปรากฏว่ามีผู้ให้บริการระบบเกษตรอัจฉริยะรายใดที่ดำเนินการอย่างมีความชัดเจนและปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ได้ตามสมควรจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายและนโยบายที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเป็นไปตามแนวทางสากล เข้ามากำกับดูแล โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการเข้าถึงและการใช้ข้อมูล ความเป็นเจ้าของข้อมูล วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความมั่นคงปลอดภัย


โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี Jan 2023

โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนผ่านการนำเสนอตัวละครนักสืบชายในอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี (Holmes & Moriarity) ของจอช แลนยอน (Josh Lanyon, 2009-2018) ประกอบด้วยอาชญนิยายทั้งหมด 4 เล่ม ได้แก่ ซัมบอดี คิลด์ ฮิส เอดิเตอร์ (Somebody Killed His Editor, 2009), ออล ชี โรต (All She Wrote, 2010), เดอะ บอย วิธ เดอะ เพนฟูล แทตทู (The Boy with the Painful Tattoo, 2014), และ อิน ออเธอร์ เวิร์ดส์...เมอร์เดอร์ (In Other Words...Murder, 2018)จากการศึกษาพบว่าแนวคิดด้านเพศสถานะและบรรทัดฐานรักต่างเพศมีอิทธิพลต่อขนบการนำเสนอของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนเป็นอย่างมาก ตัวบทคัดสรรตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะและอคติทางเพศในบันเทิงคดีแนวสืบสวนยุคแรกด้วยการนำเสนอนักสืบชายที่ไม่จำเป็นต้องเป็นวีรบุรษและมีภาพลักษณ์ความเป็นชายตามอุดมคติของสังคมแต่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ ตัวบทคัดสรรนำเสนอตัวละครนักสืบชายผ่านบทบาทการตกเป็นเหยื่อและเป็นผู้ต้องสงสัย ตัวละครนักสืบยังสามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศและคบหาดูใจกับคู่รักเพศเดียวกันไปพร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ด้วย บทบาทและภาพลักษณ์ของตัวละครนักสืบชายที่หลากหลายสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนร่วมสมัยที่ตัวละครนักสืบชายถูกนำเสนอให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น นักสืบไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง แต่สามารถเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวและอ่อนแอได้อย่างไรก็ดี แม้ตัวบทคัดสรรจะพยายามนำเสนอตัวละครนักสืบชายที่ปฏิเสธการอยู่ภายใต้ค่านิยมของสังคมกระแสหลัก แต่นักสืบชายที่เลือกสร้างครอบครัวคู่รักเพศเดียวกันด้วยการแต่งงานและการอุปการะบุตรไม่อาจก้าวพ้นจากบรรทัดฐานรักต่างเพศและค่านิยมของสังคมกระแสหลักได้อย่างเด็ดขาด ท้ายที่สุดแล้วอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี จึงสูญเสียโอกาสที่จะตอบโต้ค่านิยมแบบรักต่างเพศไป การนำเสนอดังกล่าวจึงเป็นการหวนคืนสู่บรรทัดฐานรักต่างเพศ เพราะสังคมยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวในอุดมคติดังเดิม


The Relationship Between Definiteness Theories And Nominal Expressions In Thai Narratives, Nimit Kumwapee Jan 2023

The Relationship Between Definiteness Theories And Nominal Expressions In Thai Narratives, Nimit Kumwapee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This objective of this study is to 1) propose the definiteness rankings of Thai nominal expressions according to different definiteness theories and 2) examine the correlation between different definiteness theories with regards to the definiteness degrees of different types of nominal expressions. This study examines the relationship between 16 types of Thai nominal expressions and four definiteness theories (Uniqueness, Familiarity, Identifiability, and Accessibility), analyzing 6,007 nominal expressions from Thai-Zlatev Corpus, Aakanee Website, and Thai Folktale Database. The distributional patterns with respect to Uniqueness, Familiarity, and Identifiability shows that zero pronouns tend to denote unique, familiar and identifiable entities while nominalization …


Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen Jan 2023

Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tourism plays a vital role in Thailand’s economy, especially in the aftermath of COVID-19, which led the Tourism Authority of Thailand (TAT) to implement strategies to increase foreign visits. This study examines homestay tourism, known for its community engagement and cultural immersion, focusing on its attractiveness to young Chinese tourists seeking serene experiences in the post-pandemic era. Employing both quantitative and qualitative methodologies, the research evaluates the demographic profiles, behaviors, motivations, and satisfaction levels of young Chinese tourists in Thai homestays, primarily through descriptive analysis. Findings show that security and hospitality are the top factors influencing these tourists’ decisions to …


การศึกษาเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทยตามแนวปริจเฉทวิเคราะห์, สุภิญชญา ชูเชิด Jan 2023

การศึกษาเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทยตามแนวปริจเฉทวิเคราะห์, สุภิญชญา ชูเชิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของการสื่อสารเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทยตามทฤษฎีชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร 2) เพื่อศึกษาโครงสร้างของเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทย และ 3) เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาที่ใช้ในการเล่าเรื่องคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ภาษาไทย ข้อมูลที่ใช้ศึกษานำมาจากเรื่องเล่าคดีสืบสวนจากบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ 3 บัญชีผู้ใช้ รวม 100 เรื่อง โดยใช้แนวคิดชาติพันธุ์วรรณนาแห่งการสื่อสาร (Hymes, 1974) ในการวิเคราะห์องค์ประกอบการสื่อสาร แนวคิดโครงสร้างเรื่องเล่าตามแนวคิดของลองเอเคอร์ (Longacre, 1983) ในการวิเคราะห์โครงสร้างเรื่องเล่าคดีสืบสวน และแนวคิดวัจนปฏิบัติศาสตร์ในการวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาที่ใช้ถ่ายทอดเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์ผลการศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารเรื่องเล่าคดีสืบสวนในทวิตเตอร์พบว่ามี 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ฉาก (Setting) 2) ผู้ร่วมเหตุการณ์การสื่อสาร (Participants) 3) จุดมุ่งหมาย (Ends) 4) การลำดับวัจนกรรม (Act sequence) 5) น้ำเสียง (Key) 6) เครื่องมือ (Instrumentalities)7) บรรทัดฐานของปฏิสัมพันธ์และการตีความ (Norms of Interaction and Interpretation) และ 8) ประเภทการสื่อสาร (Genre) โดยองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างและกลวิธีทางภาษา ได้แก่ ลำดับวัจนกรรม (Act sequence) เครื่องมือ (Instrumentalities) และบรรทัดฐานของการปฏิสัมพันธ์และการตีความ (Norms of Interaction and Interpretation) จากการนำเสนอเรื่องเล่าคดีสืบสวนได้อย่างเหมาะสมกับช่องทางการสื่อสาร ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจและอยากติดตามการเล่าเรื่องคดีสืบสวนตั้งแต่ต้นจนจบในด้านโครงสร้างเรื่องเล่าคดีสืบสวน พบโครงสร้าง ได้แก่ 1) การนำเรื่อง (Exposition) 2) เหตุการณ์ยั่วยุ (Inciting moment) 3) การเพิ่มความขัดแย้ง (Developing conflict) 4) จุดตึงเครียด (Climax) 5) การคลี่คลายปัญหา (Denouement) 6) เหตุการณ์ต่อเนื่อง (Final suspense) และ7) การสรุป (Conclusion) แต่ในบางเรื่องเล่าคดีสืบสวนอาจมีไม่ครบทุกองค์ประกอบ …


การศึกษาการใช้ การรู้จำ และปัญหาการสื่อสารของพจนวัตรตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาระหว่างกลางของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน, รดารัตน์ ศรีพันธ์วรสกุล Jan 2023

การศึกษาการใช้ การรู้จำ และปัญหาการสื่อสารของพจนวัตรตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาระหว่างกลางของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน, รดารัตน์ ศรีพันธ์วรสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พจนวัตรเป็นรูปภาษาตายตัวที่มักปรากฏซ้ำในสถานการณ์หนึ่ง ๆ จนกลายเป็นขนบในการปฏิสัมพันธ์ที่สมาชิกในชุมชนภาษานั้นรับรู้ร่วมกัน แต่มักเป็นความท้าทายสำหรับผู้เรียนภาษาที่สอง สอดคล้องกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์เชิงลึกที่พบว่า พจนวัตรเป็นรูปภาษาที่มักก่อให้เกิดปัญหาในการสื่อสารของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาระหว่างกลาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ การรู้จำ และปัญหาในการใช้พจนวัตรของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดเติมเต็มบทสนทนา แบบสอบถามชนิดหลายตัวเลือก และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยผู้พูดภาษาไทยจำนวน 60 คน แบ่งเป็นผู้ตอบแบบสอบถามและผู้ให้สัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มละ 30 คน และผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนทั้งหมดที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 2-4 ในหลักสูตรภาษาไทยเพื่อการสื่อสารสำหรับชาวต่างประเทศ (นานาชาติ) ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีจำนวนทั้งสิ้น 33 คน ผู้เรียนทั้งหมดมาจากมณฑลยูนนานและมีระดับความสามารถในการใช้ภาษาไทยอยู่ในระดับ B2-C2 ตามกรอบของ CEFRผลการศึกษาการใช้พจนวัตรพบว่า ในด้านรูปภาษา ผู้เรียนใช้พจนวัตรส่วนใหญ่เหมือนกับเจ้าของภาษา แต่พบรูปแปรที่แตกต่างกันและอาจก่อให้เกิดปัญหา คือ การไม่ใช้คำลงท้ายและการใช้คำสรรพนามที่ไม่เหมาะสม ส่วนในด้านความถี่ ผู้เรียนใช้พจนวัตรได้น้อยกว่าเจ้าของภาษา อีกทั้งยังแตกต่างกับเจ้าของภาษาอย่างมีนัยสำคัญมากถึง 11 ถ้อยคำ แสดงให้เห็นว่าพจนวัตรยังคงเป็นข้อจำกัดในการใช้ภาษาของผู้เรียน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เรียนนิยมใช้ถ้อยคำอื่น ๆ ร่วมกับพจนวัตรหรือใช้รูปภาษาอื่น ๆ แทนพจนวัตรด้วย ซึ่งมีทั้งรูปภาษาที่คล้ายกับเจ้าของภาษาและรูปภาษาที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิสัมพันธ์ ทั้งนี้สาเหตุที่ส่งผลให้ผู้เรียนใช้พจนวัตรแตกต่างกับเจ้าของภาษา ประกอบด้วย การไม่รู้จำพจนวัตร การถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ อิทธิพลจากแบบเรียนและการเรียนการสอน การเหมารวม และข้อจำกัดในการใช้ภาษาผลการศึกษาการรู้จำพจนวัตรพบว่า ผู้เรียนรู้จำพจนวัตรได้น้อยกว่าเจ้าของภาษา อีกทั้งยังแตกต่างกับเจ้าของภาษาอย่างมีนัยสำคัญมากถึง 8 ถ้อยคำ สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นเคยกับพจนวัตรในภาษาไทย ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างการใช้กับการรู้จำพจนวัตร ผลการศึกษาพบว่าผู้เรียนใช้และรู้จำพจนวัตรส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน แต่พบพจนวัตรที่ใช้น้อยและรู้จำน้อยมากถึง 7 ถ้อยคำ นอกจากนี้ยังพบพจนวัตรที่ผู้เรียนรู้จำมากแต่ใช้น้อยด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นข้อจำกัดด้านความสามารถทางวัจนปฏิบัติเชิงสังคมของผู้เรียนผลการศึกษาปัญหาในการใช้พจนวัตรของผู้เรียนจากมุมมองของเจ้าของภาษาพบว่า การที่ผู้เรียนใช้พจนวัตรแตกต่างกับเจ้าของภาษาอาจไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาเสมอไป อย่างไรก็ตาม การใช้ภาษาของผู้เรียนในบางลักษณะก็อาจก่อให้เกิดปัญหาในการสื่อสารได้ ปัญหาที่พบสามารถแบ่งได้เป็น 4 ด้าน คือ ด้านการสื่อเจตนา ด้านความสุภาพและความสัมพันธ์ระหว่างคู่สนทนา ด้านความเหมาะสมต่อปริบทการสื่อสาร และด้านความเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่าถ้อยคำที่สื่อเจตนาได้แต่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงมากกว่ารูปภาษาที่ไม่สื่อเจตนา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคู่สนทนาผลการศึกษาสามารถนำไปใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนภาษาไทยให้แก่ผู้เรียนชาวจีน โดยเฉพาะผู้เรียนในหลักสูตรดังกล่าว เพื่อให้ผู้เรียนคุ้นเคยกับพจนวัตรในภาษาไทยและใช้ได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา ทั้งในด้านรูปภาษาและสถานการณ์ที่ปรากฏ รวมทั้งตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดจากการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถนำผลศึกษาการใช้พจนวัตรของผู้พูดภาษาไทยไปเป็นข้อมูลในการออกแบบแบบเรียนให้แก่ผู้เรียนชาวต่างชาติได้อีกด้วย


The Effects Of Pictorial-Based Homophones In English On Thai Consumer Judgements, Sijaporn Jenjirawattana Jan 2023

The Effects Of Pictorial-Based Homophones In English On Thai Consumer Judgements, Sijaporn Jenjirawattana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of the study are 1) to investigate the effect of pictorial-based homophone priming on the purchasing decisions of Thai consumers for products advertised in English; and 2) to examine the effectiveness of pictorial-based homophones as primes in a non-native context among Thai speakers of English, compared to native English speakers. Three homophone pairs selected for the study were “sail-sale”, “deer-dear”, and “hole-whole.” These pairs were presented in two forms including pictorial and textual. Each homophone pair, in each form, was utilized in the experiment to explore their distinct meanings and attributes. Two groups of participants consisted of 30 …