Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11389)
- Social and Behavioral Sciences (7208)
- Education (4053)
- Engineering (3655)
- Arts and Humanities (3578)
-
- Physical Sciences and Mathematics (3117)
- Veterinary Medicine (2799)
- Life Sciences (2352)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
- Environmental Sciences (1440)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1047)
- Law (937)
- Materials Science and Engineering (906)
- Architecture (872)
- Medical Sciences (860)
- Business (841)
- Sociology (801)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Environmental Studies (777)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Computer Sciences (618)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (551)
- Reading and Language (543)
- Environmental Design (518)
- Engineering Science and Materials (502)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Keyword
-
- Thailand (163)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (40)
- Immunohistochemistry (34)
- Cat (29)
- COVID-19 (28)
- Risk factors (28)
- Stress (28)
- Anxiety (27)
- Elderly (27)
- Quality of life (27)
- Indonesia (26)
- Children (25)
- Antioxidant (24)
- Rat (23)
- Oxidative stress (22)
- Attitude (21)
- Diagnosis (21)
- Escherichia coli (21)
- Knowledge (21)
- Bangkok (20)
- Histopathology (20)
- PCR (20)
- Reliability (20)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Chulalongkorn Medical Journal (4158)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2585)
- Journal of Education Studies (2472)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1665)
-
- Journal of Social Sciences (1282)
- Thai Environment (1023)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- PASAA (876)
- Journal of Letters (864)
- Jamjuree Journal (816)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (789)
- Applied Environmental Research (777)
- Manusya, Journal of Humanities (598)
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (441)
- Journal of Urban Culture Research (426)
- Asian Review (360)
- Journal of Demography (353)
- Halal Insight (292)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (290)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (220)
- Journal of Health Research (217)
- วารสารวิทยบริการ Academic Resources Journal (203)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (94)
- Chulalongkorn University Law Journal (39)
- Publication Type
Articles 2221 - 2250 of 37619
Full-Text Articles in Entire DC Network
รวมเรื่องสั้น "ชุดเฒ่า" ของมนัส จรรยงค์ : อารมณ์ขันกับการวิพากษ์สังคม, ชุติภา สุวิมล
รวมเรื่องสั้น "ชุดเฒ่า" ของมนัส จรรยงค์ : อารมณ์ขันกับการวิพากษ์สังคม, ชุติภา สุวิมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการวิพากษ์สังคมและกลวิธีสร้างอารมณ์ขันเพื่อวิพากษ์สังคมในเรื่อง “ชุดเฒ่า” ของมนัส จรรยงค์ จำนวน 59 เรื่อง ซึ่งตีพิมพ์ระหว่างพุทธทศวรรษ 2490-2500 ผลการศึกษาพบว่ารวมเรื่องสั้น “ชุดเฒ่า” ของมนัส จรรยงค์นำเสนอแนวคิดวิพากษ์สังคมที่โดดเด่น 4 แนวคิด ได้แก่ แนวคิดวิพากษ์การรับวัฒนธรรมอเมริกัน แนวคิดวิพากษ์การกลายเป็นสังคมทุนนิยม แนวคิดวิพากษ์ความวุ่นวายทางการเมือง และแนวคิดวิพากษ์นโยบายรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เขียนใช้อารมณ์ขันเป็นเครื่องมือหลักในการนำเสนอแนวคิดดังกล่าวและมีกลวิธีสร้างอารมณ์ขันที่โดดเด่น 3 ประการ ได้แก่ การสร้างอารมณ์ขันผ่านโครงเรื่องและเนื้อเรื่อง การสร้างอารมณ์ขันผ่านตัวละคร และการสร้างอารมณ์ขันผ่านกลวิธีทางภาษา ผลการศึกษาทำให้เห็นว่าเรื่องชุดนี้ชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในยุคสงครามเย็น โดยเฉพาะผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อคนชนบท อารมณ์ขันในเรื่องสั้นเหล่านี้นอกจากจะสร้างความสำเริงอารมณ์แล้วยังช่วยเอื้ออำนวยให้ผู้ประพันธ์สามารถแสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์ต่อประเด็นที่ละเอียดอ่อนในช่วงที่สังคมอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการ
Do Regulatory Announcements Still Cause Price Volatility? : A Pre- And Post-Msr Analysis Of The Eu Ets, Pornnapat Kuleung
Do Regulatory Announcements Still Cause Price Volatility? : A Pre- And Post-Msr Analysis Of The Eu Ets, Pornnapat Kuleung
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines whether the introduction of the Market Stability Reserve (MSR) has changed how the EU Emissions Trading System (EU ETS) responds to regulatory policy announcements affecting EUA supply and demand. Using event study and volatility analysis, it compares 81 events across Pre-MSR (before 2019) and Post-MSR (after 2019) periods.Cumulative abnormal returns (CARs) are estimated via a mean-adjusted model and tested using Welch’s t-test. Volatility is assessed through a GARCH(1,1) model, with structural differences evaluated using a Likelihood Ratio Test and a bootstrap test.Findings show that the MSR has reduced overreaction and volatility in specific contexts—particularly during recurring supply-related …
ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาวิชาแฮนด์บอลด้วยการฝึกการเรียงแก้วที่มีต่อทักษะแฮนด์บอลและการประสานงานระหว่างมือกับตาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย, ธนกร ป้านสุวรรณ์
ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาวิชาแฮนด์บอลด้วยการฝึกการเรียงแก้วที่มีต่อทักษะแฮนด์บอลและการประสานงานระหว่างมือกับตาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย, ธนกร ป้านสุวรรณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนทักษะแฮนด์บอลและการประสานงานระหว่างมือกับตาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังการทดลอง และ 2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนทักษะแฮนด์บอลและการประสานงานระหว่างมือกับตาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม หลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 73 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 36 คน และกลุ่มควบคุม 37 คน ดำเนินการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือในวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษาวิชาแฮนด์บอลด้วยการฝึกการเรียงแก้ว จำนวน 8 แผน ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.95 และ 2) แบบทดสอบทักษะกีฬาแฮนด์บอล 3 ทักษะ ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.96 3) แบบวัดการประสานงานระหว่างมือกับตา Alternate Hand Wall Toss Test ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลคำนวณค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ของคะแนนการประสานงานระหว่างมือกับตา โดยการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยของทักษะแฮนด์บอลและการประสานงานระหว่างมือกับตาหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) คะแนนเฉลี่ยของทักษะแฮนด์บอลและการประสานงานระหว่างมือกับตาหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีเพียงทักษะการเลี้ยงบอลเพียงทักษะเดียวที่มีผลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้พลศึกษาวิชาแฮนด์บอลผ่านกิจกรรมการเรียงแก้วสามารถพัฒนาการประสานงานระหว่างมือกับตาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายได้
นวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร, ทัศวรรณ คำทองสุข
นวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร, ทัศวรรณ คำทองสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการและกรอบแนวคิดทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาระดับทักษะแบบตัวทีของนักเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร 3) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียน สำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานครและ 4) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียนสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร โดยใช้การวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ (Multiphase Mixed Method Design) แบ่งเป็น 5 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการและกรอบแนวคิดทักษะแบบตัวที ประเมินกรอบแนวคิดโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ระยะที่ 2 ศึกษาระดับทักษะแบบตัวทีตามการรับรู้ของครู กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู จำนวน 357 คน ระยะที่ 3 ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าฝ่ายวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและกิจกรรมเสริมหลักสูตร จำนวน 2,124 คนของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร ระยะที่ 4 ศึกษาแนวทางการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีโดยศึกษาจากสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดี จำนวน 3 โรงเรียน ระยะที่ 5 การพัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวที ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ประเมินนวัตกรรมการบริหารวิชาการที่ส่งเสริมทักษะแบบตัวทีของนักเรียน โดยการสนทนากลุ่ม จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิในการสนทนากลุ่ม 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่ใช้ในแต่ละระยะประกอบด้วย แบบประเมินระดับทักษะแบบตัวที แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของนวัตกรรมต้นแบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติบรรยาย การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการ ประกอบด้วย (1) ด้านการพัฒนาหลักสูตร (2) ด้านการจัดการเรียนการสอนและ (3) ด้านการวัดและประเมินผล 2) ระดับทักษะแบบตัวทีของนักเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานครตามการรับรู้ของครูผู้สอนที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ทักษะภาวะผู้นำ ( = 4.15, S.D. = 0.58) …
การพัฒนาหลักเสรีภาพในการทำสัญญาภายใต้ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสของไทย, วิมพัทธ์ ราชประดิษฐ์
การพัฒนาหลักเสรีภาพในการทำสัญญาภายใต้ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสของไทย, วิมพัทธ์ ราชประดิษฐ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โดยทั่วไป ความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายครอบครัวกำหนดที่เรียกว่า “ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามกฎหมาย” แต่ความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสดังกล่าวคงไม่เหมาะสมกับคู่สมรสได้ทุกคู่ จึงจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คู่สมรสมีเสรีภาพในการทำสัญญาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสได้ด้วยซึ่งเรียกว่า “ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามสัญญา” ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามสัญญาจำต้องอยู่ภายใต้หลักการจำกัดเสรีภาพในการทำสัญญาซึ่งตั้งอยู่บนความได้สัดส่วนระหว่างเสรีภาพในการกำหนดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสกับความมั่นคงของความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส ในปัจจุบัน ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามสัญญาของประเทศไทยปรากฏปัญหาสำคัญสี่ประการอันได้แก่ ประการแรก ข้อจำกัดของช่วงเวลาในการทำสัญญา สัญญาระหว่างสมรสมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามกฎหมายซึ่งต่างจากสัญญาก่อนสมรส จึงทำให้คู่สมรสไม่สามารถทำสัญญาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสในระหว่างสมรสได้ ประการที่สอง ข้อจำกัดของเนื้อหาในการทำสัญญา สัญญาก่อนสมรสของประเทศไทยถูกตีความให้จำกัดเนื้อหาไว้เฉพาะการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสบางส่วนเท่านั้น ทั้งยังไม่มีการกำหนดระบบทรัพย์สินทางเลือกระหว่างคู่สมรส คู่สมรสจึงไม่สามารถกำหนดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินได้อย่างเต็มที่ ประการที่สาม ปัญหาเกี่ยวกับวิธีการทำและวิธีการเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสัญญา ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามสัญญาของประเทศไทยยังมิได้กำหนดเงื่อนไขก่อนทำสัญญาไว้เป็นการเฉพาะ และยังมีการจำกัดช่องทางในการเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสัญญาไว้เฉพาะการร้องของต่อศาล ประการที่สี่ ปัญหาเกี่ยวกับผลผูกพันของสัญญาที่มีต่อคู่สมรส ระบบทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามสัญญาของประเทศไทยมิได้ให้อำนาจศาลในการแทรกแซงผลผูกพันของสัญญา แม้จะปรากฏเหตุอันไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งเกิดขึ้นต่อคู่สมรสก็ตาม ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการประกันความมั่นคงของความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสจนเกิดความไม่ได้สัดส่วนในการจำกัดเสรีภาพในการทำสัญญาของคู่สมรส จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรส สัญญาระหว่างสมรส และกำหนดระบบทรัพย์สินทางเลือกระหว่างคู่สมรส
ข้อพิจารณาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในราชกิจจานุเบกษา : หลักการประมวลผลข้อมูลเท่าที่จำเป็น เปรียบเทียบกับสหราชอาณาจักรและนิวซีแลนด์, ศุกลภัทร โพธิ์ทอง
ข้อพิจารณาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในราชกิจจานุเบกษา : หลักการประมวลผลข้อมูลเท่าที่จำเป็น เปรียบเทียบกับสหราชอาณาจักรและนิวซีแลนด์, ศุกลภัทร โพธิ์ทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การนำเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาประเทศไทยเป็นมาตรการการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบในเรื่องสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเรื่องที่จะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาสามารถจำแนกออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภท ก ฉบับกฤษฎีกา ประเภท ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ประเภท ค ฉบับทะเบียนการค้า และประเภท ง ฉบับประกาศและงานทั่วไป แต่ทั้งนี้ เรื่องที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาดังกล่าวมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไว้ด้วย จึงมีประเด็นปัญหาว่า การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปตามหลักการประมวลผลข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงศึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมที่มีการประกาศข้อมูลส่วนบุคคลและรายการข้อมูลส่วนบุคคลในราชกิจจานุเบกษาประเทศไทยแต่ละประเภท โดยเปรียบเทียบกับกิจกรรมที่มีการประกาศใน United Kingdom Gazette และ New Zealand Gazette ซึ่งสามารถสรุปผลการศึกษาใน 2 ประเด็นดังนี้ (1) ประเด็นเรื่องกิจกรรมที่มีการประกาศข้อมูลส่วนบุคคล โดยราชกิจจานุเบกษาประเทศไทยทั้ง 4 ประเภท มีการประกาศกิจกรรมที่มีการประกาศข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า United Kingdom Gazette และ New Zealand Gazette แต่ไม่ได้มีจำนวนมากกว่าอย่างที่มีนัยสำคัญ และ (2) ประเด็นเรื่องรายการข้อมูลส่วนบุคคล โดย (ก) ราชกิจจานุเบกษาประเทศไทย ประเภท ก เปิดเผยรายการข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า United Kingdom Gazette และ New Zealand Gazette ซึ่งโดยส่วนใหญ่เปิดเผยเหมาะสมกับกิจกรรมที่ประกาศแล้ว แต่กิจกรรมประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอาจเป็นการเปิดเผยมากเกินความจำเป็น (ข) ราชกิจจานุเบกษาประเทศไทย ประเภท ข ไม่ได้เปิดเผยรายการข้อมูลส่วนบุคคลน้อยกว่า United Kingdom Gazette และ New Zealand Gazette ซึ่งโดยส่วนใหญ่เปิดเผยเหมาะสมกับกิจกรรมที่ประกาศแล้ว แต่กิจกรรมในกลุ่มงานสถาปนาและถอดถอนอาจเป็นการเปิดเผยมากเกินความจำเป็น (ค) ราชกิจจานุเบกษาประเทศไทย ประเภท ค ไม่ได้เปิดเผยรายการข้อมูลส่วนบุคคลน้อยกว่า United Kingdom Gazette และ New Zealand Gazette และเปิดเผยเหมาะสมกับกิจกรรมที่ประกาศแล้ว และ (ง) ราชกิจจานุเบกษาประเทศไทย ประเภท ง เปิดเผยรายการข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า United …
กลยุทธ์การสื่อสารตราสินค้าบุคคลของนักดนตรีกลางคืนและปัจจัยในการต่อยอดทางอาชีพ, ณัฐชภัค เทศน้อย
กลยุทธ์การสื่อสารตราสินค้าบุคคลของนักดนตรีกลางคืนและปัจจัยในการต่อยอดทางอาชีพ, ณัฐชภัค เทศน้อย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างและสื่อสารตราสินค้าบุคคล ของนักดนตรีกลางคืนเพื่อการต่อยอดทางอาชีพ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสนทนากลุ่มกับนักดนตรี 10 คน ที่แบ่งเป็นกลุ่มนักดนตรีในผับที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์ และ ผู้ทรงอิทธิพลระดับมาโครอินฟลูเอ็นเซอร์ บนช่องทางแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับไมโครอินฟลูเอ็นเซอร์ สร้างแบรนด์ผ่าน ความเป็นมืออาชีพและทักษะการแสดงสดที่โดดเด่น ขณะที่กลุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับ มาโครอินฟลูเอ็นเซอร์ เน้นภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและจริงใจโดยใช้ชื่อเสียงเดิมเป็นฐาน ทั้งสองกลุ่มใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ โดยใช้ช่องทางแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก เป็นช่องทางหลักในการสร้างการรับรู้เพื่อนำไปสู่การจ้างงาน มากกว่าสร้างรายได้โดยตรง การสร้างตราสินค้าบุคคลที่แข็งแกร่งจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อยอดอาชีพของนักดนตรีกลางคืน ในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ควบคู่ไปกับความสามารถทางดนตรี
การศึกษาบทบาทพยาบาลเวชศาสตร์การบิน, ศุภธิดา ผลแย้ม
การศึกษาบทบาทพยาบาลเวชศาสตร์การบิน, ศุภธิดา ผลแย้ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทพยาบาลเวชศาสตร์การบิน โดยใช้เทคนิคเดลฟาย ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การบิน จำนวน 19 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการหรือผู้บริหารด้านเวชศาสตร์การบิน จำนวน 3 คน แพทย์เวชศาสตร์การบิน จำนวน 3 คน คณะกรรมการหลักสูตรหรืออาจารย์ผู้สอนในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับงานด้านเวชศาสตร์การบิน จำนวน 3 คน หัวหน้าพยาบาลเวชศาสตร์การบินหรือลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ จำนวน 4 คน และพยาบาลเวชศาสตร์การบินหรือลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบสอบถามแบบปลายเปิด และแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ 1) สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทพยาบาลเวชศาสตร์การบิน 2) นำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์เนื้อหาและนำมาสร้างแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประมาณค่าระดับความสำคัญ 3) นำข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามประมาณค่าความสำคัญมาคำนวณค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ และส่งแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเดิมยืนยันความคิดเห็นอีกครั้ง ผลการวิจัย พบว่า บทบาทพยาบาลเวชศาสตร์การบิน ประกอบด้วย 6 บทบาท ดังนี้ 1) ด้านผู้ปฏิบัติการพยาบาลเวชศาสตร์การบินจำนวน 16 ข้อ 2) ด้านผู้จัดการนิรภัยการบินและนิรภัยภาคพื้น จำนวน 8 ข้อ 3) ด้านผู้จัดการความปลอดภัยและจัดการความเสี่ยง จำนวน 16 ข้อ 4) ด้านผู้ประสานงานและสื่อสาร จำนวน 11 ข้อ 5) ด้านผู้นำการทำงานเป็นทีม การจัดการ และการให้คำปรึกษา จำนวน 18 ข้อ และ 6) ด้านผู้พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการบริการ จำนวน 11 ข้อ
การวิจัยและพัฒนาแนวทางสำหรับหลักสูตรครุศาสตร์เพื่อส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรม โดยใช้การวิเคราะห์วาทกรรมพหุวัฒนธรรม, ธีรยุทธ สัจจะบุตร
การวิจัยและพัฒนาแนวทางสำหรับหลักสูตรครุศาสตร์เพื่อส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรม โดยใช้การวิเคราะห์วาทกรรมพหุวัฒนธรรม, ธีรยุทธ สัจจะบุตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สมรรถนะพหุวัฒนธรรมเป็นหัวใจสำคัญสำหรับครูในการจัดการเรียนการสอนภายใต้บริบทของห้องเรียนที่ผู้เรียนมีความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การวิจัยในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน แนวโน้ม และทิศทางการส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมในหลักสูตร 2) เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมด้วยวิธีการวิเคราะห์วาทกรรมพหุวัฒนธรรม และ 3) เพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรม การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็นการศึกษาสภาพทั่วไปและทิศทางของการส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมในหลักสูตรผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1) วิเคราะห์สภาพทั่วไปของการส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมจากเอกสารหลักสูตรครุศาสตร์ จำนวน 35 หลักสูตร 2) สังเคราะห์คุณลักษณะของตัวแทรกแซงที่มีประสิทธิภาพสำหรับการส่งเสริมคุณลักษณะพหุวัฒนธรรมของผู้เรียนระดับอุดมศึกษา จากบทความวิจัยทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 18 บทความ และ 3) การวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางการส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมในหลักสูตร จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 เป็นการวิเคราะห์กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมเพื่อนำไปใช้เป็นหลักคิดในการจัดทำแนวทางการพัฒนาหลักสูตร ตัวอย่างวิจัยเป็นผู้ใช้หลักสูตรครุศาสตร์ จำนวน 61 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างซึ่งพัฒนามาจากข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยระยะที่ 1 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์วาทกรรมพหุวัฒนธรรม และระยะที่ 3 เป็นการจัดทำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมโดยสังเคราะห์มาจากข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัย ซึ่งแนวทางการพัฒนาได้รับการวิพากษ์ความเป็นไปได้และประเมินความเหมาะสม จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย ผลการวิจัยที่สำคัญพบว่า 1. สภาพปัจจุบันของการส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมในหลักสูตรครุศาสตร์มีการดำเนินการอย่างไม่เป็นระบบและขาดความชัดเจน หลักสูตรส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาด้านวิชาการและเทคโนโลยีการศึกษา ถึงแม้ว่าคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมจะปรากฏอยู่บ้างในวัตถุประสงค์และผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังแต่ยังไม่ได้กำหนดให้ชัดเจน ประกอบกับการขาดกลไกสนับสนุนในเชิงระบบส่งผลให้การส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมขึ้นอยู่กับความตื่นตัวของผู้สอนมากกว่าการถูกกำหนดให้เป็นองค์ประกอบหลักในระดับหลักสูตร 2. กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมที่ได้จากการวิเคราะห์วาทกรรมพหุวัฒนธรรม คือ 1) ควรมุ่งเน้นการสร้างเจตคติที่เปิดกว้างต่อความหลากหลาย พร้อมทั้งออกแบบระบบการเรียนรู้ให้เน้นการมีส่วนร่วม การลงมือปฏิบัติจริง และปลูกฝังสมรรถนะพหุวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบในทุกช่วงชั้นปี 2) ควรออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับผลลัพธ์การเรียนรู้ด้วยกิจกรรมที่เน้นการแลกเปลี่ยนเชิงความแตกต่างทางวัฒนธรรม รวมถึงการออกแบบรายวิชาให้มีกิจกรรมกลุ่มที่คละพื้นฐานของนิสิตอย่างเป็นระบบ ตลอดจนจัดให้มีการเผชิญกับประสบการณ์ภาคสนามที่เน้นผู้เรียนจากหลากหลายวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ พร้อมด้วยกิจกรรมสะท้อนผลการเรียนรู้เพื่อยกระดับจากประสบการณ์ส่วนตัวสู่การตระหนักรู้ทางวิชาชีพ และ 3) พัฒนารูปแบบการประเมินผลที่ตอบสนองต่อกระบวนการปฏิสัมพันธ์ที่ตระหนักรู้ในความแตกต่างหลากหลาย 3. เอกสารแนวทางการพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมสมรรถนะพหุวัฒนธรรมที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้เป็นสื่อกลางเชิงนโยบายและการปฏิบัติที่เชื่อมโยงระหว่างข้อเสนอเชิงวิชาการและแนวทางการพัฒนาที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับสถาบันทั้งในด้านการออกแบบหลักสูตร การบูรณาการพัฒนาสมรรถนะพหุวัฒนธรรมผ่านเนื้อหารายวิชา วิธีการจัดการเรียนรู้ การประเมินผล ตลอดจนการใช้เป็นกรอบสำหรับการกำหนดทิศทางของนโยบายการผลิตครูที่ตอบสนองต่อสังคมพหุวัฒนธรรมในอนาคต
กลยุทธ์การบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม, กนกวรรณ การุญ
กลยุทธ์การบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม, กนกวรรณ การุญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษาและกรอบแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม 2) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม 3) เพื่อพัฒนากลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ (Multiphase Mixed Methods Design) ใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) และข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 393 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้บริหารโรงเรียน 281 คน และครูกลุ่มบริหารวิชาการ 429 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนประถมศึกษา ประกอบด้วย 3 งาน คือ (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนรู้ และ (3) การวัดและประเมินผล กรอบแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม ประกอบด้วย 7 ด้าน คือ (1) สิทธิในการแสดงออกอย่างเสรีของปัจเจกบุคคล (2) สิทธิการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน (3) สิทธิทางการเมือง (4) สิทธิในความมั่นคงทางสังคมและได้รับบริการทางสังคม (5) ความยุติธรรมเชิงความเชื่อมโยง (6) ความยุติธรรมเชิงกระจายทรัพยากร และ(7) ความยุติธรรมเชิงวัฒนธรรม 2) สภาพปัจจุบันของการบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยด้านการพัฒนาหลักสูตรในสิทธิทางการเมืองมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการพัฒนาหลักสูตรในสิทธิทางการเมือง และสิทธิในความมั่นคงทางสังคมและได้รับบริการทางสังคมมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดเท่ากัน ทั้งนี้ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคมสูงที่สุด คือ ด้านการวัดและประเมินผลในสิทธิในการแสดงออกอย่างเสรีของปัจเจกบุคคล สิทธิการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และสิทธิในความมั่นคงทางสังคมและได้รับบริการทางสังคม 3) กลยุทธ์การบริหารวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษาตามแนวคิดความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ (1) พลิกโฉมการวัดและประเมินผลที่เสริมสร้างความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์รอง (2) พลิกโฉมการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความเป็นพลเมืองกับความยุติธรรมทางสังคม ประกอบด้วย 2 …
การพัฒนาระบบการทดสอบออนไลน์เพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาโดยใช้แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับร่วมกับการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับด้วยคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4, ภูรินที กุลธงเกตุ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) สำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับในวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุศาสตร์ 3) พัฒนาระบบการทดสอบเพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาโดยใช้แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับร่วมกับการสะท้อนข้อมูลย้อนกลับด้วยคอมพิวเตอร์ออนไลน์ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 4) ตรวจสอบคุณภาพของระบบ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 สำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน ระยะที่ 2 พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับพร้อมสร้างข้อมูลย้อนกลับ และระยะที่ 3 พัฒนาระบบวินิจฉัยออนไลน์ สำหรับตัวอย่างวิจัยและวิธีการวิจัยในระยะที่ 1 สำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนจากนักเรียน 160 คน ด้วยแบบสอบสองระดับชนิดปลายเปิด ระยะที่ 2 พัฒนาและทดลองใช้เครื่องมือแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับฉบับร่าง 33 ข้อ กับนักเรียน 420 คน วิเคราะห์คุณภาพด้วยสถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเบ้และความโด่ง การวิเคราะห์ความยากและอำนาจจำแนกตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ การวิเคราะห์ความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลการตอบสนองข้อสอบ การวิเคราะห์ความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในด้วยค่าอัลฟ่าของครอนบาค และการวิเคราะห์ความตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์เทคนิคคิดออกเสียงโดยใช้ค่าคัปปาของโคเฮน จากนักเรียน 57 คน จากนั้นคัดเลือกแบบสอบสมบูรณ์ 11 ข้อ และสร้างข้อมูลย้อนกลับแบบทั่วไปและข้อมูลย้อนกลับเพื่อการปรับปรุง ส่วนในระยะที่ 3 พัฒนาระบบวินิจฉัยออนไลน์ด้วย Google Workspace และตรวจสอบคุณภาพระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และประเมินความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญและความพึงพอใจของตัวอย่างนักเรียนที่ใช้ทดสอบระบบจำนวน 140 คน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้: 1) ผลการสำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน พบว่า นักเรียนมีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาเรื่องพันธุศาสตร์จำนวน 24 รายการ โดยในมโนทัศน์ที่ 1 เรื่องลักษณะทางพันธุกรรม พบมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนมากที่สุดคือ "ลักษณะเด่นคือลักษณะที่มองเห็นได้ชัดเจน และเป็นลักษณะที่ต้องการของบุคคล เช่น จมูกโด่งเป็นลักษณะเด่นเพราะสวย ส่วนลักษณะด้อยคือลักษณะที่พบได้มากหรือไม่แตกต่างจากกลุ่ม" ซึ่งพบในนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 29.38 2) ผลการพัฒนาแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับ พบว่า แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับที่พัฒนาขึ้น มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ตามทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ และได้มีการคัดเลือกข้อสอบที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปพัฒนาแบบสอบที่ใช้ในระบบวินิจฉัย จำนวน 11 ข้อ จากแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับ ฉบับร่างจำนวน 33 …
Investigation Of Molecular Interactions In Electrocatalysis Using Atomic Force Microscopy, Parivat Phiphatbunyabhorn
Investigation Of Molecular Interactions In Electrocatalysis Using Atomic Force Microscopy, Parivat Phiphatbunyabhorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Electrocatalysis at the nanoscale is fundamentally governed by molecular interactions, but these processes remain poorly understood due to their difficulty to directly investigate and their complex nature. In this study, atomic force microscopy (AFM)-based force spectroscopy is employed to investigate interfacial forces and reactivity in two representative systems: the electrochemical deterioration and healing of Au nanothin films on n-type silicon and the electrocatalytic reduction of MEA-CO2 adduct on Cu electrocatalysts. In the Au nanothin film system, observing that surface degradation is mediated by anionic cluster interactions and modulated by intrinsic band bending and surface energy effects. Remarkably, 20-nm Au films …
กองทัพเรือกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2560 - 2579, ณภัทร ไกรฤกษ์
กองทัพเรือกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2560 - 2579, ณภัทร ไกรฤกษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาบทบาทที่มิใช่การรบของกองทัพเรือไทย โดยเฉพาะในด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในบริบทของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ภัยธรรมชาติ ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงมนุษย์ การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ กลไกการจัดการ และบทบาทของกองทัพเรือผ่านกรอบแนวคิดทฤษฎีสถาบันเสรีนิยมใหม่ (Neoliberal Institutionalism) ที่เน้นความร่วมมือระหว่างรัฐและบทบาทของสถาบันระหว่างประเทศในการสร้างระเบียบและข้อตกลงร่วม งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพผ่านการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลต่างประเทศและในประเทศ ผลการวิจัยพบว่า กองทัพเรือไทยได้พัฒนากลไกการจัดการ เช่น ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ และเข้าร่วมการฝึกร่วมระดับภูมิภาคและระดับโลก เช่น การฝึก Cobra Gold, Blue Strike และ Pacific Partnership ตลอดจนมีการส่งกำลังช่วยเหลือในเหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สึนามิปี พ.ศ.2547 และภารกิจในประเทศอินโดนีเซีย การศึกษาชี้ให้เห็นว่ากองทัพเรือไทยไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อภารกิจความมั่นคงในรูปแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในความมั่นคงยุคใหม่ ที่เน้นความร่วมมือระดับภูมิภาคและสากล เพื่อรองรับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและขยายตัวมากขึ้น
นโยบายต่างประเทศของไทย: บทบาทและผลกระทบของนโยบายฟรีวีซ่าต่อความมั่นคงของไทย, ณภัทร ชีวาภิสัณห์
นโยบายต่างประเทศของไทย: บทบาทและผลกระทบของนโยบายฟรีวีซ่าต่อความมั่นคงของไทย, ณภัทร ชีวาภิสัณห์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หัวข้อวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายฟรีวีซ่าต่อความมั่นคงของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นที่ความเสี่ยงเชิงความมั่นคงที่เกิดขึ้นควบคู่กับความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว ในปี พ.ศ.2557 จนถึงปัจจุบันที่ประเทศไทยดำเนินนโยบายฟรีวีซ่ากับหลายประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว การศึกษานี้เริ่มต้นจากการสำรวจพัฒนาการของนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวตั้งแต่แคมเปญ Amazing Thailand จนถึงนโยบายฟรีวีซ่าล่าสุด โดยมุ่งวิเคราะห์ความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาความมั่นคงของรัฐพร้อมทั้งเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่เคยประสบปัญหาความมั่นคงจากการเปิดพรมแดนแบบไร้เงื่อนไขจากการศึกษา พบว่าแม้การใช้ฟรีวีซ่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ในระยะสั้น แต่หากไม่มีโครงสร้างรองรับที่เพียงพอ เช่น ระบบประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ฐานข้อมูลร่วม หรือกลไกติดตามหลังการเข้าเมือง ก็อาจกลายเป็นช่องว่างที่เปิดโอกาสให้เกิดอาชญากรรมข้ามชาติการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้วีซ่าผิดประเภท หรือการตั้งถิ่นฐานแบบผิดกฎ ซึ่งล้วนเป็นความท้าทายใหม่ในมิติความมั่นคง ผลการวิจัยชี้ว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายฟรีวีซ่า แต่เกิดจากความไม่สอดคล้องกันของหน่วยงานภาครัฐและข้อจำกัดด้านศักยภาพของกลไกสนับสนุนภายในประเทศ ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสมคือการพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบาย เช่น ระบบข้อมูลร่วม ระบบติดตามที่มีประสิทธิภาพ และการวัดคุณภาพนักท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือกับประเทศต้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงและเสริมความยั่งยืนให้นโยบายฟรีวีซ่าในบริบทของประเทศไทย
Evaluating The Severity Of Disc Herniation : A Comparative Analysis Of Standing Spine Radiographs And Mri Findings, Suttinont Surapuchong
Evaluating The Severity Of Disc Herniation : A Comparative Analysis Of Standing Spine Radiographs And Mri Findings, Suttinont Surapuchong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objective: The degree of spinal canal compromise in lumbar disc herniation (LDH) significantly influences treatment outcomes. Although magnetic resonance imaging (MRI) remains the gold standard for assessing LDH severity, limited access in primary and secondary care settings can delay diagnosis and referral. This study aimed to determine whether radiological parameters observed on standing spine radiographs can predict the severity of LDH and support timely referral for advanced care. Methods: In this retrospective cross-sectional study, patients diagnosed with LDH who underwent both standing whole-spine radiographs and lumbar MRI between June 2014 and January 2024 were included. Radiographic parameters evaluated included disc …
Participatory Training On Health Literacy To Improve Body Composition Among Female Overweight And Obese-High School Students, Phatthalung Province, Thailand : A Quasi Experimental Study, Chamaiporn Thongphet
Participatory Training On Health Literacy To Improve Body Composition Among Female Overweight And Obese-High School Students, Phatthalung Province, Thailand : A Quasi Experimental Study, Chamaiporn Thongphet
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Children and adolescents aged 5-19 over 340 million were overweight and obese, the prevalence has risen dramatically. Overweight and obesity are linked to more deaths worldwide than underweight. Using health literacy-focused strategies, the intervention was robust in achieving reductions for participants of varying health literacy status. This study aimed to evaluate the effect of “Participatory Training Health Literacy” on reducing risk behavior and improving body composition among the female overweight and obese high school students, Phatthalung province, Thailand. The study design was 2 designs including cross-sectional study (n=572) design and quasi- experimental research (intervention=36 and control=31). The assessment had conducted …
การพัฒนาระบบการตรวจให้คะแนนการเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติ, กวินนา แก้วเพ็ชร
การพัฒนาระบบการตรวจให้คะแนนการเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติ, กวินนา แก้วเพ็ชร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาระบบการตรวจให้คะแนนการเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติ และ 2) ประเมินคุณภาพระบบการตรวจให้คะแนนการเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติ โดยมีตัวอย่างวิจัย คือ นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต คณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ระดับชั้นปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 103 คน จาก 5 มหาวิทยาลัย โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย คือ ระบบการตรวจให้คะแนนการเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติ และทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาคุณภาพของระบบจาก 3 ตัวชี้วัด ได้แก่ ความสอดคล้องในการตรวจให้คะแนนระหว่างระบบและผู้ตรวจที่เป็นมนุษย์ ประสิทธิผลของระบบ ความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อระบบ ซึ่งผลการวิจัยพบว่า 1. แบบสอบเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษที่พัฒนาขึ้น จำนวน 4 ข้อ มีการประยุกต์โครงการสร้างและรูปแบบมาจากข้อสอบเขียนประเภทที่ 1 ของ IELTS โดยมีการปรับบริบทและสถานการณ์ให้เหมาะสมกับการเป็นข้อสอบสำหรับนิสิต นักศึกษาคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และมีการปรับใช้เกณฑ์ในการตรวจให้คะแนนของ IELTS เช่นเดียวกัน โดยเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินมีทั้งสิ้น 4 เกณฑ์ ได้แก่ การตอบสนองต่อโจทย์ (Task achievement) ความสอดคล้องต่อเนื่อง (Coherence and Cohesion) คำศัพท์ (Lexical Resource) และความถูกต้องและความเหมาะสมของไวยากรณ์ (Grammatical Range and Accuracy) ซึ่งเกณฑ์การประเมินถูกปรับเป็น 5 ระดับ (0-4 คะแนน) เพื่อความเหมาะสมกับความสามารถของผู้สอบ ซึ่งเมื่อตรวจสอบคุณภาพของข้อสอบพบว่า มีค่าความยากอยู่ระดับปานกลาง และมีอำนาจจำแนกที่ดี เมื่อตรวจสอบความเที่ยงของผลการวัดตามทฤษฎีสรุปอ้างอิงพบว่า ความเที่ยงแบบอิงเกณฑ์ โดยการตรวจให้คะแนนโดยผู้สอบ 2 คน ด้วยการออกแบบการวัดแบบไขว้อยู่ในระดับที่น่าเชื่อถือ (Absolute G-Coefficient=0.75) และสหสัมพันธ์ภายในชั้นของแต่ละข้ออยู่ในระดับที่มีความเห็นพ้องร่วมกันสูงมาก (.994 ถึง 1.000) 2. ระบบการตรวจให้คะแนนการเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติ ที่พัฒนาขึ้นด้วยภาษา JavaScript โดยมีระบบการทำงานแบบเบ็ดเสร็จในระบบ (Standalone) ซึ่งภายในประกอบไปด้วยข้อสอบวัดทักษะการเขียนอธิบายความข้อมูลภาพภาษาอังกฤษ จำนวน 4 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อระบบ …
ผลกระทบของฟังก์ชันกระตุ้นต่อประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลของเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์, จินจุ เจริญยิ่งไพศาล
ผลกระทบของฟังก์ชันกระตุ้นต่อประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลของเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์, จินจุ เจริญยิ่งไพศาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์เป็นหนึ่งในแนวทางที่มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ผลลัพธ์ทางทฤษฎีจากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์ที่มีข้อจำกัด กับ เครือข่ายประสาทเทียมแบบผลลัพธ์เดียว และผลลัพธ์เชิงปฏิบัติจากการเปรียบเทียบเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายผลลัพธ์ กับเครือข่ายประสาทเทียมแบบผลลัพธ์เดียวยังคงมีความแตกต่างกัน งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาผลกระทบของฟังก์ชันกระตุ้นในชั้นซ่อนที่มีต่อประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลของเครือข่ายประสาทเทียมในการจำแนกประเภทแบบไบนารี โดยทำการศึกษาในฟังก์ชันกระตุ้น 4 ชนิด ได้แก่ ฟังก์ชัน Sigmoid, ReLU, Leaky ReLU (LReLUs) และ Exponential Linear Units (ELUs) ภายใต้โครงสร้างประสาทเทียม 2 ประเภทที่ใช้เกณฑ์ในการกำหนดโหนดซ่อนแตกต่างกัน โดยจากผลการวิจัยพบว่า ฟังก์ชัน sigmoid เป็นฟังก์ชันกระตุ้นที่สามารถทำให้ประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติมีค่าใกล้เคียงกับผลลัพธ์เชิงทฤษฎีมากที่สุดในโครงสร้างทั้ง 2 ประเภท
Healthy Aging Among Older Thai Adults With Passive And Active Music Participation : A Qualitative Study, Panicha Ponprasit, Arunya Tuicomepee, Juthatip Wiwattanapantuwong
Healthy Aging Among Older Thai Adults With Passive And Active Music Participation : A Qualitative Study, Panicha Ponprasit, Arunya Tuicomepee, Juthatip Wiwattanapantuwong
Journal of Urban Culture Research
Music participation is a beneficial activity for seniors. This qualitative study examined the experiences of sixteen healthy older adults in Thailand who engaged in some way with music. Data were collected through semi-structured in-depth interviews. The findings revealed four themes. The first theme, “Music as Leisure vs. Identity,” highlights music's dual role in offering enjoyment and shaping one identity. The second theme, “Music's Role in Social Connections,” explores how engagement with music fosters relationships and builds a sense of community. The third theme, “Music for Well-being,” highlights music's contributions to health and well-being. The last theme “Music as Lifelong Self-Improvement …
Chinese Traditional Paper-Folding Practices As A Social Aesthetic Of Baan Saan Community Art, Phuket Old Town : A Case Study, Nicha Tovankasame, Jakraphan Chaopreecha
Chinese Traditional Paper-Folding Practices As A Social Aesthetic Of Baan Saan Community Art, Phuket Old Town : A Case Study, Nicha Tovankasame, Jakraphan Chaopreecha
Journal of Urban Culture Research
This research utilizes an anthropological lens to examine the understanding of social aesthetics within a local market community with an unique traditional heritage. The data for this research was collected during a series of workshops aimed at creating community art in the Baan Saan Community of Phuket, Thailand. The artists and community leaders at first proposed graffiti and wall paintings, which are often found in modern South-East Asian tourist hotspots. However, the community members chose instead to conduct a workshop on traditional methods of folding joss paper. The joss paper is contextualized in this merchant community where the aesthetic value …
Collective Memory, Urban Regeneration And Conservation Of Historical Sites – Chaharbagh Street, Isfahan City, Iran, Mehdi Haghighatbin, Sara Saghafi Moghaddam, Steffen Nijhuis
Collective Memory, Urban Regeneration And Conservation Of Historical Sites – Chaharbagh Street, Isfahan City, Iran, Mehdi Haghighatbin, Sara Saghafi Moghaddam, Steffen Nijhuis
Journal of Urban Culture Research
This study aims to present a regeneration process for historical spaces based on the notion of collective memory. We argue for the necessity of simultaneously studying conservation and rehabilitation policies for restoring and continuing the collective memory of historical spaces. This approach can effectively preserve and shape the collective memory of historical spaces by focusing on preservation and valuing the landscape as a major key between place and humans. The historical ChaharBagh Avenue from the Safavid era in Isfahan serves as a case study. Over time, the social and cultural significance and value of ChaharBagh Avenue as a historical public …
Debussy And Siamese Whole-Tone Scale Music, Weerachat Premananda, Yodchye Phrom-Indra
Debussy And Siamese Whole-Tone Scale Music, Weerachat Premananda, Yodchye Phrom-Indra
Journal of Urban Culture Research
This article explores Claude Debussy, Siamese whole-tone scale music, and urban cultural connections between France and Siam in terms of history, theory, and its inspiring creativity to music. Playing an important role in Western music, whole-tone scale expresses spirit and philosophy of the East along with unique improvisation and rhythmic patterns. More importantly it has been influential to a number of Western masterpieces such as music by Debussy, Béla Bartók, and Klaus Pringsheim. Siamese 7-note whole-tone scale music had a close connection with France since the diplomat to Siam, Simon de la Loubère was recognized to be the first foreigner …
From Textile Art To Sound : The Bhusa Composition Inspired By Kachama Perez And Lanna Music, Sumida Ansvananda, Jinnawat Mansap, Kalaya Phongsathorn
From Textile Art To Sound : The Bhusa Composition Inspired By Kachama Perez And Lanna Music, Sumida Ansvananda, Jinnawat Mansap, Kalaya Phongsathorn
Journal of Urban Culture Research
This paper presents the artistic research on the creation of a music composition The Bhusa for woodwind and piano chamber ensemble as inspired by the contemporary weaving artist Kachama Perez and Lanna traditional music. Lanna is a term defining the earlier independent kingdom during the 13th to 18th centuries. Its center consists of today’s northern part of Thailand, and its cultural heritage is unique. Nowadays, the heritage of Lanna textiles is better preserved and collected, but Kachama Perez is one of the prominent artists who preserves the textile art by infusing the local textile techniques with new ideas and forms. …
Case Study Of Essential Character Design Elements To Communicate The Identityof The Unesco Creative City Of Gastronomy – Phetchaburi, Thailand, Vorapoj Songcharoen, Chalermporn Siriwichai, Sonsawan Homwiseswongsa, Damian Fox, Sakda Songcharoen
Case Study Of Essential Character Design Elements To Communicate The Identityof The Unesco Creative City Of Gastronomy – Phetchaburi, Thailand, Vorapoj Songcharoen, Chalermporn Siriwichai, Sonsawan Homwiseswongsa, Damian Fox, Sakda Songcharoen
Journal of Urban Culture Research
Character design plays a vital role in design, particularly, in the UNESCO Creative City of Gastronomy. This specialized design represents the values, culture, people, lifestyles, and products associated with the city. It is essential to consider how a global audience perceives the intended message. To explore this, a thorough analysis was conducted, evaluating the design of 24 characters from the Phetchaburi Mascot and Creative City Logo: International Design Competition 2021. The winning character was selected to promote Phetchaburi for the UNESCO Creative City of Gastronomy campaign and various tourism initiatives. The primary aim of this research is to identify design …
Adaptive Reuse As A Tool For Sustainable Urban Development : The Case Study Of Singapore, Southeast Asia, Yaelle Cudicio, Narcís Bassols I Gardella
Adaptive Reuse As A Tool For Sustainable Urban Development : The Case Study Of Singapore, Southeast Asia, Yaelle Cudicio, Narcís Bassols I Gardella
Journal of Urban Culture Research
This article aims to explore the application of adaptive reuse as a tool for urban built heritage management through the study of five cases in the city of Singapore, Southeast Asia. At the crossroads of urban strategy, building conservation and heritage management, the cases reveal the complexities of contemporary urban developments in one of the world’s leading cities. Five projects are analyzed and compared via thematic and content analysis, drawing from primary and secondary sources. The cases display the potential of adaptive reuse, as well as their connection to the larger context of sustainable urban (re)development, while offering a realistic …
Unveiling The Creative City Potential Of Buriram : An Analysis Of Its Cultural And Creative Ecosystems, Grisana Punpeng
Unveiling The Creative City Potential Of Buriram : An Analysis Of Its Cultural And Creative Ecosystems, Grisana Punpeng
Journal of Urban Culture Research
This study discusses findings from a three-month study, from October to December 2021, on the creative city potential of Buriram Province in Northeastern Thailand. Commissioned by UNESCO, this study aims to firstly, analyze the Cultural and Creative Industries ecosystem and map cultural resources by applying the Cities, Culture and Creativity (CCC) Framework in Buriram Province and secondly, offer a set of recommended interventions toward the achievement of the triple benefits of sustainable urban development, city competitiveness and social inclusion. The results show that Buriram is abundant in cultural assets that could be used as a foundation for the growth of …
Journal Policies, Jucr Staff
Sedulur Sikep Fights For The Environment & Livelihood Through The Javanese Pop Song "Ibu Bumi", Enkin Asrawijaya, Sri Ningsih, Dedi Supriadi Adhuri, Tity Kusrina
Sedulur Sikep Fights For The Environment & Livelihood Through The Javanese Pop Song "Ibu Bumi", Enkin Asrawijaya, Sri Ningsih, Dedi Supriadi Adhuri, Tity Kusrina
Journal of Urban Culture Research
The issue of environmental preservation is an important topic in global issues. The role of all parties is needed to support environmental preservation because it has an impact on welfare. One of them is conducting a struggle through songs, which this effort is carried out by the indigenous community of Sedulur Sikep (Javanese sub-tribe) in Indonesia. An ethnographic method was utilized through a qualitative approach. We use the theory of symbolic resistance to discuss. The results showed that they made a song entitled "Ibu Bumi" as symbolic resistance by applying the cultural perspective of Sedulur Sikep to invite listeners to …
The Politics Of Folklore In Asian Gothic, Katarzyna Ancuta
The Politics Of Folklore In Asian Gothic, Katarzyna Ancuta
Manusya, Journal of Humanities
No abstract provided.
De-Politicizing And Dis-Remembering The White Terror Through Gothic : The Grand Narrative And Embarrassed Politics Of Collective Commemoration In The Movie Detention, Min-Tser Lin
Manusya, Journal of Humanities
This article aims to read Taiwan’s 2019 cinematic horror sensation, Detention, as part of the nation’s effort to construct a grand narrative of collective commemoration, as it tries to streamline its multiple conflicting memories about the Nationalist government’s violent political suppressions of suspected dissidents during the mid-20th century, commonly called the White Terror. For this nationalist narrative to follow the Gothic scenario of progression from repression to liberation, embarrassing elements of the past, especially many White Terror victims’ sympathy with the Chinese Communist Party, must be de-politicized and dis-remembered. The movie adopts a ploy that can be called “isomorphic …