Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (637)
- Clinical Psychology (580)
- Social Psychology (394)
- Sociology (368)
- Arts and Humanities (344)
-
- Education (336)
- Developmental Psychology (277)
- Mental and Social Health (268)
- Cognitive Psychology (259)
- Counseling Psychology (253)
- Industrial and Organizational Psychology (237)
- Child Psychology (221)
- Other Psychology (214)
- Health Psychology (208)
- Psychiatry and Psychology (200)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (168)
- Cognition and Perception (160)
- School Psychology (156)
- Business (153)
- Medical Specialties (151)
- Life Sciences (147)
- Applied Behavior Analysis (139)
- Public Health (134)
- Community Psychology (126)
- Personality and Social Contexts (126)
- Social Work (126)
- Multicultural Psychology (122)
- Human Factors Psychology (117)
- Institution
-
- Walden University (299)
- University of Nebraska - Lincoln (142)
- City University of New York (CUNY) (122)
- The Texas Medical Center Library (120)
- University of Nevada, Las Vegas (86)
-
- Liberty University (84)
- Singapore Management University (81)
- University of Tennessee at Chattanooga (81)
- Old Dominion University (65)
- Claremont Colleges (61)
- University of Central Florida (57)
- Antioch University (52)
- University of Kentucky (52)
- Portland State University (49)
- James Madison University (48)
- University of Arkansas, Fayetteville (48)
- Edith Cowan University (46)
- Florida Institute of Technology (46)
- Pepperdine University (45)
- University of Texas Rio Grande Valley (45)
- Chapman University (44)
- Seattle Pacific University (42)
- University of Denver (42)
- Utah State University (42)
- Clemson University (41)
- University of South Carolina (41)
- Virginia Commonwealth University (41)
- Cal Poly Humboldt (39)
- DePaul University (39)
- Nova Southeastern University (39)
- Keyword
-
- Mental health (136)
- COVID-19 (120)
- Depression (119)
- Psychology (106)
- Anxiety (93)
-
- Trauma (80)
- Humans (77)
- Stress (74)
- Resilience (56)
- Mindfulness (45)
- Mental Health (43)
- Motivation (43)
- Autism (42)
- Children (41)
- Stigma (41)
- Burnout (40)
- Gender (38)
- Well-being (37)
- Adolescents (36)
- College students (36)
- PTSD (35)
- Education (34)
- Industrial and organizational psychology (34)
- Personality (34)
- Discrimination (33)
- Adolescent (32)
- Leadership (32)
- Race (32)
- Social media (32)
- Youth (32)
- Publication
-
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (296)
- Theses and Dissertations (208)
- Dissertations (84)
- Faculty, Staff and Student Publications (83)
- Doctoral Dissertations and Projects (76)
-
- Electronic Theses and Dissertations (73)
- Psychology Faculty Publications (64)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (53)
- Honors Theses (53)
- Antioch University Dissertations & Theses (52)
- Research Collection School of Social Sciences (49)
- Dissertations and Theses (43)
- Honors Undergraduate Theses (42)
- Modern Psychological Studies (39)
- Research outputs 2022 to 2026 (39)
- College of Science and Health Theses and Dissertations (38)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (38)
- Master's Theses (38)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (36)
- River Cities Industrial and Organizational Psychology Conference (34)
- Department of Psychology: Faculty Publications (32)
- Arts & Sciences Graduate Student Theses and Dissertations (30)
- Electronic Theses, Projects, and Dissertations (30)
- Masters Theses (29)
- Psychological Science Faculty Publications (29)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (29)
- Faculty, Staff and Students Publications (28)
- International Conference on Gambling & Risk Taking (27)
- Legacy Theses & Dissertations (2009 - 2024) (27)
- School of Psychology, Family, and Community Research Conference (27)
- Publication Type
- File Type
Articles 3991 - 4020 of 4121
Full-Text Articles in Psychology
ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การและพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ โดยมีคุณภาพชีวิตการทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ปวีณรัตน์ กิตติพิชญอัมพร
ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การและพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ โดยมีคุณภาพชีวิตการทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ปวีณรัตน์ กิตติพิชญอัมพร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การที่มีต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การโดยมีคุณภาพชีวิตการทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ พนักงานบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมบริการที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 156 คน ได้ทำการตอบคำถามผ่านแบบสอบถามออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ มาตรวัดการรับรู้ความยุติธรรมในองค์การ, มาตรวัดพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ และมาตรวัดการคุณภาพชีวิตการทำงาน เมื่อทำการวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปSPSS ชุดคำสั่ง PROCESS (Model 4) เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน รวมทั้งการวิเคราะห์สถิติการทดสอบตัวแปรส่งผ่าน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ความยุติธรรมในองค์การไม่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .09, p = .175), การรับรู้ความยุติธรรมในองค์การมีความ สัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .68, p
Can Too Much Job Crafting Lead To Burnout? Curvilinear And Moderation Analyses, Panod Srisinsuphya
Can Too Much Job Crafting Lead To Burnout? Curvilinear And Moderation Analyses, Panod Srisinsuphya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Job Crafting involves individuals reshaping their work to align with their values and strengths, making work life more meaningful. While it reduces stress, studies also note drawbacks like increased stress and work disruption. This research uses polynomial hierarchical multiple regression to exhibit where job crafting shifts from positive to negative effects. Drawing on the conservation of resources theory and the too-much-of-a-good-thing effect, this research includes two studies. The first, with hotel group employees in Thailand (N = 405), examines job crafting's four dimensions and their impact on burnout. Results reveal that only 'increasing challenging job demands' has a curvilinear relationship …
หมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่ในกลุ่มผู้ใหญ่วัยเริ่มที่มีสถานะทางอัตลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ, พรปวีณ์ ฤทัยมณีเกษม
หมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่ในกลุ่มผู้ใหญ่วัยเริ่มที่มีสถานะทางอัตลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ, พรปวีณ์ ฤทัยมณีเกษม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่ในสถานะทางอัตลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ ในกลุ่มผู้ใหญ่วัยเริ่มที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี อายุเฉลี่ย 20.90 ปี จำนวน 341 คน จากการวิเคราะห์การจัดกลุ่มพบว่าสามารถจัดกลุ่มสถานะทางอัตลักษณ์ของกลุ่มตัวอย่างได้ทั้งหมด 6 รูปแบบ ได้แก่ 1) สถานะทางอัตลักษณ์การปักหลักตัวตนตามผู้อื่น 2) สถานะทางอัตลักษณ์การค้นหาตัวตน 3) สถานะทางอัตลักษณ์การค้นพบตัวตน 4) สถานะทางอัตลักษณ์การค้นหาตัวตนอีกครั้ง 5) สถานะทางอัตลักษณ์แบบสับสนแต่กังวล และ 6) สถานะทางอัตลักษณ์แบบสับสนแต่ไม่กังวล และมีการพัฒนามาตรวัดหมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่ฉบับภาษาไทยเพื่อให้เหมาะสมกับการศึกษาในบริบทประเทศไทย จำนวนข้อกระทง 34 ข้อ และเมื่อศึกษาความสัมพันธ์ของรูปแบบสถานะทางอัตลักษณ์ และหมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่ พบว่ากลุ่มสถานะทางอัตลักษณ์ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสถานะทางอัตลักษณ์การค้นหาตัวตนอีกครั้งและกลุ่มสถานะทางอัตลักษณ์การค้นพบตัวตนที่มีคะแนนเฉลี่ยของหมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่สูงที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ จากผลการศึกษานี้ พบผลที่เพิ่มเติมจากสมมติฐานงานวิจัยที่ระบุว่ากลุ่มที่มีสถานะทางอัตลักษณ์การค้นพบตัวตนจะมีคะแนนเฉลี่ยของหมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่สูงสุด เนื่องจากบุคคลที่มีสถานะทางอัตลักษณ์การค้นหาตัวตนอีกครั้งได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบตัวตนไปแล้วในช่วงเวลาก่อนหน้า ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่าบุคคลมีการดำเนินการทำหมุดหมายของการเป็นผู้ใหญ่ในประเด็นต่าง ๆ ได้สำเร็จเช่นเดียวกันกับบุคคลที่เพิ่งค้นพบตัวตนเป็นครั้งแรก
ผลของโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรมของเด็กวัยอนุบาล, ภรัณยา กาญจนรุจิ
ผลของโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรมของเด็กวัยอนุบาล, ภรัณยา กาญจนรุจิ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลา ต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) โดยรวม และแยกตามองค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่ ความจําเพื่อใช้งาน การยับยั้งพฤติกรรม และการยืดหยุ่นทางความคิด ของเด็กวัยอนุบาล กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กชั้นอนุบาล 2 จำนวน 56 คน แบ่งกลุ่มโดยการจับสลากแยกกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จับคู่เด็กที่มีคะแนน EF โดยรวมก่อนเข้าร่วมโปรแกรมใกล้เคียงกันเข้าสู่การวิเคราะห์ข้อมูล เด็กทั้ง 2 กลุ่มใช้อุปกรณ์ทำศิลปะและภาพมันดาลาแบบเดียวกัน จัดกิจกรรมกลุ่มละ 21 ครั้งเช่นเดียวกัน ต่างกันเพียงกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาแบบมีคำสั่ง ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเพื่อการเสริมสร้าง EF ในขณะที่กลุ่มควบคุมเข้าร่วมโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาแบบไม่มีคำสั่ง หลังเริ่มการวิจัยเด็กกลุ่มทดลองลาออกจากโรงเรียน 1 คน จึงเหลือกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 55 คน เก็บข้อมูลก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรม โดยใช้แบบประเมิน หัว-เท้า-เข่า-ไหล่ ในการประเมิน EF โดยรวม และชุดแบบประเมิน Early Years Toolbox (EYT) สำหรับการประเมินองค์ประกอบ 3 ด้านของ EF วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติความแปรปรวนสองทางแบบผสม และวิเคราะห์ความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี Bonferroni ผลการวิจัยพบว่า หลังกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาแบบมีคำสั่ง เด็กมีคะแนน การยืดหยุ่นทางความคิด (Mean = 5.37, SD = 4.72) เพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (Mean = 4.04, SD = 4.71) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ในทางตรงกันข้าม กลุ่มควบคุมที่เข้าร่วมโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาแบบไม่มีคำสั่ง ไม่พบความเปลี่ยนแปลงของคะแนนการยืดหยุ่นทางความคิดหลังการเข้าร่วมโปรแกรม นอกจากนี้ยังพบว่า ทั้งโปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาแบบมีคำสั่ง และแบบไม่มีคำสั่ง ไม่ส่งผลต่อคะแนน EF โดยรวม และองค์ประกอบ EF ด้านความจําเพื่อใช้งาน หรือการยับยั้งพฤติกรรม ของเด็กทั้ง 2 กลุ่ม ผลการวิจัยสรุปได้ว่า โปรแกรมศิลปะแนวคิดมันดาลาแบบมีคำสั่งเพื่อการเสริมสร้าง EF ช่วยให้เด็กมีคะแนนองค์ประกอบ EF ด้านการยืดหยุ่นทางความคิด เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และการวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีอุปกรณ์หรือของเล่นที่ดีสำหรับเด็ก …
อิทธิพลของความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีต่อภาวะหมดไฟในการทำงาน: การวิเคราะห์อิทธิพลกำกับของความปลอดภัยด้านจิตใจ, ระพีพร ม่วงศรี
อิทธิพลของความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีต่อภาวะหมดไฟในการทำงาน: การวิเคราะห์อิทธิพลกำกับของความปลอดภัยด้านจิตใจ, ระพีพร ม่วงศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
รูปแบบการทำงานในสังคมปัจจุบันมีการพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น การปรับตัวของพนักงานอาจส่งผลให้เกิดความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีในการทำงานที่นำไปสู่ความเครียด ความกังวล และความเหนื่อยล้าที่เชื่อมโยงทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน เห็นได้จากในปัจจุบันที่พบว่าอัตราการเกิดภาวะหมดไฟในการยังคงสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น การศึกษาในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาว่าความปลอดภัยด้านจิตใจ จะสามารถเป็นตัวแปรกำกับที่ช่วยลดความสัมพันธ์ของความเครียดจากการใช้เทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงานของพนักงานได้หรือไม่ ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างพนักงานในองค์การภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และสตาร์ทอัพ ในกรุงเทพและปริมณฑล ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้นภายหลังจากการเกิดสถานการณ์โรคระบาด จำนวน 175 คน จากการตอบแบบสอบถามออนไลน์ โดยประกอบด้วยแบบวัดความเครียดจากการใช้เทคโนโลยี แบบวัดภาวะหมดไฟในการทำงาน และแบบวัดความปลอดภัยด้านจิตใจ ใช้มาตรวัดความรู้สึกจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ผลการวิจัยพบว่าความเครียดจากการใช้เทคโนโลยี มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน และพบว่าความปลอดภัยด้านจิตใจ มีอิทธิพลกำกับที่ช่วยลดความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากการใช้เทคโนโลยี เฉพาะมิติของความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการทำงานของพนักงานได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นำไปสู่ข้อเสนอแนะของการวิจัยต่อองค์การที่ควรให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยด้านจิตใจในที่ทำงาน ทั้งในระดับบรรยากาศการทำงานและระดับบุคคล
การจดจ่อและการรับรู้พื้นที่ผ่านเสียง, สรัญญา เตรัตน์
การจดจ่อและการรับรู้พื้นที่ผ่านเสียง, สรัญญา เตรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอิทธิพลของการจดจ่อจากการกลอกตาและการชี้นิ้วต่อความแตกต่างของการรับรู้การจดจ่อ (valid - invalid) ในการระบุแหล่งที่มาของเสียงในแนวตั้ง และ 2) ศึกษาปฏิสัมพันธ์ของการกลอกตา การชี้นิ้ว และการรับรู้การจดจ่อต่อการระบุแหล่งที่มาของเสียงแนวตั้ง ผู้เข้าร่วมการวิจัยในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 30 คน อายุอยู่ในช่วงระหว่าง 20 – 33 ปี (M = 25.57 ปี, SD = 4.28) และมีการได้ยินปกติ ผลการศึกษา พบว่า ในทุกเงื่อนไขของการเคลื่อนไหวร่างกาย (ได้แก่ เงื่อนไขที่มีการกลอกตา-มีการชี้นิ้ว เงื่อนไขที่มีการกลอกตา-ไม่มีการชี้นิ้ว เงื่อนไขที่ไม่มีการกลอกตา-มีการชี้นิ้ว รวมถึง เงื่อนไขที่ไม่มีการกลอกตา-ไม่มีการชี้นิ้ว) เมื่อได้สัญญาณเสียงที่ถูกต้อง (valid) ทำให้ระบุตำแหน่งของเสียงได้เร็วกว่าได้สัญญาณที่ผิด (invalid) เมื่อพิจารณาอิทธิพลของการจดจ่อจากการกลอกตาและการชี้นิ้วต่อความแตกต่างของการรับรู้การจดจ่อ (valid - invalid) ในการระบุแหล่งที่มาของเสียงในแนวตั้ง พบว่า การกลอกตามีอิทธิพลต่อความเร็วในการระบุตำแหน่งของเสียง ในขณะที่ ไม่พบอิทธิพลของการชี้นิ้ว และไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างการกลอกตาและการชี้นิ้วต่อความเร็วในการระบุตำแหน่งของเสียง สำหรับความถูกต้องในการระบุตำแหน่งของเสียง พบว่า การจดจ่อจากการกลอกตาและการชี้นิ้วไม่มีอิทธิพลและไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อความถูกต้องในการระบุตำแหน่งของเสียงในแนวตั้ง
การเปิดเผยตัวตน บรรยากาศที่สนับสนุนในสถานที่ทํางาน และการถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทํางาน ในกลุ่มผู้ชายข้ามเพศ, สุชานรี ศรีวิลัย
การเปิดเผยตัวตน บรรยากาศที่สนับสนุนในสถานที่ทํางาน และการถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทํางาน ในกลุ่มผู้ชายข้ามเพศ, สุชานรี ศรีวิลัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผู้ชายข้ามเพศ เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่มีเพศกำเนิดเป็นผู้หญิง แต่รับรู้อัตลักษณ์ทางเพศของตนเองเป็นเพศชาย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศที่สนับสนุนและการถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน โดยมีการเปิดเผยตัวตนทำหน้าที่เป็นอิทธิพลกำกับ และเพื่อสำรวจระดับการเปิดเผยตัวตนและการถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงานในกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศที่แตกต่างกัน โดยทำการเก็บข้อมูลในผู้ชายข้ามเพศ ทำงานในองค์การที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จำนวน 128 คน ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ผลการวิจัย พบว่า (1) บรรยากาศที่สนับสนุนในสถานที่ทำงานมีความสัมพันธ์ทางลบกับการถูกเลือกปฏิบัติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = - .719, p < .001) (2) การทดสอบอิทธิพลกำกับของการเปิดเผยตัวตน โดยได้แบ่งการเปิดเผยตัวตน ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การเปิดเผยตัวตนโดยไม่ได้ตั้งใจและการเปิดเผยตัวตนอย่างชัดเจน จากการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า การเปิดเผยโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นอิทธิพลกำกับ ระหว่างบรรยากาศที่สนับสนุนในสถานที่ทำงานกับการถูกเลือกปฏิบัติ (β = .067, p = .268) รวมถึงการเปิดเผยอย่างชัดเจน ก็ไม่มีอิทธิพลกำกับระหว่างบรรยากาศที่สนับสนุนในสถานที่ทำงานและการถูกเลือกปฏิบัติ (β = -.010, p = .858) (3) ศึกษาความแตกต่างในกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศของผู้ชายข้ามเพศ ต่อระดับการเปิดเผยตัวตนและการถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน โดยผลการวิเคราะห์ พบว่า การเปิดเผยตัวตนไม่มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศของผู้ชายข้ามเพศ (F = 0.52, p = 0.96) และการเปิดเผยตัวตนไม่มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มรสนิยมทางเพศของผู้ชายข้ามเพศ (F = 0.92, p = 0.57) ส่วนการถูกเลือกปฏิบัติในกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศหลากหลาย มีระดับที่สูงมากกว่ากลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศผู้ชาย (t = - 2.98, p < .001) และกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศหลากหลาย มีค่าคะแนนการถูกเลือกปฏิบัติทางอ้อมมากกว่ากลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศผู้ชาย (t = -3.37, p < .001) ส่วนรสนิยมทางเพศแบบหลากหลายทางเพศ ถูกเลือกปฏิบัติทางตรงมากกว่ากลุ่มรสนิยมทางเพศแบบรักต่างเพศ (t = -2.06, p = .041) และรสนิยมทางเพศแบบหลากหลายทางเพศถูกเลือกปฏิบัติทางอ้อมมากกว่ากลุ่มรสนิยมทางเพศแบบรักต่างเพศ (t = -2.15, p = .033) ผลการวิจัยนี้สามารถนำมาใช้ เพื่อให้องค์การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุน เพื่อลดการถูกเลือกปฏิบัติและแม้จะไม่มีอิทธิพลกำกับของการเปิดเผยตัวตน แต่องค์การสามารถนำผลไปปรับใช้ให้เข้ากับบริบทผู้ชายข้ามเพศในสังคมไทยถึงความสำคัญและรับรู้การมีอยู่ของกลุ่มผู้ชายข้ามเพศในสถานที่ทำงาน ทำได้โดยเน้นการสร้างบรรยากาศองค์กรที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ
อิทธิพลของการมุ่งความสมบูรณ์แบบและการมุ่งความเป็นเลิศต่อการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษาในนักศึกษาปริญญาตรีโดยมีการนำเสนอตนเองด้วยความสมบูรณ์แบบเป็นตัวแปรส่งผ่าน, เอกสุวัชร์ เพ็ชรน้ำทองวัฒนะ
อิทธิพลของการมุ่งความสมบูรณ์แบบและการมุ่งความเป็นเลิศต่อการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษาในนักศึกษาปริญญาตรีโดยมีการนำเสนอตนเองด้วยความสมบูรณ์แบบเป็นตัวแปรส่งผ่าน, เอกสุวัชร์ เพ็ชรน้ำทองวัฒนะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการมุ่งความเป็นเลิศและการมุ่งความสมบูรณ์แบบต่อการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษา รวมถึงบทบาทในการเป็นตัวแปรส่งผ่านของการนำเสนอตนเองด้วยความสมบูรณ์แบบซึ่งเป็นลักษณะการแสดงออกที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ที่มุ่งความสมบูรณ์แบบ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศไทย จำนวน 190 คนโดยมีอายุเฉลี่ย 20.58 ปี (SD = 1.84) เก็บข้อมูลด้วยการสุ่มตามสะดวกผ่านการตอบแบบสอบถามออนไลน์ซึ่งประกอบด้วย 1) แบบสอบถามคัดกรองและข้อมูลส่วนบุคคล 2) มาตรวัดการมุ่งความสมบูรณ์แบบและการมุ่งความเป็นเลิศ (SCOPE) 3) มาตรวัดการนำเสนอตนเองด้วยความสมบูรณ์แบบ (PSPS) และมาตรวัดการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษา (APS) ผลการวิเคราะห์ถดถอยแบบพหุคูณแสดงให้เห็นว่าการมุ่งความเป็นเลิศไม่มีอิทธิพลต่อการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษา ในขณะที่การมุ่งความสมบูรณ์แบบมีอิทธิพลทางลบอย่างมีนัยสำคัญ (B = -.147, p < .05) นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่านด้วยโปรแกรม PROCESS พบว่าการนำเสนอตนเองไม่มีอิทธิพลส่งผ่านในความสัมพันธ์ระหว่างการมุ่งความเป็นเลิศและการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษา แต่มีอิทธิพลกดทับ (suppression effect) ในความสัมพันธ์ระหว่างการมุ่งความสมบูรณ์แบบกับการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษาซึ่งแสดงให้เห็นว่าการนำเสนอตนเองด้วยความสมบูรณ์แบบเป็นปัจจัยที่ขัดขวางประโยชน์ของการมุ่งความสมบูรณ์แบบ โดยสรุปผลการศึกษาพบว่าการมุ่งความสมบูรณ์แบบสามารถลดระดับการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษาได้โดยตรง แต่ทว่ายังสามารถเพิ่มระดับความกังวลในการนำเสนอตนเองด้วยความสมบูรณ์แบบซึ่งนำไปสู่การเพิ่มพฤติกรรมการผัดวันประกันพรุ่งทางการศึกษาในทางอ้อมได้
Illness Perception, Psychological Resilience, And Age As Predictors Of Fear Of Cancer Recurrence In Cancer Patients And Cancer Survivors In Thailand, Pannathorn Kittiputtarapol
Illness Perception, Psychological Resilience, And Age As Predictors Of Fear Of Cancer Recurrence In Cancer Patients And Cancer Survivors In Thailand, Pannathorn Kittiputtarapol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Fear of cancer recurrence was among the strongest challenges encountered by cancer patients and survivors. However, there were very limited studies in Thailand that examined the factors that predicted this psychological construct. Therefore, the current research examined the possible associations and predictive roles that illness perception, psychological resilience, and age had with fear of cancer recurrence. The participants were 134 Thai cancer patients and survivors who responded to a set of questionnaires that measured these factors. Study invitations were circulated via social media platforms commonly frequented by cancer patients or survivors (e.g., cancer support groups). The Pearson correlation coefficient and …
Effects Of Physical Stress And Depression Mood On Memory Retrieval: An Eeg Study, Sutasinee Chaidej
Effects Of Physical Stress And Depression Mood On Memory Retrieval: An Eeg Study, Sutasinee Chaidej
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Memory can be influenced by various factors, particularly stress and depressed mood. Studies show that stress enhances memory before encoding but diminishes it before retrieval. Depressed moods are also linked to reduced memory competence, and retrieval-induced forgetting (RIF) can further affect memory. Event-related potential (ERP) research has identified patterns such as the FN400 and N2pc components during memory retrieval. EEG studies have noted changes in beta and theta waves in the anterior temporal cortex due to stress and significant activity across various brain regions in depressed moods. This study investigated the effects of stress induced by the Cold Pressor Test …
Sexual Orientation Microaggressions And Mental Health Concerns: A Conditional Process Modeling Of Protective Effects Of Microaffirmations, Rapinpat Yodlorchai
Sexual Orientation Microaggressions And Mental Health Concerns: A Conditional Process Modeling Of Protective Effects Of Microaffirmations, Rapinpat Yodlorchai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Mental health disparities existed globally for sexual minority populations compared to heterosexuals. Experiences of subtle discrimination called microaggressions contributed to poor mental health outcomes. Conversely, microaffirmations may buffer these negative effects. To further study these processes among lesbian, gay, bisexual, queer/questioning (LGBQ+) Thais, culturally validated tools were needed to quantify microaggression and microaffirmation experiences within Thailand's high-context culture. Objectives: This two-part study aimed to: 1) develop and validate Thai language scales measuring microaggressions and microaffirmations related to sexual orientation; and 2) test a conceptual moderated mediation model elucidating relationships between microaggressions, microaffirmations, sexual orientation concealment, internalized heterosexism, and mental …
ประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก, กันตพร สวนศิลป์พงศ์
ประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก, กันตพร สวนศิลป์พงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ทางจิตใจจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ด้วยระเบียบวิธีวิจัยการวิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกในชุดคำถามกึ่งโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมวิจัยคือผู้เคยมีประสบการณ์การเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกตามเกณฑ์ได้แก่ เป็นการเขียนที่มีลักษณะของการสะท้อน สำรวจ ใคร่ครวญ เกี่ยวกับความคิดความรู้สึก เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และเยียวยาตนเอง และเป็นการเขียนระหว่างที่ได้รับการบำบัดจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา จำนวน 6 ราย มีอายุระหว่าง 23-36 ปี ผลการวิจัยแบ่งได้เป็น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) องค์ประกอบที่ชักนำให้สนใจการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย ความคุ้นเคยกับการเขียนการอ่านและการจดบันทึก การขาด ‘พื้นที่ปลอดภัยทางความรู้สึก’ หล่อหลอมให้แสวงหาพื้นที่แสดงออก และ การกระตุ้นที่นำไปสู่การมองหาหนทางเยียวยา 2) ช่องทางและเวลาในการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย เลือกใช้ช่องทางการเขียนที่ตนเองถนัดและตอบโจทย์ความต้องการ เขียนในพื้นที่และเวลาที่ให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว ใช้เวลากับการเขียนอย่างยืดหยุ่นตามระดับความต้องการภายใน 3) รูปแบบวิธีการเขียนและกระบวนการที่ดำเนินไประหว่างการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วย บอกเล่าเรื่องราวตามวิถีธรรมชาติของตนเอง เกิดกระบวนการสำรวจ กลั่นกรอง ใคร่ครวญ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวและตนเอง และเกิดความตระหนักรู้จากการ ‘ค้นพบ’ และ ‘มองเห็น’ โลกภายในตนเองได้แจ่มชัด) 4) ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึก ประกอบด้วยผลที่สังเกตได้หลังการลงมือเขียนแต่ละครั้ง และผลเมื่อทำซ้ำจนตกผลึกภายในตนเอง ผลที่สังเกตได้หลังการลงมือเขียนแต่ละครั้ง ได้แก่ ความปลอดโปร่งจากความทุกข์และความอึดอัดที่คลี่คลายลงไป เกิดความตระหนักและยอมรับความรู้สึกตนเองโดยไม่ตัดสิน เกิดความเข้าใจในความเป็นตนเองบนพื้นฐานประสบการณ์ส่วนตัว ตั้งสติและมองเห็นหนทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมแก่ตนเองได้ และรู้สึกอิ่มเอมจากการได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ผลเมื่อทำซ้ำจนตกผลึกภายในตนเอง ได้แก่ เกิดสัมพันธภาพและการสื่อสารภายในตนที่มีคุณภาพ เรียบเรียงความคิดความรู้สึกเพื่อสื่อสารกับคนรอบข้างได้ดีขึ้น รับรู้ถึงอำนาจและพลังการยืนยันภายในตนเอง เห็นความเชื่อมโยงภายในตนจากอดีตสู่ปัจจุบันและรับรู้ศักยภาพในการกำกับดูแลตนเอง และ กลับสู่ความเป็นตัวเองที่แท้ รู้สึกเติมเต็มภายในตนและเข้าใจธรรมชาติชีวิต 5) การรับรู้ประโยชน์ของการเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกและการนำไปใช้ ประกอบด้วย เป็นพื้นที่ประคับประคองเยียวยาและทำความเข้าใจตนเองที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เป็นเครื่องมือสื่อสารทดแทนในเรื่องที่ยากหรือลำบากใจจะเอ่ย และ ต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์ที่ใช้วัตถุดิบภายในตน งานวิจัยนี้ช่วยเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์การเขียนสะท้อนความคิดความรู้สึกในคนไทยว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดการสำรวจและตระหนักรู้ภายในตนเองได้ ผู้สนใจสามารถนำมาใช้ดูแลตนเองเบื้องต้น และนักจิตวิทยาการปรึกษาสามารถนำเครื่องมือนี้มาใช้ประกอบการให้คำปรึกษาเพื่อผลลัพธ์การทำงานร่วมกับผู้รับบริการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การสำรวจความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตในประเทศไทย, พรพรหม ลิขิตโฆษิตกุล
การสำรวจความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตในประเทศไทย, พรพรหม ลิขิตโฆษิตกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตในประเทศไทยจำแนกตามเพศ ช่วงวัย อาชีพ และประเภทชุมชนที่ปฏิบัติงาน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิต ผู้มีหน้าที่ในการดูแลหรือรักษาบุคคลทั่วไปหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม โดยใช้กระบวนการจิตบำบัดหรือการปรึกษาเชิงจิตวิทยาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 160 คน อายุเฉลี่ย 35.5 ปี (SD = 9.54 ปี) เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย คือ แบบสอบถามความเชื่อทางจรรยาบรรณของผู้ให้บริการทางสุขภาพที่พัฒนาจากการศึกษาก่อนหน้า จำนวน 78 ข้อ นำผลที่ได้มาหาค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีการของ Cronbach’s Alpha ซึ่งผลที่ได้จากการคำนวณพบว่า ค่าความเที่ยง = .96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่ามี 12 ข้อที่ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดจรรยาบรรณอย่างแน่นอน มี 1 ข้อที่ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่ถูกจรรยาบรรณอย่างแน่นอน และมี 9 ข้อเป็นพฤติกรรมที่ผู้ให้รับบริการทางสุขภาพจิตส่วนใหญ่ตอบว่าไม่รู้หรือไม่แน่ใจ และผลการวิเคราะห์ความแตกต่างพบว่าผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตที่มีเพศ อาชีพ และประเภทชุมชนที่ปฏิบัติงานแตกต่างกันมีความเชื่อทางจรรยาบรรณโดยรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตที่มีช่วงวัยแตกต่างกัน มีความเชื่อทางจรรยาบรรณโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติของนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดชาวไทยในต่างประเทศ, พิศาลสินท์ กอสนาน
ประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติของนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดชาวไทยในต่างประเทศ, พิศาลสินท์ กอสนาน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือ เพื่อศึกษาประสบการณ์การฝึกปฏิบัติในห้องบำบัดของนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดชาวไทยในต่างประเทศ ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นคนไทยที่มีประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ สกอตแลนด์ และสหรัฐอเมริกา จำนวนทั้งหมด 6 คน รวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงกึ่งโครงสร้างเชิงลึกโดยใช้การวิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์เชิงตีความ (IPA) เป็นแนวทางการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยเน้นสามประเด็นหลัก: (1) ความท้าทายในการฝึกปฏิบัติ (2) การรับมือกับความท้าทายในการฝึกปฏิบัติ และ (3) การพัฒนาส่วนบุคคลและวิชาชีพ จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่านักฝึกหัดที่ปรึกษาชาวไทยเผชิญกับความท้าทายระหว่างการฝึกปฏิบัติในต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการบำบัดความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ทั้งกลยุทธ์การรับมือในเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาเชิงวิชาชีพและส่วนบุคคล ดังนั้นหลักสูตรจิตวิทยาการปรึกษาควรเตรียมความพร้อมในการเพิ่มศักยภาพและทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาข้ามวัฒนธรรมแก่นักศึกษาจิตวิทยาการปรึกษาและสร้างระบบสนับสนุนที่เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งเชิงบุคคลและเชิงวิชาชีพ
อิทธิพลของการเหนี่ยวนำให้ระลึกถึงพฤติกรรมเชิงศีลธรรมที่มีต่อภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนเเละพฤติกรรมโกง โดยมีความคลุมเครือของสถานการณ์เป็นตัวเเปรกำกับ, ภัทรพงศ์ สุทธิรัตน์
อิทธิพลของการเหนี่ยวนำให้ระลึกถึงพฤติกรรมเชิงศีลธรรมที่มีต่อภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนเเละพฤติกรรมโกง โดยมีความคลุมเครือของสถานการณ์เป็นตัวเเปรกำกับ, ภัทรพงศ์ สุทธิรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แม้จะมีงานวิจัยจำนวนมากที่แสดงให้เห็นปรากฏการณ์การให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง ซึ่งหมายถึงการที่บุคคลอ้างอิงคุณงามความดีในอดีตเพื่อกระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมได้ แต่งานวิจัยใดที่ศึกษากลไกทางจิตวิทยาที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวยังมีน้อย งานวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาพฤติกรรมการให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง และเปรียบเทียบว่าระหว่างแบบจำลองเครดิตทางศีลธรรมและการรับรองทางศีลธรรม กลไกใดที่ช่วยอธิบายการเกิดพฤติกรรมการให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเองได้ดีกว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป จำนวน 177 คน ที่ร่วมทำแบบสอบถามออนไลน์ โดยถูกสุ่มเข้าสู่เงื่อนไขที่ได้รับการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรม หรือ เงื่อนไขควบคุม แล้วตอบมาตรวัดภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตน จากนั้นได้เล่นเกมสุ่มเลขเพื่อรับรางวัลซึ่งมีโอกาสโกงได้ โดยสุ่มผู้เข้าร่วมการทดลอง ครึ่งหนึ่งเข้าสู่สถานการณ์ที่คลุมเครือ ซึ่งไม่มีการย้ำเตือนกติกาการเล่นเกม อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คลุมเครือซึ่งมีการย้ำเตือนกติกาการเล่นเกมอย่างชัดเจน แล้วบันทึกว่าผู้เข้าร่วมการทดลองเล่นเกมเกินที่กติกากำหนดไปกี่ครั้ง จากนั้นตอบมาตรภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนที่แทรกอยู่ในแบบประเมินอีกชุดหนึ่งอีกครั้งหนึ่ง ผลการวิเคราะห์สมมุติฐานที่ 1 ด้วย independent sample t-test พบว่า กลุ่มที่ได้รับการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมมีแนวโน้มที่จะโกงน้อยกว่ากลุ่มควบคุม แต่ความแตกต่างที่พบไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นจึงไม่พบหลักฐานที่สนับสนุนปรากฏการณ์ให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง ส่วนการทดสอบสมมุติฐานที่ 2 พบว่าอิทธิพลทางทางอ้อมของการเหนี่ยวนำความทรงจำทางศีลธรรมส่งผ่านของภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนไม่มีนัยสำคัญ พบเพียงว่าการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมกระตุ้นให้บุคคลมีภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนที่สูงขึ้น แต่ระดับภาพลักษณ์ทางศีลธรรมไม่สัมพันธ์กับพฤติกรรมโกง ส่วนการวิเคราะห์สมมุติฐานที่ 3 พบว่าความคลุมเครือของสถานการณ์ไม่มีอิทธิพลกำกับอิทธิพลทางอ้อมของการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมที่ส่งผ่านภาพลักษณ์ทางศีลธรรมส่วนตนไปยังพฤติกรรมโกง นอกจากนี้ เพื่อทดสอบสมมุติฐานที่ 4 กลไกที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์การให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเองเป็นไปตามแบบจำลองเครดิตทางศีลธรรมหรือแบบจำลองการรับรองทางศีลธรรม ผู้วิจัยนำข้อมูลเฉพาะผู้ที่แสดงพฤติกรรมโกงไปทดสอบความแปรปรวนสามทาง ระหว่าง 2(การเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรม) x 2(ความคลุมเครือของสถานการณ์) และ 2(ช่วงเวลาที่วัดภาพลักษณ์ทางศีลธรรม) ผลพบว่าโดยรวมคะแนนภาพลักษณ์ทางศีลธรรมลดลงหลังจากการโกงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่มีอิทธิพลปฏิสัมพันธ์ตัวใดมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม ผลวิเคราะห์อิทธิพลหลักย่อยพบว่า มีเพียงเงื่อนไขที่มีการเหนี่ยวนำความทรงจำศีลธรรมเท่านั้นที่คะแนนภาพลักษณ์ทางศีลธรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่คลุมเครือหรือไม่ แม้จะไม่พบหลักฐานพฤติกรรมการให้สิทธิพิเศษทางศีลธรรมแก่ตนเอง แต่ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า ตัวตนทางศีลธรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อถูกเหนี่ยวนำให้นึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับพฤติกรรมศีลธรรม และการเหนี่ยวนำความทรงจำเกี่ยวกับพฤติกรรมศีลธรรมอาจทำให้บุคคลทำพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมน้อยลง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการออกแบบสถานการณ์หรือการแทรกแซงที่ช่วยลดพฤติกรรมโกงได้
ความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงาน และความผูกพันในงาน โดยมีอายุทางอัตวิสัย และการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านในกลุ่มบุคลากรอาวุโส, มนัส อุ่นใจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลส่งผ่านของการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการและอายุทางอัตวิสัยต่อความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงานของบุคลากรอาวุโส โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างบุคลากรอาวุโสที่ปฏิบัติงานกับองค์กรเอกชนในประเทศไทย จำนวน 208 คน มีอายุระหว่าง 40 ถึง 65 ปี ใช้แบบสอบถามออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน รวมทั้งการวิเคราะห์สถิติการทดสอบตัวแปรส่งผ่าน ผลการวิจัยพบว่า ความสนุกในสถานที่ทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความผูกพันในงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .54, SE = .09, 95% ของช่วงชั้นความเชื่อมั่น [.464, .815], p < .01) การเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงาน (β = .10, SE = .04, 95% ของช่วงชั้นความเชื่อมั่น [.023, .196]) ในขณะที่ อายุทางอัตวิสัยไม่ใช่ตัวแปรส่งผ่านระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงาน สรุปได้ว่าการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านบางส่วนระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงานในบุคลากรอาวุโส เมื่อความสนุกในสถานที่ทำงานสูงบุคลากรอาวุโสมีแนวโน้มที่จะเกิดการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการและส่งผลไปยังความผูกพันในงานในที่สุด ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับองค์การเพื่อนำไปออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการให้เหมาะสมกับบุคลากรอาวุโส
การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจของนักศึกษาที่เศร้าโศกจากการสูญสียบุคคลอันเป็นที่รักจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย, วัฒนะ พรหมเพชร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบโมเดลสมการโครงสร้างของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจของนักศึกษาที่เศร้าโศกจากสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งการศึกษาอิทธิพลของเหตุปัจจัยที่มีต่อความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 281 คนเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2563 และมีประสบการณ์การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามเพื่อการวิจัยแบบออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้างโดย Program R และ LISREL เวอร์ชั่น 8.72 ผลวิจัยพบว่า โมเดลสมการโครงสร้างของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square = 66.07, df = 59, p = .25, GFI = .96, AGFI = .95, RMR = .69, RMSEA = .02) สามารถอธิบายความแปรปรวนของความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจได้ร้อยละ 27 โดยที่ปัจจัยสติและการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมมีอิทธิพลทางตรงด้านบวกต่อความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีขนาดอิทธิพลเท่ากับ .32 และ .31 ตามลำดับ การประยุกต์ใช้โมเดลเพื่อการพัฒนาความงอกงามภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจของนักศึกษาที่เศร้าโศกจากการสูญเสีย ควรส่งเสริมการฝึกสติและสร้างการรับรู้การสนับสนุนทางสังคมเป็นสำคัญ ส่วนปัจจัยปัญญาควรมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
Off The Rails: Cinematic Trains As Technological Controls Of The Natural World, Trinity Thompson
Off The Rails: Cinematic Trains As Technological Controls Of The Natural World, Trinity Thompson
Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses
Short train rail lines across the United States are seeing increased national funding to reduce toxic chemical spills caused by train derailments, the most notable of which happened in February 2023 in East Palestine, Ohio. A year prior, the film White Noise (2022) featured a similar toxic train derailment incident, taking place, too, in Eastern Ohio, and featuring actors from the town of East Palestine. In considering other films featuring trains, I identified a pattern of environmental conflict, leading me to question the relationship between trains and the natural environment as portrayed in popular cinema. To conduct my research, I …
Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao
Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao
Monsoon: South Asian Studies Association Journal
The stereotypical image of Indian women portrayed in the art of stone sculpture is often interpreted as images of beauty that are sensuous, religious as well depict social life. There are historical reasons for depicting her as such. This paper inquires into the changing depiction and social forces that influenced feminine imagery. This paper examines the portrayal of beauty through idealization of female body which has evolved over the centuries in India. It also aims to understand their changing status and explores issues of feminine identity, status, and empowerment largely in ancient and medieval India. It also provides a brief …
Work Effort: A Conceptual And Meta-Analytic Review, Chad H. Van Iddekinge, John D. Arnold, Herman Aquinis, Jonas W. B. Lang, Filip Lievens
Work Effort: A Conceptual And Meta-Analytic Review, Chad H. Van Iddekinge, John D. Arnold, Herman Aquinis, Jonas W. B. Lang, Filip Lievens
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
Work effort has been a key concept in management theories and research for more than a century. Maintaining and increasing employee effort also is a persistent concern to managers. The goal of the present conceptual and meta-analytic review was to increase clarity and consensus regarding what effort is and how to measure it. First, we reviewed conceptualizations of effort and provided an integrated definition that views effort as a direct outcome of motivation that captures (a) what employees work on, (b) how hard they work, and (c) how long they persist in that work. Second, we identified four main ways …
Biting The Hand That Feeds: A Status-Based Model Of When And Why Receiving Help Motivates Social Undermining, Kenneth Tai, Katrina Jia Lin, Catherice K. Lam, Wu Liu
Biting The Hand That Feeds: A Status-Based Model Of When And Why Receiving Help Motivates Social Undermining, Kenneth Tai, Katrina Jia Lin, Catherice K. Lam, Wu Liu
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
Social exchange theory suggests that after receiving help, people reciprocate by helping the original helpgiver. However, we propose that help recipients may respond negatively and harm the help giver when they perceive helping as a status threat and experience envy. Integrating the helping as status relations framework and the social functional perspective of envy, we examine when and why receiving help may prompt help recipients to undermine help givers. Across four studies, we find progressive support for our results, which show that when individuals receive task-related help from help givers who are perceived to be more, rather than less, competent …
Personnel Selection: A Review Of Ways To Maximize Validity, Diversity, And The Applicant Experience, Chad H. Van Iddekinge, Filip Lievens, Paul R. Sackett
Personnel Selection: A Review Of Ways To Maximize Validity, Diversity, And The Applicant Experience, Chad H. Van Iddekinge, Filip Lievens, Paul R. Sackett
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
Personnel Psychology has a long tradition of publishing important research on personnel selection. In this article, we review some of the key questions and findings from studies published in the journal and in the selection literature more broadly. In doing so, we focus on the various decisions organizations face regarding selection procedure development (e.g., use multiple selection procedures, contextualize procedure content), administration (e.g., provide pre-test explanations, reveal target knowledge, skills, abilities, and other characteristics [KSAOs]), and scoring (e.g., weight predictors and criteria, use artificial intelligence). Further, we focus on how these decisions affect the validity of inferences drawn from the …
Commentaries On “Scale Use And Abuse: Toward Best Practices In The Deployment Of Scales”, Constantine S. Katsikeas, Shilpa Madan, C. Miguel Brendl, Bobby J. Calder, Donald R. Lehmann, Hans Baumgartner, Bert Weijters, Mo Wang, Chengquan Huang, Joel Huber
Commentaries On “Scale Use And Abuse: Toward Best Practices In The Deployment Of Scales”, Constantine S. Katsikeas, Shilpa Madan, C. Miguel Brendl, Bobby J. Calder, Donald R. Lehmann, Hans Baumgartner, Bert Weijters, Mo Wang, Chengquan Huang, Joel Huber
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
Five comments below provide strong and interesting perspectives on multi-item scale use. They define contexts and research areas where developed scales are valuable and where they are vulnerable. Katsikeas and Madan begin by taking a global perspective on scale use, demonstrating how the use and transferability of scales become even more problematic as researchers move across languages and cultures. They provide guidance for scale use that is particularly relevant to international marketing and marketing strategy research. Brendl and Calder acknowledge the use of well-formed scales as measured variables in psychological experiments, both as independent and dependent variables, but critique the …
Efficiently Exploring The Causal Role Of Contextual Moderators In Behavioral Science, Cameron A. Hecht, Carol S. Dweck, Mary Murphy, Kathryn M. Kroeper, David S. Yeager
Efficiently Exploring The Causal Role Of Contextual Moderators In Behavioral Science, Cameron A. Hecht, Carol S. Dweck, Mary Murphy, Kathryn M. Kroeper, David S. Yeager
Psychology Faculty Publications
Behavioral science interventions have the potential to address longstanding policy problems, but their effects are typically heterogeneous across contexts (e.g., teachers, schools, and geographic regions). This contextual heterogeneity is poorly understood, however, which reduces the field's impact and its understanding of mechanisms. Here, we present an efficient way to interrogate heterogeneity and address these gaps in knowledge. This method a) presents scenarios that vividly represent different moderating contexts, b) measures a short-term behavioral outcome (e.g., an academic choice) that is known to relate to typical intervention outcomes (e.g., academic achievement), and c) assesses the causal effect of the moderating context …
A Need For Further Education On Buprenorphine In Pain Medicine, Jamal Hasoon, Anvinh Nguyen, Ivan Urits, Christopher Robinson, Omar Viswanath, Alan D Kaye
A Need For Further Education On Buprenorphine In Pain Medicine, Jamal Hasoon, Anvinh Nguyen, Ivan Urits, Christopher Robinson, Omar Viswanath, Alan D Kaye
Faculty, Staff and Student Publications
With the ongoing opioid epidemic in the United States there has been a strong transition towards utilizing multi-modal analgesia, interventional procedures, and non-opioid medications when managing acute and chronic pain. There has also been an increased interest in utilizing buprenorphine. Buprenorphine is a novel long-acting analgesic with partial mu-opioid agonist activity that can be utilized for analgesia as well as opioid use disorder. Buprenorphine also has a unique set of side effects as well pharmacodynamic and pharmacokinetic properties that require special attention, especially if these patients require future surgical interventions. Given the increased interest in this medication we believe that …
Assessing The Relationships Between Direct And Vicarious Exposure To Healthcare Discrimination And Erasure, Mistrust In Healthcare, And The Healthcare Utilization Behaviors Among Transgender And Gender Independent Individuals, Kyle L. Mason
Theses and Dissertations
Healthcare inaccessibility through direct exposure (i.e., personal) to myriad forms of gender identity-related discrimination and erasure among the Transgender and Gender Independent (TGI) population has been documented by prior studies. The myriad barriers that individuals who embody TGI identities encounter to accessing healthcare are associated with the underutilization of healthcare, which may further exacerbate the health disparities that exist between this population and cisgender individuals in the United States (U.S.). Although the impacts of the harm that direct exposure to healthcare discrimination and erasure may have on TGI individuals are known, their exposure to such harm vicariously (i.e., through observation …
Factors Associated With College Students' Intention To Use Telehealth For Primary Care, Conor Duffy
Factors Associated With College Students' Intention To Use Telehealth For Primary Care, Conor Duffy
Theses and Dissertations
College students are less likely than the general population to have a regular primary care provider and engage in routine health visits. Recent research provides evidence that telehealth is a convenient alternative to in-person primary care and that college students are comfortable using this technology, suggesting that telehealth has the potential to mitigate this disparity. However, little research has examined which factors are associated with college students’ intention to use telehealth and attitudes toward telehealth specifically in the primary care context. The overarching goal of this study was to address this gap in the literature and identify factors associated with …
Psychiatric Diagnostic Decision-Making: Investigating The Theory Of The Dual-Process Model, Christopher S. Kleva
Psychiatric Diagnostic Decision-Making: Investigating The Theory Of The Dual-Process Model, Christopher S. Kleva
Theses and Dissertations
Diagnostic decision-making is an important component of clinical practice; however, there is substantial diagnostic unreliability within mental health diagnoses. The lack of reliability emphasizes the importance of investigating diagnostic decision-making; however, the research to date is limited, primarily relying on a vague definition of decision-making based on the dual-process model. The present study is an exploratory attempt to apply the dual-process model to explain how mental health clinicians (n = 30, 73.3% cisgender female, 96.7% psychologists) arrive at making diagnostic decisions through the use of an interactive interview mechanism. For each participant, we are able to create a figure …
Adolescent Loneliness During The Covid-19 Pandemic: The Role Of Pre-Pandemic Risk Factors, Hena Thakur, Morgan Stutts, Jae Wan Choi, Jeff R Temple, Joseph R Cohen
Adolescent Loneliness During The Covid-19 Pandemic: The Role Of Pre-Pandemic Risk Factors, Hena Thakur, Morgan Stutts, Jae Wan Choi, Jeff R Temple, Joseph R Cohen
Faculty, Staff and Student Publications
The COVID-19 pandemic is a global mental health crisis that disproportionately impacts adolescents. Loneliness is a particularly salient pandemic psychosocial outcome to understand; however, research to date on this outcome is sparse and largely cross-sectional. In response, we examined pre-pandemic risk factors for pandemic loneliness. Further, we examined how risk may differ based on key demographics, and whether mediation or moderation models best explained potential disparities in experiencing loneliness. Self-reported, pre-pandemic mental health, trauma exposure, and family conflict survey data were collected at Wave 1 in a diverse sample of 369 adolescents (54.5% female, 45.5% male; 30.1% White; 30.9% Black; …
The Effects Of Relational Poverty: Healing Our Culture, Jenet Erickson
The Effects Of Relational Poverty: Healing Our Culture, Jenet Erickson
Issues in Religion and Psychotherapy
One of the most vexing challenges of our day is a profound hunger for connection, evidenced by an epidemic of loneliness, violence, relational poverty, and increasing mental health challenges. We are born to be in deep connection with others. As German analyst Frieda Fromm-Reichman wrote, “The longing for interpersonal intimacy stays with every human being from infancy through life, and there is no human being who is not threatened by its loss.” A radical cultural focus on autonomy with the associated ruptures in family stability, decreased religiosity and community engagement have increased loneliness in spite of the seeming “connectivity” of …