Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Communication Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2019

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 2491 - 2509 of 2509

Full-Text Articles in Communication

การสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ของไอดอลใต้ดินไทยและการมีส่วนร่วมเชิงการตลาดของผู้ติดตาม, รัฐนันท์ ขจัดภัย Jan 2019

การสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ของไอดอลใต้ดินไทยและการมีส่วนร่วมเชิงการตลาดของผู้ติดตาม, รัฐนันท์ ขจัดภัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ของไอดอลใต้ดินไทย และการมีส่วนร่วมเชิงการตลาดของผู้ติดตาม” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ทัศนคติของผู้ติดตามไอดอลใต้ดินไทยต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ของไอดอลใต้ดิน (2) พฤติกรรมการมีส่วนร่วมเชิงการตลาดของผู้ติดตามไอดอลใต้ดิน (3) ความสัมพันธ์ของทัศนคติต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมเชิงการตลาดของผู้ติดตามไอดอลใต้ดิน และ (4) ความสัมพันธ์ของทัศนคติเกี่ยวกับการสื่อสารการตลาดของไอดอลใต้ดินไทยต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยแจกแบบสอบถามไปยังกลุ่มตัวอย่างจำนวน 418 คนที่เป็นผู้ติดตามไอดอลใต้ดินไทย ผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า (1) ผู้ที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย ช่วงอายุ 18 – 25 ปี เป็นนักเรียน/นักศึกษา ระดับศึกษาขั้นปริญญาตรี ที่มีรายได้ต่อเดือนมีจำนวนต่ำกว่า 10,000 บาท โดยพบว่ามีปริมาณการซื้อสินค้าไอดอลใต้ดิน 2-3 ครั้ง ต่อเดือนครั้งละ 1,001 ถึง 2,000 บาท (2) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีทัศนคติต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์ในระดับมากทั้งในปัจจัย ความเชื่อใจ(Trust) ความผูกพัน(Commitment) และการสื่อสาร(Communication) และมีทัศนคติต่อกิจกรรมทางการตลาดเชิงความสัมพันธ์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก โดยมีทัศนคติต่อการสื่อสารด้านความเชื่อใจ(Trust) มากที่สุด (3) ผู้ตอบแบบสอบถามมีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมเชิงการตลาดของไอดอลใต้ดินอยู่ในระดับมาก และรวมถึงมีพฤติกรรมการซื้ออยู่ในระดับมาก โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับขั้นตอนของการตระหนักรู้ถึงความต้องการตราสินค้าไอดอลใต้ดินมากที่สุด และสุดท้าย (4) ผลของการทดสอบสมมติฐานที่ 1 พบว่าทัศนคติต่อการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมเชิงการตลาดของผู้ติดตามไอดอลใต้ดินอยู่ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 และมีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และผลการทดสอบสมมติฐานที่ 2 พบว่า ทัศนคติต่อกิจกรรมการสื่อสารการตลาดของไอดอลใต้ดินไทยมีความสัมพันธ์กับการสื่อสารการตลาดเชิงความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และมีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


สื่อสังคมออนไลน์กับการสื่อสารอัตลักษณ์แห่งสันติภาพอิสลามในสังคมไทย, ภาณุวัฒน์ บุหงาแดง Jan 2019

สื่อสังคมออนไลน์กับการสื่อสารอัตลักษณ์แห่งสันติภาพอิสลามในสังคมไทย, ภาณุวัฒน์ บุหงาแดง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1.) เพื่อศึกษารูปแบบ และวิธีการสื่อสารสื่อสารอัตลักษณ์แห่งสันติภาพอิสลามบนสื่อสังคมออนไลน์ และ 2.) เพื่อศึกษาลักษณะของอัตลักษณ์แห่งสันติภาพในอิสลามที่สื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มต่างๆตามโครงสร้างสังคมมุสลิมในประเทศไทย จากการเก็บรวบรวม และศึกษาข้อมูลด้วยระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการวิเคราะห์รูปแบบ และวิธีการสื่อสาร รวมถึงลักษณะของอัตลักษณ์แห่งสันติภาพอิสลามที่ปรากฏบนเฟซบุ๊กเพจ ตลอดจนการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้บริหารองค์กรหรือผู้ดูแลเพจต่างๆ ตามหมวดโครงสร้างสังคมมุสลิมในประเทศไทยทั้ง 5 กลุ่มได้แก่ 1.) กลุ่มนักการเมือง และข้าราชการระดับสูง 2.) กลุ่มผู้นำศาสนา 3.) กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางสังคม 4.) กลุ่มนักธุรกิจ และ 5.) กลุ่มมุสลิมบล็อกเกอร์ ผลการศึกษาพบว่าอัตลักษณ์ปัจเจก หรือการระบุตัวตนทางสังคม และบทบาทการขับเคลื่อนสันติภาพอิสลามของแต่ละกลุ่มส่งผลให้ประเด็นของเนื้อหา รูปแบบ วิธีการสื่อสาร ตลอดจนการนิยามอัตลักษณ์แห่งสันติภาพอิสลามนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามคุณลักษณะของอัตลักษณ์ที่ปรากฏทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าทุกกลุ่มล้วนหยิบนำคำสอนทางศาสนาจากคัมภีร์อัลกุรอาน และจริยวัตรของศาสดามาเป็นแนวทางสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์แห่งสันติภาพอิสลามบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏการณ์ทั้งหมดสรุปได้ว่าภูมิทัศน์สื่อออนไลน์นั้นมีบทบาทสำคัญในการมอบพื้นที่ซึ่งเอื้อให้เกิดการประกอบสร้างภาพของศาสนาอิสลามใหม่ในแง่มุมที่แตกต่างจากการนำเสนอของสื่อมวลชน ที่มักจะนำเสนอภาพตัวแทนในด้านลบ และภาพที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ตลอดจนการมอบความเป็นอิสระให้กลุ่มต่างๆ ได้มีบทบาทในการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ถึงตัวตนของศาสนาอิสลามที่มุ่งเน้นถึงหลักสันติภาพ อย่างเท่าเทียม และปราศจากการผูกขาดการนำเสนอเนื้อหาจากองค์กรสื่อขนาดใหญ่เหมือนที่ผ่านมา


การสื่อสารเชิงหลอกลวงเพื่อขายสินค้าศิลปินเกาหลีและพฤติกรรมการซื้อสินค้าศิลปินเกาหลีของกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีบนทวิตเตอร์, วิภาดา สัจญาณนนท์ Jan 2019

การสื่อสารเชิงหลอกลวงเพื่อขายสินค้าศิลปินเกาหลีและพฤติกรรมการซื้อสินค้าศิลปินเกาหลีของกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีบนทวิตเตอร์, วิภาดา สัจญาณนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม โดยใช้การเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับผู้ให้สัมภาษณ์ที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีจำนวน 19 คนที่เคยโดนโกงจากการซื้อสินค้าศิลปินเกาหลีบนทวิตเตอร์มาก่อน และแบบสอบถามออนไลน์ จากผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีจำนวน 400 คนซึ่งเคยซื้อสินค้าศิลปินเกาหลีบนทวิตเตอร์มาแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัญญาณในการสื่อสารหลอกลวงขายสินค้าศิลปินเกาหลี รวมไปถึงการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ ได้แก่ การรู้เท่าทันรูปแบบสัญญาณในการสื่อสารหลอกลวง และความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ และพฤติกรรมการซื้อสินค้าศิลปินเกาหลีในกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีที่มีลักษณะทางประชากรที่แตกต่างกัน โดยผลการวิจัยพบว่ารูปแบบที่พบมากที่สุดจากการหลอกลวงขายสินค้าศิลปินเกาหลีคือ การผลัดผ่อนการส่งสินค้าอยู่หลายครั้ง จากนั้นทำการเปิดฟอร์มคืนเงินให้กับผู้ซื้อเพื่อการคืนเงินให้ผู้ซื้อที่ไม่ต้องการรอสินค้าแล้ว และหายเงียบไป ด้านการรู้เท่าทันรูปแบบเนื้อหา สาร หรือสัญญาณในการสื่อสารหลอกลวงขายสินค้าศิลปินเกาหลี ในลักษณะทางประชากรที่ทำการศึกษาทั้งในด้านอายุ ระดับการศึกษา และรายได้ พบว่าด้านรายได้ที่แตกต่างกันนั้น ไม่ทำให้การรู้เท่าทันรูปแบบเนื้อหา สาร และสัญญาณในการสื่อสารหลอกลวงแตกต่างกันแต่อย่างใด ด้านความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์พบว่า ทั้งอายุ ระดับการศึกษา และรายได้ที่แตกต่างกันนั้นส่งผลให้ความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ของแฟนคลับศิลปินเกาหลีแตกต่างกันออกไปด้วย และด้านความตั้งใจซื้อสินค้า พบว่าด้านรายได้เป็นด้านเดียวที่เมื่อมีความแตกต่างกัน จะส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังพบว่าการรู้เท่าทันสื่ออนไลน์ของแฟนคลับศิลปินเกาหลีมีความสัมพันธ์กับความตั้งใจซื้อสินค้าศิลปินเกาหลีอีกด้วย


ข่าวปลอมทางการเมืองบนเฟซบุ๊กในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562, วิศรุต วงษ์น้อม Jan 2019

ข่าวปลอมทางการเมืองบนเฟซบุ๊กในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562, วิศรุต วงษ์น้อม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ลักษณะที่โดดเด่นของข่าวสารปลอมทางการเมืองบนเฟซบุ๊กในช่วงการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 (2) ปัจจัยที่นำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริง และ (3) กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนักการเมืองและพรรคการเมือง โดยใช้วิธีเชิงปริมาณ (Quantitative Methodology) คือ การวิเคราะห์เนื้อหาข่าวสารที่น่าสงสัยว่าจะเป็นข่าวปลอมทางการเมืองที่ปรากฏบนเพจทางการเมืองทั้งสองกลุ่มจำนวน 12 เพจ ได้แก่ (1) กลุ่มเพจที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและพรรคพลังประชารัฐ (Pro-military) และ (2) กลุ่มเพจที่สนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและพรรคอนาคตใหม่ (Pro-democracy) และใช้วิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative Methodology) คือ การสัมภาษณ์ผู้ติดตามเพจทั้ง 27 คน ผลการศึกษาลักษณะที่โดดเด่นของข่าวสารปลอมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 โดยการวิเคราะห์เนื้อหาพบว่า ข่าวปลอมทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้งเป็นข่าวสารปลอมที่ถูกจัดว่าเป็นการโจมตีนักการเมืองและพรรคการเมืองและมีวิธีการนำเสนอที่ทำให้ผู้ติดตามเพจทางการเมืองเข้าใจผิด (Misleading) นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาผ่านกรณีศึกษาทั้งสองคือ (1) กรณีของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาและพรรคพลังประชารัฐ นั้นที่เกี่ยวข้องกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นข่าวสารปลอมทางการเมืองด้วยการสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการออกนโยบายสาธารณะโดยข่าวปลอมดังกล่าวถูกจัดประเภทเป็นคลิกเบท (Click Bait) ที่มีรูปแบบการนำเสนอคล้ายกับสำนักข่าวกระแสหลัก (Imposter) และมีเนื้อหาที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยสมบูรณ์ (Fabrication) (2) กรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นข่าวสารทางการเมืองที่เป็นทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) และที่ผูกโยงเรื่องราวทางการเมืองเช่น the storyline to major political events such as changes in political regime, mass political conflicts, and interference attempt in the election by the US government ที่มาจาการผู้เขียนบทความที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง (fictitious personas) ทั้งนี้ การสัมภาษณ์เชิงลึกชี้ให้เห็นสถานการณ์และแรงจูงใจที่นำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้แก่ (1) การแบ่งขั้วทางการเมือง (Political Polarization) (2) การเปิดรับและติดตามเพจทางการเมือง (3) ความสะดวกในการตรวจสอบบนแพลตฟอร์มออนไลน์ …


การเปิดรับข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการยอมรับการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอตของเกษตรกรและผู้บริโภค, สราวุธ บูรพาพัธ Jan 2019

การเปิดรับข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการยอมรับการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอตของเกษตรกรและผู้บริโภค, สราวุธ บูรพาพัธ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การเปิดรับข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการยอมรับการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอตของเกษตรกรและผู้บริโภค 2) ความแตกต่างทางลักษณะทางประชากรกับการเปิดรับข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการยอมรับการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอต 3) ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการยอมรับฯ และ 4) ปัจจัยที่สามารถอธิบายพฤติกรรมการยอมรับการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอตได้ระหว่างปัจจัยการเปิดรับข่าวสาร ความรู้ และทัศนคติ สำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรและผู้บริโภคทั่วประเทศ จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบจำแนกทางเดียว ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างเกษตรกรและผู้บริโภค มีการเปิดรับความข่าวสารในระดับต่ำมาก มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวระดับปานกลาง มีทัศนคติเป็นกลาง และพฤติกรรมการยอมรับฯตั้งใจที่จะทำ โดย 2) กลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะทางประชากรแตกต่างกัน มีการเปิดรับข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการยอมรับฯ แตกต่างกัน 3) การเปิดรับข่าวสารไม่มีความสัมพันธ์กับความรู้และทัศนคติแต่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการยอมรับฯ ความรู้มีความสัมพันธ์กับทัศนคติและพฤติกรรมการยอมรับฯ เช่นเดียวกับ ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการยอมรับฯ รวมทั้ง การเปิดรับข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ มีความสัมพันธ์ระดับปานกลางและมีอิทธิพลร้อยละ 29.20 ต่อพฤติกรรมการยอมรับฯ 4) ปัจจัยที่สามารถอธิบายพฤติกรรมการยอมรับการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอตได้ดีที่สุด คือ ทัศนคติ


การเปิดรับข่าวสาร ภาพลักษณ์ และการตัดสินใจใช้บริการธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง, หนึ่งฤทัย โฉมมณี Jan 2019

การเปิดรับข่าวสาร ภาพลักษณ์ และการตัดสินใจใช้บริการธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง, หนึ่งฤทัย โฉมมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจการเปิดรับข่าวสาร ภาพลักษณ์ และอธิบายอิทธิพลของภาพลักษณ์ต่อการตัดสินใจใช้บริการธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล จำนวน 400 ชุด ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความถี่ในการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับธนาคารรัฐวิสาหกิจในระดับเปิดรับเป็นบางครั้ง ทั้งนี้สื่อที่เปิดรับบ่อย ๆ ได้แก่ เว็บไซต์ของธนาคาร จอภาพเครื่องกดเงินเอทีเอ็ม ป้ายโฆษณาหน้าสาขา จอภาพเครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ โฆษณาทางโทรทัศน์ และ ข่าวในโทรทัศน์ ภาพลักษณ์ของธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังโดยรวมเป็นภาพลักษณ์เชิงบวก และการตัดสินใจใช้บริการธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังหรือการใช้บริการซ้ำในระดับสูง และตัดสินใจแนะนำต่ออยู่ในระดับสูงเช่นกัน ผลการทดสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า 1) การเปิดรับข่าวสารธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง มีความสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้ เป็นความสัมพันธ์ในระดับปานกลางและมีทิศทางแปรตามกัน 2) ภาพลักษณ์ธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจใช้บริการ และการแนะนำต่อ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้ เป็นความสัมพันธ์ในระดับปานกลางและมีทิศทางแปรตามกัน 3) ภาพลักษณ์ธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังด้านองค์กร (β = 0.307) และ ภาพลักษณ์ด้านสินค้าและบริการ (β = 0.185) มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ภาพลักษณ์ธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังด้านองค์กร (β = 0.396) และภาพลักษณ์ด้านสินค้าและบริการ (β = 0.279) มีอิทธิพลต่อการแนะนำต่อ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์ เพื่อให้ความรู้ด้านการสื่อสารผ่านหลักปฏิบัติด้านสื่อสารการแสดง, ชัยวิชิต พงษ์พากเพียร Jan 2019

การสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์ เพื่อให้ความรู้ด้านการสื่อสารผ่านหลักปฏิบัติด้านสื่อสารการแสดง, ชัยวิชิต พงษ์พากเพียร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง "การสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์ เพื่อให้ความรู้ด้านการสื่อสารผ่านหลักปฏิบัติด้านสื่อสารการแสดง" มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาหลักในการสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์ ที่ให้ความรู้และความบันเทิงแก่ผู้รับสาร และ เพื่อสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์ ที่ให้ความรู้ด้านการสื่อสารผ่านหลักปฏิบัติด้านสื่อสารการแสดง ผลการวิจัยพบว่า หลักในการสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์ เป็นการสร้างสรรค์สื่อที่ผสมผสานทั้งสาระความรู้และความบันเทิงเข้าด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ สาระความรู้ที่เลือกมานำเสนอต้องมีความชัดเจน และมีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ นำเสนออย่างเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และมีความสมดุลในเนื้อหาสาระและความบันเทิง ในการสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์ ต้องให้ความสำคัญทั้งขั้นก่อนการผลิต คือ การเตรียมเนื้อหา ขั้นกระบวนการผลิต รวมทั้งขั้นหลังกระบวนการผลิต และการเผยแพร่ ประเด็นการให้ความรู้ด้านการสื่อสารผ่านหลักปฏิบัติด้านสื่อสารการแสดง เป็นประเด็นเนื้อหาสาระที่เลือกนำมาศึกษา ทั้งนี้ในการสร้างสรรค์สื่อสาระบันเทิงออนไลน์สามารถนำเอาองค์ความรู้ในด้านอื่น ๆ มาปรับใช้ในการสร้างสรรค์ได้ เพื่อทำให้ผู้เรียนสามารถได้รับความรู้และความเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้สื่อสาระบันเทิงออนไลน์สามารถนำไปเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนในห้องเรียนได้


การสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการเป็นเจ้าภาพการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ประเทศไทย, ปริศญา คูหามุข Jan 2019

การสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการเป็นเจ้าภาพการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ประเทศไทย, ปริศญา คูหามุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1)​ เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่ถูกถ่ายทอดผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ในประเทศไทย (2)​ เพื่อศึกษาการรับรู้ของผู้ชมชาวไทยและผู้ชมชาวต่างชาติที่มีต่อการสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)​ จากเทปบันทึกการถ่ายทอดสด การประกวดมิสยูนิเวิร์ส​ 2018 รอบชิงชนะเลิศ​ และใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In Depth interview)​ กับผู้จัดการประกวด และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอัตลักษณ์ไทย​ร่วมกับ​การวิเคราะห์เอกสาร (Documentary analysis)​ จากแหล่งข้อมูลที่เป็น​สื่อสังคมออนไลน์​ ได้แก่ เว็บไซต์ ยูทูบ และเฟซบุ๊ก​ ผลการวิจัย 1. การเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ประเทศไทยนำเสนออัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมมากกว่าอัตลักษณ์ทางด้านธรรมชาติ ผ่านวิธีการสื่อสาร 5 รูปแบบ คือ วีดิทัศน์ การแสดง กราฟิกแบ็กกราวนด์ วัตถุที่จับต้องได้ และบุคคล โดยการสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 1. ลักษณะอัตลักษณ์ความเป็นไทยแบบดั้งเดิม เช่น สถานที่ทางธรรมชาติ ภาษาไทย 2. ลักษณะที่ไม่ใช่อัตลักษณ์ความเป็นไทยแบบดั้งเดิม เช่น การไหว้ ดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย มวยไทย ประเพณีลอยโคม ช่อดอกไม้ จิตรกรรมลายกระหนกไทย สถาปัตยกรรมไทย เครื่องประดับไหล่ช่อฟ้า ทั้งนี้ความเป็นไทยที่ถูกคัดเลือกให้นำเสนอบนเวทีระดับโลกล้วนเป็นวัฒนธรรมหลวงหรือประเพณีหลวง (Great tradition) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมระดับชาติหรือเป็นที่รู้จักกันดีและแสดงความเป็นตัวตนของชาตินั้น ๆ 2. ผู้ชมชาวไทยและผู้ชมชาวต่างชาติมีการรับรู้และทัศนคติแตกต่างกัน โดยผู้ชมชาวไทยสามารถรับรู้และเข้าใจอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้มากกว่าผู้ชมชาวต่างชาติ ในภาพรวมผู้ชมทั่วโลกมีทัศนคติที่ดีต่อการเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในขณะเดียวกันผู้ชมชาวไทยมีทัศนคติต่อการสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยแตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่ชื่นชมการนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยบนเวทีระดับโลก แต่ผู้ชมชาวไทยบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่ไม่ใช่ดั้งเดิมและลดทอนความเป็นไทย เช่น เครื่องประดับไหล่ “ช่อฟ้า” ในรอบชุดว่ายน้ำ และ กราฟิกแบ็กกราวนด์ลายกระหนกไทยที่ลดทอดลายละเอียดที่สื่อถึงเอกลักษณ์ไทยลงไป


ภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่และแนวโน้มการสนับสนุนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก, ปัญจพล ตั้งวิริยะ Jan 2019

ภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่และแนวโน้มการสนับสนุนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก, ปัญจพล ตั้งวิริยะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรการเปิดรับสื่อเกี่ยวกับนักการเมืองรุ่นใหม่ การรับรู้ภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก และแนวโน้มการสนับสนุนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก โดยศึกษากับนักการเมืองรุ่นใหม่ 3 คน ประกอบด้วย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ โดยประชากรของงานวิจัย คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกที่มีอายุ 18-25 หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2537-2544 ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร ในเขตกรุงเทพมหานครฯและปริมณฑลจำนวน 400 คน และนำมาประมวลผลข้อมูลผ่านโปรแกรม SPSS ผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัยจำนวน 3 ข้อ ปรากฏดังนี้ 1. การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับนักการเมืองรุ่นใหม่กับการรับรู้ภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกมีความสัมพันธ์กัน ในระดับต่ำ 2. การรับรู้ภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่กับแนวโน้มการสนับสนุนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก มีความสัมพันธ์กัน ในระดับต่ำ 3. การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับนักการเมืองรุ่นใหม่กับแนวโน้มการสนับสนุนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกมีความสัมพันธ์กัน ในระดับต่ำ


ฟุตบอลแฟนเพจกับการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล, พชรพล เกตุจินากูล Jan 2019

ฟุตบอลแฟนเพจกับการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล, พชรพล เกตุจินากูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพนันในฟุตบอลแฟนเพจ และเพื่อศึกษาการรับรู้และประสบการณ์ของผู้รับสารที่ติดตามฟุตบอลแฟนเพจ ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสม (Mixed methods research) แบ่งเป็นส่วนการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ฟุตบอลแฟนเพจที่มียอดการกดไลก์เกิน 1 ล้านไลก์ ประกอบด้วยฟุตบอลแฟนเพจ กูว่าแล้ว มันต้องยิง V2 และตุงตาข่าย เลือกโพสต์จากแต่ละแฟนเพจที่มียอดของการมีส่วนร่วม (Engagement) มากที่สุด จำนวน 10 อันดับแรก รวมทั้งสิ้น 20 โพสต์ ในระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคม พ.ศ. 2562 และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interviews) (1) กลุ่มที่ติดตามกีฬาฟุตบอลและฟุตบอลแฟนเพจ และเล่นพนันฟุตบอล (2) กลุ่มที่ติดตามกีฬาฟุตบอลและฟุตบอลแฟนเพจ แต่ไม่เล่นพนันฟุตบอล เจาะจงกลุ่มตัวอย่างเป็น Generation Y กลุ่มละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน (3) บุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแฟนเพจที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล จำนวน 3 คน และ (4) นักวิชาการที่มีผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล จำนวน 3 คน ผลการวิจัยพบว่าฟุตบอลแฟนเพจกูว่าแล้ว มันต้องยิง V2 และ ตุงตาข่าย มีวิธีการและเทคนิคการนำเสนอเนื้อหา 8 ประเด็น คือ (1) ใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดนำเสนอเนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล (2) ใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกีฬาฟุตบอล (3) ใช้กิจกรรมส่งเสริมการโปรโมท (4) ใช้ภาพกราฟิกประกอบโพสต์สื่อความหมายให้เข้าใจง่าย (5) นำเสนอเนื้อหาแบบคลิปวิดีโอพร้อมข้อความ (6) นำเสนอเนื้อหาแบบเฟซบุ๊ก ไลฟ์ (7) ใช้ฟุตบอลแฟนเพจเครือข่าย และ (8) ใช้ความหมายอื่นแทนการใช้คำเชิญชวนที่สื่อถึงการพนันฟุตบอลโดยตรง สำหรับการรับรู้ในการติดตามฟุตบอลแฟนเพจที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล พบว่ามีการใช้โฆษณาโปรโมชันโปรโมทเว็บไซต์พนัน เนื้อหาเกี่ยวกับฟุตบอลส่วนใหญ่ถูกนำเสนอโดยไม่เน้นข้อเท็จจริง ผู้มีอิทธิพลทางความคิดมีส่วนในการตัดสินใจให้ผู้รับสารติดตามฟุตบอลแฟนเพจ การสื่อสารกลุ่มลับการพนันฟุตบอลในเฟซบุ๊ก เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลให้การเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์นั้นง่ายและสะดวก ทำให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสเข้าถึงได้มากขึ้น ด้านประสบการณ์การติดตามฟุตบอลแฟนเพจที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล พบประเด็นสำคัญ 3 …


คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดระดับจุลภาคบนอินสตาแกรมในกลุ่มสินค้าคลีนความผูกพันต่อเนื้อหา และความตั้งใจซื้อของสตรีวัยเริ่มต้นทำงาน, ปวีณา ชิ้นศุภร Jan 2019

คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดระดับจุลภาคบนอินสตาแกรมในกลุ่มสินค้าคลีนความผูกพันต่อเนื้อหา และความตั้งใจซื้อของสตรีวัยเริ่มต้นทำงาน, ปวีณา ชิ้นศุภร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดระดับจุลภาคบนอินสตาแกรมในกลุ่มสินค้าคลีน และอธิบายความสัมพันธ์ของการรับรู้คุณลักษณะและความตั้งใจซื้อ โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน เริ่มจากวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เจ้าของอินสตาแกรมอาหารคลีน เจ้าของธุรกิจอาหารคลีน และนักการตลาด จำนวน 8 คน การวิเคราะห์เนื้อหาอินสตาแกรมกลุ่มสินค้าคลีนจำนวน 5 เพจ และการวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการวิจัยเชิงสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ผลการวิจัยบ่งชี้ว่า ผู้มีอิทธิพลทางความคิดระดับจุลภาคบนอินสตาแกรมในกลุ่มสินค้าคลีน เป็นผู้บริโภคในระดับสังคมเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับผู้บริโภคทั่วไป มีความสนใจและสื่อสารเนื้อหาที่เกี่ยวกับประเด็นด้านสุขภาพ มีผู้จำนวนติดตามอยู่ระหว่าง 5,000 – 50,000 คน โดยมีคุณลักษณะสำคัญ อาทิ แสดงออกถึงความสนใจในเรื่องสุขภาพหรือสินค้าคลีน มีบุคลิกภาพหรือไลฟ์สไตล์ที่สอดคล้องหรือเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพหรือสินค้าคลีน นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสินค้าคลีน อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ใช้ภาษาสื่อสารกับผู้ติดตามอย่างเป็นกันเองในการนำเสนอเนื้อหาหรือตอบคอมเม้น เป็นผู้บริโภคสินค้าคลีนหรือมีประสบการณ์ตรงกับสินค้า สำหรับรูปแบบเนื้อหาที่โพสต์บนอินสตาแกรมมากที่สุดคือ รูปภาพเดี่ยว และสาระเนื้อหาที่พบมากที่สุดคือ การบอกเล่าประสบการณ์การบริโภคสินค้า (Review) โดยมักจะแทรกเนื้อหาเชิงการตลาด (Tied-in) ผลการวิจัยเชิงสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการติดตามบัญชีผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดที่จำนวน 5-10 บัญชี และอ่านโพสต์ในลักษณะดูเฉพาะรูปภาพมากที่สุด นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดระดับจุลภาค ด้านการแสดงออกถึงความสนใจในเรื่องสุขภาพหรือสินค้าคลีนมากที่สุด มีความผูกพันต่อเนื้อหามากที่สุดคือการกดไลค์โพสต์ ผลการทดสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า การรับรู้คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดระดับจุลภาคมีความสัมพันธ์เชิงบวก กับความผูกพันต่อเนื้อหา และความตั้งใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ, สุทธิมนัส ชินอัครพงศ์ Jan 2019

กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ, สุทธิมนัส ชินอัครพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษากระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์การศึกษา ประการแรก เพื่ออธิบายกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุ ประการที่สอง เพื่อศึกษาแนวทางในการเสริมสร้างความรู้เรื่องกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์สำหรับผู้สูงอายุ การศึกษาครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีวิจัยแนวทางปรากฏการณ์วิทยา มีวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง และ คัดเลือกจากการสังเกตการณ์ออนไลน์ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่ม กลุ่มแรก ผู้สูงอายุที่มีอายุเทียบเท่าตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เคยมีประสบการณ์การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ และมีแสดงออกถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตการณ์อย่างไม่มีส่วนร่วม รวมกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุที่ศึกษา 12 คน กลุ่มที่สอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสาร จำนวน 4 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ จำนวน 4 คน รวมทั้งสิ้น 8 คน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุเป็นกระบวนการที่มีการตรวจสอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก ซึ่งเรียงลำดับจาก 1) การตรวจสอบด้วยแหล่งข้อมูลในตัวผู้สูงอายุ (Internal source) และเมื่อผู้สูงอายุยังคงไม่แน่ใจความถูกต้อง จะนำไปสู่กระบวนการ 2) การตรวจสอบด้วยแหล่งข้อมูลภายนอกผู้สูงอายุ (External source) นอกจากนั้น หลังจากกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลแล้ว ผู้วิจัยพบว่ามีกระบวนการหลังการตรวจสอบ คือ การหักล้างข้อมูลเท็จ (Debunking) และผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้สูงอายุโดยพบ ปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารของผู้สูงอายุ ได้แก่ ประเด็นความสะดวก การประกอบอาชีพในอดีต ปัญหาด้านสุขภาพ และความรู้จากการอมรมสัมมนาและสถาบันที่มีความรู้ ส่วนแนวทางในการเสริมสร้างความรู้เรื่องกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์สำหรับผู้สูงอายุ พบว่า มีแนวทางในการพัฒนา คือ ในเชิงการใช้สื่อบุคคลส่งเสริมผู้สูงอายุพบว่า ผู้เชี่ยวชาญ และบุคคลที่มีความใกล้ชิด เป็นสื่อบุคคลที่สามารถสื่อสารกับผู้สูงอายุได้มีประสิทธิภาพ ในเชิงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การอบรม การสร้างห้องเรียนฝึกทักษะ โดยการมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะทำให้ผู้สูงอายุเปลี่ยนทัศนคติและนำข้อมูลไปใช้ในการตรวจสอบได้ ในเชิงการส่งเสริมภาพลักษณะของผู้สูงอายุ โดยเสนอว่า การตอกย้ำภาพผู้สูงอายุในฐานะผู้ทำผิด เป็นตัวปัญหา ไม่ใช่วิธีที่ดีในการส่งเสริมหรือแก้ไขปัญหาสำหรับผู้สูงอายุ และสุดท้ายคือในเชิงการดูแลและปรับปรุงเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ให้เหมาะสม ด้วยการสร้างแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือชุดอื่น ๆ ที่มีความน่าเชื่อถือ มากกว่าการให้ผู้สูงอายุเปิดรับข่าวสารจากการส่งต่อกันมา เป็นต้น


การสื่อสารเพื่อประกอบสร้างอัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ตในประเทศไทย, ศุภกฤตษ์ จิตตภัทราวงศ์ Jan 2019

การสื่อสารเพื่อประกอบสร้างอัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ตในประเทศไทย, ศุภกฤตษ์ จิตตภัทราวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง “การสื่อสารเพื่อประกอบสร้างอัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ตในประเทศไทย”เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.) อธิบายลักษณะการสื่อสารเพื่อประกอบสร้างอัตลักษณ์ของนักแข่งอีสปอร์ต 2.) อธิบายลักษณะการสื่อสารอัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ตต่อบุคคลภายนอกบนพื้นที่สาธารณะ และ 3.) อธิบายลักษณะการรับรู้อัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ต จากการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth interview) กับนักแข่งอีสปอร์ตในประเทศไทย ผู้เกี่ยวข้องกับอีสปอร์ตต่าง ๆ เช่น นักวิชาการ ผู้ฝึกสอนอีสปอร์ต ผู้สนับสนุน นักกีฬา เป็นอาทิ สัมภาษณ์แบบกลุ่ม (Focus group) การสังเกตการณ์อย่างไม่มีส่วนร่วมในพื้นที่การแข่งขันอีสปอร์ต (Non-participant Observation) พร้อมทั้งศึกษาเอกสารต่าง ๆ (Document analysis) ประกอบด้วย ผลการศึกษาพบว่า นักแข่งอีสปอร์ตมีการประกอบสร้างอัตลักษณ์ใน 2 พื้นที่ คือ 1.) โลกกายภาพ (Physical world) ผ่านการให้ความหมาย ตัวตนและภาพปรากฏ ลักษณะภาษาที่ใช้ และกระบวนการแข่งขันอีสปอร์ต 2.) พื้นที่โลกเสมือน (Virtual world) ผ่านการขยายตัว การตั้งชื่อ การสร้างตัวตนทั้ง 2 พื้นที่จะรวมเป็นอัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ตและสื่อสารเพื่อรื้อสร้าง ประกอบสร้าง และต่อต้านภาพเหมารวมของสังคม การรับรู้และถอดรหัสอัตลักษณ์ของนักแข่งอีสปอร์ตของบุคคลคนในสังคมพบว่าการรับรู้อัตลักษณ์ของนักแข่งอีสปอร์ตจะมีการรับรู้อัตลักษณ์ผ่านการนิยามความหมาย รวมทั้งตัวตนและภาพปรากฏของนักแข่งอีสปอร์ตที่ไม่มีการแยกพื้นที่หรือช่วงเวลาเป็นสำคัญ อีกทั้งการรับรู้และถอดรหัสอัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ตจะมีลักษณะที่แตกต่างกันตามความใกล้ชิด การติดตาม ซึ่งส่งผลต่อการยอมรับอัตลักษณ์นักแข่งอีสปอร์ต


อนุภาค แบบเรื่องและการดัดแปลงละครอิงประวัติศาสตร์ข้ามภพ เรื่อง “ทวิภพ” และ “บุพเพสันนิวาส”, พัชรี จันทร์ทอง Jan 2019

อนุภาค แบบเรื่องและการดัดแปลงละครอิงประวัติศาสตร์ข้ามภพ เรื่อง “ทวิภพ” และ “บุพเพสันนิวาส”, พัชรี จันทร์ทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อนุภาค แบบเรื่อง ตลอดจนกลวิธีการดัดแปลงละครอิงประวัติศาสตร์ข้ามภพเรื่อง “ทวิภพ” และ “บุพเพสันนิวาส” ผู้วิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์ตัวบท โดยสร้างแบบวิเคราะห์ตัวบทนวนิยายและละครโทรทัศน์ เรื่อง ทวิภพ และ บุพเพสันนิวาส พร้อมทั้งเก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างจากผู้ประพันธ์นวนิยาย ผู้ประพันธ์บทละคร และผู้กำกับการแสดงจากละครทั้งสองเรื่อง ก่อนนำข้อมูลมาตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าเพื่อความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า 1) ละครอิงประวัติศาสตร์ข้ามภพเรื่อง ทวิภพ และบุพเพสันนิวาส ประกอบด้วยอนุภาคจำนวน 3 กลุ่ม คือ อนุภาคที่สอดคล้องกับอนุภาคสากล อนุภาคที่คล้ายกับอนุภาคสากล และอนุภาคที่ไม่สอดคล้องกับอนุภาคสากล หรือ อนุภาคแบบไทย ซึ่งมีความสอดคล้องกับความเชื่อและวัฒนธรรมไทย 2) ละครอิงประวัติศาสตร์ข้ามภพเรื่อง ทวิภพ และ บุพเพสันนิวาส มีกลวิธีการเล่าเรื่องแบบโครงเรื่องเชิงเส้น (linear plot) ที่เล่าเรื่องแบบสลับเหตุการณ์อดีตกับปัจจุบัน โดยมุ่งนำเสนอเรื่องราวในอดีตเป็นสำคัญ ซึ่งจากการศึกษาแบบเรื่องพบว่ารูปแบบของละครอิงประวัติศาสตร์ข้ามภพจะประกอบด้วยองค์ประกอบตามลำดับดังนี้ การเดินทางย้อนเวลา การปรับตัวเพื่อดำรงอยู่ ภารกิจที่ต้องทำในอดีต เหตุการณ์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื้อคู่อยู่ในอดีต ความขัดแย้งระหว่างตัวละครกับสังคม การยอมรับจากผู้นำในสังคมอดีต และการตัดสินใจของตัวละครหลัก 3) ละครอิงประวัติศาสตร์ข้ามภพ เป็นละครที่เล่าเรื่องเหตุการณ์จากจินตนาการเชื่อมโยงไปกับลำดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ โดยสร้างเหตุการณ์บางอย่างให้ตัวละครหลัก จำเป็นต้องเดินทางย้อนเวลาไปในอดีต ดังนั้นเมื่อนำนวนิยายประเภทดังกล่าวมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ คณะผู้ผลิตละครจึงต้องศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์โดยละเอียดเพื่อนำมาประกอบใช้เป็นข้อมูลในการสร้างสรรค์ละคร และเนื่องจากขนาดความยาวของเรื่องเล่าในนวนิยายมักมีจำนวนที่ไม่เพียงพอต่อการเล่าเรื่องเป็นละคร ดังนั้นกลวิธีการดัดแปลงนวนิยายสู่ละครโทรทัศน์จึงประกอบด้วย การขยายองค์ประกอบด้านโครงเรื่อง การขยายองค์ประกอบด้านตัวละคร และการดัดแปลงด้านภาษาหรือบทสนทนา


กลยุทธ์การสื่อสารภายในองค์กรในภาวะวิกฤตของรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย, ภวินท์ ศรีเกษมสุข Jan 2019

กลยุทธ์การสื่อสารภายในองค์กรในภาวะวิกฤตของรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย, ภวินท์ ศรีเกษมสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์การสื่อสารภายในองค์กร การออกแบบสาร ช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร รวมถึงแนวทางในการสื่อสารในภาวะวิกฤตของรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีระเบียบวิธีวิจัยคือ การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-Depth Interview) ผู้ที่รับผิดชอบในด้านการสื่อสารองค์กร และผู้รับสารของแต่ละองค์กร ประกอบด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ยังได้สัมภาษณ์นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้น 20 ราย ผลการวิจัย พบว่า กลยุทธ์การสื่อสารภายในองค์กรในภาวะวิกฤต ประกอบด้วย กลยุทธ์การสื่อสารและกลยุทธ์การโน้มน้าวใจ โดยกลยุทธ์การสื่อสาร ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ย่อย คือ กลยุทธ์ผู้ส่งสาร กลยุทธ์การสร้างสาร กลยุทธ์การใช้สื่อ และกลยุทธ์ผู้รับสาร โดยทั้ง 3 องค์กร มีกลยุทธ์การสื่อสารภายในองค์กรในภาวะวิกฤตที่ไม่แตกต่างกัน รวมถึงการออกแบบสารและช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร ในด้านของแนวทางการสื่อสารในภาวะวิกฤต ปตท. มีแนวทางการสื่อสารที่ชัดเจน ผ่านการตั้งศูนย์บริหารจัดการภาวะวิกฤตตามระดับความรุนแรง 3 ระดับ ขณะที่ ทอท. มีการจัดตั้งศูนย์รับมือภาวะวิกฤตเช่นกัน แต่ไม่ได้ระบุถึงแนวทางที่ชัดเจน และธนาคารกรุงไทย มีคู่มือเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ความรุนแรงของภาวะวิกฤต โดยไม่ได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการแต่อย่างใด


การประชาสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ของศิลปินเพลงร็อกและค่ายเพลง กับความผูกพันและความภักดีของแฟนเพลง, เพชรภัสสร อ้นขวัญเมือง Jan 2019

การประชาสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ของศิลปินเพลงร็อกและค่ายเพลง กับความผูกพันและความภักดีของแฟนเพลง, เพชรภัสสร อ้นขวัญเมือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายเนื้อหาการประชาสัมพันธ์ของค่ายเพลงและการสื่อสารของศิลปินเพลงร็อกบนสื่อสังคมออนไลน์ ความสัมพันธ์ของการเปิดรับเนื้อหาการประชาสัมพันธ์ของค่ายเพลง ความผูกพันต่อเนื้อหาการประชาสัมพันธ์ของค่ายเพลงและการสื่อสารของศิลปิน และความภักดีต่อศิลปินเพลงร็อกของแฟนเพลง งานวิจัยนี้ใช้การวิจัยแบบผสมผสาน ได้แก่ งานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารบนเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและยูทูบของค่ายเพลงและศิลปินเพลงร็อก กับการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์และศิลปินเพลงร็อก กับการวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลกับแฟนเพลงศิลปินเพลงร็อก จำนวน 400 คน ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า ค่ายเพลงมีเนื้อหาการประชาสัมพันธ์ ดังนี้ 1) ด้านผลงานเพลง ได้แก่ เพลงและอัลบั้มใหม่ 2) ด้านกิจกรรม ได้แก่ งานแสดง งานเปิดตัวอัลบั้มและศิลปิน 3) ด้านสาระความรู้ ได้แก่ เบื้องหลังการทำเพลง มิวสิกวิดีโอ และข้อมูลศิลปิน และการสื่อสารของศิลปินเพลงร็อก พบว่า 1) รูปแบบการสื่อสาร มีการโพสต์ข้อความ รูปภาพ อินโฟกราฟิก วิดีโอ ไลฟ์วิดีโอ และสตอรี่ 2) เนื้อหา มีด้านผลงานเพลง ได้แก่ เพลงและอัลบั้มใหม่ และด้านกิจกรรม ได้แก่ ตารางงาน คอนเสิร์ต และงานเปิดตัวอัลบั้ม ผลการวิจัยเชิงสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับเนื้อหาการประชาสัมพันธ์ของค่ายเพลงบนยูทูบมากที่สุด มีความผูกพันต่อเนื้อหาการประชาสัมพันธ์ของค่ายเพลงในระดับปานกลาง มีความผูกพันต่อการสื่อสารของศิลปินเพลงร็อกและความภักดีต่อศิลปินเพลงร็อกในระดับสูง ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า 1) การเปิดรับเนื้อหาการประชาสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กับความผูกพันต่อเนื้อหาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เป็นความสัมพันธ์ระดับสูงและมีทิศทางแปรตามกัน 2) ความผูกพันต่อเนื้อหาการประชาสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กับความภักดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เป็นความสัมพันธ์ระดับปานกลางและมีทิศทางแปรตามกัน และ 3) ความผูกพันต่อการสื่อสารมีความสัมพันธ์กับความภักดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เป็นความสัมพันธ์ระดับสูงและมีทิศทางแปรตามกัน


ทัศนคติ ความพึงพอใจ และแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค (C2c), ไวยกรณ์ จริตไวทย์ Jan 2019

ทัศนคติ ความพึงพอใจ และแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค (C2c), ไวยกรณ์ จริตไวทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวแปรพยากรณ์ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อการให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค (C2C) โดยมีปัจจัยที่ใช้ศึกษา 3 ปัจจัย ได้แก่ 1. ทัศนคติต่อการสื่อสารตลาดแบบบูรณาการ (IMC) 2. ความพึงพอใจต่อบริการหลังการขาย และ 3. การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจด้วยการเก็บข้อมูลแบบสอบถามออนไลน์ กับกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 25-49 ปี เป็นผู้เคยซื้อสินค้าออนไลน์จากผู้ขายรายย่อยผ่านผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) แบบการเลือกตัวแปรโดยวิธีเพิ่มตัวแปรอิสระแบบขั้นตอน (Stepwise Regression) ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อบริการหลังการขายมากที่สุด โดยพึงพอใจมากต่อเงื่อนไขการบริการหลังการขายที่มีความเป็นธรรม จากการวิเคราะห์ด้วยวิธีการถดถอยเชิงพหุคูณแบบขั้นตอน พบว่า สมการพยากรณ์ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคที่ดีที่สุด คือ “ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค = 3.402 + (0.145)บริการหลังการขาย” โดยสามารถพยากรณ์ความตั้งใจซื้อได้ร้อยละ 02 ทั้งนี้ ที่บริการหลังการขายสามารถพยากรณ์ความตั้งใจซื้อ อาจเป็นไปได้ว่า เงื่อนไขการบริการหลังการขายที่มีความเป็นธรรม สามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจ และนำไปสู่ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคได้


Black Masculinities And The Media: An Interview With Filmmaker And Activist Byron Hurt, Kevin D. Thomas Jan 2019

Black Masculinities And The Media: An Interview With Filmmaker And Activist Byron Hurt, Kevin D. Thomas

College of Communication Faculty Research and Publications

In this interview, Byron Hurt reflects on his career and how he has become a prominent activist, speaker, filmmaker, and writer about media's roles in shaping Black identities and culture, especially constructions of Black masculinity. In addition to detailing his career trajectory, Hurt discusses many important topics: his inspiration to make films, the power of filmmaking to make cultural change, the filmmaker's place within a documentary, changing notions of Black masculinity, the constraints advertising and media place on Black men and boys to define their manhood, Black men's assertion of power over Black women, intersectionality, digital media's possibilities for more …


Affective Needs & Use Of Social Media: A Comparative Study Of Gratifications Sought And Gratification Obtained, Ashfaq Hussain, Dr. Taimoor-Ul-Hassan, Muhammad Ramzan Jan 2019

Affective Needs & Use Of Social Media: A Comparative Study Of Gratifications Sought And Gratification Obtained, Ashfaq Hussain, Dr. Taimoor-Ul-Hassan, Muhammad Ramzan

Library Philosophy and Practice (e-journal)

This article has been pended to compare the gratification sought and gratification obtained for affective needs from social media among information professionals in the limelight of uses and gratification theory. Affective type of needs related to sentiments, strengthening aesthetic, moods or emotional experience. This type of needs encompasses all kind of emotions & moods, strengthening aesthetic, pleasurable and emotional experience. Gratification sough and gratification obtained are two distinct components of the uses and gratification theory. For this quantitative research, study a self-administered survey questionnaire was used to collect data from the participants of the study. Sample of this study was …