Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Nursing Administration Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2024

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 121 - 142 of 142

Full-Text Articles in Nursing Administration

ผลของโปรแกรมการสอนแนะต่อสมรรถนะของพยาบาลจบใหม่ที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยศัลยกรรม, จาฬุฎา มาเมืองบน Jan 2024

ผลของโปรแกรมการสอนแนะต่อสมรรถนะของพยาบาลจบใหม่ที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยศัลยกรรม, จาฬุฎา มาเมืองบน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองประเภทกลุ่มเดียววัดแบบอนุกรมเวลา มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะของพยาบาลจบใหม่ที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยศัลยกรรม “ก่อน” และ “หลัง” ได้รับโปรแกรมการสอนแนะทันที และ“ระยะติดตามผล 4 สัปดาห์” กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลจบใหม่ คัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 13 คน ได้รับโปรแกรมเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เครื่องมือวิจัย คือ แบบประเมินสมรรถนะพยาบาลจบใหม่ ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 0.96 และมีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-way repeated Measures ANOVA) ผลการศึกษา พบว่าพยาบาลจบใหม่ที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยศัลยกรรม มีคะแนนความสามารถด้านการปฏิบัติการพยาบาล ด้านการสื่อสารและสัมพันธภาพ และด้านการพัฒนาตนเองและหน่วยงาน ภายหลังได้รับโปรแกรมการสอนแนะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (p < .05) ผลการศึกษา สามารถนำโปรแกรมการสอนแนะ ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลจบใหม่โดยเฉพาะหอผู้ป่วยศัลยกรรมที่มีบริบทคล้ายกัน


ประสบการณ์การเป็นพยาบาลที่ปฏิบัติงานหน่วยงานสารสนเทศทางการพยาบาล โรงพยาบาลตติยภูมิ, วิภาวัลย์ คำมา Jan 2024

ประสบการณ์การเป็นพยาบาลที่ปฏิบัติงานหน่วยงานสารสนเทศทางการพยาบาล โรงพยาบาลตติยภูมิ, วิภาวัลย์ คำมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายประสบการณ์ของพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยสารสนเทศทางการพยาบาล โรงพยาบาลตติยภูมิ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผู้ให้ข้อมูลเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานสารสนเทศทางการพยาบาลอย่างน้อย 3 ปี และมีความยินดีเข้าร่วมการวิจัย โดยคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง จํานวน 12 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการบันทึกเทป ร่วมกับการบันทึกภาคสนาม และนําข้อมูลที่ได้มาถอดเทปแบบคําต่อคํา และวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีของ Crist and Tanner ผลการศึกษา ประสบการณ์การเป็นพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยสารสนเทศทางการพยาบาล แบ่งเป็น 6 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) แรงจูงใจในการเข้าสู่บทบาทพยาบาลสารสนเทศ 2) ความรู้สึกและการปรับตัวต่อบทบาทใหม่ 3) บทบาทใหม่และการขยายขอบเขตงานพยาบาล 4) การเรียนรู้เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพด้านเทคโนโลยี 5) การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการพยาบาล 6) อุปสรรคและความท้าทายในการปฏิบัติงาน จากการศึกษาครั้งนี้ทำให้ทราบว่าการเป็นพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยสารสนเทศทางการพยาบาลต้องอาศัยความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และด้านการพยาบาล มาสร้างและพัฒนาโปรแกรมที่มีประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์และผู้รับบริการทางการแพทย์


ผลของรูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบร่วมกับการใช้โมบาย แอปพลิเคชัน ต่อความสามารถของผู้ดูแล และความพึงพอใจในรูปแบบการดูแลของพยาบาล, อรุณรัตน์ ร่มเกตุ Jan 2024

ผลของรูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบร่วมกับการใช้โมบาย แอปพลิเคชัน ต่อความสามารถของผู้ดูแล และความพึงพอใจในรูปแบบการดูแลของพยาบาล, อรุณรัตน์ ร่มเกตุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของรูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบร่วมกับการใช้โมบายแอปพลิเคชัน ต่อ 1) ความสามารถในการดูแลของผู้ดูแลหลักผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ และ 2) ความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อรูปแบบการดูแล โดยใช้กรอบแนวคิด IMB Model ของ Fisher & Fisher (1992) หลักการจัดการดูแลของ DMAHS (2023) และแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสำหรับผู้ดูแลของสถาบันประสาทวิทยา (2563) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลหลักของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบจำนวน 36 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 18 คน และพยาบาลวิชาชีพจำนวน 17 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบร่วมกับการใช้โมบายแอปพลิเคชัน (Stroke Link) ที่ออกแบบให้ใช้งานสะดวก ครอบคลุมเนื้อหา 10 ด้านสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยหลังจำหน่าย ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยมีฟังก์ชันการแจ้งเตือน การบันทึกข้อมูล และการสื่อสารกับทีมพยาบาล กลุ่มผู้ดูแลได้รับการประเมินความสามารถในการดูแล 3 ครั้ง ได้แก่ ก่อนเริ่มใช้ หลังสิ้นสุด และ 4 สัปดาห์หลังจำหน่าย พยาบาลวิชาชีพได้รับการประเมินความพึงพอใจหลังจากการนำโปรแกรมไปใช้จริง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความพึงพอใจในรูปแบบการดูแลของพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Wilcoxon signed-ranks test และ Mann-Whitney U test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการวิจัยสรุปดังนี้ 1. ความสามารถในการดูแลของผู้ดูแลหลักหลังได้รับรูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบร่วมกับการใช้โมบายแอปพลิเคชัน มีคะแนนสูงกว่าก่อนการใช้โปรแกรม และสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อรูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหลังจากใช้รูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบร่วมกับการใช้โมบายแอปพลิเคชัน มีคะแนนสูงกว่าการดูแลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร, พิตตินันท์ สายดำ Jan 2024

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร, พิตตินันท์ สายดำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความผาสุก และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีอิสระแห่งตน ภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ผู้ปฏิบัติงาน และบรรยากาศความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างคือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 1 ปีขึ้นไป 3 โรงพยาบาล โดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จำนวน 163 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามความผาสุกของพยาบาล แบบสอบถามการมีอิสระแห่งตน แบบสอบถามพฤติกรรมภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ผู้ปฏิบัติงานของหัวหน้างาน และแบบสอบถามบรรยากาศความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่า CVI เท่ากับ .97, .88, .96 และ .99 ตามลำดับ และทดสอบค่าความเที่ยง โดยคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า ได้ค่าความเที่ยง เท่ากับ .93, .80, .97 และ .93 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า พยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลตติยภูมิ กรุงเทพมหานคร มีความผาสุกโดยรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.79, S.D. = .41) โดยบรรยากาศความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การมีอิสระแห่งตน และภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ผู้ปฏิบัติงานของหัวหน้างาน มีความสัมพันธ์ทางบวกระดับปานกลางกับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .504, .493 และ .426 ตามลำดับ) ผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัจจัยที่สัมพันธ์กับความผาสุกของพยาบาลวิชาชีพ ดังนั้นผู้บริหารทางการพยาบาลควรส่งเสริมความผาสุกกับพยาบาลวิชาชีพให้สอดคล้องกับปัจจัยที่สัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมและธำรงรักษาให้พยาบาลวิชาชีพมีความผาสุกที่ดี อันจะส่งผลถึงคุณภาพการบริการพยาบาลที่ดี


การศึกษาบทบาทพยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, รินรดา วรรณวิจิตร Jan 2024

การศึกษาบทบาทพยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, รินรดา วรรณวิจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทพยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้เทคนิคการวิจัยแบบเดลฟาย กลุ่มผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 20 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้กำหนดนโยบายจากกระทรวงสาธารณสุข/กองการพยาบาล จำนวน 3 คน กลุ่มผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัฐ/ผู้บริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาลรัฐ จำนวน 4 คน กลุ่มหัวหน้ากลุ่มงานประกันสุขภาพโรงพยาบาลรัฐ จำนวน 5 คน กลุ่มอาจารย์พยาบาลที่มีประสบการณ์การสอนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรสุขภาพ จำนวน 3 คน และ กลุ่มผู้ปฏิบัติการพยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพภาครัฐ จำนวน 5 คน ดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบทบาทพยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มพยาบาลที่ปฏิบัติงานในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกลุ่มพยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และกลุ่มพยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน 2) วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินระดับความสำคัญ และ 3) คำนวณค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์เพื่อสรุปผล ผลการศึกษาพบว่า บทบาทพยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วยบทบาท 6 ด้าน ได้แก่ 1) ผู้พิทักษ์สิทธิประโยชน์ของผู้ป่วย 2) ผู้บริหารจัดการข้อมูลประกันสุขภาพ 3) ผู้ประสานงาน 4) ผู้ทวนสอบการใช้ทรัพยากรสุขภาพ 5) ผู้วิเคราะห์ทรัพยากรสุขภาพ และ 6) ผู้จัดการรายกรณี พยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับ มีบทบาททั้ง 6 ด้านเหมือนกัน แต่แตกต่างกันในบทบาทย่อย ดังนี้ 1) พยาบาลที่ปฏิบัติงานในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเน้นบทบาทเชิงนโยบาย กำหนดทิศทาง วางแผน กำกับ ติดตาม และประเมินผลการบริหารทรัพยากรสุขภาพในระดับจังหวัด โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงระบบและการประสานงานระหว่างเครือข่ายบริการ 2) พยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป บริหารจัดการระบบบริการในภาพกว้าง จัดการกรณีซับซ้อน เป็นศูนย์ข้อมูลด้านประกันสุขภาพ และเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยระหว่างระดับบริการ และ 3) พยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน มีบทบาทตรงในพื้นที่ ดูแลผู้ป่วยรายกรณี ใช้และควบคุมทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ประสานกับชุมชน และ ปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชนในระดับปฐมภูมิ ผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรหรือสมรรถนะพยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในการปฏิบัติงานต่อไป และผู้บริหารสามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมให้พยาบาลบริหารทรัพยากรสุขภาพปฏิบัติงานตามบทบาท และ …


Nursing Care During Natural Disasters, War Zones, And Mass Casualty Incidents: Implications For An Educational And Professional Overhaul, Erin N. White Jan 2024

Nursing Care During Natural Disasters, War Zones, And Mass Casualty Incidents: Implications For An Educational And Professional Overhaul, Erin N. White

Undergraduate Honors Theses

Emergency situations around the world are inevitable. Any nurse who practices for any period of time is sure to encounter situations like these. Their hospital may be flooded with traumatic and severely life-threatening patient cases where supplies can become scarce. In these situations, a nurse and all other healthcare personnel are expected to act effectively, efficiently and in a highly organized way. Despite this need, many hospitals fail to implement effective disaster preparedness programs and plans. This leaves healthcare workers at a loss for how to treat patients, communicate within and outside of the hospital, coordinate transport, and all the …


Using The 4ms Framework To Prevent Falls, Gina L. Edgeworth Jan 2024

Using The 4ms Framework To Prevent Falls, Gina L. Edgeworth

Doctor of Nursing Practice (DNP) Scholarly Projects - Archive

Hospital falls are rising in inpatient facilities, requiring analysis and a plan of action to address the ongoing falls. A strategy taken among facilities is implementing a 4Ms Framework that allows the nurse to address what matters to the patient and assess their mentation, medications, and mobility upon admission. With an increase in falls on a med-surg unit, it was found that there was no straightforward process for addressing the needs and concerns of patients and no assessment of medications, mobility, or mentation for those aged 65 years and older. This knowledge gap prevents nurses from providing a structured framework …


Home Blood Pressure Monitoring Bundle For Hypertension Outcomes In Adult Patients Receiving Care In Public Health Clinics, Christine Jennifer Victorian Jan 2024

Home Blood Pressure Monitoring Bundle For Hypertension Outcomes In Adult Patients Receiving Care In Public Health Clinics, Christine Jennifer Victorian

Doctor of Nursing Practice (DNP) Scholarly Projects - Archive

Background: Hypertension (HTN) that is not adequately controlled leads to cardiovascular disease, stroke, and heart disease. It affects 116 million adults (47%) in the United States (U.S.). The HTN compliance rate in a South Texas public health clinic was 64%, below the national benchmark of 76%. Home blood pressure monitoring (HBPM) was recommended in a joint statement by the American Heart Association (AHA) and the American Medical Association (AMA). Literature evidence revealed that the HBPM bundle increased BP control (< 140/90 mmHg) compliance.

Methods: A quality improvement (QI) bundle was initiated to address the low HTN compliance rate from a quality management perspective. …


Creation Of A Structured Rapid Response Team And Early Rrt Activation, Elizabeth Amaka Azie Jan 2024

Creation Of A Structured Rapid Response Team And Early Rrt Activation, Elizabeth Amaka Azie

Doctor of Nursing Practice (DNP) Scholarly Projects - Archive

Cardiac arrest, unanticipated admissions to the intensive care unit (ICU), and mortality account for about 50% of serious inpatient adverse events (Ko et al., 2020). Efforts to prevent in-hospital cardiopulmonary resuscitation (CPR) require a system to identify deteriorating patients and include an appropriate interventional response, such as a rapid response team (Andersen et al., 2019). A well-structured rapid response team (RRT) has five categories that include team structure, organizational culture, expertise, communication, and teamwork (Jackson, 2017). A community hospital in Texas has been challenged in its attempts to have a well-structured RRT and had an increase in cardiac arrest. A …


Impact Of A Discharge Bundle On Boarding Hours In Acute Care Hospitals, Monica L. Herrera Jan 2024

Impact Of A Discharge Bundle On Boarding Hours In Acute Care Hospitals, Monica L. Herrera

Doctor of Nursing Practice (DNP) Scholarly Projects - Archive

The national epidemic of boarding hours in the emergency departments prompted the implementation of a discharge bundle in an acute care hospital. This bundle included an ADT nurse, discharge orders written prior to 11AM, and EVS shifting employee hours. Initial findings indicated a reduction in boarding time by 126 minutes.


Clinical Practice Guideline For The Management Of Depression In Primary Care, Estrella Catherine Villarreal Jan 2024

Clinical Practice Guideline For The Management Of Depression In Primary Care, Estrella Catherine Villarreal

Doctor of Nursing Practice (DNP) Scholarly Projects - Archive

Background: The prevalence of depression poses a significant challenge in primary care, emphasizing the urgent need to address this issue during patient visits. Primary care providers are at the forefront of managing depression, yet they encounter difficulties in screening, diagnosing, assessing, and treating this complex condition. Clinical guidelines serve as valuable tools for primary care providers and practices, offering support in identifying and addressing depression effectively. An evidence-based approach to treating depression in primary care, with a focus on collaborative interventions with behavioral health to enhance depression management for American Indian/Alaskan Native (AI/AN) communities.

Methods: The descriptive analysis was conducted …


Guideline To Decrease Nursing Turnover In Intensive Care Units, Carol L. Mention Jan 2024

Guideline To Decrease Nursing Turnover In Intensive Care Units, Carol L. Mention

Doctor of Nursing Practice (DNP) Scholarly Projects - Archive

Background: Turnover rates of registered nurses working in intensive care units continue to increase significantly after the pandemic. Many nurses have left the profession due to the increased workload and stress during and after the COVID-19 pandemic. Having staffing challenges and turnover can affect the outcome of this patient population. Intensive care nurses experience workplace violence at an increasing volume. Also, robust nurse onboarding and training programs can help decrease turnover rates. The current national guideline does not address these concerns about nursing turnover. A guideline project was performed to identify needed recommendations based on evidence for stakeholders to …


Promoting Inpatient Mobility To Improve Patient Outcomes: A Quality Improvement Project In A Rural Critical Access Hospital, Chantal Laplante Jan 2024

Promoting Inpatient Mobility To Improve Patient Outcomes: A Quality Improvement Project In A Rural Critical Access Hospital, Chantal Laplante

Master's Theses and Capstones

Background: Although beneficial to patient outcomes, inpatient ambulation is not a prioritized care intervention, and a task often deferred to physical therapy. Patient immobility is a complex problem that requires a multifaceted approach.

Local Problem: In a rural, critical access hospital, on an 18-bed medical surgical unit, nursing staff lacked ownership of patient mobility. There was no standardized process to document ambulation and mobility tasks were not scheduled, falling to the end of the nursing work list. Many patients did not have activity orders upon admission and nurses lacked resources for ambulation assessment and daily goal setting. There was no …


ประสบการณ์การบริหารทรัพยากรสุขภาพของพยาบาลกลุ่มงานประกันสุขภาพโรงพยาบาลศูนย์, พชร พีระพัฒนพงษ์ Jan 2024

ประสบการณ์การบริหารทรัพยากรสุขภาพของพยาบาลกลุ่มงานประกันสุขภาพโรงพยาบาลศูนย์, พชร พีระพัฒนพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายประสบการณ์การบริหารทรัพยากรสุขภาพของพยาบาลกลุ่มงานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลศูนย์ ผู้ให้ข้อมูล คือ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานบริหารทรัพยากรสุขภาพ ในกลุ่มงานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลศูนย์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรสุขภาพ และมีความยินดีในการเข้าร่วมการวิจัย จำนวนทั้งสิ้น 12 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept interview) ร่วมกับการสังเกต (Observation) และการจดบันทึกภาคสนาม (Field notes) วิเคราะห์ข้อมูลแบบแก่นสาระตามวิธีการของ Braun and Clarke และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามเกณฑ์ของ Guba and Lincoln ผลการวิเคราะห์ข้อมูลประสบการณ์การบริหารทรัพยากรสุขภาพของพยาบาลกลุ่มงานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลศูนย์ ประกอบด้วย 5 ประเด็นหลัก และ 19 ประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 1. การบริหารองค์ความรู้และศักยภาพบุคลากร ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1.1) การเรียนรู้และเข้าใจเกณฑ์กองทุนต่าง ๆ 1.2) การใช้ความรู้ความชำนาญด้านการพยาบาล 1.3) การพัฒนาทักษะการให้รหัสโรคและหัตถการ และ 1.4) การติดตามความรู้ด้านนโยบายและการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพ 2. การทบทวนการใช้ทรัพยากรสุขภาพ ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 2.1) การทบทวนความสมบูรณ์ของข้อมูลเพื่อการเบิกจ่าย 2.2) การทบทวนความสมเหตุสมผลของการใช้ทรัพยากร และ 2.3) การจัดทำรายงานและบันทึกผลการทบทวน 3. การบริหารงบประมาณและความคุ้มค่าของทรัพยากรสุขภาพ ประกอบด้วย 5 ประเด็นย่อย ได้แก่ 3.1) การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน 3.2) การควบคุมงบประมาณ 3.3) การบริหารมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยให้สอดคล้องกับสิทธิ 3.4) การพัฒนากระบวนการให้เอื้อต่อการเบิกจ่าย และ 3.5) การสร้างนวัตกรรมหรือบริการใหม่ที่คุ้มค่า 4. การประสานงานเพื่อสร้างความร่วมมือใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 4.1) การประสานงานภายในองค์กร 4.2) การประสานงานกับหน่วยงานภายนอก และ 4.3) การประสานงานกับผู้รับบริการ 5. …


Improving Health Outcomes In Children And Adolescents With Asthma, Elizabeth Kate Coffey Moore Jan 2024

Improving Health Outcomes In Children And Adolescents With Asthma, Elizabeth Kate Coffey Moore

Theses and Dissertations (ETD)

Asthma is among the most prevalent chronic illnesses found in the United States, affecting millions of people under the age of 18 each year. The disease burden for affected children, adolescents, their families, and the healthcare system is immense. Finding ways to mitigate its impact is critical to improving the lives of affected children, adolescents, and their families. The three chapters included in this dissertation aimed to document the asthma triggers that children and adolescents are exposed to and strategies for reducing them and to demonstrate using Imogene King’s conceptual framework to guide nursing practice to care for and nursing …


The Impact A Nurse Recruiter Has On Nursing Staff Shortages And Nurse Manager Satisfaction In An Acute Psychiatric Facility, Johna Arnett Jan 2024

The Impact A Nurse Recruiter Has On Nursing Staff Shortages And Nurse Manager Satisfaction In An Acute Psychiatric Facility, Johna Arnett

DNP Projects

Abstract

Background: Nursing staff shortages have persisted for the last few decades. Strategies to resolve this enduring challenge continue to drive the creative efforts to attract and retain new staff. These shortages not only affect patient care but can also impact the satisfaction of nurse managers. Little information is available on the effects of a nurse recruiter role on nursing staff shortages as well as nurse manager satisfaction.

Purpose: The purpose of this project is to assess how implementing a designated nurse recruiter impacts nursing staff shortages and nurse manager satisfaction in an acute psychiatric facility. This project examines two …


Reducing Nursing Documentation Burden: Evaluation Of An Electronic Health Record Optimization Plan, Jessica Collins Jan 2024

Reducing Nursing Documentation Burden: Evaluation Of An Electronic Health Record Optimization Plan, Jessica Collins

DNP Projects

Background: UK HealthCare transitioned to a new enterprise electronic health record (EHR) system, offered by Epic Systems Corporation, in June 2021. Approximately 2,000 inpatient nurses use the EpicCare Inpatient Module in the 1,086 licensed bed facilities. Compared to other academic medical centers, UK HealthCare nurses take more time documenting in this EHR inpatient module’s Basic Assessment Flowsheet (documentation burden) and have a longer delay between assessment and documentation (timeliness) potentially contributing to nursing dissatisfaction with using this new EHR.

Purpose: The purpose of this project was to evaluate the effectiveness of a phase of the Epic Nurse Well-Being Project, a …


New Crew Nights: The Impact Of A Nurse Leader Led Mentorship Series On Perceived Competency In The Novice Nurse, Taylor C. Bergman Jan 2024

New Crew Nights: The Impact Of A Nurse Leader Led Mentorship Series On Perceived Competency In The Novice Nurse, Taylor C. Bergman

DNP Projects

Abstract

Background and Purpose: Nursing leaders across the United States are seeking to recruit and retain new graduate nurses as a national nursing shortage widens at an alarming pace. Healthcare systems are tasked to strengthen the skill set of novice nurses as they seek to meet the care needs of acutely ill patients and rebuild a skilled workforce for future years. This study evaluated the impact of a four-part mentorship series for novice nurses on perceived strengths in competency, communication, wellbeing, and teamwork.

Methods: In this quality improvement project with pre-intervention/post-intervention assessment, a sample (n=14) of medical surgical nurses with …


Nurse Management Competency Training For Frontline Nurse Leaders, Travis Drake Jan 2024

Nurse Management Competency Training For Frontline Nurse Leaders, Travis Drake

DNP Projects

Background: Growing evidence shows that front line nurse leaders take on their role with minimal education and training. Healthcare facilities are pressed for resources and time to allow for proper development of these leaders.

Purpose: The purpose of this project was to provide novice nurse leaders with a condensed management development program utilizing key American Organization of Nurse Leaders (AONL) nurse manager competencies. This abbreviated program was developed focusing on three key competencies of finance, innovation, and human resources. The impact of the program was measured by comparing self-assessment prior to any of the education and after the entire program …


ประสบการณ์ของพยาบาลเด็กในการจัดการการดูแลผู้ป่วยเด็กติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, จินตนา สะตะ Jan 2024

ประสบการณ์ของพยาบาลเด็กในการจัดการการดูแลผู้ป่วยเด็กติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, จินตนา สะตะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อบรรยายประสบการณ์ของพยาบาลเด็กในการจัดการการดูแลผู้ป่วยเด็กติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูล คือ พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเด็กติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจงจำนวน 9 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก การบันทึกเทป การสังเกต และการบันทึกภาคสนาม นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เนื้อหาตามวิธีการของ van Manen ผลการศึกษาประสบการณ์ของพยาบาลเด็กในการจัดการการดูแลผู้ป่วยเด็กติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบด้วยประเด็นหลักและประเด็นย่อยดังต่อไปนี้ 1. การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยเด็กโควิด-19 ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย 1.1) การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ 1.2) การปรับปรุงพื้นที่เพื่อรับผู้ป่วยติดเชื้อ 1.3) การเตรียมความรู้และทักษะในการป้องกันการติดเชื้อ 2. กระบวนการแรกรับผู้ป่วยเด็กติดเชื้อโควิด 19 เข้ารับการรักษา ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย 2.1) การประเมินอาการเบื้องต้นเพื่อเตรียมห้องและอุปกรณ์การแพทย์ 2.2) การเตรียมผู้ปกครองให้พร้อมสำหรับการดูแลเด็ก 2.3) การทำหัตถการตามแผนการรักษา 3. การปรับรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเด็กติดเชื้อโควิด 19 ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย 3.1) การเฝ้าระวังอาการผู้ป่วยเด็กผ่านจอมอนิเตอร์ 3.2) การรวบกิจกรรมการพยาบาลเป็นรอบเวลา 3.3) การให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมเป็นผู้ดูแลหลัก 3.4) การประสานการส่งต่อผู้ป่วย 4. การดูแลผู้ปกครองที่ติดเชื้อโควิด 19 ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย 4.1) การเบิกจ่ายยาและส่งต่อไปรักษาหากมีอาการหนัก 4.2) การดูแลด้านจิตใจให้คลายความเครียด 5. มาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย 5.1) การใช้อุปกรณ์การแพทย์แบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง 5.2) ของเยี่ยมจากภายนอกได้รับการฆ่าเชื้อก่อนส่งต่อให้ผู้ป่วย 5.3) การจัดเวลาและพื้นที่ในการรับประทานอาหารของพยาบาล 5.4) การอบห้องด้วยรังสียูวีทุกวัน 6. ความท้าทายและปัญหาที่พบในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย 6.1) ความยากลำบากในการทำหัตถการ 6.2) อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน 6.3) การสื่อสารกับผู้รับบริการต่างชาติ 6.4) ความไม่พึงพอใจของผู้ปกครองและญาติ 7. ผลลัพธ์ทางบวกที่ได้รับจากการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย …


การศึกษาสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล, กัลย์ญาณ์มาส ศรีสุวรรณ Jan 2024

การศึกษาสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล, กัลย์ญาณ์มาส ศรีสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive research) โดยใช้เทคนิคแบบเดลฟาย (Delphi Technique) เพื่อศึกษาสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 3 ชุด ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการ โรงเรียนบริบาล 2) แบบสอบถามเรื่องสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ระดับความสำคัญของข้อรายการสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล และ 3) แบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันคงคำตอบเดิม หรือเปลี่ยนแปลงคำตอบที่มีอยู่เดิม ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ จำนวน 19 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล จำนวน 5 คน 2) กลุ่มคณาจารย์ทางการศึกษา จำนวน 5 คน และ 3) กลุ่มพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล จำนวน 9 คนผลการวิจัยพบว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องกันเกี่ยวกับสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล โดยสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล มีทั้งหมด 9 ด้าน ประกอบด้วย ด้านธุรกิจการจัดการศึกษา จำนวน 4 ข้อ ด้านกลยุทธ์เชิงธุรกิจการจัดการศึกษา จำนวน 7 ข้อ ด้านการบริหารองค์กรสถานศึกษา จำนวน 8 ข้อ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสถานศึกษา จำนวน 7 ข้อ ด้านการจัดการส่วนผสมการตลาดทางการศึกษา จำนวน 5 ข้อ ด้านสัมพันธภาพระหว่างบุคคล จำนวน 5 ข้อ ด้านภาวะผู้นำและคุณลักษณะส่วนบุคคล จำนวน 8 ข้อ ด้านจริยธรรม กฎหมายธุรกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จำนวน 6 ข้อ และด้านการ บูรณาการวิชาชีพทางการพยาบาล จำนวน 5 ข้อ โดยสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล มีค่าระดับความสำคัญอยู่ในระดับมาก และมากที่สุด (Md = 4.29-4.82, IR = …


ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ, ฐิติพร สุรินธรรม Jan 2024

ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ, ฐิติพร สุรินธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม และบรรยากาศการส่งเสริมนวัตกรรมในองค์การกับพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ และศึกษาตัวแปรพยากรณ์ที่สามารถร่วมทำนายพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพระดับปฏิบัติการ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จำนวน 210 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการเรียนรู้ตลอดชีวิต แบบสอบถามภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม แบบสอบถามบรรยากาศการส่งเสริมนวัตกรรมในองค์การ และแบบสอบถามพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรม ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน ได้ค่า CVI เท่ากับ .94, .89, .88 และ .93 ตามลำดับ และทดสอบค่าความเที่ยง โดยคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า ได้ค่าความเที่ยง เท่ากับ .90, .97, .95 และ .96 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน และสถิติถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ อยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.49, S.D. = 0.76) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม และบรรยากาศการส่งเสริมนวัตกรรมในองค์การ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .683, .524 และ .499 ตามลำดับ) ปัจจัยที่สามารถร่วมทำนายพฤติกรรมการทำงานที่เน้นนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต บรรยากาศการส่งเสริมนวัตกรรมในองค์การ และภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม โดยมีอำนาจในการทำนายร้อยละ 53.6 (Adjusted R² = .536) สามารถเขียนสมการทำนายในรูปคะแนนมาตรฐาน ดังนี้ ZIWB = .540 ZLLL + .192 ZOIC + .149 ZIL