Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Other Mental and Social Health Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (69)
- Psychiatric and Mental Health (44)
- Public Health (39)
- Psychiatry and Psychology (36)
- Psychology (31)
-
- Medical Specialties (30)
- Community Health (29)
- Sociology (22)
- Nursing (21)
- Education (19)
- Other Psychiatry and Psychology (14)
- Social Justice (14)
- Social Work (13)
- Mental Disorders (12)
- Substance Abuse and Addiction (12)
- Alternative and Complementary Medicine (11)
- Arts and Humanities (11)
- Counseling (11)
- Psychiatric and Mental Health Nursing (11)
- Disability Studies (10)
- Marriage and Family Therapy and Counseling (10)
- Medical Education (10)
- Psychological Phenomena and Processes (10)
- Public Health and Community Nursing (10)
- Rehabilitation and Therapy (10)
- Communication (9)
- Health Services Research (9)
- Institution
-
- Chulalongkorn University (13)
- Chapman University (9)
- The Texas Medical Center Library (7)
- University of Kentucky (7)
- Georgia Southern University (6)
-
- Nova Southeastern University (6)
- Universitas Indonesia (5)
- California State University, San Bernardino (4)
- Kennesaw State University (4)
- Lesley University (4)
- University of Louisville (4)
- Arcadia University (3)
- Portland State University (3)
- Southern Adventist University (3)
- University of Arkansas, Fayetteville (3)
- Advocate Health - Midwest (2)
- Aga Khan University (2)
- Bellarmine University (2)
- Boise State University (2)
- Bowling Green State University (2)
- Bryant University (2)
- Children's Mercy Kansas City (2)
- City University of New York (CUNY) (2)
- HCA Healthcare (2)
- Minnesota State University Moorhead (2)
- Missouri State University (2)
- Southern Methodist University (2)
- The University of Akron (2)
- The University of San Francisco (2)
- The University of Southern Mississippi (2)
- Keyword
-
- Mental health (33)
- COVID-19 (16)
- Anxiety (10)
- Depression (9)
- Stress (8)
-
- Mental Health (6)
- Pandemic (6)
- Trauma (6)
- Adolescents (5)
- Burnout (4)
- Humans (4)
- Mindfulness (4)
- Child (3)
- College students (3)
- Discrimination (3)
- Female (3)
- Literature review (3)
- Male (3)
- Music (3)
- Psychology (3)
- Social support (3)
- Wellness (3)
- Adolescence (2)
- Animals (2)
- Attachment (2)
- Bullying (2)
- COVID-19 pandemic (2)
- Chronic pain (2)
- Dementia (2)
- Diagnosis (2)
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (13)
- Faculty, Staff and Student Publications (6)
- Electronic Theses, Projects, and Dissertations (4)
- Expressive Therapies Capstone Theses (4)
- Jurnal Ilmu Kesejahteraan Sosial (4)
-
- Psychology Faculty Articles and Research (4)
- Capstone Showcase (3)
- DSW Capstone Projects (3)
- Graduate Research Projects (3)
- Internet Journal of Allied Health Sciences and Practice (3)
- Journal of Wellness (3)
- Symposium of Student Scholars (3)
- Anthós (2)
- Brain and Mind Institute (2)
- Capstone Experience: Master of Public Health (2)
- Communication Faculty Articles and Research (2)
- DNP Projects (2)
- Dissertations, Theses, and Projects (2)
- Doctor of Nursing Practice Projects (2)
- Graduate Theses, Dissertations, and Capstones (2)
- Graduate Theses/Dissertations (2)
- HCA Healthcare Journal of Medicine (2)
- Honors College Theses (2)
- Honors Projects in Applied Psychology (2)
- IPS/BAS 495 Undergraduate Capstone Projects (2)
- Journal of Patient-Centered Research and Reviews (2)
- National Youth Advocacy & Resilience Conference (2)
- Research Days (2)
- The Eleanor Mann School of Nursing Undergraduate Honors Theses (2)
- Williams Honors College, Honors Research Projects (2)
- Publication Type
- File Type
Articles 151 - 165 of 165
Full-Text Articles in Other Mental and Social Health
Youtube, Cyberbullying And Covid-19, Ani Shavliashvili
Youtube, Cyberbullying And Covid-19, Ani Shavliashvili
Dissertations and Theses
The purpose of this research is to uncover how people discuss bullying or cyberbullying experiences via YouTube videos before and after the start of the COVID-19 pandemic. Since people were indoors during the pandemic, individuals took to social media and left comments on YouTube about bullying. Since people could not discuss bullying in-person, it was interesting to see how people shared their views on bullying and cyberbullying via YouTube, as well as how that might have changed after the start of COVID-19. The purpose of this study is to demonstrate how social media platforms like YouTube provide a safe space …
ภาวะซึมเศร้า รูปแบบการป้องกันทางจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้สูงอายุ ในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 7, ชนนี ปีตะนีละผลิน
ภาวะซึมเศร้า รูปแบบการป้องกันทางจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้สูงอายุ ในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 7, ชนนี ปีตะนีละผลิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ภาวะซึมเศร้าถือเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตที่พบได้ในผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในวัยนี้ต้องเผชิญกับความเสื่อมจากกระบวนการของความชราภาพและวิกฤตต่าง ๆ ในชีวิต หากสามารถปรับตัวได้เพียงจำกัดหรือเลือกใช้รูปแบบการป้องกันทางจิตที่ไม่เหมาะสม นั่นอาจนำไปสู่การเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้ โดยการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความชุกของภาวะซึมเศร้า รูปแบบการป้องกันทางจิต และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 7 กรุงเทพมหานคร เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้สูงอายุ 129 คน ในศูนย์บริการสาธารณสุข 7 กรุงเทพมหานคร โดยขอให้อาสาสมัครตอบชุดแบบสอบถามที่ประกอบด้วย แบบประเมินรูปแบบการป้องกันทางจิต (DSQ–60) แบบวัดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุไทย (TGDS–30) แบบสอบถามการมีส่วนร่วมในสังคมของผู้สูงอายุ แบบสอบถามเหตุการณ์ความเครียดในชีวิตในช่วง 1 ปี และแบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (Chula ADL Index) โดยผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างพบผู้สูงอายุมีภาวะซึมเศร้าร้อยละ 9.3 สำหรับรูปแบบการป้องกันทางจิตที่ถูกใช้บ่อยที่สุด คือ adaptive defense mechanisms โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบ altruism และ sublimation กลไกการป้องกันทางจิตแบบปรับตัวได้นี้มีความสัมพันธ์เชิงลบกับภาวะซึมเศร้า อีกทั้งการเป็นเพศชาย มีโรคทางจิตเวช มีการพึ่งพิงในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ระดับปานกลาง มีความเครียดในชีวิตด้านเศรษฐกิจในระดับปานกลางถึงสูงและด้านสังคมในระดับสูง มักเลือกใช้การป้องกันทางจิตรูปแบบ passive–aggression หรือ reaction formation และการไม่ค่อยได้ใช้การป้องกันทางจิตรูปแบบ sublimation สามารถทำนายภาวะซึมเศร้าในกลุ่มตัวอย่างนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสรุปหนึ่งในสิบของผู้สูงอายุในการศึกษานี้มีภาวะซึมเศร้าเมื่อเทียบกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ เกือบทั้งหมดของกลุ่มตัวอย่างเลือกใช้การป้องกันทางจิตแบบ adaptive defense styles ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า ดังนั้นควรมีการนำปัจจัยตัวความเครียดทางจิตใจสังคมในช่วงที่ผ่านมาและประวัติการเจ็บป่วยทางจิตเวชมาใช้คัดกรอง อีกทั้งส่งเสริมการใช้การป้องกันทางจิตแบบปรับตัวได้จะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันภาวะซึมเศร้าเพื่อใช้ดูแลผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ
สุขภาพจิต การเผชิญจากความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และการฟื้นพลังของนักบินพาณิชย์สายการบินในไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, ชัชวาล ตันติสัตตโม
สุขภาพจิต การเผชิญจากความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และการฟื้นพลังของนักบินพาณิชย์สายการบินในไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, ชัชวาล ตันติสัตตโม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อทำการศึกษาสุขภาพจิต การเผชิญความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และการฟื้นคืนพลังของนักบินพาณิชย์ในประเทศไทย รวมถึงความเกี่ยวข้องกันของสุขภาพจิตและปัจจัยดังกล่าวข้างต้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักบินพาณิชย์สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์จำนวน 380 คน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน 2565 โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาตอบแบบสอบถามด้วยตัวเองออนไลน์ผ่าน Google form โดยมีคำถาม 7 ส่วน ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามข้อมูลด้านการทำงาน 3) แบบสอบถามผลกระทบที่นักบินพาณิชย์ได้รับจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 4) แบบสอบถามการเผชิญความเครียด 5) แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม 6) แบบประเมินการฟื้นคืนพลัง นำเสนอเป็นค่าเฉลี่ยน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ ทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพจิตกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้านต่าง ๆโดยใช้การทดสอบไคสแควร์ หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ความถดถอยลอจิสติกเพื่อหาปัจจัยทำนายสุขภาพจิตที่ผิดปกติของนักบินพาณิชย์สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ระดับน้อยกว่า 0.05 ผลการศึกษา พบว่านักบินพาณิชย์สายการบินไทยแอร์เอเชียและไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ส่วนใหญ่(ร้อยละ 53.2) มีสุขภาพจิตผิดปกติในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตเท่ากับ 6.59±6.93 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตผิดปกติ ได้แก่สถานภาพโสด หย่าร้าง หม้าย(p<0.05) รายได้โดยประมาณที่ลดลงระหว่างสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19(p<0.01) ภาระหนี้สิน(p<0.01) การมีโรคทางจิตเวช(p<0.01) สังกัดสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์(p<0.01) ได้รับผลกระทบโดยรวม(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านครอบครัว(p<0.001) ได้ผลกระทบด้านสัมพันธภาพ(<0.001) ได้ผลกระทบด้านการประกอบกิจวัตรประจำวัน(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านการทำงานและการประกอบอาชีพ(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านการเงินและเศรษฐกิจ(p<0.01) ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและสุขภาวะ(p<0.01) มีการเผชิญความเครียดด้านการจัดการอารมณ์ปานกลางถึงสูง(p<0.01) การสนับสนุนทางสังคมด้านทรัพยากรและวัตถุต่ำ(p<0.01) การสนับสนุนทางสังคมโดยรวมต่ำ(p<0.05) การฟื้นคืนพลังด้านความทนต่อแรงกดดันต่ำ(p<0.01) การฟื้นคืนพลังด้านการมีความหวังและกำลังใจต่ำ(p<0.01) การฟื้นคืนพลังด้านการต่อสู้เอาชนะอุปสรรคต่ำ(p<0.01) และการฟื้นคืนพลังโดยรวมต่ำ(p<0.01) สรุปผลการศึกษา พบปัจจัยสัมพันธ์ที่เป็นปัจจัยทำนายกับสุขภาพจิตผิดปกติได้แก่ ภาระหนี้สิน การสังกัดสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ๊กซ์ ได้ผลกระทบด้านการประกอบกิจวัตรประจำวันระดับปานกลางถึงสูง มีเผชิญความเครียดด้านการจัดการอารมณ์ในระดับปานกลางถึงสูง ได้รับการสนับสนุนทางสังคมด้านทรัพยากรและวัตถุต่ำ มีการฟื้นคืนพลังด้านความทนต่อแรงกดดันต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ และการฟื้นคืนพลังด้านการมีความหวังและกำลังใจต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
สุขภาพจิตและความหลากหลายทางเพศของนิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 1, ธนาวุฒิ สิงห์สถิตย์
สุขภาพจิตและความหลากหลายทางเพศของนิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 1, ธนาวุฒิ สิงห์สถิตย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล เพศสภาพ และสุขภาพจิตของนิสิตระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามออนไลน์และแบบกระดาษไปยังนิสิตกลุ่มดังกล่าวทั้งสิ้น 5,700 คน และได้รับชุดข้อมูลตอบกลับมาจำนวน 1,472 คน คิดเป็นร้อยละ 25.8 ของนิสิตชั้นปีที่ 1 ทั้งหมด ผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงมกราคม 2564 ด้วยแบบสอบถามทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามเพศสภาพ (SOGI) แบบสอบถามสุขภาวะทางจิตสังคม (Psychosocial wellbeing) และแบบสอบถามสุขภาพจิตคนไทย (TMHQ) ทำให้ชุดข้อมูลที่สมบูรณ์ตามเกณฑ์คัดเข้ามีจำนวน 1,431 คน ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา เพื่อแสดงข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง รวมถึงการวิเคราะห์ตัวแปรที่สัมพันธ์กับสุขภาพจิตด้วยสถิติ Chi-square test, Fisher’s exact test, Pearson’s correlation และ Logistic regression โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จากกลุ่มตัวอย่างพบว่า ร้อยละ 40.8 มีอาการทางสุขภาพจิต มีอาการซึมเศร้า (34.2%) อาการวิตกกังวล (16.3%) อาการทางกาย (15.8%) และอาการโรคจิต (15.1%) ตามลำดับ ซึ่งร้อยละ 89.5 ของกลุ่มตัวอย่างสามารถปรับตัวทางสังคมได้ระดับสูง สำหรับตัวแปรที่สามารถทำนายโอกาสเกิดอาการทางสุขภาพจิตทั้ง 4 อาการ คือการมีสุขภาวะทางจิตสังคมในระดับกลางถึงต่ำ ด้านเพศสภาพ พบว่าเพศกำเนิดหญิงทำนายเกือบทุกอาการทางสุขภาพจิต ยกเว้นอาการวิตกกังวล และกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ทำนายอาการวิตกกังวล ด้านการศึกษา พบว่ากลุ่มคณะที่เรียนและความชอบในสาขาวิชาที่เรียนน้อยถึงน้อยมาก ทำนายโอกาสอาการทางสุขภาพจิตเกือบทุกด้าน อีกทั้งการมีค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอยังทำนายอาการทางกาย อาการซึมเศร้า และอาการโรคจิต โดย 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างมีอาการซึมเศร้า ซึ่งกลุ่มที่มีความหลายหลายทางเพศแบบไบเซ็กชวลเป็นกลุ่มที่มีอัตราของอาการซึมเศร้ามากที่สุด ดังนั้น ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการทางสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ความเพียงพอของรายได้ กลุ่มคณะ ความชอบในสาขาที่เรียน และสุขภาวะทางจิตสังคม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ควรได้รับการพิจารณาหากทำการศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตของนักศึกษาชั้นปีที่ 1
ความชุกของพฤติกรรมเสพติดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า, ณัฐณิชาช์ กมลเทพา
ความชุกของพฤติกรรมเสพติดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า, ณัฐณิชาช์ กมลเทพา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมเสพติดในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าที่มารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 107 คน เก็บข้อมูลเดือนพ.ย. 2565 – มี.ค. 2566 ด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพ มาตรวัดบุคลิกภาพ แบบวัดอาการซึมเศร้า9Q การใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การใช้บุหรี่/ยาสูบ การใช้สารเสพติด การพนัน และการเล่นเกม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติทดสอบไคสแควร์ และการวิเคราะห์ความถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษา กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมเสพติด (1) ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเกณฑ์ผิดปกติ 28%, ใช้แต่ไม่ผิดปกติ 15% และไม่ใช้ 57% (2) ใช้บุหรี่/ยาสูบในเกณฑ์ผิดปกติ 0.9%, ใช้แต่ไม่ผิดปกติ 15% และไม่ใช้ 84.1% (3) ใช้สารเสพติดเกณฑ์เสี่ยงสูง 0.9%, เสี่ยงต่ำ 1.9% และไม่ใช้ร้อยละ 97.2% (4) เล่นพนันเกณฑ์เสี่ยงสูง 1.9%, เสี่ยงปานกลาง 0.9%, เสี่ยงต่ำ 3.7% และไม่ใช้ 69.2% (5) เล่นเกมเกณฑ์ผิดปกติ 5.6%, เล่นแต่ไม่ผิดปกติ 25.2% และไม่เล่น 68.2% ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติในการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ ระยะเวลาที่ได้รับการวินิจฉัยโรคซึมเศร้า(p < 0.05) ประวัติการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์(p < 0.05) แบบประเมินอาการซึมเศร้า 9 คำถาม(p < 0.05) และอาการแมเนีย โรคจิต (p < 0.01) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติในการเล่นเกม ได้แก่ ศาสนา (p < 0.05) และลักษณะรายได้ (p < 0.01)
ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการก่อนมีระดู และภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู ในนักศึกษาฝึกงานกายภาพบำบัดระดับปริญญาตรี ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ธัญชนก รัชตสิทธิกูล
ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการก่อนมีระดู และภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู ในนักศึกษาฝึกงานกายภาพบำบัดระดับปริญญาตรี ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ธัญชนก รัชตสิทธิกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการก่อนมีระดูและภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู ในนักศึกษาฝึกงานกายภาพบำบัด ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยศึกษาในกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 256 คน จากมหาวิทยาลัยที่สุ่มเลือกมา 3 สถาบัน เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 โดยใช้แบบสอบถามทั้งหมด 7 ชุด ซึ่งจะวินิจฉัยกลุ่มอาการก่อนมีระดูและภาวะอารมณ์แปรปรวนด้วย แบบสอบถาม Premenstrual Symptoms Screening Tool (PSST) ฉบับภาษาไทย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความชุกของการเกิดกลุ่มอาการก่อนมีระดู ร้อยละ 31.3 และความชุกของการเกิดภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดูร้อยละ 6.6 โดยจากการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาปัจจัยทำนาย พบว่ามี 6 ปัจจัยที่สามารถทำนายกลุ่มอาการก่อนมีระดูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การมีประวัติโรคประจำตัว (p = 0.006) อาการบวมน้ำในช่วงก่อนมีรอบเดือน (p = 0.036) อาการท้องเสียในช่วงมีรอบเดือน (p = 0.022) อาการเวียนศีรษะในช่วงมีรอบเดือน (p = 0.012) ความเครียดระดับสูงถึงรุนแรง (p = 0.035) และภาวะซึมเศร้า (p <0.001) จากผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความชุกและปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการก่อนมีระดูและภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดูในนักศึกษาฝึกงานกายภาพบำบัด ดังนั้นจึงควรตระหนักและให้ความสำคัญมากขึ้นกับอาการทางกาย อารมณ์และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีรอบเดือน ในนักศึกษากายภาพบำบัดเพศหญิง
ภาวะหมดไฟและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ภายหลังการเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), ปรวี วัฒนสิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีการปรับโครงสร้างองค์กรกระทบต่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ภาวะหมดไฟเป็นกลุ่มอาการทางสุขภาพจิตที่ใช้ในบริบทของงานเท่านั้น การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะหมดไฟในกลุ่มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเก็บข้อมูลจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจำนวน 358 ราย ในช่วงเดือนมิถุนายน - พฤศจิกายน 2565 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดตอบด้วยตนเอง ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด 3) แบบสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 4) แบบประเมินภาวะหมดไฟ (MBI-GS ฉบับภาษาไทย พัฒนาโดย ชัยยุทธ กลีบบัว ) การวิจัยครั้งนี้ใช้สถิติแบบพรรณาและสถิติเชิงอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า ความชุกของภาวะหมดไฟระดับปานกลางถึงสูง ในด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ การเมินเฉยต่องาน และความสามารถในงาน มีค่าร้อยละ 46.6, 63.7 และ 56.4 ตามลำดับ ปัจจัยทำนายภาวะหมดไฟด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ ได้แก่ การมีอายุน้อย (p = 0.015) การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน (p = 0.01) ความไม่พึงพอใจในตารางบิน (p = 0.012) การมีคุณสมบัติในการปฏิบัติการบินบนเครื่องบินน้อยแบบ (p = 0.007) ความรู้สึกมั่นคงในงานลดลง (p < 0.001) การมีปัญหานอนไม่หลับ (p = 0.041) การมีคะแนนความเครียดสูง (p < 0.001) และการมีสุขภาพจิตที่แย่ลง (p = 0.011) ปัจจัยทำนายด้านการเมินเฉยต่องาน ได้แก่ ตำแหน่งงานที่ไม่ได้เป็นหัวหน้างาน (p < 0.001) ความไม่พึงพอใจในตารางบิน (p = 0.001) ความรู้สึกมั่นคงในงานลดลง (p < 0.001) การมีคะแนนความเครียดสูง (p < 0.001) และการมีสุขภาพจิตที่แย่ลง (p = 0.015) ในขณะที่ปัจจัยทำนายด้านความสามารถในงานมีเพียง ตำแหน่งงานที่ไม่ได้เป็นหัวหน้างาน (p < 0.001) จึงสรุปได้ว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะหมดไฟในพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน สามารถออกเป็น 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ และ ปัญหาหนี้สิน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับงาน ได้แก่ ตารางปฏิบัติการบิน ความรู้สึกมั่นคงในงาน รวมทั้งแบบของเครื่องบินที่มีคุณสมบัติ และ ปัจจัยด้านสุขภาพจิต ได้แก่ ความเครียด ภาวะทางสุขภาพจิต และคุณภาพการนอนหลับ
ความสุขในการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการทำงานของพนักงานระดับปฎิบัติการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน), อัครวัฒน์ เมธีวีระโยธิน วุฒิวงศ์
ความสุขในการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการทำงานของพนักงานระดับปฎิบัติการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน), อัครวัฒน์ เมธีวีระโยธิน วุฒิวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นพนักงานระดับปฎิบัติการ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) จำนวน 365 คนโดยผู้เข้าร่วมการศึกษาตอบแบบสอบถามทั้งหมดด้วยตนเอง ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลด้านการทำงาน 2) แบบสอบถามความสุขในการทำงาน 3) แบบสอบถามความผูกพันองค์กรวิเคราะห์ความสุขโดยสถิติเชิงพรรณาและตรวจสอบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสุขในการทำงานและความผูกพันกับองค์กรด้วย Chi-square test, Binary Logistic Regression และ Pearson’s correlation coefficient ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างพนักงานระดับปฎิบัติการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ร้อยละ 85.8 มีความสุขใจในการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง และมีเพียงร้อยละ 2.5 ที่มีความสุขใจในการทำงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และมีความผูกพันต่อองค์กรอยู่ในระดับมากร้อยละ 48.5 และรองลงมาร้อยละ 45.8 มีความผูกพันต่อองค์กรอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับกลุ่มที่มีความผูกพันต่อองค์กรอยู่ในระดับน้อยถึงน้อยที่สุดคิดเป็นร้อยละ 1.9 และกลุ่มผู้ที่มีความผูกพันต่อองค์กรอยู่ในระดับมากที่สุด ปรากฏร้อยละ 3.8 พนักงานระดับปฏิบัติการบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่มีความสุขใจในการทำงานอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง จำนวน 322 คน พบว่าคะแนนเฉลี่ยความผูกพันต่อองค์กรมีสหสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความสุขใจในการทำงานทั้งหมด 7 ด้าน ได้แก่ ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ (P<0.001) ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ (P<0.001) ด้านเงินเดือนและผลประโยชน์เกื้อกูล (P<0.001) ด้านความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา (P<0.001) ด้านนโยบายและการบริหาร (P=0.011) ด้านสภาพการทำงาน (P=0.027) และด้านความสุขใจในการทำงานโดยรวม (P<0.001)และพนักงานระดับปฏิบัติการบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่มีความสุขใจในการทำงานอยู่ในเกณฑ์สูง จำนวน 43 คนนั้น พบว่าคะแนนเฉลี่ยความผูกพันต่อองค์กรมีสหสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความสุขใจในการทำงานทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ (P=0.003) ด้านความรับผิดชอบ (P=0.029) และด้านความสุขใจในการทำงานโดยรวม (P=0.001)
The Role Of Organizational Leaders In Employee Self-Care: A Change Management Approach, Olivia Dawn Honaker
The Role Of Organizational Leaders In Employee Self-Care: A Change Management Approach, Olivia Dawn Honaker
DSW Capstone Projects
Although literature demonstrates that helping professionals have had high levels of stress and burnout for decades, the COVID-19 pandemic has only exacerbated the issue. The already burdened healthcare workers, now facing increased workloads, long hours, and high-level exposure to trauma, have created an urgency to address this significant risk to helping professionals. The current capstone will bring awareness to organizational leaders regarding the importance of employee self-care and the benefits of implementing employee self-care programs. First, a systematic literature review will examine self-care in helping professions and explore how organizational leaders operationalize employee self-care programs. In addition, the capstone aims …
Healthcare Equity For Transgender Individuals, Mollie Staggs
Healthcare Equity For Transgender Individuals, Mollie Staggs
DSW Capstone Projects
In the field of social justice and integrity, Social Work has dedicated itself to improving the welfare of the world, in which we all participate and interact. There are countless issues in our society that warrant professional attention for the fundamental purpose of positively impacting the livelihood of subcategories of people. For this particular Capstone Project, the focus is on transgender individuals’ systemic healthcare barriers that cisgender people within the United States do not similarly experience. The purpose is to unveil these disparities to then pose progressive alterations within the healthcare system to make the navigation and accessibility better for …
Circadian Stabilization Loop: The Regulatory Hub And Therapeutic Target Promoting Circadian Resilience And Physiological Health, Eunju Kim, Seung-Hee Yoo, Zheng Chen
Circadian Stabilization Loop: The Regulatory Hub And Therapeutic Target Promoting Circadian Resilience And Physiological Health, Eunju Kim, Seung-Hee Yoo, Zheng Chen
Faculty, Staff and Student Publications
The circadian clock is a fundamental biological mechanism that orchestrates essential cellular and physiological processes to optimize fitness and health. The basic functional unit is the cell-autonomous oscillator, consisting of intersecting negative feedback loops. Whereas the core loop is primarily responsible for rhythm generation, auxiliary loops, most notably the secondary or stabilization loop, play pivotal roles to confer temporal precision and molecular robustness. The stabilization loop contains opposing nuclear receptor subfamilies REV-ERBs and retinoic acid receptor-related orphan receptors (RORs), competing to modulate rhythmic expression of the basic helix-loop-helix ARNT like 1 (Bmal1) genes in the core loop as …
Mental Health And Online Learning - Systematic Review Dataset, Stephanie L. Moore Phd, George Veletsianos, Michael Barbour
Mental Health And Online Learning - Systematic Review Dataset, Stephanie L. Moore Phd, George Veletsianos, Michael Barbour
University Libraries & Learning Sciences Faculty and Staff Publications
While there has been a lot of debate over the impact of online and remote learning on mental health and well-being, there has been no systematic syntheses or reviews of the research on this particular issue. In this paper, we review the research on the relationship between mental health / well-being and online or remote learning. Our review shows that little scholarship existed prior to 2020 with most studies conducted during the COVID-19 pandemic. We report four findings: (a) pandemic effects are not well-controlled for in most studies; (b) studies present a very mixed picture, with variability around how mental …
Mindfulness And Pain Regulation: The Role Of Acceptance And Commitment Therapy For Individuals With Chronic Pain, Ariana C. White
Mindfulness And Pain Regulation: The Role Of Acceptance And Commitment Therapy For Individuals With Chronic Pain, Ariana C. White
Honors Theses and Capstones
Chronic pain is a significant and widely prevalent health condition which requires comprehensive care to address the many facets contributing to symptomatology. In 2016, 20% of American adults (about 50 million) reported experiencing chronic pain, of which 7.4% indicated that chronic pain frequently limited their life and participation in activities within the past 3 months (CDC, 2018). As a result, many individuals with chronic pain turn to opioid-based medication for pain relief, but long-term use of opioids actually increases pain sensation (Tobin, 2019). Moreover, opioid medication is unable to target underlying mental health components which emerge as part of chronic …
Raising Awareness Of Second Victim Phenomenon And Supportingyou: A Quality And Safety Initiative, Megan Renee Bryant
Raising Awareness Of Second Victim Phenomenon And Supportingyou: A Quality And Safety Initiative, Megan Renee Bryant
Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)
Current literature has established a need for practice change in management of healthcare-related critical incidents. Peer-support programs have been cited as the most impactful resource healthcare professionals request following a critical incident (Daniels & McCorkle, 2016). SupportingYOU, a peer-support program, is in the process of expansion at a large academic children’s hospital in northern West Virginia in anticipation for the opening of a new facility. The specific aim of this project was to raise awareness of second victim phenomenon (SVP), SupportingYOU, and perception of awareness of resiliency. Interventions included multi-formatted educational sessions on SVP and SupportingYOU via PowerPoints, brochures, flyers, …
สุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก, ปพนพัชร์ ชัยศิริวิกรม
สุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก, ปพนพัชร์ ชัยศิริวิกรม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษากลุ่มเด็กและเยาวชนภายในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน โดยดำเนินการศึกษาเชิงพรรณนา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเอง ความเกี่ยวข้องกันของสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเอง รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องของสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นเพศชายทั้งหมดจำนวน 52 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลพื้นฐานทั่วไป แบบประเมินสุขภาวะทางจิต และแบบประเมินการเห็นคุณค่าในตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองระดับปานกลางคือร้อยละ 48.1 และร้อยละ 65.4 ตามลำดับ พบคะแนนของสุขภาวะทางจิตและคะแนนการเห็นคุณค่าในตนเองของกลุ่มตัวอย่างมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในทางบวกระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=.740, p<0.01) และพบว่าปัจจัยเกี ่ยวกับการมีแบบอย่างที ่ดีในปัจจุบันมี นัยสำคัญทางสถิติที ่เกี ่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิต (p<0.05) โดยเป็นปัจจัยเดียวที ่เกี ่ยวข้องกับสุข ภาวะทางจิตอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังจากการวิเคราะห์ถดถอยลอจิสติกยังคงพบนัยสำคัญทาง สถิติในการทำนายระดับสุขภาวะทางจิต (B=-1.402, p<0.05) แต่ทว่าไม่พบปัจจัยที่สัมพันธ์กับการ เห็นคุณค่าในตนเองของกลุ ่มตัวอย่างในครั ้งนี้ ผลจากการศึกษานี ้สามารถเป็นแนวทางในการดูแล และส่งเสริมเด็กและเยาวชนภายในศูนย์แห่งนี ้ให้มีสุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเอง เพิ่มขึ้นในอนาคต