Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Hematology Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1 - 10 of 10

Full-Text Articles in Hematology

The Mathematical Model Predicts Peripheral Blood Cd34+ Cell Yield And Blood Volume Processing For Peripheral Blood Stem Cell Apheresis., Rattaporn Vichitratchaneekorn, Kanokpol Siriphanthong, Kanokwan Chinbordee, Phandee Watanaboonyongcharoen, Ponlapat Ronjnuckarin Aug 2026

The Mathematical Model Predicts Peripheral Blood Cd34+ Cell Yield And Blood Volume Processing For Peripheral Blood Stem Cell Apheresis., Rattaporn Vichitratchaneekorn, Kanokpol Siriphanthong, Kanokwan Chinbordee, Phandee Watanaboonyongcharoen, Ponlapat Ronjnuckarin

Chulalongkorn Medical Journal

Introduction: The accurate prediction of stem cell yields is important for planning peripheral blood stem cell (PBSC) collection. This study aimed to develop a formula forecasting required blood volume processing to ensure adequate CD34+ cell products.

Methods: Data from donors and patients who underwent PBSC apheresis conducted at a tertiary care hospital were reviewed. BD FACSCanto™ II and Navios EX flow cytometry machines were used to determine the pre-collection CD34+ cell counts (preCD34).

Results: Of 50 donors and 85 patients, 145 leukapheresis procedures were performed. Linear regression models accurately predicted absolute CD34+ cell yields from pre-apheresis values, supporting optimal procedural …


Machine Learning-Based Gene Signature Detection Highlights Cxcl12 As A Key Marker For Aml Prediction, Selahattin Alperen Uysal, Burçin Kaymaz Aug 2026

Machine Learning-Based Gene Signature Detection Highlights Cxcl12 As A Key Marker For Aml Prediction, Selahattin Alperen Uysal, Burçin Kaymaz

Chulalongkorn Medical Journal

Background: Acute myeloid leukemia (AML) is a severe hematologic malignancy marked by uncontrolled proliferation and impaired differentiation of myeloid cells, disrupting normal hematopoiesis and resulting in poor clinical outcomes. Conventional diagnostic approaches often lack the precision to accurately classify AML subtypes, necessitating the integration of advanced computational methods to improve diagnostic and therapeutic strategies.

Objectives: This study aimed to apply machine learning (ML) techniques to transcriptomic data in order to identify a concise and informative gene signature capable of distinguishing AML cases from normal samples. Additionally, the study sought to evaluate the performance of predictive models in supporting AML prediction …


Incidence Of Cytogenetic Abnormalities Detected By Fish Analysis In Multiple Myeloma Cases: A Seven-Year Study From A Cytogenetic Laboratory In King Chulalongkorn Memorial Hospital, Thailand (2018–2024), Montakarn Tansatit, Nutcharee Jongpornchai, Suwannee Songchart, Kittipornpan Krajokpap, Hudadini Da-Oh Aug 2025

Incidence Of Cytogenetic Abnormalities Detected By Fish Analysis In Multiple Myeloma Cases: A Seven-Year Study From A Cytogenetic Laboratory In King Chulalongkorn Memorial Hospital, Thailand (2018–2024), Montakarn Tansatit, Nutcharee Jongpornchai, Suwannee Songchart, Kittipornpan Krajokpap, Hudadini Da-Oh

Chulalongkorn Medical Journal

Background: Multiple myeloma (MM) is a genetically heterogeneous plasma cell malignancy with cytogenetic abnormalities influencing prognosis and treatment outcomes. Fluorescence in situ hybridization (FISH) is crucial for detecting clinically significant abnormalities, including IGH translocations and deletions (e.g., del(17p)), particularly in non-dividing plasma cells. However, cost and accessibility challenges limit comprehensive testing in resource-constrained settings like Thailand. Objectives: To investigate the incidence of cytogenetic abnormalities detected by FISH in MM cases over seven years in a Thai population, highlighting regional trends and barriers to comprehensive testing. Methods: A retrospective analysis was conducted on 360 bone marrow samples from MM patients between …


การศึกษาลักษณะกลายพันธุ์ของยีนที่ถอดรหัสเป็นโปรตีนในเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยกลุ่มเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติ, จารุวรรณ ปานาราช Jan 2023

การศึกษาลักษณะกลายพันธุ์ของยีนที่ถอดรหัสเป็นโปรตีนในเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยกลุ่มเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติ, จารุวรรณ ปานาราช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรคกลุ่มเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติเป็นโรคโลหิตจางตั้งแต่กำเนิดเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่กำหนดการสร้างโปรตีนไซโทสเกเลตอนซึ่งเป็นโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงเพื่อให้เซลล์เม็ดเลือดแดงมีความยืดหยุ่นและรักษารูปร่างได้โดยยีนที่เกี่ยวข้องได้แก่ ANK1, SPTA1, SPTB, EPB42 และ SLC4A1 งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการกลายพันธุ์โดยใช้ Whole exome sequence (WES) และตรวจยืนยันผลด้วยเทคนิค Sanger sequencing ซึ่งงานวิจัยนี้พบการกลายพันธุ์ตำแหน่งใหม่ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเม็ดเลือดแดงป่องพันธุกรรมจำนวน 3 ตำแหน่งและพบการกลายพันธุ์ในผู้ป่วย hereditary pyropoikilocytosis (HPP) 1 ตำแหน่ง การกลายพันธุ์ตำแหน่งใหม่ประกอบด้วยการกลายพันธุ์ในยีน SPTB ตำแหน่ง c.5692C>T และ c.3823delG และในยีน ANK1 c.1994C>A ผลการศึกษาผลของการกลายพันธุ์ในระดับอาร์เอ็นเอพบว่าการกลายพันธุ์ตำแหน่ง c.5692C>T และ c.3823delG ในยีน SPTB และ c.1994C>A ในยีน ANK1 ส่งผลให้เกิด premature stop codon และพบว่าการกลายพันธุ์ตำแหน่ง c.5692C>T และ c.3823delG ในยีน SPTB ส่งผลให้ระดับการแสดงออกของยีนลดลงเมื่อเทียบกับคนปกติซึ่งอาจเกิดจากกระบวนการ nonsense-mediated mRNA degradation ทำให้ mRNA ที่ผิดปกติถูกทำลาย ผลจากการเพาะเลี้ยงเซลล์เม็ดเลือดตัวอ่อนพบว่าผู้ป่วยเม็ดเลือดแดงป่องพันธุกรรมมีอัตราการเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงตัวอ่อนมากกว่าคนปกติ แต่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาช้ากว่าคนปกติ จากการวัดปริมาณไมโครพาติเคิลด้วยเทคนิคโฟลไซโทเมทรีพบว่าในผู้ป่วยกลุ่มเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติมีปริมาณไมโครพาติเคิลที่สูงกว่าคนปกติ องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยนี้ทำให้ทราบกลไกการเกิดความผิดที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน SPTB และ ANK1 ในเซลล์เม็ดเลือดแดงผู้ป่วยกลุ่มเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติเพิ่มขึ้น


การพัฒนาเทคนิคพีซีอาร์เอชอาร์เอ็มสำหรับตรวจหาการติดเชื้อมาลาเรียในมนุษย์และการกลายพันธุ์ของยีนจีซิกพีดีชนิดเวียงจันทน์และมหิดล, ปวีณ์สุดา รัตนคช Jan 2022

การพัฒนาเทคนิคพีซีอาร์เอชอาร์เอ็มสำหรับตรวจหาการติดเชื้อมาลาเรียในมนุษย์และการกลายพันธุ์ของยีนจีซิกพีดีชนิดเวียงจันทน์และมหิดล, ปวีณ์สุดา รัตนคช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรคมาลาเรียถือเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ ในปี พ.ศ.2564 องค์กรอนามัยโลกรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อมาลาเรียทั่วโลกกว่า 247 ล้านรายและผู้เสียชีวิตกว่า 627,000 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อการควบคุมและการกำจัดโรคมาลาเรีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการอาจไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษา จึงสามารถเป็นแหล่งสะสมและแพร่กระจายของเชื้อมาลาเรียได้ ในปัจจุบันมีเชื้อพลาสโมเดียมที่ก่อโรคในมนุษย์ 5 สปีสีช์ ได้แก่ P. falciparum, P. vivax, P. malariae, P. ovale และ P. knowlesi ดังนั้นเทคนิคที่มีความไวสูงในการตรวจหาเชื้อมาลาเรียจึงมีความสำคัญมาก นอกจากนี้การรักษาด้วยยาต้านเชื้อมาลาเรีย เช่น ไพรมาควิน อาจส่งผลต่อผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์จีซิกพีดีทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้ งานวิจัยนี้จึงได้พัฒนาเทคนิคพีซีอาร์เอชอาร์เอ็มสำหรับตรวจหาเชื้อมาลาเรียและการกลายพันธุ์ของยีนจีซิกพีดี รวมทั้งทดสอบปริมาณความหนาแน่นต่ำสุดที่สามารถตรวจพบได้ ความไวและความจำเพาะของเทคนิคที่พัฒนาขึ้นพบว่าสามารถตรวจหาเชื้อมาลาเรียที่มีความหนาแน่นต่ำสุดเท่ากับ 2.354-3.316 copies/µL มีความไวและความจำเพาะในการตรวจหาเชื้อ P. falciparum, P. malariae, P. ovale และ P. knowlesi เท่ากับ 100% และ 100% ตามลำดับ ความไวและความจำเพาะในการตรวจหาเชื้อ P. vivax เท่ากับ 100% และ 99.28% ตามลำดับ สำหรับการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนจีซิกพีดีพบว่าสามารถตรวจระบุจีซิกพีดีเวียงจันทน์และจีซิกพีดีมหิดลได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นเทคนิคพีซีอาร์เอชอาร์เอ็มที่พัฒนาขึ้นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการตรวจเชื้อมาลาเรียและการกลายพันธุ์ของยีนจีซิกพีดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยมาลาเรียเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ


Generation Of Induced Pluripotent Stem Cells From Blood Cell Of Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase (G6pd) Deficiency, Malinee Tongbaen Jan 2020

Generation Of Induced Pluripotent Stem Cells From Blood Cell Of Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase (G6pd) Deficiency, Malinee Tongbaen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD) deficiency is the most common genetic enzyme disorder that affects more than 400 million people worldwide. Insufficient of G6PD enzyme or defect in enzyme activity can cause acute hemolysis after exposure to oxidative stress. The disease model used for pathogenesis study underlying oxidative damage or drug screening in G6PD deficient patients is still needed. In vitro generation of human-induced pluripotent stem cells (iPSCs) afford the potential source of the disease model in medical research. This study aimed to generate the iPSCs derived from G6PD deficient-subjects for used as a specific-disease model. The G6PD-derived iPSCs were generated from …


การศึกษาฤทธิ์ของ Fluoxetine ในการยับยั้งการเจริญเติบโตและเหนี่ยวนำการตายแบบ Apoptosis ผ่านวิถี Pi3k/Akt และ Sigma-1 Receptor ใน Leukemic Cell Lines, ชนิชนม์ ชมเชย Jan 2019

การศึกษาฤทธิ์ของ Fluoxetine ในการยับยั้งการเจริญเติบโตและเหนี่ยวนำการตายแบบ Apoptosis ผ่านวิถี Pi3k/Akt และ Sigma-1 Receptor ใน Leukemic Cell Lines, ชนิชนม์ ชมเชย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Fluoxetine เป็นยากลุ่ม SSRI (selective serotonin reuptake inhibitor) ที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า ยาหลายตัวในกลุ่ม SSRI สามารถจับแบบจำเพาะ sigma-1 receptor แต่ในกรณี fluoxetine จะมีกลไกออกฤทธิ์จำเพาะต่อ serotonin transporter (Ki = 0.81 nM) มากกว่า sigma-1 receptor (Ki = 214–240 nM) หลายงานวิจัยรายงานว่า sigma-1 receptor แสดงออกบนเซลล์มะเร็งหลายชนิด และมีรายงานว่า antagonist สามารถลดการเพิ่มจำนวนและเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis แต่การทำงานร่วมกันระหว่าง fluoxetine กับ sigma-1 receptor ต่อเซลล์มะเร็ง ยังไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ที่ชัดเจน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ของ fluoxetine ในการยับยั้งการแบ่งตัวและเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis ผ่าน sigma-1 receptor ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ผลการทดสอบพบว่า fluoxetine สามารถลดเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของเซลล์ Jurkat และ U937 ได้ โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 28 ± 1.4 และ 36 ± 1.6 uM ตามลำดับ เมื่อเซลล์ Jurkat ถูกทดสอบด้วย fluoxetine ตามระดับความเข้มข้นและระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น พบว่าfluoxetine สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ Jurkat ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีกลไกหยุดยั้งวัฎจักรเซลล์ที่ระยะ G2/M และลดการหลั่งไซโตไคน์ IL-2 รวมทั้งเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis โดยการลดการแสดงออกของโปรตีน pro caspase 9 ผ่านการยับยั้งการเกิด phosphorylation ของ AKT ในวิถี PI3K/Akt และ การถูกกระตุ้นของ sigma-1 receptor …


การใช้ไมโครพาติเคิลจากเม็ดเลือดแดงเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพชนิดใหม่สำหรับวินิจฉัยภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจากความผิดปกติของโกลเมอรูลัส, อวิรุทธ์ เจริญสรรพกิจ Jan 2018

การใช้ไมโครพาติเคิลจากเม็ดเลือดแดงเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพชนิดใหม่สำหรับวินิจฉัยภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจากความผิดปกติของโกลเมอรูลัส, อวิรุทธ์ เจริญสรรพกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การจัดจำแนกภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจากสาเหตุความผิดปกติของโกลเมอรูลัสเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในการตรวจพิสูจน์ทางไต และการตรวจนับปริมาณเม็ดเลือดแดงชนิดดิสมอร์ฟิก (dysmorphic red blood cell: DRBC) ในปัสสาวะเป็นวิธีการที่ใช้ในการจัดจำแนกอยู่ในปัจจุบัน แต่ขีดจำกัดของการตรวจนับด้วยวิธีนี้มีอยู่หลายประการ เช่น ผู้ปฏิบัติงาน และมีความไวต่ำ โดยการตรวจนับปริมาณของเม็ดเลือดแดงที่มีการแสดงออกของฟอสฟาติดิลซีรีน (phosphatidylserine exposing RBC: PS-RBC) และไมโครพาติเคิลจากเม็ดเลือดแดง (RBC derived microparticle: RMP) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงการบาดเจ็บของเม็ดเลือดแดงด้วยเทคนิคโฟลไซโตมิทรี (flow cytometry) กลับยังไม่เคยมีมาก่อน ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อเปรียบเทียบปริมาณ RMP และ PS-RBC ในปัสสาวะระหว่างผู้ป่วยที่ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจากความผิดปกติของโกลเมอรูลัส (glomerular hematuria: GH) ผู้ป่วยที่ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจากสาเหตุที่ไม่ใช่โกลเมอรูลัส (non-glomerular hematuria: NGH) (2) เพื่อเปรียบความสามารถของการใช้ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากเทคนิคflow cytometry และร้อยละของ DRBC ในการวินิจฉัยภาวะ GH (3) เพื่อศึกษาการเกิด DRBC, PS-RBC และการปลดปล่อย RMP จากการเปลี่ยนแปลงทางกายภายและเคมีในท่อของท่อหน่วยไตจำลองในหลอดทดลอง ปัสสาวะจะถูกเก็บมาจากผู้ป่วยที่ภาวะ GH, ผู้ป่วยที่ภาวะ NGH และอาสาสมัครที่ไม่มีภาวะปัสสาวะเป็นเลือด โดยปัสสาวะจะถูกนำมาตรวจตะกอนปัสสาวะภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจนับปริมาณ DRBC และวิเคราะห์ด้วยเทคนิค flow cytometry เพื่อตรวจนับปริมาณของ PS-RBC และ RMP โดยผู้ป่วยที่ภาวะ GH จะถูกยืนยันโรคของโกลเมอรูลัสภายใน 3 เดือน และผู้ป่วยที่ภาวะ NGH ต้องรู้สาเหตุของภาวะปัสสาวะเป็นเลือดที่แน่นอน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกปกปิดไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานรับทราบ และกราฟ ROC จะถูกใช้เพื่อพิสูจน์ความสามารถในการวินิจฉัยภาวะ GH ของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพต่าง ๆ ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างในงานวิจัย ประกอบด้วย ผู้ป่วยภาวะ GH จำนวน 29 ราย, ผู้ป่วยภาวะ NGH จำนวน 29 ราย และอาสาสมัครที่ไม่มีภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจำนวน 20 ราย โดยสาเหตุปัสสาวะเป็นเลือดหลักของผู้ป่วยภาวะ GH …


ฤทธิ์ของน้ำคะน้าจีนในการยับยั้งการเจริญของเซลล์ และเหนี่ยวนำการตายแบบอะพอพโทซิสในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยงผ่านการเพิ่มการแสดงออกโปรตีนแคสเปส 3, ศิริพร พึ่งพวก Jan 2018

ฤทธิ์ของน้ำคะน้าจีนในการยับยั้งการเจริญของเซลล์ และเหนี่ยวนำการตายแบบอะพอพโทซิสในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยงผ่านการเพิ่มการแสดงออกโปรตีนแคสเปส 3, ศิริพร พึ่งพวก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผักคะน้าจีนถูกนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเอเชียตะวันออก ผักชนิดนี้จัดอยู่ในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งผักในตระกูลนี้มีองค์ประกอบของสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารกลุ่มกลูโคซิโนเลตและไอโซไธโอซัยยาเนตซึ่งเป็นสารที่พบเฉพาะในผักตระกูลกะหล่ำ การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากพืชตระกูลกะหล่ำมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานผักคะน้าจีนด้วยการปรุงสุก โดยในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินฤทธิ์ของน้ำผักคะน้าจีนต่ออัตราการมีชีวิตรอดและการเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์ U937 ถูกเลี้ยงด้วยน้ำผักคะน้าแบบจีนแบบสดและที่ผ่านความร้อน ซึ่งถูกเตรียมโดยวิธีการนึ่ง (0.625, 1.25, 2.5 และ 5 %v/v) เพื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง อัตราการมีชีวิตรอดมีชีวิตและการเพิ่มจำนวนของเซลล์ถูกทดสอบด้วยการใช้สีย้อมและวิธี XTT ที่ 24, 48 และ 72 ชั่วโมง ผลการวิจัยพบว่าที่ 72 ชม. การบ่มด้วยน้ำผักคะน้าจีนสด 5 %v/v ลดอัตราการมีชีวิตรอดของเซลล์ถึง 13 ± 11.9 % ในขณะที่การรักษาด้วยน้ำผักคะน้าจีนที่ผ่านความร้อน 5 %v/v ลดอัตราการมีชีวิตรอดของเซลล์ได้ 49 ± 8.3 % จำนวนเซลล์และการทดสอบ XTT แสดงให้เห็นว่าน้ำผักคะน้าจีนทั้งแบบสดและที่ผ่านความร้อนสามารถลดการเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ตามระดับความเข้มข้นและเวลา วัฏจักรของเซลล์และการตายของเซลล์ที่เลี้ยงร่วมกับน้ำผักคะน้าจีนถูกวิเคราะห์โดยโฟลซัยโตมิตรี พบว่ามีประชากรของเซลล์เพิ่มขึ้นที่ระยะ sub G1 และเซลล์มีการตายแบบ apoptosis เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้นสูงและระยะเวลาที่มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับตัวควบคุม นอกจากนี้การวิเคราะห์ด้วยวิธี Western blot แสดงให้เห็นว่าการเกิดอะพอพโตซิสที่ถูกเหนี่ยวนำโดยน้ำผักคะน้าจีนนั้นเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของโปรตีน caspase 3 โดยรวมแล้วผลการวิจัยพบว่าน้ำผักคะน้าจีนสดมีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำผักคะน้าจีนที่ผ่านความร้อนในการต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว อย่างไรก็ตามผักคะน้าจีนทั้งสองรูปแบบถูกใช้เป็นอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้


Protein Profiling Analysis Of Platelets In Hypercoagulable State Of Β-Thalassemia/Hbe Patients, Puangpaka Chanpeng Jan 2017

Protein Profiling Analysis Of Platelets In Hypercoagulable State Of Β-Thalassemia/Hbe Patients, Puangpaka Chanpeng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

β-thalassemia/HbE is an inherited hemolytic anemia caused by defect in β-globin synthesis resulting in accumulation of excess α-globin chains in red blood cells. A hypercogulable state leading to high risk of thromboembolic event is one of the most common complications observed in this disease, particularly in patients with splenectomy. Previous studies suggested that increased platelet activation and coagulation factors in β-thalassemia/HbE intermediate patients promote the hypercoagulable state. However, the hypercoagulable state as well as the molecular mechanism regarding this pathogenesis in β-thalassemia/HbE is not yet well understood. This study aimed to identify proteins related to platelet activation and to hypercoagulable …