Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
- Publication
- Publication Type
Articles 1 - 6 of 6
Full-Text Articles in Parasitic Diseases
Epidemiological Survey Of Abortion In Camels (Camelus Dromedarius) And Histopathological Investigation Of Toxoplasmosis And Neosporosis In Those Animals From Slaughterhouses In Southeastern Algeria, Amira Djeddou-Benabid, Hind Houssou, Omar Bennoune, Ferhat Nouicer, Amel Djaout
Epidemiological Survey Of Abortion In Camels (Camelus Dromedarius) And Histopathological Investigation Of Toxoplasmosis And Neosporosis In Those Animals From Slaughterhouses In Southeastern Algeria, Amira Djeddou-Benabid, Hind Houssou, Omar Bennoune, Ferhat Nouicer, Amel Djaout
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Toxoplasma gondii and Neospora caninum are heteroxenous apicomplexan parasites recognized as major causes of reproductive disorders in numerous mammalian species. The present study aimed to assess through an epidemiological survey, the prevalence of reproductive losses in 75 dromedary herds during the period 2022-2025, as well as the associated risk factors, and to detect these protozoa by histopathological analysis in 63 dromedaries slaughtered at the slaughterhouse of El Oued province (126 samples: 63 hearts and 63 diaphragms). The survey revealed that 80% of the herds had a history of abortions, of which 60% also reported cases of stillbirth. Risk factor analysis …
การแยกและการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็กและความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายบ้าน Aedes Aegypti, จีริสุดา พรหมเพรา
การแยกและการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็กและความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายบ้าน Aedes Aegypti, จีริสุดา พรหมเพรา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ยุงลายบ้านเป็นพาหะสำคัญของโรคที่เกิดจากไวรัส เช่น โรคไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยา และโรคซิกา ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตทั่วโลก ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีรายงานว่าสาหร่ายขนาดเล็กสามารถยับยั้งการเจริญของลูกน้ำยุงและส่งผลต่อจุลินทรีย์ในกระเพาะอาหารของยุง ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ใหม่สำหรับควบคุมพาหะนำโรค เพื่อแยก เพาะเลี้ยง และตรวจสอบความสัมพันธ์และความหลากหลายของสาหร่ายขนาดเล็กและจุลินทรีย์ในกระเพาะอาหารของลูกน้ำยุงและน้ำจากแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบ้าน จากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงและเทคนิคเมตาบาร์โค้ด พบสาหร่ายขนาดเล็ก 10 สกุล ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง และด้วยเทคนิคเมตาบาร์โค้ด 25 สกุล รวมถึงไดอะตอมในอันดับ Achnanthales โดยพบสาหร่ายขนาดเล็กจากทั้ง 2 วิธี 4 สกุล ได้แก่ Tetradesmus, Nannochloropsis, Monoraphidium และ Leptolyngbya และมี 2 สกุล คือ Tetradesmus และ Leptolyngbya ที่พบจากทั้งกระเพาะอาหารและแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายบ้าน ส่วนจุลินทรีย์พบทั้งหมด 18 ไฟลัม โดยพบมากที่สุดทั้งในกระเพาะอาหารลูกน้ำและในน้ำจากแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเดียวกัน ได้แก่ ไฟลัม Proteobacteria, Planctomycetota และ Actinobacteriota ตามลำดับ สะท้อนถึงความสอดคล้องขององค์ประกอบจุลินทรีย์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและตัวอ่อนของยุง บ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงทางชีวภาพระหว่างสิ่งแวดล้อมและลูกน้ำยุงลายบ้าน ซึ่งนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวิธีควบคุมลูกน้ำยุงอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้
การตรวจทางอณูชีววิทยาของเชื้อลิชมาเนียและทริพาโนโซมในจิ้งจกจากแหล่งระบาดของโรคลิชมาเนียในภาคใต้ของประเทศไทย, ประพิมพร ตุ่นทอง
การตรวจทางอณูชีววิทยาของเชื้อลิชมาเนียและทริพาโนโซมในจิ้งจกจากแหล่งระบาดของโรคลิชมาเนียในภาคใต้ของประเทศไทย, ประพิมพร ตุ่นทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จิ้งจกเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่จัดอยู่ในสกุล Hemidactylus สามารถพบได้ในที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ได้มีการรายงานว่าจิ้งจกสามารถเป็นแหล่งกักเก็บโรคได้ เช่น แบคทีเรีย และโปรโตซัว สำหรับในประเทศไทยเชื้อ Leishmania spp. และ Trypanosoma spp. มีการติดต่อสู่คนและสัตว์โดยการกัดของริ้นฝอยทรายเพศเมีย อย่างไรก็ตามข้อมูลในสัตว์ที่เป็นแหล่งกักเก็บโรคของเชื้อโปรโตซัวดังกล่าวในประเทศไทยยังมีอยู่อย่างจำกัด ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาเชื้อ Leishmania และ Trypanosoma DNA ในจิ้งจกที่เก็บจากบ้านของผู้ป่วย leishmaniasis ในภาคใต้ของประเทศไทย จากตัวอย่างจำนวน 57 ตัวอย่างซึ่งได้จากจิ้งจกทั้งหมด 19 ตัว ประกอบด้วยตับ ม้าม และหัวใจ ตัวอย่างทั้งหมดถูกนำมาใช้ในการตรวจหา DNA ของเชื้อ Leishmania spp. และ Trypanosoma spp. โดยเทคนิค Polymerase Chain Reaction (PCR) จากตำแหน่งยีน ITS1 และ SSU rRNA ตามลำดับ โดยผลการทดลองพบว่า มี 15 ตัวอย่างที่ตรวจพบเชื้อ Trypanosoma spp. ประกอบไปด้วย ตับ 4 ตัวอย่าง ม้าม 5 ตัวอย่าง และหัวใจ 6 ตัวอย่างจากตัวอย่างจิ้งจกทั้งหมด 9 ตัว แต่ไม่สามารถตรวจพบเชื้อ Leishmania spp. ในการศึกษาครั้งนี้ จากผลแผนภูมิวิวัฒนาการที่ตำแหน่งยีน ITS1 แสดงให้เห็นว่า เชื้อ Trypanosoma spp. จัดอยู่ใน An04/Frog1 ของกลุ่ม Anura clade และผลแผนภูมิวิวัฒนาการของจิ้งจกที่ตำแหน่งยีน cytb แสดงให้เห็นว่าจิ้งจกทั้งหมดในการศึกษาครั้งนี้มีความเหมือนกับจิ้งจกสายพันธุ์ Hemidactylus platyurus ที่จัดอยู่ในกลุ่ม tropical asian clade โดยการศึกษานี้เป็นการตรวจพบเชื้อ Trypanosoma spp.ในจิ้งจกเป็นครั้งแรก ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าจิ้งจกอาจมีศักยภาพเป็นแหล่งเก็บโรคของเชื้อ Trypanosoma spp. นอกจากนี้การศึกษาอาจเป็นประโยขน์ในการป้องกันและควบคุมโรค Trypanosomiasis …
ความชุกของเชื้อลิชมาเนีย และทริพพาโนโซมในริ้นฝอยทราย ที่เก็บได้จากแหล่งระบาดของโรคลิชมาเนียในประเทศไทย, พิมพ์พิลาส ศรีสุธน
ความชุกของเชื้อลิชมาเนีย และทริพพาโนโซมในริ้นฝอยทราย ที่เก็บได้จากแหล่งระบาดของโรคลิชมาเนียในประเทศไทย, พิมพ์พิลาส ศรีสุธน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ริ้นฝอยทราย จัดเป็นแมลงดูดเลือดที่มีขนาดเล็ก อยู่ในวงศ์ Psychodidae อันดับ Diptera ซึ่งเป็นแมลงที่มีความสำคัญทางการแพทย์ เพราะเป็นพาหะนำโรคลิชมาเนีย ทั้งในมนุษย์และสัตว์ ในประเทศไทยมีรายงานการพบโรคลิชมาเนียและโรคทริพพาโนโซมในมนุษย์ แต่ข้อมูลของแมลงพาหะนำโรค ยังมีอยู่อย่างจำกัด งานวิจัยนี้ จึงได้ทำการศึกษาความชุกของเชื้อลิชมาเนียและเชื้อทริพพาโนโซม และความสัมพันธ์ของแมลงพาหะนำโรค ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งระบาดของโรคลิชมาเนีย (จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดเชียงราย) และพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งระบาดของโรคลิชมาเนีย (จังหวัดชุมพร) จำนวนทั้งหมด 500 ตัวอย่าง แบ่งออกเป็นตัวเมีย 276 ตัวอย่าง และตัวผู้ 224 ตัวอย่าง ทำการตรวจหาเชื้อลิชมาเนีย และเชื้อทริพพาโนโซม โดยใช้ตำแหน่งของยีน ITS1 และ SSU rRNA ตามลำดับ และระบุชนิดของริ้นฝอยทรายที่ตรวจพบเชื้อ ด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยาโดยใช้ตำแหน่งของยีน COI และ CytB ผลตรวจหาเชื้อลิชมาเนีย และทริพพาโนโซมในริ้นฝอยทราย พบว่า ริ้นฝอยทรายจากจังหวัดสงขลาจำนวน 180 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อ L. martiniquensis 2 ตัวอย่าง (1.1%) และพบเชื้อ Trypanosoma sp. 4 ตัวอย่าง (2.8%) ในริ้นฝอยทราย Se. khawi ซึ่งในจำนวนนี้มีการตรวจพบ Co-infection ของเชื้อ L. martiniquensis และ Trypanosoma sp. ในริ้นฝอยทราย Se. khawi 1 ตัวอย่างด้วย ริ้นฝอยทรายจากจังหวัดพัทลุง จำนวน 136 ตัวอย่าง ตรวจพบ Trypanosoma sp. 2 ตัวอย่าง (1.5%) ในริ้นฝอยทราย Se. khawi และ Se. indica ริ้นฝอยทรายจากจังหวัดเชียงราย 61 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อ Trypanosoma noyesi 1 …
Detection Of Flagellated Protozoa Belonging To The Trypanosomatidae Family In Sand Flies Collected From Songkhla Province, Southern Thailand, Komson Chinwirunsirisup
Detection Of Flagellated Protozoa Belonging To The Trypanosomatidae Family In Sand Flies Collected From Songkhla Province, Southern Thailand, Komson Chinwirunsirisup
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Autochthonous leishmaniasis cases in Thailand are increasing dramatically, the disease is caused by two major of Leishmania species; L. orientalis and L. martiniquensis. Leishmaniasis is transmitted to the vertebrate hosts through the bite of the infected female sand fly. Moreover, other trypanosomatid protozoa have also been reported in this insect vector. In 2016, Trypanosoma sp. has been detected in sand fly from Songkhla province, where the leishmaniasis case has been reported. The aims of this study are to investigate the potential vectors of trypanosomatids in this area using morphological and molecular identification based on the Cytb gene. The parasites were …
การตรวจหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในเหาโคจาก 3 จังหวัดของประเทศไทย, จุฬาลักษณ์ พรมรังษ์
การตรวจหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในเหาโคจาก 3 จังหวัดของประเทศไทย, จุฬาลักษณ์ พรมรังษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เหาโค (Cattle lice) เป็นแมลงดูดเลือดชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพสัตว์ทั่วโลก หลายงานวิจัยได้เปิดเผยข้อมูลการตรวจพบเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในเหาโคและเหาโคอาจมีศักยภาพที่สามารถทำหน้าที่เป็นพาหะนำโรคต่าง ๆ ที่สามารถติดต่อโดยเหา และการศึกษาชนิดของเหาโคโดยใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยาและการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในประเทศไทยยังไม่มีการรายงาน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในเหาโคและจำแนกชนิดของเหาโคที่เก็บจากพื้นที่ 3 จังหวัดของประเทศไทย โดยตัวอย่างเหาโคทั้งหมด 109 ตัวอย่าง จะนำมาสกัดดีเอ็นเอและใช้เทคนิค PCR ศึกษาบนตำแหน่งยีน 18S rRNA ที่ได้ทำการพัฒนาออกแบบขึ้นเพื่อระบุชนิดของเหาโค และตรวจหาเชื้อ Bartonella spp., Acinetobacter spp. และ Rickettsia spp. จากนั้นนำมาวิเคราะห์หาลำดับนิวคลีโอไทด์และสร้างแผนภูมิวิวัฒนาการ จากผลลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน 18S rRNA แสดงให้เห็นว่าชนิดของเหาโคในงานวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ Haematopinus quadripertusus และ Haematopinus spp. ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ H. tuberculatus และสามารถตรวจพบเชื้อ Bartonella spp. ทั้งยีน gltA และ rpoB ทั้งหมด 25 ตัวอย่างจาก 109 ตัวอย่าง (22.93%) พบทั้งในระยะไข่และตัวเต็มวัย เมื่อทำการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์และศึกษาแผนภูมิวิวัฒนาการของยีน gltA และ rpoB พบว่าเชื้อ Bartonella spp. ในงานวิจัยนี้มีความใกล้ชิดกับสายพันธุ์ B. bovis งานวิจัยนี้เป็นการรายงานครั้งแรกของการตรวจพบเชื้อ Bartonella spp. ในเหาโคที่เก็บจากพื้นที่ 3 จังหวัดของประเทศไทย และทำให้ทราบถึงข้อมูลชนิดของเหาโคในประเทศไทยโดยใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจนำมาใช้เพื่อระบุศักยภาพของเหาโคที่จะทำหน้าที่เป็นพาหะนำโรคและอาจถ่ายทอดเชื้อแบคทีเรียก่อโรคเหล่านี้จากสัตว์มาสู่มนุษย์