Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Dentistry Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 991 - 1020 of 1270

Full-Text Articles in Dentistry

การจําแนกกลุ่มแปรงสีฟันวัยรุ่น และผู้ใหญ่ 13 ชนิด จากความมันกลม และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของขนแปรง, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล, นลินา ณรงค์ชัยกุล, วลีรัชฏ์ ฉายายน Sep 1992

การจําแนกกลุ่มแปรงสีฟันวัยรุ่น และผู้ใหญ่ 13 ชนิด จากความมันกลม และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของขนแปรง, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล, นลินา ณรงค์ชัยกุล, วลีรัชฏ์ ฉายายน

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อจําแนกกลุ่มแปรงสีฟันวัยรุ่นและผู้ใหญ่ของแปรง 13 ชนิดที่จําหน่าย ในประเทศไทย โดยประเมินความมนกลมของแปรงชนิดละ 10 อัน แต่ละอันสุ่มขนแปรงมา 30 เส้น ด้วยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอที่กําลังขยาย 40 เท่าโดยผู้วิจัย 2 คน และวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโดยสุ่มขนแปรง 25 เส้น จากแปรงแต่ละอันชนิดละ 10 อันด้วยภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องกราดที่กําลังขยาย 35 เท่า พบว่าที่ระดับความเชื่อมั่น α = 0.05 แปรงสีฟัน Oral-B มีค่าสัดส่วนความมันกลมสูงสุด (0.226) และ แปรงสีฟัน Colgate และ Butler Gum มีค่าสัดส่วนความมันกลมต่ำสุด (0.004) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของแปรงสีฟันทั้งหมดจัดเป็นชนิดอ่อน (Soft) โดยมีค่าสูงสุดคือ Colgate และ Dental-C (0.0043) ไปจนถึงค่าต่ำสุดคือ Salz (0.0036") จากการแบ่งระดับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและค่าสัดส่วนความมันกลมเป็น 3 ระดับ สามารถจําแนกแปรงสีฟันได้เป็น 4 กลุ่ม โดยเรียงลําดับกลุ่ม 1 ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจะเหมาะสมที่สุดใน การนําไปใช้ คือ Oral-B, กลุ่ม 2 : Colgate, Premium, Arrow, Dental-C, Aim, Butler Gum, กลุ่ม 3 : Jordan, กลุ่ม 4 : Research-D, Salz และกลุ่มที่ก้ํากึ่งระหว่างกลุ่ม 2 และ 3 ได้แก่ Listerine Plus, Biosafety และกลุ่มที่ก้้ำกึ่งระหว่างกลุ่ม 3 และ 4 ได้แก่ Sensodyne


โครงสร้างเส้นเลือดของเหงือกในความสัมพันธ์กับกระดูกขากรรไกร, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ Sep 1992

โครงสร้างเส้นเลือดของเหงือกในความสัมพันธ์กับกระดูกขากรรไกร, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ

Chulalongkorn University Dental Journal

จากการศึกษาโครงสร้างหลอดเลือดของเหงือกหนูด้วยวิธีฉีดสารพลาสติกเข้าไปในหลอดเลือดศึกษา ภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่าหลอดเลือดของเหงือกส่วนจินจิวอล เครวิซ (gingival crevice) มีโครงสร้าง 2 ชนิด คือชนิดข่าย (planar plexus) และชนิดขดตัวเป็นแถว (coiled vascular loop) ชนิดตาข่ายพบภายใต้เยื่อบุผิวตั้งแต่ขอบเหงือกลงไปถึงส่วนที่แนบติดผิวฟัน ชนิดขดตัวพบบริเวณแถบกลางของเครวิซ โดยทอดต่อเนื่องตั้งฉากขึ้นมาจากตาข่ายที่อยู่ชั้นลึกกว่า ขดตัวและบิดเป็นเกลียวเป็นระเบียบแล้วจึงเทลงสู่เส้นเลือดดําในชั้นลึกของเหงือก โครงสร้างนี้มีลักษณะแตกต่างตามตําแหน่งของกระดูกขากรรไกร เหงือก ด้านแก้มของขากรรไกรบนและล่างปรากฏโครงสร้างทั้ง 2 ชนิดเด่นชัด เหงือกด้านเพดานและลิ้นปรากฏโครงสร้างชนิดตาข่ายหนาแน่นกว่าชนิดขดตัว ส่วนเหงือกรอบฟันหน้าปรากฏเป็นตาข่ายประสานกับเส้นเลือด ของกระดูกแอลวีโอลาร์ ไม่พบลักษณะที่ขดตัว


การตัดแบ่งครึ่งฟัน และการตัดรากในฟัน ที่มีรอยโรคบริเวณช่องรากฟันกราม, ฐิติพร พานโพธิ์ทอง, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน Sep 1992

การตัดแบ่งครึ่งฟัน และการตัดรากในฟัน ที่มีรอยโรคบริเวณช่องรากฟันกราม, ฐิติพร พานโพธิ์ทอง, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน

Chulalongkorn University Dental Journal

การตัดแบ่งครึ่งฟันและการตัดรากฟันเป็นวิธีการหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยโรคปริทันต์ที่มีรอยโรคบริเวณช่องรากฟันกราม บทความนี้กล่าวถึงสิ่งที่ทันตแพทย์ควรทราบก่อนจะพิจารณาให้การรักษาด้วยวิธีนี้ ได้แก่ การวินิจฉัยรอยโรค ลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ของช่องรากฟันกราม รากฟันและกระดูก ข้อบ่งชี้ และข้อห้าม วิธีการตัดแบ่งครึ่งฟันและตัดรากฟัน การการรักษาไม่ประสบผลสําเร็จ


ความพึงพอใจในงานของผู้ช่วยทันตแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ตรีสุคนธ์ มาลีแก้ว May 1992

ความพึงพอใจในงานของผู้ช่วยทันตแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ตรีสุคนธ์ มาลีแก้ว

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาถึงความพึงพอใจของผู้ช่วยทันตแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ช่วยทันตแพทย์จํานวน 37 คน ซึ่งปฏิบัติงานในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการผ่านการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจในงานในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2534 ผลงานวิจัยพบว่า ผู้ช่วยทันตแพทย์มีความพึงพอใจในด้านการบริหารงาน ความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน ความมั่นคงในงาน ความก้าวหน้าในงานและรายได้อยู่ในระดับมาก ส่วนความพึงพอใจในด้านลักษณะงาน สภาพแวดล้อมในการทํางานและสวัสดิการอยู่ในระดับปานกลาง ผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนําไปปรับปรุงสภาพการทํางาน เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทํางานของผู้ช่วยทันตแพทย์เพิ่มขึ้น


สารรักษาภาวะไวต่อความรู้สึกของฟัน, สุรศักดิ์ บุญญาศิริรัตน์, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน May 1992

สารรักษาภาวะไวต่อความรู้สึกของฟัน, สุรศักดิ์ บุญญาศิริรัตน์, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน

Chulalongkorn University Dental Journal

ผู้ป่วยที่มีเหงือกร่น หรือเคยได้รับการรักษาทางปริทันต์ มักเกิดการเผยสิ่งของรากฟัน และตามด้วยภาวะไวต่อการรู้สึกของฟัน ซึ่งอธิบายได้ด้วยทฤษฎีการเคลื่อนไหวของของเหลว ความรู้สึกเสียวฟันที่เกิดขึ้นจะทําให้ผู้ป่วยมีความลําบากในการทําความสะอาดช่องปาก ทําให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ และเกิดความรู้สึกเสียวฟันได้มากขึ้น ดังนั้น จึงมีการคิดค้นสารเคมีช่วยในการลดหรือรักษาภาวะไวต่อความรู้สึกของฟันขึ้น ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีสารใดที่ดีหรือเหมาะสมที่สุดสําหรับผู้ป่วยทุกราย สารเคมีที่ใช้มีทั้งในรูปแบบของยาสีฟัน ซึ่งผู้ป่วยสามารถใช้ได้เองที่บ้าน หรือในรูปแบบที่ใช้โดยทันตแพทย์ ได้แก่ แคลเซียมไฮดรอกไซด์ สตรอนเซียม คลอไรด์ 10% โซเดียมฟลูออไรด์ 33% โซเดียมโมโนฟลูออโรฟอสเฟต 0.76% โซเดียมซิเตรท 2% ในฟลูโรนิค เอฟ 127 เจล โปตัสเซียมไนเตรท 5% และ โปตัสเซียม ออกซาเลท หรือการใช้พลาสติกเรซิน หรือสารยึดติด นอกจากนี้ ควรแนะนําผู้ป่วยโดยเน้นถึงการทําความสะอาด และลดการรับประทานอาหารหรือ เครื่องดื่มที่มีกรดสูง เพราะจะทําให้การรักษาภาวะไวต่อความรู้สึกของฟันไม่ได้ผล


ความบริสุทธิ์ของน้ำดื่มน้ำใช้, ประเสริฐ ทรงกิตติคุณ, ไกรวัช วัดตูม May 1992

ความบริสุทธิ์ของน้ำดื่มน้ำใช้, ประเสริฐ ทรงกิตติคุณ, ไกรวัช วัดตูม

Chulalongkorn University Dental Journal

ศึกษาความสะอาดของน้ำด้วยการนําสื่อไฟฟ้าหาความเป็นกรด เป็นด่าง และเพาะเชื้อ พบว่าน้ำฝนปี พ.ศ. 2534 มีสิ่งปนเปื้อนมากกว่าน้ำฝนปี พ.ศ. 2533 ตัวอย่างน้ำฝนและน้ำกลั่นภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความเป็นกรดใกล้เคียงกัน แต่น้ำกลั่นมีค่าการนําสื่อไฟฟ้าต่ำที่สุด ต่ำกว่าค่าน้ำมาตรฐานของตํารับยาอังกฤษ น้ำประปาและน้ำดื่ม บรรจุขายในท้องตลาดมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนและมีค่าการนําสื่อไฟฟ้าสูงสุด สามารถแก้ไขได้ด้วยการต้มเดือด น้ำฝน น้ำประปา และน้ำดื่มบรรจุขาย มีเชื้อ บักเตรีแต่ไม่เกินมาตรฐาน เนื่องจากการมีฤทธิ์เป็นกรดของน้ำฝนและน้ำกลั่น ไม่แนะนําให้ใช้บริโภค อาจมีผลเสียต่อเคลือบฟัน ส่วนน้ำประปาและน้ำขายในท้องตลาดควรต้มก่อนบริโภค


คอมเพล็กซ์ โอดอนโตมา : รายงานผู้ป่วย 1 ราย, สิทธิโชค รัตนสุวรรณ May 1992

คอมเพล็กซ์ โอดอนโตมา : รายงานผู้ป่วย 1 ราย, สิทธิโชค รัตนสุวรรณ

Chulalongkorn University Dental Journal

คอมเพล็กซ์ โอดอนโตมา เป็นก้อนเนื้องอกที่มีจุดกําเนิดมาจากเนื้อเยื่อที่สร้างฟันพบได้น้อย มักขัดขวางการขึ้นของฟันบริเวณที่เกิดก้อนเนื้องอก บทวิทยาการนี้เป็นรายงานผู้ป่วยหญิงไทย 1 ราย แสดงลักษณะทางคลินิกลักษณะภาพรังสี ผลตรวจและภาพทางจุลพยาธิวิทยาตลอดจนวิธีการรักษาและติดตามผู้ป่วยอย่างละเอียด


การพิมพ์ปากเพื่อทําฟันปลอมทั้งปาก, นภาพร ศิริรัตนาคินทร์, ไพจิตร หัมพานนท์ May 1992

การพิมพ์ปากเพื่อทําฟันปลอมทั้งปาก, นภาพร ศิริรัตนาคินทร์, ไพจิตร หัมพานนท์

Chulalongkorn University Dental Journal

การพิมพ์ปาก เป็นขั้นตอนสําคัญในการสร้างฟันปลอมทั้งปาก ควรทราบลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ของส่วนรองรับฟันปลอม และกล้ามเนื้อโดยรอบ เพื่อเลือกวิธีการพิมพ์ที่เหมาะสม และสามารถตัดสินว่า รอยพิมพ์ที่ได้นั้น ได้ลอกเลียนลักษณะของส่วนรองรับฟันปลอมที่ถูกต้อง เพื่อนําไปสร้างฟันปลอมให้ผู้ป่วยใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม การป้องกันโรคเอดส์ของทันตแพทย์, กมลเนตร โอฆานุรักษ์, สันต์ศิริ ศรมณี, ลัคนา เหลืองจามีกร, Jeffrey Mandel May 1992

ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม การป้องกันโรคเอดส์ของทันตแพทย์, กมลเนตร โอฆานุรักษ์, สันต์ศิริ ศรมณี, ลัคนา เหลืองจามีกร, Jeffrey Mandel

Chulalongkorn University Dental Journal

แบบสอบถามแบ่งออกได้เป็น 6 ส่วนคือ 1) ข้อมูลส่วนบุคคลและการอบรมเกี่ยวกับโรคเอดส์ 2) ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ 3) ทัศนคติโดยทั่วไปเกี่ยวกับโรคเอดส์ 4) ทัศนคติต่อความตั้งใจที่จะให้บริการผู้ป่วยโรคเอดส์หรือผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ 5) การประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคเอดส์ในระหว่าง การให้บริการทางทันตกรรม และ 6) พฤติกรรมการป้องกันโรคเอดส์ ทันตแพทย์จํานวน 130 คน ได้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่ยังปฏิบัติงานทันตกรรมอยู่ และ 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยได้รับการอบรมเกี่ยวกับโรคเอดส์แล้ว แต่มีเพียง 15% เท่านั้นที่เคยให้บริการแก่ผู้ป่วยโรคเอดส์ นอกจากนั้นพบว่ากว่า 90% ของทันตแพทย์กลุ่มนี้มีความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ในระดับที่ดี หากแต่ทัศนคติต่อโรคเอดส์โดยทั่วไปหรือต่อความตั้งใจที่จะให้บริการผู้ป่วยโรคเอดส์นั้น พบว่ามีค่าบวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทันตแพทย์ทุกคนในการศึกษานี้คิดว่าตนเองจะอยู่ในฐานะที่เสี่ยงต่อการติดโรคเอดส์ ถ้าเขาต้องให้บริการผู้ป่วยเหล่านี้ เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมการป้องกันแล้วจะพบว่า ทันตแพทย์กลุ่มนี้ขณะที่ตอบแบบสอบถามยังมีพฤติกรรมการป้องกันที่ไม่เพียงพอ สิ่งที่น่าสนใจมากอีกประการหนึ่งก็คือ ทันตแพทย์ที่ผ่านการอบรมเรื่องโรคเอดส์แล้วนั้น มีความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ดีขึ้น แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนทัศนคติหรือพฤติกรรมการป้องกันโรคเอดส์อย่างจริงจัง


อิทธิพลของบริโภคนิสัยต่อสภาวะโรคฟันผุของเด็กวัยเรียน, ระวีวรรณ ปัญญางาม, ยุทธนา ปัญญางาม May 1992

อิทธิพลของบริโภคนิสัยต่อสภาวะโรคฟันผุของเด็กวัยเรียน, ระวีวรรณ ปัญญางาม, ยุทธนา ปัญญางาม

Chulalongkorn University Dental Journal

การศึกษาบริโภคนิสัยที่มีอิทธิพลต่อสภาวะโรคฟันของเด็กวัยเรียน ระดับประถมศึกษา ซึ่งมาจากครอบครัวที่ระดับฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มอายุ 9 ปี และ 12 ปี จํานวนกลุ่มอายุละ 210 คน ชายและหญิงเท่า ๆ กัน ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณสารอาหารที่บริโภคโดยเฉลี่ยต่อวันของเด็กชายและหญิงกลุ่มอายุ 9 ปี และ 12 ปีมีค่าเป็น 35.69, 32.50, 40.78 และ 37.47 กรัม -สําหรับสารอาหารโปรตีน มีค่าเป็น 27.16, 35.68, 40.89 และ 28.24 กรัม-สําหรับสารอาหารไขมัน และมีค่าเป็น 166.86, 155.64, 184.61 และ 174.64 กรัม -สําหรับสารอาหารคาร์โบไฮเดรต ตามลําดับ ความถี่ของการบริโภคอาหารเฉลี่ย 6 ครั้งต่อวันเป็นการบริโภคอาหารในมื้อเฉลี่ย 3 ครั้งต่อวันและบริโภคอาหารระหว่างมื้อเฉลี่ย 3 ครั้งต่อวัน เด็กชายและเด็กหญิงกลุ่มอายุ 9 ปีและ 12 ปีมีคะแนนกิจกรรมการแปรงฟันเฉลี่ยเพียง 2.28, 2.83, 2.47 และ 3.1 ตามลําดับ จากคะแนนเต็ม 6 ซึ่งจากการทดสอบโดยใช้เอฟ-เทส พบว่าเด็กชายมีคะแนนเฉลี่ยต่ํากว่าเด็กหญิงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ( α=0.05) อัตราความชุกของโรคฟันผุสูงร้อยละ 90 เท่ากันทั้ง 2 กลุ่มอายุ มีค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุด 2.6 และ 4.0 ซี่ต่อคนในกลุ่มอายุ 9 ปีและ 12 ปีตามลําดับ การวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุเชิงเส้นตรง เพื่อหาลําดับความสําคัญของตัวแปร พบว่าความถี่ของการบริโภคอาหารระหว่างมื้อ สามารถใช้ทํานายความแปรปรวนของการปรากฏฟันผุถอนอุดได้ดีที่สุด ( α = 0.01)


ความชุกของการเกิดฟันผุระหว่างฟันตัดกลางซี่บนในผู้ป่วยไทยกลุ่มหนึ่ง, ภรณี วัชรพงศ์, พัชรินทร์ สุภาพรอด, ไพรัช ธีรวรางกูร May 1992

ความชุกของการเกิดฟันผุระหว่างฟันตัดกลางซี่บนในผู้ป่วยไทยกลุ่มหนึ่ง, ภรณี วัชรพงศ์, พัชรินทร์ สุภาพรอด, ไพรัช ธีรวรางกูร

Chulalongkorn University Dental Journal

ได้ทําการศึกษาเกี่ยวกับการผุด้านใกล้กลางของฟันตัดกลางซี่บนทั้งสองซี่ของคนไทยซึ่งโดยทั่วไปแล้วฟันทั้งสองซี่นี้จะอยู่ในสภาพเหมือนกัน ควรมีการผุทางด้านใกล้กลางเท่ากัน แต่ความเป็นจริงนั้นไม่พบทุกรายที่เป็นเช่นนี้ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากภาพรังสีของฟันหน้าบนจากผู้ที่มารับการถ่ายภาพรังสีทั้งหมด 947 คนที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงปี พ.ศ. 2530 ถึง 2532 ตั้งแต่อายุ 10 ถึง 59 ปี พบว่ามีการผุมากที่สุดในช่วงอายุ 20 ถึง 29 ปี ทั้งในเพศชายและหญิง โดยในจํานวนผู้ที่มีฟันผุนั้น ส่วนมากมีการผุเป็นแบบผุทั้งสองซี่ คิดเป็นร้อยละ 75.08 เมื่อรวมทุกช่วงอายุ คือ 10 ถึง 59 ปี มีค่าเฉลี่ยของการผุในฟันตัดกลางบนขวาต่อการผุในฟันตัดกลางบนซ้าย คิดเป็น 74 คน ต่อ 66 คนและเพศหญิงมีการผุมากกว่าชาย ในทุกช่วงอายุ โดยเพศหญิงผุร้อยละ 32.95 เพศชายผู้ร้อยละ 21.96 จากการวิเคราะห์โดยการทดสอบแบบ ไคสแควร์ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% สรุปได้ว่าแต่ละช่วงอายุมีการผุที่ด้านใกล้กลางไม่เท่ากัน โดยในช่วงอายุ 30 ถึง 39 ปีเพศหญิงและเพศชายมีการผุต่างกันอย่างมีนัย สําคัญที่ระดับ 0.05


ความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับโรคปริทันต์ของผู้ป่วยที่มารับบริการในแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร, ชิตนี วีระประดิษฐ์ศิลป, ศิริพร รัตเชตกุล, สุรสา ตั้งใจตรง, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน May 1992

ความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับโรคปริทันต์ของผู้ป่วยที่มารับบริการในแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร, ชิตนี วีระประดิษฐ์ศิลป, ศิริพร รัตเชตกุล, สุรสา ตั้งใจตรง, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน

Chulalongkorn University Dental Journal

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาถึงความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับโรคปริทันต์ของผู้ป่วยที่มารับบริการในแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลของรัฐบาล และโรงพยาบาลเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร จํานวนกลุ่มละ 100 คน ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีความรู้ที่ถูกต้องในประเด็นที่ว่า สุขภาพเหงือกและฟันเป็นสิ่งสําคัญ ควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจํา และการใช้แรงที่เหมาะสมในการแปรงฟัน แต่พบว่ามีความรู้เกี่ยวกับแผ่นคราบจุลินทรีย์ หรือสาเหตุของการเกิดโรคปริทันต์น้อยมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนจะมีความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องมากกว่าผู้ป่วยกลุ่มโรงพยาบาลรัฐบาล (P < 0.05) ซึ่งความแตกต่างของระดับความรู้และทัศนคติดังกล่าวอาจเป็นผลมากจาก อายุ เพศ อาชีพ และรายได้ของผู้ป่วย จากผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ยังคงมีความจําเป็นต้องให้ความรู้เกี่ยวกับโรคปริทันต์แก่ผู้ป่วยให้มากขึ้นในขณะบําบัดรักษาทางทันตกรรม


ปัญหาที่เกิดจากการใช้กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ในทางคลินิก, ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์, นงวิภา พุฒิภาษ Sep 1991

ปัญหาที่เกิดจากการใช้กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ในทางคลินิก, ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์, นงวิภา พุฒิภาษ

Chulalongkorn University Dental Journal

กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์เป็นวัสดุที่มีคุณค่าในงานทางทันตกรรมบูรณะ เนื่องจากมีการยึดติดทางเคมี ต่อผิวฟัน และยังสามารถปล่อยฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ ได้มีความพยายามที่จะปรับปรุงวัสดุนี้ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งทาง ด้านความแข็งแรง ความสวยงาม และความง่ายในการใช้งาน อย่างไรก็ดี กลาสไอโอโนเมอร์ก็ยังต้องการความ ระมัดระวังอย่างสูงในการนํามาใช้งานทางคลินิกให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


ความรู้ทันตสุขภาพของมารดาตั้งครรภ์กลุ่มหนึ่ง, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล Sep 1991

ความรู้ทันตสุขภาพของมารดาตั้งครรภ์กลุ่มหนึ่ง, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล

Chulalongkorn University Dental Journal

มารดาตั้งครรภ์จำนวน 303 คน ที่มารับบริการจากแผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ได้ตอบคำสัมภาษณ์จากแบบสอบถามเกี่ยวกับความรู้ทางทันตสุขภาพของตนเองในระยะตั้งครรภ์และผลที่อาจมีต่อทันตสุขภาพของบุตรในครรภ์ รวมทั้งการดูแลป้องกันทันตสุขภาพของบุตรในระยะหลังคลอด แล้ว วิเคราะห์ข้อมูลด้วยไคสแควร์และการทดสอบอัตราส่วนที่ระดับนัยสําคัญ α = 0.05 พบว่ามารดาที่ตอบถูกต้อง 50% ขึ้นไป มี 11 จาก 23 ข้อ ประเด็นที่มีความรู้ถูกต้องน้อยที่สุดคือเพียง 1.3% ทราบว่าลูกจะแปรงฟันให้ สะอาดได้เองเมื่ออายุ 7-8 ปี 14.2% มีความรู้ถูกต้องว่ามารดาตั้งครรภ์มีปัญหาเหงือกและฟันไม่ใช่เป็น เพราะฟันแม่เสียแคลเซียมไปสร้างฟันให้ลูก 24.7% ไม่เห็นด้วยว่าระยะตั้งครรภ์มารดามีปัญหาเหงือกและ ฟันเพราะเกิดจากการรับประทานอาหารไม่ครบหมวดหมู่ ประเด็นที่มีความรู้ถูกต้องมากที่สุดคือ 97% เห็นด้วยว่าการ แปรงฟัน ทำเพื่อกำจัดคราบเชื้อโรคในช่องปาก และ 91.7% มีความรู้ถูกต้องว่าฟันลูกในครรภ์จะสร้าง ได้สมบูรณ์หากมารดารับประทานอาหารครบหมวดหมู่และได้สัดส่วน ความรู้ที่ถูกต้องบางประเด็นสัมพันธ์กับ ระดับการศึกษา จำนวนบุตร แต่ไม่สัมพันธ์กับอายุของมารดา การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทันตแพทย์ควร ให้ทันตสุขศึกษาแก่มารดาตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มพิเศษ


การรักษาการปวดปลายประสาทเส้นที่ 5 ด้วยความเย็น (Management Of Trigeminal Neuralgia By Cryotherapy), สิทธิชัย ทัดศรี Sep 1991

การรักษาการปวดปลายประสาทเส้นที่ 5 ด้วยความเย็น (Management Of Trigeminal Neuralgia By Cryotherapy), สิทธิชัย ทัดศรี

Chulalongkorn University Dental Journal

ผลการศึกษา การใช้ความเย็นจี้รักษาอาการปวดปลายประสาทเส้นที่ 5 จำนวน 21 ราย พบค่าเฉลี่ย ระยะหายไปของความเจ็บปวด ในปลายประสาท mental 14 เดือน ปลายประสาท infraorbital 17 เดือน ปลายประสาท long buccal 18 เดือน และปลายประสาท lingual 5 เดือน การรับความรู้สึกของปลายประสาท ทั้งหมดจะกลับคืนภายใน 2 เดือน โดยไม่มีอาการแทรกซ้อนจากการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีนี้เลย


Three Currently Used Direct Retainers In Distal Extension Removable Partial Dentures, Mansuang Arksornnukit Sep 1991

Three Currently Used Direct Retainers In Distal Extension Removable Partial Dentures, Mansuang Arksornnukit

Chulalongkorn University Dental Journal

Success of removable partial denture treatment depends upon several factors. One of the factors is the selection of direct retainer. There are many direct retainers available for selection. This article reviews the currently accepted direct retainer of choice in distal extension removable partial denture. Each clasp assemble is reviewed. The relevant studies are also included.


การเลือกใช้วัสดุบูรณะฟันชั่วคราวในการปิดคลองรากฟัน, วีระ เลิศจิราการ Sep 1991

การเลือกใช้วัสดุบูรณะฟันชั่วคราวในการปิดคลองรากฟัน, วีระ เลิศจิราการ

Chulalongkorn University Dental Journal

ในการรักษาคลองรากฟัน จำเป็นต้องใช้วัสดุบูรณะฟันชั่วคราวทั้งในระหว่างและหลังการรักษาเสร็จวัสดุที่ใช้ในปัจจุบันมีหลายชนิด เช่น ซิงค์ฟอสเฟตซีเมนต์ ซิงค์ออกไซด์ยูจินอล เควิท ไออาร์เอ็ม และ ทีอีอาร์เอ็ม ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกัน การตัดสินใจเลือกใช้วัสดุใดจึงควรพิจารณาถึงสมบัติเหล่านี้ โดยเฉพาะ ความแนบสนิทที่ป้องกันการรั่วซึมได้และวิธีการใช้ที่ถูกต้อง


ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อบริการของภาควิชาทันตกรรม สำหรับเด็กคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ตรีสุคนธ์ มาลีแก้ว Sep 1991

ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อบริการของภาควิชาทันตกรรม สำหรับเด็กคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ตรีสุคนธ์ มาลีแก้ว

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้มารับบริการของภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ปกครองที่พาเด็กมารักษาโรคฟัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2533 ถึงเดือนมกราคม 2534 จำนวน 200 คน โดยผ่านการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการให้บริการทางด้านต่าง ๆ ของภาควิชาฯ ผลการวิจัยพบว่า มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ตอบแบบสอบถามพอใจในบริการทําบัตร สําหรับบริการนัด ร้อยละ 58.8 ให้ความเห็นว่าระยะเวลาที่รอคิวนาน ร้อยละ 57 คิดว่าช่วงของการนัดแต่ละครั้งไม่ห่างเกินไป และร้อยละ 74 ตอบว่าได้รับบริการตรงเวลานัด สําหรับบริการด้านจ่ายยาร้อยละ 70.5 มีความคิดเห็นว่า ไม่ ต้องใช้เวลารอนานในการรับยา มากกว่าร้อยละ 90 เห็นว่าเหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 68 เห็นว่าควรจะบริการ ผู้ป่วยจรให้มากขึ้น จากข้อมูลผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขการให้บริการในภาควิชาฯ เพื่อให้การ บริการผู้ป่วยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น


การทดสอบยาฆ่าเชื้อโดยใช้ลูกน้ำ, ประเสริฐ ทรงกิตติคุณ Sep 1991

การทดสอบยาฆ่าเชื้อโดยใช้ลูกน้ำ, ประเสริฐ ทรงกิตติคุณ

Chulalongkorn University Dental Journal

การใช้ลูกน้ำเพื่อทดลองหาประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ 6 ชนิด คือ Dettol, Chlorinated soda, 4-Chlorophenol, Lysol, Iodine และ Ethyl alcohol ด้วยวิธีทดลองที่ง่ายและประหยัด การทดลองเปรียบเทียบ ใช้ Phenol coefficient ผลการทดลองพบว่า Iodine มี Phenol coefficient สูงที่สุด คือ 90.9 รองลงมาคือ Dettol 37.9 บทความอธิบายวิธีทํา ประโยชน์ และข้อคิดในการทำวิจัยนี้


การเจริญเติบโตของขากรรไกรบนภายหลังการบำบัดทางทันตกรรม จัดฟันก่อนการทำศัลยกรรมในทารกปากแหว่ง เพดานโหว่ด้านเดียว, สมรตรี วิถีพร, ปองใจ วิรารัตน์ Sep 1991

การเจริญเติบโตของขากรรไกรบนภายหลังการบำบัดทางทันตกรรม จัดฟันก่อนการทำศัลยกรรมในทารกปากแหว่ง เพดานโหว่ด้านเดียว, สมรตรี วิถีพร, ปองใจ วิรารัตน์

Chulalongkorn University Dental Journal

ข้อสรุปถึงผลของการบบำบัดทางทันตกรรมจัดฟันก่อนการทำศัลยกรรมต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกรบนของผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ขัดแย้งกัน เนื่องจากการศึกษาส่วนใหญ่กระทำในผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัด ทางทันตกรรมจัดฟันก่อนการทำศัลยกรรมร่วมกับการปลูกกระดูก ในระยะแรก วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของขากรรไกรบนภายหลังการบำบัดทางทันตกรรมจัดฟันก่อนการทําศัลยกรรม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยทารกปากแหว่งเพดานโหว่ด้านเดียว 30 ราย (ชาย 15 ราย หญิง 15 ราย) ( ซึ่งได้รับการบําบัดทางทันตกรรมจัดฟันก่อนการทำศัลยกรรมตั้งแต่แรกเกิด การเปลี่ยนแปลงของขากรรไกรบน ศึกษาจากหุ่นจำลองแบบฟัน 3 ระยะ ประกอบด้วย หุ่นจําลองแบบฟันก่อนการบำบัด ก่อนการเย็บปากแหว่ง และก่อนการเย็บเพดานโหว่ ผลการวิจัยแสดงว่า ก่อนการเย็บปากแหว่ง (อายุเฉลี่ย 7.5 ± 2.4 เดือน) ความกว้างและความยาวของ ขากรรไกรบนมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ช่องโหว่บริเวณสันเหงือกแคบลง ก่อนการเย็บ เพดานโหว่ (อายุเฉลี่ย 17.5 ± 2.7 เดือน) ช่องโหว่บริเวณสันเหงือกแคบลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสรุปการบำบัดทางทันตกรรมจัดฟันก่อนการทำศัลยกรรมทำให้ช่องโหว่บริเวณสันเหงือกแคบลงด้วยการควบคุมให้ สันเหงือกทั้งสองชิ้นเจริญเติบโตไปในทิศทางที่กำหนด


การศึกษาเปรียบเทียบความมันกลม และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของขนแปรงสีฟันเด็ก, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล, รุจิรา เพื่อนอัยกา May 1991

การศึกษาเปรียบเทียบความมันกลม และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของขนแปรงสีฟันเด็ก, ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล, รุจิรา เพื่อนอัยกา

Chulalongkorn University Dental Journal

แปรงสีฟันเด็กที่จําหน่ายในประเทศไทย 15 ชนิด ชนิดละ 10 ด้าม ได้ถูกนำมาศึกษาโดยสุ่มขนแปรง 10 เส้น จากแปรงแต่ละด้ามมาประเมินปริมาณของความมนกลมและวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางจากฟิล์มซึ่งถ่าย จากกล้องจุลทรรศอิเล็คตรอนชนิดส่องกราด ที่กำลังขยาย 50 เท่าพบว่าที่ระดับความเชื่อมั่น α= 0.05 แปรง สีฟัน Gum มีค่าสัดส่วนของความมนกลมสูงสุด (89.7%) และ Dent® 78 ต่ำสุด (0%) โดยผู้วิจัยทั้ง 2 คน จะอ่านผลตรงกัน 92% ( α = 0.05) และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของแปรงสีฟันทั้งหมดจัดเป็นชนิดอ่อน (soft) สำหรับเด็กโดยค่าสูงสุดคือ Viceroy® (0.005 นิ้ว) จนถึงต่ำสุด Jordan baby® (0.002 นิ้ว) จากการแบ่ง ระดับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและค่าสัดส่วนของความมนกลมเป็น 3 ระดับ (สูง กลาง ต่ำ) สามารถจำแนก แปรงสีฟันทั้ง 15 ชนิด เป็น 4 กลุ่ม โดยเรียงลำดับจากกลุ่ม 1 ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในการนำไป ใช้คือ Gum® Reach, Kodomo ® กลุ่ม 2 : Viceroy®, Victory®, Colgate child® Colgate junior®, Oral-B®, Jordan junior® กลุ่ม 3 : Dent 78®, Jordan baby® กลุ่ม 4 Softex® แปรงสีฟัน ที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างกลุ่ม 1 และ 2 คือ Premium ระหว่างกลุ่ม 2 และ …


โลหะผสมที่ใช้ทำฟันติดแน่นชนิดพอร์ซเลนเชื่อมกับโลหะ, สดใส ตรีรัตนบุตร, ศรีวรพงษ์ พงษ์สถิตย์ May 1991

โลหะผสมที่ใช้ทำฟันติดแน่นชนิดพอร์ซเลนเชื่อมกับโลหะ, สดใส ตรีรัตนบุตร, ศรีวรพงษ์ พงษ์สถิตย์

Chulalongkorn University Dental Journal

ครอบฟันและสะพานฟันชนิดพอร์ซเลนเชื่อมกับโลหะนั้นต้องมีโลหะเป็นโครงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับพอร์ซเลน คุณสมบัติของโลหะที่ใช้ควรมีความแข็งแรง ความแนบของขอบครอบฟัน ความแข็งผิวใกล้เคียง กับฟันธรรมชาติ การติดสีและการกัดกร่อนน้อย โลหะผสมที่ใช้ในปัจจุบันมีหลายชนิด โลหะผสมชนิดที่มีทอง หรือพัลลาเดียมเป็นพื้นฐาน จะให้คุณสมบัติที่ดีแต่ราคาค่อนข้างสูง ต่างกับโลหะผสมชนิดที่มีนิเกิลหรือโลหะ พื้นฐานเป็นส่วนผสม ซึ่งราคาถูกกว่ามากแต่คุณสมบัติยังไม่ดีพอ


ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของทันตแพทย์ผู้ทำสัญญารุ่นที่ 1 ของกระทรวงสาธารณสุข, สุวิน วิสุทธิสิน, สุณี ผลดีเยี่ยม May 1991

ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของทันตแพทย์ผู้ทำสัญญารุ่นที่ 1 ของกระทรวงสาธารณสุข, สุวิน วิสุทธิสิน, สุณี ผลดีเยี่ยม

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อประเมินทัศนคติที่เปลี่ยนไปของทันตแพทย์ผู้ทําสัญญารุ่นที่ 1 ของกระทรวงสาธารณสุข หลังจากที่ทำงานไปแล้ว 9 เดือน ผลการวิจัยพบว่าภายหลังการทำงานไปช่วงหนึ่ง ทัศนคติต่อคุณลักษณะของทันตแพทย์เปลี่ยนแปลงไปในทางบวก ขณะที่ทัศนคติต่อวิชาชีพและการทำงานในชนบทเปลี่ยนแปลงไปในทางลบมากขึ้น


การเรียงฟันปลอมในขากรรไกรที่มีความสัมพันธ์ต่างกัน, นิพัทธ์ สมศิริ, ปานพรหม ยามะรัต May 1991

การเรียงฟันปลอมในขากรรไกรที่มีความสัมพันธ์ต่างกัน, นิพัทธ์ สมศิริ, ปานพรหม ยามะรัต

Chulalongkorn University Dental Journal

การเรียงฟันเป็นขั้นตอนสำคัญประการหนึ่งในการทำฟันปลอมทั้งปากให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความสัมพันธ์ของขากรรไกรบนและล่างในผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกัน การเรียงฟันโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ ของขากรรไกรบนและล่างย่อมทำให้ฟันปลอมนั้นหลวมและมีประสิทธิภาพลดลง บทความนี้ได้รวบรวมรายงาน ซึ่งกล่าวถึงวิธีการเรียงฟันสำหรับผู้ป่วยมีความสัมพันธ์ของขากรรไกรบนและล่างประเภทต่าง ๆ


ความเครียดในกลุ่มนิสิตทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สุนีย์ จรัสพรสาธิต, วราณี วังกังวาน, นวลฉวี หงษ์ประสงค์ May 1991

ความเครียดในกลุ่มนิสิตทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สุนีย์ จรัสพรสาธิต, วราณี วังกังวาน, นวลฉวี หงษ์ประสงค์

Chulalongkorn University Dental Journal

ในสังคมปัจจุบัน ความเป็นอยู่และสภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไป ทำให้สภาพจิตใจของคนในสังคมค่อนข้าง เครียด ในด้านการศึกษา การแข่งขันค่อนข้างสูงโดยเฉพาะการเรียนทันตแพทย์ ได้มีการวิจัยพบว่า นิสิตทันตแพทย์ จะมีความเครียดตั้งแต่เริ่มสอบเข้า ดังนั้น ในการศึกษานี้จึงต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับความเครียด ซึ่งเกิดขึ้นใน นิสิต 3 กลุ่มคือ ก่อนขึ้นคลินิก คลินิก และหลังปริญญา โดยการเปรียบเทียบความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่ม และหาความสัมพันธ์ของความเครียดที่เกิดขึ้นกับปัจจัยร่วมที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้ Test Anxiety Inventory (TAI) ของ Spielberger เป็นการวัดความเครียดและออกแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลปัจจัยร่วม ได้แก่ ประวัติ ส่วนตัว ประวัติทางการแพทย์ การสูบบุหรี่ ลักษณะที่อยู่อาศัย รายได้ของครอบครัว การเรียนการสอนในวิชา ทันตแพทย์ การจัดเวลาเรียน อาจารย์ที่ปรึกษา และกลุ่มบุคลากรพยาบาล และวิเคราะห์ข้อมูลโดย SPSS PC ซึ่งพบว่าความเครียดของนิสิตทันตแพทย์กลุ่มก่อนคลินิกมีค่าเฉลี่ย 25.44 ±12.15 คลินิก 23.16 ± 9.86 และ หลังปริญญา 20.97 ± 9.87 และทั้ง 3 กลุ่มมีค่า Stress index เฉลี่ย 23.44 ± 10.83 ซึ่งไม่พบความแตกต่างของ ระดับความเครียดในทั้ง 3 กลุ่ม แต่ในกลุ่มก่อนคลินิกและคลินิกพบว่า นิสิตทันตแพทย์มี Stress index สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 40 นอกจากนั้นยังพบว่า นิสิตมีความเครียดจะสูบบุหรี่ และอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่ไม่สะดวก นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยร่วมที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดที่เกิดขึ้นกับนิสิตทันตแพทย์ได้แก่ การจัดเวลาในการเรียนโดยเฉพาะวิชาทางคลินิก การเตรียมตัวของนิสิตในด้านการเรียน และความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันของนิสิตทันตแพทย์กับบุคลากรพยาบาล ซึ่งผลจากการวิจัยนี้น่าจะมีประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้นิสิตมีความเครียดน้อยลงและมีคุณภาพมากขึ้น


ค่ามุมแนวเคลื่อนคอนดายล์จากการบันทึกการสบยื่น, ประดิษฐ์ เรืองรองรัตน์, ยาหยีศรีเฉลิม ศิลปบรรเลง May 1991

ค่ามุมแนวเคลื่อนคอนดายล์จากการบันทึกการสบยื่น, ประดิษฐ์ เรืองรองรัตน์, ยาหยีศรีเฉลิม ศิลปบรรเลง

Chulalongkorn University Dental Journal

จากการศึกษามุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ในกลุ่มตัวอย่าง 40 คน โดยใช้ขี้ผึ้งแผ่นสีชมพูบันทึกการสบฟัน ขณะที่ขากรรไกรล่างสบยื่นตรงออกมา 4 ม.ม. นํารอยบันทึกมาปรับและวัดหาค่ามุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ใน เครื่องแสดงการสบฟันชนิดปรับได้บางส่วนของ Dentatus ได้ค่าเฉลี่ยมุมทางขวาเท่ากับ 43.4 ± 10.60 องศา ทางซ้ายเท่ากับ 42.60 ± 9.72 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของชาวสวีเดนที่กำหนดไว้ คือ 40 องศา มุม แนวเคลื่อนคอนดายล์ข้างขวาสัมพันธ์กับข้างซ้าย (p < 0.05) แต่มุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ทั้งสองข้างไม่สัมพันธ์ กับเพศและอายุ (p > 0.05)


การศึกษาเปรียบเทียบความยึดแน่นของสารไออาร์เอ็ม(Irm) กับอมัลกัมในฟันกรามน้ำนมสำหรับงานทันตสาธารณสุข, สายจิต วิสุทธิสิน, พรพรรณ ลีวัธนะ May 1991

การศึกษาเปรียบเทียบความยึดแน่นของสารไออาร์เอ็ม(Irm) กับอมัลกัมในฟันกรามน้ำนมสำหรับงานทันตสาธารณสุข, สายจิต วิสุทธิสิน, พรพรรณ ลีวัธนะ

Chulalongkorn University Dental Journal

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความยึดแน่นของสาร ไออาร์เอ็ม กับอมัลกัม ภายหลัง 6 เดือน ในฟันกรามน้ำนมของเด็กก่อนวัยเรียนอายุ 3-5 ปี จากสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ศูนย์บริการสาธารณสุข 19 วงศ์สว่าง และโรงเรียนอนุบาลศักดิ์สงวนวิทยาพบว่า ความยึดแน่นของสาร ไออาร์เอ็ม ด้อยกว่าอมัลกัม สำหรับ การบูรณะฟันกรามน้ำนมที่มีรอยผุด้านบดเคี้ยวด้านเดียว หรือมีรอยผุด้านข้างด้วย แต่จากภาพถ่ายรังสีฟันที่บูรณะ ด้วยสารไออาร์เอ็มแล้ว ถึงแม้จะคงอยู่หรือหลุดไปก็ไม่มีการผุเกิดขึ้นใหม่


ผู้ป่วยไม่ได้ใส่ฟันปลอมเพราะแพ้อคริลิกเรซิน, โสภี ชาติสุทธิพันธุ์, วีระชัย ธรรมวานิช May 1991

ผู้ป่วยไม่ได้ใส่ฟันปลอมเพราะแพ้อคริลิกเรซิน, โสภี ชาติสุทธิพันธุ์, วีระชัย ธรรมวานิช

Chulalongkorn University Dental Journal

อคริลิก เรซินเป็นวัสดุที่ทำให้ระคายเคืองหรือเกิดการแพ้ได้ ผู้ป่วยหญิงอายุ 53 ปี สภาพในช่องปาก สูญเสียฟันหน้าบน ฟันหลังบนและล่างมานานนับ 10 ปี ประวัติทางการแพทย์มีรายงานตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ว่า แพ้ยาทุกชนิด แพ้วิตามินทุกชนิด ในปัจจุบันนี้มีสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง มีอาการแน่นหน้าอกและปวด ศีรษะจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเสมอ ๆ ประวัติทางทันตกรรม แพ้ยาชา แพ้อคริลิก เรซิน บทความนี้ ได้รายงานขั้นตอนวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ จนสามารถทำฟันปลอมใส่ให้ผู้ป่วยได้


การติดเชื้อบริเวณช่องว่างเท็มพอรอล, เกษมศักดิ์ แก้วอิ่ม Jan 1991

การติดเชื้อบริเวณช่องว่างเท็มพอรอล, เกษมศักดิ์ แก้วอิ่ม

Chulalongkorn University Dental Journal

รายงานผู้ป่วย 1 ราย อายุ 35 ปี ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณช่องว่างเท็มพอรัลภายหลังการถอนฟันกรามบนซี่สุดท้าย พร้อมอธิบายขั้นตอนการวินิจฉัยและการรักษา


ค่ามุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่ง, ยาหยีศรีเฉลิม ศิลปบรรเลง Jan 1991

ค่ามุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่ง, ยาหยีศรีเฉลิม ศิลปบรรเลง

Chulalongkorn University Dental Journal

การศึกษานี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นในการหาค่าเฉลี่ยมุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ในผู้ป่วยไทยกลุ่มหนึ่ง จากภาพรังสีกะโหลกศีรษะด้านข้างของผู้ป่วย 64 ราย อายุ 20-40 ปี ได้ทำการสำรวจและวัดมุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ซึ่งเกิดจากความเอียงของแอ่งกลิ่นอยด์ทำกับระนาบแฟรงเฟิร์ต พบว่า ค่าเฉลี่ยมุมแนวเคลื่อนคอนดายล์ ในผู้ป่วยที่ทำการศึกษาเท่ากับ 60.88 ± 7.88 องศา ซึ่งแตกต่างจากค่าเฉลี่ยของชาวตะวันตกที่กำหนดไว้ คือ 30-40 องศา