Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Molecular, Genetic, and Biochemical Nutrition Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 1 - 30 of 36

Full-Text Articles in Molecular, Genetic, and Biochemical Nutrition

The Role Of Ferroptosis In Cholangiocarcinoma, Apiwit Sae-Fung Jan 2024

The Role Of Ferroptosis In Cholangiocarcinoma, Apiwit Sae-Fung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cholangiocarcinoma (CCA) is a highly heterogeneous and aggressive malignancy of the bile ducts, characterized by a poor prognosis and high mortality rate. Despite advancements in treatment, effective targeted therapies and reliable prognostic biomarkers remain limited. Ferroptosis, a regulated form of cell death, has emerged as a potential therapeutic target in various cancers. However, its role in CCA remains poorly understood. In this study, we conducted a comprehensive analysis of ferroptosis-related genes (FRGs) to predict the prognosis of CCA and identify potential therapeutic targets. Using the least absolute shrinkage and selection operator (LASSO) Cox regression analysis on a training dataset, followed …


Development Of Nanomaterial-Based Electrochemical Detection Devices For Point-Of-Care Testing, Khageephun Permpoka Jan 2024

Development Of Nanomaterial-Based Electrochemical Detection Devices For Point-Of-Care Testing, Khageephun Permpoka

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Electrochemical detection aligns with the REASSURED criteria established by the World Health Organization. Nanomaterials also play a crucial role in enhancing detection performance. Therefore, this research integrates nanomaterials into the development of pointof-care testing (POCT) devices for detecting prostate cancer biomarkers and monitoring wound infection status. Timely diagnosis can significantly reduce the physical burden of illness, ease pressure on healthcare systems, and lessen the broader socioeconomic impact. The first part of the research involves the development of a paper-based analytical device for detecting the enzyme myeloperoxidase (MPO). Glucose oxidase (GOx) was immobilized on paper to produce hydrogen peroxide (H2O2 ), …


การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีนในวิถีวิตามินดีและความเสี่ยงต่อภาวะออทิซึมสเปกตรัมในประชากรไทย, ชาญณรงค์ แซ่ฉั่ว Jan 2023

การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีนในวิถีวิตามินดีและความเสี่ยงต่อภาวะออทิซึมสเปกตรัมในประชากรไทย, ชาญณรงค์ แซ่ฉั่ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม (Autism spectrum disorder; ASD) เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่สำคัญ โดยพบว่ามีความชุกของโรคที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามสาเหตุและกลไกในการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมยังไม่ทราบแน่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมีรายงานถึงบทบาทของวิตามินกับภาวะออทิซึมสเปกตรัม วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือศึกษาการเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีนในวิถีเมทาบอลิกของวิตามินดีและความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและระดับความรุนแรงของโรคในเด็กไทย การศึกษานี้มีจำนวนอาสาสมัคร 276 ราย โดยเป็นกลุ่มเด็กที่มีภาวะออทิซึมสเปกตรัม 169 ราย และกลุ่มควบคุมเป็นเด็กที่ไม่มีโรคทางระบบประสาท 107 ราย ซึ่งได้ทำการตรวจวิเคราะห์ภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน CYP2R1, CYP27B1, GC และ VDR โดยเทคนิค TaqMan-based real-time Polymerase Chain Reaction (PCR) และตรวจวิเคราะห์ระดับวิตามินดีในกระแสเลือดโดยใช้เทคนิค Chemiluminescence Immunoassay (CLIA) โดยเด็กที่พบภาวะออทิซึมสเปกตรัมจะได้รับการตรวจระดับความรุนแรงของภาวะออทิซึมสเปกตรัมด้วย Childhood Autism Rating Scale, 2nd Edition (CARS2) โดยผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน CYP2R1, CYP27B1, VDR และ GC (rs4588) ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัม อย่างไรก็ตามการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน GC (rs7041 (A>C)) มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีการขาดระดับวิตามินดีร่วมด้วย นอกจากนี้ผลศึกษาพบว่าไอโซฟอร์มของ GC1s และ GC1s-GC1s ฟีโนไทป์มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมตลอดจนความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัม โดยสรุปการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การเกิดภาวะพหุสัณฐานทางพันธุกรรมของยีน GC (rs7041 (A>C)) และไอโซฟอร์ม GC1s อาจเป็นตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรมที่สามารถช่วยในการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะออทิซึมสเปกตรัมและความรุนแรงของอาการออทิซึมสเปกตรัมในเด็กไทยได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามการศึกษาในอนาคตควรศึกษาในกลุ่มประชากรที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้


Role Of Grb2 Intracellular Localization In Progesterone Receptor Positive Breast Cancer, Nattamolphan Wittayavimol Jan 2023

Role Of Grb2 Intracellular Localization In Progesterone Receptor Positive Breast Cancer, Nattamolphan Wittayavimol

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Progesterone receptor (PR) extranuclear signaling mediates mainly through PR polyproline domain (PPD) interaction with SH3 domain of cytoplasmic signaling molecules. PR-PPD interfered with Grb2-SOS binding through SH3 interaction resulting in decreased cell proliferation and correlates with a good prognosis in PR positive breast cancer. Grb2 is a key adaptor molecule and expressed in both nucleus and cytoplasm. We hypothesized that change in Grb2 localization alters PR transcription resulting in better clinical outcomes in PR positive breast cancer. BT-474 breast cancer cells expressing inducible Grb2-SV402x (nuclear Grb2, nuGrb2) or Grb2-MYR (membrane Grb2, memGrb2) were constructed. MemGrb2-BT-474 showed higher levels of PR …


Roles Of Progesterone Signaling On Dna Repair And Cell Survival In Ovarian Cancer Cells, Pattarasiri Rangsrikitphoti Jan 2023

Roles Of Progesterone Signaling On Dna Repair And Cell Survival In Ovarian Cancer Cells, Pattarasiri Rangsrikitphoti

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Every year over 300,000 women worldwide are diagnosed with ovarian cancer and half of these patients die from this disease. The symptoms of ovarian cancer are very general and often confused with other common female diseases making ovarian cancer a challenging disease to diagnose and treat. Platinum-based chemotherapy, including cisplatin, stands as the first-line treatment for ovarian cancer. However, chemotherapy resistance remains a continuing problem, contributing to a high mortality rate. Progesterone receptor (PR) signaling has been implicated in various aspects of ovarian cancer biology. Clinical studies show a positive correlation between PR expression, improved patient survival and cisplatin response, …


Anti-Neuroinflammatory Effects And Underlying Mechanismsof Cleistocalyx Nervosum Var. Paniala Extracts In Microglia Cells, Sakawrat Janpaijit Jan 2022

Anti-Neuroinflammatory Effects And Underlying Mechanismsof Cleistocalyx Nervosum Var. Paniala Extracts In Microglia Cells, Sakawrat Janpaijit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Sustained inflammatory responses have been implicated in various neurodegenerative disorders. Cleistocalyx nervosum var. paniala (CN), an edible berry, has been reported to exhibit several beneficial properties. However, only limited research is available on this fruit seed, which is classified as agricultural food waste. We therefore focused on the anti-neuroinflammatory effects and underlying mechanism of C. nervosum var. paniala seed extract (CNSE) on BV-2 mouse microglial cells induced by lipopolysaccharide (LPS) or tumor necrosis factor-alpha (TNF-α). CN seeds were extracted in 95% ethanol by Soxhlet extraction. HPLC was carried out to identified resveratrol (RESV) in CNSE. For cell-based studies, the expression …


ฮอร์โมนเอสโตรเจนเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ Line-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมของเซลล์มะเร็งเต้านม, กุลจิรา โรจน์ไพศาลกิจ Jan 2022

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ Line-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมของเซลล์มะเร็งเต้านม, กุลจิรา โรจน์ไพศาลกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์และอัตราการตายสูงที่สุดในเพศหญิงทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย โดยพบว่า LINE-1 ถือว่าเป็น Retrotransposon element ที่พบมากที่สุดถึง 17 % ของจีโนมและมีความสามารถในการคัดลอกแล้วแทรกตัวเองในบริเวณอื่นของจีโนมซึ่งเป็นสาเหตุของทำให้เกิดความไม่สเถียรของจีโนมอันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง และยังพบว่าการแสดงออกของLINE-1 มีผลต่อการลุกลาม, ขนาด, และระยะของโรคมะเร็งเต้านมด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้หญิงที่การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานทำให้ความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น ถึงกระนั้นยังคงไม่ทราบถึงกลไกการทำงานของเอสโตรเจน ดังนั้นผู้วิจัยจึงตั้งสมมุติฐานว่า เอสโตรเจนสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมของเซลล์มะเร็งเต้านม โดยทำการศึกษาบผลของเอสโตรเจนที่ได้รับต่อการแสดงออกของ LINE-1 mRNA และ LINE-1 โปรตีน รวมถึงผลของเอสโตรเจนที่ได้รับต่อการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอโดยวิเคราะห์จากปริมาณดีเอ็นเอในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D ผลการทดลองพบว่าที่เอสโตรเจนมีผลทำให้การแสดงออกของ LINE-1 mRNA เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ความเข้มข้นของเอสโตรเจน 5 nM ด้วยวิธี Realtime RT-PCR ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D และผลทำให้การแสดงออกของ LINE-1 mRNA เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ 12 ชม. ด้วยวิธี Realtime RT-PCR ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D และเอสโตรเจนมีผลทำให้การแสดงออกของโปรตีน LINE-1 ORF1p เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ 48 และ 72 ชม. ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D ด้วยวิธี Western blot โดยพบว่าการแสดงออกของโปรตีน LINE-1 ORF1p เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ 72 ชม. นอกจากนี้เอสโตรเจนมีผลทำให้ปริมาณของ LINE-1 ดีเอ็นเอบริเวณ ORF2 เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญที่ 72 ชม.ในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D มากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญด้วยวิธี Real-time PCR แสดงให้เห็นว่าเอสโตรเจนมีผลทำให้เกิดการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมได้ จากผลการทดลองทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า เอสโตรเจนมีผลต่อการเพิ่มแสดงออกของ LINE-1 mRNA และ LINE-1 โปรตีน รวมถึงเพิ่มปริมาณ LINE-1 ดีเอ็นเอ อย่างมีนัยสำคัญในเซลล์มะเร็งเต้านม T47D แสดงว่าเอสโตรเจนสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการแทรกของ LINE-1 ดีเอ็นเอเข้าไปในจีโนมนำไปสู่การกลายพันธุ์ของยีนและความไม่เสถียรของจีโนม


Anti-Neuroinflammatory Effects Of Auricularia Polytricha Extracts On Bisphenol A (Bpa)-Induced Microglial Cell Activation And Reduction Of Hippocampal Cell Damage, Chanin Sillapachaiyaporn Jan 2022

Anti-Neuroinflammatory Effects Of Auricularia Polytricha Extracts On Bisphenol A (Bpa)-Induced Microglial Cell Activation And Reduction Of Hippocampal Cell Damage, Chanin Sillapachaiyaporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Bisphenol A (BPA) is widely used in the production of polycarbonate plastics, it has been reported that BPA can activate neuroinflammation. Neuroinflammation is a brain pathology that involves the high levels of pro-inflammatory mediators, including tumor necrosis factor-alpha (TNF-α). An excessive TNF-α expression could result in neuronal cell death and subsequently lead to neurodegeneration. Auricularia polytricha (AP) is an edible mushroom with several medicinal properties. Herein, the anti-neuroinflammatory effects of AP extracts against BPA-induced BV2 microglial inflammation were investigated. Hexane (APH) and ethanol (APE) extracts of AP inhibited BPA-induced neuroinflammation in BV2 cells by reducing the expression of pro-inflammatory cytokines. …


Effects Of Azadirachta Indica Extract On Inhibition Of Glutamate-Induced Neuronal Cell Apoptosis Via Preventing Excessive Mitophagy Activation And Inhibiting Endoplasmic Reticulum Stress In Ht-22 Cells, Kuljira Mongkolpobsin Jan 2022

Effects Of Azadirachta Indica Extract On Inhibition Of Glutamate-Induced Neuronal Cell Apoptosis Via Preventing Excessive Mitophagy Activation And Inhibiting Endoplasmic Reticulum Stress In Ht-22 Cells, Kuljira Mongkolpobsin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Neurodegenerative diseases (NDs) are the age-related diseases which represent a major cause of mortality in aging population nowadays. Previous studies have shown that glutamate, the most abundant excitatory neurotransmitter, significantly increases in extracellular fluid of the patient’s brain and is the cause of neurodegeneration in NDs. The increase of extracellular glutamate elevates reactive oxygen species (ROS) accumulation and calcium (Ca2+) which exacerbate mitochondrial function, followed by inducing MAPK pathway and endoplasmic reticulum (ER) stress, respectively. In addition, Ca2+ overload also triggers calpain, a Ca2+ dependent protease, activity which further stimulates Cdk5/p35/p25 signaling leading to neuronal apoptosis. Azadirachta indica A. Juss. …


Protumorigenic Effects Of Mixed Lineage Kinase Domain-Like Protein In Cholangiocarcinoma Cells, Nattaya Duangthim Jan 2022

Protumorigenic Effects Of Mixed Lineage Kinase Domain-Like Protein In Cholangiocarcinoma Cells, Nattaya Duangthim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cholangiocarcinoma (CCA), a heterogeneous malignancy of bile duct system, has the highest incidence in Thailand. CCA is one of the leading causes of death which has low 5-year survival rate from 5% to 10% in advanced stages due to the difficulty of diagnosis in early stage and lack of effective therapies. Therefore, understanding the molecular mechanisms and pathogenesis of CCA development and progression is urgently needs and will lead to the development of novel therapeutic targets and strategies. Mixed lineage kinase domain-like (MLKL) was identified as a key effector in a novel regulated necrosis or necroptosis pathway. Recently studies have …


Roles Of Regulated Cell Death In Cholangiocarcinoma And Pancreatic Ductal Adenocarcinoma, Thanpisit Lomphithak Jan 2022

Roles Of Regulated Cell Death In Cholangiocarcinoma And Pancreatic Ductal Adenocarcinoma, Thanpisit Lomphithak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cholangiocarcinoma (CCA) and pancreatic ductal adenocarcinoma (PDAC) are complex and heterogeneous cancers. Conventional therapy approaches often fail to elicit significant responses in patients, resulting in low survival rates compared to other cancer types. This could be due to their immunosuppressive and desmoplastic tumor microenvironment, which renders cancer cells resistant to conventional therapies, highlighting the urgent need for more effective therapeutic approaches. Regulated cell death pathways have been extensively studied in recent years as a promising target for developing new strategies in cancer treatment. Specifically, necroptosis and ferroptosis, two forms of regulated necrosis, hold promise as novel targets for treating cancer, …


ฤทธิ์การเหนี่ยวนำร่วมระหว่างสารพฤกษเคมีกลุ่มฟลาโวนอยด์และแนพโทควิโนนกับสารสะแมคไมเมติกต่อการตายของเซลล์มะเร็งที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันในเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี, ภัทธร ใจกล้า Jan 2022

ฤทธิ์การเหนี่ยวนำร่วมระหว่างสารพฤกษเคมีกลุ่มฟลาโวนอยด์และแนพโทควิโนนกับสารสะแมคไมเมติกต่อการตายของเซลล์มะเร็งที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันในเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี, ภัทธร ใจกล้า

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มะเร็งท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณท่อทางเดินน้ำดี โดยมีความหลากหลายของเซลล์มะเร็งบริเวณเนื้อเยื่อมะเร็งและมีความรุนแรง มะเร็งท่อน้ำดีจัดเป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิตของผู้ป่วยในประเทศไทย เนื่องจากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยเมื่อมะเร็งเจริญพัฒนาไปยังระยะท้ายและยังขาดวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การรักษามะเร็งท่อน้ำดีด้วยวิธีมาตรฐานในปัจจุบันในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือในผู้ป่วยหลังการผ่าตัด คือ การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ชนิดเจมไซทาบีนหรือยาเจมไซทาบีนร่วมกับยาซิสพลาติน แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่พบปัญหาการดื้อต่อยาเคมีบำบัดนำไปสู่การพยากรณ์โรคที่ไม่ดี ดังนั้นการพัฒนาการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน โดยได้มีการศึกษาการตายของเซลล์มะเร็งแบบใหม่ที่ทำให้เซลล์มะเร็งตาย และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ เรียกว่า การตายของเซลล์ที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยการตายของเซลล์แบบเนคโครปโทซิส จัดว่าเป็นการตายของเซลล์ที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยได้มีการศึกษาอย่างแพร่หลายในมะเร็งหลายชนิด โดยพบว่าการกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งตายแบบเนคโครปโทซิสสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มแบบจำเพาะและยับยั้งการเจริญพัฒนาของก้อนมะเร็งในหนูทดลอง การศึกษาภายในห้องปฏิบัติการก่อนหน้าของคณะผู้วิจัยพบว่าการเหนี่ยวนำร่วมกันระหว่างยาเคมีบำบัดเจมไซทาบีนและสารสะแมคไมเมติกสามารถเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งท่อน้ำดีตายแบบเนคโครปโทซิสในสภาวะที่มีการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แคสเปส ทั้งนี้จากข้อจำกัดที่ยาเคมีบำบัดมีความเป็นพิษที่สูง การศึกษานี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาสารที่สามารถนำมาทำการเหนี่ยวนำร่วมกับสารสะแมคไมเมติก โดยมีสมมติฐานของงานวิจัย คือ สารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดการทำลายของดีเอ็นเอและหยุดวัฏจักรของเซลล์จะสามารถเสริมฤทธิ์กับสารสะแมคไมเมติก โดยกระตุ้นการตายของเซลล์แบบในคโครปโทซิสในเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี โดยงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวและการตายเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีของสารพฤกษเคมี ได้แก่ ชิโคนิน พลัมบาจิน เควอซิติน โดยพบว่าสารเควอซิตินมีค่าความเข้มข้นของสารที่ยับยั้งการรอดชีวิตของเซลล์ได้ 50% (IC50) ที่ต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสารพฤกษเคมีชนิดอื่นๆ ในการวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางชีวสารสนเทศน์พบว่าสารเควอซิตินมีเป้าหมายไปยังยีนที่มีบทบาทในการควบคุมวัฏจักรเซลล์ระยะ G2/M และยีนเป้าหมายของสารเควอซิตินมีการแสดงออกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเนื้อเยื่อมะเร็งท่อน้ำดีเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์ปกติ การทดลองในเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี (in vitro) พบว่าสารเควอซิตินสามารถหยุดวัฏจักรเซลล์ที่ระยะ G2/M นอกจากนี้สารเควอซิตินช่วงความเข้มข้นค่าต่ำที่มีความเป็นพิษน้อยในรูปแบบสารเดี่ยว เมื่อนำไปเหนี่ยวนำร่วมกับสารสะแมคไมเมติกชนิด LCL-161 แล้วพบว่าสามารถเสริมฤทธิ์กันกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี โดยเมื่อทำการวิเคราะห์ชนิดการตายของเซลล์เพิ่มเติมพบว่ามีการแสดงออกที่เพิ่มขึ้นของโปรตีนเอ็มแอลเคแอลที่ถูกเติมหมู่ฟอสเฟต (phosphorylated MLKL; pMLKL) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่จำเพาะต่อการตายแบบเนคโครปโทซิส นอกจากนั้นยังพบว่าการตายของเซลล์ถูกยับยั้งเมื่อมีการเติมตัวยับยั้งที่จำเพาะกับโปรตีนที่สำคัญต่อการเกิดเนคโครปโทซิส แสดงให้เห็นว่าการเหนี่ยวนำเซลล์ด้วยสารเควอซิตินร่วมกับสารสะแมคไมเมติกสามารถกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งท่อน้ำดีตายผ่านเนคโครปโทซิส การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อศึกษาการตายของเซลล์ที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยการวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายของโปรตีนเอชเอ็มจีบีวัน (HMGB-1) จากภายในนิวเคลียสมายังบริเวณไซโตพลาสซึมด้วยวิธีการย้อมแบบอิมมูโนฟลูออเรสเซนส์ พบว่าการเหนี่ยวนำเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีด้วยสารเควอซิตินร่วมกับสารสะแมคไมเมติกสามารถกระตุ้นการตายของเซลล์ที่กระตุ้นภูมิคุ้ม กล่าวโดยสรุป การเหนี่ยวนำร่วมกันระหว่างสารเควอซิตินและสารสะแมคไมเมติกในสภาวะที่มีการยับยั้งเอนไซม์แคสเปสสามารถเสริมฤทธิ์กันโดยกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีแบบเนคโครปโทซิสและการตายของเซลล์ที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดังนั้นงานวิจัยนี้อาจนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์การรักษามะเร็งท่อน้ำดีแบบใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการรรักษาในอนาคต อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เช่น การศึกษากลไกการเสริมฤทธิ์และการกระตุ้นการตายของเซลล์ การศึกษาฤทธิ์ในเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีชนิดอื่นๆ และการเมินความเป็นพิษในเซลล์ปกติ เป็นต้น


Neuroprotective Effect Of Passiflora Edulissims Against Amyloid Beta-Induced Neurotoxicity, Shuqin Cao Jan 2021

Neuroprotective Effect Of Passiflora Edulissims Against Amyloid Beta-Induced Neurotoxicity, Shuqin Cao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Alzheimer’s disease (AD) is a common and devastating disease characterized by pathological aggregations of beta-amyloid (Aβ) plaques extracellularly, and Tau tangles intracellularly. While our understandings of the aetiologies of AD have greatly expanded over the decades, there is no drug available to stop disease progression. This study involves two parts. First, we demonstrate the potential of P. edulis pericarp (PP) extract in protecting against Aβ-mediated neurotoxicity in mammalian cells and Caenorhabditis elegans models of AD. We show PP protects against memory deficit, neuronal loss, and promotes longevity in the Aβ model of AD via stimulation of mitophagy, the selective cellular …


การแบ่งกลุ่มย่อยตามลักษณะทางคลินิกรูปแบบใหม่โดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับการวิเคราะห์โอมิกส์แบบบูรณาการหลายระดับ เพื่อระบุกลุ่มตัวแทนสารบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับภาวะออทิซึมสเปกตรัม, กัลยภัสสร์ หัสเสม Jan 2020

การแบ่งกลุ่มย่อยตามลักษณะทางคลินิกรูปแบบใหม่โดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับการวิเคราะห์โอมิกส์แบบบูรณาการหลายระดับ เพื่อระบุกลุ่มตัวแทนสารบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับภาวะออทิซึมสเปกตรัม, กัลยภัสสร์ หัสเสม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรคออทิซึมสเปกตรัมเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับพัฒนาการในช่วงเริ่มแรกของระบบประสาทและสมองซึ่งมีอาการทางคลินิกที่หลากหลายมาก ปัจจุบันยังไม่มีสารบ่งชี้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและแบ่งผู้ป่วยเป็นกลุ่มย่อย แต่การวินิจฉัยที่รวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมสามารถได้รับการเรียนรู้และพัฒนาพฤติกรรมที่จำเป็นในการดำรงชีวิตได้ การวินิจฉัยโรคออทิซึมสเปกตรัมตามมาตรฐานสากลใช้แบบสอบถามที่มีความซับซ้อนและใช้เวลามาก ซึ่งในปัจจุบันมีการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตามการนำเอาปัญญาประดิษฐ์มาใช้วิเคราะห์อาการทางคลินิกของผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมยังไม่แพร่หลายนัก ในการศึกษานี้ผู้วิจัยต้องการนำเอาปัญญาประดิษฐ์มาใช้แบ่งผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมจำนวน 85 ราย ออกเป็นกลุ่มย่อยตามอาการทางคลินิกจากข้อมูลแบบทดสอบในการวินิจฉัยผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัม ADI-R จำนวน 123 ข้อ จากนั้นได้ทำการสร้างโมเดลในการจัดกลุ่มและเปรียบเทียบประสิทธิภาพรวมถึงจำนวนข้อคำถามที่ใช้ในแต่ละโมเดล นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาหาสารบ่งชี้ทางชีวภาพที่เป็นตัวแทนของโรคออทิซึมสเปกตรัมกลุ่มย่อยจากลักษณะอาการทางคลินิกโดยอาศัยการบูรณาการโอมิกส์หลายระดับ จึงได้ดำเนินการวิเคราะห์รูปแบบทรานสคริปโตม และวิเคราะห์รูปแบบโปรตีโอมของผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมโดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงชนิดลิมโฟบลาสต์เป็นต้นแบบ โดยใช้เทคนิคการแยกโปรตีนด้วยกระแสไฟฟ้า 2 มิติ (2D-GE) จากนั้นจะทำการระบุโปรตีนด้วยเทคนิค LC-MS/MS เพื่อหาโปรตีนที่ถูกรบกวนการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ และบูรณาการข้อมูลเพื่อศึกษาความสอดคล้องและสัมพันธ์กันระหว่างการแสดงออกของโปรตีนและยีน และทำการยืนยันระดับการแสดงออกที่ผิดปกติไปของยีนด้วยเทคนิค Real-time qPCR และโปรตีนด้วยเทคนิค Western blot ในการศึกษาครั้งนี้จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลลักษณะอาการทางคลินิกของผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมจากแบบทดสอบ ADI-R 123 ข้อ พบว่าวิธี K-means clustering ที่แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มย่อยนั้นให้ประสิทธิภาพในการแบ่งดีที่สุด และเมื่อทำการสร้างโมเดลในการจัดกลุ่มผู้ป่วยตามผลการแบ่งกลุ่มดังกล่าว พบว่าอัลกอริทึม Random forest ที่มีจำนวนต้นไม้ 10 ต้น โดยกระบวนการคัดเลือกข้อมูลแบบ Forward selection ให้ผลการทำนายถูกต้องมากที่สุด (100%) โดยใช้ข้อคำถาม ADI-R เพียง 5 ข้อ ในการแบ่งผู้ป่วยออกเป็นกลุ่มย่อย และจากการวิเคราะห์รูปแบบโปรตีโอมจากเซลล์เพาะเลี้ยงชนิดลิมโฟบลาสต์ของผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมและออทิซึมสเปกตรัมกลุ่มย่อยด้วยเทคนิค 2D-GE ผู้วิจัยได้ทำการคัดเลือกจุดโปรตีนที่มีการแสดงออกผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญและมีค่าสัดส่วนความเข้มแตกต่างกันอย่างน้อยสองเท่ามา 19 จุด เพื่อทำการระบุชนิดของโปรตีนด้วยเทคนิค LC-MS/MS โดยพบว่าจากโปรตีนทั้งหมด HNRNPA2B1 มีระดับการแสดงออกเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมกลุ่มย่อยที่ไม่มีความผิดปกติด้านภาษารุนแรง โดยที่โปรตีน HNRNPA2B1 MDH2 DLD และ MSN มีระดับการแสดงออกลดลงในผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมกลุ่มย่อยที่มีความผิดปกติด้านภาษารุนแรง ดังนั้นจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการแบ่งผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมออกเป็นกลุ่มย่อยตามลักษณะอาการทางคลินิกนั้น สามารถลดความหลากหลายตามลักษณะอาการที่แสดงออกของโรคออทิซึมสเปกตรัมในการวิเคราะห์รูปแบบทรานสคริปโตมและโปรตีโอม รวมถึงการค้นหาโปรตีนที่จำเพาะต่อผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมกลุ่มย่อย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งโปรตีนเหล่านี้อาจใช้เป็นโปรตีนบ่งชี้ในการศึกษาเชิงลึกในประชากรผู้ป่วย เพื่อพัฒนาเป็นสารบ่งชีทางชีวภาพ (Biomarker) หรือศึกษากลไกพยาธิสภาพในระดับชีวโมเลกุลของโรคออทิซึมสเปกตรัมได้ต่อไปในอนาคต


Protective Effects Of Tiger Milk Mushroom (Lignosus Rhinocerus) Extracts On Oxidative Stress-Induced Neurotoxicity And Aging In Ht22 Cells And C. Elegans, Parinee Kittimongkolsuk Jan 2020

Protective Effects Of Tiger Milk Mushroom (Lignosus Rhinocerus) Extracts On Oxidative Stress-Induced Neurotoxicity And Aging In Ht22 Cells And C. Elegans, Parinee Kittimongkolsuk

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lignosus rhinocerus (LR) or Tiger Milk Mushroom, a fork medicinal mushroom, has been reported for several pharmacological effects including asthma treatment, anti-inflammatory, anti-proliferative, immuno-modulating effects, promote neurite outgrowth in PC-12 cells, anti-HIV-1 activity, and antioxidants properties. However, the antioxidant properties have only focus on in vitro and no or few studies have reported their protective effects in mouse hippocampal (HT22) cells and Caenorhabditis elegans (C. elegans). This study aims to investigate the neuroprotective effect of three extracts of LR against oxidative stress in both HT22 cells and. C. elegans as well as longevity in C. elegans. In HT22 cells, we …


ผลการปกป้องของสารสกัดใบรางจืดจากการเหนี่ยวนำความเป็นพิษด้วยกลูตาเมตในเซลล์ประสาท Ht-22 ผ่านวิถีออโตฟาจี, วุฒิพงษ์ วงศ์ทิพย์ Jan 2019

ผลการปกป้องของสารสกัดใบรางจืดจากการเหนี่ยวนำความเป็นพิษด้วยกลูตาเมตในเซลล์ประสาท Ht-22 ผ่านวิถีออโตฟาจี, วุฒิพงษ์ วงศ์ทิพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคความเสื่อมของระบบประสาทนั้นเกิดได้จากภาวะเครียดออกซิเดชันภายในเซลล์ประสาท โดยพบว่าสารสื่อประสาทชนิดกลูตาเมตเมื่อมีระดับสูงผิดปกติสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระและภาวะเครียดออกซิเดชันนำไปสู่การสูญเสียและการตายของเซลล์ประสาทได้ โดยเฉพาะการตายของเซลล์จากการเกิดกระบวนการออโตฟาจีมากเกินไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการตายของเซลล์ผ่านวิถีอื่นๆ รางจืด (Thunbergia laurifolia) เป็นพืชสมุนไพรไทยมีสรรพคุณในการถอนพิษ ต้านการอักเสบ และ ต้านอนุมูลอิสระได้ดี จุดประสงค์ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ศึกษาคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดหยาบจากใบรางจืด และการปกป้องการตายของเซลล์ประสาทผ่านวิถีออโตฟาจี จากการเหนี่ยวนำภาวะเครียดออกซิเดชันด้วยกลูตาเมตโดยทดสอบในเซลล์ประสาทส่วนฮิปโปแคมปัสของหนูชนิด HT-22 ใบรางจืดถูกนำมาสกัดด้วยเอทานอล จากผลการทดสอบพบว่าสารสกัดหยาบจากใบรางจืดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ และมีปริมาณสารประกอบ ฟลาโวนอยด์และฟีนอลิกสูง โดยจากการวิเคราะห์ด้วยเครื่อง LC-MS และเปรียบเทียบผลที่ได้กับฐานข้อมูล METLIN-(CA, USA) พบสารออกฤทธิ์สำคัญที่ยังไม่มีรายงานในสารสกัดเอทานอลของใบรางจืด ได้แก่ Apigenin 7-O-glucoside และ 7-Hydroxycoumarin ยิ่งไปกว่านั้นสารสกัดหยาบจากใบรางจืดยังสามารถลดการตายของเซลล์ประสาทจากการเหนี่ยวนำความเป็นพิษด้วยกลูตาเมต โดยสามารถยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระภายในเซลล์ และเพิ่มการแสดงออกของยีนต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่สำคัญในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ได้แก่ superoxide dismutase 1 และ 2 (SOD1 and SOD2) catalase (CAT) และ glutathione peroxidase (GPx) ซึ่งสัมพันธ์กับการลดการเกิดกระบวนการออโตฟาจีภายในเซลล์และเพิ่มปริมาณ ไมโตคอนเดรียโปรตีน โดยพบว่าสารสกัดหยาบจากใบรางจืดสามารถลดอัตราส่วนการแสดงออกของโปรตีน LC3B-II/LC3B-I และเพิ่มการแสดงออกของไมโตคอนเดรียโปรตีน TOM20 เมื่อทำการตรวจหาตำแหน่งที่จำเพาะต่อการแสดงออกของโปรตีนในกระบวนการออโตฟาจี (LC3B) และไมโตคอนเดรียด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิดคอนโฟคอล พบว่า สารสกัดหยาบจากใบรางจืดสามารถลดการเกิด LC3-puncta ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของการเกิดกระบวนการออโตฟาจี นอกจากนี้สารสกัดหยาบจากใบรางจืดยังลดการ colocalization ของ LC3B และไมโตคอนเดรีย จากผลการศึกษานี้เราพบสารออกฤทธิ์สำคัญใหม่ที่ยังไม่มีรายงานมาก่อนของใบรางจืด โดยสารออกฤทธิ์นี้มีความสามารถในการปกป้องเซลล์ประสาทชนิด HT-22 จากภาวะเครียดออกซิเดชันและเป็นปัจจัยสำคัญทำให้สารสกัดจากใบรางจืดมีความสามารถลดการตายของเซลล์ประสาทผ่านวิถีออโตฟาจีได้ ซึ่งอาจสามารถนำไปพัฒนาเป็นสมุนไพรทางเลือกหรือยาเพื่อใช้ในการป้องกันหรือรักษาการเกิดโรคความเสื่อมของระบบประสาทได้ในอนาคต


Development Of Cell-Penetrating Peptides Targeting Nuclear And Extra-Nuclear Signaling Pathways In Cancer Cells, Panthita Kaewjanthong Jan 2019

Development Of Cell-Penetrating Peptides Targeting Nuclear And Extra-Nuclear Signaling Pathways In Cancer Cells, Panthita Kaewjanthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Growth factors and hormones often mediate their biological effects through series of protein-protein interaction between cytoplasmic signaling molecules or transcription factors. Interfering of these protein-protein interactions has been shown to reduce or inhibit biological and growth responses to various growth factors and hormones. We previously demonstrated that progesterone receptor (PR) contains a polyproline domain (PPD) which directly interact to Src homology 3 (SH3) domain-containing molecules and expression of PR-PPD inhibits EGFR-mediated NSCLC cell proliferation. In this study, we investigated that the introduction of PR-PPD by cell-penetrating peptide could inhibit EGF-induced NSCLC cell proliferation. PR-PPD was attached to a cancer-specific CPP, …


Effects And Mechanisms Of Anacardium Occidentale And Glochidion Zeylanicum Leaf Extracts On Neuroprotective, Neuritogenesis, Oxidative Stress Resistance And Anti-Aging Properties., Chatrawee Duangjan Jan 2019

Effects And Mechanisms Of Anacardium Occidentale And Glochidion Zeylanicum Leaf Extracts On Neuroprotective, Neuritogenesis, Oxidative Stress Resistance And Anti-Aging Properties., Chatrawee Duangjan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Aging is the primary risk factor for most neurodegenerative diseases and can negatively affect the quality of life. Neurodegenerative diseases are linked to neuronal cell death and neurite outgrowth impairment that are often caused by oxidative stress. As people want to live longer and healthier, healthy nutrition has been increasingly received much attention in recent years. Several studies reported a positive correlation between antioxidants in foods and longevity. Natural products from food supplements and medicinal plants with antioxidant properties could be promising candidates for fighting against various aging-related diseases and promoting longevity. Leaf extracts from A. occidentale (AO) and G. …


Development Of Paper-Based 3d Cell Culture Devices And Real-Time Biosensing Applications, Naricha Pupinyo Jan 2019

Development Of Paper-Based 3d Cell Culture Devices And Real-Time Biosensing Applications, Naricha Pupinyo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Due to its micro fibrous pores, paper has gained traction in the use as a scaffold for 3D cell culture. To study melanoma mechanism, screening the amount of melanin production and invasion study are major keys for drug development. In this work, we developed paper-based devices for culturing melanoma cells. Through the development process, we obtained the optimal parameters, which were applied for 3 different projects; 1) Anti-melanogenic effect screening, 2) Impedance-based E-screen assay, and 3) A membrane insert for real-time invasion assay. As a result of melanin production from melanocytes, the cells can be easily observed after a few …


Effects And Mechanisms Of Caesalpinia Mimosoides Leaf Extract On Oxidative Stress Resistance And Anti-Aging Activity In Caenorhabditis Elegans And Neurite Outgrowth Activity In Neuro2a Cells, Panthakarn Rangsinth Jan 2019

Effects And Mechanisms Of Caesalpinia Mimosoides Leaf Extract On Oxidative Stress Resistance And Anti-Aging Activity In Caenorhabditis Elegans And Neurite Outgrowth Activity In Neuro2a Cells, Panthakarn Rangsinth

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

World’s population of older people is rising, dietary supplements promoting healthy lifespan are needed. Moreover, Alzheimer’s disease (AD), an age-related degenerative disease, becomes a public health problem in aging society. Recent reports using cell culture models of AD suggest that amyloid precursor protein (APP), a protein causally related to AD, plays an important role as an inhibitor of neurite outgrowth. Medicinal herbs with neurite outgrowth stimulatory effect may help to prevent and cure AD. Moreover, studies suggest that dietary supplements from plant sources act in preventive nutrition, since they provide antioxidant action against oxidative stress, promote healthspan and prolong lifespan. …


Anti-Tumor Activities Of Auricularia Polytricha Extracts In Hepatocellular Carcinoma Cell Line (Hepg2) And Breast Cancer Cell Lines (Mcf-7 And Mda-Mb-231), Sunita Nilkhet Jan 2019

Anti-Tumor Activities Of Auricularia Polytricha Extracts In Hepatocellular Carcinoma Cell Line (Hepg2) And Breast Cancer Cell Lines (Mcf-7 And Mda-Mb-231), Sunita Nilkhet

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cancer is the disease that happens to occur in a high number of new cases each year. Even the choice of treatment is developing, but the adverse effects on cancer therapeutic drugs still challenging. To investigate the antitumor activities of Auricularia polytricha (AP) mushroom extract and active compounds, human cancer cell lines such as Hepatocellcular (HepG2) and Breast cancer cell lines (MCF-7 and MDA-MB-231) were interested. The crude hexane extract of AP (APH) and crude ethanol extract of AP (APE) were prepared by maceration and Soxhlet extraction, respectively. Both APE and APH were investigated for their compound compositions by GC-MS. …


Development Of Simple Devices For Point-Of-Care Screening Of Bacterial Infection And Inflammatory Markers, Julaluk Noiphung Jan 2018

Development Of Simple Devices For Point-Of-Care Screening Of Bacterial Infection And Inflammatory Markers, Julaluk Noiphung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A paper-based analytical devices (PADs) provides a great benefit in medical diagnostics, especially in the developing world. The first part of this dissertation describes the effect of sample viscosity on PADs for the measurement of pH and nitrite concentration in human saliva. Preliminary study found that viscosity had a significant effect on the calibration curve of nitrite and a consistent curve could be generated after added washing buffer. Nitrite measurement in artificial saliva with viscosity 1.87-5.10 mPa-s was tested on the proposed device and also showed a good correlation with the standard spectrophotometry method (p=0.8484, paired sample t-test, n=20). Moreover, …


Synergistic Effect Of Smac-Mimetic And Poly (I:C) On Apoptosis Of Cholangiocarcinoma Cells, Thanpisit Lomphithak Jan 2018

Synergistic Effect Of Smac-Mimetic And Poly (I:C) On Apoptosis Of Cholangiocarcinoma Cells, Thanpisit Lomphithak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cholangiocarcinoma (CCA), a malignancy transformed from cholangiocytes in the bile ducts is more common in Asia and has the highest incidence rate in Thailand. CCA is an aggressive malignancy which has high mortality, high recurrence rate and poor prognosis due to late diagnosis and lack of effective treatment, therefore identification of novel therapeutic targets could lead to the development of more efficient therapy. CCA is associated with chronic inflammation that could upregulate Toll-like receptor 3 (TLR3) in CCA cells. TLR3 agonist, poly(I:C) has been reported to directly induce apoptosis in selected cancers and also activates anti-tumor immunity. However, in some …


Study Of Hiv-1 Reverse Transcriptase And Protease Inhibition By Mushroom Extracts, Chanin Sillapachaiyaporn Jan 2018

Study Of Hiv-1 Reverse Transcriptase And Protease Inhibition By Mushroom Extracts, Chanin Sillapachaiyaporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Human immunodeficiency virus type-1 (HIV-1) can cause acquired immunodeficiency syndrome (AIDS), a world serious public health problem. HIV-1 protease (HIV-1 PR) and reverse transcriptase (HIV-1 RT) are necessary target enzymes which have been used for antiretroviral drugs development. Herein, Lignosus rhinocerus (LR), Auricularia polytricha (AP) and Astraeus spp. (AH) crude extracts were screened for inhibitory activities on both enzymes. Crude hexane extract of AP (APH) exhibited significant inhibition on both HIV-1 PR and RT activities not only in an in vitro non-cell based but also cell based assays. In HIV-1 infected MOLT-4 cell model, APH significantly reduced capsid protein (p24) …


การพัฒนาอุปกรณ์วิเคราะห์ฐานกระดาษสำหรับหาปริมาณสารเพรดนิโซโลนและเดกซาเมทาโซนที่ปลอมปนในผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้วยวิธีเคมีไฟฟ้า, วิศรุต พริ้มพราย Jan 2018

การพัฒนาอุปกรณ์วิเคราะห์ฐานกระดาษสำหรับหาปริมาณสารเพรดนิโซโลนและเดกซาเมทาโซนที่ปลอมปนในผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้วยวิธีเคมีไฟฟ้า, วิศรุต พริ้มพราย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การปลอมปนของสารสเตียรอยด์ชนิดเดกซาเมทาโซนและเพรดนิโซโลนในผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นปัญหาสำคัญที่ก่อผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา งานวิจัยนี้ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับแยกและตรวจวัดปริมาณการปลอมปนของสารสเตียรอยด์ดังกล่าว โดยใช้อุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์ฐานกระดาษและใช้หลักการทางเคมีไฟฟ้า (electrochemical paper-based analytical device หรือ ePAD) ซึ่งประกอบด้วยกระดาษ Whatman SG81 ตลับพลาสติกจากการพิมพ์สามมิติ และขั้วไฟฟ้าชนิด screen printed electrode โดยกระดาษ Whatman SG81 ใช้สำหรับแยกสารสเตียรอยด์ชนิดเดกซาเมทาโซนและเพรดนิโซโลน โดยใช้วัฏภาคเคลื่อนที่เป็นสารละลาย 60% ethyl acetate ใน cyclohexane ซึ่งผลการศึกษาพบว่าสามารถแยกสารสเตียรอยด์ดังกล่าวออกจากสิ่งเจือปนต่าง ๆ ได้ภายใน 7 นาที สารสเตียรอยด์ที่แยกออกจากกันบนกระดาษ นำมาวัดปริมาณด้วยเทคนิคเคมีไฟฟ้าชนิด differential pulse voltammetry โดยใช้ตลับพลาสติกจากการพิมพ์สามมิติที่ถูกออกแบบทำให้สารละลายอิเล็กโทรไลต์ถูกขังอยู่บนกระดาษ ทำให้สามารถตรวจวัดสัญญาณทางเคมีไฟฟ้าได้คงที่ ซึ่งอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นสามารถตรวจวัดปริมาณปลอมปนของสารสเตียรอยด์ทั้งชนิดเดกซาเมทาโซนและ เพรดนิโซโลนได้ในช่วงความเข้มข้นระหว่าง 10 ถึง 500 µg/mL โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.988 และ 0.994 ตามลำดับ มีขีดจำกัดในการตรวจวิเคราะห์เชิงคุณภาพเท่ากับ 3.59 µg/mL และ 6.00 µg/mL ตามลำดับ และขีดจำกัดในการตรวจวิเคราะห์เชิงปริมาณมีค่าเท่ากับ 11.98 µg/mL และ 20.02 µg/mL ตามลำดับ การตรวจวัดปริมาณปลอมปนของสารสเตียรอยด์ทั้งสองชนิดในสิ่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพรจริงด้วยวิธีที่พัฒนาขึ้นมีค่าสอดคล้องกับผลที่ตรวจด้วยวิธี HPLC และเป็นวิธีที่ใช้งานง่าย มีต้นทุนต่ำ รวดเร็ว และมีศักยภาพนำไปใช้ตรวจหาสิ่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่สงสัยว่ามีการปลอมปนของสารสเตียรอยด์ ในระดับภาคสนาม


การพัฒนาแบบจำลองเซลล์ลำไส้ของมนุษย์บนกระดาษที่มีการดัดแปรพื้นผิวและต้นแบบไบโอเซนเซอร์ไร้สายสำหรับตรวจวัดการเจริญของจุลชีพก่อโรค, ปัณณวิชญ์ ถิรบวรกิจพิธาน Jan 2018

การพัฒนาแบบจำลองเซลล์ลำไส้ของมนุษย์บนกระดาษที่มีการดัดแปรพื้นผิวและต้นแบบไบโอเซนเซอร์ไร้สายสำหรับตรวจวัดการเจริญของจุลชีพก่อโรค, ปัณณวิชญ์ ถิรบวรกิจพิธาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้เป็นการนำเสนองานวิจัย การพัฒนาวิธีการใหม่เพื่อควบคุมและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ โดยประกอบด้วยเนื้อหาสำคัญสองส่วน ได้แก่ (i) การพัฒนาแบบจำลองเซลล์ลำไส้ของมนุษย์ที่เพาะเลี้ยงบนกระดาษที่มีการดัดแปรพื้นผิว เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษากลไกการบุกรุกของเชื้อจุลชีพก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร และ (ii) การพัฒนาต้นแบบไบโอเซนเซอร์แบบไร้สายเพื่อการตรวจติดตามการเจริญของเชื้อจุลชีพก่อโรค โดยในส่วนแรก เซลล์ลำไส้ของมนุษย์ HT-29 จำนวน 200,000 เซลล์ ถูกเพาะเลี้ยงในบริเวณชอบน้ำของกระดาษกรอง Whatman No.1 โดยกระดาษถูกดัดแปรพื้นผิวด้วยสารแมทริกซ์นอกเซลล์ (Extracellular matrix: ECM) ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ Matrigel, Collagen-1 และ Laminin พื้นที่เพาะเลี้ยงเซลล์มีขนาด 12.56 ตารางมิลลิเมตร ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม เซลล์ HT-29 ที่ถูกเพาะเลี้ยงบนกระดาษ มีชีวิตรอดได้ถึง 28 วัน และแสดงลักษณะของเซลล์ที่เจริญเต็มที่ โดยมีการแสดงออกของวิลไล (villi) ที่ผิวเซลล์ด้านบน (apical) และมีการแสดงออกของโปรตีน ZO-1 ซึ่งแสดงถึงเซลล์มีการสร้างไทต์จังก์ชันเกิดขึ้น จากการใช้สารเชื่อมพันธะสำหรับเชื่อมพันธะ ECM แต่ละชนิด พบว่าเมื่อใช้สารเจนิพินในการเชื่อมพันธะ เซลล์มีชีวิตรอดทั้งหมด (100 -112.8%) ในขณะที่มีเพียง 1.1 - 67.3 % ของเซลล์รอดชีวิต หากใช้สารกลูตารัลดีไฮด์ในการเชื่อมพันธะ แต่การใช้สารเชื่อมพันธะทั้งสองชนิด ทำให้เซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวมีรูปร่างแบบสามมิติได้ เมื่อสังเกตด้วย SEM เซลล์มีลักษณะแบน การดัดแปรพื้นผิวกระดาษด้วยสาร ECM ชนิด Matrigel ส่งผลให้เซลล์มีชีวิตรอดมากที่สุดและสาร ECM ชนิด Laminin ทำให้เซลล์เกิดการแปรสภาพ (cell differentiation) ได้ดีที่สุด งานวิจัยส่วนที่ 2 เป็นการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ไร้สายสำหรับติดตามการเจริญของเชื้อจุลชีพก่อโรค ได้แก่ เชื้อ Escherichia coli, Staphylococcus aureus, Pseudomonas aeruginosa, Streptococcus gordonii และ Candida albicans พบว่าเชื้อดังกล่าวสามารถสร้างไบโอฟิล์มบนผิวของขั้วไฟฟ้าคาร์บอนอสัณฐาน (glassy carbon electrode) และสามารถให้ค่าศักย์ไฟฟ้าที่เป็นลบได้ …


The Effect Of Nac And Carnosine On Alzheimer’S Disease-Related In Vitro Model Through Rage-Age Signaling Pathway, Suphasarang Sirirattanakul Jan 2018

The Effect Of Nac And Carnosine On Alzheimer’S Disease-Related In Vitro Model Through Rage-Age Signaling Pathway, Suphasarang Sirirattanakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Alzheimer’s disease (AD) is the most common dementia which found increasing with age. It involves neurodegeneration which leads to various abnormalities especially memory loss, inability to learn new things, lack of creativity, lack of decision making ability, lack of critical thinking, calculation inability, inability to live normal daily life, inability to recognize person, time and place, emotional disturbance, and difficulty to use language. Since AD has severe impact in various aspects on both the patients and their families, so we are interested to study the neurodegenerative mechanism when neuronal cells are under oxidative stress which will induce neuroinflammation through the …


การศึกษาผลของการที่แม่ได้รับบิสฟีนอลเอต่อทรานสคริปโตมและอินเทอร์แอกโตมของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมในเซลล์ระบบประสาทของลูกหนู, สุรางค์รัตน์ ทองกร Jan 2017

การศึกษาผลของการที่แม่ได้รับบิสฟีนอลเอต่อทรานสคริปโตมและอินเทอร์แอกโตมของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมในเซลล์ระบบประสาทของลูกหนู, สุรางค์รัตน์ ทองกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรคออทิซึมสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder, ASD) คือ โรคทางพัฒนาการระบบประสาทที่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงโดยไม่ทราบสาเหตุ สาเหตุการเกิดโรคออทิซึมสเปกตรัมยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดแต่การได้รับบิสฟีนอลเอขณะตั้งท้องมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคออทิซึมสเปกตรัมในลูกหนู อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาแน่ชัดว่าการได้รับบิสฟีนอลเอขณะตั้งท้องส่งผลต่อการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อวิเคราะห์แบบแยกเพศ ในการศึกษาครั้งนี้ ทางคณะผู้วิจัยจึงทำการศึกษาผลของการได้รับบิสฟีนอลเอในขณะตั้งท้องต่อการแสดงออกของยีนในสมองและความเกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมรวมไปถึงหน้าที่ของเซลล์ระบบประสาท ในการทำนายว่าการได้รับบิสฟีนอลเอสามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนและมีความสัมพันธ์กับโรคออทิซึมสเปกตรัมหรือไม่ ทางผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์แบบ meta-analysis โดยใช้ข้อมูลการแสดงออกของยีนที่ผิดปกติจากการได้รับบิสฟีนอลเอที่ได้ตีพิมพ์ไปแล้วและใช้การวิเคราะห์แบบ hypergeometric distribution หาความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มยีนดังกล่าวกับรายชื่อยีนจากฐานข้อมูลโรคออทิซึมสเปกตรัมต่าง ๆ สำหรับการศึกษาถึงผลของการได้รับบิสฟีนอลเอขณะตั้งท้องต่อการแสดงออกของยีนที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมนั้น คณะผู้วิจัยได้นำสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่แยกได้จากลูกหนูที่แม่ได้รับบิสฟีนอลขณะตั้งท้องมาวิเคราะห์ทางทรานสคริปโตมิกส์ด้วยเทคนิค RNA-seq และใช้โปรแกรม Ingenuity Pathway Analysis วิเคราะห์อินเตอร์แอกโตมและบทบาทหน้าที่ทางชีวภาพของกลุ่มยีนที่มีการแสดงออกผิดปกติ ยีนที่มีความสัมพันธ์กับโรคออทิซึมสเปกตรัมถูกคัดเลือกเพื่อยืนยันด้วยเทคนิค quantitative RT-PCR นอกจากนี้เซลล์ระบบประสาทที่แยกได้จากลูกหนูถูกนำมาเพาะเลี้ยงเพื่อศึกษาความยาวของสายใยประสาท การศึกษาพบว่า จากการวิเคราะห์ทาง meta-analysis ยีนที่มีการแสดงออกผิดปกติจากการได้รับบิสฟีนอลเอมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับหน้าที่และโรคออทิซึมสเปกตรัม การวิเคราะห์ RNA-seq ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่แยกได้จากลูกหนูที่แม่ได้รับบิสฟีนอลเอขณะตั้งท้องพบว่ายีนที่มีการแสดงออกผิดปกติมีความสัมพันธ์กับโรคออทิซึมสเปกตรัม เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่ากลุ่มยีนที่เคยมีการรายงานว่ามีความผิดปกติในโรคออทิซึมสเปกตรัม ได้แก่ Auts2 Foxp2 และ Smarcc2 แสดงออกผิดปกติอย่างจำเพาะต่อเพศ การวิเคราะห์เชิงอินเตอร์แอกโตมพบว่ายีนที่มีการแสดงออกผิดปกติจากการได้รับบิสฟีนอลเอมีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญกับบทบาทหน้าที่ทางระบบประสาทที่เคยมีรายงานในผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัม การวิเคราะห์ความยาวของสายใยประสาทพบว่าการได้รับบิสฟีนอลเอส่งเสริมความยาวของสายใยประสาทและการแตกแขนงของสายใยประสาทแต่ลดขนาดของตัวเซลล์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าการได้รับบิสฟีนอลเอขณะตั้งท้องส่งผลต่อการแสดงออกที่ผิดปกติของยีนในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสและกลุ่มยีนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมและแสดงออกจำเพาะในแต่ละเพศประกอบกับการได้รับบิสฟีนอลเอขณะตั้งท้องส่งเสริมความยาวของสายใยประสาท การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการได้รับบิสฟีนอลเอขณะตั้งครรภ์อาจเป็นสาเหตุหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคออทิซึมสเปกตรัมและอาจจะเป็นหลักฐานที่อธิบายถึงความชุกของโรคนี้ในเพศชายที่มากกว่าเพศหญิงซึ่งควรศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต


Mechanisms Of Thai Medicinal Plant Extracts On The Attenuation Of Glutamate-Mediated Neurotoxicity, Anchalee Prasansuklab Jan 2017

Mechanisms Of Thai Medicinal Plant Extracts On The Attenuation Of Glutamate-Mediated Neurotoxicity, Anchalee Prasansuklab

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As the world population ages, neurodegenerative diseases, particularly Alzheimer's disease, are becoming a major public health concern with increasing incidence and prevalence worldwide while no cure currently exists. To challenge this situation, herbal medicine may provide a potential alternative treatment as use of natural-derived substances has been proven to be effective in the prevention and/or treatment of several diseases. During the past decades, increasing evidence has implicated excessive glutamate levels in the pathway of neuronal cell death. Thailand is a place known for cultivating a variety of tropical plants and herbs, so far many of them have never been examined …


การศึกษาเครือข่ายควบคุมยีนโดยภาวะเหนือพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมด้วยการวิเคราะห์ระดับเมธิเลชันของดีเอ็นเอเคลื่อนที่ Alu, ธนิต แซ่หลิ่ว Jan 2017

การศึกษาเครือข่ายควบคุมยีนโดยภาวะเหนือพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิซึมสเปกตรัมด้วยการวิเคราะห์ระดับเมธิเลชันของดีเอ็นเอเคลื่อนที่ Alu, ธนิต แซ่หลิ่ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรคออทิซึมสเปกตรัมเป็นกลุ่มโรคของความผิดปกติของพัฒนาการทางระบบประสาทที่มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย การศึกษาก่อนหน้าพบว่าในเลือดของผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมจะรูปแบบการแสดงออกของยีนแตกต่างจากคนปกติ และยังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของปฏิกิริยาเมธิเลชันบนดีเอ็นเอในเลือดและสมองของผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมซึ่งปฏิกิริยาดีเอ็นเอเมธิเลชันเป็นกลไกที่ควบคุมการแสดงออกของยีน และยังเป็นกลไกที่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ดีเอ็นเอเคลื่อนที่ Alu หรือ Alu elements เป็นดีเอ็นเอส่วนที่มีจำนวนซ้ำ ๆ ในจีโนม และสามารถเหนี่ยวนำการแสดงออกของยีนได้ผ่านกลไกเมธิเลชันของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ควบคุมอัตราการเพิ่มจำนวนตนเองในจีโนม โดย Alu elements มีสัดส่วนการเกิดปฏิกิริยาเมธิเลชันสูงถึงร้อยละ 23 ของปฏิกิริยาเมธิเลชันที่เกิดขึ้นทั้งหมดบนจีโนมของมนุษย์ อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีผู้ทำการศึกษาว่ากลุ่มยีนที่แสดงออกผิดปกติในผู้ป่วยโรคออทิซึมสเปกตรัมนั้นมีความเกี่ยวข้องกับ Alu elements หรือไม่ ในงานวิจัยนี้ผู้ทำวิจัยได้ทำการค้นพบว่ากลุ่มยีนที่มี Alu elements แทรกตัวอยู่มีระดับแสดงออกของยีนที่ผิดปกติในเลือด หรือเซลล์ไลน์ที่พัฒนามาจากเลือดของผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมผ่านการวิเคราะห์แบบ meta-analysis และโดยผู้ทำวิจัยพบว่ามียีนจำนวน 423 ยีนที่มีการแสดงออกผิดปกติซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์หาบทบาทหน้าที่ทางชีวภาพของกลุ่มยีนเหล่านี้ด้วยเครื่องมือชีวสารสนเทศ พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนาการของระบบประสาท และมีความเกี่ยวกับโรคที่มีความผิดปกติคล้ายกับโรคออทิซึมสเปกตรัม และนอกจากนี้ผลการศึกษาในเซลล์โมเดลจากผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของระดับและรูปแบบการเกิดปฏิกิริยาเมธิเลชันของ Alu elements ในผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมกลุ่มย่อยที่ผ่านการจัดจำแนกกลุ่มผู้ป่วยด้วยข้อมูลแบบสอบถามทางพฤติกรรมสำหรับการวินิจฉัยผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัม สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์รูปแบบการแสดงออกของยีนในผู้ป่วยกลุ่มที่มีระดับเมธิเลชันผิดปกติจะมีรูปแบบการแสดงออกของยีนที่มี Alu elements แทรกตัวอยู่ผิดปกติด้วย ซึ่งข้อมูลการค้นพบใหม่นี้ได้แสดงให้เห็นความถึงสัมพันธ์ระหว่างระดับปฏิกิริยาเมธิเลชันของ Alu elements กับความผิดปกติของระดับการแสดงออกของยีนในผู้ป่วยออทิซึมสเปกตรัมเมื่อมีการจัดจำแนกผู้ป่วยตามลักษณะอาการพฤติกรรมทางคลินิก ซึ่งอาจใช้อธิบายความผิดปกติทางชีวโมเลกุลที่จำเพาะในผู้ป่วยแต่ละกลุ่มได้ และอาจพัฒนาเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดของโรคออทิซึมสเปกตรัมในอนาคตได้