Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Life Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 541 - 570 of 2360

Full-Text Articles in Life Sciences

การพัฒนาเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ณภัทร เหมภัทรสุวรรณ Jan 2021

การพัฒนาเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์, ณภัทร เหมภัทรสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูงจากโปรตีนเวย์ โดยใช้โปรตีนเวย์ไอโซเลท (whey protein isolate; WPI) เป็นแหล่งของโปรตีน ใช้เจลาติน (gelatin; GT) และบุก (konjac glucomannan; KGM) เป็นสารที่ทำให้เกิดเจล ในขั้นต้น พัฒนาสูตรเครื่องดื่มเยลลี่ที่มีโปรตีน 2 ระดับ คือร้อยละ 6 และร้อยละ 10 (โดยน้ำหนัก) โดยมีส่วนประกอบของสารปรับกรด (กรดซิตริก:กรดมาลิก; 1:1) สารให้ความหวาน (ซูคราโลส:อะซิซัลเฟม โพแทสเซียม; 1:1) และสารให้กลิ่นรส ร้อยละ 0.025 (โดยน้ำหนัก) ในสูตรเครื่องดื่มเยลลี่ทั้งสอง 2 ความเข้มข้น จากนั้นแปรอัตราส่วนของสารที่ทำให้เกิดเจล (GT:KGM) ที่ความเข้มข้นร้อยละ 1.5 (โดยน้ำหนัก) เป็น 5 อัตรส่วน ได้แก่ 100:0 75:25 50:50 25:75 และ 0:100 เพื่อวิเคราะห์สมบัติทางเคมีกายภาพและลักษณะทางประสาทสัมผัส ในการคัดเลือกตัวอย่างเครื่องดื่มเยลลี่โปรตีนสูง 2 ระดับ พบว่าเครื่องดื่มเยลลี่ที่มีโปรตีนร้อยละ 6 และ 10 (โดยน้ำหนัก) ถูกเลือกจากคะแนนความชอบโดยรวมของผลิตภัณฑ์สูงสุดที่มีนัยสำคัญ (p £ 0.05) จากผู้ทดสอบจำนวน 30 คน ซึ่งได้อัตราส่วนที่เหมาะสมของ GT:KGM ที่ 75:25 และ 25:75 ตามลำดับ โดยมีปริมาณของแข็งทั้งหมดเท่ากับ 9.10 และ 12.50 °Brix ค่า pH เท่ากับ 3.41 และ 3.43 ค่าความแข็งแรงของเจลเท่ากับ 58.02 และ 35.00 g (force) และความสามารถในการอุ้มน้ำเท่ากับร้อยละ 93.00 และ 83.90 ตามลำดับ ทั้งนี้สมบัติทางการไหลของเครื่องดื่มเยลลี่ที่มีโปรตีนร้อยละ 6 …


Biotransformation Of Bioactive Compounds From Sonchus Arvensis L. And Pterocarpus Macrocarpus Kurz. By Aspergillus Niger, Dwi Kusuma Wahyuni Jan 2021

Biotransformation Of Bioactive Compounds From Sonchus Arvensis L. And Pterocarpus Macrocarpus Kurz. By Aspergillus Niger, Dwi Kusuma Wahyuni

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In recent years, microbial transformation is progressing significantly from a limited interest in the highly active area in green chemistry, including the preparation of pharmaceutical compounds. Many biotransformation studies have been found in a variety of analogous compounds and exhibited more potent pharmacological activities. The objectives of this study are (i) to isolate and identify bioactive compounds from Sonchus arvensis L. and Pterocarpus macrocarpus Kurz., (ii) to transform selected bioactive compounds from S. arvensis L. and P. macrocarpus Kurz. by Aspergillus niger, (iii) to determine bioactivities of selected bioactive compounds from Sonchus arvensis L. and Pterocarpus macrocarpus Kurz. before and …


Effects Of Integrin Subtypes On Migration And Invasion In Primary Lung Cancer Cells In Advanced Stage And Inhibitory Effect Of Millettocalyxin B, Pennapa Lafauy Jan 2021

Effects Of Integrin Subtypes On Migration And Invasion In Primary Lung Cancer Cells In Advanced Stage And Inhibitory Effect Of Millettocalyxin B, Pennapa Lafauy

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Integrin-targeting compounds have shown clinically significant benefits in many patients. Here, we examined the activity of millettocalyxin B, extracted from the stem bark of Millettia erythrocalyx, in lung cancer cells. The viability of human lung cancer cell was investigated by the 3-(4,5- dimethylthiazol-2-yl)-2,5diphenyl tetrazoliumbromide (MTT) assay. Migration and invasion assays were performed. Phalloidin-rhodamine staining was used to determine the formation of filopodia. Western blot analysis was used to identify the signaling proteins involved in migration regulation. Non-toxic concentrations (0-25 μM) of millettocalyxin B reduced migration and invasion of lung cancer A549 cells. Filopodia were significantly reduced in millettocalyxin B treated …


การคัดแยกสายพันธุ์จุลินทรีย์และกระบวนการผลิตเซลลูโลสจากแบคทีเรียที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ โพรไบโอติกโดยใช้น้ำสับปะรด, ชญาภรณ์ ตันติธรรม Jan 2021

การคัดแยกสายพันธุ์จุลินทรีย์และกระบวนการผลิตเซลลูโลสจากแบคทีเรียที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ โพรไบโอติกโดยใช้น้ำสับปะรด, ชญาภรณ์ ตันติธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแนวทางการใช้สับปะรดตกเกรดผลิตเซลลูโลสจากแบคทีเรียที่อุดมด้วยจุลินทรีย์โพรไบโอติก เพื่อเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชั่น งานวิจัยประกอบด้วย (i) ประเมินความเป็นไปได้ในการใช้น้ำสับปะรดเต็มส่วน (pH 4.0) เพื่อผลิต Bacterial cellulose (BC) โดยเติมเพียงแอมโมเนียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟต (0.6 % (w/v)) สำหรับชักนำการทำงานของเอนไซม์ cellulose synthase โดยทดลองหมักด้วยแบคทีเรียมาตรฐาน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ Gluconacetobacter xylinus TISTR 1064 (ATCC 23767), Komagataeibacter xylinus TISTR 086, K. xylinus TISTR 428 และ K. xylinus TISTR 1061 พบว่า แต่ละสายพันธุ์ผลิต BC ในน้ำสับปะรดได้แตกต่างกัน โดย TISTR 428 ผลิต BC ได้มากที่สุด (105.10±0.08 g/L) (p<0.05) จึงเลือกมาประเมินสภาวะการหมัก โดยแปรพื้นที่ผิวสัมผัสอากาศ และปริมาตรของน้ำสับปะรด พบว่า ค่า BC yield (y) มีความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงกับอัตราส่วนระหว่างพื้นที่ผิวสัมผัสอากาศต่อปริมาตรน้ำหมัก (x) ดังสมการ y =19.422x + 25.936 (R2 = 0.9346) และพบว่า เมื่ออัตราส่วนระหว่างพื้นที่ผิวสัมผัสอากาศต่อปริมาตรของน้ำหมักเพิ่มขึ้น Hardness และ Cohesiveness มีค่าลดลง (p<0.05) ในขณะที่ Springiness, Gumminess และ Chewiness มีค่าเพิ่มขึ้น (p<0.05) (ii) คัดแยกแบคทีเรียผลิต BC เพื่อพัฒนาเป็นสายพันธุ์จำเพาะในการหมักน้ำสับปะรด โดยคัดแยกจากน้ำหมักสมุนไพรที่มีส่วนผสมของน้ำและ/หรือเนื้อสับปะรดที่มีอายุการหมัก 8 ปี 5 ปี และ 10 เดือน พบว่า สามารถคัดแยกแบคทีเรียที่มีสมบัติสร้างสารคล้าย BC ในน้ำสับปะรดทั้งหมด 4 ไอโซเลท จากน้ำหมักอายุ 10 เดือน เมื่อระบุชนิดด้วยการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ตำแหน่ง 16s rDNA/RNA พบว่า ไอโซเลท K1, K4, K8 และ K3 ที่สร้างสารคล้าย BC คือ Kodamaea ohmeri (98.33%) Acinetobacter sp. (73.97%) Enterobacter cloacae (82.31%) และ G. xylinus (80.16%) ตามลำดับ เลือก K3 ที่มีสมบัติทางจีโนไทป์ที่ตรงกับสายพันธุ์ทางการค้า และเมื่อนำมาศึกษาสมบัติการสร้าง BC ในน้ำสับปะรด พบว่า สามารถสร้าง BC ได้มากกว่าและเร็วกว่าสายพันธุ์ TISTR ถึง 2 เท่า จึงนำไอโซเลท K3 มาพัฒนาเป็นสายพันธุ์จำเพาะในการผลิต BC ในน้ำสับปะรด โดยเพาะเลี้ยงภายใต้สภาวะที่ประเมินได้จาก (i) และแปรปริมาณแหล่งคาร์บอน (ซูโครส) ปริมาณแหล่งไนโตรเจน (เพพโทน) และปริมาณสารชักนำ (โซเดียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟต) โดยใช้แผนการทดลองแบบ 3x2x2 แฟคทอเรียล พบว่า สภาวะที่มีปริมาณซูโครส เพพโทน และโซเดียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟตที่ความเข้มข้น 5, 0.5 และ 0 % (w/v) ตามลำดับ มีปริมาณ BC ภายหลังการหมักสูงที่สุด (188.27±0.50 g/L) BC ที่ได้มีปริมาณความชื้นและค่า Aw สูงกว่าสภาวะอื่น (p<0.05) และเมื่อวิเคราะห์เนื้อสัมผัส (Texture profile analysis) พบว่า มีค่า Hardness ต่ำที่สุด และค่า Springiness สูงที่สุด น้ำสับปะรดหลังหมักประกอบด้วย กรดอินทรีย์หลักมากที่สุด คือ กรดซิตริก กรดมาลิก และกรดแอซิติก ตามลำดับ น้ำตาลประกอบด้วยฟรักโทสมากที่สุด รองลงมา คือ กลูโคส และซูโครส ตามลำดับ อีกทั้งมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกสูงที่สุด (p<0.05) และมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นสูงที่สุด (p<0.05) (iii) นำสภาวะที่ประเมินได้จาก (ii) มาใช้ในการผลิต BC ที่อุดมด้วยโพรไบโอติก โดยการเพาะเลี้ยง K3 ร่วมกับจุลินทรีย์ Lactobacillus plantarum FTCU10621 พบว่า BC ที่ได้มีปริมาณน้อยลง (26.40±0.80 g/L) และเป็น young BC และตรวจวัด L. plantarum FTCU10621 ในส่วน BC พบจำนวน 8.42±0.52 log CFU/g BC และในน้ำสับปะรดจำนวน 8.33±0.03 log CFU/ml ภาพถ่ายทางสัณฐานวิทยาของผิวหน้า BC พบเซลล์โพรไบโอติกถูกตรึงอยู่ใน BC คิดเป็น 7.08 log cell/g BC เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างทางเคมีของ BC ด้วยเทคนิค FTIR พบว่า สเปกตรัม IR ของหมู่ไฮดรอกซิลมี % transmittance ต่ำ ส่งผลให้ BC มีลักษณะอ่อนนุ่ม และน้ำสับปะรดหลังหมักประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลักมากที่สุด คือ กรดแลคติก กรดซิตริก กรดซัคซินิค และกรดมาลิก ตามลำดับ น้ำตาลประกอบด้วยฟรักโทสมากที่สุด รองลงมา คือ กลูโคส และซูโครส ตามลำดับ


Expression And Characterization Of Dextransucrase From Leuconostoc Citreum Abk-1, Kakuttapun Bulan Jan 2021

Expression And Characterization Of Dextransucrase From Leuconostoc Citreum Abk-1, Kakuttapun Bulan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Dextransucrase is an enzyme in the glycoside hydrolase 70 family that catalyze the hydrolysis of sucrose to fructose and glucose, the glucose residues are transferred to synthesize dextran via transglycosylation reaction. Dextransucrase from Leuconostoc citreum ABK-1 (Lcdextransucrase ), which has 99.5% homology with dextransucrase in the NCBI database, was cloned, expressed, and purified. The size of the Lcdextransucrase was predicted by ExPASy and the result showed that its size was 168 kDa with a pI of 5.15. Protein expression was confirmed by western blot analysis. Lcdextransucrase was purified through Ni-sepharose coupled with DEAE anion exchange column chromatography to approximately 80% …


Biological Properties Of Marigold Flower Extract And Its Microcapsule, Nilar Oo Jan 2021

Biological Properties Of Marigold Flower Extract And Its Microcapsule, Nilar Oo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focuses on the optimization of ultrasound-assisted extraction (UAE) conditions of marigold flower extract (MFE) using response surface methodology (RSM) and to produce microcapsule using spray drying with different wall materials and ratios. The extraction factors including temperature (30-50 ℃), time (5 -15 min), and ethanol concentration (60 - 100% v/v) were investigated. The optimum condition was investigated according to the maximum concentration of total phenolic, total flavonoid, total carotenoid, and antioxidant activity determined by 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) free radical and ferric reducing antioxidant power (FRAP) assay. The optimized extraction conditions were temperature (40 ℃), time (15 min), and ethanol …


การวิเคราะห์ปัจจัยสำหรับการเกิดคราบบนแม่พิมพ์ระหว่างวัลคาไนเซชันยางด้วยการออกแบบการทดลองเชิงแฟกทอเรียล, สิรีธร อุตมโชติ Jan 2021

การวิเคราะห์ปัจจัยสำหรับการเกิดคราบบนแม่พิมพ์ระหว่างวัลคาไนเซชันยางด้วยการออกแบบการทดลองเชิงแฟกทอเรียล, สิรีธร อุตมโชติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยางพบปัญหาจากการเกิดชิ้นงานที่มีจุดบกพร่อง เช่น พอง ฉีกขาด แผล และคราบ โดยชิ้นงานที่เป็นคราบ คือ ชิ้นงานที่ผิวที่ไม่เรียบและต้องหยุดการผลิตเพื่อนำแม่พิมพ์ไปทำความสะอาด ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น สาเหตุของการเกิดคราบถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีการออกแบบการทดลองเชิงแฟกทอเรียลเพื่อหาความสำคัญทางสถิติของแต่ละตัวแปร โดยตัวแปรที่ศึกษาได้แก่ เวลาที่ใช้ในการขึ้นรูป ปริมาณซิงค์ออกไซด์ ปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนต และอัตราส่วนโดยน้ำหนักของน้ำยาถอดแบบต่อน้ำปราศจากไอออน จากผลการทดลองเชิงแฟกทอเรียล พบว่าเวลาที่ใช้ในการขึ้นรูปและอัตราส่วนโดยน้ำหนักของน้ำยาถอดแบบต่อน้ำปราศจากไอออน คือ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ชิ้นงานเกิดคราบ เนื่องจากการใช้เวลาในการขึ้นรูปที่นานขึ้น ทำให้ยางเกิดระดับการวัลคาไนเซชันเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้แรงยึดติดระหว่างชิ้นงานกับแม่พิมพ์ลดลง ส่งผลให้ทำให้มีคราบที่เกิดขึ้นลดลง และเมื่ออัตราส่วนโดยน้ำหนักของน้ำยาถอดแบบต่อน้ำปราศจากไอออนที่ 1:100 พบว่ามีชิ้นงานที่เป็นคราบลดลง เนื่องจากน้ำยาถอดแบบทำให้ผิวของแม่พิมพ์มีความลื่น จึงทำให้ไม่มีสิ่งตกค้างหลงเหลืออยู่ที่สามารถนำไปสู่การเกิดคราบบนผิวของแม่พิมพ์ได้ โดยแนวโน้มของการเกิดคราบต่อการปรับเปลี่ยนเวลาในการขึ้นรูปและอัตราส่วนของน้ำยาถอดแบบได้มาจากการทดลองเชิงเดี่ยว พบว่าเมื่อเวลาการขึ้นรูปมากขึ้นจาก 350 ไปเป็น 450 วินาที และอัตราส่วนโดนน้ำหนักของน้ำยาถอดแบบต่อน้ำปราศจากไอออนจาก 1:450 ไปเป็น 1:250 ทำให้มีชิ้นงานที่เป็นคราบลดลง


Effect Of Drying Process On Functional Properties Of Chicken Breast Powder And Application In High Protein Pancake, Kiatkhajorn Thassanasuttiwong Jan 2021

Effect Of Drying Process On Functional Properties Of Chicken Breast Powder And Application In High Protein Pancake, Kiatkhajorn Thassanasuttiwong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Drying is one of food preservative methods. However, several drying methods are applied using different drying conditions and techniques that could affect the quality and functional properties of dried products. Chicken breast powder is an upcoming alternative high protein source to replace the consumption of whey protein powder, especially Asian people who are lactose intolerant. Therefore, this presentation aimed to prepare and compare three types of dried chicken breast powder produced from different drying methods. Physical properties of low lactose and protein rich pancakes using chicken breast powder were then determined. There are three drying methods all operated at 65 …


Neuroprotective Effects Of Farnesol On Motor And Cognitive Impairment Against 3- Nitropropionic Acid-Induced Huntington’S Disease, S. Deepa, Emdormi Rymbai, T. K. Praveen, J. Saravanan Jan 2021

Neuroprotective Effects Of Farnesol On Motor And Cognitive Impairment Against 3- Nitropropionic Acid-Induced Huntington’S Disease, S. Deepa, Emdormi Rymbai, T. K. Praveen, J. Saravanan

The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences

Objective: The purpose of this study is to evaluate the role of farnesol as a potential neuroprotective agent against 3-nitropropionic acid (3-NP) acid-induced Huntington’s disease (HD) by in vitro, in vivo, and in silico models. 3-NP acid-induced Huntington’s disease in male Wistar rats was used to evaluate the neuroprotective potential of farnesol. Materials and Methods: 3-NP (10 mg/kg/day) was used for the induction of disease, followed by treatment with 50 mg/kg and 100 mg/kg of farnesol for 7 days. The effect of farnesol on motor symptoms was evaluated using actophotometer and rotarod apparatus and effect of farnesol on learning and …


Diet Analysis Of Kitti’S Hog-Nosed Bat Craseonycteris Thonglongyai Hill, 1974 Using Next Generation Sequencing Technique, Monsicha Wangthongchaicharoen Jan 2021

Diet Analysis Of Kitti’S Hog-Nosed Bat Craseonycteris Thonglongyai Hill, 1974 Using Next Generation Sequencing Technique, Monsicha Wangthongchaicharoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Kitti's hog-nosed bat Craseonycteris thonglongyai, Hill 1974 was a vulnerable species in IUCN Red List of Threatened Species in 2008. However, this species was reassessed to be near threatened species due to roosting caves discovery resulted in the increased total population size. Despite that, disturbance on its roosting and foraging sites from human activities are still occurred. Previous studies proposed that Kitti’s hog-nosed bats forage using familiar flight path within short distance from roosting cave. The foraging bouts were also short. Thus, there is a limitation on food availability in this bat species. Moreover, bats in different sexes and reproductive …


การตรวจหาดีเอ็นเอเพศชายจากตัวอย่างน้ำซับช่องคลอด โดยเทคนิคลูปมีดิเอเตดไอโซเทอร์มอลแอมพลิฟิเคชัน, สุนิตา ชุณห์กุล Jan 2021

การตรวจหาดีเอ็นเอเพศชายจากตัวอย่างน้ำซับช่องคลอด โดยเทคนิคลูปมีดิเอเตดไอโซเทอร์มอลแอมพลิฟิเคชัน, สุนิตา ชุณห์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คดีข่มขืนกระทำชำเราเป็นคดีอาญาที่เกิดขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย การตรวจสอบหลักฐานในตัวอย่างสิ่งส่งตรวจคดีข่มขืนกระทำชำเราทางนิติวิทยาศาสตร์ต้องผ่านการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ โดยในปัจจุบันใช้วิธีการตรวจคัดกรอง (screening test) ด้วยเอนไซม์แอซิดฟอสฟาเตส และการตรวจสอบยืนยัน (confirmatory test) ด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์หาอสุจิ ซึ่งทั้ง 2 วิธีมีความจำเพาะและความไวสูง แต่มีข้อจำกัดและโอกาสในการเกิดผลบวกหรือผลลบเทียมได้ เพื่อเพิ่มความสามารถและลดข้อผิดพลาดจากการตรวจ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอเพศชายจากตัวอย่างน้ำซับช่อคลอดโดยเทคนิคลูปมีดิเอเตดไอโซเทอร์มอลแอมพลิฟิเคชัน (LAMP) ที่มีความไวสูงและสามารถทำซ้ำแล้วให้ผลตรงกัน โดยออกแบบไพรเมอร์ที่จำเพาะกับยีนอเมโลจีนินวายเพื่อใช้ในการตรวจหาดีเอ็นเอเพศชายจากตัวอย่างน้ำซับช่องคลอดด้วยเทคนิค LAMP ผลการศึกษาพบว่าเทคนิค LAMP มีความไวสูงในการตรวจหาดีเอ็นเอเพศชายปริมาณตั้งแต่ 0.1 นาโนกรัมขึ้นไป ความจำเพาะในการตรวจสอบต่อดีเอ็นเอเป้าหมายสูงโดยแสดงผลบวกในกรณีที่ตรวจพบดีเอ็นเอมนุษย์เพศชายเท่านั้น ซึ่งไม่มีการแสดงผลในดีเอ็นเอมนุษย์เพศหญิง และดีเอ็นเอสัตว์ (หนูเม้าส์ หนูแรท และหมู) นอกจากนั้น ผลจากการตรวจสอตัวอย่างในคดีข่มขืนที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยจำนวน 92 ตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่าเทคนิค LAMP มีความแม่นยำในการตรวจสอบสูงถึงร้อยละ 96.7 ซึ่งแม่นยำกว่าการตรวจสอบด้วยชุดน้ำยาแอซิดฟอสฟาเตสและการตรวจหาอสุจิด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่มีความถูกต้องในการตรวจสอบร้อยละ 57.6 และ 79.3 ตามลำดับ และสามารถใช้สารสีฟีนอลเรดในการตรวจสอบการเกิดปฏิกิริยาของเทคนิค LAMP จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเทคนิค LAMP สามารถใช้เป็นวิธีทางเลือกในการตรวจสอบเบื้องต้นสำหรับคดีข่มขืนได้


Nutritional Value And Functional Properties Of Moringa Oleifera Leaf Protein Concentrate, Annelise Ida Halafihi Jan 2021

Nutritional Value And Functional Properties Of Moringa Oleifera Leaf Protein Concentrate, Annelise Ida Halafihi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Moringa oleifera leaf is considered an inexpensive source of protein. As leaf protein concentrate (LPC), protein content offered is higher and easier for use than in leaf. Therefore, this study aimed to prepare moringa leaf protein concentrate (MoLPC) from dried moringa leaves, compare their physico-chemical and functional properties and determine enhanced nutritional value of pancakes fortified with MoLPC compared to unfortified pancake. Using two varieties (Thai (TMo) and Indian (IMo) moringa from Nan area), LPC from each variety was prepared by alkali solubilization (pH 9) followed by acid-precipitation at pH 4.5. Effects of heat on the protein precipitation was studied …


Preparation Of Encapsulated Konjac Glucomannan-Based Fish Oil And Its Use In High Pressure Processed Goat Milk, Siriwan Suknicom Jan 2021

Preparation Of Encapsulated Konjac Glucomannan-Based Fish Oil And Its Use In High Pressure Processed Goat Milk, Siriwan Suknicom

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study was divided into 3 parts. The objective of first part aims to investigate the effect of konjac glucomannan (KGM) solution (0.02-0.5%, w/w) at different pH (3, 5 and 9) on the stability between 5% fish oil- skim milk with and without casein emulsion. The second part aims to study the effects of konjac glucomannan (KGM) solution (0.02-0.5%, w/w) at different pH (3-10) on the stability of 5%fish oil-milk emulsion. And the last part aims to study the effect of high-pressure (400, 500 and 600 MPa) on the improvement of the stability of 5%fish oil-milk emulsion. The results of …


Effects Of Low Degree Of High Ambient Temperature On Neural Pathways From Median Preoptic Nucleus To Arcuate Nucleus In Related To Food Intake., Pornsiri Suwannapaporn Jan 2021

Effects Of Low Degree Of High Ambient Temperature On Neural Pathways From Median Preoptic Nucleus To Arcuate Nucleus In Related To Food Intake., Pornsiri Suwannapaporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

High ambient temperature (HTa) is one important environmental factor that decreases food intake (FI). It is well accepted that high degree HTa induced heat stress decreased FI by the activation of corticotropin-releasing factor (CRF) via hypothalamic pituitary adrenal axis. However, short-term low-degree HTa exposure has been demonstrated to decrease FI earlier than activated physiological and stress responses. This effect was related to the neuronal connection between the median preoptic nucleus (MnPO) and arcuate nucleus (Arc). Therefore, the present study aimed to investigate the effect of short-term low-degree HTa exposure on the activity of hypothalamic Arc in regarding to FI, and …


การย่อยสลายเสริมกันของกลุ่มแบคทีเรียและการประยุกต์ใช้เซลล์ตรึงในการย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน, ณัฐริกา เหล่าธรรมทีป Jan 2021

การย่อยสลายเสริมกันของกลุ่มแบคทีเรียและการประยุกต์ใช้เซลล์ตรึงในการย่อยสลายปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน, ณัฐริกา เหล่าธรรมทีป

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบำบัดน้ำมันรั่วไหลด้วยวิธีทางชีวภาพ เป็นวิธีการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการทำงานเสริมกันของกลุ่มแบคทีเรียในย่อยสลายน้ำมันปิโตรเลียม และพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (polycyclic aromatic hydrocarbons; PAHs) และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ กลุ่มแบคทีเรียตรึง โดยพบว่ากลุ่มแบคทีเรีย OPK ซึ่งประกอบด้วย Mycolicibacterium spp. PO1 และ PO2 Novoshingobium pentaromativorans PY1 และ Bacillus subtilis FW1 ทำงานเสริมกันในการย่อยสลายไพรีน PAHs ผสม อัลเคนสายสั้นและสายยาว และน้ำมันดิบ และสามารถคงประสิทธิภาพสูงภายใต้การแปรผันค่า pH (5.0-9.0) อุณหภูมิ (30-40 องศาเซลเซียส) ความเค็ม (20-60‰) ข้อมูลจีโนมจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ ร่วมกับการทดสอบประสิทธิภาพการย่อยสลาย การทดสอบการสร้างสารลดแรงตึงผิว และ/หรือการวิเคราะห์ ทรานส์คริปโตมิกส์ บ่งชี้ว่า Mycolicibacterium เป็นแบคทีเรียที่มีบทบาทหลักในการย่อยสลาย PAHs และน้ำมันดิบ โดย NidAB เป็นเอนไซม์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการย่อยสลายสารผสมไพรีนและฟลูออแรนทีนซึ่งเป็นตัวแทนของ PAHs มวลโมเลกุลสูง นอกจากนี้ ribosomal protein, iron transporter, ABC transporters และ stress response proteins อาจมีบทบาททำให้สายพันธุ์ PO1 และ PO2 อยู่รอดในสภาวะกดดัน Novosphingobium มีส่วนช่วยในการย่อยสลายสารตัวกลางในวิถีการย่อยสลาย และ Bacillus สร้างสารลดแรงตึงผิว ซึ่งคาดว่าช่วยทำให้แบคทีเรียหลักเข้าถึงสารมลพิษได้ดีขึ้น นอกจากนี้การวิเคราะห์ข้อมูลจีโนมเพิ่มเติม พบยีน alkB และ CYP153 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการย่อยสลายอัลเคนในแบคทีเรียทุกสายพันธุ์ของกลุ่มแบคทีเรีย การพัฒนาต่อยอดกลุ่มแบคทีเรีย OPK ตรึงบนซีโอไลท์สำหรับบำบัดสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนน้ำมันดิบ พบว่า กลุ่มแบคทีเรียตรึงสามารถกำจัดน้ำมันดิบความเข้มข้น 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตรในน้ำทะเลได้ 74 เปอร์เซ็นต์ใน 96 ชั่วโมง และสามารถใช้ซ้ำได้อย่างน้อย 5 รอบ การเติมกลุ่มแบคทีเรียตรึง OPK ในระบบนิเวศจำลองดินทรายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกำจัดน้ำมันดิบ (ความเข้มข้น 10,000 …


Degree Of Genetic Admixture In Hybrid Populations Between Macaca Fascicularis Fascicularis And M. F. Aurea In Association With Stone Tool-Use Behavior, Poompat Phadphon Jan 2021

Degree Of Genetic Admixture In Hybrid Populations Between Macaca Fascicularis Fascicularis And M. F. Aurea In Association With Stone Tool-Use Behavior, Poompat Phadphon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Burmese long-tailed macaque (Macaca fascicularis aurea) is the only Old World monkey that habitually uses stones as tools to access encased food. The natural range of M. f. aurea closely contacts to the common long-tailed macaque (M. f. fascicularis) in southern Thailand at 8°10'-12°24'N, where the intraspecific hybridization between the two subspecies was reported. While M. f. aurea x M. f. fascicularis hybrids were expressed a stone-tool use behavior, the behavior has never been seen in the wild or captive M. f. fascicularis. It is interesting to understand if the genetic factor plays a role on the emergence of this …


การรักษาเสถียรภาพของผงสารสกัดบีตาไซยานินจากเปลือกแก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดง Hylocereus Polyrhizus โดยใช้ไฮโดรคอลลอยด์และการประยุกต์ใช้ในเครื่องดื่มจำลอง, วิถวานี เทพปรียากุลกาล Jan 2021

การรักษาเสถียรภาพของผงสารสกัดบีตาไซยานินจากเปลือกแก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดง Hylocereus Polyrhizus โดยใช้ไฮโดรคอลลอยด์และการประยุกต์ใช้ในเครื่องดื่มจำลอง, วิถวานี เทพปรียากุลกาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบวิธีการสกัดที่เหมาะสมต่อปริมาณสารบีตาไซยานินจากเปลือกแก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดง (Hylocereus polyrhizus) และศึกษาชนิดและความเข้มข้นของสารไฮโดรคอลลอยด์ในการทำแห้งสารสกัดบีตาไซยานินด้วยเทคนิค Freeze drying รวมถึงการประยุกต์ใช้ผงสารสกัดบีตาไซยานินลงในเครื่องดื่มจำลองระหว่างการเก็บรักษา โดยเปรียบเทียบวิธีการสกัดสารบีตาไซยานิน 4 วิธี ได้แก่ วิธีดั้งเดิมโดยแช่ในตัวทำละลาย (CE) วิธีใช้คลื่นอัลตราโซนิคแบบจุ่มโพรบและแบบอ่างแช่ (Ul-P, Ul-B) และวิธีแบบผสมระหว่างวิธีดั้งเดิมกับวิธีอัลตราโซนิคแบบจุ่มโพรบ (CE-P) พบว่าวิธีการสกัด CE-P ได้ปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมากที่สุด (p≤0.05) ทั้งสารบีตาไซยานิน สารประกอบฟีนอลิก และสารฟลาโวนอยด์ (151.80 ± 1.09, 34.27 ± 0.80 และ 4.42 ± 0.18 mg/100ml ตามลำดับ) ชนิดสารบีตาไซยานินในสารสกัดประกอบไปด้วย Phyllocactin มากที่สุด รองลงมาได้แก่ Betanin และ Butyrylbetanin ตามลำดับ จากนั้นนำสารสกัดด้วยวิธี CE-P ที่ได้ไปทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง โดยศึกษาผลการใช้ไฮโดรคอลลอยด์ 5 ชนิด ได้แก่ มอลโทเดกซ์ตริน (MD 20% w/v) กัวร์กัม (GG 0.5% w/v) แซนแทนกัม (XG 0.5% w/v) ส่วนผสมของมอลโทเดกซ์ตรินกับกัวร์กัม (MD:GG 10:1 w/v) และส่วนผสมของมอลโทเดกซ์ตรินกับแซนแทนกัม (MD:XG 10:0.1 w/v) โดยเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 25 ◦C เป็นเวลา 8 สัปดาห์ การใช้ไฮโดรคอลลอยด์สามารถช่วยเพิ่มร้อยละผลผลิตที่ได้และช่วยลดค่ากิจกรรมของน้ำได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับผงสารสกัดบีตาไซยานินที่ไม่ได้ใช้ไฮโดรคอลลอยด์ (ตัวควบคุม) จึงทำให้ผงสารสกัดบีตาไซยานินมีความเสถียรมากกว่า เนื่องจากค่ากิจกรรมของน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสลายตัวของสารบีตาไซยานิน จากการวิเคราะห์ค่าคงที่ของอัตราการสลายตัว (k) พบว่าการใช้ GG และ MD:GG สามารถช่วยรักษาเสถียรภาพของสารบีตาไซยานินได้ดีในระหว่างการเก็บรักษา โดยมีค่าเท่ากับ 0.020 ± 0.00 และ 0.041 ± 0.00 ตามลำดับ ซึ่งค่า k …


องค์ประกอบของกรดไขมันและการแสดงออกของยีน Delta-6 Desaturase (Ard6d) ที่เกี่ยวข้องกับวิถีการสังเคราะห์กรดไขมันโอเมกา-3 ในโคพีพอด Apocyclops Royi, ศุภกานต์ สังข์แก้ว Jan 2021

องค์ประกอบของกรดไขมันและการแสดงออกของยีน Delta-6 Desaturase (Ard6d) ที่เกี่ยวข้องกับวิถีการสังเคราะห์กรดไขมันโอเมกา-3 ในโคพีพอด Apocyclops Royi, ศุภกานต์ สังข์แก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โคพีพอดจัดอยู่ในกลุ่มของครัสเตเชียนขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นอาหารมีชีวิตในการอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน โคพีพอดเป็นแหล่งของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated fatty acid, PUFA) ซึ่งมีความสำคัญต่อพัฒนาการของสัตว์น้ำวัยอ่อน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของกรดไขมันในแต่ละระยะพัฒนาการของโคพีพอด Apocyclops royi สายพันธุ์ไทย (A. royi-TH) โดยศึกษาในโคพีพอดระยะนอเพลียส (NP) โคพีโพดิด (CD) และตัวเต็มวัย (AD) ที่เลี้ยงด้วยสาหร่ายสีเขียว Tetraselmis sp. ซึ่งเป็นสาหร่ายที่ไม่พบกรดไขมัน DHA จากการวิเคราะห์ด้วยแก๊สโครมาโตรกราฟี-แมสสเปกโตรเมทรี (GC/MS) พบว่าโคพีพอด A. royi-TH มีกรดไขมัน PUFA, EPA และ DHA ในปริมาณสูงกว่าอาหารสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ โดยพบกรดไขมัน PUFA สูงในโคพีพอดระยะ CD (38.53%) และ AD (41.85%) ในขณะที่พบกรดไขมัน PUFA ปริมาณต่ำที่สุดในโคพีพอดระยะ NP (22.50%) นอกจากนี้พบว่าโคพีพอดทุกระยะพัฒนาการมีกรดไขมัน LC-PUFA ปริมาณสูง (5.27-10.36%) โดยพบกรดไขมัน DHA มากที่สุดในระยะ AD (4.85%) รองลงมาระยะ CD (3.54%) และระยะ NP (2.78%) จากการเปรียบเทียบองค์ประกอบของกรดไขมันในโคพีพอดที่เลี้ยงด้วยสาหร่ายTetraselmis sp. ที่มีกรดไขมัน EPA ต่ำ (ArTet) และ Chaetoceros sp. ที่มีกรดไขมัน EPA สูง(ArChaeto) พบว่าโคพีพอด ArChaeto มีกรดไขมัน DHA ปริมาณสูงกว่าโคพีพอด ArTet จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าองค์ประกอบของกรดไขมันในสาหร่ายที่แตกต่างกันส่งผลต่อปริมาณกรดไขมัน DHA ที่พบในโคพีพอด จากนั้นได้ศึกษาการแสดงออกของยีนดีแซททูเรส ArD6D ที่มีความสำคัญต่อการสังเคราะห์กรดไขมัน DHA พบว่าระดับการแสดงออกของยีน ArD6D เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในโคพีพอดระยะ AD (p<0.05) สอดคล้องกับปริมาณกรดไขมัน DHA ที่เพิ่มขึ้นในโคพีพอดระยะ AD ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายีน ArD6D อาจมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์กรดไขมัน DHA ในแต่ละระยะพัฒนาการของโคพีพอด และเมื่อศึกษาการแสดงออกของยีน ArD6D ในโคพีพอด ArTet และ ArChaeto พบว่าระดับการแสดงออกของยีน ArD6D ในโคพีพอด ArChaeto มีการแสดงออกที่สูงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับโคพีพอด ArTet (p<0.05) ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณกรดไขมัน DHA ที่เพิ่มขึ้นในโคพีพอด ArChaeto ผลจากการวิจัยบ่งชี้ว่าโคพีพอด A. royi-TH ทั้ง 3 ระยะพัฒนาการสามารถสังเคราะห์กรดไขมัน DHA ผ่านวิถีการสังเคราะห์กรดไขมัน LC-PUFA และกรดไขมันในสาหร่ายส่งผลต่อปริมาณ DHA ของโคพีพอด โดยข้อมูลจากงานวิจัยนี้มีประโยชน์ต่อการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของโคพีพอด A. royi-TH เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์น้ำวัยอ่อนในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย


Venom Characterization And Toxicology Of Box Jellyfish Chironex Indrasaksajiae, Chanikarn Yongstar Jan 2021

Venom Characterization And Toxicology Of Box Jellyfish Chironex Indrasaksajiae, Chanikarn Yongstar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Box jellyfish is considered one of the most venomous animals. The genus Chironex (C. indrasaksajiae) is a multi-tentacle box jellyfish found in Thai waters that are dangerous to humans, particularly the venom that could cause death within minutes. This study aimed to perform a proteomic approach to characterize the protein components of C. indrasaksajiae venom. A total of 532 unique protein groups were identified, including toxins and proteins essential for nematocyte development and nematocyst formation (nematogenesis). Toxins CfTX-1 and CfTX-2, with sequence coverage of 39.3 percent and 34.8 percent, respectively, are the most abundant in the venom of C. indrasaksajiae. …


การประเมินการเติมหมู่เมทิลของยีน Aldh3b1 Asah2b และ Foxc1 ในหลายระยะของการเกิดมะเร็งปากมดลูก, กาญจนา เอี่ยมสมบุญ Jan 2021

การประเมินการเติมหมู่เมทิลของยีน Aldh3b1 Asah2b และ Foxc1 ในหลายระยะของการเกิดมะเร็งปากมดลูก, กาญจนา เอี่ยมสมบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่คร่าชีวิตสตรีเป็นลำดับต้นสามในประเทศไทย มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อเอชพีวี โดยหนึ่งในยีนที่มีส่วนสำคัญคือยีน E7 ซึ่งสามารถจับกับบริเวณโพรโมเตอร์ของยีน CCNA1 ซึ่งเป็นยีนต้านมะเร็ง ร่วมกับเอนไซม์ DNMT1 ชักนำให้เกิดการเติมหมู่เมทิล ทำให้การแสดงออกของยีน CCNA1 ลดลง นำไปสู่การเกิดมะเร็งปากมดลูก การศึกษาก่อนหน้าพบว่าในยีน ALDH3B1 ASAH2B และ FOXC1 มีการแสดงออกที่ลดลงเนื่องจากการเติมหมู่เมทิลที่บริเวณโพรโมเตอร์ในเซลล์สายพันธุ์ SiHa และ HEK293 ที่ถูกกทรานสเฟ็กด้วย E7 ในการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการเติมหมู่เมทิลของยีน ALDH3B1 ASAH2B และยีน FOXC1 ในหลายระยะของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ตัวอย่างที่ใช้เป็นแปบสเมียร์และตัวอย่าง ASC-US บริเวณปากมดลูกที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว นำมาสกัดดีเอ็นเอ จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการไบซัลไฟต์ทรีทเมนท์ และตรวจการเติมหมู่เมทิลด้วยเทคนิค MSP ผลการศึกษาพบว่ายีน ALDH3B1 มีจำนวนตัวอย่างที่มีการเติมหมู่เมทิลในเซลล์ปากมดลูกปกติมากกว่าเซลล์ที่ติดเชื้อเอชพีวี ในขณะที่ยีน ASAH2B และยีน FOXC1 พบการเติมหมู่เมทิลมากขึ้นตามความพัฒนาของเซลล์ที่ผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์ที่ไม่มีการติดเชื้อเอชพีวี และพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างการติดเชื้อเอชพีวีและการเติมหมู่เมทิล อย่างไรก็ตาม จำนวนตัวอย่างที่มีการเติมหมู่เมทิลกลับลดลงในเซลล์มะเร็งปากทดลูกในทุกยีน จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่ามีเพียงยีน ASAH2B และยีน FOXC1 ที่อาจพอจะนำมาเป็นเครื่องหมายโมเลกุลที่จำเพาะกับมะเร็งปากมดลูก เพื่อใช้ในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในระยะก่อนเกิดมะเร็ง อีกทั้งควรที่จะติดตามข้อมูลและนัดหมายกลุ่มประชากรเสี่ยงที่อยู่ในกลุ่มระยะก่อนเป็นมะเร็งต่อไป


การผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสตจากกุ้งฝอย Macrobrachium Lanchesteri โดยการทำแห้งแบบพ่นฝอยและเสถียรภาพระหว่างการเก็บรักษา, ฉัตรชนก ไพศาลศักดิ์ Jan 2021

การผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสตจากกุ้งฝอย Macrobrachium Lanchesteri โดยการทำแห้งแบบพ่นฝอยและเสถียรภาพระหว่างการเก็บรักษา, ฉัตรชนก ไพศาลศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กุ้งฝอย (Macrobranchium lanchesteri) เป็นสัตว์น้ำจืดที่มีโปรตีนเป็นองค์ประกอบซึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโนและเปปไทด์ที่เป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสร้างกลิ่นรสและรสชาติในระหว่างกระบวนการแปรรูปอาหาร งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการไฮโดรลิซิสของโปรตีนจากกุ้งฝอยด้วยฟลาโวไซม์ ศึกษาสภาวะการทำแห้งด้วยกระบวนการทำแห้งแบบพ่นฝอย และศึกษาเสถียรภาพของผงโปรตีนไฮโดรไลเสตในระหว่างการเก็บรักษา โดยใช้ response surface methodology (RSM) และออกแบบการทดลองแบบ central composite design (CCD) กำหนดตัวแปรต้น 3 ปัจจัย ได้แก่ อัตราส่วนความเข้มข้นของเอนไซม์ต่อสารตั้งต้น (E/S; 5-15 LAPU/g protein) อุณหภูมิ (45-55 °C) และ pH (6-8) กำหนดให้ค่าระดับการย่อยของโปรตีน (degree of hydrolysis; DH) เป็นตัวแปรอิสระ พบว่าการใช้ E/S ที่ 10 LAPU/g protein อุณหภูมิ 50°C และ pH 7 เป็นสภาวะที่เหมาะสม มีค่าระดับการย่อยของโปรตีนสูงที่สุด (20.97±0.86%) โปรตีนไฮโดรไลเสตมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยเป็น 48.3 kDa มีปริมาณกรดอะมิโนอิสระสูงกว่าตัวอย่างควบคุม และมีคะแนนความโดยรวม ความชอบด้านกลิ่นรสและด้านรสชาติเพิ่มขึ้น เมื่อนำโปรตีนไฮโดรไลเสตไปทำแห้งแบบพ่นฝอยโดยศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการทำแห้งแบบพ่นฝอยของโปรตีนไฮโดรไลเสต กำหนดปัจจัยอุณหภูมิขาเข้าของกระบวนการทำแห้งแบบพ่นฝอย (120, 150 และ 180°C), อุณหภูมิขาออก 95 °C และอัตราการป้อน 10 mL/min พบว่าเมื่อใช้อุณหภูมิขาเข้า 150°C ได้ปริมาณร้อยละผลผลิตสูงสุด (72.41±0.53%) นอกจากนี้ ค่ากิจกรรมของน้ำ ค่าความชื้น และค่าความขาว เท่ากับ 0.159±0.02, 4.29±0.36 %, และ 69.83±0.50 ตามลำดับ และเมื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงในระหว่างการเก็บรักษาของผงโปรตีนไฮโดรไลเสตโดยบรรจุในถุงอลูมิเนียมลามิเนตชนิด aluminum/LLDPE ทึบแสงปิดสนิทแบบสุญญากาศเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ที่อุณหภูมิ 25 ºC ติดตามผลการเปลี่ยนแปลงทุก 2 สัปดาห์ พบว่า เมื่ออายุการเก็บรักษาเพิ่มขึ้น ค่าความชื้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ค่ากิจกรรมของน้ำไม่เปลี่ยนแปลง …


ผลของสารสกัดเห็ดกระถินพิมาน Phellinus Linteus ต่อความเป็นพิษของเซลล์และการแสดงออกของยีนในเซลล์มะเร็งปากมดลูก, ธนวิชญ์ แสงคีรีพัฒน์ Jan 2021

ผลของสารสกัดเห็ดกระถินพิมาน Phellinus Linteus ต่อความเป็นพิษของเซลล์และการแสดงออกของยีนในเซลล์มะเร็งปากมดลูก, ธนวิชญ์ แสงคีรีพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีจำนวนผู้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตที่สูง ถึงแม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส human papilloma virus ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูกแต่ประชากรบางกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ระดับน้อยถึงปานกลางนั้นไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยปัจจุบันนี้ได้มีการศึกษาพบว่ามีสมุนไพรบางชนิดที่มีฤทธิ์ในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็ดกระถินพิมาน ในการศึกษานี้ได้ทำการศึกษาถึงความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปากมดลูกด้วยสารสกัด 3 สูตรด้วยกันได้แก่ สารสกัดเห็ดกระถินพิมาน และสารสกัดสูตรตำรับอีก 2 สูตร (สูตรตำรับ A และ B) ที่มีองค์ประกอบของเห็ดกระถินพิมานและสมุนไพรอื่น ๆ ที่ต่างกัน จากการศึกษาพบว่าสารสกัดทั้ง 3 สูตรนั้นมีความสามารถในการลดอัตราการมีชีวิตของเซลล์มะเร็งปากมดลูก C33a SiHa และ HeLa ในระยะเวลา 2 วัน แต่ยังคงมีความเป็นพิษต่อเซลล์ไตที่ได้จากตัวอ่อนของมนุษย์ HEK293 ในระดับที่สูง ยิ่งไปกว่านั้นพบว่าสารสกัดสูตรตำรับ B นั้นมีความสามารถในการลดการเจริญเจริญเติบโตของเซลล์ SiHa อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.005) เมื่อเปรียบเทียบกับชุดการทดลองควบคุม และส่งผลให้การแสดงออกของยีน CDK7 และ MKI67 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในทำนองเดียวกันสารสกัดเห็ดกระถินพิมานก็มีความสามารถในการลดการเจริญเติบโตของเซลล์ C33a อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.025) เมื่อเปรียบเทียบกับชุดการทดลองควบคุม และส่งผลให้การแสดงออกของยีนทั้งสองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน


การเกิดนาโนเจลจากแป้งมันสำปะหลังและเจลาตินด้วยการฉายรังสีสำหรับการกักเก็บน้ำมันหอมระเหย, อภิชญาดา ขาวสุวรรณ์ Jan 2021

การเกิดนาโนเจลจากแป้งมันสำปะหลังและเจลาตินด้วยการฉายรังสีสำหรับการกักเก็บน้ำมันหอมระเหย, อภิชญาดา ขาวสุวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นาโนเจลคือพอลิเมอร์ที่เกิดการเชื่อมขวางภายใน และระหว่างโมเลกุลโดยสามารถเกิดได้จากวิธีการทางกายภาพ เคมี และวีธีการใหม่อย่างการฉายรังสี โดยนาโนเจลสามารถเกิดได้จากพอลิเมอร์หลายชนิด ทั้งพอลิเมอร์จากธรรมขาติและพอลิเมอร์จากการสังเคราะห์ มีการประยุกต์ใช้นาโนเจลในทางอาหาร โดยใช้สมบัติเฉพาะตัวของนาโนเจลทั้งด้านสัณฐานวิทยา สมบัติทางเคมีกายภาพ และสมบัติการกักเก็บของนาโนเจล ในการศึกษานี้เพื่อศึกษาการเกิดนาโนเจลจากแป้งมันสำปะหลังและเจลาตินด้วยการฉายรังสีด้วยลำอิเล็กตรอน โดยหาสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดนาโนเจลด้วย response surface methodology (RSM) กำหนดตัวแปรเป็นค่าการเชื่อมขวาง (DC) และความคงตัวต่อความร้อน (TD) โดยแปรอัตราส่วนของแป้งมันสำปะหลัง-เจลาติน (1:9-9:1) ความเข้มข้นของสารผสม (10-40 mg/ml) และปริมาณรังสีดูดกลืน (10-40 kGy) พบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการเกิดนาโนเจลจากแป้งมันสำปะหลังและเจลาตินคือที่อัตราส่วน 1:1 ที่ความเข้มเข้นของสารผสมที่ 25 mg/mL และฉายรังสีที่ 25 kGy ศึกษาสมบัติทางสัณฐานวิทยาของนาโนเจลที่ได้ด้วยภาพจากกล้องจุลทรรศน์แบบส่องกราด (SEM) กล้องจุลทรรศน์แบบส่องผ่าน (TEM) และกล้องจุลทรรศน์แรงอะตอม (AFM) และพบว่าโมเลกุลของแป้งมันสำปะหลังและเจลาตินมีการเชื่อมติดกันอันเนื่องจากการเกิดการเชื่อมขวาง และขนาดของโมเลกุลมีขนาดเล็กลงจนถึงระดับนาโนเมตรหลังจากการฉายรังสี วิเคราะห์สมบัติทางเคมีของนาโนเจลที่ได้ด้วยวิธี Fourier transform infrared spectrometry (FT-IR) และพบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมู่ฟังก์ชันของแป้งมันสำปะหลังและเจลาติน แต่มีการเพิ่มขึ้นของหมู่ hydroxyl ที่เกิดจากปฏิกิริยา radiolysis และการเพิ่มขึ้นของพันธะเชื่อมขวาง ต่อมาจึงศึกษาสมบัติของการกักเก็บน้ำมันหอมระเหยของนาโนเจลที่ได้ โดยการวัดประสิทธิภาพของการกักเก็บ (LE) ผลได้ของการกักเก็บ ความสามารถในการละลาย และปริมาณสารระเหยสำคัญของน้ำมันหอมระเหยที่กักเก็บในนาโนเจล เมื่อเปรียบเทียบสมบัติของวิธีการกักเก็บโดยแปรสัดส่วนของ นาโนเจล:น้ำมันหอมระเหยตะไคร้ พบว่าที่สัดส่วน 2:1 มีสมบัติการกักเก็บดีที่สุด และสามารถควบคุมการปลดปล่อยของสารระเหยสำคัญของน้ำมันหอมระเหยตะไคร้ ได้แก่ geranial, neral, geraniol, linalool, geranyl acetate และ citronellol ไว้ได้ดีที่สุด นาโนเจลยังสามารถเพิ่มความคงทนต่อความร้อน และยืดอายุการเก็บรักษาของน้ำมันหอมระเหยโดยกักเก็บภายในนาโนเจล พบว่าสามารถรักษาปริมาณของสารระเหยสำคัญของน้ำมันหอมระเหยไว้ได้หลังจากผ่านการให้ความร้อน และระหว่างเก็บรักษาเมื่อเทียบกับน้ำมันหอมระเหยปกติ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บรักษา มีเพียงลักษณะปรากฏของผงนาโนเจลที่กักเก็บน้ำมันหอมระเหยเท่านั้น จึงสามารถสรุปได้ว่า สามารถสังเคราะห์นาโนเจลจากแป้งมันสำปะหลังและเจลาตินด้วยการฉายรังสี และสามารถหาสภาวะที่เหมาะสมได้ด้วยวิธี RSM และนาโนเจลยังสามารถกักเก็บน้ำมันหอมระเหยไว้ได้ อีกทั้งยังสามารถปกป้องและยืดอายุสารสำคัญชองน้ำมันหอมระเหยจากสิ่งแวดล้อม จึงสามารถนำนาโนเจลนี้ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างหลากหลาย


ไมโครเอนแคปซูเลชันของสารสกัดจากต้นอ่อนทานตะวันด้วยการทำแห้งแบบพ่นฝอย, อัญธิดา จันทร์ตรี Jan 2021

ไมโครเอนแคปซูเลชันของสารสกัดจากต้นอ่อนทานตะวันด้วยการทำแห้งแบบพ่นฝอย, อัญธิดา จันทร์ตรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของชนิดและอัตราส่วนของสารห่อหุ้ม และสภาวะในการทำแห้งที่เหมาะสมในการกักเก็บสารประกอบฟีนอลิกจากสารสกัดต้นอ่อนทานตะวัน (Helianthus annuus L.) ด้วยกระบวนการทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray drying) และศึกษาเสถียรภาพในระหว่างการเก็บรักษาของไมโครแคปซูลสารสกัดต้นอ่อนทานตะวัน เป็นเวลา 60 วัน วางแผนการทดลองแบบ Mixture design กำหนดปัจจัยที่ทำการศึกษาแบบไม่กำหนดช่วง (Simplex centroid model) แปรอัตราส่วนของสารห่อหุ้ม 3 ชนิด ได้แก่ มอลโตเดกซ์ทริน (Maltodextrin, MD) กัมอารบิก (Gum Arabic, GA) และบุกกลูโคแมนแนนไฮโดรไลเสท (Konjac glucomannan. KGMH) ได้อัตราส่วนของสารผสม 7 สูตร กำหนดให้สารสกัดต้นอ่อนทานตะวันทุกสูตร มีความเข้มข้นเท่ากับ 1 % อัตราส่วนระหว่างสารสกัดต่อสารห่อหุ้ม คือ 1:3 กำหนดให้อุณหภูมิลมร้อนขาเข้าคงที่เป็น 160 °C และอุณหภูมิลมร้อนขาออกเป็น 90±5 °C โดยกำหนดอัตราการไหลให้อยู่ระหว่าง 14-16 mL/min พบว่าไมโครแคปซูลสารสกัดต้นอ่อนทานตะวันที่ผลิตโดยใช้ KGMH อัตราส่วน100% (สูตรที่ 3) มีประสิทธิภาพในการห่อหุ้มและกักเก็บสารประกอบฟีนอลิกจากสารสกัดต้นอ่อนทานตะวันได้ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสูตรอื่น (p≤0.05) เมื่อพิจารณาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ พบว่าสูตรดังกล่าวมีค่าที่ตรวจวัดได้ด้วยวิธี 2, 2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) และ Ferric ion reducing antioxidant power (FRAP) สูงที่สุดด้วย (p≤0.05) เมื่อศึกษาโครงสร้างพื้นผิวภายนอกของไมโครแคปซูลสารสกัดต้นอ่อนทานตะวันด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่า ไมโครแคปซูลสารสกัดต้นอ่อนทานตะวันที่ใช้ KGMH เป็นสารห่อหุ้มมีรูปร่างเป็นทรงกลม ผิวเรียบ และไม่มีรอยบุบหรือแตกบริเวณพื้นผิวเมื่อเทียบกับสูตรอื่นๆ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงคุณลักษณะของไมโครแคปซูลที่เหมาะสมที่ผลิตได้จากกระบวนการทำแห้งแบบพ่นฝอยในการทดลองนี้ จึงคัดเลือกไมโครแคปซูลสูตรดังกล่าวไปศึกษาสภาวะในการทำแห้งแบบพ่นฝอยต่อในการทดลองถัดไป โดยแปรอุณหภูมิลมร้อนขาเข้า 3 ระดับ ได้แก่ 150 °C 170 °C และ 180 °C พบว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิลมร้อนขาเข้าจาก 150 ถึง 170 °C ส่งผลให้ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด …


ความต้องการทางการตลาดของเทคโนโลยีเครื่องควบแน่นแบบระเหยสำหรับระบบปรับอากาศในกลุ่มตลาดใหม่, กมลวรรณ บรรจงแก้ว Jan 2021

ความต้องการทางการตลาดของเทคโนโลยีเครื่องควบแน่นแบบระเหยสำหรับระบบปรับอากาศในกลุ่มตลาดใหม่, กมลวรรณ บรรจงแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ 1. ศึกษาลักษณะตลาดเครื่องปรับอากาศ แนวโน้มการตลาด และลักษณะของตลาดผลิตภัณฑ์ เครื่องควบแน่นแบบระเหยสำหรับระบบปรับอากาศ (Evaporative Condensing Unit) ที่บริษัทต้องการพัฒนา 2. ศึกษาแนวทางการพัฒนาตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในสองรูปแบบ คือ แบบติดตั้งเพิ่มเติม (Retrofitting) และแบบที่ติดตั้งสำเร็จ (Built-in) โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างผู้จัดการดูแลงานโครงการภาคใต้ และผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งซ่อมบำรุงระบบเครื่องปรับอากาศ 10 คน, บุคคลทั่วไป 10 คน และเจ้าของสถานประกอบการ 4 คน ร่วมกับการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 2 ชุด ชุดแรกสำหรับผู้จัดการดูแลงานโครงการภาคใต้ และผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งซ่อมบำรุงระบบเครื่องปรับอากาศ 10 คน ชุดที่ 2 สำหรับกลุ่มตัวอย่างผู้ที่เคยซื้อ หรือกำลังตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ 400 คน โดยใช้วิธีแจกแบบสอบถามออนไลน์ในการเก็บข้อมูล ซึ่งใช้สถิติพรรณนา และสถิติอนุมาน ในการวิเคราะห์รายงานผล ผลการวิจัยพบว่า ปัจจุบันมีการใช้เครื่องปรับอากาศที่มีเครื่องควบแน่นแบบระเหย เพียงร้อยละ 0.8 โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่มีพฤติกรรมค้นหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันจากหลายยี่ห้อ จากผู้จัดจำหน่ายหลายแห่งก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่สนใจจะซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่แบบที่ติดตั้งสำเร็จ (Built-in) และแบบติดตั้งเพิ่มเติม (Retrofitting) ช่วง 6-10 ปี ข้างหน้าโดยผู้บริโภคจะยอมจ่ายเพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีเครื่องควบแน่นแบบระเหยแบบที่ติดตั้งสำเร็จ (Built-in) ขนาด 25,000 btu/h ประเภทธรรมดา (Fix speed) ในช่วงราคา 30,252-31,421 บาท สำหรับเครื่องปรับอากาศที่มีเครื่องควบแน่นแบบระเหยแบบที่ติดตั้งสำเร็จ (Built-in) ขนาด 36,000 btu/h ประเภทธรรมดา (Fix speed) ในช่วงราคา 47,369-52,020 บาท สำหรับผู้บริโภคกลุ่มเจ้าของกิจการจะยอมจ่ายเพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีเครื่องควบแน่นแบบระเหยแบบที่ติดตั้งสำเร็จ (Built-in) ขนาด 25,000 btu/h ประเภทธรรมดา (Fix speed) ไม่เกิน 37,828 บาท สำหรับเครื่องปรับอากาศที่มีเครื่องควบแน่นแบบระเหยแบบที่ติดตั้งสำเร็จ (Built-in) ขนาด 36,000 btu/h ประเภทธรรมดา (Fix speed) ไม่เกิน 66,587.81 …


Formulation And Evaluation Of Fast Disintegrating Tablets Of Domperidone Using Chitosan-Glycine Conjugates As Superdisintegrant, Simran Kaur Zandu, Reena Kumari, Inderbir Singh Jan 2021

Formulation And Evaluation Of Fast Disintegrating Tablets Of Domperidone Using Chitosan-Glycine Conjugates As Superdisintegrant, Simran Kaur Zandu, Reena Kumari, Inderbir Singh

The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences

Purpose: The present research was envisaged to employ chitosan-glycine conjugates as superdisintegrant for developing fast disintegrating tablets of domperidone. Materials and Methods: Chitosan-glycine conjugates were prepared by physical mixing and microwave-assisted technique. Micromeritic study, Fourier transform infrared, scanning electron microscopy, and X-ray diffraction methods were employed for characterizing the powdered conjugates. The formulated FDTs were evaluated for wetting time, water absorption ratio, disintegration time, in vitro drug release, and other tablet parametric tests. Results and Discussion: The effective pore radius of unadulterated chitosan was found to be 18.45±1.27 μm whereas the chitosan-glycine conjugates prepared by physical technique and microwave technique …


Development And Radiosynthesis Of A Novel Bifunctional Tri-Γ-Glutamic Acid Polypeptide For Gallium-68 Labeling, Wanchai Chongcharoen, Shuichi Shiratori Jan 2021

Development And Radiosynthesis Of A Novel Bifunctional Tri-Γ-Glutamic Acid Polypeptide For Gallium-68 Labeling, Wanchai Chongcharoen, Shuichi Shiratori

The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences

Radiosynthesis of a novel bifunctional chelator for gallium-68 (Ga-68) chelation has been fabricated through peptide synthesis. Using of solid phase peptide synthesizer, linear structure of three repeating unit of glutamic acid was primarily generated. Protecting group of tert-butyl in intermediate was then cleaved and eventually yield as tri-γ-glutamic acid polypeptide (tri- γ-GAP). Mass spectrometry revealed m/z was 406.1378 that well corresponded with proposed structure of three repeating unit of glutamic acids. To label Ga-68 with synthesized tri-γ-GAP, the elution of 68GaCl3 was chelated to tri-γ-GAP with high temperature condition. It was subsequently purified through Sep-Pak C18 cartridge. Radio thin-layer chromatography …


การพัฒนาหน่วยควบแน่นแบบระเหยสำหรับระบบปรับอากาศขนาดกลาง, ไปรยา ทองเหลือง Jan 2021

การพัฒนาหน่วยควบแน่นแบบระเหยสำหรับระบบปรับอากาศขนาดกลาง, ไปรยา ทองเหลือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หน่วยควบแน่นแบบระเหย (Evaporative condenser unit) คือการอาศัยหลักการระเหยของน้ำมาช่วยเพิ่มความสามารถในการระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาหน่วยควบแน่นแบบระเหยและศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ ได้แก่ ความชื้นสัมพัทธ์โดยรอบ (Ambient relative humidity) และอัตราการไหลของน้ำ (Water flow rate) โดยออกแบบคอยล์เสริมเพื่อเป็นบริเวณที่ใช้ในการฉีดพ่นน้ำ พบว่าการเชื่อมต่อคอยล์เสริมบริเวณดิสชาร์จสูงกว่าบริเวณลิควิด 3.5% การทดลองเพื่อศึกษาเปลี่ยนแปลงค่าความชื้นสัมพัทธ์ควบคุมโดยปรับค่าความเร็วอากาศพบว่าเมื่อความเร็วอากาศลดลงทำให้ความชื้นสัมพัทธ์เพิ่มขึ้น และความสามารถในการระบายความร้อนมีค่าสูงสุดในช่วงความชื้นสัมพัทธ์ระหว่าง 73.1% ถึง 80.9% การทดลองศึกษาการเปลี่ยนแปลงอัตราการไหลของน้ำพบว่าพื้นที่สัมผัสบริเวณผิวคอยล์เสริมมากจะสามารถลดอุณหภูมิของสารทำความเย็นได้มากเช่นกัน นอกจากนี้ขนาดของหัวฉีดพ่นและความชื้นสัมพัทธ์ยังส่งผลต่อการลดลงของอุณหภูมิสารทำความเย็นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นในการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพการทำงานของต้นแบบหน่วยควบแน่นแบบระเหยพบว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพจากเครื่องปรับอากาศที่ระบายความร้อนด้วยลมปกติได้สูงถึง 20.36%


Improvement Of Selection Criteria And Prioritisation For Neoantigen Prediction, Phorutai Pearngam Jan 2021

Improvement Of Selection Criteria And Prioritisation For Neoantigen Prediction, Phorutai Pearngam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A tumour-specific neoantigen-based cancer vaccine is a potentially powerful treatment option, which utilises unique mutated peptides from tumour cells to boost the immune response and selectively attack cancer cells. Thus, the characterisation of the specifically targeted peptides that can be selectively recognised by the immune system is essential for this approach. However, a major problem in neoantigen prediction is obtaining false positives, leading to poor outcomes in clinical research and practice. This thesis aims to address some of the computational issues in neoantigen prediction, including developing more reliable statistics for assessing peptide binding to a major histocompatibility complex (MHC) protein …


Characterization Of Acyclovir-Isonicotinamide Cocrystal By Solvent Evaporation Method With Ethanol And Glacial Acetic Acid, Hansen Pradana Sutedjo, Agnes Nuniek Winantari, Roisah Nawatila Jan 2021

Characterization Of Acyclovir-Isonicotinamide Cocrystal By Solvent Evaporation Method With Ethanol And Glacial Acetic Acid, Hansen Pradana Sutedjo, Agnes Nuniek Winantari, Roisah Nawatila

The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences

Background: Acyclovir is used as the first-line therapy for genital herpes simplex virus, but acyclovir has low solubility and bioavailability. Acyclovir has a water solubility of 2.5 mg/ml at 37°C and belongs to Class IV according to the bioavailability classification system. Cocrystalization is a technology that can be used to improve the solubility of materials by modifying the physical properties of materials, such as melting points, stability, mechanical properties, and polymorphisms of materials. Materials and Method: This study aims to prepare cocrystal of acyclovir with isonicotinamide as coformer using different solvents, namely, ethanol and glacial acetic acid by solvent evaporation …