Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Law Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 10711 - 10740 of 11462

Full-Text Articles in Law

กระบวนการก่อนชั้นอนุญาโตตุลาการ : ศึกษากรณีผลผูกพันของคู่กรณีที่ตกลงให้ใช้การระงับข้อพิพาทด้วยคณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาทในสัญญาก่อสร้าง (Daab), อรีญา วัฒนทรายทอง Jan 2023

กระบวนการก่อนชั้นอนุญาโตตุลาการ : ศึกษากรณีผลผูกพันของคู่กรณีที่ตกลงให้ใช้การระงับข้อพิพาทด้วยคณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาทในสัญญาก่อสร้าง (Daab), อรีญา วัฒนทรายทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กระบวนการก่อนชั้นอนุญาโตตุลาการ (Pre-Arbitration Procedure) เป็นกระบวนการที่ใช้ในการแก้ไขข้อพิพาทก่อนเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) ที่อาจทำให้ประเด็นข้อขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้างโครงการตามสัญญาก่อสร้างหมดไป และไม่จำเป็นต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อคู่สัญญาที่จะสามารถแก้ไขข้อพิพาทได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นหากมีการเลือกใช้กระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาท เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท ซึ่งบุคคลที่ถูกคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการเพื่อชี้ขาดข้อพิพาทนั้นมักเป็นวิศวกร ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ และได้คลุกคลีอยู่กับโครงการก่อสร้างนั้นมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการ จึงทำให้สามารถเข้าใจปัญหาและวินิจฉัยตัดสินปัญหานั้นได้ดีกว่า โดยในสัญญาก่อสร้างของต่างประเทศ หรือมีลักษณะระหว่างประเทศปรากฏข้อตกลงในสัญญาให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาท (Dispute Adjudication Board หรือ DAAB) เพื่อทำหน้าที่พิจารณาชี้ขาด หรือตัดสินประเด็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งข้อตกลงในแบบสัญญาก่อสร้างมาตรฐานของต่างประเทศที่ผู้เขียนได้นำมาศึกษาเปรียบเทียบเพื่อวางแนวปฏิบัติในการทำข้อตกลงในการทำสัญญาก่อสร้างในประเทศไทย คือ สัญญา FIDIC และ NEC นอกจากนี้การเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการยังทำให้เกิดค่าใช้จ่าย ใช้เวลาในการดำเนินการนานขึ้น และส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างให้ได้รับความเสียหายมากการศึกษากรณีผลผูกพันของคู่กรณีที่ตกลงให้ใช้คณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาทมีวัตถุประสงค์หลักคือ การวิเคราะห์และทบทวนกระบวนการการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างคู่กรณี โดยใช้คณะกรรมการ ชี้ขาดข้อพิพาทในสัญญาก่อสร้างเป็นเครื่องมือในการแก้ไขข้อพิพาทที่เกิดขึ้น โดยมุ่งเน้นที่การวิเคราะห์กรณีที่มีผลผูกพันในการใช้การระงับข้อพิพาท เพื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ DAAB ในการแก้ไขข้อพิพาท จากผลการศึกษาพบว่าในประเทศสิงคโปร์ ได้ให้ความสำคัญของกระบวนการการระงับข้อพิพาทหลายระดับโดยต้องมีการปฏิบัติตามข้อตกลงตามสัญญาอนุญาโตตุลาการให้ครบถ้วนก่อนจึงจะสามารถนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการได้ ส่วนในประเทศอังกฤษ มีทั้งกรณีที่มีการยอมรับให้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดในสัญญาให้ครบถ้วนก่อน และกรณีที่ศาลถือตามเจตนารมณ์ของคู่พิพาทที่ประสงค์จะระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ศาลมีความเห็นตามอนุญาโตตุลาการที่มีอำนาจพิจารณาโดยใช้หลัก Admissibility วินิจฉัยตามเจตนารมณ์ของคู่สัญญา รับข้อพิพาทไว้พิจารณาได้ แม้จะไม่ได้กระทำการให้ครบขั้นตอนก่อนกระบวนการอนุญาโตตุลาการก็ตาม สำหรับประเทศไทยแม้จะยังไม่เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการบังคับใช้คณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาทเกิดขึ้น แต่มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตีความตามสัญญาที่แตกต่างกับการตีความตามสัญญาของศาลในประเทศอังกฤษ จึงเห็นควรกำหนดแนวทางสำหรับการกำหนดข้อสัญญาในประเทศไทยเกี่ยวกับผลผูกพันของการมีคณะกรรมการชี้ขาดข้อพิพาทเพื่อให้เกิดความชัดเจน เป็นสากล และเพื่อเป็นการลดข้อพิพาทที่จะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ รวมถึงลดข้อพิพาทที่จะขึ้นสู่ศาลเพื่อให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้


แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านพักอาศัย, อารียา พยัคฆาภรณ์ Jan 2023

แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านพักอาศัย, อารียา พยัคฆาภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะมากขึ้นอีกในอนาคต อย่างไรก็ดี ด้วยลักษณะเฉพาะแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องมีความรู้ ความเข้าใจในตัวสินค้า และเป็นการลงทุนระยะยาวที่ใช้เวลาการคืนทุนค่อนข้างนาน จึงมีความจำเป็นที่ผู้บริโภคจะต้องได้รับสัญญาที่มีข้อกำหนดระบุถึงสาระสำคัญของสินค้า ตลอดจนสิทธิหน้าที่ของผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ ประกอบกับปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีของการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านพักอาศัยเป็นการเฉพาะจากการศึกษาแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญากรณีติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านพักอาศัยของต่างประเทศ ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เครือรัฐออสเตรเลีย ประเทศญี่ปุ่น และประเทศมาเลเซีย พบว่ามีแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญาที่แตกต่างกัน โดยแบ่งรูปแบบการบังคับใช้กับผู้ประกอบธุรกิจได้เป็น 2 รูปแบบ คือ บังคับใช้โดยกฎหมาย และ อาศัยความสมัครใจของผู้ประกอบธุรกิจ เมื่อผู้วิจัยวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับบริบทของประเทศไทยแล้ว พบว่าแต่ละรูปแบบการบังคับใช้มีความเหมาะสมกับประเทศไทยในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ในช่วงระยะเริ่มต้นที่ผู้บริโภคเริ่มสนใจการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และยังไม่ได้ปรากฏข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคจากผู้ประกอบธุรกิจ การบังคับใช้เป็นกฎหมายจึงยังไม่อาจกระทำได้ เพราะตามแนวปฏิบัติในการออกประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาให้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาจะต้องปรากฏสถิติข้อร้องเรียนก่อน ผู้วิจัยจึงเสนอให้มีการเผยแพร่แบบสัญญามาตรฐานสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนบนเว็บไซต์ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน อันเป็นแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภครูปแบบสมัครใจในระยะเริ่มต้นก่อน แต่หากในอนาคตปรากฏข้อร้องเรียนเช่นว่านั้น ผู้วิจัยเสนอให้นำรูปแบบการบังคับใช้เป็นกฎหมาย หรือ รูปแบบที่อาศัยความสมัครใจของผู้ประกอบธุรกิจมาปรับใช้ตามความเหมาะสมต่อไปในประเด็นเรื่องหน่วยงานกำกับดูแล ผู้วิจัยเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นหน่วยงานผู้มีหน้าที่มีอำนาจกำกับดูแลธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านพักอาศัย ด้วย สคบ. มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)


Among Us: Impostor Syndrome And Barriers To Black Success, Deshayla M. Strachan Jan 2023

Among Us: Impostor Syndrome And Barriers To Black Success, Deshayla M. Strachan

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

Black women are going places-but they're not going into the practice of law. While law schools are becoming more diverse, the legal profession is not. The lack of diversity in the legal profession, coupled with existing implicit bias, causes heightened Impostor Syndrome in women, especially Black women, as well as women from other underrepresented groups. The harder the impostor feelings hit, the more difficult it is to retain women of color in the legal profession. Emotions associated with Impostor Syndrome (e.g., feelings of insufficiency) begin upon entry into the legal profession, as many roadblocks prevent marginalized groups from gaining admission …


Easing The Burden Of Survivors Of Domestic Violence Through The "One Family, One Judge" Court Model: Why Integrated Domestic Violence ("Idv") Courts Should Be Instituted Throughout The United States, Elka B. Blonder Jan 2023

Easing The Burden Of Survivors Of Domestic Violence Through The "One Family, One Judge" Court Model: Why Integrated Domestic Violence ("Idv") Courts Should Be Instituted Throughout The United States, Elka B. Blonder

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

The note advocates for the implementation of Integrated Domestic Violence (IDV) Courts nationwide, arguing that these courts provide a more efficient and supportive system for survivors of domestic violence by consolidating criminal, civil, and family cases under a single judge. This "one family, one judge" model aims to reduce the fragmentation and trauma survivors face in traditional court systems, offering a holistic approach that enhances survivor safety and offender accountability.


ปัญหาการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหาร, ปวีณธร อมรพันธุ์ Jan 2023

ปัญหาการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหาร, ปวีณธร อมรพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาปัญหาการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหาร เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนและขอบเขตการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหาร การกำหนดแนวทางการการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหาร การกำหนดแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหาร และการแสวงหาพยานหลักฐานในการสอบสวนได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย การดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหารตามกฎหมายทหารของประเทศไทยนั้น หากปรากฏว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จะเริ่มจากการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏ จากนั้นจึงดำเนินการสอบสวนวินัยและอาญา แต่พยานหลักฐานในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดนั้นหากปล่อยระยะเวลาให้ล่าช้า พยานหลักฐานอาจถูกทำลายหรือสูญสลายไป แต่กระบวนการในการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหารตั้งแต่การสอบสวน การจับ หรือการค้น ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ซึ่งมิได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจในการสอบสวน การจับ และการค้น โดยเฉพาะการจับและการค้นโดยไม่มีหมายในคดีความผิดเกี่ยวยาเสพติดในที่ตั้งหน่วยทหาร ต่างจากกฎหมายทหารของต่างประเทศที่ได้บัญญัติฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไว้ในกฎหมายทหารของตนเอง เมื่อเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายทหาร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจในการสอบสวน การจับ และการค้น โดยเฉพาะการการจับและการค้นโดยไม่มีหมายในคดีความผิดเกี่ยวยาเสพติดในที่ตั้งหน่วยทหารได้ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดในเขตอำนาจศาลทหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและชอบด้วยกฎหมาย จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจในการสอบสวน การจับ และการค้น โดยเฉพาะการจับและการค้นโดยไม่มีหมายในคดีความผิดเกี่ยวยาเสพติดในที่ตั้งหน่วยทหารได้


การวิเคราะห์ประเด็นปัญหาการเอาไปซึ่งอสังหาริมทรัพย์, อัญชิษฐา จันทร์แจ่ม Jan 2023

การวิเคราะห์ประเด็นปัญหาการเอาไปซึ่งอสังหาริมทรัพย์, อัญชิษฐา จันทร์แจ่ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความผิดฐานลักทรัพย์ โดยมุ่งศึกษากรณีวัตถุแห่งการกระทำในความผิดฐานลักทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ตามที่ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ 4096/2557 และ ที่ 5295/2563 วินิจฉัยไปในแนวทางเดียวกันว่า การที่จำเลยนำห้องชุดของผู้อื่นซึ่งตนถือกรรมสิทธิ์แทนไปขายให้แก่บุคคลที่สาม จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในการตีความกฎหมายอาญา จะเห็นได้ว่า ศาลตีความคำว่า "ทรัพย์" โดยขยายความให้รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้สามารถปรับใช้บทบัญญัติกับข้อเท็จจริงในคดีได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่มิได้คำนึงถึงนิยามหรือบทวิเคราะห์ศัพท์ที่มีอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การตีความในลักษณะนี้จะทำให้เกิดความไม่ชัดเจนแน่นอนซึ่งขัดกับหลักความชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อพิจารณาองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 การกระทำต้องมีการเอาไปหรือการพาทรัพย์เคลื่อนที่ไป เมื่อวัตถุแห่งการกระทำเป็นอสังหาริมทรัพย์จึงไม่อาจมีการกระทำในลักษณะการเอาไปที่จะทำให้ครบองค์ประกอบของความผิดฐานลักทรัพย์ได้ บทสรุปของวิทยานิพนธ์เล่มนี้ คือ อสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถเป็นวัตถุแห่งการกระทำในความผิดฐานลักทรัพย์ได้ และผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ 2 ประการ ด้วยกัน ประการแรก ในกรณีมีคดีที่มีข้อเท็จจริงคล้ายคลึงกับคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวข้างต้น ศาลอาจลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดฐานอื่นให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงที่ศาลพิจารณาได้ความได้ และอีกประการหนึ่ง เพื่อลดปัญหาการตีความโดยขยายความเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิด จึงควรบัญญัตินิยามคำว่า “ทรัพย์” ในประมวลกฎหมายอาญาให้มีขอบเขตที่ชัดเจน และบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการเอาไปซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมตามแนวคิดในการบัญญัติความผิดฐานรุกล้ำอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมขึ้นมาจากความผิดฐานลักทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่น


การวิเคราะห์บทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1, อิษิรา ธนรัช Jan 2023

การวิเคราะห์บทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1, อิษิรา ธนรัช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายของบทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 โดยมีขอบเขตที่มุ่งศึกษาตั้งแต่แนวคิดเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม แนวความคิดและหลักการดำเนินคดีอาญา ความเป็นมา หลักการและเหตุผล และเจตนารมณ์ของบทบัญญัติกฎหมาย ไปจนถึงมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมและตรวจสอบการฟ้องคดีอาญาของเอกชนตามกฎหมายตามกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ บทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 เป็นบทบัญญัติที่มีความไม่ชัดเจน ประกอบกับยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางในการวินิจฉัยหรือตีความ การปรับใช้บทบัญญัติมาตรานี้จึงอาจกระทบต่อสิทธิโดยชอบธรรมของประชาชนในการเสนอคดีอาญาต่อศาลและไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการดำเนินคดีอาญา อย่างไรก็ตาม มีข้อค้นพบว่า ควรแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติดังกล่าว โดยให้การค้นหาความสุจริตในการฟ้องคดีเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง และยกเลิกถ้อยคำทั้งในส่วนที่จำกัดสิทธิของเอกชนผู้ฟ้องคดีจนเกินสมควรและในส่วนที่ไม่อยู่ในความหมายของการฟ้องคดีโดยสุจริต รวมถึงควรกำหนดแนวทางในการใช้ดุลพินิจของศาล นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดให้ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายแก่ผู้ถูกฟ้องคดีจากการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตด้วย


การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาภายใต้มาตรา 54(1) พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560, ศรุตา พุมดวง Jan 2023

การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาภายใต้มาตรา 54(1) พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560, ศรุตา พุมดวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่ง เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้ในตลาดที่มีการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นคู่แข่งกันกลับใช้การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความต้องการในการกำหนดราคาหรือเงื่อนไขทางการค้าที่ส่งผลต่อราคาระหว่างกัน จนก่อให้เกิดการร่วมกันจำกัดการแข่งขันด้านราคาในตลาด การจะวินิจฉัยว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งลักษณะใดผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาในบริบทของตลาดหนึ่งอาจมีผลเป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพ แต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาในลักษณะเดียวกันในอีกตลาดหนึ่งอาจส่งผลเป็นการจำกัดการแข่งขันได้ ด้วยเหตุนี้ บทบัญญัติแห่งกฎหมายจึงไม่สามารถบัญญัติห้ามการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งไว้โดยเฉพาะเจาะจง แต่เป็นหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งในแต่ละกรณีเข้ากับองค์ประกอบของบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการร่วมกันจำกัดการแข่งขันหรือไม่ อย่างไร ดังนั้น วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงทำการศึกษาเกี่ยวกับแนวคิด วิธีการใช้ การตีความบทบัญญัติว่าด้วยการควบคุมการร่วมกันจำกัดการแข่งขัน ตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าสหภาพยุโรปและกฎหมายต่อต้านทรัสต์ของสหรัฐอเมริกา ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่ง เพื่อที่จะหาวิถีทางในการใช้บทบัญญัติว่าด้วยการห้ามการร่วมกันจำกัดการแข่งขันด้านราคา ตามมาตรา 54(1) พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 กับการแลกเปลี่ยนข้อมูลราคาระหว่างคู่แข่งอย่างเหมาะสมต่อไป


ปัญหาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงาน, กิตติธัช ณรงค์ชัย Jan 2023

ปัญหาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงาน, กิตติธัช ณรงค์ชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นเครื่องมือสำคัญในการยุติข้อพิพาททางด้านแรงงาน ที่ต้องการให้ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นสามารถระงับลงโดยคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถกลับไปทำงานร่วมกันได้อย่าปกติสุขอีกครั้ง อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อพิจารณาถึงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแรงงานทั้งในศาลแรงงานและนอกศาลแรงงานในปัจจุบันกลับพบว่า การไกล่เกลี่ยที่ปรากฏอยู่ในบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแรงงาน และแนวปฏิบัติของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน รวมถึงคณะกรรมการที่เกี่ยวกับการแรงงานนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายฉบับ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน และไม่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน รวมทั้งยังมีประเด็นอีกหลายประเด็นที่เป็นการโต้แย้งสิทธิอันเป็นการพิพาททางด้านแรงงานแต่ไม่สามารถที่จะเข้าถึงเครื่องมือการไกล่เกลี่ยได้ ดังนั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงทำการศึกษาหลักการที่สำคัญของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท บทบัญญัติในพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในส่วนของการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ตลอดจนบทบัญญัติของกฎหมาย และแนวปฏิบัติในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแรงงานของสหราชอาณาจักร และประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อปรับปรุงวิธีการ แนวทาง และแนวปฏิบัติของเจ้าพนักงานและศาลแรงงานในการใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยเข้ามาระงับข้อพิพาททางแรงงาน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบกับหลักการทางด้านการไกล่เกลี่ยและหลักการทางด้านแรงงาน และทำให้เมื่อมีการโต้แย้งสิทธิ หรือมีข้อพิพาททางแรงงานเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทแรงงานประเภทใดก็สามารถเข้าถึงเครื่องมือการไกล่เกลี่ยเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแรงงานได้ในทุกประเภท


การดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพระบรมวงศานุวงศ์ตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ชวกร วนิชอาภาพรรณ์ Jan 2023

การดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพระบรมวงศานุวงศ์ตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ชวกร วนิชอาภาพรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าบนพื้นฐานของประวัติศาสตร์กฎหมายไทย รวมทั้งพัฒนาการทางการเมืองการปกครองสมัยใหม่นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้ได้รับ ข้อค้นพบเกี่ยวกับบริบทแวดล้อมแห่งยุคสมัยและปัจจัยสำคัญ 3 ประการนับแต่พุทธศักราช 2518 เป็นต้นมา ที่ส่งผลต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพระบรมวงศานุวงศ์ ได้แก่ ประการแรก ทัศนคติของประชาชนต่อสถานะการเป็นที่เคารพสักการะและอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองของสถาบันพระมหากษัตริย์ ประการที่สอง ลักษณะของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากจำนวนของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ลดน้อยลงอย่างมากจนเสมือนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์พระมหากษัตริย์ยิ่งขึ้น และบทบาททางการเมืองสมัยใหม่กลับกลายเป็นของประชาชนแทนที่พระบรมวงศานุวงศ์อย่างสมบูรณ์ และประการที่สาม การว่างเว้นพระบรมวงศานุวงศ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาเป็นเวลายาวนานกว่า 50 ปี บริบทแวดล้อมแห่งยุคสมัยและปัจจัยสำคัญทั้ง 3 ประการดังกล่าวนี้ ได้ยกเลิกการเปิดช่องทางนิตินโยบายของรัฐธรรมนูญในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองของพระบรมวงศานุวงศ์ไปโดยปริยาย และก่อกำเนิดขึ้นเป็นประเพณีการปกครองหรือกฎหมายจารีตประเพณีทางรัฐธรรมนูญว่าด้วยการดำรงอยู่ในฐานะเหนือการเมืองและความเป็นกลางทางการเมืองของพระบรมวงศานุวงศ์ ส่งผลให้พระบรมวงศานุวงศ์ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ในทางการเมืองได้ ตามนัยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2562


การให้ความคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญาแก่การจัดแสงสี, ธมลวรรณ สานุรักษ์ Jan 2023

การให้ความคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญาแก่การจัดแสงสี, ธมลวรรณ สานุรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานแสงสีถือเป็นงานศิลปะแขนงใหม่ที่ผู้สร้างสรรค์ก่อเกิดผลงานหลากหลายรูปแบบจนทำให้งานแสงสีได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่ยอมรับในวงการของงานศิลปะ อีกทั้งงานแสงสียังสร้างอาชีพ และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้สร้างสรรค์งานแสงสีถือเป็นงานศิลปะแขนงใหม่ที่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก แต่บทบัญญัติของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาประเทศไทยยังอาจไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองงานแสงสี เพื่อให้งานแสงสีในประเทศไทยได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม ผู้เขียนจึงได้ศึกษากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ได้แก่ อนุสัญญากรุงเบิร์น (Berne Convention) อนุสัญญากรุงปารีส (Paris Convention) ความตกลง TRIPS (TRIPS Agreement) และกฎหมายสหภาพยุโรป รวมถึงกฎหมายต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศชั้นนำที่มีการให้ความสำคัญในการคุ้มครองงานทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนได้สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้ความคุ้มครองงานแสงสี โดยแบ่งบุคคลที่สัมภาษณ์ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ นักวิชาการ ที่ปรึกษากฎหมาย และศิลปินซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์งานแสงสี พร้อมทั้งนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแบ่งเป็นปัญหาต่าง ๆ ตามประเภทของงานทรัพย์สินทางปัญญาเป็น 6 ประเด็น ดังนี้ ลักษณะงานแสงสีที่จะเข้าองค์ประกอบเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ การปรับใช้หลักเสรีภาพในการถ่ายภาพงานแสงสี (Freedom of Panorama) การคุ้มครองการประดิษฐ์เกี่ยวกับงานแสงสีภายใต้กฎหมายสิทธิบัตร การให้ความคุ้มครองงานแสงสีตามบทนิยามคำว่า “เครื่องหมาย” การคุ้มครองงานแสงสีในฐานะส่วนประกอบของสินค้าหรือบริการ (Trade Dress) การคุ้มครองความลับทางการค้าในงานแสงสี ตลอดจนพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียของการให้ความคุ้มครองงานแสงสีตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้น จากการศึกษาพบว่าการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแก่งานแสงสีเพียงพอแล้ว ทั้งนี้ ผู้เขียนเสนอแนะแนวทางเพื่อให้การคุ้มครองงานแสงสีภายใต้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น โดยให้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เรื่องข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรม และแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 เรื่องบทบัญญัติในส่วนของคำนิยามคำว่า “เครื่องหมาย” สำหรับเครื่องหมายการค้าสามมิติ (Hologram Marks) ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจดแจ้ง หรือจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับงานแสงสี เผยแพร่ความรู้ จัดทำหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ หรือคู่มือ (Guidelines) จัดอบรมหรือให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้สนใจ ติดตามพัฒนาการในการคุ้มครองงานแสงสีในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง


การเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในเหตุภาวะฉุกเฉินสาธารณะ : ศึกษากรณีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในประเทศไทย, นัยน์ปพร อินทธรรมรักษ์ Jan 2023

การเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในเหตุภาวะฉุกเฉินสาธารณะ : ศึกษากรณีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในประเทศไทย, นัยน์ปพร อินทธรรมรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแพร่ระบาดของ Covid-19 ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขของโลก Covid-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมวลมนุษยชาติ และสาธารณสุขโลก อย่างไม่เคยมีมาก่อน รัฐต่าง ๆ พยายามหาวิธีควบคุมป้องกันจนก่อให้เกิดปัญหาใหม่อันเกิดจากการพยายามป้องกันและควบคุมโรคนี้ จนมีผู้กล่าวว่า “ภายในไม่กี่เดือนแรกของการแพร่ระบาดของ Covid -19 เป็นที่ชัดเจนว่ามีภัย 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสุขภาพส่วนบุคคลและสาธารณะที่เกิดจากไวรัสร้ายแรงที่สามารถแพร่เชื้อได้ค่อนข้างง่าย ผ่านกิจกรรมทางสังคมหรือในผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ประการที่สอง เป็นภัยที่เกิดจากความพยายามในการปกป้องและควบคุม การแพร่ระบาดของ Covid-19 ของรัฐบาล ซึ่งกระทบทั้งต่อสิทธิส่วนบุคคล เศรษฐกิจและสังคม รัฐทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการเว้นระยะห่าง จำกัดการเดินทาง กักกัน รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิว โดยอาศัยหลักการเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามพันธกรณี (Derogation clauses) ภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มาใช้เพื่อควบคุมโรค ซึ่งเป็นการยกเว้นกฎหมายที่ใช้ในภาวะปกตินี้ วิทยานิพนธ์นี้พบว่าเป็น “การหลอกกฎหมาย” (pseudo-democratic or pseudo-legalist masquerade)” เช่นเดียวกับประเทศไทยก็ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของ Covid-19 ไปพร้อมกับประชาคมโลก และได้ใช้มาตรการควบคุมโรคโดยใช้อาศัยอำนาจภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการควบคุมความมั่นคง และภัยพิบัติ โดยมีมาตรการหลายรูปแบบ อาทิ ห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง กักบริเวณ ห้ามออกนอกบ้าน มีการสั่งปิดสถานที่ต่าง ๆ ห้ามให้ข่าวหรือทำให้แพร่หลายทางสื่อต่าง ๆ ซึ่งมีข้อความ หรือข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ Covid-19 อันไม่เป็นความจริง หรือเจตนาบิดเบือน มีการกำหนดเวลาออกนอกเคหะสถาน หรือช่วงเวลาเคอร์ฟิวทั่วประเทศ มีการบังคับให้สวมหน้ากาก สิ่งเหล่านี้ได้สร้างปัญหาใหม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ทั้งเศรษฐกิจและสังคม การกระทำเหล่านี้ยังส่อไปทางที่ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน วิทยานิพนธ์นี้จึงมุ่งศึกษาว่า หลักการ Derogation clauses ที่มีอยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศ มีความเป็นมาและมีอยู่อย่างไร การกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมโรค ของรัฐต่าง ๆ และโดยเฉาะของประเทศไทย สอดคล้องกับหลัก Derogation clauses หรือไม่ โดยในบทที่ 2 จะศึกษา หลักการ ทฤษฎี รวมทั้งกฎหมาย ตราสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ความเห็น คำแนะนำ รายงาน ขององค์กรตามสนธิสัญญา ความเห็นของนักกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งการปรับใช้กฎหมายของรัฐต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย และบทที่ …


ปัญหาในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 :ศึกษากรณีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษา, ปพิชญา แจงจำรูญ Jan 2023

ปัญหาในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 :ศึกษากรณีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษา, ปพิชญา แจงจำรูญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในสังคมยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและใช้กันโดยทั่วไป การละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลจึงมีจำนวนมากและสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้หลายประเทศตระหนักถึงการให้ความสำคัญเกี่ยวกับ “สิทธิความเป็นส่วนตัว” หรือ “Rights to Privacy” สถานศึกษาเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ส่งผลให้ต้องมีมาตรการในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและเพียงพอ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีความมุ่งหมายที่จะศึกษาแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในสถานศึกษาผ่านกิจกรรมที่ปรากฏในสถานศึกษาและนำมาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ จากการศึกษาและการสัมภาษณ์สถานศึกษา พบว่า สถานศึกษามีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูล และมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งสถานศึกษายังปฏิบัติไม่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในหลายประการ กล่าวคือ บางสถานศึกษามีการกำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแต่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดการเก็บรวบรวมข้อมูล (Privacy Notice) ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูล ไม่มีการจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (RoPA) หรือบางสถานศึกษาไม่มีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น จากการศึกษาผู้เขียนจึงได้เสนอให้ต้นสังกัดของสถานศึกษากำหนดให้สถานศึกษาภายใต้สังกัดของตนปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยให้สถานศึกษาจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกำหนดเสนอให้ต้นสังกัดสถานศึกษากำหนดแนวทางในการปฏิบัติตาม นอกจากนี้ เห็นควรให้ต้นสังกัดของสถานศึกษามีโครงการหรือการจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งรับทราบและมีแนวทางในการดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน


การคุ้มครองคู่หมั้นโดยเงื่อนไขการส่งมอบหรือโอนของหมั้น, พบธรรม ไรวิรัตน์ Jan 2023

การคุ้มครองคู่หมั้นโดยเงื่อนไขการส่งมอบหรือโอนของหมั้น, พบธรรม ไรวิรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การหมั้นเป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณโดยเป็นช่วงเวลาที่ชายหญิงได้คบหาดูใจกันเพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนสมรส เมื่อพิจารณาถึงเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งของการหมั้นนั้นปรากฏในมาตรา 1437 วรรคหนึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่บัญญัติว่า “การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น” จากบทกฎหมายดังกล่าว จึงหมายความว่าการส่งมอบของหมั้นโดยฝ่ายชายนั้นเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาหมั้น ส่งผลกระทบต่อการเกิดหรือความสมบูรณ์ของสัญญาหมั้น หากไม่มีการส่งมอบของหมั้น ก็จะไม่ถือว่าเป็นการหมั้นที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมาย ทำให้คู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับความเสียหายจากการผิดสัญญาหมั้นไม่ได้รับการคุ้มครอง ทั้งที่การหมั้นควรจะมีสาระสำคัญที่เจตนาจะสมรสของชายหญิงเสียมากกว่า จึงเห็นสมควรให้มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนเงื่อนไขการส่งมอบหรือโอนของหมั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองคู่สัญญาที่ได้รับความเสียหายได้อย่างแท้จริง ผู้เขียนได้ศึกษาบทบัญญัติกฎหมายและแนวทางของการเกิดหรือความสมบูรณ์ของสัญญาหมั้นเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งมีการบัญญัติเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญาหมั้นแตกต่างกันออกไปซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการส่งมอบของหมั้นไม่ได้เป็นองค์ประกอบความสมบูรณ์ของสัญญาหมั้นแตกต่างจากกฎหมายประเทศไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเจตนาว่าจะสมรสระหว่างชายหญิงเสียมากกว่า ทั้งศึกษาเปรียบเทียบการหมั้นกับเอกเทศสัญญาสำคัญอื่นที่มีเรื่องของการส่งมอบทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงศึกษาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบเกี่ยวกับการสมรสเท่าเทียม ผู้เขียนจึงเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขการส่งมอบหรือโอนของหมั้นเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสัญญาหมั้นในการคุ้มครองคู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับความเสียหายจากการผิดสัญญาซึ่งโดยมากมักเป็นหญิง ทั้งให้สอดคล้องกับสภาพสังคม ประเพณีของประเทศไทยในปัจจุบัน


แนวทางที่เหมาะสมสำหรับการใช้หลัก Militant Democracy ยามต้องเผชิญกับสภาวะ Abusive Constitutionalism ในประเทศไทย, สิรภูมิ ชินะโชติ Jan 2023

แนวทางที่เหมาะสมสำหรับการใช้หลัก Militant Democracy ยามต้องเผชิญกับสภาวะ Abusive Constitutionalism ในประเทศไทย, สิรภูมิ ชินะโชติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองประเทศโดยแสดงเจตจำนงของตนเองผ่านทางผู้แทนในรัฐสภา ในขณะที่ประชาชนทุกคนย่อมมีเจตจำนงทางการเมืองหรือความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันและมีความหลากหลาย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีประชาชนบางคนหรือบางกลุ่มแสดงออกซึ่งเจตจำนงเพื่อมุ่งหวังในการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อการพิทักษ์ไว้ซึ่งคุณค่าสูงสุดของรัฐธรรมนูญและเพื่อการปกป้องระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมิให้ถูกล้มล้าง จึงมีการนำเสนอแนวคิดการใช้มาตรการทางการเมืองและมาตรการทางกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย ที่มีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้สิทธิเสรีภาพหรือกระบวนการในระบอบประชาธิปไตยเพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตยเสียเอง ซึ่งเรียกหลักการดังกล่าวในชื่อว่า “หลักประชาธิปไตยปกป้องตนเอง” หรือ “Militant Democracy” เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยมาเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ รูปแบบของภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตยก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่นี้มีความไม่ชัดเจนถึงความมุ่งหมายที่จะล้มล้างระบอบประชาธิปไตย โดย David Landau เรียกภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตยในยุคใหม่นี้ว่า “การใช้รัฐธรรมนูญนิยมในทางที่มิชอบ (Abusive Constitutionalism)” มีเป้าหมายหลักคือการหาช่องโหว่ทางการเมืองและใช้ช่องโหว่นั้นในการรักษาอำนาจของตนเองให้คงอยู่ยาวนานยิ่งขึ้น เมื่อรูปแบบของภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตยได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต มาตรการต่าง ๆ รวมไปถึงการบังคับใช้และการตีความหลักประชาธิปไตยปกป้องตนเอง (Militant Democracy) ก็มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จะศึกษาถึงหลักประชาธิปไตยปกป้องตนเองเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในอดีต และเพื่อรับมือต่อภัยคุกคามในปัจจุบันที่เรียกว่า การใช้รัฐธรรมนูญนิยมในทางที่มิชอบ โดยศึกษาเปรียบเทียบการใช้หลักประชาธิปไตยปกป้องตนเองในภัยคุกคามรูปแบบปัจจุบันของต่างประเทศ เพื่อศึกษาเป็นแนวทางหรืออาจนำมาพัฒนาปรับปรุงข้อกฎหมายหลักประชาธิปไตยปกป้องตนเองของไทย ยามที่ต้องเผชิญกับสภาวะ Abusive Constitutionalism ภายในประเทศ


การจัดการทรัพย์สินของบุตรกรณีมารดาเป็นผู้เยาว์และมิได้จดทะเบียนสมรส, ศุภพัฒน์ พงษ์สุวรรณ Jan 2023

การจัดการทรัพย์สินของบุตรกรณีมารดาเป็นผู้เยาว์และมิได้จดทะเบียนสมรส, ศุภพัฒน์ พงษ์สุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการจัดการทรัพย์สินของบุตรโดยมารดาซึ่งเป็นผู้เยาว์และมิได้จดทะเบียนสมรส เนื่องจากมารดาดังกล่าวยังมีสถานะเป็นผู้เยาว์ตามกฎหมายเพราะมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์และไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงทำให้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยความสามารถของผู้เยาว์ กล่าวคือ ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ จะต้องขอความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน รวมทั้งการใช้สิทธิทางศาลด้วยเช่นกัน ประกอบกับการจัดการทรัพย์สินของบุตรมักอยู่ในรูปแบบของการทำนิติกรรมและการใช้สิทธิทางศาล จึงเท่ากับว่าหากมารดาซึ่งเป็นผู้เยาว์และมิได้จดทะเบียนสมรสจะจัดการทรัพย์สินของบุตรในรูปแบบการทำนิติกรรมหรือการใช้สิทธิทางศาล มารดาดังกล่าวจะต้องขอความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมของตนก่อน มิฉะนั้น นิติกรรมจะตกเป็นโมฆียะและอาจถูกบอกล้างได้ และในส่วนของการใช้สิทธิทางศาล ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งไม่ได้ จนกว่าจะได้มีการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของบุตรโดยมารดาซึ่งเป็นผู้เยาว์และมิได้จดทะเบียนสมรส ได้แก่ การจัดการทรัพย์สินของบุตรและความสามารถของผู้เยาว์ โดยศึกษาจากกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ รัฐควิเบกแห่งประเทศแคนาดา รัฐแคลิฟอร์เนียแห่งสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศญี่ปุ่น เพื่อวิเคราะห์และหาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อทำให้มารดาซึ่งเป็นผู้เยาว์และมิได้จดทะเบียนสมรสสามารถจัดการทรัพย์สินของบุตรได้โดยปราศจากข้อจำกัดทางกฎหมาย ผลการศึกษาสรุปว่า แนวทางที่จะทำให้มารดาซึ่งเป็นผู้เยาว์และมิได้จดทะเบียนสมรสสามารถจัดการทรัพย์สินของบุตรได้โดยปราศจากข้อจำกัดทางกฎหมาย ได้แก่ แนวทางที่หนึ่ง การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติความสามารถของผู้เยาว์โดยลำพังที่ให้ผู้เยาว์สามารถทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้นเพื่อการอุปการะเลี้ยงดูบุตรหรือจัดการทรัพย์สินของบุตร แนวทางที่สอง การแก้ไขบทบัญญัติการบรรลุนิติภาวะและพ้นจากภาวะผู้เยาว์โดยอายุ โดยลดอายุการบรรลุนิติภาวะลงมาที่ 18 ปีบริบูรณ์ และแนวทางที่สาม การเพิ่มเติมบทบัญญัติการบรรลุนิติภาวะโดยทางอื่น โดยให้ผู้เยาว์สามารถบรรลุนิติภาวะได้โดยคำสั่งศาล


สิทธิเสมอภาคของครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทย, เนตรนภา ปรีชา Jan 2023

สิทธิเสมอภาคของครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทย, เนตรนภา ปรีชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สิทธิความเสมอภาคนับเป็นว่าเป็นสิทธิที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของบุคคลทุกคนในสังคม สิทธิความเสมอภาคมีการบัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการตราพระราชบัญญัติเพื่อมีการบังคับใช้ในประเทศ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสิทธิความเสมอภาคเป็นเรื่องที่สำคัญ การศึกษาในส่วนของการคุ้มครองและการรับรองสิทธิครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวภายใต้หลักความเสมอภาคจึงเป็นสิ่งที่รัฐจำเป็นจะต้องคุ้มครองและรับรองสิทธิ ปัญหากลุ่มเปราะบางอย่างครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวให้ได้รับการปฏิบัติทัดเทียมกับกลุ่มเปราะบางอื่นๆอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผู้เขียนจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายใดบ้างรองรับการรับรองสิทธิและครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว รวมไปถึงรัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิไว้อย่างไรและทำการศึกษาบทกฎหมายต่างประเทศที่มีความเกี่ยวข้องอีกทั้งได้ทำการสัมภาษณ์แม่เลี้ยงเดี่ยวในต่างประเทศ จากการศึกษาพบว่าทุกประเทศที่ทำการศึกษาให้ความสำคัญกับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวโดยมีทั้งกฎหมายและสวัสดิการต่างๆมอบให้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยจึงมีความแตกต่างทั้งด้านกฎหมายและสวัสดิการ ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการนำกฎหมายและรัฐสวัสดิการในต่างประเทศมาปรับใช้ในประเทศไทย โดยการปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพกฎหมายและสังคมของประเทศไทย ด้วยการบัญญัติและวิธีการต่างๆไว้ในกฎหมาย โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการที่เหมาะสม รวมไปถึงการตรากฎหมายและพระราชบัญญัติมาบังคับใช้เพื่อให้สอดคล้องกับการรับรองและคุ้มครองสิทธิครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทย


หน้าที่ในการบอกกล่าว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อความรับผิดของลูกหนี้ร่วม, ธชธร ประตังถาโต Jan 2023

หน้าที่ในการบอกกล่าว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อความรับผิดของลูกหนี้ร่วม, ธชธร ประตังถาโต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยได้กำหนดหลักการให้การกระทำบางประการของลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งที่ได้ไปกระทำต่อเจ้าหนี้ หรือการกระทำบางประการของเจ้าหนี้ต่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่ง อาจจะมีผลกระทบถึงลูกหนี้ร่วมคนอื่นด้วย อย่างไรก็ดี กฎหมายกลับไม่ได้มีการอธิบายว่าลูกหนี้ร่วมคนอื่น ๆ ซึ่งต้องผูกพันในผลของการกระทำเหล่านั้นด้วย จะทราบถึงการกระทำนั้นได้อย่างไร จากการศึกษาพบว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยและของต่างประเทศได้ยอมรับหลักการว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญบางประการขึ้น บุคคลที่มีส่วนกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความรับผิดและจะกล่าวอ้างสิทธิโดยอาศัยผลของเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรับผิดของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในมูลหนี้นั้น ควรเป็นผู้มีหน้าที่ในการบอกกล่าวไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยหากฝ่าฝืนหน้าที่ดังกล่าว ย่อมไม่สามารถอ้างสิทธิของตนโดยอาศัยผลของเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรับผิดของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในมูลหนี้ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในมูลหนี้ทุกฝ่ายควรที่จะต้องปฏิบัติต่อกันด้วยความสุจริต รวมถึงพึงมีหน้าที่กระทำการปกป้องคุ้มครองสิทธิของกันและกันอันรวมถึงการบอกกล่าวให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในมูลหนี้ทราบถึงเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรับผิดของเขาด้วย ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรกำหนดให้ลูกหนี้ร่วมที่จะเข้าชำระหนี้หรือได้ชำระหนี้แล้ว หรือลูกหนี้ร่วมที่ได้รับการปลดหนี้นั้น มีหน้าที่ในการบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ร่วมคนอื่น ว่าตนจะชำระหนี้หรือตนได้มีการชำระหนี้หรือตนได้รับการปลดหนี้จากเจ้าหนี้แล้ว


การกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับผู้ประกอบการเพื่อป้องกันความรุนแรงในสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริโภคในสถานที่, วัชรพงศ์ ค่อยจะโปะ Jan 2023

การกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับผู้ประกอบการเพื่อป้องกันความรุนแรงในสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริโภคในสถานที่, วัชรพงศ์ ค่อยจะโปะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงปัญหาการกำหนดมาตรการทางกฎหมายสำหรับผู้ประกอบการเพื่อป้องกันความรุนแรงในสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริโภคในสถานที่โดยนำทฤษฎีอาชญาวิทยามาใช้อธิบายสาเหตุของปัญหา และนำแนวคิดและทฤษฎีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบกับมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อนำเสนอแนวทางการกำหนดความรับผิดทางอาญาในการกำหนดหน้าที่สำหรับผู้ประกอบการเพื่อป้องกันความรุนแรงในสถานที่จำหน่ายได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาพบว่า กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริโภคในสถานที่ยังไม่ได้กำหนดมาตรการทางกฎหมายที่เพียงพอและเหมาะสมในการควบคุมและกำกับดูแลสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริโภคในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานบริการเพื่อป้องกันความรุนแรงในสถานที่จำหน่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดหน้าที่ให้แก่ผู้ประกอบการในการรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นมาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุความรุนแรงและหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งเป็นมาตรการระงับเหตุความรุนแรง และในส่วนมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมและกำกับดูแลสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริโภคในสถานที่ที่เป็นสถานบริการซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงสูง แต่กลับไม่ได้กำหนดหน้าที่ให้ผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่จำหน่ายที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในสถานที่จำหน่าย ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ถูกกระทำความรุนแรง ผู้ใช้บริการโดยทั่วไป สถานประกอบการ ตลอดจนระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ด้วยเหตุนี้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอแนะให้เพิ่มเติมการกำหนดความรับผิดทางอาญาและมาตรการทางปกครองกรณีฝ่าฝืนไม่จดแจ้งการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริโภคในสถานที่แก่ผู้ประกอบการเพื่อควบคุมและกำกับดูแลผู้ประกอบการด้วยระบบการจดแจ้งให้เหมาะสมตามประเภทสถานที่จำหน่าย และกำหนดความผิดทางพินัยและมาตรการทางปกครองเพื่อกำหนดหน้าที่การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในสถานที่แก่ผู้ประกอบการให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อการป้องกันความรุนแรงในสถานที่จำหน่ายตามระดับความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงของประเภทสถานที่จำหน่ายต่อไป


มาตรการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็ก: กรณีศึกษาการโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลในประเทศไทย (Targeted Advertisement), เจนจิรา ดาวเรือง Jan 2023

มาตรการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็ก: กรณีศึกษาการโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลในประเทศไทย (Targeted Advertisement), เจนจิรา ดาวเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลส่งผลกระทบต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กทั้งในรูปแบบของการเฝ้ามองพฤติกรรมทางออนไลน์ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ การทำโปรไฟล์ หรือการนำเสนอโฆษณาที่ตอบสนองต่อความต้องการหรือลักษณะเฉพาะของตัวเด็ก สามารถชักจูงความคิดหรือกระตุ้นความต้องการของผู้รับโฆษณาได้โดยเฉพาะเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือวัตถุประสงค์อื่นใด การที่เด็กซึ่งเป็นบุคคลกลุ่มเปราะบางของสังคมอาจมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลและเครือข่ายออนไลน์และมีวิจารณญาณในการรับสื่อโฆษณาที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงจากการตกเป็นเป้าหมายของการแทรกแซงสิทธิในความเป็นส่วนตัวและการแสวงหาประโยชน์อันไม่ชอบจากการกระทำดังกล่าวได้โดยง่าย จากการศึกษาพิจารณาได้ว่า กฎหมายภายในของไทยในปัจจุบันอาจมีไม่เพียงพอสำหรับการคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กจากการโฆษณาโดยเจาะจงตัวบุคคลตามมาตรฐานระหว่างประเทศ ดังนั้น วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาแนวทางการพัฒนามาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กให้สอดคล้องกับพันธกรณีของประเทศไทยที่มีอยู่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ


ศาลปกครองกับสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, อดิศร คงพุนพิน Jan 2023

ศาลปกครองกับสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, อดิศร คงพุนพิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับสิทธิชุมชน และคำวินิจฉัย คดีปกครองเกี่ยวกับสิทธิชุมชนที่สำคัญทั้งจากคำวินิจฉัยของศาลต่างประเทศและคำวินิจฉัย ขององค์กรระงับข้อพิพาทระดับเหนือรัฐ เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวทางทางกฎหมายในการวินิจฉัยคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิชุมชนในศาลปกครองของไทย ผลการศึกษาพบว่า “สิทธิชุมชน” เป็นสิทธิประเภท “สิทธิเชิงกลุ่ม” ที่มีพัฒนาการมาจากกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ “ชุมชน” สามารถใช้สิทธิทางศาลได้โดยการมอบหมายให้ปัจเจกบุคคล และ/หรือ นิติบุคคล ที่เป็นตัวแทนหรือผู้แทนของชุมชนนำคดีไปฟ้องต่อศาลในนามของชุมชน และกรณี ที่ศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ทรงสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญและมีสิทธิ ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น มีสิทธิในการดำรง วิถีชีวิตในพื้นที่ป่า เป็นต้น แม้ว่าจะมีข้อจำกัดที่ทำให้ศาลไม่สามารถออกคำบังคับให้ผู้ฟ้องคดีเข้าไปดำรงวิถีชีวิตอยู่ในพื้นที่ป่าได้ก็ตาม หากแต่ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอค่าสินไหมทดแทนจากการที่ต้องสูญเสียสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง และ/หรือ สิทธิในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาด้วย ศาลปกครองย่อมสามารถกำหนดให้ฝ่ายปกครองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี จากการที่ต้องสูญเสียสิทธิดังกล่าวในการดำรงวิถีชีวิตตาม จารีตประเพณีตามบรรทัดฐานคำวินินิจของศาลต่างประเทศได้


ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะ, ภคพร ลาวัณย์ประเสริฐ Jan 2023

ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะ, ภคพร ลาวัณย์ประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบัน มีการใช้ข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะอย่างแพร่หลาย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาแนวคิด ทฤษฎี กฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเข้าถึงและการใช้ข้อมูลเกษตรกรรมในระบบเกษตรอัจฉริยะทั้งโดยภาครัฐและภาคเอกชน โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในกรอบนโยบายด้านการเกษตร ผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่ายังไม่ปรากฏว่ามีผู้ให้บริการระบบเกษตรอัจฉริยะรายใดที่ดำเนินการอย่างมีความชัดเจนและปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ได้ตามสมควรจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายและนโยบายที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเป็นไปตามแนวทางสากล เข้ามากำกับดูแล โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการเข้าถึงและการใช้ข้อมูล ความเป็นเจ้าของข้อมูล วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความมั่นคงปลอดภัย


Strengthening China's Response To Economic Losses Caused Byship Oil Pollution: Advancing Compensation Mechanisms, Meiyi Gai Jan 2023

Strengthening China's Response To Economic Losses Caused Byship Oil Pollution: Advancing Compensation Mechanisms, Meiyi Gai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

China's oil pollution compensation system, established relatively late, has an imperfect legal framework, leading to numerous issues in claim settlements. Frequent oil pollution incidents significantly damage its marine ecosystem and harm affected parties. Despite initial efforts, China's compensation framework is less effective than those of developed countries. This paper examines the current challenges in China's compensation mechanism for ship oil pollution damage, drawing lessons from Canada and the United States, and proposing improvements. Through a comprehensive literature review and comparative analysis, the study identifies legislative strengths and weaknesses, aiming to improve China's system by adopting a dual-track compensation mechanism that …


Table Of Contents - Cardozo Journal Of Equal Rights & Social Justice, Vol. 29, Iss. 2 Jan 2023

Table Of Contents - Cardozo Journal Of Equal Rights & Social Justice, Vol. 29, Iss. 2

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

No abstract provided.


The Advent Of Facial Recognition And The Erosion Of The Rule Of Law In "Moscow Smart City", Antonina Semivolos Jan 2023

The Advent Of Facial Recognition And The Erosion Of The Rule Of Law In "Moscow Smart City", Antonina Semivolos

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

The Russian government's deployment of facial recognition technology in Moscow, exemplified by the Popova case, highlights the erosion of civil liberties due to insufficient legal regulation and the absence of safeguards against surveillance overreach. This deployment underscores the broader decline in democratic principles and civil society's diminished capacity to challenge authoritarian measures.


Accessibility In The Digital Age - Why The United States Needs A New Approach To The Americans With Disabilities Act, William J. Seguin Jan 2023

Accessibility In The Digital Age - Why The United States Needs A New Approach To The Americans With Disabilities Act, William J. Seguin

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

The note argues that the Americans with Disabilities Act (ADA) must be updated to address digital accessibility, as its current framework, designed for the physical world, fails to accommodate the realities of the digital age. The ADA's success in promoting physical accessibility contrasts sharply with its inadequacy in ensuring equal access to digital spaces, highlighting the need for a new approach that includes digital platforms under its protections.


Annotated Legal Bibliography Jan 2023

Annotated Legal Bibliography

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

No abstract provided.


Synthesizing Energy Transitions, Danielle Stokes, Nadia Ahmad, Uma Outka, Hannah Wiseman Jan 2023

Synthesizing Energy Transitions, Danielle Stokes, Nadia Ahmad, Uma Outka, Hannah Wiseman

Law Faculty Publications

This Article assesses the growing and cross-disciplinary literature on energy transitions to explore how it can guide law and policy reforms for the energy sector. The modern conception of energy transition centers primarily on clean energy—a shift away from fossil energy dependence. It also, however, incorporates equity as a core principle, as an increasing emphasis on energy justice and just transition seeks to create guiding norms for the energy sector’s current state of change. The concept of energy transition is critical for describing and giving meaning to a fundamental societal shift at the local, regional, national, and global scales, aligned …


More Than An Icon: Taking Shirley Chisholm At Her Word, Marissa Jackson Sow Jan 2023

More Than An Icon: Taking Shirley Chisholm At Her Word, Marissa Jackson Sow

Law Faculty Publications

Shirley Anita St. Hill Chisholm is an American hero, one whose legacy and likeness have achieved iconic status within popular political culture, particularly as women have increasingly sought elected office. In 2019 in her home state of New York, Governor Andrew Cuomo created a state park in her honor. Several months earlier, New York City mayor Bill de Blasio’s administration had announced the creation of a monument in Chisholm’s honor in Brooklyn’s Prospect Park. Both sites incorporate and rely on both the visual depictions of Chisholm that have become political iconography—the Congresswoman’s dark brown face and glasses centered by a …


The Haunting Of Wealth Law, Allison Anna Tait Jan 2023

The Haunting Of Wealth Law, Allison Anna Tait

Law Faculty Publications

Wealth law is full of ghosts, ghosts everywhere all at once. As a form of both preservation and disruption, a form of continuance as well as a form of interruption, ghosts are reminders of the past in its multiple forms. But they are also figures that prompt consideration of the present as well as speculation about the future. Jacques Derrida, who suggested the idea of “hauntology,” posited haunting and the ghostly as being “time out of joint,” a reference to Hamlet’s confused cry upon seeing his father’s ghost that Derrida analyzes extensively. In this sense, ghosts are akin to inheritance, …