Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Law Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Theses/Dissertations

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
File Type

Articles 2191 - 2220 of 6361

Full-Text Articles in Law

America’S Presidential Crisis Of Legitimacy: How The Electoral College Became Obsolete And How We Can Fix It, Julia Rose Foodman Jan 2021

America’S Presidential Crisis Of Legitimacy: How The Electoral College Became Obsolete And How We Can Fix It, Julia Rose Foodman

Scripps Senior Theses

The goal of this thesis is to critique the current American Presidential electoral system, the Electoral College, and to show what an alternative could potentially mean for the American people. This paper seeks to answer the following questions: What are the main arguments for the Electoral College, why are they troubling, and how can we mend American Presidential elections for the greater purposes of political equality, democracy, and freedom? To do so, core arguments made by conservative pundits in favor of the Electoral College are outlined in order to bring attention to their logical, political, and moral inconsistencies. The inequalities …


Perceptions Of Equality And Justice In African Americans: Implications For Well-Being And Success, Elaney C. Ortiz Jan 2021

Perceptions Of Equality And Justice In African Americans: Implications For Well-Being And Success, Elaney C. Ortiz

Scripps Senior Theses

Focusing on the intersections of the perceptions of legal equality and justice and lived experiences of equality and justice in the Black Community, this study seeks to find an interaction between these different perceptions of equality and justice, and well-being and success for Black Americans. Grounded in theory, but taking an original approach to this field, it is hypothesized that increased perceptions of equality and justice in either realm will increase well-being and success. Distinctly, lower perceptions of equality and justice will contribute to lower levels of well-being and success. This research is critical, as it looks at the importance …


A Gender And Race Theoretical And Probabilistic Analysis Of The Recent Title Ix Policy Changes, Jordan Wellington Jan 2021

A Gender And Race Theoretical And Probabilistic Analysis Of The Recent Title Ix Policy Changes, Jordan Wellington

Scripps Senior Theses

On May 6th, 2020, after extensive public comment and review, the Department of Education published the final rule for the new Title IX regulations, which took effect in schools on August 14th. Title IX is the nearly fifty year old piece of the Education Amendments that prohibits sexual discrimination in federally funded schools. Several of these changes, such as the inclusion of live hearings and cross examination of witnesses, have been widely criticized by victims’ rights advocates for potentially retraumatizing victims of sexual assault and discouraging students from pursuing a Title IX claim. While the impact of the new regulations …


The Sustainable Groundwater Management Act (Sgma): Long Overdue, But Is It Living Up To Its Potential?, Bailey Mknelly Jan 2021

The Sustainable Groundwater Management Act (Sgma): Long Overdue, But Is It Living Up To Its Potential?, Bailey Mknelly

Scripps Senior Theses

This thesis discusses the Sustainable Groundwater Management Act (SGMA), California’s first statewide groundwater regulatory legislation. The act established the formation of groundwater basins and local governing bodies called Groundwater Sustainability Agencies (GSAs) which are tasked with creating Groundwater Sustainability Plans (GSPs). More specifically, this thesis examines how the structure of GSAs affects stakeholder accessibility, community engagement, and transparency. Through a collection of four interviews as well as the use of primary and secondary sources, this paper will explore the potential, and the ultimate shortcomings of SGMAs transparency, particularly in ensuring clean, safe water to historically disenfranchised communities. Using Kern and …


Immigration Offenses Throughout Federal Sentencing: An Analysis Of The Impact Of Political Affiliation Among Districts, Robin Hood Jan 2021

Immigration Offenses Throughout Federal Sentencing: An Analysis Of The Impact Of Political Affiliation Among Districts, Robin Hood

All Master's Theses

Immigration has remained one of the most controversial political debates throughout the United States. Research has yet to fully examine the effects of political affiliation of federal districts on sentencing outcomes for specific immigration offenses. To fill the gaps in research, this study compares political affiliation of federal districts among immigration offenses to determine variations in sentencing outcomes. Data included Presidential and House of Representative votes for the 2016 election and Monitoring of Federal Sentencing for the fiscal years of 2015-2016. Analysis includes case processing/legal variables, defendant characteristics, and political affiliation. To analyze political affiliation, a binary logistic regression was …


Rights For The “Non-Conforming” Woman: The Intersectionality Of The Fight For Women’S Rights And Lgbtq+ Rights In Argentina, Talia C. Housman Jan 2021

Rights For The “Non-Conforming” Woman: The Intersectionality Of The Fight For Women’S Rights And Lgbtq+ Rights In Argentina, Talia C. Housman

Honors Theses

Argentina has faced many challenges throughout its history of activism as the people have pushed for an equal society. Different movements have sprung up over the years, but they have begun to twist together in recent times due to the need for support during repressive regimes. This brings into question the concept of intersectionality, which spans feminist, queer, and legal theory in its attempt to explain the need for overlap, modeling the natural development of personal identities and groups like family. The feminist movement and the LGBTQ+ movements have woven together in many rallies, especially during El Encuentro Nacional de …


ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในสถาบันการเงินภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, อริยะ ตังสวานิช Jan 2021

ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในสถาบันการเงินภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, อริยะ ตังสวานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ในสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ. 2562 โดยศึกษาประกอบกับการสัมภาษณ์ DPO ของสถาบันการเงิน 13 แห่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบและนำเสนอการกำหนดโครงสร้างองค์กรและคุณสมบัติของ DPO สถาบันการเงินที่เหมาะสมต่อไป ผลการศึกษาพบว่า มีความไม่ชัดเจนในการกำหนดโครงสร้างการทำงานของ DPO และการกำหนดคุณสมบัติของ DPO ที่เป็นมาตรฐานของสถาบันการเงินส่งผลให้เกิดปัญหาบางประการ ดังนี้ DPO ขาดความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่และเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไม่มีการกำหนดกระบวนการปรึกษาหารือระหว่างฝ่ายงานกับ DPO ที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ขาดพนักงานที่มีความรู้ความเข้าใจและเครื่องมือที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ ยังพบว่าไม่มีการกำหนดระยะเวลาการทบทวนตำแหน่ง DPO สถานะทางกฎหมายของตำแหน่งผู้ช่วย DPO และวิธีการตรวจสอบการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร ด้วยเหตุตามที่กล่าวข้างต้น ผู้เขียนจึงขอเสนอให้หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องออกมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ DPO ในสถาบันการเงิน ตลอดจนกำหนดมาตรฐานการทบทวนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชัดเจน เพื่อให้การทำงานของ DPO ในสถาบันการเงินต่างๆ สัมฤทธิ์ผลในทางกฎหมายไปพร้อมกับเกิดประโยชน์ในการแข่งขันทางธุรกิจดิจิทัล


ระบบประกันสังคมพื้นฐานสำหรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน, เอก มั่นเกษวิทย์ Jan 2021

ระบบประกันสังคมพื้นฐานสำหรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน, เอก มั่นเกษวิทย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แรงงานถือเป็นปัจจัยสําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ หากแรงงานมีความรู้ มี ทักษะสูงย่อมส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการทํางาน ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศใน ภาพรวม ทั้งนี้มีบางประเทศที่มีความต้องการแรงงานจากประเทศต่างๆเข้ามาทํางานในประเทศตน เพื่อทําให้เศรษฐกิจในประเทศเจริญเติบโตก้าวหน้าต่อไป ทําให้แรงงานในบางประเทศมีความประสงค์ จะย้ายถิ่นในการทํามาหากิน โดยปัจจัยต่างๆนั้นมาจากการที่ประเทศต้นทางไม่ตอบสนองต่อความ ต้องการเท่ากับประเทศปลายทางที่แรงงานย้ายถิ่นจะไปประกอบอาชีพ ในการเคลื่อนย้ายแรงงานนั้น จะต้องมีบริบทที่เป็นมาตรฐานที่ทําให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นไปตามหลักการรวมกลุ่มทาง ภูมิภาค ซึ่งตามหลักการทางการรวมกลุ่มทางภูมิภาคนั้น ประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายแรงงานจะ เกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อมีการกําหนดหลักประกันที่สําคัญและนํามาใช้ได้จริง เช่น การมีหลักประกันทาง สังคมและความมั่นคง เป็นต้น การรวมกลุ่มทางภูมิภาคนั้นไม่ใช่แค่เป็นการรวมกลุ่มแค่ในประเทศที่ พัฒนาแล้ว ในฝั่งเอเชียก็มีการรวมกลุ่มทางภูมิภาคขึ้นนั้นคือ การเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่ง เป็นการรวมกลุ่มของสิบประเทศสมาชิก เพื่อเป็นการพัฒนา เสริมสร้างการค้า การเคลื่อนย้ายแรงงาน ได้อย่างเสรี ในการเคลื่อนย้ายแรงงานของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจากประเทศต้นทางไปยังประเทศ ปลายทาง เมื่อแรงงานมีการย้ายถิ่นไปทํางานที่ประเทศปลายทาง แรงงานย้ายถิ่นย่อมต้องเผชิญกับ ความไม่มั่นคงทางสังคม ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางด้านวัฒนธรรมและความเสี่ยงภัยต่าง ๆ ใน ระหว่างทํางาน การคุ้มครองทางสังคมจึงเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับการย้ายถิ่น เพื่อให้แรงงานย้ายถิ่นมี ความคุ้มครอง เป็นการสร้างความมั่นคงทางสังคมให้แก่แรงงานเมื่อต้องย้ายไปทํางานในต่างประเทศ การคุ้มครองทางสังคมที่สําคัญแก่แรงงาน คือ เรื่องของการประกันสังคม จากการศึกษาพบว่าระบบประกันสังคมของสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนให้สิทธิแรงงาน ข้ามชาติไม่เท่าเทียมกับแรงงานในประเทศของตน หรือบางประเทศไม่ให้สิทธิประโยชน์กับแรงงาน ข้ามชาติเลย ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อกําหนดขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตามอนุสัญญา ฉบับที่ 102 ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ําที่แรงงานควรได้รับ และตามอนุสัญญาฉบับที่ 118 ว่าด้วยการ ปฏิบัติที่เท่าเทียม (ประกันสังคม) และอนุสัญญาฉบับที่ 157 ว่าด้วยสิทธิประโยชน์ประกันสังคม ดังนั้นการที่จะทําให้การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนมีประสิทธิภาพ มากขึ้น จําเป็นต้องมีการร่วมกันพัฒนา ทบทวน ปรับปรุงระบบความมั่นคงให้มีความชัดเจน


Non-Governmental Organisations' Impact On Educational Policy In Rural Ghana, Sarah Ayikai Okine Jan 2021

Non-Governmental Organisations' Impact On Educational Policy In Rural Ghana, Sarah Ayikai Okine

Walden Dissertations and Doctoral Studies

Abstract Non-governmental organizations (NGOs) have become an increasingly important factor in education globally. The social structure in developing countries such as Ghana has created a need for government to work with NGOs in the educational system to reach out to children and provide quality basic, primary education, especially in rural communities. However, there are still challenges in the discharge of their duties due to challenges in collaboration with all stakeholders. This case study addressed the perception of stakeholders regarding NGOs’ influence on Ghana’s educational system to better understand the influence and impact of NGOs on education in Ghana’s rural communities. …


Correctional Officer Opinions About Offenders With Mental Illness: The Relationships Among Opinions, Burnout, Emotional Intelligence, And Mental Health Training, Courtney Hull Jan 2021

Correctional Officer Opinions About Offenders With Mental Illness: The Relationships Among Opinions, Burnout, Emotional Intelligence, And Mental Health Training, Courtney Hull

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

Rates of mental illness among incarcerated individuals in the United States are high and have been well documented. Correctional officers are on the front line of identifying symptoms and alerting mental health professionals to problems as they arise. Correctional officers often lack an understating of mental illness, feel ill-equipped to manage mental health crises, and experience high levels of job-related stress. The objective of this study was to better understand the relationship between correctional officers’ emotional intelligence and opinions about mental illness, and to identify if burnout moderated the relationship between the variables. Additionally, the study sought to understand the …


Gun Control: Republican Views For Common Ground, Ruth Yazmin Molina Jan 2021

Gun Control: Republican Views For Common Ground, Ruth Yazmin Molina

Walden Dissertations and Doctoral Studies

AbstractPublic and political opinion regarding gun regulation in the United States are sharply split across the political divide. The purpose of this research was to determine the common ground among the Republican Party supporters concerning gun control legislations in the United States. The frame for the study poised into determining in what ways does an affiliation to the Republican Party influence a supporters’ views on state and federal gun laws and if members of the Republican Party believe that a common ground may exist with Democrats for passable gun control legislation. Partisan motivated reasoning theory was used to frame the …


The Dangers Of Free Speech In The Modern World, Katie Yoak Jan 2021

The Dangers Of Free Speech In The Modern World, Katie Yoak

Williams Honors College, Honors Research Projects

In our modern day individuals often feel safe being able to say whatever they want from behind a computer. The ability to say whatever we want online has both positive and negative effects. This digital form of communication can bring out both the best and worst in us. Many people in our modern age take this technology and use it to engage in aggressive behavior that may not normally occur or be seen by as many people. In this modern day of internet aggression I wish to explore how the ability to speak freely online and through social media services …


Is The Irish Immigration Policy Delivering The Best For Its Economy Through Its Non-Eu Dependent Immigrants. An Empirical Study, Pai M.J Arjun Jan 2021

Is The Irish Immigration Policy Delivering The Best For Its Economy Through Its Non-Eu Dependent Immigrants. An Empirical Study, Pai M.J Arjun

Masters

The Emerald Isle is fast becoming the next big hotspot for highly skilled migrants aspiring to relocate to the last English-speaking nation within the European Union [EU]. The transition from the state of being an emigrant country to an immigrant nation poses complex opportunities for the country, its people, and the immigrants who relocate in making Ireland their home. Despite a consistent inflow of skilled immigrants migrating into the country since the last few decades, policy reforms adopted in Ireland towards dependent immigrants remain reactive, lacks the backing of studies in evaluating the utilization of available skilled dependent immigrants in …


Jurors' Perceptions Of False Confessions, Madison G. Gallimore Jan 2021

Jurors' Perceptions Of False Confessions, Madison G. Gallimore

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

This study examined the effect of mock jurors’ perceptions of a defendant’s false confession vs. no confession (false confession presence), coercive interrogation techniques vs. panic-escape (false confession reason), and expert witness testimony vs. defendant explanation vs. expert witness testimony plus defendant explanation for his false confession (source). The four hypotheses and one research question pertained to main effects and interaction effects of false confession presence, false confession reason, and source (separately) and expert witness conditions combined on five outcome variables. Outcome variables were defendant’s guilt, trustworthiness, suggestibility, susceptibility to external influences, and juror’s likelihood of changing their verdict. Using Amazon …


ปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทที่อยู่อาศัย, อรณิชา ศิริลักษณาพร Jan 2021

ปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทที่อยู่อาศัย, อรณิชา ศิริลักษณาพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทที่อยู่อาศัยตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 นั้นได้มีการออกพระราชบัญญัติแทนกฎหมายเดิมซึ่งก็คือ พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 โดยหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีนั้นมีลักษณะแตกต่างจากเดิม โดยตามกฎหมายเดิมนั้นจะมีฐานภาษีที่ใช้ในการคำนวณเพื่อจัดเก็บภาษี คือ ค่ารายปีหรือค่าเช่าจากทรัพย์สินนั้น ส่วนตามกฎหมายปัจจุบันนั้นจะมีฐานภาษีจากมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ของทรัพย์สินนั้น โดยจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับปัจจุบันนั้นส่งผลให้เจ้าของทรัพย์สินในส่วนของที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม เป็นต้น ต้องมีการรับภาระในการจ่ายชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่ม ทั้งที่ถ้าตามกฎหมายเดิมเจ้าของทรัพย์สินในส่วนของที่อยู่อาศัยจะไม่มีภาระในการจ่ายชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเนื่องจากเป็นการอยู่อาศัยโดยเจ้าของทรัพย์สินเอง ไม่ได้มีการให้ผู้อื่นเช่าจึงไม่มีค่ารายปีที่ต้องนำมาคำนวณเป็นฐานภาษี การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันฐานภาษีนั้นเกิดจากมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ของทรัพย์สิน และอัตราภาษีของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในแต่ละประเภทไม่เท่ากัน คือ มีการจัดประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย การใช้ประโยชน์อื่น หรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า เป็นต้น ซึ่งประเภทของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่แตกต่างกันก็จะทำให้มีการจัดเก็บอัตราภาษีไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงเกิดปัญหาในการตีความนิยามของคำว่าประเภทของที่อยู่อาศัยนั้นว่ามีความเหมาะสมและแน่นอนหรือไม่ เช่น ที่อยู่อาศัยที่มีการให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย หรือ โฮมสเตย์ควรจะมีการจัดประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย หรือเพื่อการใช้ประโยชน์อื่นในทางพาณิชยกรรม เนื่องจากการจัดประเภทที่แตกต่างกันย่อมส่งผลถึงอัตราภาษีที่ใช้ในการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วยเช่นกัน ซึ่งหากถูกจัดประเภทเป็นที่อยู่อาศัยอัตราภาษีย่อมต่ำกว่าการจัดประเภทเพื่อการใช้ประโยชน์อื่น อีกทั้ง การประเมินมูลค่าทุนทรัพย์เพื่อใช้เป็นฐานภาษีในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น วิธีต้นทุน วิธีเปรียบเทียบราคาตลาดและวิธีรายได้ เป็นต้น ซึ่งวิธีการประเมินทุนทรัพย์แต่ละวิธีนั้นย่อมมีมูลค่าในการประเมินทุนทรัพย์ที่แตกต่างกัน ซึ่งหากทางหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประเมินมูลค่าทุนทรัพย์ใช้วิธีในการประเมินที่ไม่เหมาะสม คือ ทำให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องรับภาระภาษีมากหรือน้อยเกินสมควรย่อมเป็นการประเมินที่ไม่เป็นธรรม เช่น หากประเมินมูลค่าอาคารที่มีต้นทุนการก่อสร้างที่สูง เนื่องจากอาจซื้อวัสดุก่อสร้างมาด้วยราคาที่แพงเกินสมควรจะทำให้การใช้วิธีต้นทุนในการประเมินมูลค่าทุนทรัพย์อาจจะไม่เหมาะสม เนื่องจากหากประเมินด้วยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาดแล้วมูลค่าที่ประเมินได้ย่อมอาจมีมูลค่าต่ำกว่าค่อนข้างมาก และจะส่งผลต่อฐานภาษีเพื่อนำไปใช้ในการคำนวณภาษีต่อไป โดยหากฐานภาษียิ่งมีมูลค่าสูงย่อมทำให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องรับภาระภาษีมากขึ้นและหากฐานภาษีมีมูลค่าน้อยกว่าสมควรก็ย่อมทำให้รายได้ของรัฐในการจัดเก็บภาษีนั้นต่ำลง โดยพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกอบกับพระราชบัญญัติการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ.2562 นั้นมีการเปลี่ยนวิธีจากการกำหนดค่ารายปีเป็นการประเมินมูลค่าของทรัพย์สินเพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งกรณีที่ดินจะใช้ราคาตลาดเป็นหลักในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ส่วนสิ่งปลูกสร้างจะใช้ราคาประเมินโดยวิธีต้นทุนเป็นหลัก แต่จากการศึกษานั้นพบว่าประเภทของบ้านนั้นมีหลายประเภท เช่น บ้านไม้ บ้านปูน หรือบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ แต่กรมธนารักษ์หรือผู้ประเมินทุนทรัพย์นั้นได้จำแนกประเมินในการกำหนดราคาประเมินเพียง 2 ประเภท คือ บ้านเดี่ยวและบ้านทาวน์โฮมซึ่งไม่สอดคล้องกับประเภทบ้านที่มีอยู่อย่างหลากหลายในปัจจุบัน และบ้านแต่ละประเภทก็ย่อมมีต้นทุนไม่เท่ากัน จะประเมินบ้านแต่ละประเภทมีต้นทุนที่เท่ากันเพื่อใช้ในการคำนวณเป็นฐานภาษีนั้นย่อมไม่เหมาะสมและไม่เท่าเทียม ดังนั้น จากปัญหาข้างต้นจึงได้มีการศึกษามาตรการทางภาษีของต่างประเทศ คือ ประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้เพื่อที่จะทำการเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศไทย และนำมาเสนอแนวทางในการลดหรือขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นจากปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทที่อยู่อาศัยในเรื่องของการตีความนิยามของคำว่าประเภทของที่อยู่อาศัย และการกำหนดประเภทของที่อยู่อาศัยในการประเมินมูลค่าทุนทรัพย์เพื่อเป็นฐานในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562


แนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการทำงานทางไกลผ่านมัลติมีเดีย (Telework) ในประเทศไทย, อฑตยา นิลทองคำ Jan 2021

แนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการทำงานทางไกลผ่านมัลติมีเดีย (Telework) ในประเทศไทย, อฑตยา นิลทองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตราบใดที่สภาวการณ์ในเรื่องค่าฝุ่น 2.5 PM ยังคงมีความทวีพูนอยู่และมากขึ้นที่ยังไม่ สามารถจัดการหรือควบคุมให้ดีขึ้นได้ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในปัจจุบันที่ยังคงระบาดอยู่ทั่วโลก ผู้ประกอบการหรือนายจ้างย่อมต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตทั้ง ในด้านสังคมและพฤติการณ์ในการทํางานที่เปลี่ยนแปลงไปให้เข้ากับสภาวการณ์ที่ยังดํารงอยู่ใน ปัจจุบัน ดังนั้นตัวผู้ประกอบหรือนายจ้าง และตัวพนักงงานหรือลูกจ้างต้องมีการเตรียมความพร้อม เรื่องการทํางานนอกสถานที่ หรือที่เรียกว่าการทํางานทางไกลผ่านมัลติมิเดีย (Telework) อยู่เสมอ และดูเหมือนจะเป็นรูปแบบการทํางานที่คนให้ความสนใจนิยมมากขึ้น อีกทั้งจากการที่ผู้วิจัยได้ศึกษาการทํางานทางไกลผ่านมัลติมิเดีย (Telework) พบว่า ถึงแม้ว่าการทํางานแบบนี้จะมีข้อดีในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทําให้สามารถพูดคุย กันแบบเห็นหน้าได้โดยไม่ต้องไปทํา ณ สํานักงาน ที่ช่วยให้เวลาในการทํางานมีความยืดหยุ่นมาก ยิ่งขึ้น และยังเป็นการลดใช้จ่ายส่วนกลางที่ตัวผู้ประกอบการต้องรับภาระ แต่ถึงกระนั้นแล้วใช้ว่าการ ทํางานรูปแบบนี้จะมีข้อดีอย่างเดียว แต่หากยังพบถึงปัญหาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องไม่มีการจัดสรรเวลาใน การทํางานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นฝั่งลูกจ้างที่โดนใช้เวลานอกงานทําให้ไปรบกวนเวลาว่างที่ควรจะเป็นอิสระ และได้รับการพักผ่อน อีกทั้งฝั่งนายจ้างอาจได้รับผลกระทบที่ฝั่งลูกจ้างไม่จัดสรรเวลาให้ดี ทํางานไม่ ครบตามเวลาที่กําหนดจึงทําให้การทํางานไม่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามที่พึงต้องการในเนื้อ งาน เป็นตัน ปัญหาเหล่านี้ยังขาดบทกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่ควรจะได้รับ ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่ผู้วิจัยได้ทําการศึกษา ได้แก่สหรัฐอเมริกา และสหพันธ สาธารณรัฐเยอรมนีพบว่าประเทศเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในทางกฎหมายโดยการมีบัญญัติ กฎหมายขึ้นโดยเฉพาะเพื่อกําหนดกฎเกณฑ์หรือสร้างกรอบนโยบายในการคุ้มครองลูกจ้างที่ทํางาน ทางไกลผ่านมัลติมีเดีย (Telework) เพื่อขจัดปัญหาที่ได้เกิดขึ้น และหากย้อนกลับมาดูถึงสภาวการณ์ ของกฎหมายที่เป็นความว่างเปล่าของกฎหมายไทยที่ยังไม่มีแนวทางในการปฏิบัติหรือการบัญญัติ กฎหมายเฉพาะ หากมองถึงข้อบกพร่องของความว่างเปล่าที่ไม่มีกฎหมายในการเข้ามาควบคุมการทํา สัญญาเกี่ยวกับการทํางานในลักษณะนี้จากการศึกษาผู้วิจัยจึงต้องการให้มีการกําหนดกฎเกณฑ์หรือ สร้างกรอบนโยบายอันเป็นแนวทางในการทํางานทางไกลผ่านมัลติมีเดีย (Telework) เพื่อเป็นการ สร้างนิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่สามารถได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายแรงงานตาม ความเหมาะสมทั้งส่วนสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและสิทธิหน้าที่ของลูกจ้างเพื่อให้เป็นการประกัน โครงสร้างและรูปแบบการทําสัญญาการทํางานทางไกลผ่านมัลติมีเดีย (Telework) ที่จะมี ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่ายที่เป็นไปตามแนวทางมาตรการสากล


มาตรการทางภาษีเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน : ศึกษากรณีการส่งเสริมการพัฒนาอาคารเขียวในประเทศไทย, วุฒิพงศ์ ลิ้มวราภัส Jan 2021

มาตรการทางภาษีเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน : ศึกษากรณีการส่งเสริมการพัฒนาอาคารเขียวในประเทศไทย, วุฒิพงศ์ ลิ้มวราภัส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาเร่งด่วนที่สุดปัญหาหนึ่งที่มีความ จําเป็นต้องได้รับการแก้ไข ทั้งนี้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป็นทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไข ปัญหานี้เนื่องจากเป็นความตกลงร่วมกันของทั้ง 193 ประเทศทั่วโลก โดยตกลงที่จะปฏิบัติตาม เป้าหมายดังกล่าว เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างโลกที่ดีขึ้น และเนื่องจาก ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 193 ประเทศทั่วโลก จึงจําเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนให้แก่ทุกภาคส่วน ประกอบด้วยภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อให้ร่วมมือกันบรรลุเป้าหมาย 17 ประการ ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรายงานจากสหประชาชาติที่ได้อ้างว่าอาคารเขียวจะช่วยให้ บรรลุเป้าหมายที่ 7 และ 11 ซึ่งจะช่วยให้แต่ละประเทศเข้าใกล้การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในทฤษฎีภาษีอากร มีหลักการที่ว่ามาตรการภาษีสามารถที่จะช่วยส่งเสริม การพัฒนาอาคารเขียวได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ดังนั้น หากนํามาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริม การพัฒนาอาคารเขียวมาใช้จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีของไทยในการส่งเสริมการพัฒนาอาคารเขียวจําเป็น ต้องได้รับการปรับปรุง เนื่องจากมีประสิทธิภาพต่ํา ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ ปัญหาของมาตรการภาษีส่งเสริมการพัฒนาอาคารเขียวในประเทศไทย เพื่อสร้างแนวทางในการ ปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอาคารเขียว นอกจากนี้รายงานวิจัยฉบับนี้ยังได้ วิเคราะห์ปัญหาของมาตรการทางกฎหมายและมาตรการทางการเงินในการส่งเสริมการพัฒนาอาคาร เขียวในประเทศไทยด้วย เพื่อช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้สําเร็จ


การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปในสถานที่ตามร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. ..., วรรษวีร์ สิงห์สรศรี Jan 2021

การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปในสถานที่ตามร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. ..., วรรษวีร์ สิงห์สรศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. ... ได้บัญญัติให้อำนาจแก่นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปในสถานที่ประกอบการหรือสถานประกอบธุรกิจของนิติบุคคลผู้มีหน้าที่แจ้งข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงอันเป็นที่รโหฐาน โดยอาศัยเหตุว่านายทะเบียนนั้นมีเหตุอันควรสงสัยว่าข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงที่ได้รับแจ้งมาอาจไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบัน การเข้าไปในสถานประกอบกิจการของผู้มีหน้าที่แจ้งข้อมูลดังกล่าวเป็นการเข้าไปในที่รโหฐานที่ถือเป็นการค้นอย่างหนึ่ง คือ เข้าไปในที่รโหฐานเพื่อค้นหาพยานหลักฐานของการกระทำความผิดซึ่งอยู่ในสถานที่นั้น หากแต่การใช้อำนาจของนายทะเบียนในการเข้าไปในสถานที่ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวคือ นายทะเบียนไม่จำต้องขอหมายค้นจากศาลก่อน ทั้งยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของข้อยกเว้นที่ทำให้สามารถค้นได้โดยไม่มีหมาย อีกทั้งเหตุในการเข้าไปในสถานที่ของนายทะเบียนตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ยังไม่สอดคล้องกับแนวทางการบัญญัติหลักเกณฑ์ในการเข้าไปในสถานที่ตามกฎหมายเฉพาะอื่น ๆ ที่มีโทษอาญาและเป็นความผิดที่มีความรุนแรง โดยการเข้าไปในสถานที่ที่อาจพบพยานหลักฐานในการกระทำความผิดตามกฎหมายเฉพาะเหล่านี้ บางฉบับก็กำหนดให้ต้องขอหมายค้นจากศาลก่อนหรือบางฉบับก็กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในสถานที่ได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น แต่ต้องมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้มีสิ่งของที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอยู่ในนั้นและมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะได้หมายค้นมาจะทำให้ทรัพย์สินถูกยักย้ายไป หากแต่เหตุตามร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าได้มีการจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติหรือไม่ และยังไม่จำต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากเป็นการเนิ่นช้าจะทำให้พยานหลักฐานในที่รโหฐานนั้นถูกยักย้ายหรือทำลายไป นอกจากนั้น โดยที่การค้นในที่รโหฐานนี้เป็นการใช้อำนาจของรัฐในทางที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน การกำหนดมาตรการดังกล่าวจะต้องเป็นไปโดยสมควรแก่เหตุ เมื่อยังมีมาตรการที่รุนแรงหรือส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนน้อยกว่าการเข้าไปตรวจค้นในที่รโหฐานที่สามารถนำมาใช้ในกรณีเดียวกันได้อยู่ การกำหนดให้ใช้มาตรการค้นในกรณีตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นมาตรการที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและอาจไม่เป็นไปตามหลักแห่งความพอสมควรแก่เหตุในเรื่องของความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาหลักกฎหมายที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพเพื่อใช้อำนาจค้นสถานที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายไทยและต่างประเทศ และมาตรการอื่น ๆ ที่อาจใช้ได้ในกรณีที่ข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงมีความน่าสงสัยว่าไม่ถูกต้องหรือเป็นปัจจุบัน เปรียบเทียบกับร่างพระราชบัญญัติผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พ.ศ. ... เพื่อเสนอแนวทางกำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อไป


ปัญหาการประเมินราคาโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562, วารีย์ยา รัตนวรคุณ Jan 2021

ปัญหาการประเมินราคาโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562, วารีย์ยา รัตนวรคุณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพ.ศ. 2562 จึงต้องถูกจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเก็บจากมูลค่าของสิ่งปลูกสร้าง โดยอาศัยราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ เมื่อโรงไฟฟ้าชีวมวลมีลักษณะเฉพาะและมีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างเพื่อผลิตไฟฟ้าเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ จึงแตกต่างจากสิ่งปลูกสร้างประเภทโรงงาน ทำให้ไม่สามารถเทียบเคียงกับบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างและบัญชีเทียบเคียงสิ่งปลูกสร้างของกรมธนารักษ์ได้ โรงไฟฟ้าชีวมวลจึงเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ และไม่มีกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินราคาในการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งจึงนำโรงไฟฟ้าชีวมวลไปเทียบกับสิ่งปลูกสร้างประเภทโรงงาน ทำให้การประเมินราคาเพื่อกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นอยู่กับดุลยพินิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีมาตรฐานในการประเมิน อาจส่งผลให้ไม่สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริง ตลอดจนทำให้การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่มีประสิทธิภาพ จึงเห็นได้ว่า การประเมินราคาเพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีนั้นจึงถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างมาก ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินราคาโรงไฟฟ้า ชีวมวลเพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้วิจัยได้ศึกษาหลักการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในประเด็นปัญหาการคำนวณมูลค่าของสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ เพื่อกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยศึกษาลักษณะ รูปแบบของกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล และเพื่อกำหนดวิธีการประเมินราคาโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินราคาเพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษี ซึ่งศึกษาเปรียบเทียบการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นแนวทางการปรับใช้อย่างเหมาะสม ผู้ศึกษาจึงเห็นสมควรให้มีการกำหนดบัญชีสิ่งปลูกสร้างที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำแนกสิ่งปลูกสร้างที่ไม่สามารถเทียบเคียงกับบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างและบัญชีเทียบเคียงสิ่งปลูกสร้างของกรมธนารักษ์ ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายโดยกำหนดวิธีการประเมินราคาเพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้มีความแน่นอน ชัดเจน และเป็นธรรม สอดคล้องกับหลักภาษีอากรที่ดี อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการปฏิรูประบบภาษีให้มีการจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรมต่อภาครัฐและผู้ประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล เพิ่มความเชื่อมั่นในการตัดสินใจให้กับนักลงทุน ตลอดจนบรรลุเป้าตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและนโยบายพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลของประเทศไทย


การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของสภากาชาดไทย, อิทธิเดช ช่วยเกิด Jan 2021

การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของสภากาชาดไทย, อิทธิเดช ช่วยเกิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2562 มาตรา 8 (4) ได้กำหนดให้ทรัพย์ของสภากาชาดไทยได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงทรัพย์สินที่สภากาชาดไทยให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ เช่น ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ซึ่งแต่เดิมพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ไม่ได้มีการยกเว้นภาษีในทรัพย์สินในส่วนนี้ไว้ เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาแนวคิด หลักการ และวิธีการในการยกเว้นภาษีทรัพย์สิน ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และภาษีทรัพย์สินของประเทศสหรัฐอเมริกาในมลรัฐเนวาดา มลรัฐเวอร์จิเนีย และเขตโคลัมเบีย กรุงวอชิงตัน จากการศึกษาพบว่า หลักในการยกเว้นภาษีทรัพย์สินมีอยู่ 3 หลักการ ได้แก่ 1.หลักความเป็นเจ้าของ 2.หลักการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน 3.หลักลักษณะของผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ที่ครอบครองทรัพย์สิน การยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของสภากากาชาดไทยในส่วนที่ให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ จึงขัดกับหลักการยกเว้นภาษีจากการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวมิได้ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะแต่อย่างใด และหน่วยงานอื่นๆ เช่น หน่วยงานรัฐ สมาคม มูลนิธิ หรือศาสนสมบัติ ก็มิได้มีการยกเว้นภาษีในส่วนที่ให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ ทรัพย์สินในส่วนที่สภากาชาดไทยให้เอกชนเช่าทำประโยชน์จึงสมควรที่จัดภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ต่อไป ดังนั้น เอกกัตศึกษาฉบับนี้จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีทีดินและสิ่งปลูกสร้าง มาตรา 8 (4) โดยเพิ่มคำว่า “เฉพาะที่มิได้ใช้หาประโยชน์” หรือ “เฉพาะที่ใช้ในกิจการของสภากาชาดไทยโดยตรง” ก็จะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและสามารถจัดเก็บภาษีที่ดินและปลูกสร้างในทรัพย์สินส่วนที่สภากาชาดไทยให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ได้


A Review Of Data Protection Regulations And The Right To Privacy: The Case Of The Us And India, Chrisann Campbell Jan 2021

A Review Of Data Protection Regulations And The Right To Privacy: The Case Of The Us And India, Chrisann Campbell

Dissertations and Theses

Since 1948 and the signing of the Universal Declaration of Human Rights, the concept of privacy has grown more complex with the rise of technology and a shift to the internet. In particular, the unregulated use of technologies that can capture individuals' personal data without their knowledge or consent poses a threat to their right to privacy and other additional human rights. The protection of the collection, storing, and transfer of users' personal data against data breaches also ensures that the right to privacy is guaranteed. Through examining two countries, the U.S. and India, on the idea of privacy, personal …


The Push Factors That Impact Sex Trafficking In The Former Soviet Union, Liliya Kenzhebayeva Jan 2021

The Push Factors That Impact Sex Trafficking In The Former Soviet Union, Liliya Kenzhebayeva

Dissertations and Theses

Sex trafficking is a global problem that has been denounced by the international community as a human rights abuse and determined to be a modern form of slavery. Through a comparative analysis of the experiences of Kazakhstan, Russia, and Ukraine as they were a part of the Soviet Union the study identifies the push factors of sex trafficking in women as forced labor with particular emphasis on the role of weak legal systems and state institutions, corruption, social and economic factors, and environmental problems that are linked to organized crime (the Russian mafia) from 2001 to 2019. The thesis supports …


วิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. …. ฉบับเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, กมลพร จอม จรดล Jan 2021

วิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. …. ฉบับเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, กมลพร จอม จรดล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เนื่องจากการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่นำไปสู่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอันเป็นปัญหาที่สำคัญไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นแต่เป็นปัญหาที่สังคมระดับโลกต่างให้ความสนใจ ตระหนักถึงและมุ่งแก้ไขปัญหานี้มาอย่างยาวนาน ผู้เขียนจึงเลือกศึกษาวิจัยในกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม โดยมุ่งศึกษาวิเคราะห์ในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. .... ฉบับเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อันเป็นกฎหมายเฉพาะในเรื่องการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งพบว่าแม้ว่าในประเทศไทยจะมีกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างมากมาย แต่เป็นการบัญญัติที่กระจัดกระจายในกฎหมายอื่นๆ และยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในเรื่องการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวมที่ชัดเจน ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. …. ฉบับเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นฉบับที่ผู้เขียนมุ่งศึกษาวิจัยเป็นฉบับที่ถูกเสนอใน พ.ศ. 2560 โดยคณะรัฐมนตรีและในปัจจุบันถูกพิจารณาให้ตกไป เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลง แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้มีการแก้ไขปรับปรุงจากฉบับที่ถูกเสนอใน พ.ศ. 2550 แต่พบว่ายังคงมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการบัญญัติคำนิยามที่ไม่ชัดเจนของคู่สมรส บุตร ญาติและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปัญหาการไม่นำหลักการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะมาใช้ ปัญหาการจำกัดโอกาสในการประกอบวิชาชีพ ปัญหาการบัญญัติลักษณะและข้อห้ามของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม ปัญหาการกำหนดบทลงโทษ ปัญหาหน่วยงานที่เข้ามาควบคุมและปัญหาอื่นๆ ผู้เขียนจึงได้นำหลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวมทั้งในและต่างประเทศ อันได้แก่ ประเทศแคนาดา ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และสาธารณรัฐสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่มีค่าดัชนีชี้วัดความโปร่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกมาใช้ในการวิเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นถึงปัญหาและแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย อีกทั้งยังเป็นแนวทางเสนอแนะหากร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมถูกนำกลับมาเสนออีกในภายภาคหน้า และเพื่อเป็นการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวมต่อไป


การกำหนดขอบเขตตลาดของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, กรวินท์ กาญจนพิบูลย์ Jan 2021

การกำหนดขอบเขตตลาดของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, กรวินท์ กาญจนพิบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยผ่านสื่อกลางคือ แพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งนี้ ด้วยลักษณะเฉพาะของธุรกิจ ที่มีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปนั้น ได้ส่งผลกระทบถึงการกำหนดขอบเขตตลาดที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีข้อพิจารณาเพิ่มเติมอันเกี่ยวข้องกับลักษณะเฉพาะของธุรกิจ ที่นอกเหนือไปจากประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการพิจารณากำหนดขอบเขตตลาดและส่วนแบ่งตลาด พ.ศ. 2561 ที่มีการใช้บังคับเป็นแนวทางสำหรับการกำหนดขอบเขตของธุรกิจทั่วไปในปัจจุบัน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้เขียนได้ดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งผลถึงการกำหนดขอบเขตตลาด ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า ตลอดจนกฎหมาย แนวความคิด แนวทางปฏิบัติ และข้อพิจารณาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดขอบเขตตลาด สำหรับธุรกิจทั่วไป และธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับดิจิทัลของต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอว่าควรมีการนำเอาลักษณะเฉพาะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ลักษณะของรูปแบบธุรกิจที่มีตลาดแบบหลายด้าน ลักษณะของรูปแบบธุรกิจที่มีการใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนธุรกิจ ลักษณะของรูปแบบธุรกิจที่มีการให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และลักษณะของการให้บริการดิจิทัล มาใช้ในการพิจารณาเพื่อกำหนดขอบเขตของตลาด ร่วมกับแนวทางการกำหนดขอบเขตตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าในปัจจุบัน จากผลการศึกษาข้างต้น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดขอบเขตตลาดของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถแบ่งออกเป็นสองแนวทาง ได้แก่ แนวทางที่หนึ่ง คือ การออกประกาศของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดขอบเขตของตลาด สำหรับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการเฉพาะ เพื่อระบุข้อพิจารณาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะเฉพาะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เอาไว้โดยชัดแจ้งในกฎหมาย และแนวทางที่สอง คือ การที่ให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือหน่วยงานที่มีอำนาจหรือเกี่ยวข้องกับการพิจารณาเพื่อกำหนดขอบเขตของตลาด ดำเนินการพิจารณาหรือวิเคราะห์เกี่ยวกับการกำหนดขอบเขตของตลาด โดยการนำเอาลักษณะเฉพาะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มาร่วมในการพิจารณาควบคู่ไปกับการใช้บังคับประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการพิจารณากำหนดขอบเขตตลาดและส่วนแบ่งตลาด พ.ศ 2561 ทั้งนี้ผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวทางที่หนึ่ง เนื่องจากว่าแนวทางปฏิบัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรดังกล่าว จะทำให้ข้อพิจารณามีความชัดเจน และการบังคับใช้ข้อพิจารณาดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ


มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากในคดีอาญา, จตุพร โอวัฒนาพานิช Jan 2021

มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากในคดีอาญา, จตุพร โอวัฒนาพานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขมาตรการป้องกันการฟ้องปิดปากในคดีอาญา โดยมีขอบเขตที่มุ่งศึกษาแนวคิดและทฤษฎีจนไปถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องคดีเพื่อปิดปากและปัญหาการดำเนินคดีอาญาในท้องที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาของผู้ต้องหาหรือจำเลย การฟ้องปิดปากในคดีอาญาเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการปิดกั้นการมีส่วนร่วมทางสาธารณะ ซึ่งในกระบวนยุติธรรมทางอาญายังมีปัญหาในเรื่องการกลั่นกรองคดีอาญาสำหรับกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์และปัญหาคำสั่งไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการทำให้ไม่สามารถป้องกันการฟ้องคดีเพื่อปิดปากได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อค้นพบว่าควรนำ “มาตรการขอยุติคดีโดยเร็ว” มาใช้บังคับสำหรับการพิจารณาคดีกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา รวมถึงนำมาตรการเช่นว่านี้มาปรับใช้ให้เหมาะสมในชั้นสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ส่วนปัญหาการสร้างความลำบากด้วยการดำเนินคดีในท้องที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาของผู้ต้องหาหรือจำเลยควรนำหลักเกณฑ์สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่จำเลยมาใช้เป็นข้อพิจารณา ดังนั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีข้อเสนอแนะให้แก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกรณีที่ราษฎรและพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีในการป้องกันการฟ้องปิดปากในคดีอาญา และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในการป้องกันการดำเนินคดีอาญาในท้องที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาของจำเลยหรือผู้ต้องหาเพื่อสร้างความลำบากในการต่อสู้คดี


วิเคราะห์คำว่า “เหยียดหยาม” ในประมวลกฎหมายอาญา, ชมนัส เหลืองไตรรัตน์ Jan 2021

วิเคราะห์คำว่า “เหยียดหยาม” ในประมวลกฎหมายอาญา, ชมนัส เหลืองไตรรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาที่มา ความสำคัญ การปรับใช้ของกฎหมายอาญาเรื่องเหยียดยหยาม เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีความชัดเจน และเป็นเอกภาพ จากการศึกษาพบว่าในประมวลกฎหมายอาญาเรื่องเหยียดหยามมีการนำมาใช้ใน 2 รูปแบบ กล่าวคือ เป็นองค์ประกอบภายในแบบเจตนาพิเศษ ในมาตรา 118 ความผิดฐานเหยียดหยามธงชาติไทย และมาตรา 135 ความผิดฐานเหยียดหยามธงรัฐอื่น และเป็นข้อเท็จจริงประกอบความผิดในมาตรา 206 ความผิดฐานเหยียดหยามศาสนา และมาตรา 366/4 ความผิดฐานเหยียดหยามศพ ทำให้เกิดความสับสน และเหลื่อมล้ำในตัวบทกฎหมายอีกทั้งมีความคลุมเครือว่าการกระทำใดบ้างจึงเรียกว่าเหยียดหยาม ตามประมวลกฎหมายอาญา วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเรื่องเหยียดหยามให้เป็นองค์ประกอบความผิดในรูปแบบเดียวกันทุกมาตราโดยเป็นองค์ประกอบภายในแบบเจตนาพิเศษโดยบัญญัติว่า "เพื่อเหยียดหยาม..." และเพิ่มเติมคำว่า "โดยตรง" ในตัวบทกฎหมาย เนื่องจากเรื่องเหยียดหยามต้องเป็นการกระทำต่อสิ่งที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองตามมาตรานั้นโดยตรงซึ่งจะทำให้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเกิดความชัดเจนว่าการกระทำใดจึงจะมีความผิดเรื่องเหยียดหยามในประมวลกฎหมายอาญา ลดการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาหรืออาศัยความเห็นของคนทั่วไปในสังคมที่ไม่มีความแน่นอน เมื่อเกิดความชัดเจนว่าการกระทำใดผิดเหยียดหยามและมีความเป็นเอกภาพในประมวลกฎหมายอาญาแล้วจะเป็นไปตามหลัก "ความชัดเจนแน่นอนของกฎหมายอาญา"


หลักความเสมอภาคกับการคุ้มครองสิทธิการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลเพศทางเลือกในบริบทกฎหมายไทย, ฉัตรชัย เอมราช Jan 2021

หลักความเสมอภาคกับการคุ้มครองสิทธิการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลเพศทางเลือกในบริบทกฎหมายไทย, ฉัตรชัย เอมราช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การใช้หลักความเสมอภาคเพื่อคุ้มครองสิทธิการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลเพศทางเลือกควรเป็นไปในแนวทางที่ยอมรับว่าบุคคลเพศทางเลือกมีศักดิ์ศรีและควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปในสังคม โดยการใช้และตีความบทบัญญัติแห่งกฎหมายกับการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลเพศทางเลือกในกรณีที่เพศของบุคคลมิได้สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของกฎหมายนั้น ผู้มีอำนาจใช้และตีความกฎหมายย่อมสามารถนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาใช้กับการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลเพศทางเลือกได้โดยตรง เว้นแต่ในกรณีของบทบัญญัติเงื่อนไขด้านเพศของคู่สมรสและข้อสันนิษฐานความเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นเรื่องที่กฎหมายประสงค์ให้ถือเอาเพศของบุคคลเป็นสาระสำคัญ ขณะที่การกำหนดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลเพศทางเลือกขึ้นเป็นการเฉพาะควรเป็นไปในลักษณะที่ครอบคลุมถึงเพศของบุคคลโดยมิได้ยึดโยงอยู่กับสรีระร่างกายเพียงอย่างเดียว ภายใต้ข้อพิจารณาสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของกฎหมายกับรูปแบบการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลเพศทางเลือกและความสอดคล้องกับความหลากหลายทางเพศในสังคมที่มิได้จำกัดเพียงบุคคลเพศทางเลือกเท่านั้น


ความรับผิดฐานช่วยเหลือผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189, ชวนิติ บุตรดี Jan 2021

ความรับผิดฐานช่วยเหลือผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189, ชวนิติ บุตรดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการบัญญัติความรับผิดของผู้ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดภายหลังการกระทำความผิดประเภทการให้ที่พำนักและซ่อนเร้นผู้กระทำความผิด โดยผู้วิจัยมุ่งศึกษา แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดภายหลังการกระทำความผิด บทบัญญัติของกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่เป็นการให้ที่พำนักและซ่อนเร้นผู้กระทำความผิด เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบหาหลักเกณฑ์ในการกำหนดความรับผิดและการกำหนดโทษ เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 บัญญัติองค์ประกอบความผิดในส่วนของผู้รับการช่วยเหลือไว้สองกรณีคือผู้ต้องหาและผู้กระทำความผิด ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องกันในการปรับใช้กฎหมายกรณีที่การช่วยเหลือผู้ต้องหาที่สุดท้ายแล้วศาลตัดสินว่าไม่ใช่ผู้กระทำความผิด คำพิพากษาศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่ากรณีเช่นนี้ ผู้ช่วยเหลือผู้ต้องหานั้นไม่มีความรับผิดตามมาตรา 189 ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดของนักกฎหมายอาญาหลายท่านที่มีความคิดเห็นว่าไม่ตรงตามตัวบท เมื่อศึกษาพบว่าการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดในรูปแบบนี้ แม้จะเป็นความรับผิดเฉพาะแต่ยังมีความสัมพันธ์กับการกระทำความผิดหลักอยู่โดยที่การพิจารณาความรับผิดนั้นต้องได้ความว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง และการกำหนดอัตราโทษจะต้องไม่เกินไปกว่าการกระทำความผิดหลัก ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีข้อเสนอแนะให้มีการแก้ไขบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ในส่วนของผู้รับการช่วยเหลือให้เหลือเพียงผู้กระทำความผิดเพื่อให้สอดคล้องกับทฤษฎีของการให้ที่พำนักและซ่อนเร้นผู้กระทำความผิดว่าต้องมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง และไม่ให้เกิดปัญหากรณีที่การช่วยเหลือผู้ต้องหา ที่ภายหลังผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้กระทำความผิด และเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การกำหนดระวางโทษของผู้ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้เกินไปกว่าการกระทำความผิดผู้รับการช่วยเหลือ


อำนาจและหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านในประเทศไทย, ดวงฤทัย บัวแก้ว Jan 2021

อำนาจและหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านในประเทศไทย, ดวงฤทัย บัวแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงอำนาจและหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านในประเทศไทย เพื่อปรับปรุงการทำหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้าน อันแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานของผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เปรียบเทียบกับประสบการณ์ของต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศแคนาดา เพื่อนำเสนอแนวทางในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้นำฝ่ายค้านของประเทศไทย นอกจากนี้แล้วก็เพื่อส่งเสริมบทบาทของผู้นำฝ่ายค้านในการทำหน้าที่ตรวจสอบกำกับดูแลการดำเนินงานของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายรัฐบาล จากการศึกษาพบว่า ประเทศไทยไม่มีรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือพระราชบัญญัติฉบับใดกำหนดถึงหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านหรือพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไว้แต่อย่างใด คงมีเพียงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านที่มีการบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามการขาดบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านก็ก่อให้เกิดปัญหาที่ผู้นำฝ่ายค้านขาดหลักประกันในการปฏิบัติหน้าที่ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงขอเสนอว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้าน การแก้ไขจะไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงอำนาจและหน้าที่ของผู้นำฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เกิดความมั่นใจในการเฝ้าติดตามฝ่ายบริหารและรัฐบาลในอนาคต


ปัญหาการใช้ฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบของธนาคารพาณิชย์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล, ทศพร โคตะมะ Jan 2021

ปัญหาการใช้ฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบของธนาคารพาณิชย์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล, ทศพร โคตะมะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งหวังที่จะศึกษาการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล โดยมุ่งเน้นกรณีการประมวลผลบนฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบธรรม (legitimate interest) ซึ่งนำมาใช้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, General Data Protection Regulation (GDPR) ตลอดจนกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของการธนาคารระหว่างประเทศ และแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบว่า มีความคลุมเครือในการใช้ฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบธรรม (legitimate interest) ในวัตถุประสงค์เดียวกันของธนาคารพาณิชย์ ปราศจากมาตรฐานในวิธีการประเมิน และนโยบายการเก็บรักษาข้อมูล หรือ หลักการอื่นๆ ยังคงไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างมาตรฐานและวิธีการ สำหรับวัตถุประสงค์ซึ่งใช้ฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบธรรม (legitimate interest) รวมถึงมาตรฐานนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลสำหรับธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย