Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (2152)
- Arts and Humanities (761)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (691)
- Sociology (574)
- Political Science (559)
-
- Law and Economics (439)
- Education (417)
- International Law (413)
- Criminal Law (387)
- Law Enforcement and Corrections (379)
- Legal Studies (378)
- Business (358)
- Human Rights Law (331)
- Physical Sciences and Mathematics (305)
- Psychology (293)
- History (287)
- Environmental Law (271)
- Criminology and Criminal Justice (261)
- Civil Rights and Discrimination (247)
- Public Policy (244)
- Constitutional Law (229)
- Law and Politics (223)
- Law and Society (220)
- American Politics (203)
- Medicine and Health Sciences (203)
- International Relations (195)
- Legislation (192)
- Criminology (189)
- Banking and Finance Law (184)
- Institution
-
- Chulalongkorn University (897)
- Cornell University Law School (402)
- World Maritime University (337)
- City University of New York (CUNY) (327)
- Claremont Colleges (240)
-
- American University in Cairo (225)
- United Arab Emirates University (182)
- Osgoode Hall Law School of York University (164)
- Walden University (142)
- Schulich School of Law, Dalhousie University (127)
- Old Dominion University (124)
- Air Force Institute of Technology (121)
- Maurer School of Law: Indiana University (119)
- University for Business and Technology in Kosovo (117)
- Portland State University (110)
- University of Rhode Island (96)
- University of Malaya (89)
- University of Nevada, Las Vegas (88)
- California State University, San Bernardino (80)
- The University of San Francisco (79)
- University of Mississippi (77)
- University of Arkansas, Fayetteville (74)
- University of Central Florida (63)
- Bemidji State University (59)
- University of Kentucky (56)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (49)
- Edith Cowan University (48)
- Seton Hall University (46)
- Western Michigan University (45)
- University of Texas at El Paso (44)
- Keyword
-
- Law (179)
- Police (80)
- United States (70)
- Immigration (65)
- Policy (59)
-
- Law enforcement (56)
- Human rights (51)
- Education (50)
- Gender (49)
- Criminal justice (47)
- International law (44)
- Race (43)
- Crime (39)
- Statistical analyses (36)
- Supreme Court (34)
- Incarceration (33)
- Discrimination (31)
- Recidivism (31)
- Constitution (29)
- Egypt (28)
- History (28)
- Policing (28)
- Politics (28)
- Copyright (27)
- Women (27)
- China (26)
- Migration (26)
- Sovereignty (26)
- Criminal Justice (25)
- Law Enforcement (24)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (897)
- Theses and Dissertations (423)
- Historical Theses and Dissertations Collection (402)
- World Maritime University Dissertations (278)
- LLM Theses (172)
-
- CMC Senior Theses (155)
- Honors Theses (147)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (142)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (139)
- Theses (127)
- Archived Theses and Dissertations (120)
- Maurer Theses and Dissertations (119)
- PhD Dissertations (119)
- Dissertations and Theses (97)
- Marine Affairs Theses and Major Papers (96)
- Electronic Theses and Dissertations (95)
- Capstones (90)
- UNLV Theses, Dissertations, Professional Papers, and Capstones (86)
- Dissertations (82)
- Student Theses (69)
- Master's Theses (62)
- Honors Undergraduate Theses (55)
- Political Science Theses and Capstones (55)
- Sociology & Criminal Justice Theses & Dissertations (55)
- Maritime Safety & Environment Management Dissertations (Dalian) (52)
- Scripps Senior Theses (51)
- Student Works (2000-2009) (49)
- Undergraduate Honors Theses (48)
- Theses Digitization Project (46)
- Seton Hall University Dissertations and Theses (ETDs) (45)
- File Type
Articles 1861 - 1890 of 6359
Full-Text Articles in Law
การแทรกแซงอำนาจหน้าที่ในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นของราชการส่วนภูมิภาค, กมลชนก แจ่มจิตร
การแทรกแซงอำนาจหน้าที่ในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นของราชการส่วนภูมิภาค, กมลชนก แจ่มจิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาการแทรกแซงอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนภูมิภาคเกี่ยวกับการกำกับดูแลราชการส่วนท้องถิ่นในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งอาจมีลักษณะเป็นอำนาจบังคับบัญชามากกว่าอำนาจกำกับดูแลตามหลักการสากล รวมถึงศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาการแทรกแซงอำนาจหน้าที่ในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นของราชการส่วนภูมิภาคของประเทศไทยในปัจจุบัน ผ่านรูปแบบการวิจัยเอกสารเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมัน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศอังกฤษ โดยเมื่อพิจารณาขั้นตอนการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นในประเทศไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้ว ปรากฏหลักการ ทฤษฎี แนวคิดพื้นฐาน และขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญในกฎหมายต่างประเทศที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดถึงการให้อิสระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น ผลการวิจัยพบว่าการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นตามกฎหมายไทยให้อำนาจหน้าที่แก่ราชการส่วนภูมิภาคผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอมีอำนาจลงนามให้ความเห็นชอบในข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งมีลักษณะเกินขอบเขตอำนาจกำกับดูแลตามหลักการกระจายอำนาจและทฤษฎีความเป็นอิสระขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นอันส่งผลให้การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นขาดความเป็นอิสระและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นจึงควรมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจและทฤษฎีความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้เด็กสมรส, อนัญญา จ่าวัง
การกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้เด็กสมรส, อนัญญา จ่าวัง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดในการกำหนดความผิดที่เกี่ยวข้องกับกรณีการบังคับให้เด็กสมรสและความจำเป็นที่ประเทศไทยควรจะกำหนดให้การบังคับให้เด็กสมรสเป็นความผิดทางอาญา และวิเคราะห์ปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยต่อกรณีการบังคับให้เด็กสมรส รวมถึงสำรวจมาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศในการกำหนดความรับผิดทางอาญากรณีการบังคับให้เด็กสมรส และมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองเด็กจากการถูกบังคับให้สมรสของประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ และฟิลิปปินส์ เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางที่เหมาะสมต่อการกำหนดความผิดทางอาญากรณีการบังคับให้เด็กสมรสในประเทศไทย การบังคับให้เด็กสมรสเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กอย่างร้ายแรงซึ่งผู้กระทำมักเป็นบุคคลในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น ๆ ที่มีหน้าที่ในการดูแลเด็ก เด็กถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจยังไม่มีความสามารถเพียงพอในการปกป้องสิทธิของตนเอง จึงทำให้ตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าวได้โดยง่าย ซึ่งส่งผลให้เกิดผลกระทบทางด้านลบทั้งต่อตัวเด็กเองและต่อสังคม จากการศึกษาพบว่าประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายใด ๆ ที่จะนำมาใช้บังคับกับกรณีการบังคับให้เด็กสมรสได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาในการคุ้มครองเด็กจากการกระทำดังกล่าว และเมื่อสำรวจกฎหมายต่างประเทศพบว่าประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ และฟิลิปปินส์ ได้มีการกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้เด็กสมรส รวมถึงมีมาตรการทางกฎหมายอื่นเพื่อคุ้มครองเด็กจากการกระทำนั้น ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์การกระทำกรณีบังคับให้เด็กสมรสประกอบกับหลักเกณฑ์การกำหนดความผิดทางอาญาแล้ว พบว่าการบังคับให้เด็กสมรสเป็นการกระทำที่มีลักษณะร้ายแรงและสมควรที่จะกำหนดให้เป็นความผิดทางอาญา ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเสนอให้มีการกำหนดความผิดทางอาญากรณีบังคับให้สมรสโดยการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ให้เป็นหนึ่งในการกระทำที่ต้องห้ามมิให้กระทำต่อเด็กซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษทางอาญาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบังคับใช้ในการคุ้มครองเด็กจากการถูกบังคับให้สมรสตามสิทธิและเสรีภาพของเด็กอันพึงจะได้รับต่อไป
การกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะ, วรกมล เบ็ญจาธิกุล
การกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะ, วรกมล เบ็ญจาธิกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ ปัญหาและอุปสรรคในการควบคุมการพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะของกฎหมายไทยในปัจจุบัน รวมถึงเปรียบเทียบการกำหนดความผิดอาญาในลักษณะดังกล่าวของกฎหมายต่างประเทศ จากการศึกษาพบว่ากฎหมายประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดความผิดอาญากรณีพกพาสารกัดกร่อนในที่สาธารณะเป็นการเฉพาะ นอกจากนั้นแนวคำพิพากษาศาลฎีกาตีความว่าน้ำกรดซึ่งเป็นสารกัดกร่อนประเภทหนึ่งไม่ใช่อาวุธโดยสภาพแม้ว่าสารกัดกร่อนดังกล่าวสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้หากถูกใช้เป็นอาวุธ ทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายเนื่องจากโทษอาญาที่ลงไม่ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของความผิด นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการปราบปรามอาชญากรรมรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้หากปล่อยให้มีการพกพาสารกัดกร่อนตามอำเภอใจในที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม จากการเปรียบเทียบกฎหมายของประเทศอังกฤษ ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่ามีการบัญญัติกฎหมายควบคุมสารกัดกร่อนไว้เป็นการเฉพาะ มีการกำหนดนิยามของสารกัดกร่อน และมีการกำหนดโทษที่สูงกว่ากฎหมายของประเทศไทย โดยบางประเทศมีทั้งโทษจำคุกและเฆี่ยน และบางประเทศมีแนวทางสำหรับผู้พิพากษาในการตีความให้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธอันตรายอย่างสูง เพื่อลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมโดยการใช้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเสนอแนะให้มีการตราพระราชบัญญัติสารกัดกร่อนขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อกำหนดคำนิยาม กำหนดความผิดและบทลงโทษที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสในการก่อภยันตรายในที่สาธารณะโดยใช้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธในการก่ออาชญากรรม และ กำหนดความผิดฐานพาสารกัดกร่อนติดตัวไปในสาธารณสถาน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุอันควรหรือมีอำนาจตามกฎหมาย หรือมีไว้เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพโดยสุจริต รวมถึงเสนอแนะการวางแนวทางของศาลว่าควรตีความให้สารกัดกร่อนเป็นอาวุธโดยสภาพ
การกำหนดเหตุฉกรรจ์ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 อันเนื่องมาจากการกระทำต่อเด็ก, ศักดิพัฒน์ ประทุม
การกำหนดเหตุฉกรรจ์ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 อันเนื่องมาจากการกระทำต่อเด็ก, ศักดิพัฒน์ ประทุม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การฆ่าเด็กเป็นการใช้ความรุนแรงต่อเด็กที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมไทย เนื่องจากเด็กเป็นเหยื่อที่มีความอ่อนแอทางชีวภาพส่งผลให้ผู้กระทำโดยส่วนใหญ่มุ่งที่จะกระทำความผิดต่อเด็ก เนื่องจากกระทำความผิดสำเร็จได้ง่ายและสะดวกกว่ากระทำต่อผู้ใหญ่ แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ในปัจจุบันกลับไม่ได้บัญญัติคุ้มครองเด็กเป็นพิเศษแต่อย่างใด ส่งผลให้ผู้กระทำความผิดไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 71 จะบัญญัติคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทั้งปวงและการฆ่าเด็กส่งผลกระทบกระเทือนอย่างร้ายแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนก็ตาม ผู้เขียนจึงได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายอาญาของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ตุรกี และฟิลิปปินส์ พบว่าได้กำหนดให้การฆ่าเด็กเป็นเหตุฉกรรจ์ซึ่งทำให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้นกว่าการฆ่าผู้ใหญ่ โดยพิจารณาตามโครงสร้างรับผิดทางอาญา ได้แก่ องค์ประกอบภายนอกของความผิด คือ ผู้กระทํา การกระทำ และวัตถุแห่งการกระทำ และองค์ประกอบภายในของความผิด คือ เจตนา เพื่อเสนอแนวทางการกำหนดเหตุฉกรรจ์ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ที่เหมาะสมในการคุ้มครองผู้เสียหายที่เป็นเด็ก เพื่อให้ผู้กระทำความผิดเกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมายและในขณะเดียวกันเพื่อป้องกันยับยั้งอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นกับเด็กในอนาคต
ขอบเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ, ชลกร ปัญญะสังข์
ขอบเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ, ชลกร ปัญญะสังข์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมีความไม่ชัดเจน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงได้ตีความว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่เฉพาะในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงการปราบปรามยาเสพติด เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ขอบเขต และการใช้อำนาจในการแก้ไขปัญหายาเสพติดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกฎหมายประเทศไทยเปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศญี่ปุ่น และประเทศฝรั่งเศส จากการศึกษาพบว่าการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด คือ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของประเทศญี่ปุ่นเและประเทศฝรั่งเศสต่างกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการจัดบริการสาธารณะดังกล่าว ซึ่งแตกต่างกับประเทศไทยที่ได้มีการตีความจำกัดอำนาจหน้าที่บางประการไว้ ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้มีการทบทวนการตีความอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมาย และกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่บนพื้นฐานของหลักการกระจายอำนาจ หลักบริการสาธารณะ และหลักความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสม
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในการชุมนุมสาธารณะ, ชนาภา ชาตะรูปะ
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในการชุมนุมสาธารณะ, ชนาภา ชาตะรูปะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงปัญหาการรับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในพื้นที่การชุมนุมสาธารณะในประเทศไทย โดยได้วิเคราะห์และศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายและแนวปฏิบัติของต่างประเทศ ประกอบกับแนวปฏิบัติในการให้ความคุ้มครองเสรีภาพสื่อและการดูแลการชุมนุมสาธารณะ ตามข้อความเห็นทั่วไป (General Comment) ของคณะกรรการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Committee) ที่รัฐภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ใช้อ้างอิงเป็นมาตรฐานเดียวกันในฐานะตัวอย่างของการตีความและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐในการให้ความคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุม จากการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีปัญหาการแทรกแซงและจำกัดสิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองในการชุมนุมสาธารณะอย่างไม่สอดคล้องกับหลักการและแนวปฏิบัติของคณะกรรการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอยู่หลายประการด้วยกัน โดยที่สาเหตุหลักของปัญหานั้นมาจาก ความไม่ชัดเจนของขอบเขตของการคุ้มครองเสรีภาพที่ใช้ในการทำการรายงานข่าวในพื้นที่การชุมนุมสาธารณะ การกำหนดคำนิยามของคำว่า “ผู้ชุมนุม" ในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มีลักษณะที่กว้างขวาง และกลไกในการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพของสื่อพลเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงได้เสนอแนวทางในการแก้ไขที่สาเหตุหลักของปัญหา โดยรัฐควรมีการขยายขอบเขตของการคุ้มครองการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการนำเสนอข่าวของประชาชนให้ครอบคลุมสื่อมวลชนทุกแขนงมากยิ่งขึ้น ควรมีการปรับปรุงแก้ไขคำนิยามคำว่า “ผู้ชุมนุม" และเพิ่มเติมคำนิยามคำว่า “สื่อมวลชน" และ “ผู้สังเกตการณ์" ในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 รวมทั้งต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกลไกที่ใช้ในการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐให้สามารถคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่เป็นสื่อพลเมืองสามารถมั่นใจได้ว่า จะสามารถใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการเสนอข่าวเพื่อทำการรายงานข่าวในพื้นที่การชุมนุมสาธารณะได้ โดยไม่ถูกแทรกแซงและจำกัดอย่างไม่สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วน และแนวปฏิบัติในการคุ้มครองเสรีภาพสื่อตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ศึกษากรณีการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน, มนฑิตา ปริสุทธิ์สุนทร
การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ศึกษากรณีการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน, มนฑิตา ปริสุทธิ์สุนทร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้ มุ่งศึกษาปัญหาของบทบัญญัติในการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในความผิดเกี่ยวกับการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สิน ทั้งกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและกรณีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบการทุจริตพุทธศักราช 2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 โดยศึกษาแนวคิดของสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งและหลักการของการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งภายใต้หลักความได้สัดส่วน เจตนารมณ์ของ บทบัญญัติดังกล่าว กฎหมาย คำพิพากษาและคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยการวิเคราะห์เทียบเคียงกับบทบัญญัติการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จากการศึกษาพบว่า บทบัญญัติในการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในลักษณะความผิดเกี่ยวกับการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินปรากฏเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดยมีเจตนารมณ์เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชันอันเป็นปัญหาสำคัญที่มีอยู่ในสังคมไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานและเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการถือครองของทรัพย์สินและหนี้สินนับตั้งแต่วันที่เข้ามาดำรงตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฐจนถึงวันที่พ้นจากตำแหน่งว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นหรือหนี้สินลดลงมากผิดปกติหรือไม่ อย่างไรก็ดี เห็นว่า การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลในลักษณะดังกล่าวมีปัญหาในเชิงหลักการ กล่าวคือ เป็นการกำหนดบทบัญญัติโดยมิได้พิจารณาถึงลักษณะพฤติการณ์และฐานความผิดให้เหมาะสม เนื่องจาก การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาไว้ ซึ่งหากถือตามบทบัญญัติ จึงมีผลเท่ากับเป็นการลิดรอนสิทธิในการเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้แทนของประชาชนเพื่อนําอำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชนไปบริหารประเทศต่อไป กรณีเช่นนี้ย่อมขัดต่อหลักความได้สัดส่วน การกําหนดให้มีการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปจึงไม่ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของความผิด โดยจากการศึกษากฎหมาย ต่างประเทศพบว่ามีหลายประเทศที่ไม่ใช้มาตรการทางการเมืองดังกล่าวกับความผิดเกี่ยวกับการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ด้วยเหตุดังกล่าว จึงสมควรให้มีการยกเลิกหรือกำหนดระยะเวลาในการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในความผิดเกี่ยวกับการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และกรณีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
อายุของสภาผู้แทนราษฎร ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา, ปัณณ์ สีมันตธรรมกุล
อายุของสภาผู้แทนราษฎร ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา, ปัณณ์ สีมันตธรรมกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อายุของสภาผู้แทนราษฎรเป็นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอันเป็นการสะท้อนเจตน์จำนงของประชาชนผ่านกลไกการเลือกตั้ง เพื่อให้มีผู้แทนของปวงชนเข้าสู่อำนาจ และปฏิบัติงานในหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง และอายุของสภาผู้แทนราษฎรยังเกี่ยวพันกับความใกล้ชิดกับประชาชน ผู้เลือกตั้งในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย และยังสัมพันธ์เกี่ยวข้องฝ่ายบริหาร ความมีเสถียรภาพของฝ่ายบริหารในการเมืองของประเทศที่ใช้ระบบการปกครองแบบรัฐสภา การกำหนดอายุสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยในปัจจุบันตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญสะท้อนให้เห็นถึงการกำหนดอายุของสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่มีประชาชนมีส่วนร่วม การกำหนดระยะเวลาที่ทำให้ผู้แทนราษฎรขาดความใกล้ชิดกับประชาชน และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวผู้เขียนจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการกำหนดอายุของสภาผู้แทนของสหรัฐอเมริกาและจากการศึกษาพบว่า การกำหนดอายุของสภาผู้แทนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนแรก และคำนึงถึงการใกล้ชิดกับประชาชนอันเป็นการกำหนดที่มีความเป็นประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วมในการเมืองเป็นอย่างมาก ทำให้ประชาชนสามารถสามารถใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนได้บ่อยครั้งขึ้นตามเจตน์จำนง และรวมถึงเป็นกลไกในการควบคุมการปฏิบัติงานของรัฐบาลได้ผ่านการเลือกตั้ง ผู้เขียนจึงเสนอให้นำการกำหนดอายุสภาผู้แทนแบบของสหรัฐอเมริกามาปรับใช้กับประเทศไทยด้วยการแก้ไขในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้สะท้อนให้เห็นถึงประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และมุ่งสะท้อนและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
บทบาทของวุฒิสภาในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ศึกษากรณีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในช่วง พ.ศ. 2562-2565, คณาธิป ไกยชน
บทบาทของวุฒิสภาในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ศึกษากรณีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในช่วง พ.ศ. 2562-2565, คณาธิป ไกยชน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์บทบาทของวุฒิสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในช่วง พ.ศ. 2562-2565 ว่าเป็นไปตามหลักการตรวจสอบถ่วงดุลและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากมีที่มาจาก “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" ซึ่งต่อมาได้เป็นองค์กรผู้ใช้อำนาจทางบริหาร ผลการศึกษาพบว่า ในช่วง พ.ศ. 2562-2565 การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภาตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ยังขาดความชัดเจนในเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ องค์ประกอบ การคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญ รวมถึงการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของวุฒิสภาในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารค่อนข้างน้อย ดังเห็นได้จากรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญโดยส่วนใหญ่จะเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโดยไม่มีการแก้ไขหรือแก้ไขน้อย อีกทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญยังมีลักษณะเป็นการแนะนำหรือสนับสนุนฝ่ายบริหารมากกว่าการตรวจสอบถ่วงดุล ในขณะที่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา มีการกำหนดจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญค่อนข้างชัดเจน และมีการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ องค์ประกอบ และวิธีการคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมบทบาทของวุฒิสภาในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารโดยกลไกของคณะกรรมาธิการวิสามัญให้เป็นไปโดยสอดคล้องกับหลักการตรวจสอบถ่วงดุลและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น
สิทธิของผู้หญิงในการศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารในประเทศไทยตามหลักความเสมอภาค, ณิชากร ปล้องนิราศ
สิทธิของผู้หญิงในการศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารในประเทศไทยตามหลักความเสมอภาค, ณิชากร ปล้องนิราศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงสิทธิของผู้หญิงในการเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารตามหลักความเสมอภาค โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบถึงสิทธิของผู้หญิงในการศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารของประเทศไทยกับสิทธิของผู้หญิงในการศึกษาในการศึกษาในสถาบันการศึกษาทางทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา จากการศึกษาพบว่า ตามความในระเบียบกองทัพไทยว่าด้วยโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ศ. 2560 ของประเทศไทยนั้นได้บัญญัติให้มีเพียงแต่ผู้ชายเท่านั้นที่จะมีสิทธิที่จะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเตรียมทหารได้ ด้วยเหตุนี้ จึงส่งผลให้ผู้หญิงจึงไม่มีสิทธิในการเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเตรียมทหารไปโดยปริยายอันถือเป็นการขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ผู้เขียนจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับสิทธิของผู้หญิงในการศึกษาในสถาบันการศึกษาทางทหารในประเทศสหรัฐอเมริกา และจากการศึกษาพบว่าในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้มีการบัญญัติรับรองถึงสิทธิของผู้หญิงในการเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาทางทหารในแทบทุกสถาบันหากมีความสามารถมีทักษะและมีศักยภาพเพียงพอตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้สำหรับการเข้าศึกษาของสถาบันนั้น ๆ ทั้งนี้ เกณฑ์การคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาทางทหารของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นจะมีการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกันออกไปสำหรับผู้สมัครชายและผู้สมัครหญิงโดยคำนึงถึงเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศในความเป็นหญิงซึ่งมีความด้อยกว่าชายตามธรรมชาติเพื่อสามารถทำให้ผู้หญิงนั้นมีโอกาสเข้าถึงสิทธิในการศึกษาของตนได้สอดคล้องกับหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการแก้ไขความในระเบียบกองทัพไทยว่าด้วยโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ศ. 2560 ให้มีการรับรองสิทธิของผู้หญิงในการเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารเช่นเดียวกับผู้ชายทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเกณฑ์และมาตรการในการคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารให้มีลักษณะเช่นเดียวกับในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการคำนึงถึงคุณลักษณะความแตกต่างทางกายภาพตามธรรมชาติของผู้ศึกษาชายและผู้ศึกษาหญิงประกอบ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพและบริบทของสังคมไทยในปัจจุบันเป็นส่วนประกอบเพื่อให้มีความเหมาะสมอย่างที่สุด
การกําหนดให้ความผิดเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ณัฐชยา เดชมา
การกําหนดให้ความผิดเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ณัฐชยา เดชมา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561นั้น จัดว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมากปัญหาหนึ่งของประเทศ เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ยังกระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย และด้วยเหตุที่การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง จึงทำให้ในปัจจุบันมีกลุ่มอาชญากรที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าวในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นจำนวนมาก และปัญหาที่ตามมาคือผู้กระทำความผิดจะนํารายได้ที่ได้จากการกระทำความผิดนั้นไปทำการฟอกเงินเพื่อนําเงินดังกล่าวกลับเข้าสู่ระบบการเงินปกติ อีกทั้งยังนํามาใช้เป็นทุนในการประกอบความผิดต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายฉบับใดสามารถบังคับใช้เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้เองจึงจําเป็นต้องหามาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพเพื่อมาบังคับใช้ ได้แก่ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงและข้อสำคัญคือมีมาตรการริบทรัพย์สินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้สามารถลดจำนวนผู้กระทำความผิด รวมถึงสกัดกั้นการฟอกเงินจากการกระทำความผิดที่กล่าวมาได้ จึงควรกําหนดให้การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อที่จะนํามาตรการทางกฎหมายจากพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้ในการแก้ไขปัญหาได้
ปัญหากฎหมายการลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสมาคมการค้าและหอการค้าในประเทศไทย, มิณ นิติพน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะมุ่งศึกษาเรื่องข้อจำกัดและการกำกับดูแลการลงทุนแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 โดยวิเคราะห์เกี่ยวกับข้อจำกัดของสมาคมการค้าที่ปัจจุบันอนุญาตให้ถือได้เฉพาะตราสารหนี้และหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงการกำกับดูแลการลงทุนของสมาคมการค้า และ ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหากมีการปรับปรุงบทบัญญัติในข้อจำกัดการลงทุนของสมาคมการค้าตามมาตรา 22(1) วิธีการวิจัยในเอกัตศึกษาฉบับนี้ดำเนินการวิจัยจากเอกสาร ศึกษาค้นคว้า และวิเคราะห์เกี่ยวหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสมาคมการค้า ตลอดจน รวบรวมข้อเท็จจริง ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศเกี่ยวกับการลงทุนของสมาคมการค้ารวมทั้งการขอคำปรึกษาและนำจากอาจารย์ เพื่อการวิเคราะห์และศึกษาทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นและหาข้อสรุปของการศึกษาต่อไป การศึกษานี้พบว่าบทบัญญัติในเรื่องการลงทุนของพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 แสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันในเรื่องการพัฒนาการค้า และไม่ทันต่อกันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเสนอให้แก้ไขบทบัญญัติของพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 ตามมาตรา 22(1) เพื่อให้สมาคมการค้ามีทางเลือกในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของตนเองมากขึ้น โดยพิจารณาเลือกลงทุนในความเสี่ยงที่ต่ำ และยังเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมการค้าที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจอันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกัน โดยดำเนินกิจการสนับสนุนสมาชิกในสมาคมการค้าให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เท่านั้น พร้อมกับวิเคราะห์แนวทางการกำกับดูแลการลงทุนของสมาคมการค้า
การจัดตั้งกองทุนเฉพาะเพื่อประกันสิทธิเจ้าหนี้แรงงานระหว่างที่ลูกหนี้ล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ, ณิชมน ฤทธิ์ผดุงศิลป์
การจัดตั้งกองทุนเฉพาะเพื่อประกันสิทธิเจ้าหนี้แรงงานระหว่างที่ลูกหนี้ล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ, ณิชมน ฤทธิ์ผดุงศิลป์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันความคุ้มครองลูกจ้างในฐานะเจ้าหนี้แรงงานในกระบวนการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการใช้ระบบผสมโดยใช้บุริมสิทธิควบคู่กับระบบรับประกันค่าจ้างเพื่อลูกจ้างได้รับประกันค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างในช่วงที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงมากที่สุด และสามารถช่วงสิทธิจากลูกจ้างมาเรียกร้องจากกองทรัพย์สินของนายจ้าง เพื่อระบบบังคับหลักประกันในกระบวนการล้มละลายมีความแน่นอนและการให้กู้ยืมจากระบบสินเชื่อสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงเป็นผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ประเทศไทยคุ้มครองลูกจ้างโดยให้บุริมสิทธิและให้การสงเคราะห์ลูกจ้างผ่านกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สิทธิที่ลูกจ้างได้รับจึงไม่ใช่การประกันสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานของลูกจ้าง ดังนั้นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจึงไม่สามารถสวมบทบาทกองทุนประกันสิทธิเรียกร้องได้ จึงจำเป็นต้องศึกษาหลักการ แนวคิดและรูปแบบการจัดตั้งการประกันสิทธิเรียกร้องของลูกจ้างในกรณีนายจ้างล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการในรูปแบบกองทุน โดยนำแนวทางมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมถึงศึกษาประเทศเกาหลีใต้และประเทศออสเตรเลียเพื่อเป็นมาตรฐานในการก่อตั้งกองทุนประกันสิทธิเรียกร้องโดยเสนอให้มีการประกับสิทธิเรียกร้องลูกจ้างโดยจัดตั้งในรูปแบบกองทุนเฉพาะเพื่อประกันสิทธิเจ้าหนี้แรงงานระหว่างที่ลูกหนี้ล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการเพื่อคุ้มครองลูกจ้างหรือเจ้าหนี้แรงงานต่อไป
การกำหนดมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย, ศุภณัฐ จิตต์มาตร
การกำหนดมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย, ศุภณัฐ จิตต์มาตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาการกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลในมิติการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยทั้งในรูปแบบภาคบังคับ (mandatory disclosure) ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และภาคความสมัครใจ (voluntary disclosure) ตามคำแนะนำของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนของธนาคารพาณิชย์และภาคธุรกิจพร้อมทั้งเสนอแนะมาตรฐานและแนวทางในการกำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ วิธีวิจัยเอกัตศึกษาฉบันนี้ใช้วิธีวิจัยจากเอกสารโดยการศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์เกี่ยวกับทฤษฎีและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนในมิติการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนศึกษาบทความ หนังสือ วารสาร รายงาน กฎหมายต่างประเทศ สื่ออินเตอร์เน็ต และคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาในประเด็นที่เหมาะสมเพื่อเสนอความเห็นและหาข้อสรุปของการศึกษา จากการศึกษาทำให้พบว่าสถาบันการเงินโดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้นำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไปเป็นต้นทุนดำเนินธุรกิจ และความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของแต่ละภาคส่วนยังมีความเข้าใจแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูล ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีปัญหาองค์ความรู้และทักษะของบุคลากรในภาคการเงินและภาคธุรกิจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจแก้ไขได้ด้วยการกำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเสนอแนวทางในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและเปรียบเทียบกันได้ในระดับสากล
Evaluating A Test For Shedding Propensity Using Tape Lifts From Different Skin Locations, Xiao M. Chen
Evaluating A Test For Shedding Propensity Using Tape Lifts From Different Skin Locations, Xiao M. Chen
Student Theses
The shedding propensity of a person can assist data interpretation in casework when assessing the possibility of passive transfer for DNA analysis. Past studies on shedding propensity evaluated palmar skin (washed and unwashed) deposits. This study compared different skin locations with respect to shedding propensity, and explored the potential of tape-lifts as a skin surface collection method. Eight different skin types and samples were collected with adhesive tape disks from 28 participants over three non-consecutive days; the washed and unwashed fingers from both hands, toe, and arm, neck below ear, and nape. Samples were extracted, quantified, amplified, genotyped, and evaluated …
Framework For Enhanced Applicability Of The Egyptian Public Procurement Law To International Administrative Construction Contracts, Amr Abu Helw
Theses and Dissertations
Local governments and public authorities conclude contracts for the purpose of acquisition of goods, delivery of services and construction of public facilities like bridges, infrastructures and public buildings. A public contract is an agreement to perform particular tasks financed by government funds to the benefit of the whole community. Private entities and corporations are subject to stricter standards in their dealings with the government than in private transactions. Conversely, the government must deal fairly and equitably with those who it contracted with to achieve successful implementation of the projects. On October 3, 2018, a new Egyptian public procurement law, namely, …
Imf's Loan Conditionality: Negative Consequences In The Borrower Country And The Burden Of Responsibility, Sara Mohamed Osama Abdalla Atta
Imf's Loan Conditionality: Negative Consequences In The Borrower Country And The Burden Of Responsibility, Sara Mohamed Osama Abdalla Atta
Theses and Dissertations
People often think that IFIs, such as the World Bank and the International Monetary Fund are prominent players in the global economy by providing funds to countries in need of development and sustainment of welfare, unfortunately these institutions can cause devastating effects in the borrower country. The harsh conditionality of the IMF plays a huge role in the negative economic consequences incumbent upon the borrower country. Meanwhile, the lack of legal remedies for private individuals suffering from the conditionality aggravates the consequences for these people. On the one hand, conditionality may strain the economy of the borrower country which leads …
Finding Neverland? Artificial Intelligence And The Jurisprudence Of Legal Certainty, Omar Zaky
Finding Neverland? Artificial Intelligence And The Jurisprudence Of Legal Certainty, Omar Zaky
Theses and Dissertations
The development of artificial intelligence (AI) models that are capable of predicting the decisions of prominent courts – most notably the European Court of Human Rights and United States Supreme Court – provides us with an opportunity to revisit important jurisprudential debates regarding the quest for legal certainty. Through providing clear distinctions within formalistic jurisprudence, and its, subsequent, realist critique; this thesis seeks to analyze legal decision-making and its relationship with artificial intelligence. I argue that, AI’s deterministic nature and its support for the law being an “entirely self-contained process” does lend some credence to certain jurisprudential arguments. However, this …
“The New Pinkertons”: Anti-Union Consultants And Surveillance Tech Thwart Organizing, Jo Constantz
“The New Pinkertons”: Anti-Union Consultants And Surveillance Tech Thwart Organizing, Jo Constantz
Capstones
In 2020, just 6.3% of U.S. private-sector workers were union members, despite the fact that 68% of Americans approve of labor unions, the highest since 1965, and nearly half of non-union workers say they would join.
After World War II, wage growth kept pace with GDP growth, but then began to diverge in the 1970s, according to a study by the RAND Corporation. After 1975, incomes of the bottom 90% rose more slowly than the economy as a whole, while incomes of the top 10% grew faster. The declining wage growth coincided with and is closely related to a drop-off …
Reducing Opioid Related Deaths And Improving Rehabilitation Access Through The Elk Grove Village Cares Program: A Program Evaluation, Rebecca Barron
Reducing Opioid Related Deaths And Improving Rehabilitation Access Through The Elk Grove Village Cares Program: A Program Evaluation, Rebecca Barron
Doctor of Nursing Practice (DNP) Manuscripts
Abstract The goal of the Elk Grove Village Cares program is to decrease the deaths and overdoses of those who abuse opioids through harm reduction strategies and provide access to treatment. The article is a program evaluation of the Elk Grove Village Cares program. Surveys, interviews and the synthesis of program data is used to evaluate the efficacy of program activities. Results: The rate of death from opioid use has decreased an average of 1.7 deaths since program implementation in 2018. Law enforcement officers (LEO) and the community responded similarly to many survey questions regarding attitudes surrounding addiction. Within the …
Ley Olimpia: Examining Policymaking Around Digital Violence, Andrea Alejandra Capella-Castro
Ley Olimpia: Examining Policymaking Around Digital Violence, Andrea Alejandra Capella-Castro
Undergraduate Honors Theses
The topic of this thesis is policymaking and regulations around digital gender violence. This work intends to examine what methods effectively regulate and eradicate Online-Gender Based Violence (OGBV), a new type of Gender-Based Violence (GBV). Effective policymaking for the digital space has a significant impact on our society and especially on women as they remain the most objectified, attacked, and harassed on social media platforms. Therefore, social media needs an effective policy to address digital gender violence. Furthermore, the topic is relevant because policymaking around digital gender violence will advance the feminist movement’s fight and protect women and social media …
Life Without Parole Is Replacing The Death Penalty -- But For Those Who Don’T Have The Possibility Of Parole, Their Future Is Bleak., Jessica Lerner
Life Without Parole Is Replacing The Death Penalty -- But For Those Who Don’T Have The Possibility Of Parole, Their Future Is Bleak., Jessica Lerner
Capstones
Across the country, life sentences are increasingly being used to replace the death penalty, according to a recent study by The Sentencing Project. Nearly 162,000 people are serving life sentences – one out of every nine in prison, the study found – and for those like Darrell Powell, who don’t have the possibility of parole, their future is bleak.
https://jlerner.exposure.co/life-without-parole-is-replacing-the-death-penalty?source=share-jlerner
On The Cusp Film, Rommel H. Ojeda, Rommel H. Ojeda
On The Cusp Film, Rommel H. Ojeda, Rommel H. Ojeda
Capstones
On the Cusp film follows the story of Dreamer Erika Apupalo, who immigrated to the United States at the age of 9. Her story is one that represents the determination that Dreamers or DACA-recipients have to achieve the American Dream (freedom), while dealing with the physical limitations of being out of status, and having to deal with the uncertainty of what could happen if she went back to her country. Taking place in 2006 in Tigualo, Ecuador, Erika takes us through her journey of migrating to the United State. “I remember the immigration officer asking me questions”, says Erika, who …
When A Woman Goes To Jail, Renee Onque, Emily Nadal
When A Woman Goes To Jail, Renee Onque, Emily Nadal
Capstones
The United States holds 30% of the world’s incarcerated women and the laws protecting their specific needs while in the prison system differ by state. New York, Minnesota and Alabama are introducing innovative ways to improve the birthing experiences of women who are incarcerated. From programs that allow mothers to send their breast milk on dry ice to their babies to nurseries within prisons that allow babies to live with their moms for up to a year, these states are pushing for progressive changes for mothers in the system. https://reneeonque.github.io/capstone/
America's Homeschool Lobby, Harrison Parker
America's Homeschool Lobby, Harrison Parker
Capstones
An NYC News Service examination of public filings and other documents shows the HSLDA and its state allies, while pushing to increase homeschooling, simultaneously pushes for legislative changes that have seemingly nothing to do with homeschooling -- in the past year alone, it has been fighting vaccination requirements, opposing a national child abuse registry and limiting the ability of children to get medical treatment.
Link: https://harry-parker.com/2022/01/16/homeschool-lobby/
Safe At Home?, Mary Steffenhagen
Safe At Home?, Mary Steffenhagen
Capstones
Homeschooling is rising in America at an unprecedented rate. This investigative story package examines some of the regulatory bounds of the practice, challenges it poses to child welfare interests, and how those issues impact the everyday lives of children being homeschooled. It was produced in Andy Lehren’s investigative reporting class, with an audio component produced in Narrative Podcast. You can read and listen to it at www.marysteffenhagen.com/capstone (password protected).
Hslda Concerned With More Than Just Homeschool, Griffin S. Kelly
Hslda Concerned With More Than Just Homeschool, Griffin S. Kelly
Capstones
My capstone is just one piece of a greater investigation into homeschooling in America. For my piece, my colleague Keith Medelis reported on the Home School Legal Defense Association, a premiere homeschooling advocacy group that provides legal advice to its members and lobbies against any regulations they find restrictive to the homeschooling process.
Our goal was to see exactly what their mission is because beyond homeschooling, the HSLDA advocates for small government, religious (mainly Christian) freedoms and protecting its members from child protective services.
A review of 84 court cases revealed that the HSLDA has occasionally engaged in legal battles …
A Workers' Paradise: Re-Integrating Newfoundland Into Colonial American History, Elena Hynes
A Workers' Paradise: Re-Integrating Newfoundland Into Colonial American History, Elena Hynes
Electronic Theses & Dissertations
The island of Newfoundland is conspicuous in colonial British and North American histories, most particularly and paradoxically, in its absence, a state of affairs which this study aims to help address. Multiple factors, including a paucity of documentary sources and various historiographic trends, have traditionally contributed to Newfoundland’s marginalization within colonial historical narratives. However, developments in recent years have made Newfoundland’s potential integration into the broader colonial dialogue more feasible including the advent of the Atlantic perspective, the expansion of available sources, and the work of multiple regional historians who have challenged enduring historiographic trends characterizing Newfoundland colonial settlements as …
Law 96 Of 1992, Kari P. Kammel
Law 96 Of 1992, Kari P. Kammel
Archived Theses and Dissertations
No abstract provided.
A Sanctuary World: Understanding The Past, Present, And Future Of Sanctuary Movements, Annaleigh Cummings
A Sanctuary World: Understanding The Past, Present, And Future Of Sanctuary Movements, Annaleigh Cummings
Undergraduate Theses
In the late 1970s through the 1980s, sanctuary movements emerged in the United States to support and provide sanctuary for immigrants and asylum seekers without a legal status of U.S. citizenship. This movement has its roots in the ancient church tradition of offering sanctuary to people accused of crimes. Religious leaders offered protection against the government in the name of their beliefs. It is a cycle that has often been repeated throughout history from the medieval European era to abolitionists helping runaway enslaved people in the United States to the contemporary movements existing today. This project explores and analyzes three …