Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 301 - 307 of 307

Full-Text Articles in Operational Research

การลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตโคมไฟท้ายของรถยนต์, ธัญวรัตม์ สดคมขำ Jan 2015

การลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตโคมไฟท้ายของรถยนต์, ธัญวรัตม์ สดคมขำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการนำแนวคิดของลีน ซิก ซิกมา มาประยุกต์ใช้ในการลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตโคมไฟท้ายของรถยนต์ โดยยึดหลักในการควบคุมทางสถิติเป็นสำคัญแนวทางซิกซ์ ซิกมา มีขั้นตอนการดำเนินงาน 5 ขั้นตอน ได้แก่ ระยะนิยามปัญหา ระยะตรวจวัดปัญหา ระยะวิเคราะห์ปัญหา ระยะปรับปรุงกระบวนการ และระยะควบคุมกระบวนการ ในงานวิจัยนี้ดำเนินการตามขั้นตอนของซิกซ์ ซิกมา 5 ระยะ ดังนี้ 1) ระยะนิยามปัญหา ศึกษาปัญหาปัจจุบันของโรงงานกรณีศึกษา กำหนดปัญหาขอบเขตในงานวิจัย 2) ระยะตรวจวัด เริ่มด้วยการวิเคราะห์ความแม่นและความเที่ยงของระบบการวัด ซึ่งได้ผลการทดสอบผ่านเกณฑ์ที่ยอมรับ และทำการวัดความสูญเปล่าโดยอาศัยเครื่องมือแผนภูมิการไหลของกระบวนการของชิ้นงาน 3) ระยะวิเคราะห์ปัญหา ทำการวิเคราะห์ความสูญเปล่า 7 ประการ จากนั้นระดมสมองวิเคราะห์หาข้อบกพร่องที่ทำให้เกิดของเสียในแต่ละกระบวนการผลิตด้วยแผนภูมิก้างปลา นำปัจจัยที่ได้มาคัดกรองปัจจัยด้วยตารางแสดงเหตุและผลและการวิเคราะห์ลักษณะข้อบกพร่องและผลกระทบ ทดสอบความมีนัยสำคัญของปัจจัยด้วยการทำการทดลองแบบแฟคทอเรียล 2k-1 4) ระยะปรับปรุงกระบวนการ ในขั้นตอนนี้เป็นการหาวิธีการแก้ปัญหา ประกอบไปด้วย การออกแบบกระบวนการผลิตโดยใช้หลักการ ECRS การปรับปรุงการวางผังกระบวนการผลิต หลัก 5 ส และระบบคัมบัง มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และการลดของเสียในกระบวนการผลิตโดยการออกแบบการทดลอง จากนั้นนำวิธีการแก้ปัญหาไปปฏิบัติจริง 5) ระยะควบคุมกระบวนการ นำผลการทดลองในระดับปฏิบัติการมาทดลองจริงในกระบวนการผลิตระดับโรงงาน เพื่อยืนยันผลและวิเคราะห์ผลหลังปรับปรุง และกำหนดมาตรฐานวิธีการปฏิบัติงานกับพนักงาน ผลลัพธ์ที่ได้จากงานวิจัยสำหรับการลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตโคมไฟท้ายของรถยนต์พบว่า สัดส่วนของเสียในกระบวนการฉีดพลาสติก ลดลงจาก 36,361 DPPM เหลือ 4,503 DPPM สัดส่วนของเสียในกระบวนการเคลือบผิวลดลงจาก 22,547 DPPM เหลือ 3,211 DPPM และในกระบวนการประกอบจากข้อร้องเรียนจากลูกค้า การเคลมผลิตภัณฑ์ จำนวนสูงสุด 20 ครั้ง ลดเหลือ 0 ครั้ง สามารถลดต้นทุนการผลิต คิดเป็นมูลค่า 1,135,134 บาทต่อเดือน


การลดความสูญเปล่าในกระบวนการปกป้องผิวทองแดง โดยใช้แนวคิดลีน ซิกซ์ ซิกมา, นนทกานต์ นิสภาพัฒน์ Jan 2015

การลดความสูญเปล่าในกระบวนการปกป้องผิวทองแดง โดยใช้แนวคิดลีน ซิกซ์ ซิกมา, นนทกานต์ นิสภาพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากการศึกษาปัญหาในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พบว่า มีความสูญเปล่าเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต 2 ประเภท คือ 1) การมีขั้นตอนในการทำงานมากเกินไปทำให้เกิดการรอคอยเนื่องจากความไม่สัมพันธ์กันระหว่างอัตราการผลิตในแต่ละกระบวนการผลิต 2) การเกิดของเสียในลักษณะรอยกดกับผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ โดยมีสัดส่วนของเสียสูงถึง 2.83% ของสินค้าที่ผลิตได้ โดยการศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในกระบวนการปกป้องผิวทองแดง และขั้นตอนการศึกษาวิจัยนี้ดำเนินการตามขั้นตอนของแนวคิดลีน ซิกซ์ ซิกมาทั้ง 5 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นตอนการนิยามปัญหา 2) ขั้นตอนการวัดเพื่อระบุสภาพของปัญหา 3) ขั้นตอนการวิเคราะห์สภาพของปัญหาและผลกระทบของปัญหา 4) ขั้นตอนการปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหา โดยใช้หลักการ ECRS และหลักการออกแบบการทดลอง (DOE) เพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้น ผลการศึกษาพบว่า มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ปัจจัยคือ น้ำหนักที่กดทับลงบนงาน ระยะเวลาที่วางซ้อนทับกันและความสูงของตะกั่ว ซึ่งมีผลต่อการเกิดของเสียลักษณะรอยกด 5) ขั้นตอนการควบคุมปัจจัยนำเข้าและกำหนดมาตรฐานวิธีการทำงานใหม่ จากผลการปรับปรุงเพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้น พบว่า มีอัตราการผลิตเพิ่มขึ้น 10,395 ชิ้นต่อกะทำงาน หรือเพิ่มขึ้น 50% มีสัดส่วนของเสียลักษณะรอยกด ลดลง 68.35% และมีสัดส่วนของเสียภาพรวม ลดลง 69.26%


การจัดการบริหารความเสี่ยงสำหรับงานบริการหลังการขายในระบบอัดอากาศ, ปวีณา กุศลทิพย์เจริญ Jan 2015

การจัดการบริหารความเสี่ยงสำหรับงานบริการหลังการขายในระบบอัดอากาศ, ปวีณา กุศลทิพย์เจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริการหลังการขาย กลายเป็นปัจจัยหลักในการเลือกเครื่องจักรเพราะความสามารถในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรมีผลกระทบโดยตรงต่อการผลิต ดังนั้นหลายบริษัทจึงใช้บริการการซ่อมบำรุงจากผู้จัดจำหน่ายหรือผู้แทนจำหน่ายซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชำนาญด้านความรู้และประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากกว่า ถึงกระนั้นแล้วบางธุรกิจอาจยังคงมีปัญหาด้านการผลิตเนื่องจากการซ่อมบำรุง ในงานวิจัยนี้เป็นการกล่าวถึงกรณีศึกษาผู้แทนจำหน่ายเครื่องอัดอากาศที่เริ่มธุรกิจใหม่และได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้าในเรื่องการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน เพื่อลดปัญหาเหล่านี้และเพื่อการเติบโตทางธุรกิจจึงประยุกต์การจัดการความเสี่ยงด้านการดำเนินงานเข้ามาเป็นตัวชี้วัดปัจจัยความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์หลังการขายและกลยุทธ์การให้บริการ หลังจากได้ระบุปัจจัยความเสี่ยงหลักและตัวบ่งชี้ความเสี่ยงแล้ว แผนการจัดการความเสี่ยงได้ถูกนำมาใช้ ผลการประยุกต์แสดงให้เห็นว่าข้อร้องเรียนรายเดือนจากลูกค้าในระยะเวลา 6 เดือนลดลงเฉลี่ยจากร้อยละ 2.3 เป็น 0.5


การนำแนวคิดการผลิตแบบลีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบตัวจับยึดหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์, วุฒิชัย พรหมสุวรรณ Jan 2015

การนำแนวคิดการผลิตแบบลีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบตัวจับยึดหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์, วุฒิชัย พรหมสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการตรวจสอบตัวจับยึดหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความสามารถในการตรวจสอบที่ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยมีความสูญเปล่าในกระบวนการตรวจสอบ ในการปรับปรุงโดยใช้แนวคิดการผลิตแบบลีน เพื่อกำจัดความสูญเปล่าในกระบวนการตรวจสอบ ทำให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด แนวทางการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบชิ้นงาน โดยมีขั้นตอนเริ่มตั้งแต่ ศึกษาขั้นตอนจับเวลาการทำงานเพื่อนำไปจัดทำเป็นแผนภาพภาระการทำงานของแต่ละคน เพื่อสามารถพบความสูญเปล่าของเวลาทำงาน ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้เหมาะสมเพื่อลดความสูญเปล่าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบชิ้นงาน จัดแบ่งภาระงานเพื่อให้พนักงานแต่ละคนใช้เวลาในการตรวจสอบใกล้เคียงกัน กำหนดวิธีการตรวจสอบชิ้นงาน โดยแบ่งภาพเป็นแต่ละส่วนเพื่อให้พนักงานตรวจสอบชิ้นงานได้ง่ายขึ้น และการปรับแผนผังกระบวนการเพื่อให้การไหลของงานสะดวกขึ้นสามารถลดพนักงานเคลื่อนย้ายลงได้ ผลการปรับปรุงพบว่า ประสิทธิภาพของกระบวนการตรวจสอบเพิ่มขึ้น คือความสามารถของกระบวนการตรวจสอบชิ้นงานเพิ่มขึ้น 16.27% และอัตราล็อตในการยอมรับชิ้นงานเพิ่มขึ้น 1.63% อีกทั้งยังส่งผลให้อัตราของเสียที่ลูกค้าพบลดลง 85.61% ซึ่งถือว่าผลที่ได้รับจากการปรับปรุงผ่านเป้าหมายที่กำหนดไว้ หลังจากนั้นจึงได้นำวิธีการปรับปรุงไปขยายผลให้กับพื้นที่อื่นๆพบว่า ความสามารถในการตรวจสอบชิ้นงานเพิ่มขึ้นจาก 2,895 pcs/hr เป็น 3,265 pcs/hr


การลดสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจรในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าชนิดอ่อน, ปิยะนันท์ สยนานนท์ Jan 2014

การลดสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจรในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าชนิดอ่อน, ปิยะนันท์ สยนานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณของเสียที่เกิดจากปัญหาสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจรในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าชนิดอ่อน โดยการประยุกต์ใช้แนวคิด ซิกซ์ ซิกมา งานวิจัยเริ่มจากการนิยามปัญหาสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจร การวัดเพื่อกำหนดสาเหตุของปัญหาได้เลือกปัจจัยนำเข้าหลักมาพิสูจน์ความมีนัยสำคัญ การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาโดยการประยุกต์ใช้การออกแบบการทดลองเชิงแฟคทอเรียลแบบ 2 ระดับ (2k Factorial Design) เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยที่มีผลต่อการทำให้เกิดของเสีย โดยพบว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับของเสียที่เกิดขึ้น คือ ความเข้มของแสง UV ในกระบวนการถ่ายเส้นลายวงจร ความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ และอุณหภูมิของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ในกระบวนการลอกลายเส้นลายวงจร ซึ่งเมื่อทําการทดลองเพื่อหาระดับปัจจัย สรุปได้ว่าระดับของปัจจัยที่เหมาะสมในการลดปัญหาสิ่งแปลกปลอม คือ ความเข้มของแสง UV 50 mJ/cm2 ในกระบวนการถ่ายเส้นลายวงจร อุณหภูมิของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ 48°C และ ความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ 3.5%wt ในกระบวนการลอกลายเส้นลายวงจร จากนั้นจึงกำหนดแผนการควบคุมตัวแปรต่างๆ โดยจัดทำเป็นมาตรฐานวิธีการปฏิบัติงาน ผลหลังการปรับปรุงพบว่าค่าเฉลี่ยของเสียลดลงจาก 0.27% เหลือเพียง 0.004% โดยการประเมินปริมาณการผลิตคาดว่ามูลค่าความสูญเสียจะลดลงได้ถึง 336,770 บาทต่อเดือน


การศึกษากลยุทธ์ทางธุรกิจของมิเตอร์อัจฉริยะ, ธนพินท์ มังคละภาณุพงศ์ Jan 2014

การศึกษากลยุทธ์ทางธุรกิจของมิเตอร์อัจฉริยะ, ธนพินท์ มังคละภาณุพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นการศึกษาแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจของมิเตอร์อัจฉริยะ ที่ใช้ Balanced Scorecard ในการแปลงกลยุทธ์ไปสู่ภาคปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาดัชนีชี้วัด (Key Performance Indicator: KPI) และ ปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factor: CSF) สำหรับขั้นตอนในการทำ Balanced Scorecard จะเริ่มจากการกำหนดวิสัยทัศน์ และพันธกิจ ของธุรกิจมิเตอร์อัจฉริยะ หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ SWOT Analysis แล้วจับคู่ให้อยู่ในรูป TOWS Matrix เพื่อหาวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดในการจัดทำแผนที่เชิงกลยุทธ์ (Strategy Map) โดยมีกรอบการวัดและประเมินผลของธุรกิจ ผ่านมุมมองการวัดผล 4 ด้าน คือ มุมมองการเรียนรู้และการเติบโต มุมมองกระบวนการภายใน มุมมองด้านลูกค้า และมุมมองด้านการเงิน โดยมีดัชนีชี้วัดทั้งหมด 32 ตัว และมีปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จทั้งหมด 20 ตัว ตัวอย่างเช่นดัชนีชี้วัดและปัจจัยหลักสู่ความสำเร็จของมุมมองด้านการเรียนรู้และเติบโตคือ ความปลอดภัยของพนักงาน และจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุในสายการผลิต มุมมองด้านกระบวนการภายในคือ อัตราของเสียจากการผลิตและจำนวนของเสียที่เกิดขึ้นในสายการผลิต มุมมองด้านลูกค้า คือ อัตราการส่งคืนสินค้าและจำนวนมิเตอร์อัจฉริยะที่ถูกส่งคืน และมุมมองด้านการเงิน คือ อัตราส่วนรายได้ในส่วนของลูกค้ารายใหม่และจำนวนลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการกำหนดแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ของธุรกิจเพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ขั้นตอนในการดำเนินงาน การควบคุมและติดตามผลการดำเนินงาน ผลจากการศึกษาโดยการสำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า แผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์จะใช้ได้ในช่วงการเริ่มต้นธุรกิจ โดยมีแบบแผนปฎิบัติการในการควบคุมการดำเนินงานตามตัวชี้วัดในแต่ละมุมมอง


การศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดตามดในกระบวนการหล่อฉีดแรงดันสูง, แพรวดี แก้วคงคา Jan 2014

การศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดตามดในกระบวนการหล่อฉีดแรงดันสูง, แพรวดี แก้วคงคา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อตามดในกระบวนการหล่อฉีดแรงดันสูงอลูมิเนียม R14 สำหรับคอมเพรสเซอร์ของชิ้นส่วนยานยนต์ ที่แรงดันในการฉีด 75 ถึง 85 เมกกาปาสคาล ความเร็วในการเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วต่ำ 0.16 ถึง 0.30 เมตรต่อวินาที ความเร็วในการเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วสูง 1.8 ถึง 3.0 เมตรต่อวินาที ระยะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง 320 ถึง 340 มิลลิเมตร และแรงดันสุญญากาศ -93.0 ถึง -100.0 กิโลปาสคาล โดยการตรวจสอบการวิเคราะห์พื้นผิวตอบสนองกับวิธีบ็อกซ์-เบหน์เคน การออกแบบเพื่อศึกษาปัจจัยและความสัมพันธ์ของพารามิเตอร์และหาสภาวะที่เหมาะสมเพื่อลดสัดส่วนตามดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด จากผลการทดลองพบว่าทั้ง 5 ปัจจัยมีอิทธิพลต่อการเกิดข้อบกพร่องประเภทตามดอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้สัดส่วนของเสียตามดลดลงเหลือ 5.18 เปอร์เซ็นต์จากการตั้งค่าสภาวะที่เหมาะสมจากการทดลองได้แก่ แรงดันในการฉีดคือ 85 เมกกะปาสกาล การเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วต่ำคือ 0.30 เมตรต่อวินาที การเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วสูงคือ 2.49 เมตรต่อวินาที ระยะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงคือ 326.81 มิลลิเมตร และแรงดันสุญญากาศที่ -97.28 กิโลปาสกาล