Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 151 - 180 of 307

Full-Text Articles in Operational Research

การเพิ่มอัตราผลผลิตของการตรวจสอบยางรถยนต์, ธนกร สงวนวงศ์วาน Jan 2020

การเพิ่มอัตราผลผลิตของการตรวจสอบยางรถยนต์, ธนกร สงวนวงศ์วาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการศึกษากระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์พบว่าผลผลิตไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดังนั้นงานวิจัยฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอัตราผลผลิตของการตรวจสอบยางรถยนต์ โดยมุ่งเน้นในการปรับปรุงรอบเวลา (Cycle time) การตรวจสอบยางรถยนต์ ให้ลดลง ซึ่งใช้หลักการการศึกษางานและเวลา วิเคราะห์กระบวนการทำงานจากแผนผังสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping) และบ่งชี้กิจกรรมที่ไม่ก่อเกิดมูลค่าเพิ่ม (Non-value-added) ที่ส่งผลต่อกระบวนการทำงาน จากนั้นจึงนำหลักการ ECRS เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์และลดกิจกรรมที่สูญเปล่าจากกระบวนการทำงาน จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าในกระบวนการทำงานมีการทำงานที่ซ้ำซ้อน การขนส่งที่ไม่จำเป็น และท่าทางการเคลื่อนไหวในกระบวนการผลิตที่เป็นกิจกรรมที่ไม่ก่อเกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทำให้อัตราผลผลิตลดลง ส่งผลให้รอบเวลาสำหรับการตรวจสอบยางรถยนต์มากขึ้นเมื่อเทียบกับเป้าหมาย หลังจากได้ทำการปรับปรุงการทำงานจากการลดกิจกรรมที่ไม่ก่อเกิดมูลค่าเพิ่ม สามารถลดขั้นตอนของกระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด A จากเดิม 17 ขั้นตอน เป็น 14 ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด B จากเดิม 18 ขั้นตอน เป็น 15 ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด C จากเดิม 26 ขั้นตอน เป็น 23 ขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด D จากเดิม 27 ขั้นตอน เป็น 26 ขั้นตอน โดยจากการลดขั้นตอนการทำงานทำให้รอบเวลาการตรวจสอบยางรถยนต์จากเดิมเฉลี่ย 77 เซ็นตินาที (47.40 วินาที) ต่อเส้น เป็น 69 เซ็นตินาที (39.60 วินาที)ต่อเส้น หรือคิดเป็น 16.46 เปอร์เซ็นต์ โดย 1 วินาที จะเท่ากับ 0.6 เซ็นตินาที ส่งผลให้พนักงานตรวจสอบยางรถยนต์ได้มากขึ้นจากเดิม 288 เส้นต่อคนต่อวัน เป็น 316 เส้นต่อคนต่อวัน


A Study Of Customers' Willingness To Purchase Organic Fresh Milk In Thailand, Jeerawan Punwaree Jan 2020

A Study Of Customers' Willingness To Purchase Organic Fresh Milk In Thailand, Jeerawan Punwaree

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Nowadays, most consumers often are care about health due to the COVID-19 and personal needs. Dairy products are specific products that are generally consumed by every age group, from children, teenagers, adults, to the elderly. Organic milk could provide an advantageous alternative for health conscious consumers as it must be certified by government agencies prior to market launching. There are many studies supported that organic milk is more beneficial than conventional milk. Theory of Planned Behavior (TPB) was applied to study the factors affected consumers' willingness to purchase organic fresh milk in Thailand. Through the questionnaire method and analysis by …


การปรับความลึกในการตัด สำหรับชิ้นส่วนอากาศยาน, ชัชนก ขำแผลง Jan 2019

การปรับความลึกในการตัด สำหรับชิ้นส่วนอากาศยาน, ชัชนก ขำแผลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสึกหรอของเม็ดมีดคาร์ไบด์อันเนื่องมาจากกระบวนการกลึงอินโคเนล718 ซึ่งพบปัญหาว่าเมื่อผลิตงานอย่างต่อเนื่องจะทำให้ขนาดของชิ้นงานคลาดเคลื่อนไปตามอายุเม็ดมีดกลึงที่มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการปรับค่าความลึกในการกลึงของพนักงาน แต่การปรับค่าของพนักงานนี้ยังไม่ถูกต้องจึงทำให้เกิดของเสียมากมายจากกระบวนการนี้ ดังนั้นจุดประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การหาค่าการปรับความลึกการกลึงที่ถูกต้องและทำให้ผลิตงานที่ดีได้ ซึ่งผลที่ได้จากการทดลอง คือ กราฟความสัมพันธ์ระหว่างระยะสึกของเม็ดมีดกลึงกับอายุของเม็ดมีดกลึงและค่าระยะสึกเม็ดมีดกลึงนี้สามารถนำมาใช้หาค่าการปรับความลึกได้ ซึ่งทำให้สามารถหากราฟความสัมพันธ์ระหว่างการปรับความลึกของเม็ดมีดกลึงกับอายุของเม็ดมีดกลึง และค่านี้สามารถนำไปสร้างสมการการปรับความลึกการตัดในช่วงอายุของเม็ดมีดกลึงต่างๆได้ ซึ่งเมื่อนำค่าการปรับความลึกที่ได้จากสมการไปทดลองผลิตชิ้นงานพบว่าได้ชิ้นงานเป็นงานดีทั้งหมด และเมื่อนำขนาดชิ้นงานที่ผลิตด้วยการปรับลึกจากสมการมาคิดเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนและเปรียบเทียบขนาดชิ้นงานที่ผลิตด้วยการปรับลึกด้วยพนักงาน จะพบว่าวิธีการปรับลึกด้วยสมการได้ขนาดของชิ้นงานที่มีค่าความคลาดเคลื่อนที่น้อยกว่า โดยเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนที่มากที่สุดของค่าการปรับจากพนักงาน คือ 0.947 เปอร์เซ็นต์ แต่เปอร์เซ็นความคลาดเคลื่อนที่มากที่สุดของค่าการปรับจากสมการ คือ 0.168 เปอร์เซ็นต์


Offshore Crew Boat Sailing Time Prediction Models, Atiporn Chongterdtoonskul Jan 2019

Offshore Crew Boat Sailing Time Prediction Models, Atiporn Chongterdtoonskul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, the relationship between travelling time of crew boats and the potential related factors was studied to improve prediction model for travelling time calculation. According to lack of data analysis, the existing calculation method had very high forecast error for crew boat’s morning route which is the main route for boat A and boat B. The selected variables were total distance and boat speed as internal factors while using significant wave height, wave direction, wind speed, and wind direction as external factors. 2017-2019 data were used in this analysis by dividing into 2017-2018 as train and validate data. …


Analyzing And Forecasting Online Tour Bookings Using Google Analytics Metrics, Jiaranai Awichanirost Jan 2019

Analyzing And Forecasting Online Tour Bookings Using Google Analytics Metrics, Jiaranai Awichanirost

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In today's world, the internet is growing fast and has revolutionized many business operations in the tourism industry. The tourism industry plays an important role in Thailand's GDP and is a great boost to the domestic economy. Most tour operators have created websites to be used as part of their business operations which are the main way to build relationships with customers and sales and hence make the website performance measurement an important strategic factor for online marketing. The objective of this research is to analyze the significant impact of Google Analytics metrics that is a measurement of website performance …


Affecting Factors On Perceived Usefulness Of Area-Business Continuity Management For Flood Case At Industrial Areas In Thailand, Kunruthai Meechang Jan 2019

Affecting Factors On Perceived Usefulness Of Area-Business Continuity Management For Flood Case At Industrial Areas In Thailand, Kunruthai Meechang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The 2011 Thailand floods widely affected many parts in Thailand such as households, industry and agriculture. Especially, industrial areas were massively damaged by floods. Many factories had to stop their operations. Therefore, it severely impacted economic losses. Area-Business Continuity Management (Area-BCM) is a useful system supporting company mitigate flood effectively. Before the system is implemented, opinion survey of related people in an area is important. Therefore, this research aims to investigate factors affecting Perceived Usefulness (PU) of the Area-BCM. The model is proposed based on Technology Acceptance Model and flood mitigation behavior. The analysis results categorized the respondents into four …


การคัดแยกของเสียอัตโนมัติในกระบวนการผลิตหัวอ่านเขียนด้วยวิธีการประมวลผลภาพดิจิตอลและการจดจำรูปแบบ, พลวุฒิ จตุราวิชานันท์ Jan 2019

การคัดแยกของเสียอัตโนมัติในกระบวนการผลิตหัวอ่านเขียนด้วยวิธีการประมวลผลภาพดิจิตอลและการจดจำรูปแบบ, พลวุฒิ จตุราวิชานันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อพัฒนาอัลกอริทึมที่ใช้ในการตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพหัวอ่านเขียนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟในสายการผลิต ปัจจุบันนี้กระบวนการตรวจสอบคัดแยกชิ้นงานดำเนินงานโดยพนักงานที่มีทักษะในการตรวจสอบชิ้นงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของพนักงานโดยตรง และทำให้เกิดความผิดพลาดจากการตัดสินโดยพนักงานที่ไม่มีทักษะในการตรวจสอบชิ้นงาน จึงมีการพัฒนาการตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพชิ้นงาน โดยการประยุกต์ใช้กล้องถ่ายภาพและเทคนิคการประมวลผลภาพดิจิตอลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลภาพ โดยพิจารณาจำนวนแผ่นอิเล็กโทรด ค่าพื้นที่นูนและค่าความเยื้องศูนย์ จากนั้นใช้คุณสมบัติการวัดของขอบเขตภาพเพื่อปรับปรุงอัลกอริทึมตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพของหัวอ่านเขียนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟในกระบวนการผลิต โดยทำการทดลองกับหัวอ่านเขียนทั้งหมด 30 ชิ้น เพื่อเก็บข้อมูลและ นำข้อมูลที่เก็บมาได้ไปวิเคราะห์หาค่าเป้าหมายของ 1. จำนวนแผ่นอิเล็กโทรด มีค่าเป้าหมายเท่ากับ 9 แผ่น 2. ค่าพื้นที่นูน มีค่าเป้าหมายอยู่ระหว่าง 3906 - 5590 และ 3. ค่าความเยื้องศูนย์ มีค่าเป้าหมายอยู่ระหว่าง 7.89 - 8.40 เพื่อใช้ในการฝึกอัลกอริทึม (Training) ให้เกิดการรู้จำค่าเป้าหมาย และ ขั้นตอนสุดท้ายคือการทดลองอัลกอริทึม โดยการตรวจสอบชิ้นงาน 10 ชิ้น หลังผลการทดลองพบว่า อัลกอริทึมสามารถตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพชิ้นงานได้ถูกต้อง 100%


การปรับปรุงจำนวนพาเลทจัดเก็บของสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าในคลังสินค้า, ชมพูนุช เลื่องชัยเชวง Jan 2019

การปรับปรุงจำนวนพาเลทจัดเก็บของสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าในคลังสินค้า, ชมพูนุช เลื่องชัยเชวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หลายทศวรรษที่โรงงานผู้ผลิตได้ประยุกต์ใช้คลังสินค้าสัญญาซึ่งเป็นคลังสินค้าเฉพาะบริหารจัดการโดยผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ด้วยสัญญาระยะปานกลาง วิธีการเอาท์ซอสช่วยให้โรงงานมีความยืดหยุ่นในการให้บริการโลจิสติกส์ อาทิเช่น การรวมเที่ยวขนส่ง การเปลี่ยนหีบห่อสินค้า และ การรวมสินค้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดการคลังสินค้าขึ้นกับ จำนวนพาเลทที่จัดเก็บ และ ความถี่ที่พาเลทถูกเคลื่อนย้าย ดังนั้นการจัดเก็บที่ไม่ได้ประสิทธิภาพและการขนถ่ายซ้ำซ้อนจะนำไปสู่ค่าใช้จ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดการคลังสินค้าที่สูงขึ้น ดังเช่นคลังสินค้าสัญญากรณีศึกษา คลังสินค้ากรณีศึกษาประสบกับปัญหาสัดส่วนของพาเลทที่มีการจัดเรียงไม่ได้ประสิทธิภาพหรือเรียกว่า พาเลทเศษ มีปริมาณสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาสัดส่วนของการจัดเก็บพาเลทสูงขึ้นทำให้มีพื้นที่ว่างในคลังไม่เพียงพอ จากการวิเคราะห์ข้อมูลและการระดมความคิดของกลุ่มทำงานพบหนึ่งในต้นเหตุมาจากกลุ่มสินค้านำเข้า สาเหตุของปัญหาเกิดจากขนาดพาเลทไม้มาตรฐานที่ใช้ในกลุ่มประเทศอียูมีขนาดเล็กกว่าขนาดพาเลทไม้มาตรฐานที่ใช้ประเทศไทย ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนรูปแบบการวางกล่องสินค้าพบพาเลทไม้ใหม่โดยมิให้เกินขอบพาเลท หลังจากการปรับรูปแบบการเรียงกล่องสินค้าใหม่แล้วจะช่วยลดจำนวนพาเลทที่เรียงไม่ได้ประสิทธิภาพและสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านค่าเช่าพาเลทกับค่าเคลื่อนย้ายพาเลทของคลังสินค้าได้เท่ากับ 24.29% ของปี Y0 และ 21.65% ของปี Y1 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน


การกำหนดนโยบายการสั่งเติมพัสดุชิ้นส่วนหลักในงานประกอบตามคำสั่งซื้อ ในการผลิตระบบทำน้ำเย็น, ทิพวัลย์ นาสวรรค์ Jan 2019

การกำหนดนโยบายการสั่งเติมพัสดุชิ้นส่วนหลักในงานประกอบตามคำสั่งซื้อ ในการผลิตระบบทำน้ำเย็น, ทิพวัลย์ นาสวรรค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดนโยบายการสั่งเติมพัสดุชิ้นส่วนหลักในงานผลิตตามคำสั่งซื้อ (Assemble-to-Order : ATO) ในโรงงานผลิตเครื่องทำระบบน้ำเย็น ซึ่งชิ้นส่วนหลักประกอบไปด้วย พัดลมระบายความร้อน 4 ชนิด และแผงแลกเปลี่ยนความร้อน 13 ชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลาย ชิ้นส่วนเหล่านี้ที่มีระยะเวลานำที่ยาวนาน ส่งผลให้มีระดับพัสดุมากเกินไป ทั้งการสั่งเติมพัสดุนั้นยังพึ่งพาประสบการณ์บุคคลเป็นส่วนใหญ่ และค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อมีค่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับราคาของชิ้นส่วน งานวิจัยจึงมุ่งเน้นในการกำหนดปริมาณพัสดุคงคลังเป้าหมายและปริมาณการสั่งเติมของชิ้นหลักให้สอดคล้องกับความต้องการที่เกิดขึ้น และได้มีนำเสนอแนวคิดของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS) สำหรับงานสั่งเติมพัสดุ จากการวิเคราะห์ความต้องการรายเดือนของชิ้นส่วนเหล่านี้การกระจายตัวของข้อมูลมีการแจกแจงแบบไม่ปกติ การทดสอบสถิติแบบนอนพาราเมตริกจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่ออธิบาย และหาค่าเฉลี่ยรายเดือนของความต้องการ เพื่อนำไปกำหนดค่าระดับพัสดุคงคลังเป้าหมายที่ระดับการให้บริการลูกค้า (Customer Service Level ) 95% รวมถึงการระบุพัสดุสำรอง (Safety Stock) และการคำนวนค่า Available-to-Promise (ATP) หรือจำนวนพัสดุที่สามารถขายลูกค้าได้เป็นหนึ่งในตัวตัดสินใจการสั่งเติม การทดสอบทำโดยการนำนโยบายพัสดุคงคลังใหม่ที่กำหนดขึ้น จำลองการทดสอบกับข้อมูลเดิมของปี 2561และข้อมูลความต้องการใหม่ในปี 2562 พบว่านโยบายใหม่มีระดับพัสดุคงคลังซึ่งคิดเป็นค่าเฉพาะวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนหลักอย่างเดียว ณ สิ้นปี 2562 ลดลง 42.4 % หรือคิดเป็น 396,809 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้จำนวนพัสดุคงคลังของชิ้นส่วนหลักก็ลดลง 37 % และระดับการให้บริการไม่ลดลงเนื่องจากไม่เกิดภาวะการขาดแคลนพัสดุเกิดขึ้น


การวางแผนการจัดหาเหล็กแผ่นโดยพิจารณาร่วมกับการใช้ประโยชน์เศษเหล็กในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุก, กฤติยา อึ่งวรากร Jan 2019

การวางแผนการจัดหาเหล็กแผ่นโดยพิจารณาร่วมกับการใช้ประโยชน์เศษเหล็กในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุก, กฤติยา อึ่งวรากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เนื่องจากการผลิตรถบรรทุกของโรงงานกรณีศึกษามีกระบวนการตัดเหล็กม้วนโดยใช้การปั๊มขึ้นรูปกรอบประตูรถบรรทุก ซึ่งทำให้เกิดเศษเหล็กเหลือใช้เป็นจำนวนมาก โรงงานจึงมีแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศษเหล็ก โดยการใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกจำนวน 7 รายการชิ้นส่วน เพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบในการผลิต งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอวิธีการวางแผนการจัดหาเหล็กแผ่นโดยพิจารณาร่วมกับการใช้ประโยชน์เศษเหล็กในการผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกโดยการประยุกต์ใช้การวัดความแม่นยำของข้อมูลด้วยวิธี MAD ในการลดทอนความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์ความต้องการชิ้นส่วนรถบรรทุกที่มีการปรับเปลี่ยนไปจนกว่าจะถึงกำหนดการส่งมอบ การศึกษาต้นทุนที่เกิดจากกิจกรรมในกระบวนการตัดเหล็กเพื่อกำหนดเกณฑ์การตัดสินใจ การใช้โปรแกรมเชิงเส้นในการจัดสรรเศษเหล็กให้แก่ชิ้นส่วนรถบรรทุกต่าง ๆ สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนสูงสุด การประมาณค่าความเบี่ยงเบนของค่าสัมบูรณ์ของความคลาดเคลื่อนเพื่อกำหนดพัสดุคงคลัง และการประยุกต์ใช้แบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย เพื่อหาจำนวนเหล็กแผ่นที่จะต้องจัดหาจากผู้ขายตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อดำเนินทดสอบด้วยข้อมูลจริงตั้งแต่ ก.ย.2561 – เม.ย.2562 พบว่าโรงงานลดต้นทุนในการจัดหาเหล็กแผ่นลงได้ 19% คิดเป็นมูลค่า 866, 452 บาท นอกจากการจัดสรรเศษเหล็กเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบแล้วนั้นยังสามารถลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลความต้องการชิ้นส่วนรถบรรทุก 5 % และการปรับปรุงวิธีการคำนวณจำนวนเหล็กแผ่นเพื่อใช้เป็นพัสดุคงคลังลดลงได้ 65 % โดยยังคงตอบสนองต่อลูกค้าที่ระดับให้บริการที่ 95%


การประยุกต์ใช้ตะกอนจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่หินเพื่อการผลิตอิฐเผา, ณัฐวุฒิ ธงชัย Jan 2019

การประยุกต์ใช้ตะกอนจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่หินเพื่อการผลิตอิฐเผา, ณัฐวุฒิ ธงชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิเคราะห์หาสัดส่วนดินตะกอนจากอุตสาหกรรมเหมืองหินไปขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เป็นอิฐดินตะกอนโดยใช้ดินเหนียวเป็นส่วนผสม งานวิจัยเริ่มจาก1) วิเคราะห์คุณสมบัติของตะกอนเพื่อหาองค์ประกอบของแร่ธาตุและสารประกอบที่พบในดินตะกอน 2) ทำการออกแบบการทดลองเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อิฐดินตะกอนจากเหมืองหิน โดยมีตัวแปรต้นได้แก่ สัดส่วนผสมระหว่างตะกอนจากเหมืองและดินเหนียวตั้งแต่ร้อยละ 40 ถึง80 โดยน้ำหนัก และเผาที่อุณหภูมิ 900, 1000 และ1100 องศาเซลเซียส 3) ทำการทดสอบคุณสมบัติเชิงกลและเชิงกายภาพของผลิตภัณฑ์แล้วสรุปผลงานวิจัย จากการศึกษาพบว่าที่อุณหภูมิ 1100 องศาเซลเซียส และสัดส่วนของดินตะกอนต่อดินเหนียวเป็น 60:40 ให้ความต้านแรงอัดสูงสุด เท่ากับ 43.67 เมกกะปาสคาล ซึ่งสูงกว่าอิฐมอญและอิฐดินเผา คิดเป็น 49.95 และ33.6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ในขณะที่ค่าอัตราการดูดซึมน้ำของอิฐดินตะกอนจากเหมืองที่สัดส่วนดังกล่าวมีค่าเท่ากับ 11.53 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าอิฐมอญและอิฐดินเผาถึง 53.87 และ 67.63 เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่าความหนาแน่นและค่าสูญเสียน้ำหนักของอิฐดินตะกอนจากเหมืองมีค่าเท่ากับ 1.37 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และ 17.37 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตของอิฐดินตะกอนจากเหมืองมีค่าต่ำกว่าอิฐดินเผา 24.76 เปอร์เซ็นต์


การจัดทำแผนพัฒนาด้านเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล, ชนิกานต์ มุสิกทอง Jan 2019

การจัดทำแผนพัฒนาด้านเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล, ชนิกานต์ มุสิกทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์กร ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบรับนโยบาย ประเทศไทย 4.0 ในการช่วยขับเคลื่อนประเทศ และเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้กับภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจนอกเหนือจากการค้า อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ โรงงานกรณีศึกษา (ธุรกิจสิ่งพิมพ์ปลอดการปลอมแปลง) จึงมีความจำเป็นต้องทำการศึกษาและวิเคราะห์ และจัดทำแผนพัฒนาการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำงานระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ซึ่งส่วนประกอบที่สำคัญในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจประเภทอุตสาหกรรมการผลิต คือการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่ทันสมัย ด้วยรากฐานของระบบการผลิตแบบยืดหยุ่น โดยมุ่งเน้นที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้สู่รูปแบบโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ซึ่งเป็นการผสานการทำงานโดยเครื่องจักรอัตโนมัติและพนักงานผู้ควบคุมเครื่องจักร โดยมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านทางเครือข่ายซึ่งครอบคลุมการเก็บรวบรวมข้อมูล การควบคุม การสื่อสาร และการบริหารจัดการระบบ ซึ่งจะช่วยขจัดปัญหาข้อมูลที่กระจัดกระจายในแผนกต่างๆ ของโรงงาน สามารถเฝ้าติดตามสถานะของอุปกรณ์ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ งานวิจัยนี้จึงได้จัดทำแผนพัฒนาด้านเครื่องจักรและการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในองค์กร ได้แก่ ระบบสารสนเทศการผลิต ระบบเชื่อมโยงข้อมูล ระบบการตรวจติดตามสถานะ ระบบ RFID เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับระบบการผลิตและระบบการบริหารสินค้าคงคลังของโรงงานให้สามารถรองรับระบบดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงในตลาดทั้งในด้านการให้บริการที่รวดเร็วและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างความอยู่รอดในอนาคตให้กับองค์กรได้อย่างมั่นคง


การพัฒนากระบวนการตรวจสอบการไม่ยึดติดกันของแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์ ผ้าคาร์บอนและผ้าใยแก้วใน ผลิตภัณฑ์วินเซิร์ฟโดยการประยุกต์ใช้เซนเซอร์เสียงและเทคนิคการรู้จําแบบ, นภาพรรณ สุขประเสริฐ Jan 2019

การพัฒนากระบวนการตรวจสอบการไม่ยึดติดกันของแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์ ผ้าคาร์บอนและผ้าใยแก้วใน ผลิตภัณฑ์วินเซิร์ฟโดยการประยุกต์ใช้เซนเซอร์เสียงและเทคนิคการรู้จําแบบ, นภาพรรณ สุขประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อพัฒนาการตรวจสอบการยึดติดกันของแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์กับผ้าใยแก้วหรือผ้าคาร์บอนในผลิตภัณฑ์วินเซิร์ฟ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบในปัจจุบันใช้คนในการเคาะและฟังเสียงเพื่อตัดสินชิ้นงานที่มีการยึดติดหรือไม่มีการยึดติด และเกิดความผิดพลาดจากการตัดสินโดยพนักงานที่ไม่มีทักษะ จึงมีการพัฒนาการตรวจสอบโดยการประยุกต์ใช้เซนเซอร์เสียงและการแปลงฟูเรียร์แบบเร็วเพื่อแปลงสัญญาณเสียงให้อยู่ในรูปของโดเมนความถี่ จากนั้นระบุความถี่การยึดติดและคำนวณพื้นที่ใต้กราฟ และใช้เทคนิคการรู้จำแบบและการแบ่งแบบอาบิทารีในการจำแนกชิ้นงานที่ไม่มีการยึดติดออกจากชิ้นงานที่มีการยึดติด โดยทำการทดลองกับวินเซิร์ฟทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่วินเซิร์ฟ 1,วินเซิร์ฟ 2,วินเซิร์ฟ 3 และ วินเซิร์ฟ 4 ที่ประกอบด้วยแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์ที่มีความหนาเท่ากันแต่มีความหนาแน่นแตกต่างกัน ผ้าใยแก้วและผ้าคาร์บอนที่มีความหนาแน่นแตกต่างกัน โดยผลการทดลองพบว่า ความหนาแน่นของแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์ ผ้าใยแก้วและผ้าคาร์บอนมีผลต่อความถี่การยึดติด โดยวินเซิร์ฟที่ประกอบด้วยแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์ ผ้าใยแก้วและผ้าคาร์บอนที่มีความหนาแน่นสูงจะมีความถี่การยึดติดสูงกว่าวินเซิร์ฟที่ประกอบด้วยแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์ ผ้าใยแก้วและผ้าคาร์บอนที่มีความหนาแน่นต่ำ และความเข้มพาวเวอร์สเปกตรัมที่ความถี่การยึดติดนี่เองที่บ่งบอกการยึดติดของแผ่นโพลีไวนิลคลอไรด์กับผ้าใยแก้วหรือผ้าคาร์บอน โดยความเข้มเพาเวอร์สเปกตรัมที่มากจะแปรผันตรงกับพื้นที่ใต้กราฟ ซึ่งพื้นที่ใต้กราฟที่มากหมายถึงการยึดติดที่ดีด้วย ผลการทดลองพบว่าจุดที่มีการยึดติดมีพื้นที่ใต้กราฟมากกว่าจุดที่มีการยึดติดบางส่วนและมากกว่าจุดที่ไม่มีการยึดติด โดยรูปแบบพื้นที่จำแนกการไม่ยึดติดของวินเซิร์ฟ 1 มีค่า ≤ 0.23 dB2 วินเซิร์ฟ 2 ≤ 0.25 dB2 วินเซิร์ฟ 3 ≤ 0.36 dB2 วินเซิร์ฟ 4 ≤ 0.26dB2 และผลการทดสอบความแม่นยำของรูปแบบพื้นที่จำแนกการยึดติดของวินเซิร์ฟ 1 วินเซิร์ฟ 2 และ วินเซิร์ฟ 4 มีค่าเท่ากับ 80% และ วินเซิร์ฟ 3 มีค่าเท่ากับ 90% จากผลการทดลองพบว่า การพัฒนาการตรวจสอบการยึดติดด้วยการใช้เซนเซอร์เสียงนี้ สามารถนำไปใช้ตรวจสอบการไม่ยึดติดได้ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะการตรวจสอบของพนักงาน


การออกแบบกรอบการทำงานในการเก็บความต้องการผู้ใช้และทดสอบระบบของระบบสารสนเทศ กรณีศึกษาสถาบันการเงิน, พงษ์ลดา โอทาตะวงค์ Jan 2019

การออกแบบกรอบการทำงานในการเก็บความต้องการผู้ใช้และทดสอบระบบของระบบสารสนเทศ กรณีศึกษาสถาบันการเงิน, พงษ์ลดา โอทาตะวงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เนื่องจากสถาบันการเงินกรณีศึกษามีข้อจำกัดทางด้านความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศจึงมีการจ้างบริษัทภายนอกเพื่อสนับสนุนในการพัฒนาระบบสารสนเทศ เช่นเดียวกับกรณีศึกษาระบบการออกเอกสารในสถาบันการเงิน สถาบันการเงินได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้าเกี่ยวกับความผิดพลาดในการออกเอกสารที่เกิดจากการทำงานของระบบและความผิดพลาดของมนุษย์ในการดำเนินงาน ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือการออกแบบกรอบการทำงานในการเก็บความต้องการของผู้ใช้และการทดสอบการใช้งานในการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ ป้องกันข้อผิดพลาดในการทำงานของระบบและกำหนดนโยบายกระบวนการตรวจสอบคุณภาพเอกสารก่อนส่งมอบให้ลูกค้าเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดจากความผิดพลาดของมนุษย์ในการปฏิบัติงาน การวัดความพึงพอใจโดยรวม (System Usability Scale) ในการใช้งานกรอบการทำงานแสดงให้เห็นว่าหลังจากเสนอกรอบการทำงานในการเก็บความต้องการของผู้ใช้และการทดสอบการใช้งานระบบให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ ระดับความพึงพอใจที่มีต่อกรอบการทำงานใหม่และกรอบการทำงานเดิมในการเก็บความต้องการของผู้ใช้และการทดสอบการใช้งานเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.93 และ 20.00 ตามลำดับ หลังจากหกเดือนที่มีการดำเนินการใช้กระบวนการตรวจสอบคุณภาพของเอกสารพบว่าไม่มีข้อร้องเรียนจากลูกค้าเกี่ยวกับความผิดพลาดในการออกเอกสาร


การศึกษาการเกิดเศษโลหะของเหล็กกล้าไร้สนิม ในกระบวนการผลิตวาล์วควบคุมแรงดัน สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์, พยุห์ เกิดจงรักษ์ Jan 2019

การศึกษาการเกิดเศษโลหะของเหล็กกล้าไร้สนิม ในกระบวนการผลิตวาล์วควบคุมแรงดัน สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์, พยุห์ เกิดจงรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเกิดเศษโลหะของเหล็กกล้าไร้สนิม เนื่องจากพบปัญหาเศษโลหะติดอยู่ในรูของชิ้นงาน จากการเก็บข้อมูลของเสียระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม พ.ศ.2562 ในไลน์การผลิตที่ 1 และไลน์การผลิตที่ 2 พบว่าทั้งสองไลน์การผลิตมีสัดส่วนของเสียเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 0.11 หรือคิดเป็น 1,130 PPM ต่อเดือน ในการดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยในระยะที่ 1 ทำการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา พบว่าปัญหาเศษโลหะติดอยู่ในรูชิ้นงานเกิดในกระบวนการกลึงปาดหน้าด้วยมีดตัดหยาบเนื่องจากลักษณะของเศษโลหะที่เกิดปัญหากับเศษโลหะในกระบวนการมีความใกล้เคียงกันทั้งขนาดและรูปร่าง ระยะที่ 2 ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเศษโลหะ โดยพบว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการแตกหักและทิศทางของเศษโลหะคือเงื่อนไขการตัด ที่ประกอบด้วย ความลึกตัด อัตราป้อนตัดและความเร็วรอบสปินเดิล ระยะที่ 3 กำหนดขั้นตอนในวิธีดำเนินการวิจัย ระยะที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ปัจจุบันเศษโลหะมีโอกาสตกลงไปในรูของชิ้นงานทุกระยะตัด จากผลการเปลี่ยนเงื่อนไขการตัด พบว่าเงื่อนไขที่เหมาะสมคือเงื่อนไขที่ 1 คือการเพิ่มความลึกตัดให้มากสุดที่ไม่ส่งผลต่อขนาดของชิ้นงาน เนื่องจากเศษโลหะจะมีความหนาเพิ่มขึ้นทำให้แตกหักง่าย มีความโค้งงอที่ลดลง จาก 2.04-3.12 มิลลิเมตร เป็น 0.56-1.48 มิลลิเมตร ทิศทางการแตกหักจะชนกับชิ้นงานทำให้กระเด็นไปทางอื่น ผลทดลองกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 ข้อมูล ไม่พบปัญหาเศษโลหะติดอยู่ในรูชิ้นงานเนื่องจากขนาดของเศษโลหะที่เล็กลง สรุปได้ว่าเงื่อนไขการตัดหลังปรับปรุงมีความเหมาะสมในการลดโอกาสที่ทำให้เศษโลหะติดค้างในรูชิ้นงานได้ และระยะที่ 5 สรุปผลการทดลอง ข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการทดลอง


Reducing The Defects Of A-Pillar Stamping Partin Automotive Assembly Process, Hassakorn Rojpitinithikorn Jan 2019

Reducing The Defects Of A-Pillar Stamping Partin Automotive Assembly Process, Hassakorn Rojpitinithikorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The goal of this research is to minimize defects in the process of automotive assembly. Regarding the one-year defect and value; the biggest defect cost come from portion of the A-Pillar stamping parts. Therefore, by using Failure Mode and Effect Analysis (FMEA) to examine it and perform experiments using the Design of Experiment (DOE), we investigated the production process as well as figuring out the cause of the problems that happen in the stamping process. The results found that the issue arose from the design of stamping die, which is the risk of springback problems of parts, is not good …


A Development Of Family Continuity Management For Medical Staffs Based On Business Continuity Management, Kananut Charoenthammachoke Jan 2019

A Development Of Family Continuity Management For Medical Staffs Based On Business Continuity Management, Kananut Charoenthammachoke

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Nowadays, the Business Continuity Management (BCM) is one of the most effective programs to reduce impact from crisis, incident, or any disaster for organizations focusing on their continuity operations. In addition to handling the incident which disrupts or interferes the business processes, the BCM has been developed into a new term of strategy like “resilience.” The purpose of this research is to develop and implement the BCM framework program for family. In this study, the proposed “Family Continuity Management” (FCM) program training was conducted for 51 medical staffs. There are 10 phases in the FCM training program experiment. The samples …


Utilizing User-Generated Content To Analyze Tours And Activities In Bangkok: A Tripadvisor Case Study, Naina Chugh Jan 2019

Utilizing User-Generated Content To Analyze Tours And Activities In Bangkok: A Tripadvisor Case Study, Naina Chugh

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The overarching goal of this paper is to gain visibility on tourist preferences and whether or not the needs of tourists are being met. With the Travel and Tourism (T&T) sector being the backbone to the global economy and the sector becoming more saturated and competitive, insights on T&T are vital now, more than ever. The rise of social media and user-generated content has effectuated the opportunity for a systematic analysis of tourist preferences via user-generated content. This paper is focused on gaining insights into tourism in Bangkok, Thailand through user-generated content scraped from TripAdvisor’s online reviews of tours and …


Customer Churn Prediction For A Software-As-A-Service Inventory Management Company, Phongsatorn Amornvetchayakul Jan 2019

Customer Churn Prediction For A Software-As-A-Service Inventory Management Company, Phongsatorn Amornvetchayakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis proposes customer churn prediction model for a Software-as-a-Service inventory management company in Thailand. Software-as-a-Service is the fast growing and high market values industry as a new emerging online business. Customer churn is a critical measure for this business. Thus, this thesis focuses on seeking a customer churn prediction model specified for a Software-as-a-Service inventory management company in Thailand which is facing a high churn rate issue. This thesis executes the prediction models with four machine learning algorithms: logistic regression, support vector machine, decision tree and random forest. The results show that the optimized decision tree model is capable …


Smes' Obstacles In Thailand: The Analysis Of The Association Between The Difference In Size, Sector, Region And The Problems That Occur In Business Operations, Phoom Traithaiteera Jan 2019

Smes' Obstacles In Thailand: The Analysis Of The Association Between The Difference In Size, Sector, Region And The Problems That Occur In Business Operations, Phoom Traithaiteera

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The number of small and medium enterprises (SMEs) in Thailand has increased these years. The objectives of this research were to identify obstacles in business operations and develop a guideline to promote and support SMEs in Thailand. The data was collected in the questionnaire; the respondents of this research are entrepreneurs entering the government services by the Department of Industrial Promotion between the years 2016 - 2018 with a total of 1,297 enterprises. This research used a chi-square test for independence to determine whether there is a significant association between the two variables. The results showed that the small sized …


Forecasting Daily Foreign Tourists For A Tour Operator In Thailand, Pornpawit Niamjoy Jan 2019

Forecasting Daily Foreign Tourists For A Tour Operator In Thailand, Pornpawit Niamjoy

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tour operators are playing an important role in the tourism industry which is an essential part of industries for Thailand's economy. Accurate tourist forecasting of daily tourist demands for tour operators is very important in revenue management and planning of tour operators, such as providing a guide or vehicle for each day. This research has presented and compared the forecasting models that will be selected to be suitable for the tour operator for a case-study company. The forecasting models used in this research consist of Seasonal Autoregressive Integrated Moving Average model (SARIMA), Seasonal Autoregressive Integrated Moving Average model with exogenous …


A Study Of Factors Affecting To Long-Term Relationship Of Outsourcing, Thitiporn Katato Jan 2019

A Study Of Factors Affecting To Long-Term Relationship Of Outsourcing, Thitiporn Katato

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

"Outsourcing" is very important for the organization's strategy to seek to reduce costs and specialize in a limited number of core areas. Thailand is known worldwide as a key outsourcing service provider. To know the factors affecting long-term relationship outsourcing are essential for the business continuities of Business Process Outsourcing (BPO) providers in Thailand. Based on the literature review, this research proposes a model that cooperation, control, and improvement will affect performance and then further affects outsourcing long-term relationship. Using a data set collected from 322 questionnaire surveys through e-mails, and 200 sent to personal to test proposed hypotheses from …


Improvement Of Forex Pairs Trading Strategy With Machine Learning Algorithms, Ronnachai Jirapongpan Jan 2019

Improvement Of Forex Pairs Trading Strategy With Machine Learning Algorithms, Ronnachai Jirapongpan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis aims to study machine learning to improve the trading performance of pairs trading strategy. Pairs trading strategy is one of the most well-known algorithm trading developed in the 1980s by a group of scientists and mathematicians. The concept of the pairs trading strategy is to exploit the mispricing of two equities which their prices tend to move in the same manner. When the algorithm captures the mispricing behavior by equations or indicators, traders open a short position on the equity which its price is relatively higher than the equilibrium and open long position of the other equity. If …


ออกแบบระบบคำนวณเงินนำส่งกองทุนคุ้มครองเงินฝากและกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน, แพรววินิต กันทะวิน Jan 2019

ออกแบบระบบคำนวณเงินนำส่งกองทุนคุ้มครองเงินฝากและกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน, แพรววินิต กันทะวิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขสาเหตุการคำนวณเงินนำส่งไม่ถูกต้อง ลดรอบเวลาการทำงาน และลดเวลาปฏิบัติงานของพนักงานระดับกลางในกระบวนการคำนวณเงินนำส่งกองทุนคุ้มครองเงินฝากและกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ส่วนได้แก่ การเพิ่มกระบวนการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลอัตโนมัติในกระบวนการรับข้อมูลเข้าระบบสำรองข้อมูล การเปลี่ยนผู้ตรวจสอบในกระบวนการป้อนข้อมูลเข้าระบบบัญชี การปรับปรุงกระบวนการคำนวณเงินนำส่งให้เป็นมาตรฐาน และการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติแบบหุ่นยนต์เพื่อทดแทนการปฏิบัติงานของพนักงาน ผลการวิจัยพบว่า สามารถตรวจสอบและแก้ไขสาเหตุการคำนวณเงินนำส่งไม่ถูกต้องได้ รอบเวลาการทำงานลดลงจากเดิม 26 วัน เหลือ 10 วัน และเวลาปฏิบัติงานของพนักงานลดลงจากเดิม 577 นาที เหลือ 85 นาที


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้านทานแรงดึงในการเชื่อมพลาสติกพอลิโพพิลีน(Pp)แบบอัลตราโซนิกของชิ้นส่วนยานยนต์, กมลพรรณ เชิดสูงเนิน Jan 2019

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้านทานแรงดึงในการเชื่อมพลาสติกพอลิโพพิลีน(Pp)แบบอัลตราโซนิกของชิ้นส่วนยานยนต์, กมลพรรณ เชิดสูงเนิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้านทานของดึงของการเชื่อมพลาสติกพอลิโพพิลีน(PP)แบบอัลตราโซนิก (PP-APBP-31 และ PP-APBP-2) เนื่องจากต้องการลดเวลาการทำงานของกระบวนการเชื่อมและรักษาค่าความต้านทานแรงดึงของจุดเชื่อมแต่ละจุดให้มีค่ามากกว่า 60 นิวตัน จึงต้องทำการควบคุมปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาคุณภาพของจุดเชื่อมไว้ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จากการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้านทานแรงดึงของจุดเชื่อมพลาสติกด้วยแผนภูมิก้างปลาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้านทานแรงดึงของจุดเชื่อมพลาสติก ได้แก่ ความหนาของผิวเชื่อม เวลาในการเชื่อมและแรงกดหัวเชื่อม ข้อกำหนดในการเชื่อมคือกำหนดความถี่ของเครื่องเชื่อมไว้ที่ 28.5 กิโลเฮิร์ต จากนั้นทำการทดลองโดยใช้การออกแบบการทดลองโดยวิธีบ๊อกซ์-เบห์นเคน(Box-Behnken) โดยกำหนดระดับปัจจัยปัจจัยละ 3 ระดับซึ่งทำการทดลองทั้งหมด 15 การทดลอง จากผลการทดลองพบว่าปัจจัยทั้ง 3 ปัจจัยมีอิทธิพลต่อความต้านทานแรงดึงของจุดเชื่อมพลาสติกอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจอยู่ที่ 98.60 % จากนั้นทำการหาสภาวะที่เหมาะสม (Response Optimizer) จากผลการทดลองที่ได้พบว่าค่าที่เหมาะสมของปัจจัยแต่ละปัจจัยได้แก่ ความหนาของผิวเชื่อมอยู่ที่ 2.5 มิลลิเมตร เวลาที่ใช้ในการเชื่อม 3 วินาที และแรงกดหัวเชื่อม 10 นิวตัน และสามารถสรุปได้ว่ากระบวนการเชื่อมชิ้นงานในกรณีศึกษานี้สามารถลดเวลาในการเชื่อม 2 วินาทีต่อจุด (จาก 5 วินาทีเป็น 3 วินาทีต่อจุด) หรือลดได้ 30 วินาทีต่อชิ้นงาน จากการลดเวลาในกระบวนการเชื่อมพลาสติกทำให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในกรณีศึกษาสามารถผลิตชิ้นงานได้มากขึ้น 41 ชิ้นต่อวันหรือ 820 ชิ้นต่อเดือนจากปัจจุบัน


ความสัมพันธ์ของอัตราส่วนสูตรน้ำยาโฟมที่มีผลต่อความแข็งของเบาะรถยนต์, จารุวัตร จินดาทองประภา Jan 2019

ความสัมพันธ์ของอัตราส่วนสูตรน้ำยาโฟมที่มีผลต่อความแข็งของเบาะรถยนต์, จารุวัตร จินดาทองประภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ของอัตราส่วนสูตรน้ำยาโฟมเบาะรถยนต์ที่มีต่อความแข็งของเบาะรถยนต์ เนื่องจากพบปัญหาเบาะรถยนต์มีค่าความแข็งที่ไม่ได้ตรงตามมาตรฐานของลูกค้าจำนวนมาก ถึง 34.95 เปอร์เซ็นต์ ของลูกค้าที่มีการผลิตสูงสุดในโรงงานกรณีศึกษา วิเคราะห์สาเหตุด้วยแผนภูมิก้างปลา พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อค่าความแข็งของโฟมนั้นคือ สูตรน้ำยาโฟม ซึ่งประกอบด้วย 1) น้ำยาโฟม PA ที่มีส่วนผสมระหว่าง Polyol น้ำ สารลดแรงตึงผิว สารฟู เจล และซิลิโคน ในสัดส่วนเท่ากัน 2) น้ำยาโฟม PC ที่มีส่วนผสมระหว่าง โคพอลิเมอร์ (ระหว่าง Polyoxyalkylenepolol กับ styrene-acrylonitrile polymer) สารลดแรงตึงผิว สารฟู เจล และซิลิโคน ในสัดส่วนเท่ากัน 3) น้ำยาโฟม ISO หรือ ที่เรียกว่า ไอโซไซยาเนต ออกแบบการทดลองโดยมีสูตรน้ำยาโฟมเป็น 3 ปัจจัย และ ระดับของปัจจัยละ 3 ระดับ ทั้งหมด 27 การทดลอง ภายใต้ข้อจำกัดของ ระยะเวลาในการบ่ม 6 นาที และ อุณหภูมิของแม่พิมพ์ 65 องศาเซลเซียส วิเคราะห์ผลการทดลองด้วยโปรแกรม Minitab โดยใช้การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณและการถดถอยแบบขั้นตอนผสมระหว่างการเลือกแบบก้าวหน้าและการตัดทิ้งแบบถอยหลัง ซึ่งพบว่าที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 95 % นั้น PA, PC, ISO, ISO*ISO และ ISO*PC มีผลต่อค่าความแข็งของโฟมเบาะรถยนต์อย่างมีนัยสำคัญโดยที่ค่าความแข็งของโฟมเบาะรถยนต์มีทิศทางเพิ่มขึ้นนั้นเมื่อ น้ำยาโฟม PC และ น้ำยาโฟม ISO เพิ่มปริมาณขึ้น ขณะที่เมื่อเพิ่มปริมาณ น้ำยาโฟม PA นั้นมีผลต่อค่าความแข็งของโฟมเบาะรถยนต์ในทิศทางลดลง โดยค่าความแข็งและปัจจัยต่างๆมีความสัมพันธ์กันดังสมการ ค่าความแข็งของโฟม = 4551 - 2.991 PC - 30.70 ISO - 0.2407 PA + …


การออกแบบพื้นที่หยิบความเร็วสูงสำหรับผลิตภัณฑ์แสงสว่าง, จินตชาติ ชาติพาณิชย์ Jan 2019

การออกแบบพื้นที่หยิบความเร็วสูงสำหรับผลิตภัณฑ์แสงสว่าง, จินตชาติ ชาติพาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ศูนย์กระจายสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการควบคุมการไหลของสินค้าในห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ในระดับค่าใช้จ่ายกับค่าแรงงานที่เหมาะสมศูนย์กระจายสินค้าจึงต้องทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์รูปแบบความต้องการลูกค้าจากข้อมูลในอดีตดังเช่นศูนย์กระจายสินค้าไฟฟ้าแสงสว่างของบริษัทกรณีศึกษาที่ทำหน้าที่จัดเก็บและกระจายสินค้าที่มีขนาดน้ำหนักและรูปทรงที่แตกต่างกันอีกทั้งยังแตกหักง่ายจึงต้องอาศัยความระมัดระวังในการขนย้าย จากสภาพและธรรมชาติของสินค้าที่กล่าวมาข้างต้นส่งผลให้กิจกรรมการหยิบเป็นกิจกรรมที่อาศัยชั่วโมงแรงงาน-คนมากที่สุดโดยสูญเสียไปกับการเดินทางและการค้นหาสินค้า นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลของศูนย์กระจายสินค้าที่ศึกษาเบื้องต้นพบว่ารูปแบบคำสั่งซื้อส่วนใหญ่ของลูกค้ามีลักษณะที่มีจำนวนรายการต่อคำสั่งซื้อและปริมาณสินค้าอยู่ในระดับที่ต่ำในขณะที่อาศัยนโยบายการจัดเก็บแบบสุ่มและจัดเก็บในหน่วยของพาเลทความไม่สอดคล้องกันของรูปแบบความต้องการและวิธีการจัดเก็บส่งผลให้เวลาเฉลี่ยในการหยิบต่อคำสั่งซื้ออยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ผู้บริหารกำหนดไว้ที่ 10 นาทีต่อคำสั่งซื้อ ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอการประยุกต์ใช้ Fast Picking Area (FPA) เพื่อลดเวลาในการเดินทางลงสำหรับการออกแบบการทดลองจะพิจารณาปัจจัยด้านขนาดพื้นที่ของ FPA, การจัดอันดับสินค้า, การปันส่วนพื้นที่สินค้า และ การจัดวางสินค้าโดยอาศัยการนำข้อมูลในอดีตไปทดสอบแบบจำลองสถานการณ์แบบ Monte Carlo เพื่อเปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลการออกแบบซึ่งผลการออกแบบที่ดีที่สุดสามารถลดเวลาการทำงานเฉลี่ยรวมต่อปีลงได้ 2768 ชั่วโมงเทียบเท่ากับการลดแรงงานคนลง 1.33 FTE ส่งผลให้เวลาเฉลี่ยในการหยิบต่อคำสั่งซื้ออยู่ที่ 7.9 นาทีต่อคำสั่งซื้อซึ่งเร็วกว่าเวลาที่ทำได้ในปัจจุบันที่ 10 นาทีต่อคำสั่งซื้อ


การแก้ปัญหาการจัดสรรพนักงานบนสายการผลิตรูปตัวยูแบบหลายสายของระบบเซลลูล่าร์แบบมากวัตถุประสงค์, จุไรรัตน์ ฉิมระฆัง Jan 2019

การแก้ปัญหาการจัดสรรพนักงานบนสายการผลิตรูปตัวยูแบบหลายสายของระบบเซลลูล่าร์แบบมากวัตถุประสงค์, จุไรรัตน์ ฉิมระฆัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแก้ปัญหาการจัดสรรพนักงานบนสายการผลิตรูปตัวยูแบบหลายสายของระบบเซลลูล่าร์แบบมากวัตถุประสงค์ เป็นการแก้ปัญหาโดยพิจารณาวัตถุประสงค์ทั้งหมดไปพร้อมๆกัน ซึ่งจัดเป็นปัญหาแบบยาก (NP-Hard) มีความยุ่งยากและซับซ้อนของปัญหา ดังนั้นจึงต้องอาศัยฮิวริสติก (Heuristic) และเมตาฮิวริสติก (Meta-Heuristic) มาช่วยในการแก้ปัญหา งานวิจัยนี้จึงนำเสนออัลกอริทึม วิธีการเชิงวิวัฒนาการโดยใช้ผลต่างแบบหลายวัตถุประสงค์ (MODE) เปรียบเทียบสมรรถนะอัลกอริทึมกับวิธีการเชิงวิวัฒนาการแบบหลายวัตถุประสงค์โดยยึดหลักการจำแนก (MOEA/D) และวิธีเชิงพันธุกรรมแบบการจัดลำดับที่ไม่ถูกครอบงำ III (NSGA-III) ในการแก้ปัญหาการจัดสรรพนักงานบนสายการผลิตรูปตัวยูแบบหลายสายแบบของระบบเซลลูล่าร์แบบมากวัตถุประสงค์ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 วัตถุประสงค์ ได้แก่ เวลาว่างของพนักงานน้อยที่สุด จำนวนพนักงานน้อยที่สุด อรรถประโยชน์การทำงานของพนักงานมากที่สุด เวลาเดินของพนักงานน้อยที่สุด และความแตกต่างเวลาเดินของพนักงานน้อยที่สุด ผลการทดลองพบว่า MODE มีสมรรถนะที่ดีกว่า MOEA/D และ NSGA-III ในด้านการลู่เข้าของคำตอบ ด้านการลู่เข้าและความหลากหลายของคำตอบ ด้านความหลากหลายของคำตอบ ในปัญหาขนาดเล็ก กลางและใหญ่ ในขณะเดียวกันด้านอัตราส่วนของคำตอบที่ไม่ถูกครอบงำเทียบกับกลุ่มคำตอบที่อัลกอริทึมหาได้ และด้านอัตราส่วนของคำตอบที่ไม่ถูกครอบงำเทียบกับกลุ่มคำตอบที่แท้จริงจะเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ปัญหาขนาดกลางขึ้นไป ส่วนด้านเวลาที่ใช้ในการค้นหาคำตอบด้วยคอมพิวเตอร์ (CPU Time) อัลกอริทึม MOEA/D ใช้เวลาในการค้นหาคำตอบน้อยที่สุด รองลงมาคือ NSGA-III และ MODE ตามลำดับ


การบำรุงรักษาเชิงรุกสำหรับระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงในท่าเรือและคลังปิโตรเคมี, ณภัทร บรรจงกิจ Jan 2019

การบำรุงรักษาเชิงรุกสำหรับระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงในท่าเรือและคลังปิโตรเคมี, ณภัทร บรรจงกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการตรวจพบความผิดปกติของระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงในท่าเทียบเรือและบริเวณถังเก็บปิโตรเคมีเหลว จากการวิเคราะห์หาสาเหตุพบว่าแผนการบำรุงรักษาที่มีอยู่เดิมนั้นยังขาดการตรวจพบความผิดปกติล่วงหน้าจึงส่งผลให้เกิดการขัดข้องของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงในขณะฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินรวม 18 ครั้งภายในระยะเวลาหนึ่งปี มีค่าความพร้อมใช้งานของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงเพียง 65.4% ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงได้สร้างแผนการบำรุงรักษาขึ้นใหม่ที่สามารถตรวจความผิดปกติและป้องกันการขัดข้องของเครื่องจักร โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงานวิจัยมีดังนี้ 1) รวบรวมข้อมูลจำนวนครั้งและประวัติอาการขัดข้องเพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป 2) วิเคราะห์อาการขัดข้องและผลกระทบตามรูปแบบความเสียหายแยกตามประเภทของเครื่องจักร ประกอบไปด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ดีเซล เครื่องสูบน้ำ 3) คัดเลือกวิธีการตรวจพบความผิดปกติที่เหมาะสมกับเครื่องมือ เทคโนโลยีและความรู้ความสามารถของพนักงานที่องค์กรมีอยู่ 4) กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้ในการบำรุงรักษาเครื่องจักร 5) ปรับปรุงแผนการบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำดับเพลิง 6) ดำเนินการตามแผนการบำรุงรักษาต่าง ๆ และทำการประเมินผล ผลการดำเนินงานพบว่าสามารถตรวจจับอาการผิดปกติของระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงได้ก่อนที่จะเกิดการขัดข้อง ส่งผลให้ระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงมีความพร้อมใช้งานหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์และจำนวนชั่วโมงในการบำรุงรักษาลดลง 18 เปอร์เซ็นต์


การปรับปรุงค่าความแข็งของเบาะรถยนต์เพื่อลดแรงกดที่ก้นของผู้ขับขี่, ณัฐพงค์ ลี้วุฒิวิชัย Jan 2019

การปรับปรุงค่าความแข็งของเบาะรถยนต์เพื่อลดแรงกดที่ก้นของผู้ขับขี่, ณัฐพงค์ ลี้วุฒิวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การใช้เบาะนั่งรถยนต์ที่เหมาะสมสามารถช่วยแก้ปัญหาความล้าจากการขับรถยนต์เป็นเวลานาน โดยการปรับปรุงค่าความแข็งของโฟมเบาะรองนั่งรถยนต์ที่สามารถลดแรงกดทับซึ่งเกิดขึ้นจากการนั่งขับรถยนต์เป็นเวลานาน จากการทดลองนั่งเบาะรองนั่งรถยนต์ที่มี 3 ค่าความแข็ง ได้แก่ 235.4 N , 276.4 N และ 313.9 N ที่มีรูปร่างเหมือนกันกับผู้เข้าร่วมการทดลอง 15 คน ตลอด 3 ช่วงระยะเวลา ได้แก่ 10 นาที , 20 นาที และ 30 นาที โดยเก็บข้อมูล 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ แรงดันสูงสุด พื้นที่แรงดันในช่วงสูง พื้นที่ผิวสัมผัส และแรงดันเฉลี่ย ทุก ๆ 1 นาที ด้วยเครื่องมือวัด Pressure Mapping System ผลการศึกษาพบว่าค่าความแข็งของโฟมและระยะเวลาในการนั่งขับรถยนต์ 30 นาทีมีผลต่อการทดลองที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 โดยพบว่าค่าแรงดันสูงสุด พื้นที่แรงดันในช่วงสูง และแรงดันเฉลี่ย มีค่าลดลงตามค่าความแข็งที่ลดลง แต่พื้นที่ผิวสัมผัสมีค่าเพิ่มขึ้นตามค่าความแข็งที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงทำให้พื้นที่แรงดันในช่วงสูง พื้นที่ผิวสัมผัส และแรงดันเฉลี่ย มีค่าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตลอดระยะเวลา 30 นาที แต่ค่าแรงดันสูงสุดไม่เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา สรุปผลการทดลองโฟมหมายเลขที่1 ที่มีค่าความแข็ง 235.4N จะทำให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสมาก และค่าแรงดันสูงสุด พื้นที่แรงดันในช่วงสูง แรงดันเฉลี่ยน้อยตามไปด้วย เนื่องจากพื้นที่ผิวสัมผัสมากจะเพิ่มประสิทธิภาพของเบาะรองนั่งในการกระจายน้ำหนักของผู้นั่งได้ดีซึ่งจะช่วยลดพื้นที่แรงดันในช่วงสูง แรงดันเฉลี่ยและแรงดันสูงสุดบริเวณปุ่มกระดูกก้นได้มาก จะได้ผลดีกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย