Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2018

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 511 - 515 of 515

Full-Text Articles in Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering

นวัตกรรมกระบวนการเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนการบริการอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาล, สืบสกุล โทนแจ้ง Jan 2018

นวัตกรรมกระบวนการเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนการบริการอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาล, สืบสกุล โทนแจ้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริการอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาลนับว่าเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญเพราะอาหารนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาและถือเป็นยาชนิดหนึ่ง ในโรงพยาบาลที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพระดับนานาชาติแห่งหนึ่ง พบว่าในปี 2017 มีจำนวนข้อร้องเรียนเรื่องได้รับอาหารไม่ตรงตามที่ระบุ 217 ราย คิดเป็น 37.4% ของข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นในงานโภชนาการซึ่งถือว่ามีความผิดพลาดสูง แต่ปัญหาดังกล่าวยังไม่เคยได้รับการศึกษาหรือแนวทางแก้ไข งานวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาสาเหตุและกระบวนการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการบริการอาหารผู้ป่วยแล้วนำมาใช้เป็นข้อมูลสำหรับสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อป้องกันการเกิดความคลาดเคลื่อนการให้บริการอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาล การศึกษาสาเหตุที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนการบริการอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาลโดยประยุกต์แนวทางมาจากความคลาดเคลื่อนในการให้ยาเนื่องจากกระบวนการมีลักษณะคล้ายกัน จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณได้แก่ เปอร์เซ็นข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นใน 1 ปี (แบบสอบถาม ก) และคะแนนเฉลี่ยความคิดเห็นถึงสาเหตุของความคลาดเคลื่อนจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระบบริการอาหาร (แบบสอบถาม ข) โดยพบว่าความคลาดเคลื่อนมีสาเหตุจาก 1.) การคัดลอกคำสั่งให้อาหาร (ก=61.3%, ข=4.63) 2.) การให้บริการอาหาร (ก=25.8%, ข=2.45) 3.) การจ่ายอาหาร (ก=10.1%, ข=2.31) 4.) การสั่งให้อาหาร (ก=2.7%, ข=1.02). ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสนทนากับบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระบบการบริการอาหารจำนวน 4 กลุ่ม จึงสามารถสรุปได้ว่า ความคลาดเคลื่อนมีสาเหตุหลักมาจากการคัดลอกคำสั่งให้อาหาร เมื่อวิเคราะห์กระบวนการคัดลอกโดยใช้พิมพ์เขียวบริการ พบว่าความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นที่กระบวนการถ่ายโอนข้อมูลทางด้านโภชนาการของผู้ป่วยระหว่างแผนก จากนั้นหาวิธีการที่จะช่วยตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้ใช้เป้าหมายและวิเคราะห์โดยใช้ผังต้นไม้แล้วนำมาใส่ในตารางเมตริกซ์แสดงเป็นรายการทางเลือกและเลือกแนวคิดที่น่าสนใจออกมา 5 แนวคิด แล้วให้บุคลากรในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องให้คะแนนนำไปสู่การพัฒนาโปรแกรม ในรูปของ Mobile Application สำหรับระบบปฏิบัติการ Android ชื่อว่า "Gourmet Nutri" ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านอาหารโดยโปรแกรมสามารถดึงข้อมูลทางโภชนาการของผู้ป่วยจากฐานข้อมูลโรงพยาบาลได้ทันทีและอัพเดทอัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะผู้ป่วย เมื่อได้ข้อมูลแล้วพนักงานสามารถนำโปรแกรมดังกล่าวไปรับรายการอาหารผู้ป่วยได้บน Tablet และส่งข้อมูลรายการอาหารไปยังครัวเพื่อจัดเตรียมอาหารได้ทันที โดยโปรแกรมดังกล่าวช่วยลดขั้นตอนการทำงานจาก 26 ขั้นตอนคิดเป็น 1,304 นาที เหลือ 17 ขั้นตอนคิดเป็น 985 นาที แสดงให้เห็นถึงเวลาการทำงานที่ลดลง 24.46% ผลการประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมโดยผู้ใช้งานจริงพบว่ามีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.14 ถือว่าอยู่ในระดับดีมาก เมื่อประเมินประสิทธิภาพการลดความคลาดเคลื่อนการบริการอาหารโดยการทดสอบสมมติฐานค่าสัดส่วนกรณี 2 กลุ่มประชากร คือสัดส่วนความผิดพลาดก่อนใช้โปรแกรมมีค่า 6.22x10-4 ต่อถาด และสัดส่วนความผิดพลาดหลังปรับปรุง 2.26x10-4 ต่อถาด ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่ช่วงความเชื่อมั่น 95%


การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเครื่องมือแพทย์ ภายใต้พื้นที่การผลิตที่ลดลง, อทิตยา มารศรี Jan 2018

การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเครื่องมือแพทย์ ภายใต้พื้นที่การผลิตที่ลดลง, อทิตยา มารศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเครื่องมือแพทย์ ภายใต้เงื่อนไขพื้นที่การผลิตลดลง ซึ่งในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ AAA ทำการผลิตในรูปแบบผลัก โดยทำการผลิตแบบเป็นงวดของกระบวนการประกอบย่อย 11 สถานี จากนั้นเก็บเป็นชิ้นงานระหว่างกระบวนการไว้ทั้งหมด ก่อนที่จะส่งให้กับกระบวนการประกอบหลักเป็นผู้ประกอบชิ้นส่วนย่อยทั้งหมดเข้าด้วยกันและส่งให้กลุ่มงานถัดไปวิธีการวิจัยเริ่มจาก การศึกษาพื้นที่ที่ใช้ในแต่ละส่วนงาน เวลา และวิธีการทำงานของกระบวนการผลิตในปัจจุบัน จากนั้น วิเคราะห์งานที่ไม่เกิดมูลค่าและปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยเทคนิค ECRS หลังจากนั้นทำการศึกษาเวลาเพื่อหาเวลามาตรฐานของแต่ละงานใหม่ และศึกษาลำดับก่อนหลังของการประกอบ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการออกแบบรูปแบบการผลิตแบบเซลลูล่าร์ โดยประยุกต์ใช้เทคนิคการจัดสมดุลการผลิตโดยการรวมงานของกระบวนการย่อยบางสถานี เข้ากับงานของกระบวนการประกอบหลัก และทำการผลิตในรูปแบบเซลลูล่าร์ 3 คน ต่อจุดการทำงานประกอบให้ได้ผลิตภัณฑ์ AAA และกำหนดเวลามาตรฐานของการทำงานแบบเซลลูล่าร์ โดยรูปแบบการผลิตจะเป็นไปในรูปแบบดึง โดยออกแบบให้เข้าใกล้การผลิตแบบไหลทีละชิ้น ผลจากการปรับปรุงพบว่า พื้นที่ในการผลิตลดลงจาก 219 ตารางเมตรเหลือ 111 ตารางเมตร หรือลดลง 49 เปอร์เซ็นต์ สถานีทำงานลดลงจาก 15 สถานีเหลือ 10 สถานี ใช้คนทำงานลดลงจาก 30 คนเหลือ 27 คน หรือลดลง 3 คน และรอบเวลาในการผลิตลดลงจาก 652 วินาที/ชิ้น เหลือ 574 วินาที/ชิ้น หรือประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 5.52 ชิ้น/คน/ชม. เป็น 6.27 ชิ้น/คน/ชม. หรือเพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ สำหรับพื้นที่ที่ลดได้ 108 ตารางเมตร จะใช้ในการรองรับสายการผลิตของผลิตภัณฑ์ใหม่


การลดต้นทุนโดยการปรับส่วนผสมแก้วและปัจจัยในกระบวนการหลอม, อนุธิดา ทองอร่าม Jan 2018

การลดต้นทุนโดยการปรับส่วนผสมแก้วและปัจจัยในกระบวนการหลอม, อนุธิดา ทองอร่าม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของปัจจัยในกระบวนการเตรียมส่วนผสมและกระบวนการหลอมแก้วที่มีต่อต้นทุนการผลิตและจำนวนฟองอากาศในบล็อกแก้ว และหาค่าปัจจัยที่เหมาะสมที่ทำให้มีต้นทุนที่เกี่ยวข้องต่ำที่สุดและมีจำนวนฟองอากาศอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ขั้นตอนการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาในงานวิจัยนี้เลือกใช้เครื่องมือแผนผังสาเหตุและผล และเลือกใช้เมทริกซ์ของความสัมพันธ์ของสาเหตุและผลในการจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยที่มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ในขั้นตอนการปรับปรุงได้ทำการทดลองเพื่อหาค่าที่เหมาะสมของปัจจัย โดยใช้แบบการทดลองแบบพื้นผิวผลตอบแบบบ็อกซ์-เบห์นเคน จากนั้นจึงทำการสร้างสมการความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำเข้ากับต้นทุนการผลิตและจำนวนฟองอากาศเพื่อหาค่าระดับปัจจัยที่เหมาะสมที่ทำให้มีต้นทุนการผลิตและจำนวนฟองอากาศต่ำที่สุด พบว่าค่าระดับปัจจัยที่เหมาะสม คือ คือ อุณหภูมิเตาหลอม 1530 องศาเซลเซียส ปริมาณความชื้นส่วนผสม 2.5 เปอร์เซ็นต์ และสัดส่วนปริมาณเศษแก้วต่อปริมาณวัตถุดิบหลัก 26 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบเพื่อยืนยันผลที่ได้จากการปรับตั้งค่าระดับปัจจัยใหม่ พร้อมทั้งจัดทำวิธีการปฏิบัติงาน แผนควบคุมและแผ่นตรวจสอบการตั้งค่าเครื่องจักรก่อนเข้ากระบวนการเตรียมส่วนผสมและกระบวนการหลอม ผลการปรับปรุงจากการใช้ค่าปรับตั้งที่เหมาะสม พบว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ยก่อนปรับปรุงที่มีค่าเท่ากับ 513,760 บาทต่อวัน เปรียบเทียบกับหลังปรับปรุงมีค่าเท่ากับ 499,457 บาทต่อวัน ลดลงไปได้ 14,303 บาทต่อวัน หรือ 5,220,648 บาทต่อปี คิดเป็นต้นทุนการผลิตที่ลดลงไปได้ 2.78 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนฟองอากาศเฉลี่ยหลังปรับปรุงเท่ากับ 244 ฟองต่อหนึ่งชิ้นงานบล็อกแก้ว เปรียบเทียบกับก่อนปรับปรุงที่เป็น 262 ฟองต่อหนึ่งชิ้นงานบล็อกแก้ว คิดเป็นจำนวนฟองอากาศที่ลดลงไปได้ 6.83 เปอร์เซ็นต์


การปรับปรุงการพยากรณ์ความต้องการวัตถุดิบและนโยบายการเติมเต็มวัตถุดิบคงคลังสำหรับโรงงานผลิตขึ้นรูปเหล็กหล่อแบบออกแบบตามคำสั่งซื้อ, อัจฉรา จันวดี Jan 2018

การปรับปรุงการพยากรณ์ความต้องการวัตถุดิบและนโยบายการเติมเต็มวัตถุดิบคงคลังสำหรับโรงงานผลิตขึ้นรูปเหล็กหล่อแบบออกแบบตามคำสั่งซื้อ, อัจฉรา จันวดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ธุรกิจขึ้นรูปเหล็กหล่อเพื่อใช้เป็นชิ้นส่วนหรืออะไหล่สำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ เป็นธุรกิจที่ต้องออกแบบและผลิตตามความต้องการของลูกค้า โดยส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถคาดการณ์คำสั่งซื้อของลูกค้าได้ล่วงหน้า เนื่องจากความต้องการใช้ชิ้นส่วนมีความผันผวนสูง อีกทั้งในการผลิตยังจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศซึ่งมีระยะเวลานำนาน ดังนั้นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการเก็บวัตถุดิบคงคลังไว้เพื่อใช้ในการผลิต จากการศึกษาพบปัญหาการกำหนดนโยบายบริหารวัตถุดิบคงคลังที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหาวัตถุดิบขาดมือ และในขณะเดียวกันก็พบว่ามีปริมาณวัตถุดิบคงคลังมากเกินความต้องการ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการบริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังสำหรับโรงงานผลิตขึ้นรูปเหล็กหล่อแบบออกแบบตามคำสั่งซื้อ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนคือการพยากรณ์ความต้องการใช้วัตถุดิบ และการกำหนดนโยบายการเติมเต็มวัตถุดิบคงคลัง ในขั้นตอนการพยากรณ์ความต้องการใช้วัตถุดิบ วัดผลความแม่นยำจากค่า Mean Absolute Percentage Error (MAPE) พบว่าวิธีการพยากรณ์แบบ Autoregressive Integrated Moving Average (ARIMA) ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยค่าความคลาดเคลื่อนจากการพยากรณ์เฉลี่ยลดลงถึง 34% และในส่วนของการกำหนดนโยบายการเติมเต็มวัตถุดิบ พบว่านโยบายการทบทวนปริมาณวัตถุดิบคงคลังอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดค่าจุดสั่งซื้อและปริมาณสั่งซื้อจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยสามารถเพิ่มระดับการบริการเป็น 94% ลดค่าการขาดสต็อกลงได้ 23% ลดค่าใช้จ่ายรวมลงได้ 19%


Exploring Critical Success Factors Of Community Development Projects, Kevin Wanjama Muchiri Jan 2018

Exploring Critical Success Factors Of Community Development Projects, Kevin Wanjama Muchiri

Engineering Management & Systems Engineering Theses & Dissertations

The utilization of Community Development Projects in developing nations continues to increase in significance. In the wake of the latest Sustainable Development Goals, developing nations are working towards eliminating poverty, promoting sustainable cities and communities, gender equality, and health and well-being. Although Community Development Projects have become prevalent, the challenge has been that some are successful, while others fail. This dissertation investigates what makes Community Development Projects successful.

This dissertation implemented a comprehensive quantitative analysis using data collected from over one hundred community development projects obtained from The World Bank database. These projects took place in developing nations around the …