Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 31 - 60 of 375

Full-Text Articles in Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering

การจัดตารางพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการฮิวริสติก : กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย, นลธวัช สุคนธ์ภัทร Jan 2023

การจัดตารางพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการฮิวริสติก : กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย, นลธวัช สุคนธ์ภัทร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาการจัดตารางการทำงานของพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ (Multi-objective Nurse Scheduling Problem : NSP) ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ควบคู่ไปกับวิธีการฮิวริสติก ปัญหาการจัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์นี้ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน อันเป็นผลเนื่องมาจากความหลากหลายของข้อจำกัด และวัตถุประสงค์หลักของปัญหาต่างๆ ที่มีความขัดแย้งกัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังขาดระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดตารางการทำงาน ส่งผลทำให้ผู้จัดตารางการทำงานจำเป็นต้องดำเนินการจัดตารางการทำงานด้วยตนเอง ซึ่งมักใช้เวลาในการจัดที่ยาวนาน และผิดพลาดได้ง่าย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สะท้อนภาพการทำงานของผู้จัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่แผนกฉุกเฉิน เนื่องจากแผนกดังกล่าวมีความซับซ้อนในการปฎิบัติงานมากกว่าแผนกอื่นๆ อย่างไรก็ดี ผู้วิจัยพบว่า เมื่อปัญหาดังกล่าวมีขนาดใหญ่ขึ้น ประสิทธิภาพของแบบจำลองทางคณิตศาสตร์มีแนวโน้มที่ลดถอยลง ทั้งในเชิงคุณภาพของคำตอบ และเวลาที่ใช้ในการหาคำตอบ อันเป็นผลเนื่องมาจากความซับซ้อนของปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ทำการพัฒนาฮิวริสติกขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดเวลาการหาคำตอบของปัญหาการจัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ โดยอ้างอิงจาก Adaptive Large Neighborhood Search (ALNS) ควบคู่ไปกับ Non-dominated Sorting Genetic Algorithm III (NSGA-III) จากผลการทดลอง ผู้วิจัยพบว่า วิธีการฮิวริสติกที่ถูกพัฒนาขึ้นมีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีแม่นตรงในปัญหาขนาดเล็ก โดยชุดคำตอบที่ได้จากวิธีการฮิวริสติกมีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีแม่นตรง หากแต่ใช้เวลาในการหาคำตอบที่สั้นกว่ามาก สำหรับปัญหาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น วิธีการฮิวริสติกที่ถูกพัฒนาขึ้นก็สามารถสร้างชุดคำตอบที่มีความหลากหลายในระยะเวลาที่สั้นกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมเป็นอย่างมาก


การวางแผนและจัดตารางการทำงานสำหรับการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยา ด้วยเทคนิคการหาค่าเหมาะสมที่สุด, วริศรา วรฤทัย Jan 2023

การวางแผนและจัดตารางการทำงานสำหรับการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยา ด้วยเทคนิคการหาค่าเหมาะสมที่สุด, วริศรา วรฤทัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการวางแผนและจัดตารางการทำงานสำหรับการทดสอบความคงตัวของยา โดยมีแนวคิดในการแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 การหารูปแบบมอบหมายงานให้กับพนักงานและเครื่องทดสอบ ในการแก้ปัญหาดังกล่าวแบบจำลองกำหนดการเชิงเส้นจำนวนเต็มแบบผสมได้ถูกนำมาใช้ในการหาคำตอบของปัญหา แต่เนื่องจากมีหลายวัตถุประสงค์ที่ใช้ในการตัดสินใจ อีกทั้งแต่ละวัตถุประสงค์มีหน่วยที่ต่างกัน ทำให้แก้ปัญหาด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์เดียวทำได้ยาก จึงได้มีการพัฒนาแบบจำลองคณิตศาสตร์จำนวน 2 โมเดลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าว โมเดลที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความแตกต่างของภาระงานสูงสุด และต่ำที่สุด และการทำงานล่วงเวลาของพนักงานให้น้อยที่สุด ในขณะที่โมเดลที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาลำดับความสำคัญของการทดสอบยา ส่วนที่ 2 เป็นการจัดตารางการทำงานของพนักงานและเครื่องทดสอบด้วยวิธีการฮิวริสติก โดยมีข้อมูลนำเข้าจากผลคำตอบที่ได้รับในงานส่วนที่ 1 และได้นำกฎการจัดลำดับความสำคัญ จำนวน 2 วิธี ได้แก่ กฎการเลือกงานที่ใช้เวลาน้อยที่สุดทำก่อน และกฎการเลือกงานที่ใช้เวลาทำนานที่สุดทำก่อน มาใช้ในการเรียงลำดับงานจำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ เวลาปฏิบัติงานรวมของการทดสอบ เวลาปฏิบัติงานเวลาในขั้นตอนแรกของการทดสอบ และเวลาปฏิบัติงานตามหัวข้อทดสอบ ผลการวิจัยจากงานส่วนที่ 1 พบว่ารูปแบบการการมอบหมายงานให้พนักงานและเครื่องทดสอบจากแบบจำลองคณิตศาสตร์ทั้ง 2 โมเดลให้ค่าคำตอบที่เหมือนกัน โดยยาแต่ละชนิดมีการเลื่อนทดสอบไปในเดือนถัด ๆ ไปมากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขยาแต่ละชนิดต้องทดสอบภายใน 4 เดือน โดยมีจำนวนยาที่เลื่อนการทดสอบออกไปจำนวน 2,013 ล็อต ในส่วนของภาระงานที่พนักงานได้รับพบว่ามีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และในเดือนที่ 4 มีจำนวนภาระงานเกิดขึ้นสูงสุด ซึ่งทำให้เกิดการทำงานล่วงเวลาทั้งเภสัชกรและนักวิทยาศาสตร์ จากการจัดตารางการทำงานและวัดผลด้วยตัวชี้วัดประสิทธิภาพ พบว่าการจัดตารางการทำงานจากเวลาปฏิบัติงานเวลาในขั้นตอนแรกของการทดสอบ ด้วยวิธี SPT ให้ผลเฉลยที่ดีที่สุดตามวัตถุประสงค์ โดยไม่จำเป็นต้องทำงานล่วงเวลา โดยผลการศึกษานี้เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่ใช้ในการจัดตารางการทำงานของพนักงานและเครื่องทดสอบ


การศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น Pm 2.5 ในกรุงเทพมหานคร, กิตติยาภรณ์ ศิวิชัย Jan 2023

การศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น Pm 2.5 ในกรุงเทพมหานคร, กิตติยาภรณ์ ศิวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหามลพิษทางอากาศ เป็นปัญหาที่ไม่ก่อให้เกิดอาการอย่างฉับพลันทันที แต่ทำลายสุขภาพของมนุษย์เมื่อเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ แม้ปัญหาของฝุ่น PM 2.5 นั้นรุนแรงจนก่อให้เกิดความตระหนักของประชาชน สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยยังคงย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง และสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมจนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำลง เนื่องจากฝุ่นนั้นกระจายตัวแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และแต่ละเวลา ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น PM 2.5 ผ่านเทนเซอร์และการแยกองค์ประกอบเทนเซอร์ ด้วยวิธี Tucker decomposition จนได้รูปแบบของฝุ่นในแต่ละเขตและเวลา ผู้วิจัยพบว่า รูปแบบความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 นั้นมีความสัมพันธ์กับแนวทางการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพมหานคร ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา พฤติกรรมของประชาชนทั้งก่อนและหลังการระบาดของโรคโควิด-19 การจราจร การก่อสร้าง และสถานที่สำคัญในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร ผลลัพธ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า เราควรพิจารณาการกระจายจุดที่มีความหนาแน่นของประชากร การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว และในเขตต่าง ๆ ที่มีความเข้มข้นสูง


A Box-Behnken Design For Copper Recovery From E-Waste Pyrolysis Char By An Electrolysis Process, Chanut Thamcharoen Jan 2023

A Box-Behnken Design For Copper Recovery From E-Waste Pyrolysis Char By An Electrolysis Process, Chanut Thamcharoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study presents the solvent extraction process for recovering copper from pyrolysis char derived from printed circuit boards (PCBs). To maximize copper yield, a response surface design based on the Box-Behnken design for the solvent extraction of PCBs char is proposed. Three process parameters of the extraction process were chosen as variable factors which are HCl concentration (2, 3, and 4 M), pulp density (50, 75, and 100 g/L) and reaction time (1, 2, and 3 h). The results from Analysis of Variance (ANOVA), R-squared (R2), and Adjusted R2 (R2adj) demonstrate the obtained regression model’s significance. The response surface method …


An Analysis Of Retail Promotion Effectiveness Using Agent-Based Modeling, Chutima Binsiravanich Jan 2023

An Analysis Of Retail Promotion Effectiveness Using Agent-Based Modeling, Chutima Binsiravanich

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In modern metropolitan environments, retailers engage in intense competition to attract consumers and increase profits. It is critical to develop an effective price promotion plan. However, the complexity of customer preferences and many product qualities in retail, especially for competitive products, makes it challenging to create effective promotional methods. This study proposes an agent-based simulation to represent the outcomes of strategic retail tactics where real-world testing for all strategies is not practical. In the simulation model, advertising efficacy and word-of-mouth influence drive consumer decisions, with subsequent judgments based on store price reductions. Twelve different promotion strategies (including different price reduction, …


การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ, ทรรศมล วงศ์จิตสุขเกษม Jan 2023

การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ, ทรรศมล วงศ์จิตสุขเกษม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เศษเหล็กคือวัสดุที่เกิดจากการหมุนเวียนชิ้นส่วนเหล็กที่ถูกคัดทิ้งให้กลับเข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตเหล็กอีกครั้ง ถือเป็นวัตถุดิบหลักของกระบวนการหล่อหลอมเหล็ก และราคาเศษเหล็กที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเหล็กเปลี่ยนแปลงตาม การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กที่มีความแม่นยำจะส่งผลดีต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบ งานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษาการพัฒนาตัวแบบเพื่อใช้ในการพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงความแม่นยำของตัวแบบที่สร้างจากการใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับวิธีการแยกองค์ประกอบของข้อมูล โดยวิธีการทางสถิติและเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องที่ศึกษา ได้แก่ SARIMA, Linear regression, Support vector regression, XGBoost, ANN และ LSTM จากการศึกษาพบว่าตัวแบบ SARIMA และ LSTM สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำที่สุด แต่ตัวแบบ SARIMA ใช้เวลาน้อยกว่ามาก รองลงมาคือ ANN, Support vector regression, Linear regression และ XGBoost โดยตัวแบบ SARIMA มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์จากค่า MAPE ที่ 2.96% ส่วนวิธีการแยกองค์ประกอบของข้อมูลที่ศึกษา ได้แก่ EMD, CEEMDAN และ VMD จากการศึกษาพบว่าการแยกองค์ประกอบของข้อมูลโดยใช้ VMD สามารถเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ให้แก่เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องในการสร้างตัวแบบได้มากที่สุด รองลงมาคือ EMD และ CEEMDAN ตามลำดับ โดยที่เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้วิธีการแยกองค์ประกอบและให้ความแม่นยำมากที่สุดคือ Linear Regression ซึ่งตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบที่มีความแม่นยำมากที่สุดคือ VMD-LR มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ MAPE ที่ 1.18%


การพัฒนาระบบการจัดการซ่อมบำรุงรักษาสำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง, ญานิกา ทากุดเรือ Jan 2023

การพัฒนาระบบการจัดการซ่อมบำรุงรักษาสำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง, ญานิกา ทากุดเรือ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมสำหรับการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง การศึกษาพบว่าเมื่อเครื่องจักรมีเหตุชำรุดจากการชำรุดกะทันหันต้องใช้เวลาในการซ่อมบำรุงรักษานาน ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตที่ต้องหยุดชะงัก จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพงานบำรุงรักษา การวิเคราะห์การไหลของข้อมูลในงานบำรุงรักษา รวมทั้งปรับปรุงกระบวนการไหลของข้อมูลเพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน จึงได้มีการนำระบบจัดการงานบำรุงรักษาด้วยคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อพัฒนาระบบบริหารงานบำรุงรักษา เพื่อรวบรวม จัดเก็บ และบริหารจัดการงาน โดยวางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันจากการหาค่าระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการเกิดเหตุขัดข้อง (MTBF) และค่าระยะเวลาเฉลี่ยในการซ่อมบำรุง (MTTR) ในการวางแผนการเปลี่ยนอะไหล่ก่อนการเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อให้เครื่องจักรมีความพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ ผลการวิจัยพบว่าเมื่อนำระบบการจัดการซ่อมบำรุงไปติดตั้ง อัตราความพร้อมในการทำงานของเครื่องจักร (Availability Rate) เพิ่มขึ้น 8.59% จาก 88.89% เป็น 97.48% ระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการเกิดเหตุขัดข้อง (MTBF) เพิ่มขึ้นขั้นต่ำ 42.04% จาก 88 วัน เป็นมากกว่า 125 วัน และระยะเวลาเฉลี่ยในการซ่อมบำรุง (MTTR) มีแนวโน้มลดลงค่าที่ลดลง


วิธีการฮิวริสติกส์แบบหลายวัตถุประสงค์สำหรับปัญหาการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตา, พูนสิริ วสุพงศ์พิพัฒน์ Jan 2023

วิธีการฮิวริสติกส์แบบหลายวัตถุประสงค์สำหรับปัญหาการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตา, พูนสิริ วสุพงศ์พิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ทรัพยากรทางการเกษตรเป็นหนึ่งในทรัพยากรหลักที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องมีการวางแผนการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้เลือกศึกษาปัญหาการวางแผนการจัดตารางการเก็บเกี่ยว โดยใช้ถั่วลันเตาเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหาปัจจัยและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตาในเครือข่ายที่มีโรงแช่แข็งถั่วลันเตา และกลุ่มเกษตรกรที่ทำสัญญาซื้อขายถั่วลันเตากับโรงแช่แข็งถั่วลันเตาล่วงหน้า โดยโรงแช่แข็งถั่วลันเตาจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการการเก็บเกี่ยวทั้งหมด จากข้อกำหนดต่าง ๆ ที่รวบรวมมา ผู้วิจัยได้สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์แบบหลายวัตถุประสงค์ และออกแบบวิธีการทางฮิวริสติกส์แบบการหาค่าเหมาะสมที่สุดด้วยการเคลื่อนที่ของกลุ่มอนุภาค (Particle Swarm Optimization: PSO) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นไปที่วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน 3วัตถุประสงค์ คือ 1. การลดต้นทุนที่ใช้ในการขนส่งถั่วลันเตา 2. การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่สิ่งแวดล้อม และ 3. การกระจายการเก็บเกี่ยวให้เกษตรกรได้รับการเก็บเกี่ยวอย่างเท่าเทียมกัน ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของวิธีการทั้ง 2 ผ่านปัญหาจำลองขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ โดยผู้วิจัยพบว่า วิธีการฮิวริสติกส์ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพค่อนข้างดี โดยวิธีการดังกล่าวสามารถหาผลเฉลยของปัญหาแบบวัตถุประสงค์เดี่ยวที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีการแม่นตรงผ่านโปรแกรม CPLEX นอกจากนี้ วิธีการฮิวริสติกส์ที่พัฒนาขึ้นยังสามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่วิธีการแบบแม่นตรงไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากปัญหาด้านความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์


Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon Jan 2023

Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Algorithmic trading helps traders automate their trading decisions using computer programs. One widely used approach is to employ technical indicators such as the Relative Strength Index (RSI) and the Stochastic Oscillator (Stoch) to identify overbought and oversold conditions in the market. This paper studies various strategies using RSI and Stoch indicators, i.e., buying in an oversold market and selling in an overbought market, and analyzes their impact on changing market conditions, such as bullish, bearish, and sideways markets. Specifically, the paper proposes comparing five trading strategies: RSI-only strategy, Stoch-only strategy, RSI-and-Stoch strategy, RSI-or-Stoch strategy and buy-and-hold strategy and finding their …


การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช Jan 2023

การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตาเทียมเฉพาะบุคคลเป็นอุปกรณ์ทดแทนดวงตาที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจของผู้ป่วยที่สูญเสียดวงตา โดยประดิษฐ์ขึ้นให้เหมาะสมกับตาข้างที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย ทำให้ต้องออกแบบเฉพาะบุคคล และใช้ผู้เชี่ยวชาญในการประดิษฐ์ ทำให้การวางแผนการทำงานและการจัดตารางการทำงานเป็นไปได้ยาก ต้องเผื่อเวลาการนัดหมายผู้ป่วย ซึ่งอาจเกิดผลเสียกับผู้ป่วย ดังนั้นจึงต้องการให้เวลาเสร็จงานของการประดิษฐ์ตาเทียมและความล่าช้าน้อยที่สุด นอกจากนี้กระบวนการประดิษฐ์ยังมีความซับซ้อนและหลายขั้นตอน ทำให้ต้องพิจารณาทักษะการทำงานในการมอบหมายงานและจัดลำดับของงานประดิษฐ์ เพื่อลดเวลาสูญเปล่าจากการรอคอยในกระบวนการต้ม ผู้วิจัยได้นำเสนอแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และออกแบบขั้นตอนวิธีฮิวริสติกสำหรับการมอบหมายงานและจัดตารางการประดิษฐ์ตาเทียมเฉพาะบุคคล เพื่อให้มีเวลาเสร็จงานและเวลาล่าช้าน้อยที่สุด โดยได้นำเสนอวิธีเชิงพันธุกรรม ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาได้หลากหลาย รวมถึงสามารถพัฒนาเพื่อให้คำตอบที่ได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบผลลัพธ์จากการใช้วิธีคัดเลือก วิธีสลับสมาชิก และวิธีกลายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ขั้นตอนวิธีที่เหมาะสมมากที่สุด และใช้ขั้นตอนวิธีดังกล่าวในการทดสอบปัจจัยต่าง ๆ ผลจากการทดลองพบว่าวิธีเชิงพันธุกรรมใช้เวลาประมวลผลเพียง 34 วินาที ซึ่งน้อยกว่าแบบจำลองคณิตศาสตร์ถึง 98% รวมถึงให้ผลลัพธ์ของตารางการประดิษฐ์ตาเทียมที่ดี โดยมีการทำกระบวนการอื่นในระหว่างการรอต้มทุกครั้งเพื่อลดเวลารอคอยของนักประดิษฐ์ตาเทียม และผลจากการทดสอบปัจจัยพบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากกรณีที่พิจารณาเวลานัดหมายสามารถครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ได้มากกว่าการไม่พิจารณาเวลานัดหมาย และในการศึกษาความสำคัญของวัตถุประสงค์พบว่าควรจะให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมมากที่สุด ทั้งมุมมองด้านเวลาและความสมดุลของการมอบหมายงาน


Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim Jan 2023

Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In 2020, our world faced the impact of the COVID-19 situation, which caused a lot of harm and consequences in multiple aspects. Many organizations and sectors were affected a lot by the pandemic. This research performed a holistic analysis to extract the lessons learned based on health, economic, and tourism consequences. Both qualitative and quantitative methodologies were used to extract the best approach to prepare for the next pandemic. For the health aspect, the stepwise regression was used to extract the potential IHR States Parties Self-Assessment Annual Report (SPAR) health capacity provided by the World Health Organization (WHO) to deal …


การตัดสินใจหลายเกณฑ์แบบไฮบริดเพื่อหาคู่ค้าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ, จิรยุ พุดพวง Jan 2023

การตัดสินใจหลายเกณฑ์แบบไฮบริดเพื่อหาคู่ค้าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ, จิรยุ พุดพวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอแนวทางในการคัดเลือกคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ โดยใช้วิธีการผสมผสานระหว่างตรรกศาสตร์คลุมเครือ กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (F-AHP) และวิธีการจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาจากความคล้ายคลึงกันในอุดมคติ (F-TOPSIS) เพื่อจัดการกับความกำกวมและความไม่แน่นอนในการตัดสินใจของมนุษย์ กระบวนการไฮบริดนี้ประกอบด้วยหลายขั้นตอนหลัก ได้แก่ การศึกษาขั้นตอนการตัดสินใจและการคัดเลือกเกณฑ์จากวรรณกรรมและผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อ การประเมินความสำคัญของเกณฑ์โดยใช้ F-AHP และการจัดอันดับทางเลือกโดยใช้ F-TOPSIS พร้อมทั้งการวิเคราะห์ความไว (Sensitivity Analysis) ของเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อประเมินความเสถียรของผลลัพธ์ ผลการศึกษาจากกรณีศึกษาพบว่าวิธีการนี้สามารถลดการสูญเสียรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ประมาณ 3.2 ล้านดอลลาร์ และช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกคู่ค้าที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีการประหยัดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และปรับปรุงประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีลักษณะการตัดสินใจที่ซับซ้อนเช่นเดียวกัน


การสำรวจคุณลักษณะ​ของอนุกรมเวลาที่เหมาะสมกับตัวแบบความจำระยะยาวระยะสั้นต่าง​ ๆ, ลักษณ์นภิศ แก้วหวังสกูล Jan 2023

การสำรวจคุณลักษณะ​ของอนุกรมเวลาที่เหมาะสมกับตัวแบบความจำระยะยาวระยะสั้นต่าง​ ๆ, ลักษณ์นภิศ แก้วหวังสกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ข้อมูลมีความสำคัญในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ และในปัจจุบันที่ข้อมูลมีปริมาณมาก การพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาจึงเป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญ หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมในการพยากรณ์คือ การเรียนรู้ของเครื่อง (ML) โดยเฉพาะตัวแบบ LSTM การเลือกใช้ตัวแบบ LSTM ในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลายังมีความท้าทาย เนื่องจากประสิทธิภาพของตัวแบบขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของข้อมูลอนุกรมเวลา เช่น Skewness Kurtosis Chaotic และ Coefficient of Variation (CV) การศึกษานี้จึงมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของข้อมูลอนุกรมเวลาและผลกระทบต่อประสิทธิภาพของตัวแบบ LSTM แบบต่าง ๆ ได้แก่ LSTM Bi-LSTM และ CNN-LSTM โดยใช้ชุดข้อมูลจำนวน 50 ชุด จาก www.kaggle.com และสร้างชุดข้อมูลเพื่อพิจารณาทางสถิติด้วยการออกแบบการทดลอง (DOE) ผลการศึกษาพบว่าลักษณะที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการพยากรณ์คือ Skewness Kurtosis และCV โดย Skewness จะส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญต่อเมื่อข้อมูลชุดนั้นมี Kurtosis ร่วมด้วย ส่วน Kurtosis และ CV ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการพยากรณ์เมื่อ Kurtosis เป็นแบบ Leptokurtic และ CV มีค่ามากกว่า 20% ซึ่งสอดคล้องกันทั้งจากชุดข้อมูลที่ได้จาก www.kaggle.com และข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมา ความโกลาหลจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญมี Skewness Kurtosis และ CV ร่วมด้วย และตัวแบบไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการพยากรณ์


Battery Sales Forecasting Using Traditional Forecasting And Machine Learning Techniques, Santi Wongkamphu Jan 2023

Battery Sales Forecasting Using Traditional Forecasting And Machine Learning Techniques, Santi Wongkamphu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Battery sales forecasting is crucial for demand planning in the automotive battery industry. This objective of this study is to identify traditional forecasting methods and machine learning techniques to predict monthly sales for a case-study battery manufacturer in Thailand. The monthly sales data of the 10-best-selling products are from January 2018 to December 2023. Traditional forecasting models considered in this research are Holt’s Linear Trend, Holt-Winters Seasonal, Autoregressive Integrated Moving Average (ARIMA), Seasonal ARIMA (SARIMA) and SARIMA with Exogenous Variables (SARIMAX). The machine learning approaches are Long Short-Term Memory (LSTM) and Artificial Neural Networks (ANN). Hybrid models integrating both traditional …


การลดของเสียในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไมโครเวฟของโรงงานกรณีศึกษา, เวยาวัจ เกาเทียน Jan 2023

การลดของเสียในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไมโครเวฟของโรงงานกรณีศึกษา, เวยาวัจ เกาเทียน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดของเสียที่เกิดจากขั้นตอนการยึดติดชิ้นงานสองชิ้นเข้าด้วยกันบริเวณเวฟไกด์ในกระบวนการผลิตโครงสร้างหลักของไมโครเวฟที่ต้องมีช่องว่างไม่เกิน 0.2 มิลลิเมตร โดยนำเทคนิคซิกซ์ ซิกมาเข้ามาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา โดยการดำเนินงานวิจัยเริ่มจากการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาสภาพปัญหา และกระบวนการในการผลิตผลิตภัณฑ์ไมโครเวฟ จากนั้นทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้วยแผนภาพแสดงสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) พร้อมทั้งคัดกรองปัจจัยโดยการประเมินตัวเลขแสดงความเสี่ยง (RPN : Risk Priority Number) จากการวิเคราะห์ลักษณะข้อบกพร่องและผลกระทบ (FMEA : Failure Mode and Effect Analysis) หลังจากนั้นเมื่อคัดกรองปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดของเสียในกระบวนการผลิตแล้ว โดยประกอบด้วย 5 ปัจจัยได้แก่ (1)ความสูงติดตั้งพั๊นซ์ในชุดดาย(2) ความหนาของแผ่นเหล็ก (3) กระบวนการผลิตของผู้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน (4) พนักงานไม่มีการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติงาน และ(5) ไม่มีการใช้ฟิกเจอร์ในการล็อคชิ้นงาน โดยปัจจัยที่ (4)และ(5) ได้ทำการปรับปรุงแล้วเสร็จก่อนการออกแบบการทดลอง จากนั้นจึงนำปัจจัย (1)-(3) มาทำการประยุกต์โดยใช้การออกแบบการทดลองเชิงแฟคทอเรียล พบว่ามีปัจจัยจำนวน 2 ปัจจัยที่มีผลต่อค่าช่องว่างอย่างมีนัยสำคัญ คือ การปรับตั้งค่าความสูงติดตั้งพั๊นซ์ในชุดดายโดยตั้งค่าที่ระยะความสูง 35 มิลลิเมตร และค่าความหนาแผ่นเหล็กที่ใช้ในการผลิตที่ 0.4 มิลลิเมตร หลังจากนำค่ามาปรับใช้ในกระบวนการ พบว่าเปอร์เซ็นต์ของเสียที่เกิดขึ้นมีจำนวนลดลงจากเดิม โดยก่อนการปรับปรุงยอดของเสียเท่ากับ 70.37 เปอร์เซ็นต์และหลังปรับปรุงพบยอดของเสียที่ตรวจติดตามลดลงเหลือเท่ากับ 17.78 เปอร์เซ็นต์


การปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย, อิทธิชัย เสือเหลือง Jan 2023

การปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย, อิทธิชัย เสือเหลือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังของวัตถุดิบตั้งต้นของโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย ในระยะเริ่มดำเนินกิจการ จากการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาด้วยเทคนิคทำไม - ทำไม พบว่ากระบวนการปัจจุบันขาดการวางแผนและขาดการประสานงานสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบตั้งต้นอย่างมีประสิทธิภาพทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมาคือ 1) วัตถุดิบตั้งต้นไม่เพียงพอต่อการผลิต 2) เมื่อมีรถแท็งก์ติดตรึงมาส่งวัตถุดิบแต่ไม่สามารถรับวัตถุดิบเข้าถังเก็บได้ การดำเนินงานวิจัยนี้ใช้หลักการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจร่วมกับการเข้าไปศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีขององค์กรอื่นสององค์กรที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลายซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ในด้านนโยบายการจัดการวัตถุดิบคงคลัง กระบวนการวางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบและการประสานงาน โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงานวิจัยเริ่มจาก 1) ระบุกระบวนการปัจจุบัน 2) วิเคราะห์กระบวนการปัจจุบัน 3) ออกแบบกระบวนการใหม่ และ 4) ทดสอบกระบวนการทำงานใหม่และนำไปใช้งาน จากการดำเนินงานมีส่วนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปจากกระบวนการเดิม คือมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานวางแผนการผลิต การกำหนดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างพนักงานวางแผนการผลิตกับส่วนผลิตและส่วนบำรุงรักษา และการพัฒนาตารางและเชื่อมโยงสูตรในไฟล์เอ็กซ์เซลเพื่อใช้ในการจำลองสถานการณ์สำหรับการวางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบโดยกำหนดนโยบายการสั่งซื้อและจัดเก็บภายใต้ข้อจำกัดของโรงงานอย่างเหมาะสมร่วมกับการใช้ข้อมูลระดับวัตถุดิบคงคลังจากระบบการจัดการข้อมูลโรงงาน ผลการดำเนินงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าสามารถลดจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่วัตถุดิบตั้งต้นไม่เพียงพอต่อการผลิตจาก 0.78 ครั้งต่อเดือนเป็น 0 ครั้งต่อเดือน และลดจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่ไม่สามารถรับวัตถุดิบตั้งต้นจากรถแท็งก์ติดตรึงเข้าถังเก็บได้จาก 0.44 ครั้งต่อเดือนเป็น 0 ครั้งต่อเดือนเช่นกัน


การพยากรณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยด้วยปัจจัยอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงลึก, เตชินท์ อานนท์วัฒนา Jan 2023

การพยากรณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยด้วยปัจจัยอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงลึก, เตชินท์ อานนท์วัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความแม่นยำของการพยากรณ์เงินเฟ้อทั่วไปในประเทศไทย โดยการประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึก แบบจำลองอนุกรมเวลา และแบบจำลองแบบผสมในช่วงการพยากรณ์ล่วงหน้า 1, 3, 6 และ 12 เดือน รวมถึงมีการประเมินประสิทธิภาพของการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าในแบบจำลอง โดยจะมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบแบบจำลองต่าง ๆ ได้แก่ ANN, RNN, LSTM, VAR, Hybrid Model (VAR-ANN) และ BOTMM ของธนาคารแห่งประเทศไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแบบจำลองที่มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์สูงที่สุด และแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าที่มีต่อความแม่นยำในการพยากรณ์ โดยผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าแบบจำลองแบบผสม Hybrid (VAR-ANN) มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแบบจำลองอื่น ๆ ในทุกช่วงการพยากรณ์ล่วงหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ผลลัพธ์จากการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อย่างมาก ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการพยากรณ์เงินเฟ้อ และแสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบในเชิงปฏิบัติของแบบจำลองแบบผสมในการเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์สำหรับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของประเทศไทย


Virtual Reality Of Labless Foundry And Heat Treatment For Next Industrial Training, Naris Lawankowit Jan 2023

Virtual Reality Of Labless Foundry And Heat Treatment For Next Industrial Training, Naris Lawankowit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study presents an innovative Virtual Reality (VR) application tailored to educate users on Foundry and Heat Treatment operations. Its primary objectives encompass the creation of a secure and lifelike learning environment while ensuring accessibility. The development process was a meticulous fusion of technology, incorporating the Unity engine, 3D modeling, and seamless Salesforce integration, all grounded in extensive research. The VR application's structure strategically subdivides these industrial processes into four stations: Molding, Furnace, Workbench, and Heat Treatment. This detailed approach empowers users to engage directly in these operations, making it a valuable educational tool. The study's significance extends to the …


การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์ Jan 2023

การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวินิจฉัยอาการแพ้ยา โดยใช้ระบบแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ที่มีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และเทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลภาพ ในการวิจัยและพัฒนาแบบจำลองการจำแนกข้อมูลภาพเพื่อการตรวจหาอาการแพ้ยา นักพัฒนาเลือกใช้แบบจำลอง InceptionV3 และแบบจำลอง MobileNetV2 ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแบบจำลอง MobileNetV2 มีประสิทธิภาพดีกว่าแบบจำลอง InceptionV3 โดยมีความแม่นยำสุดท้ายที่ 99.29% อีกทั้งขนาดของแบบจำลอง MobileNetV2 มีขนาดเล็กทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและยังพบว่าการจำแนกผื่นแพ้ยาสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อนำแบบจำลองไปมาใช้ในแชทบอทที่พัฒนา พบว่าแบบจำลองที่มีค่า Kappa 0.76 มีความเห็นพ้องที่ดีระหว่างการทำนายและค่าจริง ส่วนการทดสอบการพัฒนาและการใช้งานของแชทบอทประสบให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก แชทบอทสามารถตอบสนองสถานการณ์ที่อาสาสมัครทดสอบได้ 100% และมีคะแนน System Usability Scale (SUS) ที่ยอมรับได้ที่ 70.1 ด้วยการพัฒนานี้ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ยาชนิดไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ระบบแชทบอทสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นในการวิเคราะห์อาการแพ้ยา ข้อมูลชนิดการแพ้ยา ข้อมูลบริการคลินิก และให้คำแนะนำเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งยังช่วยลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ระบบแชทบอทที่ได้พัฒนาขึ้นมานี้ยังสามารถเป็นต้นแบบเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ในอนาคตและการรองรับเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์


การออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสำหรับแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหาร, พัชรินทร์ โจมกุ่ย Jan 2023

การออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสำหรับแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหาร, พัชรินทร์ โจมกุ่ย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ได้ออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายให้กับร้านแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหารที่มีพนักงานทำงานหนึ่งคน ดำเนินงานทุกอย่างภายในร้าน มีสินค้าขายทั้งหมด 16 รายการ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ นึ่ง ย่างและทอด โดยจะมีเตาประเภทละ 1 เครื่อง เนื่องจากการทำงานในร้านกรณีศึกษานี้ยังไม่มีประสิทธิภาพ เกิดสินค้าปรุงสุกไม่เพียงพอและสินค้าเหลือท้ายวันทำให้เป็นมูลค่าความสูญเสีย เมื่อคิดคำนวณแล้วพบว่ามีมูลค่าความเสียหาย 31.5% เมื่อเทียบกับมูลค่ากำไร ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข ปัจจุบันร้านกรณีศึกษานี้ไม่มีการบันทึกข้อมูลการขายสินค้า ไม่มีการเรียงลำดับการปรุงสุกสินค้า ผู้ปฏิบัติงานดำเนินการปรุงสุกและคาดเดาปริมาณการขายสินค้าตามประสบการณ์ส่วนตัว ผู้วิจัยจึงได้สนใจแก้ปัญหาโดยการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการสินค้าและเงื่อนไขการผลิต เพื่อออกแบบวิธีการวางแผนการเตรียมสินค้าเพื่อขายซึ่งประกอบด้วย 1) การออกแบบตารางการลำดับการผลิตสินค้าล็อตแรก และ 2) การกำหนดนโนบายในการควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขาย รวมถึงออกแบบโปรแกรมการจัดการสินค้าคงคลังและการแจ้งเตือนเพื่อสั่งผลิตด้วย Microsoft Excel ผลการศึกษาพบว่าการผลิตสินค้าล็อตแรกสามารถลดเวลาลงจากเดิมได้ประมาณ 34.21% และนโยบายการการควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสามารถลดปริมาณสินค้าเหลือและสินค้าขาดมือระหว่างวันเฉลี่ยต่อวันได้ทุกรายการซึ่งมูลค่าความเสียหายลดลงเหลือ 8.66% เมื่อเทียบกับมูลค่ากำไรซึ่งทำให้สามารถเพิ่มมูลค่ากำไรได้ 8.66 %


การพยากรณ์สินค้าคงค้างด้วยการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับข้อมูลไม่สมดุล, ธิรดา ธาดาจิรสกุล Jan 2022

การพยากรณ์สินค้าคงค้างด้วยการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับข้อมูลไม่สมดุล, ธิรดา ธาดาจิรสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การใช้การเรียนรู้ของเครื่องในการพยากรณ์สินค้าคงค้างกับข้อมูลที่มีรายการสินค้าเป็นจำนวนมากจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งในความเป็นจริงข้อมูลที่เจอมักมีความไม่สมดุลทำให้ประสิทธิภาพในการพยากรณ์ด้วยการเรียนรู้ของเครื่องลดลง การพยากรณ์สินค้าคงค้างที่ไม่ถูกต้องนั้นส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้ซื้อและทำให้เสียค่าใช้จ่ายถึงร้อยละ 10 ของรายได้ งานวิจัยฉบับนี้จึงได้ศึกษาการปรับสมดุลข้อมูลด้วยวิธี Threshold Moving และการปรับระดับข้อมูลด้วยวิธีสุ่มเพื่อสร้างตัวแบบที่มีประสิทธิภาพและมีความสามารถในการพยากรณ์ข้อมูลกลุ่มน้อยสูง โดยวิธีการปรับระดับข้อมูลมี 4 วิธีได้แก่ การปรับลดข้อมูลด้วยวิธี NearMiss-3, การปรับลดข้อมูลด้วยวิธี OSS, การปรับเพิ่มข้อมูลด้วยวิธี SMOTE และการปรับลดผสมกับเพิ่มข้อมูลด้วยวิธี OSS ผสม SMOTE โดยอัลกอริทึมที่ใช้ได้แก่ LOGIST, FOREST และ XGBoost นอกจากนี้มีการใช้การตรวจสอบแบบไขว้แบบ 5 กลุ่มกับตัวแบบเพื่อป้องกันการเกิด Overfitting ในวิจัยฉบับนี้มีการวัดประสิทธิภาพของตัวแบบด้วย AUROC, F1 score และ G-Mean ซึ่งผลที่ได้จากงานวิจัยฉบับนี้คือการจัดการข้อมูลด้วย Threshold Moving ด้วยการวัดประสิทธิภาพ G-Mean นั้นให้น้ำหนักกับข้อมูลกลุ่มน้อยมากกว่า F1 score และให้ผลลัพธ์ดีกว่า AUROC โดยวิธีการที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดคือการจัดการข้อมูลด้วย Threshold Moving ด้วยการวัดประสิทธิภาพ G-Mean สำหรับอัลกอริทึม Forest ซึ่งได้ค่าประมาณ 0.8737


ปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย : การประยุกต์ใช้วิธีการดีมาเทล, ธนะรัตน์ บริสุทธิ์ Jan 2022

ปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย : การประยุกต์ใช้วิธีการดีมาเทล, ธนะรัตน์ บริสุทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ยังมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้งานรถยนต์แบบสันดาปที่มีมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจมีที่มาจากหลากหลายปัจจัย งานวิจัยนี้จึงถูกจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่ส่งอิทธิพล และมีผลกระทบต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และระบุลำดับความสำคัญของปัจจัย รวมถึงระบุกลุ่มความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลกระทบระหว่างปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคใน ประเทศไทย ตลอดจนเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกลุ่มสาเหตุและกลุ่มผลกระทบที่ส่งผลกระทบต่อกัน โดยมุ่งเน้นไปที่สามปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจัยการตัดสินใจที่มีผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า และปัจจัยเชิงนโยบายที่ส่งผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณซึ่งใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จำนวน 218 ตัวอย่าง จากนั้นจึงนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ และการวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) เพื่อทำการลดจำนวนตัวแปรที่ไม่เกี่ยวข้องออก รวมถึงทำการจัดกลุ่มของปัจจัยใหม่ ก่อนที่จะนำไปเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 17 ท่าน และนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ตามวิธีการดีมาเทลต่อไป ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ ปัจจัยทัศนคติที่มีต่อการใช้งาน และปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆ มากที่สุด ได้แก่ ปัจจัยบรรทัดฐานส่วนบุคคล ในขณะที่ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับปัจจัยการตัดสินใจที่มีผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ ปัจจัยทางด้านผลิตภัณฑ์ และยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆ มากที่สุด อีกด้วย สำหรับปัจจัยเชิงนโยบายที่ส่งผลต่อการ ซื้อ-ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุด ได้แก่ ปัจจัยนโยบายแรงจูงใจการซื้อ และนอกจากนี้ปัจจัยนโยบายแรงจูงใจการซื้อยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆ มากที่สุดอีกด้วยเช่นเดียวกัน ผู้วิจัยคาดว่า ผลที่ได้จากการวิจัยจะเป็นประโยชน์ในการกำหนด พัฒนา และปรับปรุงนโยบายของภาครัฐบาล และเอกชนในการส่งเสริมการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการผลิต และการลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต


การคาดการณ์เวลาเดินทางบนท้องถนนระหว่างพิกัดสองจุดในกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการเรียนรู้ของเครื่อง, ปวริศ เวชวรรณกิจกุล Jan 2022

การคาดการณ์เวลาเดินทางบนท้องถนนระหว่างพิกัดสองจุดในกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการเรียนรู้ของเครื่อง, ปวริศ เวชวรรณกิจกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระยะเวลาเดินทางบนท้องถนนในกรุงเทพมหานครนั้นมีความไม่แน่นอน เนื่องจากความแออัดของการจราจร อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวกลับมีความสำคัญในการจัดเส้นทางการเดินรถเพื่อธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้ค่าประมาณการณ์ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของแผนงานดังกล่าวลดต่ำลง ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ทำการพัฒนาตัวแบบที่สามารถการคาดการณ์ระยะเวลาเดินทางบนท้องถนนในกรุงเทพมหานครด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้พัฒนา หรือบูรณาการร่วมกับแผนงานเดิมได้ เริ่มต้น ผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูล Mobile Probe จาก iTIC foundation จากนั้นจึงแปลงข้อมูลดังกล่าวออกเป็น Origin-Destination Pairs แล้วคัดเลือกเฉพาะชุดข้อมูลที่มีพิกัดอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานครไปใช้สร้างต้นแบบการเรียนรู้ของเครื่องผ่านอัลกอริทึมแบบต่าง ๆ จนได้อัลกอริทึมที่สามารถสร้างต้นแบบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดได้ ผู้วิจัยพบว่า จากอัลกอริทึมต่าง ๆ Random forest ถือเป็นอัลกอริทึมที่สามารถสร้างต้นแบบที่มีศักยภาพสูงที่สุด ในขณะที่ XGBoost และ CatBoost มีแนวโน้มที่ดีในการนำไปพัฒนาต่อ เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการสร้างต้นแบบน้อย


การออกแบบระบบการวางแผนการผลิตโรงงานผลิตยา, ปวีณ์ธิดา เนียมชื่น Jan 2022

การออกแบบระบบการวางแผนการผลิตโรงงานผลิตยา, ปวีณ์ธิดา เนียมชื่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแข่งขันในอุตสาหกรรมยามีแนวโน้มสูงขึ้นจากคู่แข่งทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นและจากการแข่งขันทางด้านราคา ระบบการวางแผนการผลิตที่ดีจะช่วยสนับสนุนให้โรงงานผู้ผลิตยามีระดับการให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการภายใต้สภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูงและความต้องการที่มีความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม โรงงานกรณีศึกษามีระบบการวางแผนการผลิตที่ยังไม่ดีมากนัก ใช้การวางแผนการผลิตด้วยมือและพึ่งพาการตัดสินใจของผู้วางแผนเป็นหลัก จึงทำให้เกิดสินค้าขาดคงคลังอยู่บ่อยครั้งและไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการออกแบบระบบการวางแผนการผลิตของโรงงานผลิตยาและสร้างเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนการผลิตและการตัดสินใจเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอและทันต่อความต้องการของลูกค้า โดยเริ่มจากการกำหนดนโยบายการผลิตโดยใช้นโยบายพัสดุคงคลัง สร้างแบบแผนการคำนวณรายการและปริมาณที่ต้องผลิตและแบบแผนกระบวนการคิดและเกณฑ์การตัดสินใจในการจัดลำดับการผลิต โดยใช้วิธีทำงานที่ถึงวันส่งมอบเร็วที่สุดก่อน (Earliest due date) และสร้างออกมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวางแผนการผลิตในรูปแบบแผ่นตารางการทำงาน (Spread sheet) ที่มีความง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน การสร้างหรือการพัฒนาเครื่องมือ และไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติม เมื่อทดสอบประสิทธิผลของระบบการวางแผนการผลิตที่สร้างขึ้นโดยใช้ข้อมูลปริมาณการขายที่เกิดขึ้นจริง พบว่า ค่าเฉลี่ยของระดับการให้บริการสูงขึ้นถึง 99% (ค่าเฉลี่ยของอัตราการเติมเต็มสินค้า 100%) โดยที่คำสั่งการผลิตรวมลดลง 6% และมูลค่าสินค้าคงคลังเฉลี่ยลดลง 4% เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้จากการวางแผนการผลิตเดิม ซึ่งการผลิตดังกล่าวสามารถดำเนินการผลิตได้จริงตามกำลังการผลิตที่มีในปัจจุบัน ทั้งในแง่มุมเครื่องจักร พนักงาน และพื้นที่การจัดเก็บสินค้า ในด้านประสิทธิภาพของระบบการวางแผนการผลิตที่สร้างขึ้นสามารถปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานบางขั้นตอนจากการทำงานด้วยมือเป็นระบบอัตโนมัติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบการวางแผนการผลิตที่สร้างขึ้นเป็น 1 ในวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการวางแผนการผลิตของโรงงานผลิตยาแห่งนี้ได้


Impacts Of The Thai Canal On Liner Shipping Container Network, Krittitee Yanpisitkul Jan 2022

Impacts Of The Thai Canal On Liner Shipping Container Network, Krittitee Yanpisitkul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis proposes a mathematical model that imitates the flow of containers in the container liner shipping network — particularly, in the Indo-Pacific region, where the Strait of Malacca is located — in order to assess the potential impact of the proposed Thai Canal on such a network. This model is constructed based on a combination of two network problems, namely (i) the Multi-commodity Minimum Cost Network Flow Problem (MCNFP) and (ii) the Liner Shipping Fleet Deployment Problem (LSFDP), which allows a more realistic representation of international trade, while taking to account congestion at container ports at the same time. …


การลดของเสียที่เกิดจากการถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิต ในกระบวนการผลิตเน็ตเวิร์กสวิตช์ด้วยวิธีการซิกซ์ซิกม่า, จีรนันท์ มณีวรรณ Jan 2022

การลดของเสียที่เกิดจากการถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิต ในกระบวนการผลิตเน็ตเวิร์กสวิตช์ด้วยวิธีการซิกซ์ซิกม่า, จีรนันท์ มณีวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการปรับปรุงในกระบวนการผลิต เพื่อลดจำนวนชิ้นงานที่เกิดข้อบกพร่องทางไฟฟ้าจากสาเหตุไฟฟ้าสถิตระหว่างการทดสอบฟังก์ชั่นทางไฟฟ้า งานวิจัยนี้ได้เสนอแนวทางควบคุมคุณภาพโดยใช้แนวทางของซิกซ์ซิกม่าเพื่อปรับปรุงข้อบกพร่องทางไฟฟ้าของผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์กสวิตช์ ขั้นตอนในการวิจัยประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนได้แก่ ขั้นตอนการกำหนดปัญหา (Define phase) การวัดเพื่อกำหนดสาเหตุของปัญหา (Measure phase) ขั้นตอนการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา (Analyze phase) การปรับปรุงแก้ไขปัญหา (Improve phase) และขั้นตอนการควบคุมกระบวนการ (Control phase) จากนั้นบริษัทกรณีศึกษาจึงได้จัดตั้งทีมงานเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสามารถระบุกระบวนการที่ก่อให้เกิดปัญหาได้แก่ สถานีโหลดด้วยมือและการบัดกรีด้วยคลื่น สถานีสวมอัดชิ้นงานและสถานีทดสอบทางไฟฟ้า ในการดำเนินงานวิจัยเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางการปรับปรุงมีการนำเครื่องมือทางสถิติมาช่วยวิเคราะห์ผลการทดสอบสมมุติฐานเพื่อหาปัจจัยนำเข้าที่ส่งผลต่อข้อบกพร่องของชิ้นงาน เมื่อสามารถระบุสาเหตุของปัญหาได้แล้วจึงได้นำปัจจัยเหล่านั้นมาทำการปรับปรุงและทำการเปรียบเทียบจำนวนข้อบกพร่องภายหลังการปรับปรุงกับกระบวนการก่อนการปรับปรุง ผลการดำเนินการปรับปรุงพบว่าสัดส่วนของเสียในระยะเวลา 6 เดือน ลดลงจากก่อนปรับปรุง 19,162.88 DPPM เป็น 10,528.02 DPPM ลดลง 0.86 เปอร์เซนต์ การปรับปรุงนี้สามารถลดต้นทุนจากการผลิตของเสียได้เป็นจำนวนเงินเฉลี่ย 10,370.08 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน


การปรับปรุงอัตราความพร้อมใช้งานเครื่องจักรในกระบวนการติดดาย, ญาณิศา สุรพันธ์ Jan 2022

การปรับปรุงอัตราความพร้อมใช้งานเครื่องจักรในกระบวนการติดดาย, ญาณิศา สุรพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรและอัตราการใช้ประโยชน์ที่กระบวนการติดดาย เนื่องจากกระบวนการติดดายเป็นกระบวนหลักที่สำคัญในการผลิตแผงวงจรรวม โดยงานวิจัยนี้ได้เริ่มทำการศึกษาจากการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เครื่องจักรแต่ละรุ่นในกระบวนการติดดาย ซึ่งพบว่าเครื่องจักรรุ่น ESEC 2100XP มีเวลาสูญเสียเกิดขึ้นมากที่สุด โดยจากการวิเคราะห์ด้วยแผนผังพาเรโต พบว่าการปรับตั้งเครื่องจักรประเภทเปลี่ยนลีดหรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์มีความสูญเสียเกิดขึ้นมากที่สุด คิดเป็น 47 เปอร์เซ็นต์ของเวลาสูญเสียทั้งหมด จากนั้นทำการวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้แผนผังก้างปลา และหาแนวทางในการปรับปรุงโดยมีการใช้เทคนิค SMED เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อลดเวลาในการปรับตั้งเครื่องจักรให้ลดลง และหลังจากการปรับปรุงพบว่าสามารถลดเวลาปรับตั้งเครื่องจักรลงได้ 18 เปอร์เซ็นต์ ทำให้อัตราความพร้อมใช้งานเครื่องจักรเพิ่มขึ้นเป็น 84.57 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่งผลให้ค่าประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรเพิ่มเป็น 81.28 เปอร์เซ็นต์ และมีค่าอัตราการใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นเป็น 62.35 เปอร์เซ็นต์


การศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่าสีแก้วโซดาไลม์, ทศพล สุเริงฤทธิ์ Jan 2022

การศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่าสีแก้วโซดาไลม์, ทศพล สุเริงฤทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการผลิตแก้วโซดาไลม์ ค่าสีของผลิตภัณฑ์ถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ต้องควบคุม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างค่าสีและปัจจัยในกระบวนการผลิตแก้วโซดาไลม์ ดังนั้นจุดประสงค์ของงานวิจัย คือ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าสี a (สีเขียว-สีแดง) และค่าสี b (สีน้ำเงิน-สีเหลือง) กับปัจจัยที่มาจากวัตถุดิบและเตาหลอมทั้งหมด 10 ปัจจัย ได้แก่ ปริมาณเหล็กออกไซด์รวม ปริมาณโซเดียมซัลเฟต ปริมาณโคบอลต์ อัตราการดึงน้ำแก้ว อุณหภูมิหลังคาเตาหลอมจุดที่สอง อุณหภูมิหลังคาเตาหลอมจุดที่สาม อุณหภูมิใต้เตาหลอมจุดที่สอง อุณหภูมิใต้เตาหลอมจุดที่สาม ค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจน และค่าพลังงานความร้อนของก๊าซเชื้อเพลิง ด้วยการวิเคราะห์การถดถอยแบบขั้นตอน จากข้อมูลสายการผลิตจำนวน 770 ค่า จึงได้แบบจำลองถดถอยของค่าสี a ที่สามารถนำไปใช้งานได้ โดยมีเทอมปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อค่าสี a ทั้งหมด 3 ปัจจัย ได้แก่ ปริมาณเหล็กออกไซด์รวม (X1), ปริมาณโคบอลต์ (X3) และค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจน (X9) ซึ่งมีรูปแบบสมการ คือ a = - 21.07 - 5.202X1 + 5187X3 + 2.151X9 + 117185X32 - 601X3X9 และมีความสัมพันธ์ดังนี้ เมื่อปริมาณเหล็กออกไซด์รวมเพิ่มขึ้น ค่าสี a จะลดลง ทำให้แก้วมีสีเขียวเข้มขึ้น แต่ถ้าปริมาณโคบอลต์และค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจนเพิ่มขึ้น ค่าสี a จะเพิ่มขึ้น ทำให้แก้วมีสีเขียวอ่อนลง เนื่องจากโรงงานกรณีศึกษามีความต้องการให้ผลิตภัณฑ์แก้วโซดาไลม์สีเขียวอมฟ้าเล็กน้อย จึงกำหนดค่าเป้าหมายให้ค่าสี a เท่ากับ -1.22 และค่าต้นทุนรวมของวัตถุดิบ 3 ชนิดมีค่าต่ำที่สุด จากการหาค่าที่เหมาะสมของปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดค่าความพึงพอใจโดยรวมของผลตอบของตัวแปรตอบสนองทั้งสองมีค่าสูงที่สุด เป็น 0.82 ด้วยการปรับตั้งค่าปัจจัย ดังนี้ ปริมาณเหล็กออกไซด์รวมเป็น ร้อยละ 0.0618 ปริมาณโซเดียมซัลเฟตเป็น 10.8 กิโลกรัม ปริมาณโคบอลต์ 0.003911 กิโลกรัม และค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจนเป็น 9.60202 ทำให้ได้ค่าสี a เท่ากับ -1.22346 และค่าต้นทุนรวมของวัตถุดิบ …


การลดแผงยาเสียในกระบวนการบรรจุยาเม็ด, ทิวานันท์ มณีรัตน์ Jan 2022

การลดแผงยาเสียในกระบวนการบรรจุยาเม็ด, ทิวานันท์ มณีรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดสัดส่วนแผงเสียของบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียมฟอยล์ ในรูปแบบแผงสตริพที่เป็นแผงยาเสียจากการซีลไม่สมบูรณ์ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่พบมากที่สุด การดำเนินงานวิจัยเริ่มจากทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้วยแผนภาพแสดงสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) พร้อมทั้งคัดกรองปัจจัยโดยใช้คะแนนความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุและผล (Cause and Effect Matrix) และการวิเคราะห์ลักษณะข้อบกพร่องและผลกระทบ (FMEA : Failure Mode and Effect Analysis) โดยการประเมินตัวเลขแสดงความเสี่ยง (RPN : Risk Priority Number) ซึ่งจากการคัดกรองปัจจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดแผงยาเสียประเภทแผง Seal ไม่สมบูรณ์ ได้แก่ อุณหภูมิของ Sealing Roller, ความเร็วในการหมุน Sealing Roller, ความตึงของฟอยล์ด้านพิมพ์และด้านไม่พิมพ์ เริ่มด้วยการทดลองแบบทีละปัจจัย (OFAT : One Factor at a Time) เพื่อทดสอบสมมติฐานว่าความแตกต่างของความตึงของฟอยล์ทั้งสองด้านไม่มีผลต่อสัดส่วนแผงยาเสีย พบว่าการปรับระดับความตึงของฟอยล์ทั้งสองด้านให้เท่ากัน ทำให้เกิดแผงยาเสียน้อยกว่าการปรับความตึงต่างระดับกัน จึงคัดกรองเหลือเพียง 3 ปัจจัย คือ อุณหภูมิของ Sealing Roller, ความเร็วในการหมุน Sealing Roller, ความตึงของฟอยล์ทั้งสองด้าน และได้ทำการประยุกต์ใช้หลักการออกแบบการทดลองแบบแฟคทอเรียลเต็มรูป (General Full Factorial Design) เพื่อหาระดับปัจจัยที่เหมาะสม จากการทดลองพบว่าระดับปัจจัยที่เหมาะสม คือ อุณหภูมิของ Sealing Roller เท่ากับ 130 0C, ความเร็วในการหมุน Sealing Roller เท่ากับ 14 rpm, ความตึงของฟอยล์ทั้งสองด้าน คือ ระดับ 7 โดยเมื่อนำระดับปัจจัยที่ได้มาปรับใช้ในกระบวนการบรรจุยาเม็ดในรูปแบบแผง Strip พบว่าสัดส่วนแผงยาเสียประเภทแผง Seal ไม่สมบูรณ์เฉลี่ยต่อวันลดลงจาก 4.82% เหลือเพียง 1.38%


การลดของเสียจากการรั่วของถุงลมในกระบวนการอบยาง, นินวัฒน์ นำลาภ Jan 2022

การลดของเสียจากการรั่วของถุงลมในกระบวนการอบยาง, นินวัฒน์ นำลาภ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อการลดอัตราของเสียที่เกิดขึ้นในแผนกอบยางของบริษัทผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่ง และเพื่อการควบคุมกระบวนการผลิตให้เกิดการกระจายตัวที่น้อยลง (Variation Reduction) โดยมุ่งเน้นในการสร้างมาตรฐานในระยะยาวสำหรับการนำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสถิติมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพในกระบวนการผลิต เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การบันทึกข้อมูลของเสียที่ได้มาจากฐานข้อมูลของบริษัทกรณีศึกษา ในงานวิจัยนี้ใช้แนวทางในการดำเนินการโดยวิธี ซิกซ์ ซิกมา โดยได้ทำการนำขั้นตอน DMAIC มาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการโดยมีทั้งหมด 5 ระยะ ได้แก่ ระยะนิยามปัญหา (Define phase: D) ระยะการวัด (Measure phase: M) ระยะการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา (Analysis phase: A) ระยะการปรับปรุงแก้ไขปัญหา (Improve phase: I) และระยะการตรวจติดตามควบคุม (Control phase: C) วิเคราะห์ข้อมูลและหาปัจจัยที่มีผลทำให้เกิดของเสียในกระบวนการผลิตและคัดเลือกปัจจัยดังกล่าวมาทำการออกแบบการทดลองเชิงแฟคทอเรียล ผลจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตจากการใช้ค่าการปรับตั้งที่เหมาะสม พบว่าจำนวนของเสียที่เกิดจากการรั่วของถุงลมในกระบวนการอบยางลดลงจากเดิม 884 ppm เหลือ 379 ppm ของเสียที่เปลี่ยนแปลงคิดเป็นร้อยละ 57.13 หรือคิดมูลค่าความเสียหายลดลงไป 760,000 บาท ในส่วนของสัดส่วนของเสียก่อนการปรับปรุงอยู่ที่ร้อยละ 0.06 หลังการปรับปรุงอยู่ที่ร้อยละ 0.03 สัดส่วนของเสียที่เปลี่ยนแปลงคิดเป็นร้อยละ 50