Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Engineering Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 22771 - 22800 of 196368

Full-Text Articles in Engineering

ระบบการเรียนปฏิบัติการร่วมกันจากระยะไกลร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่บนเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการทดลองสอบเทียบเทอร์โมคัปเปิล, ภูมิรพี เมเยอร์ Jan 2024

ระบบการเรียนปฏิบัติการร่วมกันจากระยะไกลร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่บนเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการทดลองสอบเทียบเทอร์โมคัปเปิล, ภูมิรพี เมเยอร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แม้การระบาดของโควิด-19 จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่การพัฒนาและเพิ่มความสามารถของห้องปฏิบัติการระยะไกลให้ทันสมัยและพร้อมใช้งานยังคงมีความสำคัญ งานวิจัยนี้นำเสนอระบบ Telepresence Laboratory ที่รวมการควบคุมการทดลองจากระยะไกลผ่าน Web Application กับการใช้งาน Large Language Model (LLM) เพื่อสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับการทดลองสอบเทียบเทอร์โมคัปเปิล ระบบนี้สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการคำนวณค่าพารามิเตอร์ ตอบคำถาม และแนะนำขั้นตอนการทดลองในแบบเรียลไทม์ การประเมินระบบครอบคลุมสามด้าน ได้แก่ คุณสมบัติและประโยชน์เปรียบเทียบกับการทดลองแบบดั้งเดิม, ประสิทธิภาพของ LLM ในการสนับสนุนการทดลอง และความพึงพอใจจากผู้ทดลอง ผลการประเมินพบว่าระบบช่วยเพิ่มการเข้าถึง ลดภาระผู้สอน และลดเวลาในการคำนวณ แม้ว่าจะยังมีข้อจำกัดในด้านการมอบประสบการณ์สัมผัสจริงและความล่าช้าในการตอบสนองของ LLM สรุปได้ว่าระบบเหมาะสำหรับการเรียนที่มุ่งเน้นความเข้าใจทฤษฎีและกระบวนการทดลอง แต่ไม่เหมาะสำหรับการเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือที่ซับซ้อน


Wat Arun Metaverse: A Virtual Reality Creation Process, Avishi Usarda Waidyaratne Jan 2024

Wat Arun Metaverse: A Virtual Reality Creation Process, Avishi Usarda Waidyaratne

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Wat Arun, known as the 'Temple of Dawn,' is a monumental Buddhist temple and a prominent tourist attraction in Thailand, reflecting the country's rich culture and serving as a focal point for Buddhist studies. This thesis addresses the limitations of traditional cultural preservation and educational methods by presenting a transformative approach through the creation of a virtual reality (VR) based metaverse. This immersive platform enables users to explore and engage with the historical landmark of Wat Arun in unprecedented ways. Utilizing advanced three-dimensional (3D) digitization techniques, this study details the creation process of digital representation of Wat Arun's Viharn-Noi area, …


การศึกษาผลของอุณหภูมิอบอ่อนและความเร็วในการรีดต่อโครงสร้างจุลภาคและสมบัติเชิงกลของเหล็กกล้ารูปพรรณรีดร้อนเกรด S450j0, เชิญจุติ อรุณถิน Jan 2024

การศึกษาผลของอุณหภูมิอบอ่อนและความเร็วในการรีดต่อโครงสร้างจุลภาคและสมบัติเชิงกลของเหล็กกล้ารูปพรรณรีดร้อนเกรด S450j0, เชิญจุติ อรุณถิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของอุณหภูมิการอบอ่อนและความเร็วการรีดต่อโครงสร้างจุลภาค สมบัติเชิงกล และคุณภาพผิวของเหล็กกล้าโครงสร้าง S450J0 ชนิดรีดร้อน โดยมุ่งเน้นกระบวนการผลิตเหล็กกล้าเอชบีมขนาด 305x305x223 กก./ม. การทดลองใช้อุณหภูมิการอบอ่อนและความเร็วการรีดที่แตกต่างกันเพื่อตรวจสอบผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิการอบอ่อนมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อสมบัติเชิงกล โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะเพิ่มค่าความต้านทานแรงดึงที่จุดครากและความต้านแรงดึง แต่ส่งผลให้ค่าความเหนียวและความแกร่งลดลงในบางกรณี ในทางตรงกันข้าม ความเร็วการรีดที่แตกต่างกันมีผลกระทบเล็กน้อยต่อสมบัติทางกล เนื่องจากอุณหภูมิการรีดขั้นสุดท้ายมีความแตกต่างกันเล็กน้อย การวิเคราะห์โครงสร้างจุลภาคพบว่า อุณหภูมิการอบอ่อนที่สูงขึ้นส่งผลให้ขนาดเกรนเล็กลง ในขณะที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่าจะทำให้เกิดการเรียงตัวของเกรนเฟร์ไรต์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ ข้อบกพร่องบนพื้นผิวของเหล็ก เช่น รูปแบบรอยแตก ยังได้รับอิทธิพลจากทั้งอุณหภูมิการอบอ่อนและความเร็วการรีด การวิเคราะห์ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ยืนยันความลึกและลักษณะของรอยแตกบนผิว ซึ่งสอดคล้องกับการสังเกตจากกล้องจุลทรรศน์แบบแสง โดยสรุป การปรับอุณหภูมิการอบอ่อนและความเร็วการรีดให้เหมาะสมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดข้อบกพร่องบนพื้นผิวและเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในกระบวนการรีดร้อนเหล็กกล้าเอชบีม


Affinity-Based Multi-Character Storyboard Generation Using Rewrite Rules, Ram Sukkirtkijpibul Jan 2024

Affinity-Based Multi-Character Storyboard Generation Using Rewrite Rules, Ram Sukkirtkijpibul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A game story contains interactions between characters as well as the game world. Certain genres of games such as Visual Novels and Role-Playing Games rely on their stories to attract players. There were several proposed algorithms for story generation. They focused mainly on story generation for one main character. To our knowledge, there has not been a generator with support for multiple main characters, where each main character has their own storyline that could overlap with other main characters’ stories. With multiple main characters, players can see the game world through different viewpoints, thus getting more immersed into the game's …


การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของตัวแปรที่มีผลต่อแบบจำลองพฤติกรรมของไฟ, ธวัช งามศรีตระกูล Jan 2024

การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของตัวแปรที่มีผลต่อแบบจำลองพฤติกรรมของไฟ, ธวัช งามศรีตระกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือของประเทศไทยนับเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดเชียงใหม่ที่มีพื้นที่ความเสียหายจากไฟป่าสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ การจัดการเชื้อเพลิงเป็นหนึ่งในวิธีการควบคุมไฟป่าที่มีประสิทธิภาพโดยเป็นการลดปริมาณเชื้อเพลิงที่สะสมภายในพื้นที่ เพื่อลดความรุนแรงของไฟป่า แบบจำลองพฤติกรรมของไฟเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาพฤติกรรมของไฟป่า ที่มีการนำมาใช้ในการวางแผนเพื่อกำหนดวิธีการควบคุมไฟป่าและการจัดการเชื้อเพลิง ในงานวิจัยนี้ได้นำแบบจำลองพฤติกรรมของไฟ FlamMap มาศึกษาพฤติกรรมของไฟและวิเคราะห์ความอ่อนไหวของแบบจำลอง โดยมีพื้นที่อุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุยเป็นพื้นที่ศึกษา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง ภูมิศาสตร์ และอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่ศึกษาเป็นข้อมูลนำเข้า ซึ่งได้ทำการจำลองพฤติกรรมของไฟจากชุดข้อมูลนำเข้าจำนวน 10 วันภายใต้ 5 สถานการณ์จำลอง ได้แก่ ไม่มีการจัดการเชื้อเพลิง และมีการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ (10%, 15%, 20% และ 30%) พบว่า ความยาวของไฟมีค่า 0.11 – 0.774 เมตร ค่าอัตราการลุกลามของไฟอยู่ในช่วง 0.208 - 1.828 เมตรต่อนาที ค่าความรุนแรงของไฟอยู่ในช่วง 2.07 – 139.93 กิโลวัตต์ต่อเมตร ค่าพลังงานความร้อนต่อหน่วยพื้นที่มีค่า 2.07 – 5,253.72 กิโลจูลล์ต่อตารางเมตร และเวลาที่น้อยที่สุดในการเคลื่อนที่ของไฟอยู่ในช่วง 6,420 – 102,319 นาที และการศึกษาความอ่อนไหวของตัวแปรที่มีผลต่อแบบจำลองด้วยค่าความชื้นในเชื้อเพลิงกับพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของไฟนั้นสามารถแบ่งพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของไฟได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่แปรผันตามค่าความชื้นฯ ได้แก่ ความยาวของไฟ อัตราการลุกลามของไฟ ความรุนแรงของไฟ และพลังงานความร้อนต่อหน่วยพื้นที่ เป็นต้น และกลุ่มที่แปรผกผันกับค่าความชื้นฯ คือ เวลาที่น้อยที่สุดในการเคลื่อนที่ของไฟ โดยกลุ่มที่ 1 จะมีค่าลดลงเมื่อค่าความชื้นฯมีค่าสูงขึ้น ในขณะที่กลุ่มที่ 2 จะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อความชื้นฯมีค่าสูงขึ้น โดย ค่า R2 แต่ละชุดความสัมพันธ์ของข้อมูลมีค่า 0.6596 - 0.9941 (ความยาวของไฟ), 0.6282 – 0.9946 (อัตราการลุกลาม), 0.6331 – 0.9945 (ความรุนแรงของไฟ), 0.6223 – 0.9934 (พลังงานความร้อนต่อหน่วยพื้นที่) และ 0.8298 – 0.9535 (MTT) …


การจัดเส้นทางการเดินรถที่มีหลายจุดกระจายสินค้าโดยพิจารณารอบเวลาการวางแผน, วัสพล ตรีธนวัต Jan 2024

การจัดเส้นทางการเดินรถที่มีหลายจุดกระจายสินค้าโดยพิจารณารอบเวลาการวางแผน, วัสพล ตรีธนวัต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการจัดส่งอาหารแบบพลวัต โดยที่คำสั่งซื้อเข้ามาในระบบแบบพลวัตและต้องจัดส่งถึงลูกค้าภายในกรอบเวลาที่กำหนด โดยใช้ยานพาหนะที่มีความจุจำกัดสำหรับการจัดส่ง เป้าหมายหลักคือการลดระยะทางในการขนส่งทั้งหมดให้น้อยที่สุด พร้อมกับตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันเวลา ผู้เขียนได้นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก คือ 1. การจัดกลุ่มคำสั่งซื้อ คือทำการจัดกลุ่มคำสั่งซื้อตามเวลาที่คำสั่งซื้อเข้ามาและกรอบเวลาการจัดส่ง และ 2. การปรับเส้นทางสำหรับแต่ละกลุ่มคำสั่งซื้อ จะทำการคำนวณเส้นทางการจัดส่งที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้โมเดลปัญหาการจัดเส้นทางการขนส่งแบบมีกรอบเวลา วิธีการนี้ได้รับการประเมินโดยการทดลอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากรอบเวลาการตัดสินใจ หรือช่วงเวลาที่ใช้ในการจัดกลุ่มคำสั่งซื้อ มีผลกระทบต่อผลลัพธ์ หากกรอบเวลาการตัดสินใจแคบลง จะต้องใช้จำนวนยานพาหนะที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับกรอบเวลาที่กว้างขึ้น แต่จะช่วยลดเวลาเฉลี่ยที่ลูกค้าต้องรอได้ ในขณะที่กรอบเวลาที่กว้างขึ้น ช่วยให้สามารถรวมคำสั่งซื้อหลายรายการไว้ในเส้นทางการจัดส่งเดียวกันได้มากขึ้น ซึ่งอาจลดต้นทุนระยะทางการเดินทางลงได้ อย่างไรก็ตาม หากกรอบเวลากว้างเกินไป อาจส่งผลให้ระยะทางเพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาระหว่างการตัดสินใจและเวลาจัดส่งที่กำหนดไว้น้อยเกินไป จนทำให้เกิดการเพิ่มรอบขนส่งอาหาร


การจัดสมดุลสายการประกอบแบบขนานหลายวัตถุประสงค์ที่ทำงานโดยพนักงานหลายทักษะและหุ่นยนต์, ธนภัทร์ จิตรศรีศักดา Jan 2024

การจัดสมดุลสายการประกอบแบบขนานหลายวัตถุประสงค์ที่ทำงานโดยพนักงานหลายทักษะและหุ่นยนต์, ธนภัทร์ จิตรศรีศักดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การจัดสมดุลสายการประกอบแบบขนานที่ประกอบด้วยพนักงานปกติ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และหุ่นยนต์ Cobot โดยการพิจารณาทุกฟังก์ชันวัตถุประสงค์ไปพร้อมๆกันจัดเป็นปัญหาเอ็นพีแบบยาก (NP-Hard) ที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนของปัญหาดังนั้น จึงต้องพิจารณาใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบฮิวริสติก (Heuristic) และเมตาฮิวริสติก (Meta-Heuristic) มาช่วยในการแก้ปัญหา งานวิจัยนี้ได้มีการนำเสนอพนักงานหลายทักษะซึ่งจะมีข้อจำกัดแตกต่างกันไป โดยจะมีพนักงานปกติ พนักงานผู้พิการ และพนักงานผู้สูงอายุ เพื่อจะดูว่าการใช้พนักงานประเภทต่างๆจะมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของสายการประกอบอย่างไร งานวิจัยนี้ใช้วิธีเชิงพันธุกรรมแบบการจัดลำดับที่ไม่ถูกครอบงำในการพัฒนาหาคำตอบของฟังก์ชันวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นการจำลองสายการประกอบโดยฟังก์ชันวัตถุประสงค์ประกอบด้วย 1) ประสิทธิภาพของสายการประกอบมากที่สุด 2) พลังงานไฟฟ้าที่หุ่นยนต์หรือ Cobot ใช้ในการทำงานน้อยที่สุด และ 3) ความแตกต่างด้านการใช้พลังงานของพนักกงงานน้อยที่สุด ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้ Cobot สามารถลดภาระงานของพนักงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะเฉพาะทาง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสายการประกอบ นอกจากนี้ การกระจายภาระงานระหว่าง Cobot และพนักงานจะช่วยลดการใช้พลังงานเฉลี่ยต่อ Cobot และทำให้การใช้งานพลังงานของพนักงานมีความสมดุลมากขึ้น ส่งผลให้ความแปรปรวนของภาระงานลดลง และการจัดสมดุลพลังงานในสายการประกอบมีความสมดุลมากขึ้น กล่าวโดยสรุปก็คือ Cobot มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของสายการประกอบ พร้อมช่วยลดข้อจำกัดด้านแรงงานและพลังงานได้อย่างชัดเจน


Scene Cut Detection In Short Videos Using Pre-Processing Techniques And Convolutional Neural Networks, Nina Lawankowit Jan 2024

Scene Cut Detection In Short Videos Using Pre-Processing Techniques And Convolutional Neural Networks, Nina Lawankowit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study presents a comprehensive approach to scene cut detection in videos using a combination of frame extraction and a Convolutional Neural Network (VGG16 model) with a Color Histogram method to prevent raw video file reconstruction. The main dataset contains 167,490 frames collected from various users on TikTok for the scene cut detection model development. However, since this research utilizes a modular design that consists of data preparation, data pre-processing, and model implementation stages, it promotes efficient use of resources and guarantees data safety. The results demonstrate that the model performs excellently in recognizing scene cuts. Specifically, video frames with …


การสังเคราะห์ฟิล์มบางซีเซียมไอโอไดด์ด้วยวิธีสปัตเตอร์ สำหรับวัดรังสี, ปริวรรต ลิ่มธนะเมธีกุล Jan 2024

การสังเคราะห์ฟิล์มบางซีเซียมไอโอไดด์ด้วยวิธีสปัตเตอร์ สำหรับวัดรังสี, ปริวรรต ลิ่มธนะเมธีกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสังเคราะห์ฟิล์มบางซีเซียมไอโอไดด์ (CsI) ด้วยวิธีสปัตเตอร์ แบบอาร์เอฟแมกนีตรอน ซึ่งการควบคุมกำลังสปัตเตอร์คือปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมาก งานวิจัยนี้จึงทดลองหากำลังสปัตเตอร์ที่เหมาะสมในการสังเคราะห์ฟิล์มบางนี้ โดยการปรับเปลี่ยนกำลังสปัตเตอร์ที่ 10, 30 และ 50 วัตต์ และควบคุมเวลาการสังเคราะห์ฟิล์มบางที่ 30 นาที ภายใต้ความดันบรรยากาศก๊าซอาร์กอน 10 มิลลิทอร์ ซึ่งเริ่มต้นใช้ผลึกซีเซียมไอโอไดด์ที่เจือด้วยแคลเซียมเป็นเป้าตั้งต้นในการทดลองหาเงื่อนไขที่เหมาะสม ผลการวิเคราะห์สมบัติทางโครงสร้างผลึกพบว่า ฟิล์มบางที่ได้ในทุกกำลังสปัตเตอร์มีโครงสร้างลูกบาศก์กลางตัว (BCC) โดยที่กำลังสปัตเตอร์ 50 วัตต์ แสดงโครงสร้างความเป็นผลึกที่ดีที่สุด และไม่พบระนาบของฐานรองซิลิกอน ซึ่งฟิล์มบางซีเซียมไอโอไดด์ที่ปลูกได้มีระนาบที่โดดเด่น คือ CsI(110) และ CsI(211) มีค่าคงที่แลตทิช 4.5623 ± 0.0034 Å มีความเครียดอัด -2.1% หนา 200 นาโนเมตร ด้วยอัตราเคลือบฟิล์มที่ 400 นาโนเมตรต่อชั่วโมง ฟิล์มนี้มีคุณสมบัติการเปล่งแสงหลายพีคในช่วง 420 - 470 นาโนเมตร เมื่อกระตุ้นด้วยแสงความยาวคลื่น 200 นาโนเมตร สำหรับการวิเคราะห์คุณสมบัติไฟฟ้าของฟิล์ม พบว่ามีสภาพความต้านทานไฟฟ้า 0.3735 กิโลโอห์มเซนติเมตร และมีความหนาแน่นของประจุพาหะบวก +2.935 x 1015 ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งระบุได้ว่าฟิล์มบางที่ทดสอบสังเคราะห์ได้เป็นวัสดุกึ่งตัวนำประเภทพี และฟิล์มที่ปลูกได้โดยใช้เป้าซีเซียมไอโอไดด์สำหรับการสปัตเตอร์ มีโครงสร้างผลึกแบบลูกบาศก์กลางตัวที่มีระนาบที่โดดเด่น คือ CsI(110) และ CsI(211) เช่นกัน มีค่าคงที่แลตทิช 4.5581 ± 0.0058 Å มีความเครียดอัด -2.2% หนา 3 ไมโครเมตร ด้วยอัตราการเคลือบของฟิล์ม 6 ไมโครเมตรต่อชั่วโมง มีคุณสมบัติการเปล่งแสงหลายพีคในช่วง 440 - 550 นาโนเมตร สภาพความต้านทานไฟฟ้า 0.7839 กิโลโอห์มเซนติเมตร และมีความหนาแน่นของประจุพาหะบวก +2.256 x 1012 ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และเมื่อนำฟิล์มซีเซียมไอโอไดด์นี้พัฒนาต่อให้เป็นไดโอดรอยต่อพีเอ็นโดยการเคลือบทองคำชั้นบนสุดของชิ้นงาน และนำมาทดสอบการตอบสนองแสงพบว่า สามารถตรวจวัดให้สัญญาณวัดที่เกิดจากการกระตุ้นด้วยแสงสีน้ำเงิน สีเขียว …


Risk Assessment Of Microplastics Contamination In Soil And Leachate From Different Ages Of Landfill, Panuwat Koonmee Jan 2024

Risk Assessment Of Microplastics Contamination In Soil And Leachate From Different Ages Of Landfill, Panuwat Koonmee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Landfills were used for the disposal of waste materials, but they could contribute to microplastic (MP) pollution. MPs waste had been released in landfills into the surrounding environment, contaminating soil and leachate collection pond. Although there were many reports that MPs could generate in leachate and soil samples from the landfill, it exists many blanks for the evolution of physical and chemical characteristics of MPs with different landfill age. In order to address the question of changing in the abundances and characteristics of MPs in different ages of landfill as potential sources of contamination and the efficacy of existing landfill …


Relationship Between Microbial And Chemical Risk After Chlorination Of Domestic Wastewater For Discharge And Reclamation, Rotsathon Plumsut Jan 2024

Relationship Between Microbial And Chemical Risk After Chlorination Of Domestic Wastewater For Discharge And Reclamation, Rotsathon Plumsut

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Disinfection is crucial for protecting public health during wastewater reuse. Chlorination is a widely used disinfection method, but it also leads to the formation of disinfection byproducts (DBPs), which can pose environmental and health risks. Among these DBPs, haloacetonitriles (HANs), particularly dichloroacetonitrile (DCAN), are of significant concern due to their toxicity. This research investigated the relationship between microbiological and chemical risks associated with chlorination in secondary and tertiary wastewater treatment plants (WWTPs) in Bangkok. The study found that secondary wastewater (9.0-14.0 mg/L) required up to 10 times higher initial chlorine levels to achieve the same norovirus reduction levels (3-5 log …


การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ Jan 2024

การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาการพัฒนาวัสดุจีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟ เพื่อประยุกต์ที่ใช้ในการดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยศึกษาผลของอัตราส่วนเถ้าลอยต่อสารกระตุ้นแอลคาไล (ร้อยละ 40:60, 50:50 และ 60:40 โดยน้ำหนัก) และกำลังไมโครเวฟ (200,400,600 และ 800 W) ที่ส่งผลต่อสมบัติทางกายภาพ เคมี และประสิทธิภาพการดูดแก๊สซับคาร์บอนไดออกไซด์ ผลการศึกษาพบว่าการเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้วัสดุแข็งตัวเร็วขึ้น โดยสูตร FA60 แข็งตัวเร็วที่สุดที่ทุกระดับกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์โครงสร้างของรูพรุนด้วยเทคนิค Micro CT-scan พบว่าความพรุนเพิ่มขึ้นตามกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพพบว่า FA40 มีความพรุนสูงสุด (36.88-71.34%) แต่มีกำลังอัดต่ำสุด (2.20-4.06 MPa) ในขณะที่ FA60 มีความพรุนต่ำสุด (24.59-46.64%) แต่มีกำลังอัดสูงสุด (10.75-29.02 MPa) สูตร FA50 มีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงสุด (38.34-88.22 m²/g) และสามารถดูดซับ CO2 ได้สูงสุดที่ 50.15 mg CO2/g ของตัวดูดซับ ที่ 45°C การศึกษาพบว่าปริมาณเถ้าลอยที่สูงขึ้นส่งผลให้วัสดุมีความแข็งแรงสูงแต่มีความพรุนต่ำ ในขณะที่การเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้เกิดความพรุนมากขึ้นแต่ความแข็งแรงลดลง โดยการสังเคราะห์ที่กำลังไมโครเวฟ 200-400 W ให้สมบัติเชิงกลที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการวิเคราะห์ขนาดรูพรุนเฉลี่ยพบว่า FA60 มีขนาดรูพรุนใหญ่ที่สุด (4.69-6.90 nm) ซึ่งอยู่ในช่วงวัสดุพรุนขนาดกลาง งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างองค์ประกอบและสภาวะการสังเคราะห์ที่ส่งผลต่อสมบัติของจีโอพอลิเมอร์พรุน และแสดงให้เห็นศักยภาพของการใช้ไมโครเวฟในการสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนสำหรับการประยุกต์ใช้ในการการดูดซับ CO2


การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์ Jan 2024

การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คาร์บอนดอตถูกสังเคราะห์ได้จากการใช้กรดแอสคอร์บิกเป็นสารตั้งต้นด้วยวิธีการให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ (700 วัตต์ เป็นเวลา 3 นาที) โดยคาร์บอนดอตที่สังเคราะห์ได้ถูกเจือด้วยเฮเทอโรอะตอมของไนโตรเจน ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส และโบรอน และผ่านการพิสูจน์ลักษณะเฉพาะโดยใช้เทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโคปี กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน ยูวี-วิสิเบิลสเปกโทรโฟโตเมทรี ฟลูออเรสเซนต์สเปกโทรสโคปี รามานสเปกโทรสโคปี และเอ็กซ์เรย์โฟโตอิเล็กตรอนสเปกโทรสโคปี จากผลการวิเคราะห์พบว่าการเจือเฮเทอโรอะตอมมีอิทธิพลต่อสมบัติ และลักษณะเฉพาะเชิงแสงของคาร์บอนดอตผ่านการปรับโครงสร้างแกนกลางคาร์บอน และหมู่ฟังก์ชันที่พื้นผิว ทั้งนี้การเจือเฮเทอโรอะตอมเพิ่มความสามารถในการเรืองแสงสูงขึ้นโดยเฉพาะคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนแสดงประสิทธิภาพการเรืองแสงดีที่สุด อย่างไรก็ตามการเจืออะตอมมากกว่าสองชนิดกลับทำให้การเรืองแสงลดลง และไม่ช่วยเพิ่มโอกาสในการจับกับชนิดไอออนโลหะที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบคาร์บอนดอตที่เตรียมได้ทั้งหมด คาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการใช้งานตรวจวัดสารโดยอาศัยการเรืองแสง ซึ่งแสดงความสามารถในการตรวจจับไอออนโลหะชนิด โครเมียม(VI) และ เหล็ก(III) โดยสามารถระงับการเรืองแสงได้อย่างสมบูรณ์ และมีค่าต่ำสุดสำหรับการตรวจวัดอยู่ที่ 0.135 นาโนโมลาร์ และ 0.195 นาโนโมลาร์ ตามลำดับ โดยขนาดอนุภาคโดยเฉลี่ยของคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนมีเท่ากับ 13.27 นาโนเมตร มีค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงที่ 4.56% ทั้งนี้ ค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงสามารถเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.43% เมื่อเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของยูเรียในการสังเคราะห์


การเตรียมและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินที่ขึ้นรูปด้วยการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิงสำหรับงานด้านทันตกรรม, หัสวรรษ กันแก้ว Jan 2024

การเตรียมและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินที่ขึ้นรูปด้วยการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิงสำหรับงานด้านทันตกรรม, หัสวรรษ กันแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัสดุเรซินได้รับความนิยมในงานทันตกรรม เนื่องจากการขึ้นรูปที่สะดวกและมีสมบัติคล้ายฟันธรรมชาติ การวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของการใช้ผงอะลูมินาที่มีขนาดอนุภาคต่างกันเพื่อปรับปรุงสมบัติของวัสดุเรซินสำหรับโฟโตพอลิเมอร์ โดยพัฒนาวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินด้วยกระบวนการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิง โฟโตพอลิเมอร์เรซินมีสัดส่วน 100, 90, 85 และ 80 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร โดยเติมอนุภาคอะลูมินาขนาด 0.4, 0.7 และ 2 ไมครอน ผลการทดสอบความหนืดพบว่าวัสดุเชิงประกอบที่เหมาะสมคือโฟโตพอลิเมอร์เรซิน 85 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร และอะลูมินา 15 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิง การวิเคราะห์สมบัติต่างๆ แสดงให้เห็นว่าชิ้นงานตัวอย่างที่มีอนุภาคอะลูมินาขนาด 0.7 ไมครอน มีความโปร่งแสงสูงที่สุดและการเปลี่ยนแปลงสีบนผิวชิ้นงาน (วัดจากพื้นหลังสีดำ-ขาวได้ค่าต่ำที่สุด 3.91) ในขณะที่อนุภาคขนาด 0.4 ไมครอนมีความโปร่งแสงต่ำสุด (0.90) สำหรับความต้านแรงดัดวัสดุที่มีอนุภาค 0.7 ไมครอนแสดงค่าความต้านแรงดัดสูงสุดที่ 80.86 MPa ขณะที่อนุภาคขนาด 2 ไมครอนแสดงความต้านแรงดัดต่ำสุดที่ 55.04 MPa ขนาดของอนุภาคอะลูมินามีผลสำคัญต่อสมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินในงานทันตกรรม นอกจากนี้ การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์แสดงให้เห็นว่าวัสดุนี้มีความใกล้เคียงกับวัสดุเรซินทันตกรรมทางการค้า ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการพัฒนาและใช้งานในอนาคต


การแปลงแผนภาพเครื่องสถานะเชิงพร้อมกันให้เป็นนูเอ็สเอ็มวี, นนทวิชญ์ มากจันทร์ Jan 2024

การแปลงแผนภาพเครื่องสถานะเชิงพร้อมกันให้เป็นนูเอ็สเอ็มวี, นนทวิชญ์ มากจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบเชิงพร้อมกันเป็นระบบที่มีมากกว่าหนึ่งสายโยงใยซึ่งสามารถสลับกันทำงานระหว่างสายโยงใยโดยที่ไม่ต้องรอให้กระบวนการในสายโยงใยใดกระบวนการหนึ่งให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งระบบเชิงพร้อมกันมักพบในระบบที่มีความซับซ้อน มีหลายงานที่ต้องดำเนินการและสายโยงใยที่ดำเนินงานนั้นอาจมีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น เข้าถึงหน่วยความจำเดียวกัน เป็นต้น หนึ่งในวิธีที่สามารถอธิบายระบบเชิงพร้อมกันคือการใช้แผนภาพเครื่องสถานะซึ่งเป็นแผนภาพตามมาตรฐานยูเอ็มแอลรุ่น 2.5 แต่เนื่องจากแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันไม่สามารถนำมาใช้ในการทวนสอบได้ เนื่องจากพฤติกรรมของระบบเชิงพร้อมกันมีรูปแบบเชิงไม่กำหนด งานวิจัยจึงเล็งเห็นประโยชน์ในการพัฒนาเครื่องมือแปลงแผนภาพเครื่องสถานะเป็นโค้ดนูเอ็สเอ็มวี ซึ่งเป็นการแปลงแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันให้อยู่ในรูปของแบบจำลองเชิงรูปนัยให้สามารถทำการทวนสอบได้ โดยเปรียบเทียบและวิเคราะห์ระหว่างองค์ประกอบของแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันตามมาตรฐานยูเอ็มแอลรุ่น 2.5 กับองค์ประกอบของนูเอ็สเอ็มวี แล้วนิยามกฏการแปลงแผนภาพเครื่องสถานะของระบบเชิงพร้อมกันให้เป็นนูเอ็สเอ็มวีเพื่อใช้ในการพัฒนาเครื่องมือการแปลง จากนั้นจึงพัฒนาเครื่องมือการแปลง สร้างแบบจำลองซึ่งเป็นกรณีศึกษาของระบบเชิงพร้อมกันที่อยู่ในรูปของแผนภาพเครื่องสถานะ สร้างข้อกำหนดเชิงรูปนัยที่ใช้ในการทวนสอบกรณีศึกษา และนำเครื่องมือการแปลงมาใช้ในการแปลงแบบจำลองกรณีศึกษาให้เป็นแบบจำลองเชิงรูปนัยนูเอ็สเอ็มวี แล้วทำการทวนสอบด้วยข้อกำหนดเชิงรูปนัยบนนูเอ็มเอ็มวี กระบวนการวิจัยและพัฒนาทั้งหมดที่กล่าวมาพบว่าผู้วิจัยสามารถแปลงแบบจำลองในรูปของแผนภาพเครื่องสถานะให้ป็นแบบจำลองเชิงรูปนัยและเห็นพฤติกรรมของการทำงานของระบบเชิงพร้อมกัน รวมถึงทวนสอบพฤติกรรมของระบบและได้ผลลัพธ์จากการทวนสอบที่เป็นไปตามข้อกำหนดเชิงรูปนัย


การสร้างแอนิเมชัน 3 มิติ ของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยสําหรับใช้ในการพัฒนาเกม, ภัทรานิษฐ์ มุสิกะประยูร Jan 2024

การสร้างแอนิเมชัน 3 มิติ ของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยสําหรับใช้ในการพัฒนาเกม, ภัทรานิษฐ์ มุสิกะประยูร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงงานมหาบัณฑิตนี้จึงเสนอวิธีการสร้างแอนิเมชัน 3 มิติ ของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยสำหรับใช้ในการพัฒนาเกม ในการสร้างแบบจำลองเพื่อทำนายการเคลื่อนไหวของใบหน้าขณะพูดภาษาไทย ได้ใช้ชุดข้อมูลออดิโอวิชวล TSynC-3miti: Audiovisual Speech Synthesis Database from Found Data ร่วมกับแนวคิดจาก งานวิจัย A Decision Tree Framework for Spatiotemporal Sequence Prediction ที่ได้เสนอวิธีการสำหรับการทำนายลำดับข้อมูลที่มีจำนวนมิติสูงและต่อเนื่อง โดยใช้เทคนิคการแบ่งย่อยด้วยหน้าต่างเลื่อนร่วมกับวิธีการรวมกลุ่มของต้นไม้ตัดสินใจ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างแอนิเมชันสำหรับการพูดได้ ในการทำนายการเคลื่อนไหวของใบหน้าขณะพูดภาษาไทยในโครงงานมหาบัณฑิตนี้ จะใช้ข้อมูลนำเข้าเป็นลำดับของสัญลักษณ์โฟเนติก จากจึงต้องมีการเตรียมชุดข้อมูลใหม่จากชุดข้อมูลออิดิโอวิชวล TSynC-3miti จากนั้นนำชุดข้อมูลไปฝึกสอนโมเดล และพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างแอนิเมชัน โดยเป็นรูปแบบของส่วนเสริมสำหรับใช้ในเกมเอนจิน Unreal Engine โดยรับอินพุตเป็นข้อความภาษาไทย และจะได้ค่าการเคลื่อนไหวใบหน้ามาอ้างอิงบนใบหน้าของตัวละครในแต่ละช่วงเวลา ผลลัพธ์ของการทำงานของส่วนเสริมนี้จะได้เป็นแอนิเมชัน 3 มิติของโมเดลตัวละคร MetaHuman ที่สามารถพูดภาษาไทยได้อย่างสมจริง โดยผลการทดสอบพบว่าแอนิเมชันมีความสมจริงจากมุมมองทั้งหน้าตรงและหน้าเอียง โดยมุมมองหน้าเอียงดูสมจริงมากกว่า และการออกเสียงแต่ละโฟเนติกมีความสมจริงเช่นกัน


การปรับปรุงประสิทธิภาพและยกระดับระบบบริการทางการเงินผ่านการบูรณาการ Olap และ Oltp, ชนม์ชนก วงศ์อภัย Jan 2024

การปรับปรุงประสิทธิภาพและยกระดับระบบบริการทางการเงินผ่านการบูรณาการ Olap และ Oltp, ชนม์ชนก วงศ์อภัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบการเงินในปัจจุบันต้องเผชิญกับการจัดการข้อมูลจำนวนมากในแต่ละวัน เช่น การสั่งซื้อสินค้า การชำระเงิน และการเติมเงินเข้าสู่ระบบ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็วและความถูกต้องแม่นยำ ระบบดั้งเดิมที่ใช้ฐานข้อมูลประเภท OLTP ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ แต่เมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ระบบเริ่มประสบกับข้อจำกัดในด้านประสิทธิภาพ การใช้ทรัพยากรสูง และความซับซ้อนในการตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรองรับการทำงานพร้อมกันของหลายบริการ ทำให้ระบบต้องรับภาระที่มากขึ้นและส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการเรียกดูข้อมูล โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาระบบใหม่ที่ผสานความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเข้ากับการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ เพื่อลดข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและปรับปรุงการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบที่ออกแบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน ช่วยให้การจัดทำรายงานและการตรวจสอบธุรกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยระบบสามารถดึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ แนวทางการบูรณาการระหว่างการประมวลผลแบบ OLTP และการจัดการข้อมูลแบบ OLAP ที่นำเสนอในโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระการทำงานของฐานข้อมูล แต่ยังทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูงสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเรียกดูข้อมูลโดยอิงจากแบบจำลองข้อมูล (Data Model) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้เองผ่านส่วนต่อประสานที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล แอปพลิเคชันนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพรวมของข้อมูล เลือกวิเคราะห์ในเชิงลึก และสร้างรายงานได้อย่างคล่องตัว จากการศึกษาและทดลองพบว่าการใช้งานฐานข้อมูลประเภท OLAP ร่วมกับ OLTP ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียกดูข้อมูลที่มีปริมาณมากและซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฐานข้อมูลดังเดิมที่เป็นประเภท OLTP ดังนั้นโครงการนี้จึงสามารถแก้ไขปัญหาที่พบในระบบเดิม ด้วยระบบที่สามารถดึงข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตนเอง เพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและคล่องตัว


การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์ Jan 2024

การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานในอาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ก่อให้เกิดความท้าทายสำคัญต่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ระบุว่า อาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ใช้พลังงานเฉลี่ย 225 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตรต่อปี ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ส่งผลให้การจัดการพลังงานในอาคารเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การศึกษานี้ใช้แนวทางเชิงบูรณาการในการรวบรวมข้อมูลจากการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาคาร และการสำรวจพื้นที่จริงในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีการใช้พลังงานสูง กระบวนการศึกษารวมถึงการวิเคราะห์ระบบจัดการพลังงาน ระบบน้ำ ระบบแสงสว่าง และการจัดการขยะ พร้อมทั้งการเสนอแนะแนวทางปรับปรุงที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน เช่น LEED และ TREES ผลการศึกษาพบว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น IoT ระบบเซ็นเซอร์ และระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การจัดการน้ำ การใช้วัสดุรีไซเคิล และการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอาคาร ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร รวมถึงสร้างความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว และผลการศึกษานี้สามารถเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ เพื่อความยั่งยืนในมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต


การพัฒนาระบบสำหรับการวิเคราะห์ความต้องการด้านความสามารถของผู้จัดการโครงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทยตามกรอบงานพัฒนาความสามารถด้านการจัดการโครงการ, ธัญญา ธารากุล Jan 2024

การพัฒนาระบบสำหรับการวิเคราะห์ความต้องการด้านความสามารถของผู้จัดการโครงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทยตามกรอบงานพัฒนาความสามารถด้านการจัดการโครงการ, ธัญญา ธารากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อาชีพการบริหารโครงการในประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีบุคคลจำนวนมากที่ประกอบอาชีพนี้อยู่ในปัจจุบันและอีกหลายคนที่ต้องการเข้ามาทำงานในสายอาชีพนี้ ความท้าทายหลักที่บุคลากรเหล่านี้พบคือการขาดแหล่งข้อมูลที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเติบโตในอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านทักษะและความสามารถที่จำเป็นต่อความสำเร็จในการทำงาน งานวิจัยนี้มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยใช้กรอบการพัฒนาความสามารถของผู้จัดการโครงการ หรือ เฟรมเวิร์กพีเอ็มซีดี (Project Manager Competency Development Framework หรือ PMCD Framework) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการจัดการโครงการ หรือ PMI ที่แบ่งความสามารถออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ความสามารถเชิงความรู้ (Knowledge Competence) ความสามารถเชิงปฏิบัติการ (Performance Competence) และความสามารถทางบุคลากร (Personal Competence) โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ที่สนใจในสายอาชีพผู้จัดการโครงการสามารถค้นคืนความสามารถที่เป็นที่ต้องการในตลาดงานของประเทศไทยในเอกสารรับสมัครงานได้ โดยใช้คำค้นสารสนเทศที่อ้างอิงมาจากพีเอ็มซีดีและพจนานุกรมของกูเกิล และนำผลลัพธ์ที่ได้มาทำการวิเคราะห์ว่าความสามารถใดเป็นที่ต้องการของผู้จ้างงาน ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลนี้จะทำให้ทราบถึงความต้องการด้านความสามารถของผู้จัดการโครงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถที่สำคัญและจำเป็นต่อสายอาชีพผู้จัดการโครงการ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ประกอบอาชีพการจัดการโครงการและผู้ที่มีความสนใจจะเข้ามาประกอบอาชีพในสายงานนี้ได้มีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาตนเองต่อไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: กรณีศึกษากรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, เจษฎาพร รอดพิพัฒน์ Jan 2024

การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: กรณีศึกษากรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, เจษฎาพร รอดพิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวางในระดับโลกและเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกประเทศต้องเผชิญ การบริหารจัดการและการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการการบริหารจัดการที่สร้างสรรค์และปรับตัวให้สถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบโมเดลการวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรในกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 173 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้แทนภาครัฐ ผู้แทนภาคประชาชน และผู้แทนภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวบ่งชี้องค์ประกอบสำคัญของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ผลการศึกษาพบว่าภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) จินตนาการ (2) วิสัยทัศน์ (3) ยืดหยุ่น (4) การกระจายอำนาจ และ (5) การสร้างผู้นำ จากผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า “วิสัยทัศน์” มีความสำคัญสูงสุดในการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


Green Urbanisam And Human Well-Being In Developing Countries, Phenphit Boonhor Jan 2024

Green Urbanisam And Human Well-Being In Developing Countries, Phenphit Boonhor

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the relationship between green urbanism and human well-being in developing countries, focusing on the influence of individual and cultural values on the utilization of urban green spaces (UGS). As rapid urbanization transforms cities, there is a pressing need to address the environmental and health challenges that arise, particularly in regions with limited infrastructure and resources. The research highlights significant disparities between developed and developing nations regarding sustainability efforts, with developing countries facing increasing urban population growth alongside declining environmental conditions. Through a comprehensive literature review and empirical analysis, this study aims to elucidate how cultural perspectives on …


การพัฒนาแนวทางในการจัดทำกรอบการปล่อยสินเชื่อสีเขียวเพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ศราวุธ โชคโสม Jan 2024

การพัฒนาแนวทางในการจัดทำกรอบการปล่อยสินเชื่อสีเขียวเพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ศราวุธ โชคโสม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการจัดทำกรอบการปล่อยสินเชื่อสีเขียว และข้อกำหนดในการเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green loans) เพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และ 2) สร้างความรู้ความเข้าใจและสนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงการเงินสีเขียวเพื่อความยั่งยืน โดยการทบทวน ศึกษาข้อมูลทุติยภูมิทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเส่วนเสีย (Stakeholder) อย่างน้อย 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และกลุ่มนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แนวทางเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว และข้อกำหนดในการพิจารณาสินเชื่อสีเขียว (Green loans) ผู้ประกอบการ SMEs ต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นตามเกณฑ์ธนาคารพาณิชย์ กำหนด ได้แก่ ผลประกอบการมีกำไร ไม่มีประวัติเสียหายทางการเงิน จากนั้นจะใช้หลักการเชื่อสีเขียว (Green loan principle : GLP) และมาตรฐานการแบ่งประเภทกิจกรรมตามสี Thailand taxonomy มาเป็นเกณฑ์การคัดเลือกโครงการการ อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ จะมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ได้ เช่น กิจกรรมจากอุตสาหกรรม Brown เป็น Less Brown เป็นต้น


การศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กรณีศึกษา ระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา, รัชดาภรณ์ พัฒนโภครัตนา Jan 2024

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กรณีศึกษา ระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา, รัชดาภรณ์ พัฒนโภครัตนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง ต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ของระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา โดยมีพื้นที่ศึกษาครอบคลุมชายฝั่ง 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลเขารูปช้าง ตำบลเกาะแต้ว ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม มีระยะทางตามแนวชายฝั่งประมาณ 38.51 กม. ในการศึกษาครั้งนี้ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยใช้โปรแกรม Digital Shoreline Analysis System และวิธี End Point Rate วิเคราะห์หาอัตราการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ร่วมกับการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายออร์โธสี และภาพถ่ายจากดาวเทียม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538-2566 รวมระยะเวลา 28 ปี ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่ของระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่คงสภาพ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งเฉลี่ย 0.82 เมตรต่อปี มีอัตราการทับถมสูงสุด 18.9 เมตรต่อปี และมีอัตราการกัดเซาะสูงสุด 3.93 เมตรต่อปี โดยโครงสร้างป้องกันชายฝั่งซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งที่สำคัญได้แก่ เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำนาทับ และเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนด้านทิศใต้ และการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงด้านทิศเหนือ คือ 0.879 กม. และ 3.991 กม. ตามลำดับ


Exploring Sustainable Initiatives, Innovations, And Challenges In Sports Sustainability : A Case Study Of The Olympic Games, Suwanna Silpaarcha Jan 2024

Exploring Sustainable Initiatives, Innovations, And Challenges In Sports Sustainability : A Case Study Of The Olympic Games, Suwanna Silpaarcha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The progress of sustainability in sports mega-events have been more prominent than ever due to its substantial impact on society, the economy, and the environment. The Olympic Games’ immense magnitude has sparked apprehensions regarding their ecological and societal ramifications—increased energy usage and waste, transportation demands, new infrastructural constructions—which all have significant impacts on the environment and carbon emissions. Because of this, the IOC, host cities, and related sports authorities are constantly evolving and seeking innovative solutions towards sustainability while overcoming challenges faced. Given the importance of sustainable development in sports, this study examines sustainable approaches and solutions adopted by the …


Development Of Titanate-Based High-Entropy Perovskite Oxides For High-Energy Density Capacitor, Ketkaeo Bunpang Jan 2024

Development Of Titanate-Based High-Entropy Perovskite Oxides For High-Energy Density Capacitor, Ketkaeo Bunpang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The development of dielectric materials with suitable properties for high-energy density capacitors is essential for the advancement of future electronic technologies. This study focuses on the effects of substituting monovalent and trivalent ions at the A and B sites in high-entropy perovskite oxide structures based on titanates. (A'0.2A"0.2Ba0.2Ca0.2Sr0.2)(Ti1-xMex)O3 (A' = Na+, K+, A" = Bi3+, La3+, Me = Zr4+, (Mg1/3Nb2/3)4+, x = 0.00–0.2) compounds were synthesized using the solid-state reaction method. The results revealed that compounds containing Bi3+ exhibited a high dielectric constant (~3000), low dielectric loss (~0.1), and stable relaxor ferroelectric behavior. In contrast, compounds containing La3+ displayed linear …


Virtual Reality Of Labless Machining For Next Industrial Training, Ravee Bunduwongse Jan 2024

Virtual Reality Of Labless Machining For Next Industrial Training, Ravee Bunduwongse

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to utilize Virtual Reality (VR) technology to develop an industrial training application with content focusing on Machining operation using lathe machine. The focus of the study is to present the content being taught in manufacturing laboratory classes about lathe machining operations in the virtual world. Development tools include Unity game engine and 3D modeling using Blender. Machining operations demonstrated within this application includes turning, facing, chamfering, grooving, internal and external threading. With 17 out of 18 operations represented in accordance to the actual teaching material, with only external threading deviating from applying threading using the lathe machine …


Virtual Reality Of Labless Welding For Next Industrial Training, Suphakit Anonglekha Jan 2024

Virtual Reality Of Labless Welding For Next Industrial Training, Suphakit Anonglekha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research introduces an innovative Virtual Reality (VR) application designed to educate users on Welding operations. Its main goals include creating a realistic and immersive learning environment that is also safe. The development process involved the integration of multiple technologies, leveraging the Unity engine and 3D sculpting, all based on extensive research. With all of the type of weld works found in the welding laboratory represented, except the workpiece and electrode material, the VR application accuracy rating is calculated to 94%. The study's significance lies in its contribution to virtual education, especially in fields that require hands-on experience. The VR …


การพัฒนาระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้อยู่อาศัยโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ภานุวัฒน์ โรจน์ณรงค์ Jan 2024

การพัฒนาระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้อยู่อาศัยโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ภานุวัฒน์ โรจน์ณรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการสื่อสารข้อมูลมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยพัฒนาให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้กับระบบต่างๆ มากมาย อาทิเช่น การเกษตร อุสาหกรรมโรงงาน รวมไปถึงที่พักอาศัย แต่เนื่องด้วยอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้ รวมทั้งยังมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบ อาทิเช่น รูปแบบการส่งที่ต้องสอดคล้องกับปริมาณข้อมูล ระยะทางและสภาพแวดล้อมในการส่งข้อมูล และข้อจำกัดด้านแหล่งพลังงานที่ติดตั้งเข้าไป ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอการเปรียบเทียบคุณสมบัติและประสิทธิภาพชองการสื่อสารข้อมูลจำนวนสามรูปแบบ ได้แก่ การสื่อสารข้อมูลแบบบรูทูธ (Bluetooth) การสื่อสารข้อมูลแบบวายฟาย (Wi-Fi) และการสื่อสารข้อมูลแบบลอรอ (LoRa) ผ่านอุปกรณ์การสื่อสารชนิด Heltech ESP32 LoRa ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยพิจารณาถึงการใช้พลังงานในการสื่อสารข้อมูล (Energy consumption) และค่าความเข้มของสัญญาณ (Signal Intensity) ในรูปแบบของดัชนีความดังของเสียงที่ได้ยินหรือ Received Signal Strength Indicator (RSSI) รวมไปถึงการพิจารณาระยะทางสูงสุดที่ข้อมูลยังสามารถสื่อสารซึ่งกันและกันได้ โดยผลลัพธ์จากการทดลองพบว่า การสื่อสารข้อมูลแบบบลอราใช้พลังงานในการส่งข้อมูลแต่ละครั้งน้อยที่สุดซึ่งน้อยกว่าการสื่อสารแบบบรูทูธที่มีการใช้พลังงานในการส่งมากที่สุดถึงเกือบ 4 เท่า ทั้งนี้ การพิจารณาค่าความเข้มของสัญญาณพบว่าในระยะทางเท่ากันการสื่อสารแบบบรูทูธมีค่าความเข้มของสัญญาณมากที่สุด ตามมาด้วยการสื่อสารแบบวายฟายและลอราตามลำดับ ในทางกลับกันการสื่อสารแบบบรูทูธมีความสามารถในการส่งข้อมูลระหว่างภาคส่งข้อมูลและภาครับข้อมูลสั้นที่สุดอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับการสื่อสารลอราที่สามารถส่งข้อมูลได้ระยะทางไกลที่สุดอีกด้วย


ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมตะกั่วในประเทศไทยโดยใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต, ชวิศา สถิรวิสาลกิจ Jan 2024

ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมตะกั่วในประเทศไทยโดยใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต, ชวิศา สถิรวิสาลกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตะกั่วเป็นโลหะนอกกลุ่มเหล็กที่มีการใช้งานมากที่สุดชนิดหนึ่ง ในประเทศไทยนั้นอุตสาหกรรมตะกั่วที่สำคัญประกอบด้วยการหลอมและผลิตตะกั่วบริสุทธิ์และการผลิตแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด ตะกั่วเป็นโลหะหนักที่มีความอันตราย เมื่อแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมจะสามารถสะสมและทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศรวมถึงสุขภาพของมนุษย์ได้ การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมตะกั่วอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก งานวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาปริมาณและเส้นทางการไหลของเสียและการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมตะกั่วในประเทศไทย พ.ศ. 2560 - 2563 และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียโดยใช้หลักการวิเคราะห์การไหลของวัสดุและการประเมินวัฏจักรชีวิตด้วยซอฟต์แวร์ STAN และ SimaPro อีกทั้งยังมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทางเลือกการจัดการของเสีย ผลการศึกษาพบว่ากากตะกอนจากการบำบัดน้ำเสียที่มีสารอันตราย (รหัส 19 08) มีปริมาณมากที่สุด ของเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดส่วนใหญ่ถูกนำไปจัดการโดยการฝังกลบอย่างปลอดภัยเมื่อทำการปรับเสถียรหรือทำให้เป็นก้อนแข็งแล้ว (รหัส 073) เมื่อทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการกำจัดของเสีย (รหัส 07) พบว่าผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศทางทะเล ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศระบบนิเวศน้ำจืด ความเป็นพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ และความเป็นพิษที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ จากสถานการณ์ทางเลือกในการจัดการของเสียพบว่าการรีไซเคิลของเสียบางส่วนส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่การเผาทำลายของเสียก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมสูงที่สุด


การประเมินวิธีการหาค่าความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดจากข้อมูลน้ำฝนตรวจวัดรายวันในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน, ชิดสุมน ศศิรัตน์ Jan 2024

การประเมินวิธีการหาค่าความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดจากข้อมูลน้ำฝนตรวจวัดรายวันในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน, ชิดสุมน ศศิรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดจากข้อมูลน้ำฝนตรวจวัดรายวัน 2 วิธี ได้แก่ วิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลองและวิธีความถี่น้ำฝน กับค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดที่ได้จากข้อมูลน้ำท่าตรวจวัดโดยตรง (วิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัด) เนื่องจากการวิเคราะห์ค่าความถี่น้ำท่ามีความสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัยและการออกแบบโครงสร้างทางชลศาสตร์ ในการศึกษานี้ได้ทำการวิเคราะห์ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดจากวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัด, วิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลอง และวิธีความถี่น้ำฝน โดยใช้ข้อมูลตรวจวัดจากสถานีน้ำท่าและสถานีน้ำฝน แล้วทำการวิเคราะห์ความถี่น้ำท่ารายปีสูงสุดและความถี่น้ำฝนรายวันสูงสุดจากฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละสถานีน้ำท่าและสถานีน้ำฝน ที่ผ่านการทดสอบด้วยแผนภาพอัตราส่วนโมเมนต์เชิงเส้น อีกทั้งในการศึกษานี้ได้ประยุกต์ใช้แบบจำลอง HEC-HMS ในการจำลองกระบวนการน้ำฝน-น้ำท่า เพื่อจำลองปริมาณน้ำท่ารายวันสำหรับวิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลอง และจำลองความถี่น้ำท่าสูงสุดสำหรับวิธีความถี่น้ำฝน ซึ่งแบบจำลองนี้ได้ผ่านกระบวนการทดสอบความอ่อนไหว และผ่านการปรับเทียบและสอบทานแบบจำลองสำหรับแต่ละสถานีน้ำท่า ด้วยค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) ของทุกสถานีอยู่ในช่วง 0.71 ถึง 0.99 ค่าเปอร์เซ็นต์ความเอนเอียงของค่าสูงสุด (PpeakBIAS) ของทุกสถานีน้อยกว่า "±25%" ยกเว้นสถานี W.17 ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่างวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัดและวิธีน้ำท่าสูงสุดจากแบบจำลอง พบว่ามีเพียงสถานีเดียว คือ สถานี P.17 ที่ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่าง 2 วิธีการมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ในขณะที่ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่างวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัดและวิธีความถี่น้ำฝน พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ถึง ที่ 8 สถานี ได้แก่คือ สถานี P.21, P.1, P.17, W.4A, W.17, N.1, N.67 และ C.2 ที่ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดระหว่าง 2 วิธีการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 นอกจากนี้พบว่า ผลการวิเคราะห์ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดจากวิธีความถี่น้ำฝนทุกสถานีให้ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดสูงกว่าวิธีน้ำท่าสูงสุดตรวจวัด โดยเฉพาะสถานีที่บริเวณจุดรวมตอนล่างของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน ได้แก่ สถานี P.17, N.67 และ C.2 และเมื่อพิจารณาเพิ่มเติมถึงผลกระทบของโครงสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำ พบว่าการมีโครงสร้างอ่างเก็บน้ำส่งผลให้ค่าความถี่น้ำท่าสูงสุดลดลงแปรผันกับอิทธิพลของสัดส่วนขนาดพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อนกับพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมด ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความรุนแรงและความถี่ของเหตุการณ์สุดขีด การเลือกวิธีประเมินค่าความถี่น้ำท่าที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงในโครงการและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากร วิศวกรผู้ใช้งานจึงควรตระหนักถึงความเสี่ยงและความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกใช้งานวิธีการใดวิธีการหนึ่ง